มิ่งขวัญ หารือชีวมวล-ป่าเศรษฐกิจ หนุนเกษตรกรยั่งยืน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๐

มิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ หารือประเด็นการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลเพื่อเสริมเศรษฐกิจฐานรากและพลังงานอย่างยั่งยืน โดยเสนอให้พิจารณาชีวมวลทุกประเภทอย่างเป็นระบบ ไม่จำกัดเฉพาะไม้โตเร็ว พร้อมผลักดันการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจากการปลูกไม้ยูคาลิปตัสและส่งเสริมการใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมถึงสนับสนุนการจัดตั้งป่าเศรษฐกิจในพื้นที่เสื่อมโทรมควบคู่กับการจัดโซนนิ่ง ขึ้นทะเบียนเกษตรกร และจัดตั้งหน่วยงานกลางเพื่อควบคุมการใช้ไม้และชีวมวลอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส

นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ สปท. ลําดับที่ ๑๑๖ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ที่ได้นําเสนอในเรื่องของ เปเปอร์ (Paper) ฉบับนี้ขึ้นมา คือเรื่องของการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลไม้โตเร็ว เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับเกษตรกร สร้างป่าและเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งเลยในการที่จะสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้กับเกษตรกร รวมทั้งในเรื่อง ของสร้างป่าและเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานในเรื่องของการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวล แต่เมื่อเห็นว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้เสนอโฟกัสเฉพาะในเรื่องของไม้โตเร็วก็มีข้อห่วงใย แล้วก็เห็นด้วยกับหลายท่านที่ได้กล่าวไปแล้วว่าในเรื่องของชีวมวลน่าจะมีข้อมูล หรือว่ามีการบริหารจัดการเชิงระบบทั้งหมด ไม่ได้โฟกัสเฉพาะในเรื่องของไม้โตเร็ว แต่ว่ายังมีชีวมวลอีกในลักษณะที่เป็นเศษวัสดุจากการเกษตร หรือว่าอื่น ๆ อีกนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็มีข้อเสนอแนะว่าในเรื่องของการสนับสนุนในเรื่องตรงนี้ก็น่าจะดู ในเรื่องของชีวมวลทั้งระบบ ทุกประเภท

สําหรับในเรื่องของรายได้ ดิฉันก็คิดว่าจะเป็นเปเปอร์ (Paper) ที่ดีมาก ๆ เลย ถ้าหากว่าท่านได้มีการดูตัวเลขแล้วว่าถ้าปลูกไม้โตเร็วแทนพืชเกษตรอื่น ๆ จะมีรายได้เพิ่มขึ้น อย่างไร แต่ดิฉันคิดว่าเปเปอร์ (Paper) ฉบับนี้จะมีคุณค่าเพิ่มมากอีกนะคะ ถ้าหากว่า ท่านสามารถดูว่าออปชัน (Option) ของรายได้ โดยเฉพาะในเรื่องของไม้โตเร็ว เพราะว่า ขณะนี้อย่างยูคาลิปตัส ใช้เป็นเสาเข็ม ใช้เป็นเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) ใช้ในเรื่องอื่น ๆ ดิฉันเกรงว่าในเรื่องของปัญหาการแย่งชิงทรัพยากร หรือว่าจะทําอย่างไรที่จะให้ประชาชน ได้ทราบในเรื่องของรายได้ เพราะว่าจริง ๆ แล้วถ้าหากว่านําไปใช้เพื่อกิจกรรมอื่น ไม่ว่าจะ ในเรื่องของเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) หรือว่าอื่น ๆ ท่านน่าจะมีตัวเลขตรงนี้ด้วย เพราะส่วนใหญ่ ในเรื่องของยูคาลิปตัส นอกจากจะใช้ในลักษณะของการที่จะเป็นพลังงานแล้ว ที่สําคัญ ในเรื่องเป็นวัตถุดิบของอุตสาหกรรมประเภทอื่น โดยเฉพาะในเรื่องของไม้ กระดาษ หรือว่า อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) ทั้งหลาย ซึ่งตรงนี้ถ้าหากว่าได้มีข้อมูลเพื่อที่จะให้ เกษตรกรได้เห็น แล้วก็จะเป็นการชี้ชวน หรือว่าชักนําให้กับทางเกษตรกรได้เห็นว่าตรงนี้ เป็นการสร้างรายได้ที่มีมูลค่า แล้วก็มีออปชัน (Option) ต่าง ๆ ให้ทางเกษตรกรด้วย สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๗๓/๒ เพื่อในเรื่องของการสร้างป่า แต่ดิฉันกราบเรียนอย่างนี้ว่าในตัวเปเปอร์ (Paper) อันนี้ นอกจากดูในเรื่องของภาพรวมของชีวมวลทั้งระบบแล้ว ในเรื่องของรายได้เช่นกัน เป็นไปได้ไหม ว่าต้นขายไปเพื่ออุตสาหกรรม เป็นรอว์แมทีเรียล (Raw material) ส่วนในเรื่องอื่น ๆ ในการที่จะเข้าสู่ภาคพลังงาน ทั้งนี้เพื่อจะได้เห็นว่าเขาจะได้มูลค่าที่มากขึ้น ดิฉันอยาก กราบเรียนอย่างนี้ว่าในเรื่องของตัวรายได้ที่จะให้จากภาคเกษตรกรตรงนี้แน่นอน ในขณะเดียวกันขณะนี้ในเรื่องของการเพิ่มพื้นที่ป่า ว่าเราจะต้องเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้อีก ร้อยละ ๔๐ ซึ่งนั่นหมายถึงว่าความจริงแล้วในร้อยละ ๔๐ จะแบ่งลงไปในเชิงลึกอีกว่า เป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์สําหรับเป็นพื้นที่ป่าที่เป็นต้นน้ําลําธาร ในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ ในเรื่องของความหลากหลายในเชิงของนิเวศ แต่อีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่ในอนาคตรัฐคงจะต้อง มีการสนับสนุนให้มีการปลูกในพื้นที่ป่าที่เป็นพื้นที่เสื่อมโทรม หรือว่ามีการจัดโซนนิง (Zoning) แล้ว ซึ่งตรงนั้นดิฉันเห็นด้วยในการที่จะสนับสนุนให้มีการปลูกเป็นป่าเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะนํามาใช้เพื่อการพลังงาน หรือว่ากิจการอื่นใด แต่ว่าทั้งนี้จะต้องมีการจัดระบบ ความสําคัญในเรื่องของการควบคุม การบังคับใช้ ปัจจุบันกราบเรียนว่าทางของสวนป่า โดยเฉพาะในเรื่องของสวนป่าที่เป็นของ อ.อ.ป. แล้วก็มีสวนป่าอื่น ๆ ที่เป็นของภาคเอกชน ขณะนี้เขาก็มีการดําเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้ว

- ๗๔/๑                 สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๗๔/๑ แต่ปัญหาส่วนหนึ่งที่พบในเรื่องของการควบคุม ไม่สามารถควบคุมได้ว่าเอกชนนั้นไปตัดไม้ จากป่าที่เป็นป่าของรัฐหรือในพื้นที่ตนเอง เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ดิฉันคิดว่าถ้าหากจะมี การสนับสนุนในเรื่องนี้ ๑. ในเรื่องของการโซนนิง (Zoning) ในการที่จะกําหนดว่าพื้นที่ใด ที่จะสามารถปลูกได้ ๒. จะต้องมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ซึ่งนั่นหมายถึงว่าจะต้องมีพื้นที่ ของตนเองที่เป็นเอกสารสิทธิ หรือเป็นพื้นที่ที่รัฐอนุญาตให้มีการดําเนินการในลักษณะที่เป็น ป่าชุมชน หรือในลักษณะของพื้นที่ที่อนุญาตให้มีการดําเนินการได้ มิฉะนั้นแล้วก็จะเป็น เช่นเดียวกับในเรื่องของข้าวโพดหรือพืชอื่นต่าง ๆ ที่บุกรุกป่า ที่สําคัญคือถ้าหากไม่มี การจํากัดประเภทไม้จะพบว่าในเรื่องของการควบคุมดําเนินการได้ยากมาก ๆ เพราะว่า ข้อมูลเหล่านี้เราเจอในเรื่องของที่ผ่านมา การบังคับใช้หรือว่าการควบคุมกํากับดูแล มีความยาก และที่สําคัญในอนาคตต้องเรียนว่าเรามีพื้นที่จํากัด และในขณะเดียวกันนโยบาย ของรัฐก็มีการสนับสนุนไม้ที่มีมูลค่าสูงเช่นพะยูง หรือในเรื่องของสัตว์ หรือว่าในอนาคต เพราะฉะนั้นประเด็นที่ดิฉันอยากกราบเรียนหรือฝากไว้กับทางคณะกรรมาธิการว่า การตั้งเป้าหมายในเรื่องของการที่จะให้ได้วัตถุดิบที่จะเข้ามาสู่ในเรื่องของพลังงาน จากไม้โตเร็ว คงจะต้องมีการพิจารณาทบทวนในเรื่องนี้ด้วย เพราะเมื่อไรที่ทางเกษตรกร ได้มีการปลูกไปแล้ว เราไม่แน่ใจว่าการที่จะมีการตัดบางส่วนเพื่อให้กับทางอุตสาหกรรม หรือในเรื่องของการบริหารหรือจะให้ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับในเรื่องของตัวราคา เพราะฉะนั้น ในส่วนนี้ดิฉันกราบเรียนว่าถ้าเรามีข้อมูลในรายละเอียดตรงนี้จะทําให้ในเรื่องสอดรับ ของการวางแผน ส่วนในเรื่องที่ ๒ เรื่องที่ดิฉันคิดว่าเมื่อพูดถึงเรื่องชีวมวล ซึ่งครอบคลุม ทุกประเภทหลายประเภทแล้วมันมีแมสบาลานซ์ (Mass Balance) หรือในเรื่องของการที่จะ นําเข้าที่เป็นรอว์แมทีเรียล (Raw material) ของโรงไฟฟ้า ดิฉันคิดว่าความจริงแล้ว มันจะต้องมีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือจะต้องจัดตั้งเป็นองค์กร หมายถึงในเรื่องของ คณะกรรมการที่จะต้องดูประสานกันทั้งในเรื่องของกระทรวงพลังงาน กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีกระทรวงอื่น ๆ ที่จะเกี่ยวข้องกับในเรื่องนี้ เพราะสุดท้ายแล้วจําเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการที่จะต้องมีหน่วยหนึ่งในการที่จะดูศูนย์ข้อมูล ตรงนี้ว่ามีแมสบาลานซ์ (Mass Balance) ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ทางนโยบาย ของรัฐกําหนดไว้หรือไม่ แล้วจะต้องมีการควบคุมกํากับซึ่งตรงนี้คงจะต้องมีการประสานงาน สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๗๔/๒ และที่สําคัญคือในเรื่องของศูนย์ข้อมูล เช่นเดียวกับในเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย ในการที่จะขึ้นทะเบียนทางเกษตรกรหรือในเรื่องของราคา หรือว่าในเรื่องของการสนับสนุน ทางด้านเทคโนโลยีในการที่จะมีการปลูก เพื่อที่จะให้มีการเกิดประโยชน์สูงสุดสําหรับ แต่ละพื้นที่ สําหรับอีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของการควบคุมกํากับ ตรงนี้ซึ่งจะต้องเกี่ยวข้องกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยตรง และเรื่องของการที่ดู เพราะว่าทุกวันนี้ ในกรณีถ้าหากมีใกล้สวนป่าก็คงต้องเรียนว่าปัจจุบันนี้ยังควบคุมไม่ได้ ดิฉันอยากจะสนับสนุน โดยเป็นไปได้หรือไม่ในเบื้องต้น สนับสนุนในพื้นที่ที่เป็นเอกสารสิทธิ แล้วก็มีการขึ้นทะเบียน ท่านจะปลูกในหัวไร่ปลายนาหรืออะไรก็ได้ในเรื่องตรงนี้ แต่หากว่าในเรื่องของการควบคุม จะต้องมีหน่วยใดหน่วยหนึ่งในการเช็ก (Check) แล้วก็ดูว่าถูกต้องหรือไม่ว่าได้มีการปลูก มีเอกสารสิทธิของตนเอง แล้วก็ให้การสนับสนุน และในเรื่องของการควบคุมกํากับทั้งหลาย ทั้งปวง ถ้าหากว่ามีการเสนอให้ครบทั้งระบบดิฉันขอสนับสนุนในเรื่องของตรงนี้ เพราะว่า จะเป็นการสร้างรายได้ให้เกษตรกรในการเพิ่มพื้นที่ป่าและในเรื่องของทางด้านพลังงาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงต้องให้ครอบคลุมทั้งระบบ ขอบพระคุณค่ะ

- ๗๕/๑                       สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๗๕/๑