สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๐

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ 🔗

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๑/๒

- เรื่องที่ ๒ รับทราบสรุปผลการประชุมคณะกรรมการประสานงาน ๒ ฝ่าย และคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ด้วยในคราวประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ ๕๗ วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๐ ที่ประชุมได้มีมติ ให้นําสรุปผลการประชุมของคณะกรรมการประสานงาน ๒ ฝ่าย ครั้งที่ ๕/๒๕๖๐ และสรุปผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แจ้งให้สมาชิกทุกท่านได้รับทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ ประจําที่นั่งของสมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

(ที่ประชุมรับทราบ)

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม

รับรองรายงานการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

- ครั้งที่ ๕๘/๒๕๕๙ วันจันทร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

- ครั้งที่ ๕๙/๒๕๕๙ วันอังคารที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๐ บริเวณห้องรับรองสมาชิก ชั้น ๑ อาคารรัฐสภา ๑ และหอสมุดรัฐสภา ก่อนที่จะเสนอให้ ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศรับรอง สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๒/๑

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

เมื่อไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานประชุมทั้ง ๒ ครั้งดังกล่าวนะครับ

ก่อนพิจารณาระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อนํา ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ พิจารณาแนวทางการดําเนินงานขับเคลื่อน วาระการปฏิรูปที่สําคัญและเร่งด่วน (๒๗ วาระ) ในปี ๒๕๖๐ กลุ่ม “เศรษฐกิจอนาคต” ขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่สําคัญและเร่งด่วน ควรรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากท่านสมาชิก มีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามนี้นะครับ

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่

- พิจารณาแนวทางการดําเนินงานขับเคลื่อนวาระการปฏิรูปที่สําคัญ และเร่งด่วน (๒๗ วาระ) ในปี ๒๕๖๐ กลุ่ม “เศรษฐกิจอนาคต” จํานวน ๒ วาระ

๑. การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

๒. เศรษฐกิจสร้างสรรค์ Value Service) เป็นหนึ่งใน ๕ อุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) รวมทั้ง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้ถูก จัดเป็น ๒๗ วาระการปฏิรูปเร่งด่วน ตามแผนที่นำทาง (Roadmap) ของคณะกรรมการบริหารราชการ แผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจได้เล็งเห็นความสำคัญของ การแก้ไขปัญหา และเพื่อให้มีกลไกในการปฏิรูปเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นระบบ มีความต่อเนื่องในระยะ ยาว จึงได้เสนอแนวทางการปฏิรูปเศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้งในด้านนโยบาย มาตรการ กลไก แผนงาน โครงการ และประเด็นเชิงกฎหมายที่จำเป็นต้องเร่งรัดดำเนินการ เพื่อนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ จากความคิดสร้างสรรค์ อันนำไปสู่การสร้างความมั่งคั่งให้กับระบบเศรษฐกิจอนาคตของประเทศต่อไป ๑.๒ ขั้นตอนการปฏิรูป  ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๙ – คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ นำเสนอ รายงานการปฏิรูปเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม ต่อสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และ สปท. เห็นควรให้ปรับบทบาท ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (ศสบ.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกการขับเคลื่อน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ แยกออกจาก สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (สบร.) และจัดตั้งเป็นสำนักงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)  ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๙ – นำเสนอ แผนปฏิรูปเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ต่อคณะกรรมการร่วมวิป ๓ ฝ่าย ซึ่งมีมติเห็นชอบแผนปฏิรูปดังกล่าว และประธานคณะกรรมการวิป ๓ ฝ่าย นำผลการประชุมรายงานต่อ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยรองนายกรัฐมนตรี (พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง) ได้ให้ความเห็นว่า ไม่ขัดข้องหากจะมีการพัฒนาบทบาทของศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ภายใต้ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ ให้แยกออกมา และจัดตั้งเป็น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ๒. ข้อเสนอการปฏิรูปเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ๒.๑ จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)

เพื่อให้เกิดหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการส่งเสริมและพัฒนาระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ ขับเคลื่อนในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากปัจจุบันมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ราว ๑๐ หน่วยงาน จาก ๗ กระทรวง แต่การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นไปอย่างไม่มีทิศทาง ทั้งการ ส่งเสริมทักษะบุคลากรสร้างสรรค์ เพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจ และการสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสมที่ เอื้ออำนวยต่อการเติบโตของธุรกิจและทรัพยากรบุคคล ๒.๒ ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พ.ศ. .... เพื่อทำ หน้าที่เป็นกลไกในการทบทวนและขับเคลื่อนแผนพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในมิติต่างๆ ให้เกิด เป็นรูปธรรม ๒.๓ จัดทำแผนพัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ประกอบด้วย แผนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสม การส่งเสริม ศักยภาพทางธุรกิจ และการปรับปรุงกลไกมาตรการของภาครัฐในภาพรวมของการส่งเสริมและพัฒนาระบบ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ โดยมุ่งเน้นให้มีการส่งเสริมที่เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกันเพื่อให้ สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๒/๒

ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ ๕๖ วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๐ ได้พิจารณาแนวทาง การดําเนินงานขับเคลื่อนวาระการปฏิรูปที่สําคัญและเร่งด่วน (๒๗ วาระ) ในปี ๒๕๖๐ ของแต่ละกรรมาธิการแล้วนั้น ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้สภาพิจารณาและรับทราบถึง ความก้าวหน้า อุปสรรค ปัญหา แนวทางแก้ไข และแนวทางการดําเนินงานปฏิรูป ของแต่ละด้าน จึงได้บรรจุระเบียบวาระการประชุมเพื่อให้สมาชิกได้พิจารณาแนวทาง การดําเนินงานขับเคลื่อนวาระการปฏิรูปที่สําคัญและเร่งด่วน (๒๗ วาระ) ในปี ๒๕๖๐

สําหรับในวันนี้จะเป็นการพิจารณาแนวทางการดําเนินงานของ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ กลุ่ม “เศรษฐกิจอนาคต” จํานวน ๒ วาระ ๑. การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ๒. เศรษฐกิจสร้างสรรค์

ตามที่ที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ ๕๗ วันพฤหัสบดีที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๐ มีมติไว้ โดยผมจะให้คณะกรรมาธิการ แถลงแนวทางการดําเนินงานทั้ง ๒ วาระ ทีละวาระตามลําดับ จนครบทั้ง ๒ วาระ จากนั้นผมจะเชิญสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็นนะครับ

ด้วยประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ได้มีหนังสือขออนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และตอบประเด็นข้อซักถามของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งได้พิจารณาแล้ว จึงได้อนุญาต ๒ ท่าน คือ ๑. ท่านประทวน สุทธิอํานวยเดช อนุกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมและบริการ ท่านเป็นอดีตอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดลพบุรี ๒. ท่านธเนศ วรศรัณย์ ที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ด้านอุตสาหกรรมและบริการ ท่านเป็นกรรมการบริหารและรองประธานคณะกรรมการ การท่องเที่ยวและบริการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังกล่าว เข้าร่วมประชุมชี้แจงต่อที่ประชุม และขอเชิญกรรมาธิการเข้าประจําที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

- ๓/๑   สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๓/๑

ขอเรียนเชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงการดําเนินงานทั้ง ๒ วาระตามลําดับนะครับ สําหรับรายชื่อผู้เสนอและชี้แจงกลุ่มเศรษฐกิจอนาคต เรื่อง การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ได้แก่ ๑. ท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ๒. ท่านมนู เลียวไพโรจน์ ที่ปรึกษากรรมาธิการ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ๓. ท่านกลินท์ สารสิน กรรมาธิการ ท่านเป็นรองประธานหอการค้าไทย ๔. ท่านประทวน สุทธิอํานวยเดช ๕. ท่านธเนศ วรศรัณย์ ขอเรียนเชิญท่านสถิตย์

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ในฐานะประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ขอนําเรียนเสนอต่อท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เรื่อง เศรษฐกิจอนาคต ๒ เรื่อง คือ เรื่องการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตามลําดับ

ในลําดับแรกขอเรียนนําเสนอเรื่องการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ลําดับของ การพัฒนาประเทศเริ่มต้นจากการพัฒนาทางด้านเกษตร ถัดจากนั้นเป็นการพัฒนาทางด้าน อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมเบา อุตสาหกรรมหนัก อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตามลําดับมากขึ้นทุกวัน การพัฒนาประเทศหันมาพึ่งภาคบริการ ในเรื่องของอุตสาหกรรม ที่แต่เดิมเป็นกําลังสําคัญในเรื่องของการผลิตเพื่อส่งออก จากภาวะเศรษฐกิจของทั่วโลก ที่ไม่ได้เติบโตดีดังแต่ก่อน ทําให้การส่งออกภาคการผลิตถดถอยลงไปด้วย การพัฒนาประเทศ จึงต้องให้ความสําคัญกับภาคบริการให้มากขึ้น การให้ความสําคัญเช่นนี้เองจึงทําให้ การส่งออกภาคบริการโดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นการส่งออกภาคบริการ ที่สําคัญ มีความสําคัญต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศถึงร้อยละ ๑๐ ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมภายในประเทศ การมุ่งให้ความสําคัญกับเศรษฐกิจภาคบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การส่งออกภาคบริการ จึงทําให้มีความจําเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูปในภาคของการท่องเที่ยว เพื่อที่จะทําให้ความสามารถในการส่งออกภาคบริการทางด้านการท่องเที่ยวดีขึ้น สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๓/๒ แต่ในการนับเรื่องความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยการนับผลิตภัณฑ์มวลรวม ภายในประเทศนั้น นอกจากเรื่องการส่งออกแล้วยังมีเรื่องของการบริโภคภายในประเทศ การท่องเที่ยวนั้นมิใช่มีเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้เกิดการส่งออก ภาคบริการ แต่ยังมีการท่องเที่ยวภายในประเทศซึ่งส่งผลต่อการบริโภคภายในประเทศ การท่องเที่ยวจึงเป็นกลไกสําคัญ เครื่องยนต์ที่สําคัญทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งทางด้าน การส่งออก และทางด้านการบริโภค ความสําคัญในการปฏิรูปการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน จึงมีอยู่มาก สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๔/๑ ด้วยเหตุนี้เองวันนี้คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านอุตสาหกรรม และบริการ จึงได้ขอโอกาสนําเสนอเรื่องการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนใน ๒ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรกก็คือเรื่องของการปรับปรุงองค์กรและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ประเด็นที่สองเกี่ยวกับเรื่องคนเข้าเมืองและที่พักแรม หวังว่าการปฏิรูปใน ๒ เรื่องนี้จะส่งผล ให้การปฏิรูปการท่องเที่ยวมีผลต่อการสร้างความเติบโตทั้งในเรื่องการส่งออกบริการ และการบริโภคภายในประเทศในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ในโอกาสนี้ผมขออนุญาต ท่านประธานเพื่อให้ท่านมนู เลียวไพโรจน์ ที่ปรึกษากรรมาธิการ ท่านกลินท์ สารสิน ท่านประทวน สุทธิอํานวยเดช ท่านธเนศ วรศรัณย์ และท่านเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ เป็นผู้นําเสนอต่อไป ขอบพระคุณครับ

ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ขอเรียนเชิญท่านมนู เลียวไพโรจน์

นายมนู เลียวไพโรจน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผม นายมนู เลียวไพโรจน์ สมาชิกหมายเลข ๑๑๕ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป เศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรมและบริการ ขอเรียนให้เพื่อนสมาชิกได้ทราบว่าตามที่ได้มี การกําหนดวาระการปฏิรูปที่สําคัญและเร่งด่วน (๒๗ วาระ) ในปี ๒๕๖๐ นี้ โดยแบ่งออกเป็น ๑๑ ด้าน และในนั้นก็มีด้านเศรษฐกิจซึ่งได้จัดแบ่งเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) เศรษฐกิจอนาคต โดยกําหนดให้มีวาระการปฏิรูปเกี่ยวกับเรื่องของการท่องเที่ยวอยู่ด้วย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่สําคัญ และเป็นเรื่องที่ประเทศไทยควรจะต้องดูแลกันอย่างใกล้ชิด เพราะเหตุว่า ณ ปัจจุบันนี้ เศรษฐกิจของโลกปรับตัวดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่สหรัฐอเมริกา ที่ยุโรป และประเทศอื่น ๆ รอบบ้านเรา จึงทําให้มีแนวโน้มว่าในอนาคตอันใกล้นี้ประเทศไทยจะต้องต้อนรับ นักท่องเที่ยวจากประเทศต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ผมคิดว่าเราคงจะต้อง ดําเนินการปรับปรุงแก้ไขส่วนต่าง ๆที่ยังขาดตกบกพร่องหรือยังไม่ครบถ้วนให้ดําเนินไป อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้เพื่อความเจริญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการจัดแบ่งคลัสเตอร์ (Cluster) เศรษฐกิจในอนาคตซึ่งมีวาระ ที่ได้เรียนไปให้ทราบแล้วเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และการพัฒนาการท่องเที่ยว สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๔/๒ การปฏิรูประบบที่พักแรมและข้อมูลคนเข้าเมือง ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ได้ดําเนินการนําเสนอ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปแล้ว แล้วก็คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านเศรษฐกิจได้รวบรวมจัดทํารายงานและนําเสนอสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศให้ความเห็นชอบไปเรียบร้อยแล้ว ๒ เรื่องด้วยกัน

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ การปฏิรูปโครงสร้างองค์กรด้านการท่องเที่ยวทั้งระบบ และบูรณาการการทํางานของ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีมากมายหลายหน่วยงาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก็ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ นายกรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบและส่งให้ คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และกีฬา คณะที่ ๖ และปัจจุบันก็ได้มีการดําเนินการปฏิรูปตามข้อเสนอการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวบางส่วน ไปแล้ว อาทิเช่น การปรับปรุงพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เป็นต้น สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๕/๑

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการปฏิรูประบบที่พักแรมและข้อมูลคนเข้าเมือง สภาปฏิรูปการขับเคลื่อนประเทศก็ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ในส่วนของการนําเสนอวันนี้ก็คงจะต้องเรียนให้ทราบถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้ผ่านมา และในขณะเดียวกันก็จะขอกราบเรียนถึงความคืบหน้าของการดําเนินงานที่ผ่าน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปแล้ว ความคืบหน้าต่าง ๆ ปัญหา อุปสรรค รวมทั้ง ข้อเสนอแนะของรายงานทั้ง ๒ เรื่องที่ได้ผ่านสภานี้ไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตเรียนเชิญคุณกลินท์ สารสิน ในฐานะรองประธานอนุกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและบริการ และในฐานะประธาน คณะทํางานด้านการท่องเที่ยวเป็นผู้นําเสนอข้อมูลในเรื่องต่าง ๆ ที่กระผมได้เรียนมาแล้ว ขออนุญาตครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ ร้อยเอก ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบหมายให้ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ก่อนที่จะเชิญท่านกลินท์นะครับ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านยะออ จังหวัดนราธิวาส จํานวน ๔๕ ท่าน อัสลามูอาลัยกุมครับ

ท่านกลินท์ สารสิน เป็นสมาชิก สปท. เพิ่งได้รับเลือกให้เป็นประธาน หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งก็ถือเป็นเกียรติ แล้วท่านเป็น ประธานบอร์ด (Board) ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดังนั้นจึงเป็นเดอะ ไรต์ แมน ออน เดอะ ไรต์ จ็อบ (The right man on the right job) เรื่องการปฏิรูปการท่องเที่ยว นอกจากนั้นแล้วข่าวล่าสุดก็คือว่าประเทศไทยได้รับการขยับจากเบอร์ ๑๐ ทางด้าน การท่องเที่ยวโลกขึ้นในปี ๒๕๕๗ กระโดดทีเดียวจากอันดับ ๑๐ ขึ้นมาอันดับ ๔ ของโลก เมื่อปี ๒๕๕๘ อันเป็นผลจากความสงบเรียบร้อย แล้วทําให้สภาพประเทศของ การท่องเที่ยวเราได้เปิดโอกาสที่ทําให้ประเทศเราไต่อันดับขึ้นอย่างกระโดดทีเดียว ก็เป็นฝีมือของการปฏิรูปประเทศแล้วก็ทุกภาคส่วนนะครับ โดยที่องค์กร สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๕/๒ ดับบลิวทีทีซี (WTTC) คือสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก คาดหมายว่าเราจะแซงขึ้น เป็นเบอร์ ๒ ของโลกภายในทศวรรษหน้า ซึ่งภายใต้การปฏิรูปเราอาจจะทําได้เร็วกว่านั้น ด้วยซ้ําไป นี่คือการที่ได้เห็นถึงว่าสหภาพประเทศของเราเป็นอย่างไร ประเทศไทย ยิ่งใหญ่กว่าที่ใครคิดนะครับ ต่อไปก็ขอเชิญท่านกลินท์ สารสิน กรรมาธิการ แล้วก็เป็น ประธานหอการค้าไทย เชิญครับ

นายกลินท์ สารสิน กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สมาชิก สปท. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ผม กลินท์ สารสิน สมาชิก สปท. หมายเลข ๐๔ เมื่อกี้ที่ท่านประธานได้บอกไปแล้วว่าประเทศไทยตอนนี้แร็งกิง (Ranking) สูงมาก ๆ นักท่องเที่ยวนะครับ เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วทางซีเอ็นเอ็น (CNN) บอกแล้วว่าบ้านเราได้โหวต สตรีตฟู้ดส์ (Street Foods) เป็นเบอร์ ๑ ของโลก แล้วก็ปีที่แล้วก็บ้านเราเหมือนกันคนมาเที่ยว กรุงเทพฯ มากที่สุดในโลก เป็นเมืองที่มากที่สุดในโลกแซงหน้าลอนดอน ก็ถือว่าดีมาก ๆ เหตุผลหลัก ๆ ก็คือความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน แล้วก็ความมีน้ําใจของคนไทย วันนี้ขออนุญาตกราบเรียนทุกท่านมาเล่าเรื่องความคืบหน้าที่เราบอกว่าการท่องเที่ยว แบบยั่งยืนทําอะไรไปแล้วบ้าง ถึงไหนแล้วบ้าง

เรื่องแรกจากที่เราได้มีการนําเรื่องของการท่องเที่ยวของ สปช. มาดูว่า มีประเด็นอะไรบ้างที่พูดถึง สปช. เขามีการทําเกี่ยวกับเรื่องวิสัยทัศน์ เรื่องการพัฒนา เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แล้วก็ทางด้านการบริหารจัดการโครงสร้างต่าง ๆ ซึ่งหลายด้านทางรัฐบาลได้ทําไปแล้ว สีเขียวทําไปแล้วนะครับ เหลืออยู่บางส่วนที่ทางด้าน สปท. คิดว่าสําคัญ ในสีเหลืองที่เรากะว่าจะมาทําต่อเนื่อง สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๖/๑ หน้าถัดไปนะครับ เหตุผลสําคัญในการทําเรื่องนี้เพราะเห็นว่า ณ ปัจจุบันเรื่องนโยบายต่าง ๆ การบริหารจัดการยังกระจัดกระจายอยู่ อยู่ในหน่วยราชการหลายหน่วยที่กระจัดกระจาย และไม่มียูนิตี (Unity) เดียวกัน ขณะเดียวกันเรื่องการท่องเที่ยวอันเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ของบ้านเราการบริหารจัดการก็ยังไม่ดี ไม่ถูกต้องเหมาะสม ทําให้แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ทรุดโทรม และไม่เป็นประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย ขณะเดียวกันก็ส่อผลกระทบทางตรง และทางอ้อมต่อเศรษฐกิจไทย สังคมไทย และวัฒนธรรมไทยด้วย เพราะฉะนั้นอันนี้เป็น อุปสรรคในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หน้าถัดไป เป้าประสงค์ ในการปฏิรูปด้านการท่องเที่ยวมี ๓ เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคือทําอย่างไรให้มีการบูรณาการ ด้านท่องเที่ยวเพื่อมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

เรื่องที่ ๒ คือการมีส่วนร่วมของคนท้องถิ่นของประชาชนทั่วไปเพื่อกระจาย รายได้และลดความเหลื่อมล้ํา

เรื่องที่ ๓ คือทําอย่างไรการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทาง สปท. คณะอนุกรรมาธิการก็มีการประชุมกันพิจารณาเรื่องความสําคัญความเร่งด่วน แล้วก็ความสัมฤทธิผลในกรอบเวลาที่เรามีจํากัดอยู่ ก็เลยมีการจัดทํา ๕ เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคือการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวโดยการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรด้านท่องเที่ยว ทั้งระบบ และบูรณาการการท่องเที่ยวหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เรื่องที่ ๒ คือการปฏิรูป ระบบพักแรมและข้อมูลคนเข้าเมือง เรื่องที่ ๓ คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วม ด้านการท่องเที่ยวของคนในท้องถิ่น หรือเรียกว่าอินคลูซิฟทัวริซึม (Inclusive Tourism) เรื่องที่ ๔ คือการบริหารขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการบริหาร จัดการเก็บรายได้ การกระจายงบประมาณให้สอดคล้อง เรื่องสุดท้ายคือการรักษามาตรฐาน การจัดแหล่งท่องเที่ยวของไทยให้อยู่ระดับมาตรฐาน เวิลด์คลาส (World Class) เป็น ๕ เรื่องที่อยู่ในแผนที่เราทํา ณ ปัจจุบันทําไปแล้ว ๒ เรื่องด้วยกัน ๒ เรื่องข้างบนนะครับ หน้าถัดไป จะเห็นได้ว่า ๕ เรื่องเมื่อกี้ที่บอกถึงนะครับ เรื่องแรกที่บอกแล้วเรื่องการจัด โครงสร้างองค์กรด้านการท่องเที่ยวให้เป็นระบบและบูรณาการเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจะมี ๕ เรื่องด้วยกันที่เราเสนอไปแล้ว เรื่องแรกคือการปรับโครงสร้าง ททช. หรือว่า คณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติ ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีดูแลอันนี้ เราบอกว่า สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๖/๒ เป็นไปได้ไหมในโครงสร้างของคณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาตินี่ขอให้มีภาคเอกชน อยู่ร่วมด้วย ให้มีส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มด้วย เรื่องถัดมาเรื่องการจัดตั้งสํานักงาน นโยบายและขับเคลื่อนการท่องเที่ยว อันนี้ขอให้จัดตั้งสํานักงานที่เป็นสํานักงานเลขานุการ ของคณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติ ที่ผ่านมาคณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติ มีการประชุมกัน แต่ก็ไม่มีสํานักงานเลขานุการที่ดูแลติดตามเป็นคนขับเคลื่อนจริง ๆ ไม่มี เรื่องที่ ๓ คือการจัดตั้งคณะอนุกรรมการเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยว ควรจะมีคณะที่รัฐ และเอกชน โดยมีเอกชนเป็นส่วนมากมานั่งคุยกันว่าควรเป็นอะไรบ้าง แล้วก็เสนอเข้า ททช. อันนี้ก็ขอเสนอ เพราะที่ผ่านมาคณะ ททช. ส่วนใหญ่จะเป็นแบบปฏิบัติราชการ มีข้าราชการ อยู่ทั้งหมดเลย แล้วก็มีอะเจนดา (Agenda) เยอะมาก ๆ อันนี้บอกเป็นไปได้ไหม มีอีกคณะหนึ่งเป็นการเร่งรัดถ้าเอกชนเสนอไปแล้วก็เสนอตรงกับ ททช. ภายหลัง เรื่องที่ ๔ ตั้งคณะกรรมการบูรณาการการท่องเที่ยวจังหวัด เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ เพราะว่า ที่ผ่านมาถ้าเผื่อจังหวัดไหนผู้ว่าราชการจังหวัดเข้มแข็งก็จะมีการตั้งอนุกรรมาธิการ คณะทํางานในจังหวัดนั้นด้านท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันเวลาท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนี้ ย้ายไป คนใหม่มาก็ตั้งนโยบายใหม่ บางท่านก็สืบเนื่อง บางท่านก็ไม่เห็นความสําคัญ ก็ยกเลิกก็มี เลยบอกว่าเป็นไปได้ไหมตั้งคณะกรรมการบูรณาการท่องเที่ยวจังหวัด คือว่าถ้าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดย้ายไปก็มีนโยบายอย่างต่อเนื่อง มีระบบให้ดีนะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๗/๑ เรื่องสุดท้ายที่เราเสนอเรื่องปรับปรุงโครงสร้าง คือ อยากให้ อพท. คือองค์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แล้วก็สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุม และนิทรรศการ เรียกว่า สสปน. แล้วก็สํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ก็คือ ศูนย์ประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็ไนต์ซาฟารี (Night Safari) ซึ่งทั้ง ๓ หน่วยงานพูดถึงนี้ ณ ปัจจุบันก็อยู่ภายใต้ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี หรือว่ารองนายกรัฐมนตรีท่านใดดูแล ที่ผ่านมาก็คิดว่าโครงสร้างมันยังไม่สอดคล้องทีเดียว ทางขวามือ ๓ เรื่องที่เราเสนอไปแล้วถ้าเผื่อมีการแก้ไขก็สามารถตอบโจทย์ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ได้ หน้าถัดไปนะครับ จะเห็นได้ว่าภาพรวมของโครงสร้างตอนนี้ก็จะมี คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ หรือ ททช. ท่านรองนายกรัฐมนตรี ดูแลอันนี้อยู่ ณ ปัจจุบันเป็นด้านนโยบายอย่างเดียว ซึ่งคณะทํางานของเราทุกครั้งที่เราทํา ก็วิ่งเข้าไปหาท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะปฏิรูปแบบนี้ท่านเห็นด้วยไหม หรือไม่เห็นด้วย อย่างไร มีปัญหาอะไรบ้าง ก็มีการคุยกันว่าคณะกรรมการ ททช. ที่ผ่านมามีเฉพาะนโยบาย เฉย ๆ ควรจะมีบูรณาการและขับเคลื่อนอยู่ในวิชัน (Vision) ด้วยได้ไหม ท่านก็รับเรื่องไป ท่านบอกว่าเห็นด้วย ขณะเดียวกันรองลงมาก็มีเรื่องสํานักงานนโยบายและขับเคลื่อน การท่องเที่ยว อันนี้เมื่อกี้ที่พูดถึงไปแล้วว่าควรจะมีสํานักงานที่เป็นคณะเลขานุการ ดูแลคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ข้างล่างถัดมาอีกสตรักเจอร์ (Structure) หนึ่ง คือ คณะอนุกรรมการเร่งรัดพัฒนาท่องเที่ยว ที่เขียนว่าใหม่ ๒ คือด้านบูรณาการ และขับเคลื่อนร่วมกับภาคเอกชน ที่ขอตั้งใหม่นะครับ เรื่องสุดท้าย ใหม่ ๓ ข้างล่างก็คือ คณะกรรมการบูรณาการการท่องเที่ยวจังหวัด คือการขับเคลื่อนรายพื้นที่ร่วมกับภาคเอกชน อย่างถาวร เมื่อกี้ที่อธิบายให้ฟังที่เราเสนอไป ๓ เรื่อง เรื่องสํานักงานนโยบายและขับเคลื่อน การท่องเที่ยว อนุกรรมการเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยว และคณะกรรมการบูรณาการ ท่องเที่ยวจังหวัด เมื่อกี้ที่เล่าให้ฟังแล้วว่า ณ ปัจจุบัน สํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) สสปน. แล้วก็ อพท. จะขึ้นกับท่านนายกรัฐมนตรี หน้าถัดไป ที่เราอยากได้ทั้ง ๓ หน่วยงานนั้น สํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) สสปน. และ อพท. ขอให้ขึ้นกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ไหม ซึ่งจะบูรณาการ แบบเบ็ดเสร็จก็น่าจะดีขึ้น หน้าถัดไป สตรักเจอร์ (Structure) ยังเหมือนเดิม สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๗/๒ ขึ้นกับนายกรัฐมนตรี แต่รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านนี้ท่านเป็นประธาน ททช. ขณะเดียวกันท่านจะเชิญผู้บริหาร ๓ หน่วยงานนี้เข้าประชุม ททช. ด้วย เพราะฉะนั้น การต่อเนื่องก็มีแล้ว เริ่มต้นแล้วแต่ยังไม่โอนมา แบบที่เราเสนอยังไม่ตอบโจทย์ทีเดียวครับ

เรื่องถัดไป การปฏิรูประบบที่พักแรมและข้อมูลคนเข้าเมือง ที่เคยเสนอ ไปแล้วเมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว ณ ปัจจุบันนี้การเข้าเมืองจะมีคนละแพลตฟอร์ม (Platform) กัน สํานักงานตรวจคนเข้าเมืองก็มีอยู่ดาต้าเบส (Data based) เรื่องหนึ่ง คนเข้าประเทศ อีกเรื่องหนึ่ง ขณะเดียวกันเวลาเข้าพักแล้วคนที่พักควรจะกรอกใบแล้วส่งไป ตม. ๑ ฉบับ สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๘/๑ ขณะเดียวกันตามโรงแรม ณ ปัจจุบันมีการกรอกทั้งคนไทยและคนต่างชาติ อันนี้กรอกแล้ว ส่งให้กรมการปกครอง ณ ปัจจุบันก็ ๒ ดาต้าเบส (Data based) ที่เราบอกว่าเป็นไปได้ไหม หลังจากเข้าประเทศมาแล้วนี่เรารู้อยู่แล้วว่าคนนั้นชื่ออะไร เพราะมีอิเล็กทรอนิกส์พาสปอร์ต (Electronics Passport) ขอให้เป็นดาต้าเบส (Data based) เดียวกัน ขณะเดียวกันก็บอก ว่าขอให้บังคับใช้กฎหมาย แล้วก็กวดขัน เวลาคนพักแต่ละโรงแรมขอให้กวดขัน แล้วก็ตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๘ เรื่องที่ ๓ อยากให้ใช้พาสปอร์ต (Passport) จะเป็นซีรอกซ์ (Xerox) ก็ตาม หรือว่าสแกน (Scan) ก็ตาม ข้อมูลจะถูกต้องมากขึ้น แล้วก็ส่งให้ดาต้าเบส (Data based) ส่วนกลาง หลังจากนั้นแล้วถ้าเผื่อเป็นไปได้ก็ขอยกเลิก ตม. ๖ นะครับ เดี๋ยวให้ดูในภาพจะชัดเจนมากขึ้น ปัจจุบันทางซ้ายมือก็มีพระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๘ ทุกคนต้องแจ้งเวลาเข้าพักที่ไหนก็ตาม อันนี้โดยเฉพาะ คนต่างชาติ ส่วนพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ นั้น ผู้จัดการโรงแรมต้องแจ้งคนที่ เข้าพักโรงแรมแต่ละโรงแรมทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ทั้ง ๒ ดาต้าเบส (Data based) บอกเป็นไปได้ไหมอยากให้รวมเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) เดียวกัน เป็นดาต้าเบส (Data based) เดียวกัน ข้อมูลอยู่ที่เดียวกัน จะรีพอร์ต (Report) เข้ามาเป็นแบบเว็บไซต์ (Web site) ก็ได้ จะทําแบบมือถือก็ได้ แท็บเลต (Tablet) ก็ได้ ลงทะเบียนเข้าพักโดยใช้ พาสปอร์ต (Passport) หรือบัตรประจําตัวประชาชนคนไทย ก็จะได้ข้อมูลที่พักที่ดี แล้วสามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้ หน่วยงานราชการหลายหน่วย จะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็สามารถดึงมาใช้ได้เป็นประโยชน์ ณ ปัจจุบันนี้ดึงมาใช้น้อยมาก เพราะว่ามันอยู่กระจัดกระจาย ขณะเดียวกันที่ผ่านด่าน ตม. มาแล้วก็มีสแกน (Scan) นิ้วอยู่แล้วว่าตอนนี้อัตลักษณ์ของแต่ละคนเป็นอย่างไร ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็อยากให้กวดขันเวลาเข้าพักมากขึ้น ถ้าเผื่อเป็นไปได้ที่เราเสนอคราวที่แล้วว่า อยากให้ยกเลิก ตม. ๖ ตม. ๖ คือเอกสารที่เราออกนอกประเทศ คนไทยก็ต้องเขียน ต่างชาติก็ต้องเขียน ทั้งเข้าและออกนอกประเทศ ถามว่าคนไทยเขียนไปทําไม ก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ก็ต้องเขียน ไม่ทราบสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านยังสงสัยไหมครับ ผมก็ยังสงสัยอยู่ ก็คิดว่าอันนี้ควรจะเริ่มที่คนไทยก่อนเลยยกเลิก ตม. ๖ แล้วก็ของต่างชาติ ก็สามารถเริ่มได้ ถ้าเผื่อเรามีเซตอัป (Set up) ระบบดาต้าเบส (Data based) อันเดียวกัน สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๘/๒ นี้แล้ว อันนี้คือที่เราเสนอไปคราวที่แล้วนะครับ เรื่องการปฏิรูประบบที่พักแรมและข้อมูล คนเข้าเมือง ระบบที่พักแรม ขอให้ทบทวนการจัดประเภทที่พักแรม กําหนดมาตรฐาน ข้อบังคับให้ครอบคลุมที่พักทุกประเภท เพื่อยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัย โดยปรับปรุงกฎหมาย เพื่อส่งเสริมและควบคุมที่พักแรมที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับ อันนี้สําคัญ บางอย่างที่พัก จะเป็นแพก็ตาม บ้านต้นไม้ อะไรต่าง ๆ พวกนี้ หรือบูทิกโฮเทล (Boutique Hotel) หลายแห่งก็ยังไม่มีกฎหมายรองรับ อีกเรื่องหนึ่งคือใช้มาตรฐาน กฎกระทรวงกําหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นมาตรฐานของธุรกิจโรงแรม ซึ่งทางด้านกระทรวงมหาดไทยก็ออกอันนี้มาเป็นมาตรฐาน ที่ดี แต่บอกว่าเป็นการใช้ชั่วคราว อันนี้สําหรับตึก อาคารเล็ก ๆ ที่ไม่ต้องเป็นอาคารใหญ่ แต่ก็ใช้เป็นโรงแรม ต้องมีมาตรฐานที่ดี ก็อยากให้เป็นมาตรฐานของธุรกิจโรงแรมต่อไป ประเภทขนาดเล็กนะครับ อีกเรื่องหนึ่งคือเพิ่มบทลงโทษและบังคับใช้กฎหมาย ในอนาคต เราประกาศใช้แล้วให้จดทะเบียนโรงแรม และยังไม่จดทะเบียนโรงแรม ก็คิดว่าควรจะ บังคับใช้กฎหมายพวกนี้ และเวลาโฆษณาอยากให้ระบุด้วยว่าใบอนุญาตเลขที่เท่าไร แล้วก็เพิ่มบทลงโทษ เพราะที่ผ่านมาหลายคนก็ใส่ในเว็บไซต์ (Web site) บอกว่าโรงแรม ประเภทนี้ เวลานักท่องเที่ยวมาถึงปั๊บไม่เป็นจริงตามที่เขาพูดถึง ก็ควรจะมีบทลงโทษด้วย สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๙/๑ ในภาพนะครับ สรุปเมื่อสักครู่นี้ คือ ๑. ณ ปัจจุบันที่พักแรมไม่มีกฎหมายรองรับ ก็อยากให้ ปรับปรุงกฎหมายเพื่อส่งเสริมและควบคุม ๒. คือกฎหมายเดิมไม่เหมาะสมกับ ประเภทอาคาร จะเป็นบูทิกโฮเทล (Boutique hotel) หรือว่าเกสต์เฮาส์ (Guesthouse) ต่าง ๆ ใช้มาตรฐานของกฎกระทรวงกําหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจ โรงแรม ๒๕๕๙ เป็นมาตรฐานธุรกิจโรงแรม แล้วก็เพิ่มบทบังคับใช้กฎหมายผู้กระทําผิด ถัดไปเกี่ยวกับเรื่องความคืบหน้าของการขับเคลื่อนนี้ จะเห็นได้ว่าเรื่องการพัฒนา ด้านการท่องเที่ยว วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีมติเห็นชอบแล้วเรื่องการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๙ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้ส่งรายงานต่อคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี เห็นชอบส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการกีฬา คณะที่ ๖ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานส่งไปแล้วนะครับ จากนั้นมา ก็มีการปรับปรุงข้อเสนอแนะหลายเรื่อง หน้าถัดไปจะเห็นได้ว่ามีหลายเรื่องที่มี การปรับปรุงแล้ว ตอนนี้ก็มีการเพิ่มแล้วว่าคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ททช. นั้นก็มีการเพิ่มบทว่าควรจะเป็นด้านบูรณาการและขับเคลื่อนด้วย แล้วมีการตั้ง สํานักงานนโยบายและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวแล้ว แต่ชื่อเรียกว่ากองเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและกีฬา ทําหน้าที่เป็นสํานักงานอันนี้ดูแลซึ่งก็ไม่ตรงทีเดียว แต่เดี๋ยวรายละเอียดจะเล่าให้ฟัง ถัดมาเรื่องคณะอนุกรรมการเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยว เขียนว่าใหม่ ๒ ก็มีการปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว ตั้งอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว อันนี้เรียบร้อยแล้วและเดินเรื่องเรียบร้อยแล้ว เรื่องที่ ๓ เรื่องคณะกรรมการบูรณาการการท่องเที่ยวจังหวัดไม่มีอะไรคืบหน้าเลยครับ

ต่อมาการปฏิรูประบบฮาร์ดแวร์ (Hardware) ข้อมูลคนเข้าเมือง วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ที่ประชุม สปท. ของเรามีมติเห็นชอบ จริง ๆ แล้วก่อนหน้านั้น ระหว่างทํารายงานผมได้มีโอกาสเข้าไปพบท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปเล่าให้ท่านฟังว่าท่านเห็นด้วยอย่างไรบ้าง มีแนวทางอย่างไรบ้าง ท่านก็เห็นด้วยเลย แล้วท่านก็บอกตอนนี้จะมีการร่วมทํางานกับมหาวิทยาลัยหนึ่ง ขอเอ่ยนาม มหาวิทยาลัยสยาม เรื่องการแก้กฎหมายโรงแรม ซึ่งตอนนี้คณะทํางานของเรามีการทํางาน สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๙/๒ ร่วมกับมหาวิทยาลัยสยาม ที่เสนอไปคราวที่แล้วตอนนี้มีการประชุมกันอย่างต่อเนื่อง เรื่องที่ ๓ เรื่องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านท้องถิ่น การท่องเที่ยวของคนท้องถิ่น เราอยู่ระหว่างทํารายงานและประมาณกลางเดือนหน้าจะเสนออีกเรื่องหนึ่ง

เรื่องปัญหาและอุปสรรคในการขับเคลื่อน เมื่อสักครู่นี้ที่เล่าให้ฟังแล้ว เรื่องสํานักงานนโยบายและขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ที่เขียนว่าใหม่ ๑ นั้นเขาตั้งแล้ว เรียกว่า กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นการโยกภายในกระทรวงคนก็มีเท่าเดิม ไปทําเป็นสํานักงานเลขานุการของ ททช. ด้วย ขณะเดียวกันทําด้านท่องเที่ยวด้วย ด้านกีฬาด้วย และตอนนี้คนก็ยังเท่าเดิม โยกจากที่อื่นมางานประจําเขายังมีอยู่ อันนี้ถือว่า ยังไม่ตอบโจทย์ทีเดียวแต่ก็มีการตั้งคณะนี้แล้ว เรื่องที่ ๒ เมื่อสักครู่นี้บอกว่า เรื่องอนุกรรมการเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยวตั้งเรียบร้อยแล้วชื่อ อนุกรรมการร่วมภาครัฐ และเอกชนเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว อันนี้ถือว่ามีแล้ว ตั้งแล้ว ดีมากแล้ว เรื่องที่ ๓ เมื่อสักครู่นี้บอกท่องเที่ยวจังหวัด อันนี้ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๑๐/๑ ต่อมาให้ดูในภาพที่เสนอบอกว่าขอให้ย้าย อพท. องค์การการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ สสปน. หรือว่าสํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ให้อยู่ภายใต้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ก็เล่าความคืบหน้าให้ฟังนะครับ เรื่องที่ ๕ ตามฟอร์แมต (Format) บอกว่าข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนเร่งด่วนภายใน ๑ ปี ก็เมื่อกี้ที่บอกว่า ๑ ใน ๕ ของไพรออริตี (Priority) ที่จัดตามลําดับ ก็คิดว่าเราจะผลักดัน ให้มากที่สุด ขอบคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ท่านประธานจะนําเสนอรายงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ต่อไปเลยนะครับ ขอเชิญดอกเตอร์สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ครับ

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธาน เรียนเชิญท่านปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ได้นําเสนอรายงานต่อไปครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอเชิญท่านปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมาธิการ เชิญครับ

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ผม นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา สปท. ลําดับที่ ๙๙ ในฐานะ ประธานอนุกรรมาธิการเศรษฐกิจกระแสใหม่ หรือที่ทางฝ่ายรัฐบาลได้ตั้งชื่อว่าคณะกรรมการ เศรษฐกิจอนาคต ใน ๒๗ วาระ ที่จะมีการเร่งรัดและส่งเสริม ขอเรียนว่าการปฏิรูประบบ เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นเรื่องหนึ่งใน ๔-๕ เรื่อง ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการเศรษฐกิจกระแสใหม่ ได้นําเสนอทาง สปท. ไปแล้ว แล้ว สปท. ก็ได้นําเสนอผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ไปยังรัฐบาล เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนต่าง ๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เนื่องจากมีการจัดตั้ง หน่วยงานต่าง ๆ ขึ้นมาดูแลในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจ และในเรื่องของการพัฒนา สังคมและอื่น ๆ ตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด อยากจะขอเรียนเป็นการเบื้องต้นว่า ในร่างรัฐธรรมนูญที่เรามีอยู่ ในหมวด ๑๘ เรื่องการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ มาตรา ๒๕๘ (๒) บอกว่า รัฐต้องสร้างกลไกเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการนําความคิดสร้างสรรค์ สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๑๐/๒ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งหมายความว่าแม้ในรัฐธรรมนูญ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็เป็นหนึ่งในกระบวนการซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่าจะต้องนํามาขับเคลื่อน ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจให้ได้ ซึ่งเศรษฐกิจส่วนนี้ก็จะเน้นเรื่อง การบริการ อย่างท่านสถิตย์ ซึ่งเป็นประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ได้กล่าวนําไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว ซึ่งก็จะทวีความสําคัญให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจ มากขึ้นเรื่อย ๆ สําหรับเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กําหนดไว้ถึง ๑๒ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝีมือหัตถกรรม ศิลปะการแสดง ทัศนศิลป์ ดนตรี ภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ การพิมพ์ การกระจายเสียง การทําซอฟต์แวร์ (Software) การโฆษณา การออกแบบ สถาปัตยกรรม และแฟชั่น ซึ่งทั้งหมดนี้ครอบคลุมงานหลายฝักหลายฝ่าย มีกระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจเกี่ยวข้องมากมาย การที่จะผลักดันเรื่องนี้กระผมคิดว่า ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ง่าย แต่ว่าก็เป็นเรื่องที่จําเป็นจะต้องดําเนินการต่อไป สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๑๑/๑ เพราะว่าเศรษฐกิจประเภทนี้มีความสําคัญทั้งโครงสร้างส่วนบน ก็คือหน่วยราชการ องค์กรรัฐวิสาหกิจ ธุรกิจใหญ่ ๆ เล็ก ๆ ทั้งหลาย ในขณะเดียวกันก็เป็นการที่จะ นําขีดความสามารถทางด้านการออกแบบ ขีดความสามารถในการนําจินตนาการ ทุนทางสังคมของคนไทยในชนบทมาช่วยทําให้รายได้ของชนบทและชุมชนในชนบทดีขึ้น เช่นในเรื่องที่ได้พูดไปแล้วเมื่อกี้นี้ ก็คือเรื่องของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็นต้น มูลค่าเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการ การออกแบบต่าง ๆ เหล่านี้จะทําให้โอกาสของ ผู้ที่อยู่ในชนบทหรืออยู่ในเซกเตอร์ (Sector) เกษตรหรือเซกเตอร์ (Sector) ที่ล้าหลังอื่น ๆ สามารถที่จะเพิ่มรายได้ของตนเองขึ้นมาได้ ซึ่งในการศึกษาของกระทรวงการคลัง โดยสถาบันของกระทรวงการคลังเองคิดว่าในช่วงระยะเวลา ๑๕ ปีอาจจะเติบโตได้ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ คือเพิ่มรายได้ของคนเหล่านั้นขึ้นอีก ๒๕ เปอร์เซ็นต์จากการออกแบบ การใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาอุตสาหกรรม หรือการพัฒนาผลผลิตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งในส่วนที่เป็นโครงสร้างส่วนบนและส่วนที่เป็นโครงสร้างส่วนล่าง ผมขอเรียนว่าในส่วนของเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เนื่องจากรัฐธรรมนูญได้มีการพูดไว้ชัดเจน ว่าเศรษฐกิจในมาตรา ๒๕๙ ได้กําหนดว่าในกฎหมายที่ว่าด้วยการจัดทําแผนและขั้นตอน การดําเนินการปฏิรูปประเทศต้องเริ่มต้นภายใน ๑ ปีหลังจากที่รัฐธรรมนูญกําหนด ซึ่งก็หมายความว่าเรามีเวลาไม่มากนัก แล้วก็จะต้องทําให้ผลปรากฏขึ้นในช่วงระยะเวลา ๕ ปี ดังนั้นในการนําเสนอของพวกเราอาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เพราะว่า เดิมนั้นเมื่อเราได้ดูเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รัฐธรรมนูญยังไม่ได้มีการกําหนดชัดเจน ในลักษณะนี้ ฉะนั้นในสไลด์ต่อไปก็จะชี้ให้ดูว่าความคลาดหวังของเราในระยะเวลา ๑ ปี ตามรัฐธรรมนูญ และในระยะเวลา ๕ ปีตามรัฐธรรมนูญจะพยายามให้เกิดอะไรขึ้น ในระยะ ๑ ปีทางฝ่ายที่ทําเรื่องนี้ก็อยากให้เกิดหน่วยงานที่รับผิดชอบที่จะจัดให้มีการส่งเสริม และพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ คือหมายความว่ามีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน

เรื่องที่ ๒ เมื่อมีผู้รับผิดชอบแล้ว เนื่องจากมีผู้ที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง ไม่ว่าจะกระทรวงวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุตสาหกรรม และอื่น ๆ เราก็คาดหวังว่ากลไกเพื่อขับเคลื่อนแล้วก็ผลักดันวาระการปฏิรูปเศรษฐกิจ ต้องเกิดขึ้นแล้วก็เป็นรูปธรรม สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๑๑/๒

เรื่องที่ ๓ คือใน ๑ ปีแผนพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระยะเวลา ๕ ปี จะได้รับการขับเคลื่อนแล้วก็เริ่มโดยหลายหน่วยงานมาร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

เรื่องที่ ๔ ที่เป็นรูปธรรมจริง ๆ ก็คือว่าจะต้องมีย่านสร้างสรรค์ที่เจริญกรุง เดี๋ยวผมจะเรียนว่าทําไมถึงที่เจริญกรุง ซึ่งจะทําให้เป็นแหล่งเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ แล้วก็มีพื้นที่อื่น ๆ ที่ตามมา ในระยะ ๕ ปีเราก็คิดว่าถ้าการดําเนินการ ในระยะแรกคือ ๑ ปีสําเร็จ สิ่งที่คาดหวังก็คงมีแผน มีดัชนีการชี้วัดว่าเราได้มีความเจริญ ทางด้านนี้ไปแค่ไหน อย่างไร กรุงเทพฯ น่าจะมีชื่อเสียงเพิ่มเติมเป็นเมืองที่สร้างสรรค์ เป็นที่ยอมรับของสากล

เรื่องที่ ๕ ก็คือขยายงานสร้างสรรค์ไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ขณะนี้มีแห่งเดียว ที่อยู่ในภูมิภาค คือที่จังหวัดเชียงใหม่ สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๑๒/๑

และเรื่องสุดท้ายก็คืออย่างที่ผมกราบเรียนไว้เมื่อกี้ว่าผู้ประกอบการ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้ง ๑๒ รายการ น่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการสร้างสรรค์ของคนไทย และการสร้างสรรค์ของคนที่มาจากต่างประเทศที่มาทํางานในเมืองไทยให้มากที่สุด ทีนี้ถามว่าตอนที่เสนอสภาในคราวที่แล้วหลักที่ผ่านการพิจารณาเอาเฉพาะหลัก ๆ มีอะไรบ้าง

หลักที่ ๑ ก็คือปรับปรุงศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบให้เป็นสํานักงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เดิมศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเป็นหน่วยเล็ก ๆ หน่วยหนึ่ง ในองค์การมหาชน แต่ว่าขณะนี้ก็ได้ขอในการประชุมชี้แจงที่นี่ว่าขอให้ยกระดับสํานักงานนี้ ให้เป็นองค์การมหาชนเพื่อจะได้ขับเคลื่อนงาน

หลักที่ ๒ ก็คือจัดทําแผนปฏิบัติการด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนพัฒนา เศรษฐกิจสร้างสรรค์ แผนพัฒนาย่านสร้างสรรค์ต่าง ๆ เพื่อให้การพัฒนาในเรื่องนี้เกิดขึ้น จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ได้ดําเนินการมานานพอสมควรแล้ว ขออนุญาตเรียนว่าตอนสมัยที่ ท่านประธานเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่องนี้เฟื่องฟูมากพอสมควร แต่ว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงก็เบาลง แล้วเราคิดว่าการจัดทําแผนใหม่น่าจะเป็นเครื่องที่ กระตุ้นให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตามความต้องการของสังคมได้มากขึ้น

และหลักที่ ๓ ที่เสนอไปในคราวที่แล้วก็คือการดําเนินการโครงการ ย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง เพื่อเป็นต้นแบบของย่านสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ สําหรับงานที่ ได้ทําไปแล้วก็มีความสําเร็จไปมากพอสมควรสําหรับงานนี้ เพราะว่าเราได้พยายามผลักดัน ทุกวิถีทาง และ สปท. โดยท่านประธานและท่านรองประธานได้พยายามช่วยกันผลักดัน เรื่องนี้ไปมากพอสมควร

เรื่องแรก พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งได้ผ่านการพิจารณาของอนุส่งเสริม องค์การมหาชนไปแล้ว ซึ่งก็หมายความว่าที่เหลือก็เป็นเพียงขั้นตอนในการที่จะนําเสนอ คณะรัฐมนตรี และเนื่องจากเป็นกฎหมายของฝ่ายบริหารก็จะประกาศใช้แล้วก็จะมีผลทันที อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าทาง กปร. จะนําเสนอ ครม. เมื่อไร

เรื่องที่ ๒ เดิมศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบตั้งอยู่ที่ตึกเอ็มโพเรียม แต่ว่าตอนหลังรัฐบาลเห็นว่าเพื่อลดค่าใช้จ่าย แล้วก็เพื่อที่จะมีสถานที่ที่ดูขลังและน่าจะอยู่ สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๑๒/๒ ในใจกลางของพื้นที่ที่ควรจะมีการสร้างสรรค์ เราก็ได้ทําการย้ายที่ทําการไปยังไปรษณีย์กลาง ที่เจริญกรุง ท่านคงจําได้นะครับ ตึกของไปรษณีย์กลางเป็นตึกโบราณสวยงามมาก เดิมนี่จะให้ทางภาคเอกชนใช้ แต่ว่าเราก็ไปขอให้ทางกรมไปรษณีย์ได้ให้ศูนย์สร้างสรรค์ การออกแบบไปใช้แทนในส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งก็ทําให้มีการโยกย้ายแล้วคาดว่า จะเปิดบริการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๐ เป็นต้นไป เพื่อที่จะเป็นแหล่งที่จะบ่มเพาะ ศูนย์รวมของนักสร้างสรรค์และผู้ประกอบการทางด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ได้ในย่านนั้น อันนั้นก็เป็นเหตุผลว่าทําไมเราถึงใช้เจริญกรุงเป็นย่านสร้างสรรค์อันหนึ่ง

เรื่องที่ ๓ ที่ทําไปสําเร็จแล้วแต่ยังต้องการการผลักดัน ก็คือว่าเราได้ มีการนําเสนอแผนและมาตรการไปแล้ว ในขณะนี้แผนและมาตรการต่าง ๆ เนื่องจาก มีการปรับโครงสร้างของรัฐบาล มีการปรับโครงสร้างของ ป.ย.ป. แล้วก็ศูนย์ขับเคลื่อนต่าง ๆ ก็ทําให้เรื่องนี้ยังลอย ๆ อยู่ ยังไม่สามารถที่จะกําหนดไว้ชัดเจนว่าผู้ที่จะดูแลเรื่องการผลักดัน คือใคร อย่างไร ท่านลองแยกดูว่าศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเป็นกลไกที่จะดําเนินการ แต่เนื่องจากมันผูกพันกันหลายฝ่ายต้องมีใครสักคนหนึ่งจัดทําแผน แล้วก็ส่วนราชการต่าง ๆ รัฐวิสาหกิจ องค์กรต่าง ๆ ต้องดําเนินการตามแผนนั้น ซึ่งตรงนี้เราทําแผนไว้แล้ว แต่ว่ายังขับเคลื่อนไม่ไป สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๑๓/๑

เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องแผนการดําเนินงานที่เจริญกรุง เป็นเรื่องซึ่งจะต้อง พยายามให้เกิดให้ได้ แต่กลไกที่จะมาช่วยเหลือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนงานต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าของสถานที่ เอกชนซึ่งย้ายเข้าย้ายออกเป็นจํานวนมากในขณะนี้ ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ เพราะฉะนั้นต้องยกระดับแผนอันนี้ขึ้นเป็นแผนที่รัฐบาลต้องเข้าไป เกี่ยวข้องเพราะว่าผูกพันกับหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องภูมิทัศน์ของแม่น้ําเจ้าพระยาก็ดี เรื่องของการเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในสถานะที่เป็นผู้สร้างสรรค์ก็ดี

ปัญหาอุปสรรคก็อย่างที่เรียนไปแล้ว ก็คือว่าขณะนี้กลไกอื่น ๆ ลงตัวหมดแล้ว ยกเว้นกลไกในการขับเคลื่อนซึ่งเป็นระดับสูง ซึ่งอันนี้เราก็มีข้อเสนอนะครับ

อันที่ ๒ ก็คือเนื่องจากไม่มีกลไกเช่นว่านี่การสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ในย่านสร้างสรรค์ที่เจริญกรุงก็เลยยังช้าอยู่

สําหรับข้อเสนอของเรามีเพียง ๒ ข้อในชั้นนี้ ข้อแรกก็คือเดิมนั้นเราเคยเสนอ ว่ามีคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้ แต่ว่าในฐานะที่ผมเคยทํางานในรัฐบาล ผมเห็นว่ากลไก ที่น่าจะดีที่สุดในขณะนี้ก็คือระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ที่จะสร้างกรรมการขึ้นชุดหนึ่ง เพื่อจะดูแลเรื่องเหล่านี้ให้เป็นไปให้ได้ ซึ่งระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีก็เป็นกลไกชั่วคราว กลไกชั่วคราวนี่เมื่อดูเรื่องแผนประสานงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็อาจจะต้องมีการยกระดับ มาเป็นกฎหมายหรืออย่างอื่นตามที่สถานการณ์จะเป็นไป

ข้อที่สองก็คือคงจะต้องยกระดับการดําเนินการย่านสร้างสรรค์ ให้เป็นรูปธรรมให้ได้โดยใช้กลไกนี้แหละ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา เรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่องการดูแลความสะอาดก็เป็นเรื่องของ กทม. เรื่องของคนอื่น ซึ่งคิดว่าถ้ามีกรรมการที่ดูแลตามแผนที่เสนอไปแล้ว แต่ยังไม่ก้าวไปถึงไหน ก็จะทําให้ มีการดําเนินการซึ่งเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

สําหรับระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีก็เพียงแต่ว่าร่างมาคร่าว ๆ ว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เป็นประธาน แล้วก็มีผู้เกี่ยวข้องทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชน เราหวังว่าภาคเอกชนจะให้มาก ๆ หน่อย แล้วก็มีศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ หรือที่เรียกว่าองค์การมหาชนใหม่นี่เป็นฝ่ายเลขานุการ คล้าย ๆ กับเป็นแอดฮอกคอมมิตตี (Ad hoc Committee) ที่สามารถที่จะสร้างแผน สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๑๓/๒ แล้วก็กํากับการดําเนินงานของหน่วยงานได้ เรื่องของอํานาจหน้าที่ก็อย่างที่เรียนไว้ ก็จะมีเรื่องการกําหนดนโยบาย ทําแผน ทํากิจกรรม กํากับดูแล แล้วก็ปฏิบัติงานอื่น ซึ่งถ้ากลไกอันนี้เกิดขึ้นศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบก็จะเป็นหน่วยประสานงาน เป็นซีเครตแทเรียต (Secretariat) เป็นเลขานุการให้กับหน่วยงานนี้เพื่อดําเนินการต่อไป

ทีนี้ย่านสร้างสรรค์ซึ่งเราเน้นนักเน้นหนาก็มีเหตุผลอยู่ ๓-๔ ประการว่า ทําไมถึงเอาเจริญกรุง เพราะว่าแถวนั้นในบริเวณรอบ ๆ ที่หน่วยงานย้ายไป ที่ไปรษณีย์กลาง บางรัก ก็มีธุรกิจหลายอย่าง มีโรงแรมที่มีชื่อเสียง มีพื้นที่ประวัติศาสตร์ เช่น บริษัทเอเชียทิก ที่มาตั้งครั้งแรกของเมืองไทย มีแหล่งร้านอาหารเป็นแหล่งของศาสนา ทั้งพุทธ คริสเตียน แล้วก็มุสลิม มีแหล่งผลิตเรือนของเพชรและทองต่าง ๆ แล้วก็มีพื้นที่ที่ดูดีมากมาย ซึ่งเราก็สามารถที่จะไปดําเนินการให้เป็นแหล่งสร้างสรรค์ได้ สําหรับแผนคร่าว ๆ สําหรับแหล่งสร้างสรรค์ก็จะมีส่วนประกอบซึ่งไม่ได้มีการลงทุนมาก สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๑๔/๑ แต่ว่ามีการเชื่อมโยงระหว่างทางภาคเอกชนกับทางภาครัฐ และหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารหลายแห่งแถวนั้น ให้ช่วยกันสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้ได้ เช่น ของไปรษณีย์เองอยากให้มีอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่เร็วมากในพื้นที่เหล่านั้น เพราะว่า คนออกแบบก็ดี คนทํางานทางด้านของครีเอทิวิตี (Creativity) ก็ดี ต้องใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) เป็นส่วนใหญ่ มีการปรับปรุงถนน ท่านที่เคยไปต่างประเทศมาก็คงเห็นว่า หลายแห่งมีถนนคนเดิน แถวนั้นเป็นถนนคนเดินที่น่าสนใจมาก ผมเคยไปเดินมา ๒-๓ รอบแล้ว มีเรื่องที่น่าดูแล้วก็น่าสนใจมาก

อันที่ ๓ ก็อาจจะจัดให้มีเรื่องของสิ่งที่เรียกว่าโคเวิร์กกิงสเปซ (Co-working Space) คือหมายความว่าพื้นที่ที่นักสร้างสรรค์กับผู้ลงทุนจะมาเจอกัน แล้วก็ทํางานที่ครีเอทิฟ (Creative) เข้าด้วยกัน และนอกจากนั้นรัฐก็อาจจะเสนอรูปแบบ ของการดําเนินการทางด้านการไฟแนนซ์ (Finance) หรือว่าการช่วยเหลือทางการเงิน ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะที่เชิญมาทําฟินเทค (FinTech) หรือว่าลักษณะที่จะมา ลดภาษีบางแห่งได้ ซึ่งกลไกในการทําเช่นนั้นก็ทําได้หลายแบบ เช่น ถ้าจะใช้พระราชบัญญัติ ผังเมืองก็ออกเป็นพื้นที่ที่เป็นผังเฉพาะ เพื่อจะเสริมสร้างเรื่องพวกนี้ หรือว่าจะประกาศ เป็นพื้นที่พิเศษอย่างไรก็ได้ ซึ่งอันนี้ถ้าเผื่อมีคณะกรรมการขึ้นมาก็จะสามารถดําเนินการได้ เรื่องนี้เราจึงขอเรียนว่าในช่วงระยะเวลา ๑ ปี มีแค่ ๒ เรื่องที่เหลืออยู่เรื่องอื่นทําไปหมดแล้ว ก็คือ ๑. ต้องมีคณะซึ่งแต่งตั้งโดยระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีขึ้นมารัน (Run) เรื่องนี้ อย่างจริง ๆ จัง ๆ เสียที อันที่ ๒ คงจะต้องยกระดับโครงการเบื้องต้นที่สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ ที่หลายประเทศเขาได้ทํากัน แล้วก็ไม่เสียเงินเสียทองอะไรมากมาย เพียงแต่ว่าความร่วมมือ เป็นสิ่งที่จําเป็น ผมลืมเรียนไปว่าเราเคยไปพรีเซนต์ (Present) งานเรื่องนี้ที่ประเทศเยอรมนี แล้วก็ปรากฏว่าเราได้รับรางวัล ได้รับคําชมเชยในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ในแถวนั้น แล้วเราก็ได้คิกออฟ (Kick off) งานเรื่องพวกนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่า รัฐบาลนี้คงจะต้องตั้งกลไกขึ้นมาช่วยผลักดันให้ได้เท่านั้นเอง

เรียนสรุปว่าเรื่องอื่น ๆ เราทําเกือบเสร็จหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแผน การย้ายสํานักงาน การตั้งสํานักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แต่ส่วนที่เหลือนี้ก็มีอยู่เพียง ๒ เรื่อง ก็คือเรื่องการสร้างกลไกที่จะผลักดันร่วมกันระหว่างส่วนราชการกับหน่วยงาน สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๑๔/๒ ที่เป็นเลขานุการ และเรื่องของการที่จะช่วยกันยกระดับให้กรุงเทพฯ เป็นกรุงเทพฯ เมืองสร้างสรรค์ โดยการสร้างย่านแห่งแรกในประเทศไทย ท่านเพื่อนสมาชิกครับ ริมแม่น้ํา เจ้าพระยาฝั่งนี้ ทางปลายริมแม่น้ําเจ้าพระยาไปจะมีคล้าย ๆ กับสวนสนุกและที่เที่ยวปกติ เยอะมาก ฝั่งตรงข้ามของพื้นที่ย่านสร้างสรรค์กําลังจะสร้างเป็นสถานที่ที่จะมีชอปปิง (Shopping) ขนาดใหญ่ แต่เราต้องการการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ต้องการแหล่งที่ ให้คนมีความสร้างสรรค์ ไม่ใช่แหล่งจ่ายเงิน แต่เป็นแหล่งสร้างเงิน สร้างชีวิตที่มีคุณภาพ และผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ จึงกราบเรียนท่านประธานและพวกเรา ให้ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ด้วย และเห็นว่าในที่สุดแล้วเราเองคงจะต้องมีสิ่งที่คุณคํานูณ เรียกว่า ฟาสต์แทร็ก (Fast Track) ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ที่จะผลักดันเรื่องพวกนี้ที่เหลืออยู่ ที่ สปท. ได้นําเสนอไปยังผู้เกี่ยวข้องให้ได้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง 🔗

ทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจได้นําเสนอ ๒ วาระปฏิรูปเร่งด่วนนะครับ ๒ ใน ๒๗ วาระเร่งด่วนที่สําคัญในวันนี้ ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของ ท่านสมาชิกที่จะได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นรวมทั้งชี้แนะชี้นํานะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๑๕/๑ แต่ว่าก่อนอื่นที่ท่านประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเศรษฐกิจ กระแสใหม่ ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา พาดพิงถึงผม และเกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยตรง ผมจะเรียนอย่างนี้ครับว่าในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ สร้างสรรค์แห่งชาติคนแรกของประเทศ เมื่อปี ๒๕๕๒ สมัยนั้นคือรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีที่ปรึกษาคนสําคัญ คือท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน แล้วก็ผม เขาเรียกว่า ๓ อ ด้วยกัน ก็นําเสนอเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จนมีมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบและตั้งกรรมการนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ มีรัฐมนตรี ๑๐ กว่าท่าน แล้วก็มีผู้บริหารระดับสูง และภาคเอกชนเข้าไป ผมเป็นเลขานุการของกรรมการนโยบาย เศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธาน คณะกรรมการบริหารนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ จากนั้นมาคือการวางรากฐาน ครั้งที่ ๑ เรียกว่าวางรากฐานครั้งที่ ๑ ตอนนี้ท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ กับท่านปีติพงศ์ คณะกรรมาธิการ และ สปท. ของเรา กําลังวางรากฐาน ครั้งที่ ๒ ปี ๒๕๕๒ เป็นปีที่ ประเทศไทยได้ประกาศนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผมได้มีโอกาสรับเชิญไปบรรยาย ที่เจนีวา ให้กับที่ประชุมขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือไวโป (WIPO) แล้วก็ของ อังค์ถัด (UNCTAD) ก็คือที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาและการค้า ในข้อริเริ่ม ของประเทศไทยตอนนั้นและมีการสร้างกลไกขึ้นมาคือ กรรมการระดับชาติ และกรรมการบริหารระดับชาติ จากนั้นก็ได้ออกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี จัดตั้งสํานักงาน เศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทยขึ้นกับสํานักนายกรัฐมนตรี และมีการตั้งกองทุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นซี้ดมันนี (Seed Money) เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม ขณะเดียวกันเราก็ให้เกียรติรัฐบาลชุดก่อนของ ฯพณฯ ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้มีการตั้งองค์การมหาชน ที่เรียกว่าสํานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) โอเคเอ็มดี (OKMD) ที่ท่านได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้ ในโอเคเอ็มดี (OKMD) ก็จะมีหน่วยงานย่อยลงมา ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือว่าทีซีดีซี (TCDC) ก็เป็น ๑ ใน ๓ หรือ ๔ ๕ หน่วยงานในสังกัดของโอเคเอ็มดี (OKMD) ซึ่งเป็นองค์การมหาชน อยู่ในสํานักนายกรัฐมนตรีเช่นกัน ก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ส่งเสริมงานด้านการออกแบบ สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๑๕/๒ สร้างสรรค์ ก็เป็นการทํางานต่อเนื่อง ต่อยอดในสิ่งที่ดีของรัฐบาลที่ผ่านมา เราก็เอามา สานต่อแล้วก็ต่อยอดสร้างให้เป็นโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ในการปฏิรูป ระยะที่ ๑ ตอนนั้น ได้มีการตั้งสํานักงานแล้ว มีการตั้งกองทุนแล้ว กองทุนก็ฝากไว้ที่ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๓๐๐ ล้านบาท ฝากอยู่ปีกว่าก็ไม่ได้ใช้สักบาทหนึ่ง หรือใช้ไปบ้างก็ไม่ทราบนะครับ แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วเราได้มีการจัดการประชุมเศรษฐกิจ สร้างสรรค์นานาชาติขึ้นเป็นครั้งแรกในโลกเมื่อปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ และรัฐบาลถัดมา ก็กรุณาจัดให้อีก ๑ ครั้ง หลังจากนั้นก็ไม่จัดอีกเลย นี่คือความไม่ต่อเนื่องเชิงนโยบายและ การบริหาร การเปลี่ยนผ่านของระบบเศรษฐกิจใหม่นะครับ ก็ต้องดูไว้เป็นตัวอย่าง เราจัดการประชุมนานาชาติภายใต้ความร่วมมือขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก แล้วก็ภายใต้อังค์ถัด (UNCTAD) ของสหประชาชาติ แล้วก็รวมถึงองค์กร เครือข่าย ภาคี เพื่อนฝูงเราในประเทศ อย่างประเทศเกาหลีตอนนั้นก็เพิ่งเริ่มต้นใหม่ ๆ ยังมีแค่แดจังกึม เขามีค็อกคา (KOCCA) ที่เป็นหน่วยงานลักษณะที่เป็นศูนย์ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นี่แหละครับ ก็ร่วมมือกัน หลายประเทศในอาเซียนมาดูงานที่เรานะครับ ตอนนั้นโชคดีว่าได้รัฐมนตรีอีกท่านหนึ่งที่ท่านช่วยสนับสนุนคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ คือ ท่านกษิต ภิรมย์ เพราะตอนนั้นจําเป็นอย่างยิ่งในการที่จะต้องอาศัย ความร่วมมือ แล้วเราจัดการประชุมนานาชาติเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เราโพซิชัน (Position) ไว้แข่งกับการประชุมดับบลิวอีเอฟ (WEF) ที่ดาวอส คือดาวอสเป็นการประชุมเศรษฐกิจโลก ที่ใหญ่ที่สุด ทรงอิทธิพลที่สุด แต่ว่าเป็นโมเดล (Model) เศรษฐกิจเก่า สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๑๖/๑ เราก็เลยวางว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศผู้นําของการสร้างเศรษฐกิจใหม่ก็คือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก็เลยจัดการประชุมที่กรุงเทพฯ ๒ ปีต่อเนื่อง และปีที่ ๓ ก็เปลี่ยนรัฐบาล ท่านก็ได้กรุณาจัดต่อ นอกจากนั้นแล้วเราได้คัดเลือก คัดสรรเมืองสร้างสรรค์ ครีเอทิฟซิตี (Creative City) ๑๐ เมืองเรียบร้อยแล้ว โดยกรรมการคัดสรรจากทั่วประเทศ ๗๖ จังหวัดขณะนั้น แล้วก็มีการคัดเลือก คัดสรร สร้างครีเอทิฟอะคาเดมี (Creative Academy) ตอนนั้นคลัสเตอร์ (Cluster) เรากําหนดไว้ ๑๕ คลัสเตอร์ (Cluster) ไม่ใช่ ๑๒ คลัสเตอร์ (Cluster) อย่างที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกําหนด ทั้งหมด ๑๕ คลัสเตอร์ (Cluster) แล้วก็เลือกได้ ๑๕ ครีเอทิฟอะคาเดมี (Creative Academy) มหาวิทยาลัยที่มีความเก่ง มีเอกลักษณ์ มีองค์ความรู้ทางด้านไหน เช่น การออกแบบ หรือเรื่องของการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสร้างสรรค์ก็ดี ก็คัดเลือก มาได้ทั้งหมดได้ครบ ๑๕ กลุ่มครีเอทิฟอะคาเดมี (Creative Academy) แล้วครับ เพื่อที่จะ สานต่อสร้างองค์ความรู้กระจายไปทั่วประเทศ และยังมีโครงการเสริมสร้างแรงบันดาลใจ เรื่องของความคิดสร้างสรรค์มันต้องผสมด้วยแรงบันดาลใจ จึงได้มีรางวัลที่เรียกว่า พีเอ็ม ครีเอทิฟ อะวอร์ด (PM’s Creative Award) ท่านกลินท์คงทราบดีเพราะเป็นประธาน หอการค้าว่าเรามีรางวัลพีเอ็มอะวอร์ด (PM Award) ก็คือสินค้าส่งออกดีเด่น แต่ครั้งนี้ เราสร้างพีเอ็ม ครีเอทิฟ อะวอร์ด (PM’s Creative Award) ได้มีการจัดประกวดคัดเลือก คัดสรร ใน ๑๕ สาขา จนมอบไปได้เป็นครั้งแรก ดังนั้น การสร้างโครงสร้าง กระบวนการ ขับเคลื่อน รวมทั้งงบประมาณหลายพันล้านบาทใน ๒ ปีนั้นที่เราได้ขับเคลื่อนผ่านไปยัง ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาคภูมิปัญญาท้องถิ่นทั้งหลาย รวมทั้งอุตสาหกรรม สร้างสรรค์ใหม่ ๆ และความร่วมมือ ผมอยากให้สมาชิกและท่านกรรมาธิการลองเพิ่มเติม นิดหนึ่งเรามีเวลา เพราะว่าการเร่งรัดในเรื่อง ๒๗ วาระเร่งด่วนนั้น ภายใต้ ป.ย.ป. เรากําหนดระยะเวลาไว้ให้เสร็จภายในปี ๒๕๖๐ วันนี้มีแต่โมเดล (Model) ของเศรษฐกิจ กระแสใหม่ที่เราทําไว้ และหนึ่งในนั้นคือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และรวมทั้งเรื่องการท่องเที่ยว แบบยั่งยืน นั่นก็เป็นหนึ่งในฐานของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่จะเพิ่มรายได้แบบก้าวกระโดด ให้กับเรา เมื่อท่านกลินท์ได้พูดถึงรายได้ที่ทําให้ประเทศไทยของเรากระโจนขึ้นจาก อันดับ ๑๐ ของประเทศที่มีรายได้มากที่สุดในโลกในปี ๒๕๕๗ ซึ่งตอนนั้นก็แน่นอนครึ่งปีแรก สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๑๖/๒ มันก็เกิดเหมือนสงครามกลางเมืองกลาย ๆ แต่ว่าบ้านเมืองสงบสุขลง แต่เพียงปีเดียว มันสะท้อนให้เห็นว่าการปฏิรูปประเทศคืบหน้า ความสงบสันติของประเทศเป็นผลที่ ทําให้บรรยากาศของประเทศไทยนี้ทรงศักยภาพของเราในด้านการท่องเที่ยว เรากระโดดขึ้น จากอันดับ ๑๐ มาเป็นอันดับ ๔ ของโลก นี่ในแง่รายได้ แล้วดับบลิวทีทีซี (WTTC) คาดหมายเลยว่าภายในไม่เกิน ๑๐ ปีนี้ด้วยอัตราการเติบโตของรายได้ด้านท่องเที่ยวของเรา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยนะครับ เป็นภาคบริการจะก้าวสู่การเป็นอันดับ ๒ ของโลก จะแซงประเทศสเปนและประเทศจีนครับ เหลือเพียงประเทศอินเดียใช่ไหมครับ ที่ยังเป็นเบอร์ ๑ เพราะฉะนั้นการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครั้งนี้มันส่งผลอย่างแรงมาก และเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะเรามีฐานศักยภาพเดิมที่ดี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าใน ๒ เรื่อง วันนี้ก็อยากจะเติมเต็มให้ท่านทราบว่าเฉพาะโมเดล (Model) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้เดินหน้าวางโครงสร้างอะไรมาแล้ว แล้วก็กลับไปย้อนดูว่าทําไมมติ ครม. ในปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ รวมถึงระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งกองทุนที่มีอยู่ มาตรการส่งเสริมการลงทุนในเรื่อง ๑๕ คลัสเตอร์ (Cluster) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งครอบคลุมถึงดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) ครอบคลุมของโซเชียลอีโคโนมี (Social Economy) ด้วย ครอบคลุมถึงไบโอเบสอีโคโนมี (Bio-based Economy) ด้วย คลุมมาหมดแล้วตอนนั้น เพราะมี ๑๕ คลัสเตอร์ (Cluster) แต่ตอนนี้เอาฐานของตัวอังค์ถัด (UNCTAD) เป็นฐาน ก็ไปเอาฝรั่งมาดู คือ ๑๒ สาขา ความจริงเรามีศักยภาพมากกว่าฝรั่ง ก็เป็น ๑๕ คลัสเตอร์ (Cluster) ก็เลยขอให้ข้อมูลเติมเต็มนะครับ เพราะถ้าพูดเรื่องนี้ พูดได้หลายชั่วโมง สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๑๗/๑ เพราะทําหน้าที่เป็นประธานบริหารนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติคนแรก ของประเทศไทย และทําอยู่ ๒ ปี จนกระทั่งประเทศอินโดนีเซีย ปี ๒๕๕๔ ประชุมอาเซียนซัมมิต (ASEAN Summit) ที่ประเทศอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ตอนนั้น ขอเอกสารทั้งหมดในนโยบายและ การดําเนินงานของรัฐบาล และรวมถึงผลการประชุมนานาชาติ ๒ ครั้ง เรื่องเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ที่ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวและประเทศแรกในโลกที่จัดขึ้น แข่งกับ ดับบลิวอีเอฟ (WEF) ตอนนั้น หลังจากนั้น ๖ เดือนประเทศอินโดนีเซียตั้งกระทรวง การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยให้รัฐมนตรีมารี ปังเกสตู ซึ่งตอนนั้น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ขอย้ายตัวเองไปเป็นรัฐมนตรีมันก็เลยเข้าเรื่องตรงนี้ว่า ทําไมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์จึงเป็นวาระที่ท่านประธานทินพันธุ์จับคู่มาเสนอ สปท. ในวันนี้ เพื่อดูความคืบหน้า ปัญหาอุปสรรคทั้งหลายทั้งมวล เขาปรับโครงสร้าง เขาตั้งกระทรวงใหม่เลย และวันนี้รายได้การท่องเที่ยวในอาเซียนด้านการท่องเที่ยว เรารองจากประเทศอินโดนีเซียเท่านั้นเอง ไม่ใช่รายได้นะครับ จํานวนนักท่องเที่ยว แต่เมื่อดูไซซ์ (Size) ประชากรแล้วสู้เราไม่ได้หรอก เราเล็กกว่าเยอะ เรา ๖๐ กว่าล้านคน ของเขาเกือบ ๓๐๐ ล้านคน นี่คือข้อมูลที่อยากให้ท่านสมาชิกได้เติมเต็มในฐานะที่เคย รับผิดชอบ แต่ว่าหลังจากนั้นมาการเมืองเรามีปัญหาเยอะมันก็เลยเป็นอุปสรรค ต่อการยกระดับ อัปเกรด (Upgrade) ประเทศ ผมเชื่อว่าแม้แต่รัฐบาลต่าง ๆ ที่ผ่านมา พยายามที่จะทําแต่ว่ามันมีอุปสรรค ไม่ต่อเนื่อง ครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่สุดแล้วนะครับ ก็ขอเชิญ ท่านสมาชิกอภิปรายท่านละไม่เกิน ๑๐ นาที แต่จะผ่อนปรนนะครับ เพราะว่าเราพิจารณา ๒ รายงานวาระสําคัญ ก็จะดูตามเนื้อหาสาระ ท่านแรกขอเชิญท่านอําพล จินดาวัฒนะ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตประธาน กรรมาธิการการปฏิรูปด้านสังคมและชุมชน ขอเชิญครับ

นายอําพล จินดาวัฒนะ 🔗

ขอบพระคุณท่านประธานสภาครับ ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ต้องขออภัยเพื่อนสมาชิก เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็อภิปราย สัปดาห์นี้ก็อภิปราย เพราะผมคิดว่าเรากําลังคุยกันในเรื่องที่ มีคุณค่า มีประโยชน์ คุยกันแล้วก็การนํามาพิจารณาในกรณีที่พิจารณาผมคิดว่าเหมือนกับ สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๑๗/๒ พิจารณาซ้ํา แต่ที่จริงแล้วก็คือมาติดตามความคืบหน้า คราวที่แล้วผมเรียนไปแล้วก็คือ เป็นการสวดทุติยัมปิ มันอาจจะต้องมีตะติยัมปิอีกก็ได้ เพราะเรื่องมันยาวแล้วมันก็ต้อง พัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ วันนี้ทางท่านประธานได้ให้ทางคณะกรรมาธิการมาเสนอก็ทําให้ เห็นความคืบหน้า ท่านประธานได้เติมข้อมูลหลายเรื่องก็เห็นชัดว่าเรามีความคืบหน้า ไปในหลาย ๆ อย่าง ก็ดีใจที่เห็นความคืบหน้าเหล่านี้ กระผมขออนุญาตเรียน แสดงความคิดเห็นเป็นการเติมข้อมูล เป็นมุมมองที่จะเติม เพราะผมคิดว่าเรื่องนี้ยังต้องไป อีกไกล ผมขอพูดในประเด็นเรื่องเศรษฐกิจอนาคต เรื่องการท่องเที่ยวยั่งยืนเป็นหลัก คิดว่าเรื่องนี้พวกเราเห็นตรงกันอยู่แล้วล่ะครับ คนไทยเราเห็นว่าประเทศไทยเรามีศักยภาพ ในเรื่องการท่องเที่ยว ปัจจุบันโลกมันเปลี่ยนไปเป็นโลกยุคการเชื่อมโยง ซึ่งไม่ใช่โลก แบบเดิมแล้ว ไม่ว่าจะเชื่อมโยงเรื่องของบุคคล เรื่องของพื้นที่ เรื่องขององค์กร หรือเชื่อมโยง เสมือนจริง การเชื่อมโยงทําให้ผู้คนไปมาหาสู่ถึงกันหลากหลาย สะดวกสบาย ไม่มีข้อจํากัด หรือข้อจํากัดน้อยลงมาก เมื่อคืนผมเดินทางมากรุงเทพฯ โดยเครื่องบิน ท่านทั้งหลาย ก็จะเห็นว่ารอบข้างเราที่นั่งอยู่ด้วยกันนี่นักท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ การเดินทางไปมาหาสู่กัน นั้นมีมากมายหลากหลาย เพราะฉะนั้นเรื่องการท่องเที่ยวมันเป็นหัวใจของการพัฒนา เศรษฐกิจไม่ใช่ของเราคนเดียว ของทุกประเทศทั่วโลก เพราะฉะนั้นในประเทศเราก็น่าจะ มองในแง่ว่าเป็นโอกาสอย่างมากในการที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผมดีใจที่ทาง สปท. เราได้ย้ําคําว่า อย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกันเราก็มีคู่แข่งมากมาย คนอื่นเขาก็ไม่ได้หยุด เรามีการพัฒนาข้อเสนอไป วันนี้ทางกรรมาธิการท่านมารายงานบางเรื่องก็คืบหน้า บางเรื่องก็อาจจะยังช้าอยู่ ไม่เป็นอะไรเราช่วยกันผลักกันต่อไป ผมคิดว่าเรามีจุดเด่นอยู่มาก ในเรื่องการท่องเที่ยวที่เราจะต่อยอดได้ วันนี้ถ้าเราพอใจในเรื่องตัวเลขในเรื่องของจํานวน นักท่องเที่ยวและรายได้อาจจะทําให้เราไปติดกับบุญเก่าของเรา ทางธุรกิจเขาบอกว่า ถ้ามีความสําเร็จให้ภูมิใจได้ไม่เกิน ๕ วัน หลังจากนั้นต้องคิดต่อยอดเลย เพราะฉะนั้นของเรา ก็คงคิดแบบนั้น

- ๑๘/๑     สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๑๘/๑ ท่านประธานพูดถึงจุดเด่นหลายเรื่อง ผมคิดว่าเมืองไทยเรามีเรื่องวัฒนธรรม ประเพณี ความเป็นไทย คนไทยมีการต้อนรับขับสู้ครับ เราไม่ดูถูกนักท่องเที่ยว คนต่างชาติ ไม่ใช่คนไทยเราก็ไม่ได้ดูถูก แต่บางทีเราก็เผลอไปทะเลาะกันเอง จริง ๆ แล้วเราใจกว้าง และใจดีครับ เมืองไทยเรามีภูมิประเทศ มีสิ่งแวดล้อม มีความหลากหลายหลายด้านมาก ท่านทั้งหลาย เพื่อนสมาชิก และทุกท่านก็จะเห็นว่าเราไปเที่ยวต่างประเทศเขาก็มี ความหลากหลาย ของเรามีความหลากหลายเยอะมากนะครับ อาหารคือสุดยอดของ ประเทศไทย ความหลากหลายแล้วก็หารับประทานได้ในราคาที่ไม่แพงตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่มีประเทศไหนในโลกเป็นแบบเรา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ความสะดวกสบาย เสรีภาพ มีนักท่องเที่ยวบางคนบอกมาประเทศไทยนี่คือมาแสวงหาเสรีภาพนะครับ ทําอะไรได้ เยอะมาก เสรีภาพเราเยอะ มีความหลากหลาย แล้วก็ไม่แพงครับ คําว่า ไม่แพง คือเขามาแล้วคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวระดับที่มีเงินมาก เงินกลาง เงินน้อย มาแล้วเขาคุ้มค่า สิ่งเหล่านี้คือจุดเด่นของเรา ทีนี้เราจะต่อยอดที่ท่านได้เสนอข้อเสนอไป เพื่อจะให้รัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ขับเคลื่อน ผมคิดว่าเราวางอยู่บนยุทธศาสตร์ที่ มองไปข้างหน้าคือต้องมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน คําว่า มั่งคั่ง คงจะต้องมั่งคั่งโดยทั่วกัน ถ้าการท่องเที่ยวเติบโตแต่คนที่เป็นธุรกิจข้างบนได้แต่คนข้างล่างเสีย ก็ไม่มั่งคั่งแล้วก็ จะไม่ยั่งยืน เพราะฉะนั้นการต่อยอดการท่องเที่ยวผมคิดว่าสิ่งที่ผมพูดนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เราคงคิดตรงกัน แต่ผมอยากจะถือโอกาสว่าถ้าเราได้คุยกันรอบสองอย่างนี้ก็จะเป็นการย้ํา ผมเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาเรื่องโรงแรมที่พัก การเข้าเมือง เรื่องความปลอดภัย เรื่องอะไร ต่าง ๆ เราต้องพัฒนามาตรฐานอีกมาก แต่ในขณะเดียวกันสุดท้ายผมจะไปย้ําในเรื่อง ของชุมชนท้องถิ่น พอดีผมมีบทบาทอยู่ในส่วนของการสร้างเสริมชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง ทั้งใน สปท. และใน สพฐ. ก็อยากจะไปย้ําในจุดนั้น ท่านเดินด้วยเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องท่องเที่ยว แต่ทั้งหมดนี้ถ้าไปสู่การทําให้ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง ให้คนข้างล่างเขาได้ มีโอกาสการท่องเที่ยวเราจะมั่งคั่งและยั่งยืน จะมีความมั่นคง แต่ที่จะไปแก้กฎเกณฑ์ กติกา ข้างบนผมเห็นด้วยต้องเดินหน้าต่อไป สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องทําอีกมากครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะยกตัวอย่าง การยกตัวอย่างก็เพื่อจะให้เห็นรูปธรรม การท่องเที่ยวมีเกาะ อาจจะยกตัวอย่างชื่อไปเลยก็ได้ เกาะเชจูที่ประเทศเกาหลีใต้ สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๑๘/๒ ครั้งหนึ่งเราได้ยินภาพลบมากในกรณีที่เรือล่มแล้วเด็กเขาเสียชีวิตมาก เขาแก้ปัญหาเรื่องนั้น เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น แต่เขาดําเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวครบวงจรโดยเครื่องบิน หลายท่านคงจะทราบว่าเราไปประเทศเกาหลีใต้ ๔ วัน ๒ คืน เพราะนอนบนเครื่องบิน ๒ คืน ไปกลางคืน เป็นเช่าเหมาลํา รัฐบาลและเอกชน และชุมชนท้องถิ่นเขาบริหารจัดการ และมีทัวร์ (Tour) ไทยเป็นคนขายที่เมืองไทย ราคาถูกมากครับ ๑๐,๐๐๐ บาท บวก ลบ บางช่วงนั้น ๙,๐๐๐ กว่าบาท เขาครบวงจรเลยครับ เดินทางไปกลับสะดวก มีที่พักสะดวก อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ แล้วก็ไปในที่ต่าง ๆ ตามวงจรที่เขาจัดการ มีทั้งปีนะครับ ถูกมาก ผมได้มีโอกาสลองไปดูว่าเขาจัดการอย่างไร ปรากฏว่าเขาจัดการได้ดีมาก แน่นอนครับ บางส่วนก็ต้องไปซื้อสินค้าโน่นนี่นั่น ถ้าคนใจอ่อนก็ไปซื้อ ถ้าใจแข็งก็ต้องไปกับเขา เพราะเขาไม่ให้ออกนอกทัวร์ (Tour) ถ้าออกนอกทัวร์ (Tour) วันไหนเขาจะปรับ วงจรตรงนี้ รัฐเขาจัดการร่วมกับเอกชน ร่วมกับท้องถิ่นชุมชนได้ด้วยกันครับ คนเล็กคนน้อยก็มีโอกาส ได้ขายสินค้าได้อะไรในวงจรธุรกิจแบบนี้ ผมคิดว่าอันนี้ละครับคือการท่องเที่ยวที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นรูปธรรม ของเรานั้นการท่องเที่ยวถ้าจะเป็นกรุป (Group) แบบนี้จะยังอยู่ในมือ ของฝ่ายธุรกิจเป็นส่วนใหญ่ยังไม่ได้จัดการ ผมไปคํานวณดูแล้วเขาไม่น่าจะคุ้มทุนนะครับ แสดงว่าเขาได้มีการลดต้นทุนบางอย่างเพื่อจะให้มันหมุนแล้วก็สร้างชื่อขึ้นมา และทําได้ ตลอดปี แล้วเขาเลือกนักท่องเที่ยว ท่านทราบไหมครับว่าไกด์ทั้งหมดเป็นคนไทยแต่งตัวสวย หน้าตาดี พูดไทย แต่พูดให้กับการท่องเที่ยวของเขาทั้งหมด แสดงว่ามีการจัดการ อย่างเป็นระบบครับ ผมยกตัวอย่าง ๑ แห่ง

- ๑๙/๑   สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๑๙/๑ แห่งที่ ๒ ที่ประเทศญี่ปุ่น ผมไม่พูดถึงเพราะท่านทั้งหลายคงไปกันเยอะ ตอนนี้คนไทย ก็ไปเยอะ อาจจะแตะนิดเดียวครับ ไปขับรถขับเอง ทุกอย่างก็ทําได้สะดวกสบาย สามารถที่จะจองเอง ไปดําเนินการเอง แล้วมีความซื่อสัตย์อย่างสูง ใช้รถไม่ครบชั่วโมง กลับมาก่อนเวลาลดราคาให้ ทุกอย่างนี่สนับสนุนหมดนะครับ คราวนี้ประเทศญี่ปุ่น ผมอยากจะแตะนิดหนึ่งเพื่อจะไปสู่ในจุดที่ผมอยากจะเน้นคือชุมชน มีชุมชนบางแห่ง ที่มีชื่อเสียงระดับโลกเพราะนักท่องเที่ยวจะบอกกันต่อ ๆ และเขาใช้โซเชียลมีเดีย (Social media) บอกกันต่อ ๆ มีคนแนะนําผมจากการที่เขาไป เราก็เข้าไปในเว็บไซต์ (Web site) ของเขา เว็บไซต์ (Web site) ของเขาจัดการโดยชุมชน เป็นที่พักแบบดั้งเดิม อยู่ในโรงนา แล้วชุมชนหมู่บ้านนั้นที่ผมพูดก็คือชิราคาวาโกะ ซึ่งท่านอาจจะเคยไปแล้ว ผมไปเพื่อไปเรียนรู้ ทั้งหมดนี้เราสามารถจัดการตัวเองได้หมดเลย จะไปเมื่อไรจองได้ แล้วถ้าตรงไหนเต็มมันจะมีหมด ในนั้นเขาจะบอกว่าที่ไหนดี ที่ไหนไม่มี ทุกอย่างเดี๋ยวนี้ นักท่องเที่ยวที่มีความรู้พอสมควรเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ ไม่จําเป็นต้องไปกับกรุปทัวร์ (Group tour) เรื่องกรุปทัวร์ (Group tour) จะน้อยลง แต่แน่นอนตลาดมันใหญ่ แต่การท่องเที่ยวแบบหลากหลาย แบบท่องเที่ยวเอง ๓ คน ๕ คน ๗ คนไปกันเอง มากขึ้นเรื่อย ๆ เราจองผ่านเว็บไซต์ (Web site) ที่เป็นเกี่ยวกับเรียวกังทั้งหมด เสร็จแล้ว เวลาไปก็ขึ้นรถไฟไปต่อรถเมล์ ข้อมูลข่าวสารเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แต่สามารถสื่อสาร กันได้ พอไปถึงก็เข้าไปที่บ้าน ก็มีป้าที่มารับพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย มีกระดาษมาให้เรา แผ่นหนึ่งว่าเวลาต่าง ๆ จัดการอย่างไร พอถึงเย็นมีลุงมาจุดไฟควันโขมงเลย ย่างปลาให้เรากิน แบบดั้งเดิม แต่ไปดูในครัวเขานะครับ ครัวเขามีเครื่องใช้ไม้สอยที่เป็นครัวแบบไฮโซ มีแบบใช้สะดวกสบายมากครับ ทุกอย่างมีการดําเนินการเป็นระบบ พูดภาษาอังกฤษ กับเราไม่ได้แต่จัดการได้ แพงนะครับสิ่งเหล่านี้ ผมเห็นชัดเจนว่านี่คือการท่องเที่ยว ๔.๐ จริง ๆ เขาผนวกกับเทคโนโลยี ผนวกการจัดการ ผนวกกับวงจรทั้งหมด แล้วเอาไปเข้าระบบ สาธารณะที่มันมีการเดินทางโดยสาธารณะ ซึ่งไม่จําเป็นที่จะต้องมองแค่กรุปทัวร์ (Group tour) ถ้าประเทศเราไปในจุดนี้หมายความว่าเราต้องส่งเสริมอีกหลายเรื่อง การเดินทางสาธารณะเป็นอย่างไร วันก่อนผมลงเครื่องบินที่สนามบินเชียงใหม่ ก็มีนักท่องเที่ยวมาถามว่าจะไปขึ้นรถสาธารณะไปขึ้นตรงไหน ไม่ใช่เรื่องทัวร์ (Tour) สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๑๙/๒ คณะใหญ่อย่างเดียวครับ ถ้าเราไปแบบนี้เราจะไป ๔.๐ แล้วจะล้ําหน้า เพราะคนที่เขา มาเที่ยวเมืองไทยจะเริ่มมีความหลากหลายในลักษณะนี้มากขึ้น สัญญาณจราจร ป้ายจราจร การเช่ารถ การเดินทางเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้จะมีคุณค่ามากขึ้น แต่พอเราหันกลับ ไปดูที่ปายของเรา ทุกอย่างมันเหมือนที่อื่นไปหมดแล้วปายขณะนี้ คนข้างนอกไปขุดบ่อกักน้ํา เพราะน้ํามันจะขึ้นก็ไปจัดการ คนข้างในไม่ค่อยได้เลยครับ มีถนนคนเดินก็ถนนคนเดิน เหมือนกันทุกที่ในประเทศไทย ถ้าท่านไปเกาะหลีเป๊ะท่านจะเห็นถนนคนเดินมีอาหารการกิน เหมือน ๆ กัน ความหลากหลายและความลึกที่ลงไปในระดับชุมชนเข้มแข็งที่เป็นฐานราก ที่เราอยากจะทําเศรษฐกิจฐานรากผนวกกับเรื่องนี้ ผมคิดว่านี่คือเรื่องใหญ่ที่เราจะต้องคิดกัน แล้วก็ออกแบบ แล้วสนับสนุนการมีส่วนร่วมที่หลากหลายครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาต อีกนิดเดียว ไปที่บ้านจํารุง ที่อําเภอแกลง จังหวัดระยอง เวลาเราไปพูดระยองในระดับ พวกเราเวลาไปเที่ยวเราจะนึกถึงโรงแรมใหญ่ ๆ ทั้งนั้นแหละครับ แต่มันจะมีคนอีกส่วนหนึ่ง ที่เขาไปเที่ยวที่บ้านจํารุงเป็นโฮมสเตย์ (Homestay) คืนหนึ่ง ๑๐๐ กว่าบาทเองครับ เจ้าของบ้านได้ ๗๐ บาท ค่าอาหาร ๔๐ บาท ให้กองกลาง ๑๐ บาท มีการทําชุมชน น่าอยู่มาก แล้วคนไปที่นั่นได้เรียนรู้เรื่องชุมชนเข้มแข็ง เขามีมหาวิทยาลัยบ้านนอกที่นั่น เขาดําเนินการ ผู้นําชุมชนและคณะต่าง ๆ ดําเนินการ สิ่งเหล่านี้เราคงจะต้องส่งเสริมให้มาก ชุมชนท้องถิ่นจะเข้มแข็งด้วยการท่องเที่ยวที่เป็นเรื่องของยั่งยืนและสร้างสรรค์ พอพูดอันนี้จะเห็นว่ามันสัมพันธ์กัน ท่านขึ้นด้วยเศรษฐกิจแต่จริง ๆ แล้วมันต้องไปในเรื่อง ของการมีส่วนร่วมของชุมชน และชุมชนเข้ามาเป็นเจ้าของ เจ้าภาพ สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๒๐/๑ มี ๓ คนสามารถจัดการทัวร์แล้วเงินเข้าทุกวันครับ ราคาแพงด้วย คนไปก็มีความสุขมาก กับการที่ได้ไปสัมผัสแบบนั้น แต่จะจัดการได้อย่างไรครับ ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ อายุก็มากแล้ว แสดงว่าต้องมีการจัดระบบที่ดี ถ้าเราไม่จัดการตรงนี้คนข้างนอกจะเป็นคนจัดการเหมือนที่ แม่กําปองในปัจจุบัน ถ้าท่านไปแม่กําปองพอมันดังขึ้นมาคนในชุมชนเกือบไม่ได้อะไรเลย คนข้างนอกไปซื้อที่ ไปทําร้านกาแฟ ไปทําบ้าน ไปทําเป็นแบบโฮมสเตย์ (Homestay) ของคนข้างนอกทั้งนั้นเลยจะยั่งยืนได้อย่างไร เพราะฉะนั้นอันนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่า ทําอย่างไรครับ ส่งเสริมให้เขาเป็นเจ้าของครับ วิสาหกิจเพื่อสังคมเข้ามาได้ไหมครับ ส่งเสริมให้เขาทําวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งพูดด้วยวาจาคงไม่ได้ เขาก็ต้องไปขออนุญาต ไปทําอะไรไม่เป็นหรอกครับ เราจะต้องมีกลไกเข้าไปหนุนเสริมเพิ่มศักยภาพตรงนี้เขา ถ้าเขาจัดการไม่เป็นไม่รู้วงจรคนอื่นเอาไปกินหมด เศรษฐกิจอาจจะดีขึ้นจากการท่องเที่ยว แต่มันไม่ได้ยั่งยืนในข้างล่างครับ ผมกราบเรียนทั้งหมดนี้เห็นด้วยกับท่านที่ท่านทํา ชื่นชมและยินดีครับ แล้วก็ดีใจที่เห็นว่าหลายเรื่องรัฐบาลได้ขยับไป หลายเรื่องยังไม่ได้ขยับ คงต้องใช้เวลาในการทํางานร่วมกันต่อไป แต่ทั้งหมดนั้นผมอยากจะกราบเรียนฝากว่า ถ้าอยากจะให้มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนด้วยกัน ก็คือจะต้องไปเน้นที่ชุมชนฐานราก แล้วเขาจะ รักษาทรัพยากร สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ประเพณี เขาจะไม่ทําลาย จะเป็นการท่องเที่ยว ที่ยั่งยืน ไม่ใช่เอาเงินมากเข้าว่า เมื่อสักครู่ผมยกตัวอย่างบ้านจํารุงราคาถูกเหลือเกิน แต่เขาได้เรื่อย ๆ แล้วเขาก็พอใจ เพราะฉะนั้นถ้าเราส่งเสริมอันนี้ให้เต็มแผ่นดิน คือความงาม ความหลากหลายที่เรามีอยู่เต็มแผ่นดิน เรามีปัญหาเรื่องการจัดการและการสร้างศักยภาพ หรือปลดปล่อยศักยภาพเขา ที่ผ่านมาเรามักจะคิดอยู่ข้างบน แล้วก็คนข้างบนจัดการ เมื่อเป็นอย่างนั้นก็ไปเข้าสู่ระบบธุรกิจใหญ่ข้างล่างก็จะเติบโตได้ยาก ผมก็กราบเรียน เป็นการที่เพิ่มจุดเน้น แต่ผมเห็นด้วยกับท่าน แล้วก็ยินดีที่จะสนับสนุน แล้วก็ช่วยกันผลักดัน ขับเคลื่อนกันต่อไป กราบขอบพระคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ต่อไปขอเชิญท่านธานินทร์ ผะเอม อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขอเชิญครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๒๐/๒

นายธานินทร์ ผะเอม 🔗

เรียนท่านประธาน สปท. ผม ธานินทร์ ผะเอม ลําดับที่ ๗๔ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมรายงานทั้ง ๒ ฉบับ ฉบับแรกที่ผมอยากจะ ยกขึ้นพูดก่อนก็คือเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อันนี้คงไม่มีความเห็นเพิ่มเติม แต่อยากจะ เน้นในสิ่งที่ท่านปีติพงศ์ได้อธิบายได้ครอบคลุมแล้วก็มีความชัดเจน ประเด็นที่ผมอยากจะเน้น ก็คือว่าการที่จะมีคณะกรรมการแห่งชาติและมีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี สิ่งที่ต้องผลักดัน ให้เกิดขึ้นโดยเร็วก็คือเรื่องของการเอาทีซีดีซี (TCDC) ออกมาจากโอเคเอ็มดี (OKMD) เพราะว่าต้องยกระดับการทํางานเขาจากคอร์ปอเรตเลเวล (Corporate level) ซึ่งปัจจุบันทีซีดีซี (TCDC) เขาทําเรื่องบ่มเพาะผู้ประกอบการ โดยเฉพาะการกระตุ้นให้เกิด ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ อันนี้เป็นที่พึ่งอันเกษมของผู้ประกอบการเลย จากคอร์ปอเรตเลเวล (Corporate level) ขึ้นมาเป็นเนชันนัลเลเวล (National level) แล้วก็ลงสู่พื้นที่ ผมเข้าใจว่า ย่านเจริญกรุงก็เป็นประเด็นอันแรก แล้วก็มีโรดแมป (Road Map) ที่วางไว้ค่อนข้างจะ ชัดเจน แม้จะไม่ได้บอกรายละเอียดมาในนี้ แล้วผมก็ยังดูว่าที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเพชรบุรีบ้านของท่านประธานเอง ตรงนี้ถ้าสามารถที่จะทําหน้าที่ลักษณะที่ว่าทําแผน แล้วก็ขับเคลื่อนได้ อันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี ในส่วนที่ผมอยากจะขอให้ความเห็นเพิ่มเติม ก็จะเป็นเรื่องของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ในส่วนข้อเสนอทั้ง ๕ ข้อ โดยหลักการไม่มีอะไร ขัดข้อง แล้วก็เห็นชอบ แล้วก็สนับสนุน

ประการแรก ที่ผมอยากจะยกขึ้นก็คือเรื่องของสํานักงานนโยบาย และขับเคลื่อนการท่องเที่ยว อันนี้ผมเข้าใจว่ารายละเอียดไม่มีมันน่าจะเป็นเรื่อง อินเทลลิเจนซ์ยูนิต (Intelligence Unit) ถ้าเป็นอินเทลลิเจนซ์ยูนิต (Intelligence Unit) ก็หมายถึงต้องมีทั้งคนที่มีศักยภาพแล้วมีขีดความสามารถทั้งในด้านการวิเคราะห์ แล้วก็ต้อง มีระบบข้อมูล ฐานข้อมูล ซึ่งปัจจุบันกระทรวงก็ตระหนักดี ทําตัวชี้วัด แล้วก็มีการรีพอร์ต (Report) เป็นรายเดือน อันนี้เป็นเรื่องที่ดีมาก สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๒๑/๑ แต่อย่าลืมนะครับ เรื่องท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่มีแวลูเชน (Value chain) ที่กว้างขวางมาก โอทอป (OTOP) สายการบิน ทัวร์ไกด์ (Tour guide) โรงแรม หลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะ แหล่งท่องเที่ยวไม่ได้อยู่ในมือของกระทรวง เพราะฉะนั้นลักษณะการบูรณาการ โดยมีอินเทลลิเจนซ์ยูนิต (Intelligence Unit) เป็นตัวเชื่อมจะเป็นเรื่องที่สําคัญมาก เพราะฉะนั้นคนกับเรื่องระบบข้อมูลที่จะนั่งอยู่ในอินเทลลิเจนซ์ยูนิต (Intelligence Unit) เพราะไม่อย่างนั้นแล้วสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เหมือนกับทําหน้าที่ จัดทําเอกสารการประชุม แล้วก็จัดทํารายงานการประชุมก็จะเป็นแค่การประสานงาน

อีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้องกัน ก็คือคณะอนุกรรมการเร่งรัดพัฒนา การท่องเที่ยว อันนี้สําคัญมาก เพราะจะต้องเป็นตัวขับเคลื่อนเลย เพราะฉะนั้นเวลาภาพทั้ง ๕ ภาพ ทั้ง ๕ ประเด็นมันต้องเน้นภาพที่เชื่อมโยงแล้วก็เคลื่อนไหวว่ามันซัปพอร์ต (Support) กันอย่างไร

ประการที่ ๒ ผมอยากให้มีการเพิ่มเติมข้อเสนอของการจัดตั้งคณะกรรมการ บูรณาการท่องเที่ยวจังหวัดเป็นลักษณะแบบสแตติก (Static) แล้วก็เป็นโครงสร้างที่มีอยู่ ในปัจจุบัน แต่ท่านอาจจะมองข้ามไปว่าใน พ.ร.บ. การท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับปัจจุบัน พูดถึงเรื่องคลัสเตอร์ (Cluster) เอาไว้ แล้วก็ได้มีการเริ่มดําเนินการ ผมก็รู้สึกว่าอาจจะ ดําเนินการได้ช้า กระทรวงก็ทําอยู่แต่กะโผลกกะเผลก ตรงนี้ละครับที่จะทําให้เป็น แอเรียเบส (Area based) ได้อย่างไร เพราะว่าเราไม่สามารถจะส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยใช้เขตการปกครองเป็นตัวกําหนด กรณีของอีอีซี (EEC) อีสเทิร์น อีโคโนมิก คอร์ริดอร์ (Eastern Economic Corridor) เป็นเรื่องที่ชัดเจน เดิมจะทําในพื้นที่ของอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) เดิม ตอนหลังก็ขยายออกมาเป็นพื้นที่ต่อเนื่องหรือติดต่อ แต่ตอนนี้เท่าที่ผมทราบความคืบหน้าไปถึงว่าภาคตะวันออกทั้งภาค อันนี้จะเป็นประเด็น เรื่องแอเรียเบส (Area based) ที่ท้าทายมาก แล้วผมก็คิดว่าถ้า สปท. จะได้ลงไปช่วยดู ในเรื่องนี้ว่าเราจะทําแอเรียเบส (Area based) ได้อย่างไร อันนี้เป็นเรื่องการปฏิรูปจริง ๆ

ประการที่ ๓ ตรงนี้เป็นข้อเสนอที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องคลัสเตอร์ (Cluster) ก็คือแต่ละคลัสเตอร์ (Cluster) ควรจะมีบิซิเนสโมเดล (Business Model) ที่คํานึงถึงเรื่อง สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๒๑/๒ อินคลูซิฟเนส (Inclusiveness) เพราะไม่อย่างนั้นแล้วมันยั่งยืนไม่ได้ ผมยกตัวอย่าง อย่างกรณีเกาะเต่านี่นะครับ มีการข่มขืน แล้วก็ฆ่าแหม่ม แต่ตรงนั้นคนในพื้นที่ปฏิกิริยา ที่แสดงออกมานี่เป็นเรื่องของตํารวจ แล้วตอนที่ผมยังไม่เกษียณราชการก็มีการขอเสนอ เพิ่มกําลังตํารวจท่องเที่ยว แต่ถามว่าเราจะไปดูทุกเกาะแก่งได้อย่างไร โดยเพิ่มจํานวนตํารวจ แต่ถ้าเราผลักดันให้โอนเนอร์ชิป (Ownership) ให้เป็นเรื่องของพื้นที่ ท้องถิ่น และชุมชน ตรงนั้นละครับความยั่งยืนก็จะเกิดขึ้น การมีส่วนร่วมมันต้องร่วมคิด ร่วมทํา ซึ่งแนวคลัสเตอร์ (Cluster) ได้เสนอตรงนี้ไว้ เพียงแต่ว่าตรงนี้อาจจะยังมีความแข็งตัว ไม่ได้มีกระบวนการ ของการมีส่วนร่วม ร่วมคิด ร่วมทํา แล้วต้องร่วมรับประโยชน์ เขาต้องได้รับประโยชน์

ประการที่ ๔ เรื่องของ อพท. สสปน. แล้วก็สํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) อันนี้เป็นข้อที่ผมกังวลมากที่สุด อพท. ถ้าจับบทเล่นได้เวลาเอาเข้ามาอยู่ ในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาแล้วบทของเขาคืออะไร โฟกัสของงานคืออะไร สสปน. บางครั้งก็มีอะกรีเมนต์ (Agreement) อยู่ว่าเขาไม่ได้ดูเรื่องท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่ถามว่าการสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี แล้วหวังว่าจะให้นายกรัฐมนตรีลงมาดูเอง มันเป็นไปไม่ได้ ตรงนี้ก็คิดว่าส่วนที่เขาเหลื่อมกันเรื่องการท่องเที่ยวนี่เยอะมาก อันนี้ก็ว่ากันไป แต่ข้อกังวลก็คือสํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ผมอยากให้ไปดู ในระเบียบของสํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) เขาดูเรื่องการลงทุนโครงสร้าง พื้นฐานได้เลย ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดเชียงใหม่นะครับ ของพื้นที่ต่อเนื่องทั้งหมด ไม่ทราบว่า เขียนเกินเลยมากันอย่างนี้ได้อย่างไร ตรงนี้ผมอยากให้ไปดูว่าถ้าเอาเข้ามาแล้วความเชื่อมโยง หรือบทที่เขาเล่นคืออะไร สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๒๒/๑

ประการสุดท้าย ก็คือตรงนี้อยากจะเรียนสักนิดหนึ่งว่าอาจจะไม่เกี่ยวกับ เรื่องอิสชู (Issue) ของเรื่องท่องเที่ยว หรือเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยตรง แต่ถ้าท่าน ลองไปดูเรื่องแอเรียเบส (Area based) ที่เราต้องทําให้เป็นจริงเป็นจัง เพราะไม่อย่างนั้น เราอยู่อย่างนี้ไม่ได้หรอกครับ มันไม่มีความคล่องตัว ไม่มีอินคลูซิฟเนส (Inclusiveness) แล้วเรื่องความยั่งยืนก็จะไม่เกิด แม้กระทั่งใน สปท. เอง ผมอยากจะเสนออย่างกรณีของ แอเรียเบส (Area based) เรื่องที่เราพูดกันในกรณีอย่างนี้ที่กําลังจะเกิดขึ้น เราจะเห็น ได้เลยว่าอย่างเรื่องระบบข้อมูล ทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจก็ทําเรื่องศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูล ทําเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลอยู่ ตรงนี้ที่จะเป็น ตัวช่วย เพราะไม่อย่างนั้นแล้วเราไม่สามารถที่จะไปเอาข้อมูลทั้งหมดไปเทกองรวมอยู่ ที่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านดอกเตอร์ทวีศักดิ์ ท่านก็มาคุยให้ฟัง ในคณะอนุกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านบริหารราชการแผ่นดิน ศูนย์ดิจิทัลก็จะมีเรื่องศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูล อันนี้ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่ดีที่จะช่วยผลักดันเรื่องนี้ด้วย แต่เราจะพบว่าเรื่องแอเรียเบส (Area based) เฉพาะในเรื่องนี้มันจะมีทั้งเศรษฐกิจ บริหารราชการแผ่นดิน แล้วก็ท้องถิ่นที่เราต้องทําให้ ชัดเจน แล้วมันก็อยู่ในมือของ สปท. ด้วย เราจะทําให้เรื่องนี้มีพันช์ (Punch) แล้วก็ เป็นเอกภาพ บูรณาการใน สปท. ด้วยกันได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเราควรจะคิด แล้วก็ผลักดันให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้ ขอบพระคุณมากครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านอนุสิษฐ คุณากร แต่ขออภัยนิดหนึ่งเผอิญมีแขกผู้มีเกียรติ เป็นคณะบุคคลที่ขออนุญาตเข้าฟังการประชุมคือ คณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านตราแด๊ะ จังหวัดนราธิวาส จํานวน ๓๑ ท่าน ยินดีต้อนรับสู่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ อัสลามูอาลัยกุม ขอเชิญท่านอนุสิษฐ คุณากร ครับ

นายอนุสิษฐ คุณากร 🔗

ผม อนุสิษฐ คุณากร สมาชิก สปท. ๑๘๓ ครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมกรรมาธิการที่ได้ให้ความสําคัญกับสิ่งที่เป็นเรื่องสําคัญมาโดยตลอด สิ่งที่ผมจะนําเสนอต่อไปนั้นผมอาจจะขออนุญาตมองในอีกมุมหนึ่ง เพื่อทางกรรมาธิการ จะได้นําข้อเสนอนั้นไปใช้ประโยชน์ต่อการวางแผนในการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๒๒/๒ ในเรื่องของความมุ่งหวังที่เราคาดหวังว่าเราจะทําให้เศรษฐกิจในอนาคต โดยเฉพาะในเรื่อง ของการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืนนั้น สิ่งที่ผ่านมาในอดีตข้อห่วงใยในมิติของงาน อีกด้านหนึ่ง ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เราอาจจะมองข้ามไปได้ในระยะเวลาอันสั้นนี้ แต่ในระยะเวลาของความยั่งยืนนั้น ผมคิดว่าอยากจะฝากกรรมาธิการได้ช่วยกรุณา ให้ความสําคัญในมิติของการบูรณาการอย่างแท้จริง เรียนว่าในระบบความพร้อม ของประเทศขณะนี้ ในมิติทางเศรษฐกิจ มิติในเรื่องของการท่องเที่ยวนี่ผมคิดว่าความพร้อม ค่อนข้างมีความครบถ้วน มีความสมบูรณ์อยู่พอสมควร คุณหมออําพลได้สะท้อนถึง คุณค่าของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศิลปวัฒนธรรม เรื่องของประเพณี เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องของอาหาร การบริหารจัดการที่เราพยายามผลักดันกันมา โดยตลอด สิ่งที่เป็นข้อห่วงใยความพร้อมในเรื่องเหล่านั้นเรากําลังก้าวเดินต่อไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกันกับสิ่งที่เราพยายามเป็นลําดับหนึ่งของโลกในหลาย ๆ เรื่อง ยกตัวอย่าง การประมงของประเทศ เราพยายามผลักดันให้มีกองเรือประมงที่กระจายไปทั่วโลก แล้วก็มูลค่าทางเศรษฐกิจที่มหาศาล แต่ในท้ายที่สุดเราต้องย้อนกลับมารื้อระบบ รื้อโครงสร้างภายในของเรากันเอง ด้วยเหตุผลที่ว่าเรามุ่งเน้น เราพุ่งไปในเรื่องของรายได้ ซึ่งบางครั้งเราอาจจะไม่ได้มองถึงประเด็นที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบในระยะยาว สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๒๓/๑ หน้าที่ของผมเองในอดีตก็คือการดูแลผลกระทบในทางลบต่อความมั่นคงของชาติบ้านเมือง อันนั้นหมายความว่าผลประโยชน์ของชาติที่มีอยู่จะยั่งยืนต่อไปได้อย่างไร ถ้าในมิติในมุมมอง ของการพัฒนา ของการหารายได้นั้นอาจจะมองไปได้ไม่ครบถ้วน ผมขออนุญาตนําเสนอ ในประเด็นที่อยากจะให้ทางท่านกรรมาธิการได้ให้ความสําคัญในเรื่องนี้ และถ้าเป็นไปได้ อาจจะนําเสนอในเรื่องของการบูรณาการ ซึ่งผมมองดูแล้วว่าในรายงานฉบับนี้เองก็อาจจะมี การบูรณาการในลักษณะที่เป็นเรื่องบาง ๆ อยู่ ซึ่งทางท่านผู้แทนที่นั่งอยู่ ณ ที่ข้างบนแห่งนี้ ได้นําเสนอในเรื่องของการบูรณาการ เช่นในเรื่องของการตั้งกองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งก็จะดูเหมือนว่าจะทําหน้าที่บูรณาการหรือไม่ แต่ประเด็นที่สําคัญอย่างนี้ครับ คน ๓๒ ล้านคนที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว เป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในแผ่นดินเรา เรากําลังดูแลคน ๓๒ ล้านคน ไม่ใช่เพียงแค่ดูแลเฉพาะความสะดวก ความสบาย ดูแลในเรื่อง ของการให้บริการ แล้วก็มีรายได้จากกลุ่มคน ๓๒ ล้านคน อนาคตอาจจะมีมากกว่านี้ ๔๐ ล้านคน ๕๐ ล้านคน สิ่งที่เราต้องดูแลครับ การที่เข้ามาพร้อมคน ๓๒ ล้านคนนั้น มีหลายเรื่องที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบท่องเที่ยวเอง ยกตัวอย่าง ท่านได้ให้ข้อเสนอ ทั้งในเรื่องของระบบของการเข้าเมือง ระบบของการติดตามเรื่องการพักแรม แต่จริง ๆ แล้ว เรื่องเหล่านี้คงจะต้องมีภาพที่มีความชัดเจน จะต้องมีการบูรณาการกันให้ครบถ้วน เพราะว่า เรากําลังดูแลคน ๓๒ ล้านคนที่ไม่ทราบที่มาที่ไป ไม่ทราบว่าการเข้ามานั้นมีอะไรเข้ามาบ้าง ผมเรียนครับ มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่ผมคิดว่าสมาชิกในสภาแห่งนี้คงได้ทราบ ในขณะที่เรากําลัง มีรายได้จากการท่องเที่ยวในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา เกิดการก่อการร้าย เกิดการปฏิบัติการ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงในลักษณะของความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของ นักท่องเที่ยว ณ ขณะนั้นเป็นเรื่องน่าตกใจว่าแล้วท้ายที่สุดกลุ่มคนเหล่านั้น ประเทศต่าง ๆ เหล่านั้นจะล็อกไม่ให้คนในชาติตัวเองเดินทางเข้ามาประเทศไทยหรือไม่ อันนั้นเป็น ความพยายามซึ่งก็ต้องถือว่ารัฐบาลได้พยายามดําเนินการเพื่อไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ ฉะนั้นสิ่งที่ผมสะท้อนในมุมนี้ผมอยากจะสะท้อนให้กรรมาธิการได้กรุณาให้ความสําคัญ กับเรื่องของการปกป้อง กับเรื่องของการดูแล มิติความยั่งยืนต้องมาพร้อมกันทั้งมั่งคั่ง ทั้งงานด้านความมั่นคง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน อันนั้นหมายความว่าระบบที่ท่านเสนอมานั้น ในเรื่องของระบบคนเข้าเมืองต้องเรียนนะครับว่าในอดีตระบบการตรวจสอบคนเข้าเมือง สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๒๓/๒ เราได้รับการสนับสนุนจากประเทศสหรัฐอเมริกา ในด่านตรวจคนเข้าเมืองต่าง ๆ มีพัฒนาการในเรื่องของการสนับสนุนแอปพลิเคชัน (Application) รวมทั้งฮาร์ดแวร์ (Hardware) ต่าง ๆ จากประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันนี้ตรวจคนเข้าเมืองได้มีการพัฒนา ระบบของตัวเองที่เรียกว่าระบบพิบิก (PIBICS) ซึ่งจะดูแลตามด่านตรวจคนเข้าเมืองต่าง ๆ ประเด็นคําถามก็คือว่าแล้วระบบเหล่านี้ในประเทศเราเองมันเชื่อมโยง มันได้รับประโยชน์ ซึ่งกันและกันอย่างไร การเข้าเมืองของคน ๓๒ ล้านคนนั้นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับรู้รับทราบแค่ไหน สํานักงานตํารวจแห่งชาติดูแลคนเหล่านี้ได้อย่างไร ระบบการข้ามแดน บริเวณชายแดนที่ไม่มีด่านตรวจคนเข้าเมือง อันนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ มันจะสอดแทรกเข้ามากับคน ๓๒ ล้านคน หรืออาจจะมากกว่านั้น สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๒๔/๑ การทําบัตรประชาชนปลอม การเชื่อมโยงกับทะเบียนราษฎร์ การตรวจสอบของคนที่ดูแล ที่จะอํานวยความสะดวกเหล่านี้ ผมคิดว่าขณะนี้ยังเป็นเงามืด คําถามบอกว่า ๓๒ ล้านคน อยู่ที่ไหน อยู่ตรงไหนบ้าง เป็นใครบ้าง ต้องเรียนว่าสถิติที่น่าชื่นชมของประเทศจีน ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน ในส่วนของเอเชียใต้ ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน ยุโรป ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ประเทศสหรัฐอเมริกาล้านกว่าคน แล้วก็ยังมีกลุ่มประเทศต่าง ๆ อีกมากมายที่เดินทางเข้ามา ในประเทศไทย เสียงสะท้อนครับ ระบบของประเทศเราพร้อมที่จะเผชิญกับเรื่องเหล่านี้ ในระยะยาวที่ยั่งยืนได้หรือยัง ผมคิดว่าการประเมินความเสี่ยงในระบบของการบริหารจัดการ เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ อยากจะฝากกรรมาธิการให้ได้ช่วยกรุณาว่าทําอย่างไรจะวางกรอบ สําหรับการพิจารณาในเชิงยุทธศาสตร์ในเรื่องเหล่านี้ว่าในระยะยาวมันควรมีการเชื่อมโยง ระบบได้อย่างไร ผมเรียนว่าท่านธานินทร์ ผะเอม เมื่อสักครู่ได้พูดถึงตัวระบบของ ฟรอนต์ออฟฟิศ (Front Office) ของประเทศ ต้องเรียนครับ ขณะนี้ระบบข้อมูลพื้นฐาน ของประเทศเราเป็นลักษณะไซโล (Silo) ต่างคนต่างทํา กระทรวงมหาดไทยมีระบบ ทะเบียนราษฎร์ กระทรวงสาธารณสุขก็มีอีกระบบหนึ่ง ทะเบียนประวัติอาชญากรรม มีอีกระบบหนึ่ง ระบบคนเข้าเมืองที่เรียกว่าระบบพิบิก (PIBICS) มีอีกระบบหนึ่ง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการต่างคนต่างเป็นไซโล (Silo) ทั้งหมดครับ ผมว่าเราจะปฏิรูปประเทศต้องเปลี่ยนครับ ระบบราชการต้องเปลี่ยนทั้งหมด แล้วผมเชื่อว่า เรื่องเหล่านี้ ขณะนี้ก็เป็นความพยายามที่ สปท. เราพยายามจะผลักดันให้เรื่องเหล่านี้ เกิดขึ้นให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วไม่ว่าเราจะโตไปแค่ไหน อย่างไร ถ้าเราไม่ผลักดันโครงสร้าง ของแบ็กออฟฟิศ (Back Office) ของเราให้มันเข้มแข็งแล้วเชื่อมโยง แล้วนําไปใช้ประโยชน์ ทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการ เชื่อมโยงให้ได้ประโยชน์ในเชิงของการวางแผน ในการบริหารประเทศ และเชื่อมโยงให้เกิดประโยชน์ต่อการให้บริการประชาชน ทั้งเป็นประชาชนภายในประเทศ และประชาชนที่มาจากต่างประเทศในฐานะนักท่องเที่ยว หรือในฐานะเข้าเมืองในลักษณะอื่น ๆ ได้อย่างไร ผมคิดว่าอันนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ที่อาจจะมอบหรือว่าฝากภารกิจนี้ไปให้ทางกรรมาธิการ แต่ผมคิดว่าภารกิจนี้เป็นเรื่อง ใหญ่มากที่ สปท. อาจจะต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือกันว่าในระยะต่อไปประเทศไทย จะเปลี่ยนรูปแบบของประเทศที่เป็นดิจิทัลกัฟเวิร์นเมนต์ (Digital Government) สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๒๔/๒ หรือจะเป็นชื่ออย่างไรก็แล้วแต่ ผมว่าถึงเวลาที่จะต้องทําให้การปฏิรูปนั้นสามารถเดินไปได้ แล้วระบบนี้จะไปซัปพอร์ต (Support) กับระบบต่าง ๆ ที่เรากําลังจะคิดกันขึ้นมา ผมขออนุญาตนําเรียนแต่เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านอนุสิษฐ คุณากร นะครับ สัปดาห์หน้าจะได้พิจารณาเรื่อง ดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) ก็คงจะมีส่วนนั้นที่เกี่ยวข้องที่ท่านได้นําเสนอ ต่อไปขอเชิญท่านกษิต ภิรมย์ อดีตเอกอัครราชทูต อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ

นายกษิต ภิรมย์ 🔗

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๗ ท่านประธาน ผมอาจจะใช้เวลาเกิน ๑๐ นาที เพราะว่าจะพูดเรื่อง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วย ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับท่านอนุสิษฐ เพื่อนสมาชิก เมื่อสักครู่ว่าในการพิจารณาแล้วก็ส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยนั้นต้องคํานึงทั้งในเรื่อง ของปริมาณแล้วก็คุณภาพ แล้วก็คุณภาพอันนี้ก็คือความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ แล้วก็การอนุรักษ์ชุมชน แล้วก็สิ่งแวดล้อม แล้วก็โบราณสถาน ชายหาดทะเลต้นน้ํา แล้วก็ทะเลของเราทั้ง ๒ ฝั่ง คือ อันดามันกับอ่าวไทย แล้วก็ในขณะเดียวกันที่ประเทศไทย ก็เป็นที่เลื่องลือในเรื่องของการเป็นศูนย์อาชญากรรมข้ามชาติต่าง ๆ ค้าอาวุธ ค้าคน ค้าอวัยวะชิ้นส่วนของมนุษย์ ค้าของเถื่อนต่าง ๆ สัตว์หวงห้าม พืชหวงห้าม สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๒๕/๑ แล้วก็แหล่งท่องเที่ยวที่สําคัญของเราจะเป็นที่ภูเก็ต พัทยา หรือที่ไหน ก็กลายเป็นแหล่ง มาเฟีย (Mafia) ของอาชญากรรมข้ามชาติ แล้วก็มีเจ้าหน้าที่ของไทย ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ร่วมในกระบวนการอาชญากรรมต่าง ๆ รวมทั้งการคุกคามนักท่องเที่ยวเป็นระยะ ๆ เรื่องเล็กเรื่องน้อย ค่าเช่าเรือ รีดไถตามท้องถนนอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย เพราะฉะนั้น ความภูมิอกภูมิใจที่ขึ้นมาเป็นลําดับ ๔ ของโลก ไม่เป็นการเพียงพอ ต้องดูจุดบกพร่อง แล้วก็จุดที่อ่อนแอ และต้องมีการแก้ไขคู่ขนานกันไปด้วย ในการอภิปรายเรื่องท่องเที่ยว หลายครั้ง ผมก็ได้เสนอว่าจะต้องให้มีการเก็บค่าตรวจลงตรากับนักท่องเที่ยวทุกคน ๑. ก็เพราะว่าบรรดาสถานทูตยุโรป อเมริกาเหนือทั้งหลาย เขาปล่อยให้คนไทยไปเข้าคิว หน้าสถานทูตเขา หรือว่าสถานที่ทําการที่เขาจะออกวีซ่า (Visa) มันดูไม่สมเกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของคนไทย เราก็ควรจะเก็บค่าวีซ่า (Visa) ด้วย เพื่อให้มีการ ปฏิบัติที่ทัดเทียมหรือต่างตอบแทน เรซิโพรซิตี (Reciprocity) แล้วเมื่อเป็นรายได้เข้ามาแล้ว ก็จะได้มาปรับปรุงกิจการงานกงสุลของกระทรวงการต่างประเทศ ของสํานักงาน ตรวจคนเข้าเมืองทุกด่าน อาจจะช่วยเหลืองานของศุลกากรได้ด้วย มาปรับปรุงระบบ การเชื่อมโยงการเดินทางที่ผมได้เคยพูดไว้แล้ว จะเป็นจากสนามบินที่ดอนเมืองหรือว่า สุวรรณภูมิให้มันสะดวกยิ่งขึ้น ทั้งรถไฟฟ้า รถไฟ รถใต้ดิน รถเมล์ แล้วก็แม้กระทั่งรถแท็กซี่ ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองแล้วก็สุวรรณภูมิถ้าเผื่อเป็นคนธรรมดาไม่ใช่รถวีไอพี (VIP) ก็ต้องเดินข้ามถนนมา ๒ ส่วน เพื่อที่จะไปที่จอดรถมันไม่ปลอดภัยครับ แล้วมันดูรกรุงรัง แล้วเราก็ปล่อยให้เป็นอย่างนี้อยู่กันได้อย่างไร ขณะที่เราภูมิใจว่าประเทศไทย เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันสําคัญที่สุดของโลกอันหนึ่ง แล้วก็การเก็บค่าวีซ่า (Visa) ไม่ได้ไปกระทบกระเทือน ไม่ได้เป็นภาระต่อนักท่องเที่ยวเพราะเขาอยากมาเมืองไทย ใคร ๆ ก็อยากจะมาเมืองไทย ก็เก็บสักนิดหนึ่งจะเป็น ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ไม่ได้เป็นภาระ แล้วเมื่อเราเลิกเก็บ ๑,๐๐๐ บาทเหล่านี้มันไม่ได้กลับไปที่นักท่องเที่ยว มันก็ตกอยู่ในกระเป๋า ของบริษัททัวร์ (Tour) ทั้งหลาย เท่ากับว่าเราไปช่วยอุดหนุนจุนเจือ ซับซิไดซ์ (Subsidize) บริษัทเอกชนเหล่านี้ แต่ว่าที่สําคัญคือเมื่อได้เงินมาก้อนหนึ่งแล้วช่วยงานของ กระทรวงการต่างประเทศ ของสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และยังนําไปบูรณะโบราณสถาน แหล่งท่องเที่ยว มรดกโลกต่าง ๆ สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๒๕/๒ ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติ เราก็อาจจะไปช่วยชุมชนได้ เมื่อสักครู่คุณหมออําพลกรุณาพูดถึง หมู่บ้านที่จังหวัดระยอง ถ้าเผื่อชุมชนเขาสามารถที่จะดูแลตนเองได้ ก็เอางบอันนี้ไปช่วย ให้เขามีความเข้มแข็ง ผมก็อยากจะขอทบทวนด้วยว่า ที่ประเทศญี่ปุ่นนอกจากจะมี สินค้าโอทอป (OTOP) ที่เป็นที่เลื่องลือของโลก แล้วเราก็ได้ไปนํามาปรับใช้ เขาก็ยังมีหมู่บ้าน โอทอป (OTOP) ที่รักษาสิ่งแวดล้อม แล้วก็ใช้ทรัพยากรภายในหมู่บ้านเพื่อการบริโภค เพื่อดูแลนักท่องเที่ยว ผมก็แน่ใจว่ามีข้าราชการไทย ผู้ประกอบการได้ไปดูงานที่ ประเทศญี่ปุ่นกันมากมาย เราก็น่าที่จะมาส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนได้ แล้วก็ ให้มีการโยงใยไปกับงบประมาณของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด งบของ อบจ. เพื่อให้ชุมชน ดูแลตนเองได้ ทีนี้สิ่งที่ทางกรรมาธิการได้มาพูดในวันนี้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวก็เป็นเรื่องของ การปรับปรุงโครงสร้างการดําเนินการบริหารจัดการ เพื่อจะให้มันดีขึ้นในการที่จะดูแล เรื่องการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในการที่จะรองรับชาวต่างประเทศ ก็ไม่ค่อยว่ากันนะครับ เพราะว่ามันแทบจะเป็นนิสัยของพวกเราแล้ว ไม่ว่าจะทําอะไรเราต้องปรับโครงสร้าง แล้วก็ตั้งคณะกรรมการ ก็ไม่ว่ากัน แต่ผมขอวิพากษ์วิจารณ์ ๒ ประเด็น แล้วเรามี กระทรวงการท่องเที่ยวบวกกีฬามาด้วย เดิมมีแค่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แล้วเราก็มี กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อยากจะขอให้ทางกรรมาธิการผ่านท่านประธาน ทบทวนสิว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามันมีปัญหาอะไรครับ สํานักนายกรัฐมนตรี ทํางานไม่เป็น หน่วยงานต่าง ๆ ในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาทํางานไม่ได้เป้า หรืออย่างไร สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๒๖/๑ แล้วผลงานที่ประเทศไทยออกมาได้ที่ ๔ หรือว่าอาหารบนท้องถนนดีที่สุดในโลกมันฝีมือใคร ประชาชนชาวไทยใช่ไหม แล้วไม่ได้มีอะไรที่มันเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเลย แล้วทุกรัฐบาล ก็ยังจะกลับมาปรับปรุงโครงสร้างโดยการตั้งคณะกรรมการ พยายามเอาตัวนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีเข้าไปเป็นประธานเพื่อจะขับเคลื่อน มันมีความล้มเหลว มีความอ่อนแอในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างไร อันนี้ต้องเอามาพิจารณาครับ มันต้องปรับปรุงในตัวกระทรวงที่มีอยู่แล้ว นั่นเป็นประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ทางฝ่ายกรรมาธิการก็ได้เสนอว่าอยากจะให้ภาคเอกชน เข้ามาอยู่ ผมเห็นด้วย แล้วยิ่งท่านกลินท์จะเป็นประธานสภาหอการค้า ผมอยากจะขอเสนอ อย่างนี้ครับว่าอะไรที่ทางภาคเอกชนทําได้ขอเอามาหมดเลยจากภาครัฐ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ได้ไหม ผมขอฝากเป็นการบ้าน ผมอยากจะให้มีการกระจายอํานาจจากกระทรวง ทบวง กรม จากรัฐบาลไปสู่ภาคเอกชนให้รับผิดชอบตนเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้วก็การท่องเที่ยวเป็นธุรกิจอันหนึ่งที่มีความเข้มแข็งที่สุดของประเทศไทย ไม่น่าจะต้อง พึ่งพารัฐ หรือไปพึ่งของการตั้งคณะกรรมาธิการ หรือกรรมการ เพื่อจะมีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน คงจะไม่มีความจําเป็น ผมอยากจะให้เราคิดนอกกรอบว่าอะไรที่เอกชน สามารถที่จะรับผิดชอบได้ก็รับไปให้เต็มที่ รัฐเข้ามาส่งเสริมตรงจุดไหน งบประมาณปีละ ๕,๐๐๐ ล้านบาท พูดกันมาให้ชัด แล้วก็ที่เหลือทางภาคเอกชนรับไปทําหมดเลย นั่นเป็นอันที่ ๑ ส่วนอันที่ ๒ คือพอพูดถึงเอกชนก็ต้องแยกเป็น ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ คือ ผู้ประกอบการรายใหญ่ เจ้าของโรงแรม เจ้าของคอนโดมิเนียม อะไรพวกนี้ ร้านอาหาร ก็ว่ากันไป แต่คราวนี้พวกโฮมสเตย์ (Homestay) ว่าอย่างไร แล้วถ้าเผื่อพวกที่เขาอยากจะ เปิดบ้านให้มีห้องพักอะไรต่าง ๆ เปิดเสรีได้ไหมครับ ไม่ให้เขาต้องไปตกอยู่ในอาณัติของ ตํารวจ ของเทศกิจ ของ กทม. ของท้องถิ่นเข้ามา ของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขอะไรพวกนี้ รัฐหน้าที่ที่จะต้องออกคือเขาก็เปิดเสรี แล้วก็มีกฎเกณฑ์แค่เรื่องความสะอาด ความปลอดภัย แล้วก็ให้เอาระบบดิจิทัลเข้าไปเพื่อที่จะได้มีการกรอกผู้เข้ามา แล้วก็กระจายข้อมูล ผมก็ไม่อยากจะให้กลับไปที่แค่ ตม. อย่างเดียว มันต้องมี ๔-๕ หน่วยงานที่มันจะได้รับ การหมุนเวียนของข้อมูลพร้อม ๆ กัน คือนอกจาก ตม. มันต้องเป็นกระทรวงการต่างประเทศ สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๒๖/๒ เพราะว่าเรามีกรมการกงสุลแล้วเราก็ต้องรับผิดชอบอยู่ที่ต่างประเทศ เวลามีปัญหาอะไร กับคนของต่างประเทศ ประเทศไทยมันก็ต้องย้อนกลับไปสถานทูตไทยในต่างประเทศ ก็เป็นอันที่ ๒ นอกจาก ตม. อันที่ ๓ ก็แน่นอนทางฝ่ายสํานักงานตํารวจแห่งชาติโดยเฉพาะ สันติบาล ตํารวจภูธรว่าอย่างไร สภาความมั่นคง สํานักงานข่าวกรอง แล้วก็ที่สําคัญอย่างไร ก็ยังต้องเป็นกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ กทม. หรือว่าพัทยา เพราะว่า มีภาระหน้าที่ในเรื่องของการปกครองทางด้านท้องถิ่น มันต้องมี ผมขอใช้คําภาษาอังกฤษคือ โฟลว์ ออฟ อินฟอร์เมชัน (Flow of Information) เราจะได้ดูแลเมื่อนักท่องเที่ยว มีแอ็กซิเดนต์ (Accident) ประสบอุบัติเหตุ กับอันที่ ๒ เมื่อเขาเข้ามาเป็นมาเฟีย (Mafia) หรือว่าเขาเป็นกระบวนการมาเฟีย (Mafia) ไปคุกคามคนของเขา โดยเฉพาะมาเฟีย (Mafia) รัสเซียคุกคามคนรัสเซียด้วยกันเองต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นที่จะต้องรีบดําเนินการเพื่อความมั่นคง ปลอดภัยของพวกเรา

ทีนี้อีกเรื่องหนึ่งที่เราควรจะต้องคิดคู่ขนานกันไปด้วย ที่มันสําคัญมากก็คือ ป้ายโฆษณา ทําไมถนนจากสนามบินสุวรรณภูมิเข้ามาที่กรุงเทพฯ นั้นให้เป็นถนน แห่งวัฒนธรรมได้ไหม แต่ไม่ใช่เป็นถนนแห่งป้ายโฆษณา แม้กระทั่งป้ายโฆษณาที่ หน้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมันก็น่าเกลียดครับ แล้วมันใหญ่โต แล้วแสงมันสะท้อน เข้ามาลูกนัยน์ตาขับรถก็ไม่ปลอดภัย ไปที่จังหวัดภูเก็ตทางขึ้นเขามันก็เป็นเช่นนั้น เกาะสมุยก็เช่นกัน ไม่ว่าจะไปที่ไหนมันก็เป็นป้ายโฆษณา แล้วมันจะเป็นป้ายโฆษณาของ บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งนั้น มันต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม คอร์ปอเรต โซเชียล เรสพอนซิบิลิตี (Corporate Social Responsibility) ก็คือเลิกวัฒนธรรมป้ายโฆษณาใหญ่ ๆ เสียที มันทําลายความสวยงามของธรรมชาติ ปิดบังวัดวาอารามที่สวยงามต่าง ๆ เหล่านี้ เรื่องป้ายโฆษณาเป็นเรื่องที่เราควรจะให้มีกฎเกณฑ์ที่เป็นเรื่องเป็นราว แล้วเป็นความรับผิดชอบอันสําคัญของบริษัทเอกชนว่าไม่ควรจะทําลายสิ่งแวดล้อม แล้วควรจะทําอะไรที่สร้างสรรค์เป็นสําคัญ สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๒๗/๑ อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าป้อมยามตํารวจ หรือว่าท่องเที่ยว หรือการเดินสํารวจลาดตระเวน ผมเพิ่งไปโมร็อกโกมาเขาจะมีตํารวจ ๒ คน ทหาร ๑ คน เดินอยู่ตลอดเวลาในสถานที่ ที่นักท่องเที่ยวไปกันมาก เห็นแล้วก็อุ่นใจแล้วก็มีความสบายใจ อีกประเด็นหนึ่งที่มันเป็น ประเด็นปัญหามากสําหรับนักท่องเที่ยว ก็คือในทํานองรีดไถ ค่าบริการจะเป็นที่พัทยา เล่นเรือ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้มันก็จะมีเงื่อนไขของการที่จะเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว แล้วก็เรื่องส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น มันต้องแก้ประเด็นปัญหาเล็ก ๆ เหล่านี้ ไม่อย่างนั้นเรามาชื่นชมว่าเราเป็นที่ ๔ ของโลก แต่เรามองข้ามประเด็นปัญหาของแท็กซี่ ที่สนามบิน การปฏิบัติที่ไม่ยุติธรรมแก่นักท่องเที่ยวที่ชายทะเลต่าง ๆ นานาเหล่านี้ แล้วก็ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ส้วมสาธารณะทั่วประเทศไทยสําหรับนักท่องเที่ยวไม่มี แล้วเราบอกว่าสตรีตฟู้ดส์ (Street foods) เป็นที่หนึ่งของโลก ถามว่าล้างมือที่ไหน เข้าห้องน้ําที่ไหน แล้วก็ต้องขอวิงวอนผ่านท่านประธาน ท่านกรรมาธิการไปที่เจ้าหน้าที่ บนท้องถนนจะเป็นตํารวจหรือเป็นเทศกิจ ก็อยู่ร่วมกับสตรีตเวนเดอร์ (Street Vendor) อย่างสร้างสรรค์ อย่ารีดไถ อย่าขับไล่ อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ให้มีระบบการเก็บขยะที่ดี ตลอดเวลา ให้มีห้องน้ําสาธารณะ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ผมก็อยากจะฝากท่านประธาน ไปที่กรรมาธิการว่าเราจะต้องดูแล ก็ขอพูดเรื่องการท่องเที่ยวแค่นี้

ส่วนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผมมีประเด็นเดียวครับว่าจะย้ายสํานักงานมาอยู่ที่ กรมไปรษณีย์เก่าตรงถนนเจริญกรุงก็ไม่ว่ากัน แต่ว่าอยากจะเสนอว่าแล้วอาคารต่าง ๆ ที่การรถไฟที่มักกะสัน ผมขอสัก ๑๐-๒๐ อาคารได้ไหม ให้มาเป็นศูนย์วัฒนธรรม เป็นศูนย์ครีเอทิวิตี (Creativity) สร้างสรรค์ ผมไม่ต้องการที่จะเห็นมักกะสันของเรา กลายเป็นศูนย์การค้าขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง อยู่ใจกลางเมืองควรจะให้เป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไป ให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ที่มีความคิดที่สร้างสรรค์ นั่นเป็นประเด็นหนึ่ง

ประเด็นที่ ๒ ผมก็ขอยกตัวอย่างของประเทศเกาหลีใต้อีกครั้งหนึ่ง ได้เคยพูด ในที่ประชุมนี้แล้วว่าเมื่อประมาณ ๒๐ ปีที่แล้ว ประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ประสบความสําเร็จในเรื่องของเทคโนโลยีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แล้วก็มาในเรื่องของดิจิทัล ทีวี มือถือเป็นเลิศ แต่ว่าเขาอยากจะส่งเสริมวัฒนธรรมเป็นสินค้าส่งออก เรื่องของ การสร้างสรรค์ เรื่องของสติปัญญา เรื่องของศิลปวัฒนธรรม เขาตั้งงบประมาณขึ้นมา สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๒๗/๒ แล้วเขาให้เงินทั้งโรงเรียนอาชีวะ และมหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานค้นคว้าและวิจัย แล้วก็ มีกองทุนที่เรียกว่าสตาร์ตอัป (Startup) ให้เยาวชนรุ่นใหม่นั้นสามารถที่จะเริ่มกิจการ สร้างสรรค์ได้ ผมไม่อยากจะให้ศูนย์สร้างสรรค์อันนี้ หรือว่าดีไซน์เซ็นเตอร์ (Design Center) ที่จะย้ายจากเอ็มโพเรียมมาที่กรมไปรษณีย์เก่านั้นลอยอยู่ในอากาศ โดยที่ไม่ไปโยงใยกับ สถานศึกษา จะเป็นที่โรงเรียน ที่วิทยาลัยอาชีวะ หรือที่มหาวิทยาลัย ไม่ได้ครับ มันต้องโยงกัน เพราะเราต้องสร้างตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่อายุ ๒๕ ปี ๓๐ ปี แล้วก็เดินไปที่กรมไปรษณีย์ วันที่ ๑ หรือวันที่ ๒ พฤษภาคม แล้วก็อยากจะทําโน่นทํานี่มันก็ได้ แต่เราจะเตรียมบุคลากร เยาวชนของเรา ตั้งแต่บัดนี้ไปอีก ๒๐ ปีข้างหน้าอย่างไร เพื่อให้มีความคิดริเริ่ม คราวนี้ ทางกรรมาธิการที่นี่ก็ต้องโยงกับกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาว่า เราจะสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้เป็นห้องเรียนที่ไม่ใช่ใช้ไม้เรียว แล้วก็สอน จด แล้วก็จํา อยากจะสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้เด็กมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อย่างไร มันต้องมาเปลี่ยนบรรยากาศในโรงเรียนของไทยเราทุกโรงเรียน ในทุกห้องเรียน และเราก็ ส่งคณะไปดูงานกันที่ประเทศฟินแลนด์กันมากมายมหาศาล ทั้งในส่วนกลาง ในโรงเรียน ในสังกัดของ กทม. ต้องถามว่าที่ไปเรียนกันมา ไปดูงานกันมาที่ประเทศฟินแลนด์ และประเทศอื่น ๆ นั้น เอกสารเหล่านั้นอยู่ที่ไหน จะมาโยงกับการที่จะเปลี่ยนประเทศไทย ให้หลุดออกไปจากมิดเดิล อินคัม แทรป (Middle Income Trap) ขายแต่เครื่องมือเครื่องใช้ ที่เป็นเทคโนโลยีของต่างชาติเป็นมือปืนรับจ้างนั้น ให้เป็นนักคิด นักประดิษฐ์ของตนเอง ได้อย่างไร มันต้องเริ่มที่ห้องเรียนเป็นสําคัญนะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๒๘/๑ แล้วก็อันที่ ๒ มันต้องมีงบที่จะต้องไปให้มหาวิทยาลัยค้นคว้า วิจัย รวมทั้งอาชีวะด้วย เรื่องรีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลอปเมนต์ (Research and Development) ก็เป็นเรื่องสําคัญ และมันก็ต้องโยงใยกันที่ภาคเอกชนว่าอยากจะผลิตอะไร ก็มาว่าจ้างวิทยาลัย มหาวิทยาลัย ให้ทําการค้นคว้า แล้วก็ต้องมีการบูรณาการงบที่จะมีขึ้นมาใหม่ของรัฐบาล กับสภาวิจัยแห่งชาติ สํานักงานส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรม มันต้องมาร่วมกันร่วมกับ ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม บีโอไอ (BOI) กระทรวงศึกษาธิการ มันต้องมาตกลงกัน มาบูรณาการว่าเราจะใช้งบโดยองค์รวม ไปทําการวิจัย แล้วก็ส่งเสริมการคิด ประดิษฐ์ของคนไทยอย่างไร แล้วก็คงไม่ใช่ในเรื่องของ ศิลปะอย่างเดียว มันต้องเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ด้วย อันนี้ก็อยากจะขอฟังทาง ท่านกรรมาธิการด้วย เพราะที่พูดกันมานั้นศูนย์ที่จะไปตั้งที่กรมไปรษณีย์จะหนักไป ทางด้านศิลปะ แล้วเรื่องวิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร เราจะเป็นมือปืนรับจ้างอย่างเดียว หรือว่าเราอยากจะมีระบบดิจิทัลทั่วประเทศ เป็นเศรษฐกิจ ๔.๐ แต่ว่าเครื่องมือเครื่องใช้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ต้องซื้อจากต่างประเทศ อันนี้ไม่ใช่ครับ เราต้องค้นคว้า เราต้องผลิต ของเราเป็น เด็กของเราต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เป็นผู้ที่จะใช้เครื่องมือเครื่องใช้ เป็นเท่านั้น ก็ขอเรียนมาแค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านกษิตนะครับ เผอิญข้างบนนี้ก็เป็นเรื่องสายเศรษฐกิจ และท่องเที่ยว ผมเพิ่งได้ข้อมูลจากท่านเลขาธิการ สวทน. ก็คือสํานักงาน คณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งได้ปฏิรูป ยุบ ควบรวมหน่วยงานด้านการวิจัยพัฒนา จาก ๓ มาเป็น ๑ ให้เกิดความเป็นเอกภาพ ตอนนี้งบวิจัยพัฒนาเท่าที่ได้รับตัวเลขล่าสุดในงบประมาณปี ๒๕๖๐ ๐.๗๗ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี (GDP) จากเมื่อปี ๒๕๐๐ ลงไปต่ําสุดที่ ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) เพราะฉะนั้นในช่วง ๒ ปีกว่ามานี้ได้ยกระดับความสําคัญตามที่ท่านได้แนะนําเรื่องของ การวิจัยพัฒนาเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ก็เลยเรียนให้ท่านกษิตได้ทราบ ในเบื้องต้น ต่อไปขอเชิญท่านเพิ่มพงษ์ เชาวลิต อดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๒๘/๒

นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต สปท. ลําดับที่ ๑๑๐ ก็ต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ ที่ได้มีการเสนอเรื่องราวมา ๒ สัปดาห์ซ้อน แล้วก็มีผลต่อเรื่องเศรษฐกิจจริง ๆ ถ้ามีการทํากัน อย่างชัดเจนแล้วก็ปรากฏเป็นรูปธรรม ผมคิดว่าในเรื่องการท่องเที่ยวที่เรามีการพูดกัน ทุกวันนี้ สิ่งที่สําคัญอันหนึ่งที่ประเทศไทยเรามีแล้วก็เหนือกว่าหลายประเทศก็คือ เรามีธรรมชาติ มีสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม มีอากาศที่ดี อันนี้เป็นสภาพแวดล้อม ที่ผมคิดว่าเอื้ออํานวยให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างมาก แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือความเป็นคนไทย ไม่ว่าจะเป็นจิตใจก็ดี อารมณ์ อัธยาศัยก็เป็นที่ปรากฏเลื่องชื่อในระดับโลก ผมคิดว่า ๒ ส่วนนี้ เป็นส่วนประกอบที่สําคัญที่ทําให้รายได้ของการท่องเที่ยวเป็นหลัก สามารถมีการพัฒนา มากขึ้น ถ้าเราดูรายได้การท่องเที่ยวในรอบ ๑๐ ปี ๒๐ ปีที่ผ่านมาสูงขึ้นเรื่อย ๆ จะเป็น ๑ ล้านล้านบาทแล้ว ในปัจจุบันนี้อันดับของโลกก็มีการขยับขึ้นมามากขึ้น เมื่อ ๒ วันที่แล้วท่านนายกรัฐมนตรีเองก็คิดว่าภายใน ๑๐ ปีหรือเร็วกว่านั้นเราอาจจะ กลายเป็นที่ ๓ ของโลก ที่มีคนเข้ามาท่องเที่ยวมากที่สุด อาจจะเบียดประเทศสเปนไปได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่มีความสําคัญอันหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าจะส่งเสริม ทีนี้เรื่องการท่องเที่ยวนี่ความก้าวหน้าของท่องเที่ยวมันมาจากอะไรบ้าง ผมคิดว่า มันก็มีเหตุสําคัญอยู่ ๒-๓ อย่างนะครับ

อันที่ ๑ ก็คงเป็นภาคเอกชน ซึ่งกระผมคิดว่าการอาศัยภาคเอกชน ในเรื่องของการพัฒนา แล้วก็จับเอาทรัพยากรธรรมชาติที่ดีทําให้เกิดการท่องเที่ยวออกไปได้ ตรงนี้เป็นเรื่องที่ดีที่มีความสําคัญมาก แต่ผมคิดว่ามันมีปัญหาอยู่ประมาณ ๗-๘ ประการ ที่คงจะมีการพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นรายได้ก็ดีหรือว่าเป็นอันดับท่องเที่ยวของเราก็ดี ในอนาคต จะเพิ่มหรือว่าจะหล่นลงไป ผมคิดว่า ๖-๗ ประการจะเป็นเรื่องที่มีความสําคัญที่เราจําเป็น จะต้องมาพิจารณาแก้ไขอย่างค่อนข้างเร่งด่วน ทั้ง ๗-๘ ประการมันสะท้อนให้เห็น ถึงการจัดการที่เหมาะสม อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๒๙/๑

อันดับแรกหลายท่านก็มีการพูดมาแล้วเมื่อเรามีการพัฒนาไปมากขึ้น ก็เกิดระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบอิทธิพล ท้องถิ่น เจ้าพ่อก็ดี อันนี้ในบางจังหวัด จะเกิดตรงนี้มาก ซึ่งผมคิดว่าในเมืองท่องเที่ยวที่เราปรากฏอยู่หลายจังหวัด เรื่องเหล่านี้ มันจะปรากฏแล้วก็ทําลายเรื่องการท่องเที่ยวมากพอสมควร

อันที่ ๒ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสําคัญอันหนึ่งคือ การท่องเที่ยวของเรา ในหลายส่วนเรามีการบุกรุกหรือทําลายทรัพยากรธรรมชาติไปอย่างมาก เราคงเห็น หลาย ๆ พื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในอดีต ในปัจจุบันอาจจะเริ่มหมดตรงนี้ลง มีการบุกรุกก็ดี ทําลายทรัพยากรธรรมชาติก็ดี ทําลายสิ่งแวดล้อมก็ดี สิ่งเหล่านี้ปรากฏตรงนี้ ชัดเจนทั่วไป ถ้าแนวโน้มมันจะไปแบบนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ผมคิดว่าแหล่งท่องเที่ยวเรา จะหมดลง แล้วเราจะไม่สามารถจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดขายได้อีกต่อไป

อันที่ ๓ เมื่อเรามีการท่องเที่ยว มีคนเข้ามามากขึ้น สิ่งที่สําคัญอันหนึ่ง ที่ปรากฏแทบจะทุกจังหวัดของท่องเที่ยวที่เจอ ก็คือภาวะการขาดแคลนสาธารณูปโภค เรื่องน้ํา เรื่องไฟฟ้า หรือรวมทั้งเรื่องของการจัดการเรื่องขยะ เมื่อ ๒ วันที่แล้ว ผมได้อ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็ได้พูดถึงสภาพของเกาะพะงันซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีคนมาเที่ยวประมาณปีหนึ่ง ๑,๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน มีคนในท้องถิ่นประมาณสักหมื่นกว่าคน แต่สิ่งที่เกาะพะงันยังขาดแคลนตอนนี้คือ ขาดแคลนน้ํา ฝนที่ตกลงมา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เก็บได้แค่ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ไหลลงทะเลหมด ๑ เปอร์เซ็นต์เขาบอกว่า แค่เฉพาะคนท้องถิ่นที่อยู่ ๑๐,๐๐๐ คนแทบจะไม่พอ แต่ทีนี้นักท่องเที่ยวที่มาอยู่ ในเกาะพะงันปีละ ๑,๗๐๐,๐๐๐ คน ไม่สามารถจัดการได้ กรมชลประทานเลยรีบที่จะ มาสร้างเขื่อนหรือสร้างอ่างเก็บน้ําตรงนี้ เป็นต้น ยังมีอีกกี่เรื่อง อีกกี่จังหวัดที่อยู่ในสภาพ ตรงนี้ ฉะนั้นเราก็ต้องวิเคราะห์ในโครงสร้างว่าเมื่อคนที่เข้ามามากขึ้นมาอยู่ในจังหวัด มาเที่ยวที่นั่นที่นี่ แต่เขาเกิดภาวะตรงนี้ ผมคิดว่าแหล่งท่องเที่ยวสักวันหนึ่งมันก็คงจะหาคน มาเที่ยวได้ยากมาก ถ้าจังหวัดนี้เรามาเที่ยวแล้วขาดแคลนน้ํากินน้ําใช้ ตรงนี้จะเป็น เรื่องสําคัญ

อันที่ ๔ ก็คือปัญหาอาชญากรรม ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก อาชญากรรมแต่ละครั้งที่เกิดขึ้นมีผลต่อการทําลายบรรยากาศการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๒๙/๒ เมื่อคนเข้ามาอยู่มากแน่นอนมีทั้งคนดี ทั้งคนที่ไม่ดี ทั้งคนที่มีอาชีพ คนที่แสวงหาประโยชน์ ย่อมเป็นเงื่อนไขอย่างมาก ฉะนั้นท่านสังเกตด้วยว่าอาชญากรรมที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง จะเกิดขึ้นมาหลาย ๆ แห่ง

อันที่ ๕ สิ่งหนึ่งที่ผมคิดเห็นอันหนึ่ง ซึ่งท่านเพื่อนสมาชิกได้พูดสักครู่แล้ว ก็คือระหว่างคนต่างถิ่นกับคนท้องถิ่น ตรงนี้จะเป็นเรื่องที่สําคัญมาก เมื่อใดก็ตามที่ เราขาดการจัดการที่เหมาะสม คนต่างถิ่นเข้ามาอยู่มาก บางทีอาจจะเห็นจากประโยชน์ ในเรื่องดิน ฟ้า อากาศ บางทีอาจจะเห็นประโยชน์จากเรื่องของเศรษฐกิจ แต่เมื่อต่างถิ่น เข้ามาเขามีระบบทุน ระบบอะไรที่เหนือกว่าย่อมทําลายคนท้องถิ่นไป การทําลายคนท้องถิ่น ไปจากในพื้นที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น สิ่งที่มันขาดไปอันหนึ่งของคนท้องถิ่นก็คือความเชื่อมโยง กับศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของท้องถิ่น แล้วเราจะเห็นว่าวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม ของท้องถิ่นอาจจะหายไปเลยจากการที่คนต่างถิ่นเข้ามาอยู่โดยไม่ได้จัดการของความสําคัญ ตรงนี้ได้อย่างเหมาะสม ถ้าระบบแบบนี้มันจะเป็นไปได้ การที่เราจะบอกว่าการท่องเที่ยว ยั่งยืนผูกพันกับชุมชน ศิลปวัฒนธรรม ความเชื่อต่าง ๆ เหล่านี้แทบจะหมดไปเลย แล้วผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญมากถ้าเราจัดการไม่เหมาะสมจะเป็นปัญหามาก

อันที่ ๖ ผมคิดว่าหลายท่านพูดแล้ว คือการท่องเที่ยวของเราจะกินบุญเก่ามาก แต่การสร้างของใหม่ยังค่อนข้างน้อย ตอนนี้ในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเองก็พยายาม จะพูดถึงเรื่องแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ ซึ่งอันนี้ผมก็คงต้องใช้ความพยายามมากขึ้น การกินบุญเก่ามากทําอย่างไรที่บุญเก่าของเรารักษาไว้ให้ยั่งยืนไม่ถูกทําลาย การสร้างของใหม่ ก็คือทําให้ขยายการท่องเที่ยวให้มากขึ้น ตรงนี้เป็นภาวะที่เกิดขึ้นในบ้านเราที่เป็นปัญหานะครับ

- ๓๐/๑     สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๓๐/๑

ประเด็นสุดท้าย เรื่องสําคัญก็คือการจัดการปัญหาท่องเที่ยวของเราทั้งหมด ยังเกิดขึ้นจากส่วนกลางเป็นหลัก จังหวัดและท้องถิ่นเองยังมีส่วนร่วมน้อยมาก ท่านกรรมาธิการก็ได้พูดตั้งแต่ต้นหรือเพื่อนสมาชิกเราได้พูดตรงนี้ขึ้นมาตั้งแต่ต้นแล้ว การที่ส่วนกลางจัดการปัญหาใดปัญหาหนึ่ง ผมคิดว่ามันไม่ใช่เป็นเรื่องที่ผิด เพราะที่จริง การเติบโตของระบบราชการของเรามันเป็นแบบนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ มา เราเริ่ม พัฒนาเป็นแผน ๆ มาเราสร้างระบบราชการที่มีความเติบโต อันนั้นก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่พอมาถึงสักระยะหนึ่งระบบราชการจากส่วนกลางเองคงไม่สามารถ ที่จะสอดส่องได้ถึงทุกพื้นที่ การที่จะเอาท้องถิ่นหรือเอาจังหวัดเข้ามารับช่วงแทน หรือรับเป็นภาระแทน ตรงนี้เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น และนี่คือจุดสําคัญของการปฏิรูป ณ วันนี้ ผมได้เรียนกับคณะกรรมการ หรือเพื่อน สปท. ไปหลาย ๆ ครั้งว่าเมื่อเราปฏิรูป ในทุกประเด็นปัญหาเราจะเจอปัญหาตรงนี้หมด ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลาง กับการกระจายอํานาจ ส่วนภูมิภาคหรือส่วนท้องถิ่นจะเป็นปัญหาใหญ่ของทุกเรื่อง ที่เราเสนอใน ๒๗ วาระปฏิรูป ถ้าเราจัดการไม่เหมาะสมตรงนี้ก็เป็นอันหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ ท่านกรรมาธิการก็ได้พูดไปแล้วว่าจังหวัดเองก็ยังไม่ได้มีการจัดการตรงนี้ได้เหมาะสม การท่องเที่ยวจะขึ้นกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดคนนี้สนใจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวก็บูม (Boom) ตรงนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่สนใจ การท่องเที่ยวก็เฉย ๆ ไป ผมคิดว่าคงต้องพูดตรงนี้มากนะครับ

ผมมีข้อสังเกตอยู่บางประการให้ทางกรรมาธิการได้พิจารณานะครับ ก่อนอื่นก็เห็นด้วยสิ่งที่กรรมาธิการเสนอทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสํานักนโยบาย และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวก็ดี เรื่องของการจัดระบบเข้าพัก ทะเบียนต่าง ๆ อันนี้ก็เห็นด้วย อยู่แล้ว แต่ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๔-๕ ข้อ ดังนี้

เรื่องที่ ๑ เท่าที่สังเกตดูการจัดตั้งสํานักนโยบายและขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ที่เกิดขึ้นนี่ดูแล้วที่กรรมาธิการได้พูดนี่ยังค่อนข้างเป็นไปอย่างล่าช้า หรือเขาอาจจะ มีการจัดตั้งอีกอันหนึ่งซึ่งไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของเรา อันนี้ผมคิดว่าเราคงต้อง วิเคราะห์เหมือนกันว่าจริง ๆ มาจากอะไรกันแน่ มาจากที่เขายังไม่เห็นความสําคัญ หรือมาจากเขาคิดว่าสิ่งที่ตั้งแล้วก็เพียงพอแล้ว ตรงนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมอยากให้ สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๓๐/๒ ทางคณะกรรมาธิการได้หารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างจริงจังว่า จะเป็นอย่างไรบ้าง แล้วที่สําคัญคือหลักในการจัดตั้งโครงสร้างของส่วนราชการ ต้องเกี่ยวข้องกับ ก.พ. ก.พ.ร. ก็ดี เขาต้องพิจารณาถึงผลได้ผลเสียว่าคุ้มมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ข้อแรก ผมคิดว่าถ้าเราไม่มีความชัดเจนตรงนี้มันก็ยากที่จะ เสนอตรงนี้ได้

เรื่องที่ ๒ ที่กรรมาธิการได้เสนอคือการบริหารจัดการโครงสร้างทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือส่วนท้องถิ่น ตรงนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่ผมคิดว่าการเพิ่มกรรมการก็ดี เพิ่มสัดส่วนตรงนี้ก็ดี อาจจะไม่เป็นการเพียงพอก็ได้ แบบที่ท่านกษิต ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านได้มีการพูดเมื่อสักครู่แล้ว เราคงต้องมาคิด เหมือนกันว่าถ้าเราต้องการให้การท่องเที่ยวเรากระจายไปยังจังหวัดและท้องถิ่น เราควรจะ ทําแบบไหน ควรจะเป็นเรื่องของกฎหมายหรือไม่ หรือเป็นแค่คําสั่ง เพราะถ้าเราไม่สามารถ ทําให้จังหวัดและท้องถิ่นแบกรับภารกิจของท้องถิ่นตรงนี้ได้ หรือเป็นหน้าที่แท้จริงได้ การกระจายอํานาจหรือบทบาทการท่องเที่ยวไปจะยากมาก มันก็ยังอยู่ในส่วนกลางต่อไป ผมอยากเสนอความคิดเห็นนิดหนึ่งครับว่าจริง ๆ ใน สปท. เรามีคณะกรรมการปฏิรูป ระบบราชการ รวมทั้งมีคณะกรรมการเรื่องปรับปรุงองค์กรส่วนท้องถิ่น ผมอยากให้ เอาตรงนี้ไปพิจารณาดูว่าถ้ามีการกระจายอํานาจเพิ่มขึ้นอย่างนี้แล้วจะมีตรงนี้ได้อย่างไร ตรงนี้จะเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก ถ้าเราจัดเพียงแค่คําสั่งออกมาแล้วคําสั่งไม่ได้พูดถึง อํานาจ ไม่พูดถึงการจัดการ ไม่พูดถึงการจัดทําแผนจังหวัด แผนท่องเที่ยวของจังหวัด อํานาจจัดการงบประมาณ ผมคิดว่าถึงเราใส่ภาคเอกชน ใส่อะไรไปก็ไม่มีประโยชน์เท่าไร เพราะจริง ๆ สาระสําคัญของการบริหารจัดการการท่องเที่ยวก็คือการกระจายอํานาจ หรือบทบาทลงไปสู่ส่วนจังหวัดและท้องถิ่นให้เขาได้รับผิดชอบอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ตรงนี้จะเป็นเรื่องที่ใหญ่มากผมอยากจะฝากตรงนี้เพิ่มเติม

อันที่ ๓ ผมคิดว่าสิ่งที่สําคัญมาก อาจจะเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่างมาก แต่ไม่เกี่ยวกับคณะนี้โดยตรง อาจจะเกี่ยวกับคณะอื่นของ สปท. เรา ถ้าเราพิจารณาควบคู่ได้ ก็จะเป็นประโยชน์มาก ๑. เรื่องการจัดการน้ํา ๒. เรื่องขยะ ๓. เรื่องไฟฟ้า

- ๓๑/๑   สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๓๑/๑ รวมทั้งความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ผมคิดว่า ๓-๔ เรื่องนี่เป็นสิ่งสําคัญที่จะ อํานวยความสะดวกให้กับการท่องเที่ยวของเราจะไปต่อได้ดีหรือไม่ดี ถ้าขาดตรงนี้ การท่องเที่ยวเราพัฒนาไปก็ไม่สามารถจะไปได้มากกว่านี้ แต่สิ่งเหล่านี้เกินกว่า คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ตรงนี้ เข้าไปเป็นส่วนในการหนุนเนื่องกัน แล้วมันก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ผมอยากเสนอ อีกประเด็นหนึ่ง จริง ๆ จังหวัดที่มีรายได้ท่องเที่ยวของเราอาจจะมีจํานวนหนึ่งอาจจะแบ่ง ๒ ส่วน คือจังหวัด ไม่ว่าจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเลย จังหวัดชลบุรี จังหวัดต่าง ๆ เหล่านี้ กับพื้นที่ที่เป็นเกาะ ไม่ว่าจะเป็นเกาะภูเก็ต เกาะพะงัน เกาะสมุย เกาะเต่าก็ดี สิ่งเหล่านี้รายได้ท่องเที่ยวจําเป็นอย่างมาก ผมอยากให้ศึกษาเพิ่มอีกนิดหนึ่งว่า จริง ๆ แล้วจังหวัดหรือพื้นที่เหล่านี้ทํารายได้ให้กับการท่องเที่ยวเราอย่างสูงมาก แต่ผลที่ตอบแทนกลับคืนให้เขานี่อาจจะน้อย และทําให้เขาแก้ปัญหาหลายเรื่องที่เป็นภาระ คาราคาซังอยู่ไม่ได้ ถ้าภาวะยังเป็นแบบนี้นี่แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดขายของเรานี่ก็จะ ลดทอนลงไปเรื่อย ๆ ผมคิดว่าการจัดการในเชิงวิกฤตตรงนี้แล้วแก้ปัญหาตรงนี้ได้ ในจังหวัด ที่เป็นจุดสําคัญของการท่องเที่ยวจะเป็นประโยชน์อย่างมากในเรื่องของความเป็นรูปธรรม

สุดท้ายผมอยากจะเสนอนิดเดียวให้ทาง สปท. เรา เพื่อจะเสนอไปยัง ป.ย.ป. อยู่ ๒-๓ ประเด็นสั้น ๆ ผมคิดว่าการเสนอของอนุกรรมาธิการทั้งคณะเราพูดถึงเรื่อง การกระจายอํานาจเยอะ ไม่ว่าจะไปถึงจังหวัด ไปถึงท้องถิ่น ส่วนกลางจังหวัด ผมอยากให้ มารวมกันสักครั้งหนึ่งแล้วเสนอ ป.ย.ป. ไปในครั้งเดียวเลย เพราะจริง ๆ แล้วเราก็จะเห็น น้ําหนักว่าจาก ๒๗ วาระปฏิรูป สิ่งที่เราจะเสนอให้มีการกระจายอํานาจมีกี่เรื่อง แต่ละเรื่อง มีเรื่องอะไร เขาจะเสนอได้เป็นระบบ ดีกว่าจะเสนอเป็นเรื่อง ๆ ซึ่งเขาจะไม่สามารถเห็น เป็นภาพรวมได้ อันที่ ๒ คือในหลายอนุกรรมาธิการเรา หรือคณะกรรมาธิการเสนอ โครงสร้างมามาก และโครงสร้างจะเป็นสํานัก เป็นกรม เป็นอะไรต่าง ๆ จริง ๆ เรามี เลขาธิการ ก.พ. อยู่ เป็น สปท. ของเราน่าจะศึกษาเป็นเรื่องเป็นราวและยกข้อเสนอทั้งหมด ว่าจากข้อเสนอ ๒๗ วาระปฏิรูปของ สปท. ทั้งหมด มีการเพิ่มส่วนราชการเท่าไร กี่กรม กี่หน่วย และมีความเห็นแค่ไหน ผมคิดว่าเวลาเขาศึกษาการจัดตั้งหน่วยราชการ เขาจะดูดุลที่มันเท่ากัน ถ้าเราไปทีละเรื่อง ทีละเรื่อง จะไม่สามารถเห็นขนาด สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๓๑/๒ หรือน้ําหนักได้ ถ้าเราศึกษารวมทั้งหมดแล้วเราจะรู้ได้ว่าอะไรบ้าง ขนาดไหนควรจะเป็น ขนาดไหนควรจะไม่เป็น และยกทั้งชุดเลยมันจะเป็นระบบอย่างแท้จริง และข้อสุดท้ายก็คือ เช่นเดียวกันมีหลายอนุกรรมาธิการเสนอให้มีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีขึ้นมา ก็ควรจะมี การศึกษาทั้งหมดและเสนอไปพร้อมกัน ผมขออนุญาตเสนอกรรมาธิการเท่านี้ครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง 🔗

ท่านต่อไปขอเชิญ พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก อดีตรองผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติ ขอเชิญครับ

พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก : กราบเรียนท่านประธานและ คณะกรรมาธิการที่เคารพ กระผม พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๑๒๔ ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบคุณ แล้วก็ขอชื่นชม คณะกรรมาธิการที่ได้นําเสนอเรื่องนี้ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงถึงส่วนที่จะทํา ในเรื่องพัฒนาเศรษฐกิจเป็นฐานรากเศรษฐกิจปัจจุบันและเศรษฐกิจในอนาคตด้วย เพราะประเทศเราก็รู้ ๆ แล้วก็เป็นที่ทราบทั่วไปว่าส่วนหนึ่งมีการสนับสนุนและมีรายได้หลัก จากการท่องเที่ยว ท่านประธานครับ เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวเราก็คงพูดพื้นที่ว่าเราจะ ไปเที่ยวที่ไหน เที่ยวภายในประเทศ เที่ยวต่างประเทศ ต้องขอบคุณที่คณะกรรมาธิการ ได้ลงสู่สาระสําคัญคือ พื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่สร้างสรรค์ที่คณะกรรมาธิการยกมาก็คือ พื้นที่สร้างสรรค์เจริญกรุง พื้นที่ตรงนั้นซึ่งผมไม่ได้เกิดที่นั่น แต่ก็เกือบครึ่งชีวิตผมก็เดินอยู่ ที่นั่น ทุกวันนี้และทุกค่ําคืนก็ยังเดินอยู่เห็นความแตกต่างตั้งแต่ ๓๐-๔๐ ปีมาแล้ว การเดินเส้นทางอย่างนี้โดยขึงทั้งประเทศ แบ่งเป็นโซน ๆ (Zone) จากโซน (Zone) ใหญ่ สู่โซน (Zone) เล็ก ๆ สู่อณู สู่ชุมชน แล้วก็ไปถึงหัวใจของคนที่อยู่ที่นั่น หัวใจของคนที่นั่น ก็คือเขาจะรู้ ปู่ย่า ตายาย

- ๓๒/๑   สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๓๒/๑ อย่างเช่นกรรมาธิการหลายท่านได้พูดถึงพื้นที่ตัวอย่าง อย่างที่จังหวัดน่าน คนที่นั่นก็รัก จังหวัดน่าน แล้วก็พูดเปรียบเทียบที่อื่น อย่างพวกผมไปเองเขาก็บอกจริง ๆ แล้วเขาได้มรดก เขากราบสักการะอัฐิปู่ย่าตายายของเขาที่ทิ้งมรดกไว้ให้เขา แต่ส่วนใหม่ ๆ ที่เติมไปให้เขา เขาก็ยังไม่หวังอะไรมาก คือเขายังสักการะเคารพบรรพชนที่ทําความดีไว้ให้ ก็คือสะสม ของเก่าที่ดี ๆ แล้วเขาจะไม่ให้ของเก่า ๆ เหล่านั้นเสื่อมคลายไป แต่กระแสหรือสิ่งที่กําลังจะ ไปยื่นให้เขาบางส่วนเขาไม่กล้าพูด สิ่งนี้ผมก็จะอภิปรายยกตัวอย่างเป็นกรณีศึกษานะครับ อย่างเยาวราชนี่คนที่เขามาฝรั่งนี่ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมไปนั่งทานอาหารริมทางเท้าก็เจอฝรั่ง ทราบต่อมาว่าเป็นศาสตราจารย์จากประเทศฝรั่งเศสมาทําการวิจัย ผมก็เห็นว่าเขาทําอะไร ก็คือเขาถ่ายภาพแล้วเขาก็ดูคนที่ใช้แรงงานมาซื้อตับไก่ ตับเป็ด ขาไก่ เขามาดูวิถีชีวิต ความเป็นไทย ๆ ของเรา เขาไม่ได้มารับประทานหูฉลามหรืออะไร แล้วเขาก็ไม่ได้มานอน บนตึกสูงนะครับ สิ่งเหล่านี้ผมจะบอกว่าเป็นสิ่งที่เขามาดูว่าเรามีอะไร เขาอยู่ไกลแสนไกล จากขั้วโลกเขายังรู้ว่าตรงนี้ ซอยนี้มีที่นี่อยู่ แต่ถ้าเราไปรื้อทิ้งสร้างตึกใหม่ ๆ ทาสีใหม่ ทุบทิ้งหมดก็ได้สิ่งใหม่ ๆ แต่ว่าหัวใจและความยั่งยืนอาจจะหายไป อย่างเช่น ประตูผี ย่านชุมชนป้อมมหากาฬ อาทิตย์ที่แล้วผมก็ไปนะครับ ก็จะพบฝรั่งยืนเข้าแถวซื้อผัดไทย เยอะแยะเลยมากกว่าคนไทย ผมไปนั่งนับดู ถ่ายรูปมา เขาอยู่ถึงขั้วโลก อยู่ประเทศแคนาดา อยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์ อยู่ประเทศออสเตรเลีย เขาก็มากินผัดไทยนะครับ ถ้าเราจะปรับปรุงให้เป็นผัดไทยห้องแอร์แล้วก็ทําให้สวยหรูก็ดีครับ แต่เขาบอกไม่ใช่ ชาวต่างชาติจะรู้ครับ สรุปในสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอมานี่ดีทุกอัน ผมขอชื่นชม แล้วก็ขอขอบคุณอย่างยิ่ง สนับสนุนทุกประการ แล้วผมขอเสริมในส่วนที่รายงานได้นําเสนอ โดยเฉพาะในหน้า ๒ ตั้งแต่หน้าแรกเป็นต้นไปที่มีการจัดลําดับในการที่จะก้าวไปสู่การพัฒนา ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมบนพื้นฐานที่มีดีอยู่แล้ว ๓ ประการ

ประการที่ ๑ ก็คือว่าในการจัดระเบียบปฏิรูปพัฒนาขอให้อยู่บนพื้นฐาน แนวคิดดํารงความเป็นเอกลักษณ์ของไทยให้ชัดต่อเนื่อง บนจุดหลัก ๕ ประการ ๑. ก็คือวิถีชีวิตของไทย ๒. ธรรมชาติของไทย ๓. อาหารไทย ๔. โบราณสถานไทย และ ๕. ความปลอดภัย ตรงนี้ยังเป็นนามธรรมอยู่ ยังลอยอยู่ในอากาศ แต่ที่พยายามยกมา เป็นส่วน ๆ ผมไปท่าเตียนมาเมื่อสองวันนะครับ ชาวฝรั่งเศสมาซื้อยาหม่องตราเสือ สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๓๒/๒ แล้วเขาไม่ได้เอาชนิดขาวด้วย เขาเอาชนิดแดง คือที่ผมยกตัวอย่างนี่หลายท่านอาจจะสงสัย ว่ายกตัวอย่างอะไรไม่รู้เรื่องเลย จริง ๆ คนต่างชาติเขารู้ของดี ๆ ของไทยมากมายมหาศาล แล้วก็อย่างเยาวราชนี่เขารู้ว่ายาขมอยู่ที่ไหน เขาไปถ่ายรูป ผมเองก็ไปถ่ายรูปว่าสิ่งที่กําเนิด เกิดมาเป็น ๑๐๐ ปี แล้วเป็นของดีไปทั่วโลก ฉะนั้นของดีที่ยังมีอยู่ที่ผมบอก ๕ โมดูล (Module) หรือ ๕ ประการ ทั้งวิถีชีวิตไทย ธรรมชาติ อาหารไทย โบราณสถานไทย ความปลอดภัย ก็พยายามแตกออกมา นอกจากเป็นโพลิซี (Policy) มันยาวไป อันนั้นต้อง คงไว้เป็นปรัชญา แตกออกมาเป็นมาตรการเลย เป็นกิ่ง ๆ ของมัน ซึ่งส่วนนี้ผมว่าทุกส่วน ได้ทําอยู่แล้วก็ให้ชัดขึ้น

ประการที่ ๒ เร่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะรัฐเองเราอาจจะมีงบน้อย ก็จริงแต่เราคงปรับอะไรบางส่วนเฉลี่ยไป เพราะเรารู้ว่าทั่วโลกเขาได้ส่งเสริมให้การท่องเที่ยว เข้มแข็งโดยมีส่วนช่วย แล้วก็การลงทุนของเราจะเห็นว่าภาครัฐเราจะพยายามช่วย ต้องขอบคุณภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ หรือประชาชนเราเองพยายามช่วยตัวเอง อย่างสัปดาห์ที่แล้วผมมีเพื่อนอยู่ที่ ขออนุญาตเอ่ยชื่อเลยนะครับ ประเทศสหรัฐอเมริกา

- ๓๓/๑   สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๓๓/๑ คนจีนที่เขาทําทัวร์จีนในแอลเอ (LA) มีเพื่อน ๆ ผมหลายกลุ่มจัดทัวร์จากประเทศสหรัฐอเมริกา มาประเทศจีน ๙๙ เหรียญ ๗ วัน ๓,๕๐๐ บาท ๗ วัน ๗ คืนมาอยู่ในประเทศจีน สิ่งนี้ผมก็ พยายามสืบดูว่าเขาทําอย่างไร เขาก็มีการซับซิไดซ์ (Subsidize) ส่วนหนึ่ง เดือนที่แล้ว ผมไปเมืองเซี่ยงไฮ้ ทําไมกลางคืนจุดไฟสว่าง เพราะว่าเราไปล่องเรือเขามีการส่งเสริมจุดแสงไฟ ให้ส่องสว่างเพื่อให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งเมืองเซี่ยงไฮ้เดิม ๒ ฝั่งนี่จะแตกต่างกันมาก ส่วนหนึ่งเป็นท้องทุ่ง ส่วนหนึ่งเป็นวินเทจ (Vintage) เป็นส่วนที่ดั้งเดิม แต่ปัจจุบัน มันคล้าย ๆ กัน เขายังเก็บความดั้งเดิมไว้เป็นหลาย ๆ ร้อยปี แล้วอีกส่วนหนึ่งก็ตึกสูงระฟ้า แต่ก็เปิดไฟ เปิดไฟเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ปรากฏว่าเขาทําสถิติย้อนหลัง ๓ ปี จํานวนนักท่องเที่ยวที่มาใช้จ่ายกับค่าไฟที่รัฐซับซิไดซ์ (Subsidize) เกินเปอร์เซ็นต์ได้กําไรครับ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่อยู่ที่การบริหารจัดการ แล้วเราจะทําเป็นมาตรการสั้น ๆ ไปเลยก็ได้ครับ เพราะว่าระยะยาวก็ไม่รู้ว่าจะทําเมื่อไร สรุปว่าในส่วนนี้ขอให้เกาะบนเกาะล่างในส่วนข้อ ๒ เกาะบนก็คือรัฐนโยบายอะไรถูกต้อง แล้วก็แตกเป็นมาตรการอะไรมาตรการตามพื้นที่ครับ แล้วก็ส่วนเกาะล่างคือพี่ ป้า น้า อา ประชาชนที่อยู่ชุมชนไหนก็คงจะได้ด้วย สมมุติ เขาจักสานเก่งก็จักสานแบบนั้นแล้วก็มีส่วนแบ่ง เขาเป็นตัวไปรับอย่างแท้จริง

ประการที่ ๓ ก็คือพยายามสร้างความสมดุลระหว่างการให้บริการ การให้ความสะดวก กับหลักความปลอดภัย และความมั่นคง อันนี้เป็นหลักทั่วโลก อย่างประเทศอังกฤษเมื่อ ๒-๓ วันที่เกิดมาตรการนะครับ ก็มีตํารวจไทย แล้วก็หลาย ๆ คน ไปที่ประเทศอังกฤษ วันแรกที่เกิดเหตุเขาจะบอกว่าเหมือนเข้าสู่ภาวะปกติ ถ้าพูดภาษาไทย ก็คือทําเป็นออโตเมติก (Automatic) ใครมีหน้าที่อะไรก็ทําไป แล้วนักท่องเที่ยวทั่วโลก ก็กลับมาสู่ภาวะปกติเหมือนเดิม ก็คือเขามีการวางมาตรการ ซักซ้อม แล้วก็เตรียม ความพร้อมเหมือนกับทําก่อนเกิดครับ สรุปก็คือว่าของเราเองก็พยายามไล่ลําดับลงมาถึง ปรัชญาของแนวคิดที่จะสร้างบาลานซ์ (Balance) ความสมดุลให้คนดีสะดวก ปลอดภัย ไม่ต้องไปจุกจิกจู้จี้ เดี๋ยวลําบาก คนร้ายหวาดกลัว ตัวนี้ถามว่าเมื่อเรามีการคัดกรอง แล้วปูพรมเจ้าหน้าที่ที่ทําจะทําได้หรือ เพราะว่าสะดวกด้วย ปลอดภัยด้วย แล้วก็ดึงคนร้าย แบล็กลิสต์ (Blacklist) นี่ออกมาได้ ทําได้ครับ หลาย ๆ ประเทศที่เราไปศึกษามานี่ครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๓๓/๒ บนปรัชญาที่เขาใช้ภาษาอังกฤษคือ กู๊ด กาย อิน แบด กาย เอาต์ (Good guys in, bad guys out) แปลว่าคนเข้าเมืองพวกนี้นะครับ คนดีสะดวก ปลอดภัย คนร้ายหวาดกลัว แล้วแยกออกมาให้ได้นะครับ มิติเหล่านี้เราก็ต้องพยายามสร้างความสมดุล แล้วก็ เกิดความเป็นจริง ผมก็คงเสนอในส่วนที่ยกตัวอย่างให้เกิดความเป็นจริง ๓ ประการ จริง ๆ มันมีการดําเนินการอีกหลายส่วน สรุปก็คือว่าเรารักษาของดีที่มีอยู่ เรารับมาแล้วครับ ทุกลมหายใจเรารับมาจากบรรพชนของเรา แต่เราก็ต้องพยายามรักษาไว้แล้วก็พัฒนาขึ้น เพื่อส่งให้ลูกหลานของเราที่เขาจะมารับช่วงต่อไป เหมือนอย่างอารยประเทศเขาทํากัน ที่นั่งอยู่ทุกคนนี่รับมาแล้ว ท่านประธานท่านก็รับ พวกผมก็รับ รับมาแล้วครับ ท่านกรรมาธิการก็รับ แล้วถามว่าเราจะรักษาอะไรไว้ แค่ไม่ต้องพัฒนาก็รักษาไว้ให้ดี ของเดิม ๆ ที่มีอยู่อย่าไปทําลาย อิฐทุกก้อนที่เราไปประเทศอังกฤษกันมา ไม่ใช่ว่าคนมีเงิน มากกว่าจะทําอิฐปูด้วยทองคํา ไม่ใช่ครับ ทุกคนต้องเท่ากัน แล้วก็อยู่บนบูรณาการ เพื่อลูกหลาน ผมไปเห็นกรรมกรกําลังสร้าง กําลังทํา แดดร้อน ๆ บนสะพาน ผมถามว่า ทางเจ้าหน้าที่รัฐส่งมาทําหรือ เขาบอกไม่ใช่ เขาทําเอง โดยเขารับผิดชอบ แล้วถามว่า ใครตรวจสอบ พอบอกว่าใครตรวจสอบ เขาหัวเราะเลยครับ เขาบอกว่าเขาเป็นคนตรวจสอบ ผมก็ถามว่า เอ๊ะ จะตรวจสอบได้หรือ เขาบอกว่าได้ เพราะว่าถึงไม่ตรวจสอบแต่เขาทําให้ รุ่นหลังจากลูกเขา หลาน เหลน เพราะว่าอิฐแต่ละก้อนที่เขาทํานี่เขาไม่ได้ทําเพื่อตัวเขา สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๓๔/๑ เพราะฉะนั้นไม่ต้องตรวจสอบ หรืออย่างไปในประเทศอิตาลี หมู่บ้านเล็ก ๆ วาดรูป ทําไมเขาถึงเลี้ยงชีพได้ ส่งลูกมาเรียนเมืองนอกเยอะแยะ เขาวาดรูปอย่างเดียวนะครับ เขาไม่ทิ้งรากเหง้าของเดิมที่มีอยู่ เขาก็สามารถสร้างตัวได้โดยวาดรูปอย่างเดียว แต่ถ้าบ้านเรา วาดรูปอย่างเดียว ผมไม่แน่ใจนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็คิดว่าเราต้องมั่นคง แล้วก็ทําในสิ่งที่ ทําได้ก่อน เพราะปัญหาบ้านเมืองเราเยอะแยะ แต่ว่าทําในสิ่งที่ทําได้อะไรอย่างนี้ ค่อย ๆ ทําไปนะครับ แล้วก็ผมขอยืนหยัดในคําพูด ๓ ประการว่า รับมาแล้ว รับมรดก ที่ผมบอกทุก ๆ ประการ รักษาไว้เพื่อส่งต่อให้ลูกหลานเหลน และคนที่ต่อจากเหลนเราไป เพื่อให้มีสิ่งเหล่านี้ไว้ เพราะว่าการท่องเที่ยวจริง ๆ ถ้าเราคิดเยอะ ๆ ก็ถูกต้อง แต่จริง ๆ ถามใจเธอดูก่อน ถามพี่ป้าน้าอา ที่เขาอยู่ที่นั่นละครับ แล้วชาวต่างชาติที่อยู่ไกลโพ้น เขามาดูความเป็นออริจินัล (Original) มาดูความเป็นดั้งเดิมของเรามากกว่าที่จะมาดู ความทันสมัย เหมือนอย่างที่เราไปเราก็เลือกดูในสิ่งที่เป็นโมเดิร์นไนซ์ (Modernize) แล้วส่วนที่เป็นเดิม ๆ กราบขอบคุณครับท่านประธาน

ขอบคุณครับ ท่านต่อไปขอเชิญศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการการอุดมศึกษา อดีตคณบดีคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อดีตคณบดีคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และอดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ขอเชิญครับ

ศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ 🔗

ขอบคุณท่านประธาน ผม ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ สมาชิก ลําดับที่ ๖๙ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณสภาแห่งนี้ ที่เปิดโอกาสให้ผมได้ทํางานต่อมา ที่จริงผมเองก็ได้ขับเคลื่อนการทํางานของสภาแล้วก็ได้ มาตรา ๔๔ มา ในเรื่องของระบบวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างนวัตกรรม สิ่งที่จะขออภิปรายในวันนี้ก็อยากจะเรียนขั้นต้นก่อนว่ารู้สึกชื่นชม ท่านรัฐมนตรีปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ท่านปลัดสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ท่านเฉลิมศักดิ์ ท่านกลินท์ ล้วนแต่เป็นบิ๊กเนม (Big name) ทั้งนั้นนะครับ รายงานทั้งหมดที่นําเสนอในวันนี้ ทั้ง ๒ เรื่อง คือเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์กับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ผมจะไม่พูดถึง การท่องเที่ยวมากนัก แต่อยากพูดในบริบทของความเป็นนักวิชาการหรือเป็นอาจารย์ สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๓๔/๒ ในมหาวิทยาลัย ที่จริงผมรักษาการอธิการบดีอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรําไพพรรณีอยู่พักหนึ่ง แล้วก็เป็นรองอธิการบดีที่เอเชียนยูนิเวอร์ซิตี (Asian University) ที่มหาวิทยาลัยบูรพาด้วย คือบริบทของการเป็นนักวิชาการ ก็อาจจะขอโทษที่ละเอียดนิดหนึ่ง แต่เช็ก (Check) ดูแล้ว

ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าการรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ดีมากเลยครับ ขอชื่นชม ผมดูแต่ละหน้าก็ชัดเจนหมด เพียงแต่ว่าในการนําเสนอเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ของท่าน ในฐานะที่เราเป็นนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาบ้าง อังกฤษบ้าง ออสเตรเลียบ้าง เราอยู่ต่างประเทศกันมาพอสมควร เราก็เห็นว่าบางสิ่งบางอย่างมันไม่ใช่ ท่านปีติพงศ์ครับ ตรงหน้าที่เป็นบรุกลิน เนวี ยาร์ด อันนี้เป็นของสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่สหราชอาณาจักร เด็กคงจะก๊อปปี้กันมา แล้วก็ใส่ เนวียาร์ด นี่ก็เป็นตัวอย่างที่ดี อันนี้เป็นการแก้คําผิดสไลด์ (Slide) แต่ว่ามันไม่ใช่เรื่องของเนื้อหา ที่ท่านได้เตรียมมา เป็นอย่างดีแล้ว อันนั้นผมชื่นชมแล้วก็ถือว่าเป็นผลงานเด่นทีเดียว

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะนําเสนอ ก็คือเป็นข้อเสนอเชิงวิชาการครับ ท่านกรรมาธิการคงจะเข้าใจดีว่าในฐานะที่เป็นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน มาก่อน เราเองอยากจะเห็นอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่ ท่านประธานก็ได้รายงานมาแล้วว่าประเทศไทยเป็นที่ชื่นชมเรื่องการท่องเที่ยวเป็นอันดับ ๔ อะไรทํานองนี้ ดีขึ้นมามากเลย แถมยังรายงานอีกว่าเราจะได้งบประมาณแผ่นดิน เพื่อการพัฒนาระบบวิจัย ๐.๗๗ เปอร์เซ็นต์ จาก ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ขึ้นมาเป็นขนาดนี้ ถือว่าเยอะนะครับ เราต้องการ ๑-๒ เปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ไม่ใช่ง่ายสําหรับประเทศไทย หลายแสนล้านบาทคาดหวังว่าอย่างนั้น ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ประเด็นของงาน ที่ท่านนําเสนอ ก็คือเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผมชื่นชมนะครับ เป็นเรื่องที่ดีมากเลย เพราะนี่คือความยั่งยืน มั่นคง มั่งคั่งของชุมชน สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๓๕/๑ ซึ่งมีอยู่ตั้งหลายพันชุมชนในประเทศไทย อบต. ต่าง ๆ ๗,๐๐๐ กว่าแห่งเราก็ทราบดี การที่ทําให้ชุมชนต่าง ๆ เข้มแข็งเหล่านี้ทําให้คนรักถิ่น ผมเป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯ ๕๐ ปีแล้วยังรักถิ่นเดิมอยู่ มันมีประเด็นอย่างนี้ครับ ในฐานะที่เป็น นักวิชาการเราเห็นว่าการดําเนินการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ลักษณะนี้ครีเอทิฟอีโคโนมี (Creative Economy) พร้อมตัวอย่างที่ยกมา เจริญกรุงบ้าง ของไต้หวันบ้าง หรือของอังกฤษบ้างเป็นตัวอย่างที่ดี แต่ในเมืองไทยผมเองอยากจะเรียนกับท่านอย่างนี้ว่า ในส่วนนี้เวลาผมไปบรรยายเรื่องนวัตกรรม เรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ในฐานะของ อนุกรรมาธิการ ๔ ของคณะกรรมาธิการการศึกษา เราจะพยายามพูดเชื่อมโยงให้เขาเห็นว่า การท่องเที่ยวมันต้องอยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ท่านนําเสนอทั้งหมดเลย ประเด็นอยู่ที่ว่าผมอยากจะเห็นความยั่งยืนเรื่องนี้มันต้องขึ้นมาจากพื้นฐานของการศึกษา หมายความว่าครีเอทิฟอีโคโนมี (Creative Economy) มิใช่เป็นโซนดิสซิพลิน (Zone Discipline) มันเป็นอินทีเกรเตด (Integrated) มันเป็นของมัลติดิสซิพลิน (Multi Discipline) ที่ต้องมาช่วยกัน ในสิ่งที่เราเห็นมาหลายตัวอย่างของชุมชน ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าบินไปทางใต้บ่อย ๆ จะเห็นว่าทําไมจึงมีทะเลสาบสงขลา ทําไมจึงมี แม่น้ําปากพนัง ทําไมจึงมีแหลมตะลุมพุก ทําไมจึงมีนั่น ๆ ทําไมเกาะแทนทาลัมหายไปไหน ท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ คงนึกออก เกาะแทนทาลัมก็คืออําเภอชะอวด อําเภอหัวไทร อําเภอเชียรใหญ่ แต่มันผ่านมา ๓๐๐-๔๐๐ ปี วัดพะโคะที่เคยอยู่ที่ด้านหลังของ อําเภอแถวนั้นมันเป็นบริเวณที่เรือสําเภาเคยเดินทางผ่าน จนกระทั่งหลวงพ่อทวดก็ต้อง เดินทางโดยอาศัยเส้นทางนั้น แต่ผ่านไป ๒๐๐-๓๐๐ ปี เพลตเทคโทนิกส์ (Plate Tectonics) มันสูงขึ้น พอสูงขึ้นปั๊บมันก็ทําให้เชื่อมเป็นแผ่นดินไปหมด กลายเป็น ทะเลสาบสงขลา ทะเลน้อยไป บริบทอย่างนี้มันสตอรีเทล (Story Tale) ที่น่าสนใจ ผมจึงอยากจะเห็นว่าการทําหลักสูตร การทําการศึกษา การทําวิจัยพัฒนา โดยมหาวิทยาลัย ที่อยู่ในท้องถิ่น ยกตัวอย่าง ทางใต้จุดนั้นจุดเดียว เราจะเห็นว่าทุกเรื่องมันมีเรื่องที่บอกได้ว่า มันเป็นครีเอทิฟอีโคโนมี (Creative Economy) ได้คล้าย ๆ ต่างประเทศ แต่เราทําเฉพาะ จุดใดจุดหนึ่ง เอาเขาหลวง เอาตรงที่เป็นพระธาตุ เอาตรงที่เป็นทะเลสาบสงขลา เป็นจุด ๆ ไป แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งทํา มันหลายดิสซิพลิน สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๓๕/๒ (Discipline) ซึ่งเข้ามาช่วยตั้งแต่สถาปัตยกรรม วิศวกรรม รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ แล้วก็ด้านบริหารธุรกิจ ต้องมาดูหมด ดูทุกเรื่อง แล้วทําเรื่องนี้ให้เป็นโปรเจกต์ (Project) ขึ้นมา แล้วก็ทําการเสนอให้มันเป็นระบบ แล้วก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้การอุดหนุน ทีนี้พอรัฐบาล ณ ปัจจุบัน ตามที่ผมเคยได้เรียนว่าเราได้มาตรา ๔๔ มาในการกํากับให้ ระบบวิจัยของชาติด้วยมาตรา ๔๔ เป็นระบบเดียวกันคือ สวนช. สวนช. เกิดขึ้นมา ตามมาตรา ๔๔ โดยอํานาจของสภาแห่งนี้ทําการขับเคลื่อนออกไป ตรงนี้ถ้าเป็นระบบอย่างนี้ ระดับนโยบายของประเทศซึ่งนายกรัฐมนตรีนั่งคุมนโยบายของทุกกระทรวงคือเรื่องการวิจัย การฟีดแบ็ก (Feedback) ข้อมูลเหล่านี้โดยนักวิชาการในมหาวิทยาลัย โดยหลักสูตรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ทําโครงการต่าง ๆ หรือในทุกตําบล ทุกท้องที่ให้มันเป็นลักษณะของเศรษฐกิจ รูปแบบใหม่ตามที่ท่านปีติพงศ์นําเสนอมันจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าทุกคนจะใช้วิชาการของ ตัวเองมาช่วยกันทําการศึกษา แล้วก็รายงานขึ้นไปแล้วบอกเป็นโจทย์ จากนั้นก็ให้เงิน งบประมาณการวิจัยซึ่งมี ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ ก็จะทําให้นักวิชาการในมหาวิทยาลัยสร้างฐาน องค์ความรู้ให้กับตัวเอง ในสถาบันไม่ว่าจะเป็น มอ. มหาวิทยาลัยรัฐ หรือว่ามหาวิทยาลัย ราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลในท้องถิ่น เขาก็ได้มีบริบทของเชิงวิชาการที่ทําแล้ว ไม่ได้ขึ้นหิ้ง ทําแล้วก็สามารถไปสร้างครีเอทิฟอีโคโนมี (Creative Economy) ได้ ดังนั้นผมอยากจะเรียนว่าโปรแกรมออฟสตัดดี (Program of Study) ต่าง ๆ ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยพวกนี้ รวมทั้งระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอกจะเป็นสิ่งที่ เป็นประโยชน์ จึงอยากจะเรียนนําเสนอว่าถ้าเป็นไปได้การทําการปฏิรูปตามที่ท่านเสนอมา หลายข้อด้วยกัน ผมคิดว่าน่าจะเสริมตรงนี้ด้วยว่าความยั่งยืนของเรื่องใด ๆ ก็แล้วแต่ มันต้องผ่านขบวนการเรียนการสอนที่เป็นหลักสูตร เหมือนพวกท่านเรียนเศรษฐศาสตร์มา เรียนกฎหมายมา ถ้าหากไม่มีหลักสูตร ไม่ไปเรียนมาวิชาการพวกนี้ก็ไม่อยู่ เช่นเดียวกัน เศรษฐกิจที่เราเรียกว่าเศรษฐกิจพอเพียง หรือของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงพระราชดําริไว้ แล้วก็เป็นเรื่องที่ทุกคนเห็นชอบ สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๓๖/๑ ถ้าหากว่าไม่ผ่านการคิดเป็นรูปเป็นระบบของการสร้างเป็นหลักสูตรมันก็ยาก พอดีผมก็เข้า ไปเกี่ยวข้องนิดหน่อย ฉะนั้นอยากจะยืนยันว่าในกรณีของเศรษฐกิจสร้างสรรค์นี้เป็นเรื่องดี เป็นเรื่องที่เยี่ยมยอดมากแล้วกันในสายตาผม แล้วท่านก็ผ่านมามาก เห็นมามาก ถ้าหากสามารถผลักดันให้ทุกชุมชนในประเทศไทยที่มีของดีเยอะมากเลย ผ่านการพัฒนาเป็น ระบบของวิจัย แล้วก็เป็นนโยบายชัดเจนของรัฐบาลตามโครงสร้างของ สวนช. ที่เราทําไปแล้วลงมากํากับทั้งนโยบาย ทั้งงบประมาณ และให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีหลักสูตร ร่วมกันทําการค้นคว้าวิจัยพัฒนา ทําให้เกิดครีเอทิฟอีโคโนมี (Creative Economy) ขึ้นมาได้ หลายพันจุดด้วยกัน ขอบพระคุณมากครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ มีสมาชิกขออภิปรายเพิ่มเติมนะคะ บัดนี้เหลืออีก ๕ ท่าน ท่านต่อไป ขอเรียนเชิญท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการเมือง อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เรียนเชิญค่ะ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอกราบเรียนว่ารายงาน ที่เสนอดังกล่าวนี้ ผมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสําคัญ แล้วก็เห็นด้วยกับการที่จะให้ มีการปฏิรูปในวาระดังกล่าว

ในส่วนแรกที่จะพูดก็คือเรื่องการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ถือว่าเป็นเศรษฐกิจ ที่จะทําให้พี่น้องประชาชนมีเงิน มีรายได้ มีอาชีพ ดังนั้นรายงานดังกล่าวนี้ผมก็ถือว่า เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสําคัญ แต่ในปัญหาอุปสรรคในการขับเคลื่อนก็เป็นเรื่องใหญ่ที่น่าจะ พูดถึงกัน ผมอยากเห็นวิธีการปฏิรูปที่ชัดเจน แม้ว่าเราจะบอกว่าในเรื่องของการท่องเที่ยว ที่จะสร้างเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนหรือประเทศชาติได้ แต่ตามรายงานนี่ก็ยังไม่เห็น วิธีการปฏิรูปที่ชัดเจนว่าจะทําอย่างไร ที่จะทําให้ข้อเสนอเหล่านี้มันเป็นรูปธรรม สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๓๖/๒ หรือว่าจะให้มีการประสานงาน หรือตามเรื่องที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้เสนอไปแล้ว จะประสานกันอย่างไร จะตามงานอย่างไร หรือว่ามี ป.ย.ป. แล้ว ให้ ป.ย.ป. ขับเคลื่อนต่อ อย่างที่พูดกันอยู่ แต่รายงานนี้ผมก็ด้วยความห่วงใย ผมอยากเห็นการปฏิรูป ที่สัมฤทธิผลโดยเร็วจะทําอย่างไร

ประการแรก ปัญหาอุปสรรคมี ๓ ข้อ คือ ๔.๑ ถึง ๔.๓ ปัญหาอุปสรรค บอกเรื่องการจัดตั้งสํานักงานนโยบายและขับเคลื่อนการท่องเที่ยว แล้วก็ให้แนวทางว่า ยังมีข้อจํากัดเรื่องงบประมาณ ผมว่าอันนี้มันเป็นปัญหาพื้นฐานว่าการจะทําอะไรมันก็ต้อง มีงบประมาณอยู่แล้ว แล้วงบประมาณมันจะตั้งได้มันต้องตั้งกันข้ามปี มันต้องก่อนด้วย ไม่ใช่คิดแล้วได้งบประมาณเลย หรือว่าการดําเนินงานค่อนข้างใช้เวลา นี่เห็นไหม เป็นอุปสรรคหมดเลย แค่จะตั้งสํานักงานดูแล้วมันเป็นปัญหาอุปสรรคที่มันเดินไปไม่ได้ แล้วมันจะสําเร็จได้อย่างไร

ข้อที่ ๒ ตั้งคณะกรรมการดูแลการท่องเที่ยวจังหวัด ก็เป็นเรื่องหาคน รับผิดชอบ แต่รายงานนี้มันยังบอกไว้ชัดเจนว่ายังไม่มีการดําเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ท่านกลินท์ก็พูดไว้ ขออนุญาตเอ่ยนาม ว่าอันนี้คือรายงานความคืบหน้า แต่ท่านก็พูดไว้ ชัดเจนว่ารายงานความคืบหน้าแต่มันยังไม่คืบหน้า สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๓๗/๑

เพราะฉะนั้นข้อที่ ๓ ยังไม่มีการปรับโครงสร้างองค์การบริหารพัฒนา พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ไม่มีการปรับโครงสร้าง สํานักงานส่งเสริม การจัดประชุมนิทรรศการ สํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) คือต้องการให้มาอยู่ ภายใต้กํากับดูแลการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มันก็ยังไม่สามารถจะทําในเรื่อง เหล่านี้ได้ นี่เพียงแค่ปัญหาอุปสรรค ๓ ข้อเท่านั้น ซึ่งมันแค่ข้อเสนออย่างนี้นะครับ ผมอยากให้มีการประสานงานให้มากขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทําอย่างไร ไม่ว่าจะใช้กลไก ของ ป.ย.ป. ก็ตาม แต่ต้องมีวิธีการที่จะประสานกันให้ได้ อันนี้คือตัวอย่างตัวอย่างหนึ่งครับ ท่านประธาน เราขาดอะไรครับท่านประธาน สิ่งที่เราทําอะไรเยอะแยะเลยเป็นร้อย ๆ เรื่อง เรายังไม่มีการประสานงานที่ชัดเจน แม้ว่าจะพยายามตั้งเจ้าภาพมารับผิดชอบก็ตาม แต่วิธีการที่จะประสานให้ประสบความสําเร็จไม่ใช่แค่บอกว่าเศรษฐกิจกับท่องเที่ยว มันก็เป็นรูปแบบหนึ่งในอีกหลาย ๆ เรื่องที่เรามักจะถูกพูดว่าการปฏิรูปนั้นมันไม่เห็นมีความ ชัดเจน หรือมันจะไม่สําเร็จ หรือไม่เห็นความสําเร็จ หรือบางคนพูดไปว่ายังไม่เห็นอะไร ก็เพราะสิ่งที่เราจะต้องเชื่อมต่อให้ติดเราจะมีวิธีอย่างไร บางครั้งผมอยากจะให้มีหน่วยงาน เข้ามาพูดคุยกันในสภา เราก็ห่วงไปอีกว่าถ้าเราเชิญเขามาแล้วจะกลายเป็นเราไปซักฟอก เขาบ้าง หรือไปพูดแล้วอาจจะเหมือนกับให้เขาเป็นจําเลยบ้าง ผมว่าอันนั้นมันเป็นสภา ทั่ว ๆ ไป มันจะเป็นสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นวุฒิสภาที่ต้องมีการซักถาม แต่สภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องของการประสานงาน เป็นเรื่องของการทําความเข้าใจด้วยกัน การร่วมมือกัน การหาแนวทางด้วยกัน การหาทางออกด้วยกัน มาตกลง มาปรึกษาหารือ ร่วมกัน แล้วเดินให้ประสบความสําเร็จ ผมว่านี่คืองานในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งหากเรายังใช้วิธีที่มาพูดกันฝ่ายเดียว หรือไปติดต่อแล้วไม่ได้รับความสําคัญ หรือไม่ได้รับ ความสนใจมันก็คือการขับเคลื่อนไม่สําเร็จ ผมก็ห่วงใยเพราะอายุของสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศมันก็งวดขึ้นมาเรื่อย ๆ ถ้าเรายังตั้งหลักตรงนี้ไม่ได้ ความชัดเจนไม่มี ในที่สุดพอพ้นจากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไปแล้ว แม้ว่าจะมีของ ป.ย.ป. อยู่ก็ตาม แต่วิธีการคิด การนําเสนอ หลักการสําคัญมาจาก สปท. ถ้า สปท. คณะกรรมาธิการ ไม่อยู่แล้ว การขับเคลื่อนมันก็จะยิ่งยากขึ้นไปอีก ขณะที่มีอยู่แล้วยังยากอยู่แล้ว แต่ในการทํางานเราต้องวางหลักให้ชัดเจนว่าการประสานงาน การทํางานร่วมกัน สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๓๗/๒ การมาตกลงกัน ลิมิต (Limit) อยู่แค่ไหน การให้เกียรติกันต้องมี การหารือกัน พูดจากัน ตกลงกันต้องมี เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็อยากให้กรรมาธิการชุดท่านประธานสถิตย์ เมื่อเสนอรายงานนี้อยากให้ประสานให้มีความชัดเจน เพราะสิ่งที่มันจะได้นี่มันเป็นอานิสงส์ ของการที่จะทําให้เศรษฐกิจเราดีขึ้น ผมไม่เถียงว่าการท่องเที่ยวสามารถที่จะหารายได้ เข้าประเทศได้ แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าการท่องเที่ยวเราไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขของ คนที่มาในประเทศเราแล้วเราก็ภูมิใจว่าเราเป็นที่ ๑ ของโลก ที่ ๒ ของโลกหรือจะที่เท่าไร ของโลก คือคนเข้ามามันจะต้องต่อเนื่องคิดต่อไปว่าคนเข้ามาเยอะ ๆ รายได้ประเทศเรา เพิ่มขึ้นไหม ประชาชนมีรายได้จากการท่องเที่ยว หรือกิจการที่ต่อเนื่องจากการท่องเที่ยว มีมากขึ้นไหม เดี๋ยวนี้พอคนมาท่องเที่ยวมาก ๆ เขาจะใช้วิธีการไม่ได้พกเงินเข้ามาแล้ว สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๓๘/๑ เขาก็จะใช้บัตร เป็นบัตรเครดิตเป็นบัตรที่ใช้เงิน เท่ากับว่าเขามีตัวเลขเข้ามา แต่เงินไม่ได้เข้ามาครับ ก็ยังอยู่ในประเทศนั้น เราได้ตัวเลขคนเข้ามาในเมืองไทย แต่รายได้ ของประเทศ เศรษฐกิจของประเทศมันจะอยู่ในแวดวงของการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่กิจการ ต่อเนื่องครับท่านประธาน อันนี้คือหัวใจสําคัญ ถ้าหากว่าการท่องเที่ยวมีกิจการต่อเนื่อง ไม่ใช่โรงแรมอย่างเดียว ไม่ใช่ที่พักอย่างเดียว ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวอย่างเดียว ที่เราพยายาม บอกว่าคนมาเที่ยวเยอะ แต่มันจะทําให้การท่องเที่ยวนั้นสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร ที่เราบอกว่ายั่งยืนมันไม่ใช่ยั่งยืน แค่ท่องเที่ยวครับ มันสามารถที่จะสร้างเศรษฐกิจของประชาชนในวิชาชีพหรืออาชีพอื่น ๆ ได้อีกมหาศาล เพราะว่าการท่องเที่ยวนั้นมันเป็นเรื่องที่จะต้องมีการจัดการ เราจะพึ่งอยู่ ๒ อย่าง อย่างหนึ่งก็คือท่องเที่ยวแบบเชิงธรรมชาติ ไปเที่ยวป่าเขาลําเนาไพร เราก็เที่ยว กันไป หรือเราอาจจะไปเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวที่จัดสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนมาท่องเที่ยว ตรงนี้จะเพิ่มได้อย่างไรครับ ที่มีอยู่แล้วมันเป็นแค่ต้นทุน เป็นแค่เบื้องต้น แต่ถ้าเราจะทําให้ เศรษฐกิจดีขึ้นเราจะสร้างสิ่งเหล่านี้มากขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร เราจะจัดกิจกรรม จัดงานก่อให้เกิดเศรษฐกิจของประเทศนั้นดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร การท่องเที่ยวเราจะจัด เทศกาลได้อย่างไร ยกตัวอย่าง เทศกาลแข่งเรืออย่างนี้ครับท่านประธาน เราจะจัดให้มี การท่องเที่ยวว่าประเทศไทยมีช่วงเวลานี้ถึงเดือนนี้ ไม่ใช่ฤดูฝน อย่างช่วงนี้ช่วงเดือนมีนาคม เดือนเมษายน เราจะจัดแข่งเรือพายในระดับท้องถิ่นที่มีแม่น้ํา ลําคลอง เราจะจัดเรือพาย ในระดับตําบล อําเภอ จังหวัด แข่งเป็นลําดับชั้นไป แล้วเอาหลายจังหวัดมาแข่งกัน ให้เป็นภาค แต่ละภาคมาแข่งกันให้เป็นของประเทศ แล้วกิจกรรมเหล่านี้ กิจการงานเหล่านี้ มันก็ไม่ใช่แค่ท่องเที่ยวครับ คนก็ค้าขายได้ สินค้า เสื้อผ้า อาหารการกินขายได้หมด คนมาเที่ยวเมืองไทยก็จะมีเทศกาลที่ชัดเจน อันนี้แค่ยกตัวอย่างครับท่านประธาน จริง ๆ การจัดกิจการเพื่อการท่องเที่ยวเหล่านี้มีอีกมหาศาล เราได้ทําสิ่งเหล่านี้ เสนอสิ่งเหล่านี้กําหนดเป็นตารางการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทยไว้อย่างไร มีเยอะครับ จะแข่งฟุตบอลก็ได้ ต่างประเทศเขาก็แข่ง แข่งหมากรุกก็ยังได้เลยครับ แข่งว่าวก็ยังได้ครับ ท่านประธาน มาโชว์กันเลยแต่ละประเทศ นี่ฤดูร้อนแล้ว คือทําอย่างไรให้มันเกิดกิจกรรม ต่อเนื่องหลาย ๆ กิจกรรม แล้วก็ไม่ใช่จัดแค่ในเมืองหรือจังหวัดเดียวครับ จัดพร้อม ๆ กัน สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๓๘/๒ ทั่วประเทศ คนที่รับผิดชอบไม่ใช่แค่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงที่เกี่ยวข้องจะเป็น กระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับผิดชอบงานพวกนี้ สถานที่ใดที่ท่องเที่ยวได้ แม่น้ํา ลําคลอง จัดที่ท่องเที่ยว ติดไฟแสง สี เสียง ถ้าหากว่าเราสามารถที่จะสร้างกิจกรรม อย่างต่อเนื่อง อย่างกว้างขวาง อย่างแพร่หลาย มันจะทําให้เศรษฐกิจดีขึ้นครับ ไม่ใช่แค่ที่ ห้องพักอย่างเดียว ห้องพักนั่นเป็นแค่รองรับ แต่สิ่งสําคัญคือถ้าหากว่าเศรษฐกิจสามารถ ก้าวหน้าเจริญเติบโตไปทั่วพื้นที่ทุกภูมิภาคได้ มันสามารถจะทําให้พี่น้องประชาชนมีเงิน มีงาน มีรายได้ วิถีชีวิตก็จะดีขึ้น ที่บ่น ๆ ว่าเศรษฐกิจไม่ดี เราไม่ได้แก้ในเรื่องเหล่านี้ สิ่งสําคัญครับท่านประธาน ถ้าเราจะทําสิ่งนี้ต้องประชาสัมพันธ์ให้ดี ประชาสัมพันธ์ไม่ใช่แค่ ในประเทศ ทั่วโลกครับ ให้รู้ว่าประเทศไทยนั้นคือประเทศท่องเที่ยว อาหารอร่อย งานการท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวมีเยอะ สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๓๙/๑ นี่คือเป็นส่วนหนึ่งที่ยกตัวอย่างให้เห็นนะครับว่าประเทศไทยเรานั้นสามารถที่จะสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยกิจการงานทั้งหลายที่เราสามารถจะสร้าง มันขึ้นมาได้ วางแผนงานได้ ฝากท่านประธานสถิตย์และคณะครับ วางแผนงานเหล่านี้ครับ ท่านประธานขึ้นเป็นตารางเลย แล้วเสนอให้ฝ่ายที่รับผิดชอบกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นลําดับไป แล้วอะไรที่มันเป็นอุปสรรคทั้งหลายนี่นะครับ ขจัดให้หมดไปครับ ประเทศเกาหลีครับท่านประธาน ผมเคยเห็น สถานที่ท่องเที่ยวเขาไม่ได้ จัดตํารวจท่องเที่ยวมายืนใส่ชุดอย่างเรา ตํารวจเขาใส่ชุดกีฬาครับ ใส่สเกตครับ มีหมวกกันอุบัติเหตุ แล้วก็วิ่งไปสถานที่ที่ประชาชนท่องเที่ยว บรรยากาศมันก็เปลี่ยนครับ ไม่ใช่มีแต่ตํารวจไปเฝ้านะครับ แล้วอีกอันหนึ่งยกเป็นตัวอย่างครับ ที่เยาวราชเห็นชัดเจน ที่เยาวราชคือแหล่งที่มีคนต่างประเทศมาเที่ยว มารับประทานอาหาร แต่ปรากฏว่า มีอยู่ช่วงหนึ่งจับแม่ค้ากันตลอดเวลา ตอนนี้ดีขึ้นครับ ร้านค้าให้ขายได้ แล้วยังจัดพื้นที่ถนน เอากรวยยางมาตั้งเรียง ๆ แบ่งพื้นที่ให้รถวิ่งส่วนหนึ่ง ให้คนเดินอีกส่วนหนึ่ง ภาพดีขึ้น แต่มันน่าจะดีกว่านี้ แทนที่เราจะไปจัดพื้นที่ให้มันดูสวยงาม เอากรวยยางวางตลอดแถว ท่านประธานลองคิดดูสิครับ แหล่งท่องเที่ยวที่คนต่างชาติเขามาเที่ยว มาหาอาหารการกิน ในประเทศไทยนี่เราพยามยามจัดครับ ผมก็เห็นถึงความพยายามครับ แต่วิธีคิด วิธีการที่จะ ทําเรื่องเหล่านี้มันยังไม่สอดคล้องหรือสอดรับให้เห็นถึงความรู้ ความสามารถ ความเข้าใจ ในการแก้ปัญหาเรื่องเหล่านี้มันจะดีได้อย่างไร จัดแนวทางอย่างไรให้ดูไม่น่าเกลียดแบบนี้ แต่อันนี้ทําให้เห็นได้อย่างเขาพัฒนาขึ้น พัฒนาว่าที่เรายอมรับแหล่งท่องเที่ยวนี่มันเป็นแหล่ง เยาวราชที่คนเขาต้องมาเที่ยว มัวแต่ไปไล่จับแม่ค้าไม่ให้เขาค้าขายมันก็ขัด แล้วเยาวราช มันเป็นแหล่งที่ขายทอง จริง ๆ ของเรานี่ในเมื่อคนเขาก็เที่ยวกันอยู่แล้ว ท่านประธานสถิตย์ครับ ฝากผ่านท่านประธาน ให้เยาวราชเป็นแหล่งขายทองเที่ยงคืนด้วยแล้วก็สร้างความปลอดภัย มีตํารวจ มีวงจรปิด มีอะไรป้องกันโจรผู้ร้าย แต่ให้ถนนเยาวราชทั้งสายขายทองทุกร้าน ถึงเที่ยงคืน อันนี้ยกตัวอย่างครับ เห็นไหมครับมันสามารถทําอะไรได้เยอะครับ ไม่ใช่พอตกเย็น เปิดแต่ร้านอาหารรถเข็นริมถนน ๒ ข้างทาง ร้านปิดหมด มันไม่ใช่ครับท่านประธาน ก็ฝากนะครับ เรื่องรายงานนั้นเป็นเรื่องที่ดีมากนะครับ ต้องขอบคุณที่ท่านเสนอรายงาน เหล่านี้มาแต่มันต้องต่อยอด มันต้องมีกระบวนการที่ทําให้การท่องเที่ยวนั้นเป็นแหล่งรายได้ สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๓๙/๒ ไม่ใช่ของกลุ่มของคนที่ทํากิจการท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่มันต้องได้อานิสงส์กับพี่น้องประชาชน คนทํางานอะไรต่าง ๆ รถแท็กซี่ พ่อค้า แม่ค้า ขายอาหาร ขายผลไม้ ขายของชําร่วย อะไรต่าง ๆ ที่คนต่างชาติสามารถจะมาซื้อได้ แล้วให้คนต่างชาติมาเที่ยว แล้วยังให้คนไทย เที่ยวในประเทศไทยได้อีก ต้องมีกระบวนการมีแนวทางที่ชัดเจนแล้วเสนอไปยังรัฐบาลครับ ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลเขาคิดครับเรื่องเหล่านี้ แต่มันยังหาเจ้าภาพไม่ได้เพราะมันกระจัดกระจาย มันยังอยู่หลายกระทรวง มันยังอยู่หลายหน่วยงาน แล้วหน่วยงานที่รับผิดชอบก็เป็น หน่วยงานหนึ่งเท่านั้นเองไม่สามารถที่จะไปกระจายหน่วยงานอื่นได้จึงขาดการบูรณาการ ก็ฝากผ่านท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการช่วยคิดเหล่านี้ทั้งระบบ บางทีรายงานท่าน อาจจะมีหลายเรื่องอาจจะสมบูรณ์แล้วก็ได้ แต่มันกระจัดกระจายเหมือนกัน จัดให้เป็นระบบ ทั้งหมด ทําอย่างไรให้แหล่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้นเป็นแหล่งที่จะต่อเนื่องให้ประชาชน ทุกสาขาอาชีพมีรายได้และมีงานทําครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๔๐/๑

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ ยังมีผู้อภิปรายอีก ๔ ท่าน ดิฉันขอความกรุณาท่านช่วยกระชับ เวลาด้วย เพราะว่าเรายังมีเรื่องที่จะพิจารณาอีก ๑ เรื่อง เป็นเรื่องใหญ่เหมือนกัน เรื่องทางด้านพลังงานค่ะ ต่อไปเรียนเชิญท่านชูชัย ศุภวงศ์ อดีตเลขาธิการแพทยสภา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เรียนเชิญค่ะ

นายชูชัย ศุภวงศ์ 🔗

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ สมาชิกลําดับที่ ๔๐ ผมอยากจะเรียนต่อที่ประชุมว่ารู้สึกชื่นชมทุกครั้ง ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ที่นําโดยท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ นําเสนอเอกสารข้อมูลต่อสภา เป็นข้อเสนอที่มีคุณภาพ จะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม ประเด็นที่ผมจะเสนอก็เสนอ ทั้ง ๒ ประเด็น แต่ว่าการเสนอครั้งเดียว ๒ ประเด็นก็มีข้อจํากัดเรื่องเวลา ก็ต้องขอบคุณ ท่านกลินท์และท่านปีติพงศ์ที่ได้เสนอเรื่องอย่างแจ่มชัดและลุ่มลึก ทําให้เข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่าขณะที่เราแสดงความชื่นชมยินดีว่าการที่เรา เป็นอันดับ ๔ ของโลก หรือแม้แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ยูเอส นิวส์ แอนด์ เวิลด์ รีพอร์ต (US News & World Report) ก็จัดว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ดีที่สุด อันดับที่ ๒๖ ของโลก โดยบอกว่าจุดแข็งนั้นอยู่ที่การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และความเป็นมิตรของผู้คน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ล้วนน่าชื่นชมยินดี แต่ขณะเดียวกันที่ท่าน สปท. บางท่านตั้งข้อสังเกต มันมีทั้งปัจจัยบวก ปัจจัยลบ ปัจจัยเสริม ถ้าเรามีคําถามเชิงปฏิรูปและผมตั้งคําถามว่า รายได้ที่เข้ามาสู่การท่องเที่ยวเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกนั้นไหลไปที่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนบนของสังคม หรือว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของข้างล่างเป็นสัดส่วนเท่าไร อันนี้เป็นคําถาม เชิงปฏิรูป เพราะว่าเราต้องคิดแล้วว่ารายได้นั้นไหลไปสู่ท้องถิ่นหรือกระจุกอยู่ที่ส่วนกลาง อันนี้เราก็อาจจะไม่มีตัวเลข แต่ว่าถ้าโครงสร้างยังเป็นปัจจุบัน ขณะนี้เราก็พอคาดเดาได้ว่า แม้รายได้จะมามากแค่ไหนก็ตาม แต่ว่าการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ําที่สูงอันดับต้น ของอาเซียน (ASEAN) หรือติดอันดับของโลกตรงนั้นเรายังไปไม่ถึง เพราะฉะนั้นการอภิปราย ก็จะเป็นการอภิปรายในลักษณะที่เสนอทั้งปัจจัยเสริม แล้วก็เสนอทั้งปัจจัยที่อาจจะเป็นลบ ที่ท่าน สปท. กษิต ท่านตั้งข้อสังเกตเรื่องศูนย์อาชญากรรมข้ามชาติ จริง ๆ แล้วมันมีงาน สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๔๐/๒ ศึกษาวิจัยที่บอกว่าถ้าความเหลื่อมล้ําสูง อาชญากรรมก็สูง ความเหลื่อมล้ําสูง ในคุกก็แน่นขนัด ขณะที่คุกแถวประเทศเนเธอร์แลนด์ แถวประเทศสแกนดิเนเวียเริ่มทยอย ปิด คุกในประเทศญี่ปุ่นก็ว่างแล้วก็อยู่สบาย เพราะว่าความเหลื่อมล้ําเขาน้อย แม่วัยใสของ ประเทศไทยก็เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก อันนั้นสะท้อนหลาย ๆ อย่าง แล้วก็ยาเสพติด ทั่วบ้านทั่วเมืองไปกระทบกับเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และที่สําคัญ ที่ผมกําลังจะพูดถึงก็คือแผ่นดินอาบสารพิษที่ทางกระทรวงสาธารณสุขเพิ่งออกข่าวเร็ว ๆ นี้ ประเด็นนี้เดี๋ยวผมจะกลับมาว่าจะเป็นปัจจัยลบต่อการท่องเที่ยวอย่างไร แล้วก็การท่องเที่ยว จะปฏิรูปโครงสร้างระบบกลไกการท่องเที่ยวควบคู่ไปกับแก้ปัญหาปัจจัยลบที่จะมีผลกระทบ กับการท่องเที่ยวอย่างไร ไปพร้อม ๆ กับการคิดว่ารายได้หรืออื่น ๆ ที่มา นําไปสู่การลด ความเหลื่อมล้ําในบ้านเมืองนี้อย่างไร

- ๔๑/๑   สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๔๑/๑ ท่านประธานครับ มีประเด็นที่ท่านกลินท์เสนอในเรื่องของโครงสร้างกลไก ซึ่งผมเห็นด้วย อย่างมากเลยที่ท่านพูดถึงคณะกรรมการในระดับจังหวัดบอกว่า การตั้งคณะกรรมการ บูรณาการการท่องเที่ยวจังหวัดควรจะเพิ่มตัวแทนภาคเอกชนเข้าไป ทั้งในระดับชาติ และระดับจังหวัด เรื่องนี้สําคัญครับ เพราะว่าองค์ประกอบของคณะกรรมการจะบอก คุณสมบัติ แต่ก่อนปี ๒๕๓๕ เพื่อนสมาชิก และท่านประธานลองไปสังเกตกฎหมาย แต่ละฉบับสิครับ เวลาพูดถึงการตั้งคณะกรรมการเต็มไปด้วยข้าราชการ เพราะฉะนั้น เราพอจะบอกได้ว่าคุณสมบัติจะออกมาเป็นอย่างไร ยุคนั้นสมัยนั้นพอหลังจากกฎหมาย ปี ๒๕๓๕ สมัยยุคท่านอานันท์ ปันยารชุน คณะกรรมการต่าง ๆ ในกฎหมายแต่ละฉบับ เปลี่ยนโครงสร้างองค์ประกอบไปหาผู้ทรงคุณวุฒิ ไปหาภาคเอกชนมากขึ้น แล้วจากวันนั้น มาถึงวันนี้ประมาณ ๒๕ ปีแล้ว ทิศทางที่จะต้องลดบทบาทของราชการลง ผมคิดว่า เป็นทิศทางที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นคณะกรรมการบูรณาการระดับจังหวัดจําเป็นต้อง รีบดําเนินการได้ทันที ไม่มีความจําเป็นที่จะต้องรออะไรเลย สามารถที่จะดําเนินการ แล้วองค์ประกอบก็มีภาคเอกชนธุรกิจเอกชนในจังหวัด มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีประชาคมในท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ คนในจังหวัดก็จะทราบดี เพราะว่าไม่มีคนที่ไหน จะรักบ้านเกิดเมืองนอนมากเท่ากับคนในพื้นที่ แล้วไม่มีคนที่ไหนอยากเห็นความเจริญรุ่งเรือง มากกว่าคนในพื้นที่ ข้อเสนอที่เชื่อมโยงกันก็คือข้อเสนอเรื่องการส่งเสริมการมีส่วนร่วม การท่องเที่ยวของคนในท้องถิ่น ท่านประธานครับ ในต่างประเทศบางทีเราไปบางเมือง ย่อย ๆ ของเขาเราจําเพาะเจาะจงไปเลยนะครับ เพราะที่นั่นนอกจากมีสภาพแวดล้อม ที่ปลอดสารพิษแล้ว มลภาวะน้อยหรือแทบจะไม่มีเลย ยังมีอาหารที่เป็นอาหารที่บอกได้ว่า ปลอดสารพิษ เป็นอาหารสุขภาพ เราก็อาจจะไปค้างอยู่ที่นั่นประมาณสัปดาห์หนึ่งแล้วก็กลับ โดยที่ไม่ได้ไปผ่านเมืองหลวงหรือเมืองอะไรต่าง ๆ แต่ว่าแผ่นดินไทยที่ผมเกริ่นนําว่า เป็นแผ่นดินที่อาบสารพิษ นี่เป็นเรื่องใหญ่นะครับ แล้วเป็นเรื่องที่เป็นปัจจัยลบ ต่อสภาพแวดล้อม ผมอยากจะเรียนข้อมูลอย่างนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดีที่ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ไม่ได้นิ่งเฉย แต่ว่า เรื่องมันยังทําได้คงไม่ถึงขนาดที่จะบอกว่า มาเที่ยวเมืองไทยแล้วสตรีตฟู้ดส์ (Street Foods) ดีที่สุดในโลกด้วยราคาถูก รสชาติอร่อย แต่ลองเอาไปตรวจดูว่ามีองค์ประกอบของสารพิษ สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๔๑/๒ ประกอบอยู่เท่าไร เดี๋ยวโลกจะตะลึง ประเด็นที่จะนําเสนอก็คือว่าองค์การอาหารและเกษตร แห่งสหประชาชาติ หรือเอฟเอโอ (FAO) พบว่าประเทศไทยมีเนื้อที่การเกษตรมาก เป็นอันดับ ๔๘ ของโลก แต่ใช้ยาฆ่าแมลงมากเป็นอันดับ ๕ ของโลก แล้วใช้ยาฆ่าหญ้า มากเป็นอันดับ ๔ ของโลก นี่เขาเทียบให้ดูสัดส่วนปริมาณจํานวนตันกับพื้นที่การเกษตร อันนี้คือความผิดปกติ ถ้าบอกว่าตัวเลขนี้ยังไม่เชื่อ กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัย หรือโรงพยาบาลต่าง ๆ ไปตรวจเลือดเกษตรกรชาวนาชาวไร่ ในช่วง ๓-๔ ทศวรรษที่ผ่านมา ก็ยืนยันความข้อนี้ แล้วสารพิษต่าง ๆ ที่เข้ามาท่วมเป็นอาบสารพิษ แผ่นดินอาบสารพิษ ก็สอดคล้องกันก็เข้าไปอยู่ในทุ่งนา ไร่ แม่น้ําลําคลอง แล้วเข้าไปอยู่ในเลือดของมนุษย์ และผู้บริโภคด้วย ประเด็นที่ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งคณะทํางานด้วยเหตุที่ว่า มีองค์กรหนึ่งชื่อว่าไทยแพลนต์ (Thai Plant) รายงานการปนเปื้อนของสารพิษกําจัดศัตรูพืช ตกค้างเกินมาตรฐาน เกินครึ่งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว ปี ๒๕๕๙ ๕๑.๔ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้มาสําทับ ด้วยคลิป (Clip) ที่เผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยมหิดลพบว่าผัก ผลไม้ในท้องตลาดมีสารพิษ ตกค้างสูงตั้งแต่ ๙๐-๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นมา สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๔๒/๑ กระทรวงสาธารณสุขก็ดําเนินการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมี ป้องกันกําจัดศัตรูพืชในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ท่านรัฐมนตรีนั่งเป็นหัวโต๊ะเลย แล้วก็ ได้ข้อสรุปที่น่าพอใจ อย่างน้อยสาร ๒ ชนิด สารพาราคว็อต (Paraquat) ที่เรียก กรัมม็อกโซน (Gramoxone) สมัยผมอยู่โรงพยาบาลชุมชน เกษตรกรชาวนาชาวไร่ ถ้าฆ่าตัวตายให้ได้ตายอย่างที่ตั้งใจก็นี่แหละครับ กรัมม็อกโซน (Gramoxone) อันนี้คนทั่วไป ไม่รู้หรอกว่า ไม่มียาถอนพิษ จะไปหาไม่รู้จะไปถอนอย่างไร ตับพังทันที แล้วก็ตามด้วย ตาเหลือง ตัวเหลือง แต่ว่าเกษตรกรชาวนาชาวไร่ ท่านประธานครับ ขอประทานโทษนะครับ ผมอาจจะต้องขอขยายเวลานิดหนึ่ง เขาได้รับสะสมอย่างเรื้อรัง แล้วไปกระทบในระดับเซลล์ ระดับดีเอ็นเอ (DNA) มีสารอีกตัวที่จะยกเลิกคือสารคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ตกค้าง มากที่สุดในผักและผลไม้ ๒ ตัวนี้ โดยเฉพาะตัวแรกกรัมม็อกโซน (Gromoxone) ทางเวียดนามกับจีนยกเลิกไปแล้ว ประเทศไทยบอกว่าจะยกเลิกปี ๒๕๖๒ คือเพิ่งศึกษา แต่ว่าจะยกเลิกปี ๒๕๖๒ ก็ไม่เป็นไรนะครับ แต่ประเด็นก็คือว่าอีก ๒ ชนิด ซึ่งมีปัญหา เหมือนกัน เช่น ชื่อการค้าว่าราวด์อัพ (Roundup) หรืออื่น ๆ บอกว่าต้องใช้อย่างเข้มงวด ประเด็นผมอยู่อย่างนี้ว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้ประกาศ มีคนที่เป็นห่วงเรื่องแผ่นดินอาบสารพิษ บอกว่า ให้ติดตามไปที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายว่า จะต้องประกาศให้ชัดเจนออกมาว่า พาราคว็อต (Paraquat) และคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) เป็นวัตถุอันตรายเพสทิไซด์ (Pesticide) ต้องยกเลิกการใช้ ประเด็นอยู่ตรงที่เขาชี้ว่าในคณะกรรมการชุดนี้มีผู้แทน กลุ่มประโยชน์จากบริษัทขายสารเคมีกําจัดศัตรูพืชนั่งอยู่ในคณะกรรมการด้วย องค์ประกอบ ของคณะกรรมการมีกําหนดคุณสมบัติ เรื่องนี้เราคงต้องดูแล้วก็ติดตามในเร็ววันนี้ แต่ประเด็นที่ผมอยากจะย้ําก็คือว่า นี่คือปัจจัยลบที่มีผลกระทบกับการท่องเที่ยว แล้วตราบใด ที่ประเทศไทยยังไม่ยกเลิกการส่งเสริมการโฆษณาสารกําจัดศัตรูพืช และยาฆ่าแมลงแบบทุกวันนี้ ไม่ใช่เฉพาะ ๒ ชนิดนี้ที่กําลังจะประกาศ ยังไม่รู้จะประกาศยกเลิกได้หรือเปล่านะครับ อันนี้จะเป็นผลกระทบระยะยาว แล้วปัจจุบันก็มีตั้งข้อสังเกตว่าการเชื่อมโยงการใช้สารเคมี จํานวนมาก รวมทั้งปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยอะไรต่าง ๆ เข้ามาจํานวนมาก ปุ๋ยเคมีที่เข้ามาจํานวนมาก มีผลสอดคล้องกับการเกิดมะเร็งในคนไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นเป็นประเด็นที่ผมไม่แน่ใจว่า สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๔๒/๒ เป็นข้อเสนอที่เสริมแล้วจะสอดคล้องกับสิ่งที่ท่านกลินท์ได้เสนอมาให้พิจารณาหรือไม่ อันนี้ เป็นความเห็นเพิ่ม

ถัดมาเป็นเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ท่านปีติพงศ์ได้เสนอมา อย่างสร้างสรรค์และชัดเจน แล้วผมก็ได้เพียงสงสัยว่าเรื่องอย่างนี้ควรจะรีบออกมา ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อให้มีการขับเคลื่อนได้ ถ้าระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีออกมาซึ่งไม่ยากเลย ท่านปีติพงศ์ท่านเป็นรัฐมนตรี ท่านคงทราบเรื่องนี้ดีนะครับ ส่วนข้อเสนอให้ติดตามในมาตรา ๒๕๙ ร่างพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) นั้นต้องให้เร่งรัด แต่ผมอยากจะ เสนอเพิ่มที่ให้ไปช่วยดูอีกหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ใน ๑๒๐ วัน อยากให้ไปติดตามดูว่า ร่าง พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศนั้นได้กําหนดเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไว้ แค่ไหน เพียงใด หรือไม่ได้กําหนดเลย เพราะว่าร่าง พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการปฏิรูป ประเทศจะเป็นเครื่องมือที่สําคัญในการที่จะเคลื่อนไปใน ๑-๕ ปีข้างหน้าเป็นอย่างน้อย อันนั้นเป็นเรื่องที่อยากจะให้ติดตามด้วย สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๔๓/๑ ข้อเสนอเรื่องย่านเจริญกรุงเป็นพื้นที่ออกแบบกลาง ผมคิดว่าเป็นข้อเสนอที่สร้างสรรค์มาก แล้วจะเป็นทางออกให้เห็นว่าประเทศไทยมีความชํานาญในการออกแบบระดับโลกจริง ๆ ท่านที่เคารพครับ มีประเทศไหนบ้างที่วัง วัดวาอาราม มีความประณีตศิลป์ มีวิจิตรศิลป์ ได้เท่ากับบ้านนี้เมืองนี้ ผมคิดว่าหาได้ยาก มีคนตั้งคําถามว่าทําไมกล้ามเนื้อชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของเมืองไทย ไม่ว่ามืออะไรต่าง ๆ ทําไมสามารถทํางานที่ประณีตวิจิตรศิลป์ได้ขนาดนี้ อันนี้ ผมก็ได้แต่บอกว่าคงเป็นมาแต่เกิดอันเป็นวัฒนธรรมของคนไทยทําให้มีจิตใจที่ละเอียดอ่อน มีอัธยาศัยที่ดีงาม และเป็นมิตรกับผู้คน นี่คือเสน่ห์ของเมืองไทย ท่านประธานครับ ผมคงจะ สรุปแล้วว่าท่านอลงกรณ์บอกว่า ใน ๑๐ ปีข้างหน้ามีการคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยว เราจะเป็นอันดับ ๒ ของโลก ผมคิดว่าใน ๑ ทศวรรษข้างหน้าหากเราร่วมกันปฏิรูป อย่างเต็มกําลัง แล้วก็แก้ปัญหาในเรื่องเสริมปัจจัยบวก แล้วก็ขจัดปัจจัยลบออกแล้ว โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนไม่ใช่เฉพาะราชการแบบที่ผ่านมา โดยเฉพาะ การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจเอกชน ภาคชุมชนในท้องถิ่น ผู้คนในท้องถิ่นได้ประโยชน์ คนข้างล่างได้ประโยชน์ด้วย ผมคิดว่าการท่องเที่ยวไทยจะเป็นอันดับ ๑ ของโลก ขอบคุณครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะคุณหมอ ดิฉันก็อยากเห็นเราเป็นอันดับ ๑ ขอบคุณมาก ต่อไปเชิญท่านกิตติ กิตติโชควัฒนา อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เรียนเชิญค่ะ

นายกิตติ กิตติโชควัฒนา 🔗

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม กิตติ กิตติโชควัฒนา สปท. ๑๐ จากจังหวัดยะลาครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าบ้านเมืองเรานี้ มันมีสิ่งดี ๆ บอกเหตุเสมอเวลาเราจะพูดถึงเรื่องดี ๆ อย่างเช่นวันนี้เป็นต้น ก่อนหน้านี้ ๒-๓ วันอากาศภายนอกทั่วประเทศร้อน ไปที่ไหนก็บ่นว่าร้อน แต่อาจจะเป็นเพราะว่า สวรรค์มีตาแผ่นดินมีใจที่จะส่งเสริมให้การประชุมในวันนี้เป็นไปด้วยความสร้างสรรค์ จึงเป็นเหตุให้มีการนําเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งดูแล้ว มันร่มรื่นทั้งข้างนอกข้างใน ก็คงจะเป็นนิมิตหมายที่ดีของคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่นําเรื่องนี้ เข้ามาเสนอ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ภายนอกและภายใน ซึ่งพวกเรานํามาพูดมาคุยกัน ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เรื่องใหญ่ เพราะฟังจากท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ พูดเรื่องรายได้ของประเทศครั้งสุดท้ายที่บอกว่าจากการที่เราพัฒนาเรื่องของการท่องเที่ยว สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๔๓/๒ มวลรวมของประเทศได้ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่เรื่องเกษตร เรื่องอุตสาหกรรมของเรา ทําท่าจะถดถอย รวมไปตลอดจนถึงท่านกลินท์ สารสิน ที่บอกว่า นักท่องเที่ยวมาเที่ยว เมืองไทยนับวันแต่จะมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ถ้าจะบอกไปก็คือว่าเรามาถูกทางแล้ว เรื่องนี้ที่นําเสนอในที่ประชุม มาถูกทาง เพราะฉะนั้นทําอย่างไร เส้นทางที่เรามาถูกทางแล้ว จะเดินไปสุดปลายทางให้ตลอดรอดฝั่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในส่วนนี้ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่ทุกคนได้พูดคุยกันเยอะคงจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านกรรมาธิการชุดนี้ได้ ถูกหยิบยกขึ้นมานําเสนอ แต่เนื่องจากว่าอีกรอบหนึ่งก็จะมีอีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญก็คงจะ ไม่พูดอะไรมาก เพียงแต่ว่าจะหยิบยกบางประเด็นขึ้นมานําเสนอเพื่อเป็นความคิดในการที่จะ พูดว่าความยั่งยืนของการท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้นมันจะเกี่ยวข้องไปเกือบทุกเรื่อง ก็ว่าได้ เช่น เรื่องของการคมนาคม ประเทศไทยเรานั้นมีเรื่องของการคมนาคม เช่น ทางอากาศ ทางเรือ ทางบก ทางบกเราก็มีทางรถยนต์ สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๔๔/๑ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรถไฟครับท่านประธาน ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งเหมือนกัน ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่องของทางอากาศหรือทางน้ํา เพราฉะนั้นถ้าหากจะเปรียบเทียบ ทางรถไฟนั้น ผมคิดว่าเรามีประโยชน์ได้จากเรื่องของการรถไฟ การขนส่งทุกมุม แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าบางพื้นที่ก่อให้เกิดการเปรียบเทียบในเรื่องการบริการ ในเรื่องของ การขนส่งที่ดูเสมือนหนึ่งว่าได้รับความสนใจไม่เท่าที่ควร เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ก็อยากจะ เสนอในบางประเด็นเท่าที่ผมไปพบไปเห็นมา ก็น่าจะหยิบยกขึ้นมาเป็นการพิจารณา เป็นพิเศษเพื่อประกอบในการพิจารณาที่จะเร่งในเรื่องของเศรษฐกิจที่ยั่งยืน มั่นคง รวมไปตลอดจนถึงการสร้างสรรค์ในพื้นที่บางพื้นที่ อย่างเช่นเส้นทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ ระยะทางเพียง ๖๘๐ กิโลเมตร ถ้าจะเปรียบเทียบไปบ้านผม ถึงจังหวัดนราธิวาส อําเภอสุไหงโก-ลก นั้น ๑,๑๔๐ กว่ากิโลเมตร แต่การคมนาคมไม่ค่อยจะ สร้างสรรค์เท่าไรนักถ้าไปทางใต้ ไม่ค่อยจะสร้างสรรค์ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะเห็นมาก ๆ คือทําอย่างไรให้การสร้างสรรค์จะเกิดความเป็นธรรมเท่าเทียมกันพอสมควร ตู้นอนเอย อะไรเอยเยอะแยะมากมาย เส้นทางรถไฟ ๒ ราง ทําไมไปหยุดแค่นิดเดียวไม่สุดทางใต้ ทั้ง ๆ ที่ระยะทางที่ยาวกว่า ก็ควรจะให้โอกาสที่ดีกว่าด้วยซ้ําไป ไม่อย่างนั้นอย่างเช่น ไปที่บ้านผมที่จังหวัดนราธิวาสถึงอําเภอสุไหงโก-ลก จะใช้เวลาเกือบ ๑ วันเต็ม ๆ ในขณะที่ ไปจังหวัดเชียงใหม่ก็ ๗-๘ ชั่วโมง อันนี้พูดถึงเวลาในการเดินทางมันก็เกี่ยวข้องกระทบถึง เรื่องการท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าพวกเราที่อยู่กรุงเทพฯ ไม่เอาปัจจัยอื่น มาเกี่ยวข้อง ถามว่าอยากจะไปจังหวัดเชียงใหม่กับทางอําเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส อยากจะไปไหน เพราะอันนั้น ๘ ชั่วโมง อันนี้เกือบ ๑ วัน เกือบ ๒๔ ชั่วโมง แน่นอนถ้าเอา เวลามาเป็นตัวตั้งในการคิดที่ตัดสินใจจะไปแล้ว ก็ไปจังหวัดเชียงใหม่ดีกว่า เวลาก็สั้นกว่า นอกจากเรื่องเวลาสั้นกว่าแล้ว เรื่องสิ่งอํานวยความสะดวกบนรถไฟก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของ การท่องเที่ยว การบริการต่าง ๆ อย่างเมื่อ ๒ วันที่แล้วผมมาทางรถไฟ ผมพยายามไปทุกแห่ง ทุกที่เพื่อจะดูข้อเปรียบเทียบ บางที่ก็จะเอามาเปรียบเทียบให้พวกเราได้เห็นว่า อะไรบ้าง ที่เราเห็นแล้วที่ยังไม่สร้างสรรค์ ก็จะเอามาช่วยบอกกันเพื่อจะได้ปรับปรุงให้เกิด ความสร้างสรรค์ขึ้นมาตามสมควร เช่นบนรถไฟชั้น ๒ ตู้นอน อันนี้พูดกันตรงไปตรงมา เวลาชาวบ้านไปซื้อตั๋วชาวบ้านจะไม่มีโอกาสเลือกตู้ไหน ๆ เขาจะไม่รู้ว่าตู้ไหน ตู้นอน สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๔๔/๒ ห้องนอน ห้องส้วม จะดีหรือไม่ดี ก็แล้วแต่เจ้าหน้าที่จะให้หมายเลขห้อง หมายเลขที่นอน อย่างเมื่อ ๒ วันที่แล้วผมไปเจอผู้สูงอายุท่านหนึ่งอายุเกือบ ๆ ๗๐ ปี เวลาท่านปวดท้องปัสสาวะ ก็เดินทางจากทางใต้สุดจะไปกรุงเทพฯ ท่านจะต้องรอว่ารถไฟหยุดเมื่อไรท่านจึงเข้าห้องน้ํา ผู้สูงอายุจึงเข้าห้องน้ํา เพราะถ้ารถไฟไม่หยุดท่านเข้าไปในห้องน้ําแล้วท่านนั่งแล้วลุกขึ้นไม่ได้ เนื่องจากว่าห้องส้วมไม่ใช่เป็นโถ เป็นพื้นที่ราบ ต้องนั่งยอง ๆ ผมก็ไม่แน่ใจว่าสักวันหนึ่ง สักเที่ยวหนึ่งอาจจะมีเรื่องเกิดขึ้นเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นครั้งที่แล้ว เรื่องของบนรถไฟก็คือ ผู้สูงอายุนั่งแล้วลุกขึ้นไม่รอด เวลารถไฟวิ่งจะไม่ได้ยินเสียง ก็ต้องนอนคา นั่งคาอยู่ตรงนั้น ดีไม่ดีอาจจะเป็นลม อาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเหยื่อของสื่อมวลชนเอาไปประโคมข่าว ทําให้การรถไฟเราเสียชื่อ ท่านผู้สูงอายุทั้งหลายลองไปนั่งสิครับ ลองนั่งยอง ๆ สัก ๑๐ นาที ยิ่งรถไฟวิ่งแล้วจะแกว่งไปแกว่งมา ดีไม่ดีอาจจะล้มลงไปแล้วก็ลุกขึ้นไม่รอด อันนี้ก็คือ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเชิงของการบริการเพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์ในด้านของการบริการ ทางคมนาคมโดยขบวนรถไฟ สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๔๕/๑ นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่อยากจะเสนอเพิ่มเติมก็คือว่าในเรื่องของการท่องเที่ยวนั้น มันมีทั้งของเก่า ของใหม่ ของเก่าเราคงจะทําให้ดีขึ้น ของใหม่ก็ต้องไปเสาะแสวงมา เพื่อให้ทําเป็นแหล่งหลัก แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะเรียนเพิ่มเติมซึ่งเป็นสมบัติของการรถไฟ แห่งประเทศไทยที่ถูกละเลยทิ้งไปก็น่าเสียดาย เพราะเมื่อปีที่แล้วผมได้ไปเที่ยวที่แม่กลอง สมุทรสงคราม ที่ที่มีรถไฟที่ได้ชื่อว่าร่มหุบครับ ใครไม่เคยไปก็ลองดูสนุกเพลิดเพลินดี มีชาวต่างประเทศ ต่างชาติเขามาเที่ยวกันสนุก ๒ ข้างทางที่รถไฟวิ่งผ่านนั้นเต็มไปด้วยผู้คน ปกติถ้ายังไม่มีรถไฟแล่นผ่านแม่ค้าแม่ขายก็จะตั้งข้าวของสินค้าเรียงรายตามเส้นทางรถไฟ ติดรางรถไฟเลยครับ เหมือนกับว่ารถไฟวิ่งไม่ได้ ถ้าวิ่งผ่านแล้วชาวบ้านก็คงจะต้อง เหยียบกันตาย ล้มกันตายกันบ้าง เพราะว่ามันชิดรางรถไฟ แต่พอได้เวลาร่มที่กาง ข้าวของที่ ตั้งอยู่ใกล้ ๆ เส้นทางรถไฟนั้นก็หลีกออกเกลี้ยง รถไฟก็เดินผ่านฉึก ฉึก ฉึก สบาย ๆ แล้วพอเสร็จจากนั้นทุกคนก็กลับไปสู่ปกติที่เดิมค้าขายปกติอีก แม่ค้าแม่ขายต่าง ๆ เหล่านั้น ผมคิดว่าดูแล้วมันเพลินตา มันชวนให้เที่ยวครับ มันเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ที่เรียกว่าร่มหุบ เพราะฉะนั้นพอมาเห็นอย่างนี้แล้วทําให้ผมนึกถึงสมัยตอนที่ผมเรียนหนังสือ ที่จังหวัดสงขลาครับ เวลาผมจะเดินทางไปเรียนหนังสือที่สงขลา ผมมาจากจังหวัดนราธิวาส บ้านเดิมผมอยู่จังหวัดนราธิวาสก็ต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟมะรือโบไปลงที่อําเภอหาดใหญ่ จากอําเภอหาดใหญ่ก็ขึ้นรถไฟต่อจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ไปจังหวัดสงขลา ที่นั่นก็จะมี เส้นทางรถไฟซึ่งระยะทางก็ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ท่านประธานครับ แต่เดี๋ยวนี้ท่านลองไปดู ระยะทางเพียง ๒๐ กว่ากิโลเมตร ๓๐ กิโลเมตรตรงนั้น แต่ขณะนี้ในเส้นทางนี้ถูกนายทุน ยึดเสียจนไม่มีอะไรเหลือ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๑ ที่การรถไฟปิดเส้นทางเส้นนี้แล้วเส้นทางมันยังมีอยู่ รางรถไฟก็ยังมีอยู่ แต่สมบัติของรถไฟถูกใครต่อใครก็ไม่รู้พาเข้าไปครอบครอง ทําผลประโยชน์ ผมคิดว่าถ้าหากเราจะไปรื้อฟื้นเส้นทางสายนี้มันก็จะเป็นเส้นทาง การท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ ระยะทางเพียง ๓๐ กิโลเมตร ๒ ข้างทางก็มีสถานี รายทางเยอะแยะประมาณ ๑๒ สถานี และ ๒ ข้างทางนั้นมันก็จะมีชาวบ้านชาวช่อง ตําบล หมู่บ้านต่าง ๆ เยอะแยะมากมายที่สามารถขนถ่ายสินค้า แล้วอีกอย่างผมคิดว่า จังหวัดสงขลากับอําเภอหาดใหญ่นั้นต่างก็เป็นเทศบาลนครซึ่งมีผู้คนคับคั่งการไปมาหาสู่ ถ้าหากว่าเส้นทางสายนี้สามารถเดินรถได้ มันก็จะช่วยในเรื่องผ่อนคลายการจราจร สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๔๕/๒ แล้วก็เศรษฐกิจ ๒ ข้างทางมันก็เจริญ แล้วก็จะเกิดเส้นทางที่เรียกว่าเศรษฐกิจยั่งยืนเกิดขึ้น ๒ ข้างทางอีกเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ก็อยากจะฝากการรถไฟ ผ่านทางกรรมาธิการ ผ่านท่านประธาน ทําอย่างไรการท่องเที่ยวโดยทางรถไฟเส้นทางสั้น ๆ นครหาดใหญ่ นครสงขลา ซึ่งมีภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ทางธรรมชาติ ทะเลเอย เกาะหนู เกาะแมวเอย ทะเลสาบข้างในเอย เยอะแยะ มีที่ท่องเที่ยวเยอะ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าหากว่าสร้างเส้นทางรื้อฟื้นของเก่ามาใช้ใหม่ มันจะช่วยทําให้เศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวชาวบ้านจะได้รับประโยชน์ รวมไปตลอดจนถึงนักเรียน นักศึกษา ก็คงจะได้รับประโยชน์จากส่วนนี้อีกมากมาย ก็ขอนําเสนอ ๒ ประเด็นไว้ ณ โอกาสนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ ต่อไปเรียนเชิญท่าน พลเอก ชูศิลป์ คุณาไทย อดีตที่ปรึกษา วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เรียนเชิญค่ะ

พลเอก ชูศิลป์ คุณาไทย

เรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศ กระผม พลเอก ชูศิลป์ คุณาไทย สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กรรมาธิการด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ผมเห็นด้วยสําหรับข้อเสนอในการปฏิรูป ทั้ง ๕ ประการของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ผมเชื่อมั่นว่า จะนําไปสู่การเพิ่มพูนรายได้เข้าประเทศ แล้วก็เป็นการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง จํานวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศที่มีจํานวนมากขึ้นเรื่อย ๆ สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๔๖/๑ ท่านประธานครับ จํานวนนักท่องเที่ยวจํานวนมากที่เข้ามาในประเทศก็จะมีปัญหาของ เหตุฉุกเฉินประจําวันที่คุกคามต่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ก็จะมีจํานวน แล้วก็ปัญหาเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวอย่างแน่นอน ปัญหาเหล่านี้เช่นปัญหาเรื่องความปลอดภัย จากคดีอาชญากรรมซึ่งเป็นภาระงานของตํารวจ ปัญหาเรื่องของการเจ็บป่วยฉุกเฉินที่คุกคาม ต่อชีวิตและความพิการจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ โรคทางระบบหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสําหรับนักท่องเที่ยวที่สูงอายุ ซึ่งเป็นเรื่องของ การแพทย์ฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข เราจะมีมาตรการอะไรบ้างที่จะป้องกันและช่วยเหลือ นักท่องเที่ยวจํานวนมากเหล่านี้ให้ได้ประสิทธิภาพแล้วก็ทันต่อเวลา เหตุการณ์ต่าง ๆ นี้ อาจจะเกิดขึ้นนอกจากจะนําความสูญเสียให้แก่ครอบครัวก็ยังจะทําลายภาพพจน์การท่องเที่ยว ของประเทศ ผมอยากจะยกตัวอย่างเช่นคดีอาชญากรรมนักท่องเที่ยวเสียชีวิตที่เกาะเต่า เมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ผมคิดว่ายังคงจะจํากันได้นะครับ ผมเห็นว่าถ้านักท่องเที่ยวที่เสียชีวิต ได้ร้องขอความช่วยเหลือได้ แล้วตํารวจก็เข้าให้การช่วยเหลือได้ทันเวลา เหตุการณ์เช่นนี้ ก็คงจะไม่เกิดขึ้น ปัญหาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว รวมทั้งประชาชน ทุกคนที่อยู่ในผืนแผ่นดินของประเทศไทยเป็นความจําเป็นพื้นฐานที่รัฐต้องให้ความช่วยเหลือ ในเรื่องนี้สภาปฏิรูปแห่งชาติ สปช. ได้เสนอเรื่องศูนย์แจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ หมายเลขเดียว สากล เพื่อให้ประชาชนชาวไทยรวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉิน ได้อย่างทั่วถึง แล้วก็ทันต่อเวลา อันนี้เสนอไปเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๘ แล้วก็เรื่องนี้ เช่นเดียวกันทางสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ได้ขับเคลื่อนการจัดตั้งศูนย์แจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ อยู่ในเรื่องการปฏิรูปการแพทย์ฉุกเฉินช่วงก่อนถึงโรงพยาบาล ไปเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๙ เรื่องนี้ไม่มีบรรจุอยู่ในวาระปฏิรูปที่สําคัญและเร่งด่วน ๒๗ วาระ ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่สําคัญ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เรื่องต่าง ๆ ที่ท่านเสนอ ผมเห็นด้วยทุกประการ แล้วก็เชื่อมั่นว่าจะนํามาสู่ความสําเร็จ ก็มีเรื่องที่อยากจะขอฝากไว้ ก็คือเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินสําหรับนักท่องเที่ยวจากเหตุฉุกเฉินประจําวัน ซึ่งจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๔๖/๒ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อความยั่งยืนของการท่องเที่ยวของ ประเทศไทย ผมก็ฝากเรื่องสั้น ๆ ไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ ต่อไปเรียนเชิญท่านรองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข และสิ่งแวดล้อม อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เรียนเชิญค่ะ สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๔๗/๑

นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิก สปท. ค่ะ ดิฉันเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่า การท่องเที่ยวนั้น จะเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจที่สําคัญในอนาคต แล้วใคร ๆ ก็อยากจะมาท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งมีคุณลักษณะหลาย ๆ ประการที่จะดึงดูดเขา อย่างที่จะกล่าวต่อไป แต่ว่าก็จะขอเพิ่มเติม ว่านอกจากที่ท่านเสนอมาในเรื่องของที่พักแรม ความสะดวกในการบริการต่าง ๆ และการเดินทางแล้ว ก็ยังมีองค์ประกอบที่สําคัญอีกหลายประการ ที่ทําให้นักท่องเที่ยว ทั้งหลายเมื่อมาเที่ยวประเทศไทยแล้วอยากจะมาอีกเรื่อย ๆ แล้วอยู่นานขึ้นเรื่อย ๆ อันนั้น ก็หมายถึงว่าจะทําให้ธุรกิจการท่องเที่ยวของเรายั่งยืน แล้วก็ได้รับการพัฒนาไปเรื่อย ๆ

สิ่งที่สําคัญ องค์ประกอบที่สําคัญ ที่จะทําให้นักท่องเที่ยวอยากจะมา ประเทศไทย แล้วก็อยากจะมาอีกเรื่อย ๆ นั้น เรื่องแรก ก็คือความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ซึ่งดิฉันคิดว่าหลายท่านก็ได้กล่าวถึงไปแล้ว ควรจะสามารถพูดได้อย่างที่ ชาวญี่ปุ่นเคยพูดกับพวกนักท่องเที่ยวไทยว่า ประเทศของเราสามารถที่จะออกไปทําธุระ นอกโรงแรมได้แม้กระทั่งเวลาเที่ยงคืน อันนี้คือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ก็เป็นสิ่งสําคัญมาก

เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะเสนอก็คือ ความปลอดภัยในสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมนั้น ก็ควรจะหมายถึงว่าเป็นสิ่งแวดล้อมทางกายภาพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภูมิประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ในด้านของการปราศจากการปนเปื้อนจากมลภาวะ ทั้งในน้ํา ทั้งทางอากาศ ซึ่งอันนี้ก็จะต้อง ได้รับความร่วมมือจากท้องถิ่น และการบํารุงรักษาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้นก็คือความปลอดภัยในการเดินทาง ในการคมนาคมต่าง ๆ ซึ่งประเทศไทยเรามีนักท่องเที่ยวสูงมากก็จริง แต่ในขณะเดียวกันสถิติการเกิดอุบัติเหตุ ทางท้องถนนจากการจราจรของเราก็สูงมาก ติดอันดับ เกือบจะเป็นอันดับ ๑ เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความรู้สึก ปลอดภัยในการเดินทางในประเทศไทย แมสทรานซิต (Mass transit) ที่สะดวกและปลอดภัย จะช่วยได้มาก

นอกจากนั้นเขาต้องรับประทานอาหาร ความจริงแล้วอาหารตามทางเท้า ก็เป็นเสน่ห์อันหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งไม่มีใครเหมือน ถ้าเผื่อว่าเรายังคิดว่าจะพัฒนา สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๔๗/๒ มันขึ้นมาใหม่ หรือปรับปรุงให้ดี ก็จะต้องทําให้ปราศจากความคอนแทมิเนชัน (Contamination) ทั้งจากเชื้อโรค แล้วก็สารเคมีเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นความปลอดภัย ในอาหารก็เป็นสิ่งที่จําเป็น ซึ่งความจริงแล้วประเทศไทยน่าจะต่อสู้เพื่อให้ได้รับสมญานาม อีกอันหนึ่ง ก็คือนอกจากเป็นประเทศที่สวยงามแล้วก็ควรจะเป็นประเทศซึ่งมีความปลอดภัย ในองค์ประกอบของอาหาร เมื่อไรเราจะพูดได้ว่าพืชผักของเราทุกชนิดปราศจากสารเคมี เราไม่ใช้ปุ๋ยเคมีอีกต่อไป อย่างประเทศพม่า ซึ่งขณะนี้มีนักท่องเที่ยวนิยมไปมาก เพราะว่า เขาบอกว่าอาหารของเขา พืชผักของเขาเป็นออร์แกนิก (Organic) ทั้งหมด เนื่องจาก ประเทศพม่าบอกว่าเขายากจน ไม่มีงบประมาณ ไม่มีเงินพอที่จะซื้อปุ๋ยเคมีได้ แต่กลับเป็น เสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากยุโรปที่จะมาท่องเที่ยว แล้วก็ รับประทานอาหารของประเทศพม่า ซึ่งความจริงแล้วรสชาติก็อร่อยสู้อาหารไทยไม่ได้ แต่ในเรื่องความมั่นใจว่าปราศจากสารเคมีปนเปื้อน ก็ทําให้เป็นเสน่ห์อันหนึ่งที่ดึงดูด นักท่องเที่ยว สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๔๘/๑ เพราะฉะนั้นประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมอยู่แล้ว ถ้าเราสามารถจะพัฒนา การเพาะปลูกของเราให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น และเป็นแหล่งของอาหารที่ปลอดภัย ก็จะเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง นอกจากนั้นบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานก็เป็นสิ่งที่จะทําให้นักท่องเที่ยวนั้นมั่นใจว่า ถ้าหากว่าเขาเกิดเจ็บป่วย หรือได้รับอุบัติเหตุเขาก็จะได้รับการดูแลที่ปลอดภัย แล้วก็มีมาตรฐานอย่างน้อยก็เท่าเทียมกับ ในประเทศของเขา เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเสนอแนะซึ่งน่าจะทําก็คือ การประกันสุขภาพ ของนักท่องเที่ยว กระทรวงสาธารณสุขเคยเสนอว่าจะให้เก็บเงินนักท่องเที่ยวคนละ ๑๐ บาท เพื่อที่จะเป็นเรื่องประกันสุขภาพ แต่ว่าทางโรงพยาบาลทั้งหลายคิดว่ามันจะเป็นผลดีกับ โรงพยาบาลมากกว่าถ้าให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อประกันสุขภาพจากบริษัทประกันที่เชื่อถือได้ เป็นเหมือนกับข้อบังคับควบคู่ไปกับการเดินทางเข้ามาในประเทศของเรา เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ก็ควรจะผลักดันให้เกิดขึ้น เพื่อที่จะให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยว มากยิ่งขึ้น เพราะมีความปลอดภัยพร้อมในหลาย ๆ ประการ ซึ่งมีความสําคัญ ต่อการดําเนินชีวิตของนักท่องเที่ยวในประเทศเรา ขอบคุณค่ะ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ ท่านสุดท้ายเป็นท่านสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ อดีตเลขาธิการสํานักงาน ประกันสังคม อดีตรองปลัดกระทรวงแรงงาน เชิญค่ะ

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก สปท. ที่รักทุกท่าน ผม นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ สปท. หมายเลข ๑๗๓ วันนี้เป็นวันพระใหญ่ แรม ๑๕ ค่ํา เดือน ๔ เรียกว่าเดือนมืด ผมพูดเรื่องท่องเที่ยวก็มีเรื่องของวัดวาอาราม มาให้ท่านชม แต่ก่อนจะถึงวัดวาอารามผมกราบเรียนว่าเรื่องเศรษฐกิจในอนาคต ๒ เรื่อง คือเรื่องการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน แล้วก็เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นเรื่องที่ดีมาก เหมือนสัปดาห์ที่แล้ว ที่ผมชื่นชมคณะกรรมาธิการไปแล้ว สิ่งหนึ่งที่สังคมไทยมีมานาน นานจนบางคนอาจจะ มีความรู้สึกว่าไม่เห็นคุณค่า วันนี้ผมจะนําเสนอท่านเพื่อทบทวนความจําของพ่อแม่ พี่น้อง รวมทั้งท่าน สปท. ด้วยอีกสักครั้งหนึ่ง เรามีของดี ๆ และขึ้นทะเบียนมรดก ของไทย ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกของโลกไปแล้ว ๕ ที่ ผมขออนุญาตนําเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) เสนอท่านนะครับ เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ที่ ๑ อันนี้ ๕ เรื่องที่ขึ้นทะเบียนไปแล้ว สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๔๘/๒ แล้วเป็นที่รู้ของทั่วโลกเลย แล้วกําลังจะขึ้นทะเบียนอีกเป็นสิบกําลังอยู่ในระหว่าง การพิจารณา เรื่องแรกอันนี้ประวัตินะครับ ท่านนึกว่านี่คืออะไร นี่คือสุโขทัยดั้งเดิม ถ้าท่านอ่านหนังสือไทยออกท่านจะรู้ว่าตั้งแต่ พ.ศ. ๑๘๒๖ พ่อขุนรามคําแหงคิดอักษรไทยขึ้น นี่คือเมืองเก่าของกรุงสุโขทัย ฝรั่งมังค่าไปกันมาก แต่คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ เรื่องที่ ๒ มรดกบ้านเชียง มีมาแล้ว ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ปี ทั่วโลกมาดูอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ของแท้ ๆ มีมาตั้งแต่เกือบจะตั้งโลกเลยก็ได้ ภาพที่ ๓ เมื่อสักครู่นี้เราพูดถึงมนุษย์สร้าง หรือว่าแมนเมด (Manmade) ตามภาษาฝรั่งมังค่า อันนี้ธรรมชาติสร้างเรียกว่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ ห้วยขาแข้ง มรดกทางธรรมชาติสวยงามมาก ถ้าท่านไปดูแล้วท่านจะมีความรู้สึกว่าลืมไม่ลง แต่อย่าไปหน้าร้อนท่านไปตอนปลายฝนต้นหนาว จะยิ่งสุด ๆ เลยถ้าท่านไปกับภรรยา หรือสามี หรือพาลูกเต้าไปด้วยก็จะยิ่งดี สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๔๙/๑ ต่อไปป่าดงพญาเย็น สมัยก่อนนี้ใครบอกว่าผ่านดงพญาเย็นแล้วเป็นไข้มาลาเรียตาย บัดนี้ไม่ใช่แล้วครับ สวยงาม อากาศดี มีออกซิเจนสูงที่สุดในโลก เขาใหญ่มรดกธรรมชาติ ต่อไปครับ ผมเชื่อว่าหลายท่านไม่รู้นี่คืออะไร พระนครศรีอยุธยา เป็นเมืองหลวงไทยมาก่อน กรุงธนบุรี ก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ สวยงามมากจนเพื่อนบ้านทนไม่ไหวต้องมาเผาเสียนี่ ถ้าเรานึกถึงเมื่อในอดีตทองคําเหลืองอร่ามสดสวย นึกถึงก็แล้วกันท่านก็จะมีความรู้สึกว่า เรารักชาติบ้านเมืองมากยิ่งขึ้น ภาพต่อไป ท่านอยากเห็นภาพนี้ไหมครับ ท่านไปที่ วัดมงคลบพิตร อันนี้เอาเฉพาะด้านหน้า ด้านหลังเต็มไปด้วยเพิงพะรุงพะรังจนเขาจะ ปลดออกจากมรดกโลกอยู่แล้ว ขณะนี้กําลังทํากันวุ่นวายไปหมด คือความเห็นแก่ตัว ของคนไทยกลุ่มหนึ่งที่ทําให้มันรกรุงรัง เป็นอย่างไรท่านดูนี่หน้าโบสถ์นะครับ มีที่ไหน อยากจะบอกว่าในโลกเสียด้วยซ้ํา แต่เราก็ทํากันที่พระนครศรีอยุธยา ต่อไปครับ เกาะนางยวน จังหวัดสุราษฎร์ธานี สวยงามไหมครับ เขาเรียกทะเลแหวก ถ้าท่านยังไม่เคยไป ท่านไปเสียเถอะครับ อย่าเพิ่งไปปารีส อย่าเพิ่งไปญี่ปุ่นเลย ไปตรงนี้เสียก่อน มีเยอะนะครับ แต่ผมเอาเฉพาะเด่น ๆ มาให้ท่านชมเลย ให้ท่าน สปท. ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ รวมทั้งพ่อแม่ พี่น้อง ที่อยู่ทางบ้าน ภาพต่อไป สนุกไหมครับ ว่ายน้ํากัน เขียวเหมือนมรกตเลย ที่เกาะช้าง ท่านไปเลยครับ ไปเดี๋ยวนี้ก็ได้สวยงามมากของประเทศไทยเรา อันนั้น เป็นเรื่องของธรรมชาติ รวมทั้งบรรพบุรุษเราสรรค์สร้างไว้ ซึ่งเดี๋ยวผมจะอภิปรายต่อไปว่า ผมนํามาทําไม นี่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร อยู่ใกล้ ๆ เราเดินไปยังถึงเลย ก็สวยงาม เป็นวัดที่เกิดขึ้นในราชวงศ์ปัจจุบัน ต่อไปวัดสวยอีกวัดหนึ่ง วัดนันตาราม จังหวัดพะเยา สวยไหมครับ ถ้าไม่สวยท่านเถียงผมได้เดี๋ยวนี้เลย สวยงามมาก แล้วยังมีวัด อีกเยอะแยะมากเลยครับ ผมไม่มีเวลาที่จะนํามา แต่ผมมีให้ท่านชมเป็นสิบ ๆ วัด นี่ชาวบ้านสร้าง สร้างด้วยอะไร สร้างด้วยจิตวิญญาณ ด้วยความเชื่อและความศรัทธา วัดต่อไปวัดป่าภูก้อน จังหวัดอุดรธานี เป็นอย่างไรสวยไหมครับ เป็นแบบไทย มีหน้าบัน จั่ว ร้อยแปดจิปาถะสวยงาม ไปดูครับ แล้วท่านจะขนลุก ต่อไปวัดสวยอีกวัดหนึ่ง วัดไชยธาราราม จังหวัดภูเก็ต อยู่ที่เกาะภูเก็ต นี่ก็สวยอีกแบบหนึ่ง จากตรงนี้แล้วท่านก็ไปชายทะเลได้เลย ไปดูพระอาทิตย์ตกดินก็ได้ ภาพนี้เป็นอย่างไรครับ นี่วัดแห่งหนึ่งผมไม่กล้าเอาชื่อวัดมา สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๔๙/๒ ยกตัวอย่างเลย สกปรกรกรุงรัง ไม่ต้องพูดถึงห้องน้ํา เปิดเข้าไปกลิ่นออกไปถึงหน้าวัด แต่หลายวัดปัจจุบันนี้ดีขึ้นแล้ว ภาพต่อไปครับ ท่านครับ ท่านคิดไหมว่าวัดวาอาราม หรือสถานที่ท่องเที่ยวเป็นที่เลี้ยงสุนัข ถามว่าวัดสวย ๆ อย่างที่ผมว่า แล้วยังไม่ได้ว่า อีกเยอะแยะ ไปเจอะสุนัขแล้วท่านกล้าเข้าไปไหมครับ แล้วยิ่งอากาศร้อน ๆ กลัวสุนัขกัด แล้วเป็นโรคพิษสุนัขบ้า ฉีดยาไม่ทันตาย สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านด้วยความเคารพก็คือว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีอยู่แล้วในประเทศไทย สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๕๐/๑ ถามว่าเราดูแลรักษากันแค่ไหน เราประชาสัมพันธ์กันแค่ไหน เดี๋ยวผมจะอภิปรายต่อไปว่า ที่ผมเสนอเป็นข้อพิจารณาและพร้อมอภิปรายเป็นข้อที่ ๑ ต้องให้มีการบูรณาการ ทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สํานักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และส่วนราชการอื่น ๆ ให้มีการรักษาคุณภาพของแหล่งท่องเที่ยวให้ยั่งยืน เป็นอย่างไร ผมเสนอ ทําได้เลย ท่านไม่ต้องไปตั้งกรรมการร้อยแปด มีพระราชบัญญัติเลย ถ้าส่วนราชการ ต่าง ๆ ประสานกัน ดูแลคุณภาพให้สวยสะอาด ห้องน้ําสะอาด แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ความเชื่อและศรัทธาของคนไทย หรือในศาสนาพุทธประเทศอื่น ๆ เชื่อว่าสร้างวัดสวย ๆ หล่อพระพุทธรูปแล้วจะไปสวรรค์ แล้วผมก็เชื่อเช่นนั้น ผมสร้างไว้องค์หนึ่งที่เขื่อนป่าสัก ท่านไปชมได้ เราเรียกว่าหลวงปู่ใหญ่ป่าสัก ผมไปร่วมกับหลวงพ่อท่านหนึ่งสร้างไว้นะครับ แต่ว่าพอหล่อพระประธานสวย ๆ เรี่ยไรจากญาติโยม ใช้เป็นสิบ ๆ ล้านบาท แล้วก็ใส่กุญแจ ๓ ชั้น ไม่ให้ใครชมเลย วัดก็ไม่เปิดหลายวัด ถามว่าผมเสนออย่างนี้ทําไม ก็เสนอว่า ส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสํานักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม และจังหวัด ต้องไปให้ท่านเปิดแล้วทําให้มันเป็นเรื่องเป็นราว นอกจากทําเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ต้องสร้างสตอรี (Story) เขาเรียกอะไร สร้างเรื่องราว ไม่มีประเทศไหน ท่านไปดู เขาสร้างเรื่องราวผูกเรื่องประวัติศาสตร์ที่เป็นของจริงกับความสําคัญว่าบรรพบุรุษ ชาติไทยมันมาอย่างไร ๆ ต้องสร้าง แล้วคนสร้างเรื่องราวเหล่านี้เก่ง ไม่ใช่เก่งทุกคน ผมรู้จักคนหนึ่งเป็นเพื่อนร่วมสมัย ๑๔ ตุลา ท่านประธานครับ เรื่องดี ๆ ขออีกนิดนะครับ ต้องสร้าง ขอโทษนะครับ คุณจิระนันท์ พิตรปรีชา ให้เขามาสร้างเรื่องราวต่าง ๆ แล้วหาคน มาช่วย แล้วก็อธิบายไปว่าทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ว่าสถานที่ท่านไปเที่ยว มันมีความสําคัญต่อชาติภูมิของคนในโลกอย่างไร ๒. ต้องจัดระบบ ระเบียบ ให้สถานที่ ท่องเที่ยวมีความสะอาดเป็นระเบียบ เห็นไหม ห้องน้ํา ร้อยแปดจิปาถะ ๓. ต้องจัดรวบรวม เรียบเรียงประวัติความเป็นมา เมื่อกี้ผมบอกแล้วให้มีคุณค่าทั้งในด้านประวัติศาสตร์ และความเป็นมาของชาติพันธุ์ของโลกเลย ไม่ใช่ของประเทศไทย ภาษามีกี่ภาษา แต่ภาษาหนึ่งที่สําคัญคือภาษาไทย เมื่อมีกรุงศรีอยุธยา อักษรไทยก็มีพระเจ้ารามคําแหง มหาราช ๔. ต้องจัดให้มีความปลอดภัยในทุกด้านแก่นักท่องเที่ยว ชีวิต ทรัพย์สิน สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๕๐/๒ รวมทั้งที่จอดรถ ร้อยแปดจิปาถะ จอดรถแล้วรถต้องไม่หาย รถต้องไม่ยางแตก ๕. ต้องมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ถ้าท่านทําเท่านี้เงินตรา จะไหลมาสู่ประเทศไทย และท่านต้องให้ อบต. อบจ. ทํามาค้าขายอย่างมีระบบ ระเบียบ และคํานึงถึงวัฒนธรรมไทย ต้อนรับแขกทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ท่านครับ ผมเพิ่งจบเรื่องเดียวคือเรื่องการท่องเที่ยว แต่ผมมีอีกเรื่องหนึ่ง ท่าน สปท. ครับ ผมขออนุญาตนําเสนออีกนิดเดียวครับ เรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ภาพแรกครับ อันนี้น้อย ไม่มาก ไม่มีใครไม่เคยกินข้าวถ้าเกิดมาเป็นคนไทย ชาวนาไทย ผมได้อภิปรายไว้แล้ว ถ้าเราขายข้าวเป็นกระบุงอย่างนี้ ผมไปตลาดสดตอนเช้า ๆ ก็ยังมี เป็นกระบุง ๆ อยู่ ราคาก็ไม่ได้ ๒. การเก็บก็ไม่ได้ ราคาก็ไม่ดี ถ้าท่านทําเป็น เขาเรียกอะไร หีบห่อให้ดี แล้วก็ทําให้เป็นสุญญากาศสามารถเก็บได้เป็นปี จากกิโลกรัมละ ๔๐-๕๐ บาท ก็เป็น ๕๐๐-๖๐๐ บาท แล้วส่งต่างประเทศ ต่างประเทศก็สนใจ เห็นไหมครับ นี่การสร้าง มูลค่าเพิ่ม ภาพที่ ๒ ถ้าท่านเอาปลามาขาย คนไทยจับปลามากเลยแล้วขายเป็นปลาสดไป ถามว่าราคาเท่าไร ไม่เกิน ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท แต่พอท่านทําเป็นอย่างไร ใส่กระป๋อง เรียบร้อยไปขายในต่างประเทศ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ท่านไปดูได้เลย หลายประเทศสั่งไปจากประเทศไทย มูลค่าเพิ่มไหมครับ มูลค่าเพิ่มครับ เศรษฐกิจ สร้างสรรค์ไหมครับ สร้างสรรค์ครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๕๑/๑ เพราะผมไปหาคํานิยามมาแล้วเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ คือการจะทําอย่างไรที่จะใช้ เทคโนโลยีใหม่ ๆ ทําให้การทํามาค้าขายดีขึ้น ยั่งยืนขึ้น กําไรมากขึ้น ต้นทุนต่ําลง ไม่มีใครไม่เคยเห็นวัว วัวเป็นฝูง ๆ เพราะมาตัวเดียว จากวัวถ้าขายเป็นตัวได้ไม่กี่บาทหรอก แต่พอทําเป็นเนื้อสดปลอดโรคภัยไข้เจ็บราคาแพงขึ้น เป็นร้อย เป็นพัน แต่พอเอาใส่กระป๋อง เป็นมัสมั่นกระป๋อง เป็นเนื้อกระป๋อง เป็นเนื้อย่างกระป๋อง ร้อยแปด ไม่เชื่อไปถามคุณอา ที่อยู่ในรูปก็ได้ว่าราคามันพุ่งขึ้นกี่เท่า แล้วมันสามารถส่งไปได้ทั่วโลก อันนี้ก็เป็นมูลค่าเพิ่ม ผมกราบเรียนท่านประธานไปยังทางกรรมาธิการว่าที่ท่านพูดทั้งหมด บรรยายทั้งหมดแล้ว ในเล่มผมเห็นด้วยกับท่านทั้งหมด แต่อันนี้ผมเสริมเฉย ๆ ไม่ใช่เฉพาะเนื้อวัวนะครับ ไก่ก็ทําได้ ต่อไปครับ ไม่มีใครไม่รู้จักมะพร้าว ในต่างประเทศสมัยก่อนอาหารไทยแย่มาก เพราะว่าจะส่งกะทิไปก็แพง ส่งไปไม่ได้ ใช้นมสดก็ไม่อร่อย ใครไปอยู่ต่างประเทศแล้วใช้ นมสดทําแกงเผ็ดก็ไม่อร่อย บัดนี้เป็นอย่างไรครับ พอใส่กระป๋องไป ใส่กระป๋องก็แพง ใส่เป็นกล่องกระดาษ ๒ ยี่ห้อนี้ผมไม่เอ่ยนะ แต่ว่าขายดีที่สุดในต่างประเทศ แล้วยังมียี่ห้ออื่น ๆ อีกหลายยี่ห้อ ท่านประธานครับ ผมได้ขออนุญาตแล้ว เรื่องสุดท้าย ที่ผมจะนําของมาให้ท่านดู ผมไปนราธิวาสกับปัตตานีมาเพิ่งกลับ แล้วเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว ผมเคยเป็นอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานไปช่วยแม่บ้านของ ๔-๕ จังหวัดในภาคใต้ ทําการฝีมือ ตัดเย็บหมวกกะปิเยาะแล้วเอาไปขายตะวันออกกลาง แล้วมีอีกอันหนึ่ง ที่ยังผลิตกันขายดีเป็นเทน้ําเทท่าก็คือผ้าบาติก บาติกไม่ใช่เฉพาะที่ให้ท่านดู ยังมีเป็นชุด เป็นร้อย เป็นจิปาถะ ท่านไปดูชายทะเลได้เลยครับ แล้วผมเพิ่งไปเยี่ยมเขามา หลังจากที่ ไม่ได้ไปเยี่ยม ผมเอาของจริงมาให้ท่านดูเลย นี่ครับ ของแท้ ๆ แล้วมีหลายลวดลาย แล้วผมกราบเรียนเลยว่าลวดลายแบบนี้มีผืนเดียวในโลก ผมยืนยันว่าในโลก เพราะเขาทํา ด้วยแฮนด์เมด (Handmade) ถึงจะทําคล้าย ๆ อย่างนี้แต่ลวดลายก็ไม่เหมือนกัน ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมันไม่ใช่ทําจากบล็อกทําจากมือ แล้วใช้สีเยอรมนี ไม่ตก ไม่ซีด ไม่ลอก ถามว่าเอาไว้ทําไมครับ คลุมผมก็ได้ เวลาท่านขึ้นรถลงเรือ หนาว ท่านก็ห่มคอได้ ทําได้หมดเลยครับ แล้วใส่กระเป๋าเบานิดเดียวกํามือ แล้วที่สําคัญที่สุดก็คือว่า ถ้าเราขายอย่างนี้ ถ้าเป็นผ้าชิ้นไม่เกิน ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท พอทํามาเป็นแบบนี้ทําไมครับ ๑,๐๐๐ บาทขึ้นครับ แล้วตอนนี้ผมก็ไปบอกเขาว่าให้ทําสีแบบนี้เถอะครับ เพราะเรากําลังอยู่ สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๕๑/๒ ในช่วงทุกข์โศก ให้ทําเป็นดอก นี่ดอกดาหลา เดี๋ยวผมจะบอกว่าดอกดาหลาเป็นอย่างไร แต่ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าทําจากนี้ปุ๊บ ต้องทําแพ็กเกจจิง (Packaging) ให้ดี อันนี้คือแพกเกจจิง (Packaging) ที่ใส่แล้วมีคุณค่ามากขึ้น ราคาสูงขึ้น ท่านทราบไหมว่านี่ทําจากอะไร กาบกล้วยครับ หรือท่านเอาไปดูได้เลย เป็นมูลค่าเพิ่มอย่างยิ่งเลยครับ นี่คือเศรษฐกิจ สร้างสรรค์อย่างหนึ่ง แล้วผมก็ไปบอกเขาว่าต้องขายไปทางอินเทอร์เนต (Internet) ไปทั่วโลก แต่ท่านต้องทําให้ได้มากพอถ้าเขาออร์เดอร์ (Order) เยอะ ๆ ที่ผมพูดเมื่อกี้นี้ก็คือ ดอกไม้ตรงนี้ถ้าท่านเปลี่ยนจากเป็นสีดอกดาหลาเมื่อกี้นี้ สีแดง แล้วใส่สีเข้าไป ดอกดาหลา เป็นดอกไม้ป่าอยู่ในภาคใต้ นี่คือดอกดาหลาครับ ดอกดาหลาขึ้นเองตามภูเขา ริมแม่น้ํา หลายจังหวัดในภาคใต้ ใบกินได้ ดอกกินได้ เอาไปทําอะไรครับ ยํา นอกจากยําแล้ว เด็ดเป็นกลีบ ๆ เอาไปชุบแป้งทอด โอ้โฮ สุดอร่อย นี่คือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ผม นํากราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ แล้วก็พ่อแม่ พี่น้อง ที่ชมโทรทัศน์ ของรัฐสภา สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๕๒/๑ ข้อเสนอผมครับ ข้อที่ ๑ ต้องพัฒนาเกษตรกรให้สามารถแปรรูปสินค้าเกษตรพื้นฐาน เป็นสินค้าสําเร็จรูปพร้อมปรุง หรือพร้อมรับประทานได้ ที่ผมต้องเอาข้อนี้เป็นข้อ ๑ ก็คือว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เราอยากจะเป็นครัวของโลก เราอยากเป็นอู่ข้าวอู่น้ํา ผลิตภัณฑ์อาหารการกินของโลก แล้วเราก็ไม่ต้องทิ้งรากเหง้าอันนี้ของเรา ๒. ต้องใช้ หลักวิทยาศาสตร์มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูงขึ้น สูงขึ้น และมีต้นทุนต่ํา ๓. ต้องพัฒนาระบบการขาย สําคัญที่สุดคือมาร์เกตติง (Marketing) โดยใช้ระบบสารสนเทศ หรือระบบไอที (IT) ให้มากยิ่งขึ้น ต้องสอนเขา ต้องสอนเกษตรกร ๔. ต้องพัฒนาคุณภาพ สินค้าที่คนไทยมีความสามารถพิเศษให้สามารถผลิตได้จํานวนมาก เช่น ที่ผมยกผ้าบาติก มาให้ท่านดู นอกจากผ้าบาติกแล้วยังมีผ้าไหมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผ้าฝ้าย แถวจังหวัดน่าน ร้อยแปดจิปาถะ แต่สําคัญที่สุดก็คือว่าพอเขาสั่งเยอะ ๆ แล้ว ผมเคยพาไป ดูผ้าฝ้ายสําหรับปูโต๊ะ ร้อยแปดจิปาถะ ปลอดสารพิษ ปลูกเอง ปั่นเองเลยครับ เขาก็จะสั่ง เยอะ ๆ พอจะสั่งเยอะ ๆ ไม่มีครับ คิวซี (QC) ไม่ได้ อันนี้ก็เป็นปัญหาที่ฝากท่านกรรมาธิการ ไว้ว่าจะทําเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็ขอให้ดูเรื่องเหล่านี้ด้วย กระผมกราบเรียนรบกวนเวลา มามากพอสมควร ก็กราบเรียนมาเพื่อพิจารณาประกอบกับสิ่งที่ท่านจะนําเสนอรัฐบาล ด้วยความเคารพ กราบขอบพระคุณครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง 🔗

ขอบคุณค่ะ มีสมาชิกขออภิปรายเพิ่มอีก ๑ ท่าน คือท่าน พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เรียนเชิญค่ะ

พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ สปท. ลําดับที่ ๓๙ ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชม คณะกรรมาธิการที่ได้ทําเรื่องดี ๆ ที่เป็นความหวังของประเทศชาติมาเสนอในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทั้ง ๒ เรื่องมีความสําคัญ ต่อประเทศชาติโดยรวม จริง ๆ ในเรื่องการท่องเที่ยวนี้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เราก็คงรู้ ทุกคนก็คงรู้ รวมทั้งต่างประเทศที่เขาจะมาเที่ยวประเทศไทยเขาก็รู้ว่า เรามีอะไร ที่น่าเที่ยวบ้าง มีจุดแข็งอะไรบ้าง จุดแข็งของเราก็มีหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้ว สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๕๒/๒ ไม่ว่าจะเป็นความเป็นไทย วัฒนธรรมไทย นิสัย ประเพณีต่าง ๆ ผมก็คงจะไม่อภิปรายซ้ํา จุดอ่อนเหมือนกันหลาย ๆ ท่านก็คงจะทราบว่า เราอยากไปเที่ยวไหมถ้าเผื่อประเทศนั้น หรือพื้นที่ตรงนั้นมีความไม่ปลอดภัย เดินทางลําบาก มีความเสี่ยงภัยนานัปการ เพราะฉะนั้น จุดเหล่านี้เป็นจุดที่เราได้รู้ และได้ตระหนักมานานที่มีความพยายามที่จะแก้ไขกัน อย่างต่อเนื่อง สําหรับนโยบายการท่องเที่ยวที่เดินมาถึงปัจจุบันนี้ผมก็ต้องขอชื่นชมว่า เราเองเราพยายามที่จะให้ชาวต่างประเทศมาเที่ยวประเทศไทยมาก ๆ แล้วก็มีการใช้จ่ายมาก ๆ แล้วขณะเดียวกันการท่องเที่ยวก็จะต้องไม่เป็นการทําลายล้างสิ่งที่เรามีอยู่ มีแต่จะต่อยอด ให้มันดีขึ้น แล้วในขณะเดียวกันก็มีความพยายามที่จะให้ไทยเที่ยวไทย มีการพยายาม ที่ลดภาษี มีแรงจูงใจต่าง ๆ ผมว่าถูกทางครับ เพราะฉะนั้นเราจะเห็นว่ามีความตื่นตัว ในการท่องเที่ยว ยิ่งในภาวะนี้ทุกท่านก็คงทราบเหมือนกับที่ผมทราบว่า ขณะนี้คนมีฐานะ ที่จะไปเที่ยวต่างประเทศได้ ไปเที่ยวในประเทศได้ สามารถที่จะซื้ออะไรได้พอสมควร เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สําคัญครับ สําหรับประเทศที่จะต้องให้เป็นหลัก แล้วในปัจจุบันนี้ก็ต้องชื่นชมว่า การท่องเที่ยวเป็นตัวจักรหลักในการนําเงินเข้าสู่ประเทศ ทําให้พยุงสถานะเศรษฐกิจของประเทศของเราให้อยู่ได้ ทุกคนตระหนักดี สิ่งที่ผมจะ มีข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อเสนอของกรรมการชุดนี้ก็มีในเรื่องกลไกต่าง ๆ สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๕๓/๑ โดยเฉพาะกลไกที่จะมามอนิเตอร์ (Monitor) มาบริหารจัดการ ในส่วนกลาง ในส่วนนโยบายนี้ ผมถือว่าสําคัญยิ่ง เพราะประเด็นจุดแข็ง จุดอ่อน ที่จะเสริมสร้างมีมากมาย แล้วเกี่ยวข้อง กับหลายกระทรวง เพราะฉะนั้นถ้ามีกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเป็นคณะกรรมการกลาง มามอนิเตอร์ (Monitor) มาชี้ประเด็นกํากับให้หน่วยงานประสานงาน บูรณาการให้กับ ส่วนราชการอื่น ๆ ในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยด้านต่าง ๆ ความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน ความปลอดภัยในเรื่องอาหาร ความปลอดภัยในเรื่อง สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ก็จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง ไม่อย่างนั้นก็จะขาดคน หรือขาดความเป็น เจ้าภาพในการแก้จุดอ่อน แล้วในขณะเดียวกันในการแก้จุดแข็ง ในการเพิ่มจุดแข็งต่อยอด ทําอย่างไรถึงจะให้รายได้ของการท่องเที่ยวของเรากระจาย ไม่กระจุก แต่กระจายลงไป ส่วนล่างของประเทศ ตัวนี้สําคัญที่สุด แล้วขณะเดียวกันกรรมการชุดนี้ก็จะมีความสัมพันธ์กับ คณะกรรมการในพื้นที่ที่ท่านได้นําเสนอ แล้วผมเห็นด้วยกับคุณหมอชูชัยว่ากรรมการในพื้นที่ ในแต่ละจังหวัดควรจะมีภาคเอกชน ภาคประชาชน เพราะหัวหน้าส่วนราชการ ส่วนราชการ ต่าง ๆ ไปอยู่ในจังหวัดนั้นก็เป็นระยะสั้น ความซึมซับ รวมทั้งความเข้าถึงในพื้นที่คงจะ มีไม่มากเท่ากับคนในพื้นที่ ตัวนี้สําคัญมาก แล้วในขณะเดียวกันผมเองก็ได้พูดมาหลายครั้งว่า ในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่น่าจะมีคลังสมองในด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับพื้นที่ ไม่ใช่ว่า มีคลังสมองเฉพาะในระดับชาติ ในระดับประเทศ ตอนนี้มันน่าจะมีคลังสมองในระดับ จังหวัดแล้วนะครับ เพราะว่าคนในจังหวัดนั้นประกอบธุรกิจ รับราชการ ก็มีความเจริญเติบโต แล้วก็มีความรักท้องถิ่น ถ้าจะให้ยั่งยืนก็คงต้องเอาคนประเภทเหล่านี้ไปช่วยในการเสริมสร้าง ในประเด็นนี้ ในประเด็นที่ ๒ ที่ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอของทางด้านการท่องเที่ยวก็คือ การที่จะให้ลงทะเบียนรวบรวมของโรงแรม กับที่อยู่ของตรวจคนเข้าเมืองเป็นเรื่องเดียวกัน โดยใช้ดิจิทัลเข้ามาเป็นตัวช่วย หรือใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ควรจะทําอย่างเร็ว เพราะปัจจุบันนี้ทางด้านฝ่ายความมั่นคงเอง ก็มีปัญหาที่จะตาม เพราะไม่สามารถจะตรวจสอบได้ จะตรวจสอบได้ก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร แล้วก็เห็นด้วย ที่จะยกเลิก ตม. ๖ เพราะว่าในหลาย ๆ ประเทศชัดเจน ในแถบอาเซียนเราไม่ว่าจะเป็น แม้กระทั่งเวียดนามที่ปกครองด้วยสังคมนิยม การเข้าประเทศของเขาไม่ต้องกรอกอะไรเลย ชัดเจนมาก เพราะฉะนั้นของเราเองก็พูดกันมานานว่า จะเลิกดี ไม่เลิกดี แต่ผมสนับสนุน สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๕๓/๒ ให้คณะกรรมการชุดนี้เร่งผลักดันให้มีการเลิกเรื่อง ตม. ๖ ในจุดที่ ๓ มันเกี่ยวพันกับ ที่ท่านปีติพงศ์ได้พูดเช่นเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผมเชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะผม มีหลาย ๆ ท่าน ในห้องนี้คงมีโอกาสไปเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราคงจะถามใจเราเองว่า ทําไมเราไปเที่ยวประเทศนั้น สะดวก สบาย อาหารดี อากาศดี เดินทางสะดวก นี่เป็นสิ่งที่ ตัดสินใจโดยพื้นฐานทั้งนั้น แล้วในขณะเดียวกันพอเราลงไปถึงในพื้นที่ของเขา เราจะเห็นว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยเฉพาะเรื่องของที่ระลึกของเขา เป็นของในท้องถิ่นทั้งนั้นเลย อย่างเร็ว ๆ นี้เพิ่งไปญี่ปุ่นมา ลองเข้าไปในหมู่บ้านเล็ก ๆ เขาก็จะทําเป็นช้อนรองเท้า ใช้ไม้ท้องถิ่นง่าย ๆ แล้วก็ใช้เลเซอร์ยิงเป็นตราสัญลักษณ์ ปรากฏราคาเข้าไปประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าเยน ตกก็ประมาณเกือบ ๖๐๐-๗๐๐ บาทไทย จากไม้ชิ้นเล็ก ๆ หรือของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างนี้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตัวนี้อยากจะให้ใช้ของในพื้นที่ เพื่อให้พื้นที่คิด สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๕๔/๑ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้จะทําได้ก็ต้องใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นบวกกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่เหล่านั้น เราไม่ควรจะให้ศึกษาแบบทั่วไป โดยท้องถิ่นไหนที่มีการศึกษา ในจังหวัดไหนมีมหาวิทยาลัย มีวิทยาลัยก็ควรจะมีข้อหนึ่งการเสริมสร้างอุตสาหกรรมท้องถิ่น หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นการศึกษาต้องเป็นสิ่งนํา ถ้าเผื่อท่านจะให้ชาวบ้านไปคิด ให้ข้าราชการ ไปคิด ไม่มีทางครับ ต้องความรู้การศึกษาเท่านั้นที่จะต้องเข้าไปช่วย เพราะฉะนั้นท่านต้อง ดึงเข้ามาในพื้นที่ในสิ่งเหล่านี้ แล้วประเด็นสุดท้ายที่ผมเห็นด้วย ก็คือเรื่องย่านสร้างสรรค์ ที่ท่านปีติพงศ์ได้พูดถึง ผมเองมีความประทับใจในหลาย ๆ แห่ง ซึ่งหลาย ๆ ท่านก็ไม่ได้เอ่ย เป็นต้นว่าอย่างวัดร่องขุ่น อาจารย์เฉลิมชัยเพียงท่านเดียวสามารถจะสร้างพื้นที่เหล่านั้น เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ ตอนนี้ก็จะกลายเป็นมาร์เกตเพลซ (Market place) กําลังขยาย ออกไปมาก หรือแม้กระทั่งที่ลืมให้เครดิตอีกท่านหนึ่ง ที่พัทยาก็คือเมืองจําลองที่สร้างไว้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี ๆ ทั้งนั้นครับ คนท้องถิ่นทํา นักธุรกิจทํา เพียงแต่ว่าคณะกรรมการ ส่วนกลางจะไปเอื้อไปสนับสนุนเขาอย่างไรเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นของท้องถิ่นมีดีเยอะแยะ เมื่อสักครู่นี้ผมยังบ่นเลยของดีที่ของไทยกําลังจะหายไป อย่างขนมปิ้งจากที่สมุทรสาคร สมุทรปราการ ที่แปดริ้วสมัยก่อน เป็นขนมที่เราไปแล้วก็ซื้อมาฝากกัน ตอนนี้แทบจะ หายไปเลย นี่ผมเพียงแต่ยกตัวอย่าง ๑ ขนมเท่านั้นเอง ก็มีอีกหลาย ๆ สิ่งหลายอย่าง ที่มันจะหายไป เพราะฉะนั้นผมก็ต้องขอโทษท่านสุรินทร์ ปกติท่านก็ต้องอภิปรายคนสุดท้าย เผอิญผมมาอภิปรายเป็นคนสุดท้ายวันนี้โดยเหตุบังเอิญ เพราะเจ้าหน้าที่ส่งเอกสารช้า เพราะฉะนั้นก็ขออภัยท่านสุรินทร์ ผมมีข้อสังเกตเพียงแค่นี้ ขอขอบคุณครับ

ขอบพระคุณค่ะ การที่เรานําประเด็นเรื่องการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และเศรษฐกิจ สร้างสรรค์มาพูดในวันนี้ ไม่ใช่เป็นการอภิปรายซ้ํากับที่รายงานที่เข้าสภาไปแล้ว ตอนนั้น เราบอกว่าเราจะทําอะไร แต่วันนี้เราบอกว่าเราจะทําอย่างไร ซึ่งท่านชิดชัยและคุณหมอชูชัย ก็ได้พูดชัดเจนว่า ภาคประชาชน ภาคสังคม ชุมชน เป็นกลไกที่สําคัญอย่างยิ่งอันดับหนึ่ง ของการทําให้สิ่งเหล่านี้สําเร็จ ดิฉันอยากจะฟังคณะกรรมาธิการที่จะให้ความเห็น ต่อความเห็นของสมาชิก หรือข้อสรุปของคณะกรรมาธิการเอง เชิญค่ะ สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๕๔/๒

นายกลินท์ สารสิน กรรมาธิการ 🔗

เรียนท่านประธาน และสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ก็เห็นด้วยกับทุกท่านเลยนะครับ คือนโยบายของการท่องเที่ยว ของประเทศตอนนี้เราไม่เน้นเรื่องจํานวนปริมาณคนเข้าประเทศ เราเน้นเรื่องคุณภาพ คนเข้าประเทศ จากปีที่แล้วทั้งปีเราไม่เน้นเรื่องปริมาณเลยตอนนี้นะครับ ฉะนั้นนักข่าว พยายามถามเรื่อยว่าตอนนี้คนมากี่ล้านคน กี่ล้านคน ตอนนี้เราดูว่าปริมาณคุณภาพคน คุณภาพคือการใช้จ่ายต่อวันเท่าไร เขาอยู่นานเท่าไร แล้วก็ชาวบ้านคนในท้องถิ่น ได้ประโยชน์อะไรบ้าง เดี๋ยวขอดูแผ่นสไลด์ (Slide) ที่ ๕ ซึ่งตอนนี้เราดูแล้วเรื่องความปลอดภัย ของชีวิตและทรัพย์สินนั้นเป็นเรื่องสําคัญมาก ๆ ซึ่งเมื่อสักครู่ทุกท่านก็พูดเรื่องนี้ แล้วอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องความสะอาด สะอาดทั้งห้องน้ํา สะอาดทั้งอาหาร เป็นเรื่องสําคัญ เมื่อสักครู่บอกแล้วเรื่องอาหารต้องดูเรื่องความปลอดภัยว่า มีสารเคมี แยะขนาดไหน ตรงนี้เมื่อสักครู่ที่ท่านบอกไปแล้วว่า ตอนนี้มีสารเคมีจากการซื้อแยะมาก ๆ ก็คิดว่าคงเอาใช้ในประเทศมากขึ้นด้วย อันนี้ก็เป็นจุดที่เราต้องมาดูในอนาคต อยากให้ดู ในแผ่นนี้ว่ามี ๕ เรื่องที่เราทํา ณ ปัจจุบันเสร็จไป ๒ เรื่องแล้ว เรื่องที่ ๓ คือเรื่องที่ หลาย ๆ ท่านได้พูดถึง การส่งเสริม การมีส่วนร่วมด้านท่องเที่ยวของคนในท้องถิ่น อินคลูซิฟทัวริซึม (Inclusive Tourism) อันนี้เป็นเรื่องสําคัญนะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๕๕/๑ เรื่องการกระจายรายได้อย่างไร คนท้องถิ่นได้อะไรบ้างจากการท่องเที่ยว ไม่ใช่มีแต่ คนไปเที่ยวเฉย ๆ แล้วก็ไม่ได้อะไรเลย รวมถึงเมื่อกี้ที่บางท่านบอกไว้แล้วเรื่องตอนนี้ มีเทคโนโลยีใหม่มา ไม่ใช่เครดิตการ์ด (Credit Card) เป็นการ์ด (Card) เฉย ๆ แล้วก็จ่ายเงิน ก็โอนตรงไปประเทศนั้นเลย ประเทศไทยแทบไม่ได้อะไรเลย อันนี้เราจะดูส่วนนี้ด้วยนะครับ

ส่วนเรื่องที่ ๔ ถัดต่อไปถ้ามีเวลา เรื่องการบริหารขีดความสามารถ ในการรองรับนักท่องเที่ยว คือบางจุดต้องมีจุดตัดว่าแหล่งนี้นักท่องเที่ยวได้มากที่สุดเท่าไร เท่านั้นจบ ไม่ใช่เอาแต่นักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะแยะ ยกตัวอย่างอ่าวมาหยา ตอนนี้เห็นภาพแล้วมันน่าเกลียดมาก เมื่อก่อนเป็นแหล่งที่คนมานอนอาบแดด ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว คือตอนนี้เราดูเรื่องขีดความสามารถในการรองรับด้วย รวมถึงการบริหาร การจัดเก็บรายได้อันนี้เป็นเรื่องสําคัญ เพราะหลายแห่งคนเข้ามาจํานวนเยอะ แต่การรีพอร์ต (Report) รายได้บอกนิดเดียวเท่านั้นเอง ลองดูระบบนี้เอาไอที (IT) มาช่วย ขณะเดียวกัน การกระจายงบประมาณให้สอดคล้องให้เหมาะสมด้วย เมื่อกี้หลายท่านบอกแล้วมีหลายจุด หลายเมืองที่นักท่องเที่ยวสูง แต่ขณะเดียวกันเงินส่วนกลางที่ไปช่วยมีน้อยมาก เพราะฉะนั้น ต้องมีจุดที่เราต้องมาดูต่อเนื่อง อันนี้เป็นเรื่องที่ ๔ ที่เราทําต่อไป เรื่องที่ ๕ ถ้ามีเวลาพอ ก็จะทําเรื่องนี้ด้วย เรื่องการจัดมาตรฐานต่าง ๆ แหล่งท่องเที่ยวให้อยู่ระดับสากล อันนี้รวมถึงความปลอดภัย ความสะอาด เรื่องกติกา มารยาทต่าง ๆ ตรงนี้คณะทํางาน เราก็บุกเต็มที่ก็พยายามทําให้เร็วที่สุด เมื่อกี้ก็ตอบไปหลายส่วนแล้ว ตอนนี้เรื่องชุมชนเข้มแข็ง เป็นเรื่องสําคัญ ทําอย่างไรให้มีส่วนร่วม แล้วก็ชุมชนเข้มแข็งด้วย ชุมชนมีสิทธิมีเสียง เป็นเจ้าของ อันนี้เหตุผลที่เราจะขอตั้งคณะกรรมการเร่งรัดในภาพที่ ๘ ทีนี้บอกว่า คณะกรรมการบูรณาการท่องเที่ยวจังหวัด อันนี้ที่พูดถึง อันนี้เราคงพูดเฉย ๆ ไม่ได้ คงต้องวิ่งไปหาหลาย ๆ คนที่เกี่ยวข้องที่สามารถตัดสินใจได้ด้วย ก็คงทําต่อเนื่องเร็ว ๆ นี้ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งในภาพเดียวกัน ข้างบนนี้คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยปลัดกระทรวง รัฐมนตรีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องการท่องเที่ยวอยู่นี่ หมดเลย แต่ทีนี้บอกว่าปัญหาจริง ๆ คือว่าทุกคนพูดหมด แต่ไม่มีใครมารวบรวม มาติดตาม เลยบอกควรจะมีสํานักงานนโยบายและขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ซึ่งอันนี้คงต้องไปเวิร์ก (Work) ต่ออีกทีหนึ่ง อันนี้เป็นเรื่องสําคัญ เมื่อกี้ท่านบอกว่าอันนี้ควรจะหาคนที่ สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๕๕/๒ มีความสามารถ แล้วก็มีข้อมูลเป็นอินเทลลิเจนต์ยูนิต (Intelligent Unit) อันนี้เห็นด้วยเลย ต้องเก็บรวบรวมข้อมูล แล้วก็สามารถส่งต่อลูกได้ เพราะแต่ละคนก็มีภาระเยอะ ถ้าไม่มีคนติดตาม

ต่อมาอีกหน้าที่บอกว่าทางด้าน สสปน. อพท. ที่อยากให้ย้ายมาอยู่ ใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเมื่อก่อนก็อยู่แล้วเสร็จแล้วกําลังย้ายกระจายออกไป ซึ่งอันนี้มันไม่บูรณาการทีเดียว แล้วงานบางอย่างสามารถยุบรวมได้ บางอย่างอาจจะใช้ รีซอร์ซ (Resource) เดียวกัน หรือว่างบประมาณเท่ากันก็เป็นไปได้ โดยไม่ซ้ําซ้อนกัน ต้องเพิ่มงบประมาณเสียค่าใช้จ่ายเปล่า ๆ บางหน่วยงานตอนนี้ได้ทราบมาว่าอาจจะ มีการปรับเปลี่ยนเรื่องสวนสัตว์ต่าง ๆ อันนี้อาจจะไปอยู่คนที่สเปเชียลไลซ์ (Specialize) ด้านสวนสัตว์จริง ๆ ตอนนี้ได้ข่าวว่าจะมีการปรับเปลี่ยนแล้ว สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๕๖/๑

หน้า ๑๓ เมื่อกี้ที่มีหลายท่านก็บอกแล้ว อันนี้ที่เราอยากทําก็คือตั้งแต่ เข้าประเทศมาสแกน (Scan) พาสปอร์ต (Passport) มา อยากให้มีข้อมูลดาต้าเบส (Data based) อันนี้เข้ามาอยู่ที่ส่วนกลาง ขณะเดียวกันเวลาพักที่ไหนก็เข้าส่วนกลาง เหมือนกัน ขณะเดียวกันก็มีอีกจุดหนึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศบอกว่า เป็นไปได้ไหม ตั้งแต่ขอวีซ่า (Visa) เลย ขอให้มาเข้าส่วนกลางนี่เหมือนกัน ถ้าเผื่อเข้าส่วนกลางนี้ได้แล้ว ก็คิดว่าแพลตฟอร์ม (Platform) ตัวนี้จะเป็นตัวที่สามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้ว่า คนเข้าเมืองไทยตอนนี้อยู่ที่ไหน คนนี้โดนห้ามเข้าหรือเปล่า เป็นอาชญากรสงครามหรือเปล่า พวกนี้ก็สามารถดูได้ แต่ ณ ปัจจุบันระบบนี้ยังไม่มี แล้วก็คิดว่าเราควรจะมีทําเร่งด่วนเรื่องนี้ อันนี้ก็คงต้องทําต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็คงต้องไปหาหลายกระทรวง คงไม่ใช่ยืนอยู่เฉย ๆ แล้วทําได้ ต้องวิ่งไปหาเจ้ากระทรวงหลายกระทรวงไปให้เขาบายอิน (Buy-in) ถึงจะทําได้

ต่อมาก็เรื่องโฮมสเตย์ (Homestay) เมื่อกี้ท่านบอกว่าอยากให้เปิดเสรี ผมก็เห็นด้วยเลยนะครับ แต่ตอนนี้ที่อยากให้ทําก็คือว่าทําอย่างไรให้เขารีจิสเตอร์ (Register) ให้เรา เราจะได้รู้โฮมสเตย์ (Homestay) อยู่ที่ไหนบ้าง จริง ๆ โฮมสเตย์ (Homestay) เขาก็มีมาตรฐานของเขาอยู่แล้วขอให้จดทะเบียนให้ได้ แต่บางอย่างที่เขาใช้ชื่อโฮมสเตย์ (Homestay) แต่ไม่ใช่โฮมสเตย์ (Homestay) เขาขอให้ปรับอยู่ในพระราชบัญญัติโรงแรม อันนี้ก็ขอให้เป็นอย่างนั้น คือทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ประกอบการทั้งหมดเรื่องพักแรมขอให้มีอยู่ใน แคเทกอรี (Category) แต่ละอย่างแล้วก็จดทะเบียน เราจะได้รู้ใครอยู่ตรงไหนจะติดตามได้ โฟลว์ ออฟ อินฟอร์เมชัน (Flow of Information) ก็เห็นด้วย เมื่อสักครู่ที่บอกดาต้าเบส (Data based) มีแล้ว ข้อมูลต่าง ๆ ต้องถึงกันทุกแห่ง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ทุกคนต้องถึงข้อมูลนี้หมด

เรื่องผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นก็เห็นด้วย อันนี้เรื่องที่จะทําอย่างไรในท้องถิ่น ต้องมีการจัดการพวกนี้ก็คงต้องพึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องที่มาช่วยจัดการพวกนี้

เรื่องห้องน้ําสะอาดอะไรต่าง ๆ ก็เห็นด้วยต้องทําด้วย อันนี้เป็นการโปรโมต (Promote) ว่าทําอย่างไร ขอให้เอกชนมีส่วนร่วม ถ้าจะพึ่งราชการคงไม่ใช่ ผมคิดว่าเอกชน สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๕๖/๒ ต้องโปรโมต (Promote) ด้วยกันว่าทําอย่างไรห้องน้ําสะอาดแต่ละเมืองได้ไหม ขณะเดียวกัน ไม่ใช่ห้องน้ําสะอาดจบ ห้องน้ําสะอาดหมายความว่าคนต้องดูแลรักษาด้วย เป็นเรื่องสําคัญ

เรื่องนักท่องเที่ยวยิ่งมาก พวกสาธารณูปโภคต้องใช้มาก เรื่องน้ํา เรื่องอะไร เป็นจุดสําคัญ คิดว่าต้องวางแผนให้ดีต้องสอดคล้องกัน ก็รวมกันทั้งหมดแล้ว

เรื่องอาหารปลอดภัยสําคัญ เรื่องอาบสารพิษก็คิดว่าคงต้องทํางานร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุขที่ได้ดูมี ๒ สาร ที่ทําให้ตับพังบ้าง ทําให้เป็นมะเร็งบ้าง ต้องดูด้วย ก็เห็นด้วยเรื่องการยกเลิกการส่งเสริมโฆษณาสารพิษต่าง ๆ ในทีวี ประกันสุขภาพก็เห็นด้วย ถ้าเผื่อต่างชาติเข้ามาในประเทศ อาหารปลอดภัยก็คัฟเวอร์ (Cover) เกือบทั้งหมดแล้ว

เรื่องเกษตรกรให้แปรรูปสินค้าให้มีมูลค่าสูงขึ้น ก็คิดว่าเป็นจุดที่เราควรจะทํา ตอนนี้ที่ผมได้ให้นโยบายก็คุยกับทางหอการค้าทั่วประเทศก็บอกว่า เราจะมีแผนกันว่า ๑. หอการค้าควรจะดูแลอย่างน้อย ๑ ท่องเที่ยวชุมชน คือพวกนี้ก็สามารถมีแนวทาง มีหัวในการค้า ขณะเดียวกันมีหัวในการพัฒนาในท้องถิ่นเขาเอง อีกเรื่องหนึ่ง ๑ หอการค้า ๑ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์การเกษตรก็เอาข้อมูลต่าง ๆ พวกนี้ไปพัฒนาเรื่องแพ็กเกจจิง (Packaging) เรื่องการกระจายการขายสินค้าในจังหวัด ส่วนใหญ่ก็เกือบทั้งหมดแล้ว ยกเว้น ตม. ๖ เมื่อสักครู่ก็เห็นด้วย เดี๋ยวต้องทํางานต่อไปว่าจะทําอย่างไรต่อ ก็ขอบคุณมากครับ ทุกท่านวันนี้ที่ให้ความเห็น ขอบคุณครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ก่อนจะเรียนเชิญท่านสถิตย์ ดิฉันขอต้อนรับคณะครูและนักเรียนโรงเรียน ศรีสวรรค์วิทยา อําเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ยินดีต้อนรับค่ะ เรียนเชิญท่านสถิตย์ค่ะ สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๕๗/๑

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ วันนี้มีการนําเสนอ ๒ เรื่อง เรื่องการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้กรุณา ให้ข้อแนะนําที่เป็นประโยชน์ และได้สนับสนุนทั้ง ๒ เรื่องอย่างจริงจัง ในเรื่องการท่องเที่ยว ท่านกลินท์ สารสิน ได้กรุณาตอบเพิ่มเติมไปแล้ว เรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เนื่องจาก ท่านปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ท่านมีภารกิจสําคัญที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผมจึงอยากขอเรียนขอบคุณและเพิ่มเติมว่าในเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้นเป็นเรื่องของ การนําความคิดมาเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทําอย่างไรที่จะให้มูลค่าทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น ได้จากความคิดบนพื้นฐานของสิ่งที่มีอยู่ ทั้งในเรื่องการผลิต ทั้งในเรื่องของวัฒนธรรม เมื่อใส่ความคิดเข้าไปก็จะทําให้การผลิตแบบดั้งเดิม หรือวัฒนธรรมที่มีอยู่นั้นมีมูลค่าในทาง เศรษฐกิจที่มากขึ้น เช่น ในเรื่องของอาหาร ในเรื่องของการดนตรี ในเรื่องของการกีฬา ในเรื่องของการจัดนิทรรศการ ในเรื่องของการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบ บรรจุภัณฑ์ หรือการออกแบบเรื่องอื่น ๆ ก็ตาม ประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลายก็จะ เคลื่อนย้ายจากการรับจ้างการผลิต และรับจ้างบริการไปสู่การนําความคิดในการผลิต ความคิดในการบริการ ยิ่งพัฒนามากเท่าไร การขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็ยิ่งจะต้องขับเคลื่อน ด้วยเศรษฐกิจฐานความรู้ หรือฐานความคิด หรือฐานเศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์มากขึ้นเท่านั้น หลายท่านได้กรุณาให้ความคิดเพิ่มเติมว่า ห่วงโซ่อุปทาน หรือแวลูเชน (Value Chain) ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์มีอย่างกว้างขวาง ควรที่จะดําเนินการให้ครบทุกห่วงโซ่เหล่านั้น ท่านยังได้ให้ข้อคิดเห็นว่าควรจะจัดทําเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ที่ชัดเจน เพื่อที่จะทําให้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้มีการบูรณาการ และขับเคลื่อนไปด้วยกันในคลัสเตอร์ (Cluster) เดียวกัน และเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ (Cluster) อื่น ๆ แต่ที่สําคัญที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กล่าวในวันนี้ ทั้งในเรื่องของการท่องเที่ยวและเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็คือ ทําอย่างไรให้เศรษฐกิจอนาคตทั้ง ๒ เรื่องนี้ได้เป็นเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน เป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน เป็นประโยชน์ในการลดความเหลื่อมล้ําทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม การท่องเที่ยวก็ดี เศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็ดี ถ้ามองเผิน ๆ แล้ว ยกตัวอย่าง การท่องเที่ยว นําตัวเลขเรื่องรายได้เข้าประเทศมากมาย แต่แท้ที่จริงแล้วรายได้เหล่านั้น สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๕๗/๒ ตกไปถึงชุมชนไม่มาก ความคิดสร้างสรรค์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากกระจุกตัวอยู่เฉพาะกิจการ ขนาดใหญ่ ไม่ได้ส่งเสริมให้ชุมชนนําความคิดสร้างสรรค์ไปสร้างผลิตภัณฑ์ และบริการ ไม่ได้ส่งเสริมให้ชุมชนได้มีโอกาสเรียนรู้ในเรื่องของการนําความคิดไปผสมกับความรู้ที่เป็น ภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ได้ส่งเสริมในเรื่องของการทําบรรจุภัณฑ์ ไม่ได้ส่งเสริมในเรื่องของ การตลาด ในเรื่องของการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยให้การขายนั้นเป็นไปได้มากขึ้น ก็จะทําให้เศรษฐกิจอนาคตเหล่านี้เป็นเศรษฐกิจที่ไม่ได้สร้างความเติบโตอย่างทั่วถึง หรือที่หลายท่านใช้คําว่า อินคลูซิฟโกรท (Inclusive Growth) สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ท่านเสนอ ความจริงคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจได้คํานึงไว้แล้ว แต่เมื่อท่านได้กล่าวเน้นเช่นนี้ก็จะได้นํามาเป็นจุดเน้นหนักที่ให้ความสําคัญเพิ่มมากขึ้น สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๕๘/๑ สําหรับในเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้น จากแนวความคิดดังกล่าว ถ้าหากว่าได้มีการ ออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เป็นองค์การมหาชน เกิดขึ้น ถ้าหากว่าได้มีการออกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ขึ้นมา มีการยกระดับโครงการย่านสร้างสรรค์ซึ่งไม่เพียงแต่ที่เจริญกรุงเท่านั้น แต่ยังมีย่านอื่น ๆ อีกหลายย่าน ก็จะทําให้ความคิดทั้งหลายที่ท่านได้กรุณาเสนอแนะนั้น เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น วันนี้อย่างที่ท่านประธานได้กล่าว ก็คือเป็นเรื่องที่นํามาเรียนท่าน อีกครั้งหนึ่งเพื่อทราบ แล้วเรียนความคืบหน้าว่าสิ่งที่จะเสนอนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ดีที่ปรากฏว่าเรื่องนี้ได้บรรจุอยู่ใน ๒๗ วาระ ซึ่งก็จะได้ผ่านกลไกที่ได้สร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อไปสู่รูปธรรมต่อไป ความคิดของกรรมาธิการก็ดี ความคิดของสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติก็ดี ก็คงจะทําให้เกิดความเป็นจริงขึ้นมาได้ในที่สุดจากการเป็นส่วนหนึ่งของ ๒๗ วาระการปฏิรูป ในครั้งนี้ ขอบพระคุณครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ เป็นอันว่าที่ประชุมได้พิจารณา และรับทราบแนวทาง การดําเนินงานขับเคลื่อน ท่านสุรินทร์มีอะไรคะ

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมลุกขึ้นมานี้ ผมไม่ได้ยื้อนะครับ ผมกราบเรียนว่าผมประทับใจท่านกรรมาธิการ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านจะทําอย่างไรถึงจะทําให้ชุมชนเกิดความก้าวหน้าพาชาติไทยเจริญ ที่พูดทั้งหมดนี่ ยังไม่เป็นรูปธรรม รูปธรรมของท่านก็คือว่าที่ท่านประธานกรรมาธิการพูดก็คือว่า จะตั้งองค์กรมหาชนขึ้นมาใหม่ ซึ่งไม่เป็นไปตามที่เคยมีกันไว้ว่าจะต้องพยายามยุบรวม ไม่ให้มีองค์กรมหาชน เมื่อไรที่ท่านรวมศูนย์เมื่อนั้นคือเริ่มต้น ไม่ใช่เจ๊านะ เจ๊ง ท่านต้องให้ ทุกจังหวัดแข่งกัน ถ้าถามผมนะครับ เรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็ดี เรื่องของการท่องเที่ยว ก็ดี ต้องให้เขาแข่งกัน แล้วต้องให้ภาคเอกชน โดยเฉพาะสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม กับกลุ่มต่าง ๆ ที่เป็นตัวตนเข้ามามีบทบาท ถ้าทําอย่างนี้ได้จะทําให้ความรวยมันกระจาย จนมันกระจุก ไม่ใช่ขณะนี้ก็คือรวยกระจุก จนกระจาย ทําอย่างไรครับ สําคัญที่สุดก็คือ ทําอย่างไร ประเทศไทยสําคัญที่สุดว่าจะทําอย่างไร กราบขอบพระคุณครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๕๘/๒

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบคุณค่ะ คณะกรรมาธิการรับไปนะคะ ท่านสถิตย์จะชี้แจงไหมคะ เชิญท่านสถิตย์ค่ะ

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมาธิการ

ขอบพระคุณท่านสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ขอเรียนว่าการจัดตั้งสํานักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นเพียง จุดเริ่มต้น แล้วเมื่อมีจุดเริ่มต้นแล้วก็จะมีการดําเนินการต่อเนื่องกันดังที่ท่านได้เสนอ โดยสํานักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์นี้เอง เพราะว่าในการพัฒนานั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว หรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็ดี ท้ายที่สุดแล้วถ้าหากจะให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต้องให้ท้องถิ่นหรือชุมชนนั้นเองเป็นเจ้าของของการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เป็นเจ้าของ ของเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ซึ่งเชื่อว่าถ้าหากว่าได้มีการจัดตั้งสํานักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ขึ้นมา มีระเบียบว่าด้วยเสริมสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และมีการส่งเสริมยกระดับ เรื่องย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็จะทําให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้กระจายออกไปทั่วทั้งประเทศ ตามเจตนารมณ์ที่ท่านสุรินทร์ได้กรุณานําเสนอ ขอบพระคุณครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ มีสมาชิกท่านใดจะอภิปรายเพิ่มเติมอีกไหมคะ

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)

ไม่มีนะคะ ก็เป็นอันว่าที่ประชุมได้พิจารณา และรับทราบแนวทาง การดําเนินงานขับเคลื่อนวาระการปฏิรูปที่สําคัญและเร่งด่วน (๒๗ วาระ) ปี ๒๕๖๐ กลุ่ม “เศรษฐกิจอนาคต” จํานวน ๒ วาระ คือการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยังเหลืออีก ๒ วาระ ซึ่งก็จะนํามาพิจารณาต่อไป คณะกรรมาธิการก็จะได้ประมวล และนําความเห็นของสมาชิกไปเพื่อประกอบการดําเนินงานขับเคลื่อนเรื่องทั้ง ๒ เรื่องต่อไป จบการพิจารณาแนวทางการดําเนินงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจแล้ว ขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านนะคะ วันนี้ท่านนั่งยาวมากเลย ขอบพระคุณค่ะ สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๕๘/๓

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

- รายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เรื่อง การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลไม้โตเร็วเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานราก ให้กับเกษตรกร สร้างป่าและเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๕๙/๒ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบหรือว่าที่เรามีข้อสงวนไว้บ้าง อันนี้เป็นอย่างไรครับ รูปร่างหน้าตา เส้นทางต่อไปคืออะไร ขอบคุณครับ

การอภิปรายเรานําเรื่องที่เคยเข้าวาระสภามาแล้ว แล้วผ่านสภาแห่งนี้ไปแล้ว และเสนอ ครม. แล้ว แต่ว่าเป็นเรื่องที่อยู่ใน ๒๗ วาระการปฏิรูปสําคัญมาอภิปราย อีกครั้งหนึ่ง การอภิปรายนี้ก็เพื่อให้สมาชิกได้เสนอแนะแนวทางว่าต่อไปทั้ง ๒ เรื่อง จะขับเคลื่อนอย่างไร แต่ก็มีสมาชิกบางท่านก็อภิปรายเป็นในเรื่องว่าควรจะปฏิรูปอย่างไร ซึ่งบางครั้งก็อาจจะซ้ําซ้อนกับที่อภิปรายไปแล้วบ้าง แต่หลายท่านก็อภิปรายถึงเรื่องกลไก ที่จะขับเคลื่อนต่อไป จากนั้น ๒ เรื่องนี้ก็จะอยู่ในวาระ ๒๗ วาระสําคัญ ซึ่ง ๒๗ วาระสําคัญนี้ ก็จะไปสู่กรรมการ ป.ย.ป. จากนั้นก็จะไปตามขั้นตอน ถ้าเป็นกฎหมายก็จะไปสํานักงาน กฤษฎีกา เข้า ครม. แล้วก็ออกกฎหมาย แต่การที่นําวาระสําคัญนี้มาอภิปราย เราจะอภิปราย ทั้ง ๒๗ วาระ ๔๒ เรื่องกันทุกสัปดาห์ จะมีการอภิปรายโดยไม่มีการลงมติเช่นนี้ เพื่อให้สมาชิกได้มีโอกาสเสนอแนะเพิ่มเติมว่า ทางกรรมาธิการจะมาเสนอว่าความก้าวหน้า ของเรื่องในขณะนี้เรื่องอยู่ที่ไหน แต่ละเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนที่ไม่เท่ากัน ทางกรรมาธิการ จะมารายงานว่า เรื่องอยู่ที่ไหน และสมาชิกก็จะให้ความเห็นว่าทําอย่างไรจึงจะขับเคลื่อน เรื่องต่าง ๆ ใน ๒๗ วาระปฏิรูป ๔๒ เรื่องประเด็นสําคัญให้เป็นรูปธรรม แล้วก็มีข้อเสนอแนะ เพิ่มเติมในมุมมองของสมาชิกอย่างไร โดยไม่มีการลงมติ ทุกสัปดาห์จะเป็นอย่างนี้นะคะ

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณครับท่านประธานที่กรุณาชี้แจง แต่ผมก็ ยังเป็นห่วง ผมจะยกตัวอย่างเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์เมื่อกี้นี้ที่จะมีการย้ายที่ทําการ จากสุขุมวิทไปที่ถนนเจริญกรุง แล้วเมื่อกี้ในการอภิปรายผมได้ยกตัวอย่างของรัฐบาล เกาหลีใต้เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว แล้วเขาประสบความสําเร็จอย่างสูงสุดในเรื่องการส่งเสริม วัฒนธรรมเกาหลีให้เป็นวัฒนธรรมของโลกาภิวัตน์ แล้วเขาก็ทํางานนี้ที่เขาเริ่มที่โรงเรียน อาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัย แต่เมื่อกี้ที่ผมได้อภิปราย การจะตั้งสํานักงานองค์กรมหาชน ขึ้นมาใหม่มันก็เสมือนอยู่กับลอยอยู่ในอากาศ มันไม่ได้ไปโยงใยกับสถาบันการศึกษา แล้วก็ การบ่มเพาะเยาวชนตั้งแต่อนุบาลขึ้นมาให้มีความคิดที่สร้างสรรค์ บรรยากาศในห้องเรียน สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๖๐/๑ ผมไม่ทราบว่าสิ่งที่ผมได้พูดไปนี้จะได้รับการสะท้อนอยู่ในเอกสาร ที่ทางคณะกรรมาธิการ ในนามของสภา สปท. จะส่งไปที่รัฐบาลมากน้อยแค่ไหน เพราะถ้าเผื่อไม่มีอันนั้น หรือไม่เห็นด้วย ผมก็ไม่มีสิทธิที่จะคัดค้าน แล้วก็ท้วงติง ว่าสิ่งที่จะทําอยู่คือการจัดตั้งองค์กร มหาชนนั้น ผมไม่เห็นด้วยครับ แล้วผมก็ได้อภิปรายมาตลอดเวลาว่า ที่เราทํางานกันมาก ตลอดมาร่วมปีก็คือมีอะไรเราก็ตั้งคณะกรรมการ มีอะไรเราก็ตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่ แล้วเรามักจะลืมอดีตที่ได้ทํามาแล้ว เมื่อเช้านี้ที่ท่านอลงกรณ์ทําหน้าที่ประธาน ก็ได้พูดถึง ช่วงรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ ที่มีเรื่องนโยบายครีเอทิฟอีโคโนมี (Creative Economy) เป็นเรื่องเป็นราว มาอีก ๒ รัฐบาลต่อมาเรื่องก็หายไป ณ วันนี้ ๖ ปีล่วงมาแล้วเราก็มาเริ่มใหม่ มันไม่มีความต่อเนื่อง แล้วก็มีประเด็นปัญหาในการดําเนินการของการตั้งคณะกรรมการ ตั้งองค์กร แต่ว่าในการที่จะโยงใยไปที่รากก็คือสถาบันการศึกษานั้นมันขาดตอน แล้วก็มีหลาย ๆ ประเทศที่เขาไม่ได้ทิ้งสถาบันการศึกษา แล้วก็การวิจัย การค้นคว้า การมีทุน เราก็มุ่งในการตั้งสํานักงาน แล้วถ้าเผื่อเรื่องนี้ไปถึงรัฐบาล ผมก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมได้อภิปรายมา แล้วอยากให้เป็นอยู่ในส่วนหนึ่งอันสําคัญของการที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้น มันจะอยู่ด้วยหรือเปล่า ผมต้องการความแน่ชัดอันนี้ว่าจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ อย่างไร แล้วก็ช่วงเวลาที่เราเหลือใน สปท. อะไรที่จะส่งไปที่รัฐบาล ก็ขอความกรุณา ที่ผมได้ขอมา ตั้งหลายครั้งแล้ว ช่วยกลับมาแจ้งให้เราทราบสิว่า ได้ใส่อะไรไปในเอกสารนั้น ๆ แล้วเน้นอะไรเป็นสําคัญ ไม่อย่างนั้นเราอภิปรายมาแล้วไม่มีน้ําหนัก ไม่ได้รับการพิจารณา ก็เปล่าประโยชน์ครับ ขอบคุณมากครับ

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ ความเห็นของท่าน และความเห็นของสมาชิกทุกท่าน คณะกรรมาธิการจะได้นําไปประมวลและจัดทําสรุป เสนอคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูป ประเทศต่อไป ส่วนดิฉันจะนําเรื่องของท่านเข้าไปในวิป (Whip) เพื่อเสนอว่า คณะกรรมาธิการที่สรุปความเห็นของที่ประชุมที่อภิปรายแล้วอย่างไร ให้นํามาแจ้งในวิป (Whip) แล้วเมื่อผ่านวิป (Whip) แล้วก็ให้นํามาแจ้งในสภาด้วย เป็นอย่างนั้นนะคะ ขอบคุณค่ะ

ตอนนี้ก่อนที่จะเรียนเชิญท่านคุรุจิตขึ้นกล่าวรายงาน ขอต้อนรับคณาจารย์ และนักเรียนจากสถาบันวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๖๐/๒ จํานวน ๘๖ ท่าน ยินดีต้อนรับค่ะ เวลคัม ทู ออล ออฟ ยู (Welcome to all of you) ต่อไปเรียนเชิญท่านคุรุจิตค่ะ

นายคุรุจิต นาครทรรพ ประธานกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ในฐานะ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ในวันนี้คณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ขอนําเสนอรายงาน เรื่อง การส่งเสริมการผลิต ไฟฟ้าจากชีวมวลไม้โตเร็ว เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับเกษตรกร สร้างป่า และเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ทําการศึกษาแล้วเสร็จ จากรายงานการศึกษา วิเคราะห์ และข้อเสนอแนะ ของคณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการ ไฟฟ้า พลังงานทดแทน และการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งมีท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม รองประธาน คนที่สอง เป็นประธานอนุกรรมาธิการ

ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้เป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อให้เกิด การบูรณาการระหว่างกระทรวงต่าง ๆ ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกร จากการอาศัยนโยบายด้านพลังงาน และนโยบายด้านเกษตร พาณิชย์ และนโยบายป่าไม้ และการจัดการของกระทรวงมหาดไทยรวมเข้าด้วยกัน รายงานฉบับนี้ไม่มีการเสนอเป็น ร่างพระราชบัญญัติใหม่ สามารถจะบูรณาการโดยใช้นโยบายที่มีอยู่แล้วได้ทันที เพื่อไม่ให้ เป็นการเสียเวลา กระผมขออนุญาตให้ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม ในฐานะ ประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปกิจการไฟฟ้า พลังงานทดแทน และอนุรักษ์ พลังงาน พร้อมด้วยท่าน พลตํารวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา ซึ่งเป็นเลขานุการของ คณะอนุกรรมาธิการดังกล่าว ได้ช่วยกันนําเสนอรายงานในเรื่องนี้

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

เชิญท่านประธานอนุกรรมาธิการ ท่านดุสิต เครืองาม ค่ะ สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๖๑/๑

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สปท. ท่าน สปท. ทุก ๆ ท่าน ผม ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม ในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ จะขออนุญาตนําเสนอการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านพลังงาน ในวันนี้เรื่องการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลไม้โตเร็ว เพื่อสร้างเศรษฐกิจ ฐานรากให้กับเกษตรกร สร้างป่า และเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน หัวข้อของการปฏิรูป ในวันนี้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองว่าด้วยเรื่องการจะต้องสร้างโรงไฟฟ้า เพื่อรองรับการเติบโต ความต้องการทางด้านเศรษฐกิจ และการใช้พลังงานของประเทศไทย คําศัพท์สําคัญที่อยู่ในหัวข้อการปฏิรูปวันนี้ คําแรกที่จะขออนุญาตทําความเข้าใจก็คือ คําว่า ชีวมวล เป็นอันดับแรก คําว่า ชีวมวล ตรงกับภาษาอังกฤษว่าไบโอแมส (Biomass) ก็คือเป็นวัสดุสารอินทรีย์ในรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นแหล่งกักเก็บพลังงาน ซึ่งถ้าเราเรียน อยู่ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยก็คือสารประกอบพวกไฮโดรคาร์บอนนั่นเอง เป็นพืชที่ได้จาก ธรรมชาติ แล้วก็สามารถนํามาผลิตเป็นพลังงานได้ แต่ทั้งนี้เราจะไม่รวมถึงสารที่ถูกทับถมกัน เวลานานหลายร้อยล้านปี จนกระทั่งกลายเป็นฟอสซิล (Fossil) หรือกลายเป็นน้ํามันไปแล้ว ไม่ใช่ครับ เพราะฉะนั้นชีวมวลจึงหมายถึงวัสดุทางเกษตรคือต้นไม้ต่าง ๆ นั่นเอง ก็จะได้ จากกากหรือวัสดุเหลือใช้จากการเกษตร หรือว่าเป็นกากที่เหลือจากกระบวนการผลิต ทางอุตสาหกรรมที่ใช้วัสดุเกษตรมาแล้ว เช่น แกลบ ฟางข้าว ชานอ้อย ใบและยอดอ้อย เศษไม้ เส้นใย กะลาปาล์ม กากมันสําปะหลัง ซังข้าวโพด กาบและกะลามะพร้าว และอื่น ๆ ก็คือพูดง่าย ๆ ว่าชีวมวลในที่นี้ก็คือเป็นเชื้อเพลิงที่เราจะนํามาเผาไฟ จะเรียกว่าเป็นฟืน หรือว่าวัสดุก็ได้ เป็นเชื้อเพลิงเพื่อป้อนเข้าสู่โรงไฟฟ้าชีวมวล สไลด์ (Slide) ถัดไปโรงไฟฟ้าชีวมวล ภาษาอังกฤษเรียกว่าไบโอแมส พาวเวอร์ แพลนต์ (Biomass power plant) นั้น ก็คือหมายถึงโรงไฟฟ้าที่ใช้วัสดุที่เป็นชีวมวลประเภทต่าง ๆ ซึ่งวัสดุนั้นอาจจะเป็นประเภท วัสดุเดียว หรือว่าเอาหลายอย่างมาผสมกันก็ได้ ทุกวันนี้โรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศไทย ก็มีการใช้กากอ้อย แกลบ เศษไม้ และวัสดุเหลือใช้อื่น ๆ เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า โดยการเผาเชื้อเพลิงชีวมวลเหล่านั้นให้ได้ความร้อน นําความร้อนไปต้มน้ํา น้ําก็เดือดเป็นไอ ไอน้ําก็ไปขับเคลื่อนกังหันที่ผลิตน้ํา แล้วก็ไปหมุนเครื่องปั่นไฟคือเจเนเรเตอร์ (Generator) ก็ได้พลังงานไฟฟ้าออกมาตอบสนองความต้องการของประเทศ นั่นคือความหมายของคําว่า สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๖๑/๒ ชีวมวลและโรงไฟฟ้าชีวมวล แล้วเรามาปฏิรูปเรื่องโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้ไม้โตเร็วกันทําไม ก็ต้องเรียนว่าเพื่อเป็นการตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย ตามที่ท่านประธานคุรุจิตได้กล่าวนําไปแล้ว การปฏิรูปของเรานั้นไม่ได้ไปบอกรัฐบาลว่า จะต้องเพิ่มกําลังการผลิต หรือว่าเพิ่มโน่น เพิ่มนี่ แต่ว่าเรากําลังแค่ตอบสนองความต้องการ แค่ตอบสนองเป้าหมายเพื่อให้เกิดการบรรลุวัตถุประสงค์เหล่านั้น กล่าวคือในแผนพัฒนา กําลังผลิตไฟฟ้าใน ๒๐ ปีข้างหน้า ประเทศไทยเราเมื่อเทียบกับปัจจุบันเรามีโรงไฟฟ้าอยู่แล้ว ประมาณ ๓๗,๐๐๐ เมกะวัตต์เศษ ในอนาคต ๒๐ ปีข้างหน้าประเทศไทยจะต้องมีโรงไฟฟ้า รวมทั้งสิ้นประมาณ ๗๐,๐๐๐ เมกะวัตต์ ต้องเพิ่มอีกมากเลยนะครับ แล้วในการที่จะมี โรงไฟฟ้าเพิ่มได้นั้นเมื่อเวลาผ่านไปโรงไฟฟ้าเก่า ๆ ก็ต้องปลดระวาง รื้อทิ้งแล้วต้องมีการ สร้างใหม่ โรงไฟฟ้าที่ต้องปลดระวางไปนั้นก็ประมาณ ๒๔,๐๐๐ กว่าเมกะวัตต์ ก็แปลว่า ในอนาคตจะต้องมีการลงทุนแล้วก็ต้องมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ในส่วนเพิ่มประมาณ ๕๗,๐๐๐ เมกะวัตต์ เยอะมากเลยครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๖๒/๑ แล้วถามว่าในจํานวนโรงไฟฟ้าที่จะต้องเพิ่มเหล่านั้นมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปของเรา ในวันนี้อย่างไรบ้าง ขออนุญาตดูสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ในบรรดาโรงไฟฟ้าที่จะต้อง มีในอนาคตต่าง ๆ นั้น แผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟ้าซึ่งรัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว เมื่อปี ๒ ปีที่แล้ว เราจะต้องซื้อน้ําจากต่างประเทศ ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ เราจะต้องผลิตไฟฟ้า ด้วยถ่านหินสะอาด ๒๐-๒๕ เปอร์เซ็นต์ เราจะต้องผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยังคงใช้แก๊สธรรมชาติอยู่ แต่ว่าลดการใช้แก๊สธรรมชาติลง ให้เหลือประมาณสัก ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ของสัดส่วนทั้งหมด เหล่านี้เราก็มาดูว่า ถ้าเช่นนั้น สถานะหรือว่าบทบาทของพลังงานหมุนเวียน ๑๕-๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้น คิดเป็นกําลังการผลิต ของโรงไฟฟ้าที่จะต้องติดตั้งเท่าไร ขออนุญาตดูภาพถัดไป นั่นก็คืออ้างอิงตามแผนพัฒนา พลังงานทดแทน ก็เช่นเดียวกันที่รัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบไปแล้ว จะต้องมีโรงไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียนทั้งหมดประมาณเกือบ ๒๐,๐๐๐ เมกะวัตต์ ใน ๒๐,๐๐๐ เมกะวัตต์นั้น ก็ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าต่าง ๆ เช่น ใช้ขยะเอย ขยะอุตสาหกรรม ชีวมวล ก๊าซชีวภาพ ที่ได้จากน้ําเสียของเสีย พลังน้ํา หรือพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ หรือว่าพวกไฮโดร หรือพลังน้ําต่าง ๆ หัวข้อพระเอกหลักที่เราเสนอในวันนี้คือ บรรทัดที่ ๓ คือโรงไฟฟ้าชีวมวล ตามเป้าหมายก็คือว่าจากนี้ไปอีก ๒๐ ปีข้างหน้าประเทศไทยต้องมีโรงไฟฟ้าชีวมวลให้ได้ ๕,๕๗๐ เมกะวัตต์ หรือคิดง่าย ๆ ก็เกือบ ๖,๐๐๐ เมกะวัตต์ ตรงนี้คือสิ่งที่ท้าทาย ความสามารถในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล บทบาทของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน หรืออนุกรรมาธิการของเรา เราศึกษาแล้วเราเสนอโรงไฟฟ้า ประเภทต่าง ๆ ไม่ได้ลําเอียง เราก็เสนอแสงอาทิตย์ เราก็เสนอลม เราก็เสนอชีวมวล แต่วันนี้ ขอบีบประเด็นเฉพาะชีวมวลเพื่อให้ได้เข้าประเด็นให้ได้ ภาพถัดไปครับ ประเทศไทยเรา ในแต่ละปีเราต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลเพิ่มขึ้น ๆ เรื่อย ๆ จุดต่าง ๆ ที่เห็นอยู่ ในแผนที่นี้แทบจะทุกจังหวัดเลยในประเทศไทยมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลกันอยู่แล้ว โรงไฟฟ้าชีวมวลไม่ใช่ของใหม่ เป็นของที่มีอยู่แล้ว แค่ปี ๒๕๕๙ ปีที่แล้วปีเดียว มีโรงไฟฟ้า เพิ่มขึ้นนับร้อยโรง มีกําลังการผลิต ๙๓๕ เมกะวัตต์ของปี ๒๕๕๙ นี่ก็แสดงว่าประเทศไทย เรามีความพร้อม เทคโนโลยีมี แต่ถามว่าวัตถุดิบมีหรือเปล่าล่ะครับ นี่ล่ะคือปัญหา ภาพถัดไป ประเทศไทยเราตามที่ผมเรียนแล้วใน ๒๐ ปีข้างหน้าต้องมีโรงไฟฟ้าชีวมวลให้ได้ สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๖๒/๒ ๕,๕๗๐ เมกะวัตต์ ในขณะที่ ณ วันนี้ในประเทศไทยเราปีที่แล้วมีการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าชีวมวลใหม่เกิดขึ้น ๙๓๕ เมกะวัตต์ แต่ว่าถ้ารวมทั้งหมดแล้วที่มีอยู่ในประเทศ ๑๐-๒๐ ปีที่ผ่านมามีโรงไฟฟ้าชีวมวลอยู่แล้วประมาณ ๒,๖๐๐ เมกะวัตต์ สไลด์ (Slide) นี้ อาจจะคลาดเคลื่อนนิดหนึ่ง ๙๓๕ เมกะวัตต์ นั่นก็คืออินฟอร์เมชันคาพาซิตี (Information capacity) ของปีที่แล้วปีเดียว แต่ทั้งหมดทั้งประเทศไทยเรามีประมาณ ๒,๖๐๐ เมกะวัตต์ ยังมีจะต้องสร้างเพิ่มอีกประมาณ ๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ ส่วนเพิ่มนะครับ แล้วเราจะเอาเชื้อเพลิง มาจากไหน ขณะเดียวกันเชื้อเพลิงชีวมวลที่ได้จากวัสดุเหลือใช้การเกษตรไม่ใช่มีแบบไม่จํากัด จากข้อมูลที่กระทรวงพลังงานได้รายงานมาจะใช้แกลบก็ดี ชานอ้อย ซังข้าวโพด เอาเป็นว่า วัสดุเหลือใช้ทางเกษตรทั้งหมดรวมกันแล้วประเทศไทยเรามีศักยภาพอยู่แค่ ๓,๓๐๐ เมกะวัตต์ ก็แปลว่าตอนนี้โรงไฟฟ้า ๒,๖๐๐ เมกะวัตต์ใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรแทบจะหมดแล้ว แล้วยังจะต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มอีกตั้ง ๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ จะเอาเชื้อเพลิงมาจากไหน เพราะฉะนั้นเราจะต้องคิดแหล่งเชื้อเพลิงทางเลือกใหม่ ๆ ที่จะต้องหามาให้ได้ นั่นคือโจทย์ แล้วคําตอบที่เราตอบในวันนี้ก็คืออย่างนั้นมาช่วยกันปลูกไม้โตเร็วครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๖๓/๑ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เกษตรกรเขาก็ดีใจเขาก็ได้ขายไป แต่มันไม่พออยู่ดี ก็ต้องมีการ ปลูกไม้โตเร็วให้มากขึ้น นี่คือสิ่งที่เราเสนอในการปฏิรูปในวันนี้ เพราะฉะนั้นวัสดุเชื้อเพลิง ที่เป็นวัตถุดิบที่ใช้ป้อนโรงไฟฟ้าชีวมวลนั้นก็แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม ตามสไลด์ (Slide) นี้ กลุ่มข้างบนก็คือวัตถุดิบดั้งเดิม ก็คือวัสดุเหลือใช้ เหลือทิ้งทางการเกษตร แกลบ เปลือกไม้ กิ่งไม้ อะไรทํานองนั้น แต่มันก็มีข้อเสียตรงที่ว่ามีจํานวนจํากัด เริ่มขาดแคลน ราคาก็แพงขึ้น ที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือแย่งชิงเชื้อเพลิงกัน ยิ่งร้ายไปกว่านั้นก็คือต้องขนย้ายข้ามจังหวัด ข้ามอําเภอกันไกลกันมากสิ้นเปลืองค่าขนส่ง บางทีก็หล่นเรี่ยราดตามท้องถนนทําให้มีปัญหา ต่าง ๆ แล้วก็วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรนั้นเก็บเกี่ยวได้เป็นฤดูกาล ไม่ใช่ว่ามีตลอดทั้งปี เพราะฉะนั้นโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้วัสดุเหลือทางการเกษตรนั้นเขาไม่สามารถเดินเครื่อง ได้ตลอดทั้งปี บางฤดูกาลต้องหยุดเดินเครื่อง พอหยุดเดินเครื่องการไฟฟ้าก็บอกโรงไฟฟ้าชีวมวล ไม่เสถียรภาพ พึ่งพิงไม่ได้ เหล่านี้คือโจทย์ที่เป็นปัญหาอยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นถ้าเรา มาเสนอให้เป็นนโยบายใหม่ของประเทศไทยขึ้นมา โดยการส่งเสริมให้ใช้วัตถุดิบใหม่ ที่เราเรียกว่าพันธุ์ไม้ยืนต้น แล้วก็โตเร็วมาเป็นวัตถุดิบเพิ่มเข้ามา เช่น ยูคาลิปตัส กระถินยักษ์ กระถินณรงค์ กระถินเทพา หรืออื่น ๆ ก็น่าจะเป็นทางเลือก หรือว่าโจทย์ที่จะรองรับปัญหา ต่าง ๆ ได้อย่างดี ข้อดีของไม้โตเร็วเหล่านี้มีศักยภาพในการที่จะปลูกได้ทั่วทั้งประเทศ ทุกจังหวัด ทุกอําเภอ แล้วก็ปลูกได้อีกเยอะมาก เดี๋ยวจะมีตัวเลขให้ได้ดูว่ามีอีกหลายสิบล้านไร่ ที่เราจะสามารถปลูกเพิ่มเติม แล้วก็เมื่อเราปลูกได้ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี เมื่อมีไม้เป็นเชื้อเพลิงตลอดทั้งปีก็แสดงว่า โรงไฟฟ้าสามารถเดินเครื่องได้ตลอดทั้งปี ก็แสดงว่าประเทศไทยเราจะมีไฟฟ้าออกมาจากโรงไฟฟ้าชีวมวลสม่ําเสมอตลอดทั้งปี ทําให้สร้างเสถียรภาพให้กับระบบไฟฟ้าของประเทศไทยเราครับ

วัตถุประสงค์ของรายงานของเราในวันนี้สั้น ๆ ก็คือว่าเพื่อเสนอแนวทาง ในการให้มีการส่งเสริมในการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลไม้โตเร็ว ต้องเรียนว่ารัฐบาลส่งเสริม โรงไฟฟ้าชีวมวลอยู่แล้ว แต่ว่ายังไม่เคยพูดเรื่องไม้โตเร็ว ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเสนอ แบบนี้ขึ้นมา ถ้าทําได้ก็จะทําให้เกษตรกรมีรายได้ นี่แหละที่เราบอกว่าจะทําให้เกิดเศรษฐกิจ ฐานรากให้กับเกษตรกร แล้วก็เป็นการสร้างสวนป่า บางท่านได้คอมเมนต์ (Comment) มาบอกว่า จะเรียกป่าเราก็ขอเรียกเป็นสวนป่าแล้วกัน สวนป่าไม้โตเร็วเหมือนกับ สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๖๓/๒ สวนยางพารา ได้เช่นนั้นก็จะสร้างความมั่นคงให้กับพลังงานได้ แล้วก็เกษตรกรก็สามารถ ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของในธุรกรรมเหล่านี้ แล้วก็ร่วมกันเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า ชีวมวลแบบประชารัฐก็ย่อมได้ แล้วก็จะทําให้เกษตรกรมีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่มั่งคั่ง แล้วก็เลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน

ทุกครั้งถ้าเราพูดถึงเรื่องพลังงาน ทุกครั้งที่เราพูดเรื่องเศรษฐกิจ ผมขออนุญาตอธิบายว่า โครงการนี้สอดคล้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร ในเรื่องของความพอประมาณเราสามารถที่จะปลูกไม้โตเร็วไว้ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ก็คือวางแผนไว้ล่วงหน้าได้ มีการวางแผนให้สามารถปลูกแล้วก็ตัด ปลูกแล้วก็ตัด ชดเชยกัน ไปเรื่อย ๆ ไม่ใช่ปลูกแล้วก็ตัดแล้วก็หายไป ต้องมีการชดเชย

ความมีเหตุผล ก็คือหมายความว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จัดอยู่ในโรงไฟฟ้าที่ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ แล้วก็ปล่อยออกซิเจนออกมา ทําให้เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม แล้วก็มีเหตุมีผลในประเด็นที่แบบที่เราเสนอในวันนี้ก็คือจะให้มีพันธสัญญา ศัพท์ภาษาอังกฤษเรียกว่าคอนแทร็กต์ฟาร์มมิง (Contract Farming) ระหว่างเกษตรกร ผู้ปลูกไม้โตเร็วกับโรงไฟฟ้าในระยะยาว ซึ่งก็จะทําให้สร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรว่า ปลูกแล้วได้ขายไม้ โรงไฟฟ้าก็มั่นใจว่าลงทุนโรงไฟฟ้าแล้วมีเชื้อเพลิงป้อนเข้ามา สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๖๔/๑ เหล่านี้เราเรียกว่ามีเหตุผล และความมีภูมิคุ้มกัน ก็หมายความว่าไม้โตเร็วนั้นเป็นเชื้อเพลิง ที่เราสามารถจัดหาได้ภายในประเทศไทย ไม่ต้องนําเข้าไม้จากต่างประเทศ ไม่มีความเสี่ยง ต่อการที่จะต้องนําเข้าพลังงานเพราะปลูกเอง ตัดเอง ใช้เอง และปลูกทดแทนได้ แล้วก็ สร้างภูมิคุ้มกันทางด้านพลังงานให้กับประเทศไทยให้มีความมั่นคง ในเรื่องของสภาพปัญหา เราศึกษามาแล้วมีปัญหาทับถมกันมาไม่น้อย แต่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปของเรา ในวันนี้ก็คือเชื้อเพลิงไม้โตเร็วมันอยู่ที่ไหน มันมีปริมาณเท่าไร จะทําอย่างไรไม่ต้องแย่งชิง เชื้อเพลิงกัน ข้อมูลในเชิงสถิติหรือว่าบูรณาการยังไม่ค่อยครบถ้วน เราก็จะเสนอไปยังรัฐบาล ว่าต้องมีการจัดทําฐานข้อมูลนี้ แล้วก็ที่ดินที่มีอยู่ในประเทศไทยยังใช้กันไม่คุ้มค่า ที่ดินที่ใช้ ไม่คุ้มค่านั้นก็มีทั้งประเภท ที่นารกร้างว่างเปล่า เป็นที่ดอนปลูกก็ลําบาก เกษตรกรปลูกไป ก็ขาดทุน แล้วก็ในบางครั้งรัฐบาลยังต้องไปสนับสนุนค้ําจุนราคาพืชผลทางการเกษตร เพราะว่าราคาเกษตรนั้นตกต่ํา ท่านคงเคยได้ยินใช่ไหมว่าเมื่อ ๓-๔ ปีที่แล้ว ราคายางพารา ตกต่ํา เคยขึ้นไป ๗๐ บาท ๘๐ บาท ๙๐ บาทต่อกิโลกรัม มันเคยลงไปเหลือ ๓๐ บาท ต่อกิโลกรัม ผมจําได้ว่าหลายเดือนก่อนท่านประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านเศรษฐกิจ ท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ เคยมากระซิบ ถามผมว่า ทําไมกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานไม่คิดเรื่องการปลูกไม้ ทดแทนบ้างหรือ ผมถามว่าทดแทนอะไร ก็ทดแทนไม้ยางพาราอย่างไร ผมถามว่าไปทดแทน ทําไม ก็เวลามันตกต่ํา ผมก็ไปตรวจสอบเช็ก (Check) ดู ก็จริงนะครับ ปรากฏว่ากระทรวง เกษตรและสหกรณ์เขามีแผนอยู่แล้วว่า ในแต่ละปีไม้ยางพาราอยากจะให้มีการปลูกไม้อื่น ทดแทน คือตัดไม้ยางพาราแล้วก็ปลูกอย่างอื่นที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจทดแทน ปีหนึ่ง ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ต่อปี เพราะฉะนั้นก็สอดคล้องกัน ในประเด็นปัญหาของเรานั้น ก็อยากจะเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรว่า ปลูกไม้โตเร็วก็สามารถมีรายได้ที่คงที่ต่าง ๆ นอกจากนี้พื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ําซาก ปลูกข้าวก็ไม่ขึ้น ปลูกผลไม้ก็ไม่ขึ้น มาปลูก ไม้โตเร็วสิครับ ไม้โตเร็วนั้นลงต้นกล้าไปทีเดียวมันดูดซับความชื้นจากอากาศ ออกซิเจน จากอากาศได้ มันก็โตของมันเองได้โดยตามธรรมชาติ ไม่ต้องไปรดน้ําให้เหนื่อย อีกทั้งปัญหา ที่เราเจอก็คือว่าจากข้อมูลของกรมป่าไม้ ประเทศไทยเรามีเป้าหมายว่าจะต้องมีป่าให้ได้ ๑๐๐ กว่าล้านไร่ ไม่ถึงครับตอนนี้ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปของเราในวันนี้ก็เป็นการส่งเสริม สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๖๔/๒ ให้มีการปลูกสวนป่าหรือว่าปลูกป่าให้มากขึ้น เรามีแต่จะได้พื้นที่สีเขียวเพิ่ม เราก็ทําการศึกษาเชิงตัวเลขเอาให้แน่ใจว่า ประเทศไทยเรามีศักยภาพพื้นที่ในการปลูก ไม้โตเร็วจริงหรือไม่ เราก็ได้ข้อมูลมาจากกรมพัฒนาที่ดิน จาก ส.ป.ก. จากกรมป่าไม้ เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมาก พื้นที่ที่เป็นนาดอนนอกเขตชลประทานมีที่ถึงประมาณ ๑๙ ล้านไร่ พื้นที่เป็นพืชไร่ ผลผลิตตกต่ํา แล้วก็เป็นภาระกับรัฐบาล ๖,๐๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ พื้นที่ที่รัฐบาล มีนโยบายให้ปลูกพืชทดแทน มีทั้งยางพาราและอย่างอื่น ๔,๐๐๐,๐๐๐ ไร่เศษ พื้นที่ทิ้งร้าง นาร้าง รกร้างว่างเปล่าประมาณ ๑๐ ล้านไร่ ตอนแรกเราคิดว่ามีอยู่แค่นี้ พอคุยกับ ส.ป.ก. ส.ป.ก. เขาก็บอกว่าที่ดิน ส.ป.ก. ที่ให้เกษตรกรไปปลูกไม้โตเร็วยังมีอีก ๑.๗ ล้านไร่ แล้วก็ ไม้โตเร็วที่เขาปลูกในพื้นที่ ส.ป.ก. นั้นก็ไม่ได้ขัดแย้งกับกฎหมาย ส.ป.ก. เขาก็สามารถที่จะ ตัดเอาไปเป็นยูคาลิปตัส กระถิน ส่งให้กับโรงงานประเภทเยื่อกระดาษ ทําเฟอร์นิเจอร์ อะไรกันอยู่แล้ว แล้วก็มีการปลูกทดแทน สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๖๕/๑ กรมป่าไม้ตอนแรกเราคิดว่าเราเชิญกรมป่าไม้มาแล้วเขาจะบอกว่า อย่ามายุ่งกับป่าไม้นะ ไม่ใช่ครับ กลายเป็นว่ากรมป่าไม้เขาบอกว่ามีพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมที่มีคนเข้าไปบุกรุก แล้วก็ มีการปลูกไม้เศรษฐกิจกันอยู่แล้ว ปลูกแล้วก็ตัด ตัดแล้วก็ปลูก มีอีกประมาณ ๑๐ ล้านไร่ กรมป่าไม้เขาบอก ๆ ว่าอยากจะให้พื้นที่เหล่านั้นประมาณ ๑๐ ล้านไร่มันออกมาเป็น กฎหมายเลย เป็นกฎกระทรวงเลยว่าสามารถที่จะปลูกไม้โตเร็วแล้วก็ตัด ตัดแล้วก็ ปลูกทดแทนได้ เบ็ดเสร็จแล้วประเทศไทยเรามีศักยภาพที่จะปลูกไม้โตเร็ว คิดเป็นพื้นที่ ประมาณ ๕๐ ล้านไร่ แล้วถามว่าถ้าแปลงมาเป็นเชื้อเพลิงสําหรับสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล มีศักยภาพ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ กว่าเมกะวัตต์ ตรงนี้เป็นแค่ศักยภาพ วันนี้เราไม่ได้ต้องการ ที่จะให้ปลูกไม้โตเร็วกันถึง ๕๐ ล้านไร่ ไม่ใช่ เราไม่ต้องการที่จะให้สร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ไม้โตเร็วเป็นหมื่น ๆ เมกะวัตต์ ไม่ใช่ เดี๋ยวเราจะเสนอแค่ประมาณ ๒,๐๐๐ เมกะวัตต์เศษ แค่นั้นก็พอ เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายแผนพีดีพี (PDP) ของประเทศไทย รูปถัดไปครับ ข้อมูลที่เราเก็บมาถ้าเรามีที่ดินสัก ๑ ไร่ในแต่ละปีเราจะสามารถเก็บเกี่ยวไม้โตเร็วได้ ๑๐ ตัน ๑๕ ตัน ๒๐ ตัน หรือมากกว่านี้ก็แล้วแต่ความสามารถ ความอุดมสมบูรณ์ของดิน แล้วก็ปุ๋ย หรือปัจจัยอื่น ๆ แล้วพื้นที่ที่จะใช้ตัดเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลทุก ๆ ๑ เมกะวัตต์ ก็ประมาณ ๑,๐๐๐ ไร่บวกลบ แต่ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกครับ เราไม่ให้เขาตัด หมดทีเดียวหรอกครับ แต่ว่าเราจะบังคับให้เขาปลูกไม้โตเร็วเพิ่ม ๔ เท่าตัวของพื้นที่ที่เขา กะว่าจะตัดเพิ่มอีก ๔ เท่าตัว ถ้าอยากจะตัด ๑,๐๐๐ ไร่ ต้องปลูก ๔,๐๐๐ ไร่ ถ้าอยากจะตัด ๗๐๐ ไร่ ต้องปลูก ๒,๘๐๐ ไร่แบบนี้เป็นต้น เพราะว่าครอป (Crop) หรือว่ารอบของการ ตัดไม้โตเร็วนั้นประมาณ ๔ ปี แล้วจะต้องคงสภาพสวนป่าตรงนั้นเอาไว้ โดยสรุปแล้วตัวเลข ที่ท่านประธาน ท่านสมาชิก อาจจะเป็นข้อมูลประโยชน์ในวันนี้ก็คือว่า โรงไฟฟ้าชีวมวล ทุก ๆ ๑ เมกะวัตต์ เราขอพื้นที่ให้ปลูกประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ เป็นค่าเฉลี่ย เรากลับบ้านวันนี้ ๒,๐๐๐ ไร่ ๑ เมกะวัตต์ ถ้าจําตรงนี้ได้ก็จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง มีคําถามว่าไม้โตเร็ว ต่าง ๆ ที่เราพูดถึงนั้นทุกวันนี้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเขาไปทําอะไรกันบ้าง ก็เรียนว่าสามารถ ไปเป็นเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) เครื่องเรือน วงกบ อุตสาหกรรมกระดาษ แล้วก็เราจะ เพิ่มอย่างนั้นมาแบ่งมาเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลกันเถอะ เพราะฉะนั้นเกษตรกรที่ปลูกไม้โตเร็ว ส่วนหนึ่งเขาก็สามารถส่งให้โรงอุตสาหกรรมปกติพวกกระดาษ เฟอร์นิเจอร์ อีกส่วนหนึ่ง สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๖๕/๒ ก็แบ่งมาให้โรงไฟฟ้าชีวมวลก็ทําให้เกษตรกรมีความมั่นคงแน่นอน รวมทั้งไม่ว่าจะเป็น ยูคาลิปตัสก็เช่นเดียวกันมีประโยชน์มากมาย มีบางท่านอาจจะสงสัยว่าปลูกไม้โตเร็วโดยเฉพาะ ยูคาลิปตัสได้ข่าวว่า มันจะทําลายหน้าดินให้เสื่อมลงนั้นเราได้เช็ก (Check) กับกรมส่งเสริม วิชาการเกษตร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และหน่วยงานอื่น ๆ แล้วเขาบอกว่าถ้าปลูกเป็น ปลูกในที่ดินที่เหมาะสมคุณภาพดินนั้นจะไม่เสื่อมลงเท่าที่เราเป็น ห่วงหรอก ขณะเดียวกันบรรดาเศษไม้ หรืออะไรต่าง ๆ ใบไม้ที่ร่วงลงมามันก็จะกลายเป็นปุ๋ย ที่จะหมุนเวียนไปด้วย แต่ว่าเขาก็ไม่แนะนําว่าปีนี้ปลูกยูคาลิปตัสแล้วก็ตัด แล้วก็ปีหน้า ไปปลูกข้าวโพด เขาบอกไม่นะครับ ก็คือถ้ายูคาลิปตัสก็ให้มันเป็นยูคาลิปตัสต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อเป็นดังนี้ข้อเสนอการปฏิรูปของเรา เรามีส่วนที่สําคัญที่จะเสนอผ่านไปทางรัฐบาล มี ๓ ข้อด้วยกัน ข้อที่ ๑ ก็คือขอให้ส่งเสริมให้ใช้พื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์รกร้างว่างเปล่า แห้งแล้งมาเป็นพื้นที่ปลูกไม้โตเร็วกันเถอะ ก็อาจจะใช้ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ต่อ ๑ เมกะวัตต์ ข้อที่ ๒ เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นคง โรงไฟฟ้าก็ไม่เดือดร้อน ก็ให้มีการทําพันธสัญญา ทางเกษตรกันที่เรียกว่าคอนแทร็กต์ฟาร์มมิง (Contract Farming) กันเถอะ สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๖๖/๑ แล้วก็กําหนดราคากันไปให้ยุติธรรมเลย สมมุติค่าไม้โตเร็วประมาณ ๑,๒๐๐ บาทต่อตัน แบบนี้เป็นต้น คนขายก็จะรู้ราคา คนซื้อก็จะรู้ราคาแบบนี้ จะเป็นบวกลบกี่บาทก็แล้วแต่ กลไกทางการตลาดด้วย แล้วก็ราคาประมาณ ๑,๒๐๐ บาทต่อตันนั้น ณ วันนี้ก็คือสอดคล้อง กับอัตราค่ารับซื้อไฟฟ้าที่กระทรวงพลังงานเขาได้กําหนดอยู่แล้วที่เราเรียกว่าฟีดอินทาริฟ (Feed-in Tariff) นั้น ก็ประมาณนั้นอยู่แล้ว แล้วก็ที่สําคัญอยากจะให้กระทรวงพลังงาน ออกระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชีวมวลแบบไม้โตเร็ว ให้เป็นแบบเฟิร์ม (Firm) ก็คือแปลว่าสามารถผลิตไฟฟ้าได้สม่ําเสมอตลอดทั้งปี ก็จะทําให้ประเทศไทยเรามี ความมั่นคงด้านพลังงานขึ้น โดยเนื้อหาเบื้องหลังแล้วเราก็เป็นห่วงว่าถ้าเราจะให้เกษตรกร ปลูกไม้โตเร็ว แล้วเขาจะขาดทุนกําไรหรือไม่ อย่างไร ได้กําไรครับ ตัวอย่างถ้ามีที่ดินสัก ๑๐๐ ไร่ ปลูกไม้โตเร็ว ๑๐๐ ไร่ ที่ผมเรียนแล้วว่าตัดไม้โตเร็วทุก ๆ ๒๕ ไร่ ทุก ๆ ปี แล้วก็หมุนเวียนกันแบบนี้ โดยเฉลี่ยแล้วเขาจะมีเงินเหลือหลังจากหักค่าใช้จ่ายเยอะครับ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท ต่อไร่ต่อปี ท่านลองคูณจํานวนไร่เข้าไปสิครับ ตัวเลขนี้ผมเรียนแล้ว เคยแอบคํานวณเทียบกับการปลูกข้าว ดีกว่าปลูกข้าวครับ แต่ว่าเราไม่ได้หมายความว่า จะส่งเสริมปลูกไม้โตเร็วแทนการปลูกข้าว เพราะไม้โตเร็วนั้นไม่ต้องรดน้ําเท่านั้นเอง นี่เราไม่ต้องปลูกแล้ว ผมบอกแล้วว่าเราแอบคํานวณว่าได้ผลผลิต ได้กําไรดีกว่าข้าวแน่นอน เพราะฉะนั้นข้อเสนอการปฏิรูปอื่น ๆ ซึ่งจะเป็นการสรุปเนื้อหาของเราก็คือว่าอยากจะให้ รัฐบาลมีมาตรการเผยแพร่ความรู้ในการปลูกไม้โตเร็ว อยากให้มีการจัดพื้นที่โซนนิง (Zoning) ไม่ต้องมาแย่งเชื้อเพลิงกัน ในใจเราก็คิดไว้แล้วเราบอกว่าคอนแทร็กต์ฟาร์มมิง (Contract Farming) นั้น ก็คือพื้นที่ปลูกไม้โตเร็วกับตัวโรงไฟฟ้าไม่ควรจะห่างกันเกิน ๕๐ กิโลเมตร จะได้ไม่ต้องแย่งวัตถุดิบแล้วก็จะได้ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมาก แล้วก็ฝากวิงวอน ไปถึงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายจําหน่าย ช่วยกันวางแผนให้ระบบ สายส่งสายจําหน่ายนั้นสามารถรองรับพลังงานหมุนเวียนของประเทศไทยให้ทัน และข้อ ๔ ฝากไปถึงหน่วยงานทางด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็น ธ.ก.ส. หรือว่าสหกรณ์อะไรต่าง ๆ ให้ช่วย สนับสนุนทางด้านการเงินกับเกษตรกรด้วย ภาพถัดไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีทั้งในส่วนที่ เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องการสํารวจแล้วก็ทําแผนที่ พื้นที่ที่เหมาะสม ต่อการปลูกไม้โตเร็ว ผมขอย้ําว่าประเทศไทยเราหรือว่าที่เราศึกษาอยู่นี้เราต้องทําแผนที่ สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๖๖/๒ ไม่ใช่บอกว่าจะให้ปลูกยูคาลิปตัสทั่วประเทศ ไม่ใช่ ไม่ได้บอกว่าให้ปลูกไม้กระถินทั่วประเทศ ก็ไม่ใช่ ให้บอกเป็นพื้นที่ไปเลยว่าตรงไหนควรปลูกไม้ยืนต้นอะไร ตรงไหนไม่ควรปลูกอะไร ต้องมีการทําโซนนิง (Zoning) นั่นแหละคือต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ก็เช่นเดียวกัน ก็จะได้เชียร์ให้เกษตรกรมาเข้าโครงการนี้ แล้วก็ตกลงเงื่อนไขต่าง ๆ ให้เป็นธรรม ภาพถัดไป หน่วยงานอื่น ๆ ทางด้านกระทรวงพลังงาน ก็ต้องออกมาตรการต่าง ๆ ตามที่ได้กราบเรียนไปแล้ว ภาพถัดไป ผลที่คาดว่าจะได้ จากการปฏิรูป ผมขออนุญาตให้เป็นตัวเลขเชิงนามธรรมแล้วกัน ถ้าเป็นตัวเลข เดี๋ยวท่าน พลตํารวจเอก สุวิระ ก็จะช่วยตอบอีกทีหนึ่ง โครงการนี้ทําให้พื้นที่ป่าหรือว่า สวนป่าของประเทศไทยเพิ่มขึ้นหลายล้านไร่ครับ แล้วก็ลดความร้อน ลดอุณหภูมิในอากาศ ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ แล้วก็ปล่อยก๊าซออกซิเจนออกมา สร้างระบบนิเวศที่ดี กับสิ่งแวดล้อม ไม้โตเร็วนั้นก็จะช่วยป้องกันดินถล่มหรือว่าเป็นกันชนไม่ให้บุกรุกไปยัง ป่าสงวนแห่งชาติด้วย ในส่วนของตัวโรงไฟฟ้าชีวมวลนั้นก็จะทําให้เกษตรกรมีรายได้ ที่แน่นอน เจ้าของโรงไฟฟ้าก็มั่นใจว่ามีเชื้อเพลิงเข้ามาป้อน ก็จะทําให้เกิดเรียกว่า เศรษฐกิจฐานรากให้แก่เกษตรกร แล้วก็สร้างอาชีพต่าง ๆ ให้กับสมาชิกในชุมชน สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๖๗/๑ ส่งเสริมให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแล้วก็เป็นเจ้าของร่วมกับโรงไฟฟ้าดังกล่าวได้ เพราะฉะนั้นสุดท้ายแล้วผมขออนุญาตใช้เป็นศัพท์ภาษาอังกฤษสั้น ๆ ว่าการปฏิรูปในวันนี้ เราเล็งว่าควรจะต้องมีการทํา ๓ เรื่องต่อไปนี้ไปด้วยกันก็คือแอลซีเอฟ (LCF) แอล (L) ก็คือ แลนด์ยูส (Land use) การใช้พื้นที่ให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม คอนแทร็กต์ฟาร์มมิง (Contract Framing) คือการมีสัญญาระหว่างเกษตรกับโรงไฟฟ้าที่เหมาะสม ตัวเอฟ (F) เฟิร์ม (Firm) ก็คือกระทรวงพลังงานก็รับซื้อไฟฟ้าในราคาที่เหมาะสมแล้วก็สม่ําเสมอตลอดทั้งปีครับ ขอจบการนําเสนอแต่เพียงเท่านี้ครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง ได้กลับขึ้นมาบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ทางคณะกรรมาธิการจะมีผู้นําเสนอเพิ่มเติมไหมครับ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิก อภิปรายแสดงความคิดเห็นนะครับ โดยใช้เวลาท่านละไม่เกิน ๑๐ นาทีก็ผ่อนปรน ตามเนื้อหาสาระที่ท่านนําเสนอนะครับ สําหรับท่านแรกขอเชิญท่านปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ อดีตประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ ขอเชิญครับ

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ 🔗

ขอบพระคุณครับ เรียนท่านประธาน สปท. ที่เคารพครับ กระผม นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ สปท. ๙๗ ผมขออภิปรายรายงาน ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เรื่องการส่งเสริมการผลิต ไฟฟ้าจากชีวมวลไม้โตเร็วเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับเกษตรกร สร้างป่าและเสริม ความมั่นคงด้านพลังงานนะครับ รายงานฉบับนี้ตามที่ได้ระบุในรายงานแล้วนะครับว่า สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนั้นแล้วผมคิดว่าในแง่การสร้างป่า ยังสอดคล้องกับแนวพระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ในเรื่อง การปลูกป่า ๓ อย่าง เพื่อประโยชน์ ๔ อย่าง ป่า ๓ อย่างก็ได้แก่ป่าที่เป็นไม้ผล ไม้ใช้สอย แล้วก็ไม้ที่เป็นพลังงานคือไม้ฟืน ประโยชน์ ๓ อย่างก็อย่างเช่นว่าประโยชน์ตามสภาพของพืช ที่ระบุแล้ว ประโยชน์อย่างที่ ๔ นั่นก็คือเป็นนิเวศนั่นเอง เป็นป่า เป็นนิเวศ เป็นประโยชน์ สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๖๗/๒ อย่างที่ ๔ นอกจากนั้นแล้วผมคิดว่ายังสอดคล้องกับแนวพระราชดําริเรื่องโครงการทฤษฎีใหม่ ในเรื่องโครงการทฤษฎีใหม่นี้ได้มีการแบ่งพื้นที่ของเกษตรกรออกเป็น ๔ ส่วนใช่ไหมครับ อย่างที่เราทราบกัน ส่วนที่ ๑ ก็จะเป็นสระน้ํา น้ําคือชีวิต ส่วนที่ ๒ ก็เป็นข้าว เศรษฐกิจ พอเพียงต้องมีข้าว ส่วนที่ ๓ อันนี้คือเกษตรผสมผสานก็เป็นพืชหลาย ๆ อย่าง รวมทั้งไม้โตเร็วที่จะใช้เป็นพลังงานได้ด้วย ก็จะอยู่ตรงนี้นะครับ ส่วนที่ ๔ ก็เป็นที่อยู่อาศัย แล้วก็เป็นสวนครัว เพราะฉะนั้นก็จะสอดคล้อง ในเรื่องพื้นที่ตามรายงานได้ระบุว่าได้กําหนด พื้นที่ที่มีศักยภาพเป็น ๖ พื้นที่ด้วยกันนะครับ คือพื้นที่นาดอนนอกเขตชลประทาน พื้นที่พืชไร่ ผลผลิตตกต่ําเป็นภาระของรัฐบาล พื้นที่ที่รัฐบาลมีนโยบายปลูกพืชทดแทน พื้นที่ทิ้งร้าง นาร้างและรกร้างว่างเปล่า พื้นที่เกษตรกร แล้วก็พื้นที่ของกรมป่าไม้ที่เป็นดิน เสื่อมโทรมต่าง ๆ รวมทั้งหมดประมาณ ๕๑ ล้านไร่ นอกจากนั้นแล้วผมยังคิดถึงพื้นที่ อีกอย่างหนึ่งถ้าเป็นไปได้ แต่ก็คงจะต้องดูอีกที ก็คือพื้นที่ที่ปลูกป่าที่เป็นต้นน้ําลําธาร ถ้าเผื่อได้ก็จะเป็นประโยชน์มากทีเดียว ก็จะเป็นประโยชน์ตามประโยชน์ที่ ๔ ก็คือเป็นนิเวศ แล้วก็ช่วยทางด้านต้นน้ําลําธาร แต่อันนี้ก็คงจะมีปัญหาที่จะต้องไปดูทางด้านกฎหมายว่า จะตัดได้ไม่ได้อะไรต่ออะไรพวกนี้ ผมคิดว่าถ้าปลูกตรงนี้ได้มันจะเยอะมากเลยพื้นที่ ต้นน้ําลําธาร แต่ก็ต้องไปศึกษาดูนะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๖๘/๑ นอกจากนั้นแล้วผมคิดอย่างนี้ว่า ในเวลาที่ปลูกไม้เหล่านี้เกษตรกรอาจจะต้องรอเวลาต่าง ๆ เพราะว่าไม้พวกนี้กว่าจะโตเกษตรกรเขาต้องมีรายได้ประจําวัน เพราะฉะนั้นในใต้ร่มเงา เหล่านี้ จากการที่ผมได้ไปดูงานทางภาคเหนือ ในป่าสามารถจะปลูกพืชต่าง ๆ ที่จะเป็นพืช ระยะสั้น ที่จะเป็นอาหาร เช่น พืชสวนครัว หรือไม้ต่าง ๆ ซึ่งผมจําชื่อไม่ได้ ถ้าไปดูก็จะเป็น ประโยชน์ผสมผสานคือระหว่างที่รอไม้โตเร็วก็จะได้รายได้จากพืชเหล่านี้ด้วยนะครับ นอกจากนั้นผมยังเสนอว่าเกษตรกรน่าจะต้องมีการรวมกลุ่มกัน จะเป็นในรูปของสหกรณ์ หรือจะเป็นกลุ่มอะไรผมไม่ทราบ เพื่อจะให้เป็นกลุ่มก้อน เพื่อจะเป็นพลังในการที่จะทํา คอนแทร็กต์ฟาร์มมิง (Contract Farming) อะไรต่ออะไรต่อไปนะครับ ในแง่การติดต่อ กับกลุ่มผู้ประกอบการก็คงจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการโรงงานไฟฟ้าชีวมวล การกระทําสัญญา ต่าง ๆ อย่างที่ว่าคอนแทร็กต์ฟาร์มมิง (Contract Farming) จะต้องคํานึงถึงกฎหมาย ซึ่งเพิ่งผ่าน สนช. ไปเร็ว ๆ นี้ก็คือเขาเรียกเกษตรตามพันธสัญญา เพราะว่าจะมีหลาย ๆ เรื่อง อยู่ในนั้นจะต้องดูไม่ให้ขัดต่อกฎหมาย

ส่วนอีกประการหนึ่ง เมื่อสักครู่ในรายงานก็บอกว่า เนื่องจากว่าสามารถที่จะ ทําไฟฟ้าทดแทนนี้ได้เพิ่มมากขึ้นเป็นจํานวนถึง ๕,๗๐๐ เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้มีโรงไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งทําได้ประมาณสัก ๒,๖๐๐ เมกะวัตต์แล้ว ยังจะทําเพิ่มได้อีกถึง ๓,๐๐๐ กว่าเมกะวัตต์ เพราะฉะนั้นจะต้องสร้างโรงไฟฟ้าต่าง ๆ มาก นอกจากว่าที่จะต้องสร้างใกล้กับสวนป่าที่ว่า นี้แล้ว จะต้องพยายามคํานึงถึงว่าในพื้นที่ที่จะไม่เป็นปัญหาต่อไป เช่น ปัญหาในการสร้าง มลภาวะ หรือปัญหาที่จะมีความขัดแย้งเพื่อป้องกันความขัดแย้งในระยะยาว เพราะฉะนั้น อันนี้ก็ต้องคํานึงเหมือนกัน

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญคือในเรื่องทุนของเกษตรกร อันนี้ก็คงต้อง อยู่ในสัญญาของคอนแทร็กต์ฟาร์มมิง (Contract Farming) อาจจะเป็นเกษตรล่วงหน้า หรืออะไรพวกนั้นต่าง ๆ อันนี้ก็ต้องให้ได้ประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งเกษตรกรด้วย แล้วก็ ผู้ประกอบการของเขาด้วย นอกจากนั้นแล้วในสัญญาต่าง ๆ จะต้องคํานึงถึงความเสี่ยง ต่าง ๆ ด้วย ซึ่งก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่นความเสี่ยงจากน้ําท่วม เป็นต้น หรือความเสี่ยงจาก เกิดไฟป่าอะไรต่าง ๆ มันก็อาจจะมีขึ้นได้ เพราะฉะนั้นต้องรวมสิ่งเหล่านี้เข้าไปด้วย เพราะฉะนั้นในแง่รวม ๆ แล้วผมขอสนับสนุนรายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์มากทีเดียว สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๖๘/๒ ในการสร้างความมั่นคง สร้างป่า ความมั่นคงทางด้านพลังงาน แล้วก็จะเป็นประโยชน์ กับเกษตรกรด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปขอเชิญท่านกษิต ภิรมย์ อดีตเอกอัครราชทูต อดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ และอดีต ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ขอเชิญครับ

นายกษิต ภิรมย์ 🔗

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๗ ท่านประธานครับ ผมเพิ่งกลับจากการไปประชุมระหว่างประเทศที่ ประเทศโมร็อกโก เรื่องทวีปแอฟริกา แล้วผมก็ได้รับมอบหมายให้ร่วมในเวทีเสวนา เรื่องพลังงานทดแทนและหมุนเวียน ก็อยากจะใช้โอกาสนี้เล่าสู่กันฟังว่า ผมไปพูดอะไรบ้าง ที่ประเทศโมร็อกโกเมื่อ ๔-๕ วันที่แล้ว

ประเด็นแรก ผมได้พูดถึงผลงานของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว ที่เริ่มเอามูลวัว ควาย มาทําเป็นพลังงาน แล้วก็ท่านได้ทรงเริ่มทดลองกับกากอ้อย แล้วก็น้ํามันปาล์ม เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว แล้วท่านก็มีรถยนต์ที่ได้ทรงใช้น้ํามันเชื้อเพลิงที่ ท่านได้ผลิตเป็นผลสําเร็จ รถใช้งานได้ตั้ง ๑๐-๒๐ ปี พวกเราก็รับทราบกันดีอยู่ หลังจากนั้น ก็มีการริเริ่มการใช้มันสําปะหลังเพื่อเป็นเชื้อเพลิงพลังงาน สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๖๙/๑ โดยเฉพาะในรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศเป็นนโยบายและมาตรการ แน่ชัดว่าจะใช้ ๓ อย่างด้วยกัน คือกากอ้อย ปาล์มน้ํามัน แล้วก็มันสําปะหลัง แล้วเราก็ได้ ประกาศกับโลกให้ทราบว่าเราสามารถที่จะใช้อ้อย มันสําปะหลังและปาล์มเป็นทั้งอาหาร ให้กับมนุษย์และสัตว์ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นวัตถุดิบทางด้านพลังงาน แล้วก็ทาง ด้านวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรมได้ คําถามก็คือว่าแล้วที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ ได้ริเริ่มมาตั้ง ๔๐ ปีกับนโยบายบางครั้งบางคราวของรัฐบาลไทยบางชุดทําไมมันขาดตอน แล้ว ณ วันนี้ เราก็มาพูดกันใหม่อีกทีว่าจะปลูกไม้โตเร็วโดยเฉพาะยูคาลิปตัสเพื่อเป็นพลังงานทดแทน แต่ว่าสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ที่ประเทศโมร็อกโกก็คือว่าเขาก็มีสํานักงานพลังงาน เช่นการปิโตรเลียม แล้วเขาก็มีหน่วยงานผลิตไฟฟ้า เช่นการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ภายใต้ พระมุฮัมมัด ที่ ๖ ของราชวงศ์โมร็อกโกได้ทําเมื่อไม่นานมานี้เขาได้ตั้งสํานักงานกลางขึ้นมา ๒ แห่งด้วยกัน คือการพลังงานหมุนเวียนและทดแทน ผมขอเน้น คําว่า การ เพื่อให้เคียงข้าง กับการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย แล้วก็การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แล้วเขาก็ได้ตั้งอีก ๑ การ คือการอนุรักษ์พลังงาน ผมก็อยากขอเสนอต่อท่านประธานผ่านไปที่กรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านพลังงานว่าถ้าเผื่อเรายังจะมาทําอะไรกันแบบที่ภาษาอังกฤษเขาใช้ คําว่า พีซมีล (Piecemeal) ทีละชิ้น ทีละเรื่อง ทีละบางส่วนของเรื่องพลังงาน โดยทั่วไป น้ํามัน แก๊ส ถ่านหิน แล้วก็พลังงานหมุนเวียนจะเป็นลม เป็นน้ํา แสงแดด แล้วก็พืชเกษตร ทั้งหลายรวมอาจจะไปถึงคลื่นทางทะเลด้วย ก็ว่ากันทีละที มันไม่ปะติดปะต่อ ผมก็ได้ เท้าความที่ประเทศโมร็อกโกด้วยว่าผมก็ได้อ่านเอกสารของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ยุบไปแล้ว เอกสารพลังงานผมคิดว่าท่านประธานกรรมาธิการเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในเรื่องนี้ ประเทศไทย ได้ตั้งเป้าหมายไว้ประมาณปี ๒๐๓๐ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของการผลิตไฟฟ้าเชื้อเพลิงจะมาจาก พลังงานหมุนเวียนและทดแทน แล้วก็การใช้พลังงานทั่วประเทศ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ในปี ๒๐๓๐ จะเป็นพลังงานทดแทนและหมุนเวียน ก็ต้องมาถามว่าพลังงานหมุนเวียนและทดแทนนี้ ในประเทศไทยจะมีอะไรบ้างเป็นวัตถุดิบ อยากจะกลับไปที่มูลสัตว์ ไปที่ปาล์มน้ํามัน ไปที่กากอ้อย ไปที่มันสําปะหลัง แล้วตอนนี้ก็จะมาที่ยูคาลิปตัส แล้วไผ่ว่าอย่างไรครับ ต้นนุ่น ได้ไหม สาหร่ายน้ําสดและทะเลได้ไหม แล้วจะมีพืชเมล็ดอื่น ๆ ที่มันมีเมล็ดแล้วสกัดออกมา เป็นน้ํามันได้กี่ชนิด ผมคิดว่าทางคณะกรรมาธิการต้องเอาภาพรวมมาปูโต๊ะให้เห็นเสียก่อน สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๖๙/๒ ไม่อย่างนั้นก็จะบอกว่า ณ วันนี้เราก็จะมาบอกว่าไปมุ่งที่ยูคาลิปตัส แล้วเรื่องยูคาลิปตัส มันก็อยู่ที่ประเทศไทยมาประมาณ ๕๐ ปี มันก็ยังเป็นพืชที่มีการโต้เถียงในหลักวิชาการกัน มากมาย แล้วมันไม่มีข้อยุติแน่ชัดว่ามันทําลายดินหรือไม่ทําลายดิน แล้วถ้าเผื่อว่าจะไปปลูก ในที่ที่มันแห้งแล้ง ข้อมูลวันนี้เราต้องการจากคณะกรรมาธิการครับท่านประธาน ต้องบอกมา ให้ชัดว่ากี่อําเภอ กี่จังหวัดและที่ไหน เพื่อไม่ให้ไปทําลายดินที่ดีอยู่แล้ว หรือไปทดแทนพืช ที่อาจจะได้เงินน้อยกว่า แต่ทําให้มีความยั่งยืนทางด้านภาคเกษตรแล้วก็ชีวิตความเป็นอยู่ ของชุมชน มาพูดกันทีละประเด็น ๆ แบบนี้มันยากต่อการที่จะพิจารณาตัดสินใจ เพราะไม่สามารถที่จะเห็นภาพรวม แล้วก็สัดส่วนของตัวยูคาลิปตัสนี่มันอยู่ในกี่เปอร์เซ็นต์ ของ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่ผมได้กล่าวไว้ตั้งแต่ต้น หรือว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ของพลังงานทดแทนและหมุนเวียนทั้งหมดของประเทศไทย แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า การที่จะให้เอกชนไปทําคอนแทร็กต์ฟาร์มมิง (Contract Farming) เมื่อเขาปลูกยูคาลิปตัสมา แล้วไปขายให้กับใคร เอกชนไปทําโรงงานไฟฟ้า แล้วเผื่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตไม่ซื้อไฟฟ้า แล้วจะทําอย่างไร สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๗๐/๑ เราก็มีประเด็นปัญหาที่เราทราบกันอยู่คือเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ มันก็ติดกันไปหมด จะด้วยเหตุผลอันใด มีใครอยากจะเป็นโมโนโพลี (Monopoly) หรือว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ก็แฮปปี้ (Happy) ดี มีความสุขในการที่จะซื้อไฟฟ้า น้ําจากประเทศลาว แล้วก็มีแก๊ส มาจากพม่า หรือจากส่วนที่ร่วมกันพัฒนากับประเทศมาเลเซียที่ท่านประธานกรรมาธิการ ได้เคยทํางานอยู่ที่กัวลาลัมเปอร์ แล้วก็ใช้ถ่านหินสั่งเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย และประเทศออสเตรเลีย มันก็ไม่ได้ไปเปิดทางให้กับพลังงานหมุนเวียนและทดแทน ก็ไม่ต้อง ไปรอใบบุญจากการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยและการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ตั้งการพลังงาน ทดแทนแล้วก็รับซื้อไฟฟ้าโดยตรงจากเชื้อเพลิงที่เป็นพืชที่มาจากน้ํา จากแสงอาทิตย์ สาหร่ายต่าง ๆ เหล่านี้ได้หรือไม่ ผมอยากจะให้มีการทบทวนและคิด แล้วก็มองในภาพรวม มากกว่าที่จะมาว่ากันเป็นเรื่อง ๆ แบบนี้ แล้วก็ไม่รู้ว่าส่วนนี้ของยูคาลิปตัสมันกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าเผื่อผลิตออกมาแล้วเอาไปป้อนโรงงานไฟฟ้าที่ไหน แล้วก็อีแกต (EGAT) การไฟฟ้า ฝ่ายผลิตจะเล่นด้วยหรือไม่ ก็เป็นปัญหาที่ค่อนข้างจะเป็นปัญหาโลกแตก ขอใช้คําธรรมดา ๆ เราต้องแก้ภาพกันในภาพรวมเสียก่อน แล้วก็กําหนดกันให้ชัดว่าในเรื่องพลังงานทดแทน และหมุนเวียน ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ ได้เริ่มมาเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว มาถึงวันนี้ในช่วงปฏิรูป ประเทศไทยจะเอากันจริง ๆ จัง ๆ หรือไม่ แล้วถ้าเผื่อพึ่งใบบุญของการปิโตรเลียม และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตไม่ได้ ผมขอเสนอให้ตั้งการพลังงานทดแทนและหมุนเวียน รวมทั้ง อนุรักษ์พลังงาน และทํากันให้เป็นกิจจะลักษณะ ให้หน่วยงานนี้มีอํานาจโดยตรงในการจะ กําหนดพื้นที่ จะทําแสงอาทิตย์ จะเพาะสาหร่าย หรือจะทํายูคาลิปตัส หรือจะเป็นต้นไผ่ หรือจะเป็นอะไร หรือจะเอากากอ้อย ปาล์มน้ํามัน ให้มีความแน่ชัด ผมอยากจะขอให้มี การทบทวนแล้วก็ทําให้เป็นกิจจะลักษณะมากกว่านี้ ท่านประธาน ขอขอบคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เดี๋ยวกรรมาธิการไว้ตอบทีเดียวเลย ต่อไปขอเชิญ ท่านศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการอุดมศึกษา อดีตคณบดีสํานักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อดีตคณบดีคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และอดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ขอเชิญครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๗๐/๒

ศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ 🔗

ขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายเพิ่มเติม กระผม ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ ลําดับที่ ๖๙ ก่อนอื่นอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า ข้อมูลทั้งหมดที่นํามาเสนอเป็นทางออก เรื่องพลังงาน ผมเองมีประสบการณ์อยู่บ้างตอนเป็นคณบดีที่คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เราได้เชิญโปรเฟสเซอร์ (Professor) จากประเทศเยอรมันมา เพื่อจะทําความเข้าใจเรื่องการปลูกพืชโตเร็วเพื่อรองรับโครงการแก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) หรือการเผาพลังงาน เผาไฮโดรคาร์บอน หรือคาร์โบไฮเดรตพวกนี้ให้เป็นพลังงานให้มากที่สุด ซึ่งตอนนั้นเราก็ทราบว่าในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่วังสวนจิตรลดาก็ได้มีโรงงานต้นแบบ แต่พระองค์ท่านไม่ได้เอาความร้อนมาใช้แบบง่าย ๆ แต่กลับเอาความร้อนผ่านกระบวนการ รับความร้อนด้วยลิเทียมโบรไมด์ (Lithium bromide) ซึ่งเป็นสารที่แพงมาก และสั่งจาก ประเทศญี่ปุ่น แล้วก็มาแปลงเป็นความเย็น กระบวนการอันนี้พระองค์ท่านทํามาก่อน แล้วก็ เป็นผู้นําที่ดีในการที่จะให้สังคมเห็นว่าการใช้พลังงานในรูปแบบอื่นเป็นประโยชน์ ทีนี้อยากจะ เรียนว่าในกระบวนการของรายงานฉบับนี้ ในหน้าที่เป็นแผนที่ ทางคณะกรรมาธิการก็ได้ นําเสนอไว้ว่าจุดดํา ๆ ที่เป็นโรงงานไบโอแมส (Biomass) ผมนับดูมีอยู่ประมาณ ๑๕๐ โรงงาน ทั่วประเทศ เยอะมากเลย ก็แสดงว่าการผลิตไฟฟ้าจากไบโอแมส (Biomass) ที่มีอยู่ ในประเทศไทยคงจะไม่พอแน่นอน เพราะฉะนั้นจึงมีการนําเสนอวิธีการหาทางออกในเรื่องนี้ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ เมื่อสักครู่ท่านประธานคือศาสตราจารย์ดุสิตพยายามพูดอาจจะเร็ว ผมฟังดูท่านพูดทําให้ผมสงสัยอยู่ ๒ ประเด็น สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๗๑/๑ ประเด็นที่หนึ่งคือในทางวิทยาศาสตร์เราเข้าใจอยู่แล้วว่าพืชแต่ละต้น ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มันเป็นคาร์บอน ซึ่งในรูปแบบก็เหมือนก็คือคาร์โบไฮเดรต หรือสุดท้ายก็เรียกไฮโดรคาร์บอน นั่นเอง ตรงนี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของคาร์บอนมาจากไหน ก็มาจากอากาศที่พืชสังเคราะห์แสง และเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม้โตเร็วก็ใช้กระบวนการนี้แหละครับ อยากจะเรียนอย่างนี้ การนําเสนอของคณะกรรมาธิการในวันนี้เป็นเรื่องดี ผมเห็นด้วยสนับสนุน ลองนึกดูภาพนี้ ถ้าท่านเป็นคนต่างจังหวัดเดินทางเข้ากรุงเทพฯ สมัยเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้วที่เราขึ้นมากรุงเทพฯ กัน เราจะพบว่าสถานีชุมทางรถไฟใหญ่ ๆ มันจะมีแผงของกําแพงที่เรียกว่าแผงไม้ฟืน ท่านผู้ว่าคงนึกออก ผมถามว่าดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) ของไม้ฟืนเพื่อรถไฟ ที่เป็นหัวรถจักรมันเยอะมาก ๆ เลย ตั้งแต่วิ่งไปเหนือเชียงใหม่ วิ่งไปอีสานโคราช ทางใต้ วิ่งไปจนถึงมาเลเซียมันใช้ฟืนทั้งนั้น และฟืนเหล่านี้เราซื้อจากต่างประเทศมาหรือครับ ไม่ใช่หรอกครับ ดีมานด์ (Demand) ถัดมาที่มาทดแทนเรื่องนี้คือว่าเราทางใต้เราปลูก ยางพาราแทนป่าที่เรายึดไป ที่เราตัดไป แต่ทางอีสานอาจจะไม่มีโครงการ อย่างทางเหนือ เขามีโครงการบํารุงป่าอะไรป่าดีหมด เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่ว่าการนําเสนอทดแทน ในเรื่องนี้โดยการปลูกพืชที่โตเร็วมาทําไฟฟ้าเป็นเรื่องดีครับ แต่ข้อมูลตรงนี้ที่ว่าดี ๆ โดยเฉพาะข้อมูลหน้า ๑๑ ท่านดุสิตครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน หน้า ๑๑ ที่นําเสนอเอาไว้ ท่านบอกพวกเราว่าให้จําเอาไว้นะครับ ๑ เมกะวัตต์มาจาก ๑,๐๐๐ ไร่ ใช่ไหมครับ อาจารย์พูดเมื่อสักครู่ แต่ในบรรทัดสุดท้ายจากข้างล่างขึ้นมา บรรทัดที่ ๒ จากข้างล่าง ผมก็อ่านดูว่า ๒๐,๐๐๐ ไร่ต่อ ๑๐ เมกะวัตต์ แสดงว่า ๑ เมกะวัตต์ต้องใช้ ๒,๐๐๐ ไร่ ข้อมูลมันหลายปี คลาดเคลื่อนอาจารย์ครับ เพราะฉะนั้นข้อมูลตัวที่ ๒ ที่ผมอยากจะเห็น ความชัดเจนคือในพารากราฟ (Paragraph) ที่ ๒ ๑.๔.๖ บอกว่าประเทศไทยในปี ๒๕๕๕ ปล่อยคาร์บอนออกไปสร้างปัญหาเรื่องเรือนกระจก ๓๗๕ ล้านตัน แต่พอปี ๒๕๖๓ เมื่อเราเข้ากรอบยูเอ็นเอฟซีซีซี (UNFCCC) แล้วบอกว่าจะปล่อย ๒๔ ล้านตัน อันนี้เป็น แฟกต์ (Fact) ที่ดีถ้าเป็นอย่างนั้นนะครับ เป็นความจริงที่ว่าพลังงานทดแทนโดยใช้ ไบโอแมส (Biomass) พืชที่เราปลูก ปลูกแล้วโตเร็วมันเป็นสิ่งที่ดีแน่นอนเลย ดีอย่างไรครับ ในสายวิทยาศาสตร์ของผมเราเข้าใจว่าเราดูดคาร์บอนไดออกไซด์มาเป็นต้นไม้โตเร็ว อย่างรวดเร็วภายใน ๓-๔ ปี อย่างเช่นยูคาลิปตัส คือผมก็มีประสบการณ์ไปดูโรงงานเขา สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๗๑/๒ ไปดูวิธีการผลิตกระดาษเขา แล้วก็พบว่าเขาผลิตกระดาษเสร็จ เศษทุกอย่างเขาเก็บ แล้วก็เผาหมด แต่เผาตรงนี้มันยังไม่ถึงระดับแก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) ถ้าเป็นไปได้ แฟกต์ (Fact) ๒ ข้อที่ผมท้วงติงตรงนี้ถ้าหากว่านํามาชี้แจงให้สังคมรับทราบ สังคมจะได้ เข้าใจว่าปลูกพืชโตเร็วในพื้นที่ที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ต้องใช้ปุ๋ยอย่างที่ท่านพูด อย่าใช้ปุ๋ยนะ แต่ไม่ใช้น้ํา ไม่แย่งน้ําจากภาคเกษตรด้านอื่น ปลูกในพื้นที่ที่ไม่ดีทั้งหลาย หัวไร่ปลายนา ปลูกหมด แล้วก็ไม่ใช้ปุ๋ย ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง อย่าพูดสิ่งเหล่านี้เด็ดขาดกับสังคม นําเสนอเขา ให้เห็นชัดเจนว่าประเทศไทยลดคาร์บอนไดออกไซด์ ประเทศไทยได้ผลิตไฟฟ้า ประเทศไทย มีการเก็บคาร์บอนชดเชยอย่างโน้นอย่างนี้ นี่เป็นข้อดีครับ ข้อดี ๒ ข้อ แต่แฟกต์ (Fact) ตรงนี้ให้สังคมรับทราบด้วย มิฉะนั้นแล้วเขาจะเข้าใจผิดว่าการปลูกต้นไม้โตเร็วอย่าไป แย่งโน่นแย่งนี่ จะสารพัดเรื่องที่จะสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเอ็นจีโอ (NGOs) ซึ่งไม่ยอม ทําความเข้าใจในทุก ๆ เรื่อง เรื่องที่เป็นวิทยาศาสตร์ เรื่องนี้เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ทั้งหมด เพียงแต่ข้อมูลในหน้านี้ผมคิดว่าเป็นความคลาดเคลื่อน ประเด็นที่อยากจะถาม หรือฝากคณะกรรมาธิการไว้ก็คือว่าเครื่องแก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) มันมีตั้ง ๗-๘ แบบ ในหลายประเทศเขาใช้เครื่องยนต์แบบนี้กัน ในสวนจิตรลดาก็เหมือนกันเป็นลักษณะของ แก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) ตัวหนึ่งเหมือนกัน อยากจะเรียนถามว่าถ้าเป็นไปได้ให้ข้อมูล กับสังคมว่าเรามีเรื่องระบบของแก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) ที่ดี ไม่มีมลภาวะ เผาจนหมด เป็นจุณ และเศษเถ้าถ่านที่เหลือก็ลงไปโรยในแปลงที่ปลูกพืชทดแทนเหล่านี้ด้วย ในระยะต่อไปด้วยซ้ําไป ผมก็ขออนุญาตอภิปรายที่เป็นประเด็นอยู่ ๒-๓ เรื่อง แล้วก็ถามเรื่อง แก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) ขอบคุณท่านประธานครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปนะครับ ขอเชิญท่านดํารงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหัวหน้าพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทยครับ

- ๗๒/๑   สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๗๒/๑

นายดํารงค์ พิเดช

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่เคารพ ผม ดํารงค์ พิเดช ลําดับที่ ๐๕๒ คือผมฟังดูและอ่านเอกสารก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ผมก็อยากจะให้ข้อคิดเห็นและข้อห่วงใย ซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นแล้วจะเป็นหายนะอย่างใหญ่หลวง ต่อป่าของประเทศ คือพืชที่เกิดวันนี้ กระถินยักษ์ กระถินเทพา ยูคาลิปตัส คือถ้าทําได้อย่างนี้ จริง ๆ ไม่รับซื้อไม้กระยาเลย ที่มีอยู่ในป่าธรรมชาติทุกชนิด ถ้าควบคุมอันนี้ได้โอเค (Okay) แต่เวลาจริง ๆ มันจะควบคุมไม่ได้ ชาวบ้านที่อยู่ตามเชิงป่า เชิงเขา ไม้ลูก ไม้ขนาดกลาง ขนาดเล็กมันโค่นหมดเลยเป็นฟืนประจําบ้าน กองใต้ถุนบ้าน เดี๋ยวก็มีลูกย่อยไปรับซื้อทีละคิว ๒ คิวใส่สิบล้อข้าวของร้อน ไปเจอโรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีพฤติกรรมเป็นโจรรับซื้อเลย เข้าโรงงานเลยของถูกไม่ต้องไปปลูก มันจะระบาดกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะไม้ยางพารา ก็ประมาณ ๕.๖ ล้านไร่ ในป่าสงวน ๔.๔ ล้านไร่ ๔.๖ ล้านไร่ อุทยานป่าไข่แดง ๑.๒ ล้านไร่ ที่มีปัญหาถ้าเป็นไม้ยางหนุ่มเขาคงไม่โค่นมาขาย กรีดยางดีกว่า แต่พอยางแก่เขาต้องตัดออกแน่ เราจะไปดูอย่างไรนี่ยางที่มีหลักฐาน ไม่มีหลักฐานทุกวันนี้ก็ทะเลาะกันจะตายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นโรงไฟฟ้าชีวมวลต้องจํากัดชนิดไม้เลยว่าไม้ที่ใช้ในการเผาผลาญเชื้อเพลิง มีอะไรบ้าง ไม่อย่างนั้นมันมีไม้หัวไร่ปลายนาที่เขามีเอกสารสิทธิถูกต้องที่เขาโค่นได้ ขายได้ ทุกวันนี้มันก็สวมอยู่แล้ว กรมป่าไม้ พ.ร.บ. สวนป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ ก็มีกลุ่มที่ทําไม่ดีกับกลุ่มที่ ทําดี เราก็หวังเจตนาดีจะเพิ่มป่าไม้เศรษฐกิจ ให้เงินไปปลูก ให้โน่นให้นี่ ปรากฏว่าบางส่วน ก็เอาถูกต้องสวมตัวเองมาขายเป็นไม้สักเข้าโรงงานถูกต้องหมด แต่อีกส่วนหนึ่งก็สวมกัน อยู่อย่างนั้น เจ้าหน้าที่ก็สมรู้ร่วมคิด มันเป็นปัญหาของป่าในภาคเหนือตลอด มันเป็น เหรียญสองด้าน มีทั้งดีและไม่ดี ยิ่งโครงการเผาผลาญเชื้อเพลิงยิ่งน่าอันตรายเพราะต้อง เผาผลาญเชื้อเพลิงทุกวัน มันจะลามไปถึงบนดอยโน่นครับ พวกไม้ก่อ ไม้ลง ไม้ทะล้อ เป็นไม้ติดเชื้อเพลิงอย่างดีเลย และชนกลุ่มน้อยก็ตัดเป็นฟืน ทางเหนือเขาเรียกหลัว เป็นเชื้อเพลิงหุงข้าว กองกันคนละ ๕ คิว ๖ คิวใต้ถุนบ้าน ยามไม่มีอะไรจะกินมาก็ทยอยขาย ทีละ ๒ คิว ๓ คิว คนเมืองก็ไปรับซื้อต่อมา ต่อมา ต่อมา มันจะเป็นลูกโซ่ทําลายป่ากัน อย่างมโหฬาร ถ้าท่านไม่จํากัดชนิดไม้แต่แรกออกเป็นกฎหมายเลยโรงงานชีวมวลไม่สามารถ รับซื้อไม้ที่มีในป่าธรรมชาติได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นไม้หัวไร่ปลายนาหรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะมันติดขัดกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม้หัวไร่ปลายนา ที่ดินกรรมสิทธิ์เขาขายได้ สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๗๒/๒ แต่มันมีอยู่ในป่า เราจะแก้อย่างไรจุดนี้ คือถ้าเป็นเศษไม้พวกอ้อย ชานอ้อย ไม้ไผ่ อันนี้มันก็พอทําเนาไปแล้ว คือผมอดเป็นห่วงไม่ได้ ท่านจําได้ไหมโรงบ่มในอดีตที่ภาคเหนือ โรงบ่มยานี่ป่าราพณาสูรหมด ไม้ขนาดเล็กไม่มีโอกาสได้เติบโตตัดกันเลี่ยนหมด อันนี้ก็มาเป็น ลักษณะโรงบ่ม ในอนาคตเหมือนกัน ไม้โครงการชีวมวลถ้าหากควบคุมกติกาไม่ดีก็จะเข้า หลักเกณฑ์อันนั้นเหมือนกัน นี่ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้ แต่ว่าผมฟังดูเมื่อสักครู่ท่านก็จะ ปลูกพวกไม้กระถินเทพา กระถินยักษ์ก็โอเค (Okay) ไม้โตเร็วพวกนี้ ไม้ยูคาลิปตัสก็ว่ากันไป เป็นเชื้อเพลิง แต่ท่านต้องหามาตรการป้องกัน อย่าไปปลูกไม้ที่มีอยู่ในป่าธรรมชาติ เพราะจะไม่จบสิ้นทั่วประเทศ เพราะมันมีอยู่เชิงป่าพวกคนยากคนจนเกาะตะเข็บรอยขอบป่า เต็มหมด ก็จะพบทุกวัน ตัดมาสะสมทุกวัน เอาตากแห้งไว้ใต้ถุนบ้านตัวเองคนละ ๕ คิว ๑๐ คิว เดี๋ยวก็มีรถพิกอัป (Pickup) สิบล้อมารับซื้อประจําหมู่บ้าน มีเอเจนต์ (Agent) ประจําหมู่บ้าน เหมือนข้าวโพดส่งไปจุด ๑ จุด ๒ จุด ๓ จะเข้าโรงงาน ไปเจอโรงงาน ที่รับผิดชอบสูงก็โอเค (Okay) ไม่รับซื้อ ไม่รับซื้อก็โอเค (Okay) แต่ไปเจอของร้อนราคาถูก เอาเข้าไปเพราะเป็นของเอกชนใช่ไหมโรงงานที่ตั้งมานี่ ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้แต่ก็ยินดี สนับสนุนมันเป็นประโยชน์ถ้าหากว่าเป็นไม้ที่เราควบคุมชนิดไม้ได้ ไม่ไปขโมยในป่ามาอะไร มาก็โอเค (Okay) ขอขอบคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปขอเชิญท่านมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ อดีตปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญครับ

- ๗๓/๑           สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๗๓/๑

นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ สปท. ลําดับที่ ๑๑๖ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ที่ได้นําเสนอในเรื่องของ เปเปอร์ (Paper) ฉบับนี้ขึ้นมา คือเรื่องของการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลไม้โตเร็ว เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับเกษตรกร สร้างป่าและเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยในการที่จะสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับเกษตรกร รวมทั้งในเรื่อง ของสร้างป่าและเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานในเรื่องของการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล แต่เมื่อเห็นว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้เสนอโฟกัสเฉพาะในเรื่องของไม้โตเร็วก็มีข้อห่วงใย แล้วก็เห็นด้วยกับหลายท่านที่ได้กล่าวไปแล้วว่าในเรื่องของชีวมวลน่าจะมีข้อมูล หรือว่ามีการบริหารจัดการเชิงระบบทั้งหมด ไม่ได้โฟกัสเฉพาะในเรื่องของไม้โตเร็ว แต่ว่ายังมีชีวมวลอีกในลักษณะที่เป็นเศษวัสดุจากการเกษตร หรือว่าอื่น ๆ อีกนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็มีข้อเสนอแนะว่าในเรื่องของการสนับสนุนในเรื่องตรงนี้ก็น่าจะดู ในเรื่องของชีวมวลทั้งระบบ ทุกประเภท

สําหรับในเรื่องของรายได้ ดิฉันก็คิดว่าจะเป็นเปเปอร์ (Paper) ที่ดีมาก ๆ เลย ถ้าหากว่าท่านได้มีการดูตัวเลขแล้วว่าถ้าปลูกไม้โตเร็วแทนพืชเกษตรอื่น ๆ จะมีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างไร แต่ดิฉันคิดว่าเปเปอร์ (Paper) ฉบับนี้จะมีคุณค่าเพิ่มมากอีกนะคะ ถ้าหากว่า ท่านสามารถดูว่าออปชัน (Option) ของรายได้ โดยเฉพาะในเรื่องของไม้โตเร็ว เพราะว่า ขณะนี้อย่างยูคาลิปตัส ใช้เป็นเสาเข็ม ใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) ใช้ในเรื่องอื่น ๆ ดิฉันเกรงว่าในเรื่องของปัญหาการแย่งชิงทรัพยากร หรือว่าจะทําอย่างไรที่จะให้ประชาชน ได้ทราบในเรื่องของรายได้ เพราะว่าจริง ๆ แล้วถ้าหากว่านําไปใช้เพื่อกิจกรรมอื่น ไม่ว่าจะ ในเรื่องของเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) หรือว่าอื่น ๆ ท่านน่าจะมีตัวเลขตรงนี้ด้วย เพราะส่วนใหญ่ ในเรื่องของยูคาลิปตัส นอกจากจะใช้ในลักษณะของการที่จะเป็นพลังงานแล้ว ที่สําคัญ ในเรื่องเป็นวัตถุดิบของอุตสาหกรรมประเภทอื่น โดยเฉพาะในเรื่องของไม้ กระดาษ หรือว่า อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) ทั้งหลาย ซึ่งตรงนี้ถ้าหากว่าได้มีข้อมูลเพื่อที่จะให้ เกษตรกรได้เห็น แล้วก็จะเป็นการชี้ชวน หรือว่าชักนําให้กับทางเกษตรกรได้เห็นว่าตรงนี้ เป็นการสร้างรายได้ที่มีมูลค่า แล้วก็มีออปชัน (Option) ต่าง ๆ ให้ทางเกษตรกรด้วย สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๗๓/๒ เพื่อในเรื่องของการสร้างป่า แต่ดิฉันกราบเรียนอย่างนี้ว่าในตัวเปเปอร์ (Paper) อันนี้ นอกจากดูในเรื่องของภาพรวมของชีวมวลทั้งระบบแล้ว ในเรื่องของรายได้เช่นกัน เป็นไปได้ไหม ว่าต้นขายไปเพื่ออุตสาหกรรม เป็นรอว์แมทีเรียล (Raw material) ส่วนในเรื่องอื่น ๆ ในการที่จะเข้าสู่ภาคพลังงาน ทั้งนี้เพื่อจะได้เห็นว่าเขาจะได้มูลค่าที่มากขึ้น ดิฉันอยาก กราบเรียนอย่างนี้ว่าในเรื่องของตัวรายได้ที่จะให้จากภาคเกษตรกรตรงนี้แน่นอน ในขณะเดียวกันขณะนี้ในเรื่องของการเพิ่มพื้นที่ป่า ว่าเราจะต้องเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้อีก ร้อยละ ๔๐ ซึ่งนั่นหมายถึงว่าความจริงแล้วในร้อยละ ๔๐ จะแบ่งลงไปในเชิงลึกอีกว่า เป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์สําหรับเป็นพื้นที่ป่าที่เป็นต้นน้ําลําธาร ในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ ในเรื่องของความหลากหลายในเชิงของนิเวศ แต่อีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่ในอนาคตรัฐคงจะต้อง มีการสนับสนุนให้มีการปลูกในพื้นที่ป่าที่เป็นพื้นที่เสื่อมโทรม หรือว่ามีการจัดโซนนิง (Zoning) แล้ว ซึ่งตรงนั้นดิฉันเห็นด้วยในการที่จะสนับสนุนให้มีการปลูกเป็นป่าเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะนํามาใช้เพื่อการพลังงาน หรือว่ากิจการอื่นใด แต่ว่าทั้งนี้จะต้องมีการจัดระบบ ความสําคัญในเรื่องของการควบคุม การบังคับใช้ ปัจจุบันกราบเรียนว่าทางของสวนป่า โดยเฉพาะในเรื่องของสวนป่าที่เป็นของ อ.อ.ป. แล้วก็มีสวนป่าอื่น ๆ ที่เป็นของภาคเอกชน ขณะนี้เขาก็มีการดําเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้ว

- ๗๔/๑                 สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๗๔/๑ แต่ปัญหาส่วนหนึ่งที่พบในเรื่องของการควบคุม ไม่สามารถควบคุมได้ว่าเอกชนนั้นไปตัดไม้ จากป่าที่เป็นป่าของรัฐหรือในพื้นที่ตนเอง เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ดิฉันคิดว่าถ้าหากจะมี การสนับสนุนในเรื่องนี้ ๑. ในเรื่องของการโซนนิง (Zoning) ในการที่จะกําหนดว่าพื้นที่ใด ที่จะสามารถปลูกได้ ๒. จะต้องมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ซึ่งนั่นหมายถึงว่าจะต้องมีพื้นที่ ของตนเองที่เป็นเอกสารสิทธิ หรือเป็นพื้นที่ที่รัฐอนุญาตให้มีการดําเนินการในลักษณะที่เป็น ป่าชุมชน หรือในลักษณะของพื้นที่ที่อนุญาตให้มีการดําเนินการได้ มิฉะนั้นแล้วก็จะเป็น เช่นเดียวกับในเรื่องของข้าวโพดหรือพืชอื่นต่าง ๆ ที่บุกรุกป่า ที่สําคัญคือถ้าหากไม่มี การจํากัดประเภทไม้จะพบว่าในเรื่องของการควบคุมดําเนินการได้ยากมาก ๆ เพราะว่า ข้อมูลเหล่านี้เราเจอในเรื่องของที่ผ่านมา การบังคับใช้หรือว่าการควบคุมกํากับดูแล มีความยาก และที่สําคัญในอนาคตต้องเรียนว่าเรามีพื้นที่จํากัด และในขณะเดียวกันนโยบาย ของรัฐก็มีการสนับสนุนไม้ที่มีมูลค่าสูงเช่นพะยูง หรือในเรื่องของสัตว์ หรือว่าในอนาคต เพราะฉะนั้นประเด็นที่ดิฉันอยากกราบเรียนหรือฝากไว้กับทางคณะกรรมาธิการว่า การตั้งเป้าหมายในเรื่องของการที่จะให้ได้วัตถุดิบที่จะเข้ามาสู่ในเรื่องของพลังงาน จากไม้โตเร็ว คงจะต้องมีการพิจารณาทบทวนในเรื่องนี้ด้วย เพราะเมื่อไรที่ทางเกษตรกร ได้มีการปลูกไปแล้ว เราไม่แน่ใจว่าการที่จะมีการตัดบางส่วนเพื่อให้กับทางอุตสาหกรรม หรือในเรื่องของการบริหารหรือจะให้ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับในเรื่องของตัวราคา เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้ดิฉันกราบเรียนว่าถ้าเรามีข้อมูลในรายละเอียดตรงนี้จะทําให้ในเรื่องสอดรับ ของการวางแผน ส่วนในเรื่องที่ ๒ เรื่องที่ดิฉันคิดว่าเมื่อพูดถึงเรื่องชีวมวล ซึ่งครอบคลุม ทุกประเภทหลายประเภทแล้วมันมีแมสบาลานซ์ (Mass Balance) หรือในเรื่องของการที่จะ นําเข้าที่เป็นรอว์แมทีเรียล (Raw material) ของโรงไฟฟ้า ดิฉันคิดว่าความจริงแล้ว มันจะต้องมีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือจะต้องจัดตั้งเป็นองค์กร หมายถึงในเรื่องของ คณะกรรมการที่จะต้องดูประสานกันทั้งในเรื่องของกระทรวงพลังงาน กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีกระทรวงอื่น ๆ ที่จะเกี่ยวข้องกับในเรื่องนี้ เพราะสุดท้ายแล้วจําเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการที่จะต้องมีหน่วยหนึ่งในการที่จะดูศูนย์ข้อมูล ตรงนี้ว่ามีแมสบาลานซ์ (Mass Balance) ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ทางนโยบาย ของรัฐกําหนดไว้หรือไม่ แล้วจะต้องมีการควบคุมกํากับซึ่งตรงนี้คงจะต้องมีการประสานงาน สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๗๔/๒ และที่สําคัญคือในเรื่องของศูนย์ข้อมูล เช่นเดียวกับในเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย ในการที่จะขึ้นทะเบียนทางเกษตรกรหรือในเรื่องของราคา หรือว่าในเรื่องของการสนับสนุน ทางด้านเทคโนโลยีในการที่จะมีการปลูก เพื่อที่จะให้มีการเกิดประโยชน์สูงสุดสําหรับ แต่ละพื้นที่ สําหรับอีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของการควบคุมกํากับ ตรงนี้ซึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยตรง และเรื่องของการที่ดู เพราะว่าทุกวันนี้ ในกรณีถ้าหากมีใกล้สวนป่าก็คงต้องเรียนว่าปัจจุบันนี้ยังควบคุมไม่ได้ ดิฉันอยากจะสนับสนุน โดยเป็นไปได้หรือไม่ในเบื้องต้น สนับสนุนในพื้นที่ที่เป็นเอกสารสิทธิ แล้วก็มีการขึ้นทะเบียน ท่านจะปลูกในหัวไร่ปลายนาหรืออะไรก็ได้ในเรื่องตรงนี้ แต่หากว่าในเรื่องของการควบคุม จะต้องมีหน่วยใดหน่วยหนึ่งในการเช็ก (Check) แล้วก็ดูว่าถูกต้องหรือไม่ว่าได้มีการปลูก มีเอกสารสิทธิของตนเอง แล้วก็ให้การสนับสนุน และในเรื่องของการควบคุมกํากับทั้งหลาย ทั้งปวง ถ้าหากว่ามีการเสนอให้ครบทั้งระบบดิฉันขอสนับสนุนในเรื่องของตรงนี้ เพราะว่า จะเป็นการสร้างรายได้ให้เกษตรกรในการเพิ่มพื้นที่ป่าและในเรื่องของทางด้านพลังงาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องให้ครอบคลุมทั้งระบบ ขอบพระคุณค่ะ

- ๗๕/๑                       สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๗๕/๑

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง 🔗

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเชิญ พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน อดีตผู้บัญชาการ ตํารวจภูธร ภาค ๑ และปัจจุบันเป็นรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขอเชิญครับ

พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : กราบขอบพระคุณครับ กราบเรียน ประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๑๙๗ ต้องกราบขอบพระคุณกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ที่เสนอ แผนการปฏิรูปเรื่องนี้เข้ามา ตอบให้กรรมาธิการสบายใจก่อนนะครับว่า เห็นด้วย จะกดเห็นด้วยให้อย่างแน่นอนครับ แต่เป็นการเห็นด้วยที่ยังมีคําถามอยู่ครับ ต้องนําเรียน อย่างนี้ครับว่า ทุกเรื่องหลายเรื่องที่ผ่านสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ถ้ากรุงเทพมหานคร ทําได้นําไปทําเลยครับ ตัวอย่างเช่นกรรมาธิการวิสามัญขับเคลื่อนการปฏิรูประบบ ความปลอดภัยทางถนน ซึ่งมีท่านนิกร จํานง ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เป็นประธาน มีผมเป็น รองประธานอยู่ ในเรื่องพับบลิกอาย (Public eye) กรุงเทพมหานครไปใช้แล้วครับ เราไม่รออะไรทั้งสิ้น เพราะปัญหาของประชาชน ปัญหาของประเทศต้องรีบแก้ไข กรุงเทพมหานครทําหนังสือ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ขออนุญาตท่านประธานครับ จะยอมจ่าย ค่าโฆษณา ผมประเด็นไม่ยาวครับ วันที่ ๒๘ ธันวาคม ทําหนังสือไปถึงกระทรวงการคลัง ขอความร่วมมือให้กระทรวงการคลังลดเบี้ยประกันให้กับคนที่ติดซีซีทีวี (CCTV) กระทรวงการคลัง ทําหนังสือไปถึง คปภ. คณะกรรมการควบคุมกํากับธุรกิจประกันภัย ย่อว่า คปภ. เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว คปภ. ก็ออกเป็นข้อบังคับ ออกเป็นข้อกําหนดโดยประชุมกับ บริษัทประกันภัย ลดเบี้ยประกันให้กับคนที่ติดซีซีทีวี (CCTV) ในประเทศนี้ที่ทําประกันไว้ ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้า ๑๐ เปอร์เซ็นต์เบี้ยประกัน ๓๐,๐๐๐ บาท ท่านลด ๓,๐๐๐ บาทเลย ๓,๐๐๐ บาทท่านติดกล้องชั้นดีเลย แล้วมันจะเป็นหูเป็นตาให้กับประเทศนี้ทั้งหมด ของ กทม. เป็นสแตนด์อโลน (Standalone) ยืนนิ่ง ๆ แต่ถ้าหากว่าทุกคนติดกล้องทั้งหมด รถที่วิ่งไปวิ่งมาเหมือนกับฉายไฟฉายส่องไปทั่ว ความปลอดภัยในท้องถนน ด้านอาชญากรรมด้วย วินัยจราจรด้วย สงกรานต์จะมาถึง ตรงนั้นเป็นมรรค เป็นผลครับ เรื่องที่ ๒ กําลังจะเข้า ครม. ผมกําลังผลักดันเรื่องนี้เข้าไป คนที่ติดกล้องจะได้รับรางวัลที่ ๒ ก็คือนําไปลดภาษี ได้ด้วยถ้าคณะรัฐมนตรีมีมติผ่านให้ นี่ตัวอย่างครับ อีกตัวอย่างหนึ่งจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๗๕/๒ ก็คือแผนการปฏิรูปการปลูกและดูแลต้นไม้ในเมืองของท่านศิริชัย ไม้งาม ผมจําได้ ตอนนี้ผมเอาไปทําอยู่ครับ กําลังถอดแบบอยู่ พื้นที่ราชการบังคับให้ปลูก พื้นที่เอกชนจูงใจ ให้ปลูก ด้วยการลดภาษีให้กับคนที่ปลูกต้นไม้ และให้ถือว่าต้นไม้เป็นทรัพย์ สามารถประเมิน ราคาตีเป็นเงินออมได้ ก็จะจูงใจให้กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่สีเขียว ดังนั้นผมกําลังพูดถึง เรื่องแผนการปฏิรูปแผนนี้ครับ แผนการปฏิรูปแผนนี้มันมาจากไหน ขออนุญาตอธิบายเสริม กับกรรมาธิการนิดหนึ่งครับ แผนการปฏิรูปพลังงานทดแทนผ่านมติ ครม. ไปแล้วว่า ณ ปี ๒๕๗๙ เราจะใช้พลังงานหลัก ก็คือน้ํามันและแก๊สธรรมชาติ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นพลังงานทดแทน พอพูดถึงพลังงานทดแทนมันก็จะมีมากมายหลายเรื่อง ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านกษิต ภิรมย์ อภิปรายไปเมื่อสักครู่ตรงกับที่ผมเตรียมมา น้ําก็ใช่ ลมก็ใช่ ขยะก็ใช่ แสงอาทิตย์ก็ใช่ แก๊สชีวภาพก็ใช่ ทั้งน้ําทั้งลมทั้งขยะไม่ต้องปลูก ไม่ต้องซื้อ

- ๗๖/๑             สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๗๖/๑ ยิ่งขยะในกรุงเทพมหานคร ผมนําเรียนอย่างนี้วันหนึ่งประมาณ ๖,๐๐๐ ตัน ตันหนึ่ง ต้องกําจัดขยะใช้งบ ๘๐๐ บาท เดือนหนึ่งยุ่งกับขยะใช้จ่ายกับขยะเดือนละประมาณ ๑๕๐ ล้านบาท ท่านหยิบขยะมาปฏิรูปก่อนสิครับ หรือไม่ก็ปฏิรูปไปพร้อม ๆ กัน จิกซอว์ (Jigsaw) ต้องต่อกันทีเดียวมันจะเห็นภาพทั้งใบหน้า ท่านไปเริ่มเอาแค่ชีวมวล ชีวมวล มีเยอะมาก ท่านอธิบายเองเมื่อสักครู่ ชีวมวลมีทั้งแกลบ มีทั้งซังข้าวโพด มีทั้งชานอ้อย มีทั้งอันโน้นอันนี้ แล้วตกลงวันนี้ท่านทําเฉพาะไม้โตเร็ว คําว่า โตเร็ว ของท่าน ๔-๕ ปี แต่ขยะวันนี้มีอยู่ล้นเมืองแล้วครับ เอาแค่ที่สนามหลวงเริ่มต้นที่วันละ ๑๐๐ ตัน ผมพยายามกดลงตอนนี้ก็เหลือ ๒๐ ตัน ถ้าท่านทําการปฏิรูปพลังงานทดแทนจากขยะ จากลม จากน้ํา จากแสงอาทิตย์ และจากอื่น ๆ ไปพร้อม ๆ กันไม่ดีกว่าหรือ ท่านแยกทําอย่างนี้หรือครับ ท่านทําที่ไม้โตเร็ว แล้วเดี๋ยวพอพรุ่งนี้ชีวมวลซากข้าวโพด ชีวมวลแกลบ ชีวมวลชานอ้อย ตรงกับท่านกษิต ภิรมย์ นาน ๆ คิดตรงกันที แต่ก็ยังดี ที่มีตรงกันบ้าง ทําให้ครบ แล้วทําตามความเร่งด่วนจําเป็น กรุงเทพมหานคร มีวันละ ๖,๐๐๐ ตรงนี้เดือนละ ๑๕๐ ล้านบาทต้องใช้กันตรงนี้อยู่เพื่อกําจัดขยะ เอาใส่เข้าไปในพลังงานทดแทนจากโรงงานขยะ ผมไปดูตัวอย่างผมไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น มีคนแก่อยู่ ๓ คนเท่านั้นเอง มีโรงไฟฟ้าจากขยะ คนแก่ ๓ คนคอยคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ ป้อนขยะเข้าไปในเตากดปุ่มที่ ๑ เข้าไปในเตาเรียบร้อยปิดเตา กดปุ่มที่ ๒ กดปุ่มที่ ๓ เครื่องเผาขยะทํางาน โรงงานเล็ก ๆ อยู่กลางกรุงโตเกียวเลย โรงเดียวเลี้ยงกรุงโตเกียว ๑ ใน ๔ มี ๔ โรงเลี้ยงทั้งเมืองกรุงโตเกียวครับ อยู่กลางกรุงแต่ว่าไม่มีมลภาวะ ดังนั้นท่านทํา เรื่องนี้เลยครับ มีให้เดี๋ยวนี้ไม่ต้องไปปลูก ไม่ต้องไปนําเข้า ไม่ต้องไปมีปัญหาว่าจะทําให้ดิน เสียหายไหม ทําลายดินไหม ไม่ต้องไปหาพื้นที่ ไม่ต้องไปแย่งแหล่งน้ําจังหวัดสมุทรปราการ ก็มีปัญหา จังหวัดปทุมธานีก็มีปัญหา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็มีปัญหา เพราะเรามี นิคมอุตสาหกรรมเผาขยะกันทั้งวันเพื่อสร้างพลังงานทดแทน ผมอยากให้ท่านทําพร้อม ๆ กันหลายเรื่อง จิกซอว์ (Jigsaw) ต่อแล้วจะออกมาเห็นภาพ ไม่อย่างนั้นถ้าท่านทําทีละเรื่อง เรื่อง ๑ เรื่อง ๒ เรื่อง ๓ มันมองภาพไม่เห็น แล้วสภาเราไม่ได้อยู่นานเดี๋ยวหมดเวลา แล้วที่เราทําไว้แล้วไปกองรวมแล้วก็ส่งไปให้เลขาธิการ แล้วมันก็จะอยู่ที่นี่ ผมพยายามดึง หลายเรื่องไปทําที่ กทม. เพื่อจะทําให้มันเป็นมรรคเป็นผล กราบขอบพระคุณครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๗๖/๒

ไม่คิดค่าโฆษณาเพราะถือว่าเป็นประโยชน์ในข้อมูลที่ กทม. ได้เอาแผนปฏิรูป ของทางพวกเราไปดําเนินการ จะเหลืออีก ๒ ท่านตามรายชื่อที่เสนอมา ก่อนที่กรรมาธิการ จะชี้แจง แล้วก็จะมีการลงมติ ท่านสมาชิกที่ประชุมอยู่หรือว่าอยู่ในบริเวณอาคารตอนนี้ ก็ขอเชิญเข้ามาในห้องประชุม ต่อไปขอเชิญท่านชูชัย ศุภวงศ์ อดีตเลขาธิการแพทยสภา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขอเชิญครับ

นายชูชัย ศุภวงศ์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ท่านกรรมาธิการและเพื่อนสมาชิก ผมนายแพทย์ ชูชัย ศุภวงศ์ สมาชิกลําดับที่ ๔๐ วันนี้มีเรื่องสําคัญตั้งแต่เช้า แล้วก็ช่วงบ่าย ก็มีเรื่องดี ๆ ก็จําเป็นจะต้องขึ้นมาอภิปรายสนับสนุน แล้วก็มีข้อเสนอบางอย่างที่อาจจะ เพิ่มเติม แต่ว่าส่วนที่เพิ่มเติมนั้นผมเองก็ไม่ได้มีความรอบรู้ถึงขนาดว่าถ้าเพิ่มเติมแล้ว จะเกิดประโยชน์หรือไม่แค่ไหนเพียงใด เพียงแต่ว่าท่านกรรมาธิการลองไปพิจารณาดู

- ๗๗/๑                 สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๗๗/๑ ท่านประธาน เมื่อประมาณสัก ๔๐-๕๐ ปีที่แล้ว อาจารย์แพทย์ท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า มีอาจารย์แพทย์ท่านหนึ่งเคยเสนอว่าพื้นที่ ๒ ข้างทางรถไฟตั้งแต่เหนือจรดใต้ควรจะปลูกไม้ โตเร็ว ท่านให้เหตุผล ๒ ข้อเท่านั้นแหละครับที่ผมจําได้ก็คือว่า จะสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ ทั่วประเทศที่ทางรถไฟผ่านไป ประการที่ ๒ จะประหยัดพลังงาน การขนส่งอย่างมาก กาลเวลาล่วงเลยมา ๔-๕ ทศวรรษ สิ่งเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นนะครับ เป็นเรื่องที่จะถูกหรือผิด ก็ตามแต่ว่าถ้าดําเนินการจริง ๆ แล้วผมเห็นว่ามีประโยชน์อย่างมาก และวันนี้ผมคิดว่า เป็นข้อเสนอที่ไปในทิศทางทํานองเดียวกันกับข้อเสนอท่านอาจารย์แพทย์เมื่อ ๔๐-๕๐ ปีที่แล้ว ประเด็นที่ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม ได้เสนอเรื่องพื้นที่ ในกรณีที่ที่ดินอาจจะเสื่อมโทรม หรือใช้ประโยชน์ได้ยาก แต่ไม้โตเร็วที่จะมาทําพลังงานจะโตได้ในทุกพื้นที่ของประเทศ นั่นเป็นประโยคหนึ่งที่ท่านได้พูด คล้าย ๆ เมื่อเช้านี้ที่ผมกระซิบกับท่านอดีต รองนายกรัฐมนตรีชิดชัยว่าทุกจังหวัดในประเทศไทยมีพื้นที่ที่เป็นจังหวัด สามารถท่องเที่ยว ได้ทั่วทั้งแผ่นดินไทย ๗๗ จังหวัด มีน้อยประเทศที่จะสามารถท่องเที่ยวได้ไปในทุกพื้นที่ ไม่เหมือนประเทศนี้นะครับ ประเด็นที่ผมอยากจะเสนอในตอนนี้ก็คือว่า ที่ดินที่มีกรมพัฒนาที่ดิน อะไรต่าง ๆ ที่เป็นตารางหนึ่ง ประมาณ ๕๑ ล้านไร่ ถ้าคํานวณจากพื้นที่ ๒ ข้างทางรถไฟ โดยประมาณ จากเหนือจรดใต้ ประมาณ ๒,๐๐๐ กิโลเมตร ถ้า ๒ ข้างทางข้างละ ๕ กิโลเมตรก็เป็น ๑๐ กิโลเมตร คูณกันแล้วก็ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ตารางกิโลเมตรหนึ่งเท่ากับ ๖๒๕ ไร่ เอาคูณเข้าไปก็ได้ประมาณ ๑๒ ล้านไร่ แต่ที่เสนอนี้ ไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะต้องเอาไปทําเรื่องนี้ แต่ว่าอันนี้เป็นข้อเสนอเพื่อไปพิจารณาว่า ถ้าพื้นที่ที่เสนอประมาณ ๑๒ ล้านไร่ ตรงไหนเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือปลูกอะไร ไม่ได้ ตรงนี้ก็น่าจะเป็นอีกที่หนึ่งที่สามารถพิจารณาได้ ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นพื้นที่ที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ ได้พระราชทานกับพสกนิกรชาวไทย และอยู่ในการดูแลของการทางรถไฟ อันนี้ ก็เป็นพื้นที่หนึ่งที่น่าจะพิจารณา

ประเด็นที่ ๒ เป็นรูปธรรมของความสําเร็จที่ผมได้รับทราบเมื่อราว ๆ ปี ๒๕๕๗ ต่อปี ๒๕๕๘ เมื่อครั้งนั้นผมเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่รับผิดชอบ หมวดปฏิรูป แล้วก็ได้เชิญหลายส่วนมาให้ข้อคิดเห็น ๑ ในจํานวนนั้นก็คือเชิญท่านอาจารย์ ดอกเตอร์นพ สัตยาศัย ประธานชมรมจุฬา นอกจากท่านมีข้อเสนอเรื่องระบบแบ่งปัน สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๗๗/๒ ผลประโยชน์แล้ว ท่านใช้คําว่า ระบบแบ่งปันผลผลิต แทน ระบบสัมปทาน แต่เรื่องอื่น ที่ท่านได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมก็คือพลังงานหมุนเวียนและท่านเสนอว่ากระถินยักษ์ ซึ่งสอดคล้อง กับข้อเสนอที่ศาสตราจารย์ดุสิตได้เสนอ ท่านบอกว่ากระถินยักษ์เป็นไม้ที่โตเร็วที่สุด เป็นไม้อยู่ในโครงการพระราชดําริ และท่านบอกว่ามีพื้นที่ที่ทดลองแล้วเกิดรูปธรรม แห่งความสําเร็จจริง ผมเชื่อว่ามีพื้นที่หลายแห่งทั่วประเทศนะครับ ที่มีรูปธรรม แห่งความสําเร็จ เพียงแต่ว่ายังไม่ได้หยิบยกออกมาเป็นเอกสาร ท่านอาจารย์นพท่านบอกว่า ท่านได้เอาโครงการที่ท่านคิดให้เพื่อนของท่านซึ่งไปบวชที่วัดพระบาทน้ําพุไปศึกษา

- ๗๘/๑                                   สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๗๘/๑ เพื่อนของท่านอ่านแล้วก็ชอบใจครับ ก็ได้ไปเสนอเรื่องนี้กับหลวงพ่อพระอุดมประชาธร ซึ่งก็โชคดีเหมือนกันท่านเป็นวิศวกรจบปริญญาโทจากประเทศออสเตรเลียซึ่งเป็นบุคคลที่ เสียสละมาก เมื่ออ่านโครงการนี้ก็เข้าใจได้ง่ายแล้วก็ต้องปรึกษากับชุมชนรอบวัด ปรากฏว่า ชุมชนเอาด้วยนะครับ โดยที่ทดลองในพื้นที่จํานวนหนึ่งก่อน แล้วก็สรุปผลว่าชุมชนคาดว่า ได้ประมาณ ๒,๐๐๐ บาทต่อไร่ต่อปี แต่ว่าพอดําเนินการปั๊บไประยะหนึ่งก็พบข้อมูลว่า เป็นตัวเลขที่ตรงกับศาสตราจารย์ดุสิตเสนอ คือได้ไร่ละ ๖,๐๐๐ บาท ต่อไร่ต่อปี ในที่สุด ชุมชนเห็นว่าเป็นไม้ที่ปลูกครั้งเดียวลงทุนลงแรงครั้งเดียว ทนต่อสภาพแวดล้อมมาก ไม่ต้อง ไปรดน้ําดูแลอะไรต่าง ๆ สภาพแห้งแล้งอย่างไรก็ขึ้นเหมือนที่ศาสตราจารย์ดุสิตพูดนะครับ ทุกพื้นที่บนแผ่นดินนี้ปลูกไม้โตเร็วได้หมด อันนี้คงไม่ทุกประเทศที่มีโชคดีอย่างนี้ เขาบอกว่า แม้แต่ฝักของมัน ใบของมันก็เป็นอาหารสัตว์ได้ แต่ผมมีคําถามต่อว่าถ้าปลูกแล้วก็ต้องตัด ก็ปลูกกันตลอด ปรากฏว่าเอกสารของอาจารย์นพบอกว่าปลูกครั้งเดียวแล้วตัดตรงส่วนพุ่ม ตัดได้ ๒๕ ปีครับ แล้วในที่สุดตัวเลขที่ชุมชนออกมาเขาปลูกทั้งหมด ๖,๐๐๐ ไร่หลังจากที่ ได้ตัวเลขว่าได้ ๑ ไร่ ๖,๐๐๐ บาทต่อปีโดยที่ลงทุนลงแรงครั้งเดียว ก็ลองเอา ๖,๐๐๐ คูณกับ ๖,๐๐๐ สิครับ แล้วปรากฏว่าโรงไฟฟ้า ๑ เมกะวัตต์ก็สามารถใช้ไฟได้ประมาณ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ หลังคาเรือน นี่คือตัวอย่างของรูปธรรมของความสําเร็จที่ผมอยากจะไปดู แต่ว่าไม่มีโอกาสได้ไปในช่วงนั้น ผมถามท่านอาจารย์นพว่า ทําไมต้องกระถินยักษ์อย่างเดียวหรือ ท่านบอกว่ากระถินยักษ์โตเร็วที่สุด ท่านไม่ได้พูดอย่างอื่นนะครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้ว ข้อเสนอในนี้ก็มีหลายแหล่ง แล้วก็ผมเชื่อว่าระบบนิเวศทางภูมิอากาศต่าง ๆ ในประเทศไทย อาจจะเป็นข้อเสนอที่ศาสตราจารย์ดุสิตได้เสนอมา แล้วแต่พื้นที่ที่เขาจะปลูก แต่ว่าข้อเสนอ ที่เห็นว่ากระถินยักษ์มีประโยชน์ก็มองในแง่ทุกส่วนของกระถินยักษ์ล้วนแต่ใช้ประโยชน์ได้หมด แล้วมีรูปธรรมเป็นความสําเร็จ ท่านประธานครับ ผมสังเกตว่าการปฏิรูปที่จะขับเคลื่อน ไปข้างหน้าได้แล้วประสบผลจากวงการสุขภาพมี ๓ องค์ประกอบด้วยกันครับ จะถูกจะผิด หรืออะไรก็ตามนะครับ องค์ประกอบที่ ๑ ก็คือมีนโยบายทิศทางที่ชัดเจนอันนี้ส่วนใหญ่ จะมองตรงนี้นะครับว่าต้องขอนโยบายต้องขออะไรก่อน ข้อที่ ๒ เครื่องมือของนโยบาย ซึ่งอาจจะประกอบด้วยกฎหมาย อาจจะประกอบด้วยกลไกคณะกรรมการสถาบันที่ตั้งขึ้นมา รวมทั้งมาตรการต่าง ๆ อันที่ ๓ ที่เราไม่ค่อยได้คํานึงถึงกันเท่าไร เพราะเรารอว่า สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๗๘/๒ ต้องให้นโยบายสั่งก็คือรูปธรรมความสําเร็จที่พื้นที่เขาทํากันเองครับ หรือธุรกิจเอกชน เขาทํากันเองเพราะว่าเขาไม่เห็นอันที่ ๑ อันที่ ๒ ออกมาเขาก็เลยทําของเขาเลย แล้วก็ ประสบความสําเร็จ แต่ว่าวันนี้เวลานี้อย่างที่ท่านประธานพูดนะครับ โดยเฉพาะในปีนี้ ๒๕๖๐ เรามีองค์ประกอบครบทั้ง ๓ ส่วน คือกรอบทิศทางนโยบายการปฏิรูปในรัฐธรรมนูญ ฉบับประชามติที่กําลังจะออกมาและคําสั่งทิศทางของ คสช. รวมทั้งโครงสร้างกลไกต่าง ๆ ที่รองรับอันที่ ๒ เป็นเครื่องมือที่จะนําพาให้ทิศทางนโยบายนั้นประสบความสําเร็จ รวมทั้งสภาแห่งนี้ด้วย และอันที่ ๓ คือรูปธรรมความสําเร็จในพื้นที่ซึ่งปรากฏอยู่ แล้วแม้แต่อันที่ ๑ และอันที่ ๒ ไม่เกิด แต่เมื่ออันที่ ๑ อันที่ ๒ เกิดนี่ก็จะทําให้สิ่งที่ดี ๆ จะขยายไปในขอบเขตในพื้นที่ทั่วประเทศได้เร็วขึ้น และถ้าเร็วในปีนี้ที่จะเห็นภาพเครื่องมือ ชัดเจนภายใน ๑-๕ ปีนี้เราก็เห็นอนาคตครับ การปฏิรูประบบสุขภาพดําเนินมา ๑๐ กว่าปีแล้วครับ ก็ด้วย ๓ องค์ประกอบนี้ เพราะฉะนั้นผมขอแสดงความชื่นชมกับข้อเสนอนี้ แล้วเห็นความสําเร็จรออยู่เบื้องหน้าครับ ขอบคุณครับ

- ๗๙/๑   สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๗๙/๑

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ต่อไปขอเชิญท่านชูชาติ อินสว่าง อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ประธานชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย ขอเชิญครับ

นายชูชาติ อินสว่าง 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กราบเรียน ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทุกท่านครับ กระผม นายชูชาติ อินสว่าง สมาชิกลําดับที่ ๔๑ ท่านประธานที่เคารพ ถ้าผมจะพูดเรื่องนี้ ซ้ําจากที่เคยอภิปรายไปบ้างแล้วพอสมควร ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการ ทําเรื่องเกี่ยวกับเรื่องปลูกป่าที่ใช้เวลาสั้น ๆ ถูกต้องแล้ว แต่ที่ผมจะอภิปรายในวันนี้ ด้วยความเป็นห่วงว่า การใช้ไม้มาทําโรงไฟฟ้าชีวมวลนี้ ผมประสบปัญหาแล้วก็เห็นอยู่ทุกวัน ด้วยความสะท้อนอกสะท้อนใจอย่างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ ไม้ทุกประเภทตัดหมด เพื่อเอาไปขายตันละ ๘๐๐ บาท อะไรคือสิ่งที่จะต้องไปควบคุมไม้เหล่านี้ ปลูกแล้ว ตัดแล้ว ตัดแล้วปลูกใหม่ได้ไหม มีอะไรเป็นมาตรฐานบังคับ ตัดแล้วให้มันแตกออกมา มีอะไรเป็น มาตรฐานไปบังคับว่าให้ดูแลบํารุงรักษาหลังจากตัดแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเดินทางบ่อย รถออกไปข้างถนนจะเห็นรถอีแต๋น หรือรถบรรทุกขนาดเล็กขนไม้ มาเป็นคัน ๆ รถ ไปส่งที่ไหนครับ ที่โรงไฟฟ้าชีวมวล ที่สถานที่รับซื้อไม้ มีมาตรฐานอะไร ให้กับผู้ใช้ว่าเขาจะซื้อไม้ที่ไม่ได้ถูกหวงห้ามหรือไม้โตเร็วที่คนปลูกไว้ ไม่หรอกครับ ซื้อทุกอย่าง ซื้อทุกชิ้นเป็นน้ําหนักหมด คนตัดก็ตัดหมด ท่านประธานครับ ต้นโพธิ์ยังตัดเลย ตัดแบบไม่กลัวบาปด้วยนะครับ เพราะว่าไม่มีจะกิน ผมบอกแล้วบอกว่าต้นโพธิ์อย่าไปตัดนะ เขาไม่มีกิน เขาต้องตัด ต้นไม้ข้างทางอยู่ดี ๆ บอกว่าอย่าไปตัดนะ เอาไว้ให้มันโต ถ้ามันไม่ตายอย่าไปตัด ก็เอาน้ํามันไปหยอดเสียให้มันตายเราจะได้ตัด เพราะฉะนั้นไม่เคยเลย สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดก็คือไม้มันจะหมดไป วันนี้กรุงเทพมหานครมีความชุ่มชื้นอยู่ใกล้ทะเล แอร์คอนดิชัน (Air-condition) ออกไป ความชื้นขึ้นไปข้างบน ฝนตก แต่ต่างจังหวัดไม่มีฝน เพราะไม้มันไม่มีแล้ว ต้นเล็กต้นน้อยตัดหมด แต่ถ้าเป็นอย่างที่ท่านคณะกรรมาธิการคิดว่า ปลูกแล้วคุณตัด ไม่เป็นไร สําคัญคุณไม่ปลูกแล้วคุณก็ตัดด้วยนี่สิ และมันจะเอาไม้ที่ไหน มาชดเชย เดี๋ยวนี้ริมแม่น้ําก็ตัด ตัดหมด แล้ววิธีการตัดนี้ไม่ใช่เสมือนรุ่นพ่อรุ่นแม่เราตัดนะครับ ค่อย ๆ ตัด ค่อย ๆ เลื่อย เอาเลื่อยไปตัด เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้วครับท่านประธาน เลื่อยนะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๗๙/๒ ขนาดคนโอบได้ ๑๐ นาทีลงมาแล้วครับ แล้วก็ทําเป็นท่อน ท่อน ท่อน แล้วเราจะตรวจสอบ ได้อย่างไรว่าอันนั้นเป็นไม้อะไร ผู้ซื้อเขาก็ตรวจไม่ได้หรอกครับ นอกจากส่งไปตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ยุ่งอีกครับ มีปัญหาต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดก็คือ การตัดไม้ที่ไม่รู้ว่าเป็นไม้ประเภทอะไร เป็นไม้หวงห้ามหรือเปล่า ต้นสะเดาอยู่ริมถนนดี ๆ เยอะแยะเลย ขออนุญาตตัด เปล่า ตัดเลยครับ พอตัดเสร็จเรียบร้อยไปบอกว่าทําไมถึงตัดล่ะ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมปลูกให้ใหม่ ผมถามว่าผมจะได้เกิดใหม่ปีหน้ามาดูต้นไม้ที่ปลูกไว้ไหม ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งจําเป็นที่เราจะต้องคิด เพราะฉะนั้นการที่เราจะทําเรื่องนี้ ผมว่า เราต้องให้ความรู้เขาให้มากที่สุด แล้วโรงไฟฟ้าที่จะทํา ผมเรียนด้วยความเคารพ ไม่ต้อง ไปขออนุญาตครับ ขออนุญาตเสียเวลา กําหนดกฎเกณฑ์ไปเลย คุณซื้อไม้อย่างนี้ ๆ ไป วันหลังถ้าคุณทําผิดปุ๊บ ผิดจากข้อบัญญัตินี้ไว้ ใช้ไม่ได้เลยครับ ต้องใช้มาตรการอย่างนี้ครับ

- ๘๐/๑   สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๘๐/๑ ดินเดี๋ยวนี้หมดไปเลยครับ เพราะว่าทํานาก็ไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้ ขายดินดีกว่า ขายหน้าดินลึก ลงไปประมาณ ๒ ฟุต ๓ ฟุต ตักดินขายเที่ยวละ ๕๐๐ บาท ๆ ไม่มีหรอกครับ ไม่มีอะไร ควบคุมเลย ดินไม่มี ต้นไม้ไม่มี ฝนจะตกได้อย่างไรครับ เมื่อคืนตกมาอย่างไรไม่รู้ครับ เยอะแยะหมดเลย ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดก็คือการตัดที่ไม่รู้ ประเภท การตัดแล้วไม่ได้ปลูกใหม่ การตัดแล้วที่ทําให้ต้นไม้มันจะแตกเป็นพุ่มออกมาได้ แบบที่คุณหมอชูชัยพูดนี่นะครับ ตัดแล้วได้มีการบํารุงรักษาดีหรือเปล่า แล้วใครจะเป็น ผู้ควบคุมตรงนี้ ใครจะเป็นผู้ดูแลตรงนี้ อาฟเตอร์เซล (After-sale) หลังขายใครจะเป็นผู้ดูแล ต้นไม้ที่ดี ๆ ที่ถูกตัดไป ไม่น่าเชื่อนะครับ เมื่อก่อนผมเด็ก ๆ ผมเข้าวัด คุณพ่อคุณแม่ผม ปลูกในวัดเต็มไปหมด ถ้าจะให้ร่มรื่นถ้าจะให้อยู่สุขสบายต้องไปอ่านหนังสือในวัด ไปในโรงเรียน วิ่งไปในโรงเรียน วิ่งไปในวัดนี่สนุกสนาน เดี๋ยวนี้ตัดหมดครับ ตัดเกลี้ยง โรงเรียนเกลี้ยง วัดเกลี้ยง ตัดหมดเลย เพื่ออะไรครับ ตันละ ๘๐๐ บาท ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ว่าคนซื้อ ผมไม่ได้ว่าคนขายนะครับ แต่อยากกราบเรียนว่าอะไรคือกฎ อะไรคือระเบียบ อะไรคือกติกา ที่เราจะทําได้ ผมว่าเข้มงวดเรื่องนี้ให้มากก็จะเป็นการดีครับ ฝากเรียนท่านกรรมาธิการผ่านไปถึงประธานด้วยนะครับว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งสําคัญ ถ้าเราไม่กําหนดกฎเกณฑ์ไว้แน่นอนไม่มีกติกา ไม่ให้ความรู้เขาอย่างชัดเจนแล้วหมดแน่ครับ ก็เรียนด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับท่านประธานครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

มีสมาชิกแสดงความจํานงอีก ๒ ท่านนะครับ ขอเชิญท่าน พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงยุติธรรม ขอเชิญครับ

พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านกรรมาธิการที่นับถือ และเพื่อน สปท. ที่รักทุกท่านครับ ผม พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ สมาชิกลําดับที่ ๓๙ วันนี้ก็เป็นอีก ๑ วันที่เราร่วมกันพลัง ๖ ช. ครับ ผมต้อง ขอบคุณทางด้านกรรมาธิการที่ได้คิด แล้วก็วิเคราะห์จัดทําเอกสารชิ้นนี้ขึ้นมาชัดเจน จากวิธีการปฏิรูปจากข้อ ๒.๑ ข้อ ๒.๒ ข้อ ๒.๓ ชัดเจนว่ามีขั้นตอนในการทํางานอย่างไร ซึ่งดูในเอกสารแล้วก็เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ นะครับ เพราะว่าเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๘๐/๒ ที่แห้งแล้ง รกร้างไม่เหมาะสมกับที่จะทําเกษตร มีหลายพื้นที่ในประเทศไทยที่มีลักษณะ อย่างนี้ ซึ่งถ้าเผื่อมีโรงงานไฟฟ้าชีวมวลไปตั้งอยู่ตรงนั้นก็เชื่อว่าจะเป็นการเสริมสร้างอาชีพ ทําให้ประชาชนในระดับชุมชนมีรายได้ ตัวนี้ซึ่งเป็นไปตามข้อ ๒.๒ ที่ท่านอยากจะให้เป็น คือให้ชุมชนมีส่วนร่วม ซึ่งถือว่าสําคัญ ซึ่งจะตั้งได้กี่เมกะวัตต์ก็คงจะเป็นไปตามพื้นที่ ที่รกร้างว่างเปล่าที่สามารถที่จะรองรับการปลูกต้นไม้โตเร็ว แต่ในตามความเป็นจริงแล้ว ในอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเรื่องไม้นี้มันมีเยอะ ถ้าเผื่อไม้โตเร็วหลายประเภทก็มาทํากระดาษบ้าง เอามาทําวูดชิป (Woodchip) บ้าง เอามาทําไฟฟ้าชีวมวลบ้าง ซึ่งอันนี้ก็มีท่าน สปท. หลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าจะมีการแย่งวัตถุดิบชนิดนี้กันขึ้นมา เพราะฉะนั้นต้อง เป็นหน้าที่ของฝ่ายบ้านเมืองซึ่งอาจจะเป็นองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่จะต้องไปวิเคราะห์ ถึงความต้องการของวัตถุดิบชนิดนี้ ไม่อย่างนั้นก็จะเกิดปัญหาอย่างที่ท่าน สปท. หลาย ๆ ท่านได้อภิปราย มีการลักลอบตัดไม้ที่อยู่นอกสัญญา สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๘๑/๑ ในอีกสิ่งหนึ่งที่ผมชื่นใจที่ท่านได้พูดถึงพลังชุมชน ผมก็มองโยงไปคล้าย ๆ กับท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านกษิต ภิรมย์ กับท่าน พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน เพราะเรายังมี พลังทางเลือกอีกหลาย ๆ อัน ซึ่งผมเองที่ติดใจมากที่สุดก็คือพลังแสงแดด ซึ่งผมเคยพูดไว้ ครั้งหนึ่งซึ่งนานมาแล้วใน สปท. ใหม่ ๆ คือผมอยากเห็นโครงการพลังในชุมชน โดยเป็น พลังแสงแดด โดยให้เป็นวิสาหกิจของชุมชนโดยแท้จริง อันนี้สามารถที่จะตั้งโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) โดยมีการร่วมลงทุนในลักษณะประชารัฐได้ ซึ่งที่ผ่านมาจากการที่รัฐบาล ให้สหกรณ์ไป ปรากฏว่าจะมีเอกชนเข้าไปเบื้องลึกเบื้องหลังก็จะมีการแบ่งเปอร์เซ็นต์กัน เป็นลักษณะเซ็นยินยอมให้ แต่ถ้าเผื่อเราทําพลังงานชุมชนให้เป็นวิสาหกิจชุมชนโดยแท้จริง โดยใช้แสงแดดไม่ว่าจะ ๓ เมกะวัตต์ ๕ เมกะวัตต์ ซึ่งผมว่าอยู่ในวิสัยที่ทําได้ ไม่ว่าจะเป็น การลงทุนร่วมระหว่างการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เอกชน แล้วก็ประชาชน ในชุมชนมีหุ้นส่วนด้วย ซึ่งจะเป็นสิ่งที่เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในชุมชนโดยตรงเลย แล้วก็เป็นการบริหารที่ค่อนข้างจะไม่ยุ่งยากซับซ้อน แล้วก็จะมีการโกงกันได้น้อย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นตามมิเตอร์อะไรทุกอย่างที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นอยากจะ ฝากท่านไปคิดว่าถ้าเผื่อเอาพลังแสงแดดลงในชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศที่มีแสงแดดพอเพียง จะเป็นไปได้หรือไม่ ผมก็ขอตั้งข้อสังเกตไว้ ๒ ประเด็นดังนี้ ขอขอบคุณครับ

ต่อไปเป็นท่านสุดท้ายนะครับ ขอเชิญท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่ารายงานของกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานดังกล่าวนี้ เป็นรายงานที่ดีเป็นประโยชน์ ผมมองในประเด็นสําคัญก็คือว่ารายงานดังกล่าวนี้จะทําให้ พี่น้องประชาชนมีงานทํา มีรายได้มากขึ้นได้อย่างไร ผมเป็นห่วงเป็นใยเรื่องปากท้องครับ เพราะว่าเราพูดกันอยู่ตลอด พูดเสมอ ๆ ว่าปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องสําคัญ ดังนั้น สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๘๑/๒ เวลาผมอ่านรายงานดังกล่าวนี้ผมก็จะมองว่า ในประเด็นมุมมองว่ารายงานดังกล่าวนี้ มันจะสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน หรือไม่ อย่างไร ก็เห็นได้ชัดเจนครับ เพราะว่ารายงานดังกล่าวนี้เราต้องพูดกันให้ชัดเจนว่า การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลไม้โตเร็ว ก็คือวิธีการหนึ่งในหลาย ๆ วิธีที่เราสามารถผลิตไฟฟ้า จากวัตถุดิบที่เกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่เสนอดังกล่าวนี้มาจากไม้โตเร็ว หรือชีวมวลที่อาจจะเกี่ยวข้องกับไม้โตเร็ว ดังนั้น สิ่งที่เป็นห่วงจากการอ่านรายงาน ประการแรก ก็คือสิ่งที่เป็นปัญหาในยุคปัจจุบันกับการที่เราบอกเราจะผลิตไฟฟ้าเราต้อง ให้เห็นถึงว่า การที่จะทําให้สิ่งเหล่านี้ประสบความสําเร็จได้อันดับแรกคือการตั้งโรงงาน สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๘๒/๑ การตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าในส่วนของเอกชนที่ขออนุญาตจากทางรัฐ ถ้าหากว่ากลับไปดูปัญหา จะเห็นได้ว่าการขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าดังกล่าวนี้เป็นไปด้วยความยุ่งยากซับซ้อน เงื่อนไขมาก เจ้าหน้าที่ตรวจแล้วตรวจอีก แต่ในที่สุดแล้วมีกระบวนการที่สร้างความยุ่งยาก ให้กับนักลงทุน ในที่สุดก็อนุญาตครับท่านประธาน มันทําให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น มันทําให้ เห็นว่าถ้าหากว่าจะทําโดยวิธีการที่รวดเร็วก็สามารถทําได้ แต่ไม่ทําครับ เกิดปัญหามากมาย กับการขออนุญาตตั้งโรงผลิตไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นชีวมวลหรือว่าเป็นแก๊ส เป็นถ่านหิน เป็นน้ํามัน เป็นขยะ การตั้งโรงงานผลิตไฟฟ้าในประเทศไทยยุ่งยากซับซ้อนต้องบอกผ่านท่านประธาน ให้รัฐบาลได้ทราบ หรือรัฐบาลอาจจะทราบอยู่แล้ว แต่ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีกระบวนการวิธีการปฏิรูปครับ ทําอย่างไรให้เรื่องเหล่านี้เร็วขึ้นแล้วก็ไม่ยุ่งยากไม่ซับซ้อน ทีนี้ส่วนในเรื่องเกี่ยวกับรายงานของกรรมาธิการก็เห็นได้ชัดเจนว่า ถือได้ว่าเป็นประโยชน์ กับการที่จะใช้ที่ดินที่อาจจะรกร้างว่างเปล่าหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์ ก็กําหนดแนวทาง ให้ประชาชนได้เห็นช่องทางทํามาหากินได้เป็นช่องทางให้มากขึ้นว่าสิ่งที่เกษตรกร ได้ทําประกอบอาชีพอยู่แล้ว อาจจะไม่ประสบความสําเร็จก็เปลี่ยนวิธีการหรือแนวทาง มาปลูกไม้โตเร็วเพื่อที่จะหารายได้หาประโยชน์ให้กับครอบครัวได้ หรือจะแบ่งพื้นที่ก็ได้ หรือว่าพื้นที่ไหนที่ยังไม่ใช้ประโยชน์ก็มาปลูกไม้โตเร็วเหล่านี้ แล้วชี้ให้เห็นช่องทางว่าช่องทาง เหล่านี้สามารถไปเป็นโอกาสหรือแนวทางในการทํามาหากินได้ แต่สิ่งที่ประชาชนบอกว่า จะตัดไม้ทําลายป่า ผมเข้าใจว่าสิ่งที่เราเป็นห่วงเป็นใยหรือสมาชิกบางท่านเป็นห่วงเป็นใย ก็เป็นสิ่งที่น่าจะพิจารณา แต่ผมไม่ค่อยห่วงหรอกครับท่านประธาน เพราะผมเข้าใจว่า พี่น้องประชาชนเขารักป่าครับ เขาแยกแยะ เขาแยกได้ว่าอันไหนที่เป็นไม้โตเร็ว อันไหน ที่เป็นไม้ต้องห้าม ประเภทไหนที่เป็นต้นไม้ที่ต้องปลูกถาวร จึงเห็นได้ว่าในยุคปัจจุบันนี้ การตัดไม้ทําลายป่าลดลงกว่าในยุคก่อน ๆ ในยุคที่เป็นประชาธิปไตยเต็มใบนั่นแหละครับ ช่วงเลวร้ายของการตัดไม้ทําลายป่ามากที่สุด บุกรุกป่าก็มีจํานวนมาก จนมาปัจจุบันนี้ ได้มีการแก้ไขปัญหาปราบปรามผู้บุกรุก แล้วก็ยังยึดที่ดินของรัฐ รัฐบาลปัจจุบันสามารถ ที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้ มันทําให้เห็นถึงอะไรครับ มันทําให้เห็นถึงว่าการใช้อํานาจในการที่จะ รักษาป่านั้นก็ต้องใช้อย่างจริงจัง แม้กระทั่งเรามีหน่วยงานที่จะป้องกันการตัดไม้ทําลายป่า มันก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ในยุคที่ผ่านมา อันนี้ก็จะทําให้ สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๘๒/๒ เห็นว่าประชาชน ผมเชื่อว่าจะรักป่าแล้วก็สามารถจะปกป้องป่าได้ดีกว่าหน่วยงานของรัฐ ที่รับผิดชอบด้วยซ้ําไป แต่ยุคนี้ก็ดีขึ้นกว่าเดิมนะครับ ทําให้ได้เห็นถึงความสําคัญของป่า ที่พูดตรงนี้ก็เพราะอยากจะแยกว่า รายงานฉบับนี้ผมเห็นแล้วว่ามันเป็นประโยชน์จริง ๆ อยากให้มุ่งเน้นไปเรื่องข้อเสนอว่าข้อเสนอดังกล่าวนี้ก็คือการให้ประชาชนมีช่องทาง แนวทาง ในการที่จะมีงานทํามีอาชีพมีรายได้มากขึ้น แต่อีกส่วนหนึ่งที่อดพูดไม่ได้ก็คือโรงงานเผาขยะ สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๘๓/๑ ผมไปดูมาแล้วนะครับ โรงงานเผาขยะในประเทศไทยเราในกรุงเทพมหานครนี่ ชวนไปกับท่านสมพงษ์ สระกวี นี่แหละครับ ไปดูว่าที่เผาขยะทําไมประเทศไทยเรา หรือเมืองไทยเราจึงมีขยะจํานวนมาก แต่ใช้ระบบการเผาไม่ค่อยประสบความสําเร็จ ท่านประธานทราบไหมว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้นเนื่องจากขยะจํานวนมหาศาลมันเกิดจาก ผลประโยชน์เป็นสําคัญ เพราะฉะนั้นการตั้งโรงงานเผาขยะแม้กระทั่งไปตั้งในพื้นที่ของ การเก็บขยะ อย่างเช่นหนองแขมที่ไปดูมานี่จะเห็นได้เลยว่าโรงเผาขยะได้สัดส่วนของขยะ มาเผาจํานวนแค่ ๑ ใน ๕ หรือ ๑ ใน ๖ เท่านั้นเอง ซึ่งน้อยมากกับจํานวนขยะทั้งหมด ที่เป็นอย่างนี้ในมุมมองที่เห็นได้ชัดเจนว่ามันก็เป็นเรื่องของผลประโยชน์ครับ โอกาสของการที่ จะเอาไปกําจัดขยะโดยวิธีอื่น ไม่ใช่วิธีเผามันมีผลประโยชน์กันมากก็เลยถูกปิดกั้นถูกสกัดไว้ รวมถึงจุดอื่น ๆ ที่เป็นโรงงานเผาขยะด้วย อันนี้คือปัญหาที่เกิดขึ้นนะครับ ดังนั้นการตั้ง โรงไฟฟ้าแล้วก็เอาวัตถุดิบมาจากขยะก็ดี เอามาจากต้นไม้ที่โตเร็วก็ดี หรือว่าวัสดุอื่น ๆ ที่มาจากพืชผลการเกษตรก็ดีนะครับ ถือได้ว่าเป็นกระบวนการที่จะต้องแบ่งแยกออกให้ชัด แล้วก็ทําความเข้าใจให้ชัดเจน ดังนั้นข้อเสนอของกรรมาธิการที่รายงานมาดังกล่าวนี้ ผมมองเห็นได้ว่าเป็นส่วนที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แล้วก็สมควรที่จะสนับสนุน ส่วนอื่น ๆ ก็ไม่ใช่จะไม่ให้ความสําคัญหรือว่างเว้นนะครับ ถ้าเป็นไปได้ฝากท่านกรรมาธิการ ส่วนอื่น ๆ ช่วยเสนอมาด้วยก็จะได้ตัดปัญหาในเรื่องว่าไม่ใช่เราจะทําเฉพาะในเรื่องของ ไม้โตเร็วอย่างเดียว ซึ่งมีส่วนอื่นที่สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับ พี่น้องประชาชนได้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

มีสมาชิกที่จะแสดงความจํานงอภิปรายอีกไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)

ถ้าไม่มี ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการและกรรมาธิการได้ชี้แจง ตอบข้อซักถามสมาชิกครับ

นายคุรุจิต นาครทรรพ ประธานกรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขอขอบพระคุณ สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๘๓/๒ ท่านสมาชิกทั้ง ๑๐ ท่านที่ได้กรุณาอภิปรายตั้งข้อสังเกตและเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์ ก่อนที่กระผมจะขอให้ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม กับ พลตํารวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา ได้กรุณาตอบในบางประเด็น ผมขออธิบายในภาพรวมสักนิดหนึ่ง รายงานนี้ ก็เขียนขึ้นโดยบูรณาการปัญหาต่าง ๆ ของประเทศเข้ามา ผมก็อยากจะเรียนกับท่านสมาชิก อย่างสั้น ๆ ว่าประเทศไทยเราปัจจุบันเราก็มีปัญหาราคาพืชผลทางเกษตรตกต่ํา มีปัญหาเกษตรกร มีความยากจน มีความเหลื่อมล้ําทางสังคม อีกปัญหาที่ประเทศไทยมีก็คือเรามีพื้นที่ป่าไม้ ลดลง เราอยากจะเพิ่มพื้นที่ป่า รักษาพื้นที่สีเขียวเพิ่มแหล่งดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรามีเป้าหมายการพัฒนาพลังงานทดแทนที่เขียนอย่างเป็นระบบไว้แล้ว โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียนที่มาจากเชื้อเพลิงชีวมวลเราก็มีเป้าอยู่ถึง ๕,๕๗๐ เมกะวัตต์ แต่ปัจจุบันเราเพิ่งจะตอบรับหรือจ่ายไฟเพียง ๑,๐๐๐ เมกะวัตต์ หรืออย่างมากไม่เกิน ๒,๐๐๐ เมกะวัตต์ ยังเหลืออีกตั้งเกือบ ๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ แล้วเราก็ขาดแคลนเชื้อเพลิงที่จะ มาป้อนชีวมวลที่จะทําให้ไฟฟ้าเปลี่ยนจากไม่เสถียรมาเป็นเสถียรหรือที่เรียกว่าเฟิร์ม (Firm) เรามีกลไกรองรับเรื่องราคา รายงานนี้ไม่ได้เสนอให้เพิ่มค่าไฟหรืออะไรเรามีอยู่แล้ว ราคาเอฟไอที (FiT) เรามีร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญา พ.ศ. .... ที่เพิ่งผ่าน สนช. ไป เพราะฉะนั้นผมในฐานะเป็นประธานกรรมาธิการได้ย้ํากับ อนุกรรมาธิการหลายครั้งว่าต้องระวังนะไม่ใช่ไปปลูกบุกรุกป่า ไม่ใช่ส่งเสริมให้บุกรุกป่า ถึงได้มีระบบคอนแทร็กต์ฟาร์มมิง (Contract Farming) เกษตรพันธสัญญามา เรากังวล เป็นอย่างยิ่ง สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๘๔/๑ เพราะฉะนั้นเราสํารวจแล้วพื้นที่รกร้างว่างเปล่าจากหน่วยงานราชการมี ๕๑ ล้านไร่ เราคิดว่า ทําอย่างมากแค่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ ไร่นี่ก็คือ ๒,๐๐๐ เมกะวัตต์ ตรงตามเป้า ชีวมวลเลย เพราะฉะนั้นนี่คือหลักคิดของเรา แล้วจะขอตอบคําถามของท่าน สปท. บางท่าน นะครับ ผมอยากจะเรียนท่านกษิต ภิรมย์ ว่าจริง ๆ รัฐบาลของเราโดยเฉพาะรัฐบาล คสช. ให้ความสําคัญกับเรื่องส่งเสริมพลังงานทดแทนมาก และผมอยากจะเรียนว่าเมื่อครั้ง ตั้งกระทรวงพลังงาน เมื่อปี ๒๕๔๕ มีการวัดสถิติว่าในปี ๒๕๔๗ ๑๐ กว่าปีมาแล้ว ประเทศไทยมีสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทน ๐.๔๘ เปอร์เซ็นต์ ไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อสิ้นปี ๒๕๕๘ เรามีถึง ๑๓ เปอร์เซ็นต์แล้วเพราะเราส่งเสริมอย่างจริงจัง เรื่องของ เอทานอล (Ethanol) ไบโอดีเซล (Biodiesel) มันเป็นส่วนหนึ่งของพลังงานทดแทน ก็อยู่ในเป้า วันนี้ผมไม่ได้เอาเป้ามาแสดงเพราะเกรงว่าจะบรรยายยาวเกินไป แล้วเรามี หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องพลังงานทดแทนอยู่แล้ว ตั้งมาหลายสิบปีแล้วด้วย คือกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน แล้วรัฐบาลนี้ล่ะครับ ประเทศไทย ได้เข้าไปเป็นภาคีสมาชิกโดยการสนับสนุนของกระทรวงการต่างประเทศ ในทบวง การพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ หรือไอรีนา (IRENA) ที่ตั้งอยู่ที่กรุงอาบูดาบี ยูเออี (UAE) ก็ทําในรัฐบาลนี้ เพราะฉะนั้นเราเดินหน้าส่งเสริมพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง และถ้าท่านถามว่าชีวมวลเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของพลังงานทดแทนไฟฟ้า ในสไลด์ (Slide) ที่ท่านอาจารย์ดุสิตเอามาเสนอแผนพีดีพี (PDP) ก็บอกว่าเราภายในปี ๒๕๗๙ เราจะเพิ่ม พลังงานทดแทนให้เป็น ๒๐ ปี แต่เราจะไปไม่ถึงตรงนั้นเลยถ้าเราไม่ช่วยขับเคลื่อน ในองค์ประกอบต่าง ๆ แล้วพลังงานจากชีวมวล เป้า ๕,๕๗๐ เมกะวัตต์ มันก็เท่ากับ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเป้า ๑๖,๐๐๐ เมกะวัตต์ พลังงานทดแทน ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ก็คือประมาณ ๖.๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราพูดคือจะทําให้เป้าพลังงานทดแทน อยู่ในเค้กส่วน ๖.๗ เปอร์เซ็นต์นั้นนะครับ แล้วก็ในอดีตเราได้ทํามาหลาย ๆ อย่าง อยากจะ เรียนท่านกษิตว่าเราเคยวิจัยเรื่องสบู่ดํา แล้วเราก็พบว่ามันไม่อีโคโนมิก (Economic) ต้องมา ที่ปาล์มน้ํามันถึงจะดีที่สุด ซึ่งเราก็ทํา เพราะเราวิจัยได้ผ่านไปหลายขั้นแล้ว ขอเรียน ท่านรองผู้ว่าราชการ กทม. ท่านอํานวย ว่าขยะจะเป็นรายงานชิ้นต่อไปที่คณะกรรมาธิการนี้ สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๘๔/๒ จะเสนอมานะครับ ผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการที่ทําร่วมกับคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แล้วก็ได้ขอให้ท่านนินนาท ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการปกครองท้องถิ่น ส่งลูกน้องไว้ใจได้ ผอ. สุวรรณา ของท่านเป็น ผอ. สํานักสิ่งแวดล้อม ใน กทม. มาช่วยผมทําอยู่ เพราะฉะนั้นท่านอยากใส่อะไรท่านไปบอกเขาเลยเดี๋ยวเขาจะใส่ มาให้แต่ไม่เกิน ๒ เดือนเดี๋ยวรายงานเรื่องขยะจะมาครับ แล้วรัฐบาลนี้ให้ความสําคัญ เรื่องขยะเป็นวาระแห่งชาติเลยนะครับ เป้าหมายขยะอยู่ในเป้าของพลังงานทดแทน ๕๐๐ เมกะวัตต์ ปัจจุบันมีสัญญาผูกพันแล้ว ๓๗๐ เมกะวัตต์ จะทําอีก ๑๘๐ ให้เป็นไป ตามนั้นได้อย่างไร เปเปอร์ (Paper) อันต่อไปเราจะนําเสนอ เพราะฉะนั้นเราทําแบบองค์รวม เราก็จะนําเสนอต่อไปเป็นขั้นเป็นตอน สําหรับประเด็นอื่น ๆ ข้อสังเกตอื่น ๆ เรื่องป่าไม้ เรื่องอะไร ผมขออนุญาตให้ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม กับท่าน พลตํารวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา ได้กรุณาช่วยตอบด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอเชิญศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ดุสิต เครืองาม ครับ

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกทุกท่าน คําถามที่ค่อนข้างจะคิด แล้วก็หลาย ๆ ท่านให้ความเป็นห่วงเป็นใยก็คือเรื่องการตัดไม้ เรียกว่าไม้เถื่อนแล้วกันนะครับ คือไม้ที่ผิดกฎหมายหรือว่าไม้ที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์ (List) ที่จะต้องเอามาใช้เป็นชีวมวล ขอกราบเรียนว่าในคณะอนุกรรมาธิการของเรานี้ ท่านที่อยู่ ซ้ายสุดอยู่บนบัลลังก์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ท่านชูศักดิ์ วงษ์สวัสดิ์ ท่านเป็นอดีต ข้าราชการเกษียณมาจากรองเลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการกํากับกิจการพลังงาน ท่านดูแลเรื่องกฎหมายควบคุมกํากับใบอนุญาตอะไรต่าง ๆ มาโดยเฉพาะ ขอกราบเรียนว่า วิธีการป้องกันมาตรการที่ไม่ให้นําเอาไม้เถื่อนมาใช้ปัจจุบันนี้มีอยู่แล้ว มีโทษ มีปรับอะไร ต่าง ๆ จะขอกราบเรียนว่าก็เหมือนกับขี่มอเตอร์ไซค์กฎหมายบอกให้สวมหมวกกันน็อก ก็ย่อมมีผู้ฝ่าฝืนอยู่ ซึ่งตรงนี้ผมเข้าใจว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาคงจะต้องนําไปกําชับ ตรวจอะไรต่าง ๆ ให้มากยิ่งขึ้น สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๘๕/๑ หนังสือที่ผมถืออยู่นี้ ขออนุญาตท่านประธานที่ต้องหยิบขึ้นมาดู เขียนว่าเป็นคู่มือประมวล หลักการปฏิบัติการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวลก็คือเป็นกฎกระทรวงนั่นเอง แล้วก็ กฎกระทรวงถ้าเราเปิดไปในหน้า ๒๑ ว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลนั้นจะต้องมีแผนปฏิบัติ การจัดหาเชื้อเพลิงมาให้ชัดเจน เช่นจะต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับสวนป่าที่จะนํามาเป็นเชื้อเพลิง หรือว่าการเข้าโครงการในการปลูกไม้โตเร็วในการนํามาใช้เป็นเชื้อเพลิง จะต้องระบุว่า ไม้จะต้องเป็นไม้จากสวนป่าที่เอกชนปลูกเอง แล้วเอกชนที่นําไม้มาขายจะต้องมีเอกสาร หลักฐานประกอบการแสดงให้ชัดเจนว่า ไม้ที่นํามานั้นเป็นไม้ที่ปลูกขึ้นเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง หรือได้รับการอนุญาตเป็นการเฉพาะ แล้วก็จะต้องมีความชัดเจนว่า ไม้ที่นํามาเสนอขาย ต้องเป็นไม้ที่ไม่ผิดกฎหมาย ไม่เป็นไม้ที่ลักลอบตัดมาจากป่าสงวนหรือป่าอนุรักษ์ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม อะไรทํานองนี้เป็นต้น แล้วก็ยังมีบทปรับเขียนไว้ชัดเจนว่าผู้ซื้อไม้ก็ดี ผู้ขายก็ดี โดยเฉพาะในส่วนของโรงไฟฟ้าจะปรับไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อวัน แล้วก็จะถูกพัก ใบอนุญาตคือโรงไฟฟ้าเลย หนัก ๆ เข้าก็คือเพิกถอนใบอนุญาตไปเสียเลย เหล่านี้มีกฎหมาย หรือว่ามีกฎกระทรวงควบคุมอยู่แล้ว แต่ว่าในส่วนของการที่ยังมีการลักลอบอะไรอยู่ตรงนั้น จะทําอย่างไรที่ให้มีน้อยหรือไม่มีเลย เดี๋ยวเราก็จะได้เสนอตั้งเป็นข้อสังเกตตามที่ ท่านกรรมาธิการทุกท่านได้ให้ความเป็นห่วงต่าง ๆ เอาไว้นะครับ สําหรับรายละเอียด เรื่องทางด้านเทคนิคต่าง ๆ เดี๋ยวท่าน พลตํารวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา จะให้ข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมอีกเล็กน้อยครับ ขอบคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง 🔗

ขอเชิญ พลตํารวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา ครับ

พลตํารวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา : กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศและสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผม พลตํารวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ ๑๐ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สปท. ลําดับที่ ๑๗๖ นะครับ เนื่องจากมีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติถามหลายท่านในประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมขออนุญาตนําเสนอรูปเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ๕ เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประกอบการอธิบายดังนี้นะครับ อันแรก ผมจะพูดเรื่องชีวมวล โรงไฟฟ้าชีวมวลไม้โตเร็ว มีส่วนช่วยลดการนําเข้าถ่านหินจากต่างประเทศและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทยอย่างไร สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๘๕/๒ มาคํานวณอันดับแรกนะครับ โรงไฟฟ้ากําลังการผลิต ๑ เมกะวัตต์ ใน ๑ ปีจะผลิตไฟฟ้าได้ ๘.๑๖ ล้านยูนิต (Unit) หรือล้านหน่วยตามที่บ้านเราใช้นั่นแหละครับ ตามแผนเออีดีพี (AEDP) จะมีโรงไฟฟ้าจากชีวมวล ๕,๕๗๐ เมกะวัตต์ ดังนั้นตลอดอายุโครงการสัญญา ๒๐ ปี เราจะมีกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากชีวมวล จากไม้โตเร็ว ๙๐๙,๐๐๐ ล้านยูนิต (Unit) หรือล้านหน่วย ทีนี้มาเทียบว่ามีโรงไฟฟ้า ผมเทียบโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ประสิทธิภาพสูงสุดว่า ใช้ถ่านหินเท่าไร ได้ข้อมูลมาว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน ๒,๘๐๐ เมกะวัตต์ ใช้ถ่านหิน ๘,๐๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี ดังนั้นโรงไฟฟ้าถ่านหิน ๑ เมกะวัตต์ใช้ถ่านหิน ๒,๘๕๗ ตัน ถ้าเป็น โรงไฟฟ้าถ่านหิน ๕,๕๗๐ เมกะวัตต์จะใช้ถ่านหิน ๑๕ ล้านตันต่อปี ใน ๑๕ ล้านตันต่อปี เรามาคํานวณว่าถ้า ๒๐ ปีตามโครงการนี้เพราะว่าโรงไฟฟ้ามีสัญญาอายุ ๒๐ ปีใช้ถ่านหิน ทั้งหมด ๓๑๘ ล้านตัน ถ้าเราใช้ถ่านหิน ๓๑๘ ล้านตันเข้ามาแทน พูดง่าย ๆ ว่าชีวมวล ที่กําลังจะเสนอนี่ ด้วยไม้โตเร็วนี่มันแทนถ่านหินจํานวนเท่านี้ เราก็มาคํานวณนะว่าใน ๑ ปี ราคาถ่านหินราคาปัจจุบันประมาณตันละ ๑,๘๐๐ บาท ฉะนั้นใน ๑ ปีจะประหยัดการนําเข้า ถ่านหินไป ๒๘,๖๔๔ ล้านบาท เพราะเรามาใช้ไม้ในประเทศของเรา ไม้โตเร็ว ถ้า ๒๐ ปี จะประหยัดไปถึง ๕๗๒,๐๐๐ ล้านบาท และที่มากกว่านั้นก็คือว่าเศรษฐกิจชุมชนจะเกิดขึ้น หมุนเวียนเท่ากับ ๕.๙ เท่า หรือประมาณ ๕ เท่าของเม็ดเงินที่ใส่ลงไปในชุมชน ดังนั้น ใน ๑ ปีเรามีเม็ดเงินเข้าไปในชุมชน ๒๘,๖๐๐ กว่าล้านบาทจะคิดเป็นเศรษฐกิจชุมชนเท่ากับ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี นั่นคือเกี่ยวกับเศรษฐกิจชุมชนนะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๘๖/๑

ทีนี้มาอีกประเด็นหนึ่งครับ ประเด็นเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าชีวมวลมีส่วนช่วย ในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยออกซิเจนออกสู่บรรยากาศอย่างไร เพราะว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลนั้นใช้ไม้โตเร็วเป็นเชื้อเพลิง โรงไฟฟ้าชีวมวล ๑ เมกะวัตต์ ใช้ไม้โตเร็ว ประมาณ ๑๘,๐๔๓ ตันต่อปี อันนี้คิดจากค่าเฉลี่ยนะครับ โรงไฟฟ้าชีวมวล ๕,๕๗๐ เมกะวัตต์ ใช้ไม้โตเร็ว ๖๐ ล้านตันต่อปี ๖๐ ล้านตันต่อปีจะใช้ไม้โตเร็ว ถ้า ๒๐ ปีก็จะเท่ากับ ๑,๒๐๗ ล้านตัน เรามาดูสมการการสร้างเนื้อไม้นะครับ จะประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ จากอากาศ รวมกับน้ํา แล้วก็แสงแดด เอามาเป็นตัวทําปฏิกิริยา แล้วก็มีคลอโรฟิลล์ เป็นตัวจับแสงแดดมาทําปฏิกิริยา จะได้ไฮโดรคาร์บอนบวกออกซิเจนออกมา ส่วนที่เป็น ออกซิเจนนี่ครับปลดปล่อยออกมาสู่บรรยากาศ ดังนั้นจากสมการข้างต้น เนื้อไม้ ๑ ตัน จะต้องดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ๑.๘๑ ตัน ปลดปล่อยออกซิเจน ๑.๓๒ ตัน และเนื้อไม้ที่เราบอกเมื่อสักครู่นี้ว่า ๖๐ ล้านตันต่อปี ใน ๑ ปีจะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ๑๐๙ ล้านตัน ปลดปล่อยออกซิเจน ๗๙ ล้านตัน ถ้าตลอดอายุโครงการ ๒๐ ปี จะดูดซับ คาร์บอนไดออกไซด์ ๒,๑๘๖ ล้านตัน ปลดปล่อยออกซิเจน ๑,๕๙๔ ล้านตัน สิ่งนี้คือสิ่งที่ เกิดขึ้นในบรรยากาศ แล้วส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นการลดภาวะการเกิดก๊าซเรือนกระจก อันเนื่องมาจากการใช้เชื้อเพลิงที่เป็นคอนเวนชันนัล (Conventional) ก็คือถ่านหิน หรือก๊าซธรรมชาติ หรือฟอสซิล (Fossil) ทั้งหลายมาเป็นเชื้อเพลิงครับ

ต่อไปนี้ผมขออนุญาตตอบคําถาม แล้วก็ขออนุญาตขอบคุณท่านสมาชิก ที่อภิปรายทั้งหมดนะครับ ที่ท่านอภิปรายทั้ง ๑๐ ท่านโดยประมาณ ล้วนแต่เป็นประโยชน์ ทุกท่าน ดังนี้ ท่านแรก ท่านปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ขอขอบคุณครับ ผมจะนําเข้าไปใส่ ในรายงาน ที่ว่าการดําเนินการนี้สอดคล้องตามแนวพระราชดําริของรัชกาลที่ ๙ ปลูกป่า ๓ อย่าง เพื่อประโยชน์ ๔ อย่าง แล้วก็โครงการทฤษฎีใหม่ ส่วนท่านเป็นห่วงใยในเรื่องของช่วงเวลา ที่รอ ๔ ปีจะทําอย่างไร ที่ท่านเสนอมาใต้ร่มเงานั้นสามารถปลูกพืชระยะสั้นได้ เช่นที่มีกันแล้ว ทําแล้ว แล้วเราก็จะเสนอไปในนี้ด้วย การปลูกสมุนไพรใต้ร่มไม้ การปลูกผักสวนครัว การเลี้ยงสัตว์เล็ก เช่น แพะ แกะ เป็ด ไก่ ใต้ร่มไม้เหล่านั้นเพื่อเป็นรายได้เสริม แล้วก็ อีกส่วนหนึ่ง เรื่องเกษตรพันธสัญญา ขอเรียนท่านว่าสอดคล้องกับเกษตรพันธสัญญา เพราะผมเป็นอนุกรรมาธิการในการยกร่างเรื่องเกษตรพันธสัญญาด้วย ดูแล้วว่าสอดคล้องกัน สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๘๖/๒

สําหรับที่ท่านกษิต ภิรมย์ ได้ให้คําแนะนํา ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านคุรุจิตได้กรุณาตอบไปแล้ว แล้วก็ส่วนของท่านกษิตที่บอกว่าการพลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์พลังงาน ให้ตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมา ที่จริงเราก็อยากทํา แต่ว่ากลัวจะเป็น การซ้ําซ้อน เพราะปัจจุบันนี้มีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเป็นเจ้าของ อยู่แล้ว แล้วก็ในเรื่องนี้ทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานได้มาร่วม ให้ความเห็นกับเรา แล้วก็มีความเห็นสอดคล้องกับแนวทางของเราทั้งหมด ก็เลยเรียน ท่านเพื่อทราบในส่วนนี้ แต่ก็ต้องขอขอบคุณในข้อแนะนําดี ๆ ของท่านนะครับ

สําหรับท่านอาจารย์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ ต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ ที่ช่วยขยายความข้อดีในรายงาน ขอเรียนท่านอาจารย์นะครับ เรื่องการลดภาวะเรือนกระจก เมื่อสักครู่ได้อธิบายไปแล้ว ขยายไปแล้ว จะไปเพิ่มในรายงานครับ ส่วนเรื่องขนาด ของเครื่องจักร ก็แล้วแต่ว่าถ้ากําลังการผลิตประมาณ ๓ เมกะวัตต์ลงมา จะต้องเป็น แก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) แต่ถ้าเป็นกําลังการผลิตขนาดใหญ่ขึ้นไปตั้งแต่ ๔ เมกะวัตต์ ขึ้นไปนั้นจะต้องใช้โรงไฟฟ้าแบบเผาตรง หรือว่าอินซิเนอเรชัน (Incineration) นั่นเองครับ

ส่วนท่านที่บอกว่าสิ่งของที่เหลือใช้ไปทําอะไร เป็นคําถามที่ดีมากครับ สิ่งของที่เหลือใช้จากโรงไฟฟ้าชีวมวลมีสภาพเป็นด่างเอาไปทําปุ๋ยแทนปูนขาวครับ เพราะฉะนั้นนาของใครก็ตามที่เป็นนาเปรี้ยวหรือดินเปรี้ยวเดิมนั้นต้องเอาปูนขาวไปโรย ให้เอาเถ้าถ่านนี้ไปโรยแทน นอกเหนือจากนั้นแล้วถ่านก็ยังมีโพแทสเซียมด้วย

- ๘๗/๑   สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๘๗/๑

สําหรับท่านดํารงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใย กรมป่าไม้ ในส่วนนี้ท่านประธานอนุกรรมาธิการ ท่านดอกเตอร์ดุสิตได้ตอบไปแล้วว่า มีวิธีการป้องกันอย่างไร ด้วยเหตุนี้เองในเรื่องนี้ท่านประธานคุรุจิตเป็นห่วงเรื่องนี้ เป็นเรื่องแรก ทันทีที่มีการเสนอว่าจะแก้อย่างไร แล้วเราก็แก้ด้วยกันว่าใครก็ตามที่จะ ขออนุญาตโรงไฟฟ้าครั้งนี้จะต้องมีคอนแทร็กต์ฟาร์มมิง (Contract Farming) หรือหลักฐาน การปลูก สัญญาการปลูกมาแสดงจนครบปริมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ต่อ ๑ เมกะวัตต์ และ ๒,๐๐๐ ไร่นั้น คิดราคาที่เพียงพอและก็เหลือไว้ด้วย นอกเหนือจากนี้แล้วยังมีในเงื่อนไขที่กําหนดไว้อีก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วในท้ายใบอนุญาตมักจะกําหนดไว้ว่าห้ามนําไม้อื่นมาเป็นเชื้อเพลิง ถ้าผิดก็ยกเลิกสัญญา เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นมาตรการที่เด็ดขาดรุนแรงอยู่แล้วครับ

สําหรับท่านมิ่งขวัญ ท่านได้เป็นห่วงขอให้ดูชีวมวลทั้งระบบของประเทศ ขอเรียนว่าในการยกร่างนั้นเราได้เอาชีวมวลทั้งระบบของประเทศมาดูแล้ว มีขีดจํากัดว่า ผลิตได้แค่ ๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ แล้วตอนนี้เอามาใช้แทบหมดแล้ว ถึงขั้นแย่งกันแล้ว ก็เลยหาทางออกว่าจะทําอย่างไรถ้าสิ่งของเหลือใช้จากการเกษตรหรือชีวมวลอย่างอื่น มันถึงทางตันแล้ว ทางออกมันก็คือต้องปลูกไม้โตเร็วขึ้นมาชดเชย และชีวมวลอย่างอื่น เราศึกษาหญ้าเนเปียร์หรืออย่างอื่นทั้งหมด มาดูแล้วศักยภาพยังสู้ไม้โตเร็วไม่ได้ เรามีอัตรา ผลตอบแทนต่อไร่ให้ดูด้วย เมื่อสู้ไม่ได้เราจึงคัดเลือกเฉพาะส่วนที่สามารถเป็นไปได้ ในเชิงเศรษฐกิจและเกษตรกรพร้อมที่จะปลูก เต็มใจที่จะปลูกและเกิดความมั่นคงเราถึง จะเลือกชนิดนั้นมา ก็เลยมาสรุปตรงที่ว่าไม้โตเร็วทั้ง ๔-๕ ชนิด ส่วนเรื่องรายได้ของ เกษตรกรท่านให้คําแนะนําดีมากต้องขอขอบคุณตรงนี้ คือไม้โตเร็วพันธุ์ที่ปลูกไม่ว่าจะเป็น กระถินเทพา กระถินณรงค์หรือยูคาลิปตัส ถ้าเป็นไม้ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๑๒ นิ้วขึ้นไป เขาจะเอาไปทําวีเนียร์ (Veneer) เอาไปปะหน้าไม้อัดแทนไม้สักที่หมดไปแล้ว จากป่าธรรมชาติ และส่วนที่เป็นส่วนปลายยอด ส่วนที่เป็นกิ่ง ส่วนที่เป็นเปลือกเอามาทํา วีเนียร์ (Veneer) ไม่ได้ เขาก็เอาไปทําเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า อย่างนี้ยิ่งได้ผลตอบแทนมาก ตันละประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ท่านให้คําแนะนําดี และจริง ๆ แล้วเกษตรบางส่วน เขาก็ไม่ได้ ๔ ปีตัด เขา ๖ ปีตัด ๘ ปีตัด แล้วเขาก็ขายได้ในราคานั้น เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ของเกษตรกรที่มีสายป่านยาว ขอบคุณท่านที่ให้คําแนะนําตรงนี้ครับ ท่านแนะนําต่ออีกว่า สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๘๗/๒ ควรจะมีคณะกรรมการที่ต้องประสานงานกัน อันนี้ขอเรียนท่านว่าเป็นข้อเสนอแนะที่ดีมาก และในส่วนนี้ในการยกร่างเราได้เชิญตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยมาหารือกัน ทุกหน่วยเห็นพ้องต้องกันหมดเลย และมีหลักฐานแนบท้ายด้วยว่ามีความเห็นพ้องต้องกัน และทุกหน่วยต้องการเข้ามาสนับสนุน ยกตัวอย่าง กรมพัฒนาที่ดินเขาจะบอกเลยว่าพื้นที่ดิน ในประเทศไทยนี้ตรงไหนปลูกอะไรได้ ถามเขาได้เลย แล้วใส่พิกัดจีพีเอส (GPS) เข้าไป ในเว็บไซต์ (Web site) ของเขาจะบอกได้เลยว่าตรงนั้นปลูกอะไรได้ แล้วขณะนี้อยู่ในเว็บไซต์ (Web site) แล้ว เขาได้กรุณาเอาขึ้นเว็บไซต์ (Web site) ของเรารอไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนกรมป่าไม้บอกว่าจะช่วยเพาะพันธุ์กล้าไม้แจกเกษตรกรฟรี ถ้ามีนโยบายนี้ออกมา เขาพร้อมสนับสนุนนะครับ แล้วทางธนาคารที่เป็นของรัฐก็มาช่วยสนับสนุนว่าในช่วง ๔ ปี ก่อนตัดเขาพร้อมที่จะปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรเพื่อมีรายได้ก่อนถึงวันตัด

สําหรับท่านอํานวย นิ่มมะโน ต้องขอขอบคุณท่าน ท่านให้ความห่วงใย เรื่องขยะ ท่านประธานคุรุจิตตรวจร่างแล้วหลายรอบ กําลังจะไฟนัล (Final) ตามหลักแล้ว จะเข้าอาทิตย์หน้าอาทิตย์โน้นด้วยซ้ําไป แต่ท่านกลัวท่านอํานวยถามเยอะ ท่านเลยทํา การบ้านให้ละเอียดอีกหน่อย เหตุใดที่ทํากับไม้โตเร็ว เพราะต้องการตอบโจทย์ดังนี้ โจทย์แรกต้องการความพอเพียง ถ้าบอกว่ารอสิ่งของเหลือใช้จากการเกษตรไม่พอครับ เพราะฉะนั้นไบโอแมส (Biomass) หรือว่าชีวมวลอื่น ๆ ที่เราไม่เอามาใช้ตรงนี้ เพราะไม่มีความพอเพียงครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๘๘/๑ อันที่ ๒ เรื่องความมั่นคง ถ้าปลูกไม้โตเร็วถึงจะมั่นคงผลิตได้ทั้งปี ถ้าเป็นสิ่งของเหลือใช้ จากการเกษตรชีวมวลอย่างอื่นผลิตได้เฉพาะฤดูกาลเก็บเกี่ยว ฤดูฝนไม่สามารถผลิตได้ ก็จะไม่มั่นคง และที่สําคัญเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศไทย ยืนยันข้อมูล ยืนยันวันนั้น เราเชิญกรมป่าไม้มาถามว่า การปลูกไม้โตเร็ว ไม้ยืนต้น ๓-๔ ปีเป็นป่าไหม ท่านบอกว่า เป็นป่าและคิดเป็นพื้นที่ป่าด้วย ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ และนอกเหนือจากนั้นท่านยังบอกอีกว่าปัจจุบันรัฐบาลมีแนวนโยบายส่งเสริมการปลูกไม้โตเร็ว หรือพืชเศรษฐกิจเป็นป่า และมีเงินอุดหนุนอีกไร่ละประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าบาท ขณะนี้ อยู่ระหว่างดําเนินการ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ถือว่าเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลปัจจุบันด้วย และเป็นการแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาด ขณะนี้มีผลผลิตล้นตลาด ทั้งยางพารา ทั้งมันสําปะหลัง ทั้งข้าว การที่เราผลิตยิ่งล้นตลาดราคายิ่งถูก เกษตรกรยิ่งขาดทุน ก็ยิ่งจนหนักเข้า ดังนั้นก็ต้องลดสิ่งที่ล้นตลาดด้วยการปลูกพืชไม้โตเร็วทดแทน และแก้ไข ปัญหาผลผลิตราคาตกต่ํา เมื่อราคาตกต่ําแล้วก็ล้นตลาดด้วยยิ่งต่ําไปใหญ่ เพราะฉะนั้น เรายิ่งต้องทําให้มันไม่ล้นตลาด ราคาจะได้ไม่ตกต่ํา และที่สําคัญ เป็นการลดภาระของรัฐบาล ในการอุดหนุนหรือการประกันราคาพืชไร่ต่าง ๆ ครับ

สําหรับท่านนายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ อันนี้ท่านแนะนําดีมาก ต้องขอน้อมรับ และขอไปเพิ่มเติมในรายงานว่า พื้นที่ ๒ ข้างทางรถไฟ ผมขอเติมนะครับ ทางหลวง ๒ ข้างทาง ริมคลอง ๒ ฝั่ง ควรนํามาใช้ประโยชน์ เพราะปล่อยให้ทิ้งรกร้างว่างเปล่าไม่มีประโยชน์ และริมคลอง ๒ ข้างถ้ามีต้นไม้โตเร็วปลูกอยู่จะไม่พังทลายและไม่ต้องเสียเงินขุดลอกคลอง ทุกปี ๆ เพราะฉะนั้นจะได้ประโยชน์หลายอย่าง และนอกเหนือจากนั้นแล้วยังป้องกัน คนบุกรุกที่รถไฟด้วยครับ ป้องกันคนบุกรุกที่สาธารณะด้วย ยังช่วยสร้างความร่มเย็น ตลอดแนวทางรถไฟ เปรียบเหมือนแอร์ธรรมชาติ ๒ ข้างทาง ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ปล่อยออกซิเจนให้คนนั่งรถสบายด้วย ขอบคุณตรงนี้นะครับ ท่านเสนออีกส่วนหนึ่ง ส่วนว่าต้องมีนโยบายที่ชัดเจน ผมขอนําไปใช้ในเรื่องนี้ คําว่านโยบายที่ชัดเจนของรายงานนี้ ก็คือว่า เรามีข้อเสนอว่า กพช. ในเรื่องของการกําหนดนโยบายเรื่องนี้ต้องทําอย่างไรบ้าง อยู่ในรายงานครับ และต้องมีเครื่องมือของนโยบายก็คือ กกพ. เราเขียนไว้ในรายงานว่า สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๘๘/๒ กกพ. จะต้องทําอะไร และรูปธรรม ความสําเร็จที่เอกชนลงมือ อันนี้ก็คือเรื่องของ คอนแทร็กต์ฟาร์มมิง (Contract Farming) นั่นเอง ต้องขอน้อมรับในส่วนที่ข้อนําเสนอ ทั้ง ๓ ข้อของท่านมาประยุกต์ใช้นะครับ

สําหรับท่านชูชาติ อินสว่าง ในเรื่องของป้องกันไม่ให้ตัดไม้จากธรรมชาติ อันนี้ท่านอาจารย์ดุสิต เครืองาม ได้ตอบไปแล้ว

สําหรับท่าน พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ การทําให้ชุมชนเข้ามา มีส่วนร่วม อันนี้ตรงเลยครับ ที่จริงแล้วเราเรียกว่าโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลไม้โตเร็ว ประชารัฐ ก็คือดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ตั้งแต่การเริ่มการเป็นเจ้าของทางอ้อม และเป็นเจ้าของทางตรง การปลูกต้นไม้ เอาต้นไม้มาขาย ประกันราคา แล้วก็รวมไปถึง บางครั้งถ้ามีเจ้าภาพก็ไปมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของกิจการโรงไฟฟ้าด้วย อันนั้นเป็น แนวนโยบายของรายงานนี้ที่ต้องนําเสนออยู่แล้วครับ

สําหรับท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ต้องขอขอบคุณที่เสนอข้อคิดเห็นที่ดี ๆ มา ในเรื่องของวัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) แก้ไขปัญหาในเรื่องของความล่าช้า และเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งนะครับ

ท้ายที่สุดนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่ได้ให้คําแนะนํามา จะขอน้อมรับไปดําเนินการเพิ่มเติม และท้ายที่สุดนี้มั่นใจว่าหลังจากที่ดําเนินการแก้ไข เพิ่มเติมแล้ว รายงานฉบับนี้จะเป็นรายงานที่มีประโยชน์สําคัญอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ เพราะเป็นการสร้างป่า สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างกระแสไฟฟ้าของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน เพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของชาติ และเพื่อคุณภาพชีวิต ที่ดีของประชาชนคนไทยอย่างยั่งยืนครับ

ขอบคุณกรรมาธิการนะครับ สมาชิกที่อภิปรายไปมีประเด็นใดที่ยังติดใจ หรือว่าจะซักถามไหมครับ เชิญท่านกษิต ภิรมย์ ครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๘๙/๑

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ สปท. ลําดับที่ ๗ ท่านประธานเรื่องสถาบันไอรีนา (IRENA) ที่ประเทศยูเออี (UAE) ท่านประธานกับผม อยู่ในคณะรัฐบาลไทยที่ได้สนับสนุนให้ประเทศยูเออี (UAE) เป็นศูนย์กลาง ของสถาบันระหว่างประเทศว่าด้วยการส่งเสริมพลังงานทดแทนและหมุนเวียน แต่ประเด็น ปัญหาขอฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการด้วยต้องให้ทางกระทรวงพลังงานทํารายงาน มาด้วยว่าตั้งแต่ได้ร่วมมือกับสถาบันไอรีนา (IRENA) มันมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันบ้าง และมีอุปสรรคอันใด แล้วเราได้เรียนรู้อะไรที่จะมาช่วยส่งเสริมแล้วก็พัฒนาพลังงาน หมุนเวียนและทดแทนของประเทศไทยเป็นข้อที่ ๑

อันที่ ๒ ผมก็ตระหนักดีว่ามีกรมส่งเสริมพลังงานทดแทนในกระทรวงพลังงาน แล้วก็ในกระทรวงพลังงานก็มีหน่วยงานที่ดูเรื่องไฟฟ้า เรื่องน้ํามัน เรื่องแก๊ส เรื่องถ่านหิน แต่ก็ไม่ได้ห้ามประเทศไทยไม่ให้มีการปิโตรเลียมหรือ ปตท. หรือว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิต อีแกต (EGAT) ผมได้เสนอให้มีการพลังงานทดแทนและหมุนเวียน คือผมไม่สนใจเรื่องจะมี กรมหรือไม่มีกรม ผมอยากจะให้มีการพลังงานทดแทน มีศักดิ์ศรีแล้วก็สถานะเท่ากับ การปิโตรเลียม แล้วก็การไฟฟ้าฝ่ายผลิตมันจะได้มีความคล่องตัวแล้วก็จะได้บูรณาการ ทุกสิ่งทุกอย่างในการที่จะส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนและทดแทน ผมขอยืนยันข้อเสนอนี้ อยากจะขอให้ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่าให้ช่วยพิจารณาเรื่องนี้ด้วย เป็นเรื่องที่สําคัญ เราจะได้มีเครื่องมือกลไกที่จะขับเคลื่อนอย่างจริง ๆ จัง ๆ ไม่ใช่เป็น น้ําใต้ศอกของการปิโตรเลียมและการไฟฟ้าฝ่ายผลิต อันนี้เป็นการตัดสินใจที่สําคัญ ทางด้านการเมืองและเพื่ออนาคตของพลังงานทดแทนและหมุนเวียน

ส่วนประเด็นสุดท้ายท่านประธาน มีเพื่อนสมาชิก ๒ ท่านค่อนข้างจะ แสดงความห่วงใยเรื่องการสวมเอาไม้ที่ไม่ใช่ไม้โตเร็วเพื่อพลังงานเข้ามา อันนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ บอกว่าจะออกกฎเกณฑ์อะไร เราก็รู้ ๆ กันดีปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาความอ่อนแอ ทางด้านจิตใจของเจ้าหน้าที่ อันนี้ต้องดูกันให้รอบคอบ แล้วประชาชนต้องเข้มแข็งเพื่อจะมา เป็นเจ้าของแล้วก็ดูแลไม่ให้เกิดการทุจริต แล้วเรากําลังพูดกันเนื้อที่ ๕๑ ล้านไร่ มันก็จะมีคําถามว่าแล้วกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ แล้วก็คณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปเรื่องของทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าอย่างไร อยู่ดี ๆ ที่นี่ สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๘๙/๒ คณะกรรมาธิการ ๑ คณะ แล้วก็ที่ประชุม สปท. บอกอยากจะไปใช้ที่ดิน ๕๑ ล้านไร่ เพื่อปลูกไม้โตเร็วคงจะไม่ใช่ แล้วคุณหมอชูชัยเพื่อนสมาชิกของเราก็ได้พูดไว้ชัดว่าเริ่มเอาที่ ที่มันไม่มีปัญหาก่อนได้ไหม ริมคลอง ริมทางรถไฟทางหลวงที่ทางกรรมาธิการได้กล่าวไว้ เอาที่มันไม่ได้เป็นประเด็นปัญหา เพราะผมยังไม่แน่ใจว่า ๕๑ ล้านไร่นั้นจะไม่มีพืชอื่น ๆ ที่มีคุณค่าทางด้านเศรษฐกิจแล้วก็รักษาสิ่งแวดล้อมแล้วก็มีความยั่งยืนที่ดีกว่าไม้โตเร็วหรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญเป็นเรื่องของการวางนโยบายที่จะต้องมีข้อมูลหลักฐาน แล้วผมก็ได้พูด ในที่ประชุมนี้หลายครั้งว่าเราต้องใช้ประโยชน์จากเครือข่ายขององค์กรจิสดา (GISTDA) ต้องเอาแผนที่มาดูกัน มาพูดกันเสียให้ชัดว่ามันที่ไหนอย่างไร แล้วมันจะลงไปที่ไหนได้ อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเราก็อยากจะกันพื้นที่ป่าไว้ เราได้อภิปราย ในที่ประชุมนี้หลายครั้ง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวมันไม่ใช่แค่ ๕๑ ล้านไร่ มันจะเพิ่มเป็น ๗๐ ล้านไร่ เป็น ๘๐ ล้านไร่ เท่ากับว่าเข้าไปทําลายป่าสงวน อุทยานแห่งชาติอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ขอขอบคุณท่านประธานครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่านดํารงค์ พิเดช

นายดํารงค์ พิเดช

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ดํารงค์ พิเดช คือผมอยากจะถามนิด แสดงว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลรับซื้อทั้งไม้โตเร็ว โตช้าถูกต้องไหมครับ หมายความว่าโตเร็วก็รับซื้อ โตช้าก็รับซื้อ เพราะให้เกษตรกรเป็นผู้ไปปลูก ไม่ว่าประดู่ มะค่า อะไรแล้วแต่ ถูกต้องไหมครับ หมายถึงรับซื้อแล้วขนาดอะไรบ้างก็ไม่บอก ตั้งแต่กล้าไม้จนถึง ไม้ขนาดใหญ่หรือเปล่า ซึ่งลักษณะอย่างนี้จะคุมไม่ได้เลยไม้ในประเทศไทย กรมป่าไม้ ก็ล่มสลายมาเพราะเกษตรกรปลูกป่าไร่ละ ๓,๕๐๐ บาท เพราะคุมไม่อยู่ครับ ไปตัดไม้สัก ในป่ามาก็สวมของตัวเองขายกันอยู่อย่างนี้ไม่จบไม่สิ้น กรมป่าไม้ต้องหยุด นี่ก็เหมือนกัน โรงไฟฟ้าชีวมวล เพราะเป็นโรงเอกชนทุกคนต้องการของถูกหมด ของร้อนเผาทําลายหลักฐาน ไม่มีหรอกครับ ผมบอกต้องออกเรื่องกฎเกณฑ์โรงไฟฟ้าดี ไม่ดี สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๙๐/๑ แต่ต้องออกกฎเกณฑ์ให้ชัดเจนว่าท่านจะปลูกไม้อะไร ไปส่งเสริมเกษตรกรปลูกไม้อะไรบ้าง ต้องชัดเจน นอกเหนือจากนี้ปลูกไม่ได้ ไม่ใช่ไปโค่นต้นโพธิ์ที่เมื่อสักครู่ท่าน สปท. พูด เอาไปเลื่อยหมดตันละ ๘๐๐ บาท แทนที่จะใช้ซังอ้อย ซังข้าวไม่เอาแล้ว เอาของฟรีดีกว่า อยู่ติดป่า ประเทศชาติเจ๊งหมด ไม่เหลืออะไรหรอกครับ ได้ไฟฟ้าแต่ป่าต้นน้ําหมด ไม่มีน้ําใช้ ขอบคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

เชิญกรรมาธิการตอบสมาชิกครับ

พลตํารวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา กรรมาธิการ

ผม พลตํารวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา กรรมาธิการ ขออนุญาตตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ในเรื่องของไม้โตเร็ว ที่ระบุชนิด ในรายงานระบุไว้ ๔ ชนิด มี ๑. ไม้ยูคาลิปตัส ๒. ไม้กระถินณรงค์ ๓. กระถินยักษ์ และ ๔. กระถินเทพา แล้วเราก็ศึกษาแล้วว่าไม้อื่นได้ไหม ปรากฏว่าเราพยายามหาไม้อื่น แต่ไม้อื่นมันไม่มีผลตอบแทนคุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจเราจึงยังไม่ได้ใส่ไว้ แล้วก็ไม้ยืนต้นที่เราพูดนี้ มี ๔ หรือ ๕ ชนิดนี้ แล้วก็ไม้ ๔ หรือ ๕ ชนิดนี้เป็นไม้ที่ไม่ได้มีถิ่นกําเนิดในประเทศไทย ดังนั้นจึงไม่น่าจะเป็นห่วงว่าจะไปตัดไม้ธรรมชาติ แล้วก็อีกประการหนึ่ง ใครที่ขออนุญาต โรงไฟฟ้า ต้องขอใบอนุญาตโรงงานแปรรูปไม้ก็คือสับไม้เป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้องขออนุญาต จากกรมป่าไม้ด้วยครับ และในใบอนุญาตจะกําหนดว่าสับไม้ชนิดใดบ้าง ดังนั้นการอนุญาต สับไม้ก็ต้องขอแค่ไม้ ๔ ชนิดนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าเกินจาก ๔ ชนิดนี้ก็สับไม่ได้ ถ้าสับโรงงานก็ผิด โรงงานผิดก็หยุดใบอนุญาต เพราะฉะนั้นโรงงานประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็หยุดทันที ก็เสียหาย เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นมาตรการเด็ดขาดที่มีอยู่แล้ว ก็เลยเรียน ท่านว่าเรื่องความเป็นห่วงเรื่องนี้ ทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กรมป่าไม้ปัจจุบัน แล้วก็ กรมโรงงานในการออกใบอนุญาตโรงงานสับไม้ที่เป็นเชื้อเพลิงกําหนดไว้ชัดเจน แล้วก็ถ้าเขา เข้ามาตรวจหรือตํารวจหรือใครก็ตาม หรือชาวบ้านข้างเคียงมาเห็นว่าไม้อื่นที่ไม่ใช่ไม้อนุญาต ตามใบอนุญาตของใบ รง. ๔ อยู่ สามารถชี้ให้ใครมาจับแล้วก็ถอนใบอนุญาตได้ทันที อันนี้ มาตรการเด็ดขาดมีอยู่ครับ เลยขอเรียนเพื่อโปรดทราบครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประธานคุรุจิตครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๙๐/๒

นายคุรุจิต นาครทรรพ ประธานกรรมาธิการ

สําหรับประเด็นของ ท่านกษิต ภิรมย์ ก็ขอรับมาหารือกันในกรรมาธิการ แล้วรวมทั้งเรื่องของการที่ประเทศไทย ได้เป็นสมาชิกในทบวงการพลังงานหมุนเวียนระหว่างประเทศ คือไอรีนา (IRENA) อินเตอร์เนชันนัล รีนิวเอเบิล เอเนอร์จี เอเจนซี (International Renewable Energy Agency) เราได้มีโครงการริเริ่มและได้ประโยชน์อะไรจากเขาก็จะไปติดตามแล้วก็นํามา รายงานท่าน ขอบคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

เป็นอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานเรื่องการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้า จากชีวมวลไม้โตเร็วเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับเกษตรกร สร้างป่าและเสริมความมั่นคง ด้านพลังงานแล้วนะครับ ก่อนที่จะขอมติจากที่ประชุม ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน นะครับ

(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

สมาชิกได้ใช้สิทธิแสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๔๙ ท่าน เป็นอันว่าครบองค์ประชุมนะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๙๐/๓

ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับรายงานเรื่องการส่งเสริม การผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลไม้โตเร็วเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับเกษตรกร สร้างป่า และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานหรือไม่ ซึ่งหากเห็นชอบคณะกรรมาธิการจะได้ นําความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุง ก่อนที่จะส่งรายงานไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

(นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ต่อไปเป็นการลงมติตามข้อบังคับ ข้อ ๖๐ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนนะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๙๑/๑

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

มีท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิไหมครับ ขอโทษเผอิญไม่ได้เหลียวดูด้านซ้าย ใช้ได้หรือยังครับ หยิบบัตรผิดหรือเปล่าครับ ใช้สิทธิลงคะแนนเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอปิดการลงคะแนน ขอทราบผลการลงคะแนนครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๔๙ ท่าน ผู้เข้าประชุมเป็น ๑๕๐ นะครับ มีดอกเตอร์ดุสิตอีกท่านหนึ่ง ท่านสุรินทร์ครับ

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

ขอประทานโทษครับ เมื่อสักครู่นี้ผมกดปุ่ม ตรงแสดงตนมันไม่ขึ้น แต่ผมได้ลงคะแนนแล้ว

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ตกลงท่านจะใช้สิทธิเห็นด้วยไหมครับ

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

ผมใช้สิทธิครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยครับ

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

ขอบคุณครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ท่านขานว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์

ผมลงแล้วครับ เรื่องใช้สิทธิลงแล้วครับ แต่ตอนแสดงตนผมลืมกดครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ตกลงเพิ่มในส่วนของการแสดงตนนะครับ ๒ ท่าน แล้วก็ในส่วนของการใช้สิทธิ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๔๙ บวก ๑ เห็นด้วย ๑๐๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๙ ท่าน งดออกเสียง ๒๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี นะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๙๑/๒

เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน เรื่องการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลไม้โตเร็ว เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับเกษตรกร สร้างป่าและเสริมความมั่นคงด้านพลังงานแล้ว นะครับ จบการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านพลังงานแล้วนะครับ ขอบคุณคณะกรรมาธิการ สําหรับประเด็นที่ท่านสมาชิกได้หารือว่า ในกรณีที่กรรมาธิการได้นําความคิดเห็นไปปรับปรุงตัวรายงานขอให้สมาชิกได้รับทราบด้วย ผมได้หารือกับท่านรองประธานท่านที่ ๒ นะครับ จะนําประเด็นดังกล่าวไปหารือในที่ประชุม วิป (Whip) สปท. นะครับ เพื่อที่จะได้มาแจ้งความคืบหน้าได้ทราบต่อไปนะครับ ขอขอบคุณ กรรมาธิการนะครับ

ต่อไประเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้นําไปพิจารณา ก่อนแล้วนะครับ

ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ

- การหารือของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีสมาชิกท่านใด มีความประสงค์จะขอหารือต่อที่ประชุมหรือไม่ อย่างไรครับ ขอเชิญท่านกษิต ภิรมย์ ครับ

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๗ ต้องขอโทษเพื่อนสมาชิกด้วย แต่ว่าสิ่งที่ผมจะพูดคงจะมีความสําคัญ แล้วก็จะช่วยส่งเสริมการส่งออกของสินค้าไทยในช่วงที่ประเทศไทยมีประเด็นปัญหา เรื่องการตกต่ําของการส่งออก คืออันนี้สืบเนื่องมาจากที่ผมได้ไปเยือนประเทศโมร็อกโก เพื่อร่วมประชุมระหว่างประเทศเกี่ยวกับทวีปแอฟริกานะครับ แล้วก็ได้ไปแวะชมสินค้าไทย ในพวกห้างสรรพสินค้าแล้วก็ซูเปอร์มาร์เกต (Supermarket) ก็เป็นที่ยินดีว่ามีส่วนหนึ่ง ที่ขายพวกเครื่องจิ้ม น้ําผสมทั้งหลาย น้ําปลา น้ําจิ้มทั้งหลายจากประเทศไทย รวมทั้งของแห้ง ต่าง ๆ ด้วย คราวนี้ประเด็นปัญหามันอย่างนี้ครับว่าของที่นําเข้า ๆ มานั้นก็มักจะเป็น การริเริ่มของบริษัท ห้างร้านที่อาจจะมีเครือข่ายกับยุโรปหรือไม่ก็คนพื้นเมืองเขาได้มา เที่ยวเมืองไทยบ้าง แต่ว่าสถานทูตไทยจะเป็นที่ประเทศโมร็อกโก จะเป็นที่ประเทศเซเนกัล สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๙๑/๒ ประเทศไนจีเรีย ประเทศเคนยา ประเทศศรีลังกา ประเทศเนปาล ประเทศคาซัคสถาน ต่าง ๆ เหล่านี้มักจะเป็นสถานทูตที่เรียกว่าไกลปืนเที่ยงจากเมืองหลวงคือกรุงเทพมหานคร มันไม่เหมือนสถานทูตที่ลอนดอน ที่ปารีส ที่วอชิงตัน ดี.ซี. ที่โตเกียว ที่มันมี ๑๕ หน่วยงาน ๑๐ หน่วยงานจากประเทศไทยไปตั้งอยู่ มีสํานักงานการบินไทย บางทีก็มีสํานักงาน การปิโตรเลียม แล้วก็ธนาคารจากประเทศไทยด้วย สถานทูตในประเทศเจริญแล้วก็ไม่ค่อย มีประเด็นปัญหาในเรื่องการจะส่งเสริมประเทศไทยในการทํางานในภาพรวมร่วมกัน แต่ประเทศที่มันอยู่ห่างไกลเหมือนกับอยู่ในดินแดนทุรกันดารของโลกนี่ก็มักจะเป็นแค่ ตัวสถานทูตหน่วยงานเดียวจากกระทรวงต่างประเทศ ไม่มีหน่วยงานอื่น ๆ ข้างเคียง สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๙๒/๑ แล้วก็งบประมาณในการส่งเสริมก็จะน้อย อาจจะอยู่หางแถวเสียด้วยซ้ํา เพราะว่างบส่งเสริม จะเป็นของบีโอไอ (BOI) ของกระทรวงพาณิชย์ ของกระทรวงการต่างประเทศ ของการท่องเที่ยว มันก็จะไปที่เมืองสําคัญ ๆ แล้วก็นครสําคัญ ๆ ของโลก ก็ถามบอกว่าสถานทูตในประเทศ ไกล ๆ ที่มักจะถูกลืมในแอฟริกา ในเอเชียกลาง หรือว่าลาตินอเมริกานั้น แล้วเขาจะอยู่ อย่างไร ผมอยากจะขอเสนอท่านประธานไปยังรัฐบาลถ้าเผื่อเป็นไปได้ อยากจะขอเสนอ ไว้เลยว่าอยากจะให้มีการจัดงบประมาณส่งเสริมให้กับสถานทูตที่อยู่ในดินแดนห่างไกล ไกลปืนเที่ยงสักสถานทูตละ ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ขอความกรุณารัฐบาล ช่วยพูดกับสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า ให้โรงงานต่าง ๆ ช่วยให้ตัวอย่างสินค้า แล้วก็ ช่วยออกเงินส่งเป็นสถานทูตละ ๑ คอนเทนเนอร์ (Container) ๔๐ ฟุต เอาสินค้า อุปโภคบริโภคที่เป็นที่ต้องการของต่างประเทศเหล่านี้ใส่เข้าไป สถานทูตเมื่อรับไปแล้ว ก็จะได้จัดงานแสดงสินค้ากึ่งประจําบางส่วนที่สถานทูตได้และบางส่วนก็ทําเป็นคล้าย ๆ กับ โมบาย (Mobile) คือเคลื่อนไปตามเมืองหลัก ๆ ของประเทศนั้น ๆ อันนี้ก็จะช่วยในการที่จะ แก้ประเด็นปัญหาของการถดถอยของการส่งออกไปยังประเทศขาประจําหรือคู่ค้าประจํา เช่น ในยุโรป ในอเมริกาเหนือ ในเอเชียแปซิฟิก แต่ยังมีประเทศที่มันห่างไกล แต่เขายัง ต้องการบริโภคแล้วก็อยากจะรู้จักสินค้าไทยและถ้าเผื่อเราช่วยให้สถานทูตเหล่านี้ประมาณ ๑๐-๑๕ สถานทูตได้ทํางานอย่างเต็มที่ใน ๓-๕ ปีข้างหน้า การกระจายสินค้าไทยไปทั่วโลก แล้วก็การส่งเสริมสินค้าออกของเรามันจะได้มีความต่อเนื่องและมีความยั่งยืน ขอเสนอท่านประธานเพื่อโปรดพิจารณาไว้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณท่านกษิต ภิรมย์ ครับ เป็นข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ กับประเทศชาติครับ จะได้นําเสนอท่านประธานเพื่อนําไปเข้าวิป (Whip) แล้วก็จะได้ พิจารณาดําเนินการต่อไปครับ มีสมาชิกท่านอื่นจะหารือไหมครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๙๒/๒

(ไม่มีสมาชิกขอหารือ)

วันนี้หมดระเบียบวาระการประชุมแล้ว ขอขอบคุณสมาชิกที่มาประชุมทุกท่าน และเจ้าหน้าที่ทุกคนครับ ผมขอปิดการประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๑๙ นาฬิกา