สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๒

บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ พูดเรื่องภัยธรรมชาติและบทบาทกระทรวงมหาดไทยในการช่วยเหลือประชาชน โดยหารือเกี่ยวกับการจัดการเงินช่วยเหลือประชาชนในกรณีเกิดน้ำท่วมและแนะนำแนวทางในการแก้ไขปัญหาในอนาคต รวมถึงการตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณในการช่วยเหลือประชาชน

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาทําหน้าที่ตอบกระทู้ของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ท่านประธานครับ ผมต้องขอบคุณ ในความห่วงใยของท่านถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้อง ประชาชนที่ประสบภัยต่าง ๆ เปึนที่ทราบตรงกันครับว่าประเทศของเรานั้นในป้หนึ่ง ก็จะเจอภัยแล้ง ภัยหนาว ภัยน้ําท่วม ในสิ่งเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด ในสถานะ การเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องดูแลความเดือนร้อนของประชาชนนั้นเปึนหน้าที่หนึ่ง ที่เราจะต้องเข้าไปดูแลประชาชนเมื่อประสบภัยต่าง ๆ ส่วนประเด็นที่ท่าน ส.ส. ได้สอบถามก็คือประเด็นเกี่ยวกับกรณีการประสบภัยน้ําท่วม ว่ากระทรวงมหาดไทยนั้น มีบทบาท มีอํานาจหน้าที่ไปดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กับประชาชน ผมต้องเรียนว่าเมื่อพื้นที่ใดที่มีการประสบภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นคําถาม ก็คือภัยน้ําท่วม วิธีการที่จะมีการช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยนั้น กระทรวงมหาดไทยมีหลักเกณฑ์ มีระเบียบ มีข้อกฎหมายครับ แน่นอนที่สุดครับ

ประการแรก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเปึน อบต. เปึนเทศบาล หรือแม้แต่ อบจ. ที่เปึนองค์กรขนาดใหญ่ระดับจังหวัด องค์กรเหล่านี้ เมื่อมีภัยน้ําท่วมอยู่ในพื้นที่ใด บรรดาผู้บริหารองค์กรเหล่านี้มีอํานาจเต็มที่ที่จะเข้าไปดูแล พี่น้องประชาชนที่ประสบภัย ไม่ว่าจะเปึนการอนุมัติเงินสะสมหรือเงินความจําเปึนเร่งด่วน ในการช่วยเหลือเฉพาะหน้าให้กับพี่น้องประชาชนเหล่านี้ ส่วนในระยะยาว ถ้าเกิด ความเสียหายต่อถนนหนทางหรือโครงสร้างพื้นฐาน องค์กรท้องถิ่นเหล่านี้ก็ต้องจัดสรร งบประมาณเพื่อดูแลแก้ไขในจํานวนที่เปึนโครงการถาวรในระยะยาว แต่ในขณะเดียวกันครับ กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยซึ่งเปึนกรมหนึ่งที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทย แล้วก็มีหน้าที่ที่จะต้องดูแลพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยต่าง ๆ วิธีการ ขั้นตอนของ กระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับให้กรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยนี้ดูแลก็คือ การที่ใน แต่ละจังหวัดนั้นจะมีเงินทดรองราชการ จังหวัดหนึ่งก็จะมีอยู่ประมาณ ๕๐ ล้านบาท เงินทดรองราชการนี้จะมีระเบียบ มีวิธีใช้ตามกฎหมายทุกประการครับ เงิน ๕๐ ล้านบาท นั้นแต่ละจังหวัดจะสามารถใช้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในแต่ละ เหตุการณ์ แต่ละภัย เช่น กรณีจังหวัดใดเกิดน้ําท่วม นี่คือสิ่งที่ทางจังหวัดจะมีเงินจํานวน ๕๐ ล้านบาท เพื่อที่จะเอาเงินจํานวนนี้มาบริหารจัดการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน วิธีการ ดําเนินการจะใช้เงินสํารองจ่ายของทางราชการอย่างนี้ ทดรองจ่ายอย่างนี้ จะมีวิธีการ อย่างนี้ครับ สมมุติจังหวัดชัยภูมิประสบอุทกภัยน้ําท่วมเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ หลายอําเภอ การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะใช้อํานาจของกระทรวงมหาดไทยที่มีอํานาจให้ ใช้เงินจํานวนดังกล่าวนี้ก็จะต้องตรวจสอบดูว่ามีพื้นที่ใด อําเภอใดในจังหวัดชัยภูมินั้น ที่ประสบภัยน้ําท่วม จากนั้นพื้นที่ของอําเภอนั้น ๆ จะรายงานมายังจังหวัด เพื่อจังหวัด จะได้ประกาศว่าพื้นที่นั้นเปึนพื้นที่ที่ประสบภัยน้ําท่วม วิธีการเมื่อประกาศเสร็จแล้วยัง ไม่สามารถใช้เงินจํานวนนี้ได้ครับ แต่ละจังหวัดนั้นก็จะมีการตรวจสอบว่าเมื่อประสบภัย น้ําท่วมแล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร แน่นอนที่สุดครับ เมื่อมีการประสบภัยน้ําท่วมแล้ว ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็จะเกิดแตกต่างกัน บางครั้งก็พืชผลเกษตรเสียหาย บางครั้งถนนหนทางเสียหาย ทั้งหมดนี้จะรับทราบ รับรู้ได้อย่างไร ก็จากการรายงานของ ผู้ใหญ่บ้าน การรายงานผ่านสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่รายงานส่งมายัง อําเภอครับ อําเภอนี่ละครับ จะเปึนต้นที่จะต้องมีการพิจารณาว่าความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนมีเรื่องอะไรบ้าง ถ้าเรื่องพืชผลเกษตร ไร่ นา สวนต่าง ๆ ก็ต้องมีการสํารวจ ชดใช้ความเสียหาย ตรงนั้นก็เข้าไปในซีกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการชดเชย กันก็ว่ากันไป แต่ถ้าเปึนเรื่องของถนนหนทาง เรื่องของสะพานไม้ขาด สิ่งนี้ละครับ เปึนสิ่งที่จะต้องแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน เงินมาจากไหนครับ ก็เงินจํานวน ๕๐ ล้านบาท เงินทดรองราชการนี่ละครับ ที่ทางจังหวัดนั้นจะมอบให้กับ อําเภอที่ประกาศประสบภัยน้ําท่วม อําเภอหนึ่ง ๆ ไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท อําเภอหนึ่ง ๆ จะใช้เงินเหล่านี้ได้จะต้องมีคณะกรรมการครับ เขาเรียกว่าคณะกรรมการให้ ความช่วยเหลือในระดับอําเภอ คณะกรรมการชุดนี้จะมีนายอําเภอเปึนประธาน จะมีหัวหน้าส่วนเปึนคณะกรรมการอีก ๑ คน จะมีตัวแทนของกรมปัองกันและบรรเทา สาธารณภัย ๑ คน จะมีตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่นั้น ๆ อีก ๑ คน แล้วก็จะมีปลัดอําเภอฝ์ายความมั่นคงเปึนกรรมการและเปึนเลขานุการ จะรับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งหมดในพื้นที่แล้วก็มาดูว่าจะช่วยเหลือ แก้ไขอย่างไร ถ้าจําเปึนจะต้องมีการทําสะพานไม้ให้เปึนทางเดินของน้ําที่เรียกว่า ท่อเหลี่ยม หรือบล็อก คอนเวิร์ส (Block converse) เขาก็สามารถดําเนินการได้ หรือจะ แก้ปัญหาโดยถนนขาด ถมดิน เอาลูกรังใส่ก็ว่ากันไป แล้วแต่วิธีการ แต่มีเงินทดรอง ๕๐๐,๐๐๐ บาท ในกรณีใช้เงินตรงนี้หมดจะขอเงินต่อจากทางจังหวัด จังหวัดก็จะมีเงิน ที่กองอยู่ ๕๐ ล้านบาท หลังจากกระจายส่งอําเภอแล้ว เหลือเท่าไรกรรมการจังหวัดก็จะมี อีก ๑ ชุดครับ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธาน มีหัวหน้าส่วนระดับจังหวัดเปึนกรรมการ มีตัวแทนของกรมปัองกันบรรเทาสาธารณภัย มีตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในจังหวัดและก็มีปลัดจังหวัดเปึนกรรมการและเลขานุการ พิจารณาการใช้เงินจํานวนนี้ว่า เดือดร้อนเรื่องอะไรแล้วก็มีการอนุมัติกันไป มีเปึนรูปคณะกรรมการ หากเงินจํานวน ๕๐ ล้านบาทหมดจังหวัดชัยภูมิก็สามารถที่จะขอมายังกรมปัองกันบรรเทาสาธารณภัย เพื่อที่จะขอใช้เงินอีกผ่านกระทรวงการคลัง นี่คือขั้นตอน วิธีการที่มีระเบียบของ กระทรวงมหาดไทยครับ

ส่วนคําถามของท่านถามว่า ปัญหามันเกิดขึ้นว่าเวลาทําโครงการนั้นเหตุใด จึงมีแต่โครงการทําลูกรังบ้าง ไม่มีโครงการที่เปึนระยะยาว ไม่มีโครงการที่เปึนการถาวร ครับ เบื้องต้นนั้นเงินจํานวนนี้เปึนเงินทดรองของทางราชการที่ให้จังหวัดแก้ปัญหา เฉพาะหน้า ฉะนั้นอําเภอหนึ่ง ๆ เมื่อมีการประกาศภัยของอําเภอนั้น ๆ ก็จะได้ไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็รู้อยู่มีอยู่ไม่กี่พื้นที่ ถ้ามีมากก็ไม่พอ ก็ขอให้ขึ้นสู่ จังหวัด ฉะนั้นโครงการที่จะมีการดูแลสนับสนุนก็จะเปึนโครงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ไม่มีข้อบังคับว่าจะทําท่อเหลี่ยมไม่ได้ ห้ามทําท่อ ไม่มีข้อบังคับแล้วแต่คณะกรรมการ ชุดนี้จะทําการพิจารณาว่ามีความจําเปึนแก้ไขอย่างไร นี่คือแนวทางของการใช้เงินเรียกว่า เงินทดรองราชการของแต่ละจังหวัดในการดูแลภัยน้ําท่วมที่มีอยู่ประมาณ ๕๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตามครับ สิ่งที่เห็นตรงกันคือว่า เมื่อช่วยแล้วมันไม่ถาวรทําอย่างไรล่ะจะให้ การแก้ปัญหาให้กับประชาชนนั้นเกิดความถาวร ของส่วนจังหวัดนี้เปึนการแก้ในกรณี จําเปึนเร่งด่วนครับ ส่วนการถาวรกระทรวงมหาดไทยก็จะมีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่นั้นก็จะต้องมีนายช่างโยธาทําการสํารวจว่าควรจะมีการทําถนนอย่างดี ไม่ว่าจะเปึนถนนลาดยาง คอนกรีต มีงบประมาณหรือไม่ ไม่มีงบประมาณก็ขอตรงขึ้นมา ยังกรม นี่คือแนวทางในการจะทํางานร่วมกัน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ในขณะเดียวกันครับ กระทรวงคมนาคมเขาก็มีโครงการเกี่ยวกับถนนในหมู่บ้าน ถนนไร้ฝุ์น อันนี้ก็เปึนแนวทางหนึ่งซึ่งจะต้องทํางานให้สอดคล้องต้องกัน แต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้านั้น แต่ละจังหวัดจะมีแนวทางอย่างนี้

ส่วนคําถามที่สอง ที่ท่านได้สอบถามมาว่าการดําเนินการช่วยเหลือ ประชาชนโดยใช้เงินอย่างนี้ โดยกรมปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยลักษณะอย่างนี้จะให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการเปึนคณะกรรมการตรวจรับได้หรือไม่ ผมเห็นด้วยครับ วันนี้ งบประมาณทั้งหมดนั้นเปึนเงินภาษีอากรของประชาชน การที่จะสนับสนุนโครงการใดนั้น ประชาชนจะต้องทราบ จะทําเมื่อไร เวลาใด มีปริมาตรที่จะทําแค่ไหน เพียงใด ประชาชน ต้องรู้ สิ่งที่สถานะความเปึนผู้แทนราษฎรของพวกเรา เราก็ได้ยินกันมาละครับ มี ๑๐๐ บาท ทํา ๑๐-๒๐ บาท สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ใครจะตรวจสอบได้ดีที่สุดเท่าประชาชนครับ เจ้าของพื้นที่ จะต้องเปึนคนเข้ามาดู เข้ามาตรวจสอบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นจริงแล้วเปึนอย่างไร ในส่วนของ กระทรวงมหาดไทยนั้นได้กําชับตลอดเวลาโดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดเวลาเกิดภัยพิบัติ ขึ้นมาแล้วเมื่อมีการใช้เงินสํารองของทางราชการใช้เกี่ยวกับเรื่องน้ําท่วม แก้ปัญหาที่ไหน อย่างไร ภัยแล้งแก้ปัญหาที่ไหน อย่างไร จะต้องแจ้งในที่ประชุมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน และขอให้ทําเปึนเอกสารครับ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านจะได้ไปบอกประชาชนว่าวันนี้เวลาใด บ้านเราได้งบประมาณมาทําอะไรกัน เขาจะได้ช่วยกันตรวจสอบ และในขณะเดียวกันครับ ผมเรียนว่าการที่จะให้ประชาชนเปึนกรรมการร่วมตรวจสอบนั้นระเบียบกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้ห้ามเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีกําหนดไว้ชัดเจนครับ ไม่ว่าจะเปึนระเบียบของกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการใช้เงินทดรองราชการนี่ ก็กําหนดชัดเจนว่าให้ผู้มีอํานาจสั่งจ่ายเงินทดรองราชการ แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งหรือหลายคนตามความจําเปึนเพื่อทําหน้าที่ตรวจรับพัสดุ ส่วนระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ ฉบับที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๓๕ กําหนด ไว้เลยครับว่า คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ประกอบด้วย ประธานกรรมการ และกรรมการ อื่นอย่างน้อย ๒ คน ซึ่งแต่งตั้งจากข้าราชการ พนักงานราชการ โดยคํานึงถึงลักษณะ หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ได้รับการแต่งตั้งเปึนสําคัญ ในกรณีที่จําเปึน หรือเพื่อประโยชน์ของทางราชการ จะแต่งตั้งจากบุคคลอื่นไม่เกิน ๒ คนร่วมเปึนกรรมการ ก็ได้ นี่คือกติกา นี่คือระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ฉะนั้นผมขอเรียนว่าไม่มีข้อห้ามใด เลยครับที่จะห้ามประชาชนเข้ามาร่วมเปึนกรรมการ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ยิน และได้พบเห็นว่าบางครั้งตั้งงบประมาณเสร็จ ทําไม่จริงครับ ปรับนิดหน่อย เกรดนิดหน่อยเบิกเงินหลวงใส่กระเปิา หรือทําเพียง ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้เรียกว่าโกง เราต้องร่วมกัน ให้ประชาชนมีส่วนร่วม รายงานขึ้นมายังกระทรวงมหาดไทย ผมเชื่อว่าเรื่องอย่างนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ครับ ฉะนั้นผมขอเรียนว่าสิ่งที่ท่านห่วงใยนั้นเปึนสิ่งที่ เราต้องทํางานร่วมกัน เพื่อจะให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนครับ