สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๒

กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ หารือเรื่องการช่วยเหลือชาวนา และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการส่งเสริมการเกษตรให้เจริญรุ่งเรือง

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี

ขอบคุณท่านประธานครับ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี คําพูดที่ทางท่าน ส.ส. ถามมาเมื่อสักครู่นี้นะครับ โดยเฉพาะที่ท่านพูดว่าชาวนายิ่งทําแล้วก็ยิ่งจนลงทุกวัน ๆ ผมเห็นด้วยกับท่าน ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ อันนั้นคือสิ่งที่ผมได้พยายามตอบท่านนราพัฒน์ไปตอนแรก เพราะว่ามาตรการที่รัฐบาลทํามาในช่วง ๔-๕ ป้ที่ผ่านมาข้อเท็จจริงก็คือมันไม่ได้ช่วย ชาวนาของเราเลยครับ มันก็ภาพดูเหมือนดีแต่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ใช่นะครับ สิ่งที่เรากําลังทําขณะนี้เราอยากจะประกันรายได้ครับ อย่างวันนี้พี่น้องที่ทําไร่ข้าวโพดอยู่ แล้วกําลังที่จะเด็ดฝักอยู่นี่ราคาไม่ดีหรอกครับ เพราะราคาตลาดมันไม่ดีจริง ๆ มันก็ตกอยู่ ที่ ๔ บาท ๕ บาท บางแห่งอยากจะขายเร็วและมีความชื้นสูงมากได้น้ําหนักแต่ราคา ก็อาจจะได้ต่ําลงมา เพราะราคามันขึ้นอยู่กับน้ําหนักด้วย ถ้าเขารับประกันเขาได้ส่วนต่าง นะครับ ความหมายก็คือวันนี้แบบที่ท่านพูดเขาขายได้เพียง ๔ บาท ถ้าหากว่าเขาประกัน ไว้เราประกันที่ ๗.๑๐ บาท เขาจะได้เงิน ๔.๑๐ บาท ได้เงินสด ๆ เลยส่งไปเข้าบัญชีที่ ธ.ก.ส. ส่วนราคาที่เขาขายต่ําเรียนว่าราคาผลผลิตทางการเกษตรเราอย่ามาพูดเลยว่า เปึนฝ้มือใคร อย่างที่ท่านชมนักชมหนาอดีตนายกรัฐมนตรี ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านสมัคร ช่วงนั้นก็เปึนช่วงแป็บเดียวละครับ เพราะว่าราคาน้ํามันมันขึ้นสูงไปถึง ๑๔๐-๑๕๐ เหรียญ ดอลลาร์ต่อ ๑ บาร์เรล แล้วราคาข้าวก็เข้าใจว่า ๑๔๗ เหรียญดอลลาร์ ซึ่งมันก็แปล ออกมาก็ข้าว ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ที่น่าแปลกก็คือว่าที่ท่านพูดถึงเรื่องส่งออก ข้าวที่เรามีอยู่ในสต๊อกเยอะ มันก็มาจากนโยบายจํานําของพวกท่านในอดีตละครับ แล้วก็ วันที่ราคาข้าวสูงสุดท่านก็กอดข้าวไว้ ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ท่านไม่ขายนี่ครับ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาทท่านก็ไม่ขาย วันนั้นพวกเราบอกว่าให้ขายเถอะจะได้กําไรสัก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทมาช่วยพี่น้องเกษตรกร ท่านก็ไม่ได้ขาย ท่านมาขายครับ แต่ขายตอนที่ราคาตกต่ําที่สุดแล้วก็ขาดทุน เสียเงินภาษีพวกเราไปอีก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านมาขายเดือนสุดท้ายก่อนที่จะมาป่ดสนามบินครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่าเราอย่ามาพูดกันเลยว่าในอดีตเปึนอย่างไร ผมว่าเราเดิน ไปข้างหน้าครับ เดินไปข้างหน้าขณะนี้เรากังวลว่าพี่น้องเกษตรกรเขามีหนี้เยอะ เรามา ทะเลาะกัน ไม่ได้แก้ไขปัญหาหนี้ให้เขาเลยครับ สิ่งที่พวกเราจะทําในวันนี้และผมเรียน นะครับว่า ไม่ว่าฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาลต้องช่วยกันหมดละครับ และที่การประชาสัมพันธ์ ไม่มีใครเก่งกว่าพวกเราที่นั่งอยู่ตรงนี้ครับ ๔๘๐ ท่านครับ เพราะอยู่ในพื้นที่หมด เพราะฉะนั้นเราดูได้ อย่างตัวเลขทะเบียนที่ท่านบอกไว้สักครู่ว่าต้องเชื่อถือข้อมูล ผมเรียน ว่าเราเชื่อถือนะครับ เราใช้ตรงนั้นเปึนหลัก แต่เนื่องจากการประกันรายได้ไม่ได้พูดถึง ผมย้ํานะครับ การส่งมอบ ความหมายก็คือแม้กระทั่งชาวนามีนาอยู่สัก ๑๐ ไร่ แถวอีสาน จะมีเยอะ ๑๐ ไร่ ๑๕ ไร่ แล้วก็ทํานาไม่เคยคิดไปขายครับ ใส่กระสอบเก็บไว้ครับ บางที ลูกหลานมาทํางานกรุงเทพมหานครยังแบกกลับมาด้วยนะครับ ตรงนี้ในอดีตก็ไม่เคยได้ ขายอยู่แล้ว ทํานาไว้บริโภคเองก็ว่ากันไป แต่เที่ยวนี้อยากจะมาประกันนาที่ตัวเองทําไว้ รับประทานเองยังทําได้เลยนะครับ เดินมาที่ ธ.ก.ส. มาจดทะเบียนไว้ว่ามีอยู่ ๑๐ ไร่ ผลผลิตตรงนั้นเปึนข้าวหอมมะลิ อาจจะผลผลิตต่ําหน่อยแต่ได้ราคาดี แล้วพอดีราคาข้าว หอมมะลิต่ํากว่าที่ประกันไว้ก็มารับส่วนต่างแล้วข้าวก็ไม่ต้องไปขายครับ เก็บไว้ รับประทานเอง อันนี้เปึนแนวความคิดที่ตั้งอยู่ในพื้นฐานว่าพอเสียทีที่จะให้เกษตรกร ขาดทุนซ้ําซากแล้วก็จนซ้ําซาก แล้ววิธีดีที่สุดก็คือหารายได้ให้กับเขา แน่นอนครับ หน้าที่หลักของรัฐบาลต้องทําเรื่องการตลาดให้เก่งครับ เพราะว่าถ้าทําเก่งแล้วราคามันก็สูง เขาก็มีกําไรเอง เหมือนสมัยที่ท่านพูดถึง สมัยท่านสมัครราคาตลาดโลกมันสูง ทุกอย่างสูง หมด เราก็ไม่ต้องเสียเงินภาษีเลย เราก็สามารถเอาเงินภาษีที่ไม่ต้องเสียเอามาทําโรงเรียน ทําถนนไร้ฝุ์น ทําแหล่งน้ํา ทําประปาหมู่บ้าน ทําได้อีกเยอะแยะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนในวันนี้นะครับว่า อยากจะขอความร่วมมือจากพวกเราทุกคนก็คือ เรื่องประชาสัมพันธ์ครับ อย่างท่าน ส.ส. นราพัฒน์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านอีกครั้งหนึ่ง ท่านก็เปึนห่วงเรื่องนี้ พวกผมก็เปึนห่วงครับ เพราะว่าการประชาสัมพันธ์มันต้องใช้เวลา งานโครงการนี้ก็เพิ่งจะเริ่ม ช่วงแรกจะต้องมีอุปสรรคและมีปัญหาเยอะ แต่เราก็ต้อง พยายามทําให้มันสําเร็จได้ เพราะเงินที่จะใช้ตรงนี้จะไม่มีการตกหล่น ไม่มีอีกแล้วที่เราจะ มีข้าวอยู่ในโกดังแล้วเก็บไว้เปึนป้ ๆ แล้วเกิดความเสียหายแล้วเอาไปขายในราคาที่ต่ํากว่า ราคาตลาด ไม่มีอีกแล้ว วันนี้สิ่งที่เรามีเหลืออยู่ ค้างกันมาหลายป้ เราพยายามจะค่อย ๆ เคลียร์ (Clear) ออกไปครับ เราทําเร็วก็ไม่ได้ ที่ท่านพูดนี่ถูกนะครับ ขืนมาขายตอนนี้แล้วก็ เข้ามาในตลาด เดี๋ยวพ่อค้าก็ไม่ไปซื้อข้าวจากเกษตรกร จริงครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราก็ ระมัดระวัง จะขายนิดหนึ่งเราก็จะต้องดู แต่ส่วนใหญ่เราจะส่งออกหมด เพราะฉะนั้นตอบ เท่านี้ก่อนนะครับ เพราะว่าอาจจะมีคําถามอื่น ๆ เพิ่มเติมครับ ขอบคุณครับ