สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๒

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับครู นักเรียนจากโรงเรียนเทศบาล ๔ วัดโพธาราวาส จังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยความยินดีนะครับ ต่อไปคุณจุมพฏ บุญใหญ่ เชิญครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมได้รับหนังสือจากประชาชนร้องเรียนท่านประธาน ผ่านกระผม คือหนังสือของประชาชนลงนามโดยผู้ใหญ่บ้านบ้านดงสาร ตําบลโพนงาม อําเภออากาศอํานวย อันเนื่องมาจากโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ท่านประธานครับ หมู่บ้านนี้ได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อทํา เศรษฐกิจชุมชนพอเพียง ผู้ใหญ่บ้านได้เรียกประชุม ประชาชนมีหลักฐานการประชุม มีผู้ลงชื่อเข้าประชุมเอกสารอยู่ในมือผมนะครับ ได้ลงมติว่าเงินงบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาทนั้นจะไปทําอะไรเพื่อชุมชนของตัวเอง ประชาคมของบ้านดงสาร ตําบลโพนงาม อําเภออากาศอํานวย ได้ลงมติว่าจะทําฝายกั้นน้ําเพื่อให้ประชาชน ๒๖๙ ครัวเรือน ประชากร ๑,๑๕๘ คน ได้มีน้ําไว้ทําการเกษตรในฤดูแล้งและใช้อุปโภค บริโภคอื่น ๆ ท่านประธานครับ อําเภออากาศอํานวย โดยหนังสือที่ สน ๐๖๑๗/๒๒๗๑ ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ได้แจ้งไปที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ว่าให้เป่ดบัญชีให้กับหมู่บ้านนี้เพื่อจะรับเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่ปรากฏว่าได้มีผู้มีอํานาจ คงจะไม่ใช่นายอําเภอนะครับ เพราะนายอําเภอท่านเปึนคนเซ็นชื่อไปเอง รับรองว่า โครงการนี้ถูกต้องแล้ว ได้สั่งเปลี่ยนแปลงจากโครงการทําฝายเพื่อกักเก็บน้ําเปึนโครงการ ปัูมน้ํามันหยอดเหรียญ แล้วก็จ่ายเงินไป ๑๕๐,๐๐๐ บาท อีก ๑๕๐,๐๐๐ บาท เรียกกลับคืนท่านประธานที่เคารพ ทั้งที่เงินเข้าไปในบัญชีของหมู่บ้านดงสารโดยผ่าน เอกสารเหล่านี้แล้ว ดังนั้นผู้ใหญ่บ้านในฐานะผู้นําของชาวบ้านจึงทําหนังสือร้องเรียน มายังท่านประธานเพื่อได้โปรดประสานงานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ขอความกรุณา อย่าได้เปลี่ยนโครงการของชาวบ้านเลย เขาไม่อยากได้ปัูมน้ํามัน และกรุณาเอาเงินอีก ๑๕๐,๐๐๐ บาท ที่เรียกคืนนั้น คงจะเปึนผู้มีอํานาจในส่วนกลาง คงไม่ใช่นายอําเภอ ได้คืนไปให้ชาวบ้านด้วย กระผมขอยื่นหนังสือนี้ไปยังท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณบรรจบ รุ่งโรจน์ อยู่ไหมครับ ไม่อยู่นะครับ คุณสุพัชรี ธรรมเพชร เชิญครับ

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานในเรื่องหลัก ๆ ๒ เรื่องด้วยกันนะคะ

เรื่องแรก ในเรื่องของที่ดิฉันได้มีการหารือกับท่านประธานในช่วงก่อน ที่จะมีการป่ดสมัยประชุมสภาครั้งที่แล้ว ก็คือในเรื่องของถนนสายพัทลุง-ตรัง ซึ่งเรื่องนี้ เปึนเรื่องใหญ่มาก การที่ดิฉันได้หารือในหลาย ๆ ครั้ง แต่ดิฉันไม่ได้รับคําตอบมาสัก ครั้งหนึ่งว่าเปึนอย่างไร ถนนสายพัทลุง-ตรัง ยังมีอีก ๒ ช่องจราจรที่ยังเปึนถนนประมาณ ๑๐.๕ กิโลเมตรที่ยังเปึน ๒ ช่องจราจร ตรงนี้ได้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยมาก และเมื่อคืน เปึนงานการแข่งกีฬาเยาวชนแห่งชาติที่จังหวัดตรัง พี่น้องจากจังหวัดสงขลาและ พี่น้องจากจังหวัดอื่น ๆ ก็ได้ใช้ถนนเส้นนี้ที่ไปจังหวัดตรัง ทําให้ตรงนี้ได้เกิดอุบัติเหตุ เกิดขึ้น ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพัทลุง แล้วก็จากจังหวัดตรังก็ได้ ทําหนังสือไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว อยากจะฝากท่านประธานนําเรื่องนี้ไปหารือกับทางท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งนะคะว่าจะมี การแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้อย่างไรบ้างค่ะ

ในเรื่องที่สอง ดิฉันได้ลงพื้นที่ แล้วก็เยี่ยมเยียนศูนย์เด็กเล็กที่อยู่ในความ ดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของแต่ละตําบลก็ได้พบว่าศูนย์เด็กเล็กของแต่ละ ตําบลยังขาดในส่วนของเครื่องเล่น อุปกรณ์ของเด็กอยู่นะครับ ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้สําคัญค่ะ ท่านประธาน เพราะเครื่องเล่นเหล่านี้ อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยในการพัฒนาทางด้านสมอง ของเด็ก แล้วก็ช่วยในการพัฒนาทางด้านจิตใจของเด็กก่อนวัยเรียนนะคะ ดิฉันจึงอยากจะ ฝากท่านประธานนะคะ ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในการดูแลศูนย์เด็กเล็ก ที่อยู่ในความดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะคะ ฝากดูแลเรื่องของเครื่องเล่น อุปกรณ์ของเล่นให้เด็กด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ไม่อยู่นะครับ คุณชลน่าน ศรีแก้ว เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธาน

เรื่องแรก เปึนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่เสนอผ่านตัวแทนของเขา กราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีพี่น้องจากหมู่บ้านบ้านปางแก ตําบลทุ่งช้าง อําเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ได้ขอติดตามเรื่องของการแยกหมู่บ้าน ซึ่งเขาเปึน หมู่บ้านขนาดใหญ่ ท่านประธานครับ ขณะนี้เรื่องได้ส่งผ่านจังหวัดมาอยู่ที่ กรมการปกครองแล้ว ระยะเวลาเปึน ๑ ป้ครับ เขาขอติดตามความก้าวหน้าว่าจะอนุญาต อนุมัติเขาหรือไม่ อย่างไร

เรื่องที่สอง เรื่องนี้สมาชิกได้ยกขึ้นหารือเมื่อวาน คือกรณีการยกฐานะ องค์การบริหารส่วนตําบลขึ้นเปึนเทศบาล ทั่วประเทศ ๑๐๐ กว่าแห่งครับท่านประธาน ครับ แต่ที่จังหวัดน่านมีอยู่ ๖ แห่งครับ มีตําบลบ่อแก้ว อบต. ศรีสะเกษ อบต. ขึ่ง อบต. กลางเวียง อบต. พระพุทธบาท แล้วก็ อบต. ศิลาแลง ในพื้นที่ ๖ อําเภอของจังหวัดน่าน ๖ ตําบล จะได้รับยกฐานะขึ้นเปึนเทศบาล แต่ขณะนี้เรื่องได้อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย รวมทั้งหมดก็คือ ๑๐๐ กว่าแห่งท่านประธานครับ ก็ฝากท่านประธานได้ประสานไปยัง กระทรวงมหาดไทยโดยท่านรัฐมนตรี ซึ่งเปึนอํานาจรัฐมนตรีที่จะอนุมัติให้มีการยกฐานะ ได้หรือไม่ เมื่อไร ทําไมเรื่องถึงต้องไปค้างอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย เพราะขณะนี้นายก เหล่านี้เขาหมดวาระไปพร้อมกับนายก อบต. ที่มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๖ ที่ผ่านมานะครับ การรักษาการโดยใช้ปลัด ถ้าทิ้งเวลาเนิ่นช้าไปก็จะเปึนผลที่ไม่ดีต่อพี่น้องประชาชน

เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เปึนเรื่องเกี่ยวกับการทําหน้าที่ของตัวแทน พี่น้องประชาชน หมายถึงตัวกระผมเอง ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า การทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรมีผลต่องบประมาณที่จัดสรรลงในพื้นที่หรือไม่ ถ้าเปึน อย่างนั้นผมต้องกราบเรียนถามท่านประธานว่า เมื่อผู้ใหญ่บ้าน กํานัน จังหวัดน่าน มาประชุมในโครงการการส่งเสริมการเรียนรู้ประชาธิปไตยของท่านประธาน ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานได้บอกกับเขาว่าขณะที่พบกันเปึนการภายใน ไม่ใช่ในห้องประชุมนะครับ ฝากไปบอกหมอชลน่านด้วยว่า ในที่ประชุมในสภาผู้แทนราษฎรให้เพลา ๆ ให้ลดน้อยลง อย่าได้พูดมาก ไม่เช่นนั้นจังหวัดน่านจะได้งบประมาณเยอะกว่านี้มาก ท่านประธานพูด จริงไหมครับ ถ้าประธานพูดจริง เปึนลักษณะการพูดเล่น ผมไม่ได้ถือสาครับ แต่ถ้าพูดจริง โดยมีนัยแอบแฝงนะครับท่านประธานครับ ผมถือว่าผมเสียหายมาก เพราะการทําหน้าที่ ในการตรวจสอบ การทําหน้าที่ในบทบาทผู้แทนราษฎร ผมต้องดูผลประโยชน์ส่วนรวม เปึนหลัก ถ้าผมจะพูดเพื่อเอางบประมาณของแผ่นดินไปลงจังหวัดน่านนะครับ ผิดทั้งรัฐธรรมนูญ ผิดทั้งจรรยาบรรณ และที่สําคัญครับ ผิดใจเพื่อน ๆ ด้วย ผมก็เลย กราบเรียนถามท่านประธานในเรื่องนี้นะครับ เรื่องสุดท้ายนี้ ท่านประธานต้องตอบผม แล้วก็พูดชี้แจงในที่ประชุมด้วยว่า ท่านไม่ได้มีเจตนาอะไรที่จะพูดอย่างนั้น แต่ที่ประชุม ของผู้ใหญ่บ้าน กํานัน เขาบอกผมอย่างนี้จริง ๆ ถ้าเปึนอย่างนั้นจริงผมจะได้หยุด ทําหน้าที่ที่จะไม่ท้วงติงท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ได้พูดอะไร เขาจะ พูดข้างนอกนะครับ ผมก็ไม่ทราบครับ ผมไม่เคยพูด ถ้าพูดมันต้องมีเทป ตรวจสอบได้ ในห้องประชุมนี้ตรวจสอบได้ คนอย่างนายชัยจะพูดอย่างนั้นหรือครับ คงไม่พูดหรอกครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ขออนุญาตครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ก็เปึนอย่างที่ท่านประธานพูดนะครับ ว่าคนอย่างนายชัยจะพูดอย่างนั้นหรือ ผมเอง ก็ไม่เชื่อครับ แต่ผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ขณะที่เขาไปพบท่านเปึนการส่วนตัว กลุ่มผู้ใหญ่บ้าน กํานัน ซึ่งนําโดยนายก แล้วก็มีกํานัน ผู้ใหญ่บ้านเข้าไปพบท่านนี้ ท่านก็ได้พูดในประเด็นนี้ ขึ้นมา แล้วเขาก็มาบอกผมจริง ๆ ถ้าเขาไม่ได้ยินด้วยหูของเขา เขาคงไม่บอกผม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เขาคงยุแหย่ให้คุณกับผม ทะเลาะกันกระมังครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

เปึนไปไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะว่า ประเด็นที่เขาสนใจที่สุด เขามาถามผมว่าจริงหรือเปล่าคุณหมอที่เราได้งบประมาณน้อย เนื่องจากคุณหมอทํางาน ไม่ทําในหน้าที่สภา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาแล้ว มีอะไร เดี๋ยวค่อยพูดจากับผมได้

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ถ้าท่านประธานคิดว่าไม่ได้พูดก็พูดในที่ ประชุมให้ชัดเจน เพราะผมถือว่าการพูดในลักษณะอย่างนั้น ไม่น่าจะออกมาจาก ท่านประธานสภา ซึ่งเปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัตินะครับ ท่านประธานไม่ได้พูดนะครับ ผมจะได้สบายใจครับ แล้วผมจะได้ไปบอกกับเขาว่า ท่านประธานไม่ได้พูด ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมแจ้งกับที่ประชุมแล้ว จะให้ผมพูดอย่างไรอีกครับ ต่อไปคุณบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานไปถึงรัฐบาลดังนี้ครับ

เรื่องที่ ๑ ปัญหาการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ําประแสร์ อําเภอแกลง จังหวัดระยอง เรื่องนี้มีความเรื้อรังมาหลายป้ แล้วก็ทางสภาผู้แทนราษฎรก็ได้จัด งบประมาณเพื่อให้ทําการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ เพื่อลดระยะเวลาในการขนส่งสินค้า การเกษตร ตลอดจนนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวในชายทะเลในเขตภาคตะวันออก ซึ่งสะพาน แห่งนี้จะเชื่อมโยงจากการท่องเที่ยวจากจังหวัดระยองไปจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด ซึ่งเปึนถนนสายรองเลียบชายฝัืงทะเลทดแทนถนนสุขุมวิท ซึ่งมีความคับคั่งอยู่แล้วก็อยาก ให้รัฐบาลได้เร่งรัดการก่อสร้าง ทราบว่าขณะนี้เรื่องยังอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่จะอนุญาตให้มีการก่อสร้างในพื้นที่ของป์าชายเลน ซึ่งในเรื่องของ การอนุญาตก่อสร้างในป์าชายเลนนั้น ในส่วนของสิ่งแวดล้อมก็ได้อนุญาตแล้ว แต่อยู่ใน ขั้นตอนการให้กรมทางหลวงชนบทได้ดําเนินการก่อสร้าง ก็ฝากนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้เร่งรัดเรื่องนี้ เพื่อชาวระยองและภาคตะวันออก ซึ่งในส่วนนี้ก็น่าจะเปึน การกระตุ้นให้เกิดรายได้ให้แก่ประชาชน หรือตามนโยบายที่เรียกว่า ครีเอทีฟ อิคอนอมี (Creative Economy) ต่อไปครับ

เรื่องที่ ๒ วาตภัยครับ วาตภัยในเขตอําเภอแกลงและอําเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ ๒๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒ สร้างความเสียหายให้แก่ ประชาชนในอําเภอแกลง ๓ ตําบล อําเภอเขาชะเมา ๓ ตําบลที่รุนแรง อําเภอแกลง ก็มีตําบลบ้านนา ตําบลทุ่งควายกิน ตําบลกระแสบน อําเภอเขาชะเมาก็มีตําบลชําค้อ ตําบลน้ําเปึน ตําบลห้วยทับมอญ ซึ่งผลิตผลการเกษตรโดยเฉพาะยางพาราแล้วก็ผลไม้ เสียหายจํานวนมาก ตลอดจนบ้านเรือน หลังคาต่าง ๆ แล้วก็บ้านเรือนมีการพังเสียหาย แล้วก็มีสถานีอนามัย ๑ แห่ง ที่ตําบลน้ําเปึน ชื่อว่าอนามัยน้ําเปึนนั้นก็มีอาคารเสียหาย ๑ หลัง ก็อยากจะให้รัฐบาลได้เร่งดําเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนและจ่ายค่าชดเชยผลิตผล การเกษตรให้แก่ราษฎรโดยเร็วด้วย เพราะราษฎรบ่นมาว่ามีความเดือดร้อนนะครับ

เรื่องที่ ๓ ปัญหาการเล่นการพนันในงานศพที่วัดต่าง ๆ มีอย่างชุกชุม อันนี้ก็สร้างความเสื่อมเสีย แล้วก็ประชาชนที่ไม่ชอบเรื่องอบายมุขนี้ก็จะบ่นมาให้ผมฟัง เปึนอันมาก ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลเอาจริงเอาจังกับเรื่องของการเล่นการพนันในวัด ไม่ให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ศาสนาต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณทนุศักดิ์ เล็กอุทัย

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ส.ส. จังหวัดอุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องที่ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรกเปึนเรื่องเกี่ยวกับสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งมี ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ เปึนผู้กํากับดูแล คือมีเรื่องที่ผู้ที่อยู่ใน วงการพระพุทธศาสนาไม่สบายใจก็คือว่า ในขณะนี้ได้มีนโยบายของรัฐผ่านไปที่สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติว่าในภาวะ เศรษฐกิจชะงักงันให้ผู้ที่ตกงาน ว่างงานให้มาบวชพระได้เพื่อที่จะเปึนการแก้ปัญหา ด้านเศรษฐกิจ ฟังดูก็เหมือนกับดีนะครับ ดูเหมือนดี แต่ว่าคนที่อยู่ในวงการ พระพุทธศาสนา เปึนพุทธศาสนิกชนก็มีความรู้สึกไม่สบายใจ เพราะมันเหมือนกับว่าลด คุณค่าของการที่เปึนพระลงไป พูดตรง ๆ ง่าย ๆ เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทางผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แล้วก็รัฐมนตรีที่ดูแลรับผิดชอบ ลองไปทบทวนดูแลเรื่องนี้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วก็จะทําให้ศาสนาพุทธของเราซึ่งทุกวันนี้ ก็มีปัญหาในด้านของผู้ที่เปึนพระเปึนเจ้าอยู่เยอะอยู่พอสมควรแล้วกลับจะมีปัญหา หนักขึ้น เพราะว่าผู้เข้ามาบวชนั้นไม่ได้มาบวชด้วยศรัทธา กลายเปึนมาบวชเพราะว่า ต้องการที่จะแก้ปัญหาตัวเอง นี่ฝากเปึนเรื่องแรก

เรื่องที่สองท่านประธานครับ ผมก็ไม่รู้จะพูดเรื่องนี้ตรงไหน ก็ขอถือโอกาส เวทีนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้อง คือว่าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับวันที่ ๘ เดือนนี้นะครับ และวันที่ ๙ ที่ผ่านมานี่นะครับ เพราะวันนี้เปึนวันที่ ๑๐ ได้พูดถึงจังหวัด ของผมคือจังหวัดอุตรดิตถ์ ในคอลัมน์กิเลนประลองเชิงพูดว่า พระยาพิชัยดาบหัก หรือ นายทองดี ฟันขาว เปึนคนสุโขทัย เรื่องนี้คนอุตรดิตถ์เดือดร้อนครับ เพราะว่าหนังสือ แบบเรียนของกระทรวงศึกษาธิการทั้งหลาย ทั้งปวง ตั้งแต่ผมเปึนเด็ก ๆ ก็เขียนไว้แล้วว่า นายจ้อน หรือว่าทองดี ฟันขาว หรือว่าพระยาพิชัยดาบหักนี่เปึนคนพิชัย ซึ่งปัจจุบันสังกัด อยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เปึนนักรบ เปึนนักสู้คู่กับพระเจ้าตาก จนตอนหลังได้เปึนพระยาพิชัย ดาบหัก จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ ในหนังสือก็เปึนการเขียนถึงในแง่ที่ดีนะครับ แต่การที่ไป ระบุว่าเปึนคนสุโขทัยนี้ทําให้คนอุตรดิตถ์เดือดร้อนครับ ขอฝากตรงนี้ไปยังผู้เกี่ยวข้อง อาจจะเปึนกระทรวงศึกษาธิการหรือกระทรวงวัฒนธรรม หรือไปถึงกระทรวงอะไรก็แล้วแต่ ที่เกี่ยวข้อง ช่วยไปชี้แจงแก้ไขเรื่องนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ที่จังหวัดตากมีพื้นที่หลายแห่งที่ตลิ่งพังจากลําน้ําป่งนะครับ และลําน้ําวัง เปึนหลายกิโลเมตร ยากแก่การซ่อมแซมด้วยงบประมาณทางจังหวัดหรือทาง อบต. โดยเฉพาะที่บริเวณบ้านปากวัง อําเภอบ้านตาก บ้านประดาง อําเภอวังเจ้า และตําบล วังหิน อําเภอเมืองตาก ถือเปึนจุดวิกฤติครับ

เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องของราษฎรในบ้านวังน้ําเย็น อําเภอวังเจ้าไม่มีไฟฟัาใช้ครับ หมู่บ้านนี้เปึนหมู่บ้านของชาวม้งเปึนส่วนใหญ่ ขณะนี้ลูกที่เรียนหนังสือไม่สามารถที่จะ อ่านหนังสือได้นะครับ โซล่าเซลล์ (Solar Cell) ที่ทางรัฐบาลให้ก็ไม่สามารถใช้การได้ เดือดร้อนมากครับ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือด้วย

เรื่องที่ ๓ อําเภออุ้มผางซึ่งถือว่าเปึนอําเภอที่ห่างไกลนะครับ พื้นที่ส่วนใหญ่ เปึนพื้นที่ป์าสงวน ราษฎรและข้าราชการหลายคนไม่สามารถที่จะมีสถานที่ออกกําลังกาย ได้นะครับ ก็อยากจะได้สถานที่ออกกําลังกายซึ่งขณะนี้มีพื้นที่อยู่แล้ว อยู่ในการดูแล ของกรมธนารักษ์นะครับ ซึ่งให้ปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อําเภอได้ใช้ พื้นที่มีเพียงพอนะครับ แต่งบประมาณทางจังหวัดและ อบต. ก็ไม่สามารถที่จะให้ได้นะครับเนื่องจากมีวงเงิน ค่อนข้างสูงในการปรับสภาพเปึนสนามกีฬาและโรงยิมนาสติก ท่านประธานครับ

เรื่องสุดท้ายก็คือเปึนเรื่องของสวัสดิการการรักษาพยาบาลของเรานะครับ ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ซึ่งจะหมด ณ วันที่ ๓๐ กันยายนป้นี้นะครับ ผมใคร่ขอเสนอ ท่านประธานว่า จะเปึนการดีหรือเปล่าถ้าจะให้พวกเราสามารถเบิกได้โดยตรงจากสภา โดยสภาสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในวงเงินเท่าไรก็ว่ามา แล้วก็ไม่จําเปึนต้องจํากัดว่าจะต้องเปึนค่ารักษาฟันจะต้องแค่นี้ ค่ารักษาโรคจะต้องแค่นี้ คือให้เป่ดกว้างไว้ แต่ว่าเรามีการควบคุมส่วนยอดของมัน เพื่อให้เพื่อน ส.ส. และ ส.ว. แต่ละคนมีปัญหาสุขภาพแตกต่างกันครับ หลายคนมีปัญหาสุขภาพเรื่องฟัน แต่หมดค่าใช้จ่ายไปหลายหมื่นบาทแต่เบิกได้แค่ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ต่อเนื่องจากจังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดตากก็มีสมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราชกับพระยาพิชัยดาบหักก็คือนักรบเปึนเพื่อนคู่ศึกกันมาตลอด นี่ก็อยากจะให้ ขอความกรุณาการท่องเที่ยวได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ของวัดดอยข่อยเขาแก้ว ซึ่งเปึนวัดที่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชใช้ทําบุญปฏิบัติธรรม แล้วก็ประกอบพิธีทางศาสนาอยู่ ตลอดเวลาให้เปึนสถานที่ท่องเที่ยวที่เชิดชูของชาวจังหวัดตากครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สภายินดีต้อนรับนักศึกษาสาขาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ด้วยความยินดีนะครับ ต่อไปคุณสมคิด บาลไธสง ไม่อยู่นะครับ คุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ เชิญครับ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยค่ะ

เรื่องแรก ที่จะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ ก็เนื่องมาจากดิฉันได้รับ เรื่องร้องเรียนจากประชาชนในเขตหมู่บ้านวังอ้ายจีด ตําบลวังตะเฆ่ อําเภอหนองบัวระเหว ค่ะ ร้องเรียนมาว่าเปึนคนไทยโดยกําเนิด มีพ่อแม่เปึนคนไทย อยู่มาก็อายุประมาณ ๔๐-๕๐ ป้แล้ว มีหลายคนค่ะท่านประธาน แต่ว่ายังไม่มีบัตรประชาชน ยังไม่มีใบรับรองสิทธิในการ เปึนคนไทย เนื่องจากในสมัยก่อนตอนที่เกิดมาพ่อแม่ก็ไร้การศึกษาไม่ได้ไปแจ้งเกิดให้ เลยทําให้ไม่สามารถมีบัตรประชาชนได้ ตอนนี้พ่อแม่ก็เสียชีวิตกันไปหมดแล้ว ไปขอทํา บัตรประชาชนก็ได้รับคําตอบบอกว่าต้องไปหาครูระดับ ผอ. ให้มารับรอง แล้วคนที่ไม่ได้ เล่าเรียนล่ะคะท่านประธานจะไปหาผู้รับรองเพื่อมาให้ออกบัตรประชาชนให้ได้อย่างไรคะ และที่สําคัญเขาร้องเรียนมาว่า เมื่อเจ็บไข้ได้ป์วยไปขอรับการรักษาที่โรงพยาบาล ตามโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าก็ไม่สามารถรับการรักษาได้ฟรี ต้องเสียค่าใช้จ่าย ค่อนข้างสูง แล้วก็คนแก่ค่ะท่านประธาน เริ่มชราภาพแล้วก็มีโรคเข้ามารุมเร้าทําให้เมื่อไป รับการรักษาที่โรงพยาบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายเปึนจํานวนค่อนข้างมาก แล้วก็อาชีพ เกษตรกรรายได้น้อยทําให้ไม่สามารถที่จะไปรับการรักษาได้

และอีกประเด็นหนึ่งที่เขาน้อยใจก็คือเมื่อประสบอุทกภัยน้ําท่วมหรือว่า ภัยแล้ง ไปขอรับการช่วยเหลือก็ได้รับการปฏิเสธเนื่องจากไม่มีบัตรประชาชน ก็อยากจะ ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยดูแลแก้ไขในประเด็นการขอรับ บัตรประชาชนของประชาชนในหมู่บ้านวังอ้ายจีด ตําบลวังตะเฆ่ อําเภอหนองบัวระเหว ด้วยค่ะท่านประธาน

สําหรับเรื่องที่สองค่ะท่านประธาน ตอนนี้พี่น้องชาวเกษตรกรมาบอกดิฉันว่า การไปขึ้นทะเบียนเพื่อจะเข้าโครงการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่าจะเปึน เรื่องข้าว มันสําปะหลัง หรือว่าข้าวโพด ตอนนี้เขากลัวว่าจะไปขึ้นทะเบียนแล้วไม่ทัน ต่อการเข้าร่วมโครงการ เนื่องจากการขึ้นทะเบียนจะต้องไปขึ้นทะเบียนเกษตรกร และอีกอันหนึ่งก็คือต้องไปขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเฉพาะอย่าง ถ้าปลูกข้าวก็คือ ไปขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าว ซึ่งตอนนี้ทราบว่าเปึนไปได้อย่างค่อนข้างล่าช้าค่ะ พี่น้อง เกษตรกรก็หวั่นวิตกว่าจะทําอย่างไรถ้าป้หน้าปลูกพืชไปแล้วไม่สามารถจะไปเข้าร่วม โครงการประกันราคาได้ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ให้ช่วยดูแลจัดการแก้ไขในปัญหาเรื่องการขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้กับพี่น้อง ชาวเกษตรกรด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสงกรานต์ จิตสุทธิภากร เชิญครับ

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร นครสวรรค์

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมมีเรื่องขอกราบรบกวนท่านประธานอยู่เรื่องเดียวนะครับ เรื่องขอความเปึนธรรม เรื่องที่ลูกบ้านผมคือคุณกันตพล กองแก้ว มีปัญหาเนื่องจากการ คลอดลูกของคุณกันตพล เรื่องก็คือว่าเมื่อประมาณปลายป้ ๒๕๔๘ ครอบครัวของคุณกันตพล ภรรยาของท่านได้ไป คลอดลูกที่โรงพยาบาลแม่และเด็ก แล้วก็ได้ลูกแฝดมา ๒ คนนะครับ ในขณะนั้นก็ดูปกติดี แต่หลังจากเวลาผ่านไปประมาณ ๑ ป้เศษ ประมาณป้ ๒๕๕๐ ก็มาทราบภายหลังว่าแฝด คนหนึ่งจาก ๒ คนนั้นมีพัฒนาการที่ผิดปกติ การเจริญเติบโตช้ากว่า จึงได้มีการพยายาม ไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริง แล้วก็ทราบว่าแฝดคนที่ ๒ ช่วงการเกิดนั้นมีปัญหา เนื่องจาก เด็กขาดออกซิเจนและปอดมีสภาพเปึนปอดแตกนะครับ อันนั้นจึงเปึนปัญหามาจนถึง ปัจจุบันนะครับ ทางครอบครัว ทางคุณพ่อของลูกก็ได้พยายามที่จะดําเนินการติดต่อ เจ้าหน้าที่ฝ์ายราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หลังจากนั้นก็ได้มีการเจรจาไกล่เกลี่ย โดยเจ้าหน้าที่จากหน่วยราชการจากโรงพยาบาล แล้วก็ทางครอบครัวได้มีการไกล่เกลี่ย กันในขั้นต้น จนผลการเจรจาไกล่เกลี่ยนั้นเปึนที่ยุติแล้วตกลงความกันได้ว่าทั้ง ๒ ฝ์ายนั้น จะมีการเซ็นสัญญาเพื่อยุติ โดยทางหน่วยราชการนั้นจะชดเชยให้ส่วนหนึ่ง แต่หลังจาก นั้นทางคุณกันตพลก็พยายามติดต่อเรื่อยมา จนสุดท้ายก็ได้รับแจ้งจากฝ์ายนิติกรของ กรมอนามัยที่ ๘ ว่าไม่สามารถที่จะเจรจาหรือไกล่เกลี่ยได้ ให้ทางคุณกันตพลนั้น ไปฟัองร้องกันเอาเองนะครับ ซึ่งอันนี้เปึนเรื่องที่ทางคุณกันตพลนั้นรู้สึกเสียใจเปึน อย่างมากนะครับว่า เพราะว่าลูกของท่านคนนี้ก็พิการแล้วก็พัฒนาการไม่เหมือนเด็กปกติ ทั่วไป แล้วขณะนี้เรื่องก็ยังอยู่ในศาลอยู่ ฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานส่งเรื่องไปถึง ยังผู้เกี่ยวข้อง คือกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมอนามัยที่ ๘ ช่วยให้ความ เปึนธรรมกับครอบครัวนี้ด้วยนะครับ ผมใช้เวลาเพียงแค่นี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณอนุรักษ์ บุญศล

นางอนุรักษ์ บุญศล แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เรื่องก่อสร้างถนนลาดยางสายโคกสว่าง- หนองแสงน้อย ตําบลทุ่งแก อําเภอเจริญศิลปี จังหวัดสกลนคร ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน จากกํานันวันชัย แพงพา กํานันตําบลเจริญศิลปี แล้วก็พี่น้องประชาชนในตําบลเจริญสิน จํานวนมาก บอกว่าถนนสายดังกล่าวสัญจรไปมา ถนนสายนี้ลําบากมาก แล้วก็กํานัน วันชัย แพงพา ได้ทําหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายครั้งแล้วค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพ หนังสืออยู่กับดิฉันเดี๋ยวจะยื่นหนังสือให้กับท่านประธานต่อไปค่ะ แล้วก็ยังไม่ได้ รับการดูแลเท่าที่ควร ส่วนที่มีปัญหามากที่สุดนั้น ๔ กิโลเมตรค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ก็คือถนนสายโคกสว่าง-หนองแสงน้อย ได้รับความเดือดร้อนมากในช่วงบ้านหนองฮังแหลว หมู่ ๔ ตําบลเจริญศิลปีแล้วก็บ้านหนองแสง หมู่ ๕ ตําบลทุ่งแก อําเภอเจริญศิลปี จังหวัด สกลนครค่ะ เปึนระยะทาง ๔ กิโลเมตรเลยค่ะท่านประธานที่เคารพคะ แล้วก็มีภาพของ พี่น้องประชาชนออกมาร้องเรียนบอกว่า เปึนส่วนหนึ่งของประเทศไทยที่รัฐไม่ใส่ใจดูแล ขอโครงการถนนไร้ฝุ์น ๗๐ ป้ที่รอคอย นานมากเลยคะ ซึ่งก็ต้องบอกว่าท่านกํานันวันชัย แพงพา นั้นก็เปึนกํานันที่ดีมากเลยค่ะ ได้ส่งหนังสือไปที่สํานักงานทางหลวงชนบทแล้วก็ ทางสํานักงานทางหลวงชนบทจังหวัดสกลนคร ก็แจ้งเปึนหนังสือบอกว่าให้ประสาน อบต. ก็ไปสอบถามที่ อบต. อบต. ก็บอกว่าอยู่ที่ อบจ. ไปสอบถามที่ อบจ. ก็บอกว่าอยู่ใน ส่วนดูแลของ อบจ. แต่ไม่ได้รับการดูแลเลยค่ะ และเส้นทางโคกสว่าง-หนองแสงน้อยนี้ มีการเชื่อมต่อหลายตําบลค่ะ คือตําบลทุ่งแก ตําบลเจริญศิลปี ตําบลโคกศิลา อําเภอเจริญศิลปี จังหวัดสกลนครค่ะ และตําบลทรายมูล ตําบลธาตุทอง อําเภอสว่างแดนดิน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ได้ร้องเรียนมาค่ะ ท่าน ประธานที่เคารพคะ พี่น้องรวมตัวกันร้องเรียนรัฐขอให้ขจัดปัญหาเพื่อพัฒนาชุมชน ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณนันทพร วีรกุลสุนทร เชิญ

นางนันทพร วีรกุลสุนทร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางนันทพร วีรกุลสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ เนื่องจากดิฉันได้รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในการสัญจรสะพานลอยบริเวณถนนเส้นพระราม ๒ เขตจอมทอง ในการสัญจร เนื่องจากว่า กทม. มีการคุมเข้มในการข้ามสะพานลอยนะคะท่านประธาน ช่วงนี้ ระยะนี้ เปึนช่วงฤดูฝน สะพานลอยเกือบทุกแห่งของที่ดิฉันไม่มีหลังคาค่ะท่าน เปึนความยากลําบาก ในการสัญจรของพี่น้องประชาชนและอีกทั้งช่วงนี้เปึนทั้งฤดูฝนและฤดูร้อนค่ะ หากท่านประธาน จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลทําหลังคาในพื้นที่สะพานลอยย่อมเกิดแก่ประชาชน นะคะ ดิฉันขอฝากท่านประธานด้วย

อีกเรื่องนะคะท่าน การปรับปรุงภูมิทัศน์บนฟุตบาทถนนเส้นพระราม ๒ เนื่องจากหลังการสิ้นสุดการก่อสร้างถนนพระราม ๒ มานานกว่า ๒๐ ป้ เกิดการชํารุดและ ทรุดโทรมบนฟุตบาท อีกทั้งถนนเส้นนี้เปึนเส้นทางหลักนะคะท่าน จึงอยากให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องมาดูแลและปรับปรุงบริเวณถนนเส้นพระราม ๒ เพื่อให้ประชาชนได้รับความ สะดวกสบายมากขึ้นนะคะท่าน และดิฉันเองก็มีเอกสารอยู่ ๒ ฉบับ ซึ่งเขตจอมทองได้ ส่งไปทางหน่วยงาน และเดี๋ยวจะมอบให้กับทางท่านประธานนะคะ ดิฉันขอขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณนฤมล ธารดํารงค์

นางนฤมล ธารดํารงค์ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางนฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องอยากจะมาหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตอําเภอพระสมุทรเจดีย์นะคะ สืบเนื่องจากถนนสาย ทางหลวงหมายเลข ๓๐๓ ถนนสุขสวัสดิ์ เปึนที่ทราบกันดีว่าเส้นนี้ชื่อถนนสุขสวัสดิ์ เส้นนี้ เปึนเขตถนนยุทธศาสตร์อีกสายหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการของเรานะคะ เนื่องจากว่า ต้นทางจากถนนวงเวียนใหญ่มาจนถึงแยกพระสมุทรเจดีย์มีด้วยกัน ๘ เลนนะคะ พอจาก แยกพระสมุทรเจดีย์เข้าไปถึงกรมอู่ทหารเรือ ปัอมพระจุลจอมเกล้ามันจะเหลือ ๒ เลน เปึนรถวิ่งสวนซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเปึนอย่างมาก เพราะว่า ๑. เขตนี้ เปึนเขตย่านอุตสาหกรรมและเปึนเขตที่มีการตั้งหน่วยราชการเอาไว้หลายหน่วยมาก นะคะ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของกรมอู่ทหารเรือหรือกรมยุทธศาสตร์ของทหารเรือเอง รวมทั้ง มีพิพิธภัณฑ์ทหารเรือที่เกี่ยวกับเรือรบแม่กลองก็มีนะคะ แล้วก็เปึนแหล่งท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ของป์าชายเลน มีความสําคัญมากพอสมควรในเขตของอําเภอพระสมุทรเจดีย์ นะคะ เวลาหน้าน้ํา อย่างเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้เขาเรียกเขตหน้าน้ํา จะมีน้ําขึ้น น้ําลง ตลอด เส้นนี้ก็จะเปึนแหล่งที่น้ําท่วมนะคะ น้ําท่วมทําให้คนที่สัญจรไปมาในเขตเส้นนี้ก็จะ ได้รับความลําบากมาก รถจะติดยาวเหยียดตลอดเวลานะคะ ลูกเด็กเล็กแดง ไม่ว่าจะเปึน นักเรียนหรือเปึนพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตละแวกนี้ก็จะได้รับความเดือดร้อน ไปตาม ๆ กันนะคะ อย่างตอนเช้าจะไปโรงเรียนหรือว่าจะไปทํางาน จะเสียเวลากับรถติด ในบริเวณนี้เปึนอย่างมาก เนื่องจากอย่างที่กราบเรียนกับท่านประธานนะคะว่า ๘ เลน ลดลงเหลือ ๒ เลนบีบกันเปึนรถสวนอีกต่างหากนะคะ ไหนจะสุ่มเสี่ยงกับเรื่องของการเกิด อุบัติเหตุแล้วก็ยังมีปัญหาในเรื่องของการจราจรติดขัดอย่างมากอีกด้วยนะคะ

และอีกประเด็นหนึ่งนะคะ ประการที่ ๒ เส้นนี้อีกเหมือนกันนะคะ ประมาณกิโลเมตรที่ ๒๐ กว่า ๆ เดิมก่อนที่จะมีการขยายถนนเปึน ๘ เลน ก็จะมีที่ พักผู้โดยสารให้นะคะ ตรงนี้เขาเรียกว่า หน้าหมู่บ้านร่มเย็นนิเวศน์ ประชาชนก็ร้องเรียนมาว่าพอมีการขยายถนน เสร็จแล้ว ชาวบ้านก็รอว่าเมื่อไรจะมีที่พักผู้โดยสารรถเมล์มาสร้างกลับคืนให้ประชาชน เหมือนเดิม แต่จนวันนั้นมาถึงวันนี้ก็ผ่านมาหลายป้แล้วก็ยังไม่ได้อีกเลย เพราะว่า ชาวบ้านร้องเรียนมาว่านักเรียน ประชาชนคนผ่านไปผ่านมาในเขตตรงนี้ที่จะต้องรอ รถเมล์ หน้าร้อนก็ร้อนมาก หน้าฝนก็เป้ยกกันตลอดเลย ก็ต้องขอฝากผู้เกี่ยวข้องด้วยนะคะ ช่วยรับเรื่องตรงนี้ไปดําเนินการให้ด้วย ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณปรีชญา ขําเจริญ เชิญครับ

นางสาวปรีชญา ขําเจริญ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปรีชญา ขําเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันอยากจะขอหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรี ใน ๔ เรื่องค่ะ

เรื่องที่ ๑ เนื่องด้วยสถานีอนามัยบ้านขอบอินทอง อําเภอจอมบึง สร้างมา ๒๓ ป้มีลักษณะที่เปึนชั้นเดียว ปัจจุบันมีพี่น้องประชาชนมาใช้บริการจํานวนมาก จึงทําให้ไม่ได้รับความสะดวกรวดเร็วเท่าที่ควร

เรื่องที่ ๒ อ่างเก็บน้ําหุบพ่อเต่า ตําบลแก้มอ้น ไม่สามารถเก็บกักน้ํามาได้ ๔-๕ ป้แล้ว เพราะว่าทาง อบต. ก็ได้ดําเนินการซ่อมแซมเบื้องต้น แต่ก็ไม่สามารถ ทําให้ พี่น้องประชาชนที่จะใช้น้ําอุปโภคบริโภค และน้ําเพื่อใช้การเกษตรได้รับความเดือดร้อน เปึนอย่างมาก

เรื่องที่ ๓ เกี่ยวกับระบบไฟฟัาของตําบลแก้มอ้น ในหมู่ที่ ๘ และหมู่ที่ ๑๑ กระแสไฟฟัายังไม่มีใช้หลายหลัง และในหมู่ที่ ๒ และหมู่ที่ ๔ ตําบลแก้มอ้น กระแสไฟฟัา ตกเปึนประจํา และหมู่ ๙ ตําบลด่านทับตะโก กระแสไฟฟัาตกประจําเหมือนกันค่ะ

และในเรื่องสุดท้าย เรื่องสนามเด็กเล่นของโรงเรียนในพื้นที่ สพฐ. หลายแห่ง มีลักษณะค่อนข้างผุพังเปึนสนิม ซึ่งเปึนอันตรายต่อเด็กเล็กที่ใช้เล่นเปึนอย่างมาก จึงอยากจะขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดําเนินการแก้ไขให้ด้วย เพราะทางโรงเรียน ได้ดําเนินการแก้ไขเบื้องต้นช่วยเหลือตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถสําเร็จลุล่วงได้ จึงอยากจะ ขออนุญาตท่านประธานได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดําเนินการแก้ไขให้ด้วย ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ท่านประธานครับ ผมอยากปรึกษาหารือท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงกระทรวงสาธารณสุข เพราะตอนนี้มี พ.ร.บ. อันหนึ่งที่ทําให้วงการแพทย์ปัืนป์วน นักเรียนที่คิดจะเรียนแพทย์ เขาเลิกคิดที่จะเรียนแพทย์กันหลายคน พ.ร.บ. นี้เขาเรียกว่า พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดี ผู้บริโภค ท่านประธานครับ กฎหมายนี้มันออกมาในสมัย สนช. ๑ เดือนเท่านั้นครับ ท่านประธาน ไม่รู้พิจารณากันอย่างไร ๑ เดือน กฎหมายนี้ทําให้แพทย์ทุกคนท้อถอย ท่านประธานครับ ตอนนี้ต้องยอมรับวงการแพทย์รับหนักไม่ว่าจะโรคติดเชื้อทั้งหลาย ไม่ว่าจะทํางานหนัก แต่มาเจอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คดีผู้บริโภคต่อไปนี้แพทย์ถูกฟัอง โดยปากเปล่าท่านประธาน ไม่พอใจก็ฟัองได้เลย ตอนนี้คดีเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในวงการแพทย์ ท่านประธานมันมี พ.ร.บ. หลายฉบับที่ควบคุม มีแพทยสภาควบคุมจริยธรรม แต่ปรากฏว่า กฎหมายฉบับนี้ท่านประธานครับ ออกมาเหมือนกับรัฐธรรมนูญที่ออกมาเนื่องจาก มีบุคคลบางคนไม่ชอบหมอ ญาติตัวเองถูกโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ก็เลยออกกฎหมายมา เหมือนกับพวกเราโดนนะครับ เหมือนเราถูกออกกฎหมายรัฐธรรมนูญยุบพรรคทําให้ พรรคอ่อนแอ ทําให้ ส.ส. ทําหน้าที่ไม่ได้ ซึ่งท่านประธานจะให้มีการอภิปรายกัน กฎหมายนี้ ก็เช่นเดียวกันครับท่านประธาน ถ้าเราไม่แก้ไข ผมได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขฉบับนี้ให้ยกเว้นเรื่องสาธารณสุขออก จากกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับ ในอดีตแพทย์ถูกฟัองได้ แต่คนที่ฟัองจะต้อง ไปพิสูจน์ว่าแพทย์ผิด แต่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกมาฟัองด้วยปากเปล่าเท่านั้นเองครับ แพทย์จะต้องไปพิสูจน์ว่าตัวเองเปึนคนถูก ท่านประธานครับ ไม่มีแพทย์คนไหนที่อยากให้ มีคอมพลิเคชั่น (Complication) ให้มีโรคแทรกซ้อนเกิดขึ้น ไม่มีแพทย์คนไหนที่อยากให้ คนไข้ถึงแก่ชีวิต แต่ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ทําให้วงการแพทย์สั่นสะเทือน ผมอยากฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขขอทํา อันนี้สักชิ้นหนึ่งได้ไหมครับ เพราะท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โรคเต็มไปหมดเลย เอาเรื่องนี้ให้แพทย์รู้สึกพอใจหน่อยได้ไหมครับ เพราะว่ากฎหมาย ฉบับนี้ถ้าไม่แก้ไขในอนาคตคนที่หัวสมองดี ๆ จะเรียนแพทย์น้อยลงไปทุกครั้งแล้วต่อไป วงการสาธารณสุขก็จะด้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ ฝากท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขเอากฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณขยัน วิพรหมชัย

นายขยัน วิพรหมชัย ลําพูน

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือ ท่านประธาน

เรื่องที่ ๑ อบต. ในเขตพื้นที่จังหวัดลําพูนที่ครบวาระจํานวน ๘ แห่ง ขณะนี้ เรื่องรออยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ขอเร่งรัดกระทรวงมหาดไทยให้อนุมัติการยกฐานะโดย ด่วน

เรื่องที่ ๒ การขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวโพดในอําเภอลี้ และอําเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลําพูน ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งรัดได้สร้างความเข้าใจให้กับชาวบ้าน เพราะขณะนี้ยังมีชาวบ้านที่ยังไม่เข้าใจเรื่องของการขึ้นทะเบียน

เรื่องที่ ๓ อารามป์าตันเจริญ ตําบลเหมืองจี้ อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน ขอยกฐานะเปึนวัด

เรื่องที่ ๔ พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ ตําบลอุโมงค์ อําเภอเมือง จังหวัดลําพูน ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องเอกสารสิทธิ ในเขตพื้นที่ลําน้ําป่งห่าง ในหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๗ และหมู่ที่ ๙ อยู่มาเปึนระยะเวลานาน ขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ

เรื่องที่ ๕ ลูกจ้างประจําและลูกจ้างชั่วคราวในโรงพยาบาลประจําจังหวัด และโรงพยาบาลศูนย์ ไม่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษจากกระทรวงสาธารณสุข ทั้ง ๆ ที่เขา เหล่านั้นทํางานหนักและเสี่ยง จึงอยากจะขอให้กระทรวงสาธารณสุขได้ทบทวน

เรื่องที่ ๖ ขอกรมทางหลวงได้ดําเนินการปรับปรุงซ่อมแซมในพื้นที่ ย่านชุมชนดังต่อไปนี้

๑. หน้าตลาดจตุจักร ตําบลเวียงยอง

๒. หน้าตลาดท่าป์าเปา ตําบลมะเขือแจ้

๓. หน้าตลาดอุ้ยจุ่ม ตําบลบ้านธิ

๔. หน้าตลาดเหล่าแมว อําเภอเวียงหนองล่อง

๕. หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาอําเภอแม่ทา

เรื่องสุดท้าย ชาวบ้านหมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๑๔ ตําบลวังดิน อําเภอลี้ จังหวัด ลําพูนได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นน้ําเน่าเสีย โรงงานผลิตสุรา กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณนิยม ช่างพินิจ

นายนิยม ช่างพินิจ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย สิ่งที่ผม อยากจะหารือมีอยู่ ๓ เรื่องด้วยกันครับ คือ

เรื่องแรก คือโครงการชุมชนพอเพียงครับ งบประมาณป้ ๒๕๕๒ โดยเฉพาะ ในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้งบประมาณเลย ก็ได้เลือกพี่น้องผู้นําท้องที่ ผู้นําท้องถิ่น ได้ร้องเรียน หรือโครงการเอสพี (SP) ที่พี่น้องเข้าใจว่าโครงการเอสเอ็มแอล (SML) โดยเฉพาะ ป้ ๒๕๕๒ ยังไม่ได้รับ ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ช่วยผลักดันไปด้วยครับ

เรื่องที่สอง คือโครงการประกันราคาข้าว สิ่งที่นโยบายรัฐบาลว่าจะประกัน ราคาข้าวให้กับพี่น้อง ๒๐ ตัน ตอนนี้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะในเขตพื้นที่ จังหวัดพิษณุโลกก็เรียกร้อง เพราะว่าจํานวนมันน้อยไป ก็ขอให้รัฐบาลช่วยขยายวงเงิน ในการประกันราคาข้าวจาก ๒๐ ตันขึ้นไป ๓๐ ตันหรือ ๔๐ ตันอย่างนี้ตามความเหมาะสม หรือข้อเท็จจริงของพี่น้องประชาชนที่ประกอบอาชีพทําจริง และ

เรื่องที่สาม ผมเคยหารือกับท่านประธานไป ๒ ครั้งแล้ว คือการขยาย ช่องจราจร คือว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในเขตจากถนนหมายเลข ๑๐๖๕ จากตัวอําเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลกไปเขตในพื้นที่อําเภอบางระกํา บางส่วนก็ขยายไป บ้างแล้วเปึน ๔ เลน ตอนนี้ยังไม่สิ้นสุดไปกว่าจะถึงตัวอําเภอนี้ อยากให้ทางกระทรวง คมนาคมที่เกี่ยวข้องช่วยผลักดัน ขยายจาก ๒ ช่องจราจรเปึน ๔ ช่องจราจร และอีกเส้นหนึ่งคือถนนสายจากตัวเมืองจังหวัดพิษณุโลกไปในเขตพื้นที่ของอําเภอ พรหมพิรามไปเชื่อมอําเภอเมือง ก็คือถนนหมายเลข ๑๒๗๕ คือถนนเส้นนี้อุบัติเหตุ เกิดบ่อยขึ้น ๆ โดยเฉพาะในขณะที่ฝนตก เพราะถนนแคบ และก็อยากจะฝากช่วยขยาย จาก ๒ ช่องจราจรเปึน ๔ ช่องจราจร ก็ ๓ เรื่องด้วยกัน

และเรื่องที่จะฝากอีกประเด็นหนึ่งก็ถือว่าเปึนเรื่องสําคัญสําหรับในการ ที่เราจะช่วยกันพัฒนาประเทศชาติ จะนําไปสู่ถึงความยั่งยืนได้นั้น ตอนนี้ปัญหา เรื่องยาเสพติดซึ่งระบาดเต็มไปหมด โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ ผมเชื่อได้ว่าทุกภูมิภาค แทบจะทุกจังหวัด วันนี้รู้สึกว่าเต็มไปหมด การจะซื้อยาเสพติดก็ซื้อแทบจะง่าย เพราะฉะนั้นฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับให้ช่วยกวดขันหน่อย เพราะว่าเปึนสิ่งที่สําคัญ ที่จะเปึนตัวบั่นทอนในการพัฒนาประเทศชาติ โดยเฉพาะเยาวชนที่กําลังจะเติบโตขึ้นมานี้ ถ้าไปติดยาเสพติดถือว่าเปึนอันตราย ทั้ง ๓ เรื่อง ๔ เรื่องนี้ผมต้องฝากท่านประธานไปถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบพระคุณมากครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณรังสิมา รอดรัศมี

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะคะ

เรื่องที่ ๑ คือยกฐานะ อบต. เปึนเทศบาลต่อจากท่านขยันนะคะ มี อบต. บางยี่รง กับ อบต. บางกระบือ อําเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องการขุดลอกคูคลองของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม คือว่าคลองที่ดิฉันต้องการให้ขุดเขาไม่ไปขุด คลองที่เราไม่อยากให้ขุด ก็ขุดอยู่นั่นละ ขุดซ้ํา ๆ ซาก ๆ แล้วเวลาขุดก็ขุดแบบไม่ได้ขุดดินก้อนแข็ง ขุดแต่เปึนเลน ๆ ข้างหน้า แล้วพอเวลานั่นเสร็จก็เอาไปแปะไว้ข้างคลอง แล้วก็ถ้าเกิดว่าพื้นที่ไหน ที่ไม่ตัดต้นไม้ให้ ไม่สามารถเอาดินขึ้นให้ได้ก็จะไม่ขุดเลย แล้วใครจ่ายใต้โต๊ะก็จะขุด แต่ตรงนั้นละ คือขุดไปถมดินให้กับคนที่จ่ายใต้โต๊ะเพื่อที่จะเอาดินในคลอง ไปถมที่ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากกราบเรียนท่านนะคะว่าดิฉันเปึน ส.ส. มา ๓ สมัยแล้ว บอกให้ไปขุดคลองหลังวัดปัอมแก้ว ซึ่งเปึนคลองที่น้ําเน่า ตื้นเขิน แล้วก็ เปึนที่ที่ประชาชนจะใช้สัญจร ไม่ขุดสักที พออ้างทีไรก็บอกว่ายังไม่ได้ออกแบบ ก็ออกแบบ เฉพาะที่มันขุดไปแล้ว มันจะได้ได้กําไรเยอะ ๆ มันไม่ได้แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเลย น้ําก็ยังเน่าอยู่อย่างนั้น เพราะฉะนั้นกระทรวงนะคะกรุณาฟังดิฉันมานี่ ๓ สมัยแล้ว ก็บอก ว่าไม่มีแบบ จะของบเอสพี ๒ (SP2) ก็บอกไม่มีแบบ และมันก็ไม่มีแบบอยู่ทั้งป้ เพราะฉะนั้นท่านรัฐมนตรีที่ฟังดิฉันนะคะ ท่านช่วยสั่งลูกน้องท่านหน่อยว่าให้ช่วยไป ออกแบบคลองหลังวัดปัอมแก้วแล้วก็คลองในสมุทรสงครามมันมีร่วม ๔๐๐ คลอง กรุณา ขุดให้มันตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน แล้วก็การท่องเที่ยวทางน้ําที่ สมุทรสงคราม ท่องเที่ยวทางเรืออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมต้องใช้คลองมาก เพราะฉะนั้นขุดก็ขุด ให้เปึนระบบ คือให้มันสามารถที่จะสัญจรไปตามตลาดน้ําต่าง ๆ ตลาดน้ําอัมพวา ตลาดน้ําท่าคา ตลาดน้ําบางนกแขวก ตลาดน้ําบางน้อยให้มันเชื่อมโยงกัน จะได้ ได้ประโยชน์

ข้อที่ ๓ คือถนนเส้นบ้านปรก บ้านดาวโด่ง ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้ทํา เรื่องขอมาที่อธิบดีกรมการปกครอง แต่ว่าอธิบดีกรมการปกครองอนุมัติแล้ว พอไปที่ มท. ๑ มท. ๑ ไม่อนุมัติประชาชนเดือดร้อนมาก ๗,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาทเอง ก็ไม่ให้ค่ะ เพราะฉะนั้นท่านประธานช่วยทําหนังสือ แล้วอีกอย่างพรรคเดียวกันท่านช่วยหน่อยนะคะ ช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทําไมไม่ไปหาเอง

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมุทรสงคราม

ท่านประธานคะ ดิฉันไปหา หลายหนแล้วค่ะ ไม่ใช่ไม่ไปหานะคะ แต่ว่าไม่ได้รับการอนุมัติค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ดีแล้วที่เขาไม่อนุมัติ ต่อไปคุณสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ไม่อยู่นะครับ คุณอํานวย คลังผา เชิญครับ

นายอํานวย คลังผา ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขอหารือเรื่องที่ดินทํากินในจังหวัดลพบุรีนะครับ ซึ่งนโยบายของรัฐบาลได้ดําเนินการ หลายจังหวัดแล้ว เรื่องที่ดินทํากิน เพราะฉะนั้นอยากจะถามทางประธานถึงรัฐบาลว่า จังหวัดลพบุรีทั้ง ๑๑ อําเภอ ซึ่งเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทํากิน ในที่ดินของราชพัสดุก็ดี ที่สาธารณะก็ดี ที่ทางรัฐบาลจะจัดไปให้จะดําเนินการเมื่อใด ขอถามผ่านท่านประธาน ถึงรัฐบาลนะครับเรื่องที่ดินทํากิน

เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาการว่างงาน นโยบายซึ่งรัฐบาลประกาศว่าจะให้ ปัญหาการว่างแรงงาน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ก็อยากจะให้เร่งดําเนินการในส่วนนี้ ในขณะนี้ ปัญหาการว่างงานโดยเฉพาะบริษัทห้างร้านต่าง ๆ ได้พักพนักงานหรือลดพนักงานลง จํานวนมาก ก็อยากจะให้รัฐบาลได้เร่งดําเนินการในส่วนนี้

เรื่องที่ ๓ เรื่องสินค้าราคาแพง ท่านประธานครับ ซึ่งในขณะนี้ต้องยอมรับ นะครับว่า ปัญหาสินค้าราคาแพงสืบเนื่องจากปัญหาน้ํามันราคาแพง เกษตรกรเดือดร้อน มากในขณะนี้ สินค้าทุกอย่างไม่ว่าของใช้ ของใช้นี่แพงหมดทุกอย่าง เพราะฉะนั้น เกษตรกรเดือดร้อน และพืชผลเกษตรตกต่ํา ก็อยากจะให้ทางประธานถึงรัฐบาล ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะวันนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มา ก็อยากให้ท่าน ได้รับทราบนะครับว่า ในขณะนี้ปัญหาสินค้าทุกอย่างแพงมาก ไม่ว่าไข่ ไม่ว่าแฟ็บ สบู่ หรือยาสีฟันต่าง ๆ มันแพงมาก ณ ขณะนี้ และเรื่องพืชผลเกษตรตกต่ํามันไม่สอดคล้องกัน ก็อยากจะให้ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เร่ง ดําเนินการในส่วนนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณไมตรี สอยเหลือง ครับ

นายไมตรี สอยเหลือง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายไมตรี สอยเหลือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้รับโทรศัพท์ทางไกลจากอําเภอสัตหีบจากกลุ่มนักเรียนชั้น ม. ปลาย โรงเรียนสิงห์สมุทร อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จับใจความได้ว่าเปึนผู้ที่สนใจการบ้าน การเมือง สนใจการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในระบบรัฐสภา เมื่อมีการถ่ายทอด การอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ให้ความสนใจและทํากิจกรรมกันเปึนส่วนใหญ่ เรื่องที่ได้คุยกันทางโทรศัพท์คือเรื่องที่นางสาวพีรกานต์ ศรีสุด นักเรียนชั้น ม. ปลาย โรงเรียนสิงห์สมุทร ได้ถามผมมาว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น บางครั้งก็เห็นว่า มีการพูดจาของสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร โดยที่ท่านประธานสภายังไม่ได้อนุญาตให้พูด สมาชิกในสภาก็ลุกขึ้นยืนพูดกันเองโดยพลการ ซึ่งนักเรียนชั้น ม. ปลาย โรงเรียนสิงห์สมุทร ได้ พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๒๒ ซึ่งกล่าวไว้ว่า ผู้ใดประสงค์จะกล่าวถ้อยคําต่อที่ประชุมให้ยกมือ ขึ้นพ้นศีรษะ เมื่อประธานอนุญาตแล้วจึงยืนขึ้นกล่าวได้ และต้องเปึนการกล่าวกับ ท่านประธานเท่านั้น นักเรียนกลุ่มนี้ได้สอบถามผมมา แล้วก็ให้ปรึกษากับท่านประธานว่า ยังมีบางท่านซึ่งเปึนสมาชิกผู้อาวุโสมักจะยืนขึ้นพูดโดยที่ท่านประธานยังไม่ได้อนุญาต จึงให้ผมมาหารือท่านประธานว่า ท่านประธานจะบังคับหรือมีวิธีการใดที่จะแจ้งให้ สมาชิกในสภาผู้แทนราษฎร ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๕๒ ด้วย ขอหารือท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณ ผมก็จะตอบไป เลยครับ พระแก่พรรษาโดยมากไม่กลัวอาบัติครับ ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร ต่อไปคุณสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมมีเรื่องขอหารือ ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องเกี่ยวกับการได้รับแจ้งหนี้บัตรเครดิต (Credit) โดยที่ผู้นั้น ไม่เคยทําบัตรเครดิตมาก่อน ตามที่ผมได้ไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่อําเภอแก้งคร้อ จังหวัด ชัยภูมิ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้รับคําร้องจากนายชนะ สาลี ราษฎรบ้านก่าน หมู่ที่ ๑๕ ตําบลหนองสังข์ อําเภอแก้งคร้อ ว่าได้รับจดหมายแจ้งหนี้การติดค้างชําระบัตรเครดิตจาก สํานักทนายความ สํานักกฎหมายแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับมอบอํานาจจากธนาคารว่า นายชนะ สาลี ติดหนี้ ค้างหนี้ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ให้ไปดําเนินการตกลงวิธีการชําระหนี้โดยเร็ว ผมได้ สอบถามและดูท่าทางนายชนะ สาลี และภรรยาไม่น่าจะเปึนคนที่ต้องใช้บัตรเครดิต เพราะเปึนชาวบ้านธรรมดา สอบถามแล้วไม่มีบัตรเครดิต ไม่เคยทําบัตรเครดิต แต่บัตรประชาชนหายเมื่อ ๑ ป้ที่แล้ว ผมก็แนะนําให้ไปแจ้งความไว้เปึนหลักฐานเพื่อจะ นําใบแจ้งความแจ้งให้สํานักกฎหมายทราบ ที่ผมปรึกษาหารือนั้นก็ด้วยวัตถุประสงค์ ต้องการให้ทางกระทรวงการคลังได้หามาตรการต่าง ๆ เพื่อที่จะทําให้การทําบัตรเครดิต รัดกุมขึ้น และเพื่อที่จะให้ทางฝ์ายปกครองได้เข้าไปให้คําแนะนําและเปึนกําลังใจให้กับ บุคคลลักษณะเช่นนี้ ซึ่งผมเชื่อว่าในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันคงไม่ใช่นายชนะ สาลี คนเดียว น่าจะมีคนอื่นด้วย นี่คือเรื่องที่ ๑

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากพี่น้องประชาชนชาวอีสาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ จังหวัดชัยภูมิได้เดินทางไปเก็บผลไม้ที่ประเทศสวีเดนในหลาย ๆ ป้ที่ผ่านก็จะมีเงินเหลือ กลับมาคนละแสนบาท สองแสนบาทก็ถือว่าเดินทางไป ๓-๔ เดือน ได้เงินกลับมามาก พอสมควร มาสร้างบ้าน มาใช้หนี้ แต่ป้นี้ท่านประธานที่เคารพ พี่น้องชาวอําเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมินับพันคน เดินทางตามที่เคยไปทุกป้ แต่ป้นี้เสียค่าใช้จ่ายรายหัวแพงขึ้น ประมาณคนละ ๗๐,๐๐๐ บาท จากของเดิม ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท เพิ่มขึ้นมาป้นี้ ๗๐,๐๐๐ บาท แต่แทนที่จะไปทํางานได้เหมือนทุกป้ ปรากฏว่าป้นี้ที่ประเทศสวีเดนผลไม้ ที่เคยไปเก็บผลไม้ป์า ไม่มีครับ มีน้อยมาก ไปทํางานเปึนเดือน บางคนแทบจะไม่ได้ผลไม้ ตอนนี้ต้องเดินทางกลับผมได้ประสานกับกระทรวงแรงงานแล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

หมดเวลาครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ก็ขออนุญาตนิดเดียวครับว่าขอฝาก กระทรวงแรงงานว่า ส่วนหนึ่งเดินทางกลับมาแล้ว อีกส่วนหนึ่งกําลังจะเดินทางกลับ ขอให้กระทรวงแรงงานได้ให้ความช่วยเหลือในการเจรจาค่าหัวที่แพงขึ้น แล้วก็ มีเงินกองทุนส่วนใดที่พอจะช่วยเหลือผู้เดินทางไปกลุ่มนี้ให้ได้รับความช่วยเหลือครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กระผมขอความกรุณา ขอเลื่อนท่านที่ได้เสนอแล้วทั้งหมด ๒๑ ท่านนะครับ มีรายนามดังต่อไปนี้ไปคราวหน้าโน้น นะครับ มีคุณพจนารถ คุณอรรถพร คุณรัชดา คุณทวีวัฒน์ คุณพุฒิพงศ์ คุณอภิชาต คุณนริศ คุณวุฒิพงศ์ คุณบรรพต คุณสุขวิชชาญ คุณไพจิต ศรีวรขาน คุณสัมพันธ์ คุณชมภู คุณมัลลิกา คุณอํานวย คุณวิรัตน์ คุณสถาพร คุณวัชระ คุณประสิทธิ์ วุฒินันชัย นาวาตรี สุธรรม แล้วก็คุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ครับ ขอเลื่อนไปคราวหน้าโน้น นะครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต นิดหนึ่ง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วครับ เวลาผมให้ เลยมาตั้งชั่วโมงกว่าครับ ก็ต่อไปเปึนกระทู้ถามขณะนี้นะครับ

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

ท่านประธานครับ ผม นิยม วรปัญญา ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้ว คุณนิยม พอแล้วครับ ผมขอเข้าระเบียบวาระเลยครับ

นายนิยม วรปัญญา ลพบุรี

ท่านประธานครับ ของผมท่านยังไม่ได้ ประกาศ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมบอกว่าพอก่อน คุณก็ พูดทุกวัน ๆ ก่อนเขา ให้เขาทุกที คุณจะเลื่อนอะไรล่ะ คุณยังไม่ได้ส่งชื่อเลย ยังไม่มีชื่อมา ผมอ่านมี ๒๑ ท่าน ขอความกรุณาท่านนั่งลง นั่งลงเถอะครับ ขอบคุณครับ กระผมขอดําเนินการตามระเบียบ ตอนนี้มีผู้เข้าเซ็นชื่อ ทั้งหมด ๒๓๙ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ กระผมขอดําเนินการประชุมตามระเบียบ วาระดังต่อไปนี้

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม

๑.๑ กระทู้ถามทั่วไป

๑.๑.๑ กระทู้ถาม เรื่อง การดําเนินการของการเคหะแห่งชาติในโครงการ ที่อยู่อาศัยสําหรับผู้มีรายได้น้อย ถามโดยคุณวิชาญ มีนชัยนันท์ ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรียนเจ้าของกระทู้ขณะนี้ท่าน มาแล้วนะครับ ท่านรัฐมนตรี ท่านไม่ได้เลื่อน ท่านทํามาเลื่อน แต่ท่านสู้อุตส่าห์มาตอบ คุณวิชาญ

เชิญครับเจ้าของกระทู้

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณนะครับ ที่ท่านรัฐมนตรีเองได้เลื่อนกระทู้ ๒ ครั้ง แต่วันนี้ท่านได้กรุณามา ตอบกระทู้ถาม ซึ่งถือว่าท่านเองไม่ได้มอบหมายให้ใคร ดังนั้นท่านเองคงแสดง ความสําคัญในการตอบกระทู้ในเรื่องดังกล่าว สืบเนื่องจากปัญหาในเรื่องของผู้ที่อยู่อาศัย ในส่วนของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ที่จะต้องดูแลพี่น้องประชาชนในปัญหาเกี่ยวกับ ผู้ที่มีรายได้น้อย และโดยเฉพาะในส่วนของโครงการที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์เปึนผู้กํากับการดูแล นอกเหนือจากการทําที่อยู่อาศัยให้กับ พี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยแล้ว ยังต้องดูแลพี่น้องประชาชนที่มีกลุ่มอาชีพต่าง ๆ และ รวมถึงพี่น้องประชาชนเองที่มีปัญหาทางด้านสังคม เรียกว่ารวมเบ็ดเสร็จอยู่ในกระทรวง แห่งนี้ ดังนั้นจึงเกิดปัญหาขึ้นมาว่าขณะนี้นั้นได้มีการดําเนินการในเรื่องของการจัดเตรียม โครงการต่าง ๆ เพื่อที่จะรองรับผู้ที่มีรายได้น้อย และประกอบกับในเรื่องของปัญหาของ สังคม ซึ่งถือว่าเปึนปัญหาหลักและสําคัญของประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องดังกล่าวนั้น ในรัฐบาลชุดท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ได้กําหนดโครงการขึ้นมา คือเปึนโครงการหนึ่งในหลายโครงการนะครับ โครงการดังกล่าวซึ่งเปึนที่ให้กับ พี่น้องประชาชนคือโครงการเอื้ออาทรในป้ ๒๕๔๖ โครงการนี้นะครับ ได้มีการดําเนินการ โดยจัดที่อยู่อาศัยให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย โดยเฉพาะได้คํานึงถึงว่ากลุ่มคนที่มีรายได้น้อย นั้น อยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถที่จะมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยซึ่งเปึนปัจจัยหลัก และเปึนปัจจัย สําคัญ ต้องอาศัยการเช่าบ้านที่อยู่อาศัย หรือการบุกรุกที่ดินตามที่ดินสาธารณะ หรือบุกรุกที่ดินของบุคคลอื่น ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องของการดําเนินการเรื่องการ จัดระเบียบของสังคม และยิ่งเกิดปัญหาเมื่อคนเหล่านี้ไม่มีที่อยู่อาศัยแล้วนะครับ ปัญหา ในเรื่องของคุณภาพชีวิตก็ย่อมตามมา การอยู่ชุมนุมของคนกลุ่มต่าง ๆ ที่ไม่สามารถที่จะ เลือกที่อยู่อาศัยได้ด้วยตัวเอง เพราะมีรายได้น้อยนั้น ทําให้สภาพสังคมโดยเฉพาะ ในส่วนของครัวเรือนต่าง ๆ เปึนเรื่องที่น่าลําบาก เพราะบางจุดบางชุมชนนั้นไม่มีทั้งน้ํา ทั้งไฟต้องหาต่อจากผู้ที่สามารถที่จะให้บริการได้ หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการบุกรุกที่ดิน ในส่วนของที่ดินสาธารณะตามคูคลองต่าง ๆ ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องปกติของเขตพื้นที่ที่เจริญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะเห็นว่าคนที่บุกรุกริมคลองนั้นถือว่า กรุงเทพมหานครเองนั้นจะว่าปล่อยปละละเลย หรือไม่ให้ความสําคัญ สนใจก็พูดได้ เพราะว่ามีจํานวนตัวเลขสูงขึ้นมาโดยตลอด แล้วไม่มีจํานวนที่จะมีโครงการที่จะลด กลุ่มคนเหล่านี้ให้ลดจํานวนน้อยลง แต่กลับมองว่าจะส่งเสริมหรือสนับสนุนให้คุณภาพ ชีวิตกับคนเหล่านี้ได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่เปึนผู้ที่บุกรุกลําคลองอยู่ และสร้างปัญหาครับ โดยเฉพาะวันนี้ปัญหาเรื่องน้ําท่วมขัง การระบายน้ํา จะมีการขุดหรือดูแลสภาพคูคลองนั้น ก็ยิ่งยากลําบาก เนื่องจากว่ากลุ่มคนเหล่านี้นั้นไปกีดขวางทางน้ํา และลําบากยิ่งขึ้นเมื่อมี เงินงบประมาณที่จะลงไปขุดลอกคูคลอง ก็ยิ่งทําให้เกิดปัญหาตามมา โครงการต่าง ๆ ที่การเคหะแห่งชาติได้จัดสรรเงินงบประมาณลงไปเปึนจํานวนมาก แล้วก็มียอดผู้ที่มีความ สนใจอยู่เปึนจํานวนมาก ดังนั้นการที่จะให้รัฐสามารถที่จะจัดโครงการต่าง ๆ ตามเปัา วัตถุประสงค์นั้นเปึนเรื่องยากลําบาก และยิ่งมีการพิจารณาในหลายด้าน หลายประการ ถึงจุดที่เรียกว่า จุดคุ้มทุนที่การเคหะแห่งชาตินั้นเปึนหน่วยงานของรัฐก็จริงครับ ที่มีหน้าที่ ภารกิจที่จะต้องจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับผู้ที่มีรายได้น้อย โดยถือหลักเกณฑ์ว่าใครที่มีรายได้ น้อยต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ก็จะได้ที่อยู่อาศัยในส่วนของบ้านที่เรียกว่า บ้านเอื้ออาทร ส่วนคนที่มีรายได้ต่ําแล้วยังไปบุกรุกที่สาธารณะ ที่ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อหลังต่อครัวเรือนนั้น ทางการเคหะแห่งชาติก็จะจัดบ้านมั่นคงให้อยู่อาศัย และรวมถึง ในส่วนของเคหะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน บางครั้งก็มีคนจํานวนมาก มาอยู่อาศัย แต่ก็ไม่ได้มีการจัดระเบียบทางด้านกายภาพ ปล่อยปละละเลยให้มีการ ขายของในบริเวณบาทวิถี รวมถึงบางครั้งเองได้มีการสร้างตลาดขึ้นมา แต่ก็ไม่มีการ จัดระเบียบ คือปล่อยปละละเลยจนกระทั่งตลาดที่จัดสร้างขึ้นมานั้นเปึนที่ส่วนของการ บุกรุกของพ่อค้าแม่ค้าในอดีตจนถึงวันนี้และปัจจุบัน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอความกรุณาครับ เวลาไปแล้ว ๑๒ นาที

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมกําลัง ที่จะอธิบายความในการที่จะถาม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอความกรุณา เพราะว่า วันนี้ตั้ง ๔ กระทู้ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

เข้าใจครับท่านประธาน ผมเองคงขออนุญาตที่จะต้องเท้าความตรงนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจน เพราะท่านรัฐมนตรี เองนั้นให้ความสําคัญกับกระทู้ดังกล่าว แล้วบางครั้งท่านรัฐมนตรีเองก็ไม่ทราบ เพราะท่านเองเปึน ส.ส. ในเขตต่างจังหวัด ผมจึงชี้ประเด็นปัญหา สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ก็เปึน ภาระที่คนอยู่อาศัยเอง กับคนที่เข้าไปทํามาหากิน รวมถึงภาระที่ทางกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะต้องลงไปดูแล บ้านเอื้ออาทรเปึนโครงการหนึ่ง แล้วก็มีการเช็ก (Check) สํารวจตัวเลขของคนที่มีความจําเปึนเรื่องที่อยู่อาศัย และความเดือดร้อน จํานวนทั้งสิ้นที่จะต้องมีการขอ ๓๐๐,๕๐๔ หน่วย แต่ปัจจุบันนี้ได้มี การอนุมัติในเรื่องของโครงการไปแล้วทั้งหมดโดยประมาณ ๒๑๐,๐๐๐ หน่วย ที่เหลืออยู่ ที่จะต้องดําเนินการก่อสร้างแล้วให้คนเข้าไปอยู่ ตอนนี้ขายไปอยู่ ๒๑๐,๐๐๐ หน่วย เหลืออยู่อีกประมาณ ๗๐,๐๐๐ หน่วย ใน ๗๐,๐๐๐ หน่วย เปึนหน่วยที่บอกว่าก่อสร้าง แล้วยังไม่เสร็จ และจําเปึนที่จะต้องดูแลต่อไป แต่สิ่งหนึ่ง ณ วันนี้ยังมีผู้ที่ต้องการที่จะหา ที่อยู่อาศัยอีกประมาณ ๒๘๑,๕๕๑ หน่วย ซึ่งผมคิดว่าในเรื่องดังกล่าวนั้น เรื่องตัวเลข เรื่องของการหาสถานที่ และเรื่องของการสนับสนุนสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการให้ครบ ไม่ว่า กลุ่มคนที่จะไปอยู่อาศัยในที่ใด สร้างปัญหาให้กับชุมชนสังคม เพราะว่ามีจํานวนมาก เข้าไปอยู่อาศัยในสถานที่ต่าง ๆ ในเขตพื้นที่ และบางโครงการก็อยู่ห่างไกลจาก การเดินทาง และรวมถึงบางส่วนนั้นก็เกิดปัญหาว่าเข้าไปอยู่อาศัยเปึนจํานวนมาก ๆ แล้ว ที่ดินของ การเคหะแห่งชาติจะจัดสรรอย่างไร เห็นบอกว่าเปึนที่ว่างแล้วบอกว่าจะใช้ในเรื่องของ โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็กหรือเอาไปทําเรื่องชุมชน แต่ท้ายที่สุดก็เกิดปัญหาว่าพอมีคน ต้องการมากก็เอาที่ดินดังกล่าวเอาไปจัดสรร แล้วเอาไปทําผลประโยชน์ต่อในส่วนของ หน่วยงานของท่านเอง ดังนั้นจึงมีปัญหาว่าบางกลุ่ม บางที่ ไปอยู่ติดกับวัด วัดก็มีรายได้น้อย พอคนเข้ามาอยู่มาก ๆ ต้องมีการใช้วัดเปึนสถานที่ในการทําในเรื่องกิจของศาสนา ทางการเคหะแห่งชาติก็ลืมดู ลืมนึกไปนะครับ รวมถึงปล่อยปละละเลยบางสถานที่นั้น ทิ้งที่ต่าง ๆ ไว้นานจนกระทั่งลืมพัฒนาในส่วนของการอยู่อาศัยให้เกิดคุณประโยชน์ ตามวัตถุประสงค์ที่บอกว่าจะต้องมีการพัฒนาที่อยู่อาศัย รวมถึงชุมชนต่าง ๆ และ พี่น้องประชาชนที่ได้เข้ามาอยู่ในการเคหะแห่งชาติ ผมจึงมีคําถามแล้วก็ปัญหาว่า ในคําถามแรกที่จะต้องเรียนถามว่ารัฐบาลมีหลักเกณฑ์ในการจัดทําโครงการเตรียมการที่ อยู่อาศัย สําหรับผู้มีรายได้น้อยอย่างไร เปึนคําถามแรกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีตอบ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอใช้เวลานี้ตอบข้อซักถามของท่านผู้มีเกียรติซึ่งเปึนเจ้าของกระทู้ ก่อนอื่นขอกราบเรียน ว่าใน ๒ ครั้งที่ผ่านมา เหตุที่มีการเลื่อนการตอบกระทู้ของท่าน เนื่องจากว่าผมมีภารกิจ ราชการเดินทางไปต่างประเทศ ตามเสด็จเจ้าฟัาหญิงอุบลรัตน์ไปราชการที่ประเทศ สหรัฐอเมริกา เนื่องจากว่ากระทรวงผมนั้นได้ดูแลรับผิดชอบเรื่องโครงการมิราเคิล ออฟ ไลฟี (Miracle of Life) จะต้องไปทูลถวายรายงานที่สถาบันเอ็มไอที (MIT) ซึ่งมันตรงกับ เวลาประชุมพอดีนะครับ จึงได้ทําเรื่องขอเลื่อนการประชุมมาในวันนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ อยากจะกราบเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ผู้เปึน เจ้าของกระทู้ว่า ผมต้องขอขอบคุณท่านเปึนอย่างยิ่งที่ท่านให้ความสนใจ ดูแลความ เปึนอยู่ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย แล้วก็ที่น่าสนใจอย่างยิ่งที่ท่านให้ ความสนใจเปึนพิเศษ ก็คือเรื่องที่อยู่อาศัย ต้องยอมรับว่าที่อยู่อาศัยนั้นเปึนปัจจัยหลัก สําคัญสําหรับชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะประชาชนผู้มีรายได้น้อย โอกาสที่จะเลือกเรื่อง ที่อยู่อาศัยนั้นก็ค่อนข้างจะเปึนไปด้วยความลําบาก อยากจะกราบเรียนว่าการเคหะ แห่งชาตินั้น ตั้งขึ้นมาก็เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย ภารกิจหลักเหล่านี้ถือว่าเปึนหน้าที่ของการเคหะแห่งชาติและดําเนินการอย่างต่อเนื่องมา ลักษณะเช่นนี้เปึนเวลา ๓๐ กว่าป้แล้วนะครับจนถึงขณะนี้ เรื่องที่ท่านสนใจถามว่าในการ ทําเรื่องบ้านพักที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยท่านเน้นไปเรื่องโครงการ หมู่บ้านเอื้ออาทร อยากจะกราบเรียนว่าที่จริงแล้ว โครงการบ้านเอื้ออาทรนั้นก็ถือว่าเปึน โครงการที่ทําประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อยเปึนอย่างมากนะครับ แต่เพราะเห็นว่ามีเวลาจํากัดในการดําเนินการ ประกอบกับจํานวนหน่วยที่รับจองจาก พี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อยค่อนข้างจะมากนะครับ ผมมีตัวเลขว่ามีทั้งหมดผู้มาเข้าชื่อ จองหมู่บ้านเอื้ออาทรทั้งหมดจํานวน ๖๐๐,๐๐๐ กว่าราย แล้วก็มีเวลาดําเนินการก่อสร้าง เพียงแค่ ๕ ป้ ด้วยเวลาจํากัด การรีบเร่งในการดําเนินงาน จึงมีข้อผิดพลาดค่อนข้างจะ มากนะครับ และในที่สุดก็ทําให้โครงการนี้ไม่สามารถดําเนินงานได้ตามเปัาหมาย จึงได้ ลดจํานวนหน่วยทําการก่อสร้างจาก ๖๐๐,๐๐๐ หน่วย มาเหลือที่จะได้รับดําเนินการ ก่อสร้างจริง ๆ เวลานี้นะครับ ๒๘๑,๕๕๖ หน่วยนะครับ จํานวน ๒๘๑,๕๕๖ หน่วยนั้นดําเนินการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยส่งมอบอาคารให้กับ ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ผู้มาจองแล้วมีทั้งหมด ๒๑๑,๐๐๐ กว่าราย ยังเหลืออยู่อีก ๗๐,๐๐๐ กว่าหน่วย จํานวน ๗๐,๐๐๐ กว่าหน่วยนี้ ผมขอเรียนให้ทราบว่าเรายัง ดําเนินการต่อ เพราะว่าจํานวนตัวเลข ๒๘๑,๕๕๖ ยูนิต (Unit) นั้น ได้รับความเห็นชอบ ครั้งสุดท้ายจากคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว เราจําเปึนจะต้องดําเนินการก่อสร้างให้เสร็จ ถามว่าจํานวน ๗๐,๐๐๐ กว่าหน่วยที่ยังเหลืออยู่นี้จะสามารถจําหน่ายให้กับประชาชน ผู้สนใจจะเข้ามาอยู่ในบ้านเอื้ออาทรหรือไม่ ผมมั่นใจว่าจะสามารถจําหน่ายได้ทั้งหมด เนื่องจากว่าประชาชนผู้ต้องการอยากมีบ้านพักอาศัย ไม่ได้มีจํานวนเพียงแค่นี้หรอกครับ ยังมีอีกจํานวนมากมายมหาศาล แต่เพราะมีข้อจํากัดบางประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องผู้มีรายได้จะต้องมีรายได้ไม่น้อยกว่าเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท จึงจะมีสิทธิเข้าจองชื่อ เพื่อจองบ้านเอื้ออาทรได้ อันนี้ก็เปึนอุปสรรคอันหนึ่งทําให้ธนาคารไม่สามารถจะให้สินเชื่อได้ ผมกราบเรียนว่าการก่อสร้างบ้านพักอาศัยให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อยนั้น สําหรับ การเคหะแห่งชาติยังจะดําเนินการต่อไปหรือไม่ ยังดําเนินการต่อครับ แต่ว่าจะขึ้นเปึน โครงการใหม่ เปึนแต่เพียงว่าในระหว่างนี้โครงการบ้านเอื้ออาทรจํานวน ๒๘๑,๐๐๐ ยูนิตนี้ เราจะดําเนินการให้เสร็จเรียบร้อยก่อน เนื่องจากว่าโครงการดังกล่าวมีอุปสรรคปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินทุนในการดําเนินการ เวลานี้การเคหะแห่งชาติ มีภาระเรื่องหนี้สิน เกี่ยวกับการก่อสร้างบ้านเอื้ออาทรนี้จํานวน ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงินจํานวนดังกล่าวนั้น เรากําลังคิดหาวิธีการแก้ไขว่าจะสามารถแก้ไขอย่างไร เพื่อจะให้โครงการนี้เดินหน้า แต่ถ้าหากว่าเราจะผูกพันต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะไม่สามารถหาที่อยู่อาศัยให้กับ พี่น้องประชาชนผู้มีรายได้น้อยต่อไปได้ เราจึงแยกออกว่าจะทําเท่าที่ทําได้เฉพาะส่วน บ้านเอื้ออาทรก่อน ตอนนี้กําลังทําการศึกษาว่าบ้านเอื้ออาทรนั้นถ้าแยกออกมาเปึนหน่วย ต่างหาก บริหารต่างหาก ไม่ว่าเรื่องหนี้สิน ทรัพย์สินและการขายบ้านเอื้ออาทรต่อไป ในอนาคตนั้น หลังจากเสร็จเหล่านี้แล้ว ส่วนที่เหลือที่เราพักไว้จํานวน ๓๐๐,๐๐๐ กว่าหน่วยนั้น เราจะพิจารณาเปึนราย ๆ ไป แต่ในขณะเดียวกันโครงการแก้ไขที่อยู่อาศัยให้กับ พี่น้องประชาชนก็ยังต้องถือว่าเปึนภารกิจหลักที่การเคหะแห่งชาติจะต้องดําเนินการ ที่ท่านถามว่าจะดําเนินการอย่างไร ขอเรียนให้ทราบว่าการจัดการเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับ พี่น้องประชาชนและข้าราชการชั้นผู้น้อยผู้มีรายได้น้อยนั้น อยากจะเรียนให้ทราบว่า การก่อสร้างเดี๋ยวนี้ ปัจจุบันนี้ที่ดินของการเคหะแห่งชาติที่เปึนส่วนยังไม่ได้ดําเนินการ ก่อสร้างก็ยังมีอีกเปึนจํานวนมาก เราจะเอาที่ดินเหล่านั้นมาพัฒนาจัดสรรเปึนที่อยู่อาศัย ให้กับพี่น้องผู้มีรายได้น้อยในโอกาสต่อไป อันที่ ๑ นะครับ

อันที่ ๒ ที่ของส่วนราชการ หรือที่สาธารณะ เช่นได้แก่ ที่ของการรถไฟ แห่งประเทศไทยก็ดี ที่สํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ก็ดี หรือที่อื่น ๆ ซึ่งเราเห็น ว่าถ้าหากว่าดําเนินการก่อสร้างให้กับพี่น้องประชาชนไปแล้วจะทําให้ประชาชนได้มี ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น เราก็ดําเนินการว่าจะต้องทําต่อไป

อันที่ ๓ ก็จะมีการร่วมลงทุนระหว่างเอกชนกับการเคหะแห่งชาติ เช่น ให้เอกชนเปึนฝ์ายจัดหาที่ดําเนินการก่อสร้าง เสร็จเรียบร้อยแล้วมอบให้การเคหะแห่งชาติ เพื่อจําหน่ายให้กับประชาชนผู้เข้าจองต่อไป แต่การจะดําเนินการในลักษณะเช่นว่านี้ จะต้องมีจํานวนผู้จองบ้านชัดเจน ได้รับความเห็นชอบจากธนาคาร ยินยอมให้สินเชื่อ เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ขอเรียนให้ทราบว่าการที่จะให้เอกชนมาดําเนินการให้ในลักษณะเช่นนี้ จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของการเคหะแห่งชาติที่จะไม่กระทบต่อความเปึนอยู่ของพี่น้อง ประชาชน นี่คือวิธีการที่จะแก้ไขปัญหาต่อไปในอนาคตนะครับ

นอกจากนั้นที่ท่านกล่าวถึงว่า มีที่ว่างบางส่วนซึ่งอยู่ในชุมชนของการเคหะ แห่งชาติก็ดี หรือว่าหมู่บ้านเอื้ออาทรก็ดี เดี๋ยวนี้ถูกเบียดบังไปใช้เปึนประโยชน์อย่างอื่น แทนที่ประชาชนในชุมชนนั้นจะได้ใช้ประโยชน์เปึนที่ออกกําลังกายก็ดี หรือว่าเปึนที่พักผ่อนหย่อนใจก็ดี เดี๋ยวนี้ถูกเบียดบังไปสร้างตลาดก็มี หรือว่าถูกคน ในชุมชนนั้นบุกรุกไปก็มี ขอเรียนให้ทราบว่าในการก่อสร้างทุกโครงการเราจะกันที่ ลักษณะเช่นนี้ไว้เสมอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องได้รับความร่วมมือจากชุมชนในแต่ละแห่งว่า จะต้องร่วมกันสงวนที่เหล่านี้ต่อไป ถ้าหากว่าชุมชนไม่ให้ความร่วมมือก็เปึนเรื่องยาก ที่จะต้องเข้าไปแก้ไข เช่น ที่ท่านกล่าวถึง มีการก่อสร้างตลาดบางแห่ง เช่น ตลาดบางชัน ท่านเคยถามมาแล้วครั้งหนึ่งที่สภาแห่งนี้ว่า ทางการเคหะได้ไปก่อสร้างตลาดสด หลังจาก ก่อสร้างเสร็จก็ให้พี่น้องซึ่งเปึนชาวชุมชนแห่งนั้น ที่อยู่ในการเคหะแห่งนั้นจับฉลากเข้ามา เพื่อจะเข้าไปจับจองขายของในตลาดแห่งนั้น ปรากฏว่ามีบางส่วนก็ปฏิบัติตาม บางส่วน ก็ไม่ยอมปฏิบัติตาม ขอเรียนให้ทราบว่า ความสนใจของท่านผมต้องขอขอบคุณอย่างยิ่ง ทราบว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ท่านวิชาญท่านก็ได้ไปทําความตกลง ไปทําความเข้าใจ ชี้แจงปัญหา ต่าง ๆ ให้ชุมชนได้ทราบ ผมขอเรียนให้ทราบว่า สําหรับผู้ที่ดื้อแพ่ง ไม่ยอมปฏิบัติตาม ข้อตกลงของชุมชน ทั้ง ๆ ที่มีการจับฉลากไปแล้ว จํานวน ๑๑ ราย เดี๋ยวนี้ได้มีการ แจ้งความดําเนินคดี และได้ส่งสํานวนส่งเสนอฟัองคดีต่อสํานักงานอัยการแล้ว ตอนนี้อยู่ ในขั้นตอนของการพิจารณาของอัยการเพื่อจะฟัองศาลต่อไป เหล่านี้เปึนต้นครับ ที่ผมกราบเรียนให้ทราบว่าที่ส่วนกลางในแต่ละชุมชนจําเปึนจะต้องมีครับ และการสร้าง ครั้งต่อ ๆ ไปเราจะต้องมีมาตรการว่าจะไม่ยอมให้ใครมาบุกรุกใช้สถานที่เหล่านี้ นอกจากนั้นแล้วในการก่อสร้างสถานที่พักอาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อยนั้น ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีท่านให้เปึนนโยบายผมไว้ว่า นอกจากจะมีที่ว่างแล้ว ท่านบอกว่า ควรจะมีลักษณะเปึนห้างสรรพสินค้า ถ้าเปึนชุมชนขนาดใหญ่ สําหรับให้ประชาชน สามารถไปจับจ่ายใช้สอยได้ หรือจะต้องมีสถานที่เลี้ยงเด็กเล็กอยู่ในที่นั้นเพื่อเปึนการ อํานวยความสะดวกให้กับชาวชุมชน เหล่านี้คือสิ่งซึ่งเราตั้งใจว่าจะดําเนินการต่อไป ขอตอบปัญหาแรกแค่นี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถามอีกครั้งหนึ่งครับ เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ พรรคเพื่อไทย กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ โดยกระทู้ ผมมีคําถาม ๓ คําถาม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ข้อบังคับ ข้อ ๑๖๓ เขาเขียนไว้ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ครับ แต่ประเด็นก็คงจะ

มีประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบไปบางส่วนแล้ว คงจะไม่ใช้เวลาของสภามาก หรอกครับ ท่านประธาน แต่ก็เปึนเรื่องจําเปึนนะครับ ท่านประธานครับ ในเรื่องประเด็นที่

ท่านรัฐมนตรีได้ตอบมาก็เข้าในเรื่องของวิธีการ แต่โดยการปฏิบัติแล้วอยากจะให้ ท่านรัฐมนตรีลงไปดูลึกในรายละเอียดที่ผมได้นําเรียนว่า ขณะนี้ในส่วนของการเคหะแห่งชาติ มีปัญหาอยู่มากมาย เช่น ปัญหาการบุกรุกที่ทํามาหากินในการใช้บริเวณทางเท้าไป ใช้ประโยชน์ หรือแม้กระทั่งมีปัญหาในเรื่องของอาชญากรรม เรื่องยาเสพติดในสังคม ในชุมชนต่าง ๆ ที่มีคนจํานวนมาก แล้วก็ยังมีส่วนต่าง ๆ ซึ่งเรียกว่า การเคหะแห่งชาติ ได้ทําโครงการไว้มากมาย เช่น การเคหะที่มีนบุรี ที่คลอง ๙ จัดสรรเฉพาะที่ดิน คนเข้าไป อยู่เปึนจํานวนมาก การแบ่งแปลงต่าง ๆ วันนี้ยื่นอนุญาต บ้านยังไม่ได้รับการอนุญาตเลย เปึนเพราะว่าที่ดินนั้นเวลาปลูกบ้านมีแนวกัน แต่ที่ดินแปลงต่าง ๆ มีขนาดความกว้าง เพียง ๖ เมตร แล้วท่านลองคิดดูครับ ที่ขนาด ๖ เมตรท่านจะปลูกบ้านแล้วกันข้างละ ๒ เมตร บ้านมันก็เหลือ ๒ เมตร ทีนี้คนที่เขาไปปลูกบ้านอยู่ในขณะนี้นั้นก็ปลูกแบบที่ไม่มี แปลน ไม่มีแปลนบ้านเลขที่ก็ไม่ออก การที่จะไปใช้ในเรื่องของการขออนุญาตเพื่อที่จะ ไปกู้หรือไปใช้สิทธิในเรื่องต่าง ๆ ก็ไม่เกิด อันนี้คือตัวอย่าง และบางครั้งบางสถานที่ก็มี การดําเนินการในเรื่องของการจัดใช้พื้นที่ ที่ผมเรียนนะครับว่า พื้นที่ที่เขียนไว้ตามแปลนว่า เปึนศูนย์เด็กเล็ก บางโครงการอยู่ตั้ง ๑๐ ป้แล้ว ก็ยังมีแปลนที่ว่างเปล่าว่าเปึนศูนย์เด็กเล็ก จริง ๆ แล้วท่านต้องดําเนินการเอางบประมาณไปใส่ให้เรียบร้อย สนามกีฬาก็ต้องเปึน สนามกีฬา ศูนย์อนามัยก็ต้องเปึนศูนย์อนามัย รวมถึงในเรื่องของการดูแลเรื่องอาคารเช่าบางส่วนที่มีปัญหาเรื่องน้ําหยด น้ําไหลต่าง ๆ ก็เกิดปัญหาตามมา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทางการเคหะแห่งชาติ ตัวท่านรัฐมนตรีเองคงนั่งฟัง รายงานอย่างเดียวไม่ได้ ผมเปึนห่วงพี่น้องประชาชนครับ และเจ้าหน้าที่เองก็พยายาม ที่จะบอกกล่าวว่ามันมีปัญหา แต่ก็ไม่ได้รับการดูแลแก้ไขปัญหา เพราะว่าเงินงบประมาณ ต่าง ๆ มันจํากัด ที่ผมเปึนห่วงในเรื่องที่บอกเกี่ยวข้องกับเรื่องเอื้ออาทรนี้ที่กล่าวถึงกระทู้ คือเรื่องอัตราเงินกู้ เพราะวันนี้รัฐเองไปกู้ระดมเงินในระบบออกมา ดังนั้นเงินในระบบ ที่ขาดสภาพคล่องอยู่แล้วกลับกลายเปึนว่ากระจุกตัวอยู่ในส่วนของรัฐบาล แต่รัฐบาลเอง ก็ใช้เงินในส่วนนี้ลงไปสร้างเศรษฐกิจ ที่ผมเรียนเพราะอัตราเงินกู้ไม่เกินร้อยละ ๔ ของบ้านเอื้ออาทรที่จะต้องให้กับผู้ที่อยู่อาศัย ทีนี้ประเด็นก็คือว่าอัตราเงินเดือนที่ต่ําของ คนเหล่านี้บางครั้งไม่มีสลิป (Slip) เงินเดือน คนที่บุกรุกอยู่ริมคลองนี่บางคนอยากจะ ขึ้นอยู่อาศัยอย่างถูกต้อง แต่หาสลิปไม่ได้ อันนี้เปึนปัญหาว่าถ้าเกิดเรามีการผ่อนชําระ ในอัตราเงินจากที่ผมหยิบมา คือส่วนของสหกรณ์เครดิตยูเนียน เขาบอกว่า ๑-๓ ป้ เดือนหนึ่งประมาณ ๒,๕๐๐ บาท ๔-๗ ป้ ผ่อนเดือนละ ๒,๙๐๐ บาท แล้วก็ลงมาในป้ที่ ๕ เดือนละ ๒,๔๐๐ บาท มันก็จะสลับกันอยู่ในลักษณะการส่งผ่อน ซึ่งผมบอกได้เลยครับว่า ในเรื่องดังกล่าวนี้ ถ้าเขามีอัตราในการที่จะส่งผ่อนได้เขาอยากจะขึ้นอยู่อาศัย แต่ท่านเอง จะต้องไปทํารายละเอียด เพราะว่าจะเปึนการจัดระเบียบจากในคลองขึ้นมาอยู่บนบก จากบุกรุกที่สาธารณะขึ้นมามีที่อยู่อาศัย ดังนั้นในเรื่องดังกล่าวเปึนเรื่องภารกิจของ กระทรวงของท่าน สิ่งที่ผมจะนําเรียนไปสู่คําถามนั้นมันเกี่ยวข้องกับในเรื่องของการ ที่รัฐบาลจะต้องมีการพิจารณาถึงการมีสถานที่และสิ่งอํานวยความสะดวกนะครับ และ ส่วนของประชาชนที่อยู่อาศัยในโครงการทั้งหลายเหล่านี้คือคําถามที่ผมจะถามว่า แล้วท่านจะจัดหาโครงการที่ผมกล่าวถึงได้อย่างไร ในเมื่อที่ดินต่าง ๆ ที่กําลังพิจารณาอยู่ ในโครงการต่าง ๆ เห็นบอกว่ามีการล้มโครงการไปก็มี แล้วก็มีบางโครงการที่ทางรัฐเอง กําลังเข้าไปซื้อทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เอามาพัฒนา ผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่จะ ทําอย่างไรครับ ในโครงการบางโครงการ หรือแต่ละโครงการที่จะต้องมีที่อยู่อาศัยพร้อมทั้ง บริเวณข้างเคียงของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในชุมชนจะต้องไม่เดือดร้อน ผมขอคําตอบด้วยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบครับ กินเวลา กระทู้อื่นไป ๑๒ นาทีแล้วนะครับ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรณีเรื่องการจัดที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย ขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ ว่า โดยเฉพาะเรื่องสลิปเงินเดือน ผู้ที่บุกรุกตามริมคลองก็ดี ในที่สาธารณะก็ดี ทําเปึนเพิง พักอาศัย โดยหลักเกณฑ์ในการที่จะเข้ามาจองบ้านพักเอื้ออาทร หรือต่อไปในอนาคต จะเปึนโครงการอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งเปึนการสร้างเพื่อให้เปึนที่อยู่อาศัยของประชาชนผู้มี รายได้น้อย เมื่อสักครู่นี้ผมตอบไปว่าจะต้องมีรายได้ไม่ต่ํากว่า ๓๐,๐๐๐ บาท ขออภัย นะครับ ความจริงไม่เกินเดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาท ต้องมีรายได้น้อยนะครับ ปัญหาที่มัน เกิดขึ้นก็คือ ประชาชนผู้อาศัยอยู่ตามริมคลองก็ดี หาเช้ากินค่ําก็ดีนั้นยากที่จะหาใบสลิป เงินเดือนที่จะไปแจ้งต่อธนาคารเพื่อขอสินเชื่อนะครับ ผมยอมรับว่าเปึนปัญหาใหญ่ เราไม่สามารถจะไปบังคับธนาคารได้ว่าจะต้องให้จ่าย แต่ขอกราบเรียนให้ทราบว่า โครงการบ้านเอื้ออาทรผ่านการเคหะแห่งชาติก็ดี หรือแม้กระทั่งโครงการหมู่บ้านมั่นคง นะครับ ซึ่งดําเนินการโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนก็ดีนะครับ เรามีเงินช่วยเหลือในการ ดําเนินการหาที่อยู่อาศัยให้นะครับ ถ้าเปึนทั้ง ๒ แห่งนี้ จะมีเงินช่วยจากภาครัฐบาล รายละ ๘๐,๐๐๐ บาทนะครับ อย่างบ้านเอื้ออาทรนั้นการก่อสร้างจริง ๆ ไม่ใช่ ๓๙๐,๐๐๐ บาทครับ ๓๙๐,๐๐๐ บาทบวกอีก ๘๐,๐๐๐ บาท รวมแล้วเปึน ๔๗๐,๐๐๐ บาท แต่รัฐบาลออกให้ทั้งหมด ๘๐,๐๐๐ บาท ก็เลยเหลือเปึนเงินค่าก่อสร้างจริง ๆ ค่าที่พักอาศัย จริง ๆ เปึนค่าบ้านและที่ดิน ๓๙๐,๐๐๐ บาท ทําสัญญาแค่นั้น ถึงกระนั้นก็ยังมี ปัญหาตรงที่ว่า ธนาคารในการตรวจสอบสลิปเงินรายได้ของผู้มีรายได้น้อย ผู้หาเช้ากินค่ํา หรือว่าผู้ประกอบอาชีพรับจ้างเปึนรายวันนั้นไม่สามารถจะหาได้ เรากําลังหาวิธีการว่าจะ ทําอย่างไรจึงจะให้ทางธนาคารผ่อนปรนโดยวิธีการดังกล่าว ทั้ง ๆ ที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว ธนาคารนั้นก็มีมาตรการควบคุมค่อนข้างจะมาก เช่น ถ้าสมมุติว่าผู้อยู่อาศัย ผู้เช่าซื้อบ้าน เอื้ออาทรรายใดค้างชําระหนี้เกิน ๓ เดือนขึ้นไปเขาจะยกเลิกเรื่องสินเชื่อทันทีเลย เมื่อยกเลิกสินเชื่อทันทีแล้วก็มีสัญญาบังคับให้การเคหะแห่งชาติจะต้องไปซื้อบ้านนี้มาไว้ ในอุ้งมือของการเคหะแห่งชาติเหล่านี้เปึนต้นนะครับ จึงถือว่าเปึนปัญหาใหญ่ ทางเรา กําลังพยายามหาวิธีการเจรจากับทางธนาคารว่าจะมีการผ่อนปรนให้กับผู้มีรายได้น้อย เหล่านี้ แม้จะไม่มีสลิปเงินเดือนหรือว่าสลิปรายได้มาแสดงเปึนรายได้นั้นจะมีวิธีการ อย่างไร และรัฐจะสามารถเข้าไปให้การค้ําประกันเพื่อเกิดความมั่นใจกับสถาบันการเงิน เหล่านี้อย่างไร ตอนนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการดําเนินการครับ ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ภารกิจ ในการหาที่อยู่อาศัยให้กับพี่น้องประชาชนก็ยังถือว่าเปึนหน้าที่หลักของการเคหะแห่งชาติ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนที่จะดําเนินการต่อไป โดยจะให้พี่น้องประชาชนได้มี ที่อยู่อาศัยได้มีจํานวนมากที่สุดครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สภายินดีต้อนรับนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ด้วยความยินดีนะครับ เชิญท่านวิชาญ ครับ ๓๖ นาที กระทู้ท่านนะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ คงไม่ใช้ เวลามากเกินกว่ากระทู้ครั้งที่แล้ว สัปดาห์ที่แล้ว กระทู้แห้ง กระทู้ละ ๑ ชั่วโมง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีกฎเกณฑ์หรอกครับ กฎเกณฑ์ ๒๐ นาทีเท่านั้นครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

กฎเกณฑ์ในที่ประชุม ในส่วนของข้อบังคับการประชุมไม่ได้กําหนดกระทู้แห้งไว้ว่ามีเวลาเท่าไร แต่ผมถามใน เนื้อหาแล้วก็คงจะใช้เวลาสั้นที่สุดครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอความกรุณารวบรัด หน่อยครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านรัฐมนตรีได้ตอบประเด็นของผมอย่างชัดเจนว่าทางรัฐบาลเองก็คงจะหาเงินมา ดําเนินการในเรื่องดังกล่าว ก็เหมือนกับในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีอุดมเดช รัตนเสถียร ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้ทําโครงการไว้ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน ที่จะต้องมาทําให้เกิดสภาพคล่องของโครงการต่าง ๆ ของการเคหะแห่งชาติ ประเด็นก็คือว่า ในแหล่งเงินทุนต่าง ๆ เหล่านี้จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องให้สถาบันการเงินออกมาช่วยดูแล ส่วนหนึ่ง และรัฐสนับสนุนอีกส่วนหนึ่ง ก็อาจจะเปึนอัตราดอกเบี้ยที่ต่ําแล้วรัฐก็ดูแล ในส่วนของดอกเบี้ยอีกส่วนหนึ่ง ประเด็นตรงนี้มันมีส่วนหนึ่งซึ่งตัวเลขที่เราเปึนหนี้อยู่แล้ว ก็เปึนปัญหากับทางการเคหะแห่งชาตินั้น ผมมองว่าถ้าเราไม่เร่งแก้ไขในเรื่องดังกล่าว โครงการก็คงจะไม่เกิด ตัวเลข ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท จากทรัพย์สินของทาง การเคหะแห่งชาตินี้มันมีมากกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นผมคิดว่าการที่การเคหะแห่งชาติจะไป ระดมเงินนั้นเปึนเรื่องง่าย แต่รัฐเองก็คงจะต้องช่วยกันดูแลในเรื่องโครงการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะว่าท่านเองนั้นถ้าบอกว่าสร้างอย่างเดียวแล้วให้เกิดคุณภาพชีวิตหรือไม่ อย่างไร ผมคิดว่าเปึนเรื่องเหนื่อยนะครับ เพราะวันนี้หลายชุมชนที่ท่านสร้างขึ้นมานั้น ก็ยังไม่มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามนโยบายแนวทางของทางกระทรวงนะครับ อันนี้ก็คงจะต้อง ไปฝากดูว่าจะเติมคุณภาพชีวิตอย่างไรให้กับกลุ่มคนที่เข้าไปอยู่อาศัย รวมถึงแฟลตที่เช่า เช่น แฟลตในส่วนของดินแดงถ้ามีการพัฒนาปรับปรุงเราพูดกันหลายครั้งนะครับ จนบอก ว่าจะซ่อม ซ่อมก็ซ่อมละครับ แต่ก็ต้องให้มีคุณภาพที่ดีเพราะผมเปึนห่วงคนที่อยู่อาศัยนั้น บางครั้งบางส่วนนั้นสภาพอาคารไม่ไหวเราไปซ่อมมันก็จะเปึนเรื่องเหนื่อยยากลําบาก ประเด็นนี้จึงมีปัญหาว่าขณะนี้หลายส่วนในส่วนของการดําเนินการเรื่องโครงการของ การเคหะแห่งชาตินั้น บางโครงการเกิดมาไม่ต่ํากว่า ๓๐ ป้ บางโครงการเกิดขึ้นมาอายุน้อย แต่ไม่ได้รับการดูแลการปรับปรุงสภาพ ทั้งด้านกายภาพของตัวอาคาร ของทั้งส่วนพื้นที่ อย่างคลองจั่น ท่านไปดูเถอะครับ บ่อบําบัดน้ําเสียหรือส่วนอํานวยความสะดวกต่าง ๆ ท่านอย่าไปบอกของกรุงเทพมหานครนะครับ เพราะว่าเปึนแหล่งที่ก่อให้เกิดปัญหาใน เรื่องของมลภาวะและสิ่งแวดล้อม รัฐต้องจัดงบประมาณสนับสนุนเพราะว่าเปึนลูกค้าของ ทางการเคหะแห่งชาติที่เข้าไปอยู่อาศัย รวมถึงท่อระบายน้ําซึ่งมีปัญหาอุดตันแล้วก็ยังมี ในเรื่องของโครงสร้างของอาคารต่าง ๆ ที่ชํารุดเสียหาย แล้วก็ยังมีในส่วนของบริเวณ ต่าง ๆ ที่เกิดปัญหาตามขึ้นมา ผมจึงมีคําถามถามไปว่ารัฐมีการดูแลเรื่องการซ่อมบํารุง อาคารและสิ่งอํานวยความสะดวกหรือไม่ อย่างไร ภายในโครงการ และถ้ามีจะดําเนินการ ให้แล้วเสร็จเมื่อไร เพราะขณะนี้ท่านมีเงินงบประมาณพอสมควรเรื่องไทยเข้มแข็ง เอสพี ๑ (SP1) และเอสพี ๒ ที่ทางสภาได้อนุมัติไปพอที่จะเจียดจ่ายเงินงบประมาณ และดําเนินการมีแผนหรือไม่ อย่างไรครับ ขอบคุณครับ

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบคําถาม ท่านผู้มีเกียรติดังนี้ครับ กรณีเรื่องหนี้สินของการเคหะแห่งชาติที่ว่ามีจํานวน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ข้อเสนอที่ท่านบอกว่าให้ทําการขายทรัพย์สินซึ่งที่เปึนที่ดิน ว่างเปล่าของการเคหะแห่งชาติมีจํานวนมาก ขอเรียนให้ทราบว่าก็เปึนอีกวิธีการหนึ่ง เราก็ คิดเช่นเดียวกันครับ ถ้าหากว่าเราสามารถขายได้ จะแบ่งเบาภาระหนี้สินลงไปได้เยอะ แต่ในสภาพเศรษฐกิจทุกวันนี้มันไม่สามารถจะขายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ดินที่เอามา ดําเนินการโครงการบ้านเอื้ออาทรนั้นเท่าที่ไปตรวจสอบล้วนแล้วแต่ซื้อมาในราคาสูง ๆ ทั้งสิ้นนะครับ จะขายในราคาเท่าเดิมก็ยังลําบากเวลานี้ ถ้าสมมุติว่าเราไปขายต่ํากว่า ราคาที่ซื้อมาก็จะมีปัญหาว่าไปซูเอี๋ยกันกับผู้ซื้อ ก็จะมีปัญหาทางคดีความขึ้นมา ใจจริง เราก็อยากจะขาย แต่ถ้าขายในสภาวะเช่นนี้คงเปึนไปได้ยากนะครับ เปึนอีกวิธีการหนึ่ง ต้องขอขอบคุณ ข้อเสนอท่านตรงกับความคิดของเรานะครับ

ส่วนเรื่องการซ่อมบํารุงรักษา ขอเรียนให้ทราบว่าถ้าเปึนกรณีบ้านพักอาศัย ที่ทําการซื้อไปจากการเคหะแห่งชาติแล้ว ผ่อนหมดแล้ว หรือยังผ่อนไม่หมด ขอเรียนให้ ทราบว่าถ้าเปึนลักษณะโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้ว หน้าที่ในการซ่อมบํารุงรักษาก็เปึนเรื่องของ เจ้าของอาคารสถานที่จะเปึนผู้ทําการซ่อมบํารุงรักษาเพราะว่าเปึนเจ้าของสถานที่ แต่ถ้า เปึนอาคารเช่า เรามีการซ่อมบํารุงรักษาครับ จะตั้งงบประมาณไว้ดําเนินการทุกป้ ไม่ว่าจะเปึน แฟลตดินแดงหรือว่าแฟลตอื่น ๆ ทั่วไปซึ่งเปึนอาคารสําหรับให้ประชาชนทั่วไปได้เช่านั้น เราตั้งงบไว้ทําการซ่อมบํารุงรักษาทุกป้ครับ สําหรับที่ผมเรียนให้ทราบว่ากรณีถ้าเปึน บ้านขายขาดไปแล้ว ถ้าเกิดเปึนปัญหาเฉพาะราย ไม่เปึนปัญหารวม ผมว่าคงจะต้องเปึน ภาระเจ้าของกรรมสิทธิ์จะต้องดําเนินการซ่อม แต่ว่าถ้ามันเปึนความชํารุดเสียหายทั้ง โครงการเลย ผมจะมอบให้การเคหะแห่งชาติไปดูแลอีกครั้งหนึ่งว่าจะมีส่วนเข้าไป ช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มนั้นอย่างไร ผมจะรับไปเรื่องนี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็หมดกระทู้ถามที่ ๑ แล้วนะครับ

ต่อไปเปึนกระทู้ถามที่ ๑.๑.๒ ถามเรื่อง การขยายเส้นทางถนนทางหลวง ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ผู้ถาม คุณนริศ ขํานุรักษ์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

เชิญเจ้าของกระทู้

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาต ตั้งกระทู้กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อสอบถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมเรื่องการขยายเส้นทางทางหลวงในพื้นที่จังหวัดพัทลุงและขออนุญาตใช้ พาวเวอร์พอยท์ (PowerPoint) นะครับ มีพาวเวอร์พอยท์ ประกอบ ขออนุญาต ท่านประธานใช้พาวเวอร์พอยท์ นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ อนุญาตแล้ว สั้น ๆ หน่อย

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง 🔗

ขอพาวเวอร์พอยท์ที่ ๑ นะครับ จังหวัด พัทลุงเปึนจังหวัดเล็ก ๆ นะครับ มีพื้นที่แค่ ๒ ล้านไร่ มีประชาชนเพียง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน เท่านั้นเองนะครับ ความยาวของจังหวัด จากจังหวัดนครศรีธรรมราชถึงจังหวัดสงขลา ความยาว ๘๐ กิโลเมตร ความกว้างจากทะเลสาบสงขลาถึงจังหวัดตรังแค่เพียง ๔๐ กิโลเมตรเท่านั้นเองนะครับ สภาพภูมิประเทศตอนบนเปึนภูเขาบรรทัด เขาปู์ เขาย่า และข้างล่างเปึนทะเลสาบสงขลานะครับ มีถนนเส้นหลัก ๆ อยู่ทั้งหมด ๕ เส้นด้วยกันครับ

สายที่ ๑ คือถนนเลียบภูเขา อยู่ด้านบนสุดครับท่านรัฐมนตรีครับ จากจังหวัดนครศรีธรรมราชถึงชายแดนจังหวัดสงขลาความยาวก็ประมาณ ๘๐ กิโลเมตร เปึนถนนที่เดิมประชาชนใช้สัญจรไปมา ขนส่งสินค้าทางการเกษตรเปึนพวกผลไม้ ยางพารา และช่วงหลังสถานที่ดังกล่าวเปึนสถานที่ท่องเที่ยว เพราะว่าความยาว ๘๐ กิโลเมตร เลียบภูเขาบรรทัด เขาปู์ เขาย่า ซึ่งเปึนเทือกเขาที่มีน้ําตกร่วม ๕๐ แห่ง จึงเปึนถนนเพื่อการท่องเที่ยวที่สําคัญของจังหวัดนะครับ เปึนเส้นที่ ๑ ขณะนี้สภาพของ เส้นเลียบภูเขาดังกล่าวเปึนของกรมทางหลวง มีสภาพชํารุดทรุดโทรม ไหล่ทางคับแคบ

สายที่ ๒ คือเส้นตอนกลางของจังหวัดจากอําเภอทุ่งสงไปอําเภอหาดใหญ่ เปึนเส้นถนนเอเชียผ่านตัวเมืองจังหวัดพัทลุง เปึนถนน ๔ ช่องจราจร แต่ว่าได้รับ การซ่อมแซมไม่มากนัก สภาพถนนก็ชํารุดทรุดโทรมเปึนถนนที่เปึนถนนสายสําคัญที่จะ ขนส่งสินค้าและสัญจรไปมาของคนจากจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสงขลา เข้าสู่จังหวัดนครศรีธรรมราชและกรุงเทพมหานคร

สายที่ ๓ คือล่างสุดเปึนสายเลียบริมทะเลสาบสงขลา เปึนของ กรมทางหลวงชนบทมีความยาว ๘๐ กิโลเมตร เดิมถนนเส้นนี้ก็เปึนที่สัญจรไปมา ของประชาชน แล้วก็ขนส่งสินค้าประเภทปศุสัตว์ ประเภทประมง แต่ว่าขณะนี้ ทะเลสาบสงขลาซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงาม เปึนแหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญของจังหวัด จึงเปึนถนนสายเพื่อการท่องเที่ยวอีกเช่นเดียวกัน

สายที่ ๔ คือสายจากตัวเมืองพัทลุงไปจังหวัดตรัง เส้นนี้ท่านจะเห็นว่า ออกจากตัวเมืองพัทลุงไป ๔ ช่องจราจร มาจากจังหวัดตรังเปึน ๔ ช่องจราจร แล้วก็พอ มาถึงบนภูเขาเหลือ ๒ ช่องจราจรเปึนคอขวด ผมได้แสดงในภาพพาวเวอร์พอยท์ ไว้แล้ว เปึนถนนสายที่ ๔

สายที่ ๕ คือถนนสายแยกจากจังหวัดพัทลุงไปอําเภอหาดใหญ่ แล้วแยกที่ บ้านโคกทราย มายังท่าเทียบเรือน้ําลึกจังหวัดสงขลา ถนนเส้นนี้เปึนถนนเล็ก ๆ เปึน ๒ ช่องจราจร ไหล่ทางก็คับแคบ แต่ว่าขณะนี้เปึนถนนสายสําคัญ เพราะว่าคนจาก จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดกระบี่บางส่วนนําสินค้าจะมาสู่ ท่าเทียบเรือน้ําลึกในจังหวัดสงขลา จึงมีความสําคัญและยิ่งทวีความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง ผมจึงขออนุญาตท่านประธานที่จะให้ท่านประธานได้ดูถนนสายล่างสุดก่อน คือถนนสายเลียบ ทะเลสาบสงขลา ขอพาวเวอร์พอยท์ที่ ๒ นะครับ แรเงาสีแดงก็คือแรเงาที่ถนนดังกล่าว จําเปึนจะต้องขยาย จากตัวเมืองพัทลุงไปสู่จังหวัดตรัง ๒ ช่องจราจรต้องเปึน ๔ ช่องจราจร ถนนเลียบริมภูเขาต้องขยายไหล่ทางแม้ว่าจะเปึน ๒ ช่องจราจรไม่เปึนอะไร แต่ว่าต้องขยายไหล่ทางขึ้น ถนนจากแยกโคกทรายมายังท่าเทียบเรือน้ําลึกจังหวัดสงขลา ถ้าจะเปึน ๔ ช่องจราจรได้ก็เปึนเรื่องดีครับ แต่ว่าถ้าไม่สามารถเปึน ๔ ช่องจราจรได้ก็ต้อง ขยายไหล่ทาง เพราะว่าเปึนถนนที่สําคัญนําส่งสินค้าที่สําคัญสู่ท่าเทียบเรือน้ําลึก จังหวัดสงขลา แต่ท่านประธานครับ มีถนนเส้นหนึ่งคือถนนเลียบทะเลสาบสงขลาขณะนี้ กรมทางหลวงชนบทได้ออกแบบโดยจ้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ออกแบบเปึนถนน เพื่อสัญจรไปมาและเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งได้ออกแบบไว้สวยงามมาก ๘๐ กิโลเมตร ใช้งบประมาณประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ผมขออนุญาตสไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๓ นี่คือ สภาพที่ออกแบบไว้แล้ว เปึนถนนเลียบริมทะเลสาบสงขลามีเอกลักษณ์ของจังหวัดพัทลุง ขอสไลด์แผ่นถัดไปครับ เพราะว่าสภาพผ่านทะเลสาบผ่านลําคลอง ผ่านภูมิทัศน์ ที่สวยงาม ส่วนใหญ่ก็จะเปึนถนนยกระดับไว้นะครับ ขอสไลด์ถัดไปครับ นี่ก็เปึนส่วนถนนที่ได้ออกแบบเอาไว้แล้ว ถ้าสมมุติว่าได้รับการอนุมัติงบประมาณเพื่อ ดําเนินการก่อสร้าง ผมคิดว่าจะเปึนถนนที่สะดวกสําหรับพี่น้องประชาชนในการใช้สัญจร ไปมา แล้วก็จะเปึนถนนเพื่อใช้สําหรับการท่องเที่ยวที่สําคัญนะครับ ขออนุญาตกลับไปที่ สไลด์ที่ ๒ นะครับ ผมจึงขออนุญาตถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่าท่านจะ ดําเนินการก่อสร้างถนนสายที่ ๑ คือเลียบภูเขาโดยการขยายไหล่ทางนี้เมื่อไร

คําถามที่ ๒ ถนนเอเชีย ซึ่งมีความชํารุดทรุดโทรมในผิวจราจร ท่านจะ ซ่อมแซมมีแผนงานโครงการเมื่อไร แล้วก็

คําถามที่ ๓ ถนนเลียบริมทะเลสาบสงขลา ซึ่งท่านได้ดูเพาเวอร์พอยท์ ๓-๔ รูปแล้ว และออกแบบเรียบร้อยแล้ว ๘๐ กิโลเมตร ๑,๐๐๐ ล้านบาทนั้นท่านจะ ดําเนินการได้โดยเร็วที่สุดเมื่อไร และถนนสู่ท่าเทียบเรือน้ําลึกของจังหวัดสงขลาที่แยก ออกจากพัทลุง ซึ่งเปึนถนนสายที่มีแนวโน้มว่าจะมีความสําคัญนั้น ท่านคิดจะแก้ไข ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร และเมื่อไรครับ ขออนุญาตถามเปึนคําถามที่ ๑ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบ ท่านรัฐมนตรี ครับ

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องถือว่าเปึนถนนทั้งจังหวัดพัทลุงเลยที่นํามากล่าว เรียนท่านสมาชิกว่าต้องขอบคุณที่ได้ เอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพัทลุงมาให้กระทรวงคมนาคม ได้พิจารณา ผมเรียนอย่างนี้ว่าถนนเส้นที่เปึนถนนสายหลักของกรมทางหลวง ที่อยู่เปึน ผิวถนนที่ต้องการบูรณะซ่อมแซมนี่ เราได้บรรจุงบการบูรณะถนนสายหลักไว้ในเอสพี ๒ นี้ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ฉะนั้นถนนเหล่านี้ในรายละเอียดต้องไปดูว่าท่านได้ตรงไหนบ้าง อันนี้ตอบเปึนหลักการทั่วประเทศว่า เราได้จัดงบบูรณะซ่อมแซมของกรมทางหลวง ไว้ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะอยู่ในเอสพี ๒ โครงการไทยเข้มแข็งที่จะดําเนินการใน ๖๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรทั่วประเทศ ส่วนเรื่องถนนที่จะไปท่าเรือน้ําลึกจากพรุพ้อไปยัง ท่าเรือน้ําลึกนี่ ผมเรียนอย่างนี้ในถนนเส้นที่ท่านสมาชิกท่านกล่าวเมื่อสักครู่นี้ อยู่ในความ รับผิดชอบของ ๓ หน่วยงาน เส้นแรกก็คืออยู่ในกรมเปึนถนนของทางหลวงคือจากพรุพ้อ ไปยังห้วยลึกเปึนถนนของกรมทางหลวง และจากห้วยลึกไปยังบ่อทรายเปึนถนนอยู่ในความ รับผิดชอบของ ทช. และจากห้วยทรายไปยังเส้นถนนที่จะไปท่าเรือ ก็ไปอยู่จากบ่อทราย ไปยังชิงโค อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ. ฉะนั้นผมเรียนว่าถนนเส้นนี้จากที่ไปห้วยลึก มีผิวการจราจรนี้ ๙ เมตร ยังไปได้ ส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทช. นี้ผิวจราจรนี้ ๖ เมตรยังมีไหล่ทาง แต่ที่เปึนปัญหาจริง ๆ ก็คือจากบ่อทรายไปยังชิงโคอยู่ในความ รับผิดชอบของ อบจ. มีผิวจราจรแค่ ๖ เมตร แล้วไม่มีไหล่ถนน ฉะนั้นผมเรียนว่าเรื่องนี้ เปึนปัญหาทั้งประเทศ ขณะนี้ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้จัดสํารวจ ถนนประเภทนี้ที่จะทําแผนแม่บทในอนาคตว่าถนนทั่วประเทศมีลักษณะที่เปึนสายอย่างนี้ คือแยกเปึนหน่วยที่รับผิดชอบ ๒-๓ หน่วย ไม่ว่าจะเปึนทางหลวง ทช. ซึ่งไม่สามารถที่จะ พัฒนาใช้งบประมาณที่กระทรวงคมนาคมอยู่ ฉะนั้นในการวางแผนเรื่องนี้ก็คือจะได้หารือ กับ ทช. และ อบจ. ว่าจะรวมถนนเส้นนี้ จะให้หน่วยไหนเปึนผู้รับผิดชอบ ในอนาคตเราก็ แพลน (Plan) กันว่าจะให้ ทช. เปึนผู้รับผิดชอบ เพราะว่าจะได้ประสานกับ อบจ. ได้และ กรมทางหลวงเรามีแผนที่จะก่อสร้างถนนสายแนวใหม่ ก็คือจากคูหาไปควนเนียง ที่ใน โครงการปากบาราที่จะดําเนินการในป้ ๒๕๕๕ ถึง ป้ ๒๕๕๙ ก็ขอเรียนว่าถนนเรื่องนี้เรา วางแผนกันไว้อย่างนี้

ส่วนอีกเรื่องถนนเส้นที่ท่านสมาชิกอยากเห็น ก็คือจากพรุพ้อไปยังห้วยลึก และไปยังปากพะยูนใช่ไหมครับ อันนี้เรียนว่าเปึนถนนของกรมทางหลวง ผิวการจราจร ก็ ๙ เมตร ขณะนี้ปริมาณการจราจรที่มีอยู่มีปริมาณจราจรแค่ ๒,๙๐๐ คันต่อวัน ยังสามารถที่จะ รองรับได้ เพราะพัทลุงเรามีโครงการที่กรมทางหลวงที่จะพัฒนาความสําคัญยังมีอีก บางโครงการที่จะต้องทําก็คือ เดี๋ยวผมจะได้เรียนท่านสมาชิก ฉะนั้นตรงนี้เราก็เห็นว่า ความจําเปึนยังน้อยอยู่

ส่วนความจําเปึนอีกเรื่องหนึ่งที่พี่น้องชาวพัทลุงได้รับความเดือดร้อนที่ผม ได้สํารวจมาก็คือ ถนนเลี่ยงเมืองที่ท่านสมาชิกได้ถามกระทู้ไป เมืองพัทลุงเรามีหน่วยงาน อยู่ ๒ หน่วยที่รับผิดชอบที่จะออกแบบ ก็คือทางหลวง แล้วของทางหลวงจะสํารวจแนวใหม่ ซึ่งใช้ระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร ตรงนี้ต้องเปึนแผนที่จะสร้างในแนวตะวันออก ขณะนี้ได้ กําลังที่จะศึกษาแนวและออกแบบสํารวจ ถ้าโครงการที่แผนวางไว้ก็จะสําเร็จในป้ ๒๕๕๙ แต่ว่าที่สําคัญที่สุดก็คือทางหลวงชนบทในถนนสาย ค เราเห็นว่าเปึนการเร่งด่วนที่จะต้อง ทําให้เสร็จเร็วเพื่อแก้ไขปัญหาพี่น้องที่เดินทางสัญจรในตรงนั้น ก็อยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมทางหลวงชนบท ตรงนี้ระยะทางทั้งหมด ๖ กิโลเมตร เราได้จัดงบประมาณในป้ ๒๕๕๓ นี้ให้ ๒๓๒ ล้านบาท ที่จะทําให้แล้วเสร็จในป้ ๒๕๕๓ ดําเนินการ ฉะนั้นผมเรียน ท่านประธานนะครับว่า สิ่งที่ท่านสมาชิกได้นําเรียนถึงปัญหาการสัญจรไปมาของพี่น้องใน พัทลุงเราก็ได้รับทราบแล้วก็ดําเนินการที่จะทําแผนแม่บทและพัฒนาเร่งด่วนต่อไป ฉะนั้น ปัญหาที่ท่านได้กล่าวมาบางส่วนก็ได้รับการแก้ไข บางส่วนที่ยังพอที่จะบรรเทาอยู่เราก็ ชะลอเอาไว้ ก็เรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญถามอีกครั้ง

นายนริศ ขํานุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพัทลุงนะครับ ที่จริงผมก็เห็นด้วยกับท่านรัฐมนตรี นะครับว่าปัญหาเร่งด่วนของจังหวัดพัทลุงก็คือถนนเลี่ยงเมือง ซึ่งถนนเส้นนี้ผมขอสไลด์ ที่ ๖ นะครับ ถนนเลี่ยงเมืองไม่เพียงแต่จะเปึนถนนของจังหวัดพัทลุงนะครับ ผมคิดว่า ถ้ามีถนนเลี่ยงเมืองขึ้นในจังหวัดพัทลุงจะทําให้เปึนการจัดวางผังเมืองใหม่ของจังหวัด พัทลุงด้วย เพราะว่าขณะนี้แม้ว่าจังหวัดพัทลุงผมกราบเรียนแต่ต้นว่าเปึนจังหวัดเล็ก ๆ ประชาชนไม่มาก แต่ว่าประชาชนก็มาแออัดกันอยู่ในเมือง แล้วก็เปึนเมืองที่ไม่เคยมี ผังเมืองมาก่อน จึงแออัด ถ้าหากว่าในเวลาที่ทางจังหวัดมีกิจกรรมใด ๆ ขึ้นมา การจราจรจะติดขัดมาก และพี่น้องประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนนะครับ ผมขอสไลด์ ที่ ๗ เลยครับ สไลด์สุดท้าย ทางวงสีแดงเปึนวงที่พวกทางฝ์ายการเมือง ทางฝ์าย ข้าราชการและพี่น้องประชาชนตั้งใจว่าอยากให้มีเปึนถนนเลี่ยงเมือง คือถ้าผู้สัญจรไปมา จากจังหวัดนครศรีธรรมราชหรือจากหาดใหญ่จะไปจังหวัดตรังก็ไม่ต้องเข้ากลางเมือง ก็สามารถเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาไปจังหวัดตรังได้ หรือถ้ามาจากนครศรีธรรมราช มาจาก หาดใหญ่จะมาทะเลสาบสงขลา ก็ไม่ต้องเข้าไปในเมือง สามารถเข้ามาในถนนสีแดง ซึ่งเปึนถนนเลี่ยงเมือง เปึนวงกลมรอบนอกได้ แล้วหากมีถนนเส้นนี้ก็จะทําให้รอบในของ ตัวเมืองพัทลุงเปึนเมืองราชการ เปึนเมืองพาณิชย์ แล้วก็รอบนอกจะเปึนเมืองที่อยู่อาศัย แต่ว่าผมก็ทราบเช่นเดียวกับที่รัฐมนตรีได้บอกกับที่ประชุมว่า รัฐมนตรีมีแผนงาน มีงบประมาณในป้ ๒๕๕๙ ซึ่งมันยาวนานมากเกินไป ผมคิดว่าทําอย่างไรที่จะให้ท่านได้ กรุณาให้ลดจํานวนระยะเวลาที่ยาวนานนั้นมาสักป้ ๒๕๕๔ ได้ไหมครับ ป้ ๒๕๕๕ ได้ไหมครับ ผมคิดว่ามันเปึนความจําเปึนเร่งด่วน เพราะว่าขณะนี้การเดินทางผ่านจุดสี่แยกเอเชีย เข้าไปสู่เมือง กว่าจะเข้าไปในเมืองได้ถ้าช่วงเช้า ๆ ก็ต้องใช้เวลาเปึนร่วมครึ่งชั่วโมง ร่วม ๑ ชั่วโมง สําหรับการสัญจรไปมา แล้วก็บริเวณใกล้ ๆ ตรงนี้มีสนามกีฬาอยู่ด้วย สนามกีฬามีการจัด กิจกรรมทางกีฬาบ่อยมาก ซึ่งจังหวัดพัทลุงก็เปึนที่ทราบดีครับว่า มีกิจกรรมกีฬาอยู่ ตลอดเวลา ก็จะทําให้ทั้งเมืองติดขัดอยู่ตลอดเวลา ผมคิดว่าถ้า ฯพณฯ รัฐมนตรีได้กรุณา ย่นระยะเวลาการดําเนินการก่อสร้างจากป้ ๒๕๕๙ มาเหลือป้ ๒๕๕๔ ป้ ๒๕๕๕ ผมคิดว่า น่าจะทําให้ปัญหาของจังหวัดพัทลุงจะได้รับการคลี่คลาย และกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งครับ ก่อนจบก็คือถนนเส้นนี้จะเปึนถนนที่แบ่งจังหวัดพัทลุงออกเปึนเมืองด้านใน คือ เมืองราชการและพาณิชย์ ส่วนเมืองด้านนอกนั้นจะเปึนเมืองที่อยู่อาศัย เพราะว่าจังหวัดพัทลุง เปึนจังหวัดที่มียุทธศาสตร์ว่า จะเปึนจังหวัดที่เปึนเมืองที่อยู่อาศัยที่ดีที่สุดของภาคใต้ให้ได้ ในระยะเวลาอันใกล้นี้ แต่ว่าเรายังขาดเรื่องโครงสร้างพื้นฐานถนนอยู่ เราขาดผังเมืองที่ดีอยู่ ถนนเส้นนี้จึงไม่เพียงแต่จะเปึนถนน แต่ถนนเส้นนี้จะเปึนผังเมืองที่ดีที่สุดเพื่อที่จะแบ่ง เขตรอบในกับเขตรอบนอก และเพื่อไปตอบคําถามว่าเราจะเปึนจังหวัดที่ดีที่สุดสําหรับ ที่อยู่อาศัยของภาคใต้ให้ได้ในระยะเวลาไม่นานนักนะครับ จึงขออนุญาตได้สอบถาม ท่านรัฐมนตรี ขอความมั่นใจจากท่านรัฐมนตรีนะครับว่าท่านพอจะช่วยได้ไหมครับว่า ให้เราได้ทําได้เร็วขึ้นจากแผนปกติที่ทางราชการได้ทําอยู่ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ที่ได้กรุณาให้ความสําคัญต่อจังหวัดพัทลุงมาโดยตลอด และกราบขอบคุณ ท่านประธานสภาที่ได้กรุณาให้ผมได้ถามกระทู้ทั่วไปในวันนี้ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบท่านรัฐมนตรี

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม โสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็เรียน ท่านสมาชิกนะครับว่าที่กระทรวงคมนาคมได้วางแผนเอาไว้ เพราะว่าในป้ ๒๕๕๓ เราจัด งบบูรณะของเส้นทางจากสายหลักตอนท่าประจะ ๗๐ ล้านบาท ที่จะดําเนินการ แล้วยัง ไปปรับปรุง ๔ ช่องจราจรตอนที่ถนนเส้น ๔๐๔๗ ตอนท่าลําป์าไปถึงเทศบาลเปึนขยาย ช่องจราจรอีก ๑๔ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเมื่อบวกกับที่เราจะทําเรื่องเมืองที่อยู่ในเขต รับผิดชอบของ ทช. อีก ๒๓๒ ล้านบาท เราก็คิดว่าจะสามารถแก้ปัญหาถนนเลี่ยงเมือง ตรงนี้ได้ แต่ว่าในขณะเดียวกันที่ผมเรียนว่า เมื่อมีถนนของ ทช. เกิดขึ้นแล้วในป้ ๒๕๕๓ แต่ว่าที่กรมทางหลวงที่จะดําเนินการ ขั้นตอนล่าช้าเราต้องไปศึกษาออกแบบ เนื่องจาก เปึนแนวถนนใหม่จะต้องมีการเวนคืน ผมก็ทราบดีนะครับ จากการสอบถามปัญหา ในอนาคตอันใกล้นี้ ผมได้มีกําหนดการที่จะเดินทางไปดูเรื่องแผนแม่บทการจัดถนนของ ภาคใต้ทั้งหมดในปลายเดือนนี้ เพราะฉะนั้นผมก็เรียนท่านสมาชิกว่า เมื่อมีโอกาสก็จะได้ ไปดูด้วยตาว่าจะทําอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่พี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบกระทู้ถามที่ ๒ ต่อไป เปึนกระทู้ถามที่ ๓

๑.๑.๓ กระทู้ถาม เรื่อง ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างตลาดกลาง สินค้าเกษตรภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี ของคุณยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เชิญเจ้าของกระทู้ถาม

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดจันทบุรี ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ที่ท่านได้ให้โอกาสผมมาสอบถาม ตลอดไปถึงติดตามความคืบหน้าการก่อสร้าง ตลาดกลางสินค้าเกษตรภาคตะวันออกที่จังหวัดจันทบุรีในวันนี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ จังหวัดจันทบุรีมีพื้นที่ทําการเกษตรทั้งหมด ๓,๙๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ มีพื้นที่ทําการเกษตร รวมแล้ว ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมดในจังหวัดจันทบุรี ท่านประธานครับ ทําไมชาวภาคตะวันออกต้องการเรียกร้องให้มีตลาดกลางสินค้าการเกษตรภาคตะวันออก มานาน ด้วยเหตุผลดังนี้ครับท่านประธาน จากปัญหาเรื้อรังมาเปึนเวลานาน ๒๐-๓๐ ป้ที่ผ่านมา เมื่อผลผลิตชาวสวนผลไม้ออกสู่ ท้องตลาดทุกป้และเปึนช่วงที่ออกสู่ท้องตลาดมากที่สุดคือช่วงเดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายนของทุกป้ ชาวสวนผลไม้จะนําผลไม้มาวางเร่ขายโดยเฉพาะชาวสวน ภาคตะวันออกจะมีรถยนต์กระบะ แล้วก็นํารถยนต์บรรจุผลไม้มาวางเร่ขายริมถนน สุขุมวิทเรียงรายอยู่อย่างนี้ประจําทุก ๆ ป้ และอยากจะเรียนบอกกับท่านประธานว่า เมื่อชาวสวนนําผลไม้มาวางเร่ขายบนรถกระบะทําให้เห็นว่าการจราจรติดขัด แออัดมาก ริมถนนสุขุมวิทเวลามีหน้าผลไม้แล้วก็ผู้คนที่ไปท่องเที่ยวภาคตะวันออกโดยเฉพาะจังหวัด จันทบุรี จังหวัดตราดแล้วจะทําให้มีปัญหารถติดอย่างนี้ทุกป้นะครับ และตลาดกลางที่ เรียนบอกกับท่านประธานวันนี้ว่า เมื่อชาวสวนผลไม้มาวางเร่ขายริมถนนสุขุมวิทแล้วจะ เห็นว่าเปึนตลาดกลางที่มีปัญหาและเปึนตลาดกลางที่ยาวที่สุดในโลกและไม่เคยปรากฏ มาก่อนนะครับ นี่คือเปึนคําประชดประชันให้ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบด้วยนะครับ ท่านครับ อยากจะเรียนบอกกับท่านรัฐมนตรีได้รับทราบว่าเมื่อรถมาจอดเรียงรายแน่น แออัดไปหมด ยาวที่สุดของตลาดกลางหรือริมถนนแล้ว เหตุที่เกิดขึ้นคืออุบัติเหตุครับ จังหวัดจันทบุรีเวลามีผลไม้เยอะก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเยอะด้วย ชาวสวนผลไม้ ภาคตะวันออกเราทําให้เกิดชะตากรรมเสี่ยงตาย เสี่ยงเปึนอยู่อย่างนี้ตลอดทุกป้ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นมา ๒๐-๓๐ ป้ที่ผ่านมาครับ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี ผมไม่เคยละเลยและไม่เคยนิ่งนอนใจปัญหาของพี่น้องชาวสวนผลไม้ จังหวัดจันทบุรีและภาคตะวันออกเลยนะครับ ผมได้ยื่นกระทู้ถามในสภาแห่งนี้พร้อมกับ หารือท่านประธานสภาหลายครั้งในสภาแห่งนี้เช่นเดียวกัน แต่เมื่อหารือผ่านไปหลาย ๆ ครั้ง แล้วก็ไม่เกิดมรรคผลอะไรเกิดขึ้นกับชาวจังหวัดจันทบุรีหรือชาวภาคตะวันออกเลยครับ ท่านประธาน เรื่องก็เงียบหายไปทุกครั้งเช่นเดียวกัน ผมไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ รัฐบาลที่ผ่านมาไม่เข้าใจ ไม่ใส่ใจกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนภาคตะวันออกเลย ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นรัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนํา ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านพรทิวา นาคาศัย และท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร กล้าหาญชาญชัย กล้าตัดสินใจโดยการอนุมัติงบประมาณไทยเข้มแข็งถือว่า เปึนนโยบายที่สําคัญของรัฐบาลนี้ให้ก่อสร้างตลาดกลางสินค้าการเกษตรภาคตะวันออก สักที เพราะตลาดกลางสินค้าภาคตะวันออกที่จังหวัดจันทบุรีมันมีความพร้อมแล้วนะครับ พร้อมทั้งการสํารวจออกแบบครับ นี่คือเอกสารที่ผมเรียนบอกกับท่านประธานเพื่อให้ท่าน ได้รับทราบแล้วก็เห็นว่าทางจังหวัดจันทบุรีเขาได้สํารวจออกแบบรายละเอียดของ โครงการตลาดกลางสินค้าเกษตรภาคตะวันออกมีความพร้อมนะครับ และพร้อมกับที่ดินด้วยนะครับ ที่ดินเปึนที่สาธารณะประโยชน์ ๒๗๐ ไร่ก็พร้อมครับ ท่านประธานครับ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกมีจังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดชลบุรี เขาก็พร้อมที่จะให้ก่อสร้างตลาดกลางสินค้าเกษตรที่จังหวัดจันทบุรี เลยเรียนบอกกับท่านประธานว่านี่คือความพร้อมโครงการเปึนที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เรื่องการก่อสร้างตลาดกลางคือเปึนเรื่องที่เหลือเชื่อจริง ๆ ท่านประธานครับ ทุกรัฐบาลไป ประชุมสัญจร ครม. ก็มีที่จังหวัดจันทบุรี และทุกรัฐบาลที่ประชุม ครม. โดยให้ความ เห็นชอบกับคณะรัฐมนตรีก็ทุกรัฐบาลนี่คือความเหลือเชื่อครับ ท่านประธานครับ แต่อยากจะเรียนบอกกับท่านประธานว่า ไม่ได้ดําเนินการเลยมันแปลกไหมท่านประธานครับ พยักหน้าและยิ้มด้วยท่านประธาน มันแปลกจริง ๆ ครับนี่คือการเหลือเชื่อ ผมอยากจะเรียนบอกกับท่านประธานว่า ผ่าน ครม. ทุกรัฐบาล แต่บังเอิญมีรัฐบาล ชุดหนึ่งเมื่อป้ ๒๕๔๘ ได้อนุมัติงบประมาณให้ก่อสร้างตลาดกลางที่บ้านหนองน้ําใส หมู่ที่ ๑๐ ตําบลวังโตนด อําเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ในเนื้อที่ ๒๗๐ ไร่ ที่เรียน ให้ท่านได้รับทราบตั้งแต่เบื้องต้นนะครับ ว่าเปึนที่สาธารณะ ได้ออกแบบสํารวจครับ แล้วหลังจากนั้นได้เสียค่าใช้จ่ายเวนคืนที่ดินไปตัวตลาดกลางให้กับชาวบ้านริมถนน สุขุมวิทไปเปึนที่เรียบร้อยแล้ว รวมค่าใช้จ่ายเวนคืนที่ดินไปทั้งสิ้น ๑๕ ล้านกว่าบาท นะครับ นี่คือจ่ายไปเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลอนุมัติจ่ายไปเรียบร้อยแล้ว แต่ต่อมาป้ พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีอนุมัติเห็นชอบให้ชะลอโครงการ นี่ละเปึนเรื่องแปลก ท่านประธาน เปึนเรื่องที่เหลือเชื่อ อนุมัติงบประมาณจ่ายไปล่วงหน้าเรียบร้อย สํารวจ ออกแบบเรียบร้อย เวนคืนที่ดินให้กับชาวบ้านไปเรียบร้อย แต่พอมาป้ ๒๕๕๐ คณะรัฐมนตรีชะลอโครงการ นี่ท่านประธานเสียไปแล้ว ๑๕ ล้านกว่าบาท ก็กลายมา ชะลออีกผมแปลกครับ อ้างว่าอย่างนี้ท่านประธานครับ ให้ไปทบทวนใหม่ ทบทวนแล้ว อ้างว่าต้องไปปรับลดเรื่องงบประมาณเพราะโครงการมันใหญ่ มันใหญ่ได้อย่างไรครับ ท่านประธาน เพราะโครงการนี้มันมีถนนรถไฟรางคู่มันผ่านด้วย มันเจริญนะครับ สร้างความเจริญให้กับพี่น้องภาคตะวันออกจังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดชลบุรีนะครับ แล้วก็ให้เสนอเข้ามาใหม่นะครับ ด้วยเหตุผลให้เสนอเข้ามาใหม่ ต่อมาทางจังหวัดจันทบุรีนะครับ โดยกรมการค้าภายในได้ดําเนินการส่งแบบทบทวน การบริหารจัดการ ทบทวนปรับลดเรื่องงบประมาณนะครับ ก็เสนอเข้ามาตามที่คณะรัฐมนตรี ขอก็ได้เสนอเข้ามาเปึนที่เรียบร้อยแล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ทาง คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ โดยจัดงบประมาณเพื่อขอใช้งบกลางครับ ท่านประธานครับ งบกลางป้ ๒๕๕๒ เพื่อให้ดําเนินการก่อสร้างตลาดกลางได้ นี่คือทางคณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ เปึนงบกลางป้ให้ ผมจึงขอเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ว่า ท่านได้สั่งการให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดําเนินการตามแผนการบริหารจัดการแล้วหรือยัง และมีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง และขณะนี้ป้งบประมาณ ป้ ๒๕๕๒ นั้นได้ผ่านไป เรียบร้อยแล้วครับ ผมขอทราบรายละเอียดด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบท่านรัฐมนตรี

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระผมจะตอบในนามของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการปฏิบัติ ราชการในต่างประเทศ

สําหรับกระทู้ถามของท่าน ส.ส. ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จังหวัดจันทบุรี ในเรื่องการติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างตลาดกลางสินค้าเกษตรภาคตะวันออก จังหวัดจันทบุรี ก่อนอื่นต้องขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส.ส. ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. ธวัชชัย อนามพงษ์ ท่าน ส.ส. พงศ์เวช เวชชาชีวะ จังหวัดจันทบุรีทั้ง ๓ ท่าน รวมไปถึงท่าน ส.ส. ธีระ สลักเพชร ในนามจังหวัดตราด และ ส.ส. สาธิต ส.ส. ธารา ป่ตุเตชะ ส.ส. บัญญัติ เจตนจันทร์ และ ส.ส. วิชัย ล้ําสุทธิ รวมทั้ง ส.ส.จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้เพราะว่าเมื่อรัฐบาลได้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ท่าน ส.ส. ในภาคตะวันออก ซึ่งถือได้ว่าเปึนแหล่งผลิตผลไม้ที่สําคัญของประเทศแห่งหนึ่ง ได้ผลักดันติดตามประสานงานอย่างใกล้ชิด ทั้งในส่วนของจังหวัดจันทบุรีและในส่วนของ ชาวสวนผลไม้ ตลอดจนการประสานงานกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กระผมใคร่ขอตอบกระทู้ถามดังกล่าวโดยแบ่งเปึน ๒ ส่วน

ส่วนที่ ๑ ก็คือการดําเนินการในช่วงที่ผ่านมา ในรัฐบาลก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ มีการนําเสนอโครงการก่อสร้างตลาดกลางสินค้าเกษตรภาคตะวันออก โดยได้มี มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ และวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๔๘ ได้อนุมัติ โครงการดังกล่าวภายใต้งบประมาณ ๕๔๙ ล้านบาท หลังจากนั้นได้มีการสํารวจออกแบบ โดยจังหวัดจันทบุรี ปรากฏว่างบประมาณได้กําหนดเพิ่มเติมเกินกว่าวงเงินงบประมาณที่ คณะรัฐมนตรีให้การอนุมัติ โดยมียอดรวม ๗๒๗ ล้านบาท หรือเกินจากวงเงินงบประมาณ ๑๗๘ ล้านบาท ซึ่งจะต้องมีการนําเข้าสู่ความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามในวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๐ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ชะลอโครงการ ดังกล่าวจนกว่าจังหวัดจันทบุรีจะได้มีการเสนอแผนดําเนินการและแผนธุรกิจในการ บริหารจัดการ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานการทํางานร่วมกันกับจังหวัดจันทบุรี และ ได้นําเข้าสู่คณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ แต่อย่างไรก็ตาม สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้มีความเห็นว่าก่อนที่ จะดําเนินการต่อไปในเรื่องนี้ จําเปึนที่จะต้องให้มีการจัดทําแผนธุรกิจและแผนการบริหาร การตลาด เพื่อให้ตลาดกลางดังกล่าวนั้นสามารถที่จะเลี้ยงตัวเองได้ในเชิงพาณิชย์ มิให้ เปึนภาระต่องบประมาณแผ่นดินอีกต่อไป นั่นคือการดําเนินการก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา สําหรับการดําเนินการของรัฐบาลชุดนี้ต้องเรียนท่านประธานสภาผ่านไปถึงท่านสมาชิกว่า ความมุ่งมั่นตั้งใจของชาวสวนผลไม้ทั้ง ๔ จังหวัดในภาคตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลักดันของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สอดคล้องต่อแนวทางนโยบายของ รัฐบาลชุดนี้ในการสร้างกลไกทางการตลาดเพื่อที่จะสนองตอบต่อการแก้ไขปัญหา ทั้งปัญหาเฉพาะหน้าระยะกลาง และระยะยาว จึงได้ดําเนินการในการขับเคลื่อนผลักดัน เรื่องนี้ บัดนี้ต้องเรียนว่ากระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในได้นําเสนอโครงการ ดังกล่าว ซึ่งมีงบประมาณในการดําเนินการ ๕๒๔ ล้านบาท เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองงบประมาณของแผนปฏิบัติการไทย เข้มแข็งรอบ ๒ หรือที่เรียกว่า เอสพี ๒ โดยแบ่งงบประมาณออกเปึน ๓ ป้งบประมาณ ดังนี้ ในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ จํานวน ๑๖๕ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๔ ๑๖๐ ล้านบาท และป้ ๒๕๕๕ ๑๙๙ ล้านบาท ด้วยความตั้งใจที่จะให้ตลาดกลางสินค้าเกษตรภาคตะวันออก นั้นปรากฏเปึนจริงภายใต้รัฐบาลชุดนี้หลังจากที่ชาวภาคตะวันออกนั้นรอคอยมาเปึนเวลา ๔ ป้เต็ม และต้องเรียนเพิ่มเติมว่านอกเหนือจากการสนับสนุนภายใต้ข้อเสนอของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใน ๔ จังหวัด และต้องขอบคุณเปึนการเฉพาะคือ ส.ส. จังหวัด จันทบุรีที่ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะรัฐบาลนี้เล็งเห็นว่าการที่แหล่งผลิตผลไม้แหล่ง ใหญ่ของประเทศในภาคตะวันออกนั้น ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานทางการตลาด ไม่มีจุดศูนย์ รวม และทําให้เกษตรกรนั้นต้องขายอยู่ตามริมท้องถนน เปึนอันตรายต่อความปลอดภัย และยังไม่สามารถสร้างอํานาจต่อรองในการรวบรวมผลไม้อย่างเปึนระบบ ประกอบกับ การจัดการในการรักษาคุณภาพภายหลังการเก็บเกี่ยวเปึนเรื่องสําคัญอย่างยิ่ง จึงได้ทํา การเชื่อมโยง นอกเหนือจากเรื่องของการสนับสนุนเพื่อรับการพิจารณาภายใต้ งบประมาณของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวที่เรียกว่า แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง แล้ว ยังได้ดําเนินการจัดงบประมาณในป้งบประมาณ ๒๕๕๓ ภายใต้นโยบายที่เรียกว่า โลคัล ทู โกลบัล (Local to global) ก็คือการนําผลผลิตเกษตรและผลไม้ของเรานั้นไปสู่ ตลาดโลก เมื่อเดือนที่แล้วกระผมในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้นํา หอการค้าจังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดระยอง พร้อมด้วยผู้ประกอบการได้เดินทาง ไปทําความตกลงในการเป่ดตลาดใหม่ที่มณฑลเหลียวหนิง โดยเข้าไปทําความตกลงกับ นครต้าเหลียน โดยเชื่อมโยงในการระบายเข้าไปสู่ตลาดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ ภาคเหนือของประเทศจีน และได้ทําความตกลงโดยเซ็น เอ็มโอยู (MOU) ระหว่าง หอการค้าทั้ง ๓ จังหวัด ร่วมกับทางกระทรวงพาณิชย์ของประเทศจีน เพื่อที่จะสามารถ ระบายผลผลิตซึ่งรวมได้ที่ตลาดกลาง สินค้าเกษตร ภาคตะวันออก และผ่านระบบของ การส่งออกไปสู่เมืองท่าใหม่ เช่น ที่เมืองท่าต้าเหลียน เปึนต้น พร้อมกันนั้นยังได้เชื่อมโยง ทําความร่วมมือกับเครือข่ายของซูปเปอร์มาร์เกต (Supermarket) ใหญ่ที่สุดอันดับ ๔ ของ ประเทศจีนก็คือบริษัท ต้าฉาง ซึ่งมียอดขายถึง ๖๐,๐๐๐ ล้านหยวน หรือคิดเปึนเงินไทย เกือบ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ในการระบายสินค้าโดยเฉพาะผลไม้ของไทย พร้อมกับ จัดการในเรื่องของการทําการโปรโมชั่น (Promotion) ทางการตลาด เช่น ทําอินสตอล โปรโมชั่น (Install promotion) เปึนต้น และการจับคู่ทางธุรกิจ นอกจากนั้นในห้วงเวลาที่ ผ่านมา ได้เชิญผู้แทนของกระทรวง เอคิวเอสไอคิว (AQSIQ) ของประเทศจีน เดินทางเข้า มาดูพื้นที่ตลาดกลางสินค้าเกษตรภาคตะวันออก และได้พบปะกับชาวสวนผลไม้และ สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรชาวสวนผลไม้ภาคตะวันออกที่จังหวัดตราด จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดระยอง ทั้งนี้เพราะว่าการนําเข้าผลไม้ไปสู่ตลาดใหม่ ๆ ที่ผมยกตัวอย่างเฉพาะ ประเทศจีนนั้น กระทรวง เอคิวเอสไอคิว ก็คือกระทรวงในการตรวจโรคพืช มีบทบาท สําคัญในการที่จะอนุมัติผ่านการตรวจตราผลไม้เพื่อให้เปึนไปตามมาตรฐานของ สุขอนามัย หรือข้อความ เอสพีเอส (SPS) พร้อมกันนั้นยังได้ติดต่อประสานงานเพื่อให้ มีการกระจายไปยังตลาดกลางสินค้าเกษตรในประเทศจีน อย่างน้อยอีก ๓ จุดใหญ่ นอกเหนือจากตลาดต้าเหลียนแล้ว ก็คือตลาดซินฟาตี้ ที่ชานกรุงปักกิ่ง เปึนตลาดกลาง สินค้าเกษตรและกระจายสินค้าเกษตรใหญ่ที่สุดในมณฑลภาคเหนือของประเทศจีน ซึ่งได้เชิญผู้บริหารของตลาดซินฟาตี้ ตลอดจนผู้นําเข้าผลไม้จากปักกิ่งนั้นเดินทางมา เยือนภาคตะวันออกและได้เข้าไปชมโครงการตลาดกลางสินค้าเกษตร ภาคตะวันออก ที่ท่านสมาชิกได้ตั้งกระทู้ถาม รวมไปถึงการที่ได้เชิญและการที่เดินทางไปที่เขตปกครองตนเองกวางสี ซึ่งมีตลาดที่ใหญ่ ที่สุดในมณฑลกวางสีอยู่ที่นครหนานหมิง เรียกว่าตลาดอู่ลิถิงเปึนตลาดที่อยู่ใกล้ประเทศ ไทยมากที่สุด พร้อมกับทําการเจรจาจนประเทศจีนยอมเป่ดด่านผิงเสียงซึ่งอยู่ติดระหว่าง ประเทศเวียดนามกับเขตปกครองตนเองกวางสี สามารถขนย้ายผลไม้จากภาคตะวันออก ก็ดี ภาคใต้ ภาคเหนือก็ดี ผ่านทางนครพนม บนเส้นทางอาร์ ๑๒ ซึ่งปัจจุบันเปึนเส้นทางที่ ใกล้ที่สุดในการผ่านเข้าไปยังตลาดของมณฑลทางใต้ของจีน เพราะฉะนั้นนอกเหนือจาก การที่รัฐบาลนี้จะสร้างฝันให้เปึนจริงสําหรับชาวสวนภาคตะวันออกและชาวสวนในภาค ต่าง ๆ ด้วยการสนับสนุนโครงการในการจัดตั้งตลาดกลางสินค้าเกษตรภาคตะวันออก แล้ว ยังได้เตรียมการในการเตรียมพร้อมตลาดที่บริโภคสินค้าผลไม้ของเรามากที่สุดก็คือ ตลาดจีน ทั้งการขนส่งทางทะเล การขนส่งทางอากาศ และการขนส่งทางบก จึงเรียนท่าน ประธานผ่านไปถึงสมาชิกครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถามอีกครั้งครับ

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จันทบุรี

ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรีนะครับ ก่อนอื่นต้องกราบ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีผ่านไปยังท่านประธานด้วย ที่ท่านได้มาตอบกระทู้อย่างชัดเจน ขอชมเชยท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ที่ท่าน มีความกล้าหาญชาญชัย กล้าตัดสินใจตอบให้ผมและพี่น้องชาวภาคตะวันออก โดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัดจันทบุรีที่ฟังรายการวิทยุอยู่ในวันนี้ ได้รับทราบข้อมูล อย่างแท้จริงจากตัวของท่านเอง ปากของท่านเอง ที่ท่านตอบมาในสภาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ขอชมเชยท่านอีกครั้งหนึ่งที่เปึนรัฐมนตรีที่กล้าหาญชาญชัยนะครับ แต่ผมอยากจะเรียน ถามเปึนครั้งที่ ๒ หัวข้อที่ ๒ นะครับ คือผมอยากจะให้ท่านรัฐมนตรียืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐบาล โดยทางกระทรวงพาณิชย์ว่าได้ทําเรื่องโครงการที่ท่านตอบให้ผมได้รับทราบคือ เอสพี ๒ โครงการไทยเข้มแข็งนี้ ทางกระทรวงพาณิชย์โดยท่านปลัดกระทรวงก็ดี ท่าน อธิบดีของกระทรวงก็ดี ท่านได้เร่งรัดให้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ดําเนินการทําเรื่องออก จากกระทรวงพาณิชย์ไปยังโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงการคลัง บรรจุอยู่ใน โครงการไทยเข้มแข็งแล้วหรือยังนะครับ โดยเฉพาะโครงการไทยเข้มแข็งป้งบประมาณ ๒๕๕๓ นี้ ที่ท่านบอกว่ามีงบประมาณที่พร้อมอนุมัติให้ ๕๒๔ ล้านบาท ช่วง ๓ ป้ ป้ ๒๕๕๓ ๑๖๕ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๔ ๑๖๔ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๕ ๑๙๙ ล้านบาท ถามว่า ทางกระทรวงพาณิชย์ได้บรรจุลงในแผนงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็ง ป้ ๒๕๕๓ แล้วหรือยัง และสามารถดําเนินการแล้วเสร็จได้เมื่อไร ขอทราบรายละเอียดท่านรัฐมนตรี อีกครั้งหนึ่ง แล้วขอให้ท่านรัฐมนตรียืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญตอบ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมใคร่ ขอเรียนยืนยันท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรีที่ได้กรุณาขอคํายืนยันอีก ครั้งหนึ่งในการดําเนินการ ซึ่งทราบดีว่าท่าน ส.ส. ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ได้เปึนตัวแทนของ ส.ส. ภาคตะวันออกทั้งหมด ก็ต้องขอบคุณท่านที่ได้เอาใจใส่ราษฎร แล้วขอบคุณที่เห็น ความสําคัญต่อผลไม้ซึ่งเปึนพืชเศรษฐกิจของเราในการพัฒนาระบบกลไกทางการตลาด ขอเรียนว่ากระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในได้นําเสนอโครงการดังกล่าวไปสู่ คณะกรรมการกลั่นกรองโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ในวงเงินที่ได้เรียนว่า ได้มีการปรับตัวเลขเพื่อให้สอดคล้องต่อแบบที่ได้มีการ กําหนดไว้เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าในจํานวน ๕๒๔ ล้านบาทนะครับ โดยกําหนดไว้ว่า เปึนงบประมาณผูกพัน ๓ ป้ ภายใต้ ๓ ป้ของไทยเข้มแข็ง นั่นก็คือ ป้ ๒๕๕๓ จํานวน ๑๖๕ ล้านบาท ป้ ๒๕๕๔ จํานวน ๑๖๐ ล้านบาท และป้ ๒๕๕๕ จํานวน ๑๙๙ ล้านบาท โดยที่ขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการดังกล่าว ตามขั้นตอนที่จะต้องปฏิบัติ พร้อมกันนั้นเพื่อให้สอดคล้องต่อมติคณะรัฐมนตรี กระทรวง พาณิชย์ได้ร่วมกับจังหวัดจันทบุรีและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดําเนินการในการ จัดทําแผนธุรกิจซึ่งปรากฏเปึนเงื่อนไขในมติคณะรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ ในเรื่องการจัดทํา ที่เรียกว่า บิซซิเนส โมเดล (Business Model) นะครับ ซึ่งประกอบไปด้วย ๑๐ หัวข้อ ผมจะไม่ลงรายละเอียด แต่ว่าในแผนดังกล่าวนั้นเพื่อประกอบการพิจารณาให้เกิด ความมั่นใจว่าการดําเนินการดังกล่าวนั้นจะบรรลุเปัาหมายสมดังที่โครงการนี้ได้ตั้ง วัตถุประสงค์ไว้ แล้วผมใคร่ขอเรียนว่า ในการพิจารณาดังกล่าวนั้นเปึนคําตอบสําหรับ การดําเนินการอย่างเปึนทางการ แต่ว่ารัฐบาลนี้มีการบริหารจัดการแบบใหม่ โดยเฉพาะ ท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนหนุ่มรุ่นใหม่วิสัยทัศน์ไกล จึงให้ดําเนินการในการประสาน ไม่เปึนทางการกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ฯพณฯ กรณ์ จาติกวณิช ให้ดูแล โครงการนี้และตอบรับในหลักการแล้ว เพราะเห็นว่าเราสามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับ เกษตรกรชาวสวนผลไม้ได้ ด้วยการสร้างกลไกตลาดกลางสินค้าเกษตรภาคตะวันออก จึงได้เรียนมายังท่านประธานผ่านไปถึงท่านสมาชิกว่า ฝันเปึนจริงครับ และจะเร่งรีบ ดําเนินการให้เร็วที่สุด และผมต้องเรียนว่า การดําเนินการในการดูแลผลไม้ที่ผ่านมานั้น ต้องเรียนว่า โดยมติคณะรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ใน ๒ ป้งบประมาณที่ผ่านมาอยู่ภายใต้การดูแล แบบครบวงจรโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ว่ารัฐบาลนี้ได้มีมติคณะรัฐมนตรีว่า เมื่อสิ้นฤดูกาลผลไม้ในป้นี้ ไม่ว่าจะเปึนผลไม้ในภาคตะวันออก ภาคใต้ ภาคเหนือ รวมทั้ง ลําไย ก็จะโอนมาสู่การดูแลแบบครบวงจรโดยกระทรวงพาณิชย์ และหลังจากสิ้นเดือนนี้ เปึนต้นไป กระทรวงพาณิชย์ก็จะเริ่มดําเนินการในการจัดประชุมทันทีเพื่อวางแผนไว้ แต่เนิ่น ๆ ในการจัดการบริหารผลไม้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา แก้ปัญหาเฉพาะหน้าและ ต้องการสร้างหลักประกันรายได้ที่มั่นคงแน่นอนและมีกําไรให้กับชาวสวนนะครับ ทั้งตลาดภายใน และตลาดต่างประเทศ จึงขอเรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกครับ

(นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถือว่าจบกระทู้ถามทั่วไปที่ ๑.๑.๓ นะครับ

ต่อไปเปึนกระทู้ถามทั่วไป

๑.๑.๔ กระทู้ถาม เรื่อง โครงการงบประมาณแก้ไขปัญหาอุทกภัยของ กระทรวงมหาดไทย ของท่าน ส.ส. สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย

เชิญท่านสุรวิทย์ครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมได้ตั้งกระทู้ถาม ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับการจัดสรร งบประมาณแก้ปัญหาอุทกภัยของกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานที่เคารพครับเปึนที่ ยอมรับทั่วไปว่า ปัจจุบันนั้นประเทศไทยของเราจะประสบปัญหาอุทกภัย ประสบปัญหา ภัยแล้ง เปึนเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ําซาก แทบจะมองได้ว่าในแต่ละป้ ต้นป้จะมีภัยแล้ง ปลายป้ จะมีน้ําท่วมหรืออุทกภัย บางป้ตอนต้นเกิดภัยแล้งตามด้วยน้ําท่วม พอน้ําท่วมเสร็จ ๒ สัปดาห์ตามด้วยภัยแล้ง ตามด้วยน้ําท่วม เรียกว่าเปึนปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ําซากเปึนเช่นนี้ มาโดยตลอด ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ความเสียหายต่าง ๆ หลายฝ์ายก็ช่วยกัน เยียวยาแก้ไข แต่เท่าที่ผ่านมานั้นส่วนใหญ่จะเปึนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เปึนการช่วย ในสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าเท่านั้น ไม่ค่อยได้วางแผนแก้ปัญหาระยะยาว สําหรับ กระทรวงมหาดไทยนั้นถือว่าเปึนกระทรวงที่มีกรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ เกี่ยวข้องกับอุบัติภัยต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่เกิดมานั้นผมเห็นว่าในหลายพื้นที่ ไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดชัยภูมิ มี ส.ส. หลายท่านก็มาฝากผมว่า เวลาเกิดปัญหาอุทกภัย ซึ่งถ้างบประมาณที่ออกไปบางป้ บางครั้ง ๖๐๐ ล้านบาท ๘๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท ออกไปส่วนใหญ่ก็จะเปึนการลงหินลูกรังซ่อมถนนที่ถูกน้ําท่วม แต่สภาพที่เกิดน้ําท่วม เวลาน้ําท่วมจะมีถนนขาด สะพานชํารุด หลายแห่งที่กระผมในฐานะผู้แทนราษฎร ผมได้ ลงไปติดตามดูความเสียหาย ก็ได้แนะนําทางผู้ใหญ่บ้าน กํานันชุมชน ประธานชุมชน บอกว่า ในส่วนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเปึนเรื่องจําเปึน แต่ขณะเดียวกันส่วนใดที่จะสามารถ แก้ปัญหาแล้วทําให้ลดปัญหาอย่างถาวรได้ก็เปึนเรื่องที่ดี เช่นถนนที่ขาดจากน้ําท่วม ก็แสดงว่าตรงนั้นน้ําไหลแรง ถ้าเอาดินมาถม มาซ่อม ป้หน้าก็ขาดอีก ก็แนะนําทําสะพาน ทําท่อระบายน้ํา ทําท่อเหลี่ยม ซึ่งหลายชุมชนหลายแห่งก็ได้เสนอโครงการขึ้นมา ก็ผ่านมา ระดับอําเภอ ระดับจังหวัดมาถึงทางกระทรวงมหาดไทย ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ ผ่านมางบประมาณกรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยส่วนใหญ่ลงไปจะเปึนเฉพาะลง หินลูกรัง ซ่อมบํารุง และส่วนพวกท่อระบายน้ํา ท่อเหลี่ยมต่าง ๆ มักจะไม่ได้รับอนุมัติ เลยทําให้การแก้ปัญหาเปึนไปอย่างฉาบฉวยชั่วคราว ป้หน้าก็เปึนอีก ป้ต่อไปก็เปึนอีก มี ส.ส. หลายท่านบอกผมว่า ปัญหามันไม่อยู่ที่ว่าการไม่ได้วางแผน แต่อาจจะมีลึกกว่านั้น เพราะว่าลงหินลูกรังนั้น เมื่องบประมาณลงไป บางทีไม่มีหินลูกรัง มีแต่รถไปปรับเกรด เกลี่ย เสร็จแล้วก็บอกว่าเสร็จแล้วเรียบร้อย เบิกงบประมาณไปแล้ว งบประมาณบางแห่ง ก็อาจจะลงลูกรังเพียงเล็กน้อย ไม่สมกับราคางบประมาณ ไม่สมกับราคาของงาน ไม่สมกับงบประมาณที่เปึนภาษีอากรของพี่น้องประชาชน เงินไม่ได้เกิดประโยชน์สูงสุด บางแห่งผู้ใหญ่บ้าน กํานัน บอกว่าได้รับงบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่มีรถมาลงหิน ไม่กี่รถ เสร็จแล้วปรับเกรดเกลี่ยเสร็จเขาก็นึกว่ายังไม่เริ่มงาน แต่มาทราบทีหลังว่า เสร็จเรียบร้อย เบิกเรียบร้อยแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ การตรวจสอบมันยาก เพราะว่าเขาปรับเกรดเกลี่ยเรียบร้อยแล้ว ตรงนี้ที่ผมหยิบยกเปึนกระทู้ขึ้นมา เราคงจะมอง ในแง่ของการวางแผนในอนาคตว่าทําอย่างไรงบประมาณเช่นนี้จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด งบประมาณเช่นนี้จะเกิดประโยชน์สูงสุด ๑. การวางแผนในเรื่องของการแก้ อย่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ต้องแก้ปัญหาระยะยาว เช่นตรงไหนที่มันถนนขาด จะเปึนท่อเหลี่ยม ท่อระบายน้ํา เปึนสะพาน ถ้ากรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยไม่มี ข้อจํากัด ไม่มีระเบียบห้ามก็ควรจะได้ดําเนินการ เพราะเปึนการแก้ระยะยาว งบประมาณ ไม่แตกต่างกันกับการลงหินลูกรังนะครับ และที่ในส่วนนี้หลายคนก็พูดว่า เขาสงสัยว่า อาจจะมีการกินนอกกินในนะครับ ผมไม่อยากจะว่าเปึนเหมือนกับทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) เพราะเขาบอกว่างบประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าชาวบ้าน ทําเอง ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ก็เท่านั้นเองที่เห็นอยู่มันเปึนแบบนี้ครับ งบประมาณ ที่มันสูญหายไปมันไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มันจึงได้เกิดซ้ําซาก ดังนั้นผมจึงขอตั้งกระทู้ถามถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งผมจะขอถาม ๒ ข้อติดต่อกันครั้งเดียวครับ

ข้อที่ ๑ การแก้ปัญหาอุทกภัยในจังหวัดต่าง ๆ ส่วนใหญ่เปึนการจัดสรร งบประมาณในการลงหินลูกรังปรับเกรดเกลี่ย ทั้ง ๆ ที่บางแห่ง บางพื้นที่ บางจังหวัด สมควรจะได้มีการลงท่อระบายน้ํา ท่อเหลี่ยม ทําสะพาน ในพื้นที่เองก็เสนอขึ้นมา แต่ส่วนใหญ่จะไม่ได้รับงบประมาณลักษณะเช่นนั้น จะเปึนหินลูกรัง เปึนการถมเกลี่ย ยกระดับถนนต่าง ๆ เท่านั้น จึงขอถามว่ากระทรวงมหาดไทยมีนโยบายในการจัดสรร งบประมาณแก้ปัญหาในเรื่องอุทกภัยรวมถึงภัยแล้งในส่วนนี้ เฉพาะในเรื่องของการ แก้เฉพาะหน้าเท่านั้นหรือสามารถที่จะทําจัดงบประมาณทั้งในส่วนที่เปึนการปัองกัน ล่วงหน้าได้ด้วยหรือไม่ อันนี้เปึนคําถามข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ ครับ จากที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานว่างบประมาณที่ลงไป มันไม่มีประสิทธิภาพ การตรวจรับก็เสร็จเรียบร้อย การแก้ปัญหาตรงนี้เปึนไปได้หรือไม่ว่า จะเป่ดโอกาสให้มีระเบียบของกระทรวงมหาดไทย เป่ดโอกาสให้ผู้นําชุมชน อาจจะเปึน กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือในส่วนขององค์การบริหารส่วนตําบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้นเข้ามามีส่วนร่วมในการเปึนคณะกรรมการ ตรวจรับงาน ซึ่งคนในพื้นที่ผมเชื่อว่าเขาจะรักพื้นที่ รักถิ่นของเขา การที่จะเกิดทุจริต คอร์รัปชันต่าง ๆ หรืองานไม่มีประสิทธิภาพน่าจะลดน้อยลง และอีกเรื่องหนึ่ง อีกตอนหนึ่ง เปึนไปได้หรือไม่ที่จะมีปัายประกาศก่อนที่จะเริ่มลงมือทํางาน เช่น ไม่ต้องเปึนปัายเหล็ก หรอกครับ เปึนปัายไม้เขียนบอกว่า โครงการลงหินลูกรัง งบประมาณเท่าไร ความยาว เท่าไร ของหน่วยงานใดให้พี่น้องประชาชนได้ทราบล่วงหน้าด้วยว่าจะมีเงิน มีงบประมาณลงไป เขาจะได้มีส่วนในการตรวจสอบ ซึ่งคงไม่สิ้นเปลืองมากนักในเรื่อง ปัายดังกล่าว คงเปึนปัายไม้อัดเขียนธรรมดา ลักษณะเช่นนี้กระทรวงมหาดไทย จะสามารถออกระเบียบเช่นนี้ได้หรือไม่ ผมขอถาม ๒ ข้อรวมครั้งเดียวครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ตอบนะครับ เชิญครับ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาทําหน้าที่ตอบกระทู้ของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ท่านประธานครับ ผมต้องขอบคุณ ในความห่วงใยของท่านถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้อง ประชาชนที่ประสบภัยต่าง ๆ เปึนที่ทราบตรงกันครับว่าประเทศของเรานั้นในป้หนึ่ง ก็จะเจอภัยแล้ง ภัยหนาว ภัยน้ําท่วม ในสิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด ในสถานะ การเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องดูแลความเดือนร้อนของประชาชนนั้นเปึนหน้าที่หนึ่ง ที่เราจะต้องเข้าไปดูแลประชาชนเมื่อประสบภัยต่าง ๆ ส่วนประเด็นที่ท่าน ส.ส. ได้สอบถามก็คือประเด็นเกี่ยวกับกรณีการประสบภัยน้ําท่วม ว่ากระทรวงมหาดไทยนั้น มีบทบาท มีอํานาจหน้าที่ไปดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับประชาชน ผมต้องเรียนว่าเมื่อพื้นที่ใดที่มีการประสบภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นคําถาม ก็คือภัยน้ําท่วม วิธีการที่จะมีการช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยนั้น กระทรวงมหาดไทยมีหลักเกณฑ์ มีระเบียบ มีข้อกฎหมายครับ แน่นอนที่สุดครับ

ประการแรก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเปึน อบต. เปึนเทศบาล หรือแม้แต่ อบจ. ที่เปึนองค์กรขนาดใหญ่ระดับจังหวัด องค์กรเหล่านี้ เมื่อมีภัยน้ําท่วมอยู่ในพื้นที่ใด บรรดาผู้บริหารองค์กรเหล่านี้มีอํานาจเต็มที่ที่จะเข้าไปดูแล พี่น้องประชาชนที่ประสบภัย ไม่ว่าจะเปึนการอนุมัติเงินสะสมหรือเงินความจําเปึนเร่งด่วน ในการช่วยเหลือเฉพาะหน้าให้กับพี่น้องประชาชนเหล่านี้ ส่วนในระยะยาว ถ้าเกิด ความเสียหายต่อถนนหนทางหรือโครงสร้างพื้นฐาน องค์กรท้องถิ่นเหล่านี้ก็ต้องจัดสรร งบประมาณเพื่อดูแลแก้ไขในจํานวนที่เปึนโครงการถาวรในระยะยาว แต่ในขณะเดียวกันครับ กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยซึ่งเปึนกรมหนึ่งที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทย แล้วก็มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยต่าง ๆ วิธีการ ขั้นตอนของ กระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับให้กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยนี้ดูแลก็คือ การที่ใน แต่ละจังหวัดนั้นจะมีเงินทดรองราชการ จังหวัดหนึ่งก็จะมีอยู่ประมาณ ๕๐ ล้านบาท เงินทดรองราชการนี้จะมีระเบียบ มีวิธีใช้ตามกฎหมายทุกประการครับ เงิน ๕๐ ล้านบาท นั้นแต่ละจังหวัดจะสามารถใช้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในแต่ละ เหตุการณ์ แต่ละภัย เช่น กรณีจังหวัดใดเกิดน้ําท่วม นี่คือสิ่งที่ทางจังหวัดจะมีเงินจํานวน ๕๐ ล้านบาท เพื่อที่จะเอาเงินจํานวนนี้มาบริหารจัดการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน วิธีการ ดําเนินการจะใช้เงินสํารองจ่ายของทางราชการอย่างนี้ ทดรองจ่ายอย่างนี้ จะมีวิธีการ อย่างนี้ครับ สมมุติจังหวัดชัยภูมิประสบอุทกภัยน้ําท่วมเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ หลายอําเภอ การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะใช้อํานาจของกระทรวงมหาดไทยที่มีอํานาจให้ ใช้เงินจํานวนดังกล่าวนี้ก็จะต้องตรวจสอบดูว่ามีพื้นที่ใด อําเภอใดในจังหวัดชัยภูมินั้น ที่ประสบภัยน้ําท่วม จากนั้นพื้นที่ของอําเภอนั้น ๆ จะรายงานมายังจังหวัด เพื่อจังหวัด จะได้ประกาศว่าพื้นที่นั้นเปึนพื้นที่ที่ประสบภัยน้ําท่วม วิธีการเมื่อประกาศเสร็จแล้วยัง ไม่สามารถใช้เงินจํานวนนี้ได้ครับ แต่ละจังหวัดนั้นก็จะมีการตรวจสอบว่าเมื่อประสบภัย น้ําท่วมแล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร แน่นอนที่สุดครับ เมื่อมีการประสบภัยน้ําท่วมแล้ว ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็จะเกิดแตกต่างกัน บางครั้งก็พืชผลเกษตรเสียหาย บางครั้งถนนหนทางเสียหาย ทั้งหมดนี้จะรับทราบ รับรู้ได้อย่างไร ก็จากการรายงานของ ผู้ใหญ่บ้าน การรายงานผ่านสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รายงานส่งมายัง อําเภอครับ อําเภอนี่ละครับ จะเปึนต้นที่จะต้องมีการพิจารณาว่าความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนมีเรื่องอะไรบ้าง ถ้าเรื่องพืชผลเกษตร ไร่ นา สวนต่าง ๆ ก็ต้องมีการสํารวจ ชดใช้ความเสียหาย ตรงนั้นก็เข้าไปในซีกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการชดเชย กันก็ว่ากันไป แต่ถ้าเปึนเรื่องของถนนหนทาง เรื่องของสะพานไม้ขาด สิ่งนี้ละครับ เปึนสิ่งที่จะต้องแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน เงินมาจากไหนครับ ก็เงินจํานวน ๕๐ ล้านบาท เงินทดรองราชการนี่ละครับ ที่ทางจังหวัดนั้นจะมอบให้กับ อําเภอที่ประกาศประสบภัยน้ําท่วม อําเภอหนึ่ง ๆ ไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท อําเภอหนึ่ง ๆ จะใช้เงินเหล่านี้ได้จะต้องมีคณะกรรมการครับ เขาเรียกว่าคณะกรรมการให้ ความช่วยเหลือในระดับอําเภอ คณะกรรมการชุดนี้จะมีนายอําเภอเปึนประธาน จะมีหัวหน้าส่วนเปึนคณะกรรมการอีก ๑ คน จะมีตัวแทนของกรมปัองกันและบรรเทา สาธารณภัย ๑ คน จะมีตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้น ๆ อีก ๑ คน แล้วก็จะมีปลัดอําเภอฝ์ายความมั่นคงเปึนกรรมการและเปึนเลขานุการ จะรับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งหมดในพื้นที่แล้วก็มาดูว่าจะช่วยเหลือ แก้ไขอย่างไร ถ้าจําเปึนจะต้องมีการทําสะพานไม้ให้เปึนทางเดินของน้ําที่เรียกว่า ท่อเหลี่ยม หรือบล็อก คอนเวิร์ส (Block converse) เขาก็สามารถดําเนินการได้ หรือจะ แก้ปัญหาโดยถนนขาด ถมดิน เอาลูกรังใส่ก็ว่ากันไป แล้วแต่วิธีการ แต่มีเงินทดรอง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ในกรณีใช้เงินตรงนี้หมดจะขอเงินต่อจากทางจังหวัด จังหวัดก็จะมีเงิน ที่กองอยู่ ๕๐ ล้านบาท หลังจากกระจายส่งอําเภอแล้ว เหลือเท่าไรกรรมการจังหวัดก็จะมี อีก ๑ ชุดครับ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธาน มีหัวหน้าส่วนระดับจังหวัดเปึนกรรมการ มีตัวแทนของกรมปัองกันบรรเทาสาธารณภัย มีตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดและก็มีปลัดจังหวัดเปึนกรรมการและเลขานุการ พิจารณาการใช้เงินจํานวนนี้ว่า เดือดร้อนเรื่องอะไรแล้วก็มีการอนุมัติกันไป มีเปึนรูปคณะกรรมการ หากเงินจํานวน ๕๐ ล้านบาทหมดจังหวัดชัยภูมิก็สามารถที่จะขอมายังกรมปัองกันบรรเทาสาธารณภัย เพื่อที่จะขอใช้เงินอีกผ่านกระทรวงการคลัง นี่คือขั้นตอน วิธีการที่มีระเบียบของ กระทรวงมหาดไทยครับ

ส่วนคําถามของท่านถามว่า ปัญหามันเกิดขึ้นว่าเวลาทําโครงการนั้นเหตุใด จึงมีแต่โครงการทําลูกรังบ้าง ไม่มีโครงการที่เปึนระยะยาว ไม่มีโครงการที่เปึนการถาวร ครับ เบื้องต้นนั้นเงินจํานวนนี้เปึนเงินทดรองของทางราชการที่ให้จังหวัดแก้ปัญหา เฉพาะหน้า ฉะนั้นอําเภอหนึ่ง ๆ เมื่อมีการประกาศภัยของอําเภอนั้น ๆ ก็จะได้ไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็รู้อยู่มีอยู่ไม่กี่พื้นที่ ถ้ามีมากก็ไม่พอ ก็ขอให้ขึ้นสู่ จังหวัด ฉะนั้นโครงการที่จะมีการดูแลสนับสนุนก็จะเปึนโครงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ไม่มีข้อบังคับว่าจะทําท่อเหลี่ยมไม่ได้ ห้ามทําท่อ ไม่มีข้อบังคับแล้วแต่คณะกรรมการ ชุดนี้จะทําการพิจารณาว่ามีความจําเปึนแก้ไขอย่างไร นี่คือแนวทางของการใช้เงินเรียกว่า เงินทดรองราชการของแต่ละจังหวัดในการดูแลภัยน้ําท่วมที่มีอยู่ประมาณ ๕๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตามครับ สิ่งที่เห็นตรงกันคือว่า เมื่อช่วยแล้วมันไม่ถาวรทําอย่างไรล่ะจะให้ การแก้ปัญหาให้กับประชาชนนั้นเกิดความถาวร ของส่วนจังหวัดนี้เปึนการแก้ในกรณี จําเปึนเร่งด่วนครับ ส่วนการถาวรกระทรวงมหาดไทยก็จะมีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่นั้นก็จะต้องมีนายช่างโยธาทําการสํารวจว่าควรจะมีการทําถนนอย่างดี ไม่ว่าจะเปึนถนนลาดยาง คอนกรีต มีงบประมาณหรือไม่ ไม่มีงบประมาณก็ขอตรงขึ้นมา ยังกรม นี่คือแนวทางในการจะทํางานร่วมกัน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ในขณะเดียวกันครับ กระทรวงคมนาคมเขาก็มีโครงการเกี่ยวกับถนนในหมู่บ้าน ถนนไร้ฝุ์น อันนี้ก็เปึนแนวทางหนึ่งซึ่งจะต้องทํางานให้สอดคล้องต้องกัน แต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้านั้น แต่ละจังหวัดจะมีแนวทางอย่างนี้

ส่วนคําถามที่สอง ที่ท่านได้สอบถามมาว่าการดําเนินการช่วยเหลือ ประชาชนโดยใช้เงินอย่างนี้ โดยกรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยลักษณะอย่างนี้จะให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการเปึนคณะกรรมการตรวจรับได้หรือไม่ ผมเห็นด้วยครับ วันนี้ งบประมาณทั้งหมดนั้นเปึนเงินภาษีอากรของประชาชน การที่จะสนับสนุนโครงการใดนั้น ประชาชนจะต้องทราบ จะทําเมื่อไร เวลาใด มีปริมาตรที่จะทําแค่ไหน เพียงใด ประชาชน ต้องรู้ สิ่งที่สถานะความเปึนผู้แทนราษฎรของพวกเรา เราก็ได้ยินกันมาละครับ มี ๑๐๐ บาท ทํา ๑๐-๒๐ บาท สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ใครจะตรวจสอบได้ดีที่สุดเท่าประชาชนครับ เจ้าของพื้นที่ จะต้องเปึนคนเข้ามาดู เข้ามาตรวจสอบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจริงแล้วเปึนอย่างไร ในส่วนของ กระทรวงมหาดไทยนั้นได้กําชับตลอดเวลาโดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดเวลาเกิดภัยพิบัติ ขึ้นมาแล้วเมื่อมีการใช้เงินสํารองของทางราชการใช้เกี่ยวกับเรื่องน้ําท่วม แก้ปัญหาที่ไหน อย่างไร ภัยแล้งแก้ปัญหาที่ไหน อย่างไร จะต้องแจ้งในที่ประชุมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และขอให้ทําเปึนเอกสารครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านจะได้ไปบอกประชาชนว่าวันนี้เวลาใด บ้านเราได้งบประมาณมาทําอะไรกัน เขาจะได้ช่วยกันตรวจสอบ และในขณะเดียวกันครับ ผมเรียนว่าการที่จะให้ประชาชนเปึนกรรมการร่วมตรวจสอบนั้นระเบียบกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้ห้ามเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีกําหนดไว้ชัดเจนครับ ไม่ว่าจะเปึนระเบียบของกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการใช้เงินทดรองราชการนี่ ก็กําหนดชัดเจนว่าให้ผู้มีอํานาจสั่งจ่ายเงินทดรองราชการ แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งหรือหลายคนตามความจําเปึนเพื่อทําหน้าที่ตรวจรับพัสดุ ส่วนระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ฉบับที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๓๕ กําหนด ไว้เลยครับว่า คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ประกอบด้วย ประธานกรรมการ และกรรมการ อื่นอย่างน้อย ๒ คน ซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการ พนักงานราชการ โดยคํานึงถึงลักษณะ หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ได้รับการแต่งตั้งเปึนสําคัญ ในกรณีที่จําเปึน หรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการ จะแต่งตั้งจากบุคคลอื่นไม่เกิน ๒ คนร่วมเปึนกรรมการ ก็ได้ นี่คือกติกา นี่คือระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ฉะนั้นผมขอเรียนว่าไม่มีข้อห้ามใด เลยครับที่จะห้ามประชาชนเข้ามาร่วมเปึนกรรมการ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ยิน และได้พบเห็นว่าบางครั้งตั้งงบประมาณเสร็จ ทําไม่จริงครับ ปรับนิดหน่อย เกรดนิดหน่อยเบิกเงินหลวงใส่กระเปิา หรือทําเพียง ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้เรียกว่าโกง เราต้องร่วมกัน ให้ประชาชนมีส่วนร่วม รายงานขึ้นมายังกระทรวงมหาดไทย ผมเชื่อว่าเรื่องอย่างนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ครับ ฉะนั้นผมขอเรียนว่าสิ่งที่ท่านห่วงใยนั้นเปึนสิ่งที่ เราต้องทํางานร่วมกัน เพื่อจะให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามครับ

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่ได้ตอบกระทู้ถามแทน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับทราบในสิ่งที่ท่านได้ตอบมานั้นก็เปึนเรื่องที่ ดําเนินการเปึนที่ทราบกันทั่วไป ที่สําคัญก็คืออยากจะให้มีการกําหนดต่าง ๆ ชัดเจน ดังที่ท่านบอกว่าไม่ห้ามประชาชนเข้ามาเปึนกรรมการ ผมเสนอกําหนดเลยว่าไม่อยากจะ พูดคําว่าบังคับ ว่าให้มีผู้นําชุมชน หรือตัวแทนของชุมชน จะเปึนผู้ใหญ่บ้าน กํานัน อย่างน้อย ๑ หรือ ๒ คน เข้ามาเปึนกรรมการ ผมอยากให้มีกําหนดอย่างนี้ ถ้าเราบอกว่า จะมีก็ได้ พอจะมีก็ได้ ก็เลยไม่มี พอไม่มี แม้แต่บางหมู่บ้านนั้นผู้ใหญ่บ้าน กํานันไปถาม เขายังบอกอย่าเข้ามาใกล้เดี๋ยวรถมันจะชน มันจะเฉี่ยว เปึนการขู่อีกนะครับ ที่ว่าแจ้งใน ที่ประชุมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนมากจะแจ้งเมื่องานเสร็จแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเรียนถึงท่านว่าการทํางานเช่นนี้เหมือนกับที่ท่านพูด ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเองที่เปึนผลงาน เราจะทําอย่างไรคงจะฝากกระทรวงมหาดไทยได้หามาตรการ หาวิธี ผมเสียดายเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน ยิ่งประเทศชาติอยู่ในสภาวะแบบนี้ เงินทุกบาททุกสตางค์อยากจะให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ท่านรัฐมนตรีและทุกท่านครับ ส.ส. ทุกคนฝากผมมาไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดชัยภูมิ หลายจังหวัดที่ฝากมาวันนี้ ซึ่งผม ไม่อยากรบกวนเวลามาก เพราะว่าอยากให้เข้ากระทู้ถามสด ซึ่งพี่น้องประชาชนคงรออยู่ วันนี้ก็คงจะใช้เวลาสอบถามเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีมีอะไรครับ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ต้องขอบคุณในข้อเสนอแนะของท่าน ผมขอเรียนว่าประเด็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการจัดทําปัายเพื่อแสดงให้พี่น้องประชาชน ได้ทราบถึงปริมาณของงาน หรือแม้แต่การให้ผู้นําชุมชน หรือตัวแทนของชาวบ้านเปึน คณะกรรมการในการตรวจรับจะดําเนินการตามที่ท่านเสนอแนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เปึนอันจบ กระทู้ถามทั่วไปครับ

ต่อไปจะเปึนการถามกระทู้สดตามวาระที่ ๑.๒ ก่อนเข้าสู่การพิจารณา ระเบียบวาระกระทู้ถามสด กระผมมีเรื่องขอปรึกษาที่ประชุมสืบเนื่องจากการประชุม ครั้งที่แล้วเมื่อวันพฤหัสบดีสัปดาห์ที่แล้ว ในการพิจารณากระทู้ถามสด ท่านประธาน ในที่ประชุมได้เลื่อนการพิจารณากระทู้ถามสด จํานวน ๑ กระทู้ถาม คือ กระทู้ถาม เรื่องการประกันราคาสินค้าเกษตรของคุณนราพัฒน์ แก้วทอง ถามนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เปึนผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากท่านรองนายกรัฐมนตรีมีภารกิจสําคัญ จึงได้เลื่อนกระทู้ถามดังกล่าวมาตอบ ในวันนี้ ดังนั้นในสัปดาห์นี้จะขอบรรจุกระทู้ถามสดรวมเปึน ๔ กระทู้ถาม ซึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๖ กําหนดว่าการบรรจุกระทู้ถามสดจะบรรจุได้ไม่เกิน ๓ กระทู้ ถ้าท่านสมาชิกไม่มี ความเห็นเปึนอย่างอื่นผมก็ขอดําเนินการตามนี้นะครับ หมอประสิทธิ์มีอะไรครับ เชิญครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธาน ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมอยากถามเวลาการถ่ายทอด นะครับท่านประธาน เพราะจริง ๆ เรื่องการถามกระทู้สด ระเบียบคือจะมีการถ่ายทอดสด แต่ปรากฏว่ากระทู้ถามแห้งจะเลยเวลามาตลอด อยากถามท่านประธานว่า ให้ท่านประธานประสานไปที่เอ็นบีที (NBT) ได้ไหมครับว่า เราจะถ่ายทอดจนจบกระทู้สด มันจะเปึนไปได้ไหมครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เปึนข้อสังเกต ข้อซักถามของท่านสมาชิก คือปัจจุบันก็จะถ่ายตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งถึง บ่ายสามโมงนะครับ ทีนี้ผมคิดว่าผมจะได้ประสานกับท่านประธานสภาว่ากรณีการหารือ อะไรนี่ ในวันพฤหัสบดีอาจจะให้สั้นลงเพื่อให้กระทู้ถามทั่วไปได้ถามเร็วขึ้น จะได้ไม่มากิน เวลาของการตั้งกระทู้ถามสดนะครับ ส่วนที่ท่านถามว่าจะให้เกินบ่ายสามโมงได้หรือไม่ เดี๋ยวก็ต้องขอประสานกับทาง จะให้ฝ์ายเลขานุการประสานกับทางสถานีโทรทัศน์แล้วก็ ฝ์ายรัฐบาลที่กํากับดูแลนะครับ ขอบคุณข้อเสนอของคุณหมอประสิทธิ์นะครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานตามข้อหารือ ของท่านนะครับ กรณีที่ทางสภาจําเปึนต้องบรรจุกระทู้ถามสดจากข้อบังคับกําหนดให้ บรรจุได้ไม่เกิน ๓ กระทู้ กําหนดระยะเวลาไม่เกิน ๑ ชั่วโมง แต่ด้วยข้อที่เราเห็นว่า เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน บางครั้งระยะเวลาก็อาจจะเกินกว่า ๑ ชั่วโมง แต่จํานวน กระทู้ท่านประธานก็ขอความเห็นจากสภา นั่นก็ชอบด้วยข้อบังคับ แต่ผมถาม ท่านประธานว่า ในการพิจารณาบรรจุกระทู้ถามสด อย่างในวันนี้ผมดูในระเบียบวาระ มีกระทู้ถามสด ซึ่งมีลักษณะการตั้งคําถามเปึนลักษณะเช่นเดียวกันเลย กระทู้ถามที่ ๑ กระทู้ถามที่ ๔ เขียนเหมือนกันทุกอย่าง ลักษณะอย่างนี้ท่านประธานคิดว่าข้อบังคับ ข้อ ๑๔๓ (๔) มันจะไม่เปึนปัญหาหรือครับท่านประธาน ผมขออนุญาตอ่านนะครับ ท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่มีประเด็นคําถามซ้ํากับกระทู้คําถามซึ่งมีผู้เสนอมาก่อน เนื้อเรื่องเดียวกันเลย เว้นแต่ว่าผู้ถามกระทู้อาจจะมีคําถามที่แตกต่างไป นั่นผมไม่เถียง นะครับ แต่ว่าคําถามลักษณะกระทู้ ตัวกระทู้ตั้งเหมือนเรื่องเดียวกัน เรื่องปัญหา การประกันราคาสินค้าเกษตร ก็พอจะเดาคําถามได้ครับว่าจะต้องถามอย่างไร ลักษณะ อย่างนี้ผมก็เลยอยากจะถามท่านประธานว่า ดุลยพินิจในการบรรจุลักษณะกระทู้อย่างนี้ ซึ่งเปึนอํานาจของท่านประธาน ท่านประธานใช้เกณฑ์อะไรมาเปึนตัววัดในตัวกําหนดที่จะ บรรจุกระทู้ และท่านประธานจะใช้เวลาในการควบคุม เวลาเขาถาม เกิดเขาถามซ้ํากัน ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ หรือท่านจะให้เขาเปลี่ยนคําถามก็เสียเวลาอีก สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะ ฝากท่านประธาน ถ้าท่านประธานจะมีข้อวินิจฉัยอย่างไร ขอทราบด้วยเหตุผลด้วยครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ กระทู้ถามสดที่บรรจุนี่นะครับ ท่านประธานก็ได้ใช้วินิจฉัยกลั่นกรองมา ดีแล้ว ถ้าท่านจะดูชื่อ จริงอยู่มันอาจจะเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของราคาพืชผล การเกษตร แต่ในกระทู้แรกจะพูดถึงเรื่องประกันราคา ก็คือมาตรการจะทําอย่างไรให้ราคา สินค้าเกษตรดี ส่วนกระทู้สุดท้ายเปึนปัญหาราคาสินค้าเกษตร ซึ่งจริง ๆ แล้วสินค้าเกษตร ก็มีอยู่หลายตัวหลายประเภท ฉะนั้นสาระในการถามก็มีความแตกต่างกันซึ่งท่านประธาน ที่ได้วินิจฉัย ท่านกลั่นกรองมาดีแล้ว จึงบรรจุเข้ามา แต่ก็ต้องขอบคุณในข้อสังเกตของ ท่านสมาชิกเพื่อจะได้ประกอบการพิจารณาวินิจฉัยกระทู้ในโอกาสต่อไปนะครับ ท่านสมาชิกครับเพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมขออนุญาตเข้าสู่กระทู้ถามสด กระทู้ถามที่ ๑ เลย นะครับ

๑.๒.๑ กระทู้ถาม เรื่อง การประกันราคาสินค้าเกษตร ท่านนราพัฒน์ แก้วทอง ถามท่านนายกรัฐมนตรี

เชิญครับ

นายนราพัฒน์ แก้วทอง พิจิตร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นราพัฒน์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากผมได้ยื่นกระทู้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แล้วก็ถูกกระทู้คลิป (Clip) เถื่อนเบียดเวลา จึงทําให้ต้องมาถามกระทู้ในวันนี้ ซึ่งจริง ๆ เปึนกระทู้ที่พี่น้องประชาชนเกษตรกร ทั่วประเทศก็คงจะรอฟัง โดยเฉพาะพี่น้องทางภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคเหนือ แต่วันนี้ผมคงจะเน้นอยู่ในบริเวณภาคเหนือ ซึ่งเปึนพื้นที่ที่รับผิดชอบตั้งแต่พี่น้องชาว จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย ล้วนแล้วแต่เปึนพื้นที่ ที่ทําการเพาะปลูกข้าว วันนี้ได้รับความสับสนเปึนอย่างมากในเรื่องโครงการประกันราคา มีกระบวนการสร้างความสับสนให้กับพี่น้องเกษตร โดยเฉพาะพี่น้องชาวนาซึ่งอาจจะ เปึนปัญหาบานปลายของรัฐบาล ซึ่งอาจจะต้องต้อนรับที่เรียกว่าม็อบ (Mob) ที่จะมา สอบถามกับท่านนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่ผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ถือโอกาสตรงนี้เปึนตัวแทนของพี่น้องได้สอบถามถึงวิธีการ หลักเกณฑ์ มาตรการ โครงการประกันราคา ก่อนอื่นครับท่านประธาน ต้องบอกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมาใช้ นโยบายการจํานําสินค้าทางการเกษตร ซึ่งถ้าถามส่วนตัวผมแล้วก็เห็นว่านโยบายการ จํานําสินค้าทางการเกษตรนั้นถือว่าเปึนนโยบายที่ดี และสามารถช่วยพยุงราคา หรือ แทรกแซงราคาได้พอสมควร เนื่องจากการใช้อุปสงค์ อุปทาน ในเรื่องของตลาดเข้ามา เกี่ยวข้อง หากพี่น้องเกษตรกรเก็บเกี่ยวสินค้าทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวพร้อม ๆ กัน ข้าวล้นตลาดราคาก็ตก รัฐบาลก็นําเงินเข้าไปแทรกแซงโดยดึงข้าวออกจากตลาด ก็ทําให้ ข้าวในตลาดนั้นลดลง ราคาขึ้น แต่ที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่าโครงการจํานําตกเปึนจําเลย เพราะวิธีการปฏิบัตินั้นเปึนกระบวนการที่นําไปใช้ในทางที่ผิด ก็คือมีการนําโครงการจํานํา ข้าวไปเปึนนโยบายในการหาเสียง โดยกําหนดราคาจํานําไว้สูงกว่าความเปึนจริง ซึ่งตรงนี้ ส่งผลทําให้รัฐนั้นต้องใช้เงินงบประมาณจํานวนมาก อีกทั้งโครงการก็มีในเรื่องของ การดําเนินงาน ก็คือการฝากข้าว แล้วก็มีกระบวนการทุจริตในเรื่องของการเวียนเทียนข้าว ซึ่งเปึนปัญหา โครงการจํานําเลยตกเปึนจําเลย ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเปึนนโยบายหรือเปึน โครงการที่ดี วันนี้ทางรัฐบาลที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะเปลี่ยนแปลงจากโครงการจํานํา ไปเปึนประกันราคา ผมก็เลยตั้งคําถามเปึนคําถามแรก ๆ ก่อนที่จะลงไปในรายละเอียดว่า โครงการประกันราคานั้นมีหลักการ หลักเกณฑ์อย่างไร ดีกว่าโครงการจํานําอย่างไร พี่น้องเกษตรกรจะได้ประโยชน์จากโครงการประกันราคาตรงนี้อย่างไร นั่นเปึนคําถามที่ ๑ ครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ครับ

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ขอบคุณท่านประธาน ผม กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี คงจะต้องชี้แจงและจะพยายามให้เกิดความเข้าใจ ที่ง่ายที่สุด เพราะว่าเนื้อหาของมันมีหลายอย่าง หลายเรื่อง หลักคิดอย่างนี้ครับ หลักคิด ก็คือรัฐบาลมองเห็นเรื่องในอดีตที่ผ่านมาว่าพี่น้องเกษตรกรรายได้ไม่คงที่ แล้วก็ขึ้นอยู่กับ สภาพอากาศบ้าง สภาพตลาดบ้าง ทุกครั้งที่เดินเข้าไปในนาของตัวเองเพื่อทํานา หรือเดินเข้าไร่เพื่อทําไร่ข้าวโพด ทําไร่มันสําปะหลัง วันแรกที่เข้าไปเรื่องเพาะปลูกไม่เคยรู้ เลยว่าอนาคตตัวเองจะเปึนอย่างไร ผมย้ํานะครับ ไม่เคยรู้ครับ ว่าอีก ๓ เดือนข้างหน้า อีก ๖ เดือนข้างหน้า ถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้วราคาจะเปึนอย่างไร เพราะฉะนั้นการทํามาหากิน ของเกษตรกรจึงค่อนข้างที่จะประสบแต่คําว่า ขาดทุน เพราะว่าต้นทุนนี่ชัดเจน แต่ว่า ถึงเวลาแล้วผลผลิตที่เก็บเกี่ยวออกมาราคาเท่าไรแล้วแต่ตลาด แล้วแต่พ่อค้า เพราะฉะนั้นปัญหาตรงนี้ก็เปึนปัญหาที่เรื้อรังครับ และรัฐบาลแต่ละรัฐบาลก็จะ มีมาตรการหลาย ๆ อย่าง เวลาที่ผ่านมาเปึนข้อพิสูจน์ได้ชัดว่ามาตรการที่ทํามาแล้ว ทั้งหมด จริง ๆ แล้วถ้าได้ผลป์านนี้เราก็คงจะไม่มีญัตติในเรื่องของสินค้าเกษตรตกต่ํา เราก็คงจะ ไม่มีญัตติหรือประเด็นปัญหาที่บอกว่าเกษตรกรมีหนี้สินแล้วก็แก้ไขปัญหาตัวเองไม่ได้ เพราะฉะนั้นแสดงให้เห็นชัดว่า มาตรการที่เคยทํามาในอดีตช่วยได้ในระยะสั้น ๆ แต่ใน ระยะยาวช่วยไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ช่วยไม่ได้จริง ช่วยไม่ได้ทุกคน เพราะฉะนั้นหลักคิด ตรงนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็กลับไปคิดใหม่ ไปคิดใหม่ในโจทย์ ที่ว่าเราจะแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรได้อย่างไร หลักคิดนะครับว่าทําอย่างไรรัฐบาลถึง จะแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรให้ได้ ก็มีข้อสรุปง่าย ๆ นิดเดียว ๑. ก็คือเพิ่มรายได้ ๒. ลดค่าใช้จ่าย ในเรื่องลดค่าใช้จ่ายก็ทํามาเปึนกระบวนการเยอะพอสมควรแล้ว อย่างเกษตรกรที่มีลูกเต้าไปเรียนหนังสือวันนี้ไม่ต้องเสียแล้วค่าเครื่องแบบ ค่าตําราเรียน เหล่านี้เปึนต้น อันนั้นก็เปึนส่วนที่เรียกว่าลดค่าใช้จ่าย ค่าไฟฟัาเดี๋ยวนี้เกษตรกรก็ไม่ต้อง เสียแล้วเพราะว่ามีขั้นต่ําอยู่ถ้าใช้น้อยก็ไม่ต้องเสียเลย อย่างนี้เรียกว่าลดค่าใช้จ่าย แต่ลดค่าใช้จ่ายอย่างเดียวไม่พอก็ต้องเพิ่มรายได้ให้กับอาชีพของเขา คําว่า เพิ่มรายได้ ทําอย่างไรครับ เรามาคิดกันอย่างนี้ว่าเราใช้โครงการที่เราใช้ชื่อว่าโครงการประกันรายได้ ให้กับเกษตรกร ผมย้ํานะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องราคาสินค้าเกษตรเลย ต่างกันอย่าง สิ้นเชิง เปึนเรื่องของการประกันรายได้ให้กับเกษตรกร ทีนี้วิธีการก็จะมีกระบวนการของ มัน แต่ว่าข้อดีก็คือว่าเปึนการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรทุกคน พวกเราหลายคนคุ้นกับ เรื่องของการจํานํา พวกเราหลายคนรู้ถึงเรื่องการจํานําราคาแพง ๆ มาก ๆ ในช่วง ๓-๔ ป้ ที่ผ่านมา แล้วพวกเราก็รู้ว่าเกษตรกรที่อยู่ในบ้านเรามักจะมาบ่นว่าโครงการจํานํารัฐบาล ดีนะ ได้ราคาดี แต่ว่าไม่เคยได้เข้าอยู่ในโครงการเลยเพราะว่ามีโควตา ฉันจะไปทีไรโควตา เต็มทุกที หรือไม่ก็ฉันก็ไม่ใช่พวกของโรงสีคนนี้ โรงสีโรงนี้ เพราะฉะนั้นฉันก็ไม่เคยได้มี โอกาสเข้าโครงการเลย หรือฉันทํานาของฉันแปลงเล็ก ๆ เท่านั้น โรงสีเขาไม่สนใจฉันก็ ไม่ได้โควตา แต่โครงการประกันรายได้เราพูดถึงเกษตรกรทุกครัวเรือน วันนี้ก็มีอยู่ประมาณ ๕ ล้านครัวเรือนเศษ เกือบ ๖ ล้านครัวเรือน เริ่มจดทะเบียนไปแล้ว วันนี้ผลที่จดทะเบียน ออกมาประมาณ ๕.๓ ล้านครัวเรือน ผมจะย้ําว่าโครงการประกันรายได้นั้นได้ทุกครัวเรือน ได้ไม่หมดนะครับ ครัวเรือนไหนที่มีนาเยอะมากเปึนร้อย ๆ ไร่ก็คงไม่ได้ทุกร้อย ๆ ไร่ แต่ว่า เราจะเข้าไปดูในทะเบียนอีกครั้งว่าที่ได้ทั้งหมดทุกคนจะได้คนละปริมาณเท่าไร ซึ่งเดี๋ยวก็ เปึนรายละเอียดที่พูดกัน แต่อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าเพื่อจะตอบคําถามแรกก็คือ โครงการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรนั้น ให้เกษตรกรมีความมั่นใจได้ว่าวันนี้ถ้าหากว่า เดินไปที่นาตัวเองไปหว่านข้าวเตรียมจะเก็บเกี่ยว วันที่จะเก็บเกี่ยวออกมาถ้าไปขึ้น ทะเบียนไว้แล้ว ถ้าไปทําประกันสัญญา ประกันรายได้กับ ธ.ก.ส. เรียบร้อยสบายใจได้ว่า ได้แน่ ถ้าเปึนข้าวนาป้ก็ ๑๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นรู้ล่วงหน้าเลยว่า ต้นทุนฉันประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นฉันจะมีส่วนที่รัฐบาลจะประกัน รายได้ให้กับฉันเท่าไร ชัดเจนนะครับ ผมขออนุญาตตอบสั้น ๆ แค่นี้ก่อนว่าโครงการ ประกันรายได้นั้นดีกว่าโครงการจํานําในอดีตเพราะเปึนโครงการที่ทุกคน เกษตรกร ทุกครัวเรือนได้รับถ้ามาขึ้นทะเบียน ถ้ามาทําสัญญากับ ธ.ก.ส. และทั้งขึ้นทะเบียน และทําสัญญาประกันกับ ธ.ก.ส. นั้นไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นในป้แรกโดยเฉพาะในเรื่อง ของการประกัน ส่วนราคาเราก็จะประกาศออกไปซึ่งก็ประกาศออกไปแล้ว ในกรณีของ ข้าวซึ่งเปึนส่วนที่ท่าน ส.ส. นราพัฒน์ เปึนห่วงเพราะพื้นที่ในจังหวัดของท่านนั้นทํานากัน เยอะมากไม่ใช่เฉพาะมีนาข้าวอย่างเดียว น่าจะมีข้าวโพดบ้าง มีมันสําปะหลังบ้าง แต่เฉพาะในเรื่องของข้าวชัดเจนว่าวันนี้รัฐบาลได้ประกาศราคาประกันไว้เรียบร้อยแล้ว ประกันราคาไว้ให้เสร็จแล้ว ข้าวเปลือกหอมมะลินี้ก็ ๑๕,๓๐๐ บาทต่อตัน ข้าวเปลือกหอม จังหวัด ๑๔,๓๐๐ บาทต่อตัน ข้าวเปลือกปทุมธานี ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน ข้าวเปลือกจ้าว ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน และข้าวเปลือกเหนียว ๙,๕๐๐ บาทต่อตัน หลักคิดก็คือคิดต้นทุนเฉลี่ย การคิดต้นทุนเฉลี่ยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ไปหารือกับ กลุ่มเกษตรกรมาแล้ว แล้วก็คิดค่าใช้จ่ายในเรื่องของค่าขนส่งนะครับ แล้วก็บวกกําไรให้ ประมาณร้อยละ ๓๕-๔๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่ต้นทุนในแต่ละพื้นที่ซึ่งอาจจะต่างกันบ้าง เพราะฉะนั้นในวันนี้ถ้าท่านมีนาอยู่ แล้วก็ถ้าท่านอยากจะมาเข้าโครงการ อยากจะเปึน ครัวเรือนหนึ่ง ซึ่งได้รับสิทธิในการประกันราคาก็ไปจดทะเบียน ซึ่งผมได้กราบเรียน เมื่อสักครู่แล้วว่าช่วงนี้เริ่มไล่จดทะเบียนกัน มีผู้มาจดทะเบียนบ้างแล้วพอสมควรนะครับ แต่ยังไม่ครบ จดทะเบียนเสร็จมีการทําประชาคมเพื่อยืนยันว่าฉันเปึนเกษตรกรตัวจริงนะ และฉันทํานาจริง มีไร่นาครบตามจํานวนที่แจ้งไว้ ก็จะมีเรื่องเอกสารสิทธิอะไรอีกซึ่งเดี๋ยว จะได้ตอบต่อไป เปึนแต่เพียงว่า ๑. ถ้าอยากจะได้การประกันรายได้ตรงนี้ก็ไปขึ้นทะเบียน นะครับ และเดี๋ยวก็เอาใบทะเบียนเดินไปที่ ธ.ก.ส. เพื่อทําสัญญาประกันรายได้ ทําสัญญา เสร็จแล้วสบายใจได้กลับไปดูแลผลผลิตตัวเองให้ออกมาได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย เมื่อถึงเวลา เก็บเกี่ยว ถ้าราคาตลาดมันต่ํากว่าราคาประกันทุกบาททุกสตางค์นั้นไปเบิกได้เลยที่ ธ.ก.ส. ไปขอใช้สิทธิ และ ธ.ก.ส. ก็จะเอาเงินสดใส่เข้าบัญชีให้เลย ขออนุญาตตอบเท่านี้ ก่อนครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคําถามที่ ๒ ท่านนราพัฒน์

นายนราพัฒน์ แก้วทอง พิจิตร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นราพัฒน์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ ต่อคําตอบของท่านรองนายกรัฐมนตรี ผมเข้าใจว่าถ้าผมสรุปไม่ผิดก็คือมันเปึนเรื่องของ ประกันรายได้ให้แก่เกษตรกร ส่วนกระบวนการในการขายข้าวหรือกระบวนการในการ ที่จะนําข้าวออกสู่ตลาดนั้น มันก็เหมือนกับมันเปึนอีกคนละเรื่อง ซึ่งถามว่าดีไหม ก็ต้องบอกว่า ถ้าได้อย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีแจ้งต่อที่ประชุมแห่งนี้ไปถึงพี่น้องเกษตรกรนะครับ ก็จะทําให้พี่น้องเกษตรกรนั้นมีรายได้ขั้นต่ําอย่างน้อย ๆ ก็คือทํานาแล้วไม่ขาดทุน แต่ปัญหาก็คือว่าวิธีการปฏิบัติแล้วก็หลักเกณฑ์ ขนาดถึงวันนี้ต้องย้ําว่าทางรัฐบาลขาด การประชาสัมพันธ์อย่างมาก ขาดการทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนอย่างมาก แล้วก็ สร้างความสับสน ขนาดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่นี้ผมเชื่อว่าหลายท่านก็ยังสับสน และยังไม่เข้าใจในหลักการของรัฐบาล มาถึงวิธีการปฏิบัติครับท่านประธาน วันนี้ไป จดทะเบียนหรือขึ้นทะเบียนนั้น ตามรายงานที่ทางคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งผมเปึนประธานอยู่ ได้เชิญหน่วยงานเข้ามาชี้แจง เขาบอกว่าการขึ้นทะเบียนแต่ละภาค ทําได้ไม่เท่ากัน เอาเปึนว่าเฉลี่ยรวม ๆ ทั้งหมดขึ้นทะเบียนไปประมาณแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้กลางเดือนกันยายนเข้าไปแล้ว และต้องขึ้นทะเบียนให้ก่อนวันที่ ๓๐ กันยายน ใช่หรือไม่ และกระบวนการประกันหรือกระบวนการที่รัฐจะประกันรายได้ให้กับเกษตรกร นั้นจะเริ่มเมื่อไร ถ้าเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายนถามว่าวันนี้ขึ้นทะเบียนทันไหม และที่สําคัญนะครับมันเปึนเรื่องของเอกสารสิทธิ ท่านกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการผม ถามมากแล้วก็เปึนห่วงมากว่า เอกสารสิทธิตกลงได้ข้อสรุปหรือยัง ต้องเรียน ท่านประธานไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี คนที่มาตอบบอกว่าต้องรอการประชุมของ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ก็คือยังไม่รู้ยังไม่เปึนที่ชัดเจน และวันนี้เอกสารสิทธิ จะแก้อย่างไรในเรื่องของเอกสารสิทธิ ถ้าเกิดเขาไม่ได้มีนา เปึนเจ้าของนา พูดง่าย ๆ คือ เช่านาทํา และหลายคนก็เปึนห่วงครับที่ท่านบอกว่าได้ทุกคน ถ้าได้เกษตรกรได้ทุกคนดี ครับ แต่มีข่าวบอกว่าจํากัดให้ ๑๐ ตันต่อคนต่อครัวเรือน หรือ ๒๐ ตันอย่างที่เข้าใจว่า ประมาณ ๒๐ ตัน แต่ถามว่าในข้อเท็จจริงแล้วเกษตรกร ผมบอกแทนพี่น้องเกษตรกร เลยว่า ถ้า ๒๕ ตันพอรับได้ครับ ถ้า ๒๐ ตันผมว่าน้อยเกินไป เพราะเกษตรกรโดยเฉพาะ อย่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิจิตรปลูกข้าวเปึนอันดับ ๑ อันดับ ๒ นะครับ ตรงนี้ ก็คือสิ่งที่อยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับว่า ช่วยพิจารณาในเรื่องของปริมาณข้าวที่จะเข้าสู่โครงการ แล้วก็เปึนห่วงว่าโครงการมันจะ เดินหน้าไม่ได้ เพราะการขึ้นทะเบียนนั้นล่าช้าแล้วก็ไม่เรียบร้อย

ประการที่สําคัญนะครับ วิธีการปฏิบัติท่านต้องใช้เครื่องมือและกลไกของ รัฐให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด เกษตรจังหวัด เกษตรอําเภอ ต้องลงไปทํา ความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกร ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดกระบวนการที่เขาเรียกว่าไปให้ข้อมูลที่ บิดเบือนทําให้พี่น้องเกษตรกรเกิดความสับสน แล้วก็จะลุกขึ้นมาต่อต้านโครงการนี้ ผมขอ ยกตัวอย่างเปึนตุ๊กตาง่าย ๆ สักเล็กน้อยให้กับท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าปัญหาอีกปัญหา หนึ่งที่จะเกิดขึ้น เช่น ท่านบอกว่าข้าวนาป้ท่านประกาศไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท ราคาที่ท่านจะ อ้างอิงหรือกําหนดอัตราที่จะชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกร สมมุติว่า ๒,๐๐๐ บาท ก็เท่ากับ ท่านประกาศอัตราไว้ประมาณ ๘,๐๐๐ บาท เปึนราคาอ้างอิงท่านจะชดเชยให้กับ เกษตรกร ๒,๐๐๐ บาท แต่ถามว่าถ้าเกิดเกษตรกรเขาไปขายข้าวแล้วถูกหักความชื้น ถูกกดราคา อาจจะมีการร่วมกับพ่อค้ากดราคา เขาขายได้แค่ ๖,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่ควรจะ ขายได้ ๘,๐๐๐ บาท อย่างที่ท่านบอกว่าราคาตลาดมันน่าจะเปึนแบบนั้น ตรงนี้มีคน ตั้งคําถามว่าตรงนี้เขาจะได้รับชดเชยจากที่ไหนหรืออย่างไร หรือท่านมีมาตรการในการ ที่จะดูแลหรือช่วยตรงนี้หรือไม่ อย่างไร ถ้าเกิดกรณีอย่างนั้น มีบางคนบอกผมว่าถ้าเกิด ราคามันต่ําเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ก็อย่าไปขาย ให้เก็บไว้ก่อน ถ้าพ่อค้า กดราคาก็อย่าไปขาย เก็บไว้ก่อน มันเก็บไม่ได้ครับ เพราะอะไรครับ เดี๋ยวนี้เขารูดข้าวครับ เขาไม่ได้เกี่ยวข้าว มันเป้ยกครับ ผีถึงป์าช้าก็ต้องขายครับ ราคาเท่าไรก็ต้องขาย เพราะฉะนั้นกระบวนการขาย ถ้าท่านแยกแล้วนะครับ ประกัน โอเค ได้ ๒,๐๐๐ บาท อย่างน้อย ๆ เปึนการันตีรายได้ แต่เวลาไปขายจริงถ้าเกิดกระบวนการพวกนี้เกิดขึ้นมา ราคาข้าวมันจะยิ่งตกลงไปใหญ่ ตรงนี้ท่านมีมาตรการหรือมีวิธีการแก้ไขตรงนี้หรือไม่ อย่างไร

เพราะฉะนั้นคําถามที่ ๒ ก็คงจะเปึนในเรื่องของวิธีปฏิบัติ หลักเกณฑ์ แล้วก็ ปัองกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ก็อยากถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ให้ตอบคําถามให้กับพี่น้องเกษตรกรได้พึงพอใจครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีครับ มีหลายประเด็นนะครับ

ประเด็นแรก คือเรื่องของการขึ้นทะเบียน การขึ้นทะเบียนถ้าหากว่าเปึน ข้าวโพดขึ้นไปแล้ว ๘๖ เปอร์เซ็นต์ ประมาณ ๓๒๕,๐๐๐ กว่าราย ก็ถือว่าเยอะ เพราะว่า เร่งอยู่เนื่องจากข้าวโพดออกมาบ้างแล้ว แล้วก็มีเกษตรกรจํานวนหนึ่งก็สูญเสียโอกาส ตรงนี้ไป เพราะว่าออกมาก่อนที่จะมีโครงการประกันราคา

ในเรื่องของมันสําปะหลังนี่ก็ขึ้นไปแล้วประมาณเกือบครึ่งหนึ่งครับ ๔๕ จังหวัด ส่วนข้าวขึ้นไปแล้วทั้งหมด ๖๒ จังหวัด ๑,๒๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน ถ้าถามว่า น้อยไหม ตัวเลขก็ยังไม่พึงพอใจนะครับ ประมาณ ๓๖ เปอร์เซ็นต์ แต่เรียนนิดหนึ่งว่า โครงการจํานําที่ชอบกันนักชอบกันหนามีคนที่เปึนเกษตรกรที่ได้จํานวนต่ํากว่านี้ เพราะฉะนั้นตามข้อเท็จจริงก็คือถามว่าจะขึ้นทันไหม มันจะมีทัน และไม่ทันครับ ที่ไม่ทัน ส่วนหนึ่งก็คือที่มีปัญหา เช่น เกษตรกรตัวโฉนดไม่อยู่กับตัวเอง เช่น เกษตรกรไปใช้นา ที่เช่าแล้วเจ้าของก็ไม่อยากที่จะทําสัญญาเช่า ก็ไม่มีสัญญาเช่า จะมีเกษตรกรส่วนหนึ่ง ซึ่งไปทําไร่ทํานาอยู่ในพื้นที่ป์าสงวน มีเกษตรกรส่วนหนึ่งที่เข้าไปในพื้นที่สาธารณะ เหล่านี้คือปัญหา ถามว่าเกษตรกรครัวเรือนเหล่านี้จะได้สิทธิไหม ได้ทุกคนครับ ถ้าพิสูจน์ได้ว่า ไม่ได้เปึนที่ใหม่ ๆ ที่เพิ่งไปบุกรุกมาแล้วก็เคยทํามาในอดีต เพียงแต่ว่าจะต้องผ่าน กระบวนการ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ประชุมกันเรียบร้อยแล้ว แล้วก็จะนําเข้าเสนอ ครม. โดยเร็วที่สุดเพื่อให้ความเห็นชอบ เพราะฉะนั้นจะถามว่าส่วนนี้จะช้าไหม ก็จะช้านิดหนึ่ง แต่ว่าไม่ใช่คนส่วนใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วปัญหาจะไม่มีหรือว่ามีน้อย อันนั้นเปึนเรื่องของ การขึ้นทะเบียน ทีนี้ก็จะมีคําถามกระโดดไปจนถึงเรื่องการค้าขายปกติ ผมขออนุญาตเรียนก่อนจะตอบ คําถามตรงนี้ว่า หลายคนยังไม่เข้าใจ หลายคนยังคิดว่า โครงการประกันรายได้ มันเกี่ยวข้องกับพืชไร่หรือว่าจะเปึนข้าวที่ตัวเองผลิตขึ้นมาแล้วเอาไปขาย เพราะฉะนั้น เราก็จะได้ยินคําถามว่าที่ประกันไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท ความชื้นเท่าไร แล้วดิฉันเก็บเกี่ยว เพราะว่ามันเปึนข้าวสดนะ มันเป้ยกนะ ความชื้นมันไม่ได้ เพราะฉะนั้นราคามันก็จะไม่ได้ อันนี้จะเปึนคําถามที่ผมได้รับการสอบถามมาโดยตลอด คําตอบก็คือว่า โครงการประกัน รายได้ ใช้วิธีการคิดที่ไม่ได้คิดถึงผลผลิตของพี่น้องเกษตรกรที่แท้จริง ใช้หลักคิดที่เปึนหลัก ทฤษฎีที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปึนคนคิดให้ ถ้าอธิบายนี้ก็จะฟังยากนะครับ แต่ว่า ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง อย่างเช่น พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกข้าวอยู่ที่จังหวัดพิจิตรนะครับ ท่านก็มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณสัก ๕๐ ไร่ ยกตัวอย่างอย่างนี้นะครับ แล้วก็วันนี้ท่านก็ ได้ยินว่ารัฐบาลกําลังจะมีโครงการประกันรายได้ ท่านก็อยากจะเข้าร่วมโครงการ สิ่งแรก ที่ท่านเข้าร่วมโครงการอยากจะทํา ท่านก็ต้องไปขึ้นทะเบียน การขึ้นทะเบียนแน่นอนครับ ท่านก็ต้องมีบัตรประจําตัวประชาชน มีสําเนาทะเบียนบ้าน นอกจากนั้นแล้ว ถ้ามีโฉนด ก็เอาโฉนดมา ถ้ามีสําเนาก็เอาสําเนามา ถ้าไม่มีอะไรสักอย่างหนึ่งก็ต้องมา และบอกว่า ฉันมีนา มีไร่ มีนาจํานวนเท่านี้อยู่ตรงไหนบ้าง อย่างไร เพราะว่าการขึ้นทะเบียนมันไม่ได้ จบแค่นั้นครับ ต้องมีการทําประชาคมด้วย ความหมายก็คือเราก็จะมีคณะกรรมการ ตรวจสอบระดับตําบลครับ มี อบต. เข้าไปเกี่ยวข้อง ไปช่วยกันดูว่าเกษตรกรท่านนั้นที่อยู่ ที่จังหวัดพิจิตรนี้ท่านทํานาจริงหรือเปล่า ทํานามาหลายป้แล้ว ครัวเรือนของท่านมีจริง หรือเปล่า ๕๐ ไร่นะครับ ขั้นตอนต่อไปท่านก็จะได้รับเอกสาร เอกสารใบนี้เปึนเอกสารที่ใช้ เปึนข้อมูล ผมย้ํา ใช้เปึนข้อมูลในการไปทําประกันรายได้ ก็มีคําถามต่ออีกว่า แล้วข้อมูล อะไรบ้าง ข้อมูลที่ ๑ ที่อธิบายง่ายก็คือมีอยู่ ๕๐ ไร่ ข้อมูลที่ ๒ ก็คือ ๕๐ ไร่ของท่าน ผลผลิตของท่านได้เท่าไร เกษตรกรคนหนึ่งอาจจะบอกว่า ๘๐๐ กิโลกรัม คนหนึ่งอาจจะ บอกว่า ๔๐๐ กิโลกรัมเอง เพราะพื้นที่ของฉันอยู่นอกเขตชลประทาน บางคนออก ๕๐๐ กิโลกรัม เรานี้ไม่สามารถที่จะใช้ข้อมูลจริงว่าท่านผลิตได้เท่าไรครับ แต่เราใช้ข้อมูล ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ จะบอกเลยว่าในจังหวัดพิจิตรได้เท่าไร เขตใน ชลประทานเท่าไร สมมุติว่าเขตในชลประทาน ๘๕๐ กิโลกรัม ก็เปึน ๘๕๐ กิโลกรัม ถ้าเขตนอกชลประทาน ๖๐๐ กิโลกรัม ก็เปึน ๖๐๐ กิโลกรัม แล้วก็เอาตัวเลขตัวนั้นคูณกับ จํานวนไร่ของท่าน ที่ผมยกตัวอย่าง ๕๐ ไร่ แล้วผมก็บอกว่าตรงนั้นเปึนเขตในชลประทาน แล้วตัวเลขของเกษตรที่เขาประกาศไว้นะครับ ก็คือ ๗๓๘ กิโลกรัมต่อไร่ สมมุตินะครับ เพราะฉะนั้นวันที่ท่านเอาข้อมูลตรงนี้ไป ท่านจะเดินไปที่ ธ.ก.ส. ท่านไปรับหลักประกัน รายได้ เขาจะประกันรายได้ของท่านโดยเอา ๒ ตัวนี้มาคูณกัน ก็คือเอาไร่กับจํานวน ผลผลิตมาคูณกัน ๕๐ ไร่ คูณ ๗๘๒ กิโลกรัมต่อไร่ ก็ออกมาที่ ๓๖,๙๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ก็คือ ๓๖.๙ ตัน จึงมีคําถามต่อ อย่างที่ท่านนราพัฒน์ถามเมื่อสักครู่นี้ว่าแล้วเท่าไร จะให้เท่าไร ให้ทั้งหมด ๓๖.๙ ตันไหม ได้ข่าวแว่ว ๆ ว่าจะให้เพียง ๒๐ ตัน แล้วท่านนราพัฒน์ ก็บอกว่าขอ ๒๕ ตัน ได้ไหม อาจจะไม่มีปัญหา คําตอบยังไม่มีครับ ด้วยเหตุผล ๒ อย่าง อย่างที่ ๑ ก็คือ ทางท่านนายกรัฐมนตรีนี้ครับ เดี๋ยวท่านก็คงจะยืนยันได้นะครับ ท่านนั่งอยู่ตรงนี้เอง ท่านก็กังวล ท่านก็อยากจะดูตัวเลขก่อนว่าเกษตรกรทั้งหมดที่มา ขึ้นทะเบียน ส่วนใหญ่ของประเทศมีผลผลิตประมาณเท่าไร ถ้าส่วนใหญ่เปึนที่ ๑๕ ตัน ๑๖ ตัน ๑๗ ตัน ๑๘ ตัน ท่านก็อาจจะตั้งที่ ๒๐ ตัน ถ้าส่วนใหญ่เปึนที่ ๒๓ ตัน ๒๔ ตัน ท่านก็อาจจะทําที่ ๒๕ ตัน แต่จริง ๆ นี้พวกเราอยากทําให้เต็มที่เลยครับ เพียงแต่ว่ามันต้องใช้เงินงบประมาณเยอะ ในป้ไหนที่ข้าวราคาตกต่ํา ถ้าข้าวราคาสูงกว่าราคาประกันมันก็ไม่มีปัญหา เพราะเรา ไม่ต้องออกสตางค์เลย เพราะเกษตรกรก็ยิ้มกันทุกคน ได้กําไรกันหมด แต่วันไหนที่ เกษตรกรอยากจะมาใช้สิทธิที่ประกันกําไร นั่นคือวันที่เขาขาดทุนครับ และถ้าเขาขาดทุน มากก็ต้องเอาเงินส่วนที่เปึนเงินภาษีนี้ไปชดเชยที่เปึนกําไร เพราะเราไปประกันให้ แล้วเงิน เยอะครับ ป้หนึ่งหลายหมื่นล้านบาท เพราะฉะนั้นนโยบายของรัฐบาลในเบื้องต้นนี้ ก็อยากจะช่วยเกษตรกรให้ได้มากที่สุด คําตอบก็คือให้ทุกคน ไม่มีโควตา แต่ว่าอาจจะ ไม่ได้กําไรมากทุกคน อย่างตัวอย่างของผมเมื่อสักครู่นี้ครับ ท่านทําได้ ๓๖.๙ ตัน ตามทฤษฎี จริง ๆ แล้วอาจจะทําได้ถึง ๔๕ ตันด้วยซ้ํา แต่ตามทฤษฎีนี้เขากําหนดไว้ที่ ๓๖.๙ ตัน ท่านเดินไปที่ ธ.ก.ส. ธ.ก.ส. ให้ท่าน สมมุติ ๒๐ ตันนะครับ เขาก็จะเซ็นประกัน ให้แค่ ๒๐ ตันครับ ๒๐ ตันเท่านั้นละครับ ความหมายก็คือท่านทําประกันเรียบร้อยแล้ว ป้แรก ไม่ต้องเสียค่าประกัน ป้ที่ ๒ ป้ที่ ๓ ยังไม่แน่นะครับ แต่ป้แรกนี้รัฐบาลบอกว่า เปึนป้ทดลองยังไม่ต้องเสียค่าประกัน วันนั้นเขาเดินกลับไปที่บ้าน เขารู้แน่นอนว่าผลผลิต ของเขานี้ในส่วนที่เปึน ๒๐ ตัน ไม่ว่าเขาจะขายได้เท่าไรก็แล้วแต่ เราอย่าเพิ่งพูด แต่ว่า เขานี้มีการประกันไว้ว่าอย่างน้อย ๑๐,๐๐๐ บาท ถึงวันเก็บเกี่ยวจะเปึนวันที่รูดข้าว หรืออะไรก็แล้วแต่ ถึงวันนั้นก็อย่าเพิ่งเก็บเกี่ยว เดินไปที่ ธ.ก.ส. แล้วก็ไปถามว่าเดี๋ยวนี้ ราคาข้าวนี่เขาขายกันเท่าไร รัฐบาลประกาศราคาที่ว่าเปึนราคาตลาดหรือราคาอ้างอิงที่ เท่าไร สมมุติวันนั้น ๘,๐๐๐ บาท แล้วเกษตรกรท่านนั้นก็บอก ฉันประกันไว้ ๒๐ ตัน ตันหนึ่งฉันก็ได้ประมาณ ๒,๐๐๐ บาท เมื่อคิดออกมาเปึน ๒๐ ตันแล้วนี้ มันก็มาที่ ๔๐,๐๐๐ บาท

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านสุชาติ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ลายน้ําเงิน ไม่ได้ประท้วงครับ กระทู้คนละ ๒๐ นาที เดี๋ยวจะมีกระทู้ของผมถามอย่างนี้อีก ครับท่านประธาน ถ้าไปมัวอารัมภบทว่าจะประกันอย่างนั้น อีก ๓ ป้ ชาวนาก็ขึ้นทะเบียน ไม่หมดท่านประธานครับ เดี๋ยวคอยฟังคําถามผมด้วย

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ผมซักซ้อมนิดหนึ่งนะครับ จริง ๆ แล้วก็เห็นใจเพราะว่าบางทีประเด็น ที่ซักถาม ประเด็นที่ตอบมันอาจจะไม่จบในเวลานะครับ ประธานก็พยายามจะวินิจฉัย อะลุ้มอล่วย แต่ตามข้อบังคับนี้นะครับ ผู้ถามนี่ขอความกรุณาอย่าให้มีลักษณะ การอภิปราย ให้เปึนคําถามที่ชัดเจนตามข้อบังคับ ข้อ ๑๔๔ แล้วก็คําถามนี้จริง ๆ แล้ว ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๖ ทั้งถาม ทั้งตอบภายใน ๒๐ นาที ซึ่งข้อบังคับเขียนไว้ แต่เรา ไม่เคยทํากันได้ แต่ก็อะลุ้มอล่วยอยู่ ฉะนั้นก็ขอความกรุณาช่วยกระชับหน่อยนะครับ เพราะเดี๋ยวเราจะมีอีก ๓ กระทู้ ก็เกี่ยวข้องกับพืชผลเกษตรทั้งนั้นละครับ เชิญท่านรัฐมนตรีต่อครับ

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี

ขอบคุณท่านประธานครับ ผมพยายามจะรวบรัดก็ได้นะครับ แต่ผมเกรงว่าไม่ใช่เฉพาะพวกเราเท่านั้นที่ฟังอยู่ มีพี่น้องเกษตรกรจํานวนมากเลย แล้วเขาก็อยากฟัง ไม่ใช่อยากฟังผมพูด แต่เขาอยาก จะรู้ ว่าจริง ๆ แล้วทําอย่างไร ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า เมื่อประกันไว้แล้วที่ตันละ ๒,๐๐๐ บาท แล้ววันนี้ก็ไปตรวจสอบดูแล้ว ปรากฏว่าราคาที่น่าจะขายได้นี้มันเพียง ๘,๐๐๐ บาท ประกันไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท ก็อยากจะใช้สิทธิ ใช้ได้เลยครับ ก็แจ้งการใช้สิทธิ พอแจ้งการใช้สิทธินี้ประกันไว้เมื่อสักครู่ถึงแม้ตัวเองจะทําได้ ๔๐-๕๐ ตัน แต่พอดีรัฐ ให้เพียง ๒๐ ตัน ก็เอา ๒๐ ตัน คูณ ๒,๐๐๐ บาท ก็เปึนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท เมื่อขอใช้สิทธิ เรียบร้อยแล้ว ธ.ก.ส. ก็จะส่งเงินเข้าบัญชีให้เลย ๔๐,๐๐๐ บาท เกษตรกรท่านนั้นกลับมา ที่บ้าน กลับมาที่บ้านแล้วก็ตัดสินใจว่า เอาละ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเก็บเกี่ยวแล้ว แล้วก็อยากจะ ไปขายที่โรงสี ตรงนี้ก็จะตอบคําถามท่านนราพัฒน์เมื่อสักครู่นี้ว่า ถ้าขายไม่ได้ราคา ๘,๐๐๐ บาทนี่ รัฐบาลจะทําอย่างไร ใช่ไหมครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านถามมาว่า เออ แล้วจะ ทําอย่างไร ผมก็อยากจะตอบอย่างนี้ครับ ผมก็อยากจะตอบว่ารัฐบาลนี่ต้องมีมาตรการ เสริมครับ ที่เราเรียกว่ามาตรการรักษาเสถียรภาพของราคา ความหมายก็คือไม่ให้ราคา มันต่ํากว่า ๘,๐๐๐ บาท แต่จริง ๆ แล้ว กว่ารัฐบาลจะประกาศว่า ๘,๐๐๐ บาทนี่ รัฐบาล ต้องมั่นใจอยู่แล้ว เพราะถ้าไม่มั่นใจรัฐบาลก็ประกาศ ๗,๐๐๐ ครับ รัฐบาลไม่จําเปึนต้องประกาศ ๘,๐๐๐ รัฐบาลประกาศตามราคาที่รัฐบาลไปตรวจสอบดูแล้วว่าเปึนราคาที่โรงสีควรจะซื้อนะครับ ทีนี้มาตรการมันมีหลายมาตรการ มีมาตรการสําคัญที่สุดก็คือมาตรการที่ร่วมมือกับโรงสี ตรงนี้เปึนประเด็นที่สําคัญเพราะว่าเรามีเกษตรกร เรามีโรงสี ทั้ง ๒ คน ต้องอยู่ด้วยกันได้ ทั้งคู่ ขณะเดียวกันในอดีตที่ผ่านมาหลายป้ โครงการของรัฐบาลทําให้นักธุรกิจที่ทําโรงสี เขาก็มารับจ้างรัฐบาลสีข้าว เพราะฉะนั้นมันก็จะเกิดปัญหาว่า วันดีคืนดีเขาจะต้อง กลับไปทําธุรกิจเดิมที่เขาเคยทํา ความขาดสภาพคล่องมันอาจจะมี เพราะฉะนั้นทางเรา กําลังเริ่มคุยครับ เราก็จะคุยกับสมาคมต่าง ๆ โรงสีทั้งหมด ให้เข้ามาอยู่ร่วมในโครงการนี้ ไม่ได้หมายความว่า รับจ้างสีเหมือนเดิมนะครับ แต่หมายความว่าเราจะช่วยให้ท่านมี สภาพคล่องเพียงพอที่จะไปช่วยกันพยุงไม่ให้ราคาสินค้าเกษตรโดยเฉพาะข้าวตกต่ํา เพราะว่าถ้าหากเกษตรกรเดือดร้อนทุกคนก็เดือดร้อนหมด อันนี้ก็เปึนแนวความคิด แนวทางครับ ยังหนีไม่พ้นเหมือนกันนะครับ แม้กระทั่งมาตรการที่เรียกว่า เราขอซื้อเอง เพราะว่ากระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าต่างประเทศอาจจะไปเจรจาขายข้าวไว้ ในต่างประเทศ แล้วก็รู้ราคาแน่นอนว่าถ้าซื้อมาแล้วส่งออกได้เลย เพราะฉะนั้นโกดังที่มี ว่างอยู่ จริง ๆ เราอาจจะไม่ว่างนะครับ ก็ต้องมาช่วยกันทํางานต่อ แต่เพียงว่าไม่ใช่ว่า ข้าวนั้นจะไปกองอยู่ที่โกดังเปึนป้เท่านั้นเอง มันก็จะเปึนช่วง ๆ มาอยู่สักเดือน ๒ เดือน แล้วก็ส่งออกไป ในกรณีที่พ่อค้าส่งออกเกิดมีความคิดที่ไม่อยากจะซื้อข้าวส่งออกแล้ว รัฐบาลก็ต้องมารับหน้าที่ เพราะฉะนั้นมาตรการมันไม่ใช่ว่ามีมาตรการเดียวแล้วจบ มันมีทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ส่วนล่างคือการช่วยรักษาเสถียรภาพให้ราคาเปึนไปตามที่ เราประกาศ และการประกาศนะครับ เดือนหนึ่งประกาศ ๒ ครั้ง วันที่ ๑ และวันที่ ๑๖ ผมขออนุญาตตอบเท่านี้ก่อน เพราะว่าเดี๋ยวมีอีกหลายกระทู้อาจจะคล้าย ๆ กัน ต้องตอบซ้ํา อยู่แล้วครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนราพัฒน์ ขอสั้น ๆ นะครับ ยิงคําถามเลยนะครับ เชิญครับ

นายนราพัฒน์ แก้วทอง พิจิตร

ท่านประธานครับ ผม นราพัฒน์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ จริงๆ ผมเปึนคนใช้ เวลาสภาไม่มากนะครับ ท่านประธาน ถ้าท่านประธานย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คลิป เถื่อนนานกว่านี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถามเลยครับ

นายนราพัฒน์ แก้วทอง พิจิตร

จริง ๆ แล้วคําถามที่ ๓ ผม จริง ๆ ก็คือ คําถามรัฐมนตรีตอบ ก็คือว่าทางโรงสีหรือทางผู้ส่งออกท่านได้ประชาสัมพันธ์หรือพูดคุย กับเขาบ้างหรือยัง เพราะว่าทุกฝ์ายก็คงจะต้องได้รับประโยชน์จากโครงการที่รัฐบาลจะ กําหนดขึ้น ถ้าหากขาดความร่วมมือกับโรงสีหรือผู้ส่งออกนั้นก็อาจจะทําให้โครงการนี้ สะดุดได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นนั่นก็คือเปึนคําถามที่ผมจะถาม แต่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ มาแล้ว ก็จึงอยากฝากท่านประธานฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี นะครับว่าการประชาสัมพันธ์คือสิ่งสําคัญที่สุด วันนี้รัฐบาลอ่อนมากในเรื่องของการ ประชาสัมพันธ์ในโครงการประกันราคา จะทําให้ปัญหามันบานปลาย สิ่งที่รัฐบาลทํา ผลงานได้ดีมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเปึนเรื่องนโยบายเรียนฟรี ประกันพี่น้อง อสม. พี่น้อง ผู้สูงอายุ ทําคะแนนเปึนหมัดแย็บ ได้คะแนนเต็มครับ แต่วันนี้หมัดอัปเปอร์คัท (Uppercut) ครับ ต้องช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีรายได้ขั้นต่ําอย่างที่พึงพอใจ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เปึนอันจบกระทู้ถามสดที่ ๑.๒.๑

ต่อไปเปึนกระทู้ถามสดที่ ๑.๒.๒ ถามเรื่อง การจํานําพืชผลทางการเกษตร ข้าว ข้าวโพด และมันสําปะหลังตกต่ํา ส.ส. สุชาติ ลายน้ําเงิน ถามท่านนายกรัฐมนตรี

เชิญท่านสุชาติครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ก่อนอื่น ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีนะครับที่วันนี้มารับฟังปัญหาด้วยตัวเอง แล้วก็จะได้เห็น ภาพจริง ๆ ผมเกริ่นหัวเลยนะครับว่า ถ้าทําอย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีออกมาพูดเมื่อ สักครู่ต้องบอกว่าชาวนาภาคกลางตายหมด ทําไมผมพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ คือเหตุผลการประกันหรือการจํานํา ชาวบ้านเขาไม่เข้าใจหรอกครับ เขาเข้าใจว่าตอนนี้ เขาจะขายข้าวอย่างไร วันนี้ท่านไปดูที่สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี อยุธยา ยันไปถึงพิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย ยันไปถึงภาคเหนือ ท่านรู้ไหมครับว่า ปัญหาข้าวมันเกิดอย่างไร ข้าวโพดมันเกิดอย่างไร มันเกิดอย่างไร วันนี้รัฐบาลยังไม่เคยพูดเรื่องส่งออกเลยครับ ผมเห็นรัฐบาลมีแต่พูดเรื่องกู้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่า ล้านบาท แล้วก็ไปเป่ดโครงการอะไรต่าง ๆ วันก่อนเห็นท่านนายกรัฐมนตรีไปจังหวัด ปทุมธานีไปโชว์เกี่ยวข้าว แต่ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ได้โชว์เรื่องขายข้าวเลยครับ เพราะ ครั้งที่แล้วเพิ่งเอาข้าวในสต็อก (Stock) ออกไปขาย วันนี้รัฐบาลมาแข่งกับชาวนาท่าน ประธานรู้ไหมครับ ข้าวที่อยู่ในสต็อกรัฐบาลครั้งที่แล้วมีปัญหาหรือเปล่าไม่รู้ ครั้งที่ผ่านมาพอมาเปึนรัฐบาลปุ็บ ข้าวในสต็อกเห็นว่ามีการกินหัวคิวกันหรือเปล่า เดี๋ยวให้ นายกรัฐมนตรีตอบด้วยนะครับว่า แล้ววันนี้ข้าวที่ท่านบอกว่าประกันไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท ผมอยากจะให้ท่านไปดูน้ําตาชาวนา วันนี้ชาวบ้านถ้าไปมัวคิดอยู่ เหมือนท่าน รองนายกรัฐมนตรีอยู่ ไปขึ้นทะเบียนนี่แสดงว่ารัฐบาลนี้ไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่เกษตรกร ไม่ไว้ใจผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ไว้ใจข้อมูลเดิมเลย คือฐานข้อมูลนี้เขามีอยู่แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เขามีอยู่แล้ว ชาวนาที่เขาทํานามาตั้งแต่ต้นนี่เขาทํากันมานานแล้ว เขามีข้อมูลว่าถึงป้ประกันเท่าไร ท่านอย่าลืมนะครับมันไม่ได้ทํานาป้อย่างเดียว มันยังมีนาปรังอีกนะครับ มีข้าวขาวสุพรรณบุรี ปทุมธานี ชัยนาท ที่คนภาคกลางเขาทํากันอยู่ แล้วข้าวนี่ละครับที่จะไปหล่อเลี้ยงประเทศ ถ้าท่านทําส่งออกดี ๆ แต่นี่มันไม่ใช่ท่านครับ ล่าสุดผมเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเลยนะครับ เมื่อวานก่อนเกี่ยวข้าวที่จังหวัดลพบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี ล่าสุดพ่อค้าไปซื้อเท่าไรท่านรู้ ไหมครับ ๖,๕๐๐ บาท ๖,๕๐๐ บาทบอกว่าชาวนาต้องขาย เพราะว่าถ้ารัฐบาลจะ ประกันให้ ๑๐,๐๐๐ บาท ครั้งที่แล้วรัฐบาลท่านสมัครประกันไว้ ๑๔,๐๐๐ บาท ขายไว้ ๑๒,๐๐๐ บาท แต่รัฐบาลนี้บอกประกันได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ขายได้ ๖,๕๐๐ บาท ต้นทุน ท่านนายกรัฐมนตรีรู้ไหมครับว่าเท่าไร ต้นทุนต่อไร่ประมาณ ๗,๐๐๐ บาท ทําไมถึง ๗,๐๐๐ บาท ท่านรู้ไหมครับ ชาวนาส่วนมากเขาไม่ทํากันหรอกนา ๕ ไร่ ๑๐ ไร่ ภาคกลาง เขาทําอย่างน้อย ๑๐๐ ไร่ ๕๐ ไร่ขึ้นไป ขนาดทําอย่างนี้ยังไม่พอใช้หนี้เขาเลย ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เพราะอะไรท่านรู้ไหมครับ ปัญหาคือ ๑. เรื่องปุิยราคากลาง ภาคกลางไม่ใส่ปุิยจะไปเอาข้าวที่ไหนมาเกี่ยว ปุิยตันละ ๑๕,๐๐๐ บาทครับ ใส่ ๓ รอบ ไหนจะต้องไปเช่าที่เขาอีก ๑ ไร่ต่อ ๑๕ ถัง คือความเปึนจริง และถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรี ไปตามหาโฉนดไม่เจอแน่ครับ เพราะโฉนดไปอยู่กับคนอื่นเขาหมดแล้วเอาข้อมูลเดิม สิครับ เอาข้อมูลเดิมที่ชาวบ้าน ชาวนา เขาทํากันอยู่นะครับว่าสิ้นป้เขาหวังเหลือเกินว่า อยากจะเห็นรัฐบาลประกันราคาข้าวไว้ที่สูง ๆ หรือรัฐบาลส่งออกให้ชาวนาทําได้เต็มที่ ถ้าจะส่งเสริมเกษตรกัน ตัวอย่างข้าวโพดอีกท่านครับ ผมพูดรวมไปภาพเดียวเลยนะครับ แล้วจะได้ให้ท่านตอบเรื่องพืช ผัก ผลไม้ ของประเทศไทย กรณีอย่างข้าวโพดท่านรู้ไหม ครับ ท่านลองไปดูตั้งแต่แถวจังหวัดพิจิตร จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดลพบุรี ไล่มาเลย ไปทางจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ ที่ทําข้าวโพดอยู่ ชาวไร่ถ้ามารออยู่อย่างที่ท่าน บอกนี่เอามาขึ้นราคาประกัน ไปหาหลักฐานมาทําประกันนะครับ ผมถามอยู่บนยอดดอย อยู่บนยอดเขาต้องใช้เวลาเท่าไรที่ท่านจะให้หน่วยราชการไปลงทะเบียนให้ท่านได้ ล่าสุดชาวไร่ข้าวโพดถังละ ๓ บาท ท่านบอกประกัน ๗.๑๐ บาท ก็พ่อค้าไม่ซื้อกิโลกรัมละ ๗.๑๐ บาท จะซื้อ ๓ บาท ฝนตกอีกต่างหากด้วย ไม่มีที่เก็บ มันเหมือนผีถึงป์าช้า ท่านประธานครับ ชาวนายิ่งทํายิ่งจน ชาวไร่ยิ่งทํายิ่งเจ๊ง พ่อค้ายิ่งทํายิ่งรวย นี่คือ ความเปึนจริง แต่นี่สภาพครั้งที่แล้วผมย้อนกลับไปที่นายกรัฐมนตรีนะครับว่า รัฐบาลนี้ บอกมา ๙๙ วันทําได้ เอาแค่เรื่องข้าวกับเรื่องน้ํามันมันผสมกัน ท่านเห็นไหมครับว่าพอมาปุ็บ น้ํามันราคาก็ไม่เท่าไร ราคาตลาดโลก แต่น้ํามันไม่ได้ลดเลย ชาวนาแถวภาคกลาง ซื้อน้ํามันไปสูบน้ํา ซื้อน้ํามันไปไถนา ลงทุนก่อน ที่ผมบอกจํานวนไร่ละ ๗,๐๐๐ บาท แล้ววันนี้พอเกี่ยวปุ็บรถเกี่ยวไปเสียค่าเกี่ยวอีกท่านครับ ค่าไถอีกท่านครับ ไร่หนึ่ง อย่างน้อยต้นทุนมัน ๗,๐๐๐ บาทเข้าไปแล้ว แล้วท่านประกันได้ ๑๐,๐๐๐ บาทนี่ไม่มี พ่อค้าคนไหนไปซื้อ ๑๐,๐๐๐ บาทหรอกท่านครับ ท่านลองไปเช็คดู ถ้าท่านมีพ่อค้าไปซื้อ ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านอย่าไปฟังข้อมูลจากข้างบนอย่างเดียว ท่านลองไปดูชาวบ้านครับ พอครึ้มฟัาครึ้มฝน เมฆหมอกมา ฝนตก ความชื้นไม่ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ความชื้นมัน มากกว่านั้นนะครับ พ่อค้าเขาบอก ๗,๐๐๐ บาทขายไหม ๖,๕๐๐ บาทขายไหม ถามว่า คนหนึ่งทําเปึน ๑๐๐ ไร่ ไม่ขายเอาไว้ที่ไหน แต่มันผิดกันมุมกลับโรงสีครับ โรงสีที่เขามีที่ขยายพื้นที่ไปอย่างที่ท่านเห็นอยู่นี่ละครับ พอซื้อเสร็จปุ็บ ๖,๐๐๐ บาท เอาไปเข้าโรงอบไม่ได้ลงทุนเลย ลงทุนแค่ทําโรงอบมาขายส่งรัฐบาล ๑๒,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท นี่คือผลต่าง วันนี้ฝากท่านว่าสินค้าราคาเกษตรที่ท่านบอกนักบอกหนาว่าประเทศนี้ จะต้องดีขึ้น เรื่องสินค้าเกษตรจะต้องส่งออกได้ ผมยังไม่เห็นมีเลยครับ ล่าสุดครั้งที่แล้วมี เรื่องโควตาอย่างเดียว โควตาครั้งที่แล้วก็เริ่มมีปัญหา ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ก็คงจะเห็นนะครับว่าโควตาข้าวที่เหลือในสต็อกมันมีปัญหา มันมีปัญหาจริงหรือเปล่า มันก็ขืนเอาข้าวในสต็อกมาขายแข่งกับชาวนากําลังจะเข้า มันก็เลยไม่มีพ่อค้าไปซื้อ ชาวนา มันก็เลยไปซื้อข้าวในสต็อกของรัฐบาลที่มีอยู่ก่อน คําถามของผมครับ เพื่อให้ ประหยัดเวลาของสภาแห่งนี้

คําถามที่ ๑ ผมถามว่าเงินกู้ที่ท่านกู้มา ๑.๔๓ ล้านล้านบาท ออก พ.ร.บ. เงินกู้ไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.ก. เงินกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีโครงการที่จะให้ ชาวไร่ ชาวนาได้เข้าถึงไหมครับ เพราะชาวไร่ ชาวนาเขาไม่มีโครงการที่เขียนเข้าไป แต่ที่ท่านไปทําเอสพี ๒ เรื่องอะไรต่าง ๆ มีโครงการที่ท่านถือไว้เหมือนโครงการที่ท่านไป ปะผุเอาไว้เลยนะครับ ท่านเอามาใส่แล้วโอนเงินเข้าไปได้เลย ถามว่าทําไมท่านไม่ประกัน ราคาข้าวให้มันสูง ๆ เพื่อจะให้คนไปแย่งกันซื้อเหมือนสมัยก่อนที่ ขอเอ่ยนาม ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครทํา ท่านดูไหมครับ จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ต้องเอาป๋นมาเฝัานาเพราะกลัวคนไปลักเกี่ยว แต่เปึนมุมกลับครับ เดี๋ยวนี้ชาวไร่ ชาวนาต้องไปนั่งร้องไห้หาพ่อค้าว่าเมื่อไรจะมาซื้อ ยุคท่านสมัครท่านคงเห็น นะครับ เห็นว่าชาวนาแถวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเอาป๋นไปเฝัาข้าวกลัวเขามาลักเกี่ยว ข้าว เพราะช่วงนั้นตันละ ๑๒,๐๐๐-๑๔,๐๐๐ บาท แต่ช่วงนี้มัน ๖,๕๐๐ บาทมันไม่รู้จะไป ขายให้ใคร แล้วอีกอย่างหนึ่งท่านเอาไปเทียบกับทองก็ได้ ทองคําสมัยก่อนขายข้าวเกวียน หนึ่งได้ทองบาทหนึ่ง เดี๋ยวนี้ข้าวเกวียนหนึ่ง ๖,๐๐๐ บาท ต้องขาย ๒ เกวียนได้ทองบาท หนึ่ง เปึนมุมกลับกันเลยครับ ที่บอกเศรษฐกิจจะดีขึ้นผมว่ามันไม่ดีแน่นอน เลยถามท่าน ว่าท่านจะแก้ปัญหาเรื่องราคาประกันให้สูงขึ้นได้อย่างไร คําถามที่ ๑ ขอบคุณมากครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี คําพูดที่ทางท่าน ส.ส. ถามมาเมื่อสักครู่นี้นะครับ โดยเฉพาะที่ท่านพูดว่าชาวนายิ่งทําแล้วก็ยิ่งจนลงทุกวัน ๆ ผมเห็นด้วยกับท่าน ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ อันนั้นคือสิ่งที่ผมได้พยายามตอบท่านนราพัฒน์ไปตอนแรก เพราะว่ามาตรการที่รัฐบาลทํามาในช่วง ๔-๕ ป้ที่ผ่านมาข้อเท็จจริงก็คือมันไม่ได้ช่วย ชาวนาของเราเลยครับ มันก็ภาพดูเหมือนดีแต่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ใช่นะครับ สิ่งที่เรากําลังทําขณะนี้เราอยากจะประกันรายได้ครับ อย่างวันนี้พี่น้องที่ทําไร่ข้าวโพดอยู่ แล้วกําลังที่จะเด็ดฝักอยู่นี่ราคาไม่ดีหรอกครับ เพราะราคาตลาดมันไม่ดีจริง ๆ มันก็ตกอยู่ ที่ ๔ บาท ๕ บาท บางแห่งอยากจะขายเร็วและมีความชื้นสูงมากได้น้ําหนักแต่ราคา ก็อาจจะได้ต่ําลงมา เพราะราคามันขึ้นอยู่กับน้ําหนักด้วย ถ้าเขารับประกันเขาได้ส่วนต่าง นะครับ ความหมายก็คือวันนี้แบบที่ท่านพูดเขาขายได้เพียง ๔ บาท ถ้าหากว่าเขาประกัน ไว้เราประกันที่ ๗.๑๐ บาท เขาจะได้เงิน ๔.๑๐ บาท ได้เงินสด ๆ เลยส่งไปเข้าบัญชีที่ ธ.ก.ส. ส่วนราคาที่เขาขายต่ําเรียนว่าราคาผลผลิตทางการเกษตรเราอย่ามาพูดเลยว่า เปึนฝ้มือใคร อย่างที่ท่านชมนักชมหนาอดีตนายกรัฐมนตรี ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านสมัคร ช่วงนั้นก็เปึนช่วงแป็บเดียวละครับ เพราะว่าราคาน้ํามันมันขึ้นสูงไปถึง ๑๔๐-๑๕๐ เหรียญ ดอลลาร์ต่อ ๑ บาร์เรล แล้วราคาข้าวก็เข้าใจว่า ๑๔๗ เหรียญดอลลาร์ ซึ่งมันก็แปล ออกมาก็ข้าว ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ที่น่าแปลกก็คือว่าที่ท่านพูดถึงเรื่องส่งออก ข้าวที่เรามีอยู่ในสต๊อกเยอะ มันก็มาจากนโยบายจํานําของพวกท่านในอดีตละครับ แล้วก็ วันที่ราคาข้าวสูงสุดท่านก็กอดข้าวไว้ ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ท่านไม่ขายนี่ครับ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาทท่านก็ไม่ขาย วันนั้นพวกเราบอกว่าให้ขายเถอะจะได้กําไรสัก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทมาช่วยพี่น้องเกษตรกร ท่านก็ไม่ได้ขาย ท่านมาขายครับ แต่ขายตอนที่ราคาตกต่ําที่สุดแล้วก็ขาดทุน เสียเงินภาษีพวกเราไปอีก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านมาขายเดือนสุดท้ายก่อนที่จะมาป่ดสนามบินครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่าเราอย่ามาพูดกันเลยว่าในอดีตเปึนอย่างไร ผมว่าเราเดิน ไปข้างหน้าครับ เดินไปข้างหน้าขณะนี้เรากังวลว่าพี่น้องเกษตรกรเขามีหนี้เยอะ เรามา ทะเลาะกัน ไม่ได้แก้ไขปัญหาหนี้ให้เขาเลยครับ สิ่งที่พวกเราจะทําในวันนี้และผมเรียน นะครับว่า ไม่ว่าฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลต้องช่วยกันหมดละครับ และที่การประชาสัมพันธ์ ไม่มีใครเก่งกว่าพวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ครับ ๔๘๐ ท่านครับ เพราะอยู่ในพื้นที่หมด เพราะฉะนั้นเราดูได้ อย่างตัวเลขทะเบียนที่ท่านบอกไว้สักครู่ว่าต้องเชื่อถือข้อมูล ผมเรียน ว่าเราเชื่อถือนะครับ เราใช้ตรงนั้นเปึนหลัก แต่เนื่องจากการประกันรายได้ไม่ได้พูดถึง ผมย้ํานะครับ การส่งมอบ ความหมายก็คือแม้กระทั่งชาวนามีนาอยู่สัก ๑๐ ไร่ แถวอีสาน จะมีเยอะ ๑๐ ไร่ ๑๕ ไร่ แล้วก็ทํานาไม่เคยคิดไปขายครับ ใส่กระสอบเก็บไว้ครับ บางที ลูกหลานมาทํางานกรุงเทพมหานครยังแบกกลับมาด้วยนะครับ ตรงนี้ในอดีตก็ไม่เคยได้ ขายอยู่แล้ว ทํานาไว้บริโภคเองก็ว่ากันไป แต่เที่ยวนี้อยากจะมาประกันนาที่ตัวเองทําไว้ รับประทานเองยังทําได้เลยนะครับ เดินมาที่ ธ.ก.ส. มาจดทะเบียนไว้ว่ามีอยู่ ๑๐ ไร่ ผลผลิตตรงนั้นเปึนข้าวหอมมะลิ อาจจะผลผลิตต่ําหน่อยแต่ได้ราคาดี แล้วพอดีราคาข้าว หอมมะลิต่ํากว่าที่ประกันไว้ก็มารับส่วนต่างแล้วข้าวก็ไม่ต้องไปขายครับ เก็บไว้ รับประทานเอง อันนี้เปึนแนวความคิดที่ตั้งอยู่ในพื้นฐานว่าพอเสียทีที่จะให้เกษตรกร ขาดทุนซ้ําซากแล้วก็จนซ้ําซาก แล้ววิธีดีที่สุดก็คือหารายได้ให้กับเขา แน่นอนครับ หน้าที่หลักของรัฐบาลต้องทําเรื่องการตลาดให้เก่งครับ เพราะว่าถ้าทําเก่งแล้วราคามันก็สูง เขาก็มีกําไรเอง เหมือนสมัยที่ท่านพูดถึง สมัยท่านสมัครราคาตลาดโลกมันสูง ทุกอย่างสูง หมด เราก็ไม่ต้องเสียเงินภาษีเลย เราก็สามารถเอาเงินภาษีที่ไม่ต้องเสียเอามาทําโรงเรียน ทําถนนไร้ฝุ์น ทําแหล่งน้ํา ทําประปาหมู่บ้าน ทําได้อีกเยอะแยะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนในวันนี้นะครับว่า อยากจะขอความร่วมมือจากพวกเราทุกคนก็คือ เรื่องประชาสัมพันธ์ครับ อย่างท่าน ส.ส. นราพัฒน์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านอีกครั้งหนึ่ง ท่านก็เปึนห่วงเรื่องนี้ พวกผมก็เปึนห่วงครับ เพราะว่าการประชาสัมพันธ์มันต้องใช้เวลา งานโครงการนี้ก็เพิ่งจะเริ่ม ช่วงแรกจะต้องมีอุปสรรคและมีปัญหาเยอะ แต่เราก็ต้อง พยายามทําให้มันสําเร็จได้ เพราะเงินที่จะใช้ตรงนี้จะไม่มีการตกหล่น ไม่มีอีกแล้วที่เราจะ มีข้าวอยู่ในโกดังแล้วเก็บไว้เปึนป้ ๆ แล้วเกิดความเสียหายแล้วเอาไปขายในราคาที่ต่ํากว่า ราคาตลาด ไม่มีอีกแล้ว วันนี้สิ่งที่เรามีเหลืออยู่ ค้างกันมาหลายป้ เราพยายามจะค่อย ๆ เคลียร์ (Clear) ออกไปครับ เราทําเร็วก็ไม่ได้ ที่ท่านพูดนี่ถูกนะครับ ขืนมาขายตอนนี้แล้วก็ เข้ามาในตลาด เดี๋ยวพ่อค้าก็ไม่ไปซื้อข้าวจากเกษตรกร จริงครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราก็ ระมัดระวัง จะขายนิดหนึ่งเราก็จะต้องดู แต่ส่วนใหญ่เราจะส่งออกหมด เพราะฉะนั้นตอบ เท่านี้ก่อนนะครับ เพราะว่าอาจจะมีคําถามอื่น ๆ เพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสุชาติครับ คําถามที่ ๒ จะต่อด้วยคําถามที่ ๓ เลยก็ได้นะครับ เดี๋ยวท่านค่อย ตอบทีเดียวนะครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ ก็ต้อง ขอบคุณ เมื่อสักครู่นี้พอดีท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าราคาข้าวไปพาดพิงกับคนป่ด สนามบิน ก็ไม่รู้ว่าคนป่ดสนามบินนั่งอยู่ข้างหลังท่านหรือเปล่าครับ อยู่ข้าง ๆ ครับ ท่านประธานครับ คําถามที่ ๒ เลย คําถามที่ ๒ ที่ผมจะต้องถามท่านรองนายกรัฐมนตรี ทีแรกผมตั้งใจจะถามนายกรัฐมนตรีนะครับ วันนี้ถ้าท่านทําอย่างนี้ ท่านประธานครับ ถ้าท่านทําอย่างนี้รัฐบาล ผมจะฟัองพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผมจะบอกคนที่ชาวไร่ ชาวบ้าน ชาวนาเลย ที่ทํานาอยู่ หวังกับรัฐบาลนี้ยาก เพราะท่านบอกว่าไปขึ้นทะเบียน ประกันจะต้องใช้เวลาเท่าไร ในเมื่อชาวบ้านเขาบอกครั้งที่แล้วเขาจํานําเขาก็ได้ ท่านก็ บอกไม่เอาเหมือนเดิม แล้วยังมีท่านสมาชิกที่แล้วที่ผ่านไปบอกว่า ท่านนราพัฒน์ ขอเอ่ยนาม ท่านบอกท่านออกมาพูดก่อนตอนนี้ เกรงว่าพี่น้องภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานจะมา ป่ดทําเนียบรัฐบาล พี่น้องชาวนาจะมาลุยทําเนียบรัฐบาลเพราะขายข้าวราคาขนาดนี้ อยู่ไม่ได้ เพราะข้าวตอนนี้มันไม่ได้อยู่ในมือชาวนาครับ ท่านลองเดินไปดู ท่านเริ่มนั่งรถ จากนี่เลย จากกรุงเทพมหานครขึ้นไปทางลพบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ที่กําลังเกี่ยวอยู่ ทุกวันนี้ ที่กําลังเกี่ยวอยู่ ผมใช้คําว่า ที่กําลังเกี่ยวอยู่ ถ้าไปรอขึ้นทะเบียนจากท่าน ตายพอดีครับ เพราะอะไรครับ เพราะชาวนาผมพูดแล้วอย่างไร เหมือนท่านนราพัฒน์บอกว่า พอเกี่ยวปุ็บไม่มีที่เก็บ ไหนจะค่าหนี้จากปุิย ไหนจะค่า ธ.ก.ส. ไหนจะค่าจ้างไถ จ้างเกี่ยวที่เขาต้องมาเก็บกับ ชาวบ้านชาวนาก่อน

คําถามข้อที่ ๒ เลยครับ ถามว่า ในเมื่อภาคใต้ที่ประมงภาคใต้รัฐบาลนี้ก็ ยังมีชดเชยให้น้ํามันลิตรละ ๔ บาท น้ํามันม่วงเหมือนที่ท่านบอกนี่ละครับ ดูแลพี่น้อง ประมง วันนี้พี่น้องเกษตรกรภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสานหรือทั่วประเทศที่ใช้น้ํามัน ดีเซล (Diesel) เหมือนกัน ท่านมีแนวคิดไหมครับว่าจะกลับไปชดเชยให้กับชาวไร่ชาวนาที่ เขาใช้น้ํามันนี้ไปไหม คําถามที่ ๒ ครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ท่านใดจะตอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเชิญครับ

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี

อันนี้ไปที่ราคาน้ํามันดีเซล แล้วนะครับ ผมเรียนย้ําอีกนิดหนึ่ง เพราะว่าท่านกําลังบอกว่าโครงการนี้มันไม่ดี ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องข้าวที่อยู่ในนาเลย เวลานี้ข้าวที่เก็บ เกี่ยวมาแล้วเปึนข้าวนาปรัง ซึ่งรัฐบาลได้หยุดรับจํานําไปแล้ว แล้วก็ปรากฏว่าชาวนาก็มี ปัญหาซึ่งรัฐบาลฟังปัญหาครับ แล้วเมื่อฟังแล้วก็มาแก้ แล้ววันนี้ก็แก้แล้วว่าในช่วงผ่องถ่าย ตรงนี้เราเข้าใจถึงปัญหา แล้วก็ราคาข้าวมันไม่ดีจริง ๆ เพราะฉะนั้นเราก็ให้จํานําต่อได้ ไม่ว่าเราจะบอกว่าไม่ดีอย่างไร แต่ว่ามันใกล้จะจบแล้ว แล้วก็สิ้นเดือนนี้ก็จะจบ ปัญหา เรื่องข้าวนาปรังที่กําลังจะเก็บเกี่ยวตอนนี้ก็ไม่เปึนปัญหานะครับ มีอยู่นิดเดียวครับที่มัน อาจจะเปึนบ้างซึ่งเปึนความไม่ดีของโครงการจํานํา คือมันไม่ได้ทุกคนครับ มันต้องเปึน ระบบโควตา ตรงนี้ละครับข้อเสีย คนที่ไม่ได้โควตาขายข้าวราคาถูกมากเลยครับ เพราะว่า ราคาข้าวมันไม่ได้เปึนไปตามกลไกตลาด รัฐบาลกลายเปึนคนซื้อข้าวเอง แล้วก็แถม ไม่ขายอีกต่างหาก วุ่นวายกันไปหมด โรงสีก็มารับสีอย่างเดียว วันนี้ครับการที่เราจะ เปลี่ยนกลับไประบบเดิม ๆ ที่เราเคยทํากันไว้ มันก็จะมีอุปสรรคนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้น ข้าวนาปรังในขณะนี้เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรที่อาจจะฟังอยู่ทางบ้านเข้าใจก็เข้าไปร่วม ในโครงการมีโควตาที่จัดสรรไปให้ในแต่ละจังหวัด ภาคกลางนี้ด้วยนะครับ เปึนส่วนใหญ่ ด้วยซ้ําเพราะฉะนั้นภาคใต้เขากําลังทํากันอยู่ยังไม่หมด ภาคใต้จะหมดสิ้นเดือนพร้อมกันไป หลังจากนั้นแล้วเดือนกันยายนเสร็จ เดือนตุลาคม ใครที่จะเก็บเกี่ยวเดือนตุลาคมวันนี้ ไปขึ้นทะเบียนได้ ที่ท่านบอกว่ามัวแต่ขึ้นทะเบียนกันอยู่ขึ้นไม่ได้สักที ขึ้นช้า เนื่องจากไม่มี การส่งมอบ ทะเบียนเปึนเรื่องสําคัญครับ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องตรวจสอบให้เกิด ความมั่นใจ แต่ว่าเราไม่ใช่มาตรวจสอบกันวันที่เก็บเกี่ยวนะครับ ความหมายก็คือข้าวจะ ออกมามากเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม วันนี้เดือนกันยายนต้นเดือนนะครับ จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว กําลังตรวจสอบกันอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นเมื่อถึงเวลา เก็บเกี่ยวก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ความเข้าใจตรงนี้อาจจะคลาดเคลื่อนหน่อย

สําหรับเรื่องราคาน้ํามันดีเซล ผมว่าต้องมองอย่างนี้นะครับ น้ํามันเราสั่งซื้อ เข้ามา ราคาเราไม่ได้เปึนผู้กําหนด แต่เราคงปล่อยให้เปึนไปตามยถากรรมไม่ได้ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่ราคาดีเซลถือเปึนต้นทุนนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าราคาดีเซลสูง ต้นทุนก็สูง ราคาประกันรายได้ขั้นต่ําเราคํานึงถึงต้นทุนครับ แล้วเราจะเปลี่ยนราคา ประกันรายได้ทุกป้นะครับ ความหมายก็คือเราจะเอาราคาเฉลี่ยของทั้งป้มาว่าประมาณการ ที่เก่งที่สุดแล้ว โลกสมัยนี้ก็ประมาณลําบากกันนะครับ แต่ว่าประมาณที่เก่งที่สุดแล้ว ราคาค่าเชื้อเพลิง ค่าพลังงานในการทําเรื่องผลผลิตประมาณเท่าไร ถ้าเกิดวันดีคืนดีราคา น้ํามันกระฉูดเข้าไปถึง ๒๐๐ เหรียญต่อบาร์เรล ดีเซลมันก็จะต้องแพง เพราะเราซื้อเขามา ราคาประกันรายได้เกษตรกรมันก็จะต้องกลายเปึนจาก ๑๐,๐๐๐ บาท อาจจะกลายเปึน ๑๔,๐๐๐ บาท หรือ ๑๕,๐๐๐ บาท อันนี้ก็แล้วแต่ เพราะเราไม่ได้สนใจตรงนั้น เราสนใจ อย่างเดียวว่าเกษตรกรจากนี้ไปต้องไม่มีคําว่า ขาดทุน อีกต่อไป อันนั้นคือแนวความคิด ครับ และเปึนแนวนโยบาย แล้วรัฐบาลอยากจะใช้เงินงบประมาณในส่วนนี้ไปช่วยเหลือ เกษตรกรเต็ม ๆ

คําถามที่ค้างไว้ครั้งที่แล้วก็คือ งบไทยเข็มแข็ง มีครับ มีเยอะเลยครับ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทตอนนี้ กะว่าจะจัดเพิ่มด้วยครับ เพราะเราเห็นและเข้าใจ ในเรื่องนี้และถือเปึนนโยบายสําคัญครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุชาติจบคําถามหรือยังครับ ยังมีอีกนะครับ คําถามสุดท้ายครับ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน ท่านรองนายกรัฐมนตรียังตอบไม่ตรงประเด็น ผมถามว่าราคาประกัน หรือราคาจํานํา ท่านจะเขยิบสูงกว่านี้ได้ไหม ท่านก็ไม่ตอบ แล้วก็ข้อที่ ๒ ผมบอกว่าเรื่องชดเชยน้ํามันนี่นะครับ อย่างท่านบอกน้ํามันม่วงชดเชยให้กับชาวประมงภาคใต้ลิตรละ ๔ บาท ชาวนาชาวไร่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานที่เขาทํานาพืชเกษตรอยู่นี่นะครับ รัฐบาลนี้จะชดเชยให้ เขาได้ไหม ๑. เขาเอาน้ํามันเข้าไปไถนา ไปสูบน้ําเข้านา มันต้องตอบประเด็นนี้ ท่านไม่ได้พูด แบบที่ท่านบอกว่าลม ๆ แล้ง ๆ แล้วจบไป ไม่ใช่ครับ ท่านต้องตอบให้ตรงประเด็นนิดหนึ่ง

ทีนี้ผมมาวนคําถามสุดท้าย ท่านประธานครับ คําถามสุดท้ายที่ผมจะถาม ท่านนายกรัฐมนตรีที่เคารพครับ ท่านอย่าไปคิดเรื่องข้าวนาป้อย่างเดียวสิครับ วันนี้ พี่น้องประชาชนต้องปากกัดตีนถีบ ทํารอบเดียวไม่พอใช้หนี้หรอกครับ เขาทํานาอย่างน้อย ๓ รอบ ท่านรู้ไหมครับ เขาทํานาอย่างน้อย ๓ รอบ เดี๋ยวนี้ข้าวอายุมันสั้นครับ ๗๕ วัน เกี่ยวแล้ว ท่านไปดูแถวภาคกลางวันนี้น้ําเริ่มจะท่วม ตั้งแต่จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดลพบุรี ยันไปจังหวัดพิจิตรนี่นะครับ เขาจําได้เลยว่าวันที่ ๑๙ กันยายน น้ําจะต้องมาท่วม วันนี้ ข้าวแก่บ้าง ไม่แก่บ้างต้องรีบเกี่ยว ดีกว่าเสียน้ําท่วม นี่คือที่ผมจะต้องถามคําถามสุดท้าย คําถามที่ ๓ ว่า แล้วคนที่ทํานาปรังที่ท่านบอกว่าให้ไปขึ้นประกันต่อนี่ละครับ อีกกี่เดือน กี่เดือนนะครับที่ท่านพูดทีแรก ท่านบอกว่ามาขึ้นทะเบียนเสร็จปุ็บ ต้องทําประชาคมอีก ท่านรู้ไหมระบบราชการที่ไปทําประชาคมเกี่ยวข้าว ๑๕ วัน ถ้าท่านไปทําประชาคมอีก ๓ เดือนนี้ จะเอาข้าวไปส่งผีที่ไหนครับท่านประธาน ตรงนี้ก็ต้องฝากท่านว่า รัฐบาลนี้ ถ้าอยากจะเห็นจะจริงใจกับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา พวกข้าวโพด พวกมันสําปะหลัง พวกอ้อย พวกข้าว ต้องเอาความเปึนจริงเอาคนในพื้นที่ไป ท่านใช้รัฐมนตรีนั่งเสื้อสีส้ม ๆ ไปดูความเปึนจริงเขานะครับว่าเขาทํากันถึง ๓ รอบ และท่านให้ประกันรอบเดียว หรือจํานํารอบเดียวแล้วพ่อค้าก็ไม่ไปซื้อใช้วิธีบีบเขา ถามว่าคนที่ทํานา ๓ รอบ รัฐบาลนี้ จะกล้าจํานําหรือประกันราคาให้สูงกว่าเดิมได้ไหม ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี

อีกนิดเดียวครับ น้ํามัน ดีเซล น้ํามันดีเซลของชาวประมงเขา น้ํามันดีเซลเปึนส่วนต้นทุนค่อนข้างจะมาก ถือว่า มากที่สุด เพราะว่าก็แบบที่รู้ ๆ กันอยู่ มันต้องเอาเรือออกไป เรือมันก็ใช้เครื่องจักรมีน้ํามัน แต่ว่าเกษตรกรที่เปึนชาวนา เราก็คิดต้นทุน ความจริงต้นทุนต่างกัน เกษตรกรที่ น้ําบริบูรณ์หน่อยก็ไม่มีเรื่องเครื่องสูบน้ําที่จะสูบน้ํามาเข้านา เพราะฉะนั้นต้นทุนที่เราดู เราก็เผื่อต้นทุนส่วนสูงไว้นะครับ ความหมายก็คือว่าเราคิดต้นทุนไว้หมดแล้วว่าค่าน้ํามัน เท่าไร ค่าน้ํามันที่ต้องใช้ไถเท่าไร แต่ว่าไม่ได้เปึนส่วนใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าเราไม่เห็น ใจนะครับ แต่เราได้คิดไว้ในต้นทุนแล้ว และเราก็จะปรับขึ้นให้ตลอด ในเรื่องของประกัน ผมอาจจะบกพร่อง ผมต้องขออภัยไม่ได้อธิบายครบเพราะเกรงเรื่องเวลา ก็คือถ้าเปึน ข้าวหอมมะลิ ข้าวนาป้ที่ทําป้ละครั้งเดียว ก็เข้าโครงการได้ครั้งเดียว ส่วนข้าวที่ปลูกกัน ตลอดทั้งป้ ขณะนี้ก็ยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ แต่ว่าที่เราวางไว้ให้อีก ๒ ครั้ง แล้วก็กําลัง พิจารณาดูว่าจะทํา ๓ ครั้งได้หรือไม่ ยังไม่ได้มีข้อยุติ ผมต้องขออภัยนิดหนึ่งว่ายังอธิบาย ไว้ไม่ครบ จริง ๆ ไม่ใช่ตลอดว่าทํา ๓ ครั้งได้ครั้งเดียวไม่ใช่ เราทําเปึนทุกฤดูผลิต ขณะนี้ ทางคณะกรรมการข้าวแห่งชาติกําลังพิจารณาดู เพราะเรากังวลเรื่องคุณภาพครับ อย่างข้าวประเภทไวแสงที่ว่า ๖๐ วัน ๗๐ วัน เราไม่ให้ค้ําประกัน เราไม่ให้เข้าโครงการ ประกันนะครับ เราไม่ให้ เรื่องราคาประกันว่าทําสูงขึ้นได้หรือไม่ ความจริงรัฐบาลอยู่ที่ กําลังเงินภาษีนะครับ รัฐบาลใครมาก็แล้วแต่ก็ปรับได้ตลอดเวลาครับ อยู่ที่กําลังเงินครับ เพราะว่าเวลานี้เราให้กําไรที่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ วันไหนรัฐบาลรวยมาก ๆ เก็บได้เยอะแยะ อาจจะให้กําไร ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ย่อมจะทําได้ ทั้งหมดอยู่ที่กําลังเงินในกระเปิาของ รัฐบาล ซึ่งเปึนเงินภาษี คงจะตอบไม่ได้มากไปกว่านี้ว่าจะเพิ่มขึ้นได้มากน้อยแค่ไหนครับ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอกระชับหน่อยนะครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กระผมมีประเด็นที่จะตอบกระทู้ของท่านสมาชิก ๓ ประเด็นที่พาดพิงถึง

ประเด็นที่ ๑ คือในเรื่องของการจํานําข้าวนาป้ ที่รัฐบาลได้ขยายระยะเวลา ออกไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้

ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องของการส่งออก และ

ประเด็นที่ ๓ คือเรื่องของโครงการประกันราคาที่รัฐบาลกําลังจะเริ่มต้น ส่วนสุดท้ายพาดพิงเรื่องเสื้อสีส้มนั้น เรียนว่าเปึนเสื้อผ้าไหมของเกษตรกรในภาคอีสานที่ ต้องการให้ส่งเสริมการใส่ผ้าไหม ผ้าฝัาย ที่ผลิตโดยคนไทยครับ ก็เชิญชวนท่านสมาชิก สุชาติ ลายน้ําเงิน และสมาชิกทุกท่านช่วยกันใส่ผ้าไหม ผ้าฝัาย เพราะว่ารัฐบาลต้องการที่ จะบริหารเชิงอุปสงค์ด้วยคือด้านดีมานด์ ไซด์ (Demand Size) ดังนั้นถ้าช่วยกันใส่ เกษตรกรก็จะอยู่ดีกินดีขึ้น

สําหรับเรื่องของมาตรการจํานําข้าวที่ขยายระยะเวลาออกไปจนกระทั่งถึง สิ้นเดือนนี้นั้น บัดนี้ก็ได้ฤกษ์วันที่ ๙ เดือน ๙ เวลา ๐๙.๐๙ นาฬิกา เป่ดรับจํานํารอบใหม่ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสําหรับข้าวนาปรังที่ยังหลงเหลืออยู่ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบใหม่ คือระบบโครงการประกันราคา เพราะฉะนั้นในปริมาณของข้าวนาปรัง ซึ่งผมเคยชี้แจงต่อ สภาแห่งนี้ว่า ในช่วงของการรับจํานํา ไม่ว่าจะเปึนข้าวก็ดี ในส่วนของมันสําปะหลังก็ดี หรือข้าวโพดก็ดี รัฐบาลได้ดําเนินนโยบายในการใช้วงเงินในการรับจํานําพืชเศรษฐกิจ ทั้ง ๓ ชนิดนี้ สูงที่สุดทั้งในเชิงของปริมาณวงเงินรับจํานําแล้วก็ปริมาณรับจํานํา ซึ่งท่าน ก็คงทราบดี และในราคาที่เหมาะสมเปึนธรรม เพราะฉะนั้นในส่วนของการรับจํานํา ข้าวเปลือกนั้นก็จะขยายระยะเวลาต่อไป โดยเกษตรกรผู้มีคุณสมบัติก็คือเกษตรกรที่ได้ขึ้น ทะเบียนไว้ในฤดูการปลูกข้าวนาปรัง ๒๕๕๒ และใน ๔๗ จังหวัด ก็จะได้โควตาเหลือ เนื่องจากว่าการรับจํานํารอบแรกที่ได้เสร็จสิ้นลงไปเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคมนั้นเราได้จํานํา ข้าวนาปรังเปึนเปัาหมาย ๖,๐๐๐,๐๐๐ ตันข้าวเปลือก จากปริมาณคาดหมายการผลิต ๘,๐๐๐,๐๐๐ ตัน เราไม่เคยเข้ารับจํานํามากเท่านี้มาก่อน และมีเกษตรกรเข้ารับจํานํา ๕,๑๐๐,๐๐๐ ตันเศษ เพราะฉะนั้นในโควตาส่วนที่เหลือก็เปึนไปตามโควตาของแต่ละ จังหวัดที่ได้รับการจัดสรรและยังเหลืออยู่และไม่ได้ส่งคืนต่อกองกลาง ตรงนี้ก็เปึนเรื่องที่ หลังจากคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโดยคณะกรรมการข้าวแห่งชาติแล้ว หน่วยปฏิบัติไม่ว่าจะ เปึน อ.ต.ก. ธ.ก.ส. และองค์การคลังสินค้าในสังกัดของกระทรวงพาณิชย์ ผมในฐานะที่ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติทั้งหลายนั้นได้เร่ง ดําเนินการเพื่อที่จะเข้าไปช่วยเหลือในการพยุงราคา เพราะว่าหลังจากเราสิ้นฤดูการรับ จํานําแล้ว ผลผลิตออกก็มีราคาที่ตกอย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึง มาตรการนี้ก็จะฝาก ไปถึงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่มีพื้นที่ปลูกข้าวและยังมีข้าวที่ออกสู่ตลาด นะครับ ให้เข้าไปยังจุดรับจํานํา ซึ่งเริ่มแจ้งไปแล้วตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา โดยที่ คณะกรรมการ กขช. กรรมการข้าวแห่งชาติซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธานนั้น ก็จะ ได้แจ้งให้เกษตรกรในจังหวัดนั้นได้รับทราบถึงจุดรับจํานํานะครับ

สําหรับเรื่องที่ ๒ ก็คือในส่วนของการส่งออก ต้องเรียนว่าเรื่องของการ ส่งออกในป้นี้เราได้ตั้งเปัาหมายการส่งออกข้าวสาร ไม่ว่าจะเปึนข้าวหอมมะลิ ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวนึ่ง ๘.๕ ล้านตัน ขณะนี้เราได้ส่งออกไปแล้ว ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านตัน และจากปริมาณช่วงปลายป้ซึ่งเปึนปริมาณที่มีการส่งออกมากนะครับ คาดว่าจะทะลุ เปัาหมายการส่งออก แต่อย่างไรก็ตามในการส่งออกแม้แต่ช่วงนี้ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ฯพณฯ พรทิวา นาคาศัย ได้เดินทางไปยังอาฟริกาใต้ อาฟริกาใต้เปึน ทวีปที่นําเข้าข้าวนึ่งจากไทยมากที่สุดครับ และตอนนี้เนื่องจากว่าอินเดียประสบภัยแล้ง ทําให้เราสามารถส่งออกข้าวนึ่งซึ่งมีราคาในการส่งออกสูงกว่าข้าวเจ้า ข้าวเจ้าจะส่งออก อยู่ปริมาณ ๕๔๐ เหรียญต่อตัน ขณะที่ข้าวนึ่งสามารถส่งออกได้เกือบ ๖๐๐ เหรียญ ต่อตัน ตรงนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งที่เราได้ใช้มาตรการในการส่งเสริมการส่งออก โดยใช้สํานักงาน ส่งเสริมการค้าในต่างแดนของเรา แล้วก็สํานักงานพาณิชย์ของเราที่อยู่ใน ๔๐ กว่า ประเทศ ทั้งหมด ๖๖ สํานักงานในการขับเคลื่อนในการส่งออกครั้งนี้ แม้ว่าปัญหาที่ ต่อเนื่องมาอย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ได้กล่าวไว้ก็คือว่า การที่ป้ ๒๕๕๑ เปึนป้ที่ผิดปกติ มันเกิดวิกฤตการณ์อาหาร วิกฤตการณ์พลังงาน ข้าวเมื่อ ป้ที่แล้วโดยเฉลี่ยทั่วโลกราคาส่งออกอยู่ที่ประมาณ ๔๐๐-๔๕๐ เหรียญ ราคาได้พุ่งขึ้นไป เกิน ๑,๐๐๐ เหรียญต่อตัน เพราะฉะนั้นปริมาณความต้องการป้ที่แล้วเราส่งออกได้ถึง ๑๐ ล้านตัน มันเปึนภาวะผิดปกติ พอมาไตรมาสแรกของป้นี้ราคาก็กลับมาสู่ภาวะปกติครับ แต่การกลับมาสู่ภาวะปกติที่ ๔๐๐-๕๐๐ เหรียญต่อตันนั้น จะทําให้เกษตรกรโดยเฉพาะ ชาวนาไทยเดือดร้อน จึงได้เข้าดําเนินการในการรับจํานําด้วยราคาที่ท่านก็คงทราบ นะครับ นาปรังครั้งนี้ข้าวเปลือกเจ้า ๕ เปอร์เซ็นต์นั้นอยู่ที่ ๑๑,๘๐๐ บาทต่อตัน เพราะฉะนั้นในส่วนเรื่องของการส่งออกนั้นกระทรวงพาณิชย์พยายามอย่างเต็มที่ครับ ผมเองก็ทําหน้าที่เปึนเซลล์แมน (Salesman) ก็เดินทางไปเกือบทุกภูมิภาค ท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ก็เคยเดินทางไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นก็คงทราบว่าขณะนี้เราได้เพิ่มมาตรการ ในการสร้างมูลค่าเพิ่มภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในการสร้างความแตกต่าง ของข้าว แทนที่จะส่งออกเฉพาะเปึนข้าวขาว ไม่ว่าจะเปึนข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ หรือแม้แต่ข้าวนึ่งก็ตาม เราได้พัฒนาไปสู่การสร้างข้าวชนิดใหม่ ซึ่งสามารถที่จะสร้าง ความแตกต่างในตลาด ทั้งตลาดของผู้บริโภคทั่วไป แล้วตลาดตามซูเปอร์มาร์เกต ซึ่งล่าสุดนั้นในตลาดจีนก็ได้เข้าไปสร้างเครือข่ายในการระบายสินค้ากับบรรดา ซูเปอร์มาร์เกตขนาดใหญ่ของประเทศจีน ซึ่งขณะนี้ก็เชื่อว่าในการเพิ่มช่องทางการตลาด เหล่านี้ก็เปึนส่วนหนึ่ง

๒. ก็คือเรื่องของตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า ท่านดูทีวี ในทุกคืน ก็คงจะเห็นราคาอ้างอิง ซึ่งระบุว่านั่นคือตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า ก่อนหน้านี้ แทบจะทําการอะไรไม่ได้เลย เพราะว่าการที่เรารับซื้อในราคาสูงก่อนหน้านี้ และทําให้เกิด การค้างของรัฐบาลประมาณ ๕-๖ ตันข้าวสาร ปัญหาก็คือว่าต้นทุนรับซื้อมาสูง แต่ราคาตลาดโลกมันกลับมาสู่ภาวะปกติ เพราะฉะนั้นตลาดซื้อขายล่วงหน้าจึง ไม่สามารถดําเนินการได้ ตอนนี้หลังจากที่เกิดความชัดเจนนะครับว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม นี้เปึนต้นไป เราจะดําเนินการในส่วนที่ ๑ ก็คือว่าการประกันราคา ในส่วนนี้ไม่มีการส่ง มอบใด ๆ ทั้งสิ้น ระบบนี้จริง ๆ อยากจะเรียกว่าเปึนการประกันกําไรให้เกษตรกรครับ ชาวนา ๓.๗ ล้านครอบครัว มันสําปะหลัง ๔๐๐,๐๐๐ ครอบครัว และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ๓.๗ แสนครอบครัว ทั้งหมด ๔,๔๗๐,๐๐๐ ครอบครัวนั้น ต่อไปนี้ไม่มีคําว่า ขาดทุน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ ผมขอรบกวนนิดหนึ่ง คือเดี๋ยวกระทู้สุดท้ายก็จะพูดถึงปัญหาราคา สินค้าทางการเกษตร ถ้าอย่างไรเดี๋ยวท่านเอาไปรวมยอดไว้ตอนกระทู้สุดท้ายก็ได้นะครับ เพราะว่าเดี๋ยวคงมีประเด็นที่จะต้องพาดพิง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ก็สรุป แล้วครับท่านประธาน คือในส่วนตรงนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจ และท่านสมาชิกต้องช่วย รัฐบาลเท่ากับช่วยชาวนาชาวไร่ทั้งประเทศนะครับ คือระบบประกันราคานั้นจะมีสิ่งที่ เรียกว่ามาตรการเสริมศักยภาพด้านราคา ตรงนี้ละครับที่จะตอบคําถามว่าในกรณีที่เรา ประกันรายได้ ประกันกําไรให้กับชาวนาก็ดี ชาวไร่มันสําปะหลังก็ดี ชาวไร่ข้าวโพดเลี้ยง สัตว์ก็ดี โดยฐานก็คือเอาต้นทุนบวกค่าขนส่งและบวกกําไรไปเลย ไม่ว่าท่านจะไปขายได้ ราคาเท่าไรก็ตาม ท่านได้กําไรจากพื้นที่เพาะปลูกและที่ท่านขึ้นทะเบียน อันนี้เปึนระบบหนึ่ง

ระบบสองก็คือ ในระบบเรื่องของตลาดและราคา ระบบตลาดและราคา เนื่องจากว่ากระทรวงพาณิชย์ดูแลคณะอนุกรรมการการตลาดภายใต้คณะกรรมการข้าว แห่งชาติ คณะกรรมการมันสําปะหลัง คณะกรรมการข้าวโพด เพราะฉะนั้นคณะรัฐมนตรี จึงได้กําหนดว่าให้มีมาตรการรักษาเสถียรภาพราคา นั่นก็คือการเข้าไปดูตลาด เพราะฉะนั้นก็จะมีมาตรการดังนี้ครับ สําหรับการรักษา เสถียรภาพราคาข้าวเปลือกในโครงการประกันราคานั้นจะมีด้วยกันอยู่ ๕ เปัาหมาย

เปัาหมายที่ ๑ ก็คือการดึงปริมาณส่วนเกินออกมาจากตลาด

เปัาหมายที่ ๒ คือราคาจะต้องมีเสถียรภาพไม่ต่ํากว่าเปัาหมาย

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผมว่าท่านประธาน เตือนแล้วท่านรัฐมนตรีไม่ฟัง

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ผมว่าท่านไปขายที่ประเทศดูไบดีไหม ครับ ข้าวไปขายที่ประเทศดูไบดีไหมครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ประเทศ ดูไบก็ขายได้เยอะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอครับ ท่านจะจบแล้วครับ เดี๋ยวจะได้ถึงกระทู้ของคุณหมอแล้วครับ เชิญครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

คุณหมอ ถามกระทู้ผมคราวหน้าเรื่องประเทศดูไบผมจะเรียนท่านนะครับ

เปัาหมายที่ ๓ คือเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

เปัาหมายที่ ๔ คือให้มีการแข่งขันการรับซื้อเพื่อให้กลไกมันเดินหน้าต่อไป ได้และไม่กระทบต่อเรื่องของความสามารถในการส่งออก

เปัาหมายที่ ๕ สุดท้ายคือเพิ่มศักยภาพการส่งออกและรักษาความเปึน ผู้นําในการส่งออกข้าว ซึ่งเราเปึนแชมปีโลก เพราะฉะนั้นจึงมีมาตรการด้วยกันอยู่ ๔ มาตรการ

๑. ก็คือเพิ่มสภาพคล่องของผู้ประกอบการค้าข้าว นั่นก็คือโรงสี ลานรับซื้อ ถ้าไม่มีเงินหมุนเวียนไม่สามารถเกิดการแย่งรับซื้อได้ครับ

๒. ก็คือเรื่องการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก ตรงนี้ดําเนินการทันทีในทุก จังหวัด โดยเฉพาะเปัาหมาย ๔๗ จังหวัดนั้น ก็คือจะต้องพยายามเป่ดจุดรับซื้อให้ มากที่สุดครับ จะเกิดการแย่งรับซื้อ

๓. ก็คือในกรณีถ้าหากว่าราคาตลาดถูกกดลงไปก็จะดําเนินมาตรการนี้ ทันทีโดยให้ อคส. อ.ต.ก. สถาบันเกษตรกรรับซื้อข้าวเปลือกเจ้าเปึนระยะ ๆ ในราคาที่ เปึนธรรม เหมาะสม ในปริมาณที่เชื่อว่าจะทําให้การรักษาระดับเสถียรภาพราคานั้น เปึนไปเพื่อประโยชน์ของชาวนานะครับ

๔. สุดท้ายคือการเพิ่มปริมาณสต็อกข้าวของผู้ส่งออก

อันนี้เปึนการดึงปริมาณออกมา ผมจบแล้วครับ เพราะว่าเดี๋ยวยังมีกระทู้ ซึ่งอาจจะแทรกตอบอีกทีนะครับ เพราะฉะนั้นก็เรียนตอบในประเด็นพาดพิงบางส่วน นะครับ เดี๋ยวถ้าพาดพิงมาอีกผมก็จะขออนุญาตท่านประธานตอบเปึนระยะ ๆ ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เปึนอันจบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๒. นะครับ

ต่อไปเปึนกระทู้ถามสดเรื่องที่ ๑.๒.๓. ครับ กระทู้ถาม เรื่อง มาตรการ การควบคุมโรคติดต่อของท่านนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ถาม ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมีอะไรครับ พาดพิงตรงไหนครับ

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้อภิปรายท่านได้พูดย้ําถึงกรณี น้ํามันม่วงที่ลดราคาให้พี่น้องชาวประมง ๔ บาท ท่านย้ําประหนึ่งว่าคนภาคนั้นเลือก พรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งมากก็ได้

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ได้พูดขนาดนั้น ผมฟังอยู่ครับ ท่านนั่งลงเถอะครับ ไม่ได้พาดพิงอย่างนั้นเลย เพียงแต่ ท่านถามว่ามาตรการจะช่วยชดเชยราคาน้ํามันดีเซลที่เพิ่มขึ้นได้ไหม ซึ่งท่านรัฐมนตรี ท่านได้ชี้แจงแล้วว่าท่านคิดเปึนต้นทุนอยู่แล้วในการเอามาประกอบเรื่องการประกันราคา นะครับ เพราะฉะนั้นนั่งลงเถอะครับเดี๋ยวจะได้ไปกระทู้ต่อ เชิญนั่งลงเถอะครับ ผมไม่ อนุญาตแล้วครับ นั่งลงเถอะครับ ท่านรัฐมนตรีท่านได้ชี้แจงชัดเจนแล้วครับ ไม่ได้พาดพิง อะไรให้เสียหายเลยครับ นั่งเถอะครับ ขอบคุณครับ เชิญคุณหมอประสิทธิ์ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ วันนี้ ผมขอตั้งกระทู้ ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง มีเอกสารนิดหน่อยนะครับ เอกสารนี้ เปึนเอกสารที่เอามาจากหนังสือพิมพ์และเอกสารวิชาการไม่ใช่คลิปลับนะท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะขออนุญาตอ่านใช่ไหมครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

จะมีนิดหนึ่งครับ โชว์นิดหนึ่งครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ อนุญาต

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ขออนุญาตท่านประธาน ก่อนที่จะพูด ผมอยากฝากท่านประธานนิดหนึ่งได้ไหมครับ กระทู้ถามสด กระทู้แรกน่าจะให้เปึนของ ฝ์ายค้าน ท่านประธานครับน่าจะเปึนอย่างนั้น ทุกครั้งจะเปึนอย่างนั้น แต่งวดนี้ผมก็ แปลกใจว่าทําไมกลายเปึนของรัฐบาล

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คือกระทู้แรกเนื่องจากเลื่อนมาจากคราวที่แล้วครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

เข้าใจครับท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ปกติก็เปึนของฝ์ายค้านนะครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

จริง ๆ น่าจะเปึนอย่างนั้น ถึงแม้จะ เลื่อนนะครับ ผมอยากฝากท่านประธานนิดหนึ่ง และอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องกระทู้ทั่วไปมัน กินเวลากระทู้สดมา แล้ววันนี้มันไม่ใช่กระทู้ มันเปึนการยอวาทีกันเลย ยอกันไปก็ยอ กันมา ยอกันมาก็ยอกันไป

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเข้ากระทู้ท่านเลยครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

นี่ละครับท่านประธาน ผมถึงปรึกษา ท่านประธานอย่างไร

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คุณหมอครับ ผมได้เรียนท่านตอนท่านหารือครั้งแรกแล้วว่าจะได้กราบเรียนท่านประธาน ว่ากรณีวันพฤหัสบดีเราอาจจะมีการหารือของสมาชิกสั้นหน่อย เพื่อให้กระทู้ถามทั่วไปได้ เริ่มถามไวนะครับ ขอบคุณข้อเสนอแนะของคุณหมอนะครับ เชิญท่านเข้ากระทู้เลยครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ก็ดีครับ ถึงถามว่าตอนนี้ถ่ายทอด หรือเปล่า ผมว่ามันหยุดถ่ายทอด ผมไม่รู้กลัวอะไรเรื่องไข้หวัดธรรมดาเอง ท่านไปกลัวอะไรกัน นักหนาแค่พูดเรื่องไข้หวัด ผมก็ไม่เข้าใจ ผมว่าเรื่องที่ผมจะพูดจะเปึนผลดี อาจจะเปึน ผลดีกับรัฐบาล ผมจะเตือนภัยถึงประชาชน ประชาชนจะได้มีความรู้ ท่านประธานครับ ขออนุญาตผมอยากเรียนนะครับว่าเรื่องนี้เมืองไทยต้องยอมรับ เราเรียนแผนที่มา ท่านประธาน ด้ามขวานเขาเรียกว่า ขวานทอง ขวานทองจริง ๆ ท่านประธาน ป้ ๒๕๔๔ ป้ ๒๕๔๘ ที่ท่านกล่าวหาประชาชนเขาบอกขวานนี้เปึนขวานทอง ประชาชนมีความสุขครับ ประชาชนหาอะไรได้ง่าย ประชาชนคิดอยากทําอะไรได้ทํา เดี๋ยวนี้ท่านประธานมาดูสิครับ ขวานทองของเราเปึนอย่างไรตอนนี้ เขาบอกมีคนเอาไฟมาลนทอง ทําให้ทองที่หุ้มขวาน มันหายไป หายไปหมดเลยครับ เพราะอะไรครับ หนี้บานเบะ กู้ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ป้หน้าอีก ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กู้รวมกันแล้วเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทองเอาไป จํานําหมดท่านประธาน

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าประเด็นกระทู้ท่านเลยครับ เรื่องมาตรการควบคุมโรคติดต่อ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ 🔗

นี่ละครับ เข้าประเด็นเลยครับ ตอนนี้ ขวานทองกําลังจะกลายเปึนโรค ด้ามขวานเรา เกิดโรคระบาดมากมาย ท่านประธานมาดู นะครับ นี่เซียเขาเขียนนะครับท่านประธาน ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่มานั่งต้อง ยอมรับท่าน ผมยกย่องท่านจริง ๆ ที่ท่านมานั่งฟัง ผมจะทําเปึนตัวอย่าง ถ้าผมมีโอกาสขึ้นไป อยู่ตรงนั้น ผมจะทําโอกาสเหมือนท่าน ยกย่องท่านจริง ๆ เรื่องนี้ผมยกย่องท่าน ท่านดู ท่านประธานครับ แต่ท่านดูที่เซียเขาเขียนถึงท่าน ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านเหนื่อย มากเหงื่อตกเลย รูปนี้ปัญหาเยอะแยะไปหมด ยิ่งปัญหาที่สําคัญอยู่ใต้รถคือปัญหา โรคภัยไข้เจ็บ อยากเรียนท่านประธานครับว่า เรื่องนี้มันเปึนเรื่องใหญ่มาก ไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ไข้ชิคุนกุนยาระบาดกันทั่วไป เพราะอะไรครับ ถึงวันนี้รายงานจาก กระทรวงสาธารณสุขท่านประธาน ไข้หวัด ๒๐๐๙ ตาย เสียชีวิต ๑๔๒ คนแล้ว อาทิตย์ หนึ่ง ๑๐-๑๕ คน แต่ท่านบอกว่าควบคุมได้แล้ว คนตายขนาดนี้ครับ ท่านประธานตามไป ดูว่าต่างประเทศเขาติดโรคขนาดไหน ตอนนี้ ๑๘๘ ประเทศ มีเสียชีวิตทั้งหมด ๒,๘๓๗ คน คนไทยตายไป ๑๔๒ คน เทียบเปึน ๕ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ของคนเสียชีวิตในโลกนี้ นี่เฉพาะตัวเลขที่ยืนยันนะท่านประธาน ผมว่ามันน่ากลัว ผมเคยเตือนตลอด ผมไม่อยาก ตั้งกระทู้ถามเพราะว่ากลัวประชาชนจะตกใจ แต่ถึงวันนี้ผมเห็นมาตรการของรัฐบาลแล้ว ถ้าทําอย่างนี้ต่อไปอันตราย อันตรายมาก ผมอยากเรียนท่านประธานครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีส่งสัญญาณที่คลาดเคลื่อน วันที่ ๑๔ ท่านประธานครับ ขอโคลส (Close) หน่อยครับ วันที่ ๑๔ มิถุนายน ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้กล่าวในเรื่องตอนที่ ท่านกล่าวถึงเรื่องความเชื่อมั่นสรุปเปึนใจความว่า ท่านบอกว่าโรคนี้ไม่อันตราย ไม่รุนแรง เหมือนไข้หวัดใหญ่ทั่วไป แล้วเปึนเองมันก็หายเอง นี่ละครับส่งสัญญาณที่คลาดเคลื่อน จนนายแพทย์ธีระวัฒน์อาจารย์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านออกมาบอกเลยครับว่า ความจริงเชื้อไข้หวัด ๒๐๐๙ มีความแตกต่างและมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะที่ไม่เหมือน ไข้หวัดใหญ่ธรรมดาทั่วไป คือมีการแพร่เชื้อเร็วและกระจายเปึนวงกว้าง ท่านอาจจะได้ ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไป องค์การอนามัยโลกครับท่านประธาน ท่านประกาศตั้งแต่ผมเปึน นายแพทย์มา ผมจบแพทย์ป้ ๒๕๒๓ เดี๋ยวนี้ป้ ๒๕๕๒ ๓๐ ป้ครับ เคยประกาศเตือน องค์การอนามัยโลกไม่เคยประกาศเตือนภัยแบบนี้เลย ระดับ ๑ ระดับ ๒ ระดับ ๓ ระดับ ๔ ระดับ ๕ ระดับ ๖ เดือนเมษายน เดือนมิถุนายน ระดับ ๖ แล้วครับ โรคนี้ต้องยอมรับว่า มันอันตราย ๑๐๐ คนที่เปึน ๙๕ คนหายเอง ๕ เปอร์เซ็นต์ครับมีโอกาสเปึนโรคร้ายแรงถึง ตายได้ ๕ เปอร์เซ็นต์นะครับท่านประธาน ๕ เปอร์เซ็นต์ของประชากร ถ้าเมืองไทย ๖๒ ล้านคน ๕ เปอร์เซ็นต์ มัน ๓.๑ ล้านคน พวกนี้เสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้ เสี่ยงนะครับ ผมถึงอยากกราบเรียนว่าข้อความที่ท่านให้ออกมามันเกิดปัญหา ทีนี้เรามาดูโรคครับ ท่านประธาน โรคตัวนี้น่าเกลียดมาก ท่านประธานเคยเห็นไหมครับ ผมว่าประชาชน อาจจะไม่เคยเห็น โคลส หน่อยครับ เชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ มันมีส่วนประกอบ ๓ ส่วน มันมาจากหมูส่วนใหญ่ จากหมู จากคน แล้วก็จากนก ตัวสําคัญคือนก ท่าน ประธานดูตัวนี้นะครับ ดูแล้วมันน่ารังเกียจจริง ๆ เปึนตะปุ์มตะปืิาและอันตรายมาก ลงมา ข้างล่าง นะครับ การติดเชื้อของมัน ท่านประธานดูติดเชื้อรวดเร็วมาก แล้วการแพร่เชื้อไป ทางอากาศรวดเร็วมาก องค์การอนามัยโลกประกาศเตือนภัยหลังจากเตือนว่าระดับ ๖ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่เปึนอะไรโรคนี้ ท่านต้องออกมาพูดใหม่ ท่านไม่เคยแก้คําที่ ท่านพูดไปแล้ว ถึงอยากฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและประชาชน ตอนนี้เราต้องระวังตัว เราไม่รู้ว่าโรคนี้มันจะเปึนซ้ําอีกหรือไม่ หลายคนเตือนภัย ท่านประธานจําได้ไหมครับสมัยเกิดสึนามิ ท่านอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาท่านบอกว่าสึนามิ จะมา นักวิชาการออกมาว่าท่านต่าง ๆ นานา ท่านประธานท่านไปดูว่าการติดเชื้อมันติด ครั้งใหญ่ ๓ ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกป้ ๒๔๖๑ ไข้หวัดสเปน มันเริ่มต้นที่ประเทศสเปน มีคน ติดเชื้อ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของโรค แล้วมีคนเสียชีวิตประมาณ ๕๐ ล้านคน แล้วเชื้อตัวนั้น มันเปึนเอช ๑ เอน ๑ (H1N1) ซึ่งมันมีความคล้ายคลึงกับไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ เอเอชวัน เอนวัน (AH1N1) ของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ แล้วโรคมันก็ชอบกับคนหนุ่มสาว ในป้ ๒๔๖๑ ครั้งที่ ๒ เปึนไข้หวัดอาเซียน เอช ๒ เอน ๒ (H2N2) เอช ๒ เอน ๒ มันจะไป คุกคามคนที่สูงอายุ ครั้งที่ ๒ ตายไป ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ครั้งที่ ๓ ป้ ๒๕๑๑ ประเทศฮ่องกง แต่เปึนไทพ์ (Type) เอช ๓ เอน ๒ (H3N2) ตายเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ว่าส่วนใหญ่ เปึนคนที่สูงอายุ วันนี้ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ มันเปึนเอ เอช วัน เอน วัน มันชอบ วัยรุ่นครับ แล้วอัตราการตายที่เกิดขึ้น ตายทั้งหมด ๑๔๒ คน ส่วนใหญ่อยู่ในวัยรุ่น ไข้หวัดสเปนแรก ๆ ก็ตายแบบนี้ละครับ นิดหน่อย ครั้งที่ ๒ ที่มันกลับมาอันตรายมาก ถึงอยากฝากท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงกระทรวงสาธารณสุข ต้องเตือนภัยครับ ท่านอย่าไปกลัวว่าถ้าเตือนภัยแล้วจะเกิดการแตกตื่น ในความเห็นของผมเราอย่าไปคิด เรื่องท่องเที่ยว เราอย่าไปคิดเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ เศรษฐกิจล้มมันฟุ๋นได้ครับ ท่องเที่ยว ล้มก็ฟุ๋นได้ แต่ถ้าคนเสียชีวิตอยากถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขมันฟุ๋นได้ไหมครับ ถ้าเสียชีวิตแล้วมันฟุ๋นได้ไหม ถึงอยากเรียนท่านประธานครับว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่เราต้องดูแลกัน อันนี้ครับ ดูอีกรูปหนึ่ง ท่านประธาน อันนี้ของจริงครับ อันนี้ถ่ายออกมาจากกล้องจุลทรรศน์ โคลส อีกครับ อันนี้ครับ มันอันตรายมากครับ เชื้อตัวนี้ มองไม่เห็นมันมืดมาก ตัวนี้มันก็มืดจริง ๆ นะครับ เราจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ๒,๘๓๗ คน ท่านประธาน ทั่วโลก คนไทยตาย ๑๔๒ คิดเปึน ๕ เปอร์เซ็นต์ เปึนอันดับ ๑ ของเอเชีย เปึนอันดับ ๓-๔ ของโลก ท่านประธาน ประเทศจีน ๕,๐๐๐ เขาไม่เสียชีวิต ประเทศญี่ปุ์นเสียชีวิต ๒ คน วิ่งหัวตํากันเลยครับ ตอนนี้ มีการเปลี่ยนระดับคณะรัฐมนตรีเลยครับ อาจจะมีผลเพราะตรงนี้ละครับ ตาย ๒ คน เท่านั้นเองครับ เขาวิ่งกันวุ่นวาย ผมถึงอยากมีคําถามที่จะถามท่านนายกรัฐมนตรี นะครับว่า

คําถามแรกนะครับท่านประธาน ท่านคิดว่ามาตรการที่ท่านใช้ควบคุม ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ที่ใช้อยู่ พอเพียงหรือไม่ ถ้าไม่พอเพียง ท่านมีมาตรการ อื่นอีกหรือไม่ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะพยายามใช้เวลาให้กระชับที่สุด เบื้องต้น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า การนําเอาคําพูดของผมมานี้ อยากให้มีการนําเอาการพูดทุกครั้ง แล้วก็ให้ครบถ้วน ผมไม่ได้พูดเลยนะครับ บอกว่า อันนี้เปึนเอง หายเอง ไม่ต้องห่วง ไม่ได้พูดอย่างนั้นเลยครับ อธิบายให้เข้าใจว่าตั้งแต่ต้น ผมเตือนพี่น้องประชาชนทุกคนว่า โรคนี้เปึนง่าย เหตุผลที่เปึนง่ายก็เพราะว่าไม่มีใครมี ภูมิคุ้มกันมาก่อน เพราะฉะนั้นการติดนี้ง่าย แต่ความรุนแรงที่พูดอยู่นั้น จนถึงขณะนี้ก็เปึน ที่ยอมรับโดยหน่วยงานสากลก็คือว่า ในหมู่ผู้ติดเชื้อ ส่วนใหญ่จะมีอาการค่อนข้างน้อย แต่มีความเสี่ยงก็คือมีอาการรุนแรงอย่างที่ท่านพูดร้อยละ ๕ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น่ากลัว ก็คือการที่เชื้อเข้าไปในปอด จะสามารถทําลายปอดได้รุนแรง แล้วก็รวดเร็วกว่าไข้หวัด ประเภทอื่น ๆ เพราะฉะนั้นอยากจะให้เข้าใจว่าก่อนหน้านี้ผมก็ได้อธิบายไปหลายครั้งแล้ว ว่าที่พูดนี้หมายความว่าติดง่าย แต่ว่าถ้าได้รับการดูแลดี แล้วก็ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง โอกาสที่จะ เปึนอะไรรุนแรงก็ค่อนข้างน้อย แล้วก็เทียบเคียงอันนี้ได้กับตัวเลขของไข้หวัดอื่น ๆ

ประการที่ ๒ เพื่อที่จะให้เกิดความชัดเจน ความจริงการเปรียบเทียบตัวเลข กับประเทศต่าง ๆ มีปัญหาพอสมควร แม้แต่ทางองค์การอนามัยโลกเองก็ยอมรับว่า มาตรฐานการรายงานไม่ตรงกัน แต่ว่าที่บอกเราเปึนอันดับ ๓ อันดับ ๔ ๑ ในเอเชียอะไรนี้ นะครับ ขอให้ข้อเท็จจริงอย่างนี้นะครับว่า เอาจํานวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดขณะนี้ที่มีการ รายงานก็คือประเทศบราซิลนะครับ ๖๕๗ คน ประเทศสหรัฐอเมริกา ๖๐๕ คน ประเทศ อาร์เจนตินา ๕๑๒ คน ประเทศเม็กซิโก ๒๐๗ คน ประเทศออสเตรเลีย ๑๖๕ คน ประเทศ อินเดีย ๑๔๕ คน แล้วก็มาประเทศไทย ๑๔๒ คนในขณะนี้ ประเทศชิลี ๑๒๕ คน ประเทศ เปรู ๑๐๙ คน ที่น่าสังเกตก็คือว่าหลายประเทศซึ่งความจริงแล้วประชากรน้อยกว่าเรา เยอะนะครับ ก็มีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมาสูงเหมือนกัน ประเทศมาเลเซีย ๗๕ คน ประเทศ แคนาดา ๗๓ คน แม้กระทั่งประเทศอย่างประเทศสิงคโปร์นะครับ ซึ่งประชากรน้อยกว่า เราเยอะมาก ถ้าคิดเปึนสัดส่วนก็ถือว่าเปึนตัวเลขที่เสียชีวิต ๑๘ คนนี้ก็สูงมาก ที่พูดนี้ ไม่ได้อยากจะบอกว่าใครทํางานดี ไม่ดีนะครับ แต่อยากจะบอกว่าขณะนี้ปรากฏการณ์นี้ เกิดขึ้นทั่วโลก และผมคิดว่าหลายประเทศที่ผมอ่านชื่อไปนี้ หลายคนยอมรับในมาตรฐาน ในเรื่องของระบบสาธารณสุขของเขาเช่นเดียวกัน ค่อนข้างจะเข้มงวดกวดขันด้วยซ้ํา นะครับ ก็เปึนตัวเลขซึ่งเมื่อคํานวณออกมาแล้ว ก็ยังมีการถกเถียงกันทางวิชาการว่า แตกต่างมากน้อยแค่ไหนกับเรื่องของไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นเปึนประจําทุกป้ คือต้องเรียน ตรง ๆ นะครับว่า แพทย์มีความเห็นแตกต่างกันนะครับ คุณหมอหลายท่านที่รวมทั้งที่ท่าน เอ่ยนามด้วยนี้ เราก็เชิญเขามาเพื่อพูดคุย ก็ต้องยอมรับว่าความเห็นก็อาจจะไม่ตรงกันนัก แต่กรณีจะเปึนอย่างไรก็ตาม ผมกราบเรียนว่ารัฐบาล และโดยเฉพาะกระทรวง สาธารณสุขนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ สภาพขณะนี้ก็ต้องบอกว่าการระบาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็คือในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเมืองใหญ่นี้ โดยเฉพาะกรณีของกรุงเทพมหานคร กับปริมณฑลนี้เริ่มลดลง แต่ว่ากําลังจะไปในลักษณะของชนบทมากขึ้น เพราะฉะนั้นท่าน ถามคําถามที่ว่าเราพึงพอใจไหม ผมก็ต้องตอบว่ามาตรการของเรานี้ต้องปรับให้เข้ากับ สถานการณ์ของแต่ละช่วง เพราะฉะนั้นขณะนี้ที่ท่านรัฐมนตรีจะต้องทํามากเปึนพิเศษ ก็คือเรื่องของการรณรงค์ในชนบท ซึ่งเข้าใจว่าวันนี้ท่านก็ไปทําร่วมกับทาง สสส. แล้วก็ หน่วยงานอื่น ๆ อีก แล้วที่สําคัญก็คือว่าต้องอาศัยกลไกในระดับจังหวัด กลไกระดับ ท้องถิ่น แล้วก็ อสม. ซึ่งรัฐบาลก็หวังที่จะให้เข้ามาทํางานในเรื่องนี้มากขึ้น อันนั้นเปึน ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ การเสียชีวิตส่วนใหญ่นี้ก็ยังคงเปึนปัญหาที่ว่าเข้าถึงยา ค่อนข้างช้า อ้ายตรงนี้ละครับที่มันเปึนปัญหา เพราะว่าก็เปึนประเด็นที่ท่านเองได้หยิบ ยกขึ้นมา ก็คือว่าผู้เชี่ยวชาญนี้ก็มีความวิตกกังวลว่าการจ่ายยาที่ทําเกินไปนี้จะมีผลต่อ เรื่องของการดื้อยา หรือการที่จะมีการกลายพันธุ์ หรือการระบาดรอบ ๒ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็พยายามที่จะหาความพอดี ซึ่งกระทรวงก็ได้กําหนดกติกาไป แต่ก็พบว่าขณะนี้ เมื่อปรับปรุงระบบการกระจายยา โดยเฉพาะในพื้นที่ในต่างจังหวัดให้รวดเร็วขึ้นนี้ ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น อันนี้ก็เปึนประเด็นที่ ๒ ที่เราติดตามอยู่

ประเด็นที่ ๓ ก็คือขอให้ท่านมั่นใจนะครับว่า เราไม่ได้ละเลยเพิกเฉยเลยต่อ ความเสี่ยงในเรื่องของการที่จะมีการระบาดรอบ ๒ รอบ ๓ แล้วเราก็ทราบประวัติศาสตร์ ว่าเคยเกิดขึ้นมาแล้ว แล้วก็เสียหายมากทั่วโลก เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนเรื่องที่มีการ ติดตามอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ว่ามีปัญหาในเรื่องของการดื้อยาหรือไม่ มีปัญหาในเรื่อง ของการกลายพันธุ์หรือไม่ แล้วก็ในช่วงประมาณเดือนตุลาคมเปึนต้นไป เราก็จะได้เรื่อง ของวัคซีนเข้ามาเปึนกลุ่มแรก ซึ่งเรื่องวัคซีนเองก็มีข้อถกเถียงอยู่ในขณะนี้ ก็กําลังมีการ ติดตามตรวจสอบ ประเมินอย่างใกล้ชิดนะครับ ถ้าเรามั่นใจ แล้วก็ต่างประเทศมั่นใจใน เรื่องของคุณภาพนี่ ก็จะสามารถเริ่มต้นจากการนําเข้ามา คือซื้อมาก่อน อีกส่วนหนึ่งก็ เปึนเรื่องของการผลิต ซึ่งขณะนี้ก็มีการผลักดันอยู่ แล้วถ้าเปึนไปตามแผนนี้ ต้นป้หน้า ในส่วนของการผลิตของเราเองก็อาจจะสามารถดําเนินการได้เช่นเดียวกันครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ขออนุญาตตอบคําถามเพื่อนสมาชิกนะครับ ที่ถามว่าคิดว่ามาตรการควบคุม ของรัฐบาลเพียงพอหรือไม่ ขออนุญาตตอบนะครับว่า ไข้หวัดใหญ่ ๒๐๐๙ เปึนไข้ที่ติดต่อ ระหว่างคนสู่คน กระทรวงสาธารณสุขไม่เคยยืนยันครับว่าจะควบคุมได้ เรามีมาตรการ ในการที่จะให้ผู้ป์วยอยู่กับบ้าน และประกาศเปึนมติคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ นักเรียน ทุกคนไม่ต้องเอาใบลาครับ ไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์ อยู่กับบ้านเพื่อหวังว่าจะหยุด ไม่มีการแพร่เชื้อต่อ เพราะฉะนั้นการควบคุมขณะนี้จะควบคุมได้หรือไม่ได้ อยู่ที่ความ ร่วมมือของภาคประชาชนในการที่เมื่อป์วยเมื่อไรอยู่กับบ้าน อาการแพร่ของโรคก็จะ ไม่ระบาด และขณะนี้ตัวเลขที่ลดลงครับ ผมก็ไม่เคยยืนยันครับว่าเราควบคุมได้ แต่ลักษณะอาการทั้งหมดเกิดการชะลอตัวในการเจ็บป์วย และชะลอตัวผู้เสียชีวิต เนื่องจากภาคประชาชนตื่นตัวครับ แล้วก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ตั้งคําถามนี้ เพราะผม กังวลเหมือนกับท่านครับว่า ขณะนี้หลายคนคิดว่าไข้หวัด ๒๐๐๙ ระลอกหนึ่งผ่านไปแล้ว แล้วกําลังรอระลอกสอง ที่จริงตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันนี้ยังมีตัวผู้ป์วยเพิ่มขึ้นทุกวัน และตัวเลขผู้เสียชีวิตยังมีทุกสัปดาห์ ระลอกหนึ่งยังไม่ผ่านครับ และระลอกนี้ก็อาจจะมี ความรุนแรงได้ ถ้าหากประชาชนเผลอตัว แต่ถ้าปฏิบัติตัวด้วยความระมัดระวัง ตามข้อแนะนําของกระทรวงสาธารณสุข มันก็จะทําให้อาการป์วยไม่ขยายตัวมากนัก และอัตราการเสียชีวิตไม่รุนแรง

คําถามที่ ๒ ที่สมาชิกถามผมก็คือคนเสียชีวิตฟุ๋นได้ไหม ผมไม่ใช่หมอครับ แล้วก็เรียนได้เลยครับว่า ทุกครั้งที่มีคนเสียชีวิต ผมทําใจไม่ได้ครับ บางครั้งทางการแพทย์ เขาถือว่าอัตราการเสียชีวิตเปึนเรื่องธรรมดา แต่ผมเปึนนักการเมืองครับ วันที่เห็น ประชาชนเสียชีวิต ผมยังทําใจไม่ได้จนเดียวนี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญคําถามที่ ๒ ครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ ที่ท่านห่วงใยในชีวิตของพี่น้องประชาชน ต้องยอมรับนะ คนตายคนหนึ่งผมก็รู้สึกเศร้าใจ เพราะว่าอะไรครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ ถ้าเราควบคุมกันจริง ๆ ในความเห็นผม อัตรา ตายจะลดลงกว่านี้เยอะ อย่าไปเทียบกับประเทศที่มาตรการที่เขาคล้าย ๆ กับเรา ต้องไป เทียบกับประเทศ เช่น ญี่ปุ์นอย่างนี้ ซึ่งเปึนประเทศที่ต้องยอมรับว่า ก็เหมือนเราไปเรียน หนังสือ ถ้าเราไปเทียบกับคนบ๊วยมันก็บ๊วยท่านประธาน มันต้องไปเทียบกับคนที่ดีที่สุด นี่คือสิ่งที่เราต้องทํา เราจะไปเทียบกับคนที่บ๊วย มันก็เรียนแย่ลงไป ประเทศไทยก็ยิ่งแย่ลง ไปใหญ่ ถึงฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรี ผมอยากเรียนนะครับว่า

ตอนนี้มาถามคําถามที่ ๒ ท่านพูดตลอด ผมอยากถามว่า ท่านให้ งบประมาณกับเรื่องนี้กี่บาท แค่ยาก็กระมิดกระเมี้ยนบอกเงินไม่พอ ให้ทีละ ๑๐ ล้านเม็ด ท่านทราบไหมครับ ญี่ปุ์นเขาให้เลยนะครับตรงนี้ วัคซีนก็กระมิดกระเมี้ยน บอกเงิน ไม่พอ แล้ว เอสพี ๒ ๑.๔๓ ล้านล้านบาททําไมให้ได้ นี่หลายจังหวัดผมไปตรวจเยี่ยม ในฐานะผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ท่านประธาน เขาบอกว่ารัฐบาล สั่งมาให้ใช้งบที่ประจําทําอยู่ นี่หรือครับจะไปควบคุมโรคระบาด นี่หรือครับ ที่รัฐบาล จริงใจ ท่านประธาน ทําไมครับ งบประมาณทําไมไม่ให้เขา ใช้ อสม. ใช้แล้วใช้อีก ผมยัง เทียบกับในอดีตครับ ไข้หวัดนก เงินลงไปเยอะ จับนก จับสัตว์ป้ก เขามีเบี้ยเลี้ยงครับ อันนี้บอก หานะ หานะ หาเปัาหมายคนเปึนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ หาเสร็จบอก เบี้ยเลี้ยงนิดเดียวไม่ให้ ทําไมไม่ให้ยาให้เพียงพอ ตอนนี้โรงพยาบาลหลายแห่งเขาบอกว่า เขาต้องใช้เงินบํารุงโรงพยาบาลซื้อยามา ผมอยากถามท่านประธานคําถามนี้ ท่านให้เงิน งบประมาณเท่าไร แล้วท่านคิดไหมครับว่า งบประมาณ โรคนี้เปึนภัยพิบัติหรือเปล่า ถ้าเปึนภัยพิบัติท่านใช้งบกลางช่วยเขาได้ไหมครับ ให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัดยินยอมนะครับ งบ ๕๐ ล้านบาท เขายินยอมที่เขา จ่าย แต่เขาถามไปที่กระทรวงการคลังบอกใช้ไม่ได้ อะไรกันครับ ผมฝากท่านประธานถาม คําถามนี้ครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ รายละเอียด ตัวเลขเดี๋ยวท่านรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุขจะตอบนะครับ แต่กราบเรียนอย่างนี้นะครับ ว่า การของบประมาณสําหรับเรื่องนี้มาทุกครั้งที่เปึนงบกลาง รัฐบาลให้ทุกครั้งครับ แล้วก็ สต็อกยาของเรามีเพียงพอ แล้วก็ที่จริงแล้วเรื่องของ อสม. ก็รัฐบาลชุดนี้ที่มาเริ่มต้น ในเรื่องของการให้ค่าตอบแทน ทีนี้กราบเรียนว่า กรณียาที่มีปัญหา ผมได้กราบเรียนไปแล้ว มันเปึนความเห็นที่แตกต่างกันในหมู่ผู้เชี่ยวชาญว่า ระบบการจ่ายยาที่ดีที่สุดคืออะไร คือหาความสมดุลระหว่างการให้ยาไปถึงเร็ว กับการใช้ยาเกินความพอดีไปแล้วมี ความเสี่ยงต่อเรื่องของการดื้อยาและการกลายพันธุ์ เพราะฉะนั้นขอให้ความมั่นใจนะครับ ว่าไม่มีกรณีที่บอกว่าเราไม่ให้งบประมาณแล้วก็เปึนปัญหาในเรื่องนี้ ส่วนประเด็นเรื่อง ตัวเลขเปรียบเทียบนี่ก็ขอกราบเรียนอีกครั้งนะครับ คือไม่ใช่เรื่องเปรียบเทียบกับบ๊วย ไม่บ๊วยอะไร ผมอยากจะกราบเรียนว่า หลายประเทศที่ผมเอ่ยชื่อไปนี้ ผมคิดว่าระบบเขาดี พอสมควร แล้วก็สิ่งที่เราทําก็ได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก แล้วก็ ถ้าเปรียบเทียบไปแล้ว ป้สองป้แรกที่ไข้หวัดนกระบาด อันดับการเสียชีวิตของไทยสูงกว่า อันดับของเราตอนนี้ในเรื่องของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ท่านประธานครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาต ทําความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกครับ ที่ท่านพยายามพูดว่ารัฐบาลค่อนข้างจะขี้ตืด ขี้เหนียวไม่ยอมลงทุนครับ ผมเปึนคนของบประมาณครับ ครั้งแรกตั้งแต่เริ่มระบาดใหม่ ๆ ต้นเดือนพฤษภาคม ขอไป ๑๐๐ ล้านบาท เตรียมการตั้งแต่การเฝัาระวังในการที่จะแพร่ เข้ามาในประเทศไทย จนถึงการจัดประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนครับ งวดที่ ๒ ครับ ขอเงินซื้อยา ๒๕๐ ล้านบาท แล้วก็ซื้อวัคซีนไปอีก ๕๐๐ ล้านบาท รัฐบาลก็อนุมัติ ครบถ้วนครับ งวดที่ ๓ ก็เปึนการขอเพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องบุคลากรและเครื่องไม้ เครื่องมืออีก ๔๕๐ ล้านบาท ก็ได้รับการอนุมัติแล้ว อยู่ระหว่างการดําเนินการ และ ขออนุญาตยืนยันนะครับ เรื่องยาผมไม่เคยได้รับเรื่องร้องเรียนจากโรงพยาบาลไหน ในประเทศเลยครับว่ายาไม่เพียงพอ ยาขณะนี้ส่งไปทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศ และส่ง เติมให้ทุกวันครับ เรามียาสต็อกไว้อีก ๔๐ ล้านชุดครับ แต่ข้อถกเถียงเรื่องการจ่ายยาที่ เพื่อนสมาชิกถามว่าทําไมไม่เอาเหมือนประเทศญี่ปุ์น ทางประเทศญี่ปุ์นเขาจ่ายยาทีเดียว ทั่วประเทศครับ ทุกคนกินยากันหมด ใครเปึนไอ ไม่สบายกินทันที แต่นักวิชาการของไทย เขาระวังครับ แล้วก็ไม่ใช่จะจ่ายยากันง่าย ๆ ครับ นึกว่าจะจ่ายทามีฟลู (Tamiflu) ใครคิด จะเบิกไปจ่ายไม่ได้ครับ ทุกเม็ดที่จ่ายไป นักระบาดวิทยา นักวิชาการเขาควบคุม เพราะเขา กลัวว่ามันจะดื้อยา แล้วยาที่เหลืออยู่ทั้งหมดมันจะกลายเปึนแปัง เพราะฉะนั้นถ้า เพื่อนสมาชิกบอกว่าโรงพยาบาลไหนไม่มียาสําหรับไข้หวัด ๒๐๐๙ กรุณาแจ้งด้วยครับ ผมจะจัดการกับคนที่ส่งยาทันทีครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คําถามสุดท้าย เชิญครับ

นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ชัยภูมิ

ท่านประธาน ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ สงสัยท่านรัฐมนตรีว่าการฟังผิดไป ผมไม่ได้บอก ว่าโรงพยาบาลไหนไม่มียา ผมไม่ได้พูดนะครับ อันนี้ผมไม่ได้พูด ท่านอาจจะฟังผิดไป แปลโจทย์ผมบอกว่าท่านให้งบ ถ้าเปึนผมนะครับ เงินมันต้องเตรียมทั้งระบบครับ ไม่ใช่ขอ ทีละนิด ๆ การควบคุมโรคท่านประธาน จะให้ขอทีละนิด ๆ อย่างนี้ผิดเลยครับ ผิดในการ ควบคุมโรคครับ ผิดเลย ถ้าใช้ทีละนิด ทีละ ๑๐๐ ทีละ ๕๐๐ ท่านต้องมีแผน มีคาดการณ์ เลยครับว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น อย่างนั้นท่านไม่มีทางแก้ปัญหาได้หรอกครับ ถ้าท่านคิด แบบนี้เหมือนกับนักกฎหมายจะคิดแบบนี้นะครับ มันทําไม่ได้ ที่สุดมันจะลุกลามบานปลาย เหมือนที่เราเห็น นี่ครับ เสนอโคลสตัวนี้นิดครับ ที่ท่านบอกว่าห่วงกังวลเรื่องดื้อยา โคลสตัวนี้หน่อยครับ โคลสนิดหนึ่งครับ สถิตินี้จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เลยนะครับ โคลสนิดหนึ่งครับ เขาบอกว่าในป้ ๒๕๕๐-๒๕๕๑ ในอเมริกาเหนือพบเชื้อดื้อยา ๑๖ เปอร์เซ็นต์ ยุโรป ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ในประเทศญี่ปุ์นมีเชื้อดื้อยาแค่ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ นี่เปึนสถิติ ประเทศญี่ปุ์นใช้ยาโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) ทามีฟลู ทั้งหมด ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของที่ผลิตออกมา ตัวเลขนี้จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เลยนะครับ อยากให้ท่านรัฐมนตรีลงไปเช็กดูสิครับ อธิบดีเขาโควท (Quote) ออกมาที่หนังสือพิมพ์เลยนะครับ ไม่มีใครกลัวครับ ตอนนี้ไปถามเพื่อนหมอไม่มีใครกลัวดื้อยา ท่านประธานครับ การจะ กลัวดื้อยานี่โรคมันก็ไม่ต้องลุกลามนะครับ อันนี้โรคมันลุกลาม ๆ ไม่มีใครกลัวครับ ไม่มีใครกลัว ทุกคนจ่ายทั้งนั้นละครับ จะจ่ายเร็ว จ่ายช้า เดี๋ยวนี้ทุกประเทศจ่ายเร็วครับ ของเราตัดสินใจช้ากว่าเขาด้วยซ้ําไป เขามีขายตามร้านทั่วไป ประเทศอังกฤษนะครับ โทรศัพท์ไปบอกปุ็บเขาส่งยาถึงบ้านครับ มีอาการอย่างนี้เขาสงสัยส่งยาถึงบ้าน เรื่องดื้อยา ไม่ต้องกลัวครับ คนกินยาขนาดนี้มันต้องดื้อยา แต่ท่านอาจารย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ท่านบอกว่าถ้ากินยาครบโดซ (Dose) นั่นคือ ๑ คูณ ๒ ๕ วัน เขาบอกโอกาสดื้อยาก็จะ ไม่มาก ที่มันดื้อยาเพราะมันกินไม่ครบครับ มียาไม่พอ ให้กิน ๑๐ เม็ดมันไปกิน ๒ เม็ด อย่างนี้ คนไปกิน ๒ เม็ดบอกหายแล้วอย่างนั้นมันไม่ได้ อย่างนั้นมันจะดื้อยา

ท่านประธานครับขอเข้าสู่คําถามที่ ๓ ตามรัฐธรรมนูญท่านประธาน มาตรา ๕๑ วรรคสาม บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการปัองกันและขจัดโรคติดต่ออันตราย จากรัฐอย่างเหมาะสม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและทันต่อเหตุการณ์ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ฟังไหมครับ ท่านคิดว่า ท่านทําทันต่อเหตุการณ์ไหมครับ คนที่เสียชีวิตไม่ว่าโรงพยาบาลเอกชนอะไรต่ออะไร ท่านให้ฟรีเขาไหมครับ ท่านไปยกเว้นค่ารักษาให้เขา นี่มันกฎหมายรัฐธรรมนูญเห็นชัดเจน เลยนะครับ ท่านต้องทํา ท่านอย่าไปเสียดายเงินงบประมาณ ท่านต้องทํา อยากถามว่า ท่านได้ทําหรือไม่ และอีกอันหนึ่งครับท่านประธาน ท่านเคยคิดไหมว่าปลายฝนต้นหนาว มันจะมีโรคหลาย ๆ โรค มีไข้หวัดนก มีไข้หวัดโน้นไข้หวัดนี้เข้ามา ถ้ามันมีการกลายพันธุ์ เกิดขึ้นเกิดไข้หวัดนกมาผสมกับไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ อยากถามมาตรการ ท่านมีมาตรการอะไรที่จะจัดการเรื่องนี้ ขอบคุณครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบคําถามสุดท้ายครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ผม วิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขออนุญาตเรียนว่าที่ของบประมาณ ทั้งหมดไม่ได้ขอแบบนักกฎหมายครับ คนที่บอกให้ผมขอเปึนหมอทั้งนั้นนะครับ แล้วก็ มาตรการที่ใช้ทั้งหมดไม่ใช่มาตรการนักกฎหมายครับ คนที่แนะนําเรื่องดื้อยา คนที่แนะนําว่า มาตรการในการควบคุมทั้งหมดเปึนหมอทั้งนั้นครับ เพราะผมไม่เคยอวดรู้ว่าเปึนหมอครับ และผมเปึนนักเรียนที่จะทําตาม แล้วมาตรการที่เดินทําตามทั้งหมดเปึนมาตรการของ หมอ หมอทั้งนั้นครับ และทุกคนก็ยืนยันว่าผมทําถูกแล้ว มาตรการที่เดินมาทั้งหมดถูก คําถามเพื่อนสมาชิกที่คิดว่ารัฐบาลได้ใช้มาตรการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเพียงพอ หรือไม่นะครับ บอกได้เลยตั้งแต่เริ่มต้น กระทรวงสาธารณสุขไม่เคยคิดที่จะผลักภาระให้ ใคร ตั้งแต่การรณรงค์ปัองกันเราก็เริ่มต้นมาจนถึงกระบวนการสุดท้ายในการ รักษาพยาบาลเราก็เตรียมช่องทางการรักษาพยาบาลไว้ทั่วประเทศ ในวันที่ประชาชน ตื่นตัวหนักที่สุด หวาดกลัวที่สุดเราก็เป่ดเต็นท์อยู่ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศในการที่ รองรับประชาชนที่จะเจ็บป์วยเข้ามา ถามว่าวันนี้ปลายฝนต้นหนาว เมื่อวานผมเพิ่งแถลง ข่าวไปเองครับ หลังจากตัวเลขผู้เสียชีวิตในรอบสัปดาห์มี ๑๒ คน ผมก็ยืนยันกับกระทรวง สาธารณสุขแล้วก็พี่น้องประชาชนว่า ในช่วงปลายฝนต้นหนาวในภาคเหนือตอนล่าง บางจังหวัดที่มีโรคไข้หวัดนกแพร่ระบาดเปึนประจําทุกป้ก็มอบหมายให้สาธารณสุข จังหวัดติดตามดูว่ามีการระบาดของโรคไข้หวัดนกหรือไม่ และให้ประสานงานกับ กรมปศุสัตว์โดยตรงนะครับ และเพื่อความไม่ประมาทได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่กระทรวง สาธารณสุขจากส่วนกลางออกกําชับในตัวเลขจังหวัดที่มีผู้ป์วยมีลักษณะเริ่มต้นรุนแรงขึ้น เช่น เมื่อตอนบ่ายวันนี้ผมก็ได้ร่วมมือกับทาง สสส. ไปที่จังหวัดสมุทรสาคร เพราะเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วตัวเลขผู้ป์วยที่จังหวัดสมุทรสาครมีอาการขยับตัวขึ้นและมีตัวเลข ผู้เสียชีวิตที่น่าจะเปึนจุดของการที่จะขยายตัวมากกว่าเดิม เราก็ได้เริ่มรณรงค์จนถึงขณะนี้ ผมเข้าใจว่าขบวนการรณรงค์ก็ยังเดินกันอยู่ทั่วจังหวัดสมุทรสาคร ผมได้เรียกประชุม อสม. แล้วก็ทุกคนก็ยังมีกําลังใจครับ เพราะว่าตั้งแต่เปึน อสม. ๓๐ ป้ เปึนปรากฏการณ์ ครั้งแรกที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะให้ค่าตอบแทน และผมก็ยืนยันกับ อสม. เมื่อสักครู่ด้วยว่า สิ้นเดือนกันยายนนี้สิ้นเดือนนี้ตุลาคมเปึนต้นไปรัฐบาลก็เตรียมงบประมาณสําหรับ ค่าตอบแทนของ อสม. ไว้เดือนละ ๖๐๐ บาททั่วประเทศ ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาทครบถ้วน ซึ่งทุกคนก็มีความสุขครับ แล้วก็ทุกคนเตรียมพร้อมที่จะรณรงค์ในการที่จะปัองกันโรค ไข้หวัด ๒๐๐๙ ควบคู่กับรัฐบาลและพี่น้องประชาชนทั่วประเทศครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ เพียงจะยืนยันสั้น ๆ ว่าแนวทางรัฐบาลแม้ว่าจะเปึนโรคอุบัติใหม่หรืออะไรก็แล้วแต่จะ ยึดถือตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แล้วก็ผมก็จําได้ว่าช่วงแรกซึ่งมีการบ่นว่ามีการเสีย ค่าใช้จ่ายสูงเราก็รีบยืนยันเปึนนโยบายทันทีว่า การเข้ามาดูแลในเรื่องของโรคนี้จะต้องอยู่ ภายใต้หลักของการประกันสุขภาพ ซึ่งจะเปึนระบบของข้าราชการ หรือประกันสังคม หรือหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านั้นทุกคนต้องมีสิทธิครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ถามตามวาระกระทู้ถามสดที่ ๑.๒.๓

ต่อไปเปึนกระทู้ถามสด ๑.๒.๔ กระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาราคาสินค้าทาง การเกษตร ผู้ตั้งกระทู้ ท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ นะครับ ถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี

เชิญท่านผู้ตั้งกระทู้ครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เปึนเรื่องที่น่ายินดีอยู่อย่างหนึ่งที่เราเห็น ความคิดความเห็นที่ถูกต้องตรงกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะเปึนป้กของ ฝ์ายค้าน ไม่ว่าจะเปึนป้กของรัฐบาลที่มีความรู้สึกเปึนห่วงเปึนใยพี่น้องเกษตรกร เช่นเดียวกัน ต้องยอมรับว่ากับมาตรการใหม่ที่รัฐบาลกําลังดําเนินการในป้การเพาะปลูกใหม่ วันนี้พี่น้องประชาชนนั้นยังมีความสับสนและยังไม่เข้าใจถูกต้องนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แล้วจากการที่กระผมเองได้ออกพื้นที่ ได้ไปพบปะเยี่ยมเยียนพี่น้องเกษตรกรทั้งหลาย ไม่ว่าจะปลูกข้าว ปลูกข้าวโพด มันสําปะหลังหรืออ้อยต่างก็มีความรู้สึกกังวลเช่นเดียวกัน วันนี้ประการแรกได้รับคํายืนยันจากท่านรองนายกรัฐมนตรี กระผมยกตัวอย่างในเรื่องของ การประกันราคาข้าว ขั้นตอนก็คือ ๑. มีการไปลงทะเบียน ๒. ต้องทําสัญญากับ ธ.ก.ส. นี่คือหลักเกณฑ์ที่รัฐบาลได้กําหนดเอาไว้ แต่ในโลกของความเปึนจริงผมอยากเรียน อย่างนี้ครับ วันนี้แสดงว่าจะต้องให้พี่น้องประชาชนเกษตรกรทุกคนต้องไปเปึนลูกหนี้ ต้องไปเป่ดบัญชีกับ ธ.ก.ส. ทั้งหมดใช่ไหมครับ ถึงจะมีสิทธิประกัน ซึ่งในความเปึนจริง คนที่ทํานาอยู่ในชนบทที่ห่างไกลไม่ได้ใช้ระบบผ่าน ธ.ก.ส. ก็มี นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ครับ แน่นอนครับ ในเมื่อไปทําสัญญากับ ธ.ก.ส. จะต้องมี เอกสารสิทธิ จะต้องมีหลักฐานในการที่จะเอาไปแสดงต่อ ธ.ก.ส. แต่วันนี้ชาวนาส่วนหนึ่ง สมาชิกของเราได้เรียนถามไปแล้วว่าในเมื่อไม่มีเอกสารสิทธิ ต้องเช่านาทํา แล้วเราจะเอา หลักฐานอะไรไปแสดง นั่นประการต่อมานะครับ และเหนือสิ่งอื่นใด วันนี้ในการประกัน ราคาข้าว ผมต้องร้องขอความเปึนธรรมให้กับพี่น้องคนอีสาน ที่เราพูดกันนี่นะครับ พูดกัน นี่ภาคกลางก็บอกว่าอย่างภาคกลางทํานา ๒ ป้ ๕ ครั้ง แต่ภาคอีสานบ้านผมครับ ทําป้ละ ๓ ครั้ง ๓ ครั้งแต่ได้เกี่ยวครั้งเดียวครับ ในขณะที่คนภาคกลางทํา ๒ ป้ ๕ ครั้ง ได้เก็บเกี่ยว ๕ ครั้ง ทําไมเก็บเกี่ยว ของภาคอีสานทํา ๓ ครั้ง เก็บเกี่ยวครั้งเดียว ทําครั้งแรกน้ําท่วม ครั้งที่ ๒ ฝนแล้ง ต่อมาโรคระบาด เพลี้ยกระโดดลงทําให้ไร่นาเสียหาย ในตรงนี้ผมถามว่า ถ้าเราประกันในหลักเกณฑ์เดียวกัน ผมถือว่าคนอีสานจะเสียโอกาส นั่นประการที่ ๑

ในเรื่องของผลผลิตครับ ผมกราบเรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีอย่างนี้ ต้องยอมรับว่าข้าวที่มีคุณภาพมากที่สุดก็คือข้าวหอมมะลิซึ่งพื้นที่ที่จะปลูกได้ผลจริง ๆ ก็อยู่ในอีสานตอนใต้ จังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร ศรีสะเกษ ในแถวนี้ไม่กี่จังหวัด เราต้องยอมรับว่าข้าวหอมมะลิเปึนข้าวที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดแล้วก็เปึน ที่ชื่นชอบรับประทานกันทั่วโลก สถานที่ปลูกได้ผลน้อย แต่ทว่าปัญหาของคนอีสาน ที่เสียโอกาสตรงนี้ประการที่ ๑ เพราะอะไรครับ มีการปลอมปน เมื่อข้าวหอมมะลิราคาดี ก็มีการปลอมปน เอาข้าวพันธุ์อื่นไปปลอมปน ทําให้คุณภาพข้าวของเราเสียหาย ผลสุดท้ายราคาก็ตกต่ํา นี่ก็เปึนอีกประเด็นหนึ่ง เพราะฉะนั้นประเด็นแรกนี้ผมจึงอยาก กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ อยากจะเรียนถามว่า ในมาตรการของรัฐบาลนี่นอกจากการประกันราคาแล้วท่านจะคุ้มครองและปัองกัน คุณภาพของการผลิตข้าวของประเทศอย่างไรเปึนประเด็นแรกขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินการมาถึงตอนนี้ นายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ครับ เนื่องจากประเด็นนี้ก็จะคาบเกี่ยวกับหลายเรื่องที่ มีการตอบไปแล้วนะครับ ผมจะหยิบยกเฉพาะคําถามที่ค่อนข้างกระชับแล้วก็ตรงประเด็น เลย

ประเด็นแรกก็คือเรื่องการเป่ดบัญชีกับ ธ.ก.ส. ก็ขอกราบเรียนว่าเปึน การเป่ดบัญชีเฉย ๆ เพื่อที่จะได้รับเงินโอนเมื่อเกษตรกรมาขอรับการชดเชยจาก การประกันรายได้ของรัฐบาล ไม่มีประเด็นที่ผูกพันว่าจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินแต่ประการใด

ประการที่สอง เรื่องเอกสารสิทธิขอยืนยันนะครับว่าหลักที่เปึนนโยบาย ของรัฐบาลก็คือว่า ขอให้เปึนผู้ผลิตจริง เพราะฉะนั้นเรื่องเอกสารสิทธิไม่ใช่เงื่อนไข นี่คือเหตุผลว่าทําไมจึงมีความจําเปึนจะต้องมีกระบวนการในการไปจดทะเบียน มีการทํา ประชาคม แล้วมีการสอบทาน โดยเฉพาะเมื่อมีขั้นตอนของการไปทําสัญญากับ ธ.ก.ส. อีกเราก็จะมีหลักประกันว่าพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งไม่ถูกอ้างสิทธิซ้ําซ้อนกัน เพราะฉะนั้นเราจะ ไม่ได้ยึดในเรื่องของว่าเอกสารสิทธิหรือว่าการครอบครองในลักษณะที่หลายคนวิตกกังวล อยู่ แต่แน่นอนขั้นตอนตรงนี้ต้องใช้เวลา และผมย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าเนื่องจากโครงการ ทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของการส่งมอบ ขั้นตอนตรงนี้เรายังมีเวลาอยู่ จนกว่าข้าวจะ ออกมา แต่ว่าเราตั้งเปัาเอาไว้ว่าจะขึ้นทะเบียนให้เสร็จภายในเดือนนี้ แล้วก็เร่งทําสัญญา ในเดือนตุลาคมเปึนต้นไปนะครับ

ประเด็นในเรื่องของความเปึนธรรมครับ ก็ขอกราบเรียนว่าที่จริงแล้วถ้าดู จากการปรับเปลี่ยนระบบเดิมมาเปึนระบบใหม่ พูดตามตรงผู้ที่เคยเสียเปรียบในระบบ เดิมน่าจะได้รับโอกาสดีขึ้น แล้วก็ขณะนี้ทางรัฐบาลยังไม่ได้กําหนดตายตัวในเรื่องของ ปริมาณและในเรื่องของรอบที่ทํา แล้วก็ที่เรายังไม่ได้ตัดสินใจผมเองเปึนประธาน คณะกรรมการนโยบายข้าวต้องการที่จะเห็นภาพของการขึ้นทะเบียนให้เสร็จเรียบร้อย เสียก่อน แล้วเราจะได้ตัดสินใจบนพื้นฐานความเปึนธรรมอย่างที่ท่านพูดว่าบางพื้นที่ได้ ครั้งเดียว ควรจะได้โควตาอย่างไร บางพื้นที่ซึ่งจะทํา ๒ ครั้ง หรือ ๓ ครั้งก็แล้วแต่ ใน ๑ ป้ ควรจะได้รับโควตาอย่างไร เพื่อที่จะให้เกิดความเปึนธรรม เพราะฉะนั้นเรื่องความ เปึนธรรมคํานึงถึงอยู่แล้ว

สุดท้ายเรื่องของคุณภาพก็ขอกราบเรียนว่ามาตรการของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์จะมีอยู่ต่อเนื่องในการดูแลเรื่องคุณภาพ แต่ว่าที่สําคัญ ที่สุดก็คือว่าการที่รัฐบาลเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแทรกแซงมาในครั้งนี้จะช่วยลดปัญหา ที่เกษตรกรมีแรงจูงใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการที่จะทําข้าวที่ไม่ต้องคํานึงถึงคุณภาพ เพราะ ได้ประโยชน์จากการที่นํามาขายได้บ่อยครั้งในโครงการรับจํานําที่ซื้อสูงกว่าราคาตลาด เพราะฉะนั้นจากการปรับเปลี่ยนตรงนี้ระบบจูงใจจะดีขึ้นในการที่จะดูแลเพื่อที่จะพัฒนา คุณภาพข้าวให้ดีขึ้นด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคุณสนอง คําถามที่ ๒ ครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดบุรีรัมย์ ต้องกราบขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีเปึนอย่างสูงที่ได้กรุณาได้ตอบระทู้ถาม ในข้อแรก ผมขออนุญาตที่จะเข้าประเด็นในกระทู้ที่ ๒ ซึ่งเปึนข้อกังวลเปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานครับโดยมาตรการของการประกัน การไปขึ้นทะเบียน ท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้กรุณาบอกว่าสมมุติว่าเรามีนาสัก ๕๐ ไร่ ผลผลิตของข้าวแตกต่างกันนะครับ ในภาคอีสาน ต่อไร่งามเต็มที่ ได้ผลผลิตเต็มที่ประมาณไร่หนึ่งประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ กิโลกรัม แต่ในภาคกลางได้ ๗๐๐-๘๐๐ กิโลกรัม หรืออาจจะถึง ๑,๐๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ นี่คือ ผลผลิตที่แตกต่าง ในกรณีที่มีการไปขึ้นทะเบียนเอาไว้ก็แจ้ง ๕๐ ไร่ ๕๐ ไร่นี่ก็คือไปแจ้ง จํานวนข้าวที่จะขอรับการประกันเอาไว้ สมมุติ ๕๐ ไร่ ๆ ละ ๔๐๐ กิโลกรัมของภาคอีสาน ก็คือ ๒๐,๐๐๐ กิโลกรัม ในกรณี ๒๐,๐๐๐ กิโลกรัม พอถึงฤดูการทํานามาปัูบ ๑. ฝนแล้ง ๒. น้ําท่วม ๓. เพลี้ยลง มีปัญหาข้าวไม่เปึนไปตามจํานวนที่แจ้งประกันเอาไว้ ตรงนี้ท่านคิดไหมครับว่าจะเป่ดช่องให้มีการทุจริตอย่างมาก ในกรณีที่สมมุติว่าจาก ๒๐,๐๐๐ กิโลกรัมที่คาดว่าจะได้ใน ๕๐ ไร่ มันเหลือสัก ๑๕,๐๐๐ กิโลกรัม เปึนไปได้ไหม ครับถ้าเอาไปขายโรงสี โรงสีกดราคามาแล้ว ๑. ไม่ได้ราคาประกัน ๒. จํานวนข้าวที่ขาด จํานวนข้าวที่ขาดนี่คนที่แจ้งประกันเอาไว้ที่มีบัญชีอยู่ ถ้าจะมีการสมคบกับโรงสีโดยการ เอาข้าวจากต่างประเทศจากเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ ตรงนี้ปัญหาก็จะเกิดครับ ไม่ใช่เกิด เฉพาะข้าว ในการประกันสินค้าการเกษตรทุกชนิด ไม่ว่าจะเปึนข้าวโพด ไม่ว่าจะเปึน มันสําปะหลังก็เกิดในลักษณะเดียวกันนี่ละครับ ประเด็นนี้ผมว่าเปึนประเด็นที่จะทําให้รัฐ ต้องสูญเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ ในมาตรการนี้ขอเรียนถามว่ารัฐบาลได้กําหนด มาตรการในการปัองกันไว้อย่างไร ขอบพระคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก่อนจะตอบคําถามรอบที่ ๒ วกกลับไปคําถาม รอบแรกเพื่อให้เห็นเปึนรูปธรรมนิดหนึ่งเท่านั้นเองว่า เราพยายามคํานึงถึงความเปึนธรรม อยู่แล้ว เช่น กรณีเทียบข้าวหอมมะลิกับข้าวขาว ข้าวนาป้ ถ้าเราดูจากราคาที่เราประกัน รายได้ และดูผลตอบแทนนี่ ยกตัวอย่างว่าข้าวหอมมะลิก็จะได้ผลตอบแทนคือที่สูงกว่า ต้นทุนนี่ ตันละ ๔,๓๔๘ บาท แต่ข้าวนาป้นี้จะได้อยู่ที่ประมาณ ๒,๘๓๑ บาท แต่ก็อย่างที่ ท่านพูดว่าถ้าเขาปลูกได้มากกว่าและก็มีรอบมากกว่านี่ เราก็จะมาดูตรงนี้อีกทีหนึ่ง แล้วก็ ใช้ตัวเลขนี้ปรับในการกําหนดโควตาอีกทีหนึ่ง ส่วนประเด็นที่ท่านเปึนกังวลในเรื่องของ การทุจริตในลักษณะที่ว่าอยากจะกราบเรียนให้เห็นเปึนรูปธรรมอย่างนี้เลยนะครับ คือวิธี ที่เราคํานวณผลผลิตนี่ครับ เราจะไม่ดูผลผลิตจริง เพราะฉะนั้นอย่างที่ท่านยกตัวอย่าง เกษตรกรเมื่อสักครู่บอกว่ามีอยู่ ๕๐ ไร่ แล้วก็คํานวณออกมาว่า ๒๐ ตันคือค่าเฉลี่ย อันนี้ จะตกลงกันตั้งแต่ต้นเลยครับ เพราะฉะนั้นไม่ว่าผลผลิตจริงจะออกมาเท่าไร เกษตรกรรายนั้น จะทําสัญญาที่ ๒๐ ตัน แล้วสมมุติว่าได้รับการชดเชยรายได้ตันละ ๒,๐๐๐ บาท ก็รับเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทไป ไม่ว่าผลผลิตจริง ๆ จะออกมาเท่าไร เพราะฉะนั้นจะไม่มีกรณีที่ สามารถไปทําตัวเลขอื่นได้อีก เพราะว่าตัวเลขที่จะได้รับการชดเชยที่ใช้ในการคํานวณจะ ถูกกําหนดโดยการขึ้นทะเบียนตั้งแต่ต้น แล้วก็สํารวจว่าใช้พื้นที่เท่าไรคูณด้วยผลผลิต เฉลี่ย ซึ่งมีตัวเลขเปึนรายจังหวัดแยกเปึนในและนอกเขตชลประทานอยู่แล้ว แล้วใช้ตัวเลข นั้นในการคํานวณในการชดเชยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองนายกรัฐมนตรีกอร์ปศักดิ์ครับ

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี

ขออนุญาตท่านประธาน นิดเดียวครับ กอร์ปศักดิ์ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องของ ธ.ก.ส. นี้มีคําถามเยอะในแง่ของ บัญชี ผมเรียนว่าไปเป่ดบัญชีแบบที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กราบเรียนพวกเราไปแล้ว เมื่อสักครู่ว่าไม่ใช่เปึนเรื่องไปกู้ ไปเป่ดเพื่อรองรับเงินที่จะส่งให้เท่านั้นเอง แล้วประเด็นที่ สําคัญที่สุดที่เกษตรกรถามผมมากก็คือว่ากลัว ธ.ก.ส. จะหักเงินกู้ที่เปึนหนี้ไว้อยู่ ผมย้ํา นะครับ เขามีความกังวลมาก เกษตรกรเขาบอกว่าถ้าเอาเงินไปเข้าบัญชี ธ.ก.ส. ธ.ก.ส. จะหักหนี้เลย คําตอบก็คือไม่หักนะครับ อันนี้เปึนบัญชีประกันรายได้ เพราะฉะนั้นห้ามหัก และได้คุยกับ ธ.ก.ส. แล้วคนละเรื่องกัน ก็มาถึงประเด็นที่ว่าความคิดที่ว่าผลิตได้ ๕๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ แล้วอาจจะไปเอาข้าวที่อื่นมา อันนั้นเปึนเรื่องความคิดในใจว่ามีการ ส่งมอบ แต่หลักคิดต้องคิดใหม่เลยนะครับ ประกันรายได้ไม่ได้เกี่ยวกับตัวผลผลิตเลยครับ เอาแต่เพียงว่าเปึนเจ้าของเท่าไรแล้วไปดูตัวเลขที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขากําหนด ครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขากําหนดตัวเลขอันนี้มี ๒ ตัวเลขในจังหวัด ในพื้นที่ ในชลประทานกับพื้นที่นอกชลประทาน อย่างแถวภาคอีสานเราผลผลิตต่ําประมาณ ๔๐๐ กิโลกรัม เขาก็จะเอาตัวเลข ๔๐๐ กิโลกรัมที่เขามีทางวิชาการ ผมย้ําทางวิชาการ นะครับ เกษตรกรบางคนอาจจะเสียเปรียบหน่อยเพราะตัวเองเก่งผลิตได้ ๔๒๐ กิโลกรัม แต่วิชาการบอก ๔๐๐ กิโลกรัม แต่ ๔๐๐ กิโลกรัมจะมาคูณ ๕๐ ไร่ ก็จะเปึน ๒๐ ตัน แล้วก็เอา ๒๐ ตันเข้าไปประกัน ถ้าเกิดโรคระบาดมีเพลี้ย เกิดอุทกภัยข้าวเสียหายหมดนะครับ ๔๐,๐๐๐ บาทนี่ยังได้รับอยู่นะครับ ผมย้ํานะครับ ๔๐,๐๐๐ บาท ท่านนายกรัฐมนตรีบอกยังต้องจ่ายอยู่เหมือนเดิมนะครับ ตัวที่เปึนส่วนต่าง นี่ครับ ยังจะต้องจ่ายอยู่ แต่ว่าความเสียหายของนาก็จะได้ไปตามกระบวนการที่ทาง ราชการเคยช่วยเหลือในปกติไป แต่ในเรื่องประกันรายได้ ถ้าเอามาประกันไว้กับที่ ธ.ก.ส. ณ วันนั้นและเกิดความเสียหาย ณ วันนั้น แล้วไร่ตัวเอง นาตัวเอง ข้าวตัวเองเสียหาย หมดเลย แล้วก็เคยระบุไว้ว่าจะมาใช้สิทธิเมื่อไร วันนั้นถ้าราคามันต่ํากว่าราคาประกัน เท่าไรได้คืนหมดครับ อันนี้อยากจะกราบเรียนเพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสนองคําถามสุดท้ายครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ ต่อกรณีของการประกันราคาที่ผมดูจากบัญชีนี่นะครับ ข้าวเปลือก หอมมะลิ ๑๕,๓๐๐ บาท ข้าวเปลือกหอมจังหวัด ๑๔,๓๐๐ บาท ข้าวเปลือกปทุมธานี ๑๐,๐๐๐ บาท ข้าวเปลือกเจ้า ๑๐,๐๐๐ บาท ข้าวเปลือกเหนียว ท่านแจ้งว่า ๙,๕๐๐ บาท มันมีข้าวอีกประเภทหนึ่งที่วันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ได้ส่งเสริมการปลูก อยู่ นั่นก็คือข้าวอินทรีย์ ซึ่งเปึนข้าวที่ปลอดจากสารพิษ มีพี่น้องเกษตรกรอยู่ส่วนหนึ่ง ในเขตพื้นที่ของจังหวัดสุรินทร์ ในเขตพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์ในหลายพื้นที่ได้ปลูกอยู่เปึน ข้าวอินทรีย์ ดูจากตรงนี้อยากฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ ได้ให้หลักประกันของ ราคาข้าวอินทรีย์ของพี่น้องเกษตรกรในส่วนหนึ่งด้วย เพราะว่าในนี้เราไม่มีราคาในการ รับประกัน ผมเชื่อแน่ว่าในเรื่องของผลผลิตทางการเกษตร ถ้าหากว่ารัฐบาลสามารถ ดําเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ โดย ๑. ไม่ให้สูญเสียงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์ ๒. ให้งบประมาณนั้นได้ถึงมือพี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง จะเปึนการสร้างความสุขให้แก่ พี่น้องเกษตรกร คนยาก คนจน คนที่เขาบอกว่ายิ่งทํานายิ่งจนก็จะหมดไป เมื่อนั้นผมเชื่อแน่ ว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ในหัวใจของพี่น้องประชาชน ผมอยากกราบเรียนฝากท่านประธานไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีได้กําชับแล้วก็ได้ดูแลในโครงการนี้เพื่อให้เปึนไปด้วยความโปร่งใส ให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด อันนี้ผมฝากเพื่อให้ท่านได้ติดตามโครงการนี้ อย่างใกล้ชิดต่อไป ขอบพระคุณมากครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนายกรัฐมนตรีครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กรณีข้าวประเภทอื่น ๆ ที่ยังไม่ได้กําหนด นะครับ เราก็จะดูจากผลการไปขึ้นทะเบียน ถ้ามีในลักษณะไหนที่คิดว่าจะตกหล่นและ ปรับก็สามารถทําได้ โดยคณะกรรมการก็จะประชุม ขณะนี้นอกจากคณะกรรมการ นโยบายข้าวแล้วเรามีคณะกรรมการที่ทําหน้าที่ในการเข้าไปติดตามการดําเนินการ ซึ่งประกอบด้วยฝ์ายประจํา กําลังเข้าไปตรวจสอบในทุกพื้นที่ เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไร ที่สามารถจะปรับแต่งมาตรการขณะนี้ เราก็ยืนยันว่าสามารถทําได้ มีความยืดหยุ่นพอ โดยเฉพาะในเรื่องของกระบวนการที่การจดทะเบียนยังไม่เสร็จ

สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ แล้วก็ขอย้ําครับว่าเราตั้งใจ ที่จะทําโครงการนี้ให้เงินทุกบาท ทุกสตางค์ ถึงมือพี่น้องเกษตรกรและมีความโปร่งใสมาก ที่สุด แล้วก็สิ่งที่จะช่วยเราได้มากที่สุดครับก็คือการที่ท่านทั้งหลายมีส่วนร่วมในการทั้ง ประชาสัมพันธ์ แล้วก็ติดตามสอดส่องดูแลกระบวนการทุกขั้นตอนของโครงการนี้ครับ ก็จะเปึนไปตามเจตนารมณ์ของพวกเราทุกคนครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เปึนอันจบกระทู้ถามสด กระทู้ที่ ๓ เรื่อง ปัญหาราคาสินค้าทางการเกษตร ถามโดยคุณสนอง เทพอักษรณรงค์ ตอบโดยท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรี กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรองนายกรัฐมนตรี เปึนอย่างยิ่งนะครับ

ต่อไปเปึนระเบียบวาระที่ ๒ ขณะนี้มีจํานวนสมาชิกทั้งสิ้นที่มาลงชื่อ ๓๙๑ ท่าน ครบองค์ประชุม ก็จะเปึนระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมทราบ

๒.๑ รับทราบรายงานประจําป้ ๒๕๕๑ ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนการ พิจารณาต่อจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา

ขอเชิญผู้แทนของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญที่จะเข้ามาร่วมชี้แจง เชิญเข้านั่ง ประจําที่ครับ ท่านแรกคุณพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลธรรมนูญ ท่านที่ ๒ คุณเชาวนะ ไตรมาส เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านที่ ๓ คุณสนิท จรอนันต์ ที่ปรึกษาสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านที่ ๔ คุณปัญญา อุดชาชน รองเลขาธิการ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านที่ ๕ คุณพรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคดีและ วิชาการ นอกจากนั้นยังมีผู้แทนอีกหลายท่านนะครับ ขอเชิญเข้านั่งประจําที่ได้แล้วครับ

(ผู้ชี้แจงเข้าประจําที่)

คุณอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เชิญครับ

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตมีส่วนร่วมในการเสนอคําแนะนําต่อบทรายงาน ประจําป้ ๒๕๕๑ ของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้นําเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวันนี้ ผมต้องขอแสดงความชื่นชมกับผู้จัดทํารายงานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้รายงานรายละเอียด เกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานในป้ ๒๕๕๑ อย่างละเอียด แล้วก็ทําให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน ต่อบทบาทและภารกิจของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องยอมรับว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ์ายต่อการทําหน้าที่ ซึ่งจะต้องเรียนกับท่าน ว่าในหลายประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์นั้น ก็มีลักษณะที่มีอคติและไม่เห็นข้อเท็จจริง ที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นเมื่อมีบทรายงานประจําป้ ๒๕๕๑ เปึนเครื่องยืนยันของการทํางาน ทําให้ผมมีความมั่นใจ และผมคิดว่าสาธารณชนก็จะเข้าใจการทํางานของศาลรัฐธรรมนูญ มากขึ้น ท่านประธานครับด้วยเหตุที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๖ วรรคห้า ระบุว่าคําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญให้เปึนเด็ดขาด มีผลผูกพันต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กร อื่นของรัฐ ด้วยถ้อยคําอันนี้ เมื่อมีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาแต่ละเรื่อง ก็มีทั้ง ผู้ที่ได้ประโยชน์ ผู้เสียประโยชน์จากการตัดสินหรือการชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญ จึงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมามากมายนะครับ อย่างไรก็ตามด้วยบทบาทภารกิจของ ศาลรัฐธรรมนูญที่มี ๒ หลักใหญ่ ๆ ก็คือการมีภารกิจในการคุ้มครองสิทธิของบุคคล และการคุ้มครองบทบัญญัติของกฎหมาย ทั้ง ๒ ภารกิจนี้มีความสําคัญยิ่ง และต้องถือว่า เปึนหลักของบ้านเมือง เปึนหลักของสังคมทีเดียวที่จะทําให้คนในประเทศนี้ภายใต้ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข และภายใต้ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ทุกคนจะต้องยอมรับ ก็ความเปึนหลักอันนี้ที่จะทําให้ บ้านเมืองอยู่ได้ ทําให้ระบอบประชาธิปไตยอยู่ได้ ผมจึงต้องให้กําลังใจกับท่าน แล้วก็สนับสนุนการทํางานที่ผ่านมา ผมได้เรียนในตอนแรกว่าศาลรัฐธรรมนูญนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็การวิพากษ์วิจารณ์นั้นมีลักษณะที่เปึนการคุกคามในรูปแบบ ต่าง ๆ เกิดขึ้นเรื่อยมา นี่เปึนสภาพจริงที่ดํารงอยู่ มีกระบวนการใส่ร้ายปัายสี

ประการแรกรูปธรรมที่เห็นชัดก็คือ การพยายามที่จะบอกว่าตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญหรือว่าผู้คนที่อยู่ในกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญมีส่วนพัวพัน หรือว่า การเกิดขึ้นมาเปึนผลผลิตของระบอบเผด็จการบ้าง มาด้วยความไม่ชอบธรรมบ้าง ซึ่งล้วนแล้วแต่เปึนอคติต่อท่าน

ประการที่สอง มีกระบวนการทําลายความน่าเชื่อถือต่อท่าน ไม่ว่าจะ วินิจฉัยเรื่องอะไร เมื่อคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเสียประโยชน์ก็มักจะบอกว่าท่านได้ทําหน้าที่ โดยไม่ยึดหลักการของกฎหมาย มีหลายมาตรฐาน ใช้หลักกู ไม่ใช่หลักการ อย่างนี้เปึนต้น

ประการที่สาม ที่เกิดขึ้นจากการที่ผมเห็นว่าเปึนการคุกคามต่อท่าน แล้วก็ รุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็คือการใช้อาวุธเข้าไปข่มขู่คุกคาม กรณีการใช้เครื่องยิงระเบิดยิงใส่ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าเปึนกรณีที่ร้ายแรงมาก และเปึนเรื่องที่ไม่ใช่เปึนเรื่องของความขัดแย้งระหว่างใครกับใครเท่านั้น แต่เปึนเรื่องของ การพยายามที่จะทําลาย พยายามที่จะสั่นไหวความมั่นคงของสถาบันซึ่งเปึนหลักของ บ้านเมืองก็คือ ศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่รัฐบาลเองจะต้องให้ ความสําคัญและจะต้องให้หลักประกันในการให้ความปลอดภัยกับท่าน

สุดท้ายก็คือการพยายามใช้กลไกทางการเมืองในการบ่อนเซาะทําลาย ความน่าเชื่อถือของท่านซึ่งเปึนเรื่องที่น่าเสียดายครับ กระบวนการทําลายนี้มีฝ์าย การเมืองบางส่วน บางพวกมีส่วนร่วมอยู่ด้วย ซึ่งเปึนเรื่องที่ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้นและผม เห็นว่าการพยายามใช้กลไกทางการเมืองในการบ่อนเซาะทําลายยังไม่หยุดยั้งอยู่แค่นี้ ละครับ ยังมีอีก ผมสังเกตเห็นไม่ว่ากฎหมายที่จะออกมาเกี่ยวข้องกับการทํางานของท่าน หรือว่าการวินิจฉัยคดีของท่านจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วยถ้อยคําเดิม ๆ ด้วยบริบทเดิม ๆ ผ่านทางกลไกทางการเมืองเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ท่านจะต้องเตรียมที่จะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ ท่านประธานครับ กรณีที่มีการสร้างความไม่พอใจให้กับขบวนการที่ผมเรียกว่า เปึนขบวนการ ที่จะทําลายล้างศาลรัฐธรรมนูญมาจากผลจากการปฏิบัติงานที่ตรงไปตรงมาของท่าน และปรากฏอยู่ในรายงานประจําป้ ๒๕๕๑ ฉบับนี้ จากรายงานอันนี้ได้ทําให้เห็นแล้วก็ได้ เปึนข้อโต้แย้งต่อคําวิพากษ์วิจารณ์ทั้งหลายในหลายเรื่อง เช่น กรณีการออกแถลงการณ์ ร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ มีการวิพากษ์วิจารณ์ใหญ่โตว่า มีใบสั่งบ้าง วิพากษ์วิจารณ์ว่าเปึนการจงใจที่จะใช้หลายมาตรฐานในการวินิจฉัยกับ รัฐมนตรีหรือผู้เกี่ยวข้อง หรือรัฐบาลที่มีบางฝ์ายไม่ชอบ แต่บทรายงานของท่านซึ่งปรากฏ อยู่ในหน้า ๑๕๓ เปึนต้นไปได้ชี้ให้เห็นชัดว่ามีข้อเท็จจริงเปึนอย่างไร มีกระบวนการ พิจารณาอย่างไร มีหลักกฎหมายในการพิจารณาอย่างไร แล้วก็สรุปสุดท้ายออกมาว่าการ ออกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ในครั้งนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมคิดว่าสิ่งนี้ เปึนสิ่งที่ยืนยัน เรื่องของกระบวนการชี้ขาดความเปึนรัฐมนตรีในหลายครั้ง ไม่ว่าจะเปึน กรณีของท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หรืออดีตนายกรัฐมนตรีก็มี คําตอบอยู่ในรายงานเล่มนี้ ซึ่งผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ดีแล้วก็เปึนการที่จะตอกย้ําว่า ข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่เกี่ยวกับเรื่องหลายมาตรฐาน หรือแม้กระทั่งมีคนเอาไปพูดว่าเพียงแค่ ทํากับข้าวออกทีวีก็ยังถูกปลดจากการเปึนนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าเรื่องนี้ท่านสามารถ ที่จะหยิบคําวินิจฉัยซึ่งปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้มาชี้แจง มาตอบโต้เพื่อให้สาธารณชน เข้าใจได้มากขึ้นหรือแม้กระทั่งเรื่องกรณียุบพรรคก็ตามก็มีคําตอบที่ชัดเจนอยู่ในรายงาน เล่มนี้ ผมถึงชื่นชมในการทํางานของท่าน ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามผมก็มี ข้อเสนอแนะเพื่อให้การทํางานแล้วก็การรายงานประจําป้ในป้ต่อ ๆ ไปมีความชัดเจน แล้วก็สามารถที่จะอธิบายกับสาธารณชนได้กว้างขวางมากขึ้นก็คือ

ประการแรกที่อยากจะฝากไว้ก็คือ ผมคิดว่าในสถานการณ์ที่ท่านเองถูก วิพากษ์วิจารณ์แล้วก็ถูกกระทําในหลาย ๆ รูปแบบเวลานี้ต้องยืนยันในความหนักแน่น ตรงนี้ เพราะถ้าท่านไม่สามารถยืนยันความหนักแน่นของท่านได้ ไม่สามารถยืนยันว่าสิ่งที่ ได้ปฏิบัติหน้าที่ไปเปึนไปด้วยความถูกต้องเที่ยงธรรมแล้วผมคิดว่าสังคมก็จะหวั่นไหวตาม ท่านไปด้วย

ประการที่สอง ก็คือ ท่านต้องสื่อสารกับสังคมให้มากกว่าเดิมแม้ว่าจะมี ข้อจํากัดในทั้งแง่บุคลิกภาพ ทั้งแง่ของวิธีการทํางานของศาลรัฐธรรมนูญเอง แต่ว่าท่าน ต้องชี้แจงกับประชาชน ท่านต้องสื่อสารกับประชาชนอย่างสม่ําเสมอ ลําพังรายงานประจําป้ที่เสนอต่อรัฐสภาเพียงครั้งเดียวด้วยหนังสือเล่มเดียวไม่เพียงพอ ครับ ผมคิดว่าปัจจุบันนี้กระบวนการสื่อสารผ่านไปทางสื่อสารมวลชนต่าง ๆ เพื่อไปถึง ประชาชน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น คําวินิจฉัยต่าง ๆ ที่ผ่านกระบวนการ ทํางานของท่านไปสู่ประชาชนท่านต้องทําอย่างต่อเนื่อง และต้องใช้สื่อเหล่านั้นอธิบาย ให้กับประชาชนให้เข้าใจว่าความถูกต้องเปึนอย่างไร หลักกฎหมายเปึนอย่างไร เพื่อไม่ให้ สังคมตกเปึนเหยื่อของกระบวนการใส่ร้ายปัายสี หรือว่ากระบวนการบิดเบือนข้อเท็จจริง ต่าง ๆ ทั้งหลายนะครับ

สุดท้ายก็คือว่าการนําเนื้อหาไปเผยแพร่กับประชาชนนั้น นอกเหนือจาก เอกสาร การทําเปึนซีดี (CD) หรือผ่านสื่อต่าง ๆ แล้ว ผมคิดว่าการที่ท่านได้ออกไปสู่สังคม ด้วยตัวเอง ออกไปชี้แจง ออกไปทําความเข้าใจตามสถานศึกษาตามกลุ่มชนต่าง ๆ ด้วย ตัวเองโดยตรงก็จะเปึนทางหนึ่งที่จะทําให้พี่น้องประชาชน ทําให้สังคมเข้าใจการทํางาน ของท่านมากขึ้น ก็เรียนแนะนําท่านมาด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญอาจารย์มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พื้นที่ ๖ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในฐานะที่กระผมเปึนอดีตผู้พิพากษารับราชการอยู่ใน กระทรวงยุติธรรม ตอนนั้นยังไม่ได้แยกออกจากศาล เปึนเวลานานกว่า ๔๐ ป้ เคยดํารง ตําแหน่งที่สําคัญ ๆ ก็หัวหน้าคณะผู้พิพากษา หัวหน้าคณะในศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษา ศาลอาญากรุงเทพใต้ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญา แล้วก็ ได้เคยเปึนคณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบของการใช้รัฐธรรมนูญของวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๕ ดังนั้นเรื่องของกฎหมายและเรื่องของรัฐธรรมนูญนั้นกระผมได้ติดตามมาตลอด แล้วก็ไม่เคย เห็นด้วยเลยที่จะให้มีการแยกศาลออกเปึนหลายศาล ท่านประธานครับ อํานาจอธิปไตย มี ๓ อํานาจ อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจตุลาการ แล้วก็อํานาจบริหาร อํานาจนิติบัญญัตินั้น มีประธานคนเดียวคือ ประธานรัฐสภา อํานาจบริหารมีหัวหน้าคณะรัฐบาลคือ นายกรัฐมนตรีคนเดียว แต่พอมาถึงอํานาจตุลาการ ท่านประธานครับ มี ๓ หัวอย่างกับ พญานาค มันถึงเกิดวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง วันนี้ผมคิดว่าจะมีผู้พิพากษาสักคนหนึ่ง ซึ่งเปึนรุ่นน้องกระผมได้มานั่งฟังกระผมอภิปรายในสภานี้ แต่คิดว่าไม่มาก็ไม่เปึนอะไร ท่านประธานครับ ท่านคงนั่งฟังอยู่ ยิ่งถ้าได้รู้ว่าผมเปึนคนลุกขึ้นอภิปรายท่านก็คงต้องนั่ง ฟังอยู่ โดยเฉพาะท่านจรัญ ภักดีธนากุล ที่ท่านไปเปึนมาทุกตําแหน่ง เปึนผู้พิพากษา ไปเปึนปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปเปึนกรรมการร่างกฎหมายให้คณะปฏิวัติ แล้วก็มาเปึน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ น้อง ๆ ที่ขึ้นมานั่งอยู่บนนี้คงจะไม่เชี่ยวชาญไม่รู้เรื่องของ การเปึนผู้พิพากษาสักเท่าไร ผมกราบเรียนนะครับว่าฝากไปถึงผู้ที่ทําหน้าที่เปึนตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญก็แล้วกันนะครับ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ยังประกาศใช้บังคับอยู่ นั่นหมายความว่า พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานก็ต้องเปึนหนังสือตําราภาษาไทย ที่เกี่ยวกับอักขระวิธี วจีวิพากษ์ วากยสัมพันธ์ แล้วโดยเฉพาะว่าด้วยการใช้ตัวสะกดและ คํานิยามศัพท์ก็ยังต้องใช้บังคับอยู่ด้วย นอกจากนั้นยังมีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี บัญญัติประกาศชัดเจนเลยว่าให้หน่วยราชการและโรงเรียนใช้ภาษาไทยที่เปึนภาษา ราชการ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะภาษากฎหมายได้มีคําศัพท์บัญญัติไว้ชัดเจน ในทุกเรื่องทุกราวชัดเจนหมด แล้วก็หมายความถึงสภานี้ก็ดี คณะรัฐมนตรีก็ดี ผู้พิพากษา ตุลาการ ซึ่งไปดํารงตําแหน่งเปึนข้าราชการตุลาการในศาลต่าง ๆ ก็ต้องตกอยู่ภายใต้ บังคับพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถานด้วย ที่ผมพูดยาวมาอย่างนี้ท่านประธานครับ เพื่อผมต้องการจะชี้ให้เห็น แล้วก็จะอธิบายความว่า ศาลนั้น พระราชบัญญัติ ราชบัณฑิตยสถาน หรือพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานให้คํานิยามศัพท์ไว้ ขออนุญาต อ่านนิดหนึ่งนะครับ บอกว่า ศาลคือองค์กรที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาอรรถคดี โดยดําเนินการตามรัฐธรรมนูญตามกฎหมายและในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ คําศัพท์นี้ผู้ที่เปึนข้าราชการตุลาการทุกคนย่อมทราบดี แล้วก็จะต้องถือตรงกันหมด แม้แต่ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเอง ไม่ว่าจะเปึนรัฐธรรมนูญของประชาชน คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ก็บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๓๓ ว่าการพิจารณาพิพากษาคดีเปึนอํานาจของศาล ซึ่งต้องดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายและในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ ท่านประธานครับแม้แต่รัฐธรรมนูญ ที่ คมช. เปึนคนบัญญัติ ให้คนมาบัญญัติแทนสภาแล้วก็เอามาใช้กันอยู่จนทุกวันนี้ ก็ยังเขียนหรือยังบัญญัติไว้เหมือนกันว่าการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเปึนอํานาจ ของศาล ซึ่งต้องดําเนินการให้เปึนไปโดยยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายและ ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์เหมือนกัน ผมอยากกราบเรียนตรงนี้นะครับว่า คําว่า รัฐธรรมนูญ นั้นที่ศาลจะต้องปฏิบัติตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลที่อยู่ในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ท่านต้องเข้าใจนะครับว่า ต้องใช้รัฐธรรมนูญที่เปึนรัฐธรรมนูญที่บัญญัติขึ้นมา ในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข มิใช่เอารัฐธรรมนูญที่บัญญัติขึ้นมา ในระบอบเผด็จการ ทหารที่ยึดอํานาจการปกครองของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเอามาใช้ มันต่างกันอย่างไรครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เปึนรัฐธรรมนูญ ซึ่งผู้แทนราษฎรได้ทําหน้าที่บัญญัติมาในรัฐสภา คือสภานี้ละครับ ส่วนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่บัญญัติขึ้นมาโดยการบงการของหัวหน้าคณะปฏิวัติหรือที่เขา เรียกชื่อตัวเองว่า หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ต่างกันนะครับ รัฐธรรมนูญที่ได้บัญญัติโดยสภาผู้แทนราษฎรนั้นเขาเรียกว่า เปึนรัฐธรรมนูญของประชาชนโดยประชาชน เพื่อประชาชน ส่วนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่าเปึนรัฐธรรมนูญของ คมช. โดย คมช. เพื่อ คมช. คมช. คืออะไรครับ ก็คือคณะปฏิวัติ แล้วมาเรียกตัวเองว่าเปึน คมช. คณะมนตรีความมั่นคง แห่งชาติ คณะปกครอง คณะปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข แต่โดยแท้จริงแล้วก็คือคณะผู้ยึดอํานาจ คณะผู้ยึดอํานาจนี้ละครับ ท่านประธาน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ บัญญัติไว้ว่าเปึนกบฏนะครับ ท่านบอกว่าไม่เปึนอะไร ได้มีการลงพระปรมาภิไธยแล้ว แล้วก็มีการทําประชามติแล้ว

ผมอยากกราบเรียนนะครับว่า รัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกนั้น จะต้องเปึนรัฐธรรมนูญที่ภาษาฝรั่งหรือภาษาอังกฤษ ผมขออนุญาตใช้คํา ในภาษาอังกฤษนิดหนึ่งเพื่อความเข้าใจนะครับ เขาบอกว่า จะต้องเปึนอินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ (International Law) แล้วก็ภาษาไทยเรียกว่า ต้องเปึนกฎหมายระหว่างประเทศ นั่นหมายความว่า นานาประเทศจะต้องยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนั้นด้วย เพราะว่าประเทศ ไทยเราไม่ได้อยู่ประเทศเดียวในโลก จะต้องติดต่อสัมพันธ์กับนานาประเทศเขาทั้งในทาง การเมืองและในทางเศรษฐกิจ ถ้าอธิบายให้นานาชาติเขาฟัง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปต่างประเทศจะไปประชุมกับยูเอ็น (UN) เขานี้ละครับ ถ้าไปบอกว่าประเทศ ของผมใช้รัฐธรรมนูญที่ คมช. บอกให้เขียน แล้วก็ไม่ได้มาจากระบอบประชาธิปไตย แล้วยังมีมาตรา ๓๐๙ ด้วยนะ มาตรา ๓๐๙ หมายความว่า ปฏิวัติก็ไม่ผิด รัฐประหาร ก็ไม่ผิด เปึนกบฏก็ไม่ผิด คนมาช่วยก็ไม่ผิด ทําแล้วก็ไม่ผิด ทําต่อไปก็ไม่ผิด ถ้าไปบอกเขา อย่างนี้ ผมถามว่าเขาจะให้เข้าห้องประชุมไหม หรือเขาจะให้ออกไปเปึนผู้สังเกตการณ์อยู่ ข้างนอก ความจริงแล้ว ท่านประธานครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่า นานาประเทศที่เขาอยู่ใน โลกนี้ โดยเฉพาะที่มีสัมพันธไมตรีกับประเทศไทยของเรา แล้วเขามีสถานทูต เอกอัครราชทูตอยู่ในประเทศไทยนั้นเขาทราบกันแล้วละ เขาทราบว่าเวลานี้ประเทศไทย ใช้รัฐธรรมนูญที่เปึนแม่บทสูงสุดของประเทศ ไม่ได้เปึนอินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ไม่ได้เปึน กฎหมายระหว่างประเทศ เห็นไหมครับ แล้วอย่างนี้ท่านผู้พิพากษาหรือท่านตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญที่ก็เปึนอดีตที่อยู่ในศาลฎีกากันมาทั้งนั้น ท่านไม่ได้คิด ท่านไม่ได้ทบทวน ท่านไม่ตรวจหรือว่าท่านนั้นเปึนศาลที่มาจากรัฐธรรมนูญที่ไม่เปึนอินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ท่านไม่ได้เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย เพราะท่านเอา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญที่คณะปฏิวัติ หรือ คมช. หรือ คปค. หรือพวกกบฏเขียนขึ้น ฝากน้อง ๆ ที่มานั่งฟังอยู่ตรงนี้นะครับ กลับไปเรียนท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกท่านด้วยว่า ได้โปรดกลับไปทบทวนดู สถานภาพของท่านว่าท่านเปึนศาลของประชาชนหรือเปึนศาลของ คมช. ท่านมาจาก รัฐธรรมนูญของใคร เห็นไหมครับ แล้วก็ท่านมีอํานาจตุลาการในระบอบประชาธิปไตย หรือไม่ ท่านเปึนเพียงข้าราชการตุลาการเก่า ที่เดิมท่านอยู่ในฟากของรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ท่านแสดงบทบาทของ ท่านตรงนั้น ท่านเปึนศาล ท่านมีภาพพจน์ ท่านมีภาพลักษณ์ที่ดี ประชาชนคนไทยและ รวมทั้งนานาชาติก็นับถือว่าเปึนศาล แต่เมื่อเวลาท่านข้ามฟากมาอยู่ในรัฐธรรมนูญของ ๒๕๕๐ ท่านไม่ได้เปึนศาลในระบอบประชาธิปไตย ท่านไม่ได้เปึนศาลของประชาชน นะครับ ท่านต้องทบทวนว่าท่านมีอํานาจตุลาการในระบอบประชาธิปไตยหรือเปล่า ท่านเที่ยวตัดสินคดีว่าคนโน้นผิด ว่าคนนี้ผิด ท่านย้อนไปดูสถานภาพของตัวเองหรือเปล่า ท่านใช้กฎหมายปลอมหรือเปล่า ถ้ายังไม่เคยคิดเพราะเพลิน ที่ผมพูดอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมเองอยู่ในศาลฎีกาก็เคย เพลินไปเหมือนกัน แล้วก็ไปบอกว่าประกาศคณะปฏิวัติเปึนกฎหมาย เมื่อยึดอํานาจได้ แล้ว ก็เปึนกฎหมายแล้ว เขียนอะไรออกมาเปึนกฎหมายหมด นั่นละไปทบทวนดูใหม่ นะครับ ฝากน้อง ๆ ที่นั่งบนนี้ไปบอกท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มาจากรัฐธรรมนูญ ของ คมช. ด้วยว่าไปดูว่าคําพิพากษาศาลฎีกาฉบับนั้น ท่านเขียนไว้อย่างนั้นจริง ผมก็เคย ตัดสินอย่างนั้น ก็ไม่ได้ศึกษาละเอียด แต่หลังจากที่เข้าไปเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษารัฐธรรมนูญแล้วศึกษาละเอียด ต้องบอกว่าตายจริง เรานี่ก็มีบาปมากเหมือนกัน ที่ไปบอกว่าประกาศคณะปฏิวัติ หรือประกาศของโจรนั้นมาเปึนกฎหมายของประชาชน โดยเราไม่ได้ทบทวน เราไม่ได้ไปถามประชาชนเลยว่าเขาจะยอมรับให้ประกาศของ คณะปฏิวัติ หรือประกาศของโจรกบฏเปึนกฎหมายของเขาไหม เห็นไหมครับ ท่านประธานครับ ในคําพิพากษาศาลฎีกาฉบับ ๑๖๖๒/๐๕ นั้น เขียนไว้โดยท่านโพยม เลขยานนท์ เปึนเจ้าของสํานวน ท่านเขียนไว้ว่า เมื่อคณะปฏิวัติทําการปฏิวัติและ ยึดอํานาจได้ก็ได้อํานาจปกครอง ประกาศคณะปฏิวัติหรือประกาศต่าง ๆ เมื่อประกาศใช้ ย่อมมีผลเปึนกฎหมาย แต่ว่าท่านเติมสุดท้ายนะครับ ท่านฉลาดในการเขียน ท่านบอกว่า เปึนกฎหมายในเวลาที่บ้านเมืองปกครองด้วยลักษณะเช่นนั้น นั่นหมายความว่าขณะที่ ท่านเขียนคําพิพากษาศาลฎีกาฉบับนั้น ประเทศไทยของเราปกครองด้วยระบอบ เผด็จการทหารนะครับ แต่บัดนี้ประเทศไทยเราไม่ได้ปกครองด้วยระบอบเผด็จการทหารแล้ว มีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรแล้ว มีสภาผู้แทนราษฎรแล้วมีรัฐสภาแล้ว ก็ถือว่าเข้าสู่ระบอบ ประชาธิปไตยแล้ว หรือใครจะเถียงว่าเวลานี้ประเทศไทยไม่ได้ปกครองด้วยระบอบ ประชาธิปไตย เมื่อประเทศไทยเรากลับมาปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแล้ว ก็ต้อง กลับมาใช้กฎหมายและรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยนะครับ แล้วคําพิพากษา ศาลฎีกาไม่มีผลบังคับเปึนกฎหมาย เพราะว่าศาลฎีกาไม่ใช่รัฐสภา ไม่ใช่ที่ออกกฎหมาย ศาลฎีกาไม่มีอํานาจไปแปลความหรือตีความ หรือว่าไปบอกว่ากฎข้อบังคับหรือกติกาใด เปึนกฎหมายหรือไม่ นั่นไปแย่งอํานาจของรัฐสภานะครับกลับไปทบทวนกันดูให้ดี เมื่อเร็ว ๆ นี้อีกที่มีคําสั่งให้ยุบพรรคไทยรักไทย ขณะนั้นไม่ใช่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ ตอนนั้นเปึนตุลาการรัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ําไป ไม่ใช่ศาลนะครับ ก็ยังอุตส่าห์ไปลอก คําพิพากษาศาลฎีกาฉบับนั้นอีก เปึนการเข้าใจผิดอย่างยิ่ง แล้วเปึนการแย่งอํานาจของ รัฐสภาไปใช้ ผมพูดมาถึงตรงนี้แล้วคดีต่าง ๆ ที่ท่านรับไว้พิจารณาได้โปรดทบทวนดูนะครับ ว่าท่านมีสถานภาพเปึนศาลในระบอบประชาธิปไตย หรือเปึนศาลในระบอบเผด็จ การทหารกันแน่ ซึ่งแน่นอนที่สุดผมไม่เคยใช้บริการของศาลรัฐธรรมนูญที่มาจาก คมช. เลย น้อง ๆ จะเอามาให้ผมเซ็นชื่อไปฟัอง ผมบอกผมไม่ยอมรับศาลเถื่อน คือไม่ได้มาจาก ประชาชน ท่านบอกว่าทําประชามติแล้ว ท่านประธานครับ การทําประชามติรับ รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ทําในขณะที่ประเทศปกครองด้วยระบอบอะไรครับ ระบอบ เผด็จการทหาร ผมกับพวกพยายามจะออกไปใช้สิทธิอธิบายให้พี่น้องประชาชน ทั่วประเทศให้เขารู้ว่าไม่ควรรับนะ แล้วโนโหวต (No vote) ด้วย อย่าไปโหวต ท่านประธานครับ ไปไม่ได้ ไปจังหวัดไหนก็มีแต่รถจีเอ็มซี (GMC) มีแต่กองทหารดักอยู่เต็มไปหมด กว่าจะ แหวกวงล้อมไปได้แทบตายครับท่านประธาน ต้องทําอย่างไรรู้ไหมครับ ต้องเอาผู้สื่อข่าว ไปด้วย ปลอมตัวเปึนผู้สื่อข่าวบ้าง แล้วก็ เฮ้ย ถ่ายรูปไว้พวกทหารที่มาอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวไว้เวลาพวก คมช. ไปแล้วจับไปขึ้นศาลฐานร่วมกันเปึนกบฏให้หมด ถ่ายรูปไว้ ทหารน้อย ๆ พวกนั้นเขากลัวครับ เขาก็หลบให้หมด จนกระทั่งพวกผมได้ไปชี้แจงให้ประชาชนฟัง แต่ก็ไปได้น้อย ยังถูกหลอกอีก ถ้าหากว่า ไม่ไปลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวรัฐบาลนี้คือรัฐบาลของ คมช. จะเลือกเอา รัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ได้มาใช้ แล้วก็ยังอยู่ต่ออันนี้ประชาชนก็อยากให้ คมช. ซึ่งเปึน คณะปฏิวัตินั้นไปเสียที เขาก็ไปลงประชามติด้วยความกลัว หรือด้วยความอยากให้มันไป เสียที อีกพวกบอกว่าลง ๆ ไปเถอะน่า เดี๋ยวค่อยไปแก้ไขเอาทีหลังก็ได้ บัดนี้พวกที่พูด ประโยคเหล่านั้นพอจะแก้ บอกไม่แก้เสียอีกแล้วเห็นไหมครับ

แต่ในที่สุดก่อนจะจบ ท่านประธานครับ ผมอยากจะบอกรัฐบาลนี้ว่า ท่านไปเอารัฐธรรมนูญที่โจรบัญญัติ หรือคณะปฏิวัติบัญญัติมาใช้ เวลานี้ท่านกําลังเข้า ทางตันแล้วท่านจะทําอะไรก็ไม่ได้ ติดกฎของโจร มาตรา ๑๙๐ นี่ละ เห็นไหมจะไป ต่างประเทศ ไปยูเอ็น มาขออนุญาตรัฐสภาหรือยัง ทําอะไรก็ไม่ได้ บริหารราชการแผ่นดิน ก็ไม่ได้ เสร็จแล้วก็กลายเปึนเบี้ยล่างตกอยู่ภายใต้การบงการของผู้มีอํานาจของอํามาตย์ ทั้งหลายที่ยังเกาะกิน ยังแอบบังที่จะใช้อํานาจของประชาชนอยู่ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนมานี้เพื่อต้องการสะกิดใจ เตือนใจผู้พิพากษาหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๙ คน ถ้าหากว่ากลับไปทบทวนแล้ว คิดได้แล้วเชื่อ แล้วมีเหตุผลที่อาจารย์มานิตย์ พูดนี้ถูก ไปลาออกเสียเถอะครับ อย่าอยู่ให้อายเด็ก ๆ ไปเลย สําหรับพวกท่านที่มานั่งฟัง แทนนี่

(นายจุติ ไกรฤกษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับอาจารย์มานิตย์ คุณจุติ ไกรฤกษ์ ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายจุติ ไกรฤกษ์ พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมประท้วงท่านประธานครับ ข้อ ๖๑ กําลังพิจารณาเรื่องรับทราบรายงานประจําป้ของศาลรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๑ พวกผมยังคอยอภิปรายอีกหลายท่านครับท่านประธาน เวลา ๑๖.๔๕ นาฬิกาแล้วตอนนี้ อีกหลายสิบคนท่านประธานกรุณาให้อยู่ในประเด็นนะครับ เรื่องเกี่ยวกับรายงาน ในศาลรัฐธรรมนูญคงไม่ใช่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองนะครับ ขอท่านประธานโปรดวินิจฉัย ด้วยครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ ท่านอาจารย์มานิตย์ก็ยังอภิปรายอยู่ในประเด็นแต่ค่อนข้างยาว ซึ่งผม กําลังเตรียมจะบอกว่าอาจารย์มานิตย์ให้กรุณารวบรัด ก็ฟังได้ความว่าท่านกําลังจะจบ การอภิปรายนะครับ ก็ต้องขออาจารย์มานิตย์รวบรัดด้วยนะครับ เพราะยังมีผู้ประสงค์ อภิปรายอีกหลายท่านครับ เดี๋ยวท่านต่อไป ผมจะกําหนดเวลาท่านละ ๑๒ นาทีนะครับ ซึ่งเปึนระยะเวลาที่พอประมาณ ขอเชิญอาจารย์มานิตย์ต่อครับ รวบรัดด้วยครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ความจริง อีกไม่ถึง ๒ นาทีก็จบนะครับ เหตุที่ผมไม่พูดถึงเรื่องรายงานการทํางานเลย เพราะผม ไม่อยากอ่าน มันเปึนรายงานของศาลของ คมช. ไม่ใช่ศาลของประชาชน แล้วถ้ามีอํานาจ ที่จะอนุมัติงบประมาณด้วย ผมไม่ให้ครับ แค่นั้นนะครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป คุณวัชระ เพชรทอง ท่านละ ๑๒ นาทีนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับวันนี้สภาได้รับทราบรายงานประจําป้ ๒๕๕๑ ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๖ วรรคห้า ได้บัญญัติ เอาไว้อย่างชัดเจนว่า คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้เปึนเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล และองค์กรอื่นของรัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ อาจจะมีสมาชิก บางท่านวิตกจริตกล่าวหาว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่เปึนศาลของประชาชน ท่านประธานครับ พูดไปแล้วก็เปึนที่น่าเสียดาย เพราะบางคนแม้ว่าจะเคยเปึนอดีต ผู้พิพากษาอาวุโส แต่ทัศนะที่ท่านได้แสดงความคิดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมถือว่าบรรดานักศึกษานิติศาสตร์ นักกฎหมายทั้งหลายก็จะต้องวินิจฉัย เพราะอะไร ครับท่านประธาน เพราะว่าการที่ในแต่ละยุคแต่ละสมัยที่มีคณะรัฐประหารมาทําการ รัฐประหารเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาล เปลี่ยนแปลงผู้ปกครองในแต่ละยุคนั้น ท่านประธาน เองก็เปึนอดีตนายทหาร และถือว่าเปึนนายทหารประชาธิปไตย ซึ่งใกล้ชิดกับผู้หลักผู้ใหญ่ ทางด้านฝ์ายทหารเปึนอย่างดี ในอดีตนับแต่มีการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งพี่น้องประชาชนก็ เข้าใจว่ามีความหมายอันเดียวกัน ก็คือการขับไล่รัฐบาลทรราชให้หมดสิ้นอํานาจไป และ เปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลชุดใหม่เข้าไปบริหารประเทศชาติสืบเนื่องต่อมา ท่านประธานครับ นับตั้งแต่อดีตการปฏิวัติที่ผ่านมา

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้ประท้วงครับคุณวัชระ คุณสุนัยประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ จริง ๆ น้องวัชระ ก็ชอบกันก็อยากให้อภิปรายไป

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคุณสุนัยประท้วงเรื่องอะไรนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ผมประท้วงที่ท่านพูดถึงว่า ผมเกรง ว่าบันทึกตรงนี้จะเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตยครับ และจะเสียหายต่อพรรคของ น้องวัชระเองที่บอกว่า น้องไปเชียร์รัฐประหาร ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลหนึ่งเขามาจากการเลือกตั้ง น้องไปว่าเขาทรราช แล้วที่ลากรถถังมาแล้วน้องไปเชียร์เขาหรือ พรรคประชาธิปัตย์จะ เชียร์พรรคนั้น

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปแล้วคุณสุนัยประท้วงข้อบังคับข้อไหนครับ และเรื่องประเด็นอะไรนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

คือการกล่าวที่ไม่ถูกต้อง จะว่าเปึน เท็จนั่นละครับ เพราะว่าผู้ที่มาทําลายรัฐบาลจากการเลือกตั้งนี้น่าจะเปึนผู้ที่ถูกประณาม มากกว่า ทีนี้ถ้าท่าน ส.ส. ไปบอกอย่างนี้ผมเกรงว่าเปึนการให้ข้อมูลที่เปึนเท็จต่อสังคม ต่อเยาวชนครับ เท่ากับไปสนับสนุนการยึดอํานาจของทหาร ซึ่งทํามาแล้ว ๗๐ กว่าป้ บ้านเมืองปัืนป์วนเพราะเหตุนี้เท่านั้นเองครับ อยากจะให้ท่านถอนคําพูดเมื่อสักครู่ไป นะครับ แต่ไม่ค่อยอยากจะย้ําเตือนเท่าไรละครับ เพราะถ้าเปึนอย่างนั้นรัฐบาลเสนีย์ ก็ทรราชเหมือนกัน ถูกเล่นงานเหมือนกันครับ ตอนป้ ๒๕๑๙ ครับ อย่าพูดอย่างนั้นเลย ครับ เอาเถอะ แล้วจะอภิปรายไปผมก็ไม่ว่าอะไรครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยเลยนะครับ ความจริงคุณวัชระก็พูดไปตามความคิดที่บริสุทธิ์ใจของคุณวัชระเอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องถอนคําพูดครับ คําพูดที่คุณวัชระพูดก็ต้องรับผิดชอบด้วยนะครับ เชิญอภิปรายต่อครับ เอาเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญนะครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร 🔗

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ที่เคารพ แต่ก่อนที่ผมจะกล่าวต่อไปนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านสุนัย จุลพงศธร ในฐานะรุ่นพี่ที่เคารพว่า รัฐบาลท่านอาจารย์หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช นั้นท่านไม่ได้ เปึนทรราชครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมได้พยายามอธิบายต่อท่านประธาน มาตั้งแต่ต้นนั้นต้องการที่จะกราบเรียนท่านประธานให้เห็นว่าคณะปฏิวัติหรือคณะ รัฐประหารแต่ละยุคสมัยที่เข้ามายึดอํานาจมีฐานะเปึนรัฏฐาธิปัตย์ และได้ออกประกาศ คําสั่งคณะปฏิวัติซึ่งถือเสมือนว่าเปึนพระราชบัญญัติและเปึนกฎหมาย เพราะฉะนั้นผมจึง กราบเรียนท่านประธานว่า รัฐธรรมนูญในขณะนี้ที่ได้ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ซึ่งถูกกล่าวหาเปึน รัฐธรรมนูญ คมช. เปึนรัฐธรรมนูญโจร ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่านี่ก็คือ กฎหมายครับ และเปึนสิ่งที่เราต้องปฏิบัติภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งไม่ว่าใครก็ตาม แม้กระทั่งสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งท่านได้มาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ ท่านก็มาจากรัฐธรรมนูญที่ท่านเรียกว่า เปึนรัฐธรรมนูญโจร เช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับ ทุกตัวบทกฎหมายในรัฐธรรมนูญฉบับนี้พวกเราเปึนพลเมือง เปึนพี่น้อง ประชาชน มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกประการครับ เพราะฉะนั้น จะกล่าวอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนอย่างนั้น เปึนอย่างนี้ ก็เปึนเพียงทัศนะของแต่ละ ท่าน ในวันนี้ท่านประธานครับ ผมอยากกล่าวสนับสนุนการทํางานของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ โดยกราบเรียนท่านประธานไปยังตัวแทนของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งในวันนี้ มาด้วยกัน ๙ ท่าน เท่าพอดีกับจํานวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่ตุลาการท่านไม่ได้มา ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าในทัศนะของประชาชนหลาย ๆ คนและส่วน ข้างมากเสียด้วยซ้ํา ซึ่งมองว่าศาลรัฐธรรมนูญได้เข้ามาแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเมือง มาวินิจฉัยด้วยความเปึนธรรม ท่านประธานครับ ความเปึนธรรมในสิ่งที่ผมพูดบางท่านอาจจะมองว่าไม่เปึนธรรม แต่ท่านประธานที่เคารพครับ คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นทําให้บ้านเมืองได้เดินไป ข้างหน้า ระบอบประชาธิปไตยได้พัฒนาไปข้างหน้า แม้นว่าที่ผ่านมาศาลท่านจะได้ตัดสิน อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของผู้คนในสังคม และปรากฏว่ามีการใช้ทั้งอาวุธสงคราม คือยิงป๋น เอ็ม ๗๙ (M 79) เข้าไปในศาลรัฐธรรมนูญ มีการปลุกระดมมวลชนให้มี ความคลั่งที่จะบุกไปป่ดล้อมศาลรัฐธรรมนูญถึงขั้นที่จะมีการวางเพลิงเผาศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ เมื่อเราปกครองกันด้วยกฎหมาย ผมอยากจะถามท่านประธานและ กราบเรียนท่านประธานไปยังวิญ็ูชนทุกท่านว่าการใช้คนจํานวนมาก ๆ ปลุกระดม มวลชน ให้ข้อมูลในสิ่งที่ผิดพลาดแล้วไปป่ดล้อมในการที่ศาลรัฐธรรมนูญจะทําการ วินิจฉัยนั้นเปึนสิ่งที่ชอบธรรมแล้วหรือ ท่านประธานที่เคารพครับ เราอยู่ภายใต้นิติรัฐ ซึ่งทั้งท่านประธานและสมาชิกต่างก็เคารพในการวินิจฉัยของศาล แต่บางท่านก็พยายาม ที่จะชี้นําว่าศาลนั้นท่านไม่เปึนกลาง ศาลมี ๒ มาตรฐาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ในบ้านเมืองนี้ยังเคารพคําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญและรวมถึงศาลยุติธรรม แม้นว่าจะมีการพยายามออกข่าวต่าง ๆ นานาเพื่อที่จะสร้างภาพพจน์ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิดว่า ศาลท่านนั้นไม่ยุติธรรม ศาลท่านนั้นลําเอียง ศาลท่านนั้นอคติ ท่านประธานครับ แต่แท้ที่จริงคําวินิจฉัยของ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเปึนการใช้อํานาจภายใต้พระปรมาภิไธยขององค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวและตัดสินด้วยความเที่ยงธรรม ยุติธรรม วินิจฉัยด้วยความยุติธรรมอยู่แล้ว แต่ท่านประธานครับ ประเทศนี้มีเสรีภาพ ปรากฏว่ามีการพยายามใช้สื่อต่าง ๆ นานา ซึ่งเปึนสื่อที่ลงไปถึงพี่น้องประชาชนในชนบทอันกว้างใหญ่ไพศาล ไม่ว่าจะเปึนวิทยุชุมชน หรือแม้กระทั่งหอกระจายข่าวในหมู่บ้าน ไปสร้างภาพพจน์ ไปป์าวร้อง ไปโฆษณาชวนเชื่อ ให้พี่น้องประชาชนในชนบทให้เข้าใจศาลท่านว่าศาลท่านไม่ยุติธรรม ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกรุงเทพมหานคร ผมยืนยันว่าได้ เฝัามองติดตามการทํางานของศาลรัฐธรรมนูญมาโดยตลอดและมองมาตั้งแต่ต้นที่ตัดสิน ในคดีซุกหุ้น ท่านประธานครับ นับแต่นั้นเปึนต้นมาปรากฏว่าบ้านเมืองเปึนอย่างไร แล้วในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญนี่ละครับก็ได้ทําการแก้ไขให้สภาพบ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ให้ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้าไปได้ ผมนั้นไม่เคยนิยมยกย่องการทํารัฐประหารของ ทหาร แต่ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานตั้งแต่ต้นว่า เหตุที่เราจําเปึนต้องยอมรับว่า คําประกาศของคณะรัฐประหารนั้นเปึนกฎหมายเปึนรัฏฐาธิปัตย์เปึนการใช้อํานาจรัฐ ก็เพราะจารีตประเพณีธรรมเนียมปฏิบัติและประเทศนี้ได้ยึดถือมาอย่างนี้มาโดยตลอด ถ้าหากมีใครบางคนจะบอกว่าคําประกาศของคณะรัฐประหารไม่ใช่เปึนกฎหมาย ท่านก็ สามารถใช้สิทธิไปฟัองร้องต่อศาลได้ว่าสิ่งนั้นไม่ใช่กฎหมายแต่ศาลจะรับฟัองหรือไม่ ท่านประธานครับ ท่านประธานรู้ดีเพราะท่านประธานเปึนนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และเชื่อว่า ท่านประธานก็มีอนาคต ท่านประธานเดินออกจากวงการทหารมาเข้าสู่วงการการเมือง ท่านประธานก็รู้ว่าประกาศคณะรัฐประหารแต่ละยุคแต่ละสมัยนั้น คือกฎหมายที่ พี่น้องประชาชนทุกคนต้องปฏิบัติ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการที่จะเฉไฉว่า คําประกาศของคณะรัฐประหารไม่ใช่กฎหมาย ผมถือว่าเปึนการบิดเบือนข้อเท็จจริง และ นักกฎหมายแต่ละยุคแต่ละสมัย ตั้งแต่นักศึกษากฎหมายชั้นป้ที่ ๑ จนถึงชั้นป้ที่ ๔ จนกระทั่งคนที่จบมาเปึนบัณฑิตต่างก็ยอมรับว่าประกาศคณะปฏิวัติตั้งแต่สมัย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพล ถนอม กิตติขจร ถึงบัดนี้ก็ยังมีสถานภาพเปึนกฎหมาย ใช้บังคับอยู่ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเรามาพูดความจริงกันในสภาผู้แทนราษฎร และผมในฐานะที่เปึนคนหนุ่มคนหนึ่ง ผมสนับสนุนการทํางาน การวินิจฉัยของตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญทุกท่าน และผมอยากให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ยึดถือเอาพระราชดํารัส ของในหลวงเปึนที่ตั้ง ในการที่จะวินิจฉัยตัดสินคดีต่าง ๆ เพราะศาลรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานครับที่ทําให้สภาเปึนสภาอยู่จนถึงทุกวันนี้ ที่ทําให้บ้านเมืองได้เดินหน้ามาถึง ทุกวันนี้ ถ้าไม่มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ที่กล้าวินิจฉัยในคดีต่าง ๆ อย่างตรงไปตรงมาแล้ว บ้านเมืองของเราก็อาจจะแย่กว่านี้ก็ได้ครับ ท่านประธานครับ ใครใช้เงินของใครก็ต้องจงรักภักดีต่อคนคนนั้น ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับ เงินเดือนจากภาษีอากรของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ผมรับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศในฐานะที่เปึนปวงชนชาวไทย ไม่ได้รับใช้ตระกูลใดตระกูลหนึ่ง ไม่ได้รับใช้ คนใดคนหนึ่ง ท่านประธานครับและผมหวังอย่างยิ่งว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคงจะใช้ ความเด็ดขาด ความยุติธรรมและยึดมั่นในพระบรมราโชวาทในการที่จะตัดสิน มีคําวินิจฉัยในคดีต่าง ๆ ต่อไปในอนาคต เพราะศาลรัฐธรรมนูญในปัจจุบันนี้ คือที่พึ่งของ ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขอขอบพระคุณ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

อาจารย์มานิตย์ จะใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ขอรวบรัดด้วยนะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมจําเปึนต้องลุกขึ้นมาอภิปรายอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าผมถูกพาดพิง แต่ก่อนนี้ผมโกรธเขานะครับ บัดนี้ผมไม่โกรธแล้วครับ ผมสงสาร สงสารเพราะว่าเขาเปึน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือท่านอาจารย์มานิตย์ต้องบอกว่าถูกพาดพิงตรงไหนและทําให้เสียหายอย่างไร ผมถึงจะอนุญาตให้ท่านอภิปรายได้ครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

กําลังจะอธิบายที่บอกว่า เขามาว่าผมเปึนผู้พิพากษาเก่า ไม่น่าจะไปเข้าใจอย่างนั้น ก็ต้องอธิบายความว่าท่านไม่รู้ หรือว่าคําว่า กฎหมาย มีคําศัพท์ภาษากฎหมายเขาบัญญัติไว้ว่าอย่างไร ถ้าผมจะพูดเอง เดี๋ยวก็จะหาว่าอาจารย์มานิตย์เอาอะไรมาพูด นี่คัดมาจากพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน เขาจะได้เข้าใจถูก แล้วจะได้ไม่ไปยึดทําเนียบรัฐบาล แล้วจะได้ไม่มา ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ผมสงสารเขาครับ โทษกบฏรออยู่ข้างหน้า คดียังไม่ขาดอายุความ อีกเปึน ๑๐ ป้ ถ้าทําความเข้าใจเสียตรงนี้ ลุกขึ้นอภิปรายในที่นี้ว่าผมเข้าใจผิดถึงไปทํา อย่างนั้น ศาลอาจจะลดโทษ เอาละครับ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าคําว่า กฎหมาย ที่เปึน ภาษาราชการและเปึนภาษากฎหมายนั้น บอกว่ากฎหมายคือ กฎที่สถาบันหรือผู้มีอํานาจ สูงสุดในรัฐตราขึ้น เห็นไหมครับ ผู้มีอํานาจสูงสุดในรัฐตราขึ้นก็คือผู้ที่เปึนปวงชนชาวไทย เท่านั้นตราขึ้น จึงจะเรียกว่ากฎหมาย ที่พวกกองโจรกบฏมาเขียน ไม่ใช่ผู้มีอํานาจ อธิปไตยครับ แต่เปึนอํานาจโจร ถ้าอย่างไรละก็ คุณวัชระครับ เรามานั่งคุย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องอภิปรายผ่านประธานนะครับ

นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ก็ผ่าน ท่านประธานบอกว่าเรียนไปถึงคุณวัชระว่าง ๆ มานั่งคุยกับอาจารย์มานิตย์หน่อย แล้วอาจจะเปลี่ยนความคิดอะไรต่ออะไรอีกเยอะเชียว บ้านเมืองเดี๋ยวนี้มันไปไกลแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นถ้าจะเอาอย่างคุณวัชระพูดนะครับ รัฐธรรมนูญที่จะขอแก้ไขใหม่คราวหน้าใส่ ไปเลยสิครับ ถ้าปฏิวัติรัฐประหารหรือเปึนกบฏยึดอํานาจได้ชนะให้มีอํานาจเขียน กฎหมาย ยกเลิกกฎหมายที่รัฐสภาเขียนเท่านั้นละครับ ไว้มาคุยกันดีกว่า ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๖ พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่าโอกาสที่เราจะได้มีการวิพากษ์วิจารณ์หรือตรวจสอบ องค์กรอิสระหรือแม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญนั้นเราก็ต้องรอเปึนทางการเมื่อถึงคราวที่ เขาต้องมารายงานต่อสภา เมื่อป้กลายนั้นผมก็ได้วิพากษ์วิจารณ์การทําหน้าที่ของ ศาลรัฐธรรมนูญ ป้นี้การทํารูปเล่มดีกว่าฉบับป้ที่แล้วหน่อย ป้ที่แล้วนั้นมันเปึนแฟชั่น ถ่ายรูป เต๊ะท่า ตั้งท่าแต่นี่ไม่เปึนสาระสําคัญที่ผมจะอภิปราย แต่ดูเนื้อหานี่นะครับ ผมเป่ดไปในเรื่องของผลงานของศาลรัฐธรรมนูญในหน้า ๕๔ คือศาลรัฐธรรมนูญนั้น เปึนศาลการเมือง และเปึนศาลที่ถ้าเอียงข้างวางตัวไม่เปึนกลางสมกับการเปึน ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนศาลสูงสุดนั้นก็จะสร้างปัญหาให้กับประเทศต่อไป ต้องยอมรับ ความเปึนจริงว่าหลายเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้นค่อนข้างที่มีความเคลือบแคลง สงสัยว่าได้ตัดสินภายใต้พื้นฐานของความยุติธรรมหรือไม่ ผมเชื่อว่ากระบวนศาลยุติธรรม ในอดีตที่ผ่านมาเมื่อเวลาพิพากษาตัดสินใครนั้นไม่ว่าโจทย์หรือจําเลยสามารถสบตากับ ผู้พิพากษาศาลนั้นได้ว่า ไม่ว่าฝ์ายผิดฝ์ายถูกเขาจะได้รับรู้ ลิ้มรสของความยุติธรรม แต่หลายเรื่องของศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่อย่างนั้น ดูเสมือนว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้น เปึนธงหนึ่งของการกําหนดเกมในทางการเมืองเสียเปึนส่วนใหญ่ โดยคําวินิจฉัยที่เปึน ผลผูกพันแล้วก็จะกลายเปึนเรื่องในวันที่ ๒๒ กันยายน คือคําวินิจฉัยที่ ๖ (๖) คําวินิจฉัย ที่ ๖-๗/๒๕๕๑ กรณีคําแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ผลของคําวินิจฉัย คําแถลงการณ์ ร่วมไทย-กัมพูชา ฉบับลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน เปึนหนังสือที่อาจมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขต ของประเทศ ท่านประธานที่เคารพ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีหน้าที่ที่จะวินิจฉัยตาม บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ บอกว่า หนังสือใดมีบทเปลี่ยนแปลง อาณาเขตไทย แต่ศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้บังอาจไปแต่งเติมรัฐธรรมนูญ ไปเติมคําว่า อาจ พอ อาจ ความหมายก็เปลี่ยน แล้วคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นมันไปผูกพันกับ ทุกองค์กร ป.ป.ช. ก็รับลูกมาจากศาลรัฐธรรมนูญแล้วก็จะตัดสินวินิจฉัยกันในวันที่ ๒๒ จากการเริ่มต้นที่ผิดโดยศาลรัฐธรรมนูญ แล้วถามว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นเอาสิทธิอะไร ไปแต่งเติมรัฐธรรมนูญ แต่นี่ว่าเมื่อตัวเองมีความสูงสุดใครไปแตะต้องไม่ได้ แต่ยังโชคดีว่า วิพากษ์วิจารณ์ได้ ไปอุทธรณ์ก็ไม่ได้ แต่วินิจฉัยโดยการไปเติมรัฐธรรมนูญนั้น อันนี้ ไม่เรียกว่าธงแล้วไม่รู้จะว่าอย่างไร ก็รัฐธรรมนูญบอกว่ามีผลเปลี่ยนแปลง ศาลชุดนี้ไปเติม คําว่า อาจจะ อยู่ในคําวินิจฉัย เอาสิทธิอะไรไปเติมในรัฐธรรมนูญ แต่มันมีผลผูกพัน กับประเทศ มันมีผลผูกพันต่อชะตากรรมของคน จากการเติมเนื้อคําในรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพ นี่ประเด็นที่ ๑ ในเวลาจํากัด

คําวินิจฉัยที่ ๒ เปึนคําวินิจฉัยที่ ๑๒ ถึง ๑๓/๒๕๕๑ กรณีวินิจฉัยเรื่อง คณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยการสิ้นสุดความเปึน รัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี ผลคําวินิจฉัยนี้ที่ให้นายสมัครพ้นไปจากตําแหน่งนี้นะครับ ตามมาตรา ๒๖๗ เปึนเหตุให้ความเปึนรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เพราะความเปึนลูกจ้าง โดยสรุปความว่าอย่างนั้น ท่านประธานที่เคารพ มาตรา ๒๖๗ นี้นะครับ ซึ่งไม่ว่าจะเปึน นายกรัฐมนตรีหรือแม้กระทั่งคนที่เปึนศาลรัฐธรรมนูญเองนี้ที่บอกว่าจะดํารงตําแหน่งใด ในห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การที่ดําเนินธุรกิจโดยมุ่งแสวงหาผลกําไร หรือรายได้มา แบ่งปันกัน หรือเปึนลูกจ้างของบุคคลใดก็มิได้ด้วย ท่านประธานที่เคารพ เปึนการวินิจฉัยที่ ช็อก (Shock) โลก ช็อกที่ว่าก็ด้วยความตลก คือประเทศอื่นความเปึนไปของ นายกรัฐมนตรีนั้น เขาต้องสิ้นสุดไปจากการทุจริต หรือสภาไม่ไว้วางใจ แต่นายกรัฐมนตรี ประเทศไทยดันไปสิ้นสุดด้วยการไปทํากับข้าว แล้วที่สุดสําคัญที่สุดก็คือว่าและไปดู ผู้วินิจฉัยเขาละครับ หนึ่งในตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและอีกหลายคนก็ไปเปึนอาจารย์ พิเศษ อาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัยเอกชน แถลงผลประกอบการแต่ละป้มีกําไร กี่เปอร์เซ็นต์ มียอดกําไรสุทธิป้นี้กี่เปอร์เซ็นต์ก็รับจ้างสอนเปึนรายชั่วโมง บางคนเปึน อาจารย์พิเศษยังไม่พอยังเปึนโลโก้ (Logo) ให้กับมหาวิทยาลัยนั้น ๆ โฆษณาให้นักศึกษา มาสมัครเปึนนักศึกษา แล้วก็ไปจัดรายการวิทยุเหมือนที่นายสมัครไปจัดรายการโทรทัศน์ แต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกันด้วยความไม่อับอาย ทั้งที่ตัวเองควรจะดูแลคุณสมบัติของ พวกเดียวกันเองเสียก่อน ผมเรียนอย่างนี้กับท่านประธานเพราะว่าอะไรครับ การเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นเมื่อองค์กรอิสระแม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญมารายงานต่อ สภานั้นผมบอกเสมอตั้งแต่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันแรกว่า ผมไม่ได้มีหน้าที่จะมา สอพลอองค์กรใด หรือมีความคิดว่าถ้าพูดดีให้กับเขาวันหนึ่งเมื่อชะตากรรมไปอยู่ในเงื้อมมือ ของศาลรัฐธรรมนูญและจะได้รับความเมตตา ผมไม่มีทางที่จะคิดอย่างนั้น ผมต้องการให้ ศาลรัฐธรรมนูญนี้เปึนแบบอย่างเปึนที่พึ่งได้ นี่อิเหนาไปตัดสินอิเหนา ก็ตัวเองไปรับเปึน ลูกจ้าง ท่านเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญลองไปถามตุลาการรัฐธรรมนูญบางคน ไปบ่น พึมพําบนเครื่องบินว่าบอกแล้วว่าให้ไปเล่นเรื่องอื่น นี่เตือนแล้ว สุดท้ายก็เอาเรื่องนี้ก็เกิด เรื่องกันจนได้ เพราะว่าตัวเองก็มีชนักติดหลังอยู่เหมือนกัน

ท่านประธานที่เคารพ คําวินิจฉัยต่อไปเรื่องการยุบพรรค ๓ พรรค พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตยและพรรคพลังประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ถ้าท่านประธานจําได้ว่ามีการประกาศของแกนนําพันธมิตร นายสนธิ ลิ้มทองกุล บอกว่า จะไม่ให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีเวลานั้นไปเข้าเฝัาพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ ๔ ธันวาคม ท่านประธานที่เคารพ ผมเองก็ไม่คาดคิดว่าการที่ พันธมิตรเขาลงทุนตั้งแต่ยึดทําเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ ๒๖ สิงหาคม ปลายเดือน พฤศจิกายนไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ท่านประธานทราบไหมครับว่า มันกลายเปึนการ ส่งซิกแนล (Signal) แรกกับการยุบ ๓ พรรคกับการถอนตัวออกมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ ท่านประธานลองดูสิว่าทุกคนมันมีความคาใจว่าในการวิธีพิจารณาความอาญา ไม่ว่าจะ เปึนศาลปกติหรือศาลใดก็ตามนั้นเขาจะต้องพิจารณากันด้วยความยุติธรรม เอาละ ย้ายที่ พิจารณาจากศาลรัฐธรรมนูญเพราะต้องการจะตัดสินให้ก่อนวันที่ ๔ ธันวาคม ให้ได้ ถามว่าทําอย่างไรท่านประธาน ย้ายไปที่ศาลปกครอง แล้วทําอย่างไรต่อครับท่านประธาน ที่เคารพ พรรคพลังประชาชนนั้นเขามีมติว่าจะไม่ไปชี้แจง แต่พรรคที่ไปชี้แจงคือพรรค ที่โดนอีก ๒ พรรค คือพรรคมัชฌิมาธิปไตยและพรรคชาติไทยโดยคุณบรรหาร ศิลปอาชา ท่านประธานที่เคารพครับ ปรากฏว่าถ้าท่านประธานดูผลตามการถ่ายทอดโทรทัศน์ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา ได้ให้ปากคําในศาลรัฐธรรมนูญ เบิกความด้วยน้ําตานองหน้า หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตยให้ปากคําด้วยน้ําตานองหน้า ระยะเวลานี่นะครับที่ให้ปากคํากันก็ก่อนเที่ยงเล็กน้อยก็จบแล้ว แต่ปรากฏว่าบ่ายตัดสิน เลย ก็ศาลรัฐธรรมนูญเปึนศาลที่วางรูปแบบอย่างนี้ไม่ใช่หรือว่า หลังจากที่มีการฟังความ ได้ครบถ้วนให้มีการวินิจฉัยเฉพาะตัวเสียก่อนทั้ง ๙ คน แล้วดูเสียงเปึนอย่างไรจึงมี คําวินิจฉัยกลาง แต่พฤติกรรมที่ไปยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย ในวันที่ ๓ ธันวาคมนั้น พูดได้อย่างชัดเจนเลยว่าท่านเขียนคําวินิจฉัยมาก่อนที่จะมาฟัง นายบรรหาร ศิลปอาชา แล้วก็หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ผมเรียนกับท่านประธาน เลยว่า ณ วันนี้ที่เราต้องพูดแรง ๆ กันอย่างนี้ก็คือว่า เราต้องการให้บ้านเมืองนี้มันเดินไป ข้างหน้า ผมกับท่านต้องการความยุติธรรมเหมือนกัน ความยุติธรรมที่ว่าก็คือว่า ตรงไปตรงมา ผิดเปึนผิด ถูกเปึนถูก แต่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น เปึนไป อย่างเร่งรีบ ดูเสมือนหนึ่งว่าจะต้องยุบให้ได้ก่อนวันเข้าเฝัาวันที่ ๔ ธันวาคม วันนี้ท่านมา รายงานต่อสภา ผมอาจจะวิพากษ์วิจารณ์ในฐานะที่เปึนสมาชิกพรรคพลังประชาชนที่เห็น การกระทําของท่าน แต่ผมข้ามพ้นไปแล้ว แต่เมื่อท่านมารายงานในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ผมบอกได้เลยว่าการวินิจฉัยของท่านนั้น มันขัดต่อหลักนิติธรรมด้วย ประการทั้งปวง ดูเสมือนหนึ่งว่าเสื้อครุยที่ท่านใส่แล้วก็ตัดสินในนามพระปรมาภิไธยนั้น ไม่ได้ช่วยให้ท่านได้มีความยุติธรรมขึ้นมาเลย ผมไม่ได้บอกว่าผิดถูกอย่างไรครับ แต่ขั้นตอนการพิจารณาก็ควรจะฟังความผู้ที่ถูกกล่าวหาให้ครบถ้วน แล้วตั้งหลักเขียน คําวินิจฉัยเฉพาะตัว แล้วทําอย่างละมุนละม่อม จะประหารชีวิตคนอื่นทําให้เนียนหน่อยสิ แม้ว่าจะรับธงมาก็ตาม แต่การทําในลักษณะอย่างนี้มันยิ่งตอกย้ําปัญหาของประเทศชาติ ว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้น เปึนเครื่องมือทางการเมืองเครื่องมือหนึ่ง ผมเรียนกับท่านประธาน เลยนะครับว่าผมไม่สนใจว่าในวันข้างหน้าผมจะมีปัญหาอะไรกับศาลรัฐธรรมนูญ แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่า มีการไปชุมนุมหน้าศาลรัฐธรรมนูญจริง แต่พวกผมไม่เคย รุกล้ํากล้ําเกินเข้าไปในศาลรัฐธรรมนูญ คนที่ยิงป๋นเอ็ม ๗๙ เข้าไปนั้น พวกผมได้ตั้งรางวัล นําจับ ๕๐๐,๐๐๐ บาทบัดนี้ก็ยังไม่ได้ เพราะอะไรครับ การสร้างสถานการณ์ความเลวร้าย อันนั้น พวกผมอยู่ข้างทําเนียบก็ไม่เคยเข้าไปข้างใน เรารู้ว่าเราต่อสู้กันขนาดไหน อย่างไร ทั้งหมดนั้นจะได้มีการพิสูจน์กัน ใครสั่งการฆ่าประชาชน ใครสร้างสถานการณ์ ความรุนแรง ใครก่อเหตุอย่างไร สู้กันตามกระบวนการยุติธรรม ไม่มีปัญหา แต่ผมบอกว่า แม้ว่าผมจะชิงชังกับพฤติกรรม การตัดสินที่ไร้ซึ่งความยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ พวกผมไม่มีสิทธิที่จะไปทําแม้กระทั่งสีถลอกของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ว่าที่เราต้อง วิพากษ์วิจารณ์ก็คือว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แม้ผมจะไม่ยอมรับเพียงใด แต่เมื่อในโลก แห่งความเปึนจริงมีศาลรัฐธรรมนูญนั่งอยู่ และคอยประหัตประหารทางการเมืองที่เปึน กลไก ศาลรัฐธรรมนูญเติมคําว่า อาจจะ แล้วส่งไปยัง ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญประหาร ชีวิตคณะรัฐมนตรีชุดนั้นไม่ได้ แต่ส่งไป ป.ป.ช. ประหารต่อได้ เล่นลูกกันอย่างเปึนระบบ และ ป.ป.ช. นี่ก็หนักไม่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ รับเงินเดือนความจริงก็ไม่ได้ เพราะคนรับเงินเดือนนับวันโปรดเกล้าฯ จากพระมหากษัตริย์ในวันรับเงินเดือน มาตรา ๑๒ ก็ยังไม่ยกเลิกกฎหมาย ป.ป.ช.

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอให้รวบรัดด้วยนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

กําลังจะจบแล้วท่านประธาน ผมเรียนอย่างนี้กับท่านประธานก็คือว่า วันนี้เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมารายงานต่อสภา ผมไม่แน่ใจว่าสภาชุดนี้จะอยู่ถึงป้หน้าหรือเปล่า เพียงแต่ผมฝากกลับไปว่าในฐานะผมเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง แล้วที่มากกว่าการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือผม เปึนคนไทย ผมต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญมีความยุติธรรม ลองคนในศาลรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งตุลาการรัฐธรรมนูญไม่ได้รับความเปึนธรรม ก็จะมีความรู้สึกเหมือนกับคน ที่ไม่ได้รับความเปึนธรรม ไม่ต้องมาเข้าข้างใคร แต่ยืนเปึนกลางให้สมตัวกับเปึนศาลให้ได้ อย่าว่าแต่เขาอิเหนา เปึนเอง ไปตัดสินคนอื่นทั้งที่ตัวเองมีความผิดเหมือนกันนั้น มันไม่ใช่ศาลตงฉิน มันกลายเปึนที่รวมของคณะกังฉิน ผมพูดบนพื้นฐานด้วยความรู้สึกว่าเราต้องการให้ สถาบันอย่างศาลรัฐธรรมนูญนั้นมันเปึนที่พึ่ง ที่หวัง อย่างน้อยที่สุดบอกว่านี่คือ ความยุติธรรมที่ประเทศไทยนี้หาไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าเรื่องส่งไปศาลรัฐธรรมนูญสิ่งที่จะ ได้รับมาคือความฉ้อฉล คือความอยุติธรรม นี่เปึนสิ่งที่คนไทยไม่อยากจะเห็น ขอได้ไหม ความยุติธรรม ขอบคุณท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้ที่จะอภิปรายถัดไปนะครับ ก็จะมีคุณจุมพฏ บุญใหญ่ ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ ดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข และคุณสุนัย จุลพงศธร ตามลําดับที่ยกมือนะครับ คุณวัชระขอใช้สิทธิพาดพิงหรือครับ เชิญครับ สั้น ๆ นะครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ผมจะประท้วง ท่านประธาน ว่าท่านประธานต้องดําเนินการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๘ และ ข้อ ๖๑ โดยเฉพาะวรรคสอง ข้อ ๖๑ วรรคสอง ที่บัญญัติว่าห้ามสมาชิกที่จะออกชื่อบุคคลอื่น โดยไม่จําเปึน ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การกล่าวถึง คุณสนธิ ลิ้มทองกุล กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และผมเชื่อว่ายังจะมีอีก หลายคนที่จะฉกฉวยโอกาสในการที่จะโจมตีกลุ่มบุคคล หรือบุคคลที่อยู่นอกสภาแห่งนี้ ผมจึงอยากให้ท่านประธานได้ใช้ดุลพินิจในการตักเตือนสมาชิก เมื่อพูดถึงบุคคลที่อยู่ นอกห้องประชุมแห่งนี้ ขอกราบขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยนะครับ เมื่อสักครู่คุณจตุพรพูดถึงคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ผมดูแล้วก็ไม่ได้เสียหาย อะไรนะครับ แล้วการที่อภิปรายถึงใครคนใดคนหนึ่งที่อยู่นอกห้องประชุม ท่านจะต้อง รับผิดชอบคําพูดของท่านนะครับ ต่อไปคุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ ผมว่าคงไม่ต้องหรอกครับ ผมวินิจฉัยไปแล้ว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ที่ผมพูดคนไทยได้ยินกันทั้งประเทศ มีแต่หมา เท่านั้นไม่ได้ยินครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมต้องขอพวกเราอย่างนี้นะครับ การอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรไม่ควรจะตอบโต้กัน ไปมา ต้องขอเลยนะครับ

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

คุณวัชระประท้วงใช่ไหมครับ

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านสมาชิก ซึ่งเปึนอดีตเพื่อนรักของผมเมื่อสักครู่ คือคุณจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ได้กล่าวคําว่า หมา คือ คําว่า หมา เปึนคําไม่สุภาพ และเปึนคําไม่สุภาพตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ วรรคสอง คือใคร จะเปึนอย่างที่คุณจตุพรว่าก็สุดแท้แต่ แต่ไม่ควรใช้คําว่า หมา ซึ่งมันไม่สุภาพ และเวลา อภิปรายท่านประธานที่เคารพครับ ก็ควรจะเคารพผู้ฟัง ไม่ควรจะทําตาเถลือกถลน แทบจะล้นออกมาจากเบ้า อันตรายครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมวินิจฉัยอย่างนี้ครับ จริง ๆ แล้วคําว่า สุนัข หรือ หมา ไม่ใช่คําไม่สุภาพนะครับ แต่การ เปรียบเปรยกับคนนั้นถือเปึนการเสียดสีครับ ก็ต้องขอคุณจตุพรถอนเถอะครับที่ว่า คนเปึนหมา

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย คําว่า หมา คนพูดคนแรกคือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถ้านายอภิสิทธิ์ได้ถอนในวันนั้น วันที่ ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิมตั้งกระทู้ นั่นละหมานําร่องเลยครับ เพราะฉะนั้นถ้าคุณอภิสิทธิ์ถอน ผมก็จะถอนตามให้ อย่ามาลง ที่ผม ผมนี่ลําดับ ๓ แล้วนะครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือการพูดคําว่า หมา ของท่านนายกรัฐมนตรีวันนั้นผมไม่ได้เปึนประธานในที่ประชุม ถ้าผมอยู่ในที่ประชุม แล้วถ้าเปึนการเปรียบเปรยทําให้เสียหาย ผมก็จะต้องขอให้ ท่านนายกรัฐมนตรีถอนคําพูดนะครับ เพราะฉะนั้นต้องขอคุณจตุพรนะครับ ใช้คําพูดอื่น ก็ได้นะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แบบสัดส่วน

เอาอย่างนี้ก็แล้วกันไม่มีปัญหา ผมเชื่อฟังท่านประธาน เอาเปึนว่าคนไทยได้ฟังกันทั้งประเทศ ยกเว้นสุนัขไม่ได้ยิน เท่านั้นเอง ขอบคุณท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปคุณจุมพฏ บุญใหญ่ ครับ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตามรายงานประจําป้ของศาลรัฐธรรมนูญ กระผมขออ้างถึงรายงาน นะครับ ในหน้า ๔๕ ได้ระบุถึงพันธกิจของศาลรัฐธรรมนูญไว้ในข้อ ๒ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญ มีพันธกิจในการวางหลักกฎหมายในคดีรัฐธรรมนูญให้เปึนไป ให้เปึนบรรทัดฐาน และให้ ความกระจ่างชัดเกี่ยวกับบทบัญญัติในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ และในรายงานหน้า ๔๘ ได้ระบุถึงพันธกิจของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานตรงนี้ต้องแยกให้ออกนะครับ ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญกับสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ นั่นคือสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ จะเปึนเจ้าหน้าที่ธุรการทํางานตามที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง ท่านประธานครับ พันธกิจของ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญคือ สนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการเพื่อสนับสนุนการ ปฏิบัติภารกิจของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตลอดจนสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและงานศาลรัฐธรรมนูญ

ท่านประธานที่เคารพสิ่งที่กระผมอยากเห็นในรายงานของป้หน้า รายงาน ในป้นี้ผมไม่วิจารณ์นะครับ ก็คือว่าความเปึนรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งถกกันไว้แล้วเมื่อสักครู่นะครับ ท่านอาจารย์มานิตย์ ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านแต่ว่าไม่ได้เสียหายนะครับ ได้พูดถึงความเปึน รัฏฐาธิปัตย์ กระผมเองก็เปึนนักกฎหมายคนหนึ่งเล่าเรียนจนจบเนติบัณฑิตยสภาครับ ก็งง อยู่กับคําว่า รัฏฐาธิปัตย์ ถ้าท่านจะได้วิจัยศึกษาว่าในต่างประเทศ นานาอารยประ เทศ อย่างของไทยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ เขียนไว้ว่า ผู้ใดยึดอํานาจรัฐ พูดสั้น ๆ อย่างนี้ครับ ผมจําตัวบทไม่ได้ทั้งหมด ผู้ใดใช้อํานาจขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้ายเพื่อ ล้มล้างอํานาจนิติบัญญัติแห่งรัฐหรือล้มล้างอํานาจบริหารแห่งรัฐ ผู้ใดกระทําความผิด สําเร็จผู้นั้นเปึนกบฏ นี่คือนิยามของประมวลกฎหมายอาญาที่เขียนไว้ แต่เมื่อศาล พิจารณาคดีซึ่งท่านอาจารย์มานิตย์ท่านอ้างคําพิพากษาศาลฎีกาท่านจําได้ ศาลกลับไป แปลความว่า ผู้ยึดอํานาจรัฐสําเร็จนั้นเปึนรัฏฐาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในฐานะที่ ศาลรัฐธรรมนูญเองมีหน้าที่ที่จะตีความว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือคําพิพากษา คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเองนั้นจะต้องผูกพันต่อศาลยุติธรรม ศาลยุติธรรมจะแปล ความกฎหมายขัดแย้งกับความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญมิได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากให้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีนักวิชาการด้านกฎหมายมหาชนจํานวนมาก หรือแม้แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเองลองศึกษาวิจัยสิครับ ในโลกนี้มีประเทศใดที่ศาลได้ ตีความว่า ผู้ยึดอํานาจรัฐสําเร็จนั้นเปึนรัฏฐาธิปัตย์ พูดง่าย ๆ ครับ ชาวบ้านบ้านผม ไม่เข้าใจ อะไรรัฏฐาธิปัตย์ คือเปึนผู้มีอํานาจสูงสุดออกกฎหมายใช้บังคับปกครองประเทศ ได้แล้วประมวลกฎหมายอาญาที่บัญญัติไว้นั้นใช้บังคับได้หรือไม่

ท่านประธานครับ ศาลรัฐธรรมนูญในฐานะองค์กรสําคัญมีหน้าที่พิทักษ์ รัฐธรรมนูญ ผมอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วิจัยว่า ถ้ามีคณะบุคคลคณะหนึ่งไม่ว่าจะเปึน ใครก็ตามครับ จะเปึนประชาชนหรือจะเปึนอํานาจที่เรียกว่าทหารก็ตาม ออกมากระทํา การยึดอํานาจรัฐ ศาลรัฐธรรมนูญท่านจะมีบทบาทแนวทางในการที่จะรักษาไว้ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เอาฉบับอื่นละครับ ฉบับนี้ ซึ่งท่านประธานครับผมขออนุญาต อ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๙ ครับ เขียนไว้ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการ กระทําใด ๆ ที่เปึนไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้ เปึนไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ แน่นอนครับ การยึดอํานาจนั้นมิได้เปึนไป ตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อย่างแน่นอน ท่านประธานครับ เปึนไปได้หรือไม่ว่า ทุกครั้งที่มีการยึดอํานาจรัฐถ้าสําเร็จเรียกว่า คณะปฏิวัติ รัฏฐาธิปัตย์ ตามความเห็นของ ศาล แต่ถ้าไม่สําเร็จเรียกว่า กบฏ ความจริงกฎหมายอาญาบอกว่า ถ้าทําไม่สําเร็จ ถือว่า พยายามกระทําการอันเปึนกบฏต้องระวางโทษเพียง ๒ ใน ๓ จากประหารชีวิตลดมา เหลือจําคุก ๕๐ ป้ครับ ท่านประธานครับ เพราะเหตุแห่งการที่ผู้ยึดอํานาจไม่เคยล้มล้าง อํานาจตุลาการเลยแม้แต่ครั้งเดียวใช่หรือไม่ ศาลจึงตีความว่าผู้ยึดอํานาจรัฐเปึนรัฏฐาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ลองตรวจสอบการยึด อํานาจรัฐในประเทศไทยที่เกิดขึ้น ไม่เคยมีสักครั้งที่คณะปฏิวัติหรือผู้ยึดอํานาจรัฐ ล้มล้างอํานาจตุลาการ ล้มล้างเพียง ๒ อํานาจเท่านั้นครับ คืออํานาจนิติบัญญัติและ อํานาจบริหาร ฉะนั้นผมอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ทําการศึกษาวิจัยครับ รายงานป้หน้า สภานี้อยู่แน่ครับ ครบ ๔ ป้ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ศึกษาวิจัยว่า ถ้าในครั้งต่อไปอาจจะใกล้ ๆ นี้เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน สมมุติมีการออกมา ยึดอํานาจ ท่านจะใช้สันติวิธีใดในการที่จะต่อต้านโดยสันติวิธีเพื่อพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งรัฐธรรมนูญนี้ ตามมาตรา ๖๙ ของรัฐธรรมนูญ และท่านประธานที่เคารพ ผมสงสัยและ ชาวบ้านของผมสงสัยเปึนอันมาก เมื่อผู้ยึดอํานาจสําเร็จบอกว่าเปึนรัฏฐาธิปัตย์ มีอํานาจ ออกกฎหมาย นิรโทษกรรมให้กับตนเอง หมายความว่าการที่ตนเปึนกบฏ ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ นั้น ไม่ให้ถือว่ามีความผิด ไม่ให้เปึนความผิดเปึนรัฏฐาธิปัตย์ ไปแล้ว ผมอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ทําการศึกษาวิจัยว่ารัฐสภาที่ประชาชนเลือกมานั้น เปึนรัฏฐาธิปัตย์หรือไม่ อันเนื่องจากในขณะนี้มีเพื่อนสมาชิกรัฐสภานั่งอยู่ข้างหน้าผมนี่ครับ ท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ ขอเอ่ยชื่อหน่อยครับ ท่านได้รวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภา ไม่เสียหายท่านครับ เพื่อที่จะแก้ไขบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนการทําหน้าที่ที่ดีของ สมาชิกรัฐสภาเพื่อแก้ไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑ ของรัฐธรรมนูญนี้ ที่ให้อํานาจสมาชิกรัฐสภา ๑ ใน ๕ ของจํานวนสมาชิกที่มีอยู่เข้าชื่อกัน แล้วก็ยื่นร่างแก้ไข เพิ่มเติมต่อประธานรัฐสภาได้ แต่มีกลุ่มบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งอ้างว่ารัฐธรรมนูญนี้ใครแตะต้อง ไม่ได้ ถ้าใครยื่นแก้ไขจะยื่นหนังสือถอดถอน แล้วรัฐสภานี้เปึนรัฐฏาธิปัตย์ที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ท่านประธานครับถ้าจะให้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาถึงการบังคับใช้รัฐธรรมนูญว่า ลักษณะนี้เปึนการขัดแย้ง กันเองอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือว่ามีวิธีการอื่นใดหรือไม่ เพื่อมิให้ประเทศนี้ได้ปกครอง โดยคณะบุคคลที่เรียกกันว่าองค์กรภาคประชาชน หรือการเมืองภาคพลเมือง ศาลรัฐธรรมนูญได้กรุณา ถ้าจะมีบทความเปึนหนังสือเล่มเล็ก ๆ แจกให้ประชาชนตาม อบต. ได้ทราบ และสิ่งที่ผมข้องคาใจที่สุดก็คือ ผมได้อ่านบทความทางวิชาการชิ้นหนึ่ง ซึ่งมีแต่ชื่อ นามสกุลผู้เขียนบทความ ผมไม่ขอเอ่ยชื่อ เพราะว่าเปึนบุคคลภายนอก เข้าใจว่า เปึนนักกฎหมายระหว่างประเทศ ท่านเขียนลงในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับเมื่อวานนี้ ท่านบอกว่าขออ้างถึงหน่อยนะครับ รัฐสภาไทยมีอํานาจอธิปไตยที่จะออกกฎหมาย นิรโทษกรรมทางการเมืองให้กับประชาชนได้หรือไม่ ในบทความนั้นท่านก็ได้บอกไปว่า มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ไทยนี้ได้เปึนคู่สนธิสัญญาอยู่ด้วย บอกว่าถ้ามีบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใดใช้อาวุธในการที่จะประทุษร้ายต่อรัฐ รัฏฐาธิปัตย์ไทยไม่มีอํานาจออก กฎหมายนิรโทษกรรมให้กับบุคคลที่ใช้อาวุธในการที่จะล้มล้างอํานาจรัฐได้ ท่านประธานครับ บทความนั้นได้บอกว่ากลุ่มชุมนุมที่ใส่เสื้อสีเหลืองนั้นไม่ได้ใช้อาวุธในการที่จะล้มล้าง อํานาจรัฐ คืออํานาจรัฐสภาและอํานาจบริหาร ซึ่งข้อเท็จจริงผมจะไม่เอ่ยถึงนะครับว่า ข้อเท็จจริงนั้นขัดแย้งกับความเปึนจริงโดยสิ้นเชิง แต่บทความนั้นบอกว่ากลุ่มประชาชน อีกกลุ่มหนึ่งที่ใส่เสื้อสีแดงเรียกตัวเองว่า นปช. กลับเปึนกลุ่มที่ใช้อาวุธในการที่จะล้มล้าง อํานาจรัฐ เพราะฉะนั้นรัฐสภาไทยจึงไม่สามารถออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กลุ่มเสื้อ สีแดงและเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทําการเข้าสลายการชุมนุมได้ แต่ออกกฎหมายนิรโทษกรรม ให้กับกลุ่มเสื้อสีเหลืองได้ เพราะไม่ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศ ถ้ารัฐสภาไทย ออกกฎหมายนี้ จะนําประเทศไทยสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เพราะไปขัดกับ กฎหมายระหว่างประเทศ ท่านสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญลองวิเคราะห์ดูตรงนี้นะครับว่าจริงหรือไม่ ที่สนธิสัญญา นั้นจะมาจํากัดอํานาจของรัฐสภาไทยในการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ถ้าอย่างนั้น รัฐบาลใดไปเซ็นสนธิสัญญานี้ต้องมาขออํานาจต่อรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ ของ รัฐธรรมนูญนี้หรือไม่ เพราะนั่นท่านได้ไปทําสนธิสัญญาโดยจํากัดอํานาจอธิปไตยของ ประเทศไทยลงไป อันนี้จะเปึนข้อมูลทางวิชาการที่จะน่าศึกษามาก ที่กระผมพูดอย่างนี้ ไม่ได้ร้อนตัวอะไรครับ เนื่องจากกระผมได้ยกร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมทาง การเมืองให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกตัวเองว่า พันธมิตร และ นปช. และข้าราชการตํารวจ ซึ่งได้เข้าไปกระทําการในการสลายการชุมนุม และกระผมได้เสนอร่างกฎหมายต่อ พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากว่าไม่เห็นทางออกอื่นใดของประเทศนี้นอกจากการนิรโทษกรรม เสีย เช่นเดียวกับคณะที่ยึดอํานาจ รัฐได้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับตัวเอง ทั้งนี้เพื่อให้คนไทยได้รู้รักสามัคคี ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าทางฝ์ายผู้นําของพันธมิตร หรือ นปช. จะปฏิเสธความหวังแบบนี้ ก็ไม่เปึนอะไรครับ ยังนับถือท่านที่เปึนสุภาพบุรุษ ยอมรับผิดถ้าท่านยอมรับว่ากระทําผิด แต่กระผมและพรรคภูมิใจไทยกับมองไปว่าน่าจะมี ทางออกของประเทศที่ดี นั่นคือเมื่อเปึนความผิดทางการเมือง รัฏฐาธิปไตย ก็ควรที่จะมี อํานาจอธิปไตยในการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ฝากศาลรัฐธรรมนูญและสํานักงาน ศาลรัฐธรรมนูญได้โปรดทําการศึกษาวิจัยในประเด็นด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตรงเวลาครับ ดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุลครับ

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้ศึกษารายงานประจําป้ที่ศาลรัฐธรรมนูญนําเสนอ ต่อสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ ผมมีประเด็นคําถามที่อยากจะเรียนถามไปยังศาล รัฐธรรมนูญ กรณีคําวินิจฉัย ซึ่งผมได้อ่านในแต่ละคําวินิจฉัยที่ได้บรรจุไว้ในรายงานฉบับนี้ มันมีประเด็นที่ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าหลังจากที่มีคําวินิจฉัยไปให้หน่วยงานต่าง ๆ ตาม คําวินิจฉัยแล้วนั้น ศาลรัฐธรรมนูญได้ติดตามประเมินผลหรือไม่ว่าการนําไปปฏิบัติของ องค์กรต่าง ๆ ภายใต้คําวินิจฉัยนั้นเปึนไปสอดคล้องกับคําวินิจฉัยหรือไม่ ผมอยากจะ ยกตัวอย่างนะครับ อย่างกรณีคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๕/๒๕๕๑ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ ขออนุญาตท่านประธานอ่านสักเล็กน้อยนะครับ เรื่อง ประกาศ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข (ฉบับที่ ๓๐) เรื่อง การตรวจสอบการกระทําที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคณะปฏิรูปการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข (ฉบับที่ ๓๐) เรื่อง การตรวจสอบการกระทําที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ พ.ศ. ๒๕๕๐ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ หรือไม่ คืออย่างนี้ครับ ผมได้อ่านคําวินิจฉัย เข้าใจครับว่า คตส. ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อให้ ตรวจสอบการกระทํา ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ แต่การดําเนินการของ คตส. นั้น หรือคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายแก่รัฐที่ตั้งขึ้นมาต้องอยู่ในหลักนิติธรรมและ คํานึงถึงสิทธิมนุษยชน อันนี้เปึนหลัก ถ้า คตส. ทําอย่างนั้นผมคิดว่าก็เปึนสิ่งที่ถูกต้อง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่ คตส. ไปตรวจสอบ อย่างกรณียึดอายัดทรัพย์ของครอบครัวชินวัตร ของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ไปอายัดไว้เปึนระยะเวลานานโดยไม่มีหลักนิติธรรม แม้แต่น้อย อย่าลืมครับท่านประธาน เพราะก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณจะมาเปึน นายกรัฐมนตรีท่านได้เคยแจงบัญชีทรัพย์สินไว้กับ ป.ป.ช. ท่านมีทรัพย์สินก่อนที่จะมา เปึนนายกรัฐมนตรี ๖๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่สิ่งที่เกิดขึ้น คตส. อายัดทั้งหมดครับ โดยไม่คิดคํานึงถึงว่า ของที่มีอยู่แล้ว ทรัพย์สินที่มี อยู่แล้วซึ่งท่านไม่ได้ไปโกง ไปทุจริตเลย แต่มาอายัดเขาไว้หมด มันขาดหลักนิติธรรม ผมก็อยากจะเรียนถามศาลรัฐธรรมนูญว่าหลังจากที่มีคําวินิจฉัยแล้ว คตส. ถ้าเปึนไปตาม อุดมการณ์ จินตนาการ อย่างที่ คปค. หรือคณะปฏิรูปการปกครองเขียนไว้ใน ตัวบทกฎหมายที่เขาเขียนขึ้นเอง มันก็เปึนสิ่งที่ดี แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไปเสร็จ เราได้ติดตามหรือไม่ครับ อยากจะเรียนถามว่ามีกระบวนการที่จะรายงานให้สภา ทราบหรือไม่ว่า การดําเนินการของหน่วยงานนั้นที่วินิจฉัยไปแล้วเมื่อครั้งนั้น มันไม่ได้ ตรงตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และยกตัวอย่างอีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน คือเรื่องพระราชกําหนด ซึ่งผมในฐานะฝ์ายค้านได้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อต้นป้ที่ ผ่านมานี้นะครับ พระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น ผมก็ยอมรับ เพราะว่าการให้หลักฐานข้อมูลต่าง ๆ ของกระทรวงการคลัง ของรัฐบาล ก็ชัดเจนว่าเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามพระราชกําหนด จะเอา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปป่ดหีบ เอา ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปทําในโครงการลงทุนไทยเข้มแข็ง แต่วันนี้ครับ สิ่งที่กําลังเกิดขึ้น คือจะใช้แค่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทไปป่ดหีบ มันก็เหลือ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งควรจะไปป่ดหีบ แต่รัฐบาลไม่ไปป่ดหีบ ก็อยากจะถามนะครับว่า คําวินิจฉัยที่ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไปนั้น แต่เมื่อเอาไปปฏิบัติจริง ๆ รัฐบาลไม่ได้ดําเนินการตามที่ ให้ปากคําหรือให้ข้อมูลต่อศาลรัฐธรรมนูญในขณะที่นั่งวินิจฉัย แล้วสิ่งเหล่านี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะติดตามอย่างไร เพราะว่าเงิน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ไม่ไปใช้ แต่จะเอา ไปลงทุนในไทยเข้มแข็ง ถามว่าดีไหม ก็ดีครับ เปึนการลงทุน แต่มันเปึนการ ตระบัดสัตยาบรรณหรือเจตนารมณ์ที่ให้ไว้ต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปป่ดหีบ แต่เอาจริง ๆ เอา ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปโยกไปทําอย่างอื่น ซึ่งผมคิดว่า เรื่องเหล่านี้อยากจะฝากศาลรัฐธรรมนูญ เพราะในรายงานป้หน้า ๒๕๕๒ คงจะมี คําวินิจฉัยกรณีที่ผมและพรรคฝ์ายค้านไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ พระราชกําหนด ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมต้องกราบเรียนว่า ศาลรัฐธรรมนูญ นั้น ผมได้ใช้ บริการ ๒ ครั้ง ผมเห็นว่าเปึนศาลรัฐธรรมนูญที่มีผู้พิพากษาหรือคณะตุลาการที่มีคุณวุฒิ ผมยอมรับคําวินิจฉัยทุกอย่างนะครับ เพราะว่าท่านวินิจฉัยตามตัวบทกฎหมายเปึน สิ่งที่ดีครับ แต่อยากจะฝากอีกเล็กน้อยว่าในรายงานครั้งต่อไปได้โปรดกรุณา ถ้าจะมีการ ติดตามประเมินผลในสิ่งที่วินิจฉัยไปแล้วเพื่อเปึนข้อมูลหรือเปึนกรณีศึกษาให้กับอนุชน รุ่นหลังได้รู้ว่าสิ่งที่วินิจฉัยไปนั้น หน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ไปปฏิบัติตามนั้นหรือไม่ อย่างไร น่าจะเปึนประโยชน์ต่อบ้านเมืองนะครับ แล้วก็อยากจะฝากไว้อีกเล็กน้อยนะครับ ผมอ่านรายงานฉบับนี้ดีมากท่านประธาน แต่หน้ามันหลุดครับ เป่ดไปเป่ดมาหน้าหลุด เปึนชิ้น ๆ เลย แล้วก็ผมกลัวมันจะสูญหาย ท่านลงทุนให้มากอีกหน่อยก็ได้นะครับ เย็บให้ ดีหน่อยอย่าให้มันหลุด มันหลุดลุ่ยไปหมดแล้ว ขอบพระคุณครับท่านประธาน

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

นายแพทย์บรรพต ต้นธีรวงศ์ ครับ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายแพทย์ บรรพต ต้นธีรวงศ์ สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมอยากเรียนตามความรู้สึก จากการที่ได้อ่านรายงาน ฉบับนี้แล้ว ผมมีความรู้สึกอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่าเราโชคดีที่มีระบบที่ดี ที่มี ศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเรามีระบบของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทาง การเมือง ซึ่งเปึนที่พึ่งสุดท้ายในการจรรโลงระบบการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ให้เดินหน้าต่อไปได้นะครับแม้ว่าในบางครั้งอาจจะทําให้เกิดความเจ็บปวดต่อผู้ที่ได้รับ ผลกระทบบ้างก็ตาม แต่บ้านเมืองก็จําเปึนต้องมีกฎกติกาครับ แล้วก็ต้องยอมรับ ในส่วนตัวของผมแล้วนี่ ผมยอมรับในระบบตรงนี้นะครับ ด้วยเหตุผล ๒-๓ ประการครับ จากการที่ได้อ่านรายงานนี้นะครับ ผมคิดว่าเหตุผลประการหนึ่งที่ผมยอมรับว่าเราโชคดี และมีระบบที่ดี ก็คือ

ประการที่ ๑ ที่มาขององค์ประกอบศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ มีระบบโครงสร้างและระบบการสรรหาที่เชื่อถือได้ เหตุใดผมถึงกล่าว เช่นนี้ ก็เพราะว่ามีหลายท่านมีข้อวิตกกังวลว่าอันนี้เปึนศาลรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เปึนมรดกตกทอดมาจาก คมช. ผมกลับมีความคิดเห็นอีกมุมมองหนึ่งนะครับ ผมคิดว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนก็มีองค์ประกอบของ ศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หลังจาก คมช. ก็มีองค์ประกอบของ ศาลรัฐธรรมนูญอยู่ เพราะฉะนั้นอันนี้ทั้งรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนและรัฐธรรมนูญ ฉบับหลัง คมช. ก็มีองค์ประกอบของศาลรัฐธรรมนูญเหมือน ๆ กัน เพราะฉะนั้นอันนี้จะว่า เปึนมรดกตกทอดก็คงไม่เชิง ผมก็ไม่คาดว่าจะเปึนการที่ดีนะครับว่าถ้า คมช. จะไม่ให้มี องค์ประกอบของศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถ้ากลับไปสู่ยุคเดิมแต่ก่อน หน้านี้ ผมคิดว่าประชาชนคนไทยก็คงไม่ต้องการที่จะให้ คมช. ออกมามีประกาศ คณะปฏิวัติ ใช้มาตรา ๑๗ อย่างเช่นในอดีตที่ผ่านมา ประชาชนคนไทยคงไม่ยอมรับแน่ และไม่เปึนการที่ดีแน่นะครับ

ประการต่อไปที่ว่าองค์ประกอบของศาลรัฐธรรมนูญก็ดี หรือตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญก็ดี ผมคิดว่าไม่ใช่มรดกตกทอด ก็เพราะว่าในระบบการสรรหา ผมคิดว่า ที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเขามีระบบการสรรหาที่ดี ซึ่งผมจะไม่ลงลึกในรายละเอียด นะครับ เพราะระบบการสรรหาก็ดีหรือว่าการคัดเลือกก็ดี ผมคิดว่าเปึนระบบเดียวกัน ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ ไม่ได้แตกต่างกัน ผมคิดว่าอย่างนั้นนะครับ เพราะท้ายที่สุดแล้วต้องเสนอต่อประธานวุฒิสภา และประธานวุฒิสภาต้องเรียกประชุม วุฒิสภาเพื่อมีมติให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการคัดเลือก ได้รับการสรรหานั้น ซึ่งจะต้องมีคะแนนไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจํานวนสมาชิกทั้งหมด ตรงนี้ละครับ ผมคิดว่า มันเปึนเรื่องของระบบที่มีอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งถือเปึนฉบับประชาชน ซึ่งผมคิดว่าไม่ใช่มรดกตกทอดมาจาก คมช. แต่ประการใด

ประการที่ ๒ เหตุผลที่ผมยอมรับและเชื่อถือในการที่ว่าเราโชคดีที่เรา มีระบบที่ดีที่มีศาลรัฐธรรมนูญ ก็คือว่าจากรายงานศาลรัฐธรรมนูญได้ปฏิบัติงาน ตามอํานาจหน้าที่ซึ่งระบุไว้ในรายงานนี้ ๙ ประการได้เปึนอย่างดีนะครับ ทําให้สามารถ ยุติวิกฤตการณ์ได้เนือง ๆ ในหลาย ๆ เรื่องที่สําคัญ ผมอาจจะยกตัวอย่างเรื่องการ พิจารณาวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ช่วยแก้วิกฤติเหตุการณ์บ้านเมืองนี้ได้ เช่น พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างพระราชบัญญัติต่าง ๆ และ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ของบทบัญญัติกฎหมายที่ใช้บังคับแล้ว ผมคิดว่าเราคงจะนึกภาพตามผลงานของ ศาลรัฐธรรมนูญได้เปึนอย่างดีนะครับ พิจารณาคําร้องของบุคคลที่ถูกละเมิดเกี่ยวกับเรื่อง สิทธิเสรีภาพว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พิจารณาวินิจฉัยเรื่องการตรา พระราชกําหนด ก็เมื่อเร็ว ๆ นี้นะครับพระราชกําหนดการกู้เงินของรัฐบาลก็ต้องส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งก็วินิจฉัยออกมาแล้ว ก็เปึนคุณในการที่จะทําให้การแก้ไข ปัญหาเศรษฐกิจบ้านเมืองนั้นเดินหน้าต่อไปได้ พิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรก็ดี หรือว่าวุฒิสมาชิกก็ดี หรือกรรมาธิการก็ดี ว่าได้กระทําการใด ๆ เพื่อเปึน ประโยชน์ส่วนตนหรือไม่ อันนี้ก็เปึนประโยชน์ในการควบคุมความรับผิดชอบของสมาชิก พิจารณาวินิจฉัยปัญหา ความขัดแย้งที่เกี่ยวกับอํานาจหน้าที่ระหว่างรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ อันนี้ก็ช่วยทําให้เกิดความชัดเจน และวินิจฉัยหนังสือสนธิสัญญาที่จะต้อง ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนหรือไม่ อันนี้ก็ชัดเจน ช่วยแก้ปัญหาวิกฤตการณ์ทาง การเมืองได้ อย่างไรก็ตามครับ อํานาจหน้าที่ประการสําคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้น พิจารณาวินิจฉัยแล้วและได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มากก็คือการวินิจฉัยให้ยุบพรรค การเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๙๓ หรือมาตรา ๙๔ รวมทั้งการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมือง และคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองตามมาตรา ๙๘ แน่นอนครับ คําวินิจฉัยนั้นก็คง จะต้องเปึนเรื่องธรรมดาที่จะต้องมีคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยนะครับ ก็ขอให้กําลังใจใน การปฏิบัติงาน หากท่านมีความมั่นใจว่า คําวินิจฉัยของท่านนั้นชอบ ทําแล้วยุติธรรมแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะต้องหวั่นไหว

ประการสุดท้ายครับ ผมขอชื่นชมวิสัยทัศน์ของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้ กําหนดไว้ในแผนยุทธศาสตร์ ป้ ๒๕๕๐ จนถึงป้ ๒๕๕๔ นะครับ ที่กล่าวว่า จะเปึนสถาบัน หลักในการวินิจฉัยชี้ขาดรัฐธรรมนูญเพื่อรักษาความเปึนกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ตรงนี้สําคัญมากครับ เพื่อจะรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญไว้ให้ได้ อย่างไรก็ตาม วิสัยทัศน์ในส่วนที่ว่าจะแก้ไขเยียวยาปัญหาในการใช้รัฐธรรมนูญ และรักษาความเปึน นิติธรรม หลักนิติรัฐ และรักษาความชอบธรรมทางการเมืองการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ท่านก็กรุณาอย่าลืมนะครับเวลา ปฏิบัติหน้าที่ด้วย เพราะในบางเรื่องมันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่มีผลกระทบต่อแผ่นดินโดยตรง เช่น ในเรื่องของหุ้น เปึนต้น ท่านกรุณาวินิจฉัยในทางที่จะให้เกิดการประนีประนอม ให้การเมืองนั้นเดินหน้าต่อไปได้นะครับ ทั้งนี้ก็เพื่อจะทรงไว้ซึ่งความสมานฉันท์ของคน ในชาติ เพราะว่าถ้าชาติอยู่ไม่ได้ ไม่มั่นคง รัฐธรรมนูญก็อยู่ไม่ได้ ศาลรัฐธรรมนูญก็จะไม่มี เช่นเดียวกัน ก็ขอให้กําลังใจนะครับ แล้วผลงานที่ท่านทํานั้นก็เปึนบทพิสูจน์นะครับ ในสิ่งที่เปึนความจริงว่า ไม่มีสิ่งที่ควรค่าการเรียนรู้สอนกันได้ เพราะสุดท้ายคําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญจะเปึนคําตอบในเรื่องนี้ ซึ่งถือว่าเปึนกติกาในระบอบประชาธิปไตย ที่ทุกคน ทุกฝ์ายพึงต้องยอมรับครับ ก็ขอให้กําลังใจครับ ขอบพระคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญดอกเตอร์พีรพันธุ์ พาลุสุข ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ยโสธร 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดยโสธรครับ ท่านประธานครับผมได้ดูรายงานประจําป้ ๒๕๕๑ ของศาลรัฐธรรมนูญก็อยากจะมี ข้อสังเกตเบื้องต้น ก็เปึนทุกฉบับที่มีรายงานเข้าสู่สภาที่ผมได้ให้ความเห็นไปก็หลาย หน่วยงานที่มีรายงานอย่างนี้เข้าสู่สภา เนื่องจากเปึนรายงานฉบับเดียวที่ท่านส่งไปให้ทั้ง คณะรัฐมนตรีด้วย สภาด้วย หรือหน่วยงานอื่นด้วย เปึนรายงานเหมือนกันหมด ผมก็เคยขอร้องทุกหน่วยงานที่จะต้องรายงานต่อสภา ถ้าเปึนไปได้อยากจะขอให้เพิ่ม ในภาคส่วนใดส่วนหนึ่งที่ท่านต้องการจะรายงานต่อสภา หรือต้องการจะให้สภาทําอะไร เพื่อจะเปึนการที่จะช่วยเหลือท่านในการทําหน้าที่ ไม่เช่นนั้นแล้วรายงานนี้สมาชิกสภาเอง ก็คงจะต้องไปอ่านเอาเอง หาเอาเอง เลยไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญที่มาชี้แจงวันนี้ รายงานต่อสภาแล้วท่านมีวัตถุประสงค์พิเศษอย่างไรหรือเปล่า อันนี้เพื่อจะให้การทํางาน ร่วมกันระหว่าง ๒ หน่วยงานมันสะดวกขึ้น ผมพูดอย่างนี้กับทุกองค์กรที่มารายงาน ต่อสภาครับ

เรื่องต่อไปครับท่านประธาน ไหน ๆ ก็ต้องอ่านจากรายงานที่ท่านได้ส่ง มานะครับ ผมก็มีข้อสังเกตจากที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ขอดูตาม รายงานในส่วนที่เปึนเรื่องที่สําคัญที่ชวนอ่านก็คือตั้งแต่หน้า ๔๕ ขึ้นไป ที่ท่านพูดถึง ยุทธศาสตร์ศาลรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐-๒๕๕๔ อ่านดูยุทธศาสตร์แล้วท่านกําหนดว่า วิสัยทัศน์ของศาลจะเปึนอย่างไร พันธกิจจะเปึนอย่างไร ที่สําคัญก็คือเพื่อให้บรรลุพันธกิจ และวัตถุประสงค์ดังกล่าวนั้น ท่านก็มียุทธศาสตร์ที่สําคัญ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ พัฒนา กระบวนการวินิจฉัยคดีและยกระดับมาตรฐานการพิจารณาคดีสู่ระดับสากล อันนี้ผม ไม่ทราบว่าแปลว่าอะไรนะครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อพัฒนาประชาธิปไตยและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและศาลรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ พัฒนาองค์กรและบุคลากรสู่ความเปึนเลิศในระดับสากล เจอคําว่า หนี้ อีกแล้วนะครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ เสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายความร่ํารวยกับองค์กร ภายนอกทั้งในและต่างประเทศ ผมก็มาดูต่อไป เอาละ ท่านกําหนดยุทธศาสตร์ไว้อย่างนี้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๐ ถึงป้ ๒๕๕๑ ท่านดําเนินการตามยุทธศาสตร์นี้อย่างไร ก็ต้องพลิกไปดู ตั้งแต่หน้า ๖๘ เปึนต้นไปนะครับว่า การพัฒนาการกระบวนการวินิจฉัยคดีและยกระดับ มาตรฐานการพิจารณาสู่ระดับสากลนั้นท่านทําการศึกษาวิจัย ท่านพัฒนาขีดสมรรถนะ ขององค์กรและบุคลากร ในเรื่องการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพก็เช่นเดียวกัน ท่านก็ทําไปอย่างนั้น ละครับ แต่ก็ไม่ได้บอกในรายงานชัดเจนว่าสิ่งที่ท่านเขียนว่าท่านทําอย่างนี้ ๆ ไปนั้นมัน ประสบความสําเร็จแค่ไหน เพียงใด มีหลายเรื่องถ้าหากว่ามีรายงานที่ชัดเจนขึ้นมาว่า สิ่งที่ท่านไปศึกษาวิจัยนั้นได้นํามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนา หรือยกระดับมาตรฐานการ พิจารณาของศาลอย่างไร หรือไม่ อันนี้ก็อยากจะพูดเปึนประเด็นเบื้องต้นเพื่อให้มีการ ปรับปรุงการเสนอรายงานที่จะเปึนประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมก็หวังว่าในป้หน้า เมื่อท่านกลับมารายงานอย่างนี้อีก ถ้าเปึนไปได้อาจจะมีภาคผนวกหรือภาคพิเศษเพิ่มขึ้น สิ่งที่ศาลอยากจะสื่อมาถึงรัฐสภานี้คืออะไร โดยเฉพาะในส่วนที่อยู่ในอํานาจหน้าที่ของ สภาผู้แทนราษฎรเอง เพื่อพวกเราจะได้ไปพิจารณาไปดําเนินการกันต่อ ถ้าจําเปึนจะต้อง ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายก็จะได้มีการดําเนินการศึกษากันต่อไป เพื่อจะทําให้งานของศาลนั้น มีความสมบูรณ์และดียิ่งขึ้น แล้วก็จะบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเปัาหมายที่ ท่านวางไว้นี่ละครับ สิ่งนี้ที่ผมอยากจะเรียนในเบื้องต้น ท่านประธานครับ มีเรื่องที่สังคม พูดถึงกันมากเกี่ยวกับบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญ อันนี้คงไม่ต้องแปลกใจนะครับ เพราะว่าศาลยุติธรรมตัดสินคดีแพ่ง คดีอาญา ซึ่งหลักกฎหมายมันค่อนข้างจะตายตัว แล้วก็มีหลักกฎหมายที่ชัดเจน การที่ศาลจะตัดสินว่าถูกหรือผิดมันก็เปึนที่ยอมรับเข้าใจ กันอยู่แล้วนะครับ หลักทางกฎหมายแพ่งก็เช่นเดียวกัน แต่ในกลุ่มศาลที่เปึนศาล กฎหมายมหาชน ไม่ว่าจะเปึนศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองจะถูกสังคม วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่มาก ส่วนหนึ่งอาจจะเปึนเพราะประเทศไทย คนไทยเองอาจจะยัง ไม่เคยชินกับการทํางานของศาลเหล่านี้ หรือส่วนที่ ๒ ก็อาจจะเปึนเพราะผลของ คําวินิจฉัยคําพิพากษาเหล่านี้นะครับ มันทําให้สังคมเกิดความสงสัยกันค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่หลายครั้งไม่ว่าจะเปึนนักวิชาการหรือบุคคลก็จะลุกขึ้นมา วิพากษ์วิจารณ์คําวินิจฉัยของศาลอยู่เสมอ ผมขอยกตัวอย่างนะครับ ผมอ่านดู ทั้งหมดแล้วก็มีข้อสังเกตว่า ถ้าเปึนปัญหาข้อกฎหมายแท้ ๆ ล้วน ๆ ท่านก็ทําได้ค่อนข้าง จะดี แต่พอมันเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหน่อย หรือมีการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องมัน ทําให้เกิดข้อสงสัยอยู่เสมอว่า หลักกฎหมายที่ศาลใช้นั้นมันคืออะไร ยกตัวอย่างในคดีใน คําวินิจฉัยเรื่องคําแถลงการณ์ร่วมกรณีไทย-กัมพูชา เรื่องที่เกี่ยวกับคดีเขาพระวิหารนั้น ซึ่งทุกคนก็คงทราบกันอยู่แล้ว ผมก็ไปอ่านเหตุผลของศาลที่ไปให้เหตุผลในการวินิจฉัยบอกว่า คําว่า หนังสือสัญญาที่ โหวตเปลี่ยนแปลงนั้นใช้กับหนังสือสัญญารวม ๒ ประเภท คือที่โหวตเปลี่ยนแปลงอาณาเขต หรือเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่นอกประเทศ ซึ่งตามตัวหนังสือน่าจะแปลว่ามันต้องมีการ เปลี่ยนจริง ๆ แต่ศาลกลับไปบอกว่าหากตีความเช่นนั้นก็จะไม่เกิดผลตามความมุ่งหมาย ของรัฐธรรมนูญที่มุ่งตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายก่อนที่รัฐบาลฝ์ายบริหารจะไป ลงนามผูกพันกับประเทศ และสุดท้ายท่านก็เลยตีความว่าถ้าจะให้บรรลุความมุ่งหมาย อย่างนี้ ต้องตีความว่าหนังสือสัญญานั้น ที่อาจจะมีผลเปลี่ยนแปลงอาณาเขตหรือ เปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่ของประเทศ หรืออาจจะกระทบต่อเศรษฐกิจความมั่นคงของ ประเทศตามที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญนะครับ ผลจากการวินิจฉัยอย่างนี้ หลายท่านได้ อภิปรายไปแล้ว บอกว่ามันเปึนการวินิจฉัยเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกําหนด เพราะรัฐธรรมนูญบอกว่าสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงขึ้นมันเปลี่ยนจริง ๆ แต่ท่านบอกว่า มันอาจจะเปลี่ยน ผมก็ถึงถามต่อว่าแล้วทําไมไม่เปลี่ยนล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น ผลจาก คําวินิจฉัยอย่างนี้และการที่กฎหมายกําหนดว่าคําวินิจฉัยของศาลนั้นผูกพันองค์กรต่าง ๆ ท่านประธานครับท่านลองให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ์ายศาล โดยเฉพาะท่านเลขาธิการลองไปเอา รายงานของรัฐบาลที่เสนอมาที่สภานี่นะครับ ในช่วงต้นผมเห็นอยู่แต่ช่วงหลังรัฐบาล ดึงออกไป จากกระทรวงมาถึง ครม. ให้เหตุผลในการเสนอหลายเรื่อง ซึ่งจริง ๆ มันไม่อยู่ ในข่ายของมาตรา ๑๙๐ เลย แต่ศาลบอกว่า มันอาจจะ ทุกคนก็เลยกลัวหมด ก็เลยให้ เหตุผลง่าย ๆ ว่า เพื่อความปลอดภัยเพื่อความรอบคอบให้สภาให้ความเห็นชอบก่อน ซึ่งแม้กระทั่งบางเรื่องซึ่งไม่น่าจะส่งมา เช่น การจัดสัมมนาระหว่างประเทศ ได้เงินอุดหนุน จากสหประชาชาติ ก็ยังต้องขอความเห็นชอบจากสภา เพราะอะไร เพราะมันอาจจะเปึน เรื่องสัญญาระหว่างประเทศ และอาจจะอะไรต่ออะไร คําว่า อาจจะ นี่ละครับ มันก่อให้เกิดผลผูกพันในการปฏิบัติมาก จนกระทั่งรัฐบาลเวลานี้ทําอะไรแทบไม่ได้ อันนี้คือปัญหาข้อที่ ๑ ถึงมีคนลุกขึ้นมาวิจารณ์ท่านมากก็เพราะเหตุนี้ เรื่องของ นายกรัฐมนตรีสมัครครับ คดีนั้นก็เช่นเดียวกัน ความจริงในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ บอกว่า ท่านรองประธานลองดูนะครับ ในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้ง องค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐต้องเปึนไปตามหลักนิติธรรม ผมก็ไม่เข้าใจ ว่าหลักนิติธรรมหมายถึงอะไร ตกลงถ้าเราใช้หลักนี้ทั่ว ๆ ไป ก็น่าจะหมายถึง ๑. กฎหมาย ๒. ประเพณีการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตย แต่จากคําวินิจฉัยเรื่องนี้ก็คง ต้องเพิ่มเข้าไปด้วย ๓. พจนานุกรม ๔. อื่น ๆ ๕. อื่น ๆ ก็แปลว่าต่อไปนี้ ศาลจะเอาอะไร ขึ้นมาเปึนเหตุผลในการวินิจฉัยก็ได้ ผลจากคําวินิจฉัยอย่างนี้ละครับ คนถึงลุกขึ้นมา วิพากษ์วิจารณ์ท่าน เพราะเขามองดูว่าเหตุผลของคําพิพากษานั้น มันไม่สมเหตุสมผล ทําให้ท่านคนเข้าใจว่าท่านมีเปัาหมายไว้ ผมไม่อยากจะพูดว่ามีธงไว้ล่วงหน้า แล้วก็เขียน เอาเหตุผลอย่างนี้ขึ้นมาประกอบของคําวินิจฉัย ผมย้อนกลับไปดูเรื่องคดีของการยุบพรรค ถ้าอ่านดูคําวินิจฉัยแล้วน่าเสียดายที่ตรง มาตรา ๒๓๙ ที่ศาลรัฐธรรมนูญไปกําหนด บทบาทตัวเอง บอกว่าในเมื่อ มาตรา ๒๓๙ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญบัญญัติ ให้คําวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกต้องเปึนที่สุด ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่มีอํานาจ ที่จะเปลี่ยนแปลงคําวินิจฉัยนั้น ตรงนี้กฎหมายเขียนว่า คําวินิจฉัยของ กกต. ให้เปึนที่สุด พวกเราที่เรียนกฎหมายมาก็เข้าใจว่าคําว่า ที่สุด นั้น หมายถึงที่สุดของฝ์ายบริหาร แต่ฝ์ายตุลาการมีอํานาจที่จะตรวจสอบได้ ผมก็เสียดายว่าเรื่องอย่างนี้ศาลไม่ควรจะบอก ว่าตัวเองไม่มีอํานาจ ทีเรื่องที่ไม่มีอํานาจก็ชอบบอกว่ามีอํานาจอยู่เยอะเลย เห็นไหมครับ ถ้าอย่างนั้นผมก็เลยต้องตีความว่า ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า กกต. เปึนอีกศาล หนึ่ง เพราะเหตุท่านไปจํากัดบทบาทของตัวเองอย่างนี้ในการตีความเรื่องนี้ ทําให้ใคร ก็ตามก็เข้าไปตรวจสอบการทํางานของ กกต. ไม่ได้ ถ้าศาลบอกว่าศาลมีอํานาจที่จะ ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายได้ สามารถที่จะรีวิว (Review) ได้ ผมคิดว่าก็จะทําให้ การทํางานของ กกต. เองก็จะได้ดูดีขึ้น มีเหตุมีผลมากขึ้น เปึนที่ยอมรับของสังคมมากขึ้น

ท่านประธานครับ พูดถึงเรื่องนี้ผมไม่มีอะไรเพิ่มเติม ก็เพียงแต่บอกว่า ในเรื่องของคดีการยุบพรรค เอาละ ท่านก็ตัดสินไปแล้ว และคําวินิจฉัยของท่าน กฎหมาย ก็บอกว่าให้มีผลผูกพัน มันก็ผูกพันไปแล้วนะครับ แต่สิ่งที่สังคมเขาลุกขึ้นมาวิจารณ์ ท่านมากก็เพราะเขาดูว่าท่านตัดสินวันนั้น ถ้าใครที่ดูติดตามข่าว ท่านย้ายที่อ่าน คําวินิจฉัยมาอ่านที่ศาลปกครอง วันนั้นท่านนัดให้ผู้ถูกร้องไปแถลงป่ดคดี คงไม่มีใคร นึกว่าวันนั้นท่านจะตัดสินเลย ผมก็ดูภาพจากข่าว เห็นอดีตหัวหน้าพรรคท่านหนึ่งเปึน ผู้อาวุโสทางการเมือง แถลงเสร็จท่านยกมือขึ้นกราบขึ้นไหว้ ขอความเมตตาจากศาล แล้วใครจะไปนึกว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้นท่านอ่านคําวินิจฉัยแล้ว ผมไปดูข้อบังคับ ข้อกําหนดที่ท่านเขียนไว้ว่าในการทําคําวินิจฉัยหรือคําสั่งนั้นตุลาการซึ่งเปึนองค์คณะ ทุกคนต้องทําความเห็นวินิจฉัยส่วนตนเปึนหนังสือ พร้อมด้วยแถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุม ก่อนการลงมติ และเมื่อการลงมติเสร็จสิ้น ให้ตุลาการซึ่งเปึนองค์คณะจัดทําคําวินิจฉัย ก็มาแถลงตอนเก้าโมง สิบโมง ก่อนเที่ยงเราได้เห็นคําวินิจฉัยแล้ว คนก็สงสัย ท่านไป ประชุมกันที่ไหน ไปเขียนคําวินิจฉัยไว้ที่ไหน แล้วแถมพอไปดูคําวินิจฉัยนะครับ พรรคที่ ๑ พรรคที่ ๒ และพรรคที่ ๓ มีตําหนิเยอะเลย ตําหนิอย่างไรครับ ตําหนิก็คือทําให้เห็นว่า คําวินิจฉัยเปึนฟอร์แมท (Format) เดียวกัน ใส่ชื่อคนเข้าไป เหมือนกับก๊อบปุ้คําวินิจฉัยนั่นละ ผิดด้วย ใส่ชื่ออ่านผิดด้วย แล้วอย่างนี้จะไม่ให้สังคมเขานินทาท่านได้อย่างไร ตรงนี้ละครับ ท่านประธาน ที่คนเขาวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ผมถามตุลาการท่านอื่นนะครับ บอกถ้าจะ ทําเรื่องนี้ทําไมไม่ทําให้มันเนียนหน่อยได้ไหม ก็ในเมื่อแถลงเสร็จแล้ว ปกติท่านก็ต้อง กลับไปนั่งคิดวิเคราะห์ ไปคิดว่าจะตัดสินอย่างไร เขียนคําวินิจฉัยเสร็จแล้วค่อยนัดประชุมกัน อย่างนี้มันก็จะดูเนียนดี แต่ทํากันอย่างนี้ไม่แปลกหรอกครับที่คนลุกขึ้นมานินทาพวกท่าน เขาก็เลยบอกว่ามีธงมาก่อน นี่อย่างไรครับ นี่คือเหตุใหญ่ที่ทําให้ศาลรัฐธรรมนูญ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าสังคมลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ท่าน ผมก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ใคร ท่านอย่าไปโทษสังคมเลย ท่านทําเอง มันไม่เหมาะสมเอง คนถึงได้ลุกขึ้นมาวินิจฉัย อย่าลืม นะครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าศาลมีความสําคัญอย่างยิ่ง เปึนแหล่งสุดท้ายที่จะให้ ความยุติธรรม ถ้าคนไม่ได้รับความยุติธรรมจากศาลแล้ว ไม่ว่าจะเปึนศาลไหนก็ตามนะครับ ความรุนแรงทางสังคมก็จะเกิดขึ้น แล้วเขาก็จะหาทางแก้ด้วยวิธีอื่น ผมไม่อยากจะเห็น สิ่งนี้เกิดขึ้น ข้อคิดเห็นเหล่านี้ก็ฝากไว้ไปยังท่านเลขาธิการและคณะ ผมทราบดีว่าท่านก็ เปึนนักวิชาการท่านหนึ่ง ท่านได้ศึกษาไว้เยอะ ในรายงานนี้ท่านบอกว่ามีการศึกษา เรื่องหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา ถ้างานอย่างนี้ไปถึง มือของตุลาการก่อน ไม่แน่ว่าคําวินิจฉัยเรื่องคดีเขาพระวิหารมันอาจจะเปลี่ยน แต่ถ้า จะไม่เปลี่ยนอย่างไร ก็อยู่ที่เหตุผล เพราะฉะนั้นในคําวินิจฉัยถ้าดูแล้ว ผมก็อ่าน ๆ ดูตลอด ผมก็ฟังว่าเหตุผลที่ศาลยกขึ้นมาพูดเปึนความเห็นของผู้ร้อง แต่ความเห็นของกระทรวง การต่างประเทศท่านก็แทบจะไม่ได้หยิบเอาขึ้นมาเลย ทั้ง ๆ ที่เขาทําเรื่องนี้มาเปึนเกือบ ๑๐๐ ป้แล้ว ก็นี่อย่างไรครับ นี่คือผมถึงอยากเรียนท่านประธานเปึนอย่างนี้ ก็อยากจะ เรียนว่าเรื่องการใช้กฎหมายตรงนี้พวกเราทุกคนเอง หลายคนก็เปึนนักกฎหมาย เรียนมา จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน เรียนกฎหมาย ๔ เล่มเหมือนกัน ต่างคนต่างไปทําหน้าที่ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุด้วยผลอย่างนี้ละ ผมก็คิดว่าอยากจะฝากไปยังสํานักงาน ศาลรัฐธรรมนูญนะครับ คงจะต้องศึกษามากกว่านี้ แล้วก็หากระบวนการที่ท่านจะให้ บรรลุพันธกิจหรือวิสัยทัศน์ที่ท่านกําหนด โดยเฉพาะก็อยากจะเห็นต่อไปนี้คําวินิจฉัยของ ศาลจะมีเหตุมีผล มีหลักกฎหมายที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และอย่างนี้สังคมก็จะยอมรับท่าน เองครับ ขอบคุณครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปท่านอาคม เอ่งฉ้วน แล้วต่อด้วยคุณสุนัยนะครับ เชิญท่านอาคมครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน กระบี่ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมคิดว่า เจ้าหน้าที่หรือระดับผู้อํานวยการของศาลรัฐธรรมนูญ จะเห็นว่าในสภาวันนี้จะมีคนสนใจ วิพากษ์วิจารณ์งานของศาลรัฐธรรมนูญอยู่บ้าง แม้ว่าจะไม่มากแต่ผมคิดว่าทุกคนก็ตั้งใจ ที่จะวิพากษ์วิจารณ์การทํางานของศาลรัฐธรรมนูญ แน่นอนครับมันต้องมีความเห็น แตกต่างกันแน่นอน เพราะว่าเราก็มีความเห็นต่างกันได้ และปัจจุบันนี้สังคมกําลังพูดกัน อยู่เสมอว่ามันมีการพูดกันว่าบางเรื่องถูกใจ บางเรื่องถูกต้อง เพราะฉะนั้นมันมีถูกต้องกับ ถูกใจ ก็แน่นอนที่สุดศาลเองก็ต้องรับฟังไว้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้ คนอื่นจะเห็นว่าสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์สุดแล้วแต่นะครับ แต่ว่าผมดูจากเนื้อหาสาระ แม้ว่าอ่านไม่หมด เพราะว่ามันหนา แล้วก็อ่านเฉพาะในเรื่องที่น่าสนใจ ผมคิดว่าที่ผมสนใจ เปึนพิเศษก็คือเรื่องคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหลายเรื่องนะครับท่านประธานครับ แต่ผม คิดว่าเรื่องที่ผมสนใจอยู่เรื่องหนึ่งก็คือกรณียุบพรรค เพราะว่าหลังจากที่มีคําวินิจฉัยให้มี การยุบพรรคแล้ว นักการเมืองเองก็พูดกันมากว่ามันไม่น่าจะยุบพรรค และเวลานี้ก็นํามาสู่ ประเด็นของการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ในขณะที่ยังไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กรณีของ การยุบพรรค ผมคิดว่าก็เปึนข้อถกเถียงของสังคมอยู่ในปัจจุบัน ผมสนับสนุนการทํางาน ของศาลรัฐธรรมนูญ ผมก็ไปดูเรื่องการยุบพรรค ที่จริงมันมีหลายพรรคนะครับ แต่ผมคิด ว่าผมเลือกเอาเฉพาะพรรคพลังประชาชนที่มีอยู่ในรายงานนี้นะครับ ก็พยายามจะดู เหตุผลอ่านหลายหน้า แต่ว่าจะขออนุญาตท่านประธานอ่านเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ได้บันทึก ไว้ว่า ทําไมผมถึงสนับสนุนศาลรัฐธรรมนูญเพื่อจะได้บันทึกไว้ ในคําวินิจฉัยของศาล รัฐธรรมนูญช่วงหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านเพื่อจะได้บันทึกไว้ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีศาลฎีกามีคําสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช และคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนยังมีความเห็นสรุปได้ว่ามีการให้เงิน ระหว่างนายยงยุทธ ติยะไพรัช กับกํานัน จํานวน ๑๐ คน จริง และผลของการกระทําของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคผู้ถูกร้องนั้นเห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นายยงยุทธ ติยะไพรัช ได้กระทําการฝ์าฝ๋นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๕๓ และการกระทําดังกล่าวมีผลทําให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด เชียงรายมิได้เปึนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เหตุผลนี้ท่านประธานครับ ตอนแรกถ้าเรา พิจารณาดูเวลานักการเมืองพูดกันเรื่องการซื้อเสียง หรือเวลานักการเมืองพูดกันเรื่องการ กระทําผิดกฎหมายมักจะไม่ค่อยมีคนเชื่อ และหลายคนก็บอกว่าไม่มีนักการเมืองคนไหน หรอกที่จะพูดว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่จริง แต่กรณีนี้เราจะเห็นว่าศาลฎีกาก็ดี คณะกรรมการ สืบสวนก็ดี ได้พิจารณาแล้วว่ามันเปึนเรื่องจริง จึงเปึนเหตุทําให้เชื่อได้ว่ากระทําผิดจริง และนําไปสู่การยุบพรรค นี่เปึนตัวอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน

ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนถึงความรู้สึกอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญคนหลายคนอาจจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างโน้น อย่างนี้ แต่ผมคิดว่าใน หลายกรณีท่านก็ทําให้บ้านเมืองผ่านวิกฤติมาได้ จนมีการกล่าวกันว่าตุลาการภิวัฒน์ ผม หมายถึงศาลอื่น ๆ ด้วยนะครับ ไม่ใช่เฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ แต่ว่าท่านเปึนส่วนหนึ่งของ การทําให้บ้านเมืองมันเดินไปได้ และมีการพูดกันถึงว่าที่มาของท่านนั้นมันมาจาก คมช. คมช. หรือคณะปฏิวัติ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าคณะปฏิวัติผู้ทําการปฏิวัติยึดอํานาจจากรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ว่าถ้าเรามองย้อนไปอีกว่าในขณะนั้นสังคมมีความสับสนมาก และสังคมมีความเชื่ออยู่ส่วนหนึ่งว่าที่คณะ คมช. ทําการปฏิวัตินั้นน่าเชื่อ มีเหตุผลอันควร เชื่อ ที่ผมพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าผมนิยมพวกปฏิวัตินะครับ ผมนี่เปึนนักการเมืองมา จากระบอบการเลือกตั้งนะครับ ทั้งหมดผมเปึนผู้แทนราษฎร ๑๐ ครั้ง ผมต้องปฏิเสธ คมช. แน่นอน แต่ว่า คมช. เขาให้ เหตุผลว่าที่เขาต้องเข้าทําการปฏิวัตินี่ เขาบอกว่า ข้อ ๑ รัฐบาลในขณะนั้นจาบจ้วงสถาบัน แทรกแซงองค์กรอิสระ ทุจริตคอร์รัปชัน มีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อํานาจเพื่อตนเองและ พวกพ้อง น่าเสียดายหลังจากที่ ครม. ตั้งรัฐบาลขึ้นมาแล้วเหตุผล ๕ ประการนี้ ไม่สามารถเอามาเผยแพร่ หรือเอามาทําการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ยอมรับได้ทั้ง ๕ ประเด็น มีประเด็นเดียวที่ดําเนินการจนนําไปสู่ศาลฎีกาได้ คือกรณีทุจริตคอร์รัปชัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและเกิดความเสียหาย ซึ่งคนพูดกันมากว่าทําให้บ้านเมืองเสียของ พูดสั้น ๆ ว่าเสียของ หรือไม่ควรจะเกิดขึ้นนั่นเอง ท่านประธานที่เคารพครับผมอยากจะ กราบเรียนว่าทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ รายงานฉบับนี้ผมเห็นชอบอยู่แล้ว เพราะว่าเสนอมาแค่ เพื่อให้รับทราบเท่านั้นเอง ผมอยากจะพูดในประเด็นหนึ่งก็คือว่า ในการอภิปรายบางครั้ง ย่อมมีความเห็นต่างซึ่งผมก็คิดว่ายอมรับได้ มีการพูดถึงอํามาตย์ มีการพูดถึงว่าอํามาตย์ แอบบัง แอบกินผมว่าอย่าพูดลอย ๆ พูดลอย ๆ ไปหน่อย เมื่อสักครู่ผมประท้วง ท่านประธานไม่ทัน ความจริงท่านประธานต้องให้ผู้ที่อภิปรายบอกว่าใครเปึนอํามาตย์ แอบกิน แอบกินอะไร แอบบังอะไร เพราะในสภานี้มันเต็มไปด้วยผู้ทรงเกียรติ การที่พูดจา ออกไปนี่ ต้องยอมรับว่าขณะนี้มีคนฟัง ผมว่าเปึนล้านคนแน่นอน เขาก็จะสงสัย แล้วก็ การพูดเช่นนั้น ผมว่ามันเกี่ยวกับเรื่องของความคิดของตัวเองมากกว่า ประเทศไทยเรา ปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเองก็อยากจะให้มันพัฒนาไปกว่านี้ เราเปึน ส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย ไม่ใช่การเลือกตั้งเปึนประชาธิปไตยทั้งหมด ไม่ใช่ ผมเข้าใจว่า ประชาชนต่างหากที่เขาควรจะได้มีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นรายงานของท่านฉบับนี้ ผมไม่ได้พิจารณาที่รูปเล่มนะครับ ผมพิจารณาที่ เนื้อหาสาระ ผมเห็นว่าที่ท่านทํารายงานมานี้ ท่านก็ทํารายงานมาตามที่มีบทบัญญัติให้ ท่านต้องรายงาน และผลงานของท่านก็น่าประทับใจหลายครั้งหลายเรื่อง ผมคิดว่า ประชาชนเองก็เข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีเหตุมีผล โดยเฉพาะในประเด็นที่ผมยกมา เปึนตัวอย่างเรื่องกรณีการยุบพรรค ขอบคุณท่านประธานครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณสุนัย จุลพงศธร ครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ก็นึกว่าจะได้พูดต่อจากท่านดอกเตอร์ ก็พอดีท่านประธานได้ให้พรรคเพื่อไทยพูดสัก ๓ คน ติดต่อกัน ก็จะเปึน ๓ ดอกเตอร์ ผมก็ดอกเตอร์เหมือนกันนะครับท่านประธาน เรียนจบ หลายป้แล้ว แต่ไม่ได้เรียกร้องให้ท่านประธานมาเรียกผมเปึนดอกเตอร์ แต่ผมกําลังจะ กราบเรียนท่านประธานว่า ผมต้องขออนุญาตนิด เดี๋ยวจะหาว่าทําไมดอกเตอร์มาพูดเรื่อง นอกจากรายงาน บังเอิญผมจะเข้าเรื่องรายงานเลยครับ แต่ได้มีการพูดพาดพิงถึงพรรค ของผม ผมเองพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่พาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ เพราะรู้ว่าท่านรักพรรค เช่นไร แต่ถ้าท่านรักพรรคท่านอย่างไรนี่ ท่านก็ต้องคํานึงถึงหัวอกคนอื่นเขาบ้างว่าเขาก็รัก พรรคเช่นเดียวกับท่านเหมือนกัน ดังนั้นตรงนี้ต้องขออภัยจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมเอง ยืนอยู่ตรงข้ามกับระบบเผด็จการทหารมาตลอดตั้งแต่เด็กครับ ผมเปึนผู้นํานักศึกษาต่อสู้ เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม วันนี้ทุกครั้งที่ผมต้องขอประทานอภัยท่านประธานครับ คือถ้าใคร มาด่าว่ารัฐบาลประชาธิปไตยเปึนทรราช ผมคิดว่าไม่ถูกต้อง มาใส่ร้ายปัายสีระบบ พรรคการเมืองอย่างนี้ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะคนที่เขาทําการยึดอํานาจ ผมไม่อาจจะพูดได้ หรอกครับเหมือนที่ท่านเมื่อสักครู่ผมก็ได้พูดกับเพื่อนสมาชิกบอกอย่าพูดเลยน้องเอ๊ย เราเปึนฝ์ายประชาธิปไตย ผมไม่อาจจะกล่าวว่าการยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นั้น ล้มรัฐบาลทรราชพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เลยครับ และวันนี้ก็มีข่าวอีกว่าจะมีการ ยึดอํานาจอีกเหมือนกัน ถ้ามีการล้มรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ด้วยกําลังอาวุธ ผมคนหนึ่งจะต่อต้าน แต่ว่าไม่ได้ไปทําอะไรหรอกครับ ต่อต้านด้วยการสันติ ไม่ไปจับมือ ถือป๋นอะไรหรอกครับ และถ้ามีการเลือกตั้งอีกและผมได้มีโอกาสกลับมาในสภาอีก ผมจะไม่ฉวยโอกาสเอาประโยชน์จากการโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ว่าเปึนทรราช เพราะถูก ยึดอํานาจในอนาคตอย่างแน่นอน เมื่อสักครู่เช่นเดียวกันครับ การที่ผมกราบเรียนอย่างนี้ ต้องขออนุญาตเถอะครับ เมื่อกี้ท่านก็มาบอกว่าเรื่องท่านยงยุทธมาโยงกับ ศาลรัฐธรรมนูญ บางทีมันยากมากครับท่านประธานครับ เหตุการณ์เดียวกันครับ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เหมือนกัน เจอคดีที่จังหวัดอุบลราชธานีครับ ผมไม่ได้เอ่ย ชื่อท่านนะครับ ด้วยความรักกันเพื่อนกัน เรากําลังอยู่ในฐานะเปึนไก่อยู่ในตะข้องครับ เมื่อท่านว่ามาผมขอแก้เท่านั้นเองครับ ปรากฏว่ารองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เจอคดี เหมือนกันครับ เปึนปาร์ตี้ ลิสท์ (Party list) เหมือนกันครับ สมาชิกของท่านรับไปแล้วครับ ใบเหลือง ใบแดง แต่ตัวรองหัวหน้าพรรค กกต. บอกว่าถ้าจะตัดสินให้ใบแดงก็ไม่มีการ เลือกตั้งได้ อ้าว แล้วทําไมยงยุทธเจอใบแดงได้ล่ะ ปาร์ตี้ ลิสท์ เหมือนกัน ดังนั้น กระบวนการยุติธรรมในทางการเมืองนั้นมันไม่ใช่อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญอย่างเดียวครับ และวันนี้อีกเช่นกันครับ คดี ๒๕๘ ล้านบาทของการรับเงินของพรรคประชาธิปัตย์ ทําไม กกต. ตัดสินช้าจังเลยครับ ผมก็ไม่ได้ว่า กกต. ครับ เดี๋ยวจะเข้าใจผิด เมื่อกี้ก่อนที่ผมจะ ขึ้นมาพูดท่านประธานครับ เพื่อนฝูงบอกอย่าไปพูดกับศาลรัฐธรรมนูญนะ คุณจะถูก ถอดถอนแล้ว ผมกําลังจะถูกถอนถอนจากการที่ถูกกล่าวหาว่าไปมีหุ้น ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ผมจะไม่เรียกร้องอะไรเลยครับ แต่จะกราบเรียนว่าตั้งแต่เล่น การเมืองมา ตั้งแต่เปึนประธานสภาเขต ตั้งแต่เทศบาล จนถึงวันนี้ ๑๐ ป้ ๒๐ ป้แล้ว ไม่เคย ประกอบอาชีพอื่นเลยครับ นอกจากกินเงินเดือนในสภา ทํามาหากิน ค้าขาย รับจ้าง ว่าความไป ไม่ออกไปรับเหมา ทําถนนหนทาง ไม่มีครับ และเกิดมาไม่เคยซื้อหุ้นครับ แต่ภรรยาไปมีหุ้นอยู่ในบริษัท ซึ่งเปึนบริษัทที่เขาทํางานอยู่ครับ ดังนั้นวันนี้ถ้ากระบวนการ มันเกิดขึ้นอย่างนี้ ผมจะกราบเรียนอย่างนี้นิดเดียวว่า ปัญหาความซับซ้อนของ รัฐธรรมนูญนี้มันยุ่งยากมาก ผมก็ไปให้การกับ กกต. ว่า ภรรยาของผมได้รับหุ้นอยู่ใน บริษัทนั้น ถ้าจะใช้หลักสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ มาตรา ๔๓ กับมาตรา ๔๔ มันมีความชอบธรรม แต่ปรากฏว่าบางคนหลุด บางคนไม่หลุด แต่ผมอภิปรายมากหน่อย ก็ไม่หลุด วันหนึ่งก็จะต้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ผมไม่ขอร้องอะไรครับ ท่านดําเนินการ ตามสิทธิของท่านเถอะครับ แต่ถ้าเกิดท่านวินิจฉัยว่าภรรยาของผมมีหุ้นเพราะเขาจ่าย โบนัสให้ และใช้หลักแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๓ กับมาตรา ๔๔ ที่ผมเสนอใน กกต. แล้วแต่เขาไม่ฟัง มันจะถึงการท้าทายทางจริยธรรมว่าท่านจะกล้าตัดสินหรือเปล่า เพราะ ถ้าท่านตัดสินให้ผมหลุด นั่นหมายความว่า กกต. พิจารณาผิดนะครับ กกต. ต้องรับภาระ ไปนะครับ ดังนั้นการที่ท่านตัดสินว่าพรรคพลังประชาชนผิดนั้นเราทําอะไรไม่ได้ครับ แต่ วันที่ท่านจะต้องตัดสินในหน่วยงานราชการด้วยกันผิดจะทําอย่างไร อันนี้เปึนการท้าทาย ทางจริยธรรมครั้งสําคัญ ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียน ว่าสังคมนี้ต้องขีดเส้นให้ชัด ถ้าเราจะบอกว่าอย่างนี้ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ อย่างนี้ไม่ถูกต้อง แต่ถูกใจ มันยุ่งไปหมดครับ ดังนั้นผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องขีดเส้นให้ชัด ว่าเราไม่เห็นด้วยกับระบบการยึดอํานาจ เพราะระบบการยึดอํานาจนั้นทําให้เกิดระบบ กฎหมายที่ปัืนป์วนมากครับ เพราะไม่มาจากประชาชน เริ่มต้นก็ไม่ชอบธรรมแล้ว อันที่ ๒ โครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้มีอํานาจนั้น แน่นอนครับย่อมมีได้ มีเสีย และสิ่งหนึ่งที่ผมจะต้องกราบเรียนกับท่านก็คือว่า วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เฉพาะ ศาลรัฐธรรมนูญครับ แต่เปึนสถาบันตุลาการกําลังจะเสียหายอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ พูดเรื่องนี้ทีไรผมต้องกราบเรียนว่า ผมประกอบอาชีพทางกฎหมาย ผมจบกฎหมายจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปึนทนายความ โดยธรรมชาติเราจะไม่วิพากษ์วิจารณ์ศาลเลย ครับ แต่วันนี้ผมก็เห็นว่ามันเปึนเรื่องสําคัญจริง ๆ และเมื่อคราวที่แล้วผมเองยังอยากให้ องค์ประชุมให้มันมาก ก็ต้องถามท่านประธานเหมือนกันนะครับว่าองค์ประชุมที่ไม่ครบ กับการฟังรายงานอย่างนี้ท่านจะตีความอย่างไรครับ การรายงานของท่านชอบไหมครับ ท่านดูด้วยสายตาไม่ถึง ๕๐ คน การรายงานของท่านชอบไหม ท่านจับเปึนประเด็นด้วย นะครับ และท้าทายจริยธรรมท่านว่ารายงานที่ท่านมานี้ชอบหรือไม่ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมรู้สึกเจ็บปวดที่สุดก็คือว่า ประชาชนวันนี้ไม่ได้มองศาลรัฐธรรมนูญแยกต่างหาก นะครับ เขามองว่าเปึนศาลนั่นละ เพราะชาวบ้านโดยพื้นฐานแยกไม่ค่อยถูก และวันนี้ ผมเองก็มีเพื่อนฝูงเปึนผู้พิพากษาเยอะ เปึนอัยการเยอะ ในงานแต่งลูก แต่งหลาน บิดา มารดาท่านเสียเราก็ไปเจอกัน เขาอึดอัดกันมากครับ เพราะอะไร เพราะวันนี้ศาลได้เข้ามา สู่กระบวนการทางการเมือง และกําลังจะเสียหายอย่างยิ่ง ถามว่าท่านอยากเข้ามาไหมครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าศาลไม่อยากเข้า แต่อะไรครับ เพราะ คมช. ผู้ยึดอํานาจนี่ละครับไปดึง ท่านเข้ามา ไม่ใช่ดึงเปล่าครับ ไปดึงประธานศาลรัฐธรรมนูญเข้ามา ไปดึงประธาน ศาลฎีกาเข้ามา ไปดึงประธานศาลปกครองเข้ามา แล้วเอากุญแจโซ่ล็อก (Lock) คอไว้ ล็อกขาไว้กับสภาเลยครับ ออกไม่ได้ เพราะเขียนอยู่ในรัฐธรรมนูญชัดเจนครับ ในเรื่องของ โครงสร้างอํานาจที่เข้ามาแต่งตั้งผู้ออกกฎหมาย วุฒิสภาครึ่งหนึ่งเกิดจากศาลรัฐธรรมนูญ และตัวแทนของศาลเข้ามาร่วมพิจารณา เริ่มตั้งแต่ตั้งองค์กรอิสระ แล้วก็มานั่งอยู่กับ องค์กรอิสระ เลือก ส.ว. ครึ่งหนึ่ง ท่านเอาอํานาจมาจากไหนล่ะครับ ตอบได้อย่างเดียวคือ เอาอํานาจตามกฎหมาย แต่คิดด้วยความเปึนธรรมเถอะครับ ถ้าวันนี้ท่านคิดไม่ได้ ไม่เกิน ๑๐ ป้ ท่านจะรู้สึกว่านี่คือการทําลายระบบยุติธรรมของเราแล้ว เพราะท่านไม่ได้มาจาก ประชาชนเลยครับ แต่ท่านกลับมีอํานาจครึ่งหนึ่งของประชาชนทั้งประเทศในการที่จะ แต่งตั้ง ส.ว. คนทั้งประเทศเลือกได้ครึ่งหนึ่ง ท่าน ๗ คนเลือกได้ครึ่งหนึ่ง มาจากไหนครับ มาจากทหารยึดอํานาจแล้วร่างรัฐธรรมนูญนี้

ท่านประธานครับ พรรคผมมีอายุไม่ยืนยาวเท่าไรนะครับ พรรคเพื่อไทย ก็สัก ๑ ป้ สุดท้ายจะต้องเปลี่ยนชื่อหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ถ้านับจากพรรคไทยรักไทยก็ประ มาณ ๑๐ ป้ ผมไม่ยืนยาว ผมไม่อาจจะอวดอ้างว่าพรรคเราต่อต้านเผด็จการ แต่ผมกล้ายืนยันว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยต่อต้านเผด็จการครับ และตัวผมเองถ้าพรรคนี้เปลี่ยนอุดมการณ์ก็จะ เปลี่ยนพรรคครับ ไม่เอาครับ เพราะผมไม่ยอมรับการเข้ามาสู่อํานาจด้วยการใช้กําลังครับ นี่มันศตวรรษที่ ๒๑ แล้ว และการใช้กําลังนี้ได้ทําให้เกิดความเสียหายขึ้นแล้ว นั่นคือไปฉุด กระบวนการยุติธรรมเข้ามาครับ ท่านประธานครับ ฝากไปถึงท่านผู้พิพากษาศาลฎีกา ผมไม่มีเรื่องส่วนตัวเลย และหลายคนคือพี่ชายผมเอง พูดกันตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม ท่านจรัญมีศักดิ์เปึนพี่ผม อยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน และไม่ใช่เปึนเพียงแค่เรียนด้วยกัน แต่มีความใกล้ชิดกันในเวลาเรียนด้วยครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าขอให้ได้นํา ความรู้สึกของพี่น้องประชาชน อย่างน้อยเปึนตัวแทน ท่านอาจจะไม่เชื่อผม แต่ผมกล้า ยืนยันว่าผมซึมซับจากความรู้สึกของประชาชนมาบอกเล่าท่าน มาบอกเล่าอย่างไรครับ มาบอกเล่าว่าสิ่งที่เปึนอยู่อย่างนี้มันกําลังเกิดความเสียหายกับกระบวนการยุติธรรม เพราะอํานาจที่ท่านมีนี้ไม่มีที่มาที่ไปเลยนอกจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เท่านั้น และเปึน รัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มาจากฐานของประชาชน ถ้าท่านจะบอกว่ามาจากฐาน เพราะโหวตแล้ว ในการโหวตทั่วประเทศก็มีการหลอกลวงประชาชนว่ารับไปก่อนนะแล้วค่อยแก้ทีหลัง เหมือนหัวหน้าพรรคคนหนึ่งพูดครับ รับไปก่อนเถอะแก้ทีหลัง แล้วประธาน คมช. ก็บอกว่า ถ้าไม่รับผมจะเอารัฐธรรมนูญฉบับไหนมาก็ได้ จะหนักกว่านะ คนก็กลัวสิครับ เอ๊ะ อย่างนี้ พรรคที่มีอุดมการณ์ยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยไม่เคยเห็นต่อต้านเลยครับ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนตรงนี้เพื่อจะโยงให้เห็นว่าสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญรายงาน ฉบับนี้จะมีคุณค่าอย่างยิ่ง นั่นคืออะไรครับ ท่านมีรายงานอยู่ในเรื่องของโครงสร้างอํานาจ หน้าที่ หน้า ๑๘ ผมดูในโครงสร้างอํานาจของท่านนั้น ท่านไม่ได้บอกจุดอ่อนอันอันตราย อันจะเกิดจากโครงสร้างอํานาจอย่างนี้เลย ท่านดูนะครับ หน้า ๑๘ ของท่านเปึนต้นไป จนถึงหน้า ๕๑ ไม่มีพูดถึงเรื่องโครงสร้างอํานาจที่ท่านเข้ามาในระบบรัฐสภาเลย คนได้ อํานาจอาจจะพอใจแต่ผมบอกว่าไม่ใช่ครับ นี่กําลังทําลายโครงสร้างของประเทศไทย อย่างยิ่ง เพราะอะไรครับท่านประธาน ในทางการเมืองระบบรัฐสภา ท่านจะเห็นนะครับ ระบบรัฐสภา สภากับรัฐบาลนี้ ถ้าจะเปรียบมวยเหมือนมวยปล้ํานะครับ ปล้ําไปปล้ํามา ดูมวยปล้ําของอเมริกาใช่ไหมครับ ตีกันแทบตายเอาเก้าอี้ฟาดเลยครับ เดี๋ยวเราก็เข้าไปนั่ง กินข้าวคุยกัน หยอกล้อกัน โอเค นะต่างคนต่างความเห็นนะ แต่ว่าในระบบศาลนั้น เหมือนมวยสากลต่อยชิงแชมปีน็อก (Knock) กันเลย แล้วท่านเข้ามาต่อยมวยปล้ํา ระบบ ยุติธรรมมันก็เสียสิครับ แล้วระบบยุติธรรมของประเทศไทยนั้น เปึนระบบยุติธรรม ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข เรายกสถาบันตุลาการไว้ เหนือเกล้าฯ เช่นเดียวกับพระองค์ท่าน เพราะว่านี่ท่านได้ตัดสินในนามพระปรมาภิไธย แต่การที่ศาลรัฐธรรมนูญก็ดี อีกหลายองค์กรในกระบวนการยุติธรรมถูกดึงเข้ามา แล้วตีโซ่มัดขาเลยนี่ ท่านครับ ในอดีตทหารยึดอํานาจประชาชนเกลียด แต่วันนี้ทหาร ยึดอํานาจดึงศาลมาด้วย เล่นด้วย แล้วถ้าคนเกลียดศาลแล้วอยู่อย่างไรครับประเทศนี้ ที่ผมกราบเรียนเช่นนี้ไม่ได้โจมตีครับ แต่เปึนความห่วงใยเพราะผมอยู่ในกระบวนการ ยุติธรรมเช่นเดียวกับท่าน และที่เจ็บปวดที่สุดนั่นก็คือล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ นั้น ได้ยกเลิก สิทธิสภาพนอกอาณาเขต ขออํานาจศาลกลับมานั้น เกิดขึ้นจากการยอมแลกกับดินแดนครับ วันนี้อํานาจยุติธรรมที่เรามีอยู่นี้เกิดขึ้นจากความเจ็บปวด ๑๐๐ ป้ที่แล้ว แล้ววันนี้ มีคนหนึ่งยึดอํานาจแล้วก็พูดจาเลอะเทอะไปใครได้ประโยชน์ก็เชียร์กันไป มาดูจริง ๆ สิครับ โครงสร้างตรงนี้ได้ดึงศาลเข้ามาเกี่ยวแล้ว ผมได้เปรียบให้ประชาชนเห็นหลายครั้งว่า ระบบการเมืองแบบรัฐสภานั้น มันเหมือนก้อนเส้า ๓ ก้อนครับ ก้อนที่ ๑ คืออํานาจ นิติบัญญัติ ก้อนที่ ๒ บริหาร ก้อนที่ ๓ ตุลาการ ก้อนเส้า ๓ ก้อน

(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์ เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวจะจบแล้วประท้วง อะไร

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน ที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วอยากจะประท้วงผู้อภิปรายในหลายประเด็น แต่เนื่องจากเห็นว่า ควรประท้วงท่านประธานมากว่า เพราะท่านประธานได้ปล่อยให้ผู้อภิปรายอภิปรายเกิน เวลากว่าท่านประธานเมื่อสักครู่ซึ่งเพิ่งลงจากบัลลังก์ไปได้กําหนดเอาไว้ บัดนี้เกินมา ๔ นาทีแล้ว ท่านเรียกร้องความยุติธรรม แต่เหตุไฉนท่านจึงไม่ตรงต่อเวลา ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมวินิจฉัยครับ ควรให้พูด ต่ออีกสักหน่อย เพราะว่าที่นี่เปึนที่พูดครับ แล้วก็ระยะเวลา คนอยากพูดให้เขาพูดเสียบ้าง เวลาคุณพูดมากเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เชิญต่อสักนิดหน่อยนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

กราบขอบพระคุณครับ ไม่มากละครับ จะจบครับท่านประธาน ผมกําลังเปรียบอย่างนี้ครับท่านประธาน อํานาจ ๓ อํานาจนี้ บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ เหมือนก้อนเส้า ๓ ก้อน ที่ชาวบ้านตั้งหม้อข้าวหุงข้าวกิน นั่นหมายความว่า ก้อนเส้า ๓ ก้อนนี้จะต้องได้ดุลกัน ในอดีตเราได้ดุลกันครับ ไม่เคย มีปัญหาอย่างนี้เลย แต่ปรากฏว่ามาวันนี้ผมไม่ได้ตําหนิศาลนะครับ แต่ตําหนิ คมช. ที่ร่างกฎหมายดึงศาลเข้ามา และถ้าจะตําหนิก็คือ ตําหนิรายงานนี้ท่านไม่พูดถึง ข้อบกพร่องทางโครงสร้างเชิงอํานาจเลย แม้กระทั่งในหน้า ๒๕๓ ส่วนที่ ๕ บทคัดย่อ รายงานผลการศึกษาวิจัย ผมไปเป่ดดูนึกว่าวิจัยจะมีพูดถึงเรื่องนี้ ไม่มีครับ ผมอยากให้ ศาลรัฐธรรมนูญออกตัวไว้สักนิดหนึ่ง

(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาอีกคนแล้ว จะจบแล้วก็ ยังต่อไม่จบอีก

นายอรรถพร พลบุตร แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ผมเข้าใจว่าจะจบ แต่ดูแล้วท่านก็กําลังจะต่อไปประเด็นอื่น ผมฟังตั้งนานเหมือนคําสั่งเสียอย่างไรก็ไม่ทราบ นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ต่อแล้วละครับ คุณอรรถพร เดี๋ยวจะจบแล้วครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

เดี๋ยวนี้มีธรรมะแล้วไม่ค่อยโกรธ ใครพูดไม่ดีก็เข้าตัว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุป ๆ หน่อยก็แล้วกัน

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมพูดด้วย จิตวิญญาณจริง ๆ ว่าอยากเห็นการทบทวนเรื่องนี้ เพราะอะไรครับ เพราะก้อนเส้า ๓ ก้อน วันนี้ ก้อนตุลาการมันใหญ่มากครับ พอมันใหญ่มากปัูบก้อนอื่นมันเล็กกว่า ตั้งหม้อข้าว ปัูบถ้าไม่รู้เอียงกะเท่เร่หกเลยครับ ภาวการณ์ข้าวหกก็คือวิกฤติของบ้านเมือง วิกฤติ เศรษฐกิจนี้เอง ดังนั้นทําอย่างไรที่จะให้กลับมาสู่สมดุลเสีย ดังนั้นผมคิดว่าในเรื่องนี้ศาล รัฐธรรมนูญ รายงานของท่านที่กระผมเองคิดว่าเปึนเรื่องใหญ่มากแล้วองค์ประชุม ก็ไม่ครบนะครับ ผมฝากท่านด้วยนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครบ สุนัยอยู่คนหนึ่งครบ แล้วครับ พูดต่อไปเลยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ฝากเรียนท่านประธานว่า ถ้าองค์ประชุมไม่ครบศาลจะต้องกล้าหาญทางจริยธรรมว่า รายงานของท่านนี้ชอบ หรือเปล่า ผมพูดหลายทีแล้วครับ ดังนั้นกระผมคิดไว้อย่างนี้ว่า ถ้ารายงานนี้ลองศึกษา ในหมวดวิจัยเถอะครับว่าสิ่งที่ท่านสุนัยเสนอนี้มันได้ดําเนินการทําให้กระบวนการยุติธรรม ของระบบศาลยุติธรรม ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเปึนข้ออ่อนเหมือนกัน เพื่ออะไรครับ เพื่อในอนาคตถ้าท่านยังยืนยันอย่างนี้อยู่ต้องเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งครับ ศาลต้อง มาจากกระบวนการเลือกตั้งเหมือนกันแต่มีลักษณะการเลือกตั้งวิธีพิเศษที่แตกต่างกับ เลือกตั้ง ส.ส. ทั่วไป ในอเมริกามี ในยุโรปมีหมดแล้วครับ แต่ที่เราไม่มีเพราะเราถือว่า เปึนโครงสร้างเก่าที่เราดําเนินการอยู่ นี่คือเปึนประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึน ประมุขและสถาบันตุลาการนั้นเปึนตัวแทนของพระองค์ ดังนั้นสิ่งที่ทําอยู่วันนี้ทําให้ เกิดกระบวนการลักลั่นขึ้นมาแล้วครับ ทําให้ท่านมีอํานาจในระบบรัฐสภาอย่างยิ่ง ศาลรัฐธรรมนูญเสนอกฎหมายเข้ามาในสภาโดยไม่ต้องผ่านสมาชิกสภา ไม่ต้องผ่าน รัฐบาลเลย เสนอได้เอง สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเมื่อเห็นชอบอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ลงมติ ๓ วาระแล้ว เกิดศาลรัฐธรรมนูญไม่เห็นด้วยคว่ําได้อีกครับ แสดงว่าอะไรครับ แสดงว่าเสียงที่ประชาชนเลือกเข้ามาทั้งหมด ทั้ง ๒ สภานี้ ยังไม่เท่ากับอํานาจของ ศาลรัฐธรรมนูญเลย อันนี้ไม่ใช่ดีนะครับท่าน ถ้าท่านต้องการจะมีอํานาจอย่างนี้ต้องจัด โครงสร้างใหม่ ดังนั้นมีทางเดียวคือในหมวดส่วนที่ ๕ บทวิจัยท่านต้องทําวิจัยเรื่องนี้ เพื่อออกตัวไว้เสียว่า สิ่งที่เปึนอยู่วันนี้ไม่ได้เกิดจากศาลรัฐธรรมนูญ แต่เกิดจากโครงสร้าง ที่ทหารเขาร่างกันมาอย่างนี้ และเอากุญแจ โซ่ ใส่ขาท่านมัดอยู่กับระบบการเมือง แล้วครับ จึงกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ซึ่งเปึนประโยชน์อย่างยิ่งที่นําเสนอ ผมไม่ได้เสนอในรายละเอียดเลย เสนอในโครงสร้างเปึนหลัก กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณสุวโรช พะลัง ผมว่าสั้น ๆ หน่อยก็ดีครับ ฟังกันมานานแล้วเขาจะได้พูดกันอีกหลายคน เชิญครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผมเข้าใจและเชื่อในสิ่งที่ท่านประธานได้กรุณากราบเรียนว่า สภาแห่งนี้เปึนที่พูด ก็ต้องแสดงความคิดเห็นในเชิงที่วิพากษ์วิจารณ์เปึนการสร้างสรรค์เพื่อที่จะสมดัง เจตนารมณ์ที่รัฐบาลและท่านประธานเองอยากจะเห็น ก็คือเรื่องของความสมานฉันท์

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นกับท่านประธาน ในเรื่องวาระการทํางานประจําป้ของศาลรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียนต่อท่านประธานได้เลยครับ ว่าทุกครั้งที่มีการรายงานประจําป้ของศาลรัฐธรรมนูญ ผมจะเปึนผู้หนึ่งที่จะแสดง ความคิดเห็น ความคิดเห็นในที่นี้ผมวิพากษ์วิจารณ์ในทางสร้างสรรค์ที่จะกราบเรียนต่อ ท่านประธานครับว่าผมขอบพระคุณที่ท่านเปึนเสาหลักของบ้านในวันนี้ ความคิดเห็น ของสมาชิกจะคิดเห็นว่าท่านจะมีที่มาที่ไปจากอะไรก็สุดแล้วแต่ แต่ผมเคารพท่านครับ เพราะผมถือว่าการทํางานของท่านช่วยกอบกู้วิกฤติของบ้านเมืองของเมืองมาได้ถึงวันนี้ ที่กราบเรียนอย่างนี้เพื่อจะบอกกับท่านประธานครับว่าถามจริง ๆ เถอะว่าที่ผ่านมานั้น ถ้าขาดเสาหลักของบ้านเมืองในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเปึนเสาหลัก เสาหนึ่งที่ค้ําจุนประเทศไทยมาถึงวันนี้ เราซึ่งเปึนคนไทยทั้งประเทศไม่ชื่นชมหรือครับ คําชื่นชมที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธานเพื่อที่จะบอกครับว่าข้อสังเกตที่ผมได้กราบเรียน ต่อท่านประธานในป้ที่ผ่านมานั้นวันนี้ท่านได้ทําแล้วก็คือรูปเล่ม ถึงแม้รูปเล่มในป้นี้จะมี ความ พูดกันง่าย ๆ ว่ายังไม่ได้กระชับเท่าที่ควรก็ตาม แต่ก็มีรายละเอียดในเนื้อหาสาระ และที่สําคัญมีประเด็นเปึนข้อเท็จจริงที่ดํารงความเปึนชาติไทยมาได้ถึงวันนี้ ที่ผมบอกว่า ท่านได้มีส่วนสําคัญในการกอบกู้วิกฤติของบ้านเมือง ถามว่าที่ผ่านมาในสภาวะของ ความแตกแยกของบ้านของเมืองที่มีข่าวคราวเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันเต็มทั้งบ้านทั้งเมือง ใหญ่ที่สุดในสภาไม่มีใครที่จะสามารถไปล้มล้างได้ในทางการเมือง แต่ถามว่าความจริง เหล่านั้นผู้คน คนไทยทั้งประเทศสักกี่มากน้อยที่จะได้รับรู้ และใครล่ะครับที่เปึนคน เป่ดโปงประเด็นของความทุจริตคอร์รัปชันว่านั่นคือการบั่นทอนความเปึนชาติไทย นั่นคือ อันตรายอันใหญ่หลวงสําหรับคนไทยทั้งประเทศ และสถาบันอันเปึนที่เคารพของพี่น้อง ประชาชนคนไทยทั้งประเทศเช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดท่านได้ทําความจริงให้ปรากฏ ผมกราบขอบพระคุณในนามคนไทยทั้งประเทศอีกครั้งหนึ่งครับ ที่กราบเรียนตรงนี้ ถ้าท่านประธานจะได้ดูในรายงานประจําป้ของศาลรัฐธรรมนูญ ในหน้าที่ ๑๔๓ ครับ ซึ่งเปึนสรุปคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๕/๒๕๕๑ ซึ่งรายละเอียดนั้นก็เปึนเรื่องของ ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึน ประมุข (ฉบับที่ ๓๐) ส่วนรายละเอียดเรื่องเนื้อหาสาระก็มีประเด็นมากมาย แต่ที่อยากจะ กราบเรียนเพื่อเปึนการสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทการทํางานที่ผมได้สะท้อนในเบื้องต้นว่า ท่านคือเสาหลักของบ้านของเมืองที่นําพาประเทศชาติมาได้ถึงวันนี้ ในเรื่องดังกล่าวที่ผม กราบเรียนตรงนี้ถ้าท่านประธานจะได้เห็นนั่นคือคําวินิจฉัยของท่านได้มีการกล่าวไว้ใน ตอนหนึ่ง ซึ่งผมมีความข้องใจและจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องขอความชัดเจนในที่ประชุม อันทรงเกียรติแห่งนี้ เพราะในบันทึกของท่านในหน้า ๑๔๘ ในช่วงตอนพารากราฟ (Paragraph) สุดท้าย ท่านได้สรุปความว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลอันมี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรีได้ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง แบ่งฝ์าย สลายความรู้สึกรู้รักษ์สามัคคีของคนไทยในชาติ แล้วท่านก็จุด ๆ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ ในพารากราฟที่ ๒ ของในหน้า ๑๔๙ ท่านได้สรุปความไว้ตอนหนึ่ง ซึ่งผมมีข้อข้องใจ ที่อยากจะถามท่านและอยากจะให้ท่านได้อธิบายให้เกิดความชัดเจนครับ ท่านบอกว่า ตั้งแต่ท่านใช้ข้อความในพารากราฟที่ ๒ ของหน้าดังกล่าวครับว่า เปึนที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าประเทศไทยถูกคุกคามและบ่อนทําลายให้เกิดความเสื่อมโทรม ด้วยปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง

(นายสุนัย จุลพงศธร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอะไรครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ขออนุญาตประท้วง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

นึกว่าจบไปแล้ว ท่านประท้วง อะไรอีก

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ให้พูดได้นานครับ แต่ว่าประท้วง ก็คือว่าไม่อยากให้ท่านสุวโรชกับผมเปึนเพื่อนกันนะครับ รักกันที่สุดเลย ถ้าจะอภิปราย เข้าเนื้อหาเลยก็ไม่เปึนอะไร แต่ที่เมื่อสักครู่นี้เดี๋ยวจะบอกว่าท่านสุนัยก็มาพูดนอกเนื้อหา ผมก็บอกแล้วว่าเพราะเราพยายามจะเอาเนื้อความนี้มาเสียดสีแต่ละฝ์ายกัน ถ้าเสียดสี แต่ละฝ์ายกันมันก็ไม่จบ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เสียด ไม่สีหรอกครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ก็มาว่าท่านทักษิณ เมื่อสักครู่นี้ ท่านเองก็ประท้วงครับว่าการพูดถึงคุณสนธิทําไม่ได้ เพราะอยู่ข้างนอก แต่ท่านก็จะบอก ว่า เอ้านี่ อ่านตามนี้ ผมคิดว่ากรรมเปึนเครื่องชี้เจตนา ท่านจะพูดอีกก็ไม่เปึนอะไรครับ แต่ว่าฝ์ายรัฐบาลก็มีไม้ ๑ ฝ์ายค้านก็มีไม้ ๑ ถ้าเราเอา ๒ ไม้มาจับกัน มันแน่นนะครับ แต่ถ้าท่านเล่นหวดอย่างนี้ เดี๋ยวจะมีคนเขาเริ่มหวดท่านบ้างแล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่หรอกครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

เดี๋ยวเขาจะนับองค์ประชุมแล้วครับ ท่านประธานครับ ผมว่าขอร้องเถอะครับ เข้าเรื่องเถอะครับ อย่าเสียดสีเลย ถ้าเสียดสีก็จะ มีคนขึ้นมาอีกนะครับท่านประธานครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญนั่งลงครับ ก็พูดไปครับคุณสุวโรชครับ เอาเนื้อหาสาระในเนื้อในเล่มนี้

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ก็นี่ครับ ท่านประธานครับก็ผมอ่าน ในเนื้อหาสาระในหน้า ๑๔๘ ท่านดูสิครับ หน้า ๑๔๘ หน้า ๑๔๙ ผมไม่ได้แต่งเติมคําพูด ใด ๆ เลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

และในคําพูดตรงนี้ที่ผมกําลังจะถาม อย่างไรครับ กําลังจะจบนิดเดียว ของผมนิดเดียวเท่านั้นเอง

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ซึ่งความจริงแล้วถ้าฟังกันดี ๆ แล้ว อดทนอีกนิดหน่อยก็จะรู้แล้วครับที่ผมอยากจะถามจากผู้ชี้แจงนี้ครับ ก็คือในหน้า ๑๔๘ ตอนที่จะต่อจากพารากราฟที่ผมได้กราบเรียน ท่านได้มีการบรรยายไว้อีกตอนหนึ่งว่า ระบบงานยุติธรรมปกติที่ออกแบบ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมเปึนห่วงจริง ๆ ครับ ขอประท้วง องค์ประชุมไม่ครบ ผมเกรงว่าการรายงานจะไม่ชอบครับท่านประธาน ครับ คือเสนอให้นับองค์ประชุมครับท่านประธานครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวอย่างนี้ครับ คุณสุนัย ครับ ผมขอความกรุณาเดี๋ยวขออีกสัก ๒ คน แล้วเราก็จะป่ดนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงนี้กล้อง ทีวีเขาถ่ายอยู่นะครับ เมื่อองค์ประชุมไม่ครบ รายงานไม่ชอบแน่นอนครับ ท่านประธานครับ ผมเสนอนับองค์ครับ ขอเสียงรับรองครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รับรองก็ไม่ครบเหมือนกัน ครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ผมนิดเดียว เท่านั้นเอง จะจบอยู่แล้ว กระผมจะอ่านตรงนี้ จะถามทางผู้ชี้แจงให้เขาอธิบายผม เท่านั้นเองครับ เพราะว่าระบบกระบวนการยุติธรรมปกติที่ออกมาบังคับใช้กับอาชญากรรม ทั่วไปนี้ใช้ไม่ได้ ตรงนี้ครับระบบกระบวนการยุติธรรมปกติที่ท่านเขียนมานี้ คําชี้แจงตรงนี้ หมายถึงอะไรเท่านั้นเอง ผมถามแค่นี้ครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณสุวโรชครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ไม่มีอะไรมากเลย ทําไมกินปูนร้อนท้อง กันนักหนา เดือดร้อนอะไรล่ะ นี่ผมอ่านเอกสาร

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวคุณสุวโรชครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ผมอยากจะทราบเท่านั้นเองว่าที่เขียน ไปอย่างนี้แล้วบอกกระบวนการยุติธรรมปกติใช้ไม่ได้คืออะไร แค่นั้นครับ

(นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้ประท้วง ให้ผู้ประท้วง เขาประท้วงก่อนว่าเขาประท้วงอะไรครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง พรรคเพื่อไทย ครับ จริง ๆ ก็ต้องขอประทานอภัยต่อเพื่อนผม เปึนอย่างยิ่งเลย ซึ่งความจริงแล้วผมเองก็ไม่น่าจะลุกขึ้นประท้วง แต่เนื่องจากว่า ท่านประธานครับ ท่านประธานลองคิดดูนะครับ การอภิปรายเราไม่ให้เอามาอ่านใช่ไหม ท่านประธาน การอ่านเอกสารทําไม่ได้ใช่ไหมท่านประธาน และท่านประธานให้อ่าน ได้อย่างไร และเพื่อนผมก็บอกว่าอ่านเอกสารครับ ท่านประธานก็ปล่อยให้อ่านอยู่นั่นล่ะ แล้วเขาขออนุญาตอ่านเอกสารหรือยังครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือแต่ละท่านอาวุโสทั้งนั้น ครับ เปึนผู้แทนราษฎรมาหลายสมัยทั้งนั้นครับ ทั้งคุณชัยวัฒน์ ทั้งคุณสุวโรช น่าจะรู้จัก ข้อบังคับดีครับ ฉะนั้นปฏิบัติตามข้อบังคับ คุณสุวโรชครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ถูกครับท่านประธานครับ น่าจะรู้จัก ข้อบังคับดีครับ วันนี้เปึนการรายงานประจําป้ของศาลรัฐธรรมนูญ ผมก็เอามาอ่าน แค่นั้นเอง แล้วผมมาถามว่าที่ท่านเขียนเปึนว่า ระบบอาชญากรรม

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือมันผิดอยู่นิดหน่อย คุณไม่ได้ขออนุญาตประธานว่าขออ่าน

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ครับ อย่างนั้นผมขออนุญาตท่านประธาน อ่านเลยครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณไม่ได้ขออนุญาตและ ประธานยังไม่อนุญาต

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ อันนี้เอกสาร ที่รายงานอยู่แล้วก็ต้องขออนุญาตประธานอ่านด้วยหรือครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

เมื่อสักครู่นี้ผมได้ใช้เอกสิทธิ์ ขอนับ องค์ประชุม ไม่ใช่เปึนเรื่องท้าทายอะไร แต่ผมเปึนห่วงจริง ๆ ว่าการรายงานมันไม่ชอบ เลื่อนไปอีกก็อภิปรายกันให้ยาว ผมถึงบอกว่าผมไม่ได้ประท้วงให้ท่านอภิปรายสั้น ๆ เปึน เอกสิทธิ์ครับท่านครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุนัยนะครับ ผมขอให้ ถอนเถอะครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้ผู้รับรองของท่านก็ไม่ครบอยู่แล้ว

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

แต่ว่าเอกสิทธิ์การเสนอนี่ไม่เกี่ยว ครับท่าน นี่เปึนสิทธิเอกสิทธิ์ ไม่ต้องรับรองครับท่านประธาน อันนี้เปึนข้อบังคับเลย นะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอร้องเถอะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

อันนี้ไม่เปึนอะไรครับ ท่านประธาน ท่านขอร้องนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนั่งลงก่อน ครับ ขอร้องให้มันจบ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

นอกจากผมจะรับคําขอร้องของท่าน แล้ว ผมยังกราบท่านอีกว่าท่านจะดําเนินการการประชุมให้ชอบด้วยข้อบังคับ เพราะ ขณะนี้หลักฐานมันชัดเจนนะครับ ตีความเมื่อไรก็เสร็จเลยครับ ผมถอนการนับองค์ประชุม แต่หลักฐานข้อเท็จจริงไม่ครบครับ จะทําให้รายงานเสียหายและนี่จะเปึนการท้าทายทาง จริยธรรมของศาลรัฐธรรมนูญว่า ท่านจะถือว่าการรายงานของท่านชอบ ทั้ง ๆ ที่ความจริง ไม่ชอบไหมครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คือถ้าพูดอย่างนั้น ตอนคุณสุนัยพูดมันก็ไม่ชอบอยู่แล้วครับ

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ถ้าอย่างนั้นไม่ชอบ ก็ไม่ชอบหมด ละครับท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็อยากจะขอความ กรุณา

นายสุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วน

ท่านประธานครับ ท่านขอผม ผม ยอมนะ ผมขอให้ท่านช่วยอย่าให้มีการเสียดสี ใช้วิธีการตีกินกันอย่างนี้ น่าจะมาเปึน ฝ์ายค้าน นี่ยังไม่ทิ้งนิสัยฝ์ายค้าน นี่ผมทิ้งนิสัยรัฐบาลแล้วนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ก็เช่นเดียวกันนะครับ ผมก็อยากเปึน ฝ์ายค้าน แต่เขาให้มาเปึนรัฐบาลทําอย่างไรล่ะครับ มันเสียงมากกว่ามันก็ต้องเปึนรัฐบาล อยู่แล้ว

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พูดไปครับ เดี๋ยวนี้ครบ องค์ประชุมแล้วครับ เชิญครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ผมก็นิดเดียวเท่านั้นเองครับ ผมถาม ผู้ชี้แจงที่มาจากศาลรัฐธรรมนูญนี้ครับ ในหน้าที่ ๑๔๘ ที่ผมบอกนี้ครับ ที่ท่านบอกว่า ระบบงานที่ทํา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ต้องอ่านนะครับ เอาเนื้อ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

นี่ครับ เนื้อ ท่านดูสิครับ ในเอกสารเลยครับ เขียนไว้อย่างนี้จริง ๆ ว่าในกระบวนการยุติธรรมที่ออกแบบมาสําหรับการอาชญากรรม ปกตินี่มันใช้ไม่ได้นี้มันหมายความว่าอย่างไร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ต้องพูดให้ชัด ครับว่า แบบของกระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่มันมีกี่แบบ แล้วทําไมมาใช้แบบของการ ทุจริตคอร์รัปชันที่ท่านกล่าวมาในรายงานว่าเกิดมาจาก พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร มันใช้ไม่ได้เพราะอะไร นี่ละครับคือคําถามที่ผมถามแค่นี้ไม่ได้มีอะไรเลย

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวศาลเขาจะตอบเองครับ

นายสุวโรช พะลัง แบบสัดส่วน

ใช่ครับ ก็แค่นี้ละครับ ขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ นั่งลงได้ครับ ก็ขอข้างละคนก็พอ หรือว่าพอเท่านี้ก่อน อ๋อ คุณชัยวัฒน์ขอสักหน่อย คุณชัยวัฒน์ขอสัก ๒ นาที เชิญครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง แบบสัดส่วน 🔗

ขออนุญาตท่านประธาน ที่เคารพครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณเปึนอย่างยิ่งที่ได้ให้โอกาสในการที่จะพูดในครั้งนี้ ต้องถือว่าบ้านเมืองนี้เปึนเรื่องของพวกเราทุกคน ก็ต้องถือว่าบ้านเมืองนี้ เราต้องคิดว่า เปึนการอยู่ร่วมกันในบ้านเมืองนี้ให้มีความสุข แล้วโดยเฉพาะผู้ที่มีความสุขแล้ว ก็ต้องทํา ความสุขให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วย เพื่อนร่วมชาติด้วย ทําอย่างไรให้เขามีความสุข เช่นเดียวกับเรา นี่คือสิ่งที่เราทุกคนต้องคิดกัน ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ความจริงผมเองก็ไม่มีความขัดข้อง แล้วก็เห็นด้วยกับการที่ประเทศเราจะมี องค์กรที่เปึนองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเปึน ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเปึน ป.ป.ช. หรืออะไรก็ตามแต่ หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน ผมเอง ก็เห็นด้วยโดยตลอด แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนหรืออยากจะพูดไว้ในที่นี้ก็คือว่า เมื่อสักครู่นี้คุณสุนัยก็พูดไว้ว่า ประเทศเรานี่เราเปึนประเทศที่เรียกว่าเปึนประชาธิปไตย แล้วก็มีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข ปัญหาของเราก็มีอยู่ว่า สมัยก่อนเรา ก็ต้องบอกว่าตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ เปึนต้นมานี้ เราก็เปลี่ยนแปลงการปกครอง พอเรา เปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วนี่ ช่วงต้น ๆ ก็อาจจะมีปัญหาพอสมควร ในระยะหลังนี้ ก็เรียกว่าบ้านเมืองเรานี่เราอยู่ด้วยกันที่เรียกว่ามีความผาสุกพอสมควรที่มีอยู่ แต่ในปัจจุบันนี้รู้สึกว่าพอผมอายุมากขึ้น แล้วก็รู้สึกความผาสุกหรือความที่เรียกว่า สิ่งที่มันจะเปึนปัญหาน้อยลงกลับเพิ่มเติมขึ้น ความเพิ่มเติมขึ้นหรือมันมีนี่คงไม่ใช่ เปึนองค์กรที่มีจากองค์กรอิสระที่เรามีอยู่หรอก พอดีประจวบเลยป้ ๒๕๔๐ เรามี รัฐธรรมนูญเพิ่มขึ้น แล้วเรามีองค์กรอิสระเกิดขึ้นหลาย ๆ องค์กร บางท่านบางคนก็อาจจะ วิพากษ์วิจารณ์ว่า อ้ายที่มันเปึนปัญหานี้เพราะองค์กรอิสระหรือเปล่า ที่มันเปึนปัญหาเพราะองค์กรอิสระหรือเปล่า แล้วบางท่านบางคนก็อาจจะวิพากษ์วิจารณ์ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมืองของเรา ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่า ปราชญ์เมธี ท่านได้กล่าวไว้ส่วนหนึ่ง คือรูปแบบการปกครองประเทศเราเราก็เรียนมาด้วยกันก็เรียกว่า ส่วนมากเราก็คงรู้กันว่าเราเรียนแล้วก็เอามา รูปแบบที่เราเอามามันเอามาเรียกว่า ประเทศประชาธิปไตยที่เรียกว่า ต้นตํารับก็คือกรีกเราเอามา แล้วต้องบอกว่า ๒,๐๐๐ ป้ ๓,๐๐๐ กว่าป้ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ ๖๐๐ ป้ ๗๐๐ ป้ ก่อนพุทธกาลเราได้มีรูปแบบนี้แล้ว แต่เคย ศึกษาไหม แล้วก็เคยดูกันไหมว่าในขณะนี้หลังจากที่เราเลิกเรียนกัน หรือเราเรียนกัน เรายังจํากันได้หรือเปล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นในชาติบ้านเมืองเรา ผมมีโอกาสได้เข้าไปศึกษา ในส่วนนี้ ก็อยากจะกราบเรียนว่าประเทศไทยเรามันใกล้เคียงเหลือเกินเลยกับกรีกในสมัย นั้น ๓,๐๐๐ กว่าป้ แล้วเราก็ลอกรูปแบบมาทุกอย่าง เหมือนทุกเรื่อง แม้แต่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับ ในเรื่องของการปฏิรูปที่ดิน เราก็เอามานะครับ บ้านเมืองเขา ก็มีอย่างนี้ครับ ปฏิรูปไปปฏิรูปมาปรากฏที่ดินชาวบ้านหายหมด เปึนของนายทุนหมด ๓,๐๐๐ ป้มีอยู่ประเทศไทยเพิ่งเอามาใช้ แล้วก็กําลังใช้อยู่ แล้วก็กําลังจะดําเนินรอยตาม ไป ปกครองประชาธิปไตยมากเท่าไรปรากฏว่าคนจนมากขึ้นเท่านั้น ๆ ไปเรื่อยไป มันเกิด อะไรขึ้นในชาติบ้านเมือง สิ่งเหล่านี้อยากจะกราบเรียนนะครับว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผมขึ้นมาพูด ผมคิดว่าท่านเปึนเสาหลักเพราะท่านเปึนศาลรัฐธรรมนูญ ผมพูดกับ ท่านอื่นก็คงจะไม่เหมือนกับพูดกับท่านว่าท่านคงต้องไปช่วยว่าทําอย่างไรบ้านเมืองเรานี้ ถึงจะมีความสุขร่วมกันได้ ทําอย่างไรวัตถุประสงค์หรือแนวคิดของพวกเรามันถึงจะ ก่อให้เกิดความสันติสุขในชาติบ้านเมืองเราได้ วันนี้มันใช่หรือเปล่าครับท่าน ว่าคน ส่วนหนึ่งที่มีความสุขในชาติบ้านเมืองเราไม่ได้คิดถึงคนที่เขาไม่มีความสุข เราไม่เคย คิดถึงเลยว่าคนเหล่านั้นเขาเปึนความทุกข์ ผมยกตัวอย่างท่าน ท่านคิดแล้วนะครับต่อไป ถ้าออกกฎหมายอย่างนี้หรือทําอย่างนี้ท่านต้องไปตีความ มันใช้ไม่ได้ เพราะว่าชาติอื่น เมืองอื่น ๓,๐๐๐ ป้เขาก็ใช้มาแล้วมันก็ใช้ไม่ได้ อย่างปฏิรูปที่ดินให้ดําเนินการโดยการ เช่า ไร่ละ ๑๐ บาท ๒๐ บาท ๕๐ บาท มันไม่ถูกต้อง ถามว่าเราอยากจะได้เงินจากคนเช่า เยอะใช่ไหม คงไม่ใช่ แต่คนที่เช่าถูกปรากฏว่ามันไม่ใช่เกษตรกรโดยแท้ มันคือ คนที่อยากจะเปึนเกษตรกรเข้ามาเช่า แล้วเอาราคาถูก ๆ แล้วไปทํา แต่คนที่เปึนเกษตรกร จริง ๆ ชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา เช่าไร่หนึ่งเท่าไรตอนนี้ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ๑,๕๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท นี่คือความไม่ยุติธรรมสําหรับชาติบ้านเมืองเรา เพราะฉะนั้น การออกกฎหมายใดก็ตามแต่ที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านก็คือว่า สิ่งเหล่านี้เราต้องแก้ไข ปรับปรุง ผมเห็นว่าคนอื่นแก้ไขปรับปรุงไม่ได้เลยในชาติบ้านเมืองนี้นอกจากท่านทั้งหลาย แม้ผมออกกฎหมายไปอย่างไรก็ตามแต่ปรากฏว่าท้ายที่สุดมันก็ไม่เปึนจริง ผมอยากจะ กราบเรียนบางครั้งพวกมากลากไป ไม่ได้ดูทิศทางเลยความเปึนจริงในชาติบ้านเมืองว่า มันจะเปึนอย่างไร ว่ามันคือเหมาะสมอย่างไรหรือถูกทิศทาง ถูกต้อง หรือไม่ อย่างไร นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น วันนี้ต้องกราบเรียนต่อท่านอีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องขององค์กร องค์กรที่นําเรามี ๓ องค์กรด้วยกันเปึนองค์กรชาติหลัก ที่เราเรียกว่า ฝ์ายนิติบัญญัติ คือสภา ฝ์ายบริหาร แล้วก็ฝ์ายตุลาการ ๓ องค์กรนี้ โดยหลักแล้ว โซลอน เขาบอกไว้ว่า ไม่มีใครมานําไม่ได้ องค์กร ๓ องค์กรจะเปึนองค์กรอิสระเหมือนคน ๓ คน องค์กรแต่ละ องค์กรถ้าเราเห็นเปึนองค์กรก็คงมองไม่เห็น ผมจะขออนุญาตครับ เปึนคน ๓ คน ถ้า ๓ คนไม่มีใครที่จะเปึนเสียงนํามันไม่ได้ ต้องมีใครคนใดคนหนึ่งเปึนเสียงนํา คือมีอํานาจในการนํา ถ้าเรา ๓ คนเราไม่มีอํานาจในการนําบอกได้เลยไม่รู้ทิศทางไป อย่างไร ทิศทางมันไปไม่ได้ วันนี้เราเอาฝ์ายนิติบัญญัตินํา ปรากฏก็บอกว่าตุลาการภิวัฒน์ วันนี้เราเอาอะไรนํา เราเอา สภานํา ก็บอกว่าสภาเผด็จการ ถ้าเราเอาฝ์ายบริหารนําก็บอกว่าล้วงลูก และท้ายที่สุดเรา จะเอาอะไร แต่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าถ้าเราเอาสภานํา ได้ครับ แต่ว่า ปฏิบัติยาก ไปไม่ได้ ถ้าเราเอาตุลาการนํา ได้ครับปัญหาเกิด เหมือนกับที่เปึนปัญหาอยู่ใน ณ เวลานี้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ผมเองต้องขอกราบเรียนนะครับว่า รูปแบบของเรานี่เราคง ต้องคิดกันแล้วว่ารูปแบบที่แท้จริงในการที่เราจะใช้ในการนําเราคงไม่ว่ากัน ถ้าหาก จําเปึนต้องใช้ และหากจําเปึนต้องมี และหากจําเปึนต้องเดิน ในสภาวการณ์ใดบ้าง ที่จําเปึน และในสภาวการณ์ใดบ้างมันไม่จําเปึน แต่ถ้าพูดถึงทุกสภาวะก็บอกว่าไม่ต้อง เลย ให้ไปอย่างนั้นนี่ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่าเดินยาก บ้านเมืองเดินยากครับ ไปไม่ได้ครับ เพราะว่าหลักของเมธีหรือนักทฤษฎีเขาก็บอกไว้แล้วว่ามันทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเรายอมรับไหมในเรื่องของทฤษฎีเหล่านี้ ถ้าเรายอมรับเราก็ต้องยอมรับ เปึนหลักว่าแล้วเราจะทํากันอย่างไร อันนี้ผมก็ขอกราบเรียนฝากท่านนะครับ ในการที่จะ ไปคิดค้นในงานวิจัย หรือคิดค้นในเรื่องของอะไร ในคําปรึกษาหารือว่า แล้วท้ายที่สุดเรา จะเอาชาติบ้านเมืองของเราเดินกันอย่างไร เราคงไม่ต้องการอยู่กันแบบนี้นะครับ ท่านประธาน ผมว่าอยู่แล้วแบบอะไรตีกันเปึนวัน ๆ ทะเลาะกันเปึนคราว ๆ แล้วเวลายืน กันอีกฟากหนึ่งหรืออยู่อีกทิศทางหนึ่งก็ไปอีกลักษณะหนึ่ง ก็ขออนุญาตกราบเรียน

มาในเรื่องของเนื้อหา ในเรื่องของการรายงานประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๕๑ ผมก็ดูรายงานที่ได้รับก็ต้องชมก่อนนะครับ รายงานดีขึ้นเยอะ ดีขึ้นมาก ๆ ป้นี้ก็ดีขึ้นมากครับ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนนะครับว่าในเรื่องของงบประมาณที่ใส่เข้าไว้ ป้ ๒๕๕๐ ได้ประมาณสัก ๑๐๐ กว่าล้านบาท ๑๐๐ กว่าล้านบาทนิดหน่อย เราใช้ไปก็ ติดลบนิดหน่อย ประมาณสัก ๘๐๐,๐๐๐-๙๐๐,๐๐๐ บาท ป้ ๒๕๕๑ ได้มาประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาทนิดหน่อย ใช้ไป ๑๒๐ กว่าล้านบาท ก็เหลือประมาณ ๘๐ กว่าล้านบาท ดูแล้วก็ โอเค นะครับประหยัดงบ แต่ไม่แน่ใจว่าเงินที่เหลือนี่มันเหลืออย่างไร และเหลือ เอาไปทําอะไร และป้ ๒๕๕๒ พอดีขออนุญาตในป้ ๒๕๕๒ ในเรื่องของงบประมาณ ก็อยากจะกราบเรียนว่าในส่วนขององค์กรก็ได้ไป ๑๙๐ กว่าล้านบาท นี่น้อง ๆ เขาถ่ายมา ให้ดูนะครับ ๑๙๐ กว่าล้านบาท ก็อยากจะกราบเรียนว่าในเมื่อ ป้ ๒๕๕๑ ใช้แล้วเหลือ ป้ ๒๕๕๒ เอาไป ๑๙๐ กว่าล้านบาท ก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เงินเวลามันมา ในประเทศทั้งหมดถ้าเราใช้งบหมดเลย ผมเองก็ไม่อยากให้ใช้หมดนะ เพราะใช้หมดนี่ บางครั้งมันใช้แล้วไม่เกิดประสิทธิภาพ ไม่เกิดคุณภาพ มันก็ไม่เกิดด้านเศรษฐกิจที่ดี เหมือนว่าใช้แบบเทน้ําเทท่า มันก็ไม่เกิดประโยชน์ ทีนี้ถ้าใช้ให้เกิดประโยชน์เม็ดเงิน นี่มันไปวิเคราะห์แล้ว วิเคราะห์ในการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ เราตั้งไว้อย่างป้นี้ ป้ ๒๕๕๓ เราตั้งไว้ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือป้ ๒๕๕๒ เราตั้งไว้ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเราใช้ตามนั้นหมด แล้วเสร็จสิ้นหมดเลย ผู้ที่เขาคํานวณออกแบบแล้ว จีดีพี (GDP) ก็ดี การเติบโตทางด้านเศรษฐกิจมันจะไปตามจํานวนเงิน ตามสภาวการณ์ ทีนี้ถ้าเกิดเรา ใช้ไม่หมด ใช้ไม่ทันระยะเวลา ไม่ถูกต้อง ก็ทําให้บ้านเมืองเราเศรษฐกิจไม่โตเท่าที่ควร การหมุนรอบเงินไม่ดี ผมยังอยากจะกราบเรียนนะครับท่านประธาน ถ้าเปึนไปได้อยากให้ ใช้ในสภาวการณ์ของเงินให้มันเท่ากันทุกเดือนเสียด้วยซ้ํา หรือไตรมาสเสียด้วยซ้ํา การเหวี่ยงของเศรษฐกิจมันได้เท่าเทียม ไม่ใช่พอสิ้นป้มามากมายมหาศาล ต้นป้มาไม่มี เลย ถ้าอย่างนี้ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนครับว่าศาลก็ไม่ได้ หมายความว่าท่านใช้เงินเติบนะครับ ท่านเหลือด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะ กราบเรียนว่าเพราะอะไร มันเปึนอย่างไร เราวิเคราะห์อย่างไรแล้วมันถึงเปึนอย่างนี้ ถ้าเปึนอย่างนี้ในอนาคตก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าท่านก็ต้องช่วยดูด้วยว่าการใช้ เม็ดเงินของแต่ละองค์กรมันเปึนไปอย่างนี้ไหมนะครับ แล้วก็ให้งบประมาณมันลื่นไหล ให้มันดีเท่าที่ควร แล้วก็จะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศมากที่สุดนะครับ ขอฝากครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ ผมว่า อภ ิปรายให้ทางฝ์ายศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงสักหน่อยนะครับ เชิญทางตุลาการศาล รัฐธรรมนูญสักท่านหนึ่งครับ

นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผม นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ จะขอตอบแค่บางประเด็นนะครับ

ประเด็นที่ ๑ อยากทําความเข้าใจกับทุกท่านก่อน ซึ่งผมก็ทราบว่าทุกท่าน เข้าใจอยู่แล้ว ก็คือว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นอยู่ในหมวด ๑๐ ก็คือเปึนหมวดแห่งคําว่า ศาล ส่วนสํานักงานนั้นเปึนองค์กรอิสระ ต่อมาก็คือว่ามีสมาชิกบางท่านถามถึงเรื่องการยุบ พรรคการเมือง อยากขอกราบเรียนว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นใช้ระบบไต่สวน เพราะฉะนั้นเมื่อ ข้อเท็จจริงเพียงพอก็สามารถที่จะตัดสินได้ นอกจากนั้นในรายละเอียดเรื่องอื่น ๆ กระผม ขออนุญาตท่านประธานให้ทางท่านเลขาธิการเปึนผู้ตอบ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านเลขาธิการ

นายเชาวนะ ไตรมาส เลขาธิการสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ในส่วนที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาอภิปราย ซึ่งเปึนคําแนะนําแล้วก็ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากความห่วงใยและความปรารถนาดี ของท่านทั้งหลายนั้น ในส่วนของสํานักงานขอรับเอาคําแนะนําและข้อเสนอแนะ ที่เปึนประโยชน์ของท่านไปพิจารณาดําเนินการให้เปึนประโยชน์ต่อกิจการของศาล แล้วก็ประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน เพื่อดํารงไว้ซึ่งการประสาทความยุติธรรม ตามกฎหมาย ซึ่งการประสาทความยุติธรรมตามกฎหมายนั้นเปึนความหมายที่ ศาลรัฐธรรมนูญได้ยึดถือตามหลักนิติธรรมซึ่งกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างหนักแน่น และมั่นคง ความยุติธรรมตามกฎหมายคือการเคารพต่อเจตนารมณ์ของประชาชน ที่บัญญัติและปรากฏอยู่ในข้อกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ถือว่าเปึนการเคารพต่อ ความต้องการของคนส่วนใหญ่ทั้งสังคม เพราะฉะนั้นคําวินิจฉัยใด ๆ ที่ดําเนินการออกไป โดยศาลนั้นแม้จะไม่เปึนที่พอใจของบุคคลบางคนบางกลุ่ม แต่ที่มาของคําวินิจฉัยนั้น ได้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายซึ่งเปึนเจตนารมณ์ของสังคมโดยครบถ้วนแล้ว จึงเห็นว่าในกรณีความห่วงใยหรือความปรารถนาดีหรือแม้แต่ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เหล่านั้น บางสิ่งก็สามารถไปดําเนินการได้ บางสิ่งก็ไม่สามารถดําเนินการได้ โดยเฉพาะในส่วนที่ เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญนั้น ศาลเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทํารัฐธรรมนูญ แต่โดยที่ รัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุด รัฐธรรมนูญเปึนสถาบันที่วางระบบกฎหมาย และ รัฐธรรมนูญเปึนสถาบันที่ก่อตั้งองค์กรใช้อํานาจต่าง ๆ ในทางการเมืองการปกครอง เพราะในส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญสามารถดําเนินการได้ก็คือการวินิจฉัยความชอบด้วย รัฐธรรมนูญขององค์กรอํานาจต่าง ๆ ที่ใช้อํานาจตามรัฐธรรมนูญแล้วก็ในขอบเขตที่ รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ เพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ข้อเสนอแนะและความห่วงใยทั้งหลายของท่านนั้น แม้บางอย่างจะเกิดจากความรู้สึก แต่เบื้องลึกผมเข้าใจว่าเกิดจากความปรารถนาดีและอุดมการณ์ ในฐานะที่ท่านเปึน ตัวแทนปวงชนแล้วก็เปึนผู้ตรากฎหมายมาให้ศาลรัฐธรรมนูญเปึนผู้นําไปบังคับ ตามขอบเขตของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญได้ทําหน้าที่ตามเจตนารมณ์ ของท่านด้วยแล้วครับ ขอกราบเรียนเพื่อเปึนการนําเรียนเพื่อแสดงความเคารพต่อ ท่านสมาชิกและเคารพต่อสภาผู้ทรงเกียรติ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุรเชษฐ์มีอะไร เล็กน้อยฝากก็แล้วกันครับ เพราะเรื่องนี้เปึนเรื่องรับทราบครับ

นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม สุรเชษฐ์ ชัยโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทยครับ ด้วยความเคารพครับ วันนี้ก็รู้สึกดีใจที่มีโอกาส ได้พูดถึงประเด็นของการทําหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยความเคารพครับว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการตัดสินที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับพรรค พลังประชาชนและพรรคไทยรักไทย พวกเรามีส่วนได้ส่วนเสีย ฉะนั้นการที่วันนี้ที่ท่านลงไว้ ในรายงานการประชุมว่าตลอดระยะเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาหลังปฏิวัติมีเหตุการณ์ วุ่นวาย มีเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติบ้านเมือง แต่ด้วยความ เคารพครับว่า ก่อนที่ท่านจะยุบพรรคพลังประชาชน ผมมีเพื่อนเปึนผู้พิพากษา ผู้พิพากษา คนนั้นผมขอป่ดชื่อแล้วกันครับ ปรากฏว่าเขาบอกสุรเชษฐ์จะทําอะไรก็รีบทําเสีย อีก ๑๕ วัน จบแล้ว วันนั้นประมาณเดือนกันยายน ก่อนที่ท่านจะยุบพรรคพลังประชาชน พูดไปก็ ตบปากไป ตบปากไปบอกพูดไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าท่านทํางานด้วยความบริสุทธิ์ใจ เห็นแก่ประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ก็ขอให้ท่านมีความเจริญ แต่ถ้าท่านทําอะไรแล้ว ทําให้บ้านเมืองเสียหาย ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยต้องจารึกชื่อของท่านทั้งหลายว่า ทําให้ประเทศเสียหาย เพราะว่าในส่วนหนึ่งผมเปึนพ่อค้า ผมก็มีเพื่อนเปึนนักลงทุน ชาวต่างชาติ วันนี้ผมถามนักลงทุนครับว่า ถ้าวันนี้ท่านมีเงินก้อนหนึ่งท่านจะมาลงทุน ประเทศไทยไหม เพื่อนผมบอกว่าวันนี้ถ้าจะลงทุนต้องไปเวียดนาม แล้วนักลงทุน ชาวต่างชาติไม่เชื่อมั่นในระบบการเมืองในประเทศไทย เสถียรภาพการเมืองหลังปฏิวัตินะครับ พี่คนหนึ่งที่ผมรู้จักดีครับ ก็เปึนลูกของท่านประธานที่เคารพครับ ยังโดนจับไปขัง ไปทําทารุณกรรมหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งก็คือ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเนวิน ชิดชอบ และท่านยงยุทธ ติยะไพรัช หลังจากนั้นก็ออกอะไรต่าง ๆ มาเปึนแผนบันได ๔ ขั้น สุดท้าย แล้วตอนนั้นผมไม่เชื่อ แต่พอมายุบพรรคพลังประชาชน ยุบพรรคไทยรักไทยแล้ว บันได ๔ ขั้นนั้น ถ้าไม่ใช่เปึนเครื่องมือของ คมช. ผมหวังว่าด้วยเกียรติยศศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูล ที่ท่านอยู่ในสังคมก็อย่าเปึนเครื่องมือของฝ์ายหนึ่งฝ์ายใด เพราะวันนี้บ้านเมืองเสียหาย และบอบช้ํามามาก ด้วยความเคารพครับ อยากเห็นประเทศชาติบ้านเมืองเจริญ ผมจะ เปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ไม่สําคัญครับ แต่ขอให้บ้านเมืองไปได้ ผมรักประเทศไทย เหมือนกันครับ ด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากคุณสุรเชษฐ์ วันนี้พูดดีมาก ขอบคุณครับ ก็ถือว่าจบการอภิปรายนะครับ กระผมขอขอบคุณผู้มาชี้แจง จากศาลรัฐธรรมนูญทุกท่านครับ จบการอภิปรายแล้วครับ ขอขอบคุณครับ

เนื่องจากว่ามีอยู่อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่อง ๒.๒ ระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ ผู้ชี้แจงมา ๕ ครั้งแล้วครับ ครั้งนี้เปึนครั้งที่ ๖ ก็ขอความกรุณานะครับ เชิญ ผู้ชี้แจง นายแพทย์อําพล จินดาวัฒนะ คุณป่ติพร จันทรทัต ณ อยุธยา คุณอรพรรณ ศรีสุขวัฒนา เข้าห้องประชุมครับ ช่วยกรุณา แล้วก็คนที่จะซักถามที่สําคัญที่สุดคือ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านก็นั่งอยู่ตรงนี้ครับ สั้น ๆ หน่อย ก็แล้วกันครับ เชิญเลยครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในเรื่องของการเสนอรายงานในส่วนของธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพ แห่งชาติ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่อง ๒.๒ นะครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

อันนี้หรือเปล่าครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๒.๒ รับทราบธรรมนูญ ว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ ของสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เชิญเลยครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ผมว่าผมอ่านถูกแล้วนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

ในเรื่องนี้ถ้าบอกว่าระบบ สุขภาพแห่งชาติเปึนเรื่องสําคัญและต้องมีการ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เอาสักคนละ ๕ นาทีพอ ครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

เอาอย่างไรครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ คนละ ๕ นาที พอครับ เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร

เดี๋ยวก็ขอดูเวลาด้วยนะครับ ว่ามีเนื้อหาอย่างไรครับ ก็ขยับได้นะครับท่านประธาน เพราะเมื่อสักครู่นี้จริง ๆ ผมเกรงใจ ท่านประธาน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ กรุงเทพมหานคร 🔗

ในเรื่องของการดูเรื่องระบบ นะครับ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือในเรื่องของสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเสนอรายงานมา ในวันนี้นะครับ ซึ่งเปึนธรรมนูญในส่วนหนึ่ง ซึ่งว่าด้วยในเรื่องของการส่งเสริมการให้ การพัฒนาทั้งระบบนะครับ หรือในเรื่องของการบริการสุขภาพต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่า ในส่วนต่าง ๆ ซึ่งในหน่วยงานนี้นั้นถึงแม้ว่าเปึนหน่วยงานใหม่แล้วก็เพิ่งตั้งขึ้นมา แต่ก็มี เนื้อหาสาระสําคัญครับ เพราะว่าการจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าวนี้เปึนส่วนหนึ่งที่คํานึงถึง นะครับ ระบบการดูแลสุขภาพ เพราะต้องยอมรับครับว่าประเทศไทยเราเองในอดีตนั้น การทําในเรื่องสุขภาพนั้นส่วนใหญ่แล้วเราไปยึดติดอยู่กับกระทรวงสาธารณสุขเพียง กระทรวงเดียว และในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขเองนั้น ส่วนใหญ่แล้วระบบการที่จัด วางไว้ ก็คือระบบการตรวจหลังจากที่คนนั้นไม่สบาย ก็จะเข้ามาหาหมอ แล้วก็จะตรวจเช็ก บางครั้งเจอ บางครั้งไม่เจอ เนื่องจากว่าระบบการตรวจสอบตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับวิชาชีพหรือเทคนิคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ประเด็นที่เกิดขึ้นก็คือว่าการทําธรรมนูญว่า ด้วยระบบสุขภาพแห่งชาตินั้น เปึนการกําหนดแนวทางหรือทิศทางต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ องค์กรต่าง ๆ นั้น ได้เข้าถึงวิธีการที่จะจัดระบบหรือแบบแผนต่าง ๆ เริ่มต้นตั้งแต่การดูแล ในเรื่องของสุขภาพ ไม่ว่าคนจะเกิดมาอยู่ในส่วนของคนที่มีรากฐานในเรื่องของเศรษฐกิจ ที่ดี ร่ํารวย หรือต่างชนชั้นก็ตามในประเทศของเรา จะต้องมีการดูแลเบื้องต้นก็คือในเรื่อง ของการเอาใจใส่ตั้งแต่แรกเริ่ม โดยตามรัฐธรรมนูญในฉบับป้ ๒๕๔๐ ได้เขียนไว้ชัดเจน แล้วก็ต่อเนื่องมาถึงรัฐธรรมนูญป้ปัจจุบัน ในเรื่องของการจัดการดูแลรักษาสุขภาพให้กับ ประชาชนถ้วนหน้า โดยยึดหลักในความเสมอภาค ทีนี้ที่ผมกล่าวถึงในเรื่องดังกล่าว วันนี้ทางส่วนของระบบสุขภาพแห่งชาติที่เปึนหน่วยงานหลักที่จะต้องวางรากฐาน ถ้าเกิดประเทศไทยเราเองนั้นไม่มีการดูแลในเรื่องของสุขภาพก็จะเกิดปัญหาตามมา คนในประเทศ ซึ่งเปึนทรัพยากรที่สําคัญก็จะเกิดปัญหา รายงานฉบับนี้ถึงแม้ว่าจะบาง เพราะว่าเปึนรายงานใหม่แล้วก็เปึนหน่วยงานใหม่ แต่หมวดของที่ได้นําเสนอเปึนในเรื่อง ของการดูแลสุขภาพและแบ่งเปึนหมวดถึง ๑๒ หมวด ถ้าบอกว่าแต่ละหมวดนั้น มีสาระสําคัญอย่างไร แล้วมีการร่างหลักการ เพื่อที่จะนําเสนอในเรื่องของวิธีการดูแล ปัองกัน เราเองได้ผ่านความคล่องตัวไปในระดับหนึ่งว่าด้วยการเงิน การคลัง ซึ่งหน่วยงานนี้ ขอบอกว่าถ้าเปึนหน่วยงานที่เปึนองค์กรอิสระก็ไม่ใช่ เพราะอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของ นายกรัฐมนตรี แล้วก็เปึนหน่วยงานซึ่งจําเปึนอย่างยิ่งครับที่จะต้องหาองค์ประกอบต่าง ๆ เพราะว่าเปึนหน่วยงาน ซึ่งมีองค์ประกอบที่เปึนหน่วยงานโครงสร้างที่เล็กมาก แต่มี ความสําคัญ การวิจัยหรือการค้นคว้าในเรื่องของการดูแลตั้งแต่แรกเกิดว่าคนเกิดมาแล้ว ตั้งแต่ทารกวิวัฒนาการขึ้นมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาก็ต้องดูแลตั้งแต่แรกเริ่มว่า แม่จะทํา ตัวอย่างไรหลังจากที่มีการปฏิสนธิแล้วในเบื้องต้น แล้วหลังจากที่คลอดลูกแล้วจะต้อง มีการจัดในเรื่องของการดูแลสุขภาพ จนกระทั่งเด็กนั้นมีวิวัฒนาการโตขึ้นจากทารก ได้รับ การดูแลในเรื่องของการศึกษาเล่าเรียน ในส่วนนี้ก็มีส่วนสําคัญ เพราะว่าการสร้างเสริม สุขภาพจะต้องลงไปดูแล รวมถึงคนที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะเปึนวัยที่อยู่ในเกณฑ์ อยู่ในวัยที่ยังแข็งแรงหรือในวัยซึ่งเรียกว่า วัยรุ่น ซึ่งมีอายุขัยโดยประมาณจากอายุ ๑๕ ป้ จากวัยรุ่นขึ้นไปจนถึงอายุโดยประมาณ ๒๕ ป้ และจากนั้นก็จะต้องลงมาดูในเรื่องของเกณฑ์ของอายุต่อ ผมมองว่าในเรื่องเนื้อหาที่ท่าน แบ่งหมวดมันได้ครอบคลุมหรือไม่อย่างไร ผมไม่สามารถที่จะตอบตรงนี้ได้ เพราะว่า เนื้อหาที่ท่านนําเสนอต่อสภาแห่งนี้นั้นเปึนเพียงแต่กฎเกณฑ์กติกา ซึ่งร่างเปึนธรรมนูญ ขึ้นมา แต่ถ้าจะสามารถที่จะนําเนื้อหาเหล่านี้ที่ท่านยกร่างขึ้นมาใน ๑๒ หมวดดังกล่าวนี้ นํามาเพื่อที่จะให้พวกเราเองได้วิพากษ์วิจารณ์นี่ ผมขอบอกนิดหนึ่งว่าตัวท่านเลขาธิการ เองคงจะต้องนําสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านนําเสนอธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาตินั้นเอาไป กําหนดเปึนการปฏิบัติ และจะต้องตรวจเช็กได้ เพราะวันนี้เราเองสภาได้มีการรับหลักการ ในเรื่องของการแก้ไข มาตรา ๒๖ ในเรื่องของ พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพของท่านให้มีการ เบิก หรือเสนอการของบประมาณโดยสํานักงานของท่านเองได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในส่วน ของสภาแห่งนี้นั้นมีความปรารถนาดีอยากจะให้หน่วยงานของท่านนั้นได้มีโอกาส ได้ใช้ ภูมิความรู้ต่าง ๆ และก็ได้นําภูมิความรู้มาใช้กับระบบสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งจะบอกได้ครับ ว่าจะได้ผลหรือไม่ได้ผล ไม่ใช่ไปดูที่ว่าจํานวนคนที่เข้าไปรักษาพยาบาล หรือจํานวนคนที่ ได้รักษาพยาบาลแล้วหายจากโรคอย่างเดียวไม่ได้ จะต้องไปดูว่าปริมาณคนที่รักษานั้น จํานวนที่รักษาลดน้อยลง แต่มีจํานวนคุณภาพของพี่น้องประชาชนเองที่มีสุขภาพแข็งแรง ขึ้น คือเริ่มจากที่ผมกล่าวมาในช่วงเวลาที่สั้น จากเด็กที่ยังอยู่ในครรภ์ของมารดา แล้วก็ เกิดออกมาเปึนทารก มีวิวัฒนาการจนโตแล้วก็ไปเปึนผู้ใหญ่ จนกระทั่งแก่ แก่ท่านเองก็ ต้องดูในระบบการจัดการในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเปึน สปสช. ซึ่งดูแลในเรื่องของการดูแลรักษาส่วนหนึ่ง หรือในเรื่องของกระทรวงสาธารณสุขที่มีหน้าที่ ในการปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้เปึนส่วนองค์ประกอบที่จะต้องลงไปดูแลนะครับ และยังจะต้องมี ในหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ ที่เราเองคงจะต้องใช้ธรรมนูญอันนี้ในการที่ จะส่งเสริมสุขภาพลงไปสู่เด็ก ๆ เยาวชนในระดับของนักเรียน ตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึง ระดับอุดมศึกษาหรือแม้กระทั่งในส่วนของภาคธุรกิจอุตสาหกรรม โรงงานต่าง ๆ ซึ่งผม มองว่า ถึงแม้ว่าระบบหลักประกันของเราเองนั้นได้แยกออกไปว่ากลุ่มเหล่านี้นั้นเปึนอีก กลุ่มหนึ่ง ซึ่งใช้ระบบประกันสังคมเข้ามาดูแล ก็ต้องมีการเข้าไปทําในส่วนของการวิจัย การดูในส่วนของระบบเหล่านี้ หรือการวิจัยเพื่อหาข้อมูลว่า ผมยกตัวอย่าง อย่างวันนี้ โรคไข้หวัด ๒๐๐๙ ที่เข้ามา ท่านเองคงจะต้องลงไปดูว่าสาเหตุใดทําไมรัฐบาลเอง ถึงไม่สามารถที่จะปัองกัน ดูแล แก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ แล้วก็เกิดปัญหาตามมาก็คือ ลุกลาม จนเปึนสิ่งที่บ่งบอกว่าการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จะไปบอกว่าทางส่วนของอนามัย โลกนั้นบอกว่าเปึนเรื่องปกติหรืออย่างไร หรือเราปัองกันได้ดีแล้ว แต่ในเมื่อท่านเองทํา ส่วนของระบบเหล่านี้ ท่านคงจะต้องวิจัย วิเคราะห์ว่าโรคเหล่านี้เข้ามาสู่ประเทศไทยได้ อย่างไร แล้วทําไมมันแพร่ระบาด ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขดูแลเต็มที่หรือเปล่า ท่านต้องไปดูว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องดังกล่าว และการใช้จ่ายเม็ดเงินงบประมาณ ต่าง ๆ เหล่านี้ถึงจะมีความสมบูรณ์ในสาระ เพราะท่านเองถ้าเกิดปล่อยตรงนี้ออกไปมันก็ จะเปึนปัญหา และโรคต่าง ๆ ไม่ใช่ว่าโรคหวัด ๒๐๐๙ เปึนเพียงโรคหนึ่ง วันนี้ยังอีกหลาย โรค ซึ่งยังไม่ได้เจอ หรือยังไม่ได้เข้ามาสู่ประเทศไทย หรือโรคร้ายซึ่งวันนี้ที่ยังเปึนกันอยู่มาก เช่น โรคมะเร็ง ผมอยากจะถามครับว่า ในเรื่องของ ระบบการดูแลควบคุมการส่งเสริมสุขภาพที่ท่านเขียนในแต่ละหมวด ท่านจะต้องเริ่มทํา อย่างน้อย ๆ เนื้อหาข้อมูลนะครับ จากกระทรวง จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วจะเปึน พื้นฐานข้อมูลที่ท่านจะต้องเรียบเรียงแล้วก็เก็บไว้ในเรื่องแต่ละหมวดที่ท่านเขียนส่งมา ซึ่งเปึนธรรมนูญที่ดี ผมเองเห็นด้วยในเรื่องของธรรมนูญที่ท่านได้เสนอรายงานเข้ามาสู่สภา แล้วก็คิดว่าถ้าระบบของท่านดีจริงปัญหาต่าง ๆ และเม็ดเงินที่จะลงสู่เรื่องการรักษา สุขภาพคงจะต้องลดลง แต่จะไปดูแลในเรื่องอื่นของการส่งเสริมสุขภาพมากขึ้นครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ เชิญ คุณบรรพต ตันธีรวงศ์ ครับ

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน 🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผมขอแก้ไขนิดหนึ่งนะครับ นามสกุล ต้นธีรวงศ์ ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้ทางสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้นําเอา ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ มานําเสนอให้สภานี้ได้ทราบนะครับ ความจริงก็เปึนเรื่องที่ว่าเราคงไปแก้ไขอะไรในธรรมนูญนี้ไม่ได้ครับ แต่ก็อดไม่ได้หรอกครับ ที่จะให้ข้อสังเกตหรือให้ความคิดเห็นนะครับ เนื่องจากว่าตามพระราชบัญญัติ สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๔๖ และมาตรา ๔๗ นั้น ทางสํานักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจะต้องจัดให้มีธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ขึ้นมานะครับ เมื่อผมได้อ่านธรรมนูญในฉบับนี้แล้วนะครับ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถจะไป แก้ไขอะไรได้ แต่คิดว่าในโอกาสข้างหน้าซึ่งจะต้องทําทุก ๆ ๔ ป้ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะครับ จะได้เปึนข้อสังเกตให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นนําไปปรับปรุงแก้ไข ถ้าเห็นด้วยกับข้อเสนอ ข้อสังเกตของผมดังต่อไปนี้นะครับ

ผมคิดว่าในสาระบัญญัติของธรรมนูญสุขภาพทั้ง ๑๒ หมวด ผมคิดว่า ก็เขียนไว้ดีนะครับ ครอบคลุมในสิ่งที่จําเปึน ในการที่จะเปึนธรรมนูญ อย่างไรก็ดีนะครับ ในความเปึนธรรมนูญสุขภาพ มันก็เปรียบเสมือนเปึนรัฐธรรมนูญของสุขภาพ ซึ่งจะต้องมี ประโยชน์และสามารถที่จะนําไปใช้ได้กับกฎหมายที่เกี่ยวกับทางด้านสุขภาพทุกฉบับ รวมทั้งหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพทุก ๆ หน่วยงาน เพราะฉะนั้นจึงมีความสําคัญตรงนี้อย่างมากนะครับ ผมขอตั้งข้อสังเกต นะครับ ตั้งแต่หมวด ๔ นี่นะครับ เรื่องของการสร้างเสริมสุขภาพ ผมคิดว่าเขียนไว้ดีครับ บอกว่าจะให้มีการดําเนินการเกี่ยวกับการสร้างสุขภาพนําการซ่อมสุขภาพในทุกระดับ อย่างครบวงจร อันนี้นี่นะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ก็ได้ตอบสนองตรงนี้แล้ว จะด้วย เพราะว่ามีธรรมนูญสุขภาพนี้มาก่อนหรือไม่ก็ตามนี่นะครับ ได้ตอบสนองแล้ว นั่นก็คือว่า ในระดับตําบลนะครับ ก็มีนโยบายในเรื่องการส่งเสริมการให้มีโรงพยาบาลสร้างเสริม สุขภาพตําบลขึ้นมา ซึ่งในงบประมาณป้นี้และป้ต่อ ๆ ไป ก็สามารถที่จะครอบคลุมได้ เกือบทั้งหมดที่เปึนโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพที่อยู่ในนโยบาย มีข้อติงนิดเดียวครับ ในหมวดนี้นะครับ ผมคิดว่าใน (๔) เปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด การสร้างสุขภาพนําการ ซ่อมสุขภาพเปึนเรื่องที่สําคัญ เพราะว่ามันเปึนการปัองกันนําหน้าการแก้ไข และผู้ที่จะ สามารถจะปัองกันตัวเองได้ดีที่สุดก็คือประชาชนครับ เพราะฉะนั้นใน (๔) นี้น่าจะมาก่อน เลยในการพัฒนาศักยภาพ สุขภาพของบุคคล ครอบครัวและชุมชน อันนี้ผมถือว่า เปึนหัวใจเลยนะครับ จะทําอย่างไรให้เกิดจิตสํานึกในการดูแลสุขภาพตนเองขึ้นมา ผมขอตั้งข้อสังเกตครับ ส่วนข้อที่ ๕ นั้นดีแล้วครับ คือการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุขที่เอื้อต่อการสร้างเสริม สุขภาพ อันนี้ดีแล้วนะครับ

ในหมวดต่อไปครับ ผมสนใจในหมวด ๖ การบริการสาธารณสุขและ การควบคุมคุณภาพ ผมเห็นประโยคที่สําคัญที่ใช้กันค่อนข้างจะพร่ําเพรื่อ ก็คือเรื่องการ ให้บริการที่มีหัวใจของความเปึนมนุษย์ ผมก็ไม่คิดว่าประชาชนทั่วไป เขาอ่านแล้ว หรือว่าองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุข เขาอ่านแล้วเขาจะมีความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน เพราะว่าใช้มากเหลือเกินนะครับ ทั้งในหลักการ เปัาหมาย มาตรการอะไรต่าง ๆ ใช้ใน เวิร์ดดิง (Wording) นี้ หรือว่าใช้ในถ้อยคํานี้ค่อนข้างจะมาก ท่านประธานสภาที่เคารพครับ สิ่งที่สําคัญที่ตกหายไปนะครับ และผมคิดว่าเปึนหัวใจอันหนึ่งไม่ยิ่งหย่อนกว่าเรื่อง การสร้างในเรื่องของหัวใจความเปึนมนุษย์ ก็คือเรื่องการส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์อันดี ระหว่างบุคลากรสาธารณสุขกับผู้รับบริการสาธารณสุข หรือประชาชนนี่ละครับ มันไม่มี ในนี้ครับ ถ้าอย่างนี้ผมก็เชื่อว่าธรรมนูญสุขภาพนี้ตกขบวน ทําไมถึงตกขบวนครับ เพราะว่าอีกไม่นานนักร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมความสัมพันธ์ในระบบบริการ สาธารณสุขจะเข้าสู่สภานี้ และจะอ้างอิงไหมครับว่ากําหนดไว้ในธรรมนูญสุขภาพไหม ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้กําลังเปึนประเด็นที่เปึนวิกฤติความสัมพันธ์ระหว่าง ทั้ง ๒ ฝ์าย เหตุใดจึงไม่มีในธรรมนูญฉบับนี้ สิ่งที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายในช่วงที่เปึน กระทู้สดเกี่ยวกับเรื่องของมาตรการการควบคุมปัองกันโรคที่ได้ผ่านไปเมื่อบ่ายอ่อน ๆ วันนี้นี่นะครับ ชี้ให้เห็นชัดนะครับว่าในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ สาธารณสุขนั้น ยังจําเปึนจะต้องใช้ระบบการส่งเสริมความสัมพันธ์นี้ให้ดีขึ้น เพราะว่า ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องว่าการให้ยาไปโดยที่ไม่คํานึงถึงการดื้อยา มันมีผลร้าย ผลเสีย อย่างไร ปัจจุบันความเข้าใจอันนี้ยังไม่กระจ่าง แม้แต่ในวงการวิชาชีพแพทย์ด้วยกันเอง ก็ยังไม่กระจ่างนะครับ เพราะฉะนั้นจึงเกิดคดีฟัองร้องกันครับ เมื่อไม่นานมานี้คนไข้ คนหนึ่งเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ แล้วก็ข้อที่ไปฟัองคดี ข้อกล่าวหา คือว่าไม่ให้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ท่านลองคิดดูนะครับว่า อันนี้มันกลายเปึนประเด็นที่ทําให้เกิดเสียความสัมพันธ์ ทําลายความสัมพันธ์ระหว่าง ทั้ง ๒ ฝ์าย โดยที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นอันนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สําคัญมาก ๆ เลย ที่จะต้องบรรจุเข้าไปในธรรมนูญสุขภาพนี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาอีก นิดเดียวครับ

ในหมวดเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค พูดครับ ว่ามีระบบชดเชยเยียวยา ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม แต่ในระบบบริการไม่ได้พูดถึง ผมขอสรุปอย่างนี้นะครับ ผมค่อนข้างจะชื่นชมและเห็นด้วยกับธรรมนูญสุขภาพที่ร่างขึ้นมาเสนอต่อสภาเพื่อทราบนี้ นะครับ แต่มีข้อสังเกต มีข้อท้วงติงสัก ๔ ข้อครับ

ข้อที่ ๑ ธรรมนูญสุขภาพที่เขียนมาทั้ง ๑๒ หมวด มันสะท้อนวัฒนธรรม ชาติไทย ท้องถิ่นไทยมากน้อยแค่ไหน และได้ถ่ายทอดหรือว่าสะท้อนคุณค่าความเปึนไทย หรือความเปึนชาติไทยมากน้อยเพียงไร รวมทั้งทางด้านจิตวิญญาณของความเปึนไทย ด้วย ผมคิดว่าประเด็นนี้สําคัญนะครับ เพราะว่ามันต้องสะท้อนครับ สะท้อนให้ได้

ข้อที่ ๒ ความหมายของทุก ๆ ข้อความ สามารถแปลความได้โดยง่าย โดยคนทั่ว ๆ ไป ซึ่งไม่ใช่บุคลากรสาธารณสุขได้หรือไม่ เพราะมันมีภาษาวิชาการต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย ผมจะไม่ขอเสียเวลาในการที่จะยกตัวอย่างนะครับ แปลความได้ โดยง่ายไหมครับ คนทั่ว ๆ ไปอ่านแล้วเข้าใจไหมครับ ธรรมนูญสุขภาพต้องมีลักษณะ เช่นนั้นครับ คนทั่ว ๆ ไปต้องอ่านแล้วต้องแปลความออกครับ

ข้อที่ ๓ ครับ ความเปึนไปได้ในการส่งผ่านวัฒนธรรมในธรรมนูญสุขภาพ ที่กําหนดไว้นี้ไปยังอนุชนรุ่นหลัง สามารถจะส่งผ่านได้มากน้อยแค่ไหน มีประสิทธิภาพ มากน้อยแค่ไหน ผมเกรงมันจะกลายเปึนเก็บไว้บนหิ้ง แล้วมันไม่สามารถจะท่ายทอด ไปยังอนุชนรุ่นหลังได้ อย่าไปพูดถึงเรื่องของคนที่อยู่ในยุคปัจจุบันเลยครับ และ

ข้อสุดท้ายครับ สภาพการบังคับใช้ละครับ ถ้าท่านมั่นใจเกี่ยวกับธรรมนูญ สุขภาพนี้ สภาพการบังคับใช้เปึนอย่างไร มีบทลงโทษ หรือควรจะมีบทลงโทษตรงนี้ไหม ผมก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกต แล้วก็ให้ข้อแนะนําในเชิงที่คิดว่าสร้างสรรค์ไว้ในโอกาสนี้ ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ต้องขอกราบขอบคุณ ท่านประธานเปึนอย่างยิ่ง แล้วก็ท่านประธานดึกแล้วนะครับ พอสมควรเวลาทีเดียว แต่อย่างไรก็ตามแต่ดังที่ท่านประธานกล่าวนะครับว่ามา ๖ ครั้งแล้ว จะให้กลับไปมือเปล่า ก็ยิ่งเกรงใจ แต่อยากขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าก็เพื่อให้สมบูรณ์นะครับ พวกเรา ไม่อภิปราย ไม่ดูเลยก็คงไม่ได้ทีเดียว แต่การเปึนนักติที่ติอย่างเดียวก็คงจะเปึนเรื่องที่ ไม่น่าจะถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตามแต่ความจริงแล้วถ้าเกิดอภิปรายกันก่อนหน้านี้ก็จะมี ผู้ที่สนใจ ผมเชื่อว่าผู้แทนราษฎรทุกท่านให้ความสนใจอย่างยิ่งเรื่องนี้ เพราะว่าสุขภาพ ของเราทุกคน แล้วผมเองต้องกราบเรียนว่าคณะกรรมการในการทําก็ตั้งใจ แต่ว่าผมก็ ห่วงใยดังที่ท่านผู้อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่นี้ คือเรื่องนี้เปึนธรรมนูญแล้ว ผมเชื่อว่าจะต้อง ในอนาคตมันต้องไปอยู่ในบทเรียน ไปเปึนตําราเรียนของนักเรียน โดยเฉพาะนักเรียน เด็กเล็ก ๆ ป. ๑ ถึง ป. ๖ ท่านต้องปลูกฝังกันตรงนั้น ทีนี้ตัวเอกสาร ตัวหนังสือ รู้สึกว่า เข้าใจค่อนข้างยากทีเดียว ผมเองก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าในส่วนดี ก็ไม่บอก ขอในส่วนที่พอเห็นแล้วก็เกิดคําถามขึ้นมาในใจ อย่าหาว่าติกันก็แล้วกัน เดี๋ยวจะบอกว่าติกัน คือจริง ๆ แล้วก็คิดดี สานพลัง สช. สานพลังสร้างสุขภาวะ ตอนนี้ จริง ๆ แล้วผมเองก็มีความสนใจทางด้านนี้พอสมควร เขาจะใช้คําว่า สภาวะสุข หรือสุข สภาวะ ในระยะหลังก็จะมีคนที่ไปใช้คําว่า สุขสภาวะ เสียเยอะ คราวนี้ท่านมาใช้ คําว่า สุขภาวะ เฉย ๆ ทีนี้เวลาไปศึกษากันก็จะเกิดความ เอ๊ อะไร เด็ก ๆ ทั้งหลายก็จะไป ตีลังกากันในเรื่องของคําศัพท์ กลับมานิยามศัพท์ นิยามศัพท์ก็ต้องบอก โอ้โฮ พอนิยาม ศัพท์ท่านประธาน เศรษฐกิจพอเพียงเกือบหน้ากระดาษ สั้นกว่านี้ไม่ได้หรือครับ มันต้องสั้น กระชับ เพราะอย่างนี้มันเปึนคําอธิบาย เปึนคําอธิบายไปแล้ว มันไม่เปึน นิยามศัพท์แล้ว นิยามศัพท์มันต้องกระชับและสั้น ทําความเข้าใจง่าย ส่วนจะไปหา คําอธิบายอื่นนั้นเดี๋ยวค่อยว่ากัน ไปว่ากันอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ โอ้โฮ ปรากฏว่าเศรษฐกิจ พอเพียงมันจะพอหน้ากระดาษหรือ ธรรมาภิบาลก็เช่นเดียวกัน ก็ยาว แต่ว่าสั้นกว่า แต่ข้อสําคัญคือหลักของธรรมาภิบาลมันเปึนหลักของเรียกว่า หลักแห่งการทําดี สิ่งที่ดี ในองค์กร หรือการที่เรียกว่าบริหารที่ดี เราเอาภาษาต่างชาติมา แล้วเราก็เอามาแปล แล้วเราก็ใช้คําว่า ธรรมาภิบาล แต่จริง ๆ ก็ยืมมาจากต่างชาติเขา ซึ่งเราก็มาแปรเปลี่ยนกันเอง ทีนี้พอเราแปรเปลี่ยน กันแล้ว เราก็เปลี่ยนจนกระทั่งเรียกว่าอย่างไร ตีลังกากันเลย ตีลังกาการเปลี่ยนเลย มันก็ทําให้เรียกว่า การใช้ภาษา หรือการนิยามศัพท์มันไม่ไปตามทิศทางที่มันไป อย่างธรรมาภิบาลมันเยอะมาก การนิยามเยอะมากเลย แล้วมันก็ใกล้เคียงกัน ทีนี้พอเรา นิยามแต่ละชุด แต่ละตอน การอ้างอิงก็จะไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเอง ถึงเรียกร้อง ผมก็อภิปรายตรงนี้ ผมก็เรียกร้อง พอดีตรงนี้ก็เลยมาอภิปรายเพื่อที่จะ เรียกร้องว่าบ้านเมืองเรา ประเทศเรา เรามีพระราชบัญญัตินิยามศัพท์ได้หรือยัง ท่านประธานครับเวลาเราออกกฎหมาย เขาก็มีนิยามศัพท์ ๆ ปรากฏนิยามศัพท์ของ กฎหมายแต่ละฉบับมันก็ไม่เหมือนกันครับ ว่าไปเรื่อย เกษตรกรฉบับนี้ก็ว่าด้วยอย่างนี้ เกษตรกรฉบับอื่นก็ว่าด้วยอย่างอื่น ว่าด้วยการค้า ก็ว่ากันอย่างนี้ พอฉบับอื่นก็ไปว่า อีกแบบหนึ่ง อย่างนี้มันไม่ใช่ มันต้องนิ่ง แล้วมันต้องอันเดียว เพราะฉะนั้นตรงนี้มันก็เลย ทําให้เรียกว่าอย่างไร มันก็เลยทําให้การจํา การจดจํา มันทําได้ยาก แล้วมันก็เยอะมาก จนเกินไป จนกระทั่งเรียกว่า บางครั้งเรียกว่าไม่ใส่กับการจําในนิยามศัพท์ ความเปึน ตัวตนของคนเราเลยไม่มี ประเทศเราเลยไม่มี เราจะบอกว่าด้วยอะไรมันจะต้องมีชัดเจน แน่นอน แล้วพอชัดเจนแน่นอน ถ้าเรื่องนี้เราจะขยายผลจะว่าอย่างไรมันต้องไปอย่างนั้น ครับ นี่ก็เรียนท่านนะครับ พอดีไม่ได้กล่าวว่าท่าน พอดีก็เห็นเรื่องนี้มันเกิดขึ้นก็เลย อภิปรายรวม ๆ เพื่อที่จะเรียกร้องว่าสิ่งเหล่านี้เราต้องทําร่วมกันแล้ว แล้วการทําร่วมกัน จะทําให้ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ เวลาจะใช้ก็ทํามา คนทําก็ทําง่ายด้วย ไม่ต้องถูกติติงด้วย เพราะฉะนั้นมันก็จะเปึนทิศทางอันหนึ่งอันเดียวกัน เรื่องของจริยธรรม ความหมายกระชับอย่างนี้ มันน่าจะถูกต้อง แต่ผมไม่ได้ดูเวิร์ดดิงว่าอย่างไร แต่ว่ามัน สั้น กระชับ แต่อย่างไรก็ตามแต่มันมีการปรับเปลี่ยนในอนาคต ก็เชื่อว่ามันจะทําให้ดีขึ้น แต่ว่าห่วงลูกหลานนะครับ ห่วงลูกหลานว่าสิ่งเหล่านี้ก็เชื่อว่าในอนาคต ถ้าใคร ไปสอนก็คงต้องสอบ พอสอบปุ็บเด็กทั้งหลายมันก็จะตกกันระเนระนาดหมด ห่วงเรื่อง นั้นด้วย เพราะฉะนั้นก็ฝากไว้ตรงนี้ เพื่อให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้ทําความเข้าใจ โดยเฉพาะ พี่น้องประชาชน แต่อย่างไรก็ตามฉบับนี้เมื่อเปึนฉบับใหญ่ แล้วมันเปึนอย่างนี้นะ ท่านประธาน แก้ไขโดยที่เราอีกหลายป้กว่าจะแก้ไข แล้วก็มาขอผ่านสภา ผ่านคณะรัฐมนตรี มันยุ่งยาก ก็ทําฉบับย่อ สรุปให้มันอ่านง่าย ๆ เอาสักไม่กี่หน้า แล้วก็ฉบับนี้เปึนฉบับ สําคัญ ซึ่งรวบรวมแล้วก็ขัดเกลาแล้ว ก็ถือว่าเปึนสิ่งที่น่าจะเหมาะสม ก็ขอฝากไว้ สิ่งเหล่านี้ กราบขอบพระคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณผ่องศรี ธาราภูมิ ครับ

นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน ขออนุญาตใช้เวลาไม่มาก เพื่อร่วมแสดงความคิดเห็นต่อธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพ แห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๒ ด้วยความเคารพ ก็ด้วยความเชื่อมั่นต่อคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติ ที่ดิฉันก็ได้ติดตามกระบวนการทํางานมาโดยตลอด ก็ทําให้คิดว่า ธรรมนูญฉบับนี้เกิดจากการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน และเวลานําไปผลักดันในเชิง นโยบายสู่การปฏิบัตินั้นก็คงจะต้องทําอย่างการมีส่วนร่วมเช่นกันนะคะ อย่างไรก็ตาม ดิฉันมีข้อสังเกตนะคะ เพื่อจะนําไปปรับปรุง เพราะว่าธรรมนูญนี้แม้ว่าจะได้เกิดขึ้นแล้ว ก็ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่าจะมีการทบทวนอย่างน้อย ๕ ป้ ก็สามารถทบทวนได้ เพราะฉะนั้น สิ่งใดที่ยังเห็นว่าได้นําไปใช้แล้วมีผล มีปัญหา อุปสรรค ก็จะได้ปรับปรุงได้นะคะ

ประการแรก ก่อนอื่นเลยเรื่องของรูปแบบ จะขอพูดถึงโครงสร้างก่อนนะคะ ว่าในเนื้อหาเดี๋ยวจะว่าทีหลัง ส่วนของโครงสร้างในรูปเล่มนี้ ถ้าหากว่าได้เพิ่มเติมหมวด ของสารบัญ แล้วก็แยกให้เห็นหมวดข้อสรุปของแต่ละหมวดชัดเจน จะทําให้การดู ธรรมนูญทั้งฉบับเห็นเปึนองค์รวมว่าแต่ละหมวดมันเชื่อมโยงกันอย่างไร เพราะว่าถ้าอ่าน ไปตามนี้ก็ต้องเป่ดไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าหมวดไหนว่าด้วยเรื่องอะไร ถ้าเราเอามาสรุปรวบรวม ไว้แต่ต้นก็จะทําให้การอ่านธรรมนูญเห็นชัดเลยค่ะว่า ตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่เรื่องของปรัชญา แนวคิด ไปจนถึงเรื่องคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ตลอดจนกระบวนการจนกระทั่งครบถึง ๑๒ หมวด ๑๑๑ ข้อ อันนี้ดิฉันขอฝากไว้ด้วยนะคะ นอกจากนั้นมีข้อสังเกตก็คือตั้งแต่หมวด ๔ เปึนต้นไป ในธรรมนูญนี้ถึงได้แยกเปึน เรื่องของหลักการ เปัาหมาย แล้วก็มาตรการ แต่ว่าในหมวด ๑ หมวด ๒ หมวด ๓ ไม่ปรากฏ ดิฉันก็คิดว่าหมวด ๑ เปึนเรื่องของปรัชญาแนวคิดก็เลยไม่ได้ใส่เรื่องของ หลักการ เปัาหมาย มาตรการเอาไว้ แต่พอมาดูในหมวด ๒ หมวด ๓ ก็น่าจะใส่ได้ว่า ในหมวดนี้เปัาหมายคืออะไร แล้วหลักการคืออะไร เปัาหมายคืออะไร แล้วมาตรการที่จะ นําไปสู่เปัาหมายทําอย่างไรนะคะ ซึ่งปรากฏอยู่ในหมวด ๔ เปึนต้นไป อันนี้ก็ขอฝากไว้ ถ้าหากว่าจะได้มีการปรับปรุงในการจัดทําต่อไป นอกจากนั้นในเรื่องของสาระ สาระก็คง ไม่สามารถลงได้ทั้งหมดนะคะ เนื่องจากเวลาจํากัด ขออนุญาตในหมวดนิยามศัพท์ ดิฉัน เห็นว่าความหมายคํานิยามในเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม และมนุษยธรรมนั้นยังขาด การเชื่อมโยงกับหลักการสําคัญ คุณธรรมของศาสนาทุกศาสนา ไม่มีการพูดถึงเรื่องหลัก ทางศาสนาเลยนะคะ เพราะว่าแท้จริงแล้วหลักศาสนาทุกศาสนานั้นก็นํามาซึ่งการลด ความทุกข์ก็คือการสร้างสุขนั่นเองนะคะ ดังนั้นดิฉันคิดว่ามิตินี้หายไป ก็ฝากไว้ด้วย นอกจากนั้นแล้วก็ในเรื่องของสาระที่เกี่ยวกับหมวด ๓ ว่าด้วยการจัดให้มีหลักประกัน และความคุ้มครองให้เกิดสุขภาพนะคะ ในข้อที่ ๑๖ ในนี้เขียนไว้ว่าหลักประกันและ ความคุ้มครองให้เกิดสุขภาพจะต้องครอบคลุมประชาชนทุกคนที่อยู่บนผืนแผ่นดินไทย โดยไม่มีการแบ่งแยกตามฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม กายภาพ ความพิการ เพศ อายุ ถิ่นที่อยู่ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา วัฒนธรรมและความเชื่อ ตรงนี้ดิฉันไม่ติดใจค่ะ แต่วรรคสุดท้ายที่บอกว่า และอุดมการณ์ทางการเมือง ดิฉันคิดว่าอุดมการณ์ทางการเมือง นั้น อุดมการณ์คือความดี ความจริง ความงาม ความถูกต้อง คงไม่มีความแตกต่าง ในอุดมการณ์ทางการเมืองหรอกค่ะ ไม่ว่าใครจะคิด จะเชื่ออย่างไร แต่อุดมการณ์ก็เปึน เรื่องเดียวกันนะคะ ก็คือการเมืองเปึนเรื่องของส่วนรวม เพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม ที่แตกต่างกันคือความเชื่อและแนวคิดต่างหาก แต่อุดมการณ์เปึนหนึ่งเดียว เพราะฉะนั้น ถ้าท่านเขียนแบบนี้มันเหมือนว่าเปึนอุดมการณ์ที่แตกต่าง อุดมการณ์ต้องเปึนหนึ่งเดียว นะคะ เพราะว่าเปึนความถูกต้องความดีงามของสังคม นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีรายละเอียด อีกหลายประการ ซึ่งถ้ามีโอกาสในการทบทวนเรื่องของการทําธรรมนูญในรอบ ๕ ป้ ก็จะได้มีโอกาสไปร่วมแสดงความคิดเห็นแล้วก็อยากจะเห็นว่าธรรมนูญฉบับนี้ได้ เปึนกลไกในการเปึนแผนแม่บทในการพัฒนาสุขภาพของคนไทย ทั้งในเรื่องกาย จิต แล้วก็ปัญญา เพื่อบ้านเมืองของเราจะได้มีสุขภาวะตามที่ต้องการ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณจุมพฏ บุญใหญ่

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้ง ที่ ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในฐานะที่เปึนหมอความ ก็ขอวิจารณ์หมอรักษาคน หน่อยนะครับตามธรรมนูญ ใช้เวลาให้ครบตามที่ท่านประธานอนุญาตครับ ท่านประธานครับ ธรรมนูญนี้กระผมได้ดูแล้วรู้สึกว่าบทนิยามศัพท์ของท่านเยอะเหลือเกินครับ เยอะมาก เมื่อดูหมวดต่าง ๆ ที่ท่านได้เขียนไว้กระผมคิดว่าท่านเน้นไปที่สุขภาพกาย มากกว่า สุขภาพจิต โดยเฉพาะไม่มีหมวดที่ว่าด้วยสุขภาพจิต ท่านจะพัฒนาสุขภาพ พัฒนา ปัญญา แต่ท่านไม่พัฒนาสุขภาพจิตของคน ท่านประธานครับธรรมนูญนี้อาจจะไม่บรรลุ วัตถุประสงค์ก็ได้ ท่านประธานที่เคารพ พระพุทธองค์บอกว่า มะโน บุพพัง คะมา ธรรมา มะโน เสตถา มะโน มะยา จิตเปึนประธานของกายครับ จิตเปึนประธานของทุกสิ่ง ทุกอย่าง ถ้าจิตวิปริต จิตวิปลาสไปแล้ว สุขภาพกายมันแย่แน่ ถ้าท่านจะเพิ่มอีกสักหมวด หนึ่งนะครับ ว่าด้วยการพัฒนาสุขภาพจิต ผมคิดว่าในขณะนี้สังคมไทยเรามีปัญหาเรื่อง จิตมากครับ โดยเฉพาะคนไทยขณะนี้เปึนโรคเครียดมาก ๆ นะครับ พูดกันไม่ค่อยรู้เรื่องนะ ถ้าสังเกตนะครับ ถ้าท่านจะมีการบําบัดพฤติกรรมทางจิตของคนไทยให้ไม่เครียดแล้วก็ ให้รู้จักฟังกันบ้าง รู้จักหารือกันบ้าง ธรรมนูญของท่านจะแก้ปัญหาของประเทศได้ ในส่วนหนึ่งนะครับโดยเฉพาะ ทีนี้ผมมาอ่านดูในนิยามศัพท์ท่านประธานครับ ผมติดใจ อยู่ตัวหนึ่งครับ ท่านนิยาม สุขภาพทางเพศ แล้วก็ เพศภาวะ ในคํานิยามตัวนี้ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าเพศภาวะท่านไม่เอาชีววิทยา เปึนตัวกําหนด ผมอ่านแล้วไม่เข้าใจครับ ท่านให้ตัวนี้ไป ท่านไม่เอาสรีระของมนุษย์ เปึนตัวกําหนด แต่ท่านเอาอะไรเปึนตัวกําหนดครับตัวนี้ แล้วการที่ท่านกําหนดบทนิยามนี้ ไว้เพื่ออะไร ซึ่งดูแล้วมันไม่เข้าใจเลยว่าท่านจะเอาอะไรมากําหนดเรื่องเพศภาวะ และท่าน กําหนดบทนิยามนี้ไว้เพื่อประโยชน์อะไรในตัวบท ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนบทนิยาม ที่ผมอ่านแล้วไม่เข้าใจ แล้วก็คิดว่าท่านคงมีจุดประสงค์ เพื่อจะใช้ไปจําแนกอะไรระหว่าง คนในสังคม เพื่อการให้บริการทางสาธารณสุข หรือว่าเพื่อท่านจะให้มีสิทธิของเพศที่สาม คือ ชายก็ไม่เปึนชาย หญิงก็ไม่เปึนหญิงหรืออย่างไร ตัวนี้นะครับ ในจุดประสงค์ของท่านที่ กําหนดไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ขอฝากทางผู้ร่างฐธรรมนูญหรือเจ้าของธรรมนูญว่า ถ้าท่านจะเน้นไปที่สุขภาพจิตหรือบุคคลในสังคมให้มากกว่าสุขภาพกาย เมื่อคนมีจิตดี มีความคิด ความปรารถนาที่ดีต่อกัน ไม่เปึนโรคเครียด สังคมนี้ก็จะอยู่ด้วยกันอย่างมี ความสุขปรึกษาหารือกันได้ ไม่เอาชนะคะคานกันอย่างที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ในประเทศไทย ขอฝากไว้สําหรับผู้ร่างธรรมนูญครับ ขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรค ประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเปึนนักกฎหมายที่ได้ลุกขึ้นมาอภิปราย เพื่อรับทราบธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ นั้น ก็สืบเนื่องเพราะ ความเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมได้เดินตามหลังท่าน ส.ส. วิลาศ จันทร์พิทักษ์ ประทานโทษที่เอ่ยนาม ไปพบปะพ่อแม่พี่น้องประชาชนในเขตภาษีเจริญ ผมเห็นพี่น้อง ประชาชน คนเฒ่าคนแก่บางท่านมีสุขภาพที่ไม่แข็งแรงออกมานั่งตากแดดด้วยความ หงอยเหงาและดูแววตาของคุณลุงคุณปัาเหล่านั้นแล้วล้วนแต่มีความทุกข์ ท่านประธานครับ ผมเปึน ส.ส. ผมก็ต้องการให้พี่น้องประชาชนมีสุขภาพที่แข็งแรง สมบูรณ์ เมื่อคณะรัฐมนตรีได้รับทราบและนําเสนอธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ มาให้สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบ ผมก็จะขออนุญาตอภิปรายดังนี้

ในคํานิยามศัพท์ท่านประธานที่เคารพครับ เปึนสิ่งที่ดีอย่างยิ่งที่ได้บัญญัติ เอาไว้ถึงเรื่องคุณธรรม จริยธรรม มนุษยธรรม เศรษฐกิจพอเพียง ธรรมาภิบาล รวมถึงคําว่า ปัญญา และแน่นอนในคําว่า สุขภาพ ได้อธิบายได้อย่างชัดเจนว่า ความดี ความงาม และสุขภาพที่ดีนั้นเปึนอย่างไร ส่วนที่ท่านได้บัญญัติเอาไว้แล้วบอกว่าธรรมนูญนี้เปึนการ มองกรอบสุขภาพของพี่น้องประชาชนภายในชาติไปจนถึงป้พุทธศักราช ๒๕๖๓ คือไปถึง อีก ๑๑ ป้ข้างหน้า ซึ่งผมเชื่อว่าถึงเวลานั้นท่านประธานก็น่าจะมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ และสภาผู้แทนราษฎรก็คงได้ไปอยู่ที่แห่งใหม่เปึนที่เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับ ถ้าพี่น้องประชาชนได้อ่านธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้อ่าน เพราะยังไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผมมีความประสงค์ที่จะให้พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศได้อ่านเปึนอย่างยิ่ง เพราะ ๑๑๑ ข้อ ที่ท่านได้เขียนมานั้นจะทําให้พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศได้รู้ว่าตัวเองนั้นมีสิทธิอย่างไรในสุขภาพของตนเอง ท่านประธานครับ ผมอยากจะยกตัวอย่างเรื่องสุขภาพในสิ่งแวดล้อม เพราะอะไรครับ เพราะว่าที่ เขตหนองแขมนั้นเปึนที่รู้กันว่ามีกองขยะใหญ่ที่สุด มีการก่อให้เกิดมลภาวะโรงกําจัด สิ่งปฏิกูลและโรงงานผลิตยางแอสฟัลท์ (Asphalt) หรือยางมะตอยก็ก่อให้เกิดมลภาวะ พี่น้องชาวหนองแขม หมู่บ้านบริเวณย่านดังกล่าว บริเวณถนนพุทธมณฑล สาย ๓ ต้องเผชิญภัยกับมลภาวะที่เปึนพิษมายาวนาน เขาจะได้รับความเปึนธรรมมากเพียงใด ท่านประธานครับ ในข้อ ๑๐ เขียนไว้ดีมากครับ บอกว่าต้องทุกภาคส่วนมีหน้าที่ร่วมกัน ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศจากแนวทางบริโภคนิยมไปสู่แนวทางปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งการดําเนินชีวิตตามหลักศาสนาคือทุกศาสนา เพื่อสร้าง ความเข้มแข็งด้านสุขภาพจิต ปัญญา และสังคม นี่คือสิ่งที่ดีมากครับ และโดยเฉพาะ ข้อ ๔ ที่บอกว่าสุขภาพเปึนสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ท่านประธานครับท่านเคยได้ยิน ไหมครับว่า คนเปึนไข้หวัดแล้วเสียชีวิต ท่านประธานคงไม่เคยได้ยิน แต่สําหรับผมนั้น ได้ยินครับ แม้ว่าไข้หวัดธรรมดาอาจจะไม่ทําให้คนเสียชีวิต อาจจะมีโรคแทรกซ้อนขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องยอมรับความเปึนจริงว่าพี่น้องประชาชนคนไทย ส่วนข้างมากมีสุขภาพที่ย่ําแย่ เพราะอะไรครับ เพราะขาดการดูแลที่ดี ผมได้อ่าน ในธรรมนูญแล้วยังรู้สึกว่า ท่านได้เขียนมาดีมาก รวมทั้งการบริการด้านสาธารณสุข อย่างมีจิตวิญญาณ อย่างมีความเปึนมนุษย์ นี่ครับท่านประธานที่เคารพครับ เขาเขียน บอกว่าการบริการสาธารณสุขที่มีหัวใจความเปึนมนุษย์ ฉะนั้นพี่น้องประชาชนก็จะไม่ได้ รับการดูถูกดูแคลนโดยสายตาจากบุคลากรทางด้านสาธารณสุขบางคนอีกต่อไป และมองพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างความเปึนมนุษย์ เปึนเพื่อนร่วมทุกข์เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ท่านประธานครับ คณะรัฐมนตรีโดยการนําของท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเปึนคนที่มีสุขภาพแข็งแรง และท่านมองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล ธรรมนูญฉบับนี้ได้คุ้มครองไปถึงผู้บริโภค เสียดายครับท่านประธานครับเวลาได้หมด ลงแล้ว ผมก็ขออนุญาตอภิปรายเพียงเท่านี้

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้เนื้อหาสาระพอสมควร แล้วครับ ผมขอเชิญท่านเลขาธิการชี้แจงสักเล็กน้อย เชิญครับ

นายอําพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพ แห่งชาติ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม อําพล จินดาวัฒนะ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติครับ ผมต้อง กราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๖ ท่านผ่านทางท่านประธานนะครับ ท่านวิชาญ ท่านบรรพต ท่านชัยวัฒน์ ท่านผ่องศรี ท่านจุมพฏ แล้วก็ท่านวัชระ สิ่งทั้งหลาย ที่ท่านให้ข้อสังเกตต่อธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ทางผมและคณะจะรับไป รายงานต่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เพื่อจะนําไปใช้ในการพัฒนาปรับปรุงในโอกาส ต่อไป ผมขอกราบเรียนว่าธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติฉบับนี้ เปึนฉบับแรก ที่เปึนส่วนประกอบหนึ่งของ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ ป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้น ความสมบูรณ์คงจะยังไม่มีหรอกครับ ก็คงจะเปึนเรื่องเริ่มต้นเพื่อจะพัฒนาต่อไป ผมกราบเรียนว่าธรรมนูญฉบับนี้มีท่านได้เปึนห่วงว่า การบังคับใช้จะเปึนอย่างไร ผมขออนุญาตกราบเรียนว่ามันจะนําไปสู่การบังคับใช้หลายทิศทาง ในอดีตเราอาจจะ เข้าใจว่าเมื่อมันมีกฎหมายและมีธรรมนูญ ก็จะบังคับโดยกฎหมาย คือมีบทลงโทษ แต่ลักษณะของพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติที่ให้กําหนดธรรมนูญว่าด้วย ระบบสุขภาพแห่งชาตินี้ เราหวัง ๒ ด้านครับ

ด้านที่ ๑ คือบางส่วนจะมีการบังคับใช้ โดยมีข้อผูกพันหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของรัฐจะต้องเอาไปดําเนินการให้เปึนไปตามทิศทางที่ระบุในธรรมนูญฉบับนี้ และ

ด้านที่ ๒ เราหวังว่าจะเปึนอํานาจบังคับในแนวนอนครับ หรือในแนวราบ ก็คือองค์กรภาคส่วนต่าง ๆ จะสามารถใช้เปึนจุดอ้างอิง ในการที่จะผลักดันให้เกิดระบบ สุขภาพที่พึงประสงค์ตามที่ระบุอยู่ในธรรมนูญ ก็โดยที่ไม่ใช่เปึนการบังคับตามตัวบท กฎหมาย ธรรมนูญนี้จะถูกนําไปสู่การปฏิบัติอย่างน้อย ๖ ด้านครับ

แนวทางที่ ๑ ก็คือจะมีการผลักดันสาระสําคัญไปบรรจุอยู่ในแผนพัฒนา ระดับชาติ แผนปฏิบัติราชการของรัฐบาล แผนงานของส่วนราชการ รวมทั้งแผนพัฒนา ของจังหวัดต่าง ๆ และแผนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งสํานักงานคณะกรรมการ สุขภาพแห่งชาติจะต้องไปทํางานร่วมมือกับองค์กรต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อจะผลักดัน ให้ธรรมนูญนี้ไปสู่ในแผนต่าง ๆ และไปสู่การปฏิบัติครับ

แนวทางที่ ๒ ก็จะมีการผลักดันธรรมนูญผ่านกระบวนการพัฒนานโยบาย สาธารณะตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ คือกระบวนการสมัชชาสุขภาพ ที่มีทั้งระดับชาติ มีทั้งระดับพื้นที่ และระดับประเด็น เพื่อจะนําธรรมนูญในข้อต่าง ๆ ที่มีความสําคัญนําไปผลักดันสู่การปฏิบัติให้เปึนรูปธรรม โดยทั้งฝ์ายรัฐ ฝ์ายวิชาการ และฝ์ายประชาชนจะต้องร่วมมือกันทําครับ

แนวทางที่ ๓ ก็จะถูกนําไปสู่การปฏิบัติโดยองค์กรภาคีที่มีส่วนร่วมยกร่าง ธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมา ซึ่งธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ยกร่างโดยสํานักงาน ไม่ได้ยกร่างโดย คณะกรรมการ แต่ยกร่างโดยการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางขององค์กรต่าง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นองค์กรที่ร่วมยกร่างก็จะมีหน้าที่นําข้อกําหนดในธรรมนูญไปผลักดันสู่การ ปฏิบัติร่วมกัน

แนวทางที่ ๔ ธรรมนูญนี้เนื่องจากผูกพันหน่วยงานของรัฐ ภาคประชาชน และภาคส่วนต่าง ๆ ก็สามารถใช้อ้างอิงในการติดตาม ตรวจสอบ การปฏิบัติของรัฐใน เรื่องที่เกี่ยวข้อง อาจจะรวมไปถึงการอ้างอิงธรรมนูญนี้ซึ่งเปึนส่วนประกอบของ พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติไปสู่การฟัองศาลต่อฝ์ายตุลาการ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติ ตามธรรมนูญนี้ก็ได้นะครับ เปึนแนวทางที่ ๔

แนวทางที่ ๕ ทางฝ์ายนิติบัญญัติทางสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งวุฒิสภา ท่านก็จะได้กรุณาช่วยใช้ธรรมนูญฉบับนี้เปึนเครื่องมือการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ หน่วยงานของรัฐว่าจะมีการปฏิบัติสอดคล้องกับแนวทางหรือสิ่งที่เขียนไว้ในธรรมนูญ หรือไม่ กระผมขออนุญาตกราบเรียนฝากท่านทั้งหลายในฐานะฝ์ายนิติบัญญัติครับ ได้ กรุณาช่วยพิจารณานําธรรมนูญนี้ไปใช้ในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงาน ของรัฐในโอกาสต่อ ๆ ไปก็จะเปึนประโยชน์อีกทางหนึ่งครับ

แนวทางที่ ๖ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติก็จะมีการตั้งคณะกรรมการ เพื่อที่จะติดตามการขับเคลื่อนธรรมนูญให้สู่การปฏิบัตินะครับ ซึ่งขณะนี้มีการตั้ง คณะกรรมการแล้วโดยขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านนายแพทย์บรรลุ ศิริพานิชย์ เปึนประธาน และมีการติดตามขับเคลื่อนต่อเนื่องนะครับ โดยไม่ใช่ว่าหวังว่าได้ธรรมนูญ แล้วเขาหยุดอยู่กับที่ครับ จะต้องมีการขับเคลื่อนต่อไปนะครับ

สุดท้ายครับท่านประธานที่เคารพครับ ข้อเสนอต่าง ๆ ที่ท่านฝากไว้ ท่านท้วงติงหรือถ้าท่านจะสังเกตเราจะรับไปทั้งหมดเพื่อจะไปพิจารณา และท้ายนี้กระผม กราบเรียนว่าธรรมนูญที่เขียนนี้ก็ยอมรับครับว่าอ่านแล้วมันยาก มันจะต้องมีการทําให้ ง่ายต่อไป ผมกราบเรียนว่าเปึนนิมิตหมายที่ดีมากครับ ปรากฏว่ามีชาวบ้านโดย อบต. ที่ตําบลชะแล้ อําเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เขาได้นําธรรมนูญตัวนี้ตั้งแต่ตอนที่เรา ยกร่างเขาเอาสาระสําคัญไปแล้วไปทําใหม่ครับ เปึนธรรมนูญสุขภาพตําบลชะแล้ครับ ซึ่งผมกราบเรียนว่าสํานักงานผมไม่ได้เปึนคนไปผลักดันให้เขาทําเลยนะครับ แต่ประชาชน เขาได้ตื่นตัว แล้วเขาก็ร่วมทําเปึนธรรมนูญสุขภาพตําบลชะแล้ขึ้นมา ซึ่งเขาเขียนภาษา แบบชาวบ้าน เขาเอาไปใช้โดยไม่ได้ไปลอก แล้วก็ไปเขียนในทิศทางของเขา มีทั้ง ๖๐ ข้อ ขณะนี้เขาใช้เปึนธรรมนูญในตําบลของเขา และมีกติกา มีข้อปฏิบัติในเรื่องของสุขภาพ ตามธรรมนูญของเขา

อันนี้กระผมกราบเรียนเพื่ออยากจะนําความงดงามอย่างนี้มากราบเรียน ต่อสภาครับ แล้วก็ผมคิดว่าในอนาคตเราคงจะได้มีการทํางานกับเครือข่ายต่าง ๆ แล้วเรา หวังว่าจะเกิดความงดงามแบบนี้ขึ้นอีกในประเทศ โดยที่ใช้เครื่องมือคือธรรมนูญฉบับนี้ เปึนเครื่องมือทํางานร่วมกันต่อไป กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถือว่าจบการอภิปราย นะครับ กระผมขอขอบคุณ ถือว่าที่ประชุมรับทราบแล้วนะครับ ขอขอบพระคุณ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติที่เข้ามาประชุมวันนี้ครับ จบการอภิปรายครับ มีอะไร ท่านชัยวัฒน์ เชิญครับ จบแล้วครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

กราบขอบคุณท่านประธานเปึน อย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ อยากจะหารือท่านประธานนิดเดียวครับก่อนป่ด วันพุธ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ ผมได้ทราบข่าวว่าจะมีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องรัฐสภาร่วมในการที่ จะประชุมเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือการเสนอรายงานความปรองดองกันนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า อยากจะให้มีการถ่ายทอดครับท่าน

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ถ่ายทอดตลอด รายการเลยครับ ทําเรียบร้อยแล้วครับ แล้วก็ดูเหมือนท่านรัฐมนตรีสาทิตย์เดินไปเดินมา แถวนี้ ถ่ายทอดครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

ทีวีนะครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งวิทยุ ทั้งทีวีละครับ

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ชัยนาท

กราบขอบคุณครับ เพราะพี่น้อง ให้ความสนใจครับ กราบขอบคุณครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ต้องห่วงครับ เชิญครับ คุณชินวรณ์ครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อความ สบายใจของเพื่อนสมาชิก แล้วก็ยืนยันที่ท่านประธานได้กรุณาเรียนนะครับ ว่าวันนี้วิป ทั้ง ๓ ฝ์ายก็เห็นชอบให้มีการถ่ายทอด แล้วท่านประธานรัฐสภาก็ได้กรุณาร้องขอไปยัง รัฐบาล รัฐบาลก็ไม่ขัดข้องนะครับที่จะให้ถ่ายทอด เพราะเปึนเรื่องสําคัญครับ

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีการถ่ายทอดยํา คุณชินวรณ์ได้เลยครับ พูดในที่ประชุมสภา ประธานวิปฝ์ายรัฐบาลท่านรับปากแล้วครับ ถึงผมไม่ทํา เขาก็ทําแล้วครับ ก็ถือว่าเรียบร้อย กระผมขอบคุณเพื่อนสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ ที่อยู่ในห้องประชุมนี้ ครบองค์ประชุมนะครับ ก็ถือว่าวันนี้การประชุมเรียบร้อยดีครับ กระผมขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง และอย่าลืมครับ ๐๙.๐๐ นาฬิกา ของวันที่ ๑๖ และวันที่ ๑๗ เราก็จะอยู่กันโดยพร้อมเพรียงเพื่อปรึกษาหารือแนวทางที่รัฐบาลได้ขอเป่ดอภิปราย ตามมาตรา ๑๗๙ ครับ ขอขอบคุณล่วงหน้า ป่ดประชุมวันนี้ ขอบพระคุณครับ

เลิกประชุมเวลา ๒๐.๐๕ นาฬิกา