สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๐

ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา หารือเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการปฏิรูปประเทศ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการผลักดันและสนับสนุนเศรษฐกิจประเภทนี้เพื่อการพัฒนาประเทศ โดยเสนอแผนการสร้างย่านสร้างสรรค์บนฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และเรียกร้องให้รัฐสนับสนุนการเงินและสร้างกลไกในการดำเนินการ

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ผม นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา สปท. ลําดับที่ ๙๙ ในฐานะ ประธานอนุกรรมาธิการเศรษฐกิจกระแสใหม่ หรือที่ทางฝ่ายรัฐบาลได้ตั้งชื่อว่าคณะกรรมการ เศรษฐกิจอนาคต ใน ๒๗ วาระ ที่จะมีการเร่งรัดและส่งเสริม ขอเรียนว่าการปฏิรูประบบ เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นเรื่องหนึ่งใน ๔-๕ เรื่อง ซึ่งคณะอนุกรรมาธิการเศรษฐกิจกระแสใหม่ ได้นําเสนอทาง สปท. ไปแล้ว แล้ว สปท. ก็ได้นําเสนอผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ไปยังรัฐบาล เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนต่าง ๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เนื่องจากมีการจัดตั้ง หน่วยงานต่าง ๆ ขึ้นมาดูแลในเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจ และในเรื่องของการพัฒนา สังคมและอื่น ๆ ตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด อยากจะขอเรียนเป็นการเบื้องต้นว่า ในร่างรัฐธรรมนูญที่เรามีอยู่ ในหมวด ๑๘ เรื่องการปฏิรูปด้านเศรษฐกิจ มาตรา ๒๕๘ (๒) บอกว่า รัฐต้องสร้างกลไกเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการนําความคิดสร้างสรรค์ สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๑๐/๒ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งหมายความว่าแม้ในรัฐธรรมนูญ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็เป็นหนึ่งในกระบวนการซึ่งระบุไว้ชัดเจนว่าจะต้องนํามาขับเคลื่อน ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจให้ได้ ซึ่งเศรษฐกิจส่วนนี้ก็จะเน้นเรื่อง การบริการ อย่างท่านสถิตย์ ซึ่งเป็นประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ได้กล่าวนําไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว ซึ่งก็จะทวีความสําคัญให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจ มากขึ้นเรื่อย ๆ สําหรับเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กําหนดไว้ถึง ๑๒ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝีมือหัตถกรรม ศิลปะการแสดง ทัศนศิลป์ ดนตรี ภาพยนตร์ และวีดิทัศน์ การพิมพ์ การกระจายเสียง การทําซอฟต์แวร์ (Software) การโฆษณา การออกแบบ สถาปัตยกรรม และแฟชั่น ซึ่งทั้งหมดนี้ครอบคลุมงานหลายฝักหลายฝ่าย มีกระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจเกี่ยวข้องมากมาย การที่จะผลักดันเรื่องนี้กระผมคิดว่า ก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ง่าย แต่ว่าก็เป็นเรื่องที่จําเป็นจะต้องดําเนินการต่อไป สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๑๑/๑ เพราะว่าเศรษฐกิจประเภทนี้มีความสําคัญทั้งโครงสร้างส่วนบน ก็คือหน่วยราชการ องค์กรรัฐวิสาหกิจ ธุรกิจใหญ่ ๆ เล็ก ๆ ทั้งหลาย ในขณะเดียวกันก็เป็นการที่จะ นําขีดความสามารถทางด้านการออกแบบ ขีดความสามารถในการนําจินตนาการ ทุนทางสังคมของคนไทยในชนบทมาช่วยทําให้รายได้ของชนบทและชุมชนในชนบทดีขึ้น เช่นในเรื่องที่ได้พูดไปแล้วเมื่อกี้นี้ ก็คือเรื่องของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เป็นต้น มูลค่าเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการ การออกแบบต่าง ๆ เหล่านี้จะทําให้โอกาสของ ผู้ที่อยู่ในชนบทหรืออยู่ในเซกเตอร์ (Sector) เกษตรหรือเซกเตอร์ (Sector) ที่ล้าหลังอื่น ๆ สามารถที่จะเพิ่มรายได้ของตนเองขึ้นมาได้ ซึ่งในการศึกษาของกระทรวงการคลัง โดยสถาบันของกระทรวงการคลังเองคิดว่าในช่วงระยะเวลา ๑๕ ปีอาจจะเติบโตได้ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ คือเพิ่มรายได้ของคนเหล่านั้นขึ้นอีก ๒๕ เปอร์เซ็นต์จากการออกแบบ การใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาอุตสาหกรรม หรือการพัฒนาผลผลิตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งในส่วนที่เป็นโครงสร้างส่วนบนและส่วนที่เป็นโครงสร้างส่วนล่าง ผมขอเรียนว่าในส่วนของเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เนื่องจากรัฐธรรมนูญได้มีการพูดไว้ชัดเจน ว่าเศรษฐกิจในมาตรา ๒๕๙ ได้กําหนดว่าในกฎหมายที่ว่าด้วยการจัดทําแผนและขั้นตอน การดําเนินการปฏิรูปประเทศต้องเริ่มต้นภายใน ๑ ปีหลังจากที่รัฐธรรมนูญกําหนด ซึ่งก็หมายความว่าเรามีเวลาไม่มากนัก แล้วก็จะต้องทําให้ผลปรากฏขึ้นในช่วงระยะเวลา ๕ ปี ดังนั้นในการนําเสนอของพวกเราอาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เพราะว่า เดิมนั้นเมื่อเราได้ดูเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รัฐธรรมนูญยังไม่ได้มีการกําหนดชัดเจน ในลักษณะนี้ ฉะนั้นในสไลด์ต่อไปก็จะชี้ให้ดูว่าความคลาดหวังของเราในระยะเวลา ๑ ปี ตามรัฐธรรมนูญ และในระยะเวลา ๕ ปีตามรัฐธรรมนูญจะพยายามให้เกิดอะไรขึ้น ในระยะ ๑ ปีทางฝ่ายที่ทําเรื่องนี้ก็อยากให้เกิดหน่วยงานที่รับผิดชอบที่จะจัดให้มีการส่งเสริม และพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ คือหมายความว่ามีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน

เรื่องที่ ๒ เมื่อมีผู้รับผิดชอบแล้ว เนื่องจากมีผู้ที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง ไม่ว่าจะกระทรวงวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุตสาหกรรม และอื่น ๆ เราก็คาดหวังว่ากลไกเพื่อขับเคลื่อนแล้วก็ผลักดันวาระการปฏิรูปเศรษฐกิจ ต้องเกิดขึ้นแล้วก็เป็นรูปธรรม สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๑๑/๒

เรื่องที่ ๓ คือใน ๑ ปีแผนพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระยะเวลา ๕ ปี จะได้รับการขับเคลื่อนแล้วก็เริ่มโดยหลายหน่วยงานมาร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

เรื่องที่ ๔ ที่เป็นรูปธรรมจริง ๆ ก็คือว่าจะต้องมีย่านสร้างสรรค์ที่เจริญกรุง เดี๋ยวผมจะเรียนว่าทําไมถึงที่เจริญกรุง ซึ่งจะทําให้เป็นแหล่งเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ แล้วก็มีพื้นที่อื่น ๆ ที่ตามมา ในระยะ ๕ ปีเราก็คิดว่าถ้าการดําเนินการ ในระยะแรกคือ ๑ ปีสําเร็จ สิ่งที่คาดหวังก็คงมีแผน มีดัชนีการชี้วัดว่าเราได้มีความเจริญ ทางด้านนี้ไปแค่ไหน อย่างไร กรุงเทพฯ น่าจะมีชื่อเสียงเพิ่มเติมเป็นเมืองที่สร้างสรรค์ เป็นที่ยอมรับของสากล

เรื่องที่ ๕ ก็คือขยายงานสร้างสรรค์ไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ขณะนี้มีแห่งเดียว ที่อยู่ในภูมิภาค คือที่จังหวัดเชียงใหม่ สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๑๒/๑

และเรื่องสุดท้ายก็คืออย่างที่ผมกราบเรียนไว้เมื่อกี้ว่าผู้ประกอบการ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ทั้ง ๑๒ รายการ น่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการสร้างสรรค์ของคนไทย และการสร้างสรรค์ของคนที่มาจากต่างประเทศที่มาทํางานในเมืองไทยให้มากที่สุด ทีนี้ถามว่าตอนที่เสนอสภาในคราวที่แล้วหลักที่ผ่านการพิจารณาเอาเฉพาะหลัก ๆ มีอะไรบ้าง

หลักที่ ๑ ก็คือปรับปรุงศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบให้เป็นสํานักงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เดิมศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเป็นหน่วยเล็ก ๆ หน่วยหนึ่ง ในองค์การมหาชน แต่ว่าขณะนี้ก็ได้ขอในการประชุมชี้แจงที่นี่ว่าขอให้ยกระดับสํานักงานนี้ ให้เป็นองค์การมหาชนเพื่อจะได้ขับเคลื่อนงาน

หลักที่ ๒ ก็คือจัดทําแผนปฏิบัติการด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนพัฒนา เศรษฐกิจสร้างสรรค์ แผนพัฒนาย่านสร้างสรรค์ต่าง ๆ เพื่อให้การพัฒนาในเรื่องนี้เกิดขึ้น จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ได้ดําเนินการมานานพอสมควรแล้ว ขออนุญาตเรียนว่าตอนสมัยที่ ท่านประธานเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่องนี้เฟื่องฟูมากพอสมควร แต่ว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงก็เบาลง แล้วเราคิดว่าการจัดทําแผนใหม่น่าจะเป็นเครื่องที่ กระตุ้นให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตามความต้องการของสังคมได้มากขึ้น

และหลักที่ ๓ ที่เสนอไปในคราวที่แล้วก็คือการดําเนินการโครงการ ย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง เพื่อเป็นต้นแบบของย่านสร้างสรรค์ในกรุงเทพฯ สําหรับงานที่ ได้ทําไปแล้วก็มีความสําเร็จไปมากพอสมควรสําหรับงานนี้ เพราะว่าเราได้พยายามผลักดัน ทุกวิถีทาง และ สปท. โดยท่านประธานและท่านรองประธานได้พยายามช่วยกันผลักดัน เรื่องนี้ไปมากพอสมควร

เรื่องแรก พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งได้ผ่านการพิจารณาของอนุส่งเสริม องค์การมหาชนไปแล้ว ซึ่งก็หมายความว่าที่เหลือก็เป็นเพียงขั้นตอนในการที่จะนําเสนอ คณะรัฐมนตรี และเนื่องจากเป็นกฎหมายของฝ่ายบริหารก็จะประกาศใช้แล้วก็จะมีผลทันที อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าทาง กปร. จะนําเสนอ ครม. เมื่อไร

เรื่องที่ ๒ เดิมศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบตั้งอยู่ที่ตึกเอ็มโพเรียม แต่ว่าตอนหลังรัฐบาลเห็นว่าเพื่อลดค่าใช้จ่าย แล้วก็เพื่อที่จะมีสถานที่ที่ดูขลังและน่าจะอยู่ สปท. ๖/๒๕๖๐ สมร ๑๒/๒ ในใจกลางของพื้นที่ที่ควรจะมีการสร้างสรรค์ เราก็ได้ทําการย้ายที่ทําการไปยังไปรษณีย์กลาง ที่เจริญกรุง ท่านคงจําได้นะครับ ตึกของไปรษณีย์กลางเป็นตึกโบราณสวยงามมาก เดิมนี่จะให้ทางภาคเอกชนใช้ แต่ว่าเราก็ไปขอให้ทางกรมไปรษณีย์ได้ให้ศูนย์สร้างสรรค์ การออกแบบไปใช้แทนในส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมด ซึ่งก็ทําให้มีการโยกย้ายแล้วคาดว่า จะเปิดบริการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๐ เป็นต้นไป เพื่อที่จะเป็นแหล่งที่จะบ่มเพาะ ศูนย์รวมของนักสร้างสรรค์และผู้ประกอบการทางด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ได้ในย่านนั้น อันนั้นก็เป็นเหตุผลว่าทําไมเราถึงใช้เจริญกรุงเป็นย่านสร้างสรรค์อันหนึ่ง

เรื่องที่ ๓ ที่ทําไปสําเร็จแล้วแต่ยังต้องการการผลักดัน ก็คือว่าเราได้ มีการนําเสนอแผนและมาตรการไปแล้ว ในขณะนี้แผนและมาตรการต่าง ๆ เนื่องจาก มีการปรับโครงสร้างของรัฐบาล มีการปรับโครงสร้างของ ป.ย.ป. แล้วก็ศูนย์ขับเคลื่อนต่าง ๆ ก็ทําให้เรื่องนี้ยังลอย ๆ อยู่ ยังไม่สามารถที่จะกําหนดไว้ชัดเจนว่าผู้ที่จะดูแลเรื่องการผลักดัน คือใคร อย่างไร ท่านลองแยกดูว่าศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบเป็นกลไกที่จะดําเนินการ แต่เนื่องจากมันผูกพันกันหลายฝ่ายต้องมีใครสักคนหนึ่งจัดทําแผน แล้วก็ส่วนราชการต่าง ๆ รัฐวิสาหกิจ องค์กรต่าง ๆ ต้องดําเนินการตามแผนนั้น ซึ่งตรงนี้เราทําแผนไว้แล้ว แต่ว่ายังขับเคลื่อนไม่ไป สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๑๓/๑

เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องแผนการดําเนินงานที่เจริญกรุง เป็นเรื่องซึ่งจะต้อง พยายามให้เกิดให้ได้ แต่กลไกที่จะมาช่วยเหลือทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนงานต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าของสถานที่ เอกชนซึ่งย้ายเข้าย้ายออกเป็นจํานวนมากในขณะนี้ ก็ยังเป็นปัญหาอยู่ เพราะฉะนั้นต้องยกระดับแผนอันนี้ขึ้นเป็นแผนที่รัฐบาลต้องเข้าไป เกี่ยวข้องเพราะว่าผูกพันกับหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องภูมิทัศน์ของแม่น้ําเจ้าพระยาก็ดี เรื่องของการเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในสถานะที่เป็นผู้สร้างสรรค์ก็ดี

ปัญหาอุปสรรคก็อย่างที่เรียนไปแล้ว ก็คือว่าขณะนี้กลไกอื่น ๆ ลงตัวหมดแล้ว ยกเว้นกลไกในการขับเคลื่อนซึ่งเป็นระดับสูง ซึ่งอันนี้เราก็มีข้อเสนอนะครับ

อันที่ ๒ ก็คือเนื่องจากไม่มีกลไกเช่นว่านี่การสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ในย่านสร้างสรรค์ที่เจริญกรุงก็เลยยังช้าอยู่

สําหรับข้อเสนอของเรามีเพียง ๒ ข้อในชั้นนี้ ข้อแรกก็คือเดิมนั้นเราเคยเสนอ ว่ามีคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้ แต่ว่าในฐานะที่ผมเคยทํางานในรัฐบาล ผมเห็นว่ากลไก ที่น่าจะดีที่สุดในขณะนี้ก็คือระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ที่จะสร้างกรรมการขึ้นชุดหนึ่ง เพื่อจะดูแลเรื่องเหล่านี้ให้เป็นไปให้ได้ ซึ่งระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีก็เป็นกลไกชั่วคราว กลไกชั่วคราวนี่เมื่อดูเรื่องแผนประสานงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็อาจจะต้องมีการยกระดับ มาเป็นกฎหมายหรืออย่างอื่นตามที่สถานการณ์จะเป็นไป

ข้อที่สองก็คือคงจะต้องยกระดับการดําเนินการย่านสร้างสรรค์ ให้เป็นรูปธรรมให้ได้โดยใช้กลไกนี้แหละ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา เรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงาน เรื่องการดูแลความสะอาดก็เป็นเรื่องของ กทม. เรื่องของคนอื่น ซึ่งคิดว่าถ้ามีกรรมการที่ดูแลตามแผนที่เสนอไปแล้ว แต่ยังไม่ก้าวไปถึงไหน ก็จะทําให้ มีการดําเนินการซึ่งเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

สําหรับระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีก็เพียงแต่ว่าร่างมาคร่าว ๆ ว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้เป็นประธาน แล้วก็มีผู้เกี่ยวข้องทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชน เราหวังว่าภาคเอกชนจะให้มาก ๆ หน่อย แล้วก็มีศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ หรือที่เรียกว่าองค์การมหาชนใหม่นี่เป็นฝ่ายเลขานุการ คล้าย ๆ กับเป็นแอดฮอกคอมมิตตี (Ad hoc Committee) ที่สามารถที่จะสร้างแผน สปท. ๖/๒๕๖๐ ธมนธรณ์ ๑๓/๒ แล้วก็กํากับการดําเนินงานของหน่วยงานได้ เรื่องของอํานาจหน้าที่ก็อย่างที่เรียนไว้ ก็จะมีเรื่องการกําหนดนโยบาย ทําแผน ทํากิจกรรม กํากับดูแล แล้วก็ปฏิบัติงานอื่น ซึ่งถ้ากลไกอันนี้เกิดขึ้นศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบก็จะเป็นหน่วยประสานงาน เป็นซีเครตแทเรียต (Secretariat) เป็นเลขานุการให้กับหน่วยงานนี้เพื่อดําเนินการต่อไป

ทีนี้ย่านสร้างสรรค์ซึ่งเราเน้นนักเน้นหนาก็มีเหตุผลอยู่ ๓-๔ ประการว่า ทําไมถึงเอาเจริญกรุง เพราะว่าแถวนั้นในบริเวณรอบ ๆ ที่หน่วยงานย้ายไป ที่ไปรษณีย์กลาง บางรัก ก็มีธุรกิจหลายอย่าง มีโรงแรมที่มีชื่อเสียง มีพื้นที่ประวัติศาสตร์ เช่น บริษัทเอเชียทิก ที่มาตั้งครั้งแรกของเมืองไทย มีแหล่งร้านอาหารเป็นแหล่งของศาสนา ทั้งพุทธ คริสเตียน แล้วก็มุสลิม มีแหล่งผลิตเรือนของเพชรและทองต่าง ๆ แล้วก็มีพื้นที่ที่ดูดีมากมาย ซึ่งเราก็สามารถที่จะไปดําเนินการให้เป็นแหล่งสร้างสรรค์ได้ สําหรับแผนคร่าว ๆ สําหรับแหล่งสร้างสรรค์ก็จะมีส่วนประกอบซึ่งไม่ได้มีการลงทุนมาก สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๑๔/๑ แต่ว่ามีการเชื่อมโยงระหว่างทางภาคเอกชนกับทางภาครัฐ และหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารหลายแห่งแถวนั้น ให้ช่วยกันสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้ได้ เช่น ของไปรษณีย์เองอยากให้มีอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่เร็วมากในพื้นที่เหล่านั้น เพราะว่า คนออกแบบก็ดี คนทํางานทางด้านของครีเอทิวิตี (Creativity) ก็ดี ต้องใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) เป็นส่วนใหญ่ มีการปรับปรุงถนน ท่านที่เคยไปต่างประเทศมาก็คงเห็นว่า หลายแห่งมีถนนคนเดิน แถวนั้นเป็นถนนคนเดินที่น่าสนใจมาก ผมเคยไปเดินมา ๒-๓ รอบแล้ว มีเรื่องที่น่าดูแล้วก็น่าสนใจมาก

อันที่ ๓ ก็อาจจะจัดให้มีเรื่องของสิ่งที่เรียกว่าโคเวิร์กกิงสเปซ (Co-working Space) คือหมายความว่าพื้นที่ที่นักสร้างสรรค์กับผู้ลงทุนจะมาเจอกัน แล้วก็ทํางานที่ครีเอทิฟ (Creative) เข้าด้วยกัน และนอกจากนั้นรัฐก็อาจจะเสนอรูปแบบ ของการดําเนินการทางด้านการไฟแนนซ์ (Finance) หรือว่าการช่วยเหลือทางการเงิน ได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะที่เชิญมาทําฟินเทค (FinTech) หรือว่าลักษณะที่จะมา ลดภาษีบางแห่งได้ ซึ่งกลไกในการทําเช่นนั้นก็ทําได้หลายแบบ เช่น ถ้าจะใช้พระราชบัญญัติ ผังเมืองก็ออกเป็นพื้นที่ที่เป็นผังเฉพาะ เพื่อจะเสริมสร้างเรื่องพวกนี้ หรือว่าจะประกาศ เป็นพื้นที่พิเศษอย่างไรก็ได้ ซึ่งอันนี้ถ้าเผื่อมีคณะกรรมการขึ้นมาก็จะสามารถดําเนินการได้ เรื่องนี้เราจึงขอเรียนว่าในช่วงระยะเวลา ๑ ปี มีแค่ ๒ เรื่องที่เหลืออยู่เรื่องอื่นทําไปหมดแล้ว ก็คือ ๑. ต้องมีคณะซึ่งแต่งตั้งโดยระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีขึ้นมารัน (Run) เรื่องนี้ อย่างจริง ๆ จัง ๆ เสียที อันที่ ๒ คงจะต้องยกระดับโครงการเบื้องต้นที่สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ ที่หลายประเทศเขาได้ทํากัน แล้วก็ไม่เสียเงินเสียทองอะไรมากมาย เพียงแต่ว่าความร่วมมือ เป็นสิ่งที่จําเป็น ผมลืมเรียนไปว่าเราเคยไปพรีเซนต์ (Present) งานเรื่องนี้ที่ประเทศเยอรมนี แล้วก็ปรากฏว่าเราได้รับรางวัล ได้รับคําชมเชยในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ในแถวนั้น แล้วเราก็ได้คิกออฟ (Kick off) งานเรื่องพวกนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่า รัฐบาลนี้คงจะต้องตั้งกลไกขึ้นมาช่วยผลักดันให้ได้เท่านั้นเอง

เรียนสรุปว่าเรื่องอื่น ๆ เราทําเกือบเสร็จหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแผน การย้ายสํานักงาน การตั้งสํานักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แต่ส่วนที่เหลือนี้ก็มีอยู่เพียง ๒ เรื่อง ก็คือเรื่องการสร้างกลไกที่จะผลักดันร่วมกันระหว่างส่วนราชการกับหน่วยงาน สปท. ๖/๒๕๖๐ ณิชากร ๑๔/๒ ที่เป็นเลขานุการ และเรื่องของการที่จะช่วยกันยกระดับให้กรุงเทพฯ เป็นกรุงเทพฯ เมืองสร้างสรรค์ โดยการสร้างย่านแห่งแรกในประเทศไทย ท่านเพื่อนสมาชิกครับ ริมแม่น้ํา เจ้าพระยาฝั่งนี้ ทางปลายริมแม่น้ําเจ้าพระยาไปจะมีคล้าย ๆ กับสวนสนุกและที่เที่ยวปกติ เยอะมาก ฝั่งตรงข้ามของพื้นที่ย่านสร้างสรรค์กําลังจะสร้างเป็นสถานที่ที่จะมีชอปปิง (Shopping) ขนาดใหญ่ แต่เราต้องการการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ต้องการแหล่งที่ ให้คนมีความสร้างสรรค์ ไม่ใช่แหล่งจ่ายเงิน แต่เป็นแหล่งสร้างเงิน สร้างชีวิตที่มีคุณภาพ และผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ จึงกราบเรียนท่านประธานและพวกเรา ให้ช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ด้วย และเห็นว่าในที่สุดแล้วเราเองคงจะต้องมีสิ่งที่คุณคํานูณ เรียกว่า ฟาสต์แทร็ก (Fast Track) ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ที่จะผลักดันเรื่องพวกนี้ที่เหลืออยู่ ที่ สปท. ได้นําเสนอไปยังผู้เกี่ยวข้องให้ได้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน