มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ กล่าวถึงความแตกต่างของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และ พ.ศ. 2550 โดยเน้นย้ำว่ารัฐธรรมนูญที่บัญญัติโดยสภาผู้แทนราษฎรเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ในขณะที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ได้บัญญัติขึ้นมาโดยการบงการของหัวหน้าคณะปฏิวัติ ซึ่งทำให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มาจากคณะปฏิวัติไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างอิสระ และจึงควรลาออก
ท่านประธานที่เคารพ กระผม มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พื้นที่ ๖ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในฐานะที่กระผมเปึนอดีตผู้พิพากษารับราชการอยู่ใน กระทรวงยุติธรรม ตอนนั้นยังไม่ได้แยกออกจากศาล เปึนเวลานานกว่า ๔๐ ป้ เคยดํารง ตําแหน่งที่สําคัญ ๆ ก็หัวหน้าคณะผู้พิพากษา หัวหน้าคณะในศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษา ศาลอาญากรุงเทพใต้ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอาญา แล้วก็ ได้เคยเปึนคณะกรรมการที่เรียกว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบของการใช้รัฐธรรมนูญของวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๔๕ ดังนั้นเรื่องของกฎหมายและเรื่องของรัฐธรรมนูญนั้นกระผมได้ติดตามมาตลอด แล้วก็ไม่เคย เห็นด้วยเลยที่จะให้มีการแยกศาลออกเปึนหลายศาล ท่านประธานครับ อํานาจอธิปไตย มี ๓ อํานาจ อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจตุลาการ แล้วก็อํานาจบริหาร อํานาจนิติบัญญัตินั้น มีประธานคนเดียวคือ ประธานรัฐสภา อํานาจบริหารมีหัวหน้าคณะรัฐบาลคือ นายกรัฐมนตรีคนเดียว แต่พอมาถึงอํานาจตุลาการ ท่านประธานครับ มี ๓ หัวอย่างกับ พญานาค มันถึงเกิดวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง วันนี้ผมคิดว่าจะมีผู้พิพากษาสักคนหนึ่ง ซึ่งเปึนรุ่นน้องกระผมได้มานั่งฟังกระผมอภิปรายในสภานี้ แต่คิดว่าไม่มาก็ไม่เปึนอะไร ท่านประธานครับ ท่านคงนั่งฟังอยู่ ยิ่งถ้าได้รู้ว่าผมเปึนคนลุกขึ้นอภิปรายท่านก็คงต้องนั่ง ฟังอยู่ โดยเฉพาะท่านจรัญ ภักดีธนากุล ที่ท่านไปเปึนมาทุกตําแหน่ง เปึนผู้พิพากษา ไปเปึนปลัดกระทรวงยุติธรรม ไปเปึนกรรมการร่างกฎหมายให้คณะปฏิวัติ แล้วก็มาเปึน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ น้อง ๆ ที่ขึ้นมานั่งอยู่บนนี้คงจะไม่เชี่ยวชาญไม่รู้เรื่องของ การเปึนผู้พิพากษาสักเท่าไร ผมกราบเรียนนะครับว่าฝากไปถึงผู้ที่ทําหน้าที่เปึนตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญก็แล้วกันนะครับ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ยังประกาศใช้บังคับอยู่ นั่นหมายความว่า พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานก็ต้องเปึนหนังสือตําราภาษาไทย ที่เกี่ยวกับอักขระวิธี วจีวิพากษ์ วากยสัมพันธ์ แล้วโดยเฉพาะว่าด้วยการใช้ตัวสะกดและ คํานิยามศัพท์ก็ยังต้องใช้บังคับอยู่ด้วย นอกจากนั้นยังมีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี บัญญัติประกาศชัดเจนเลยว่าให้หน่วยราชการและโรงเรียนใช้ภาษาไทยที่เปึนภาษา ราชการ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะภาษากฎหมายได้มีคําศัพท์บัญญัติไว้ชัดเจน ในทุกเรื่องทุกราวชัดเจนหมด แล้วก็หมายความถึงสภานี้ก็ดี คณะรัฐมนตรีก็ดี ผู้พิพากษา ตุลาการ ซึ่งไปดํารงตําแหน่งเปึนข้าราชการตุลาการในศาลต่าง ๆ ก็ต้องตกอยู่ภายใต้ บังคับพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสถานด้วย ที่ผมพูดยาวมาอย่างนี้ท่านประธานครับ เพื่อผมต้องการจะชี้ให้เห็น แล้วก็จะอธิบายความว่า ศาลนั้น พระราชบัญญัติ ราชบัณฑิตยสถาน หรือพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานให้คํานิยามศัพท์ไว้ ขออนุญาต อ่านนิดหนึ่งนะครับ บอกว่า ศาลคือองค์กรที่มีอํานาจพิจารณาพิพากษาอรรถคดี โดยดําเนินการตามรัฐธรรมนูญตามกฎหมายและในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ คําศัพท์นี้ผู้ที่เปึนข้าราชการตุลาการทุกคนย่อมทราบดี แล้วก็จะต้องถือตรงกันหมด แม้แต่ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเอง ไม่ว่าจะเปึนรัฐธรรมนูญของประชาชน คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ก็บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๓๓ ว่าการพิจารณาพิพากษาคดีเปึนอํานาจของศาล ซึ่งต้องดําเนินการตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายและในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ ท่านประธานครับแม้แต่รัฐธรรมนูญ ที่ คมช. เปึนคนบัญญัติ ให้คนมาบัญญัติแทนสภาแล้วก็เอามาใช้กันอยู่จนทุกวันนี้ ก็ยังเขียนหรือยังบัญญัติไว้เหมือนกันว่าการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเปึนอํานาจ ของศาล ซึ่งต้องดําเนินการให้เปึนไปโดยยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายและ ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์เหมือนกัน ผมอยากกราบเรียนตรงนี้นะครับว่า คําว่า รัฐธรรมนูญ นั้นที่ศาลจะต้องปฏิบัติตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลที่อยู่ในการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ท่านต้องเข้าใจนะครับว่า ต้องใช้รัฐธรรมนูญที่เปึนรัฐธรรมนูญที่บัญญัติขึ้นมา ในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข มิใช่เอารัฐธรรมนูญที่บัญญัติขึ้นมา ในระบอบเผด็จการ ทหารที่ยึดอํานาจการปกครองของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเอามาใช้ มันต่างกันอย่างไรครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เปึนรัฐธรรมนูญ ซึ่งผู้แทนราษฎรได้ทําหน้าที่บัญญัติมาในรัฐสภา คือสภานี้ละครับ ส่วนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่บัญญัติขึ้นมาโดยการบงการของหัวหน้าคณะปฏิวัติหรือที่เขา เรียกชื่อตัวเองว่า หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ต่างกันนะครับ รัฐธรรมนูญที่ได้บัญญัติโดยสภาผู้แทนราษฎรนั้นเขาเรียกว่า เปึนรัฐธรรมนูญของประชาชนโดยประชาชน เพื่อประชาชน ส่วนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านปฏิเสธไม่ได้หรอกครับว่าเปึนรัฐธรรมนูญของ คมช. โดย คมช. เพื่อ คมช. คมช. คืออะไรครับ ก็คือคณะปฏิวัติ แล้วมาเรียกตัวเองว่าเปึน คมช. คณะมนตรีความมั่นคง แห่งชาติ คณะปกครอง คณะปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข แต่โดยแท้จริงแล้วก็คือคณะผู้ยึดอํานาจ คณะผู้ยึดอํานาจนี้ละครับ ท่านประธาน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ บัญญัติไว้ว่าเปึนกบฏนะครับ ท่านบอกว่าไม่เปึนอะไร ได้มีการลงพระปรมาภิไธยแล้ว แล้วก็มีการทําประชามติแล้ว
ผมอยากกราบเรียนนะครับว่า รัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกนั้น จะต้องเปึนรัฐธรรมนูญที่ภาษาฝรั่งหรือภาษาอังกฤษ ผมขออนุญาตใช้คํา ในภาษาอังกฤษนิดหนึ่งเพื่อความเข้าใจนะครับ เขาบอกว่า จะต้องเปึนอินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ (International Law) แล้วก็ภาษาไทยเรียกว่า ต้องเปึนกฎหมายระหว่างประเทศ นั่นหมายความว่า นานาประเทศจะต้องยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนั้นด้วย เพราะว่าประเทศ ไทยเราไม่ได้อยู่ประเทศเดียวในโลก จะต้องติดต่อสัมพันธ์กับนานาประเทศเขาทั้งในทาง การเมืองและในทางเศรษฐกิจ ถ้าอธิบายให้นานาชาติเขาฟัง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปต่างประเทศจะไปประชุมกับยูเอ็น (UN) เขานี้ละครับ ถ้าไปบอกว่าประเทศ ของผมใช้รัฐธรรมนูญที่ คมช. บอกให้เขียน แล้วก็ไม่ได้มาจากระบอบประชาธิปไตย แล้วยังมีมาตรา ๓๐๙ ด้วยนะ มาตรา ๓๐๙ หมายความว่า ปฏิวัติก็ไม่ผิด รัฐประหาร ก็ไม่ผิด เปึนกบฏก็ไม่ผิด คนมาช่วยก็ไม่ผิด ทําแล้วก็ไม่ผิด ทําต่อไปก็ไม่ผิด ถ้าไปบอกเขา อย่างนี้ ผมถามว่าเขาจะให้เข้าห้องประชุมไหม หรือเขาจะให้ออกไปเปึนผู้สังเกตการณ์อยู่ ข้างนอก ความจริงแล้ว ท่านประธานครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่า นานาประเทศที่เขาอยู่ใน โลกนี้ โดยเฉพาะที่มีสัมพันธไมตรีกับประเทศไทยของเรา แล้วเขามีสถานทูต เอกอัครราชทูตอยู่ในประเทศไทยนั้นเขาทราบกันแล้วละ เขาทราบว่าเวลานี้ประเทศไทย ใช้รัฐธรรมนูญที่เปึนแม่บทสูงสุดของประเทศ ไม่ได้เปึนอินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ไม่ได้เปึน กฎหมายระหว่างประเทศ เห็นไหมครับ แล้วอย่างนี้ท่านผู้พิพากษาหรือท่านตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญที่ก็เปึนอดีตที่อยู่ในศาลฎีกากันมาทั้งนั้น ท่านไม่ได้คิด ท่านไม่ได้ทบทวน ท่านไม่ตรวจหรือว่าท่านนั้นเปึนศาลที่มาจากรัฐธรรมนูญที่ไม่เปึนอินเตอร์เนชั่นแนล ลอว์ ท่านไม่ได้เปึนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย เพราะท่านเอา รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญที่คณะปฏิวัติ หรือ คมช. หรือ คปค. หรือพวกกบฏเขียนขึ้น ฝากน้อง ๆ ที่มานั่งฟังอยู่ตรงนี้นะครับ กลับไปเรียนท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกท่านด้วยว่า ได้โปรดกลับไปทบทวนดู สถานภาพของท่านว่าท่านเปึนศาลของประชาชนหรือเปึนศาลของ คมช. ท่านมาจาก รัฐธรรมนูญของใคร เห็นไหมครับ แล้วก็ท่านมีอํานาจตุลาการในระบอบประชาธิปไตย หรือไม่ ท่านเปึนเพียงข้าราชการตุลาการเก่า ที่เดิมท่านอยู่ในฟากของรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ท่านแสดงบทบาทของ ท่านตรงนั้น ท่านเปึนศาล ท่านมีภาพพจน์ ท่านมีภาพลักษณ์ที่ดี ประชาชนคนไทยและ รวมทั้งนานาชาติก็นับถือว่าเปึนศาล แต่เมื่อเวลาท่านข้ามฟากมาอยู่ในรัฐธรรมนูญของ ๒๕๕๐ ท่านไม่ได้เปึนศาลในระบอบประชาธิปไตย ท่านไม่ได้เปึนศาลของประชาชน นะครับ ท่านต้องทบทวนว่าท่านมีอํานาจตุลาการในระบอบประชาธิปไตยหรือเปล่า ท่านเที่ยวตัดสินคดีว่าคนโน้นผิด ว่าคนนี้ผิด ท่านย้อนไปดูสถานภาพของตัวเองหรือเปล่า ท่านใช้กฎหมายปลอมหรือเปล่า ถ้ายังไม่เคยคิดเพราะเพลิน ที่ผมพูดอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมเองอยู่ในศาลฎีกาก็เคย เพลินไปเหมือนกัน แล้วก็ไปบอกว่าประกาศคณะปฏิวัติเปึนกฎหมาย เมื่อยึดอํานาจได้ แล้ว ก็เปึนกฎหมายแล้ว เขียนอะไรออกมาเปึนกฎหมายหมด นั่นละไปทบทวนดูใหม่ นะครับ ฝากน้อง ๆ ที่นั่งบนนี้ไปบอกท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มาจากรัฐธรรมนูญ ของ คมช. ด้วยว่าไปดูว่าคําพิพากษาศาลฎีกาฉบับนั้น ท่านเขียนไว้อย่างนั้นจริง ผมก็เคย ตัดสินอย่างนั้น ก็ไม่ได้ศึกษาละเอียด แต่หลังจากที่เข้าไปเปึนคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษารัฐธรรมนูญแล้วศึกษาละเอียด ต้องบอกว่าตายจริง เรานี่ก็มีบาปมากเหมือนกัน ที่ไปบอกว่าประกาศคณะปฏิวัติ หรือประกาศของโจรนั้นมาเปึนกฎหมายของประชาชน โดยเราไม่ได้ทบทวน เราไม่ได้ไปถามประชาชนเลยว่าเขาจะยอมรับให้ประกาศของ คณะปฏิวัติ หรือประกาศของโจรกบฏเปึนกฎหมายของเขาไหม เห็นไหมครับ ท่านประธานครับ ในคําพิพากษาศาลฎีกาฉบับ ๑๖๖๒/๐๕ นั้น เขียนไว้โดยท่านโพยม เลขยานนท์ เปึนเจ้าของสํานวน ท่านเขียนไว้ว่า เมื่อคณะปฏิวัติทําการปฏิวัติและ ยึดอํานาจได้ก็ได้อํานาจปกครอง ประกาศคณะปฏิวัติหรือประกาศต่าง ๆ เมื่อประกาศใช้ ย่อมมีผลเปึนกฎหมาย แต่ว่าท่านเติมสุดท้ายนะครับ ท่านฉลาดในการเขียน ท่านบอกว่า เปึนกฎหมายในเวลาที่บ้านเมืองปกครองด้วยลักษณะเช่นนั้น นั่นหมายความว่าขณะที่ ท่านเขียนคําพิพากษาศาลฎีกาฉบับนั้น ประเทศไทยของเราปกครองด้วยระบอบ เผด็จการทหารนะครับ แต่บัดนี้ประเทศไทยเราไม่ได้ปกครองด้วยระบอบเผด็จการทหารแล้ว มีการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรแล้ว มีสภาผู้แทนราษฎรแล้วมีรัฐสภาแล้ว ก็ถือว่าเข้าสู่ระบอบ ประชาธิปไตยแล้ว หรือใครจะเถียงว่าเวลานี้ประเทศไทยไม่ได้ปกครองด้วยระบอบ ประชาธิปไตย เมื่อประเทศไทยเรากลับมาปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแล้ว ก็ต้อง กลับมาใช้กฎหมายและรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยนะครับ แล้วคําพิพากษา ศาลฎีกาไม่มีผลบังคับเปึนกฎหมาย เพราะว่าศาลฎีกาไม่ใช่รัฐสภา ไม่ใช่ที่ออกกฎหมาย ศาลฎีกาไม่มีอํานาจไปแปลความหรือตีความ หรือว่าไปบอกว่ากฎข้อบังคับหรือกติกาใด เปึนกฎหมายหรือไม่ นั่นไปแย่งอํานาจของรัฐสภานะครับกลับไปทบทวนกันดูให้ดี เมื่อเร็ว ๆ นี้อีกที่มีคําสั่งให้ยุบพรรคไทยรักไทย ขณะนั้นไม่ใช่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ ตอนนั้นเปึนตุลาการรัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ําไป ไม่ใช่ศาลนะครับ ก็ยังอุตส่าห์ไปลอก คําพิพากษาศาลฎีกาฉบับนั้นอีก เปึนการเข้าใจผิดอย่างยิ่ง แล้วเปึนการแย่งอํานาจของ รัฐสภาไปใช้ ผมพูดมาถึงตรงนี้แล้วคดีต่าง ๆ ที่ท่านรับไว้พิจารณาได้โปรดทบทวนดูนะครับ ว่าท่านมีสถานภาพเปึนศาลในระบอบประชาธิปไตย หรือเปึนศาลในระบอบเผด็จ การทหารกันแน่ ซึ่งแน่นอนที่สุดผมไม่เคยใช้บริการของศาลรัฐธรรมนูญที่มาจาก คมช. เลย น้อง ๆ จะเอามาให้ผมเซ็นชื่อไปฟัอง ผมบอกผมไม่ยอมรับศาลเถื่อน คือไม่ได้มาจาก ประชาชน ท่านบอกว่าทําประชามติแล้ว ท่านประธานครับ การทําประชามติรับ รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ทําในขณะที่ประเทศปกครองด้วยระบอบอะไรครับ ระบอบ เผด็จการทหาร ผมกับพวกพยายามจะออกไปใช้สิทธิอธิบายให้พี่น้องประชาชน ทั่วประเทศให้เขารู้ว่าไม่ควรรับนะ แล้วโนโหวต (No vote) ด้วย อย่าไปโหวต ท่านประธานครับ ไปไม่ได้ ไปจังหวัดไหนก็มีแต่รถจีเอ็มซี (GMC) มีแต่กองทหารดักอยู่เต็มไปหมด กว่าจะ แหวกวงล้อมไปได้แทบตายครับท่านประธาน ต้องทําอย่างไรรู้ไหมครับ ต้องเอาผู้สื่อข่าว ไปด้วย ปลอมตัวเปึนผู้สื่อข่าวบ้าง แล้วก็ เฮ้ย ถ่ายรูปไว้พวกทหารที่มาอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวไว้เวลาพวก คมช. ไปแล้วจับไปขึ้นศาลฐานร่วมกันเปึนกบฏให้หมด ถ่ายรูปไว้ ทหารน้อย ๆ พวกนั้นเขากลัวครับ เขาก็หลบให้หมด จนกระทั่งพวกผมได้ไปชี้แจงให้ประชาชนฟัง แต่ก็ไปได้น้อย ยังถูกหลอกอีก ถ้าหากว่า ไม่ไปลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ เดี๋ยวรัฐบาลนี้คือรัฐบาลของ คมช. จะเลือกเอา รัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ได้มาใช้ แล้วก็ยังอยู่ต่ออันนี้ประชาชนก็อยากให้ คมช. ซึ่งเปึน คณะปฏิวัตินั้นไปเสียที เขาก็ไปลงประชามติด้วยความกลัว หรือด้วยความอยากให้มันไป เสียที อีกพวกบอกว่าลง ๆ ไปเถอะน่า เดี๋ยวค่อยไปแก้ไขเอาทีหลังก็ได้ บัดนี้พวกที่พูด ประโยคเหล่านั้นพอจะแก้ บอกไม่แก้เสียอีกแล้วเห็นไหมครับ
แต่ในที่สุดก่อนจะจบ ท่านประธานครับ ผมอยากจะบอกรัฐบาลนี้ว่า ท่านไปเอารัฐธรรมนูญที่โจรบัญญัติ หรือคณะปฏิวัติบัญญัติมาใช้ เวลานี้ท่านกําลังเข้า ทางตันแล้วท่านจะทําอะไรก็ไม่ได้ ติดกฎของโจร มาตรา ๑๙๐ นี่ละ เห็นไหมจะไป ต่างประเทศ ไปยูเอ็น มาขออนุญาตรัฐสภาหรือยัง ทําอะไรก็ไม่ได้ บริหารราชการแผ่นดิน ก็ไม่ได้ เสร็จแล้วก็กลายเปึนเบี้ยล่างตกอยู่ภายใต้การบงการของผู้มีอํานาจของอํามาตย์ ทั้งหลายที่ยังเกาะกิน ยังแอบบังที่จะใช้อํานาจของประชาชนอยู่ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนมานี้เพื่อต้องการสะกิดใจ เตือนใจผู้พิพากษาหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๙ คน ถ้าหากว่ากลับไปทบทวนแล้ว คิดได้แล้วเชื่อ แล้วมีเหตุผลที่อาจารย์มานิตย์ พูดนี้ถูก ไปลาออกเสียเถอะครับ อย่าอยู่ให้อายเด็ก ๆ ไปเลย สําหรับพวกท่านที่มานั่งฟัง แทนนี่