สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พูดถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำในภาคใต้ และเสนอแนวทางการแก้ไข โดยเน้นย้ำว่าภาคใต้มีฝนตกมาก แต่ไม่มีพื้นที่ที่เหมาะสมในการกักเก็บน้ำ และจึงต้องใช้วิธีการก่อสร้างถังเก็บน้ำขึ้นมาหรือใช้โอ่งในการเก็บน้ำ

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานการศึกษากําหนดกรอบแนวทางการบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ําของประเทศไทยฉบับนี้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่าน นะครับที่ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวมถึงหน่วยงานของทางภาครัฐ ผมยังจําได้ ในช่วงปี ๒๕๕๑ ครับท่านประธานมีผู้เสนอญัตติเข้ามากัน ๘ ญัตติด้วยกันในการแก้ไขปัญหา น้ําของประเทศ ผมเองเป็นหนึ่งที่เป็นผู้เสนอ เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนน้ํา โดยส่วนใหญ่เราจะไปมองกันในระดับประเทศนะครับ จากผลการวิจัยก็คือจะไปมองกัน ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคอีสาน และภาคเหนือ แต่ว่าปัญหาของภาคใต้ก็เป็น ภูมิภาคหนึ่งที่ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ํามาก หลายคนบอกว่าจะขาดแคลนน้ําได้อย่างไร ภาคใต้เป็นดินแดนที่มีฝนตก ฝน ๘ แดด ๔ คือฝนตกสัก ๘ เดือน แล้วก็มีแดดแค่ ๔ เดือน ท่านประธานครับ โดยสภาพข้อเท็จจริงก็คือ ภาคใต้มีฝนตกมากจริงครับ ปริมาณน้ําต้นทุนมีสูงมาก แต่ถ้าท่านประธานไปดูสถิติในการ กักเก็บน้ําของพี่น้องภาคใต้น่าเห็นใจมากครับ บางแห่งเก็บไม่ถึงร้อยละ๑ หมายถึงปริมาณ ฝนที่ตกลงมากับปริมาณที่กักเก็บไว้ใช้ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ส่วนที่เหลือก็คือ ลงไปสู่ทะเล ซึ่งมีทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งฝั่งอ่าวไทยแล้วก็ฝั่งอันดามัน เพราะฉะนั้นปัญหาของพื้นที่ ภาคใต้เป็นปัญหาที่รุนแรงมาก แล้วโดยส่วนใหญ่รัฐแทบจะไม่เข้าไปแก้ปัญหา วันใดก็แล้วแต่ ที่รัฐบอกว่ามีงบประมาณสําหรับไปแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ํา การขาดแหล่งน้ํา ต้องสร้าง อ่างเก็บน้ํา ต้องสร้างสระ ก็จะโยนงบประมาณไปให้ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ไม่มีครับท่านประธาน ผมเรียนว่าถึงแม้ปริมาณฝนจะมาก การกักเก็บน้ํา เราไม่มีพื้นที่ที่จะกักเก็บน้ําเลยในพื้นที่ของภาคใต้ พื้นที่โดยส่วนใหญ่ถ้าเกิดกรณี อยู่ริมชายฝั่งทะเลครับท่านประธาน ดินส่วนใหญ่จะเป็นดินปนทราย หรือบางแห่งก็เป็น ดินโคลน ท่านประธานลองนึกภาพนะครับว่า ถ้าเกิดกรณีจะไปขุดสระเพื่อกักเก็บน้ํามันก็ เก็บไม่อยู่ หรือถ้าเก็บก็มีลักษณะมีโคลนเป็นน้ํากร่อย ท่านประธานลองนึกภาพว่า ชายฝั่งทะเลกักเก็บน้ําไม่ได้ เพราะฉะนั้นวิธีที่พี่น้องจะใช้น้ําทําอย่างไรครับ ต้องใช้วิธีก่อสร้าง ถังเก็บน้ําขึ้นมา ซื้อโอ่งเพื่อสําหรับเก็บน้ํา จากชายฝั่งลงไปสู่พื้นที่เกาะครับ ท่านประธาน จะเห็นว่ารายได้ของประเทศไทยของเรา นักท่องเที่ยวทั้งหลายเข้ามาประเทศไทย โดยส่วนใหญ่จะไปท่องเที่ยวที่ภาคใต้ครับ ไปเที่ยวทางทะเลเสียส่วนใหญ่ พื้นที่ปัญหาในการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการท่องเที่ยวก็คือการขาดแคลนน้ํา ผมยกตัวอย่างที่ เกาะสมุย ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการที่ดูแลเรื่องน้ําภาคใต้ ซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรีไตรรงค์ สุวรรณคีรี เป็นประธาน ผมเป็นเลขานุการอยู่ เรามีดอกเตอร์รอยล เราไปสํารวจกัน ที่เกาะสมุยครับ เกาะสมุยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นํารายได้เข้าสู่ประเทศมาก แต่มีปัญหาน้ํา รุนแรงมาก บางรัฐบาลมีแนวคิดว่ามีแหล่งน้ําของภาคใต้ที่ใหญ่ที่สุดก็คืออยู่ที่ เขื่อนเชี่ยวหลาน วิธีที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องชาวเกาะสมุยในการแก้ปัญหาน้ําก็คือเดินท่อ จากเขื่อนเชี่ยวหลานข้ามทะเลไปที่เกาะสมุย แต่ลงทุนกันหลายพันล้าน หลายหมื่นล้าน ท่านประธานครับ เราโชคดีว่าเรามีนักวิชาการที่มีความรู้อาศัยข้อมูลทางด้านดาวเทียม แล้วความรู้ที่สํานักงานเขามี ก็เลยไปศึกษา พบว่าพื้นที่ภาคใต้หลายพื้นที่ครับถ้าเกิดเรา สามารถปรับปรุงแหล่งน้ํา สามารถกักเก็บน้ําได้ เราไม่ต้องใช้งบประมาณมากเลย สามารถ ที่จะปรับปรุงใช้เพียงพอสําหรับพื้นที่ดังกล่าว ที่เกาะสมุยครับมีพื้นที่หลายแห่ง ซึ่งทางคณะอนุกรรมาธิการได้ลงไปสํารวจ หลังจากนั้นขณะนี้เริ่มที่จะดําเนินการในการ แก้ปัญหาบูรณาการ ทั้งหน่วยงานภาครัฐหลาย ๆ ส่วน รวมถึงการปกครองของท้องถิ่น ท่านประธานครับ หลายคนบอกว่ารายงานฉบับนี้ถึงแม้จะสวยหรูอย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่ปฏิบัติ ไม่ไปทํา ไม่ให้งบประมาณไป มันไม่เกิดครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ท่านประธานครับ ผมก็คิดเหมือนกับหลาย ๆ ท่าน เดิมก็มองว่ารัฐบาลแต่ละรัฐบาลฟังการรายงานจากสภา เสร็จแล้วก็เงียบครับ ส.ส. แต่ละท่านก็พยายามที่จะนําเสนอปัญหาให้กับรัฐบาลได้รับทราบ แต่ก็ไม่ได้รับการดูแล ผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นะครับ ณ วันนี้ผมกราบเรียนพี่น้อง ส.ส. ทุกท่านนะครับว่า รายงานฉบับนี้จะมีคุณค่ามาก ผมเชื่อว่าหลังจากพิจารณาของสภาเสร็จสิ้นแล้วส่งไปให้ทางรัฐบาล ขณะนี้รัฐบาลของ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง เรียกกันว่า คณะกรรมการ บริหารโครงการจัดการทรัพยากรน้ําชุมชนตามแนวพระราชดําริเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เป็นคําสั่งสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ ๑๓/๒๕๕๔ ที่ลงนามโดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม อันนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลได้เห็นความสําคัญของ การจัดการน้ําจริง ๆ ครับ ได้แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาประกอบด้วย ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วก็ที่ปรึกษาที่เป็นบุคคลอีกหลายท่านครับ โดยมีท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านไตรรงค์ สุวรรณคีรี ครับเป็นประธานกรรมการ มีผู้บัญชาการทหารบก มีคุณสามารถ โชคคณาพิทักษ์ คุณทรงศักดิ์ วงศ์ภูมิวัฒน์ นายนิพนธ์ พัวพงศกร มีอธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรน้ํา อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน รองปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เป็นเลขานุการ พร้อมทั้งมีผู้อํานวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ําและการเกษตร องค์การมหาชนก็คือดอกเตอร์รอยลเป็นผู้ช่วยเลขานุการ นี่ครับ นายกรัฐมนตรีตั้งคําสั่งนี้ ขึ้นมา เพื่อให้ไปดูกรอบการดําเนินงานและประเมินผลงานตลอดจนเสนอแนะแนวทาง การขยายผลให้เป็นระบบที่สําคัญในการแก้ไขปัญหาน้ํา แค่นั้นยังไม่ชัดเจนครับ ชัดเจนคือต้องพิจารณาอนุมัติโครงการ ๘๔๐ แห่ง ซึ่งเป็นโครงการแก้มลิงที่มีการศึกษา ตามแนวพระราชดําริครับ ผมเชื่อว่าถ้าเกิด ๘๔๐ แห่งนี้ได้ก่อสร้างการแก้ปัญหาน้ําต่อไปนี้ จะเป็นระบบขึ้น นี่คือแนวทางการทํางานของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ในการแก้ปัญหาน้ํา และผมขออนุญาตกราบเรียนพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพี่น้องประชาชนทุกท่าน ให้ทราบครับว่า ในงบประมาณปี ๒๕๕๕ ที่จะถึงนี้รัฐบาลได้กําหนดยุทธศาสตร์ไว้ ๕ ยุทธศาสตร์ ในการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ยุทธศาสตร์ที่สําคัญก็คือ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็คือการแก้ปัญหาเรื่องน้ําแล้วก็การแก้ปัญหาภัยแล้งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ ที่รัฐกําหนดเป็น ๑ ใน ๕ ครับ เพราะฉะนั้นผมมั่นใจว่าต่อไปนี้ปัญหาของพี่น้องประชาชน ที่เกิดขึ้นในเรื่องการใช้น้ําแล้วก็ปัญหาเรื่องน้ําท่วมมีโอกาสที่จะได้แก้ปัญหาอย่างเป็น ระบบกันจริง ๆ ขอบคุณครับ หลายท่านได้ให้ข้อคิดเห็นว่าขณะนี้เรายังไม่บูรณาการกัน เรามีหน่วยงานที่เป็นคลังสมองครับ ผมเรียนว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ําและการเกษตร ตรงนี้จะเป็นข้อมูล หลังจากนั้นครับ ไปบูรณาการกับกระทรวง กรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นชลประทานหรือทรัพยาการน้ํา มอบงบประมาณไปให้ท้องถิ่น ซึ่งท้องถิ่นก็คือมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้บริหารท้องถิ่น นายก อบต. นายกเทศบาล เขาดูแลว่าพื้นที่ตรงไหนจะต้องเป็นพื้นที่กักเก็บน้ํา พื้นที่ตรงไหน จะต้องเป็นพื้นที่สําหรับการระบายน้ําเพื่อป้องกันน้ําท่วม ผมเชื่อว่าถ้าเกิดเราร่วมมือกัน จริง ๆ มีเนื้อหาวิชาการความรู้รวมถึงความร่วมมือกันระหว่างทางภาครัฐแล้วก็ท้องถิ่น ผมเชื่อว่าปัญหาน้ําของประเทศของเราก็มีโอกาสที่จะได้แก้ไขปัญหาให้ลุล่วง แล้วผมก็ ให้กําลังใจกับทุกท่านนะครับ แล้วก็เชื่อว่ารายงานฉบับนี้ที่เรารอกัน ๓ ปี ท่านไชยา เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ๒-๓ คณะ ผมเชื่อว่าทุกคนคงจะได้เห็นการแก้ปัญหาน้ํา ที่เป็นระบบตรงตามที่เราได้ศึกษานะครับ และคิดว่าพี่น้องประชาชนของเราทุกคน คงมีความสุขสบายขึ้น ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ