สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๒

ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง หารือเรื่องการอยู่ร่วมกันในบ้านเมืองและความสุขของทุกคน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปฏิรูปที่ดินและความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นในชาติบ้านเมือง และเรียกร้องให้มีการใช้เงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าในการดำเนินงานประจำปี พ.ศ.2551-2553

นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง แบบสัดส่วน

ขออนุญาตท่านประธาน ที่เคารพครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณเปึนอย่างยิ่งที่ได้ให้โอกาสในการที่จะพูดในครั้งนี้ ต้องถือว่าบ้านเมืองนี้เปึนเรื่องของพวกเราทุกคน ก็ต้องถือว่าบ้านเมืองนี้ เราต้องคิดว่า เปึนการอยู่ร่วมกันในบ้านเมืองนี้ให้มีความสุข แล้วโดยเฉพาะผู้ที่มีความสุขแล้ว ก็ต้องทํา ความสุขให้กับเพื่อนมนุษย์ด้วย เพื่อนร่วมชาติด้วย ทําอย่างไรให้เขามีความสุข เช่นเดียวกับเรา นี่คือสิ่งที่เราทุกคนต้องคิดกัน ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธาน ความจริงผมเองก็ไม่มีความขัดข้อง แล้วก็เห็นด้วยกับการที่ประเทศเราจะมี องค์กรที่เปึนองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเปึน ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเปึน ป.ป.ช. หรืออะไรก็ตามแต่ หรือผู้ตรวจการแผ่นดิน ผมเอง ก็เห็นด้วยโดยตลอด แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนหรืออยากจะพูดไว้ในที่นี้ก็คือว่า เมื่อสักครู่นี้คุณสุนัยก็พูดไว้ว่า ประเทศเรานี่เราเปึนประเทศที่เรียกว่าเปึนประชาธิปไตย แล้วก็มีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเปึนพระประมุข ปัญหาของเราก็มีอยู่ว่า สมัยก่อนเรา ก็ต้องบอกว่าตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ เปึนต้นมานี้ เราก็เปลี่ยนแปลงการปกครอง พอเรา เปลี่ยนแปลงการปกครองแล้วนี่ ช่วงต้น ๆ ก็อาจจะมีปัญหาพอสมควร ในระยะหลังนี้ ก็เรียกว่าบ้านเมืองเรานี่เราอยู่ด้วยกันที่เรียกว่ามีความผาสุกพอสมควรที่มีอยู่ แต่ในปัจจุบันนี้รู้สึกว่าพอผมอายุมากขึ้น แล้วก็รู้สึกความผาสุกหรือความที่เรียกว่า สิ่งที่มันจะเปึนปัญหาน้อยลงกลับเพิ่มเติมขึ้น ความเพิ่มเติมขึ้นหรือมันมีนี่คงไม่ใช่ เปึนองค์กรที่มีจากองค์กรอิสระที่เรามีอยู่หรอก พอดีประจวบเลยป้ ๒๕๔๐ เรามี รัฐธรรมนูญเพิ่มขึ้น แล้วเรามีองค์กรอิสระเกิดขึ้นหลาย ๆ องค์กร บางท่านบางคนก็อาจจะ วิพากษ์วิจารณ์ว่า อ้ายที่มันเปึนปัญหานี้เพราะองค์กรอิสระหรือเปล่า ที่มันเปึนปัญหาเพราะองค์กรอิสระหรือเปล่า แล้วบางท่านบางคนก็อาจจะวิพากษ์วิจารณ์ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมืองของเรา ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่า ปราชญ์เมธี ท่านได้กล่าวไว้ส่วนหนึ่ง คือรูปแบบการปกครองประเทศเราเราก็เรียนมาด้วยกันก็เรียกว่า ส่วนมากเราก็คงรู้กันว่าเราเรียนแล้วก็เอามา รูปแบบที่เราเอามามันเอามาเรียกว่า ประเทศประชาธิปไตยที่เรียกว่า ต้นตํารับก็คือกรีกเราเอามา แล้วต้องบอกว่า ๒,๐๐๐ ป้ ๓,๐๐๐ กว่าป้ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ ๖๐๐ ป้ ๗๐๐ ป้ ก่อนพุทธกาลเราได้มีรูปแบบนี้แล้ว แต่เคย ศึกษาไหม แล้วก็เคยดูกันไหมว่าในขณะนี้หลังจากที่เราเลิกเรียนกัน หรือเราเรียนกัน เรายังจํากันได้หรือเปล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้นในชาติบ้านเมืองเรา ผมมีโอกาสได้เข้าไปศึกษา ในส่วนนี้ ก็อยากจะกราบเรียนว่าประเทศไทยเรามันใกล้เคียงเหลือเกินเลยกับกรีกในสมัย นั้น ๓,๐๐๐ กว่าป้ แล้วเราก็ลอกรูปแบบมาทุกอย่าง เหมือนทุกเรื่อง แม้แต่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานครับ ในเรื่องของการปฏิรูปที่ดิน เราก็เอามานะครับ บ้านเมืองเขา ก็มีอย่างนี้ครับ ปฏิรูปไปปฏิรูปมาปรากฏที่ดินชาวบ้านหายหมด เปึนของนายทุนหมด ๓,๐๐๐ ป้มีอยู่ประเทศไทยเพิ่งเอามาใช้ แล้วก็กําลังใช้อยู่ แล้วก็กําลังจะดําเนินรอยตาม ไป ปกครองประชาธิปไตยมากเท่าไรปรากฏว่าคนจนมากขึ้นเท่านั้น ๆ ไปเรื่อยไป มันเกิด อะไรขึ้นในชาติบ้านเมือง สิ่งเหล่านี้อยากจะกราบเรียนนะครับว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผมขึ้นมาพูด ผมคิดว่าท่านเปึนเสาหลักเพราะท่านเปึนศาลรัฐธรรมนูญ ผมพูดกับ ท่านอื่นก็คงจะไม่เหมือนกับพูดกับท่านว่าท่านคงต้องไปช่วยว่าทําอย่างไรบ้านเมืองเรานี้ ถึงจะมีความสุขร่วมกันได้ ทําอย่างไรวัตถุประสงค์หรือแนวคิดของพวกเรามันถึงจะ ก่อให้เกิดความสันติสุขในชาติบ้านเมืองเราได้ วันนี้มันใช่หรือเปล่าครับท่าน ว่าคน ส่วนหนึ่งที่มีความสุขในชาติบ้านเมืองเราไม่ได้คิดถึงคนที่เขาไม่มีความสุข เราไม่เคย คิดถึงเลยว่าคนเหล่านั้นเขาเปึนความทุกข์ ผมยกตัวอย่างท่าน ท่านคิดแล้วนะครับต่อไป ถ้าออกกฎหมายอย่างนี้หรือทําอย่างนี้ท่านต้องไปตีความ มันใช้ไม่ได้ เพราะว่าชาติอื่น เมืองอื่น ๓,๐๐๐ ป้เขาก็ใช้มาแล้วมันก็ใช้ไม่ได้ อย่างปฏิรูปที่ดินให้ดําเนินการโดยการ เช่า ไร่ละ ๑๐ บาท ๒๐ บาท ๕๐ บาท มันไม่ถูกต้อง ถามว่าเราอยากจะได้เงินจากคนเช่า เยอะใช่ไหม คงไม่ใช่ แต่คนที่เช่าถูกปรากฏว่ามันไม่ใช่เกษตรกรโดยแท้ มันคือ คนที่อยากจะเปึนเกษตรกรเข้ามาเช่า แล้วเอาราคาถูก ๆ แล้วไปทํา แต่คนที่เปึนเกษตรกร จริง ๆ ชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา เช่าไร่หนึ่งเท่าไรตอนนี้ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ๑,๕๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท นี่คือความไม่ยุติธรรมสําหรับชาติบ้านเมืองเรา เพราะฉะนั้น การออกกฎหมายใดก็ตามแต่ที่อยากจะกราบเรียนต่อท่านก็คือว่า สิ่งเหล่านี้เราต้องแก้ไข ปรับปรุง ผมเห็นว่าคนอื่นแก้ไขปรับปรุงไม่ได้เลยในชาติบ้านเมืองนี้นอกจากท่านทั้งหลาย แม้ผมออกกฎหมายไปอย่างไรก็ตามแต่ปรากฏว่าท้ายที่สุดมันก็ไม่เปึนจริง ผมอยากจะ กราบเรียนบางครั้งพวกมากลากไป ไม่ได้ดูทิศทางเลยความเปึนจริงในชาติบ้านเมืองว่า มันจะเปึนอย่างไร ว่ามันคือเหมาะสมอย่างไรหรือถูกทิศทาง ถูกต้อง หรือไม่ อย่างไร นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น วันนี้ต้องกราบเรียนต่อท่านอีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องขององค์กร องค์กรที่นําเรามี ๓ องค์กรด้วยกันเปึนองค์กรชาติหลัก ที่เราเรียกว่า ฝ์ายนิติบัญญัติ คือสภา ฝ์ายบริหาร แล้วก็ฝ์ายตุลาการ ๓ องค์กรนี้ โดยหลักแล้ว โซลอน เขาบอกไว้ว่า ไม่มีใครมานําไม่ได้ องค์กร ๓ องค์กรจะเปึนองค์กรอิสระเหมือนคน ๓ คน องค์กรแต่ละ องค์กรถ้าเราเห็นเปึนองค์กรก็คงมองไม่เห็น ผมจะขออนุญาตครับ เปึนคน ๓ คน ถ้า ๓ คนไม่มีใครที่จะเปึนเสียงนํามันไม่ได้ ต้องมีใครคนใดคนหนึ่งเปึนเสียงนํา คือมีอํานาจในการนํา ถ้าเรา ๓ คนเราไม่มีอํานาจในการนําบอกได้เลยไม่รู้ทิศทางไป อย่างไร ทิศทางมันไปไม่ได้ วันนี้เราเอาฝ์ายนิติบัญญัตินํา ปรากฏก็บอกว่าตุลาการภิวัฒน์ วันนี้เราเอาอะไรนํา เราเอา สภานํา ก็บอกว่าสภาเผด็จการ ถ้าเราเอาฝ์ายบริหารนําก็บอกว่าล้วงลูก และท้ายที่สุดเรา จะเอาอะไร แต่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าถ้าเราเอาสภานํา ได้ครับ แต่ว่า ปฏิบัติยาก ไปไม่ได้ ถ้าเราเอาตุลาการนํา ได้ครับปัญหาเกิด เหมือนกับที่เปึนปัญหาอยู่ใน ณ เวลานี้ แต่อย่างไรก็ตามแต่ผมเองต้องขอกราบเรียนนะครับว่า รูปแบบของเรานี่เราคง ต้องคิดกันแล้วว่ารูปแบบที่แท้จริงในการที่เราจะใช้ในการนําเราคงไม่ว่ากัน ถ้าหาก จําเปึนต้องใช้ และหากจําเปึนต้องมี และหากจําเปึนต้องเดิน ในสภาวการณ์ใดบ้าง ที่จําเปึน และในสภาวการณ์ใดบ้างมันไม่จําเปึน แต่ถ้าพูดถึงทุกสภาวะก็บอกว่าไม่ต้อง เลย ให้ไปอย่างนั้นนี่ผมอยากจะกราบเรียนนะครับว่าเดินยาก บ้านเมืองเดินยากครับ ไปไม่ได้ครับ เพราะว่าหลักของเมธีหรือนักทฤษฎีเขาก็บอกไว้แล้วว่ามันทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเรายอมรับไหมในเรื่องของทฤษฎีเหล่านี้ ถ้าเรายอมรับเราก็ต้องยอมรับ เปึนหลักว่าแล้วเราจะทํากันอย่างไร อันนี้ผมก็ขอกราบเรียนฝากท่านนะครับ ในการที่จะ ไปคิดค้นในงานวิจัย หรือคิดค้นในเรื่องของอะไร ในคําปรึกษาหารือว่า แล้วท้ายที่สุดเรา จะเอาชาติบ้านเมืองของเราเดินกันอย่างไร เราคงไม่ต้องการอยู่กันแบบนี้นะครับ ท่านประธาน ผมว่าอยู่แล้วแบบอะไรตีกันเปึนวัน ๆ ทะเลาะกันเปึนคราว ๆ แล้วเวลายืน กันอีกฟากหนึ่งหรืออยู่อีกทิศทางหนึ่งก็ไปอีกลักษณะหนึ่ง ก็ขออนุญาตกราบเรียน

มาในเรื่องของเนื้อหา ในเรื่องของการรายงานประจําป้ พุทธศักราช ๒๕๕๑ ผมก็ดูรายงานที่ได้รับก็ต้องชมก่อนนะครับ รายงานดีขึ้นเยอะ ดีขึ้นมาก ๆ ป้นี้ก็ดีขึ้นมากครับ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนนะครับว่าในเรื่องของงบประมาณที่ใส่เข้าไว้ ป้ ๒๕๕๐ ได้ประมาณสัก ๑๐๐ กว่าล้านบาท ๑๐๐ กว่าล้านบาทนิดหน่อย เราใช้ไปก็ ติดลบนิดหน่อย ประมาณสัก ๘๐๐,๐๐๐-๙๐๐,๐๐๐ บาท ป้ ๒๕๕๑ ได้มาประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาทนิดหน่อย ใช้ไป ๑๒๐ กว่าล้านบาท ก็เหลือประมาณ ๘๐ กว่าล้านบาท ดูแล้วก็ โอเค นะครับประหยัดงบ แต่ไม่แน่ใจว่าเงินที่เหลือนี่มันเหลืออย่างไร และเหลือ เอาไปทําอะไร และป้ ๒๕๕๒ พอดีขออนุญาตในป้ ๒๕๕๒ ในเรื่องของงบประมาณ ก็อยากจะกราบเรียนว่าในส่วนขององค์กรก็ได้ไป ๑๙๐ กว่าล้านบาท นี่น้อง ๆ เขาถ่ายมา ให้ดูนะครับ ๑๙๐ กว่าล้านบาท ก็อยากจะกราบเรียนว่าในเมื่อ ป้ ๒๕๕๑ ใช้แล้วเหลือ ป้ ๒๕๕๒ เอาไป ๑๙๐ กว่าล้านบาท ก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เงินเวลามันมา ในประเทศทั้งหมดถ้าเราใช้งบหมดเลย ผมเองก็ไม่อยากให้ใช้หมดนะ เพราะใช้หมดนี่ บางครั้งมันใช้แล้วไม่เกิดประสิทธิภาพ ไม่เกิดคุณภาพ มันก็ไม่เกิดด้านเศรษฐกิจที่ดี เหมือนว่าใช้แบบเทน้ําเทท่า มันก็ไม่เกิดประโยชน์ ทีนี้ถ้าใช้ให้เกิดประโยชน์เม็ดเงิน นี่มันไปวิเคราะห์แล้ว วิเคราะห์ในการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ เราตั้งไว้อย่างป้นี้ ป้ ๒๕๕๓ เราตั้งไว้ ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือป้ ๒๕๕๒ เราตั้งไว้ ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเราใช้ตามนั้นหมด แล้วเสร็จสิ้นหมดเลย ผู้ที่เขาคํานวณออกแบบแล้ว จีดีพี (GDP) ก็ดี การเติบโตทางด้านเศรษฐกิจมันจะไปตามจํานวนเงิน ตามสภาวการณ์ ทีนี้ถ้าเกิดเรา ใช้ไม่หมด ใช้ไม่ทันระยะเวลา ไม่ถูกต้อง ก็ทําให้บ้านเมืองเราเศรษฐกิจไม่โตเท่าที่ควร การหมุนรอบเงินไม่ดี ผมยังอยากจะกราบเรียนนะครับท่านประธาน ถ้าเปึนไปได้อยากให้ ใช้ในสภาวการณ์ของเงินให้มันเท่ากันทุกเดือนเสียด้วยซ้ํา หรือไตรมาสเสียด้วยซ้ํา การเหวี่ยงของเศรษฐกิจมันได้เท่าเทียม ไม่ใช่พอสิ้นป้มามากมายมหาศาล ต้นป้มาไม่มี เลย ถ้าอย่างนี้ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนครับว่าศาลก็ไม่ได้ หมายความว่าท่านใช้เงินเติบนะครับ ท่านเหลือด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะ กราบเรียนว่าเพราะอะไร มันเปึนอย่างไร เราวิเคราะห์อย่างไรแล้วมันถึงเปึนอย่างนี้ ถ้าเปึนอย่างนี้ในอนาคตก็อยากจะกราบเรียนนะครับว่าท่านก็ต้องช่วยดูด้วยว่าการใช้ เม็ดเงินของแต่ละองค์กรมันเปึนไปอย่างนี้ไหมนะครับ แล้วก็ให้งบประมาณมันลื่นไหล ให้มันดีเท่าที่ควร แล้วก็จะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศมากที่สุดนะครับ ขอฝากครับ ขอบคุณครับ