สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

ภูมิ สาระผล เสนอแนะว่าประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนน้ำ แต่การจัดการน้ำยังไม่สมบูรณ์ และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดระบบน้ำครบวงจรทั้งประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง

นายภูมิ สาระผล ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภูมิ สาระผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ใช้เวลา รอนานมากครับกับการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพราะว่ากรรมาธิการ ได้เสนอเข้ามาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๑ นับถึงวันนี้เป็นเวลา ๒ ปีกว่าที่เรื่องแช่อยู่ กว่าจะได้นํามาสู่การพิจารณา ต้องขอชื่นชมการทํางานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ได้สามารถรวบรวมข้อมูลให้สภาผู้แทนราษฎรได้นํามากลั่นกรองและออกความเห็น อีกชั้นหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่ผมได้สังเกตว่าตั้งแต่ผมเป็นผู้แทนราษฎรมาเกือบ ๒๐ ปี ทุกสมัย จะมีการเสนอญัตติเรื่องปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้ําท่วม ทุกยุค ทุกสมัย แล้วก็จะมีการสรุปนํามาเสนอสภา ส่งต่อให้รัฐบาล แต่ในท้ายที่สุดก็ยังไม่เกิดการปฏิบัติ ที่แท้จริง ก็ทําให้ประเทศชาติและประชาชนส่วนใหญ่ขาดโอกาส เสียโอกาสไปมาก เพราะทุกท่าน ที่เป็นกรรมาธิการ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือเป็นข้าราชการที่ทํางานเกี่ยวกับปัญหา เรื่องน้ํา วันนี้รู้กันหมดแล้วว่าประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนน้ํา แต่ว่าเราจัดการน้ํายังไม่สมบูรณ์ เพราะถามข้อมูลจากใครก็จะได้คําตอบเหมือนกันว่า ฝนตกลงมาในประเทศไทยปีหนึ่ง ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ไม่แตกต่างกันแทบทุกปี แต่ว่าเรามีเขื่อนที่จะ เก็บกักไว้อยู่ได้ประมาณ ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนอีกประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ไหลทิ้งลงแม่น้ํา ลําคลอง และก็ทิ้งทะเล หรือว่าซึมลงไป ใต้ดิน ซึ่งไม่เกิดประโยชน์ ก็เป็นปัญหาที่ทราบกันมาตลอดแต่จัดการกันไม่ได้สักทีเพราะอะไร ทําไมจึงไปมีแต่งบประมาณที่จะให้หน่วยงานไปขุดลอก ไปอะไรต่าง ๆ ปีละนับหมื่นล้านบาท หลายหมื่นล้านบาท บางแห่งขุดลอกไปได้ปีเดียวก็ตื้นเขินเหมือนเดิม เช่น ลําห้วยอะไรต่าง ๆ ที่ทํากันอยู่ และหลายโครงการก็ไปซ้ําซ้อนกับโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทําซ้ํากันไปซ้ํากันมา ซึ่งถือว่าเป็นเงินที่เสียไปโดยได้ประโยชน์กลับคืนมาน้อยมาก ในยุคหนึ่ง เมื่อประมาณ ๕-๖ ปีก่อน ในรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านทักษิณ ชินวัตร เขาก็เคย เสนอความคิดกันว่าจะทําโครงการระบบน้ําครบวงจรทั้งประเทศ ก็ประเมินว่าจะใช้เงิน ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าก็มีคนทักท้วงว่ามันแพง มันเปลือง จะควบคุมอย่างไร จะหาเงินจากที่ไหนมาทํา ก็ได้แนวคิดที่สําคัญจากผู้บริหารในยุคนั้นว่าอย่าไปคิดว่ามันแพง อย่าคิดว่าไม่มีเงิน ถ้าคิดว่าเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใช้ลงไปในการจัดระบบน้ําแล้ว ทําให้เกษตรกร ตีเสียว่า ๑๐ ล้านครอบครัว อาจจะมีไม่ถึงก็แล้วแต่ แต่เป็นวิธีคิด มีรายได้ เพิ่มขึ้นครอบครัวละ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อปี ๑๐ ล้านครอบครัวนี้ก็เกิดรายได้เพิ่มขึ้นมาอีกแล้ว ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเทียบกับตัวเงินที่ลงทุนไปในระบบน้ําต่าง ๆ เหมือนกับได้คืนมา ภายในปีเดียว ถ้าคิดอย่างนี้เกิดขึ้นได้เร็ว แต่เสียดายหลายรัฐบาลก็ไม่ได้มีโอกาสทํา รัฐบาลต่อมา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลท่านสมัคร สุนทรเวช ก็ได้เสนอแนวคิดเรื่องนี้ไว้เช่นกัน แต่ก็ยังไม่ได้ปฏิบัติ ก็จนมาถึงรัฐบาลปัจจุบันซึ่งก็ถือว่าเป็นรัฐบาลที่มีความแข็งแรง ก็น่าที่จะ ได้ดําเนินการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นไปได้ ผมจึงอยากจะเรียกร้องต่อพรรคการเมืองทุกพรรค และทุกรัฐบาล ให้เสนอนโยบายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ําของประเทศไทยให้เป็นนโยบาย ที่ประกาศต่อประชาชน เพราะคนส่วนใหญ่เขารู้แล้วครับว่าปัญหาที่มันมากับภัยแล้ง มันรุนแรงแค่ไหน หรือว่าปัญหาที่มากับน้ําท่วมหนักหนาเพียงใด ปีที่ผ่านมานั้น ปัญหาน้ําท่วมเป็นปัญหาที่หนักที่สุดที่เราได้เคยเผชิญมาในช่วงระยะประมาณ ๑๐ กว่าปีมานี้ ก็ทําให้รู้ว่าปัญหาน้ําท่วมคือปัญหาใหญ่ แล้วที่ยิ่งใหญ่กว่าน้ําท่วมก็คือปัญหาภัยแล้ง คือไม่มี จะกิน ฉะนั้นเมื่อเราเห็นว่าน้ํามันท่วมภาคเหนือก็ดี ภาคกลางก็ดี หรือภาคอีสานบางส่วนก็ดี ผมเชื่อว่านักวิชาการ นักคิด นักปฏิบัติ หรือข้าราชการที่ทําหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ในประเทศไทย คงจะมีข้อมูลดีพอ ทําอย่างไรจึงจะมีระบบเชื่อมโยงระหว่างลุ่มน้ํา รู้อยู่ว่าประเทศไทย มี ๒๕ ลุ่มน้ํา ก็พูดกันมานาน น้ําท่วมลุ่มน้ําปิง ทําอย่างไรจะระบายให้น้ํามาที่ลุ่มน้ําอื่นได้ แล้วก็เก็บไว้ได้อย่างไร พอฤดูแล้งก็สามารถผันน้ําเหล่านี้ไปเป็นประโยชน์ในทางการเกษตร ผมเชื่อว่าวิธีคิดมี แต่ว่าเมื่อไรจะได้เริ่มต้น เสียดายที่รัฐบาลไม่ค่อยได้ใส่ใจในเรื่องนี้ เรามีการ เรียกร้องจัดตั้งกระทรวงทรัพยากรน้ํามาเมื่อ ๑๐ กว่าปี ๒๐ ปีที่แล้ว แต่ก็ขยับขึ้นมาได้เพียง เป็นกรมทรัพยากรน้ําที่อยู่ในสังกัดของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในหลายประเทศเขามีกระทรวงทรัพยากรน้ําเพื่อจัดการปัญหาเรื่องน้ํา เพราะถือว่าเป็นเรื่อง ที่สําคัญ อย่างเช่นประเทศที่ไม่เคยประสบภัยเรื่องน้ําท่วมรุนแรง อย่างประเทศออสเตรเลียวันนี้เขาก็ ประสบอย่างหนักหน่วง ฉะนั้นประเทศไทยของเราก็เช่นกันครับ ถ้าไม่เตรียมตัวไว้ตั้งแต่วันนี้ ก็คงจะเป็นเรื่องยากที่จะได้รับการแก้ไขต่อไปข้างหน้า ก็หวังว่าผลงานที่คณะกรรมาธิการ ชุดนี้ทํา จะได้ไปสู่การปฏิบัติของรัฐบาล และขอให้รัฐบาลที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้มองเห็น ปัญหาที่สําคัญเช่นนี้ การแก้ปัญหาด้วยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า น้ําท่วมก็ดี ภัยแล้งก็ดี เช่น เอาของไปแจก หรือว่าไปบรรเทาความเสียหาย มันก็เป็นการบรรเทาเพียงระดับต้น ๆ เท่านั้น แต่ถ้าเราลงทุนเสียสัก ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จริงอยู่มันจะไม่สามารถ สําเร็จได้ในปีเดียว แต่หลายปีพอกพูนไป อาจจะเป็น ๓ ปีหรือ ๕ ปีก็แล้วแต่ เมื่อมันสําเร็จ มันก็จะเป็นความสําเร็จที่ยั่งยืน กระผมก็หวังว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะไม่ได้ยุติเพียงเท่านี้ ในการทํารายงานเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร แล้วสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะไม่ยุติเพียงรับฟัง ปัญหาแล้วก็เก็บเรื่องเข้าแฟ้มเหมือนเดิม ก็จะได้ดําเนินการกันต่อไป ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธาน