อลงกรณ์ พลบุตร ชี้แจงความสำคัญของโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใช้ไม้โตเร็วเป็นเชื้อเพลิง ในการลดการนำเข้าถ่านหิน สร้างรายได้ให้เกษตรกร และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมเน้นย้ำถึงประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และลดก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนการใช้พื้นที่ริมทางรถไฟและทางหลวงปลูกไม้โตเร็วเพื่อป้องกันการพังทลายและบุกรุก พร้อมผลักดันนโยบายชัดเจนผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในโครงการพลังงานชีวมวลประชารัฐ โดยยังชื่นชมข้อเสนอระบบบริการเบ็ดเสร็จเพื่อลดต้นทุนและเวลา พร้อมย้ำถึงความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนและสร้างความมั่นคงทั้งด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
ขอเชิญ พลตํารวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา ครับ
พลตํารวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา : กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศและสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผม พลตํารวจเอก สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ ๑๐ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สปท. ลําดับที่ ๑๗๖ นะครับ เนื่องจากมีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติถามหลายท่านในประเด็นต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมขออนุญาตนําเสนอรูปเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ๕ เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประกอบการอธิบายดังนี้นะครับ อันแรก ผมจะพูดเรื่องชีวมวล โรงไฟฟ้าชีวมวลไม้โตเร็ว มีส่วนช่วยลดการนําเข้าถ่านหินจากต่างประเทศและเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทยอย่างไร สปท. ๖/๒๕๖๐ อัมภิกา ๘๕/๒ มาคํานวณอันดับแรกนะครับ โรงไฟฟ้ากําลังการผลิต ๑ เมกะวัตต์ ใน ๑ ปีจะผลิตไฟฟ้าได้ ๘.๑๖ ล้านยูนิต (Unit) หรือล้านหน่วยตามที่บ้านเราใช้นั่นแหละครับ ตามแผนเออีดีพี (AEDP) จะมีโรงไฟฟ้าจากชีวมวล ๕,๕๗๐ เมกะวัตต์ ดังนั้นตลอดอายุโครงการสัญญา ๒๐ ปี เราจะมีกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากชีวมวล จากไม้โตเร็ว ๙๐๙,๐๐๐ ล้านยูนิต (Unit) หรือล้านหน่วย ทีนี้มาเทียบว่ามีโรงไฟฟ้า ผมเทียบโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ประสิทธิภาพสูงสุดว่า ใช้ถ่านหินเท่าไร ได้ข้อมูลมาว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน ๒,๘๐๐ เมกะวัตต์ ใช้ถ่านหิน ๘,๐๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี ดังนั้นโรงไฟฟ้าถ่านหิน ๑ เมกะวัตต์ใช้ถ่านหิน ๒,๘๕๗ ตัน ถ้าเป็น โรงไฟฟ้าถ่านหิน ๕,๕๗๐ เมกะวัตต์จะใช้ถ่านหิน ๑๕ ล้านตันต่อปี ใน ๑๕ ล้านตันต่อปี เรามาคํานวณว่าถ้า ๒๐ ปีตามโครงการนี้เพราะว่าโรงไฟฟ้ามีสัญญาอายุ ๒๐ ปีใช้ถ่านหิน ทั้งหมด ๓๑๘ ล้านตัน ถ้าเราใช้ถ่านหิน ๓๑๘ ล้านตันเข้ามาแทน พูดง่าย ๆ ว่าชีวมวล ที่กําลังจะเสนอนี่ ด้วยไม้โตเร็วนี่มันแทนถ่านหินจํานวนเท่านี้ เราก็มาคํานวณนะว่าใน ๑ ปี ราคาถ่านหินราคาปัจจุบันประมาณตันละ ๑,๘๐๐ บาท ฉะนั้นใน ๑ ปีจะประหยัดการนําเข้า ถ่านหินไป ๒๘,๖๔๔ ล้านบาท เพราะเรามาใช้ไม้ในประเทศของเรา ไม้โตเร็ว ถ้า ๒๐ ปี จะประหยัดไปถึง ๕๗๒,๐๐๐ ล้านบาท และที่มากกว่านั้นก็คือว่าเศรษฐกิจชุมชนจะเกิดขึ้น หมุนเวียนเท่ากับ ๕.๙ เท่า หรือประมาณ ๕ เท่าของเม็ดเงินที่ใส่ลงไปในชุมชน ดังนั้น ใน ๑ ปีเรามีเม็ดเงินเข้าไปในชุมชน ๒๘,๖๐๐ กว่าล้านบาทจะคิดเป็นเศรษฐกิจชุมชนเท่ากับ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี นั่นคือเกี่ยวกับเศรษฐกิจชุมชนนะครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๘๖/๑
ทีนี้มาอีกประเด็นหนึ่งครับ ประเด็นเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าชีวมวลมีส่วนช่วย ในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยออกซิเจนออกสู่บรรยากาศอย่างไร เพราะว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลนั้นใช้ไม้โตเร็วเป็นเชื้อเพลิง โรงไฟฟ้าชีวมวล ๑ เมกะวัตต์ ใช้ไม้โตเร็ว ประมาณ ๑๘,๐๔๓ ตันต่อปี อันนี้คิดจากค่าเฉลี่ยนะครับ โรงไฟฟ้าชีวมวล ๕,๕๗๐ เมกะวัตต์ ใช้ไม้โตเร็ว ๖๐ ล้านตันต่อปี ๖๐ ล้านตันต่อปีจะใช้ไม้โตเร็ว ถ้า ๒๐ ปีก็จะเท่ากับ ๑,๒๐๗ ล้านตัน เรามาดูสมการการสร้างเนื้อไม้นะครับ จะประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ จากอากาศ รวมกับน้ํา แล้วก็แสงแดด เอามาเป็นตัวทําปฏิกิริยา แล้วก็มีคลอโรฟิลล์ เป็นตัวจับแสงแดดมาทําปฏิกิริยา จะได้ไฮโดรคาร์บอนบวกออกซิเจนออกมา ส่วนที่เป็น ออกซิเจนนี่ครับปลดปล่อยออกมาสู่บรรยากาศ ดังนั้นจากสมการข้างต้น เนื้อไม้ ๑ ตัน จะต้องดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ๑.๘๑ ตัน ปลดปล่อยออกซิเจน ๑.๓๒ ตัน และเนื้อไม้ที่เราบอกเมื่อสักครู่นี้ว่า ๖๐ ล้านตันต่อปี ใน ๑ ปีจะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ๑๐๙ ล้านตัน ปลดปล่อยออกซิเจน ๗๙ ล้านตัน ถ้าตลอดอายุโครงการ ๒๐ ปี จะดูดซับ คาร์บอนไดออกไซด์ ๒,๑๘๖ ล้านตัน ปลดปล่อยออกซิเจน ๑,๕๙๔ ล้านตัน สิ่งนี้คือสิ่งที่ เกิดขึ้นในบรรยากาศ แล้วส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นการลดภาวะการเกิดก๊าซเรือนกระจก อันเนื่องมาจากการใช้เชื้อเพลิงที่เป็นคอนเวนชันนัล (Conventional) ก็คือถ่านหิน หรือก๊าซธรรมชาติ หรือฟอสซิล (Fossil) ทั้งหลายมาเป็นเชื้อเพลิงครับ
ต่อไปนี้ผมขออนุญาตตอบคําถาม แล้วก็ขออนุญาตขอบคุณท่านสมาชิก ที่อภิปรายทั้งหมดนะครับ ที่ท่านอภิปรายทั้ง ๑๐ ท่านโดยประมาณ ล้วนแต่เป็นประโยชน์ ทุกท่าน ดังนี้ ท่านแรก ท่านปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ขอขอบคุณครับ ผมจะนําเข้าไปใส่ ในรายงาน ที่ว่าการดําเนินการนี้สอดคล้องตามแนวพระราชดําริของรัชกาลที่ ๙ ปลูกป่า ๓ อย่าง เพื่อประโยชน์ ๔ อย่าง แล้วก็โครงการทฤษฎีใหม่ ส่วนท่านเป็นห่วงใยในเรื่องของช่วงเวลา ที่รอ ๔ ปีจะทําอย่างไร ที่ท่านเสนอมาใต้ร่มเงานั้นสามารถปลูกพืชระยะสั้นได้ เช่นที่มีกันแล้ว ทําแล้ว แล้วเราก็จะเสนอไปในนี้ด้วย การปลูกสมุนไพรใต้ร่มไม้ การปลูกผักสวนครัว การเลี้ยงสัตว์เล็ก เช่น แพะ แกะ เป็ด ไก่ ใต้ร่มไม้เหล่านั้นเพื่อเป็นรายได้เสริม แล้วก็ อีกส่วนหนึ่ง เรื่องเกษตรพันธสัญญา ขอเรียนท่านว่าสอดคล้องกับเกษตรพันธสัญญา เพราะผมเป็นอนุกรรมาธิการในการยกร่างเรื่องเกษตรพันธสัญญาด้วย ดูแล้วว่าสอดคล้องกัน สปท. ๖/๒๕๖๐ ไอดา ๘๖/๒
สําหรับที่ท่านกษิต ภิรมย์ ได้ให้คําแนะนํา ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านคุรุจิตได้กรุณาตอบไปแล้ว แล้วก็ส่วนของท่านกษิตที่บอกว่าการพลังงานหมุนเวียน และการอนุรักษ์พลังงาน ให้ตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมา ที่จริงเราก็อยากทํา แต่ว่ากลัวจะเป็น การซ้ําซ้อน เพราะปัจจุบันนี้มีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานเป็นเจ้าของ อยู่แล้ว แล้วก็ในเรื่องนี้ทางกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานได้มาร่วม ให้ความเห็นกับเรา แล้วก็มีความเห็นสอดคล้องกับแนวทางของเราทั้งหมด ก็เลยเรียน ท่านเพื่อทราบในส่วนนี้ แต่ก็ต้องขอขอบคุณในข้อแนะนําดี ๆ ของท่านนะครับ
สําหรับท่านอาจารย์ธรรมศักดิ์ พงศ์พิชญามาตย์ ต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ ที่ช่วยขยายความข้อดีในรายงาน ขอเรียนท่านอาจารย์นะครับ เรื่องการลดภาวะเรือนกระจก เมื่อสักครู่ได้อธิบายไปแล้ว ขยายไปแล้ว จะไปเพิ่มในรายงานครับ ส่วนเรื่องขนาด ของเครื่องจักร ก็แล้วแต่ว่าถ้ากําลังการผลิตประมาณ ๓ เมกะวัตต์ลงมา จะต้องเป็น แก๊สซิฟิเคชัน (Gasification) แต่ถ้าเป็นกําลังการผลิตขนาดใหญ่ขึ้นไปตั้งแต่ ๔ เมกะวัตต์ ขึ้นไปนั้นจะต้องใช้โรงไฟฟ้าแบบเผาตรง หรือว่าอินซิเนอเรชัน (Incineration) นั่นเองครับ
ส่วนท่านที่บอกว่าสิ่งของที่เหลือใช้ไปทําอะไร เป็นคําถามที่ดีมากครับ สิ่งของที่เหลือใช้จากโรงไฟฟ้าชีวมวลมีสภาพเป็นด่างเอาไปทําปุ๋ยแทนปูนขาวครับ เพราะฉะนั้นนาของใครก็ตามที่เป็นนาเปรี้ยวหรือดินเปรี้ยวเดิมนั้นต้องเอาปูนขาวไปโรย ให้เอาเถ้าถ่านนี้ไปโรยแทน นอกเหนือจากนั้นแล้วถ่านก็ยังมีโพแทสเซียมด้วย
- ๘๗/๑ สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๘๗/๑
สําหรับท่านดํารงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใย กรมป่าไม้ ในส่วนนี้ท่านประธานอนุกรรมาธิการ ท่านดอกเตอร์ดุสิตได้ตอบไปแล้วว่า มีวิธีการป้องกันอย่างไร ด้วยเหตุนี้เองในเรื่องนี้ท่านประธานคุรุจิตเป็นห่วงเรื่องนี้ เป็นเรื่องแรก ทันทีที่มีการเสนอว่าจะแก้อย่างไร แล้วเราก็แก้ด้วยกันว่าใครก็ตามที่จะ ขออนุญาตโรงไฟฟ้าครั้งนี้จะต้องมีคอนแทร็กต์ฟาร์มมิง (Contract Farming) หรือหลักฐาน การปลูก สัญญาการปลูกมาแสดงจนครบปริมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ต่อ ๑ เมกะวัตต์ และ ๒,๐๐๐ ไร่นั้น คิดราคาที่เพียงพอและก็เหลือไว้ด้วย นอกเหนือจากนี้แล้วยังมีในเงื่อนไขที่กําหนดไว้อีก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วในท้ายใบอนุญาตมักจะกําหนดไว้ว่าห้ามนําไม้อื่นมาเป็นเชื้อเพลิง ถ้าผิดก็ยกเลิกสัญญา เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นมาตรการที่เด็ดขาดรุนแรงอยู่แล้วครับ
สําหรับท่านมิ่งขวัญ ท่านได้เป็นห่วงขอให้ดูชีวมวลทั้งระบบของประเทศ ขอเรียนว่าในการยกร่างนั้นเราได้เอาชีวมวลทั้งระบบของประเทศมาดูแล้ว มีขีดจํากัดว่า ผลิตได้แค่ ๓,๐๐๐ เมกะวัตต์ แล้วตอนนี้เอามาใช้แทบหมดแล้ว ถึงขั้นแย่งกันแล้ว ก็เลยหาทางออกว่าจะทําอย่างไรถ้าสิ่งของเหลือใช้จากการเกษตรหรือชีวมวลอย่างอื่น มันถึงทางตันแล้ว ทางออกมันก็คือต้องปลูกไม้โตเร็วขึ้นมาชดเชย และชีวมวลอย่างอื่น เราศึกษาหญ้าเนเปียร์หรืออย่างอื่นทั้งหมด มาดูแล้วศักยภาพยังสู้ไม้โตเร็วไม่ได้ เรามีอัตรา ผลตอบแทนต่อไร่ให้ดูด้วย เมื่อสู้ไม่ได้เราจึงคัดเลือกเฉพาะส่วนที่สามารถเป็นไปได้ ในเชิงเศรษฐกิจและเกษตรกรพร้อมที่จะปลูก เต็มใจที่จะปลูกและเกิดความมั่นคงเราถึง จะเลือกชนิดนั้นมา ก็เลยมาสรุปตรงที่ว่าไม้โตเร็วทั้ง ๔-๕ ชนิด ส่วนเรื่องรายได้ของ เกษตรกรท่านให้คําแนะนําดีมากต้องขอขอบคุณตรงนี้ คือไม้โตเร็วพันธุ์ที่ปลูกไม่ว่าจะเป็น กระถินเทพา กระถินณรงค์หรือยูคาลิปตัส ถ้าเป็นไม้ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๑๒ นิ้วขึ้นไป เขาจะเอาไปทําวีเนียร์ (Veneer) เอาไปปะหน้าไม้อัดแทนไม้สักที่หมดไปแล้ว จากป่าธรรมชาติ และส่วนที่เป็นส่วนปลายยอด ส่วนที่เป็นกิ่ง ส่วนที่เป็นเปลือกเอามาทํา วีเนียร์ (Veneer) ไม่ได้ เขาก็เอาไปทําเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า อย่างนี้ยิ่งได้ผลตอบแทนมาก ตันละประมาณ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ท่านให้คําแนะนําดี และจริง ๆ แล้วเกษตรบางส่วน เขาก็ไม่ได้ ๔ ปีตัด เขา ๖ ปีตัด ๘ ปีตัด แล้วเขาก็ขายได้ในราคานั้น เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ของเกษตรกรที่มีสายป่านยาว ขอบคุณท่านที่ให้คําแนะนําตรงนี้ครับ ท่านแนะนําต่ออีกว่า สปท. ๖/๒๕๖๐ ปัทมา ๘๗/๒ ควรจะมีคณะกรรมการที่ต้องประสานงานกัน อันนี้ขอเรียนท่านว่าเป็นข้อเสนอแนะที่ดีมาก และในส่วนนี้ในการยกร่างเราได้เชิญตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยมาหารือกัน ทุกหน่วยเห็นพ้องต้องกันหมดเลย และมีหลักฐานแนบท้ายด้วยว่ามีความเห็นพ้องต้องกัน และทุกหน่วยต้องการเข้ามาสนับสนุน ยกตัวอย่าง กรมพัฒนาที่ดินเขาจะบอกเลยว่าพื้นที่ดิน ในประเทศไทยนี้ตรงไหนปลูกอะไรได้ ถามเขาได้เลย แล้วใส่พิกัดจีพีเอส (GPS) เข้าไป ในเว็บไซต์ (Web site) ของเขาจะบอกได้เลยว่าตรงนั้นปลูกอะไรได้ แล้วขณะนี้อยู่ในเว็บไซต์ (Web site) แล้ว เขาได้กรุณาเอาขึ้นเว็บไซต์ (Web site) ของเรารอไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนกรมป่าไม้บอกว่าจะช่วยเพาะพันธุ์กล้าไม้แจกเกษตรกรฟรี ถ้ามีนโยบายนี้ออกมา เขาพร้อมสนับสนุนนะครับ แล้วทางธนาคารที่เป็นของรัฐก็มาช่วยสนับสนุนว่าในช่วง ๔ ปี ก่อนตัดเขาพร้อมที่จะปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรเพื่อมีรายได้ก่อนถึงวันตัด
สําหรับท่านอํานวย นิ่มมะโน ต้องขอขอบคุณท่าน ท่านให้ความห่วงใย เรื่องขยะ ท่านประธานคุรุจิตตรวจร่างแล้วหลายรอบ กําลังจะไฟนัล (Final) ตามหลักแล้ว จะเข้าอาทิตย์หน้าอาทิตย์โน้นด้วยซ้ําไป แต่ท่านกลัวท่านอํานวยถามเยอะ ท่านเลยทํา การบ้านให้ละเอียดอีกหน่อย เหตุใดที่ทํากับไม้โตเร็ว เพราะต้องการตอบโจทย์ดังนี้ โจทย์แรกต้องการความพอเพียง ถ้าบอกว่ารอสิ่งของเหลือใช้จากการเกษตรไม่พอครับ เพราะฉะนั้นไบโอแมส (Biomass) หรือว่าชีวมวลอื่น ๆ ที่เราไม่เอามาใช้ตรงนี้ เพราะไม่มีความพอเพียงครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๘๘/๑ อันที่ ๒ เรื่องความมั่นคง ถ้าปลูกไม้โตเร็วถึงจะมั่นคงผลิตได้ทั้งปี ถ้าเป็นสิ่งของเหลือใช้ จากการเกษตรชีวมวลอย่างอื่นผลิตได้เฉพาะฤดูกาลเก็บเกี่ยว ฤดูฝนไม่สามารถผลิตได้ ก็จะไม่มั่นคง และที่สําคัญเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศไทย ยืนยันข้อมูล ยืนยันวันนั้น เราเชิญกรมป่าไม้มาถามว่า การปลูกไม้โตเร็ว ไม้ยืนต้น ๓-๔ ปีเป็นป่าไหม ท่านบอกว่า เป็นป่าและคิดเป็นพื้นที่ป่าด้วย ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นการเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ และนอกเหนือจากนั้นท่านยังบอกอีกว่าปัจจุบันรัฐบาลมีแนวนโยบายส่งเสริมการปลูกไม้โตเร็ว หรือพืชเศรษฐกิจเป็นป่า และมีเงินอุดหนุนอีกไร่ละประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าบาท ขณะนี้ อยู่ระหว่างดําเนินการ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ถือว่าเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลปัจจุบันด้วย และเป็นการแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาด ขณะนี้มีผลผลิตล้นตลาด ทั้งยางพารา ทั้งมันสําปะหลัง ทั้งข้าว การที่เราผลิตยิ่งล้นตลาดราคายิ่งถูก เกษตรกรยิ่งขาดทุน ก็ยิ่งจนหนักเข้า ดังนั้นก็ต้องลดสิ่งที่ล้นตลาดด้วยการปลูกพืชไม้โตเร็วทดแทน และแก้ไข ปัญหาผลผลิตราคาตกต่ํา เมื่อราคาตกต่ําแล้วก็ล้นตลาดด้วยยิ่งต่ําไปใหญ่ เพราะฉะนั้น เรายิ่งต้องทําให้มันไม่ล้นตลาด ราคาจะได้ไม่ตกต่ํา และที่สําคัญ เป็นการลดภาระของรัฐบาล ในการอุดหนุนหรือการประกันราคาพืชไร่ต่าง ๆ ครับ
สําหรับท่านนายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ อันนี้ท่านแนะนําดีมาก ต้องขอน้อมรับ และขอไปเพิ่มเติมในรายงานว่า พื้นที่ ๒ ข้างทางรถไฟ ผมขอเติมนะครับ ทางหลวง ๒ ข้างทาง ริมคลอง ๒ ฝั่ง ควรนํามาใช้ประโยชน์ เพราะปล่อยให้ทิ้งรกร้างว่างเปล่าไม่มีประโยชน์ และริมคลอง ๒ ข้างถ้ามีต้นไม้โตเร็วปลูกอยู่จะไม่พังทลายและไม่ต้องเสียเงินขุดลอกคลอง ทุกปี ๆ เพราะฉะนั้นจะได้ประโยชน์หลายอย่าง และนอกเหนือจากนั้นแล้วยังป้องกัน คนบุกรุกที่รถไฟด้วยครับ ป้องกันคนบุกรุกที่สาธารณะด้วย ยังช่วยสร้างความร่มเย็น ตลอดแนวทางรถไฟ เปรียบเหมือนแอร์ธรรมชาติ ๒ ข้างทาง ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ปล่อยออกซิเจนให้คนนั่งรถสบายด้วย ขอบคุณตรงนี้นะครับ ท่านเสนออีกส่วนหนึ่ง ส่วนว่าต้องมีนโยบายที่ชัดเจน ผมขอนําไปใช้ในเรื่องนี้ คําว่านโยบายที่ชัดเจนของรายงานนี้ ก็คือว่า เรามีข้อเสนอว่า กพช. ในเรื่องของการกําหนดนโยบายเรื่องนี้ต้องทําอย่างไรบ้าง อยู่ในรายงานครับ และต้องมีเครื่องมือของนโยบายก็คือ กกพ. เราเขียนไว้ในรายงานว่า สปท. ๖/๒๕๖๐ สุพิชชาย์ ๘๘/๒ กกพ. จะต้องทําอะไร และรูปธรรม ความสําเร็จที่เอกชนลงมือ อันนี้ก็คือเรื่องของ คอนแทร็กต์ฟาร์มมิง (Contract Farming) นั่นเอง ต้องขอน้อมรับในส่วนที่ข้อนําเสนอ ทั้ง ๓ ข้อของท่านมาประยุกต์ใช้นะครับ
สําหรับท่านชูชาติ อินสว่าง ในเรื่องของป้องกันไม่ให้ตัดไม้จากธรรมชาติ อันนี้ท่านอาจารย์ดุสิต เครืองาม ได้ตอบไปแล้ว
สําหรับท่าน พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ การทําให้ชุมชนเข้ามา มีส่วนร่วม อันนี้ตรงเลยครับ ที่จริงแล้วเราเรียกว่าโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลไม้โตเร็ว ประชารัฐ ก็คือดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ตั้งแต่การเริ่มการเป็นเจ้าของทางอ้อม และเป็นเจ้าของทางตรง การปลูกต้นไม้ เอาต้นไม้มาขาย ประกันราคา แล้วก็รวมไปถึง บางครั้งถ้ามีเจ้าภาพก็ไปมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของกิจการโรงไฟฟ้าด้วย อันนั้นเป็น แนวนโยบายของรายงานนี้ที่ต้องนําเสนออยู่แล้วครับ
สําหรับท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ต้องขอขอบคุณที่เสนอข้อคิดเห็นที่ดี ๆ มา ในเรื่องของวัน สตอป เซอร์วิส (One Stop Service) แก้ไขปัญหาในเรื่องของความล่าช้า และเป็นต้นทุนอย่างหนึ่งนะครับ
ท้ายที่สุดนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่ได้ให้คําแนะนํามา จะขอน้อมรับไปดําเนินการเพิ่มเติม และท้ายที่สุดนี้มั่นใจว่าหลังจากที่ดําเนินการแก้ไข เพิ่มเติมแล้ว รายงานฉบับนี้จะเป็นรายงานที่มีประโยชน์สําคัญอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ เพราะเป็นการสร้างป่า สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างกระแสไฟฟ้าของชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน เพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของชาติ และเพื่อคุณภาพชีวิต ที่ดีของประชาชนคนไทยอย่างยั่งยืนครับ
ขอบคุณกรรมาธิการนะครับ สมาชิกที่อภิปรายไปมีประเด็นใดที่ยังติดใจ หรือว่าจะซักถามไหมครับ เชิญท่านกษิต ภิรมย์ ครับ สปท. ๖/๒๕๖๐ รัศมี ๘๙/๑