สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๒

บรรพต ต้นธีรวงศ์ เสนอข้อสังเกตและข้อเสนอเกี่ยวกับธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงแก้ไขในโอกาสข้างหน้า และเรียกร้องให้รัฐบาลตอบสนองตามนโยบายที่มีอยู่ โดยมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับธรรมนูญสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม แต่ยังมีข้อที่ต้องพิจารณา เช่น สะท้อนวัฒนธรรมและคุณค่าความเป็นไทย, ความหมายของข้อความที่สามารถแปลความได้โดยง่าย, ส่งผ่านวัฒนธรรมไปยังอนุชนรุ่นหลัง และสภาพการบังคับใช้

นายบรรพต ต้นธีรวงศ์ แบบสัดส่วน

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผมขอแก้ไขนิดหนึ่งนะครับ นามสกุล ต้นธีรวงศ์ ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้ทางสํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติได้นําเอา ธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๒ มานําเสนอให้สภานี้ได้ทราบนะครับ ความจริงก็เปึนเรื่องที่ว่าเราคงไปแก้ไขอะไรในธรรมนูญนี้ไม่ได้ครับ แต่ก็อดไม่ได้หรอกครับ ที่จะให้ข้อสังเกตหรือให้ความคิดเห็นนะครับ เนื่องจากว่าตามพระราชบัญญัติ สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๔๖ และมาตรา ๔๗ นั้น ทางสํานักงาน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจะต้องจัดให้มีธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติ ขึ้นมานะครับ เมื่อผมได้อ่านธรรมนูญในฉบับนี้แล้วนะครับ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถจะไป แก้ไขอะไรได้ แต่คิดว่าในโอกาสข้างหน้าซึ่งจะต้องทําทุก ๆ ๔ ป้ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะครับ จะได้เปึนข้อสังเกตให้ผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นนําไปปรับปรุงแก้ไข ถ้าเห็นด้วยกับข้อเสนอ ข้อสังเกตของผมดังต่อไปนี้นะครับ

ผมคิดว่าในสาระบัญญัติของธรรมนูญสุขภาพทั้ง ๑๒ หมวด ผมคิดว่า ก็เขียนไว้ดีนะครับ ครอบคลุมในสิ่งที่จําเปึน ในการที่จะเปึนธรรมนูญ อย่างไรก็ดีนะครับ ในความเปึนธรรมนูญสุขภาพ มันก็เปรียบเสมือนเปึนรัฐธรรมนูญของสุขภาพ ซึ่งจะต้องมี ประโยชน์และสามารถที่จะนําไปใช้ได้กับกฎหมายที่เกี่ยวกับทางด้านสุขภาพทุกฉบับ รวมทั้งหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพทุก ๆ หน่วยงาน เพราะฉะนั้นจึงมีความสําคัญตรงนี้อย่างมากนะครับ ผมขอตั้งข้อสังเกต นะครับ ตั้งแต่หมวด ๔ นี่นะครับ เรื่องของการสร้างเสริมสุขภาพ ผมคิดว่าเขียนไว้ดีครับ บอกว่าจะให้มีการดําเนินการเกี่ยวกับการสร้างสุขภาพนําการซ่อมสุขภาพในทุกระดับ อย่างครบวงจร อันนี้นี่นะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ก็ได้ตอบสนองตรงนี้แล้ว จะด้วย เพราะว่ามีธรรมนูญสุขภาพนี้มาก่อนหรือไม่ก็ตามนี่นะครับ ได้ตอบสนองแล้ว นั่นก็คือว่า ในระดับตําบลนะครับ ก็มีนโยบายในเรื่องการส่งเสริมการให้มีโรงพยาบาลสร้างเสริม สุขภาพตําบลขึ้นมา ซึ่งในงบประมาณป้นี้และป้ต่อ ๆ ไป ก็สามารถที่จะครอบคลุมได้ เกือบทั้งหมดที่เปึนโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพที่อยู่ในนโยบาย มีข้อติงนิดเดียวครับ ในหมวดนี้นะครับ ผมคิดว่าใน (๔) เปึนสิ่งที่สําคัญที่สุด การสร้างสุขภาพนําการ ซ่อมสุขภาพเปึนเรื่องที่สําคัญ เพราะว่ามันเปึนการปัองกันนําหน้าการแก้ไข และผู้ที่จะ สามารถจะปัองกันตัวเองได้ดีที่สุดก็คือประชาชนครับ เพราะฉะนั้นใน (๔) นี้น่าจะมาก่อน เลยในการพัฒนาศักยภาพ สุขภาพของบุคคล ครอบครัวและชุมชน อันนี้ผมถือว่า เปึนหัวใจเลยนะครับ จะทําอย่างไรให้เกิดจิตสํานึกในการดูแลสุขภาพตนเองขึ้นมา ผมขอตั้งข้อสังเกตครับ ส่วนข้อที่ ๕ นั้นดีแล้วครับ คือการปฏิรูประบบบริการสาธารณสุขที่เอื้อต่อการสร้างเสริม สุขภาพ อันนี้ดีแล้วนะครับ

ในหมวดต่อไปครับ ผมสนใจในหมวด ๖ การบริการสาธารณสุขและ การควบคุมคุณภาพ ผมเห็นประโยคที่สําคัญที่ใช้กันค่อนข้างจะพร่ําเพรื่อ ก็คือเรื่องการ ให้บริการที่มีหัวใจของความเปึนมนุษย์ ผมก็ไม่คิดว่าประชาชนทั่วไป เขาอ่านแล้ว หรือว่าองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุข เขาอ่านแล้วเขาจะมีความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน เพราะว่าใช้มากเหลือเกินนะครับ ทั้งในหลักการ เปัาหมาย มาตรการอะไรต่าง ๆ ใช้ใน เวิร์ดดิง (Wording) นี้ หรือว่าใช้ในถ้อยคํานี้ค่อนข้างจะมาก ท่านประธานสภาที่เคารพครับ สิ่งที่สําคัญที่ตกหายไปนะครับ และผมคิดว่าเปึนหัวใจอันหนึ่งไม่ยิ่งหย่อนกว่าเรื่อง การสร้างในเรื่องของหัวใจความเปึนมนุษย์ ก็คือเรื่องการส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์อันดี ระหว่างบุคลากรสาธารณสุขกับผู้รับบริการสาธารณสุข หรือประชาชนนี่ละครับ มันไม่มี ในนี้ครับ ถ้าอย่างนี้ผมก็เชื่อว่าธรรมนูญสุขภาพนี้ตกขบวน ทําไมถึงตกขบวนครับ เพราะว่าอีกไม่นานนักร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมความสัมพันธ์ในระบบบริการ สาธารณสุขจะเข้าสู่สภานี้ และจะอ้างอิงไหมครับว่ากําหนดไว้ในธรรมนูญสุขภาพไหม ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้กําลังเปึนประเด็นที่เปึนวิกฤติความสัมพันธ์ระหว่าง ทั้ง ๒ ฝ์าย เหตุใดจึงไม่มีในธรรมนูญฉบับนี้ สิ่งที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายในช่วงที่เปึน กระทู้สดเกี่ยวกับเรื่องของมาตรการการควบคุมปัองกันโรคที่ได้ผ่านไปเมื่อบ่ายอ่อน ๆ วันนี้นี่นะครับ ชี้ให้เห็นชัดนะครับว่าในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ สาธารณสุขนั้น ยังจําเปึนจะต้องใช้ระบบการส่งเสริมความสัมพันธ์นี้ให้ดีขึ้น เพราะว่า ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องว่าการให้ยาไปโดยที่ไม่คํานึงถึงการดื้อยา มันมีผลร้าย ผลเสีย อย่างไร ปัจจุบันความเข้าใจอันนี้ยังไม่กระจ่าง แม้แต่ในวงการวิชาชีพแพทย์ด้วยกันเอง ก็ยังไม่กระจ่างนะครับ เพราะฉะนั้นจึงเกิดคดีฟัองร้องกันครับ เมื่อไม่นานมานี้คนไข้ คนหนึ่งเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ แล้วก็ข้อที่ไปฟัองคดี ข้อกล่าวหา คือว่าไม่ให้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ ๒๐๐๙ ท่านลองคิดดูนะครับว่า อันนี้มันกลายเปึนประเด็นที่ทําให้เกิดเสียความสัมพันธ์ ทําลายความสัมพันธ์ระหว่าง ทั้ง ๒ ฝ์าย โดยที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นอันนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สําคัญมาก ๆ เลย ที่จะต้องบรรจุเข้าไปในธรรมนูญสุขภาพนี้นะครับ ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาอีก นิดเดียวครับ

ในหมวดเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค พูดครับ ว่ามีระบบชดเชยเยียวยา ที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม แต่ในระบบบริการไม่ได้พูดถึง ผมขอสรุปอย่างนี้นะครับ ผมค่อนข้างจะชื่นชมและเห็นด้วยกับธรรมนูญสุขภาพที่ร่างขึ้นมาเสนอต่อสภาเพื่อทราบนี้ นะครับ แต่มีข้อสังเกต มีข้อท้วงติงสัก ๔ ข้อครับ

ข้อที่ ๑ ธรรมนูญสุขภาพที่เขียนมาทั้ง ๑๒ หมวด มันสะท้อนวัฒนธรรม ชาติไทย ท้องถิ่นไทยมากน้อยแค่ไหน และได้ถ่ายทอดหรือว่าสะท้อนคุณค่าความเปึนไทย หรือความเปึนชาติไทยมากน้อยเพียงไร รวมทั้งทางด้านจิตวิญญาณของความเปึนไทย ด้วย ผมคิดว่าประเด็นนี้สําคัญนะครับ เพราะว่ามันต้องสะท้อนครับ สะท้อนให้ได้

ข้อที่ ๒ ความหมายของทุก ๆ ข้อความ สามารถแปลความได้โดยง่าย โดยคนทั่ว ๆ ไป ซึ่งไม่ใช่บุคลากรสาธารณสุขได้หรือไม่ เพราะมันมีภาษาวิชาการต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย ผมจะไม่ขอเสียเวลาในการที่จะยกตัวอย่างนะครับ แปลความได้ โดยง่ายไหมครับ คนทั่ว ๆ ไปอ่านแล้วเข้าใจไหมครับ ธรรมนูญสุขภาพต้องมีลักษณะ เช่นนั้นครับ คนทั่ว ๆ ไปต้องอ่านแล้วต้องแปลความออกครับ

ข้อที่ ๓ ครับ ความเปึนไปได้ในการส่งผ่านวัฒนธรรมในธรรมนูญสุขภาพ ที่กําหนดไว้นี้ไปยังอนุชนรุ่นหลัง สามารถจะส่งผ่านได้มากน้อยแค่ไหน มีประสิทธิภาพ มากน้อยแค่ไหน ผมเกรงมันจะกลายเปึนเก็บไว้บนหิ้ง แล้วมันไม่สามารถจะท่ายทอด ไปยังอนุชนรุ่นหลังได้ อย่าไปพูดถึงเรื่องของคนที่อยู่ในยุคปัจจุบันเลยครับ และ

ข้อสุดท้ายครับ สภาพการบังคับใช้ละครับ ถ้าท่านมั่นใจเกี่ยวกับธรรมนูญ สุขภาพนี้ สภาพการบังคับใช้เปึนอย่างไร มีบทลงโทษ หรือควรจะมีบทลงโทษตรงนี้ไหม ผมก็อยากจะขอตั้งข้อสังเกต แล้วก็ให้ข้อแนะนําในเชิงที่คิดว่าสร้างสรรค์ไว้ในโอกาสนี้ ด้วยครับ ขอบคุณครับ