อาคม ยันไว้วางใจศาลฯ รับบทบาทช่วยผ่านวิกฤต

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๒

อาคม เองฉวน หารือประเด็นการยุบพรรคพลังประชาชน โดยสนับสนุนการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญและยกตัวอย่างกรณีเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายยงยุทธ ติยะไพรัช เพื่อแสดงเหตุผลว่าควรไว้วางใจในกระบวนการยุติธรรม ยอมรับบทบาทของศาลในการช่วยผ่านวิกฤตบ้านเมือง แม้จะเคยวิพากษ์วิจารณ์แต่ยืนยันเห็นชอบรายงานฉบับนี้โดยพิจารณาจากเนื้อหาสาระ และเรียกร้องให้ระมัดระวังการใช้ถ้อยคำที่อาจสร้างความเข้าใจผิดต่อผู้ทรงเกียรติในสภา

นายอาคม เอ่งฉ้วน กระบี่

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมคิดว่า เจ้าหน้าที่หรือระดับผู้อํานวยการของศาลรัฐธรรมนูญ จะเห็นว่าในสภาวันนี้จะมีคนสนใจ วิพากษ์วิจารณ์งานของศาลรัฐธรรมนูญอยู่บ้าง แม้ว่าจะไม่มากแต่ผมคิดว่าทุกคนก็ตั้งใจ ที่จะวิพากษ์วิจารณ์การทํางานของศาลรัฐธรรมนูญ แน่นอนครับมันต้องมีความเห็น แตกต่างกันแน่นอน เพราะว่าเราก็มีความเห็นต่างกันได้ และปัจจุบันนี้สังคมกําลังพูดกัน อยู่เสมอว่ามันมีการพูดกันว่าบางเรื่องถูกใจ บางเรื่องถูกต้อง เพราะฉะนั้นมันมีถูกต้องกับ ถูกใจ ก็แน่นอนที่สุดศาลเองก็ต้องรับฟังไว้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้ คนอื่นจะเห็นว่าสมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์สุดแล้วแต่นะครับ แต่ว่าผมดูจากเนื้อหาสาระ แม้ว่าอ่านไม่หมด เพราะว่ามันหนา แล้วก็อ่านเฉพาะในเรื่องที่น่าสนใจ ผมคิดว่าที่ผมสนใจ เปึนพิเศษก็คือเรื่องคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหลายเรื่องนะครับท่านประธานครับ แต่ผม คิดว่าเรื่องที่ผมสนใจอยู่เรื่องหนึ่งก็คือกรณียุบพรรค เพราะว่าหลังจากที่มีคําวินิจฉัยให้มี การยุบพรรคแล้ว นักการเมืองเองก็พูดกันมากว่ามันไม่น่าจะยุบพรรค และเวลานี้ก็นํามาสู่ ประเด็นของการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ในขณะที่ยังไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กรณีของ การยุบพรรค ผมคิดว่าก็เปึนข้อถกเถียงของสังคมอยู่ในปัจจุบัน ผมสนับสนุนการทํางาน ของศาลรัฐธรรมนูญ ผมก็ไปดูเรื่องการยุบพรรค ที่จริงมันมีหลายพรรคนะครับ แต่ผมคิด ว่าผมเลือกเอาเฉพาะพรรคพลังประชาชนที่มีอยู่ในรายงานนี้นะครับ ก็พยายามจะดู เหตุผลอ่านหลายหน้า แต่ว่าจะขออนุญาตท่านประธานอ่านเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ได้บันทึก ไว้ว่า ทําไมผมถึงสนับสนุนศาลรัฐธรรมนูญเพื่อจะได้บันทึกไว้ ในคําวินิจฉัยของศาล รัฐธรรมนูญช่วงหนึ่งนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านเพื่อจะได้บันทึกไว้ วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๑ คณะกรรมการการเลือกตั้งได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีศาลฎีกามีคําสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัช และคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนยังมีความเห็นสรุปได้ว่ามีการให้เงิน ระหว่างนายยงยุทธ ติยะไพรัช กับกํานัน จํานวน ๑๐ คน จริง และผลของการกระทําของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคผู้ถูกร้องนั้นเห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นายยงยุทธ ติยะไพรัช ได้กระทําการฝ์าฝ๋นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๕๓ และการกระทําดังกล่าวมีผลทําให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด เชียงรายมิได้เปึนไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เหตุผลนี้ท่านประธานครับ ตอนแรกถ้าเรา พิจารณาดูเวลานักการเมืองพูดกันเรื่องการซื้อเสียง หรือเวลานักการเมืองพูดกันเรื่องการ กระทําผิดกฎหมายมักจะไม่ค่อยมีคนเชื่อ และหลายคนก็บอกว่าไม่มีนักการเมืองคนไหน หรอกที่จะพูดว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่จริง แต่กรณีนี้เราจะเห็นว่าศาลฎีกาก็ดี คณะกรรมการ สืบสวนก็ดี ได้พิจารณาแล้วว่ามันเปึนเรื่องจริง จึงเปึนเหตุทําให้เชื่อได้ว่ากระทําผิดจริง และนําไปสู่การยุบพรรค นี่เปึนตัวอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน

ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนถึงความรู้สึกอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญคนหลายคนอาจจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างโน้น อย่างนี้ แต่ผมคิดว่าใน หลายกรณีท่านก็ทําให้บ้านเมืองผ่านวิกฤติมาได้ จนมีการกล่าวกันว่าตุลาการภิวัฒน์ ผม หมายถึงศาลอื่น ๆ ด้วยนะครับ ไม่ใช่เฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ แต่ว่าท่านเปึนส่วนหนึ่งของ การทําให้บ้านเมืองมันเดินไปได้ และมีการพูดกันถึงว่าที่มาของท่านนั้นมันมาจาก คมช. คมช. หรือคณะปฏิวัติ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าคณะปฏิวัติผู้ทําการปฏิวัติยึดอํานาจจากรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ว่าถ้าเรามองย้อนไปอีกว่าในขณะนั้นสังคมมีความสับสนมาก และสังคมมีความเชื่ออยู่ส่วนหนึ่งว่าที่คณะ คมช. ทําการปฏิวัตินั้นน่าเชื่อ มีเหตุผลอันควร เชื่อ ที่ผมพูดเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าผมนิยมพวกปฏิวัตินะครับ ผมนี่เปึนนักการเมืองมา จากระบอบการเลือกตั้งนะครับ ทั้งหมดผมเปึนผู้แทนราษฎร ๑๐ ครั้ง ผมต้องปฏิเสธ คมช. แน่นอน แต่ว่า คมช. เขาให้ เหตุผลว่าที่เขาต้องเข้าทําการปฏิวัตินี่ เขาบอกว่า ข้อ ๑ รัฐบาลในขณะนั้นจาบจ้วงสถาบัน แทรกแซงองค์กรอิสระ ทุจริตคอร์รัปชัน มีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อํานาจเพื่อตนเองและ พวกพ้อง น่าเสียดายหลังจากที่ ครม. ตั้งรัฐบาลขึ้นมาแล้วเหตุผล ๕ ประการนี้ ไม่สามารถเอามาเผยแพร่ หรือเอามาทําการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ยอมรับได้ทั้ง ๕ ประเด็น มีประเด็นเดียวที่ดําเนินการจนนําไปสู่ศาลฎีกาได้ คือกรณีทุจริตคอร์รัปชัน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและเกิดความเสียหาย ซึ่งคนพูดกันมากว่าทําให้บ้านเมืองเสียของ พูดสั้น ๆ ว่าเสียของ หรือไม่ควรจะเกิดขึ้นนั่นเอง ท่านประธานที่เคารพครับผมอยากจะ กราบเรียนว่าทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ รายงานฉบับนี้ผมเห็นชอบอยู่แล้ว เพราะว่าเสนอมาแค่ เพื่อให้รับทราบเท่านั้นเอง ผมอยากจะพูดในประเด็นหนึ่งก็คือว่า ในการอภิปรายบางครั้ง ย่อมมีความเห็นต่างซึ่งผมก็คิดว่ายอมรับได้ มีการพูดถึงอํามาตย์ มีการพูดถึงว่าอํามาตย์ แอบบัง แอบกินผมว่าอย่าพูดลอย ๆ พูดลอย ๆ ไปหน่อย เมื่อสักครู่ผมประท้วง ท่านประธานไม่ทัน ความจริงท่านประธานต้องให้ผู้ที่อภิปรายบอกว่าใครเปึนอํามาตย์ แอบกิน แอบกินอะไร แอบบังอะไร เพราะในสภานี้มันเต็มไปด้วยผู้ทรงเกียรติ การที่พูดจา ออกไปนี่ ต้องยอมรับว่าขณะนี้มีคนฟัง ผมว่าเปึนล้านคนแน่นอน เขาก็จะสงสัย แล้วก็ การพูดเช่นนั้น ผมว่ามันเกี่ยวกับเรื่องของความคิดของตัวเองมากกว่า ประเทศไทยเรา ปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ประชาชนเองก็อยากจะให้มันพัฒนาไปกว่านี้ เราเปึน ส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย ไม่ใช่การเลือกตั้งเปึนประชาธิปไตยทั้งหมด ไม่ใช่ ผมเข้าใจว่า ประชาชนต่างหากที่เขาควรจะได้มีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นรายงานของท่านฉบับนี้ ผมไม่ได้พิจารณาที่รูปเล่มนะครับ ผมพิจารณาที่ เนื้อหาสาระ ผมเห็นว่าที่ท่านทํารายงานมานี้ ท่านก็ทํารายงานมาตามที่มีบทบัญญัติให้ ท่านต้องรายงาน และผลงานของท่านก็น่าประทับใจหลายครั้งหลายเรื่อง ผมคิดว่า ประชาชนเองก็เข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีเหตุมีผล โดยเฉพาะในประเด็นที่ผมยกมา เปึนตัวอย่างเรื่องกรณีการยุบพรรค ขอบคุณท่านประธานครับ