ธรรมศักดิ์ สนับสนุนพลังงานไบโอแมส เห็นด้วยแผนพัฒนาโรงงานทั่วประเทศ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๐

ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ หารือแนวทางพลังงานทดแทนจากพืชโตเร็วและตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อมูลความขัดแย้งในปริมาณพื้นที่ต่อการผลิตไฟฟ้า รวมถึงการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศ โดยเน้นความจำเป็นในการชี้แจงข้อมูลให้ชัดเจนเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม

ศาสตราจารย์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์

ขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายเพิ่มเติม กระผม ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ ลําดับที่ ๖๙ ก่อนอื่นอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า ข้อมูลทั้งหมดที่นํามาเสนอเป็นทางออก เรื่องพลังงาน ผมเองมีประสบการณ์อยู่บ้างตอนเป็นคณบดีที่คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เราได้เชิญโปรเฟสเซอร์ (Professor) จากประเทศเยอรมันมา เพื่อจะทําความเข้าใจเรื่องการปลูกพืชโตเร็วเพื่อรองรับโครงการแก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) หรือการเผาพลังงาน เผาไฮโดรคาร์บอน หรือคาร์โบไฮเดรตพวกนี้ให้เป็นพลังงานให้มากที่สุด ซึ่งตอนนั้นเราก็ทราบว่าในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่วังสวนจิตรลดาก็ได้มีโรงงานต้นแบบ แต่พระองค์ท่านไม่ได้เอาความร้อนมาใช้แบบง่าย ๆ แต่กลับเอาความร้อนผ่านกระบวนการ รับความร้อนด้วยลิเทียมโบรไมด์ (Lithium bromide) ซึ่งเป็นสารที่แพงมาก และสั่งจาก ประเทศญี่ปุ่น แล้วก็มาแปลงเป็นความเย็น กระบวนการอันนี้พระองค์ท่านทํามาก่อน แล้วก็ เป็นผู้นําที่ดีในการที่จะให้สังคมเห็นว่าการใช้พลังงานในรูปแบบอื่นเป็นประโยชน์ ทีนี้อยากจะ เรียนว่าในกระบวนการของรายงานฉบับนี้ ในหน้าที่เป็นแผนที่ ทางคณะกรรมาธิการก็ได้ นําเสนอไว้ว่าจุดดํา ๆ ที่เป็นโรงงานไบโอแมส (Biomass) ผมนับดูมีอยู่ประมาณ ๑๕๐ โรงงาน ทั่วประเทศ เยอะมากเลย ก็แสดงว่าการผลิตไฟฟ้าจากไบโอแมส (Biomass) ที่มีอยู่ ในประเทศไทยคงจะไม่พอแน่นอน เพราะฉะนั้นจึงมีการนําเสนอวิธีการหาทางออกในเรื่องนี้ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ เมื่อสักครู่ท่านประธานคือศาสตราจารย์ดุสิตพยายามพูดอาจจะเร็ว ผมฟังดูท่านพูดทําให้ผมสงสัยอยู่ ๒ ประเด็น สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๗๑/๑ ประเด็นที่หนึ่งคือในทางวิทยาศาสตร์เราเข้าใจอยู่แล้วว่าพืชแต่ละต้น ๘๐ เปอร์เซ็นต์ มันเป็นคาร์บอน ซึ่งในรูปแบบก็เหมือนก็คือคาร์โบไฮเดรต หรือสุดท้ายก็เรียกไฮโดรคาร์บอน นั่นเอง ตรงนี้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของคาร์บอนมาจากไหน ก็มาจากอากาศที่พืชสังเคราะห์แสง และเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม้โตเร็วก็ใช้กระบวนการนี้แหละครับ อยากจะเรียนอย่างนี้ การนําเสนอของคณะกรรมาธิการในวันนี้เป็นเรื่องดี ผมเห็นด้วยสนับสนุน ลองนึกดูภาพนี้ ถ้าท่านเป็นคนต่างจังหวัดเดินทางเข้ากรุงเทพฯ สมัยเมื่อ ๕๐ ปีที่แล้วที่เราขึ้นมากรุงเทพฯ กัน เราจะพบว่าสถานีชุมทางรถไฟใหญ่ ๆ มันจะมีแผงของกําแพงที่เรียกว่าแผงไม้ฟืน ท่านผู้ว่าคงนึกออก ผมถามว่าดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) ของไม้ฟืนเพื่อรถไฟ ที่เป็นหัวรถจักรมันเยอะมาก ๆ เลย ตั้งแต่วิ่งไปเหนือเชียงใหม่ วิ่งไปอีสานโคราช ทางใต้ วิ่งไปจนถึงมาเลเซียมันใช้ฟืนทั้งนั้น และฟืนเหล่านี้เราซื้อจากต่างประเทศมาหรือครับ ไม่ใช่หรอกครับ ดีมานด์ (Demand) ถัดมาที่มาทดแทนเรื่องนี้คือว่าเราทางใต้เราปลูก ยางพาราแทนป่าที่เรายึดไป ที่เราตัดไป แต่ทางอีสานอาจจะไม่มีโครงการ อย่างทางเหนือ เขามีโครงการบํารุงป่าอะไรป่าดีหมด เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่ว่าการนําเสนอทดแทน ในเรื่องนี้โดยการปลูกพืชที่โตเร็วมาทําไฟฟ้าเป็นเรื่องดีครับ แต่ข้อมูลตรงนี้ที่ว่าดี ๆ โดยเฉพาะข้อมูลหน้า ๑๑ ท่านดุสิตครับ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน หน้า ๑๑ ที่นําเสนอเอาไว้ ท่านบอกพวกเราว่าให้จําเอาไว้นะครับ ๑ เมกะวัตต์มาจาก ๑,๐๐๐ ไร่ ใช่ไหมครับ อาจารย์พูดเมื่อสักครู่ แต่ในบรรทัดสุดท้ายจากข้างล่างขึ้นมา บรรทัดที่ ๒ จากข้างล่าง ผมก็อ่านดูว่า ๒๐,๐๐๐ ไร่ต่อ ๑๐ เมกะวัตต์ แสดงว่า ๑ เมกะวัตต์ต้องใช้ ๒,๐๐๐ ไร่ ข้อมูลมันหลายปี คลาดเคลื่อนอาจารย์ครับ เพราะฉะนั้นข้อมูลตัวที่ ๒ ที่ผมอยากจะเห็น ความชัดเจนคือในพารากราฟ (Paragraph) ที่ ๒ ๑.๔.๖ บอกว่าประเทศไทยในปี ๒๕๕๕ ปล่อยคาร์บอนออกไปสร้างปัญหาเรื่องเรือนกระจก ๓๗๕ ล้านตัน แต่พอปี ๒๕๖๓ เมื่อเราเข้ากรอบยูเอ็นเอฟซีซีซี (UNFCCC) แล้วบอกว่าจะปล่อย ๒๔ ล้านตัน อันนี้เป็น แฟกต์ (Fact) ที่ดีถ้าเป็นอย่างนั้นนะครับ เป็นความจริงที่ว่าพลังงานทดแทนโดยใช้ ไบโอแมส (Biomass) พืชที่เราปลูก ปลูกแล้วโตเร็วมันเป็นสิ่งที่ดีแน่นอนเลย ดีอย่างไรครับ ในสายวิทยาศาสตร์ของผมเราเข้าใจว่าเราดูดคาร์บอนไดออกไซด์มาเป็นต้นไม้โตเร็ว อย่างรวดเร็วภายใน ๓-๔ ปี อย่างเช่นยูคาลิปตัส คือผมก็มีประสบการณ์ไปดูโรงงานเขา สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๗๑/๒ ไปดูวิธีการผลิตกระดาษเขา แล้วก็พบว่าเขาผลิตกระดาษเสร็จ เศษทุกอย่างเขาเก็บ แล้วก็เผาหมด แต่เผาตรงนี้มันยังไม่ถึงระดับแก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) ถ้าเป็นไปได้ แฟกต์ (Fact) ๒ ข้อที่ผมท้วงติงตรงนี้ถ้าหากว่านํามาชี้แจงให้สังคมรับทราบ สังคมจะได้ เข้าใจว่าปลูกพืชโตเร็วในพื้นที่ที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ต้องใช้ปุ๋ยอย่างที่ท่านพูด อย่าใช้ปุ๋ยนะ แต่ไม่ใช้น้ํา ไม่แย่งน้ําจากภาคเกษตรด้านอื่น ปลูกในพื้นที่ที่ไม่ดีทั้งหลาย หัวไร่ปลายนา ปลูกหมด แล้วก็ไม่ใช้ปุ๋ย ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง อย่าพูดสิ่งเหล่านี้เด็ดขาดกับสังคม นําเสนอเขา ให้เห็นชัดเจนว่าประเทศไทยลดคาร์บอนไดออกไซด์ ประเทศไทยได้ผลิตไฟฟ้า ประเทศไทย มีการเก็บคาร์บอนชดเชยอย่างโน้นอย่างนี้ นี่เป็นข้อดีครับ ข้อดี ๒ ข้อ แต่แฟกต์ (Fact) ตรงนี้ให้สังคมรับทราบด้วย มิฉะนั้นแล้วเขาจะเข้าใจผิดว่าการปลูกต้นไม้โตเร็วอย่าไป แย่งโน่นแย่งนี่ จะสารพัดเรื่องที่จะสร้าง โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นเอ็นจีโอ (NGOs) ซึ่งไม่ยอม ทําความเข้าใจในทุก ๆ เรื่อง เรื่องที่เป็นวิทยาศาสตร์ เรื่องนี้เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ทั้งหมด เพียงแต่ข้อมูลในหน้านี้ผมคิดว่าเป็นความคลาดเคลื่อน ประเด็นที่อยากจะถาม หรือฝากคณะกรรมาธิการไว้ก็คือว่าเครื่องแก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) มันมีตั้ง ๗-๘ แบบ ในหลายประเทศเขาใช้เครื่องยนต์แบบนี้กัน ในสวนจิตรลดาก็เหมือนกันเป็นลักษณะของ แก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) ตัวหนึ่งเหมือนกัน อยากจะเรียนถามว่าถ้าเป็นไปได้ให้ข้อมูล กับสังคมว่าเรามีเรื่องระบบของแก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) ที่ดี ไม่มีมลภาวะ เผาจนหมด เป็นจุณ และเศษเถ้าถ่านที่เหลือก็ลงไปโรยในแปลงที่ปลูกพืชทดแทนเหล่านี้ด้วย ในระยะต่อไปด้วยซ้ําไป ผมก็ขออนุญาตอภิปรายที่เป็นประเด็นอยู่ ๒-๓ เรื่อง แล้วก็ถามเรื่อง แก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) ขอบคุณท่านประธานครับ