ประมวล เอมเปีย แสดงความยินดีที่สภาได้บรรจุผลสรุปรายงานการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำ และยกตัวอย่างความสำเร็จของรัฐบาลในการอนุมัติงบประมาณสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหลวงเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมในจังหวัดชลบุรี โดยยืนยันว่าประชาชนชาวจังหวัดชลบุรีได้ต่อสู้เรียกร้องอย่างต่อเนื่องกว่า ๔๖ ปี
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ประมวล เอมเปีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรีครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมดีใจที่สภาวันนี้ได้บรรจุผลสรุปรายงานการประชุมของคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อแก้ไขปัญหาน้ํา ซึ่งพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเรียกว่ารอคอยกันมาเกือบ ๓ ปี ในการที่จะอภิปรายในเรื่องการแก้ไขปัญหาที่คณะกรรมาธิการเอาเข้าสู่สภาเพื่อรายงาน ให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือว่าเป็นผลดีกับพวกเราที่ว่าพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่ไม่ได้เป็นคณะกรรมาธิการจะได้นําเสนอปัญหาของตัวเองในพื้นที่ เพื่อที่ คณะกรรมาธิการวิสามัญน้ําจะได้เอาเรียกว่าบันทึกแนบท้ายในรายงานอันนี้ไว้ด้วย ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นมีท่านเสนาะ เทียนทอง เป็นประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งยัง มีการแยกย่อยออกไปเป็นคณะอนุกรรมาธิการอีก ๘ คณะอนุกรรมาธิการด้วยกัน ซึ่งผม จะยกตัวอย่างคร่าว ๆ ให้ฟังว่าอย่างเช่น คณะอนุกรรมาธิการแก้ไขปัญหาน้ําพื้นที่ภาคกลาง ตะวันออกนั้นประกอบไปด้วย กรุงเทพมหานคร. จังหวัดนนทบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัด ชลบุรี จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครนายก จังหวัดระยอง จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสระแก้ว ๑๓ จังหวัด แล้วยัง มีทางภาคใต้ ๑๔ จังหวัด ภาคกลางตอนตะวันตก ๑๓ จังหวัด ภาคเหนือ ๑๗ จังหวัด ภาค กลาง ตะวันออกเฉียงเหนือตอนตะวันออก ๕ จังหวัด ตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๕ จังหวัด ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ๔ จังหวัด แล้วสุดท้ายก็ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนกลาง ๕ จังหวัด ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการได้รวบรวมปัญหาและข้อมูลต่าง ๆ ในภาค ต่าง ๆ ไม่ว่าจะสภาพปัญหาภัยแล้งและน้ําท่วมแล้วก็แนวทางในการแก้ไขปัญหา เพื่อสรุป รายงานมาให้คณะกรรมาธิการวิสามัญใหญ่ เพื่อจะทํารายงานเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผลจากการสรุปและการรายงานนี้ผมว่ามันเป็นข้อดีนะครับ ซึ่งรัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา ก็ยังไม่ได้เคยมีการตั้งคณะกรรมการวิสามัญน้ําอันนี้ เพื่อจะมาแก้ไขปัญหาน้ําอย่างจริงจัง ซึ่งเราก็ได้มีการอภิปรายจากเพื่อนสมาชิกหลายคนด้วยกัน ซึ่งมีการต่อว่าต่อขานทางรัฐบาล โดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นี้ เข้ามาไม่มีการใส่ใจแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําจริงจัง แต่ผมอยากจะยกตัวอย่างให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นกันอย่างเด่นชัดว่ารัฐบาล ชุดนี้โดยการนําของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ให้ความสําคัญในเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ํา เป็นหลัก ถือว่าน้ําเป็นชีวิต น้ําคือต้นทุนของเกษตรกรซึ่งเป็นเกษตรกรเรียกว่าส่วนใหญ่ ของประเทศไทยเรา ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าผมนําผลจากการรายงานสรุปข้อมูลตรงนี้ ซึ่งเรา ยังไม่ได้นําเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรนี้ ได้ไปปรึกษาหารือกับท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในเรื่องว่า เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ยกตัวอย่างว่าการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําอย่างภาคตะวันออก เราได้รับงบประมาณจากรัฐบาลชุดนี้โดยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ให้ผ่านความเห็นชอบ ขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร อย่างเช่น ภาคตะวันออกจังหวัดจันทบุรีมีการสร้าง อ่างเก็บน้ําขึ้นมา เพราะว่าจังหวัดจันทบุรีน้ําท่วมทุกปี ในเรื่องพืชผลการผลผลิตในเรื่องผลไม้ เสียหายทุกปี แล้วก็มีการเก็บกักน้ําแล้วส่งน้ํามาที่จังหวัดระยองซึ่งถือว่าจังหวัดระยองมีอ่าง เก็บน้ําประแสร์อ่างคลองใหญ่ แล้วก็ยังมีทั้งหมด ๔ อ่างด้วยกัน ซึ่งไม่เพียงพอต่อ ภาคอุตสาหกรรม ทางรัฐบาลนี้ก็ให้ใส่ใจตั้งงบประมาณไปให้ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท จังหวัด จันทบุรี ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมแล้ว ๒ จังหวัด ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่รวมถึงจังหวัด ชลบุรีจังหวัดบ้านผมมีการขอเรื่องอ่างเก็บน้ําทางภาคตะวันออกโดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีมานี้ รัฐบาลนี้ได้อนุมัติงบประมาณลงไปเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ําขนาดกลาง ๒๒,๒๒๙ ไร่ ซึ่งอ่าง เก็บน้ําคลองหลวงนี้ เพื่อเก็บกักน้ําเอาไว้เพื่อให้จังหวัดชลบุรีเก็บกักน้ําเพื่อไม่ให้น้ําท่วมและ ภัยแล้ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เดินทางลงไปดูเรื่องปัญหาภัยแล้งและน้ําท่วม ซึ่งระยะเวลา ในการที่เราต่อสู้มานี้ในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรมา ก่อนหน้านี้เป็นสมาชิกสภาจังหวัด ถึง จะเป็นส.ว. ได้ ๕ เดือน โดนทหารยึดอํานาจไป แต่ว่าการต่อสู้ภาคเอกชนอย่างเราในเรื่องน้ํา เราถือว่าเป็นปัจจัยหลัก ปัจจัยสําคัญเราก็ต้องต่อสู้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ต่อสู้อย่างขาดตอน ต่อสู้เรื่องอ่างเก็บน้ําคลองหลวง ๑๙ ปีที่ผมต่อสู้มา รวมทั้งพี่น้องประชาชนต่อสู้กันมา ๔๖ ปี ผลการต่อสู้อย่างต่อเนื่องผมเชื่อมั่นว่ารัฐบาลแต่ละรัฐบาลต้องให้ความใส่ใจว่าเราต่อสู้ อย่างจริงจังหรือไม่ โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชลบุรียังต่อสู้ กระผมได้รวบรวม รายชื่อกว่า ๖๐,๐๐๐ รายชื่อ ถวายฎีกาต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้รัฐบาล เห็นว่าเรามีความจําเป็นที่จะต้องสร้างอ่างเก็บน้ําตรงนี้ ซึ่งอ่างเก็บน้ําคลองหลวงก็ได้มีการ ดําเนินการก่อสร้างไปแล้ว เช่นนั้นยังไม่พอนะครับ ในฐานะที่ผมเป็นคณะกรรมาธิการ ชุดหนึ่งที่อยู่ในชุดนี้แล้วก็คํานึงถึงในเรื่องภัยแล้งและน้ําท่วม โดยเฉพาะ กทม. ที่ท่านวิชาญ ได้อภิปรายไปแล้วว่าเราไม่คํานึงถึงนั้น จะบอกถึงข้อเท็จจริงว่าข้อเท็จจริงอันนี้ผมได้รายงาน ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าปัญหาที่เราจะแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้งและ น้ําท่วมทั้งจังหวัดฉะเชิงเทราและกรุงเทพมหานครได้นั้น มีอยู่ทางเดียวเท่านั้นก็คือโดยการที่ เราวางท่อส่งน้ําผันน้ําจากคลองพระองค์ไชยานุชิต ซึ่ง ส.ส. จากจังหวัดฉะเชิงเทราก็ได้ อภิปรายเรื่องนี้ไป เราผันน้ําจากคลองพระองค์ไชยานุชิตไปสู่อ่างเก็บน้ําบางพระ ระยะทาง ๕๘ กิโลเมตรครึ่งนะครับ ซึ่งเราจะเอาน้ําตรงนี้ซึ่งมาจากแม่น้ําเจ้าพระยาจะไหลท่วมมา ตลอดจากคลองรังสิต จังหวัดนครนายกมาสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา เวลามาท่วมอยู่คลอง พระองค์ไชยานุชิตนั้นน้ําจะท่วมจังหวัดฉะเชิงเทราและปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร เราก็ ดูดน้ําตรงนี้ ที่น้ําเหลือจ่ายตรงนี้ประมาณ ๗๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ไปสู่อ่างเก็บน้ําบางพระซึ่ง ใช้งบประมาณ ๔,๙๓๖ ล้านบาท รัฐบาลชุดนี้ก็ได้อนุมัติไปแล้วนะครับ อนุมัติไปเพื่อจะ แก้ปัญหาเรื่องภัยแล้งในจังหวัดชลบุรี เรื่องน้ําท่วมในกรุงเทพมหานครและฉะเชิงเทรา บางส่วน น้ําตรงนี้แทนที่จะท่วมขังอยู่เราก็เก็บสูบเข้าไป ทําให้น้ําท่วมกรุงเทพมหานครและ จังหวัดฉะเชิงเทราก็ลดลงไป เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนให้พี่น้องประชาชนและเพื่อนสมาชิก ได้รับทราบว่าการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้มันมีผลดีอย่างยิ่ง แต่ว่าเรื่องจะสมบูรณ์ไปหมดนั้น ก็คงจะเป็นไปไม่ได้นะครับ เพียงแต่ว่าเราต้องการข้อเสนอแนะจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยกันนะครับที่ไม่ได้เป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ว่าจะมีข้อเสนอแนะอย่างไรในพื้นที่ของท่าน ที่จะให้คณะกรรมาธิการมีการบันทึกแนบท้ายเอาไว้เสนอให้รัฐบาล ถึงแม้ว่ารัฐบาลนี้จะมี โอกาสทํางานเพียง ๒ ปี แต่ว่าผลงานทางระบบชลประทานผมเชื่อแน่ว่าทําในหลายพื้นที่ แล้วงบประมาณในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําหรือการผันน้ําจากแม่น้ําเจ้าพระยา จากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตไป มันไม่ได้เป็นงบลัมพ์ ซัม (Lump sum) ก้อนใหญ่ เป็นงบผูกพัน ๕ ปี ๗ ปี ซึ่งการแก้ไขปัญหาอันนี้มันก็ยังอีกระยะยาวนะครับ เพราะฉะนั้น ก็อยากจะเรียนท่านประธานไปสู่พี่น้องประชาชนและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาน้ําอย่างเป็นระบบนั้น ผมยังมองว่าเราจะต้องตั้งกระทรวงน้ํา ขึ้นมาอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่ว่าทุกวันนี้มันมีหลายกระทรวงในการที่มาแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํากัน แล้วก็ต่างคนต่างแย่งงบประมาณลงไป เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังจึงไม่ได้ อย่างจริงจังนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําอย่างเป็นระบบนั้นผมยังมองว่า ท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบต. หรืออําเภอนี่ทุกคนต้องมานั่งคิด ต้องมานั่งคุยกันในการแก้ไข ปัญหาในท้องถิ่นของตัวเองว่าจะทําอย่างไร ไม่ใช่ต่างคนต่างของบประมาณลงไป ต่างคน ต่างขอไปขุดลอกคลองไปทําฝาย มันไม่ได้ผลอย่างจริงจังนะครับ เพราะต่างคนต่างทํา ถึงเวลาก็ขุดเพียงแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ งบประมาณก็ผลาญลงไปมันก็ ไม่มีระบบ เพราะฉะนั้นพี่น้องแต่ละตําบล ผู้นําท้องถิ่นแต่ละตําบลที่เป็นนายกหรือเป็นกํานัน ผู้ใหญ่บ้านต้องมานั่งรวมกันคิดจะบูรณาการอย่างไร เอามาแก้ไขปัญหากันอย่างไร โดยวิธีการอาจจะจ้างบริษัทเอกชนมานั่งเขียนแบบกันทั้งอําเภอ ทั้งตําบลเลย แล้ววิธีการ งบประมาณจะลงไปนี่จะลงกันเป็นระบบอย่างไร ซึ่งครั้งที่แล้วนี่ที่ปี ๒๕๕๑ เราได้เรียกร้อง ของบประมาณจากรัฐบาลท่านสมัครลงไปประมาณ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทเราก็ไม่ได้ลงมา แต่ว่ามาถึงรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ท่านก็ทยอยลงไปตามความจําเป็น ตามความสําคัญที่พี่น้องเรียกร้องกันมา วันนี้ก็เลยอยากจะเรียนฝากมาถึงคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่าในฐานะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละจังหวัดที่เขาไม่ได้เป็นกรรมาธิการ ที่มีข้อเสนอแนะลงไป ท่านต้องเก็บข้อเสนอแนะที่จะไปแก้ไขปัญหานําเสนอให้กับรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดนี้ หรือว่ารัฐบาลชุดต่อ ๆ ไปจะต้องนําปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนซึ่งผู้แทนราษฎรทุกคนได้ลงพื้นที่ ได้รู้ปัญหาและได้รับการร้องขอมา ได้รับการต่อว่าจากราษฎรมาโดยตลอดว่าเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ํานั้นยังไม่เป็นรูปธรรม โดยระบบ เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากไปถึงคณะกรรมาธิการและรัฐบาลต่อ ๆ ไปด้วยว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องน้ํานั้นจะต้องทําอย่างเป็นระบบนะครับ และผลงานของรัฐบาลชุดนี้ ผมบอกตรง ๆ ว่ามีอย่างที่ผมยกตัวอย่างให้ฟังว่าท่านได้แก้ไขปัญหาไปอย่างไร แต่อยู่ที่ การต่อสู้ของพวกเราผู้แทนราษฎรนี้ ต่อสู้อย่างเพียงลําพังอาจจะไม่ได้ผล เพราะฉะนั้น ท่านจะต้องใช้มวลชนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ อย่างที่ผมทําอยู่นี้ใช้เวลาต่อสู้มา ๑๙ ปี ถึงจะได้อ่างเก็บน้ําขนาดกลาง เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวจังหวัดชลบุรีซึ่งได้ดําเนินการ ก่อสร้างมาแล้วทั้ง ๒ แห่งนะครับ แล้วก็ยังมีอีก ๑ แห่งอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลด้วยนะครับ อ่างเก็บน้ําของบ่อทอง อ่างเก็บน้ําประแสร์นี้สามารถที่จะไปช่วยเก็บน้ํา แล้วเอาไปช่วย ที่จังหวัดระยองได้นะครับ ซึ่งอันนี้ถือว่ารัฐบาลต่อ ๆ ไปถ้าใส่ใจที่จะช่วยพี่น้องชาวเกษตรกร ภาคตะวันออกนี้ถือว่าเป็นจังหวัดที่สร้างภาษี สร้างงบประมาณให้กับประเทศไทยในระดับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ํานะครับ แต่จังหวัดชลบุรีนี้ปีละเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เรานําภาษีสู่ส่วนกลางถือว่ามากนะครับ เป็นอันดับ ๒ ของประเทศ ก็ต้องให้ความใส่ใจมาก ๆ หน่อย เพราะว่าภาษีที่ได้นั้นเอาไปช่วยภูมิภาคอื่นอีกหลายภูมิภาค ด้วยกันนะครับ แต่ภาษีที่ย้อนกลับไปสู่จังหวัดชลบุรีนี้ได้เพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เพียงพอ นะครับ ก็ฝากถึงประธานและถึงรัฐบาลด้วยครับ ขอบคุณครับ