เพิ่มพงษ์ ชี้ปัญหาการท่องเที่ยว หนุนกระจายอำนาจ-เร่งจัดการน้ำ-ขยะ-ไฟฟ้า

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๐

เพิ่มพงษ์ เชาวลิต หารือประเด็นการท่องเที่ยวที่ยังพึ่งพาบุญเก่า พร้อมทั้งชื่นชมความพยายามของกรรมาธิการแต่เรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาการจัดการที่ขาดประสิทธิภาพ ทั้งการบุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ การขาดแคลนสาธารณูปโภค และการกระจายอำนาจที่ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมน้อย โดยเสนอให้มีการวางแผนจัดการน้ำ ขยะ และพลังงานอย่างยั่งยืน พร้อมผลักดันการกระจายรายได้และอำนาจการตัดสินใจไปยังจังหวัดและท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว

นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเพิ่มพงษ์ เชาวลิต สปท. ลําดับที่ ๑๑๐ ก็ต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ ที่ได้มีการเสนอเรื่องราวมา ๒ สัปดาห์ซ้อน แล้วก็มีผลต่อเรื่องเศรษฐกิจจริง ๆ ถ้ามีการทํากัน อย่างชัดเจนแล้วก็ปรากฏเป็นรูปธรรม ผมคิดว่าในเรื่องการท่องเที่ยวที่เรามีการพูดกัน ทุกวันนี้ สิ่งที่สําคัญอันหนึ่งที่ประเทศไทยเรามีแล้วก็เหนือกว่าหลายประเทศก็คือ เรามีธรรมชาติ มีสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม มีอากาศที่ดี อันนี้เป็นสภาพแวดล้อม ที่ผมคิดว่าเอื้ออํานวยให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างมาก แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือความเป็นคนไทย ไม่ว่าจะเป็นจิตใจก็ดี อารมณ์ อัธยาศัยก็เป็นที่ปรากฏเลื่องชื่อในระดับโลก ผมคิดว่า ๒ ส่วนนี้ เป็นส่วนประกอบที่สําคัญที่ทําให้รายได้ของการท่องเที่ยวเป็นหลัก สามารถมีการพัฒนา มากขึ้น ถ้าเราดูรายได้การท่องเที่ยวในรอบ ๑๐ ปี ๒๐ ปีที่ผ่านมาสูงขึ้นเรื่อย ๆ จะเป็น ๑ ล้านล้านบาทแล้ว ในปัจจุบันนี้อันดับของโลกก็มีการขยับขึ้นมามากขึ้น เมื่อ ๒ วันที่แล้วท่านนายกรัฐมนตรีเองก็คิดว่าภายใน ๑๐ ปีหรือเร็วกว่านั้นเราอาจจะ กลายเป็นที่ ๓ ของโลก ที่มีคนเข้ามาท่องเที่ยวมากที่สุด อาจจะเบียดประเทศสเปนไปได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่มีความสําคัญอันหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าจะส่งเสริม ทีนี้เรื่องการท่องเที่ยวนี่ความก้าวหน้าของท่องเที่ยวมันมาจากอะไรบ้าง ผมคิดว่า มันก็มีเหตุสําคัญอยู่ ๒-๓ อย่างนะครับ

อันที่ ๑ ก็คงเป็นภาคเอกชน ซึ่งกระผมคิดว่าการอาศัยภาคเอกชน ในเรื่องของการพัฒนา แล้วก็จับเอาทรัพยากรธรรมชาติที่ดีทําให้เกิดการท่องเที่ยวออกไปได้ ตรงนี้เป็นเรื่องที่ดีที่มีความสําคัญมาก แต่ผมคิดว่ามันมีปัญหาอยู่ประมาณ ๗-๘ ประการ ที่คงจะมีการพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นรายได้ก็ดีหรือว่าเป็นอันดับท่องเที่ยวของเราก็ดี ในอนาคต จะเพิ่มหรือว่าจะหล่นลงไป ผมคิดว่า ๖-๗ ประการจะเป็นเรื่องที่มีความสําคัญที่เราจําเป็น จะต้องมาพิจารณาแก้ไขอย่างค่อนข้างเร่งด่วน ทั้ง ๗-๘ ประการมันสะท้อนให้เห็น ถึงการจัดการที่เหมาะสม อันนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๒๙/๑

อันดับแรกหลายท่านก็มีการพูดมาแล้วเมื่อเรามีการพัฒนาไปมากขึ้น ก็เกิดระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบอิทธิพล ท้องถิ่น เจ้าพ่อก็ดี อันนี้ในบางจังหวัด จะเกิดตรงนี้มาก ซึ่งผมคิดว่าในเมืองท่องเที่ยวที่เราปรากฏอยู่หลายจังหวัด เรื่องเหล่านี้ มันจะปรากฏแล้วก็ทําลายเรื่องการท่องเที่ยวมากพอสมควร

อันที่ ๒ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสําคัญอันหนึ่งคือ การท่องเที่ยวของเรา ในหลายส่วนเรามีการบุกรุกหรือทําลายทรัพยากรธรรมชาติไปอย่างมาก เราคงเห็น หลาย ๆ พื้นที่ที่เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในอดีต ในปัจจุบันอาจจะเริ่มหมดตรงนี้ลง มีการบุกรุกก็ดี ทําลายทรัพยากรธรรมชาติก็ดี ทําลายสิ่งแวดล้อมก็ดี สิ่งเหล่านี้ปรากฏตรงนี้ ชัดเจนทั่วไป ถ้าแนวโน้มมันจะไปแบบนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ผมคิดว่าแหล่งท่องเที่ยวเรา จะหมดลง แล้วเราจะไม่สามารถจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดขายได้อีกต่อไป

อันที่ ๓ เมื่อเรามีการท่องเที่ยว มีคนเข้ามามากขึ้น สิ่งที่สําคัญอันหนึ่ง ที่ปรากฏแทบจะทุกจังหวัดของท่องเที่ยวที่เจอ ก็คือภาวะการขาดแคลนสาธารณูปโภค เรื่องน้ํา เรื่องไฟฟ้า หรือรวมทั้งเรื่องของการจัดการเรื่องขยะ เมื่อ ๒ วันที่แล้ว ผมได้อ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็ได้พูดถึงสภาพของเกาะพะงันซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีคนมาเที่ยวประมาณปีหนึ่ง ๑,๗๐๐,๐๐๐ กว่าคน มีคนในท้องถิ่นประมาณสักหมื่นกว่าคน แต่สิ่งที่เกาะพะงันยังขาดแคลนตอนนี้คือ ขาดแคลนน้ํา ฝนที่ตกลงมา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เก็บได้แค่ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ไหลลงทะเลหมด ๑ เปอร์เซ็นต์เขาบอกว่า แค่เฉพาะคนท้องถิ่นที่อยู่ ๑๐,๐๐๐ คนแทบจะไม่พอ แต่ทีนี้นักท่องเที่ยวที่มาอยู่ ในเกาะพะงันปีละ ๑,๗๐๐,๐๐๐ คน ไม่สามารถจัดการได้ กรมชลประทานเลยรีบที่จะ มาสร้างเขื่อนหรือสร้างอ่างเก็บน้ําตรงนี้ เป็นต้น ยังมีอีกกี่เรื่อง อีกกี่จังหวัดที่อยู่ในสภาพ ตรงนี้ ฉะนั้นเราก็ต้องวิเคราะห์ในโครงสร้างว่าเมื่อคนที่เข้ามามากขึ้นมาอยู่ในจังหวัด มาเที่ยวที่นั่นที่นี่ แต่เขาเกิดภาวะตรงนี้ ผมคิดว่าแหล่งท่องเที่ยวสักวันหนึ่งมันก็คงจะหาคน มาเที่ยวได้ยากมาก ถ้าจังหวัดนี้เรามาเที่ยวแล้วขาดแคลนน้ํากินน้ําใช้ ตรงนี้จะเป็น เรื่องสําคัญ

อันที่ ๔ ก็คือปัญหาอาชญากรรม ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก อาชญากรรมแต่ละครั้งที่เกิดขึ้นมีผลต่อการทําลายบรรยากาศการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สปท. ๖/๒๕๖๐ วีรุทัย ๒๙/๒ เมื่อคนเข้ามาอยู่มากแน่นอนมีทั้งคนดี ทั้งคนที่ไม่ดี ทั้งคนที่มีอาชีพ คนที่แสวงหาประโยชน์ ย่อมเป็นเงื่อนไขอย่างมาก ฉะนั้นท่านสังเกตด้วยว่าอาชญากรรมที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง จะเกิดขึ้นมาหลาย ๆ แห่ง

อันที่ ๕ สิ่งหนึ่งที่ผมคิดเห็นอันหนึ่ง ซึ่งท่านเพื่อนสมาชิกได้พูดสักครู่แล้ว ก็คือระหว่างคนต่างถิ่นกับคนท้องถิ่น ตรงนี้จะเป็นเรื่องที่สําคัญมาก เมื่อใดก็ตามที่ เราขาดการจัดการที่เหมาะสม คนต่างถิ่นเข้ามาอยู่มาก บางทีอาจจะเห็นจากประโยชน์ ในเรื่องดิน ฟ้า อากาศ บางทีอาจจะเห็นประโยชน์จากเรื่องของเศรษฐกิจ แต่เมื่อต่างถิ่น เข้ามาเขามีระบบทุน ระบบอะไรที่เหนือกว่าย่อมทําลายคนท้องถิ่นไป การทําลายคนท้องถิ่น ไปจากในพื้นที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น สิ่งที่มันขาดไปอันหนึ่งของคนท้องถิ่นก็คือความเชื่อมโยง กับศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของท้องถิ่น แล้วเราจะเห็นว่าวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม ของท้องถิ่นอาจจะหายไปเลยจากการที่คนต่างถิ่นเข้ามาอยู่โดยไม่ได้จัดการของความสําคัญ ตรงนี้ได้อย่างเหมาะสม ถ้าระบบแบบนี้มันจะเป็นไปได้ การที่เราจะบอกว่าการท่องเที่ยว ยั่งยืนผูกพันกับชุมชน ศิลปวัฒนธรรม ความเชื่อต่าง ๆ เหล่านี้แทบจะหมดไปเลย แล้วผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญมากถ้าเราจัดการไม่เหมาะสมจะเป็นปัญหามาก

อันที่ ๖ ผมคิดว่าหลายท่านพูดแล้ว คือการท่องเที่ยวของเราจะกินบุญเก่ามาก แต่การสร้างของใหม่ยังค่อนข้างน้อย ตอนนี้ในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเองก็พยายาม จะพูดถึงเรื่องแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่ ซึ่งอันนี้ผมก็คงต้องใช้ความพยายามมากขึ้น การกินบุญเก่ามากทําอย่างไรที่บุญเก่าของเรารักษาไว้ให้ยั่งยืนไม่ถูกทําลาย การสร้างของใหม่ ก็คือทําให้ขยายการท่องเที่ยวให้มากขึ้น ตรงนี้เป็นภาวะที่เกิดขึ้นในบ้านเราที่เป็นปัญหานะครับ

- ๓๐/๑     สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๓๐/๑

ประเด็นสุดท้าย เรื่องสําคัญก็คือการจัดการปัญหาท่องเที่ยวของเราทั้งหมด ยังเกิดขึ้นจากส่วนกลางเป็นหลัก จังหวัดและท้องถิ่นเองยังมีส่วนร่วมน้อยมาก ท่านกรรมาธิการก็ได้พูดตั้งแต่ต้นหรือเพื่อนสมาชิกเราได้พูดตรงนี้ขึ้นมาตั้งแต่ต้นแล้ว การที่ส่วนกลางจัดการปัญหาใดปัญหาหนึ่ง ผมคิดว่ามันไม่ใช่เป็นเรื่องที่ผิด เพราะที่จริง การเติบโตของระบบราชการของเรามันเป็นแบบนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ มา เราเริ่ม พัฒนาเป็นแผน ๆ มาเราสร้างระบบราชการที่มีความเติบโต อันนั้นก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่พอมาถึงสักระยะหนึ่งระบบราชการจากส่วนกลางเองคงไม่สามารถ ที่จะสอดส่องได้ถึงทุกพื้นที่ การที่จะเอาท้องถิ่นหรือเอาจังหวัดเข้ามารับช่วงแทน หรือรับเป็นภาระแทน ตรงนี้เป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น และนี่คือจุดสําคัญของการปฏิรูป ณ วันนี้ ผมได้เรียนกับคณะกรรมการ หรือเพื่อน สปท. ไปหลาย ๆ ครั้งว่าเมื่อเราปฏิรูป ในทุกประเด็นปัญหาเราจะเจอปัญหาตรงนี้หมด ความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลาง กับการกระจายอํานาจ ส่วนภูมิภาคหรือส่วนท้องถิ่นจะเป็นปัญหาใหญ่ของทุกเรื่อง ที่เราเสนอใน ๒๗ วาระปฏิรูป ถ้าเราจัดการไม่เหมาะสมตรงนี้ก็เป็นอันหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ ท่านกรรมาธิการก็ได้พูดไปแล้วว่าจังหวัดเองก็ยังไม่ได้มีการจัดการตรงนี้ได้เหมาะสม การท่องเที่ยวจะขึ้นกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดคนนี้สนใจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวก็บูม (Boom) ตรงนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่สนใจ การท่องเที่ยวก็เฉย ๆ ไป ผมคิดว่าคงต้องพูดตรงนี้มากนะครับ

ผมมีข้อสังเกตอยู่บางประการให้ทางกรรมาธิการได้พิจารณานะครับ ก่อนอื่นก็เห็นด้วยสิ่งที่กรรมาธิการเสนอทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสํานักนโยบาย และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวก็ดี เรื่องของการจัดระบบเข้าพัก ทะเบียนต่าง ๆ อันนี้ก็เห็นด้วย อยู่แล้ว แต่ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๔-๕ ข้อ ดังนี้

เรื่องที่ ๑ เท่าที่สังเกตดูการจัดตั้งสํานักนโยบายและขับเคลื่อนการท่องเที่ยว ที่เกิดขึ้นนี่ดูแล้วที่กรรมาธิการได้พูดนี่ยังค่อนข้างเป็นไปอย่างล่าช้า หรือเขาอาจจะ มีการจัดตั้งอีกอันหนึ่งซึ่งไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของเรา อันนี้ผมคิดว่าเราคงต้อง วิเคราะห์เหมือนกันว่าจริง ๆ มาจากอะไรกันแน่ มาจากที่เขายังไม่เห็นความสําคัญ หรือมาจากเขาคิดว่าสิ่งที่ตั้งแล้วก็เพียงพอแล้ว ตรงนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมอยากให้ สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๓๐/๒ ทางคณะกรรมาธิการได้หารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอย่างจริงจังว่า จะเป็นอย่างไรบ้าง แล้วที่สําคัญคือหลักในการจัดตั้งโครงสร้างของส่วนราชการ ต้องเกี่ยวข้องกับ ก.พ. ก.พ.ร. ก็ดี เขาต้องพิจารณาถึงผลได้ผลเสียว่าคุ้มมากน้อยแค่ไหน อย่างไร ต่าง ๆ เหล่านี้ อันนี้ข้อแรก ผมคิดว่าถ้าเราไม่มีความชัดเจนตรงนี้มันก็ยากที่จะ เสนอตรงนี้ได้

เรื่องที่ ๒ ที่กรรมาธิการได้เสนอคือการบริหารจัดการโครงสร้างทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือส่วนท้องถิ่น ตรงนี้ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่ผมคิดว่าการเพิ่มกรรมการก็ดี เพิ่มสัดส่วนตรงนี้ก็ดี อาจจะไม่เป็นการเพียงพอก็ได้ แบบที่ท่านกษิต ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านได้มีการพูดเมื่อสักครู่แล้ว เราคงต้องมาคิด เหมือนกันว่าถ้าเราต้องการให้การท่องเที่ยวเรากระจายไปยังจังหวัดและท้องถิ่น เราควรจะ ทําแบบไหน ควรจะเป็นเรื่องของกฎหมายหรือไม่ หรือเป็นแค่คําสั่ง เพราะถ้าเราไม่สามารถ ทําให้จังหวัดและท้องถิ่นแบกรับภารกิจของท้องถิ่นตรงนี้ได้ หรือเป็นหน้าที่แท้จริงได้ การกระจายอํานาจหรือบทบาทการท่องเที่ยวไปจะยากมาก มันก็ยังอยู่ในส่วนกลางต่อไป ผมอยากเสนอความคิดเห็นนิดหนึ่งครับว่าจริง ๆ ใน สปท. เรามีคณะกรรมการปฏิรูป ระบบราชการ รวมทั้งมีคณะกรรมการเรื่องปรับปรุงองค์กรส่วนท้องถิ่น ผมอยากให้ เอาตรงนี้ไปพิจารณาดูว่าถ้ามีการกระจายอํานาจเพิ่มขึ้นอย่างนี้แล้วจะมีตรงนี้ได้อย่างไร ตรงนี้จะเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก ถ้าเราจัดเพียงแค่คําสั่งออกมาแล้วคําสั่งไม่ได้พูดถึง อํานาจ ไม่พูดถึงการจัดการ ไม่พูดถึงการจัดทําแผนจังหวัด แผนท่องเที่ยวของจังหวัด อํานาจจัดการงบประมาณ ผมคิดว่าถึงเราใส่ภาคเอกชน ใส่อะไรไปก็ไม่มีประโยชน์เท่าไร เพราะจริง ๆ สาระสําคัญของการบริหารจัดการการท่องเที่ยวก็คือการกระจายอํานาจ หรือบทบาทลงไปสู่ส่วนจังหวัดและท้องถิ่นให้เขาได้รับผิดชอบอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ตรงนี้จะเป็นเรื่องที่ใหญ่มากผมอยากจะฝากตรงนี้เพิ่มเติม

อันที่ ๓ ผมคิดว่าสิ่งที่สําคัญมาก อาจจะเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่างมาก แต่ไม่เกี่ยวกับคณะนี้โดยตรง อาจจะเกี่ยวกับคณะอื่นของ สปท. เรา ถ้าเราพิจารณาควบคู่ได้ ก็จะเป็นประโยชน์มาก ๑. เรื่องการจัดการน้ํา ๒. เรื่องขยะ ๓. เรื่องไฟฟ้า

- ๓๑/๑   สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๓๑/๑ รวมทั้งความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ผมคิดว่า ๓-๔ เรื่องนี่เป็นสิ่งสําคัญที่จะ อํานวยความสะดวกให้กับการท่องเที่ยวของเราจะไปต่อได้ดีหรือไม่ดี ถ้าขาดตรงนี้ การท่องเที่ยวเราพัฒนาไปก็ไม่สามารถจะไปได้มากกว่านี้ แต่สิ่งเหล่านี้เกินกว่า คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ตรงนี้ เข้าไปเป็นส่วนในการหนุนเนื่องกัน แล้วมันก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ผมอยากเสนอ อีกประเด็นหนึ่ง จริง ๆ จังหวัดที่มีรายได้ท่องเที่ยวของเราอาจจะมีจํานวนหนึ่งอาจจะแบ่ง ๒ ส่วน คือจังหวัด ไม่ว่าจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเลย จังหวัดชลบุรี จังหวัดต่าง ๆ เหล่านี้ กับพื้นที่ที่เป็นเกาะ ไม่ว่าจะเป็นเกาะภูเก็ต เกาะพะงัน เกาะสมุย เกาะเต่าก็ดี สิ่งเหล่านี้รายได้ท่องเที่ยวจําเป็นอย่างมาก ผมอยากให้ศึกษาเพิ่มอีกนิดหนึ่งว่า จริง ๆ แล้วจังหวัดหรือพื้นที่เหล่านี้ทํารายได้ให้กับการท่องเที่ยวเราอย่างสูงมาก แต่ผลที่ตอบแทนกลับคืนให้เขานี่อาจจะน้อย และทําให้เขาแก้ปัญหาหลายเรื่องที่เป็นภาระ คาราคาซังอยู่ไม่ได้ ถ้าภาวะยังเป็นแบบนี้นี่แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดขายของเรานี่ก็จะ ลดทอนลงไปเรื่อย ๆ ผมคิดว่าการจัดการในเชิงวิกฤตตรงนี้แล้วแก้ปัญหาตรงนี้ได้ ในจังหวัด ที่เป็นจุดสําคัญของการท่องเที่ยวจะเป็นประโยชน์อย่างมากในเรื่องของความเป็นรูปธรรม

สุดท้ายผมอยากจะเสนอนิดเดียวให้ทาง สปท. เรา เพื่อจะเสนอไปยัง ป.ย.ป. อยู่ ๒-๓ ประเด็นสั้น ๆ ผมคิดว่าการเสนอของอนุกรรมาธิการทั้งคณะเราพูดถึงเรื่อง การกระจายอํานาจเยอะ ไม่ว่าจะไปถึงจังหวัด ไปถึงท้องถิ่น ส่วนกลางจังหวัด ผมอยากให้ มารวมกันสักครั้งหนึ่งแล้วเสนอ ป.ย.ป. ไปในครั้งเดียวเลย เพราะจริง ๆ แล้วเราก็จะเห็น น้ําหนักว่าจาก ๒๗ วาระปฏิรูป สิ่งที่เราจะเสนอให้มีการกระจายอํานาจมีกี่เรื่อง แต่ละเรื่อง มีเรื่องอะไร เขาจะเสนอได้เป็นระบบ ดีกว่าจะเสนอเป็นเรื่อง ๆ ซึ่งเขาจะไม่สามารถเห็น เป็นภาพรวมได้ อันที่ ๒ คือในหลายอนุกรรมาธิการเรา หรือคณะกรรมาธิการเสนอ โครงสร้างมามาก และโครงสร้างจะเป็นสํานัก เป็นกรม เป็นอะไรต่าง ๆ จริง ๆ เรามี เลขาธิการ ก.พ. อยู่ เป็น สปท. ของเราน่าจะศึกษาเป็นเรื่องเป็นราวและยกข้อเสนอทั้งหมด ว่าจากข้อเสนอ ๒๗ วาระปฏิรูปของ สปท. ทั้งหมด มีการเพิ่มส่วนราชการเท่าไร กี่กรม กี่หน่วย และมีความเห็นแค่ไหน ผมคิดว่าเวลาเขาศึกษาการจัดตั้งหน่วยราชการ เขาจะดูดุลที่มันเท่ากัน ถ้าเราไปทีละเรื่อง ทีละเรื่อง จะไม่สามารถเห็นขนาด สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๓๑/๒ หรือน้ําหนักได้ ถ้าเราศึกษารวมทั้งหมดแล้วเราจะรู้ได้ว่าอะไรบ้าง ขนาดไหนควรจะเป็น ขนาดไหนควรจะไม่เป็น และยกทั้งชุดเลยมันจะเป็นระบบอย่างแท้จริง และข้อสุดท้ายก็คือ เช่นเดียวกันมีหลายอนุกรรมาธิการเสนอให้มีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีขึ้นมา ก็ควรจะมี การศึกษาทั้งหมดและเสนอไปพร้อมกัน ผมขออนุญาตเสนอกรรมาธิการเท่านี้ครับ