อลงกรณ์ พลบุตร ชี้แจงการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2552 พร้อมเรียกร้องให้มีความต่อเนื่องในการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน
ทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจได้นําเสนอ ๒ วาระปฏิรูปเร่งด่วนนะครับ ๒ ใน ๒๗ วาระเร่งด่วนที่สําคัญในวันนี้ ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของ ท่านสมาชิกที่จะได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นรวมทั้งชี้แนะชี้นํานะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๑๕/๑ แต่ว่าก่อนอื่นที่ท่านประธานอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเศรษฐกิจ กระแสใหม่ ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา พาดพิงถึงผม และเกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยตรง ผมจะเรียนอย่างนี้ครับว่าในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ สร้างสรรค์แห่งชาติคนแรกของประเทศ เมื่อปี ๒๕๕๒ สมัยนั้นคือรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีที่ปรึกษาคนสําคัญ คือท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน แล้วก็ผม เขาเรียกว่า ๓ อ ด้วยกัน ก็นําเสนอเรื่องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จนมีมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบและตั้งกรรมการนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ มีรัฐมนตรี ๑๐ กว่าท่าน แล้วก็มีผู้บริหารระดับสูง และภาคเอกชนเข้าไป ผมเป็นเลขานุการของกรรมการนโยบาย เศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธาน คณะกรรมการบริหารนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ จากนั้นมาคือการวางรากฐาน ครั้งที่ ๑ เรียกว่าวางรากฐานครั้งที่ ๑ ตอนนี้ท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ กับท่านปีติพงศ์ คณะกรรมาธิการ และ สปท. ของเรา กําลังวางรากฐาน ครั้งที่ ๒ ปี ๒๕๕๒ เป็นปีที่ ประเทศไทยได้ประกาศนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผมได้มีโอกาสรับเชิญไปบรรยาย ที่เจนีวา ให้กับที่ประชุมขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือไวโป (WIPO) แล้วก็ของ อังค์ถัด (UNCTAD) ก็คือที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการพัฒนาและการค้า ในข้อริเริ่ม ของประเทศไทยตอนนั้นและมีการสร้างกลไกขึ้นมาคือ กรรมการระดับชาติ และกรรมการบริหารระดับชาติ จากนั้นก็ได้ออกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี จัดตั้งสํานักงาน เศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติขึ้นมาเป็นครั้งแรกในประเทศไทยขึ้นกับสํานักนายกรัฐมนตรี และมีการตั้งกองทุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นซี้ดมันนี (Seed Money) เพื่อสนับสนุน ส่งเสริม ขณะเดียวกันเราก็ให้เกียรติรัฐบาลชุดก่อนของ ฯพณฯ ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้มีการตั้งองค์การมหาชน ที่เรียกว่าสํานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) โอเคเอ็มดี (OKMD) ที่ท่านได้กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้ ในโอเคเอ็มดี (OKMD) ก็จะมีหน่วยงานย่อยลงมา ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือว่าทีซีดีซี (TCDC) ก็เป็น ๑ ใน ๓ หรือ ๔ ๕ หน่วยงานในสังกัดของโอเคเอ็มดี (OKMD) ซึ่งเป็นองค์การมหาชน อยู่ในสํานักนายกรัฐมนตรีเช่นกัน ก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ส่งเสริมงานด้านการออกแบบ สปท. ๖/๒๕๖๐ นงลักษณ์ ๑๕/๒ สร้างสรรค์ ก็เป็นการทํางานต่อเนื่อง ต่อยอดในสิ่งที่ดีของรัฐบาลที่ผ่านมา เราก็เอามา สานต่อแล้วก็ต่อยอดสร้างให้เป็นโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ในการปฏิรูป ระยะที่ ๑ ตอนนั้น ได้มีการตั้งสํานักงานแล้ว มีการตั้งกองทุนแล้ว กองทุนก็ฝากไว้ที่ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๓๐๐ ล้านบาท ฝากอยู่ปีกว่าก็ไม่ได้ใช้สักบาทหนึ่ง หรือใช้ไปบ้างก็ไม่ทราบนะครับ แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วเราได้มีการจัดการประชุมเศรษฐกิจ สร้างสรรค์นานาชาติขึ้นเป็นครั้งแรกในโลกเมื่อปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ และรัฐบาลถัดมา ก็กรุณาจัดให้อีก ๑ ครั้ง หลังจากนั้นก็ไม่จัดอีกเลย นี่คือความไม่ต่อเนื่องเชิงนโยบายและ การบริหาร การเปลี่ยนผ่านของระบบเศรษฐกิจใหม่นะครับ ก็ต้องดูไว้เป็นตัวอย่าง เราจัดการประชุมนานาชาติภายใต้ความร่วมมือขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก แล้วก็ภายใต้อังค์ถัด (UNCTAD) ของสหประชาชาติ แล้วก็รวมถึงองค์กร เครือข่าย ภาคี เพื่อนฝูงเราในประเทศ อย่างประเทศเกาหลีตอนนั้นก็เพิ่งเริ่มต้นใหม่ ๆ ยังมีแค่แดจังกึม เขามีค็อกคา (KOCCA) ที่เป็นหน่วยงานลักษณะที่เป็นศูนย์ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นี่แหละครับ ก็ร่วมมือกัน หลายประเทศในอาเซียนมาดูงานที่เรานะครับ ตอนนั้นโชคดีว่าได้รัฐมนตรีอีกท่านหนึ่งที่ท่านช่วยสนับสนุนคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การต่างประเทศ คือ ท่านกษิต ภิรมย์ เพราะตอนนั้นจําเป็นอย่างยิ่งในการที่จะต้องอาศัย ความร่วมมือ แล้วเราจัดการประชุมนานาชาติเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เราโพซิชัน (Position) ไว้แข่งกับการประชุมดับบลิวอีเอฟ (WEF) ที่ดาวอส คือดาวอสเป็นการประชุมเศรษฐกิจโลก ที่ใหญ่ที่สุด ทรงอิทธิพลที่สุด แต่ว่าเป็นโมเดล (Model) เศรษฐกิจเก่า สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๑๖/๑ เราก็เลยวางว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศผู้นําของการสร้างเศรษฐกิจใหม่ก็คือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก็เลยจัดการประชุมที่กรุงเทพฯ ๒ ปีต่อเนื่อง และปีที่ ๓ ก็เปลี่ยนรัฐบาล ท่านก็ได้กรุณาจัดต่อ นอกจากนั้นแล้วเราได้คัดเลือก คัดสรรเมืองสร้างสรรค์ ครีเอทิฟซิตี (Creative City) ๑๐ เมืองเรียบร้อยแล้ว โดยกรรมการคัดสรรจากทั่วประเทศ ๗๖ จังหวัดขณะนั้น แล้วก็มีการคัดเลือก คัดสรร สร้างครีเอทิฟอะคาเดมี (Creative Academy) ตอนนั้นคลัสเตอร์ (Cluster) เรากําหนดไว้ ๑๕ คลัสเตอร์ (Cluster) ไม่ใช่ ๑๒ คลัสเตอร์ (Cluster) อย่างที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกําหนด ทั้งหมด ๑๕ คลัสเตอร์ (Cluster) แล้วก็เลือกได้ ๑๕ ครีเอทิฟอะคาเดมี (Creative Academy) มหาวิทยาลัยที่มีความเก่ง มีเอกลักษณ์ มีองค์ความรู้ทางด้านไหน เช่น การออกแบบ หรือเรื่องของการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการสร้างสรรค์ก็ดี ก็คัดเลือก มาได้ทั้งหมดได้ครบ ๑๕ กลุ่มครีเอทิฟอะคาเดมี (Creative Academy) แล้วครับ เพื่อที่จะ สานต่อสร้างองค์ความรู้กระจายไปทั่วประเทศ และยังมีโครงการเสริมสร้างแรงบันดาลใจ เรื่องของความคิดสร้างสรรค์มันต้องผสมด้วยแรงบันดาลใจ จึงได้มีรางวัลที่เรียกว่า พีเอ็ม ครีเอทิฟ อะวอร์ด (PM’s Creative Award) ท่านกลินท์คงทราบดีเพราะเป็นประธาน หอการค้าว่าเรามีรางวัลพีเอ็มอะวอร์ด (PM Award) ก็คือสินค้าส่งออกดีเด่น แต่ครั้งนี้ เราสร้างพีเอ็ม ครีเอทิฟ อะวอร์ด (PM’s Creative Award) ได้มีการจัดประกวดคัดเลือก คัดสรร ใน ๑๕ สาขา จนมอบไปได้เป็นครั้งแรก ดังนั้น การสร้างโครงสร้าง กระบวนการ ขับเคลื่อน รวมทั้งงบประมาณหลายพันล้านบาทใน ๒ ปีนั้นที่เราได้ขับเคลื่อนผ่านไปยัง ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ภาคภูมิปัญญาท้องถิ่นทั้งหลาย รวมทั้งอุตสาหกรรม สร้างสรรค์ใหม่ ๆ และความร่วมมือ ผมอยากให้สมาชิกและท่านกรรมาธิการลองเพิ่มเติม นิดหนึ่งเรามีเวลา เพราะว่าการเร่งรัดในเรื่อง ๒๗ วาระเร่งด่วนนั้น ภายใต้ ป.ย.ป. เรากําหนดระยะเวลาไว้ให้เสร็จภายในปี ๒๕๖๐ วันนี้มีแต่โมเดล (Model) ของเศรษฐกิจ กระแสใหม่ที่เราทําไว้ และหนึ่งในนั้นคือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และรวมทั้งเรื่องการท่องเที่ยว แบบยั่งยืน นั่นก็เป็นหนึ่งในฐานของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่จะเพิ่มรายได้แบบก้าวกระโดด ให้กับเรา เมื่อท่านกลินท์ได้พูดถึงรายได้ที่ทําให้ประเทศไทยของเรากระโจนขึ้นจาก อันดับ ๑๐ ของประเทศที่มีรายได้มากที่สุดในโลกในปี ๒๕๕๗ ซึ่งตอนนั้นก็แน่นอนครึ่งปีแรก สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๑๖/๒ มันก็เกิดเหมือนสงครามกลางเมืองกลาย ๆ แต่ว่าบ้านเมืองสงบสุขลง แต่เพียงปีเดียว มันสะท้อนให้เห็นว่าการปฏิรูปประเทศคืบหน้า ความสงบสันติของประเทศเป็นผลที่ ทําให้บรรยากาศของประเทศไทยนี้ทรงศักยภาพของเราในด้านการท่องเที่ยว เรากระโดดขึ้น จากอันดับ ๑๐ มาเป็นอันดับ ๔ ของโลก นี่ในแง่รายได้ แล้วดับบลิวทีทีซี (WTTC) คาดหมายเลยว่าภายในไม่เกิน ๑๐ ปีนี้ด้วยอัตราการเติบโตของรายได้ด้านท่องเที่ยวของเรา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ด้วยนะครับ เป็นภาคบริการจะก้าวสู่การเป็นอันดับ ๒ ของโลก จะแซงประเทศสเปนและประเทศจีนครับ เหลือเพียงประเทศอินเดียใช่ไหมครับ ที่ยังเป็นเบอร์ ๑ เพราะฉะนั้นการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครั้งนี้มันส่งผลอย่างแรงมาก และเป็นไปอย่างรวดเร็ว เพราะเรามีฐานศักยภาพเดิมที่ดี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าใน ๒ เรื่อง วันนี้ก็อยากจะเติมเต็มให้ท่านทราบว่าเฉพาะโมเดล (Model) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้เดินหน้าวางโครงสร้างอะไรมาแล้ว แล้วก็กลับไปย้อนดูว่าทําไมมติ ครม. ในปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ รวมถึงระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งกองทุนที่มีอยู่ มาตรการส่งเสริมการลงทุนในเรื่อง ๑๕ คลัสเตอร์ (Cluster) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งครอบคลุมถึงดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) ครอบคลุมของโซเชียลอีโคโนมี (Social Economy) ด้วย ครอบคลุมถึงไบโอเบสอีโคโนมี (Bio-based Economy) ด้วย คลุมมาหมดแล้วตอนนั้น เพราะมี ๑๕ คลัสเตอร์ (Cluster) แต่ตอนนี้เอาฐานของตัวอังค์ถัด (UNCTAD) เป็นฐาน ก็ไปเอาฝรั่งมาดู คือ ๑๒ สาขา ความจริงเรามีศักยภาพมากกว่าฝรั่ง ก็เป็น ๑๕ คลัสเตอร์ (Cluster) ก็เลยขอให้ข้อมูลเติมเต็มนะครับ เพราะถ้าพูดเรื่องนี้ พูดได้หลายชั่วโมง สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๑๗/๑ เพราะทําหน้าที่เป็นประธานบริหารนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติคนแรก ของประเทศไทย และทําอยู่ ๒ ปี จนกระทั่งประเทศอินโดนีเซีย ปี ๒๕๕๔ ประชุมอาเซียนซัมมิต (ASEAN Summit) ที่ประเทศอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ตอนนั้น ขอเอกสารทั้งหมดในนโยบายและ การดําเนินงานของรัฐบาล และรวมถึงผลการประชุมนานาชาติ ๒ ครั้ง เรื่องเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ที่ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวและประเทศแรกในโลกที่จัดขึ้น แข่งกับ ดับบลิวอีเอฟ (WEF) ตอนนั้น หลังจากนั้น ๖ เดือนประเทศอินโดนีเซียตั้งกระทรวง การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยให้รัฐมนตรีมารี ปังเกสตู ซึ่งตอนนั้น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ขอย้ายตัวเองไปเป็นรัฐมนตรีมันก็เลยเข้าเรื่องตรงนี้ว่า ทําไมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์จึงเป็นวาระที่ท่านประธานทินพันธุ์จับคู่มาเสนอ สปท. ในวันนี้ เพื่อดูความคืบหน้า ปัญหาอุปสรรคทั้งหลายทั้งมวล เขาปรับโครงสร้าง เขาตั้งกระทรวงใหม่เลย และวันนี้รายได้การท่องเที่ยวในอาเซียนด้านการท่องเที่ยว เรารองจากประเทศอินโดนีเซียเท่านั้นเอง ไม่ใช่รายได้นะครับ จํานวนนักท่องเที่ยว แต่เมื่อดูไซซ์ (Size) ประชากรแล้วสู้เราไม่ได้หรอก เราเล็กกว่าเยอะ เรา ๖๐ กว่าล้านคน ของเขาเกือบ ๓๐๐ ล้านคน นี่คือข้อมูลที่อยากให้ท่านสมาชิกได้เติมเต็มในฐานะที่เคย รับผิดชอบ แต่ว่าหลังจากนั้นมาการเมืองเรามีปัญหาเยอะมันก็เลยเป็นอุปสรรค ต่อการยกระดับ อัปเกรด (Upgrade) ประเทศ ผมเชื่อว่าแม้แต่รัฐบาลต่าง ๆ ที่ผ่านมา พยายามที่จะทําแต่ว่ามันมีอุปสรรค ไม่ต่อเนื่อง ครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่สุดแล้วนะครับ ก็ขอเชิญ ท่านสมาชิกอภิปรายท่านละไม่เกิน ๑๐ นาที แต่จะผ่อนปรนนะครับ เพราะว่าเราพิจารณา ๒ รายงานวาระสําคัญ ก็จะดูตามเนื้อหาสาระ ท่านแรกขอเชิญท่านอําพล จินดาวัฒนะ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ อดีตประธาน กรรมาธิการการปฏิรูปด้านสังคมและชุมชน ขอเชิญครับ