อนุสิษฐ คุณากร หารือประเด็นความยั่งยืนของการท่องเที่ยวและเสนอให้เพิ่มความเข้มแข็งของระบบบูรณาการ โดยเฉพาะการตรวจสอบและดูแลความมั่นคงของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับจำนวนผู้มาเยือนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผม อนุสิษฐ คุณากร สมาชิก สปท. ๑๘๓ ครับ ก่อนอื่นผมต้องขอชื่นชมกรรมาธิการที่ได้ให้ความสําคัญกับสิ่งที่เป็นเรื่องสําคัญมาโดยตลอด สิ่งที่ผมจะนําเสนอต่อไปนั้นผมอาจจะขออนุญาตมองในอีกมุมหนึ่ง เพื่อทางกรรมาธิการ จะได้นําข้อเสนอนั้นไปใช้ประโยชน์ต่อการวางแผนในการพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๒๒/๒ ในเรื่องของความมุ่งหวังที่เราคาดหวังว่าเราจะทําให้เศรษฐกิจในอนาคต โดยเฉพาะในเรื่อง ของการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืนนั้น สิ่งที่ผ่านมาในอดีตข้อห่วงใยในมิติของงาน อีกด้านหนึ่ง ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เราอาจจะมองข้ามไปได้ในระยะเวลาอันสั้นนี้ แต่ในระยะเวลาของความยั่งยืนนั้น ผมคิดว่าอยากจะฝากกรรมาธิการได้ช่วยกรุณา ให้ความสําคัญในมิติของการบูรณาการอย่างแท้จริง เรียนว่าในระบบความพร้อม ของประเทศขณะนี้ ในมิติทางเศรษฐกิจ มิติในเรื่องของการท่องเที่ยวนี่ผมคิดว่าความพร้อม ค่อนข้างมีความครบถ้วน มีความสมบูรณ์อยู่พอสมควร คุณหมออําพลได้สะท้อนถึง คุณค่าของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของศิลปวัฒนธรรม เรื่องของประเพณี เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องของอาหาร การบริหารจัดการที่เราพยายามผลักดันกันมา โดยตลอด สิ่งที่เป็นข้อห่วงใยความพร้อมในเรื่องเหล่านั้นเรากําลังก้าวเดินต่อไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกันกับสิ่งที่เราพยายามเป็นลําดับหนึ่งของโลกในหลาย ๆ เรื่อง ยกตัวอย่าง การประมงของประเทศ เราพยายามผลักดันให้มีกองเรือประมงที่กระจายไปทั่วโลก แล้วก็มูลค่าทางเศรษฐกิจที่มหาศาล แต่ในท้ายที่สุดเราต้องย้อนกลับมารื้อระบบ รื้อโครงสร้างภายในของเรากันเอง ด้วยเหตุผลที่ว่าเรามุ่งเน้น เราพุ่งไปในเรื่องของรายได้ ซึ่งบางครั้งเราอาจจะไม่ได้มองถึงประเด็นที่อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบในระยะยาว สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๒๓/๑ หน้าที่ของผมเองในอดีตก็คือการดูแลผลกระทบในทางลบต่อความมั่นคงของชาติบ้านเมือง อันนั้นหมายความว่าผลประโยชน์ของชาติที่มีอยู่จะยั่งยืนต่อไปได้อย่างไร ถ้าในมิติในมุมมอง ของการพัฒนา ของการหารายได้นั้นอาจจะมองไปได้ไม่ครบถ้วน ผมขออนุญาตนําเสนอ ในประเด็นที่อยากจะให้ทางท่านกรรมาธิการได้ให้ความสําคัญในเรื่องนี้ และถ้าเป็นไปได้ อาจจะนําเสนอในเรื่องของการบูรณาการ ซึ่งผมมองดูแล้วว่าในรายงานฉบับนี้เองก็อาจจะมี การบูรณาการในลักษณะที่เป็นเรื่องบาง ๆ อยู่ ซึ่งทางท่านผู้แทนที่นั่งอยู่ ณ ที่ข้างบนแห่งนี้ ได้นําเสนอในเรื่องของการบูรณาการ เช่นในเรื่องของการตั้งกองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ซึ่งก็จะดูเหมือนว่าจะทําหน้าที่บูรณาการหรือไม่ แต่ประเด็นที่สําคัญอย่างนี้ครับ คน ๓๒ ล้านคนที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว เป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในแผ่นดินเรา เรากําลังดูแลคน ๓๒ ล้านคน ไม่ใช่เพียงแค่ดูแลเฉพาะความสะดวก ความสบาย ดูแลในเรื่อง ของการให้บริการ แล้วก็มีรายได้จากกลุ่มคน ๓๒ ล้านคน อนาคตอาจจะมีมากกว่านี้ ๔๐ ล้านคน ๕๐ ล้านคน สิ่งที่เราต้องดูแลครับ การที่เข้ามาพร้อมคน ๓๒ ล้านคนนั้น มีหลายเรื่องที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบท่องเที่ยวเอง ยกตัวอย่าง ท่านได้ให้ข้อเสนอ ทั้งในเรื่องของระบบของการเข้าเมือง ระบบของการติดตามเรื่องการพักแรม แต่จริง ๆ แล้ว เรื่องเหล่านี้คงจะต้องมีภาพที่มีความชัดเจน จะต้องมีการบูรณาการกันให้ครบถ้วน เพราะว่า เรากําลังดูแลคน ๓๒ ล้านคนที่ไม่ทราบที่มาที่ไป ไม่ทราบว่าการเข้ามานั้นมีอะไรเข้ามาบ้าง ผมเรียนครับ มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่ผมคิดว่าสมาชิกในสภาแห่งนี้คงได้ทราบ ในขณะที่เรากําลัง มีรายได้จากการท่องเที่ยวในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา เกิดการก่อการร้าย เกิดการปฏิบัติการ ที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงในลักษณะของความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของ นักท่องเที่ยว ณ ขณะนั้นเป็นเรื่องน่าตกใจว่าแล้วท้ายที่สุดกลุ่มคนเหล่านั้น ประเทศต่าง ๆ เหล่านั้นจะล็อกไม่ให้คนในชาติตัวเองเดินทางเข้ามาประเทศไทยหรือไม่ อันนั้นเป็น ความพยายามซึ่งก็ต้องถือว่ารัฐบาลได้พยายามดําเนินการเพื่อไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ ฉะนั้นสิ่งที่ผมสะท้อนในมุมนี้ผมอยากจะสะท้อนให้กรรมาธิการได้กรุณาให้ความสําคัญ กับเรื่องของการปกป้อง กับเรื่องของการดูแล มิติความยั่งยืนต้องมาพร้อมกันทั้งมั่งคั่ง ทั้งงานด้านความมั่นคง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน อันนั้นหมายความว่าระบบที่ท่านเสนอมานั้น ในเรื่องของระบบคนเข้าเมืองต้องเรียนนะครับว่าในอดีตระบบการตรวจสอบคนเข้าเมือง สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๒๓/๒ เราได้รับการสนับสนุนจากประเทศสหรัฐอเมริกา ในด่านตรวจคนเข้าเมืองต่าง ๆ มีพัฒนาการในเรื่องของการสนับสนุนแอปพลิเคชัน (Application) รวมทั้งฮาร์ดแวร์ (Hardware) ต่าง ๆ จากประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันนี้ตรวจคนเข้าเมืองได้มีการพัฒนา ระบบของตัวเองที่เรียกว่าระบบพิบิก (PIBICS) ซึ่งจะดูแลตามด่านตรวจคนเข้าเมืองต่าง ๆ ประเด็นคําถามก็คือว่าแล้วระบบเหล่านี้ในประเทศเราเองมันเชื่อมโยง มันได้รับประโยชน์ ซึ่งกันและกันอย่างไร การเข้าเมืองของคน ๓๒ ล้านคนนั้นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รับรู้รับทราบแค่ไหน สํานักงานตํารวจแห่งชาติดูแลคนเหล่านี้ได้อย่างไร ระบบการข้ามแดน บริเวณชายแดนที่ไม่มีด่านตรวจคนเข้าเมือง อันนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ มันจะสอดแทรกเข้ามากับคน ๓๒ ล้านคน หรืออาจจะมากกว่านั้น สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๒๔/๑ การทําบัตรประชาชนปลอม การเชื่อมโยงกับทะเบียนราษฎร์ การตรวจสอบของคนที่ดูแล ที่จะอํานวยความสะดวกเหล่านี้ ผมคิดว่าขณะนี้ยังเป็นเงามืด คําถามบอกว่า ๓๒ ล้านคน อยู่ที่ไหน อยู่ตรงไหนบ้าง เป็นใครบ้าง ต้องเรียนว่าสถิติที่น่าชื่นชมของประเทศจีน ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน ในส่วนของเอเชียใต้ ๘,๐๐๐,๐๐๐ คน ยุโรป ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ประเทศสหรัฐอเมริกาล้านกว่าคน แล้วก็ยังมีกลุ่มประเทศต่าง ๆ อีกมากมายที่เดินทางเข้ามา ในประเทศไทย เสียงสะท้อนครับ ระบบของประเทศเราพร้อมที่จะเผชิญกับเรื่องเหล่านี้ ในระยะยาวที่ยั่งยืนได้หรือยัง ผมคิดว่าการประเมินความเสี่ยงในระบบของการบริหารจัดการ เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ อยากจะฝากกรรมาธิการให้ได้ช่วยกรุณาว่าทําอย่างไรจะวางกรอบ สําหรับการพิจารณาในเชิงยุทธศาสตร์ในเรื่องเหล่านี้ว่าในระยะยาวมันควรมีการเชื่อมโยง ระบบได้อย่างไร ผมเรียนว่าท่านธานินทร์ ผะเอม เมื่อสักครู่ได้พูดถึงตัวระบบของ ฟรอนต์ออฟฟิศ (Front Office) ของประเทศ ต้องเรียนครับ ขณะนี้ระบบข้อมูลพื้นฐาน ของประเทศเราเป็นลักษณะไซโล (Silo) ต่างคนต่างทํา กระทรวงมหาดไทยมีระบบ ทะเบียนราษฎร์ กระทรวงสาธารณสุขก็มีอีกระบบหนึ่ง ทะเบียนประวัติอาชญากรรม มีอีกระบบหนึ่ง ระบบคนเข้าเมืองที่เรียกว่าระบบพิบิก (PIBICS) มีอีกระบบหนึ่ง กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการต่างคนต่างเป็นไซโล (Silo) ทั้งหมดครับ ผมว่าเราจะปฏิรูปประเทศต้องเปลี่ยนครับ ระบบราชการต้องเปลี่ยนทั้งหมด แล้วผมเชื่อว่า เรื่องเหล่านี้ ขณะนี้ก็เป็นความพยายามที่ สปท. เราพยายามจะผลักดันให้เรื่องเหล่านี้ เกิดขึ้นให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วไม่ว่าเราจะโตไปแค่ไหน อย่างไร ถ้าเราไม่ผลักดันโครงสร้าง ของแบ็กออฟฟิศ (Back Office) ของเราให้มันเข้มแข็งแล้วเชื่อมโยง แล้วนําไปใช้ประโยชน์ ทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการ เชื่อมโยงให้ได้ประโยชน์ในเชิงของการวางแผน ในการบริหารประเทศ และเชื่อมโยงให้เกิดประโยชน์ต่อการให้บริการประชาชน ทั้งเป็นประชาชนภายในประเทศ และประชาชนที่มาจากต่างประเทศในฐานะนักท่องเที่ยว หรือในฐานะเข้าเมืองในลักษณะอื่น ๆ ได้อย่างไร ผมคิดว่าอันนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ที่อาจจะมอบหรือว่าฝากภารกิจนี้ไปให้ทางกรรมาธิการ แต่ผมคิดว่าภารกิจนี้เป็นเรื่อง ใหญ่มากที่ สปท. อาจจะต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาหารือกันว่าในระยะต่อไปประเทศไทย จะเปลี่ยนรูปแบบของประเทศที่เป็นดิจิทัลกัฟเวิร์นเมนต์ (Digital Government) สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๒๔/๒ หรือจะเป็นชื่ออย่างไรก็แล้วแต่ ผมว่าถึงเวลาที่จะต้องทําให้การปฏิรูปนั้นสามารถเดินไปได้ แล้วระบบนี้จะไปซัปพอร์ต (Support) กับระบบต่าง ๆ ที่เรากําลังจะคิดกันขึ้นมา ผมขออนุญาตนําเรียนแต่เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ