สุนัย จุลพงศธร เรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดี 2.5 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์อย่างจริงจัง และเคารพในระบบยุติธรรมและอธิปไตยของประเทศไทย
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ก็นึกว่าจะได้พูดต่อจากท่านดอกเตอร์ ก็พอดีท่านประธานได้ให้พรรคเพื่อไทยพูดสัก ๓ คน ติดต่อกัน ก็จะเปึน ๓ ดอกเตอร์ ผมก็ดอกเตอร์เหมือนกันนะครับท่านประธาน เรียนจบ หลายป้แล้ว แต่ไม่ได้เรียกร้องให้ท่านประธานมาเรียกผมเปึนดอกเตอร์ แต่ผมกําลังจะ กราบเรียนท่านประธานว่า ผมต้องขออนุญาตนิด เดี๋ยวจะหาว่าทําไมดอกเตอร์มาพูดเรื่อง นอกจากรายงาน บังเอิญผมจะเข้าเรื่องรายงานเลยครับ แต่ได้มีการพูดพาดพิงถึงพรรค ของผม ผมเองพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่พาดพิงพรรคประชาธิปัตย์ เพราะรู้ว่าท่านรักพรรค เช่นไร แต่ถ้าท่านรักพรรคท่านอย่างไรนี่ ท่านก็ต้องคํานึงถึงหัวอกคนอื่นเขาบ้างว่าเขาก็รัก พรรคเช่นเดียวกับท่านเหมือนกัน ดังนั้นตรงนี้ต้องขออภัยจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมเอง ยืนอยู่ตรงข้ามกับระบบเผด็จการทหารมาตลอดตั้งแต่เด็กครับ ผมเปึนผู้นํานักศึกษาต่อสู้ เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม วันนี้ทุกครั้งที่ผมต้องขอประทานอภัยท่านประธานครับ คือถ้าใคร มาด่าว่ารัฐบาลประชาธิปไตยเปึนทรราช ผมคิดว่าไม่ถูกต้อง มาใส่ร้ายปัายสีระบบ พรรคการเมืองอย่างนี้ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะคนที่เขาทําการยึดอํานาจ ผมไม่อาจจะพูดได้ หรอกครับเหมือนที่ท่านเมื่อสักครู่ผมก็ได้พูดกับเพื่อนสมาชิกบอกอย่าพูดเลยน้องเอ๊ย เราเปึนฝ์ายประชาธิปไตย ผมไม่อาจจะกล่าวว่าการยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นั้น ล้มรัฐบาลทรราชพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เลยครับ และวันนี้ก็มีข่าวอีกว่าจะมีการ ยึดอํานาจอีกเหมือนกัน ถ้ามีการล้มรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ด้วยกําลังอาวุธ ผมคนหนึ่งจะต่อต้าน แต่ว่าไม่ได้ไปทําอะไรหรอกครับ ต่อต้านด้วยการสันติ ไม่ไปจับมือ ถือป๋นอะไรหรอกครับ และถ้ามีการเลือกตั้งอีกและผมได้มีโอกาสกลับมาในสภาอีก ผมจะไม่ฉวยโอกาสเอาประโยชน์จากการโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ว่าเปึนทรราช เพราะถูก ยึดอํานาจในอนาคตอย่างแน่นอน เมื่อสักครู่เช่นเดียวกันครับ การที่ผมกราบเรียนอย่างนี้ ต้องขออนุญาตเถอะครับ เมื่อกี้ท่านก็มาบอกว่าเรื่องท่านยงยุทธมาโยงกับ ศาลรัฐธรรมนูญ บางทีมันยากมากครับท่านประธานครับ เหตุการณ์เดียวกันครับ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เหมือนกัน เจอคดีที่จังหวัดอุบลราชธานีครับ ผมไม่ได้เอ่ย ชื่อท่านนะครับ ด้วยความรักกันเพื่อนกัน เรากําลังอยู่ในฐานะเปึนไก่อยู่ในตะข้องครับ เมื่อท่านว่ามาผมขอแก้เท่านั้นเองครับ ปรากฏว่ารองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เจอคดี เหมือนกันครับ เปึนปาร์ตี้ ลิสท์ (Party list) เหมือนกันครับ สมาชิกของท่านรับไปแล้วครับ ใบเหลือง ใบแดง แต่ตัวรองหัวหน้าพรรค กกต. บอกว่าถ้าจะตัดสินให้ใบแดงก็ไม่มีการ เลือกตั้งได้ อ้าว แล้วทําไมยงยุทธเจอใบแดงได้ล่ะ ปาร์ตี้ ลิสท์ เหมือนกัน ดังนั้น กระบวนการยุติธรรมในทางการเมืองนั้นมันไม่ใช่อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญอย่างเดียวครับ และวันนี้อีกเช่นกันครับ คดี ๒๕๘ ล้านบาทของการรับเงินของพรรคประชาธิปัตย์ ทําไม กกต. ตัดสินช้าจังเลยครับ ผมก็ไม่ได้ว่า กกต. ครับ เดี๋ยวจะเข้าใจผิด เมื่อกี้ก่อนที่ผมจะ ขึ้นมาพูดท่านประธานครับ เพื่อนฝูงบอกอย่าไปพูดกับศาลรัฐธรรมนูญนะ คุณจะถูก ถอดถอนแล้ว ผมกําลังจะถูกถอนถอนจากการที่ถูกกล่าวหาว่าไปมีหุ้น ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ผมจะไม่เรียกร้องอะไรเลยครับ แต่จะกราบเรียนว่าตั้งแต่เล่น การเมืองมา ตั้งแต่เปึนประธานสภาเขต ตั้งแต่เทศบาล จนถึงวันนี้ ๑๐ ป้ ๒๐ ป้แล้ว ไม่เคย ประกอบอาชีพอื่นเลยครับ นอกจากกินเงินเดือนในสภา ทํามาหากิน ค้าขาย รับจ้าง ว่าความไป ไม่ออกไปรับเหมา ทําถนนหนทาง ไม่มีครับ และเกิดมาไม่เคยซื้อหุ้นครับ แต่ภรรยาไปมีหุ้นอยู่ในบริษัท ซึ่งเปึนบริษัทที่เขาทํางานอยู่ครับ ดังนั้นวันนี้ถ้ากระบวนการ มันเกิดขึ้นอย่างนี้ ผมจะกราบเรียนอย่างนี้นิดเดียวว่า ปัญหาความซับซ้อนของ รัฐธรรมนูญนี้มันยุ่งยากมาก ผมก็ไปให้การกับ กกต. ว่า ภรรยาของผมได้รับหุ้นอยู่ใน บริษัทนั้น ถ้าจะใช้หลักสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ มาตรา ๔๓ กับมาตรา ๔๔ มันมีความชอบธรรม แต่ปรากฏว่าบางคนหลุด บางคนไม่หลุด แต่ผมอภิปรายมากหน่อย ก็ไม่หลุด วันหนึ่งก็จะต้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ผมไม่ขอร้องอะไรครับ ท่านดําเนินการ ตามสิทธิของท่านเถอะครับ แต่ถ้าเกิดท่านวินิจฉัยว่าภรรยาของผมมีหุ้นเพราะเขาจ่าย โบนัสให้ และใช้หลักแห่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๓ กับมาตรา ๔๔ ที่ผมเสนอใน กกต. แล้วแต่เขาไม่ฟัง มันจะถึงการท้าทายทางจริยธรรมว่าท่านจะกล้าตัดสินหรือเปล่า เพราะ ถ้าท่านตัดสินให้ผมหลุด นั่นหมายความว่า กกต. พิจารณาผิดนะครับ กกต. ต้องรับภาระ ไปนะครับ ดังนั้นการที่ท่านตัดสินว่าพรรคพลังประชาชนผิดนั้นเราทําอะไรไม่ได้ครับ แต่ วันที่ท่านจะต้องตัดสินในหน่วยงานราชการด้วยกันผิดจะทําอย่างไร อันนี้เปึนการท้าทาย ทางจริยธรรมครั้งสําคัญ ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียน ว่าสังคมนี้ต้องขีดเส้นให้ชัด ถ้าเราจะบอกว่าอย่างนี้ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ อย่างนี้ไม่ถูกต้อง แต่ถูกใจ มันยุ่งไปหมดครับ ดังนั้นผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องขีดเส้นให้ชัด ว่าเราไม่เห็นด้วยกับระบบการยึดอํานาจ เพราะระบบการยึดอํานาจนั้นทําให้เกิดระบบ กฎหมายที่ปัืนป์วนมากครับ เพราะไม่มาจากประชาชน เริ่มต้นก็ไม่ชอบธรรมแล้ว อันที่ ๒ โครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้มีอํานาจนั้น แน่นอนครับย่อมมีได้ มีเสีย และสิ่งหนึ่งที่ผมจะต้องกราบเรียนกับท่านก็คือว่า วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เฉพาะ ศาลรัฐธรรมนูญครับ แต่เปึนสถาบันตุลาการกําลังจะเสียหายอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ พูดเรื่องนี้ทีไรผมต้องกราบเรียนว่า ผมประกอบอาชีพทางกฎหมาย ผมจบกฎหมายจาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเปึนทนายความ โดยธรรมชาติเราจะไม่วิพากษ์วิจารณ์ศาลเลย ครับ แต่วันนี้ผมก็เห็นว่ามันเปึนเรื่องสําคัญจริง ๆ และเมื่อคราวที่แล้วผมเองยังอยากให้ องค์ประชุมให้มันมาก ก็ต้องถามท่านประธานเหมือนกันนะครับว่าองค์ประชุมที่ไม่ครบ กับการฟังรายงานอย่างนี้ท่านจะตีความอย่างไรครับ การรายงานของท่านชอบไหมครับ ท่านดูด้วยสายตาไม่ถึง ๕๐ คน การรายงานของท่านชอบไหม ท่านจับเปึนประเด็นด้วย นะครับ และท้าทายจริยธรรมท่านว่ารายงานที่ท่านมานี้ชอบหรือไม่ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมรู้สึกเจ็บปวดที่สุดก็คือว่า ประชาชนวันนี้ไม่ได้มองศาลรัฐธรรมนูญแยกต่างหาก นะครับ เขามองว่าเปึนศาลนั่นละ เพราะชาวบ้านโดยพื้นฐานแยกไม่ค่อยถูก และวันนี้ ผมเองก็มีเพื่อนฝูงเปึนผู้พิพากษาเยอะ เปึนอัยการเยอะ ในงานแต่งลูก แต่งหลาน บิดา มารดาท่านเสียเราก็ไปเจอกัน เขาอึดอัดกันมากครับ เพราะอะไร เพราะวันนี้ศาลได้เข้ามา สู่กระบวนการทางการเมือง และกําลังจะเสียหายอย่างยิ่ง ถามว่าท่านอยากเข้ามาไหมครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าศาลไม่อยากเข้า แต่อะไรครับ เพราะ คมช. ผู้ยึดอํานาจนี่ละครับไปดึง ท่านเข้ามา ไม่ใช่ดึงเปล่าครับ ไปดึงประธานศาลรัฐธรรมนูญเข้ามา ไปดึงประธาน ศาลฎีกาเข้ามา ไปดึงประธานศาลปกครองเข้ามา แล้วเอากุญแจโซ่ล็อก (Lock) คอไว้ ล็อกขาไว้กับสภาเลยครับ ออกไม่ได้ เพราะเขียนอยู่ในรัฐธรรมนูญชัดเจนครับ ในเรื่องของ โครงสร้างอํานาจที่เข้ามาแต่งตั้งผู้ออกกฎหมาย วุฒิสภาครึ่งหนึ่งเกิดจากศาลรัฐธรรมนูญ และตัวแทนของศาลเข้ามาร่วมพิจารณา เริ่มตั้งแต่ตั้งองค์กรอิสระ แล้วก็มานั่งอยู่กับ องค์กรอิสระ เลือก ส.ว. ครึ่งหนึ่ง ท่านเอาอํานาจมาจากไหนล่ะครับ ตอบได้อย่างเดียวคือ เอาอํานาจตามกฎหมาย แต่คิดด้วยความเปึนธรรมเถอะครับ ถ้าวันนี้ท่านคิดไม่ได้ ไม่เกิน ๑๐ ป้ ท่านจะรู้สึกว่านี่คือการทําลายระบบยุติธรรมของเราแล้ว เพราะท่านไม่ได้มาจาก ประชาชนเลยครับ แต่ท่านกลับมีอํานาจครึ่งหนึ่งของประชาชนทั้งประเทศในการที่จะ แต่งตั้ง ส.ว. คนทั้งประเทศเลือกได้ครึ่งหนึ่ง ท่าน ๗ คนเลือกได้ครึ่งหนึ่ง มาจากไหนครับ มาจากทหารยึดอํานาจแล้วร่างรัฐธรรมนูญนี้
ท่านประธานครับ พรรคผมมีอายุไม่ยืนยาวเท่าไรนะครับ พรรคเพื่อไทย ก็สัก ๑ ป้ สุดท้ายจะต้องเปลี่ยนชื่อหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ถ้านับจากพรรคไทยรักไทยก็ประ มาณ ๑๐ ป้ ผมไม่ยืนยาว ผมไม่อาจจะอวดอ้างว่าพรรคเราต่อต้านเผด็จการ แต่ผมกล้ายืนยันว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยต่อต้านเผด็จการครับ และตัวผมเองถ้าพรรคนี้เปลี่ยนอุดมการณ์ก็จะ เปลี่ยนพรรคครับ ไม่เอาครับ เพราะผมไม่ยอมรับการเข้ามาสู่อํานาจด้วยการใช้กําลังครับ นี่มันศตวรรษที่ ๒๑ แล้ว และการใช้กําลังนี้ได้ทําให้เกิดความเสียหายขึ้นแล้ว นั่นคือไปฉุด กระบวนการยุติธรรมเข้ามาครับ ท่านประธานครับ ฝากไปถึงท่านผู้พิพากษาศาลฎีกา ผมไม่มีเรื่องส่วนตัวเลย และหลายคนคือพี่ชายผมเอง พูดกันตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม ท่านจรัญมีศักดิ์เปึนพี่ผม อยู่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน และไม่ใช่เปึนเพียงแค่เรียนด้วยกัน แต่มีความใกล้ชิดกันในเวลาเรียนด้วยครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าขอให้ได้นํา ความรู้สึกของพี่น้องประชาชน อย่างน้อยเปึนตัวแทน ท่านอาจจะไม่เชื่อผม แต่ผมกล้า ยืนยันว่าผมซึมซับจากความรู้สึกของประชาชนมาบอกเล่าท่าน มาบอกเล่าอย่างไรครับ มาบอกเล่าว่าสิ่งที่เปึนอยู่อย่างนี้มันกําลังเกิดความเสียหายกับกระบวนการยุติธรรม เพราะอํานาจที่ท่านมีนี้ไม่มีที่มาที่ไปเลยนอกจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้เท่านั้น และเปึน รัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มาจากฐานของประชาชน ถ้าท่านจะบอกว่ามาจากฐาน เพราะโหวตแล้ว ในการโหวตทั่วประเทศก็มีการหลอกลวงประชาชนว่ารับไปก่อนนะแล้วค่อยแก้ทีหลัง เหมือนหัวหน้าพรรคคนหนึ่งพูดครับ รับไปก่อนเถอะแก้ทีหลัง แล้วประธาน คมช. ก็บอกว่า ถ้าไม่รับผมจะเอารัฐธรรมนูญฉบับไหนมาก็ได้ จะหนักกว่านะ คนก็กลัวสิครับ เอ๊ะ อย่างนี้ พรรคที่มีอุดมการณ์ยืนหยัดเพื่อประชาธิปไตยไม่เคยเห็นต่อต้านเลยครับ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนตรงนี้เพื่อจะโยงให้เห็นว่าสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญรายงาน ฉบับนี้จะมีคุณค่าอย่างยิ่ง นั่นคืออะไรครับ ท่านมีรายงานอยู่ในเรื่องของโครงสร้างอํานาจ หน้าที่ หน้า ๑๘ ผมดูในโครงสร้างอํานาจของท่านนั้น ท่านไม่ได้บอกจุดอ่อนอันอันตราย อันจะเกิดจากโครงสร้างอํานาจอย่างนี้เลย ท่านดูนะครับ หน้า ๑๘ ของท่านเปึนต้นไป จนถึงหน้า ๕๑ ไม่มีพูดถึงเรื่องโครงสร้างอํานาจที่ท่านเข้ามาในระบบรัฐสภาเลย คนได้ อํานาจอาจจะพอใจแต่ผมบอกว่าไม่ใช่ครับ นี่กําลังทําลายโครงสร้างของประเทศไทย อย่างยิ่ง เพราะอะไรครับท่านประธาน ในทางการเมืองระบบรัฐสภา ท่านจะเห็นนะครับ ระบบรัฐสภา สภากับรัฐบาลนี้ ถ้าจะเปรียบมวยเหมือนมวยปล้ํานะครับ ปล้ําไปปล้ํามา ดูมวยปล้ําของอเมริกาใช่ไหมครับ ตีกันแทบตายเอาเก้าอี้ฟาดเลยครับ เดี๋ยวเราก็เข้าไปนั่ง กินข้าวคุยกัน หยอกล้อกัน โอเค นะต่างคนต่างความเห็นนะ แต่ว่าในระบบศาลนั้น เหมือนมวยสากลต่อยชิงแชมปีน็อก (Knock) กันเลย แล้วท่านเข้ามาต่อยมวยปล้ํา ระบบ ยุติธรรมมันก็เสียสิครับ แล้วระบบยุติธรรมของประเทศไทยนั้น เปึนระบบยุติธรรม ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข เรายกสถาบันตุลาการไว้ เหนือเกล้าฯ เช่นเดียวกับพระองค์ท่าน เพราะว่านี่ท่านได้ตัดสินในนามพระปรมาภิไธย แต่การที่ศาลรัฐธรรมนูญก็ดี อีกหลายองค์กรในกระบวนการยุติธรรมถูกดึงเข้ามา แล้วตีโซ่มัดขาเลยนี่ ท่านครับ ในอดีตทหารยึดอํานาจประชาชนเกลียด แต่วันนี้ทหาร ยึดอํานาจดึงศาลมาด้วย เล่นด้วย แล้วถ้าคนเกลียดศาลแล้วอยู่อย่างไรครับประเทศนี้ ที่ผมกราบเรียนเช่นนี้ไม่ได้โจมตีครับ แต่เปึนความห่วงใยเพราะผมอยู่ในกระบวนการ ยุติธรรมเช่นเดียวกับท่าน และที่เจ็บปวดที่สุดนั่นก็คือล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ นั้น ได้ยกเลิก สิทธิสภาพนอกอาณาเขต ขออํานาจศาลกลับมานั้น เกิดขึ้นจากการยอมแลกกับดินแดนครับ วันนี้อํานาจยุติธรรมที่เรามีอยู่นี้เกิดขึ้นจากความเจ็บปวด ๑๐๐ ป้ที่แล้ว แล้ววันนี้ มีคนหนึ่งยึดอํานาจแล้วก็พูดจาเลอะเทอะไปใครได้ประโยชน์ก็เชียร์กันไป มาดูจริง ๆ สิครับ โครงสร้างตรงนี้ได้ดึงศาลเข้ามาเกี่ยวแล้ว ผมได้เปรียบให้ประชาชนเห็นหลายครั้งว่า ระบบการเมืองแบบรัฐสภานั้น มันเหมือนก้อนเส้า ๓ ก้อนครับ ก้อนที่ ๑ คืออํานาจ นิติบัญญัติ ก้อนที่ ๒ บริหาร ก้อนที่ ๓ ตุลาการ ก้อนเส้า ๓ ก้อน