นราพัฒน์ แก้วทอง หารือเรื่องประกันรายได้เกษตรกร โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและเอกสารสิทธิ และเรียกร้องการช่วยเหลือจากท่านรองนายกรัฐมนตรี พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากผู้ว่าราชการจังหวัด เกษตรจังหวัด และเกษตรอำเภอ ในการเข้าใจและสนับสนุนเกษตรกร และเรียกร้องมาตรการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เช่น การชดเชยราคาข้าวที่ต่ำกว่าราคาตลาด
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นราพัฒน์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร พรรคประชาธิปัตย์ ต่อคําตอบของท่านรองนายกรัฐมนตรี ผมเข้าใจว่าถ้าผมสรุปไม่ผิดก็คือมันเปึนเรื่องของ ประกันรายได้ให้แก่เกษตรกร ส่วนกระบวนการในการขายข้าวหรือกระบวนการในการ ที่จะนําข้าวออกสู่ตลาดนั้น มันก็เหมือนกับมันเปึนอีกคนละเรื่อง ซึ่งถามว่าดีไหม ก็ต้องบอกว่า ถ้าได้อย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีแจ้งต่อที่ประชุมแห่งนี้ไปถึงพี่น้องเกษตรกรนะครับ ก็จะทําให้พี่น้องเกษตรกรนั้นมีรายได้ขั้นต่ําอย่างน้อย ๆ ก็คือทํานาแล้วไม่ขาดทุน แต่ปัญหาก็คือว่าวิธีการปฏิบัติแล้วก็หลักเกณฑ์ ขนาดถึงวันนี้ต้องย้ําว่าทางรัฐบาลขาด การประชาสัมพันธ์อย่างมาก ขาดการทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนอย่างมาก แล้วก็ สร้างความสับสน ขนาดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่นี้ผมเชื่อว่าหลายท่านก็ยังสับสน และยังไม่เข้าใจในหลักการของรัฐบาล มาถึงวิธีการปฏิบัติครับท่านประธาน วันนี้ไป จดทะเบียนหรือขึ้นทะเบียนนั้น ตามรายงานที่ทางคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งผมเปึนประธานอยู่ ได้เชิญหน่วยงานเข้ามาชี้แจง เขาบอกว่าการขึ้นทะเบียนแต่ละภาค ทําได้ไม่เท่ากัน เอาเปึนว่าเฉลี่ยรวม ๆ ทั้งหมดขึ้นทะเบียนไปประมาณแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้กลางเดือนกันยายนเข้าไปแล้ว และต้องขึ้นทะเบียนให้ก่อนวันที่ ๓๐ กันยายน ใช่หรือไม่ และกระบวนการประกันหรือกระบวนการที่รัฐจะประกันรายได้ให้กับเกษตรกร นั้นจะเริ่มเมื่อไร ถ้าเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายนถามว่าวันนี้ขึ้นทะเบียนทันไหม และที่สําคัญนะครับมันเปึนเรื่องของเอกสารสิทธิ ท่านกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการผม ถามมากแล้วก็เปึนห่วงมากว่า เอกสารสิทธิตกลงได้ข้อสรุปหรือยัง ต้องเรียน ท่านประธานไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี คนที่มาตอบบอกว่าต้องรอการประชุมของ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ก็คือยังไม่รู้ยังไม่เปึนที่ชัดเจน และวันนี้เอกสารสิทธิ จะแก้อย่างไรในเรื่องของเอกสารสิทธิ ถ้าเกิดเขาไม่ได้มีนา เปึนเจ้าของนา พูดง่าย ๆ คือ เช่านาทํา และหลายคนก็เปึนห่วงครับที่ท่านบอกว่าได้ทุกคน ถ้าได้เกษตรกรได้ทุกคนดี ครับ แต่มีข่าวบอกว่าจํากัดให้ ๑๐ ตันต่อคนต่อครัวเรือน หรือ ๒๐ ตันอย่างที่เข้าใจว่า ประมาณ ๒๐ ตัน แต่ถามว่าในข้อเท็จจริงแล้วเกษตรกร ผมบอกแทนพี่น้องเกษตรกร เลยว่า ถ้า ๒๕ ตันพอรับได้ครับ ถ้า ๒๐ ตันผมว่าน้อยเกินไป เพราะเกษตรกรโดยเฉพาะ อย่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิจิตรปลูกข้าวเปึนอันดับ ๑ อันดับ ๒ นะครับ ตรงนี้ ก็คือสิ่งที่อยากจะฝากท่านประธานไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับว่า ช่วยพิจารณาในเรื่องของปริมาณข้าวที่จะเข้าสู่โครงการ แล้วก็เปึนห่วงว่าโครงการมันจะ เดินหน้าไม่ได้ เพราะการขึ้นทะเบียนนั้นล่าช้าแล้วก็ไม่เรียบร้อย
ประการที่สําคัญนะครับ วิธีการปฏิบัติท่านต้องใช้เครื่องมือและกลไกของ รัฐให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด เกษตรจังหวัด เกษตรอําเภอ ต้องลงไปทํา ความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกร ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดกระบวนการที่เขาเรียกว่าไปให้ข้อมูลที่ บิดเบือนทําให้พี่น้องเกษตรกรเกิดความสับสน แล้วก็จะลุกขึ้นมาต่อต้านโครงการนี้ ผมขอ ยกตัวอย่างเปึนตุ๊กตาง่าย ๆ สักเล็กน้อยให้กับท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าปัญหาอีกปัญหา หนึ่งที่จะเกิดขึ้น เช่น ท่านบอกว่าข้าวนาป้ท่านประกาศไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท ราคาที่ท่านจะ อ้างอิงหรือกําหนดอัตราที่จะชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกร สมมุติว่า ๒,๐๐๐ บาท ก็เท่ากับ ท่านประกาศอัตราไว้ประมาณ ๘,๐๐๐ บาท เปึนราคาอ้างอิงท่านจะชดเชยให้กับ เกษตรกร ๒,๐๐๐ บาท แต่ถามว่าถ้าเกิดเกษตรกรเขาไปขายข้าวแล้วถูกหักความชื้น ถูกกดราคา อาจจะมีการร่วมกับพ่อค้ากดราคา เขาขายได้แค่ ๖,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่ควรจะ ขายได้ ๘,๐๐๐ บาท อย่างที่ท่านบอกว่าราคาตลาดมันน่าจะเปึนแบบนั้น ตรงนี้มีคน ตั้งคําถามว่าตรงนี้เขาจะได้รับชดเชยจากที่ไหนหรืออย่างไร หรือท่านมีมาตรการในการ ที่จะดูแลหรือช่วยตรงนี้หรือไม่ อย่างไร ถ้าเกิดกรณีอย่างนั้น มีบางคนบอกผมว่าถ้าเกิด ราคามันต่ําเจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ก็อย่าไปขาย ให้เก็บไว้ก่อน ถ้าพ่อค้า กดราคาก็อย่าไปขาย เก็บไว้ก่อน มันเก็บไม่ได้ครับ เพราะอะไรครับ เดี๋ยวนี้เขารูดข้าวครับ เขาไม่ได้เกี่ยวข้าว มันเป้ยกครับ ผีถึงป์าช้าก็ต้องขายครับ ราคาเท่าไรก็ต้องขาย เพราะฉะนั้นกระบวนการขาย ถ้าท่านแยกแล้วนะครับ ประกัน โอเค ได้ ๒,๐๐๐ บาท อย่างน้อย ๆ เปึนการันตีรายได้ แต่เวลาไปขายจริงถ้าเกิดกระบวนการพวกนี้เกิดขึ้นมา ราคาข้าวมันจะยิ่งตกลงไปใหญ่ ตรงนี้ท่านมีมาตรการหรือมีวิธีการแก้ไขตรงนี้หรือไม่ อย่างไร
เพราะฉะนั้นคําถามที่ ๒ ก็คงจะเปึนในเรื่องของวิธีปฏิบัติ หลักเกณฑ์ แล้วก็ ปัองกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น ก็อยากถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ให้ตอบคําถามให้กับพี่น้องเกษตรกรได้พึงพอใจครับ