กิตติ แจงเศรษฐกิจสร้างสรรค์สอดคล้องการท่องเที่ยว-คมนาคมยั่งยืน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๖ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๐

กิตติ กิตติโชควัฒนา หารือถึงความจำเป็นในการพัฒนาการคมนาคม โดยเฉพาะทางรถไฟอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวอย่างเท่าเทียมทั่วประเทศ

นายกิตติ กิตติโชควัฒนา

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม กิตติ กิตติโชควัฒนา สปท. ๑๐ จากจังหวัดยะลาครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าบ้านเมืองเรานี้ มันมีสิ่งดี ๆ บอกเหตุเสมอเวลาเราจะพูดถึงเรื่องดี ๆ อย่างเช่นวันนี้เป็นต้น ก่อนหน้านี้ ๒-๓ วันอากาศภายนอกทั่วประเทศร้อน ไปที่ไหนก็บ่นว่าร้อน แต่อาจจะเป็นเพราะว่า สวรรค์มีตาแผ่นดินมีใจที่จะส่งเสริมให้การประชุมในวันนี้เป็นไปด้วยความสร้างสรรค์ จึงเป็นเหตุให้มีการนําเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งดูแล้ว มันร่มรื่นทั้งข้างนอกข้างใน ก็คงจะเป็นนิมิตหมายที่ดีของคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่นําเรื่องนี้ เข้ามาเสนอ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ภายนอกและภายใน ซึ่งพวกเรานํามาพูดมาคุยกัน ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เรื่องใหญ่ เพราะฟังจากท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ พูดเรื่องรายได้ของประเทศครั้งสุดท้ายที่บอกว่าจากการที่เราพัฒนาเรื่องของการท่องเที่ยว สปท. ๖/๒๕๖๐ พรเทพ ๔๓/๒ มวลรวมของประเทศได้ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่เรื่องเกษตร เรื่องอุตสาหกรรมของเรา ทําท่าจะถดถอย รวมไปตลอดจนถึงท่านกลินท์ สารสิน ที่บอกว่า นักท่องเที่ยวมาเที่ยว เมืองไทยนับวันแต่จะมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ถ้าจะบอกไปก็คือว่าเรามาถูกทางแล้ว เรื่องนี้ที่นําเสนอในที่ประชุม มาถูกทาง เพราะฉะนั้นทําอย่างไร เส้นทางที่เรามาถูกทางแล้ว จะเดินไปสุดปลายทางให้ตลอดรอดฝั่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในส่วนนี้ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่ทุกคนได้พูดคุยกันเยอะคงจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านกรรมาธิการชุดนี้ได้ ถูกหยิบยกขึ้นมานําเสนอ แต่เนื่องจากว่าอีกรอบหนึ่งก็จะมีอีกเรื่องหนึ่งที่สําคัญก็คงจะ ไม่พูดอะไรมาก เพียงแต่ว่าจะหยิบยกบางประเด็นขึ้นมานําเสนอเพื่อเป็นความคิดในการที่จะ พูดว่าความยั่งยืนของการท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้นมันจะเกี่ยวข้องไปเกือบทุกเรื่อง ก็ว่าได้ เช่น เรื่องของการคมนาคม ประเทศไทยเรานั้นมีเรื่องของการคมนาคม เช่น ทางอากาศ ทางเรือ ทางบก ทางบกเราก็มีทางรถยนต์ สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๔๔/๑ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรถไฟครับท่านประธาน ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งเหมือนกัน ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่องของทางอากาศหรือทางน้ํา เพราฉะนั้นถ้าหากจะเปรียบเทียบ ทางรถไฟนั้น ผมคิดว่าเรามีประโยชน์ได้จากเรื่องของการรถไฟ การขนส่งทุกมุม แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าบางพื้นที่ก่อให้เกิดการเปรียบเทียบในเรื่องการบริการ ในเรื่องของ การขนส่งที่ดูเสมือนหนึ่งว่าได้รับความสนใจไม่เท่าที่ควร เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ก็อยากจะ เสนอในบางประเด็นเท่าที่ผมไปพบไปเห็นมา ก็น่าจะหยิบยกขึ้นมาเป็นการพิจารณา เป็นพิเศษเพื่อประกอบในการพิจารณาที่จะเร่งในเรื่องของเศรษฐกิจที่ยั่งยืน มั่นคง รวมไปตลอดจนถึงการสร้างสรรค์ในพื้นที่บางพื้นที่ อย่างเช่นเส้นทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปจังหวัดเชียงใหม่ ระยะทางเพียง ๖๘๐ กิโลเมตร ถ้าจะเปรียบเทียบไปบ้านผม ถึงจังหวัดนราธิวาส อําเภอสุไหงโก-ลก นั้น ๑,๑๔๐ กว่ากิโลเมตร แต่การคมนาคมไม่ค่อยจะ สร้างสรรค์เท่าไรนักถ้าไปทางใต้ ไม่ค่อยจะสร้างสรรค์ครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะเห็นมาก ๆ คือทําอย่างไรให้การสร้างสรรค์จะเกิดความเป็นธรรมเท่าเทียมกันพอสมควร ตู้นอนเอย อะไรเอยเยอะแยะมากมาย เส้นทางรถไฟ ๒ ราง ทําไมไปหยุดแค่นิดเดียวไม่สุดทางใต้ ทั้ง ๆ ที่ระยะทางที่ยาวกว่า ก็ควรจะให้โอกาสที่ดีกว่าด้วยซ้ําไป ไม่อย่างนั้นอย่างเช่น ไปที่บ้านผมที่จังหวัดนราธิวาสถึงอําเภอสุไหงโก-ลก จะใช้เวลาเกือบ ๑ วันเต็ม ๆ ในขณะที่ ไปจังหวัดเชียงใหม่ก็ ๗-๘ ชั่วโมง อันนี้พูดถึงเวลาในการเดินทางมันก็เกี่ยวข้องกระทบถึง เรื่องการท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าพวกเราที่อยู่กรุงเทพฯ ไม่เอาปัจจัยอื่น มาเกี่ยวข้อง ถามว่าอยากจะไปจังหวัดเชียงใหม่กับทางอําเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส อยากจะไปไหน เพราะอันนั้น ๘ ชั่วโมง อันนี้เกือบ ๑ วัน เกือบ ๒๔ ชั่วโมง แน่นอนถ้าเอา เวลามาเป็นตัวตั้งในการคิดที่ตัดสินใจจะไปแล้ว ก็ไปจังหวัดเชียงใหม่ดีกว่า เวลาก็สั้นกว่า นอกจากเรื่องเวลาสั้นกว่าแล้ว เรื่องสิ่งอํานวยความสะดวกบนรถไฟก็เกี่ยวข้องกับเรื่องของ การท่องเที่ยว การบริการต่าง ๆ อย่างเมื่อ ๒ วันที่แล้วผมมาทางรถไฟ ผมพยายามไปทุกแห่ง ทุกที่เพื่อจะดูข้อเปรียบเทียบ บางที่ก็จะเอามาเปรียบเทียบให้พวกเราได้เห็นว่า อะไรบ้าง ที่เราเห็นแล้วที่ยังไม่สร้างสรรค์ ก็จะเอามาช่วยบอกกันเพื่อจะได้ปรับปรุงให้เกิด ความสร้างสรรค์ขึ้นมาตามสมควร เช่นบนรถไฟชั้น ๒ ตู้นอน อันนี้พูดกันตรงไปตรงมา เวลาชาวบ้านไปซื้อตั๋วชาวบ้านจะไม่มีโอกาสเลือกตู้ไหน ๆ เขาจะไม่รู้ว่าตู้ไหน ตู้นอน สปท. ๖/๒๕๖๐ อุทัยวรรณ์ ๔๔/๒ ห้องนอน ห้องส้วม จะดีหรือไม่ดี ก็แล้วแต่เจ้าหน้าที่จะให้หมายเลขห้อง หมายเลขที่นอน อย่างเมื่อ ๒ วันที่แล้วผมไปเจอผู้สูงอายุท่านหนึ่งอายุเกือบ ๆ ๗๐ ปี เวลาท่านปวดท้องปัสสาวะ ก็เดินทางจากทางใต้สุดจะไปกรุงเทพฯ ท่านจะต้องรอว่ารถไฟหยุดเมื่อไรท่านจึงเข้าห้องน้ํา ผู้สูงอายุจึงเข้าห้องน้ํา เพราะถ้ารถไฟไม่หยุดท่านเข้าไปในห้องน้ําแล้วท่านนั่งแล้วลุกขึ้นไม่ได้ เนื่องจากว่าห้องส้วมไม่ใช่เป็นโถ เป็นพื้นที่ราบ ต้องนั่งยอง ๆ ผมก็ไม่แน่ใจว่าสักวันหนึ่ง สักเที่ยวหนึ่งอาจจะมีเรื่องเกิดขึ้นเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นครั้งที่แล้ว เรื่องของบนรถไฟก็คือ ผู้สูงอายุนั่งแล้วลุกขึ้นไม่รอด เวลารถไฟวิ่งจะไม่ได้ยินเสียง ก็ต้องนอนคา นั่งคาอยู่ตรงนั้น ดีไม่ดีอาจจะเป็นลม อาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเหยื่อของสื่อมวลชนเอาไปประโคมข่าว ทําให้การรถไฟเราเสียชื่อ ท่านผู้สูงอายุทั้งหลายลองไปนั่งสิครับ ลองนั่งยอง ๆ สัก ๑๐ นาที ยิ่งรถไฟวิ่งแล้วจะแกว่งไปแกว่งมา ดีไม่ดีอาจจะล้มลงไปแล้วก็ลุกขึ้นไม่รอด อันนี้ก็คือ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเชิงของการบริการเพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์ในด้านของการบริการ ทางคมนาคมโดยขบวนรถไฟ สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๔๕/๑ นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่อยากจะเสนอเพิ่มเติมก็คือว่าในเรื่องของการท่องเที่ยวนั้น มันมีทั้งของเก่า ของใหม่ ของเก่าเราคงจะทําให้ดีขึ้น ของใหม่ก็ต้องไปเสาะแสวงมา เพื่อให้ทําเป็นแหล่งหลัก แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะเรียนเพิ่มเติมซึ่งเป็นสมบัติของการรถไฟ แห่งประเทศไทยที่ถูกละเลยทิ้งไปก็น่าเสียดาย เพราะเมื่อปีที่แล้วผมได้ไปเที่ยวที่แม่กลอง สมุทรสงคราม ที่ที่มีรถไฟที่ได้ชื่อว่าร่มหุบครับ ใครไม่เคยไปก็ลองดูสนุกเพลิดเพลินดี มีชาวต่างประเทศ ต่างชาติเขามาเที่ยวกันสนุก ๒ ข้างทางที่รถไฟวิ่งผ่านนั้นเต็มไปด้วยผู้คน ปกติถ้ายังไม่มีรถไฟแล่นผ่านแม่ค้าแม่ขายก็จะตั้งข้าวของสินค้าเรียงรายตามเส้นทางรถไฟ ติดรางรถไฟเลยครับ เหมือนกับว่ารถไฟวิ่งไม่ได้ ถ้าวิ่งผ่านแล้วชาวบ้านก็คงจะต้อง เหยียบกันตาย ล้มกันตายกันบ้าง เพราะว่ามันชิดรางรถไฟ แต่พอได้เวลาร่มที่กาง ข้าวของที่ ตั้งอยู่ใกล้ ๆ เส้นทางรถไฟนั้นก็หลีกออกเกลี้ยง รถไฟก็เดินผ่านฉึก ฉึก ฉึก สบาย ๆ แล้วพอเสร็จจากนั้นทุกคนก็กลับไปสู่ปกติที่เดิมค้าขายปกติอีก แม่ค้าแม่ขายต่าง ๆ เหล่านั้น ผมคิดว่าดูแล้วมันเพลินตา มันชวนให้เที่ยวครับ มันเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ที่เรียกว่าร่มหุบ เพราะฉะนั้นพอมาเห็นอย่างนี้แล้วทําให้ผมนึกถึงสมัยตอนที่ผมเรียนหนังสือ ที่จังหวัดสงขลาครับ เวลาผมจะเดินทางไปเรียนหนังสือที่สงขลา ผมมาจากจังหวัดนราธิวาส บ้านเดิมผมอยู่จังหวัดนราธิวาสก็ต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟมะรือโบไปลงที่อําเภอหาดใหญ่ จากอําเภอหาดใหญ่ก็ขึ้นรถไฟต่อจากสถานีรถไฟหาดใหญ่ไปจังหวัดสงขลา ที่นั่นก็จะมี เส้นทางรถไฟซึ่งระยะทางก็ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ท่านประธานครับ แต่เดี๋ยวนี้ท่านลองไปดู ระยะทางเพียง ๒๐ กว่ากิโลเมตร ๓๐ กิโลเมตรตรงนั้น แต่ขณะนี้ในเส้นทางนี้ถูกนายทุน ยึดเสียจนไม่มีอะไรเหลือ ตั้งแต่ปี ๒๕๒๑ ที่การรถไฟปิดเส้นทางเส้นนี้แล้วเส้นทางมันยังมีอยู่ รางรถไฟก็ยังมีอยู่ แต่สมบัติของรถไฟถูกใครต่อใครก็ไม่รู้พาเข้าไปครอบครอง ทําผลประโยชน์ ผมคิดว่าถ้าหากเราจะไปรื้อฟื้นเส้นทางสายนี้มันก็จะเป็นเส้นทาง การท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจ ระยะทางเพียง ๓๐ กิโลเมตร ๒ ข้างทางก็มีสถานี รายทางเยอะแยะประมาณ ๑๒ สถานี และ ๒ ข้างทางนั้นมันก็จะมีชาวบ้านชาวช่อง ตําบล หมู่บ้านต่าง ๆ เยอะแยะมากมายที่สามารถขนถ่ายสินค้า แล้วอีกอย่างผมคิดว่า จังหวัดสงขลากับอําเภอหาดใหญ่นั้นต่างก็เป็นเทศบาลนครซึ่งมีผู้คนคับคั่งการไปมาหาสู่ ถ้าหากว่าเส้นทางสายนี้สามารถเดินรถได้ มันก็จะช่วยในเรื่องผ่อนคลายการจราจร สปท. ๖/๒๕๖๐ นัชชา ๔๕/๒ แล้วก็เศรษฐกิจ ๒ ข้างทางมันก็เจริญ แล้วก็จะเกิดเส้นทางที่เรียกว่าเศรษฐกิจยั่งยืนเกิดขึ้น ๒ ข้างทางอีกเยอะแยะมากมาย เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ก็อยากจะฝากการรถไฟ ผ่านทางกรรมาธิการ ผ่านท่านประธาน ทําอย่างไรการท่องเที่ยวโดยทางรถไฟเส้นทางสั้น ๆ นครหาดใหญ่ นครสงขลา ซึ่งมีภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ทางธรรมชาติ ทะเลเอย เกาะหนู เกาะแมวเอย ทะเลสาบข้างในเอย เยอะแยะ มีที่ท่องเที่ยวเยอะ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าหากว่าสร้างเส้นทางรื้อฟื้นของเก่ามาใช้ใหม่ มันจะช่วยทําให้เศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวชาวบ้านจะได้รับประโยชน์ รวมไปตลอดจนถึงนักเรียน นักศึกษา ก็คงจะได้รับประโยชน์จากส่วนนี้อีกมากมาย ก็ขอนําเสนอ ๒ ประเด็นไว้ ณ โอกาสนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ