กลินท์ สารสิน หารือแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโดยเน้นคุณภาพ ความปลอดภัย ความสะอาด และการมีส่วนร่วมของชุมชน พร้อมผลักดันการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบตั้งแต่การขอวีซ่า การติดตามที่พัก จนถึงการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม โดยเสนอให้มีการบูรณาการข้อมูลกลาง การจัดมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวระดับสากล และการพัฒนาโฮมสเตย์อย่างเป็นหมวดหมู่ รวมถึงการส่งเสริมเกษตรกรแปรรูปสินค้าและพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายร่วมกับภาคเอกชนเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ชุมชน
เรียนท่านประธาน และสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ก็เห็นด้วยกับทุกท่านเลยนะครับ คือนโยบายของการท่องเที่ยว ของประเทศตอนนี้เราไม่เน้นเรื่องจํานวนปริมาณคนเข้าประเทศ เราเน้นเรื่องคุณภาพ คนเข้าประเทศ จากปีที่แล้วทั้งปีเราไม่เน้นเรื่องปริมาณเลยตอนนี้นะครับ ฉะนั้นนักข่าว พยายามถามเรื่อยว่าตอนนี้คนมากี่ล้านคน กี่ล้านคน ตอนนี้เราดูว่าปริมาณคุณภาพคน คุณภาพคือการใช้จ่ายต่อวันเท่าไร เขาอยู่นานเท่าไร แล้วก็ชาวบ้านคนในท้องถิ่น ได้ประโยชน์อะไรบ้าง เดี๋ยวขอดูแผ่นสไลด์ (Slide) ที่ ๕ ซึ่งตอนนี้เราดูแล้วเรื่องความปลอดภัย ของชีวิตและทรัพย์สินนั้นเป็นเรื่องสําคัญมาก ๆ ซึ่งเมื่อสักครู่ทุกท่านก็พูดเรื่องนี้ แล้วอีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องความสะอาด สะอาดทั้งห้องน้ํา สะอาดทั้งอาหาร เป็นเรื่องสําคัญ เมื่อสักครู่บอกแล้วเรื่องอาหารต้องดูเรื่องความปลอดภัยว่า มีสารเคมี แยะขนาดไหน ตรงนี้เมื่อสักครู่ที่ท่านบอกไปแล้วว่า ตอนนี้มีสารเคมีจากการซื้อแยะมาก ๆ ก็คิดว่าคงเอาใช้ในประเทศมากขึ้นด้วย อันนี้ก็เป็นจุดที่เราต้องมาดูในอนาคต อยากให้ดู ในแผ่นนี้ว่ามี ๕ เรื่องที่เราทํา ณ ปัจจุบันเสร็จไป ๒ เรื่องแล้ว เรื่องที่ ๓ คือเรื่องที่ หลาย ๆ ท่านได้พูดถึง การส่งเสริม การมีส่วนร่วมด้านท่องเที่ยวของคนในท้องถิ่น อินคลูซิฟทัวริซึม (Inclusive Tourism) อันนี้เป็นเรื่องสําคัญนะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๕๕/๑ เรื่องการกระจายรายได้อย่างไร คนท้องถิ่นได้อะไรบ้างจากการท่องเที่ยว ไม่ใช่มีแต่ คนไปเที่ยวเฉย ๆ แล้วก็ไม่ได้อะไรเลย รวมถึงเมื่อกี้ที่บางท่านบอกไว้แล้วเรื่องตอนนี้ มีเทคโนโลยีใหม่มา ไม่ใช่เครดิตการ์ด (Credit Card) เป็นการ์ด (Card) เฉย ๆ แล้วก็จ่ายเงิน ก็โอนตรงไปประเทศนั้นเลย ประเทศไทยแทบไม่ได้อะไรเลย อันนี้เราจะดูส่วนนี้ด้วยนะครับ
ส่วนเรื่องที่ ๔ ถัดต่อไปถ้ามีเวลา เรื่องการบริหารขีดความสามารถ ในการรองรับนักท่องเที่ยว คือบางจุดต้องมีจุดตัดว่าแหล่งนี้นักท่องเที่ยวได้มากที่สุดเท่าไร เท่านั้นจบ ไม่ใช่เอาแต่นักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะแยะ ยกตัวอย่างอ่าวมาหยา ตอนนี้เห็นภาพแล้วมันน่าเกลียดมาก เมื่อก่อนเป็นแหล่งที่คนมานอนอาบแดด ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว คือตอนนี้เราดูเรื่องขีดความสามารถในการรองรับด้วย รวมถึงการบริหาร การจัดเก็บรายได้อันนี้เป็นเรื่องสําคัญ เพราะหลายแห่งคนเข้ามาจํานวนเยอะ แต่การรีพอร์ต (Report) รายได้บอกนิดเดียวเท่านั้นเอง ลองดูระบบนี้เอาไอที (IT) มาช่วย ขณะเดียวกัน การกระจายงบประมาณให้สอดคล้องให้เหมาะสมด้วย เมื่อกี้หลายท่านบอกแล้วมีหลายจุด หลายเมืองที่นักท่องเที่ยวสูง แต่ขณะเดียวกันเงินส่วนกลางที่ไปช่วยมีน้อยมาก เพราะฉะนั้น ต้องมีจุดที่เราต้องมาดูต่อเนื่อง อันนี้เป็นเรื่องที่ ๔ ที่เราทําต่อไป เรื่องที่ ๕ ถ้ามีเวลาพอ ก็จะทําเรื่องนี้ด้วย เรื่องการจัดมาตรฐานต่าง ๆ แหล่งท่องเที่ยวให้อยู่ระดับสากล อันนี้รวมถึงความปลอดภัย ความสะอาด เรื่องกติกา มารยาทต่าง ๆ ตรงนี้คณะทํางาน เราก็บุกเต็มที่ก็พยายามทําให้เร็วที่สุด เมื่อกี้ก็ตอบไปหลายส่วนแล้ว ตอนนี้เรื่องชุมชนเข้มแข็ง เป็นเรื่องสําคัญ ทําอย่างไรให้มีส่วนร่วม แล้วก็ชุมชนเข้มแข็งด้วย ชุมชนมีสิทธิมีเสียง เป็นเจ้าของ อันนี้เหตุผลที่เราจะขอตั้งคณะกรรมการเร่งรัดในภาพที่ ๘ ทีนี้บอกว่า คณะกรรมการบูรณาการท่องเที่ยวจังหวัด อันนี้ที่พูดถึง อันนี้เราคงพูดเฉย ๆ ไม่ได้ คงต้องวิ่งไปหาหลาย ๆ คนที่เกี่ยวข้องที่สามารถตัดสินใจได้ด้วย ก็คงทําต่อเนื่องเร็ว ๆ นี้ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งในภาพเดียวกัน ข้างบนนี้คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วยปลัดกระทรวง รัฐมนตรีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องการท่องเที่ยวอยู่นี่ หมดเลย แต่ทีนี้บอกว่าปัญหาจริง ๆ คือว่าทุกคนพูดหมด แต่ไม่มีใครมารวบรวม มาติดตาม เลยบอกควรจะมีสํานักงานนโยบายและขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ซึ่งอันนี้คงต้องไปเวิร์ก (Work) ต่ออีกทีหนึ่ง อันนี้เป็นเรื่องสําคัญ เมื่อกี้ท่านบอกว่าอันนี้ควรจะหาคนที่ สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๕๕/๒ มีความสามารถ แล้วก็มีข้อมูลเป็นอินเทลลิเจนต์ยูนิต (Intelligent Unit) อันนี้เห็นด้วยเลย ต้องเก็บรวบรวมข้อมูล แล้วก็สามารถส่งต่อลูกได้ เพราะแต่ละคนก็มีภาระเยอะ ถ้าไม่มีคนติดตาม
ต่อมาอีกหน้าที่บอกว่าทางด้าน สสปน. อพท. ที่อยากให้ย้ายมาอยู่ ใต้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเมื่อก่อนก็อยู่แล้วเสร็จแล้วกําลังย้ายกระจายออกไป ซึ่งอันนี้มันไม่บูรณาการทีเดียว แล้วงานบางอย่างสามารถยุบรวมได้ บางอย่างอาจจะใช้ รีซอร์ซ (Resource) เดียวกัน หรือว่างบประมาณเท่ากันก็เป็นไปได้ โดยไม่ซ้ําซ้อนกัน ต้องเพิ่มงบประมาณเสียค่าใช้จ่ายเปล่า ๆ บางหน่วยงานตอนนี้ได้ทราบมาว่าอาจจะ มีการปรับเปลี่ยนเรื่องสวนสัตว์ต่าง ๆ อันนี้อาจจะไปอยู่คนที่สเปเชียลไลซ์ (Specialize) ด้านสวนสัตว์จริง ๆ ตอนนี้ได้ข่าวว่าจะมีการปรับเปลี่ยนแล้ว สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๕๖/๑
หน้า ๑๓ เมื่อกี้ที่มีหลายท่านก็บอกแล้ว อันนี้ที่เราอยากทําก็คือตั้งแต่ เข้าประเทศมาสแกน (Scan) พาสปอร์ต (Passport) มา อยากให้มีข้อมูลดาต้าเบส (Data based) อันนี้เข้ามาอยู่ที่ส่วนกลาง ขณะเดียวกันเวลาพักที่ไหนก็เข้าส่วนกลาง เหมือนกัน ขณะเดียวกันก็มีอีกจุดหนึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศบอกว่า เป็นไปได้ไหม ตั้งแต่ขอวีซ่า (Visa) เลย ขอให้มาเข้าส่วนกลางนี่เหมือนกัน ถ้าเผื่อเข้าส่วนกลางนี้ได้แล้ว ก็คิดว่าแพลตฟอร์ม (Platform) ตัวนี้จะเป็นตัวที่สามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้ว่า คนเข้าเมืองไทยตอนนี้อยู่ที่ไหน คนนี้โดนห้ามเข้าหรือเปล่า เป็นอาชญากรสงครามหรือเปล่า พวกนี้ก็สามารถดูได้ แต่ ณ ปัจจุบันระบบนี้ยังไม่มี แล้วก็คิดว่าเราควรจะมีทําเร่งด่วนเรื่องนี้ อันนี้ก็คงต้องทําต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันก็คงต้องไปหาหลายกระทรวง คงไม่ใช่ยืนอยู่เฉย ๆ แล้วทําได้ ต้องวิ่งไปหาเจ้ากระทรวงหลายกระทรวงไปให้เขาบายอิน (Buy-in) ถึงจะทําได้
ต่อมาก็เรื่องโฮมสเตย์ (Homestay) เมื่อกี้ท่านบอกว่าอยากให้เปิดเสรี ผมก็เห็นด้วยเลยนะครับ แต่ตอนนี้ที่อยากให้ทําก็คือว่าทําอย่างไรให้เขารีจิสเตอร์ (Register) ให้เรา เราจะได้รู้โฮมสเตย์ (Homestay) อยู่ที่ไหนบ้าง จริง ๆ โฮมสเตย์ (Homestay) เขาก็มีมาตรฐานของเขาอยู่แล้วขอให้จดทะเบียนให้ได้ แต่บางอย่างที่เขาใช้ชื่อโฮมสเตย์ (Homestay) แต่ไม่ใช่โฮมสเตย์ (Homestay) เขาขอให้ปรับอยู่ในพระราชบัญญัติโรงแรม อันนี้ก็ขอให้เป็นอย่างนั้น คือทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ประกอบการทั้งหมดเรื่องพักแรมขอให้มีอยู่ใน แคเทกอรี (Category) แต่ละอย่างแล้วก็จดทะเบียน เราจะได้รู้ใครอยู่ตรงไหนจะติดตามได้ โฟลว์ ออฟ อินฟอร์เมชัน (Flow of Information) ก็เห็นด้วย เมื่อสักครู่ที่บอกดาต้าเบส (Data based) มีแล้ว ข้อมูลต่าง ๆ ต้องถึงกันทุกแห่ง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ทุกคนต้องถึงข้อมูลนี้หมด
เรื่องผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นก็เห็นด้วย อันนี้เรื่องที่จะทําอย่างไรในท้องถิ่น ต้องมีการจัดการพวกนี้ก็คงต้องพึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องที่มาช่วยจัดการพวกนี้
เรื่องห้องน้ําสะอาดอะไรต่าง ๆ ก็เห็นด้วยต้องทําด้วย อันนี้เป็นการโปรโมต (Promote) ว่าทําอย่างไร ขอให้เอกชนมีส่วนร่วม ถ้าจะพึ่งราชการคงไม่ใช่ ผมคิดว่าเอกชน สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๕๖/๒ ต้องโปรโมต (Promote) ด้วยกันว่าทําอย่างไรห้องน้ําสะอาดแต่ละเมืองได้ไหม ขณะเดียวกัน ไม่ใช่ห้องน้ําสะอาดจบ ห้องน้ําสะอาดหมายความว่าคนต้องดูแลรักษาด้วย เป็นเรื่องสําคัญ
เรื่องนักท่องเที่ยวยิ่งมาก พวกสาธารณูปโภคต้องใช้มาก เรื่องน้ํา เรื่องอะไร เป็นจุดสําคัญ คิดว่าต้องวางแผนให้ดีต้องสอดคล้องกัน ก็รวมกันทั้งหมดแล้ว
เรื่องอาหารปลอดภัยสําคัญ เรื่องอาบสารพิษก็คิดว่าคงต้องทํางานร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุขที่ได้ดูมี ๒ สาร ที่ทําให้ตับพังบ้าง ทําให้เป็นมะเร็งบ้าง ต้องดูด้วย ก็เห็นด้วยเรื่องการยกเลิกการส่งเสริมโฆษณาสารพิษต่าง ๆ ในทีวี ประกันสุขภาพก็เห็นด้วย ถ้าเผื่อต่างชาติเข้ามาในประเทศ อาหารปลอดภัยก็คัฟเวอร์ (Cover) เกือบทั้งหมดแล้ว
เรื่องเกษตรกรให้แปรรูปสินค้าให้มีมูลค่าสูงขึ้น ก็คิดว่าเป็นจุดที่เราควรจะทํา ตอนนี้ที่ผมได้ให้นโยบายก็คุยกับทางหอการค้าทั่วประเทศก็บอกว่า เราจะมีแผนกันว่า ๑. หอการค้าควรจะดูแลอย่างน้อย ๑ ท่องเที่ยวชุมชน คือพวกนี้ก็สามารถมีแนวทาง มีหัวในการค้า ขณะเดียวกันมีหัวในการพัฒนาในท้องถิ่นเขาเอง อีกเรื่องหนึ่ง ๑ หอการค้า ๑ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์การเกษตรก็เอาข้อมูลต่าง ๆ พวกนี้ไปพัฒนาเรื่องแพ็กเกจจิง (Packaging) เรื่องการกระจายการขายสินค้าในจังหวัด ส่วนใหญ่ก็เกือบทั้งหมดแล้ว ยกเว้น ตม. ๖ เมื่อสักครู่ก็เห็นด้วย เดี๋ยวต้องทํางานต่อไปว่าจะทําอย่างไรต่อ ก็ขอบคุณมากครับ ทุกท่านวันนี้ที่ให้ความเห็น ขอบคุณครับ