กลินท์ ชี้ท่องเที่วยังขาดบูรณาการ เสนอปฏิรูป 5 ด้านเพิ่มขีดแข่งขัน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๐

กลินท์ สารสิน หารือประเด็นการท่องเที่ยวที่ยังขาดการบูรณาการและประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปอย่างยั่งยืนใน 5 ด้าน ได้แก่ การปรับโครงสร้างองค์กร การตั้งหน่วยงานขับเคลื่อนการท่องเที่ยว การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน การบริหารขีดความสามารถรองรับนักท่องเที่ยว และการรักษามาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก โดยเน้นการตั้งหน่วยงานบูรณาการทั้งในระดับชาติและจังหวัด รวมถึงการปฏิรูประบบข้อมูลคนเข้าเมืองและที่พักแรมให้เป็นระบบเดียวกัน พร้อมเสนอให้ยกเลิกเอกสาร ตม.๖ ปรับปรุงกฎหมายให้ครอบคลุมทุกประเภทที่พัก และเพิ่มบทลงโทษเพื่อยกระดับคุณภาพบริการ สอดคล้องกับความคืบหน้าและความท้าทายในการย้ายองค์กรมาอยู่ภายใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมเสนอข้อเร่งด่วนเพื่อผลักดันนโยบายให้เกิดความชัดเจนและต่อเนื่องภายในหนึ่งปี

นายกลินท์ สารสิน กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สมาชิก สปท. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ผม กลินท์ สารสิน สมาชิก สปท. หมายเลข ๐๔ เมื่อกี้ที่ท่านประธานได้บอกไปแล้วว่าประเทศไทยตอนนี้แร็งกิง (Ranking) สูงมาก ๆ นักท่องเที่ยวนะครับ เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วทางซีเอ็นเอ็น (CNN) บอกแล้วว่าบ้านเราได้โหวต สตรีตฟู้ดส์ (Street Foods) เป็นเบอร์ ๑ ของโลก แล้วก็ปีที่แล้วก็บ้านเราเหมือนกันคนมาเที่ยว กรุงเทพฯ มากที่สุดในโลก เป็นเมืองที่มากที่สุดในโลกแซงหน้าลอนดอน ก็ถือว่าดีมาก ๆ เหตุผลหลัก ๆ ก็คือความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน แล้วก็ความมีน้ําใจของคนไทย วันนี้ขออนุญาตกราบเรียนทุกท่านมาเล่าเรื่องความคืบหน้าที่เราบอกว่าการท่องเที่ยว แบบยั่งยืนทําอะไรไปแล้วบ้าง ถึงไหนแล้วบ้าง

เรื่องแรกจากที่เราได้มีการนําเรื่องของการท่องเที่ยวของ สปช. มาดูว่า มีประเด็นอะไรบ้างที่พูดถึง สปช. เขามีการทําเกี่ยวกับเรื่องวิสัยทัศน์ เรื่องการพัฒนา เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แล้วก็ทางด้านการบริหารจัดการโครงสร้างต่าง ๆ ซึ่งหลายด้านทางรัฐบาลได้ทําไปแล้ว สีเขียวทําไปแล้วนะครับ เหลืออยู่บางส่วนที่ทางด้าน สปท. คิดว่าสําคัญ ในสีเหลืองที่เรากะว่าจะมาทําต่อเนื่อง สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๖/๑ หน้าถัดไปนะครับ เหตุผลสําคัญในการทําเรื่องนี้เพราะเห็นว่า ณ ปัจจุบันเรื่องนโยบายต่าง ๆ การบริหารจัดการยังกระจัดกระจายอยู่ อยู่ในหน่วยราชการหลายหน่วยที่กระจัดกระจาย และไม่มียูนิตี (Unity) เดียวกัน ขณะเดียวกันเรื่องการท่องเที่ยวอันเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ของบ้านเราการบริหารจัดการก็ยังไม่ดี ไม่ถูกต้องเหมาะสม ทําให้แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง ทรุดโทรม และไม่เป็นประโยชน์สูงสุดของประเทศไทย ขณะเดียวกันก็ส่อผลกระทบทางตรง และทางอ้อมต่อเศรษฐกิจไทย สังคมไทย และวัฒนธรรมไทยด้วย เพราะฉะนั้นอันนี้เป็น อุปสรรคในการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หน้าถัดไป เป้าประสงค์ ในการปฏิรูปด้านการท่องเที่ยวมี ๓ เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคือทําอย่างไรให้มีการบูรณาการ ด้านท่องเที่ยวเพื่อมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

เรื่องที่ ๒ คือการมีส่วนร่วมของคนท้องถิ่นของประชาชนทั่วไปเพื่อกระจาย รายได้และลดความเหลื่อมล้ํา

เรื่องที่ ๓ คือทําอย่างไรการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทาง สปท. คณะอนุกรรมาธิการก็มีการประชุมกันพิจารณาเรื่องความสําคัญความเร่งด่วน แล้วก็ความสัมฤทธิผลในกรอบเวลาที่เรามีจํากัดอยู่ ก็เลยมีการจัดทํา ๕ เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคือการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวโดยการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรด้านท่องเที่ยว ทั้งระบบ และบูรณาการการท่องเที่ยวหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เรื่องที่ ๒ คือการปฏิรูป ระบบพักแรมและข้อมูลคนเข้าเมือง เรื่องที่ ๓ คือการส่งเสริมการมีส่วนร่วม ด้านการท่องเที่ยวของคนในท้องถิ่น หรือเรียกว่าอินคลูซิฟทัวริซึม (Inclusive Tourism) เรื่องที่ ๔ คือการบริหารขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการบริหาร จัดการเก็บรายได้ การกระจายงบประมาณให้สอดคล้อง เรื่องสุดท้ายคือการรักษามาตรฐาน การจัดแหล่งท่องเที่ยวของไทยให้อยู่ระดับมาตรฐาน เวิลด์คลาส (World Class) เป็น ๕ เรื่องที่อยู่ในแผนที่เราทํา ณ ปัจจุบันทําไปแล้ว ๒ เรื่องด้วยกัน ๒ เรื่องข้างบนนะครับ หน้าถัดไป จะเห็นได้ว่า ๕ เรื่องเมื่อกี้ที่บอกถึงนะครับ เรื่องแรกที่บอกแล้วเรื่องการจัด โครงสร้างองค์กรด้านการท่องเที่ยวให้เป็นระบบและบูรณาการเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจะมี ๕ เรื่องด้วยกันที่เราเสนอไปแล้ว เรื่องแรกคือการปรับโครงสร้าง ททช. หรือว่า คณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติ ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีดูแลอันนี้ เราบอกว่า สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๖/๒ เป็นไปได้ไหมในโครงสร้างของคณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาตินี่ขอให้มีภาคเอกชน อยู่ร่วมด้วย ให้มีส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มด้วย เรื่องถัดมาเรื่องการจัดตั้งสํานักงาน นโยบายและขับเคลื่อนการท่องเที่ยว อันนี้ขอให้จัดตั้งสํานักงานที่เป็นสํานักงานเลขานุการ ของคณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติ ที่ผ่านมาคณะกรรมการท่องเที่ยวแห่งชาติ มีการประชุมกัน แต่ก็ไม่มีสํานักงานเลขานุการที่ดูแลติดตามเป็นคนขับเคลื่อนจริง ๆ ไม่มี เรื่องที่ ๓ คือการจัดตั้งคณะอนุกรรมการเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยว ควรจะมีคณะที่รัฐ และเอกชน โดยมีเอกชนเป็นส่วนมากมานั่งคุยกันว่าควรเป็นอะไรบ้าง แล้วก็เสนอเข้า ททช. อันนี้ก็ขอเสนอ เพราะที่ผ่านมาคณะ ททช. ส่วนใหญ่จะเป็นแบบปฏิบัติราชการ มีข้าราชการ อยู่ทั้งหมดเลย แล้วก็มีอะเจนดา (Agenda) เยอะมาก ๆ อันนี้บอกเป็นไปได้ไหม มีอีกคณะหนึ่งเป็นการเร่งรัดถ้าเอกชนเสนอไปแล้วก็เสนอตรงกับ ททช. ภายหลัง เรื่องที่ ๔ ตั้งคณะกรรมการบูรณาการการท่องเที่ยวจังหวัด เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ เพราะว่า ที่ผ่านมาถ้าเผื่อจังหวัดไหนผู้ว่าราชการจังหวัดเข้มแข็งก็จะมีการตั้งอนุกรรมาธิการ คณะทํางานในจังหวัดนั้นด้านท่องเที่ยว ในขณะเดียวกันเวลาท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนี้ ย้ายไป คนใหม่มาก็ตั้งนโยบายใหม่ บางท่านก็สืบเนื่อง บางท่านก็ไม่เห็นความสําคัญ ก็ยกเลิกก็มี เลยบอกว่าเป็นไปได้ไหมตั้งคณะกรรมการบูรณาการท่องเที่ยวจังหวัด คือว่าถ้าท่านผู้ว่าราชการจังหวัดย้ายไปก็มีนโยบายอย่างต่อเนื่อง มีระบบให้ดีนะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๗/๑ เรื่องสุดท้ายที่เราเสนอเรื่องปรับปรุงโครงสร้าง คือ อยากให้ อพท. คือองค์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แล้วก็สํานักงานส่งเสริมการจัดประชุม และนิทรรศการ เรียกว่า สสปน. แล้วก็สํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ก็คือ ศูนย์ประชุมที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็ไนต์ซาฟารี (Night Safari) ซึ่งทั้ง ๓ หน่วยงานพูดถึงนี้ ณ ปัจจุบันก็อยู่ภายใต้ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี หรือว่ารองนายกรัฐมนตรีท่านใดดูแล ที่ผ่านมาก็คิดว่าโครงสร้างมันยังไม่สอดคล้องทีเดียว ทางขวามือ ๓ เรื่องที่เราเสนอไปแล้วถ้าเผื่อมีการแก้ไขก็สามารถตอบโจทย์ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ได้ หน้าถัดไปนะครับ จะเห็นได้ว่าภาพรวมของโครงสร้างตอนนี้ก็จะมี คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ หรือ ททช. ท่านรองนายกรัฐมนตรี ดูแลอันนี้อยู่ ณ ปัจจุบันเป็นด้านนโยบายอย่างเดียว ซึ่งคณะทํางานของเราทุกครั้งที่เราทํา ก็วิ่งเข้าไปหาท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะปฏิรูปแบบนี้ท่านเห็นด้วยไหม หรือไม่เห็นด้วย อย่างไร มีปัญหาอะไรบ้าง ก็มีการคุยกันว่าคณะกรรมการ ททช. ที่ผ่านมามีเฉพาะนโยบาย เฉย ๆ ควรจะมีบูรณาการและขับเคลื่อนอยู่ในวิชัน (Vision) ด้วยได้ไหม ท่านก็รับเรื่องไป ท่านบอกว่าเห็นด้วย ขณะเดียวกันรองลงมาก็มีเรื่องสํานักงานนโยบายและขับเคลื่อน การท่องเที่ยว อันนี้เมื่อกี้ที่พูดถึงไปแล้วว่าควรจะมีสํานักงานที่เป็นคณะเลขานุการ ดูแลคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ข้างล่างถัดมาอีกสตรักเจอร์ (Structure) หนึ่ง คือ คณะอนุกรรมการเร่งรัดพัฒนาท่องเที่ยว ที่เขียนว่าใหม่ ๒ คือด้านบูรณาการ และขับเคลื่อนร่วมกับภาคเอกชน ที่ขอตั้งใหม่นะครับ เรื่องสุดท้าย ใหม่ ๓ ข้างล่างก็คือ คณะกรรมการบูรณาการการท่องเที่ยวจังหวัด คือการขับเคลื่อนรายพื้นที่ร่วมกับภาคเอกชน อย่างถาวร เมื่อกี้ที่อธิบายให้ฟังที่เราเสนอไป ๓ เรื่อง เรื่องสํานักงานนโยบายและขับเคลื่อน การท่องเที่ยว อนุกรรมการเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยว และคณะกรรมการบูรณาการ ท่องเที่ยวจังหวัด เมื่อกี้ที่เล่าให้ฟังแล้วว่า ณ ปัจจุบัน สํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) สสปน. แล้วก็ อพท. จะขึ้นกับท่านนายกรัฐมนตรี หน้าถัดไป ที่เราอยากได้ทั้ง ๓ หน่วยงานนั้น สํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) สสปน. และ อพท. ขอให้ขึ้นกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ไหม ซึ่งจะบูรณาการ แบบเบ็ดเสร็จก็น่าจะดีขึ้น หน้าถัดไป สตรักเจอร์ (Structure) ยังเหมือนเดิม สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๗/๒ ขึ้นกับนายกรัฐมนตรี แต่รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านนี้ท่านเป็นประธาน ททช. ขณะเดียวกันท่านจะเชิญผู้บริหาร ๓ หน่วยงานนี้เข้าประชุม ททช. ด้วย เพราะฉะนั้น การต่อเนื่องก็มีแล้ว เริ่มต้นแล้วแต่ยังไม่โอนมา แบบที่เราเสนอยังไม่ตอบโจทย์ทีเดียวครับ

เรื่องถัดไป การปฏิรูประบบที่พักแรมและข้อมูลคนเข้าเมือง ที่เคยเสนอ ไปแล้วเมื่อ ๒ เดือนที่แล้ว ณ ปัจจุบันนี้การเข้าเมืองจะมีคนละแพลตฟอร์ม (Platform) กัน สํานักงานตรวจคนเข้าเมืองก็มีอยู่ดาต้าเบส (Data based) เรื่องหนึ่ง คนเข้าประเทศ อีกเรื่องหนึ่ง ขณะเดียวกันเวลาเข้าพักแล้วคนที่พักควรจะกรอกใบแล้วส่งไป ตม. ๑ ฉบับ สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๘/๑ ขณะเดียวกันตามโรงแรม ณ ปัจจุบันมีการกรอกทั้งคนไทยและคนต่างชาติ อันนี้กรอกแล้ว ส่งให้กรมการปกครอง ณ ปัจจุบันก็ ๒ ดาต้าเบส (Data based) ที่เราบอกว่าเป็นไปได้ไหม หลังจากเข้าประเทศมาแล้วนี่เรารู้อยู่แล้วว่าคนนั้นชื่ออะไร เพราะมีอิเล็กทรอนิกส์พาสปอร์ต (Electronics Passport) ขอให้เป็นดาต้าเบส (Data based) เดียวกัน ขณะเดียวกันก็บอก ว่าขอให้บังคับใช้กฎหมาย แล้วก็กวดขัน เวลาคนพักแต่ละโรงแรมขอให้กวดขัน แล้วก็ตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๘ เรื่องที่ ๓ อยากให้ใช้พาสปอร์ต (Passport) จะเป็นซีรอกซ์ (Xerox) ก็ตาม หรือว่าสแกน (Scan) ก็ตาม ข้อมูลจะถูกต้องมากขึ้น แล้วก็ส่งให้ดาต้าเบส (Data based) ส่วนกลาง หลังจากนั้นแล้วถ้าเผื่อเป็นไปได้ก็ขอยกเลิก ตม. ๖ นะครับ เดี๋ยวให้ดูในภาพจะชัดเจนมากขึ้น ปัจจุบันทางซ้ายมือก็มีพระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๘ ทุกคนต้องแจ้งเวลาเข้าพักที่ไหนก็ตาม อันนี้โดยเฉพาะ คนต่างชาติ ส่วนพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ นั้น ผู้จัดการโรงแรมต้องแจ้งคนที่ เข้าพักโรงแรมแต่ละโรงแรมทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ทั้ง ๒ ดาต้าเบส (Data based) บอกเป็นไปได้ไหมอยากให้รวมเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) เดียวกัน เป็นดาต้าเบส (Data based) เดียวกัน ข้อมูลอยู่ที่เดียวกัน จะรีพอร์ต (Report) เข้ามาเป็นแบบเว็บไซต์ (Web site) ก็ได้ จะทําแบบมือถือก็ได้ แท็บเลต (Tablet) ก็ได้ ลงทะเบียนเข้าพักโดยใช้ พาสปอร์ต (Passport) หรือบัตรประจําตัวประชาชนคนไทย ก็จะได้ข้อมูลที่พักที่ดี แล้วสามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้ หน่วยงานราชการหลายหน่วย จะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็สามารถดึงมาใช้ได้เป็นประโยชน์ ณ ปัจจุบันนี้ดึงมาใช้น้อยมาก เพราะว่ามันอยู่กระจัดกระจาย ขณะเดียวกันที่ผ่านด่าน ตม. มาแล้วก็มีสแกน (Scan) นิ้วอยู่แล้วว่าตอนนี้อัตลักษณ์ของแต่ละคนเป็นอย่างไร ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็อยากให้กวดขันเวลาเข้าพักมากขึ้น ถ้าเผื่อเป็นไปได้ที่เราเสนอคราวที่แล้วว่า อยากให้ยกเลิก ตม. ๖ ตม. ๖ คือเอกสารที่เราออกนอกประเทศ คนไทยก็ต้องเขียน ต่างชาติก็ต้องเขียน ทั้งเข้าและออกนอกประเทศ ถามว่าคนไทยเขียนไปทําไม ก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ก็ต้องเขียน ไม่ทราบสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านยังสงสัยไหมครับ ผมก็ยังสงสัยอยู่ ก็คิดว่าอันนี้ควรจะเริ่มที่คนไทยก่อนเลยยกเลิก ตม. ๖ แล้วก็ของต่างชาติ ก็สามารถเริ่มได้ ถ้าเผื่อเรามีเซตอัป (Set up) ระบบดาต้าเบส (Data based) อันเดียวกัน สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๘/๒ นี้แล้ว อันนี้คือที่เราเสนอไปคราวที่แล้วนะครับ เรื่องการปฏิรูประบบที่พักแรมและข้อมูล คนเข้าเมือง ระบบที่พักแรม ขอให้ทบทวนการจัดประเภทที่พักแรม กําหนดมาตรฐาน ข้อบังคับให้ครอบคลุมที่พักทุกประเภท เพื่อยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัย โดยปรับปรุงกฎหมาย เพื่อส่งเสริมและควบคุมที่พักแรมที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับ อันนี้สําคัญ บางอย่างที่พัก จะเป็นแพก็ตาม บ้านต้นไม้ อะไรต่าง ๆ พวกนี้ หรือบูทิกโฮเทล (Boutique Hotel) หลายแห่งก็ยังไม่มีกฎหมายรองรับ อีกเรื่องหนึ่งคือใช้มาตรฐาน กฎกระทรวงกําหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจโรงแรม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นมาตรฐานของธุรกิจโรงแรม ซึ่งทางด้านกระทรวงมหาดไทยก็ออกอันนี้มาเป็นมาตรฐาน ที่ดี แต่บอกว่าเป็นการใช้ชั่วคราว อันนี้สําหรับตึก อาคารเล็ก ๆ ที่ไม่ต้องเป็นอาคารใหญ่ แต่ก็ใช้เป็นโรงแรม ต้องมีมาตรฐานที่ดี ก็อยากให้เป็นมาตรฐานของธุรกิจโรงแรมต่อไป ประเภทขนาดเล็กนะครับ อีกเรื่องหนึ่งคือเพิ่มบทลงโทษและบังคับใช้กฎหมาย ในอนาคต เราประกาศใช้แล้วให้จดทะเบียนโรงแรม และยังไม่จดทะเบียนโรงแรม ก็คิดว่าควรจะ บังคับใช้กฎหมายพวกนี้ และเวลาโฆษณาอยากให้ระบุด้วยว่าใบอนุญาตเลขที่เท่าไร แล้วก็เพิ่มบทลงโทษ เพราะที่ผ่านมาหลายคนก็ใส่ในเว็บไซต์ (Web site) บอกว่าโรงแรม ประเภทนี้ เวลานักท่องเที่ยวมาถึงปั๊บไม่เป็นจริงตามที่เขาพูดถึง ก็ควรจะมีบทลงโทษด้วย สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๙/๑ ในภาพนะครับ สรุปเมื่อสักครู่นี้ คือ ๑. ณ ปัจจุบันที่พักแรมไม่มีกฎหมายรองรับ ก็อยากให้ ปรับปรุงกฎหมายเพื่อส่งเสริมและควบคุม ๒. คือกฎหมายเดิมไม่เหมาะสมกับ ประเภทอาคาร จะเป็นบูทิกโฮเทล (Boutique hotel) หรือว่าเกสต์เฮาส์ (Guesthouse) ต่าง ๆ ใช้มาตรฐานของกฎกระทรวงกําหนดลักษณะอาคารประเภทอื่นที่ใช้ประกอบธุรกิจ โรงแรม ๒๕๕๙ เป็นมาตรฐานธุรกิจโรงแรม แล้วก็เพิ่มบทบังคับใช้กฎหมายผู้กระทําผิด ถัดไปเกี่ยวกับเรื่องความคืบหน้าของการขับเคลื่อนนี้ จะเห็นได้ว่าเรื่องการพัฒนา ด้านการท่องเที่ยว วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ที่ประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ มีมติเห็นชอบแล้วเรื่องการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว วันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๙ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้ส่งรายงานต่อคณะรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี เห็นชอบส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการกีฬา คณะที่ ๖ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานส่งไปแล้วนะครับ จากนั้นมา ก็มีการปรับปรุงข้อเสนอแนะหลายเรื่อง หน้าถัดไปจะเห็นได้ว่ามีหลายเรื่องที่มี การปรับปรุงแล้ว ตอนนี้ก็มีการเพิ่มแล้วว่าคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ททช. นั้นก็มีการเพิ่มบทว่าควรจะเป็นด้านบูรณาการและขับเคลื่อนด้วย แล้วมีการตั้ง สํานักงานนโยบายและขับเคลื่อนการท่องเที่ยวแล้ว แต่ชื่อเรียกว่ากองเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและกีฬา ทําหน้าที่เป็นสํานักงานอันนี้ดูแลซึ่งก็ไม่ตรงทีเดียว แต่เดี๋ยวรายละเอียดจะเล่าให้ฟัง ถัดมาเรื่องคณะอนุกรรมการเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยว เขียนว่าใหม่ ๒ ก็มีการปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว ตั้งอนุกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว อันนี้เรียบร้อยแล้วและเดินเรื่องเรียบร้อยแล้ว เรื่องที่ ๓ เรื่องคณะกรรมการบูรณาการการท่องเที่ยวจังหวัดไม่มีอะไรคืบหน้าเลยครับ

ต่อมาการปฏิรูประบบฮาร์ดแวร์ (Hardware) ข้อมูลคนเข้าเมือง วันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ที่ประชุม สปท. ของเรามีมติเห็นชอบ จริง ๆ แล้วก่อนหน้านั้น ระหว่างทํารายงานผมได้มีโอกาสเข้าไปพบท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไปเล่าให้ท่านฟังว่าท่านเห็นด้วยอย่างไรบ้าง มีแนวทางอย่างไรบ้าง ท่านก็เห็นด้วยเลย แล้วท่านก็บอกตอนนี้จะมีการร่วมทํางานกับมหาวิทยาลัยหนึ่ง ขอเอ่ยนาม มหาวิทยาลัยสยาม เรื่องการแก้กฎหมายโรงแรม ซึ่งตอนนี้คณะทํางานของเรามีการทํางาน สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๙/๒ ร่วมกับมหาวิทยาลัยสยาม ที่เสนอไปคราวที่แล้วตอนนี้มีการประชุมกันอย่างต่อเนื่อง เรื่องที่ ๓ เรื่องการส่งเสริมการมีส่วนร่วมด้านท้องถิ่น การท่องเที่ยวของคนท้องถิ่น เราอยู่ระหว่างทํารายงานและประมาณกลางเดือนหน้าจะเสนออีกเรื่องหนึ่ง

เรื่องปัญหาและอุปสรรคในการขับเคลื่อน เมื่อสักครู่นี้ที่เล่าให้ฟังแล้ว เรื่องสํานักงานนโยบายและขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ที่เขียนว่าใหม่ ๑ นั้นเขาตั้งแล้ว เรียกว่า กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นการโยกภายในกระทรวงคนก็มีเท่าเดิม ไปทําเป็นสํานักงานเลขานุการของ ททช. ด้วย ขณะเดียวกันทําด้านท่องเที่ยวด้วย ด้านกีฬาด้วย และตอนนี้คนก็ยังเท่าเดิม โยกจากที่อื่นมางานประจําเขายังมีอยู่ อันนี้ถือว่า ยังไม่ตอบโจทย์ทีเดียวแต่ก็มีการตั้งคณะนี้แล้ว เรื่องที่ ๒ เมื่อสักครู่นี้บอกว่า เรื่องอนุกรรมการเร่งรัดพัฒนาการท่องเที่ยวตั้งเรียบร้อยแล้วชื่อ อนุกรรมการร่วมภาครัฐ และเอกชนเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว อันนี้ถือว่ามีแล้ว ตั้งแล้ว ดีมากแล้ว เรื่องที่ ๓ เมื่อสักครู่นี้บอกท่องเที่ยวจังหวัด อันนี้ไม่มีอะไรคืบหน้าเลยครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๑๐/๑ ต่อมาให้ดูในภาพที่เสนอบอกว่าขอให้ย้าย อพท. องค์การการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และสํานักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ สสปน. หรือว่าสํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ให้อยู่ภายใต้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย ก็เล่าความคืบหน้าให้ฟังนะครับ เรื่องที่ ๕ ตามฟอร์แมต (Format) บอกว่าข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนเร่งด่วนภายใน ๑ ปี ก็เมื่อกี้ที่บอกว่า ๑ ใน ๕ ของไพรออริตี (Priority) ที่จัดตามลําดับ ก็คิดว่าเราจะผลักดัน ให้มากที่สุด ขอบคุณครับ