อําพล จินดาวัฒนะ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจอนาคตและการท่องเที่ยวยั่งยืน โดยเน้นย้ำถึงศักยภาพของประเทศไทยในการท่องเที่ยวและความจำเป็นในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจ อําพล จินดาวัฒนะ หารือเรื่องการท่องเที่ยวไทยที่มีความหลากหลายและไม่แพง โดยเน้นย้ำถึงจุดเด่นของไทย เช่น วัฒนธรรม ประเพณี ความเป็นไทย ความหลากหลายของอาหาร ความสะดวกสบาย เสรีภาพ และความไม่แพง และเรียกร้องการต่อยอดการท่องเที่ยวให้มั่งคั่งและยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง
ขอบพระคุณท่านประธานสภาครับ ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ต้องขออภัยเพื่อนสมาชิก เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็อภิปราย สัปดาห์นี้ก็อภิปราย เพราะผมคิดว่าเรากําลังคุยกันในเรื่องที่ มีคุณค่า มีประโยชน์ คุยกันแล้วก็การนํามาพิจารณาในกรณีที่พิจารณาผมคิดว่าเหมือนกับ สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๑๗/๒ พิจารณาซ้ํา แต่ที่จริงแล้วก็คือมาติดตามความคืบหน้า คราวที่แล้วผมเรียนไปแล้วก็คือ เป็นการสวดทุติยัมปิ มันอาจจะต้องมีตะติยัมปิอีกก็ได้ เพราะเรื่องมันยาวแล้วมันก็ต้อง พัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ วันนี้ทางท่านประธานได้ให้ทางคณะกรรมาธิการมาเสนอก็ทําให้ เห็นความคืบหน้า ท่านประธานได้เติมข้อมูลหลายเรื่องก็เห็นชัดว่าเรามีความคืบหน้า ไปในหลาย ๆ อย่าง ก็ดีใจที่เห็นความคืบหน้าเหล่านี้ กระผมขออนุญาตเรียน แสดงความคิดเห็นเป็นการเติมข้อมูล เป็นมุมมองที่จะเติม เพราะผมคิดว่าเรื่องนี้ยังต้องไป อีกไกล ผมขอพูดในประเด็นเรื่องเศรษฐกิจอนาคต เรื่องการท่องเที่ยวยั่งยืนเป็นหลัก คิดว่าเรื่องนี้พวกเราเห็นตรงกันอยู่แล้วล่ะครับ คนไทยเราเห็นว่าประเทศไทยเรามีศักยภาพ ในเรื่องการท่องเที่ยว ปัจจุบันโลกมันเปลี่ยนไปเป็นโลกยุคการเชื่อมโยง ซึ่งไม่ใช่โลก แบบเดิมแล้ว ไม่ว่าจะเชื่อมโยงเรื่องของบุคคล เรื่องของพื้นที่ เรื่องขององค์กร หรือเชื่อมโยง เสมือนจริง การเชื่อมโยงทําให้ผู้คนไปมาหาสู่ถึงกันหลากหลาย สะดวกสบาย ไม่มีข้อจํากัด หรือข้อจํากัดน้อยลงมาก เมื่อคืนผมเดินทางมากรุงเทพฯ โดยเครื่องบิน ท่านทั้งหลาย ก็จะเห็นว่ารอบข้างเราที่นั่งอยู่ด้วยกันนี่นักท่องเที่ยวเป็นส่วนใหญ่ การเดินทางไปมาหาสู่กัน นั้นมีมากมายหลากหลาย เพราะฉะนั้นเรื่องการท่องเที่ยวมันเป็นหัวใจของการพัฒนา เศรษฐกิจไม่ใช่ของเราคนเดียว ของทุกประเทศทั่วโลก เพราะฉะนั้นในประเทศเราก็น่าจะ มองในแง่ว่าเป็นโอกาสอย่างมากในการที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ผมดีใจที่ทาง สปท. เราได้ย้ําคําว่า อย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกันเราก็มีคู่แข่งมากมาย คนอื่นเขาก็ไม่ได้หยุด เรามีการพัฒนาข้อเสนอไป วันนี้ทางกรรมาธิการท่านมารายงานบางเรื่องก็คืบหน้า บางเรื่องก็อาจจะยังช้าอยู่ ไม่เป็นอะไรเราช่วยกันผลักกันต่อไป ผมคิดว่าเรามีจุดเด่นอยู่มาก ในเรื่องการท่องเที่ยวที่เราจะต่อยอดได้ วันนี้ถ้าเราพอใจในเรื่องตัวเลขในเรื่องของจํานวน นักท่องเที่ยวและรายได้อาจจะทําให้เราไปติดกับบุญเก่าของเรา ทางธุรกิจเขาบอกว่า ถ้ามีความสําเร็จให้ภูมิใจได้ไม่เกิน ๕ วัน หลังจากนั้นต้องคิดต่อยอดเลย เพราะฉะนั้นของเรา ก็คงคิดแบบนั้น
- ๑๘/๑ สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๑๘/๑ ท่านประธานพูดถึงจุดเด่นหลายเรื่อง ผมคิดว่าเมืองไทยเรามีเรื่องวัฒนธรรม ประเพณี ความเป็นไทย คนไทยมีการต้อนรับขับสู้ครับ เราไม่ดูถูกนักท่องเที่ยว คนต่างชาติ ไม่ใช่คนไทยเราก็ไม่ได้ดูถูก แต่บางทีเราก็เผลอไปทะเลาะกันเอง จริง ๆ แล้วเราใจกว้าง และใจดีครับ เมืองไทยเรามีภูมิประเทศ มีสิ่งแวดล้อม มีความหลากหลายหลายด้านมาก ท่านทั้งหลาย เพื่อนสมาชิก และทุกท่านก็จะเห็นว่าเราไปเที่ยวต่างประเทศเขาก็มี ความหลากหลาย ของเรามีความหลากหลายเยอะมากนะครับ อาหารคือสุดยอดของ ประเทศไทย ความหลากหลายแล้วก็หารับประทานได้ในราคาที่ไม่แพงตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่มีประเทศไหนในโลกเป็นแบบเรา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ความสะดวกสบาย เสรีภาพ มีนักท่องเที่ยวบางคนบอกมาประเทศไทยนี่คือมาแสวงหาเสรีภาพนะครับ ทําอะไรได้ เยอะมาก เสรีภาพเราเยอะ มีความหลากหลาย แล้วก็ไม่แพงครับ คําว่า ไม่แพง คือเขามาแล้วคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวระดับที่มีเงินมาก เงินกลาง เงินน้อย มาแล้วเขาคุ้มค่า สิ่งเหล่านี้คือจุดเด่นของเรา ทีนี้เราจะต่อยอดที่ท่านได้เสนอข้อเสนอไป เพื่อจะให้รัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ขับเคลื่อน ผมคิดว่าเราวางอยู่บนยุทธศาสตร์ที่ มองไปข้างหน้าคือต้องมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน คําว่า มั่งคั่ง คงจะต้องมั่งคั่งโดยทั่วกัน ถ้าการท่องเที่ยวเติบโตแต่คนที่เป็นธุรกิจข้างบนได้แต่คนข้างล่างเสีย ก็ไม่มั่งคั่งแล้วก็ จะไม่ยั่งยืน เพราะฉะนั้นการต่อยอดการท่องเที่ยวผมคิดว่าสิ่งที่ผมพูดนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เราคงคิดตรงกัน แต่ผมอยากจะถือโอกาสว่าถ้าเราได้คุยกันรอบสองอย่างนี้ก็จะเป็นการย้ํา ผมเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาเรื่องโรงแรมที่พัก การเข้าเมือง เรื่องความปลอดภัย เรื่องอะไร ต่าง ๆ เราต้องพัฒนามาตรฐานอีกมาก แต่ในขณะเดียวกันสุดท้ายผมจะไปย้ําในเรื่อง ของชุมชนท้องถิ่น พอดีผมมีบทบาทอยู่ในส่วนของการสร้างเสริมชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง ทั้งใน สปท. และใน สพฐ. ก็อยากจะไปย้ําในจุดนั้น ท่านเดินด้วยเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องท่องเที่ยว แต่ทั้งหมดนี้ถ้าไปสู่การทําให้ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง ให้คนข้างล่างเขาได้ มีโอกาสการท่องเที่ยวเราจะมั่งคั่งและยั่งยืน จะมีความมั่นคง แต่ที่จะไปแก้กฎเกณฑ์ กติกา ข้างบนผมเห็นด้วยต้องเดินหน้าต่อไป สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องทําอีกมากครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะยกตัวอย่าง การยกตัวอย่างก็เพื่อจะให้เห็นรูปธรรม การท่องเที่ยวมีเกาะ อาจจะยกตัวอย่างชื่อไปเลยก็ได้ เกาะเชจูที่ประเทศเกาหลีใต้ สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๑๘/๒ ครั้งหนึ่งเราได้ยินภาพลบมากในกรณีที่เรือล่มแล้วเด็กเขาเสียชีวิตมาก เขาแก้ปัญหาเรื่องนั้น เขาไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น แต่เขาดําเนินการส่งเสริมการท่องเที่ยวครบวงจรโดยเครื่องบิน หลายท่านคงจะทราบว่าเราไปประเทศเกาหลีใต้ ๔ วัน ๒ คืน เพราะนอนบนเครื่องบิน ๒ คืน ไปกลางคืน เป็นเช่าเหมาลํา รัฐบาลและเอกชน และชุมชนท้องถิ่นเขาบริหารจัดการ และมีทัวร์ (Tour) ไทยเป็นคนขายที่เมืองไทย ราคาถูกมากครับ ๑๐,๐๐๐ บาท บวก ลบ บางช่วงนั้น ๙,๐๐๐ กว่าบาท เขาครบวงจรเลยครับ เดินทางไปกลับสะดวก มีที่พักสะดวก อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ แล้วก็ไปในที่ต่าง ๆ ตามวงจรที่เขาจัดการ มีทั้งปีนะครับ ถูกมาก ผมได้มีโอกาสลองไปดูว่าเขาจัดการอย่างไร ปรากฏว่าเขาจัดการได้ดีมาก แน่นอนครับ บางส่วนก็ต้องไปซื้อสินค้าโน่นนี่นั่น ถ้าคนใจอ่อนก็ไปซื้อ ถ้าใจแข็งก็ต้องไปกับเขา เพราะเขาไม่ให้ออกนอกทัวร์ (Tour) ถ้าออกนอกทัวร์ (Tour) วันไหนเขาจะปรับ วงจรตรงนี้ รัฐเขาจัดการร่วมกับเอกชน ร่วมกับท้องถิ่นชุมชนได้ด้วยกันครับ คนเล็กคนน้อยก็มีโอกาส ได้ขายสินค้าได้อะไรในวงจรธุรกิจแบบนี้ ผมคิดว่าอันนี้ละครับคือการท่องเที่ยวที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นรูปธรรม ของเรานั้นการท่องเที่ยวถ้าจะเป็นกรุป (Group) แบบนี้จะยังอยู่ในมือ ของฝ่ายธุรกิจเป็นส่วนใหญ่ยังไม่ได้จัดการ ผมไปคํานวณดูแล้วเขาไม่น่าจะคุ้มทุนนะครับ แสดงว่าเขาได้มีการลดต้นทุนบางอย่างเพื่อจะให้มันหมุนแล้วก็สร้างชื่อขึ้นมา และทําได้ ตลอดปี แล้วเขาเลือกนักท่องเที่ยว ท่านทราบไหมครับว่าไกด์ทั้งหมดเป็นคนไทยแต่งตัวสวย หน้าตาดี พูดไทย แต่พูดให้กับการท่องเที่ยวของเขาทั้งหมด แสดงว่ามีการจัดการ อย่างเป็นระบบครับ ผมยกตัวอย่าง ๑ แห่ง
- ๑๙/๑ สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๑๙/๑ แห่งที่ ๒ ที่ประเทศญี่ปุ่น ผมไม่พูดถึงเพราะท่านทั้งหลายคงไปกันเยอะ ตอนนี้คนไทย ก็ไปเยอะ อาจจะแตะนิดเดียวครับ ไปขับรถขับเอง ทุกอย่างก็ทําได้สะดวกสบาย สามารถที่จะจองเอง ไปดําเนินการเอง แล้วมีความซื่อสัตย์อย่างสูง ใช้รถไม่ครบชั่วโมง กลับมาก่อนเวลาลดราคาให้ ทุกอย่างนี่สนับสนุนหมดนะครับ คราวนี้ประเทศญี่ปุ่น ผมอยากจะแตะนิดหนึ่งเพื่อจะไปสู่ในจุดที่ผมอยากจะเน้นคือชุมชน มีชุมชนบางแห่ง ที่มีชื่อเสียงระดับโลกเพราะนักท่องเที่ยวจะบอกกันต่อ ๆ และเขาใช้โซเชียลมีเดีย (Social media) บอกกันต่อ ๆ มีคนแนะนําผมจากการที่เขาไป เราก็เข้าไปในเว็บไซต์ (Web site) ของเขา เว็บไซต์ (Web site) ของเขาจัดการโดยชุมชน เป็นที่พักแบบดั้งเดิม อยู่ในโรงนา แล้วชุมชนหมู่บ้านนั้นที่ผมพูดก็คือชิราคาวาโกะ ซึ่งท่านอาจจะเคยไปแล้ว ผมไปเพื่อไปเรียนรู้ ทั้งหมดนี้เราสามารถจัดการตัวเองได้หมดเลย จะไปเมื่อไรจองได้ แล้วถ้าตรงไหนเต็มมันจะมีหมด ในนั้นเขาจะบอกว่าที่ไหนดี ที่ไหนไม่มี ทุกอย่างเดี๋ยวนี้ นักท่องเที่ยวที่มีความรู้พอสมควรเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ ไม่จําเป็นต้องไปกับกรุปทัวร์ (Group tour) เรื่องกรุปทัวร์ (Group tour) จะน้อยลง แต่แน่นอนตลาดมันใหญ่ แต่การท่องเที่ยวแบบหลากหลาย แบบท่องเที่ยวเอง ๓ คน ๕ คน ๗ คนไปกันเอง มากขึ้นเรื่อย ๆ เราจองผ่านเว็บไซต์ (Web site) ที่เป็นเกี่ยวกับเรียวกังทั้งหมด เสร็จแล้ว เวลาไปก็ขึ้นรถไฟไปต่อรถเมล์ ข้อมูลข่าวสารเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้แต่สามารถสื่อสาร กันได้ พอไปถึงก็เข้าไปที่บ้าน ก็มีป้าที่มารับพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย มีกระดาษมาให้เรา แผ่นหนึ่งว่าเวลาต่าง ๆ จัดการอย่างไร พอถึงเย็นมีลุงมาจุดไฟควันโขมงเลย ย่างปลาให้เรากิน แบบดั้งเดิม แต่ไปดูในครัวเขานะครับ ครัวเขามีเครื่องใช้ไม้สอยที่เป็นครัวแบบไฮโซ มีแบบใช้สะดวกสบายมากครับ ทุกอย่างมีการดําเนินการเป็นระบบ พูดภาษาอังกฤษ กับเราไม่ได้แต่จัดการได้ แพงนะครับสิ่งเหล่านี้ ผมเห็นชัดเจนว่านี่คือการท่องเที่ยว ๔.๐ จริง ๆ เขาผนวกกับเทคโนโลยี ผนวกการจัดการ ผนวกกับวงจรทั้งหมด แล้วเอาไปเข้าระบบ สาธารณะที่มันมีการเดินทางโดยสาธารณะ ซึ่งไม่จําเป็นที่จะต้องมองแค่กรุปทัวร์ (Group tour) ถ้าประเทศเราไปในจุดนี้หมายความว่าเราต้องส่งเสริมอีกหลายเรื่อง การเดินทางสาธารณะเป็นอย่างไร วันก่อนผมลงเครื่องบินที่สนามบินเชียงใหม่ ก็มีนักท่องเที่ยวมาถามว่าจะไปขึ้นรถสาธารณะไปขึ้นตรงไหน ไม่ใช่เรื่องทัวร์ (Tour) สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๑๙/๒ คณะใหญ่อย่างเดียวครับ ถ้าเราไปแบบนี้เราจะไป ๔.๐ แล้วจะล้ําหน้า เพราะคนที่เขา มาเที่ยวเมืองไทยจะเริ่มมีความหลากหลายในลักษณะนี้มากขึ้น สัญญาณจราจร ป้ายจราจร การเช่ารถ การเดินทางเป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้จะมีคุณค่ามากขึ้น แต่พอเราหันกลับ ไปดูที่ปายของเรา ทุกอย่างมันเหมือนที่อื่นไปหมดแล้วปายขณะนี้ คนข้างนอกไปขุดบ่อกักน้ํา เพราะน้ํามันจะขึ้นก็ไปจัดการ คนข้างในไม่ค่อยได้เลยครับ มีถนนคนเดินก็ถนนคนเดิน เหมือนกันทุกที่ในประเทศไทย ถ้าท่านไปเกาะหลีเป๊ะท่านจะเห็นถนนคนเดินมีอาหารการกิน เหมือน ๆ กัน ความหลากหลายและความลึกที่ลงไปในระดับชุมชนเข้มแข็งที่เป็นฐานราก ที่เราอยากจะทําเศรษฐกิจฐานรากผนวกกับเรื่องนี้ ผมคิดว่านี่คือเรื่องใหญ่ที่เราจะต้องคิดกัน แล้วก็ออกแบบ แล้วสนับสนุนการมีส่วนร่วมที่หลากหลายครับ ท่านประธานครับ ขออนุญาต อีกนิดเดียว ไปที่บ้านจํารุง ที่อําเภอแกลง จังหวัดระยอง เวลาเราไปพูดระยองในระดับ พวกเราเวลาไปเที่ยวเราจะนึกถึงโรงแรมใหญ่ ๆ ทั้งนั้นแหละครับ แต่มันจะมีคนอีกส่วนหนึ่ง ที่เขาไปเที่ยวที่บ้านจํารุงเป็นโฮมสเตย์ (Homestay) คืนหนึ่ง ๑๐๐ กว่าบาทเองครับ เจ้าของบ้านได้ ๗๐ บาท ค่าอาหาร ๔๐ บาท ให้กองกลาง ๑๐ บาท มีการทําชุมชน น่าอยู่มาก แล้วคนไปที่นั่นได้เรียนรู้เรื่องชุมชนเข้มแข็ง เขามีมหาวิทยาลัยบ้านนอกที่นั่น เขาดําเนินการ ผู้นําชุมชนและคณะต่าง ๆ ดําเนินการ สิ่งเหล่านี้เราคงจะต้องส่งเสริมให้มาก ชุมชนท้องถิ่นจะเข้มแข็งด้วยการท่องเที่ยวที่เป็นเรื่องของยั่งยืนและสร้างสรรค์ พอพูดอันนี้จะเห็นว่ามันสัมพันธ์กัน ท่านขึ้นด้วยเศรษฐกิจแต่จริง ๆ แล้วมันต้องไปในเรื่อง ของการมีส่วนร่วมของชุมชน และชุมชนเข้ามาเป็นเจ้าของ เจ้าภาพ สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๒๐/๑ มี ๓ คนสามารถจัดการทัวร์แล้วเงินเข้าทุกวันครับ ราคาแพงด้วย คนไปก็มีความสุขมาก กับการที่ได้ไปสัมผัสแบบนั้น แต่จะจัดการได้อย่างไรครับ ภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ อายุก็มากแล้ว แสดงว่าต้องมีการจัดระบบที่ดี ถ้าเราไม่จัดการตรงนี้คนข้างนอกจะเป็นคนจัดการเหมือนที่ แม่กําปองในปัจจุบัน ถ้าท่านไปแม่กําปองพอมันดังขึ้นมาคนในชุมชนเกือบไม่ได้อะไรเลย คนข้างนอกไปซื้อที่ ไปทําร้านกาแฟ ไปทําบ้าน ไปทําเป็นแบบโฮมสเตย์ (Homestay) ของคนข้างนอกทั้งนั้นเลยจะยั่งยืนได้อย่างไร เพราะฉะนั้นอันนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่า ทําอย่างไรครับ ส่งเสริมให้เขาเป็นเจ้าของครับ วิสาหกิจเพื่อสังคมเข้ามาได้ไหมครับ ส่งเสริมให้เขาทําวิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งพูดด้วยวาจาคงไม่ได้ เขาก็ต้องไปขออนุญาต ไปทําอะไรไม่เป็นหรอกครับ เราจะต้องมีกลไกเข้าไปหนุนเสริมเพิ่มศักยภาพตรงนี้เขา ถ้าเขาจัดการไม่เป็นไม่รู้วงจรคนอื่นเอาไปกินหมด เศรษฐกิจอาจจะดีขึ้นจากการท่องเที่ยว แต่มันไม่ได้ยั่งยืนในข้างล่างครับ ผมกราบเรียนทั้งหมดนี้เห็นด้วยกับท่านที่ท่านทํา ชื่นชมและยินดีครับ แล้วก็ดีใจที่เห็นว่าหลายเรื่องรัฐบาลได้ขยับไป หลายเรื่องยังไม่ได้ขยับ คงต้องใช้เวลาในการทํางานร่วมกันต่อไป แต่ทั้งหมดนั้นผมอยากจะกราบเรียนฝากว่า ถ้าอยากจะให้มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืนด้วยกัน ก็คือจะต้องไปเน้นที่ชุมชนฐานราก แล้วเขาจะ รักษาทรัพยากร สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ประเพณี เขาจะไม่ทําลาย จะเป็นการท่องเที่ยว ที่ยั่งยืน ไม่ใช่เอาเงินมากเข้าว่า เมื่อสักครู่ผมยกตัวอย่างบ้านจํารุงราคาถูกเหลือเกิน แต่เขาได้เรื่อย ๆ แล้วเขาก็พอใจ เพราะฉะนั้นถ้าเราส่งเสริมอันนี้ให้เต็มแผ่นดิน คือความงาม ความหลากหลายที่เรามีอยู่เต็มแผ่นดิน เรามีปัญหาเรื่องการจัดการและการสร้างศักยภาพ หรือปลดปล่อยศักยภาพเขา ที่ผ่านมาเรามักจะคิดอยู่ข้างบน แล้วก็คนข้างบนจัดการ เมื่อเป็นอย่างนั้นก็ไปเข้าสู่ระบบธุรกิจใหญ่ข้างล่างก็จะเติบโตได้ยาก ผมก็กราบเรียน เป็นการที่เพิ่มจุดเน้น แต่ผมเห็นด้วยกับท่าน แล้วก็ยินดีที่จะสนับสนุน แล้วก็ช่วยกันผลักดัน ขับเคลื่อนกันต่อไป กราบขอบพระคุณครับ