สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๒

สุชาติ ลายน้ําเงิน ชี้ปัญหาข้าวโพดและข้าวในภาคกลาง โดยกล่าวว่าข้าวที่รัฐบาลประกันไว้ไม่สามารถขายได้ และข้าวโพดที่ชาวไร่เกี่ยวได้ไม่สามารถขายได้ เขาขอให้เพิ่มราคาตำรวจข้าวเพื่อป้องกันการลักเก็บ

นายสุชาติ ลายน้ําเงิน ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดลพบุรี เขต ๑ ก่อนอื่น ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีนะครับที่วันนี้มารับฟังปัญหาด้วยตัวเอง แล้วก็จะได้เห็น ภาพจริง ๆ ผมเกริ่นหัวเลยนะครับว่า ถ้าทําอย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีออกมาพูดเมื่อ สักครู่ต้องบอกว่าชาวนาภาคกลางตายหมด ทําไมผมพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ คือเหตุผลการประกันหรือการจํานํา ชาวบ้านเขาไม่เข้าใจหรอกครับ เขาเข้าใจว่าตอนนี้ เขาจะขายข้าวอย่างไร วันนี้ท่านไปดูที่สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี อยุธยา ยันไปถึงพิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย ยันไปถึงภาคเหนือ ท่านรู้ไหมครับว่า ปัญหาข้าวมันเกิดอย่างไร ข้าวโพดมันเกิดอย่างไร มันเกิดอย่างไร วันนี้รัฐบาลยังไม่เคยพูดเรื่องส่งออกเลยครับ ผมเห็นรัฐบาลมีแต่พูดเรื่องกู้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่า ล้านบาท แล้วก็ไปเป่ดโครงการอะไรต่าง ๆ วันก่อนเห็นท่านนายกรัฐมนตรีไปจังหวัด ปทุมธานีไปโชว์เกี่ยวข้าว แต่ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ได้โชว์เรื่องขายข้าวเลยครับ เพราะ ครั้งที่แล้วเพิ่งเอาข้าวในสต็อก (Stock) ออกไปขาย วันนี้รัฐบาลมาแข่งกับชาวนาท่าน ประธานรู้ไหมครับ ข้าวที่อยู่ในสต็อกรัฐบาลครั้งที่แล้วมีปัญหาหรือเปล่าไม่รู้ ครั้งที่ผ่านมาพอมาเปึนรัฐบาลปุ็บ ข้าวในสต็อกเห็นว่ามีการกินหัวคิวกันหรือเปล่า เดี๋ยวให้ นายกรัฐมนตรีตอบด้วยนะครับว่า แล้ววันนี้ข้าวที่ท่านบอกว่าประกันไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท ผมอยากจะให้ท่านไปดูน้ําตาชาวนา วันนี้ชาวบ้านถ้าไปมัวคิดอยู่ เหมือนท่าน รองนายกรัฐมนตรีอยู่ ไปขึ้นทะเบียนนี่แสดงว่ารัฐบาลนี้ไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่เกษตรกร ไม่ไว้ใจผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ไว้ใจข้อมูลเดิมเลย คือฐานข้อมูลนี้เขามีอยู่แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เขามีอยู่แล้ว ชาวนาที่เขาทํานามาตั้งแต่ต้นนี่เขาทํากันมานานแล้ว เขามีข้อมูลว่าถึงป้ประกันเท่าไร ท่านอย่าลืมนะครับมันไม่ได้ทํานาป้อย่างเดียว มันยังมีนาปรังอีกนะครับ มีข้าวขาวสุพรรณบุรี ปทุมธานี ชัยนาท ที่คนภาคกลางเขาทํากันอยู่ แล้วข้าวนี่ละครับที่จะไปหล่อเลี้ยงประเทศ ถ้าท่านทําส่งออกดี ๆ แต่นี่มันไม่ใช่ท่านครับ ล่าสุดผมเรียนท่านนายกรัฐมนตรีเลยนะครับ เมื่อวานก่อนเกี่ยวข้าวที่จังหวัดลพบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี ล่าสุดพ่อค้าไปซื้อเท่าไรท่านรู้ ไหมครับ ๖,๕๐๐ บาท ๖,๕๐๐ บาทบอกว่าชาวนาต้องขาย เพราะว่าถ้ารัฐบาลจะ ประกันให้ ๑๐,๐๐๐ บาท ครั้งที่แล้วรัฐบาลท่านสมัครประกันไว้ ๑๔,๐๐๐ บาท ขายไว้ ๑๒,๐๐๐ บาท แต่รัฐบาลนี้บอกประกันได้ ๑๐,๐๐๐ บาท ขายได้ ๖,๕๐๐ บาท ต้นทุน ท่านนายกรัฐมนตรีรู้ไหมครับว่าเท่าไร ต้นทุนต่อไร่ประมาณ ๗,๐๐๐ บาท ทําไมถึง ๗,๐๐๐ บาท ท่านรู้ไหมครับ ชาวนาส่วนมากเขาไม่ทํากันหรอกนา ๕ ไร่ ๑๐ ไร่ ภาคกลาง เขาทําอย่างน้อย ๑๐๐ ไร่ ๕๐ ไร่ขึ้นไป ขนาดทําอย่างนี้ยังไม่พอใช้หนี้เขาเลย ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เพราะอะไรท่านรู้ไหมครับ ปัญหาคือ ๑. เรื่องปุิยราคากลาง ภาคกลางไม่ใส่ปุิยจะไปเอาข้าวที่ไหนมาเกี่ยว ปุิยตันละ ๑๕,๐๐๐ บาทครับ ใส่ ๓ รอบ ไหนจะต้องไปเช่าที่เขาอีก ๑ ไร่ต่อ ๑๕ ถัง คือความเปึนจริง และถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรี ไปตามหาโฉนดไม่เจอแน่ครับ เพราะโฉนดไปอยู่กับคนอื่นเขาหมดแล้วเอาข้อมูลเดิม สิครับ เอาข้อมูลเดิมที่ชาวบ้าน ชาวนา เขาทํากันอยู่นะครับว่าสิ้นป้เขาหวังเหลือเกินว่า อยากจะเห็นรัฐบาลประกันราคาข้าวไว้ที่สูง ๆ หรือรัฐบาลส่งออกให้ชาวนาทําได้เต็มที่ ถ้าจะส่งเสริมเกษตรกัน ตัวอย่างข้าวโพดอีกท่านครับ ผมพูดรวมไปภาพเดียวเลยนะครับ แล้วจะได้ให้ท่านตอบเรื่องพืช ผัก ผลไม้ ของประเทศไทย กรณีอย่างข้าวโพดท่านรู้ไหม ครับ ท่านลองไปดูตั้งแต่แถวจังหวัดพิจิตร จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดลพบุรี ไล่มาเลย ไปทางจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ ที่ทําข้าวโพดอยู่ ชาวไร่ถ้ามารออยู่อย่างที่ท่าน บอกนี่เอามาขึ้นราคาประกัน ไปหาหลักฐานมาทําประกันนะครับ ผมถามอยู่บนยอดดอย อยู่บนยอดเขาต้องใช้เวลาเท่าไรที่ท่านจะให้หน่วยราชการไปลงทะเบียนให้ท่านได้ ล่าสุดชาวไร่ข้าวโพดถังละ ๓ บาท ท่านบอกประกัน ๗.๑๐ บาท ก็พ่อค้าไม่ซื้อกิโลกรัมละ ๗.๑๐ บาท จะซื้อ ๓ บาท ฝนตกอีกต่างหากด้วย ไม่มีที่เก็บ มันเหมือนผีถึงป์าช้า ท่านประธานครับ ชาวนายิ่งทํายิ่งจน ชาวไร่ยิ่งทํายิ่งเจ๊ง พ่อค้ายิ่งทํายิ่งรวย นี่คือ ความเปึนจริง แต่นี่สภาพครั้งที่แล้วผมย้อนกลับไปที่นายกรัฐมนตรีนะครับว่า รัฐบาลนี้ บอกมา ๙๙ วันทําได้ เอาแค่เรื่องข้าวกับเรื่องน้ํามันมันผสมกัน ท่านเห็นไหมครับว่าพอมาปุ็บ น้ํามันราคาก็ไม่เท่าไร ราคาตลาดโลก แต่น้ํามันไม่ได้ลดเลย ชาวนาแถวภาคกลาง ซื้อน้ํามันไปสูบน้ํา ซื้อน้ํามันไปไถนา ลงทุนก่อน ที่ผมบอกจํานวนไร่ละ ๗,๐๐๐ บาท แล้ววันนี้พอเกี่ยวปุ็บรถเกี่ยวไปเสียค่าเกี่ยวอีกท่านครับ ค่าไถอีกท่านครับ ไร่หนึ่ง อย่างน้อยต้นทุนมัน ๗,๐๐๐ บาทเข้าไปแล้ว แล้วท่านประกันได้ ๑๐,๐๐๐ บาทนี่ไม่มี พ่อค้าคนไหนไปซื้อ ๑๐,๐๐๐ บาทหรอกท่านครับ ท่านลองไปเช็คดู ถ้าท่านมีพ่อค้าไปซื้อ ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านอย่าไปฟังข้อมูลจากข้างบนอย่างเดียว ท่านลองไปดูชาวบ้านครับ พอครึ้มฟัาครึ้มฝน เมฆหมอกมา ฝนตก ความชื้นไม่ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ความชื้นมัน มากกว่านั้นนะครับ พ่อค้าเขาบอก ๗,๐๐๐ บาทขายไหม ๖,๕๐๐ บาทขายไหม ถามว่า คนหนึ่งทําเปึน ๑๐๐ ไร่ ไม่ขายเอาไว้ที่ไหน แต่มันผิดกันมุมกลับโรงสีครับ โรงสีที่เขามีที่ขยายพื้นที่ไปอย่างที่ท่านเห็นอยู่นี่ละครับ พอซื้อเสร็จปุ็บ ๖,๐๐๐ บาท เอาไปเข้าโรงอบไม่ได้ลงทุนเลย ลงทุนแค่ทําโรงอบมาขายส่งรัฐบาล ๑๒,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท นี่คือผลต่าง วันนี้ฝากท่านว่าสินค้าราคาเกษตรที่ท่านบอกนักบอกหนาว่าประเทศนี้ จะต้องดีขึ้น เรื่องสินค้าเกษตรจะต้องส่งออกได้ ผมยังไม่เห็นมีเลยครับ ล่าสุดครั้งที่แล้วมี เรื่องโควตาอย่างเดียว โควตาครั้งที่แล้วก็เริ่มมีปัญหา ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ก็คงจะเห็นนะครับว่าโควตาข้าวที่เหลือในสต็อกมันมีปัญหา มันมีปัญหาจริงหรือเปล่า มันก็ขืนเอาข้าวในสต็อกมาขายแข่งกับชาวนากําลังจะเข้า มันก็เลยไม่มีพ่อค้าไปซื้อ ชาวนา มันก็เลยไปซื้อข้าวในสต็อกของรัฐบาลที่มีอยู่ก่อน คําถามของผมครับ เพื่อให้ ประหยัดเวลาของสภาแห่งนี้

คําถามที่ ๑ ผมถามว่าเงินกู้ที่ท่านกู้มา ๑.๔๓ ล้านล้านบาท ออก พ.ร.บ. เงินกู้ไป ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.ก. เงินกู้อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีโครงการที่จะให้ ชาวไร่ ชาวนาได้เข้าถึงไหมครับ เพราะชาวไร่ ชาวนาเขาไม่มีโครงการที่เขียนเข้าไป แต่ที่ท่านไปทําเอสพี ๒ เรื่องอะไรต่าง ๆ มีโครงการที่ท่านถือไว้เหมือนโครงการที่ท่านไป ปะผุเอาไว้เลยนะครับ ท่านเอามาใส่แล้วโอนเงินเข้าไปได้เลย ถามว่าทําไมท่านไม่ประกัน ราคาข้าวให้มันสูง ๆ เพื่อจะให้คนไปแย่งกันซื้อเหมือนสมัยก่อนที่ ขอเอ่ยนาม ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครทํา ท่านดูไหมครับ จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ต้องเอาป๋นมาเฝัานาเพราะกลัวคนไปลักเกี่ยว แต่เปึนมุมกลับครับ เดี๋ยวนี้ชาวไร่ ชาวนาต้องไปนั่งร้องไห้หาพ่อค้าว่าเมื่อไรจะมาซื้อ ยุคท่านสมัครท่านคงเห็น นะครับ เห็นว่าชาวนาแถวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเอาป๋นไปเฝัาข้าวกลัวเขามาลักเกี่ยว ข้าว เพราะช่วงนั้นตันละ ๑๒,๐๐๐-๑๔,๐๐๐ บาท แต่ช่วงนี้มัน ๖,๕๐๐ บาทมันไม่รู้จะไป ขายให้ใคร แล้วอีกอย่างหนึ่งท่านเอาไปเทียบกับทองก็ได้ ทองคําสมัยก่อนขายข้าวเกวียน หนึ่งได้ทองบาทหนึ่ง เดี๋ยวนี้ข้าวเกวียนหนึ่ง ๖,๐๐๐ บาท ต้องขาย ๒ เกวียนได้ทองบาท หนึ่ง เปึนมุมกลับกันเลยครับ ที่บอกเศรษฐกิจจะดีขึ้นผมว่ามันไม่ดีแน่นอน เลยถามท่าน ว่าท่านจะแก้ปัญหาเรื่องราคาประกันให้สูงขึ้นได้อย่างไร คําถามที่ ๑ ขอบคุณมากครับ