สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ได้หารือเกี่ยวกับเรื่องน้ำของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยอธิบายว่ากระทรวงนี้จะให้ความรู้แก่ชุมชนเพื่อให้สามารถบริหารจัดการน้ำด้วยตนเองได้

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรค ประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้องกราบ ขอบพระคุณมากที่ท่านสมาชิกได้กรุณาให้เกียรติกล่าวถึงดิฉันแล้วก็พูดในลักษณะที่ดีว่าดิฉัน เข้าใจอะไรต่ออะไร ดิฉันก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งแล้วก็ขอบคุณให้ดิฉันมีโอกาสขึ้นมาพูดจา เกี่ยวกับเรื่องน้ําของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้ง ๆ ที่ดิฉันไม่ได้เป็นรัฐมนตรีแล้ว นะคะ คือท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติพูดทํานองว่าทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ให้งบประมาณไป ๓๐๐ ล้านบาทเพื่อที่จะไปขุดลอกคู คลอง แล้วก็ไม่ได้ผล แล้วพูดไป ในทํานองที่ว่ามีการทุจริตคอรัปชันกันถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้ดิฉันขอปฏิเสธว่าดิฉัน ไม่ทราบเรื่องเลย แล้วก็คิดว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่มีหน้าที่ที่จะไปขุดลอก คูคลอง หน้าที่ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซึ่งดิฉันขออนุญาตท่านประธาน นะคะดิฉันนั่งรอโอกาสอย่างนี้มานานแล้วว่าค่ะว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ได้ใช้ความรู้ทางด้าน วิทยาศาสตร์และเครื่องไม้เครื่องมือที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีอยู่ทั้งหมด รวมถึงดาวเทียมของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แล้วก็มีสํานักสารสนเทศ ทรัพยากรน้ําและเกษตรของประเทศอยู่ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเราเป็นบุคคล หรือเป็นหน่วยงานที่หลาย ๆ คนสงสัยว่าทําไมกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะไป เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ํา มีวิศวกรหรือเปล่า มีเครื่องจักร เครื่องไม้เครื่องมือหรือเปล่า ไม่มี แล้ว กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสนใจที่จะบริหารจัดการน้ําตามแนวพระราชดําริคือ หาน้ําให้กับประชาชนนอกเขตชลประทาน ชลประทานมีประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของ ประเทศกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีความรู้ มีคน มีความสามารถ เราก็ไปช่วย ชุมชนต่าง ๆ ให้สามารถกักเก็บน้ําไว้ใช้ได้ตลอดปีซึ่งเราได้ทําสําเร็จมาแล้วทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสานโดยเฉพาะซึ่งเป็นภาคที่ดิฉันเติบโตมา อีสานแห้งแล้ง อีสานเป็นที่ราบสูง เพราะฉะนั้นจึงยากจนแล้วก็มีคําพูดว่า คนอีสานโง่ แล้วก็จน แล้วก็เจ็บ ซึ่งดิฉันเองเป็นคน โคราช เป็นคนอีสานดิฉันคิดว่าเมื่อดิฉันอยู่กระทรวงวิทยาศาสตร์ดิฉันก็อยากจะช่วยทําให้ ชาวอีสานมีน้ําใช้ตลอดปี หน้าแล้งไม่แล้ง หน้าน้ํามาน้ําไม่หลาก อันนี้เป็นสิ่งที่เราได้ปฏิบัติมา จนเป็นผลสําเร็จหลายต่อหลายแห่ง แห่งหนึ่งที่เราภาคภูมิใจจนกระทั่งมูลนิธิโค้ปได้นําการ บริหารจัดการน้ําที่บ้านลิ่มทอง อําเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ไปนําเสนอที่ดาวอส (Davos) ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์มาแล้วว่าเป็นการบริหารจัดการน้ําที่ได้ประโยชน์สูงสุด เป็นการ บริหารจัดการน้ําตามพระราชดํารัสแก้มลิง โดยใช้องค์ความรู้เข้าไปช่วยขุดบ่อน้ําโดย ประชาชนเป็นเจ้าของ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไม่มีวิศวกร เราไม่ได้ทํา ชลประทานแต่เราส่งเสริมให้ประชาชนบริหารจัดการน้ําด้วยตนเองได้ ใช้เงินที่น้อยมาก ถ้าโดยเฉลี่ยแล้วต่อ ๑,๐๐๐ ไร่ ใช้เงินประมาณ ๑ ล้านบาทเท่านั้นเองทําให้หมู่บ้านนี้มี รายได้เพิ่มขึ้น ๕ เท่า ดิฉันเข้าไปครั้งแรกเขาบอกมีรายได้หลังจากบริหารจัดการน้ําทําแก้ม ลิงแล้ว โดยชุมชน แต่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้ความรู้ไปใช้ดาวเทียมดูเส้นน้ํา ว่าน้ําควรจะไหลไปที่ไหน น้ําหลากมากก็กักเก็บไว้ ๑๕ บ่อในหมู่บ้านนี้มีน้ําใช้ตลอดปี ดิฉัน ไปเยี่ยมครั้งแรกเขาบอกว่ารายได้เพิ่มขึ้น ๑๐๕ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันจําตัวเลข ๑๐๕ ได้ตลอด ปีที่ ๒ ดิฉันไปเยี่ยมเขาอีกเป็น ๑๘๙ เปอร์เซ็นต์ ถูกต้องทุกอย่างถ้ามีน้ําใช้แล้วอีสานจะ ไม่จนอีกต่อไป ไม่โง่ จน เจ็บ อีกแล้ว ดิฉันคิดว่าอยากจะให้เข้าใจตรงกันว่า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเราใช้องค์ความรู้ ใช้บุคลากร แล้วก็ร่วมมือกับชุมชนที่มีความเข้มแข็งกักเก็บน้ําไว้ได้ ขณะนี้หมู่บ้านนี้ขยายไปเป็น ๗,๐๐๐ ไร่กลายเป็น ๒๐,๐๐๐ ไร่กําลังจะขยายเป็น ๖๐,๐๐๐ ไร่ เทศบาลเมืองของจังหวัด บุรีรัมย์นี่นะคะตอนหน้าแล้งที่รัฐบาลประกาศว่าเป็นจังหวัดที่แล้งซ้ําซาก การทําน้ําประปาก็ มาเอาน้ําที่หมู่บ้านลิ่มทอง อันนี้เป็นตัวอย่างที่ไม่ใช่ชลประทานแต่ว่าเป็นน้ําที่เทวดาให้มา ทุก ๆ คนพูดเหมือนกันว่าเทวดาให้น้ํามาแล้วทําไมเราไม่กักเก็บไว้ใช้ตลอดปี เชื่อไหมคะว่า อีสานนี่มีปริมาณน้ําฝนประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อปี ไม่ได้น้อยกว่าภาคอื่น ๆ เลย แต่เราเก็บได้เท่าไรทราบไหมคะเราเป็นคน อีสานด้วยกันก็อยากจะให้ทราบว่า ทั้งภาคอีสานนี่นะคะ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ที่เทวดาเอื้อเฟื้อให้มาสม่ําเสมอกับทุกภาคของประเทศไทย อีสานเก็บได้ ๗,๐๐๐ ล้าน ลูกบาศก์เมตร ๗,๐๐๐ นี้เท่ากับ ๓ เปอร์เซ็นต์ของที่เทวดาให้มา เพราะฉะนั้นเราจึงจะใช้ ทฤษฎีตามแนวพระราชดําริขุดแก้มลิง แต่ว่าเป็นบ่อพลวงที่ใช้องค์ความรู้เข้าไปช่วยไม่ใช่ขุด สะเปะสะปะแล้วพอน้ําหลากบ้านเรือนก็เสียหาย น้ําท่วมบ้านเรือนถนนหนทางเสียหาย ต่อไปนี้ถ้ามีแก้มลิงตามแนวพระราชดําริ มีองค์ความรู้จากกระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี จากคนของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะดอกเตอร์รอยล ที่ใคร ๆ ก็ชื่นชมว่าเป็นจ้าวยุทธจักรของเรื่องน้ําของประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าอีสานทําได้ เหมือนกับบ้านลิ่มทอง อําเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์แล้วละก็อีสานไม่มีวันจนค่ะ อันนี้ก็ อยากจะกราบเรียนว่าอย่าตําหนิว่ากระทรวงโน้นกระทรวงนี้เข้าไปเกี่ยวข้องทําไมเราไม่ต้องมี วิศวกร มีหลายคนถามว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีวิศวกรกี่คน มีวิศวกรน้ํา กี่คน ไม่มีค่ะ แต่เรามีบุคคลที่มีความรู้ทางด้านทรัพยากรน้ําดีที่สุดของประเทศ เรามีเครื่องที่ เราเรียกว่าโทรมาตรติดตั้งทั่วประเทศ ดูทางลม ทางเมฆ ดูความชื้น ดูอุณหภูมิไว้ทั่วประเทศ ๖๐๐ กว่าเครื่อง เพราะฉะนั้นเรามีข้อมูลที่ดีที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีค่ะ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าถ้า ส.ส. ของภาคอีสานหรือของ ทุกภาคจะเข้าไปคุยกับประชาชนแล้วก็ประชาชนอยากจะทําก็มาติดต่อขอความรู้หรือดูงาน ที่หน่วยงานต่าง ๆ เรามีประมาณ ๓๐ หมู่บ้านที่สามารถบริหารจัดการน้ําในรูปแบบต่าง ๆ ทางเหนือก็เป็นอีกวิธีหนึ่งแต่ไม่ได้อยู่ในเขตชลประทานแล้วมีน้ําใช้ตลอดปีค่ะ ขอบพระคุณ มากค่ะ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)