สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๐ กันยายน ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หารือเรื่องการแพร่ระบาดของโรค โดยอธิบายว่าโรคนี้สามารถติดได้ง่าย แต่ความรุนแรงน้อยหากได้รับการดูแลดี และไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับมาตรการป้องกันให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในแต่ละช่วง และเร่งรณรงค์ป้องกันในชนบท รวมถึงการดื้อยา การกลายพันธุ์ และการระบาดรอบที่สอง และยังหารือเรื่องการผลิตวัคซีน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะพยายามใช้เวลาให้กระชับที่สุด เบื้องต้น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า การนําเอาคําพูดของผมมานี้ อยากให้มีการนําเอาการพูดทุกครั้ง แล้วก็ให้ครบถ้วน ผมไม่ได้พูดเลยนะครับ บอกว่า อันนี้เปึนเอง หายเอง ไม่ต้องห่วง ไม่ได้พูดอย่างนั้นเลยครับ อธิบายให้เข้าใจว่าตั้งแต่ต้น ผมเตือนพี่น้องประชาชนทุกคนว่า โรคนี้เปึนง่าย เหตุผลที่เปึนง่ายก็เพราะว่าไม่มีใครมี ภูมิคุ้มกันมาก่อน เพราะฉะนั้นการติดนี้ง่าย แต่ความรุนแรงที่พูดอยู่นั้น จนถึงขณะนี้ก็เปึน ที่ยอมรับโดยหน่วยงานสากลก็คือว่า ในหมู่ผู้ติดเชื้อ ส่วนใหญ่จะมีอาการค่อนข้างน้อย แต่มีความเสี่ยงก็คือมีอาการรุนแรงอย่างที่ท่านพูดร้อยละ ๕ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น่ากลัว ก็คือการที่เชื้อเข้าไปในปอด จะสามารถทําลายปอดได้รุนแรง แล้วก็รวดเร็วกว่าไข้หวัด ประเภทอื่น ๆ เพราะฉะนั้นอยากจะให้เข้าใจว่าก่อนหน้านี้ผมก็ได้อธิบายไปหลายครั้งแล้ว ว่าที่พูดนี้หมายความว่าติดง่าย แต่ว่าถ้าได้รับการดูแลดี แล้วก็ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง โอกาสที่จะ เปึนอะไรรุนแรงก็ค่อนข้างน้อย แล้วก็เทียบเคียงอันนี้ได้กับตัวเลขของไข้หวัดอื่น ๆ

ประการที่ ๒ เพื่อที่จะให้เกิดความชัดเจน ความจริงการเปรียบเทียบตัวเลข กับประเทศต่าง ๆ มีปัญหาพอสมควร แม้แต่ทางองค์การอนามัยโลกเองก็ยอมรับว่า มาตรฐานการรายงานไม่ตรงกัน แต่ว่าที่บอกเราเปึนอันดับ ๓ อันดับ ๔ ๑ ในเอเชียอะไรนี้ นะครับ ขอให้ข้อเท็จจริงอย่างนี้นะครับว่า เอาจํานวนผู้เสียชีวิตมากที่สุดขณะนี้ที่มีการ รายงานก็คือประเทศบราซิลนะครับ ๖๕๗ คน ประเทศสหรัฐอเมริกา ๖๐๕ คน ประเทศ อาร์เจนตินา ๕๑๒ คน ประเทศเม็กซิโก ๒๐๗ คน ประเทศออสเตรเลีย ๑๖๕ คน ประเทศ อินเดีย ๑๔๕ คน แล้วก็มาประเทศไทย ๑๔๒ คนในขณะนี้ ประเทศชิลี ๑๒๕ คน ประเทศ เปรู ๑๐๙ คน ที่น่าสังเกตก็คือว่าหลายประเทศซึ่งความจริงแล้วประชากรน้อยกว่าเรา เยอะนะครับ ก็มีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นมาสูงเหมือนกัน ประเทศมาเลเซีย ๗๕ คน ประเทศ แคนาดา ๗๓ คน แม้กระทั่งประเทศอย่างประเทศสิงคโปร์นะครับ ซึ่งประชากรน้อยกว่า เราเยอะมาก ถ้าคิดเปึนสัดส่วนก็ถือว่าเปึนตัวเลขที่เสียชีวิต ๑๘ คนนี้ก็สูงมาก ที่พูดนี้ ไม่ได้อยากจะบอกว่าใครทํางานดี ไม่ดีนะครับ แต่อยากจะบอกว่าขณะนี้ปรากฏการณ์นี้ เกิดขึ้นทั่วโลก และผมคิดว่าหลายประเทศที่ผมอ่านชื่อไปนี้ หลายคนยอมรับในมาตรฐาน ในเรื่องของระบบสาธารณสุขของเขาเช่นเดียวกัน ค่อนข้างจะเข้มงวดกวดขันด้วยซ้ํา นะครับ ก็เปึนตัวเลขซึ่งเมื่อคํานวณออกมาแล้ว ก็ยังมีการถกเถียงกันทางวิชาการว่า แตกต่างมากน้อยแค่ไหนกับเรื่องของไข้หวัดใหญ่ที่เกิดขึ้นเปึนประจําทุกป้ คือต้องเรียน ตรง ๆ นะครับว่า แพทย์มีความเห็นแตกต่างกันนะครับ คุณหมอหลายท่านที่รวมทั้งที่ท่าน เอ่ยนามด้วยนี้ เราก็เชิญเขามาเพื่อพูดคุย ก็ต้องยอมรับว่าความเห็นก็อาจจะไม่ตรงกันนัก แต่กรณีจะเปึนอย่างไรก็ตาม ผมกราบเรียนว่ารัฐบาล และโดยเฉพาะกระทรวง สาธารณสุขนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ สภาพขณะนี้ก็ต้องบอกว่าการระบาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ก็คือในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเมืองใหญ่นี้ โดยเฉพาะกรณีของกรุงเทพมหานคร กับปริมณฑลนี้เริ่มลดลง แต่ว่ากําลังจะไปในลักษณะของชนบทมากขึ้น เพราะฉะนั้นท่าน ถามคําถามที่ว่าเราพึงพอใจไหม ผมก็ต้องตอบว่ามาตรการของเรานี้ต้องปรับให้เข้ากับ สถานการณ์ของแต่ละช่วง เพราะฉะนั้นขณะนี้ที่ท่านรัฐมนตรีจะต้องทํามากเปึนพิเศษ ก็คือเรื่องของการรณรงค์ในชนบท ซึ่งเข้าใจว่าวันนี้ท่านก็ไปทําร่วมกับทาง สสส. แล้วก็ หน่วยงานอื่น ๆ อีก แล้วที่สําคัญก็คือว่าต้องอาศัยกลไกในระดับจังหวัด กลไกระดับ ท้องถิ่น แล้วก็ อสม. ซึ่งรัฐบาลก็หวังที่จะให้เข้ามาทํางานในเรื่องนี้มากขึ้น อันนั้นเปึน ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ การเสียชีวิตส่วนใหญ่นี้ก็ยังคงเปึนปัญหาที่ว่าเข้าถึงยา ค่อนข้างช้า อ้ายตรงนี้ละครับที่มันเปึนปัญหา เพราะว่าก็เปึนประเด็นที่ท่านเองได้หยิบ ยกขึ้นมา ก็คือว่าผู้เชี่ยวชาญนี้ก็มีความวิตกกังวลว่าการจ่ายยาที่ทําเกินไปนี้จะมีผลต่อ เรื่องของการดื้อยา หรือการที่จะมีการกลายพันธุ์ หรือการระบาดรอบ ๒ เพราะฉะนั้น ตรงนี้ก็พยายามที่จะหาความพอดี ซึ่งกระทรวงก็ได้กําหนดกติกาไป แต่ก็พบว่าขณะนี้ เมื่อปรับปรุงระบบการกระจายยา โดยเฉพาะในพื้นที่ในต่างจังหวัดให้รวดเร็วขึ้นนี้ ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น อันนี้ก็เปึนประเด็นที่ ๒ ที่เราติดตามอยู่

ประเด็นที่ ๓ ก็คือขอให้ท่านมั่นใจนะครับว่า เราไม่ได้ละเลยเพิกเฉยเลยต่อ ความเสี่ยงในเรื่องของการที่จะมีการระบาดรอบ ๒ รอบ ๓ แล้วเราก็ทราบประวัติศาสตร์ ว่าเคยเกิดขึ้นมาแล้ว แล้วก็เสียหายมากทั่วโลก เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เปึนเรื่องที่มีการ ติดตามอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ว่ามีปัญหาในเรื่องของการดื้อยาหรือไม่ มีปัญหาในเรื่อง ของการกลายพันธุ์หรือไม่ แล้วก็ในช่วงประมาณเดือนตุลาคมเปึนต้นไป เราก็จะได้เรื่อง ของวัคซีนเข้ามาเปึนกลุ่มแรก ซึ่งเรื่องวัคซีนเองก็มีข้อถกเถียงอยู่ในขณะนี้ ก็กําลังมีการ ติดตามตรวจสอบ ประเมินอย่างใกล้ชิดนะครับ ถ้าเรามั่นใจ แล้วก็ต่างประเทศมั่นใจใน เรื่องของคุณภาพนี่ ก็จะสามารถเริ่มต้นจากการนําเข้ามา คือซื้อมาก่อน อีกส่วนหนึ่งก็ เปึนเรื่องของการผลิต ซึ่งขณะนี้ก็มีการผลักดันอยู่ แล้วถ้าเปึนไปตามแผนนี้ ต้นป้หน้า ในส่วนของการผลิตของเราเองก็อาจจะสามารถดําเนินการได้เช่นเดียวกันครับ