สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๒

จุมพฏ บุญใหญ่ เสนอความเห็นเกี่ยวกับพันธกิจของศาลรัฐธรรมนูญและสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญในการสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการและสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องความเป็นรัฐธรรมนูญและบทบาทของศาลรัฐธรรมนูญในการรักษารัฐธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้ศาลศึกษาวิจัยเรื่องการยึดอำนาจรัฐ

นายจุมพฏ บุญใหญ่ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตามรายงานประจําป้ของศาลรัฐธรรมนูญ กระผมขออ้างถึงรายงาน นะครับ ในหน้า ๔๕ ได้ระบุถึงพันธกิจของศาลรัฐธรรมนูญไว้ในข้อ ๒ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญ มีพันธกิจในการวางหลักกฎหมายในคดีรัฐธรรมนูญให้เปึนไป ให้เปึนบรรทัดฐาน และให้ ความกระจ่างชัดเกี่ยวกับบทบัญญัติในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ และในรายงานหน้า ๔๘ ได้ระบุถึงพันธกิจของสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานตรงนี้ต้องแยกให้ออกนะครับ ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญกับสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ นั่นคือสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญ จะเปึนเจ้าหน้าที่ธุรการทํางานตามที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง ท่านประธานครับ พันธกิจของ สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญคือ สนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิชาการเพื่อสนับสนุนการ ปฏิบัติภารกิจของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตลอดจนสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและงานศาลรัฐธรรมนูญ

ท่านประธานที่เคารพสิ่งที่กระผมอยากเห็นในรายงานของป้หน้า รายงาน ในป้นี้ผมไม่วิจารณ์นะครับ ก็คือว่าความเปึนรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งถกกันไว้แล้วเมื่อสักครู่นะครับ ท่านอาจารย์มานิตย์ ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านแต่ว่าไม่ได้เสียหายนะครับ ได้พูดถึงความเปึน รัฏฐาธิปัตย์ กระผมเองก็เปึนนักกฎหมายคนหนึ่งเล่าเรียนจนจบเนติบัณฑิตยสภาครับ ก็งง อยู่กับคําว่า รัฏฐาธิปัตย์ ถ้าท่านจะได้วิจัยศึกษาว่าในต่างประเทศ นานาอารยประ เทศ อย่างของไทยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ เขียนไว้ว่า ผู้ใดยึดอํานาจรัฐ พูดสั้น ๆ อย่างนี้ครับ ผมจําตัวบทไม่ได้ทั้งหมด ผู้ใดใช้อํานาจขู่เข็ญว่าจะใช้กําลังประทุษร้ายเพื่อ ล้มล้างอํานาจนิติบัญญัติแห่งรัฐหรือล้มล้างอํานาจบริหารแห่งรัฐ ผู้ใดกระทําความผิด สําเร็จผู้นั้นเปึนกบฏ นี่คือนิยามของประมวลกฎหมายอาญาที่เขียนไว้ แต่เมื่อศาล พิจารณาคดีซึ่งท่านอาจารย์มานิตย์ท่านอ้างคําพิพากษาศาลฎีกาท่านจําได้ ศาลกลับไป แปลความว่า ผู้ยึดอํานาจรัฐสําเร็จนั้นเปึนรัฏฐาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในฐานะที่ ศาลรัฐธรรมนูญเองมีหน้าที่ที่จะตีความว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือคําพิพากษา คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเองนั้นจะต้องผูกพันต่อศาลยุติธรรม ศาลยุติธรรมจะแปล ความกฎหมายขัดแย้งกับความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญมิได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากให้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีนักวิชาการด้านกฎหมายมหาชนจํานวนมาก หรือแม้แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเองลองศึกษาวิจัยสิครับ ในโลกนี้มีประเทศใดที่ศาลได้ ตีความว่า ผู้ยึดอํานาจรัฐสําเร็จนั้นเปึนรัฏฐาธิปัตย์ พูดง่าย ๆ ครับ ชาวบ้านบ้านผม ไม่เข้าใจ อะไรรัฏฐาธิปัตย์ คือเปึนผู้มีอํานาจสูงสุดออกกฎหมายใช้บังคับปกครองประเทศ ได้แล้วประมวลกฎหมายอาญาที่บัญญัติไว้นั้นใช้บังคับได้หรือไม่

ท่านประธานครับ ศาลรัฐธรรมนูญในฐานะองค์กรสําคัญมีหน้าที่พิทักษ์ รัฐธรรมนูญ ผมอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วิจัยว่า ถ้ามีคณะบุคคลคณะหนึ่งไม่ว่าจะเปึน ใครก็ตามครับ จะเปึนประชาชนหรือจะเปึนอํานาจที่เรียกว่าทหารก็ตาม ออกมากระทํา การยึดอํานาจรัฐ ศาลรัฐธรรมนูญท่านจะมีบทบาทแนวทางในการที่จะรักษาไว้ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เอาฉบับอื่นละครับ ฉบับนี้ ซึ่งท่านประธานครับผมขออนุญาต อ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๙ ครับ เขียนไว้ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิต่อต้านโดยสันติวิธีซึ่งการ กระทําใด ๆ ที่เปึนไปเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้ เปึนไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ แน่นอนครับ การยึดอํานาจนั้นมิได้เปึนไป ตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อย่างแน่นอน ท่านประธานครับ เปึนไปได้หรือไม่ว่า ทุกครั้งที่มีการยึดอํานาจรัฐถ้าสําเร็จเรียกว่า คณะปฏิวัติ รัฏฐาธิปัตย์ ตามความเห็นของ ศาล แต่ถ้าไม่สําเร็จเรียกว่า กบฏ ความจริงกฎหมายอาญาบอกว่า ถ้าทําไม่สําเร็จ ถือว่า พยายามกระทําการอันเปึนกบฏต้องระวางโทษเพียง ๒ ใน ๓ จากประหารชีวิตลดมา เหลือจําคุก ๕๐ ป้ครับ ท่านประธานครับ เพราะเหตุแห่งการที่ผู้ยึดอํานาจไม่เคยล้มล้าง อํานาจตุลาการเลยแม้แต่ครั้งเดียวใช่หรือไม่ ศาลจึงตีความว่าผู้ยึดอํานาจรัฐเปึนรัฏฐาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ลองตรวจสอบการยึด อํานาจรัฐในประเทศไทยที่เกิดขึ้น ไม่เคยมีสักครั้งที่คณะปฏิวัติหรือผู้ยึดอํานาจรัฐ ล้มล้างอํานาจตุลาการ ล้มล้างเพียง ๒ อํานาจเท่านั้นครับ คืออํานาจนิติบัญญัติและ อํานาจบริหาร ฉะนั้นผมอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ทําการศึกษาวิจัยครับ รายงานป้หน้า สภานี้อยู่แน่ครับ ครบ ๔ ป้ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ศึกษาวิจัยว่า ถ้าในครั้งต่อไปอาจจะใกล้ ๆ นี้เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน สมมุติมีการออกมา ยึดอํานาจ ท่านจะใช้สันติวิธีใดในการที่จะต่อต้านโดยสันติวิธีเพื่อพิทักษ์รักษาไว้ ซึ่งรัฐธรรมนูญนี้ ตามมาตรา ๖๙ ของรัฐธรรมนูญ และท่านประธานที่เคารพ ผมสงสัยและ ชาวบ้านของผมสงสัยเปึนอันมาก เมื่อผู้ยึดอํานาจสําเร็จบอกว่าเปึนรัฏฐาธิปัตย์ มีอํานาจ ออกกฎหมาย นิรโทษกรรมให้กับตนเอง หมายความว่าการที่ตนเปึนกบฏ ตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ นั้น ไม่ให้ถือว่ามีความผิด ไม่ให้เปึนความผิดเปึนรัฏฐาธิปัตย์ ไปแล้ว ผมอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ทําการศึกษาวิจัยว่ารัฐสภาที่ประชาชนเลือกมานั้น เปึนรัฏฐาธิปัตย์หรือไม่ อันเนื่องจากในขณะนี้มีเพื่อนสมาชิกรัฐสภานั่งอยู่ข้างหน้าผมนี่ครับ ท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ ขอเอ่ยชื่อหน่อยครับ ท่านได้รวบรวมรายชื่อสมาชิกรัฐสภา ไม่เสียหายท่านครับ เพื่อที่จะแก้ไขบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนการทําหน้าที่ที่ดีของ สมาชิกรัฐสภาเพื่อแก้ไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑ ของรัฐธรรมนูญนี้ ที่ให้อํานาจสมาชิกรัฐสภา ๑ ใน ๕ ของจํานวนสมาชิกที่มีอยู่เข้าชื่อกัน แล้วก็ยื่นร่างแก้ไข เพิ่มเติมต่อประธานรัฐสภาได้ แต่มีกลุ่มบุคคลอีกกลุ่มหนึ่งอ้างว่ารัฐธรรมนูญนี้ใครแตะต้อง ไม่ได้ ถ้าใครยื่นแก้ไขจะยื่นหนังสือถอดถอน แล้วรัฐสภานี้เปึนรัฐฏาธิปัตย์ที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ท่านประธานครับถ้าจะให้สํานักงานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาถึงการบังคับใช้รัฐธรรมนูญว่า ลักษณะนี้เปึนการขัดแย้ง กันเองอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือว่ามีวิธีการอื่นใดหรือไม่ เพื่อมิให้ประเทศนี้ได้ปกครอง โดยคณะบุคคลที่เรียกกันว่าองค์กรภาคประชาชน หรือการเมืองภาคพลเมือง ศาลรัฐธรรมนูญได้กรุณา ถ้าจะมีบทความเปึนหนังสือเล่มเล็ก ๆ แจกให้ประชาชนตาม อบต. ได้ทราบ และสิ่งที่ผมข้องคาใจที่สุดก็คือ ผมได้อ่านบทความทางวิชาการชิ้นหนึ่ง ซึ่งมีแต่ชื่อ นามสกุลผู้เขียนบทความ ผมไม่ขอเอ่ยชื่อ เพราะว่าเปึนบุคคลภายนอก เข้าใจว่า เปึนนักกฎหมายระหว่างประเทศ ท่านเขียนลงในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับเมื่อวานนี้ ท่านบอกว่าขออ้างถึงหน่อยนะครับ รัฐสภาไทยมีอํานาจอธิปไตยที่จะออกกฎหมาย นิรโทษกรรมทางการเมืองให้กับประชาชนได้หรือไม่ ในบทความนั้นท่านก็ได้บอกไปว่า มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ไทยนี้ได้เปึนคู่สนธิสัญญาอยู่ด้วย บอกว่าถ้ามีบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใดใช้อาวุธในการที่จะประทุษร้ายต่อรัฐ รัฏฐาธิปัตย์ไทยไม่มีอํานาจออก กฎหมายนิรโทษกรรมให้กับบุคคลที่ใช้อาวุธในการที่จะล้มล้างอํานาจรัฐได้ ท่านประธานครับ บทความนั้นได้บอกว่ากลุ่มชุมนุมที่ใส่เสื้อสีเหลืองนั้นไม่ได้ใช้อาวุธในการที่จะล้มล้าง อํานาจรัฐ คืออํานาจรัฐสภาและอํานาจบริหาร ซึ่งข้อเท็จจริงผมจะไม่เอ่ยถึงนะครับว่า ข้อเท็จจริงนั้นขัดแย้งกับความเปึนจริงโดยสิ้นเชิง แต่บทความนั้นบอกว่ากลุ่มประชาชน อีกกลุ่มหนึ่งที่ใส่เสื้อสีแดงเรียกตัวเองว่า นปช. กลับเปึนกลุ่มที่ใช้อาวุธในการที่จะล้มล้าง อํานาจรัฐ เพราะฉะนั้นรัฐสภาไทยจึงไม่สามารถออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กลุ่มเสื้อ สีแดงและเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทําการเข้าสลายการชุมนุมได้ แต่ออกกฎหมายนิรโทษกรรม ให้กับกลุ่มเสื้อสีเหลืองได้ เพราะไม่ขัดกับกฎหมายระหว่างประเทศ ถ้ารัฐสภาไทย ออกกฎหมายนี้ จะนําประเทศไทยสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศ เพราะไปขัดกับ กฎหมายระหว่างประเทศ ท่านสํานักงานศาลรัฐธรรมนูญลองวิเคราะห์ดูตรงนี้นะครับว่าจริงหรือไม่ ที่สนธิสัญญา นั้นจะมาจํากัดอํานาจของรัฐสภาไทยในการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ถ้าอย่างนั้น รัฐบาลใดไปเซ็นสนธิสัญญานี้ต้องมาขออํานาจต่อรัฐสภาตามมาตรา ๑๙๐ ของ รัฐธรรมนูญนี้หรือไม่ เพราะนั่นท่านได้ไปทําสนธิสัญญาโดยจํากัดอํานาจอธิปไตยของ ประเทศไทยลงไป อันนี้จะเปึนข้อมูลทางวิชาการที่จะน่าศึกษามาก ที่กระผมพูดอย่างนี้ ไม่ได้ร้อนตัวอะไรครับ เนื่องจากกระผมได้ยกร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมทาง การเมืองให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่เรียกตัวเองว่า พันธมิตร และ นปช. และข้าราชการตํารวจ ซึ่งได้เข้าไปกระทําการในการสลายการชุมนุม และกระผมได้เสนอร่างกฎหมายต่อ พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากว่าไม่เห็นทางออกอื่นใดของประเทศนี้นอกจากการนิรโทษกรรม เสีย เช่นเดียวกับคณะที่ยึดอํานาจ รัฐได้ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับตัวเอง ทั้งนี้เพื่อให้คนไทยได้รู้รักสามัคคี ท่านประธานครับ ถึงแม้ว่าทางฝ์ายผู้นําของพันธมิตร หรือ นปช. จะปฏิเสธความหวังแบบนี้ ก็ไม่เปึนอะไรครับ ยังนับถือท่านที่เปึนสุภาพบุรุษ ยอมรับผิดถ้าท่านยอมรับว่ากระทําผิด แต่กระผมและพรรคภูมิใจไทยกับมองไปว่าน่าจะมี ทางออกของประเทศที่ดี นั่นคือเมื่อเปึนความผิดทางการเมือง รัฏฐาธิปไตย ก็ควรที่จะมี อํานาจอธิปไตยในการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ฝากศาลรัฐธรรมนูญและสํานักงาน ศาลรัฐธรรมนูญได้โปรดทําการศึกษาวิจัยในประเด็นด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน