กษิต แจงผลเสวนาโมร็อกโก เสนอตั้งหน่วยงานพลังงาน-ติงยูคาลิปตัส

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๐

กษิต ภิรมย์ รายงานผลการร่วมเสวนานานาชาติที่ประเทศโมร็อกโกเกี่ยวกับพลังงานทดแทนและหมุนเวียน ก่อนหารือแนวทางพัฒนาพลังงานในประเทศโดยเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานกลางเพื่อวางยุทธศาสตร์พลังงานอย่างเป็นระบบ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการผลักดันการใช้ยูคาลิปตัสที่ขาดข้อมูลรองรับ รวมถึงตั้งคำถามต่อความยั่งยืน การครอบคลุมพื้นที่ปลูก สัดส่วนในเป้าหมายพลังงาน และข้อกังวลเรื่องสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับเอกชน พร้อมชี้ปัญหาอุปสรรคการพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์และความได้เปรียบของผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่อาจขัดขวางการกระจายพลังงานอย่างเท่าเทียม

นายกษิต ภิรมย์

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สมาชิก สปท. ลําดับที่ ๗ ท่านประธานครับ ผมเพิ่งกลับจากการไปประชุมระหว่างประเทศที่ ประเทศโมร็อกโก เรื่องทวีปแอฟริกา แล้วผมก็ได้รับมอบหมายให้ร่วมในเวทีเสวนา เรื่องพลังงานทดแทนและหมุนเวียน ก็อยากจะใช้โอกาสนี้เล่าสู่กันฟังว่า ผมไปพูดอะไรบ้าง ที่ประเทศโมร็อกโกเมื่อ ๔-๕ วันที่แล้ว

ประเด็นแรก ผมได้พูดถึงผลงานของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว ที่เริ่มเอามูลวัว ควาย มาทําเป็นพลังงาน แล้วก็ท่านได้ทรงเริ่มทดลองกับกากอ้อย แล้วก็น้ํามันปาล์ม เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว แล้วท่านก็มีรถยนต์ที่ได้ทรงใช้น้ํามันเชื้อเพลิงที่ ท่านได้ผลิตเป็นผลสําเร็จ รถใช้งานได้ตั้ง ๑๐-๒๐ ปี พวกเราก็รับทราบกันดีอยู่ หลังจากนั้น ก็มีการริเริ่มการใช้มันสําปะหลังเพื่อเป็นเชื้อเพลิงพลังงาน สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๖๙/๑ โดยเฉพาะในรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ประกาศเป็นนโยบายและมาตรการ แน่ชัดว่าจะใช้ ๓ อย่างด้วยกัน คือกากอ้อย ปาล์มน้ํามัน แล้วก็มันสําปะหลัง แล้วเราก็ได้ ประกาศกับโลกให้ทราบว่าเราสามารถที่จะใช้อ้อย มันสําปะหลังและปาล์มเป็นทั้งอาหาร ให้กับมนุษย์และสัตว์ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นวัตถุดิบทางด้านพลังงาน แล้วก็ทาง ด้านวิทยาศาสตร์อุตสาหกรรมได้ คําถามก็คือว่าแล้วที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ ได้ริเริ่มมาตั้ง ๔๐ ปีกับนโยบายบางครั้งบางคราวของรัฐบาลไทยบางชุดทําไมมันขาดตอน แล้ว ณ วันนี้ เราก็มาพูดกันใหม่อีกทีว่าจะปลูกไม้โตเร็วโดยเฉพาะยูคาลิปตัสเพื่อเป็นพลังงานทดแทน แต่ว่าสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ที่ประเทศโมร็อกโกก็คือว่าเขาก็มีสํานักงานพลังงาน เช่นการปิโตรเลียม แล้วเขาก็มีหน่วยงานผลิตไฟฟ้า เช่นการไฟฟ้าฝ่ายผลิต แต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ภายใต้ พระมุฮัมมัด ที่ ๖ ของราชวงศ์โมร็อกโกได้ทําเมื่อไม่นานมานี้เขาได้ตั้งสํานักงานกลางขึ้นมา ๒ แห่งด้วยกัน คือการพลังงานหมุนเวียนและทดแทน ผมขอเน้น คําว่า การ เพื่อให้เคียงข้าง กับการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย แล้วก็การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แล้วเขาก็ได้ตั้งอีก ๑ การ คือการอนุรักษ์พลังงาน ผมก็อยากขอเสนอต่อท่านประธานผ่านไปที่กรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านพลังงานว่าถ้าเผื่อเรายังจะมาทําอะไรกันแบบที่ภาษาอังกฤษเขาใช้ คําว่า พีซมีล (Piecemeal) ทีละชิ้น ทีละเรื่อง ทีละบางส่วนของเรื่องพลังงาน โดยทั่วไป น้ํามัน แก๊ส ถ่านหิน แล้วก็พลังงานหมุนเวียนจะเป็นลม เป็นน้ํา แสงแดด แล้วก็พืชเกษตร ทั้งหลายรวมอาจจะไปถึงคลื่นทางทะเลด้วย ก็ว่ากันทีละที มันไม่ปะติดปะต่อ ผมก็ได้ เท้าความที่ประเทศโมร็อกโกด้วยว่าผมก็ได้อ่านเอกสารของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่ยุบไปแล้ว เอกสารพลังงานผมคิดว่าท่านประธานกรรมาธิการเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในเรื่องนี้ ประเทศไทย ได้ตั้งเป้าหมายไว้ประมาณปี ๒๐๓๐ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของการผลิตไฟฟ้าเชื้อเพลิงจะมาจาก พลังงานหมุนเวียนและทดแทน แล้วก็การใช้พลังงานทั่วประเทศ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ในปี ๒๐๓๐ จะเป็นพลังงานทดแทนและหมุนเวียน ก็ต้องมาถามว่าพลังงานหมุนเวียนและทดแทนนี้ ในประเทศไทยจะมีอะไรบ้างเป็นวัตถุดิบ อยากจะกลับไปที่มูลสัตว์ ไปที่ปาล์มน้ํามัน ไปที่กากอ้อย ไปที่มันสําปะหลัง แล้วตอนนี้ก็จะมาที่ยูคาลิปตัส แล้วไผ่ว่าอย่างไรครับ ต้นนุ่น ได้ไหม สาหร่ายน้ําสดและทะเลได้ไหม แล้วจะมีพืชเมล็ดอื่น ๆ ที่มันมีเมล็ดแล้วสกัดออกมา เป็นน้ํามันได้กี่ชนิด ผมคิดว่าทางคณะกรรมาธิการต้องเอาภาพรวมมาปูโต๊ะให้เห็นเสียก่อน สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๖๙/๒ ไม่อย่างนั้นก็จะบอกว่า ณ วันนี้เราก็จะมาบอกว่าไปมุ่งที่ยูคาลิปตัส แล้วเรื่องยูคาลิปตัส มันก็อยู่ที่ประเทศไทยมาประมาณ ๕๐ ปี มันก็ยังเป็นพืชที่มีการโต้เถียงในหลักวิชาการกัน มากมาย แล้วมันไม่มีข้อยุติแน่ชัดว่ามันทําลายดินหรือไม่ทําลายดิน แล้วถ้าเผื่อว่าจะไปปลูก ในที่ที่มันแห้งแล้ง ข้อมูลวันนี้เราต้องการจากคณะกรรมาธิการครับท่านประธาน ต้องบอกมา ให้ชัดว่ากี่อําเภอ กี่จังหวัดและที่ไหน เพื่อไม่ให้ไปทําลายดินที่ดีอยู่แล้ว หรือไปทดแทนพืช ที่อาจจะได้เงินน้อยกว่า แต่ทําให้มีความยั่งยืนทางด้านภาคเกษตรแล้วก็ชีวิตความเป็นอยู่ ของชุมชน มาพูดกันทีละประเด็น ๆ แบบนี้มันยากต่อการที่จะพิจารณาตัดสินใจ เพราะไม่สามารถที่จะเห็นภาพรวม แล้วก็สัดส่วนของตัวยูคาลิปตัสนี่มันอยู่ในกี่เปอร์เซ็นต์ ของ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่ผมได้กล่าวไว้ตั้งแต่ต้น หรือว่ากี่เปอร์เซ็นต์ของ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ของพลังงานทดแทนและหมุนเวียนทั้งหมดของประเทศไทย แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า การที่จะให้เอกชนไปทําคอนแทร็กต์ฟาร์มมิง (Contract Farming) เมื่อเขาปลูกยูคาลิปตัสมา แล้วไปขายให้กับใคร เอกชนไปทําโรงงานไฟฟ้า แล้วเผื่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิตไม่ซื้อไฟฟ้า แล้วจะทําอย่างไร สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๗๐/๑ เราก็มีประเด็นปัญหาที่เราทราบกันอยู่คือเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ มันก็ติดกันไปหมด จะด้วยเหตุผลอันใด มีใครอยากจะเป็นโมโนโพลี (Monopoly) หรือว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ก็แฮปปี้ (Happy) ดี มีความสุขในการที่จะซื้อไฟฟ้า น้ําจากประเทศลาว แล้วก็มีแก๊ส มาจากพม่า หรือจากส่วนที่ร่วมกันพัฒนากับประเทศมาเลเซียที่ท่านประธานกรรมาธิการ ได้เคยทํางานอยู่ที่กัวลาลัมเปอร์ แล้วก็ใช้ถ่านหินสั่งเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย และประเทศออสเตรเลีย มันก็ไม่ได้ไปเปิดทางให้กับพลังงานหมุนเวียนและทดแทน ก็ไม่ต้อง ไปรอใบบุญจากการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยและการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ตั้งการพลังงาน ทดแทนแล้วก็รับซื้อไฟฟ้าโดยตรงจากเชื้อเพลิงที่เป็นพืชที่มาจากน้ํา จากแสงอาทิตย์ สาหร่ายต่าง ๆ เหล่านี้ได้หรือไม่ ผมอยากจะให้มีการทบทวนและคิด แล้วก็มองในภาพรวม มากกว่าที่จะมาว่ากันเป็นเรื่อง ๆ แบบนี้ แล้วก็ไม่รู้ว่าส่วนนี้ของยูคาลิปตัสมันกี่เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าเผื่อผลิตออกมาแล้วเอาไปป้อนโรงงานไฟฟ้าที่ไหน แล้วก็อีแกต (EGAT) การไฟฟ้า ฝ่ายผลิตจะเล่นด้วยหรือไม่ ก็เป็นปัญหาที่ค่อนข้างจะเป็นปัญหาโลกแตก ขอใช้คําธรรมดา ๆ เราต้องแก้ภาพกันในภาพรวมเสียก่อน แล้วก็กําหนดกันให้ชัดว่าในเรื่องพลังงานทดแทน และหมุนเวียน ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๙ ได้เริ่มมาเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว มาถึงวันนี้ในช่วงปฏิรูป ประเทศไทยจะเอากันจริง ๆ จัง ๆ หรือไม่ แล้วถ้าเผื่อพึ่งใบบุญของการปิโตรเลียม และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตไม่ได้ ผมขอเสนอให้ตั้งการพลังงานทดแทนและหมุนเวียน รวมทั้ง อนุรักษ์พลังงาน และทํากันให้เป็นกิจจะลักษณะ ให้หน่วยงานนี้มีอํานาจโดยตรงในการจะ กําหนดพื้นที่ จะทําแสงอาทิตย์ จะเพาะสาหร่าย หรือจะทํายูคาลิปตัส หรือจะเป็นต้นไผ่ หรือจะเป็นอะไร หรือจะเอากากอ้อย ปาล์มน้ํามัน ให้มีความแน่ชัด ผมอยากจะขอให้มี การทบทวนแล้วก็ทําให้เป็นกิจจะลักษณะมากกว่านี้ ท่านประธาน ขอขอบคุณครับ