สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ หารือเรื่องการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการพัฒนาทั้งสองด้าน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างความเติบโตที่รวมถึงชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ วันนี้มีการนําเสนอ ๒ เรื่อง เรื่องการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านที่ได้กรุณา ให้ข้อแนะนําที่เป็นประโยชน์ และได้สนับสนุนทั้ง ๒ เรื่องอย่างจริงจัง ในเรื่องการท่องเที่ยว ท่านกลินท์ สารสิน ได้กรุณาตอบเพิ่มเติมไปแล้ว เรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เนื่องจาก ท่านปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ท่านมีภารกิจสําคัญที่สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ผมจึงอยากขอเรียนขอบคุณและเพิ่มเติมว่าในเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้นเป็นเรื่องของ การนําความคิดมาเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทําอย่างไรที่จะให้มูลค่าทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น ได้จากความคิดบนพื้นฐานของสิ่งที่มีอยู่ ทั้งในเรื่องการผลิต ทั้งในเรื่องของวัฒนธรรม เมื่อใส่ความคิดเข้าไปก็จะทําให้การผลิตแบบดั้งเดิม หรือวัฒนธรรมที่มีอยู่นั้นมีมูลค่าในทาง เศรษฐกิจที่มากขึ้น เช่น ในเรื่องของอาหาร ในเรื่องของการดนตรี ในเรื่องของการกีฬา ในเรื่องของการจัดนิทรรศการ ในเรื่องของการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบ บรรจุภัณฑ์ หรือการออกแบบเรื่องอื่น ๆ ก็ตาม ประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลายก็จะ เคลื่อนย้ายจากการรับจ้างการผลิต และรับจ้างบริการไปสู่การนําความคิดในการผลิต ความคิดในการบริการ ยิ่งพัฒนามากเท่าไร การขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็ยิ่งจะต้องขับเคลื่อน ด้วยเศรษฐกิจฐานความรู้ หรือฐานความคิด หรือฐานเศรษฐกิจแบบสร้างสรรค์มากขึ้นเท่านั้น หลายท่านได้กรุณาให้ความคิดเพิ่มเติมว่า ห่วงโซ่อุปทาน หรือแวลูเชน (Value Chain) ของเศรษฐกิจสร้างสรรค์มีอย่างกว้างขวาง ควรที่จะดําเนินการให้ครบทุกห่วงโซ่เหล่านั้น ท่านยังได้ให้ข้อคิดเห็นว่าควรจะจัดทําเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ที่ชัดเจน เพื่อที่จะทําให้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้มีการบูรณาการ และขับเคลื่อนไปด้วยกันในคลัสเตอร์ (Cluster) เดียวกัน และเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ (Cluster) อื่น ๆ แต่ที่สําคัญที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กล่าวในวันนี้ ทั้งในเรื่องของการท่องเที่ยวและเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็คือ ทําอย่างไรให้เศรษฐกิจอนาคตทั้ง ๒ เรื่องนี้ได้เป็นเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน เป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน เป็นประโยชน์ในการลดความเหลื่อมล้ําทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม การท่องเที่ยวก็ดี เศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็ดี ถ้ามองเผิน ๆ แล้ว ยกตัวอย่าง การท่องเที่ยว นําตัวเลขเรื่องรายได้เข้าประเทศมากมาย แต่แท้ที่จริงแล้วรายได้เหล่านั้น สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๕๗/๒ ตกไปถึงชุมชนไม่มาก ความคิดสร้างสรรค์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าหากกระจุกตัวอยู่เฉพาะกิจการ ขนาดใหญ่ ไม่ได้ส่งเสริมให้ชุมชนนําความคิดสร้างสรรค์ไปสร้างผลิตภัณฑ์ และบริการ ไม่ได้ส่งเสริมให้ชุมชนได้มีโอกาสเรียนรู้ในเรื่องของการนําความคิดไปผสมกับความรู้ที่เป็น ภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ได้ส่งเสริมในเรื่องของการทําบรรจุภัณฑ์ ไม่ได้ส่งเสริมในเรื่องของ การตลาด ในเรื่องของการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยให้การขายนั้นเป็นไปได้มากขึ้น ก็จะทําให้เศรษฐกิจอนาคตเหล่านี้เป็นเศรษฐกิจที่ไม่ได้สร้างความเติบโตอย่างทั่วถึง หรือที่หลายท่านใช้คําว่า อินคลูซิฟโกรท (Inclusive Growth) สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ท่านเสนอ ความจริงคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจได้คํานึงไว้แล้ว แต่เมื่อท่านได้กล่าวเน้นเช่นนี้ก็จะได้นํามาเป็นจุดเน้นหนักที่ให้ความสําคัญเพิ่มมากขึ้น สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๕๘/๑ สําหรับในเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้น จากแนวความคิดดังกล่าว ถ้าหากว่าได้มีการ ออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เป็นองค์การมหาชน เกิดขึ้น ถ้าหากว่าได้มีการออกระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ขึ้นมา มีการยกระดับโครงการย่านสร้างสรรค์ซึ่งไม่เพียงแต่ที่เจริญกรุงเท่านั้น แต่ยังมีย่านอื่น ๆ อีกหลายย่าน ก็จะทําให้ความคิดทั้งหลายที่ท่านได้กรุณาเสนอแนะนั้น เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น วันนี้อย่างที่ท่านประธานได้กล่าว ก็คือเป็นเรื่องที่นํามาเรียนท่าน อีกครั้งหนึ่งเพื่อทราบ แล้วเรียนความคืบหน้าว่าสิ่งที่จะเสนอนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ดีที่ปรากฏว่าเรื่องนี้ได้บรรจุอยู่ใน ๒๗ วาระ ซึ่งก็จะได้ผ่านกลไกที่ได้สร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อไปสู่รูปธรรมต่อไป ความคิดของกรรมาธิการก็ดี ความคิดของสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติก็ดี ก็คงจะทําให้เกิดความเป็นจริงขึ้นมาได้ในที่สุดจากการเป็นส่วนหนึ่งของ ๒๗ วาระการปฏิรูป ในครั้งนี้ ขอบพระคุณครับ