สิ่งที่ต้องการให้ทำคือสรุปย่อหน้าเดียวของคำพูดในสภาของ สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย ที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดลําพูน ขอชื่นชมทางคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาน้ํา การบริหารจัดการทรัพยากรน้ําเพื่อไปสู่ทิศทางที่ ถูกต้อง แล้วก็เป็นการสรุปแถลงผลการศึกษาที่ถูกจังหวะ ถูกเวลาในสภาแห่งนี้พอดี เนื่องจากว่าขณะนี้นั้นเป็นช่วงเวลาปลายฝนต้นหนาว น้ําปีที่แล้วนั้นก็เป็นปัญหาอุปสรรค ซึ่งจากการที่เราไม่ได้บริการจัดการน้ําอย่างเป็นระบบ บางครั้งก็ต้องมีค่าชดเชย ค่าเสียหาย เยียวยาพี่น้องราษฎรทั่วประเทศ ผมเชื่อว่าไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ ล้าน ในปีนี้นะครับ ปี ๒๕๕๓ ที่น้ําท่วม น้ําขังทั่วประเทศ แล้วเป็นปรากฏการณ์ที่แปลกครับท่านประธาน ตั้งแต่เราศึกษามานี้นั้น ไม่เคยปรากฏว่าน้ําท่วมอีสาน น้ําท่วมจังหวัดนครราชสีมาอย่างนี้ครับ ซึ่งเมื่อก่อนนั้นในสมัย เราวัยเด็กเราเห็นว่าจังหวัดนครราชสีมานั้นเป็นจังหวัดที่มีแผ่นดินสูงน้ําท่วมไม่ถึงแน่นอน เด็ดขาด แต่ปรากฏว่าอยู่ไปอยู่มาน้ําท่วมไปถึงจังหวัดนครราชสีมาแล้ว ภาคใต้ก็มีผลกระทบ น้ําฝนตกมา ปกติจะต้องมีสัญญาณเตือนภัย แต่ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้ไม่มีสัญญาณอะไรเลยครับ อยู่ ๆ มันก็มาครับ ภาคเหนือของกระผม ไม่ว่าจังหวัดลําพูน จังหวัดลําปาง จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแพร่ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็นต้นธารแม่น้ําเจ้าพระยา ปิง วัง ยม น่าน ไหลรวมกันที่ จังหวัดนครสวรรค์ ที่ปากน้ําโพ กลายมาเป็นลําน้ําเจ้าพระยามาหล่อเลี้ยงพี่น้องประชาชน ในเขตกรุงเทพมหานครและภาคกลางเกือบทั้งภาคกลางเลยครับ ปีนี้ก็เช่นกันครับ มีผลกระทบปรากฏว่าแม่น้ําปิง แม่น้ําวัง แม่น้ํายม แม่น้ําน่าน ฝนตกนิดเดียวไหลท่วมพี่น้อง ราษฎร จังหวัดลําพูนของกระผมก็มีผลกระทบจากน้ําลี้ น้ําแม่ทา น้ําแม่กวง ท่วมกันหมดครับ ซึ่ง เป็นเรื่องที่น่าตกใจครับ ท่านประธานที่เคารพ ว่าธรรมชาติตอนนี้ สภาวะมันแปรปรวน ไม่ใช่ เฉพาะประเทศไทยครับ มันเป็นทั้งโลก บ้างก็กล่าวว่าภาวะโลกร้อน ก็ไปตั้งชื่อแปลก ๆ ครับ ตอนนี้ราษฎรของผมตื่นอกตื่นใจกัน คาร์บอนเครดิต ( Carbon Credit) อะไรนั่น โดยอ้างว่า จะทําให้ลดภาวะโลกร้อนต่อไปน้ําไม่ท่วมเราแล้วถ้าเรามีคาร์บอนเครดิต แล้วก็รวบรวมโฉนด แล้วจะให้ไร่ละ ๑๐,๐๐๐ บาท พี่น้องประชาชนก็บอกว่ามันดี เพราะว่านอกจากน้ําไม่ท่วมแล้ว โลกเย็นลง เรายังได้เงินอีก ก็กลายเป็นช่องว่าง แต่ใครจะเป็นสมาชิกกองทุนคาร์บอนเครดิต จะต้องสมัครรายละ ๕๐๐ บาท ๘๐๐ บาทครับ เขาก็เอาเงินไปอีก นี่จะเห็นได้ว่าเรื่องของ ธรรมชาติ เรื่องของการบริหารจัดการ เรื่องขององค์ความรู้ให้กับพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งสําคัญครับท่านประธาน ผมเองอยากจะ ถามทางกรรมาธิการฝากครับ ว่าในส่วนของการบริหารจัดการลุ่มน้ํา ๒๑ ลุ่มน้ํานั้น ไม่ทราบว่าขณะนี้มันหายไปจากระบบได้อย่างไร ๒๑ ลุ่มน้ําที่เราจะบริหารจัดการในสมัย ท่านทักษิณ ชินวัตร ได้วางแผนรูปแบบการจัดการบริหารน้ํา ๒๑ ลุ่มน้ํา ทางภาคเหนือ ของกระผมก็มีลุ่มน้ําปิง ลุ่มน้ําวัง ลุ่มน้ํายม ลุ่มน้ําน่าน ทั้งหมดจัดการบริหารเรียบร้อย น้ําแม่ปิงจะต้องมี ๒ ส่วน ส่วนที่ ๑ ก็คือการสร้างอุโมงค์ผันน้ําจากเขื่อนแม่งัด เข้าแม่กวง แล้วก็ผันน้ําลงในเขตจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน โดยเจาะอุโมงค์ผันน้ํา ใช้งบประมาณทั้งหมด ๗,๖๕๐ ล้านบาท วันนี้ก็ไม่คืบหน้าครับ ท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการ ที่ไม่คืบหน้านี่กระผมติดตามตลอดเวลา ปรากฏว่ามันมีเรื่องของอีไอเอ (EIA) เรื่องของผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมครับท่านประธาน ศึกษา เอาเงินไปแล้วเกือบ ๒๐๐ ล้านบาทครับ ผลการศึกษาทั้งหมด ๓–๔ เล่ม ไม่มีสําเร็จสักเล่มครับ มีศึกษาเรื่องผลกระทบด้านสังคม ศึกษาเรื่องผลกระทบทางภูมิศาสตร์ ศึกษาผลกระทบในเรื่องของรอยเลื่อนแผ่นดินไหว ๒๐๐ ล้านบาทครับ มันเป็นอย่างนี้ครับ อีไอเอของประเทศไทย ผลกระทบสิ่งแวดล้อม พอเปลี่ยนรัฐบาลก็เปลี่ยนประธานอีไอเอ เปลี่ยนคณะกรรมการ แล้วก็ส่งไปศึกษาเล่มที่ ๑ ไม่พอ ขอเล่มที่ ๒ นี่ครับปัญหาอุปสรรคของการพัฒนาแหล่งน้ํา ก็อยากจะฝากไปทาง กรรมาธิการว่า อีไอเอกับคณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตัวนี้ล่ะครับ ตัวขัดขวางการพัฒนา แต่ถ้าเป็นคอนโดมิเนียมนะครับ ท่านประธาน ที่มาทําผลกระทบ สิ่งแวดล้อมเหมือนกัน ๓ เดือนผ่าน ๖ เดือนผ่านครับ คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ที่เป็นของ เอกชนมันไวเหลือเกิน แต่ของราชการ ๔ ปีแล้ว ไม่ไปไหนสักที ผมก็ไม่รู้ว่ามันอย่างไรของมัน ไม่อยากจะพบว่าพวกนี้เป็นตัวอุปสรรคปัญหา แต่ทําไมคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ที่จะต้องทําอีไอเอ ที่มี ๗๐ แปลงขึ้นไป รูดปื้ด ๆ ผ่านหมดครับ แป๊บเดียวผ่าน ๆ ไม่ต้องมีผลกระทบอะไรหรอกครับ ตรงนี้เป็นสิ่งที่สําคัญมากครับท่านประธาน นี่คือปัญหาอุปสรรคในเรื่องของการพัฒนา แหล่งน้ํา พี่น้องประชาชนรอเหลือเกินอุโมงค์ผันน้ํา แม่งัด แม่กวง คือสูบน้ําจากเขื่อนแม่งัด เจาะดอยประมาณ ๒๗ กิโลเมตร แล้วก็เอาน้ําจากเขื่อนแม่งัดเข้าไปไว้ในเขื่อนแม่กวง น้ําก็ไม่ได้ท่วมจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน เพราะน้ําปิงเวลาหน้าฝนมันมีจํานวนมากครับ ไปท่วมในเมืองหมด ท่วมในจังหวัดเชียงใหม่ ท่วมจังหวัดลําพูนแล้วไหลลงมาท่วม แถวภาคกลางอีก เพราะว่ามีเขื่อนเดียวที่กั้นไม่ให้น้ําปิงไหลลงมากระทบกระทั่งทาง ทางภาคกลาง นั่นก็คือเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก พอเขื่อนภูมิพลเต็มจะต้องเปิดน้ําไหลลงมา ภาคกลาง ภาคกลางก็ล้นเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ปล่อยน้ํา ภาคกลางก็กลายเป็น แก้มลิงของกรุงเทพมหานครอีก มันกระทบทั้งระบบ แต่ถ้าโครงการนี้สําเร็จ หน้าฝนเราเอา มาเก็บไว้ที่เขื่อนแม่งัด น้ําล้นมาเก็บไว้เขื่อนแม่งัดแล้วก็ปล่อยลงเขื่อนแม่กวง แล้วก็ไหลลงหา พี่น้องประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําพูน พี่น้องราษฎรของกระผม ของจังหวัด เชียงใหม่ จังหวัดลําพูน ภาคเหนือก็มีความสุข น้ําไปถึงไหนมีความสุขที่นั่น ปัญหาอุปสรรค ก็คืออีไอเอนี่ละครับท่านประธาน เป็นภาษาอังกฤษแปลเป็นภาษาไทยว่าผลกระทบ สิ่งแวดล้อม มีดอกเตอร์เป็นร้อยครับกองอยู่ตรงนั้น ไปอยู่นั่นละครับ ไปถามซ้ําแล้วซ้ําเล่า ไปถามชาวบ้านจนชาวบ้านจะเอามีดฟันหัวแล้ว รําคาญครับ จ้างเด็กนักศึกษาไปถาม เด็กนักศึกษาถามเสร็จ ระดับดอกเตอร์ไปอีก ถามซ้ํา ๆ ซาก ๆ วนเวียนแล้วไม่ไปไหนสักที ชาวบ้านเขาอยากได้น้ํา ผมก็ฝากกรรมาธิการช่วยติดตามเรื่องนี้ด้วย
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ปัญหาของการจัดงบประมาณที่ซ้ําซ้อน เรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ํา ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการครับ วันนี้ทุกหน่วยงาน โผล่มาก็ขุดลอกครับ อ้างครับลําน้ําตื้นเขิน วันนี้เป็นแฟชั่น (Fashion) ครับ องค์กรท้องถิ่น ทุกระดับ เทศบาล อบต. อบจ. ขุดลอก ระยะเวลา ๓ เดือน จะแก้ปัญหามีน้ําท่วม มีน้ํากิน มีน้ําใช้ ระยะทางขุด ๖ กิโลเมตร ๘ กิโลเมตร ใครขุดครับ บางทีก็ให้ทหารไปขุด บางที ก็ประมูลกรณีพิเศษ พอขุดเสร็จ ขุดบ้าง ไม่ขุดบ้าง น้ํามา วัดผลไม่ได้ ก็ตรวจรับงานกันไป นี่ละครับเรื่องของงบประมาณที่มันซ้ําซ้อน ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ตั้งงบประมาณ กรมชลประทานก็ตั้งงบประมาณ กรมทรัพยากรน้ํา ก็ตั้งงบประมาณ ขุดลอก ๆ ขุดตอนหน้าแล้งนะครับตอนนี้แบคโฮ (Backhoe) เต็มลําน้ํา หมดนะครับ แต่พอฝนมาแป๊บเดียวเท่านั้นนะครับ เพราะเขาขุดเหวี่ยงครับท่านประธาน เขาเรียกขุดแบะ ภาษาเหนือ คือไม่ได้ขุดขน คือขุดเสร็จเอาแบคโฮซ้ายทีขวาที ก็เดินไป ๆ ได้ ๖ กิโลเมตร ๘ กิโลเมตร ก็ถ่ายรูป สวยครับ พอถ่ายรูปเสร็จก็เอามาเบิกงบประมาณ พอฝนลงมาครับท่าน มันพรวดเดียวมันก็เหมือนเดิมอีก พอหน้าแล้งมาลําน้ํานี้ตื้นเขินก็ขุดอีก ขุดแบะครับ ขุดซ้ายทีขวาที ๆ พอฝนมาก็ตกพรึบ เรียบร้อย นี่อย่างไรครับท่านประธาน ก็ตั้ง งบประมาณซ้ําซ้อนกันครับ แต่เวลาขุดมากเข้า ๆ ปรากฏว่าต้นไม้ ๒ ข้างตลิ่งน้ํามันหาย แทนที่ตลิ่งจะยึดด้วยต้นไผ่ ต้นพืชโบร่ําโบราณที่มันยึดโยงกับชาวบ้าน มันหายหมด คราวนี้ น้ํามาแล้วคราวนี้ เร็วขึ้นครับ แล้วไม่มีการวางแผน สิ่งที่น่าตกใจก็คือมีการขุดต้นน้ําครับ ก็หมายความว่าต้นน้ํา ขุนน้ํานี่มีการขุด แล้วพอขุนน้ํามันไหลลงมา ปลายน้ําเราไม่ได้ขุดครับ มันก็ทะลุทะลวงเอา ๒ ข้างของราษฎรเสียหาย ตรงนี้ละครับ พอเสียหายปุ๊บรัฐบาลก็ตั้ง งบกลาง ตั้งงบไปชดเชยรายละ ๕,๐๐๐ บาทบ้าง ยางพาราได้ต้นละ ๑๗๐ บาท ต้นลําไย บ้านผมได้ต้นละ ๒๕ บาท อย่างนี้เป็นต้น ก็ต้องชดเชยกันไป ไร่ละ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ก็กลายเป็นว่าเราบริหารจัดการงบประมาณวนเวียนซ้ําซากอยู่กับเรื่องของแหล่งน้ํา โดยที่ ไม่ได้บูรณาการ โดยไม่มีการวางแผนบริหารจัดการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่พี่น้องประชาชนได้เห็น เรื่องของการศึกษาเป็นเล่ม สวยงามครับ และอัดแน่นไปด้วยเนื้อหา ทุกลุ่มน้ํามีหมด แต่เมื่อ ศึกษาแล้ว ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการครับ เราจะบังคับรัฐบาลให้เอาตามนี้ ได้อย่างไร นี่คือหัวใจ พอเป็นคาถาเขาเรียกว่า สุ จิ ปุ ลิ หัวใจเศรษฐีเลยครับนี่ เราจะทํา อย่างไรให้มีสภาพบังคับครับว่าเมื่อกรรมาธิการศึกษาพิจารณาแล้วเสร็จรายงานต่อสภา มีสภาพบังคับว่ารัฐบาลจะต้องมีเป็นไปตามนี้ ท่านประธานก็อยู่สภานี้มานาน เราจะทํา อย่างไรครับท่านประธาน ผลการศึกษาดีเลิศครับ มีทั้งระบบท่อ ระบบส่ง เขื่อน อ่าง งบประมาณเท่าไร ปีไหน อย่างไร มีหมดครับ กรรมาธิการศึกษาหมด แต่พอถึงเวลาตั้ง งบประมาณมามันไม่เป็นไปตามนี้ครับท่านประธาน มันไม่เป็นไปตามนี้ครับ แล้วเราจะทํา อย่างไรครับ ที่จะให้สภาแห่งนี้เสียเวลาศึกษา เชิญผู้รอบรู้ทั้งหมดทั้งมวลมานี้ แล้วผู้อาวุโส ทั้งนั้นเลยครับที่เป็นประธาน ปรากฏว่ารัฐบาลไม่เอาไปจะทําอย่างไรท่านประธาน สํานักงบประมาณไม่เอาไป แผนการตั้งงบประมาณไม่เอาตรงนี้ไปใช้ มันก็กลายเป็นว่าเป็น ภาระของเจ้าหน้าที่สภาจะต้องเก็บและอีกไม่นานก็ชั่งกิโลขาย เสียดายครับ ต้องเอาไป ทําลายและชั่งกิโลขาย ถ้าเป็นไปได้ท่านประธาน ผมฝากว่าเราจะทําอย่างไรที่กรรมาธิการ หน้าดําคร่ําเครียด ได้ศึกษาสรุป เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านน้ํา เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านตั้งงบประมาณ มาให้ บริการเรียบร้อย แต่ปรากฏว่าไม่ได้มีสภาพบังคับ ทําอย่างไรที่จะให้เป็นไปตามนี้ ถ้าเป็นไปตามนี้ ประเทศไทยเป็นครัวของโลกครับ เวียดนามก็สู้ไม่ได้ เขมรสู้ไม่ได้ ลาวสู้ไม่ได้ ถ้าเป็นไปตามนี้นะครับ เราจะเป็นแหล่งอาหารของโลก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทย เกษตรกรลืมตาอ้าปาก ไม่ต้องไปประกันรายได้อะไรหรอกครับ เอาน้ําไปให้เขา เอาตลาดไป ให้เขาพอแล้ว เป็นไปตามนี้ล่ะ เป็นไปตามนี้ท่านประธาน แต่ปรากฏว่าเราศึกษาเรียบร้อย ให้ท่านประธานรายงานสภาเรียบร้อย พอถึงเวลาตั้งงบประมาณมันไม่เรียบร้อย ผมอยากจะ ให้สภา เมื่อเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วช่วยสรุปทั้งหมดให้ท่านนายกรัฐมนตรี แล้วกําชับ แล้วเอา เอกสารเหล่านี้ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถึงเวลางบประมาณกลางปี งบประมาณต้นปี จะได้อภิปรายถูก ว่าที่เขาศึกษาทําไมไม่เอา ไปเอาอะไรขุดลอก ๆ ทําไมไม่เอาอันนี้เป็นฐาน ระบบท่อก็มี อ่างก็มี แก้มลิงก็มี ระบบการ จัดการบริหารน้ํามี มีทั้งองค์ความรู้ ทําไมไม่เอาเป็นแม่บท ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการเรื่องของสภาพบังคับ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเชื่อมั่นว่าถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีหัวจิตหัวใจในการที่อยากเห็นบ้านเมืองเจริญ ในการที่อยากเห็นราษฎร โดยเฉพาะ ชาวไร่ ชาวนาของพวกเรามีความสุขกับการได้มีแหล่งน้ําที่บูรณาการ น้ําไหล ๑๒ เดือน โดยไม่มีน้ําท่วม น้ําแล้ง ผมเชื่อว่าการศึกษาของกรรมาธิการจะเป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน และรัฐสภา และสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นที่ยกย่องเชิดชูและเป็นความหวังของ พี่น้องประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน