ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ ชื่นชมรายงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แต่แสดงความเห็นถึงข้อบกพร่องในภาพประกอบที่ไม่สอดคล้องกับเนื้อหา และเน้นย้ำความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านการศึกษาและงานวิจัยแบบบูรณาการ โดยเสนอให้มหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันขับเคลื่อนโครงการต้นแบบในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและนวัตกรรมอย่างมีระบบภายใต้การสนับสนุนจากรัฐ
ขอบคุณท่านประธาน ผม ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ สมาชิก ลําดับที่ ๖๙ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณสภาแห่งนี้ ที่เปิดโอกาสให้ผมได้ทํางานต่อมา ที่จริงผมเองก็ได้ขับเคลื่อนการทํางานของสภาแล้วก็ได้ มาตรา ๔๔ มา ในเรื่องของระบบวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างนวัตกรรม สิ่งที่จะขออภิปรายในวันนี้ก็อยากจะเรียนขั้นต้นก่อนว่ารู้สึกชื่นชม ท่านรัฐมนตรีปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ท่านปลัดสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ท่านเฉลิมศักดิ์ ท่านกลินท์ ล้วนแต่เป็นบิ๊กเนม (Big name) ทั้งนั้นนะครับ รายงานทั้งหมดที่นําเสนอในวันนี้ ทั้ง ๒ เรื่อง คือเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์กับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ผมจะไม่พูดถึง การท่องเที่ยวมากนัก แต่อยากพูดในบริบทของความเป็นนักวิชาการหรือเป็นอาจารย์ สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๓๔/๒ ในมหาวิทยาลัย ที่จริงผมรักษาการอธิการบดีอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรําไพพรรณีอยู่พักหนึ่ง แล้วก็เป็นรองอธิการบดีที่เอเชียนยูนิเวอร์ซิตี (Asian University) ที่มหาวิทยาลัยบูรพาด้วย คือบริบทของการเป็นนักวิชาการ ก็อาจจะขอโทษที่ละเอียดนิดหนึ่ง แต่เช็ก (Check) ดูแล้ว
ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าการรายงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ดีมากเลยครับ ขอชื่นชม ผมดูแต่ละหน้าก็ชัดเจนหมด เพียงแต่ว่าในการนําเสนอเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ของท่าน ในฐานะที่เราเป็นนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกาบ้าง อังกฤษบ้าง ออสเตรเลียบ้าง เราอยู่ต่างประเทศกันมาพอสมควร เราก็เห็นว่าบางสิ่งบางอย่างมันไม่ใช่ ท่านปีติพงศ์ครับ ตรงหน้าที่เป็นบรุกลิน เนวี ยาร์ด อันนี้เป็นของสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่สหราชอาณาจักร เด็กคงจะก๊อปปี้กันมา แล้วก็ใส่ เนวียาร์ด นี่ก็เป็นตัวอย่างที่ดี อันนี้เป็นการแก้คําผิดสไลด์ (Slide) แต่ว่ามันไม่ใช่เรื่องของเนื้อหา ที่ท่านได้เตรียมมา เป็นอย่างดีแล้ว อันนั้นผมชื่นชมแล้วก็ถือว่าเป็นผลงานเด่นทีเดียว
ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะนําเสนอ ก็คือเป็นข้อเสนอเชิงวิชาการครับ ท่านกรรมาธิการคงจะเข้าใจดีว่าในฐานะที่เป็นคณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน มาก่อน เราเองอยากจะเห็นอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่ ท่านประธานก็ได้รายงานมาแล้วว่าประเทศไทยเป็นที่ชื่นชมเรื่องการท่องเที่ยวเป็นอันดับ ๔ อะไรทํานองนี้ ดีขึ้นมามากเลย แถมยังรายงานอีกว่าเราจะได้งบประมาณแผ่นดิน เพื่อการพัฒนาระบบวิจัย ๐.๗๗ เปอร์เซ็นต์ จาก ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ขึ้นมาเป็นขนาดนี้ ถือว่าเยอะนะครับ เราต้องการ ๑-๒ เปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ไม่ใช่ง่ายสําหรับประเทศไทย หลายแสนล้านบาทคาดหวังว่าอย่างนั้น ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ ประเด็นของงาน ที่ท่านนําเสนอ ก็คือเรื่องของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผมชื่นชมนะครับ เป็นเรื่องที่ดีมากเลย เพราะนี่คือความยั่งยืน มั่นคง มั่งคั่งของชุมชน สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๓๕/๑ ซึ่งมีอยู่ตั้งหลายพันชุมชนในประเทศไทย อบต. ต่าง ๆ ๗,๐๐๐ กว่าแห่งเราก็ทราบดี การที่ทําให้ชุมชนต่าง ๆ เข้มแข็งเหล่านี้ทําให้คนรักถิ่น ผมเป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯ ๕๐ ปีแล้วยังรักถิ่นเดิมอยู่ มันมีประเด็นอย่างนี้ครับ ในฐานะที่เป็น นักวิชาการเราเห็นว่าการดําเนินการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ลักษณะนี้ครีเอทิฟอีโคโนมี (Creative Economy) พร้อมตัวอย่างที่ยกมา เจริญกรุงบ้าง ของไต้หวันบ้าง หรือของอังกฤษบ้างเป็นตัวอย่างที่ดี แต่ในเมืองไทยผมเองอยากจะเรียนกับท่านอย่างนี้ว่า ในส่วนนี้เวลาผมไปบรรยายเรื่องนวัตกรรม เรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ในฐานะของ อนุกรรมาธิการ ๔ ของคณะกรรมาธิการการศึกษา เราจะพยายามพูดเชื่อมโยงให้เขาเห็นว่า การท่องเที่ยวมันต้องอยู่บนพื้นฐานของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ท่านนําเสนอทั้งหมดเลย ประเด็นอยู่ที่ว่าผมอยากจะเห็นความยั่งยืนเรื่องนี้มันต้องขึ้นมาจากพื้นฐานของการศึกษา หมายความว่าครีเอทิฟอีโคโนมี (Creative Economy) มิใช่เป็นโซนดิสซิพลิน (Zone Discipline) มันเป็นอินทีเกรเตด (Integrated) มันเป็นของมัลติดิสซิพลิน (Multi Discipline) ที่ต้องมาช่วยกัน ในสิ่งที่เราเห็นมาหลายตัวอย่างของชุมชน ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าบินไปทางใต้บ่อย ๆ จะเห็นว่าทําไมจึงมีทะเลสาบสงขลา ทําไมจึงมี แม่น้ําปากพนัง ทําไมจึงมีแหลมตะลุมพุก ทําไมจึงมีนั่น ๆ ทําไมเกาะแทนทาลัมหายไปไหน ท่านสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ คงนึกออก เกาะแทนทาลัมก็คืออําเภอชะอวด อําเภอหัวไทร อําเภอเชียรใหญ่ แต่มันผ่านมา ๓๐๐-๔๐๐ ปี วัดพะโคะที่เคยอยู่ที่ด้านหลังของ อําเภอแถวนั้นมันเป็นบริเวณที่เรือสําเภาเคยเดินทางผ่าน จนกระทั่งหลวงพ่อทวดก็ต้อง เดินทางโดยอาศัยเส้นทางนั้น แต่ผ่านไป ๒๐๐-๓๐๐ ปี เพลตเทคโทนิกส์ (Plate Tectonics) มันสูงขึ้น พอสูงขึ้นปั๊บมันก็ทําให้เชื่อมเป็นแผ่นดินไปหมด กลายเป็น ทะเลสาบสงขลา ทะเลน้อยไป บริบทอย่างนี้มันสตอรีเทล (Story Tale) ที่น่าสนใจ ผมจึงอยากจะเห็นว่าการทําหลักสูตร การทําการศึกษา การทําวิจัยพัฒนา โดยมหาวิทยาลัย ที่อยู่ในท้องถิ่น ยกตัวอย่าง ทางใต้จุดนั้นจุดเดียว เราจะเห็นว่าทุกเรื่องมันมีเรื่องที่บอกได้ว่า มันเป็นครีเอทิฟอีโคโนมี (Creative Economy) ได้คล้าย ๆ ต่างประเทศ แต่เราทําเฉพาะ จุดใดจุดหนึ่ง เอาเขาหลวง เอาตรงที่เป็นพระธาตุ เอาตรงที่เป็นทะเลสาบสงขลา เป็นจุด ๆ ไป แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งทํา มันหลายดิสซิพลิน สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๓๕/๒ (Discipline) ซึ่งเข้ามาช่วยตั้งแต่สถาปัตยกรรม วิศวกรรม รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ แล้วก็ด้านบริหารธุรกิจ ต้องมาดูหมด ดูทุกเรื่อง แล้วทําเรื่องนี้ให้เป็นโปรเจกต์ (Project) ขึ้นมา แล้วก็ทําการเสนอให้มันเป็นระบบ แล้วก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้การอุดหนุน ทีนี้พอรัฐบาล ณ ปัจจุบัน ตามที่ผมเคยได้เรียนว่าเราได้มาตรา ๔๔ มาในการกํากับให้ ระบบวิจัยของชาติด้วยมาตรา ๔๔ เป็นระบบเดียวกันคือ สวนช. สวนช. เกิดขึ้นมา ตามมาตรา ๔๔ โดยอํานาจของสภาแห่งนี้ทําการขับเคลื่อนออกไป ตรงนี้ถ้าเป็นระบบอย่างนี้ ระดับนโยบายของประเทศซึ่งนายกรัฐมนตรีนั่งคุมนโยบายของทุกกระทรวงคือเรื่องการวิจัย การฟีดแบ็ก (Feedback) ข้อมูลเหล่านี้โดยนักวิชาการในมหาวิทยาลัย โดยหลักสูตรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ ทําโครงการต่าง ๆ หรือในทุกตําบล ทุกท้องที่ให้มันเป็นลักษณะของเศรษฐกิจ รูปแบบใหม่ตามที่ท่านปีติพงศ์นําเสนอมันจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะว่าทุกคนจะใช้วิชาการของ ตัวเองมาช่วยกันทําการศึกษา แล้วก็รายงานขึ้นไปแล้วบอกเป็นโจทย์ จากนั้นก็ให้เงิน งบประมาณการวิจัยซึ่งมี ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ ก็จะทําให้นักวิชาการในมหาวิทยาลัยสร้างฐาน องค์ความรู้ให้กับตัวเอง ในสถาบันไม่ว่าจะเป็น มอ. มหาวิทยาลัยรัฐ หรือว่ามหาวิทยาลัย ราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลในท้องถิ่น เขาก็ได้มีบริบทของเชิงวิชาการที่ทําแล้ว ไม่ได้ขึ้นหิ้ง ทําแล้วก็สามารถไปสร้างครีเอทิฟอีโคโนมี (Creative Economy) ได้ ดังนั้นผมอยากจะเรียนว่าโปรแกรมออฟสตัดดี (Program of Study) ต่าง ๆ ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยพวกนี้ รวมทั้งระดับปริญญาโท ระดับปริญญาเอกจะเป็นสิ่งที่ เป็นประโยชน์ จึงอยากจะเรียนนําเสนอว่าถ้าเป็นไปได้การทําการปฏิรูปตามที่ท่านเสนอมา หลายข้อด้วยกัน ผมคิดว่าน่าจะเสริมตรงนี้ด้วยว่าความยั่งยืนของเรื่องใด ๆ ก็แล้วแต่ มันต้องผ่านขบวนการเรียนการสอนที่เป็นหลักสูตร เหมือนพวกท่านเรียนเศรษฐศาสตร์มา เรียนกฎหมายมา ถ้าหากไม่มีหลักสูตร ไม่ไปเรียนมาวิชาการพวกนี้ก็ไม่อยู่ เช่นเดียวกัน เศรษฐกิจที่เราเรียกว่าเศรษฐกิจพอเพียง หรือของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงพระราชดําริไว้ แล้วก็เป็นเรื่องที่ทุกคนเห็นชอบ สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๓๖/๑ ถ้าหากว่าไม่ผ่านการคิดเป็นรูปเป็นระบบของการสร้างเป็นหลักสูตรมันก็ยาก พอดีผมก็เข้า ไปเกี่ยวข้องนิดหน่อย ฉะนั้นอยากจะยืนยันว่าในกรณีของเศรษฐกิจสร้างสรรค์นี้เป็นเรื่องดี เป็นเรื่องที่เยี่ยมยอดมากแล้วกันในสายตาผม แล้วท่านก็ผ่านมามาก เห็นมามาก ถ้าหากสามารถผลักดันให้ทุกชุมชนในประเทศไทยที่มีของดีเยอะมากเลย ผ่านการพัฒนาเป็น ระบบของวิจัย แล้วก็เป็นนโยบายชัดเจนของรัฐบาลตามโครงสร้างของ สวนช. ที่เราทําไปแล้วลงมากํากับทั้งนโยบาย ทั้งงบประมาณ และให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีหลักสูตร ร่วมกันทําการค้นคว้าวิจัยพัฒนา ทําให้เกิดครีเอทิฟอีโคโนมี (Creative Economy) ขึ้นมาได้ หลายพันจุดด้วยกัน ขอบพระคุณมากครับ