สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๓ · ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

(เนื่องจาก นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และ ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง ติดราชการ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง จึงปฏิบัติหน้าที่แทน ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๑๐.๐๔ นาฬิกา)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านสมาชิกคะ ก่อนที่ที่ประชุมจะพิจารณาตามระเบียบวาระการประชุม ดิฉันจะขอให้ ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือก่อน ซึ่งจากการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๖๐ ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๘ วันอังคารที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๘ มีสมาชิกค้าง ขอปรึกษาหารือมาจํานวน ๗ ท่าน แต่ว่าขณะนี้ได้ขอถอนไปบ้างแล้ว ก็จะเหลืออยู่คือ ท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ท่านคณิศร ขุริรัง ท่านเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง แล้วก็ท่านเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ เฉพาะของวันก่อนนะคะ เพราะฉะนั้นจึงขอเชิญก่อนเลยค่ะ ขอเชิญท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ค่ะ ไม่อยู่ก็ขอเชิญท่านคณิศร ขุริรัง ท่านต่อไปค่ะ

นายคณิศร ขุริรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดหนองบัวลําภูครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศชาติจะพัฒนาให้มีความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนได้นั้น ประการสําคัญประการแรก ผมคิดว่าควรจะคํานึงถึงความมีระเบียบวินัยของคนในชาติ รวมทั้งการปฏิบัติตามกฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างทั่วถึง ซึ่งที่ผมจะกล่าวถึงในวันนี้นั้นจุดเริ่มต้นสําคัญ ซึ่งถือว่าเปึนจุดเล็ก ๆ แต่ก็ถือว่าเปึนจุดสําคัญที่ จะทําให้บ่งชี้ว่าประเทศของเรานั้น จะเปึนประเทศที่พัฒนาแล้วหรือไม่ นั่นก็คือการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ รักษาความสะอาด และความเปึนระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง และพระราชบัญญัติ จราจรทางบก สิ่งที่เราได้ประสบ พบเห็นโดยเฉพาะในเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือว่าเปึนใ จกลาง เปึนศูนย์กลางการเศรษฐกิจการท่องเที่ยวนั้น เราจะพบเห็น การฝ์าฝ๋นกฎหมาย การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอยู่อย่างดาษดื่น เริ่มจากการรุกล้ําที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเปึนทางเท้าท่านจะเห็นว่าการวางจําหน่ายสินค้ามีอยู่อย่างทั่วไป การสร้างสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ําฟุตบาท (Footpath) รุกล้ําทางเท้ามีอยู่อย่างดาษดื่น ถึงแม้ท้องถิ่นโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครจะพยายามแก้ไข แต่ทั้งนี้ก็ยังเปึนไปอย่างไม่ทั่วถึง จึงอยากจะฝากกรุงเทพมหานครให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเปึนระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง อีกเรื่องหนึ่ง ท่านป ระธานครับ ขออนุญาตครับ เรื่อง พ.ร.บ. จราจรทางบก ปัจจุบันนี้เราจะเห็นว่าการฝ์าฝ๋นพระราชบัญญัติ จราจรทางบกนั้นมีอยู่อย่างดาษดื่น เราขับรถติดไฟแดง เราจะเห็นรถบางคัน โดยเฉพาะจักรยานยนต์ฝ์าฝ๋นสัญญาณไฟแดงไป โดยไม่มีเยื่อใยกับผู้ร่วมทางเลย เกิดอุบัติเหตุขึ้นผู้ที่ ต้องรับผิดชอบนั่นก็คือผู้ที่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้นอยากจะฝากไปถึงสํานักงานตํารวจแห่งชาติให้กําชับหรือให้มีการบังคับใช้ กฎหมายพระราชบัญญัติจราจรทางบก โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครเปึนเมืองหลวง ของประเทศไทยเปึนหน้าตาของประเทศไทยอย่างเคร่งครัดด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะกรุณารักษาเวลาค่ะ วันนี้มีคนเสนอที่จะหารือเพิ่มเติม เฉพาะของวันนี้ ๑๐ ท่านนะคะ เพราะฉะนั้นของเดิมด้วย ถ้าเผื่อว่าอยากจะให้หมดทั้งหมดนี่

ไม่ค้างอยู่นี่ขอความกรุณาเลยนะคะ ต่อไปท่านนายกเกรียงไกร ดิฉันเห็นไม่อยู่ในห้องนะคะ ขอเชิญท่านต่อไปเลยค่ะ ท่านเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ ค่ะ

นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ

กราบเรียนท่านสภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ หมายเลข ๐๕๓ จากจังหวัดพังงา ผมมีเรื่องหารือในประเด็นของเรื่องเกี่ยวกับ การบิน ก็สืบเนื่องจากการที่ปลายป้นี้เราจะเข้าสู่การเปึนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และเรื่องที่สําคัญเรื่องหนึ่งที่ถือว่าประเทศไทยนั้นมีชัยภูมิที่ตั้งอยู่ในตําแหน่งที่เหมาะสม และได้เปรียบในกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) ก็คือเรามีพื้นที่อยู่เปึนศูนย์กลางของอาเซียน

เราเชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ รวมทั้งจากภูมิภาคอื่น ไม่ว่าจะอเมริกา ทวีปยุโรป หรือว่า ภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งเรามีความพร้อมในด้านการบินสูงกว่าหลาย ๆ ประเทศในอาเซียนด้วยกัน แล้วก็จากการที่มีการคาดการณ์ว่าเมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้นขับเคลื่อนได้เต็มตัว ได้เต็มที่ จะมีผู้คนที่หมุนเวียนเดินทางทางอากาศประมาณ ๑๗๐ ล้านคน ซึ่งขณะนี้ผมเอง ผมมองว่าเปึนโอกาสของประเทศไทยภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีเราก็ยังมีโอกาส ทางด้านการท่องเที่ยว ซึ่งใช้การเดินทางทางเครื่องบินเปึนหลักอยู่ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ การเติบโตของธุรกิจการบิน ไม่ว่าจะโลว์ คอสต์ แอร์ไลน์ (Low cost airline) หรือว่าเครื่องบินที่เปึนปกติอยู่ แล้วก็จะเติบโตสูงมากขึ้น ในขณะนี้เราก็จะเห็นสภาพของ สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งก็อาจจะเรียกว่าได้เริ่มแออัด ก็น่าจะต้องมีการปรับปรุงขยายสนามบิน ตามที่มีแผนไว้นะครับ รวมทั้งสนามบินดอนเมืองนั้นก็มีความแออัดในปัจจุบันนี้เหมือนกับ ท่ารถทัวร์ บขส. เปึนที่ประจักษ์ด้วยสำยตาว่าถ้าเราไม่ดําเนินการอะไร เหมือนกับเรา ปล่อยให้โอกาสที่เข้ามาเปึนประโยชน์ต่อประเทศในด้านเศรษฐกิจนั้นจะลดน้อย โอกาสจะหายไป รวมทั้งการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาซึ่งเรามีอยู่แล้ว ก็ควรที่จะมี การพิจารณาปรับปรุงสนามบินอู่ตะเภา ตามตัวเลขที่ว่า ๑๗๐ ล้านคนที่เดินทา ง โดยเครื่องบิน ผมคิดว่าในปัจจุบันนี้ตัวเลขสนามบินที่เรามีรองรับอยู่ได้ไม่กี่สิบล้านคน แล้วถ้าเกิดเรายังไม่คิดที่จะปรับปรุง ไม่คิดที่จะพัฒนาให้เกิดขึ้น ผมคิดว่าเราจะสูญเสียโอกาส ครั้งยิ่งใหญ่ แล้วก็มันจะส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจทุกภาคส่วน ไม่ว่าการท่องเที่ยว การค้า การพาณิชย์ต่าง ๆ ผมจึงเสนอข้อคิดเห็นขอหารือว่ารัฐบาลควรจะต้องเร่งศึกษา แล้วก็หารูปแบบที่เหมาะสมในการปรับปรุงขยายพัฒนาสนามบินเพื่อรองรับปริมาณ นักเดินทางที่จะมีสูงขึ้นในอนาคต ก็ขอนําเสนอว่าในกรณีของจังหวัดภูเก็ตวันนี้ก็เต็ม รองรับได้เต็มแล้ว ๑๒,๕๐๐,๐๐๐ คน ขณะนี้ก็มีการศึกษาที่จะขยับขยายสนามบิน ให้เพิ่มขึ้นเปึน ๒๐ ล้านคน รองรับผู้โดยสาร ๒๐ ล้านคน ผมคิดว่าในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตนั้น ค่อนข้างจํากัด อยากจะนําเสนอที่สภาแห่งนี้ไปยังรัฐบาลว่าในพื้นที่จังหวัดพังงานั้น ยังมีพื้นที่ ที่น่าสนใจที่จะสร้างเปึนสนามบิน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านสรุปเลยค่ะ

นายเฉลิมศักดิ์ อบสุวรรณ

๒ แห่งนะครับ ที่อําเภอท้ายเหมือง และที่อําเภอตะกั่วทุ่ง ซึ่งอยากจะนําเสนอเปึนประเด็นที่ ๒ ครับว่าอยากฝากให้ช่วยพิจารณา ดูด้วยนะครับ เปึนสนามบินทางเลือกเพื่อให้เปึนเครือข่ายเทอร์มินอล (Terminal) ต่อเนื่อง จากจังหวัดภูเก็ต ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ ค่ะ

นายฐิติ วุฑฒิโกวิทย์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ผม ฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ หมายเลข ๐๗๑ ท่านประธานครับ เวลานี้เราได้เวลาแล้ว ที่เราจะต้องหมดวาระกันตรงที่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านหรือไม่ จะผ่านก็ต้องไป จะอยู่ก็ต้องไปนะครับ หมดวาระของเราแล้ว ทีนี้จะเปึนหน้าที่ของเราตรงที่ว่าเราจะทํา อย่างไรประเทศชาติเราจะไปได้สวย อย่าปล่อยให้กับ การตัดสินใจกับคนโน้นทีคนนี้ที คนนั้นชักไปทางนี้ทีมันจะเขวนะครับ ถ้ามันไม่มีทางออกนักผมว่าหาเหรียญให้ท่านประธาน ช่วยโยนนะครับ หัวหรือก้อยเอาตรงนั้นแหละครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านโกวิทย์ ทรงคุณ ค่ะ

นายโกวิทย์ ทรงคุณ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นายโกวิทย์ ทรงคุณ หมายเลข ๐๑๘ จังหวัดสุโขทัย ผมมีประเด็นอยู่ย่อ ๆ นิดหนึ่งครับ ว่าผมขอชมเชยท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติทั้ง ๓ ท่าน ท่านประธาน ท่านรองประธาน ทั้ง ๒ ท่าน ที่นั่งอดทนบนบัลลังก์วัน ๆ หนึ่งเปึนเวลาหลายชั่วโมง

ท่านจะนั่งแล้วบางทีก็ไม่มีเวลาที่จะลงมาพักผ่อน ขอชมเชย อีกประเด็นหนึ่งกราบเรียนว่า ฝากไปถึงที่ทางกระทรวงคมนาคมว่าถนนหนทางบางส่วนนั้นไม่ดี แต่ว่ามีผู้รับเหมาไปทํา ให้เสียอีกเยอะนะครับ ก็กราบเรียนไปทางจังหวัดสุโขทัยผ่านกระทรวงคมนาคมด้วยครับ สวัสดีครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอโทษค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านนิมิต สิทธิไตรย์

นายนิมิต สิทธิไตรย์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นิมิต สิทธิไตรย์ สปช. จังหวัดอุบลราชธานี ผมขอหารือในประเด็นในเรื่องของ ร่างรัฐธรรมนูญที่จะเข้ามาเรามีเวลาหลังจากที่ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ยื่น ร่างรัฐธรรมนูญถึงสภาปฏิรูปแห่งชาติอยู่ประมาณ ๑๕ วัน ผมอยากจะหารือที่จะใช้เวลา ๑๕ วันนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะว่าทุกวันนี้ข่าวสารข้อมูลนี้เปึนด้วยความหลากหลาย ผมอยากจะยืนยันว่าการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญนั้นเปึนไปได้ทั้ง ๒ ทางครับ ไม่ว่าจะเปึน ด้วยความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ถ้าเห็นชอบก็ไปประชามติ ถ้าไม่เห็นชอบก็ไป ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ซึ่งเปึนหนทางที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแล้วถือว่าไม่ใช่ทางตัน เพราะฉะนั้นการสร้างความเข้าใจแล้วก็ความรอบคอบ สิ่งที่จะต้องเข้าใจในเจตนารมณ์ ของร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็การพิจารณาอย่างวิเคราะห์ระหว่างสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทั้ง ๒๔๘ คนถือว่าเปึนเรื่องสําคัญ ไม่ใช่รับร่าง รัฐธรรมนูญมาแล้วก็ต่างคนต่างคิด ควรจะมีการพิจารณากันในฐานะที่เปึนสภาปฏิรูปแห่งชาติอย่างรอบคอบ การตัดสินใจเรื่องนี้ ถือว่าเปึนเรื่องอนาคตของประเทศชาติจึงไม่ควรปล่อยเวลา ๑๕ วันนั้นให้หมดไป โดยไม่ได้ทําอะไรเลย เพราะฉะนั้นจึงเสนอให้มีการที่จะจัดกิจกรรมหรือจัดอะไรสักอย่างหนึ่ง ที่จะให้เกิดความรอบคอบ เกิดความเข้าใจ เกิดการคิดรวมกันที่จะพยายามตัดสินใจให้ดีที่สุด เพื่อที่จะคํา นึงถึงประเทศชาติ คํานึงถึงส่วนร วม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงขอหารือว่า ๑๕ วันที่เรามีอยู่นั้นสภาปฏิรูปแห่งชาติต้องใช้ให้เปึนประโยชน์สูงสุด สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติต้องมีแนวทางในการที่จะศึกษา วิเคราะห์ แลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง การตัดสินใจลงมติไม่ใช่เปึนเรื่องการแพ้ชนะ แต่เปึนการที่จะทําให้สิ่งที่เราจะตัดสินใจนั้น เกิดประโยชน์สูงสุดสําหรับประเทศชาติ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านบุญเลิศ คชายุทธเดช ค่ะ

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม บุญเลิศ คชายุทธเดช หรือว่าบุญเลิศ ช้างใหญ่ อยากจะกราบเรียนหารือในเรื่องของการจัด กิจกรรมโครงการ สปช. รายงานประชาชนถึงผลงานในวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ สิงหาคมนี้ กําหนดการต่าง ๆ ก็ได้มีการแจ้งให้กับสมาชิกได้รับทราบและได้เป่ดแถลงโดย ท่านประธานเทียนฉายรวมทั้งท่านรองประธานทัศนาและอาจารย์บวรศักดิ์ไปแล้วเมื่อวานนี้ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าการจัดรายงานผลงานประชาชนครั้งนี้มีความสําคัญ เรากําลังห่วงใยกันอยู่ว่าจะมีพี่น้องเพื่อนพ้อง สปช. ไปร่วมงานกันอย่างพร้อมพรั่งกันหรือไม่ ในการจัดครั้งนี้ผมก็อยากจะกราบเรียนว่า สปช. ควรจะต้องไปร่วมงานกันตั้งแต่เช้า และอยู่กันจนกระทั่งถึงในช่วงที่สําคัญที่สุดช่วงหนึ่งนั่นคือท่านประธานเทียนฉาย มอบบทสรุปและผลการศึกษาในการปฏิบัติหน้าที่ของ สปช. ให้กับท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะต้องทําอย่างสมเกียรติสมฐานะ เนื่องจาก พลเอก ประยุทธ์นั้น ได้เข้ามาดูแลบ้านเมืองและตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติให้มาทําภารกิจสําคัญ

ท่านประธานครับ การทําความเข้าใจรายงานกับประชาชนยังคงต้องทําต่อไป ไม่ใช่แค่วันที่ ๑๓ สิงหาคม ก็อยากจะกราบเรียนว่าคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อน การสื่อสารภายในและการเสริมสร้างภาพลักษณ์ สปช. มีท่านดอกเตอร์ภัทรียา สุมะโน เปึนประธานอนุกรรมาธิการชุดนี้ และได้มีสื่อเสียงปฏิรูปออนไลน์ (Online) เปึนเครื่องมือ ก็อยากจะกราบเรียนว่าคณะอนุกรรมาธิการของเราจะทํางานเพื่อรายงานประชาชน ถึงผลงานของ สปช. ต่อเนื่องไปไม่มีวันหยุดครับ กราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านชาลี เจริญสุข ค่ะ

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้หารือ เรื่องต่อเนื่องนะครับ เรื่องของการทําแก้มลิงเก็บน้ํา เพราะว่าวันนี้ต้องเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังทาง ครม. ว่าลุ่มน้ําบางปะกง ลุ่มน้ําเจ้าพระยา ลุ่มน้ําแม่กลองขณะนี้น้ําจืด ได้มาแล้ว แล้วก็ได้มาขับเคลื่อนน้ําเค็มจนเรียกว่าเกือบที่จะสุดแม่น้ําแล้ว ยังเหลืออีก ประมาณ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตร ปัญหาก็คือว่าเราอยากที่จะให้กักเก็บน้ําจืดไว้ใช้ป้หน้าให้ได้ ซึ่งเราจะเสียดายมากถ้าเกิดน้ําจืดใน ๓ ลุ่มน้ํานี้ได้ไหลลงทะเลแล้วก็ไม่ได้สามารถ จัดเก็บไว้ได้ ก็ขออนุญาตที่จะเรียนว่าตรงนี้จะเปึนหัวใจในการแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจได้ ถ้าเกษตรกรนั้นลืมตาอ้าปากได้นะครับ แล้วเรื่องต่อมาเปึนเรื่องสื บเนื่องกันนะครับ เมื่อวานเรามีการอภิปรายเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาใหญ่เลย ของแม่น้ําตื้นเขินก็คือเรื่องของการปล่อยผักตบชวา ในช่วงระหว่างน้ําเค็มกําลังจะหมด น้ําจืดซึ่งก็คือน้ําฝนละครับมาชาวสวนก็จะปล่อยผักตบชวาลงแม่น้ํา เมื่อมาเจอกับน้ําเค็ม ก็จะตายแล้วก็ทําให้ตกไปที่ใต้ลําแม่น้ํา ทําให้แม่น้ําตื้นเขิน ผมอยากจะเสนอว่าอยากให้ใช้ วิกฤติตรงนี้เปึนโอกาส เสียดายมากครับ เพราะผักตบชวานี่เราสามารถจะไปทําปุิยชีวภาพ ปุิยหมัก ไปลดต้นทุนทางการเกษตรให้กับเกษตรกรได้ หรือจะเอาไปตากแดดให้แห้ง ก็เอาไปทําเปึนผลิตไฟฟัาชี วมวลก็ได้ อันนี้ละครับเปึนสิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายมาก ผ่านมาเปึนสิบ ๆ ป้แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานไหนที่ลงไปดูแลรับผิดชอบ ก็อยากจะฝากทาง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือเกี่ยวกับเรื่องทรัพยากรธรรมชาติไปดูแล แล้วก็จะได้เอาผักตบชวาที่มันไหลลงทะเลแล้วก็ไปเน่าอยู่กลางแม่น้ําแล้วทําให้แม่น้ําตื้นเขิน

ต้องเสียงบประมาณขุดอีกป้ละหลายร้อยล้านบาท ก็ฝากกราบขอบคุณท่านประธานครับ ถึง ครม. ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สืบพงศ์ ธรรมชาติ ค่ะ

รองศาสตราจารย์สืบพงศ์ ธรรมชาติ

ท่านประธานที่เคารพ เรื่องของสภาปฏิรูป แห่งชาติ ดังที่ ๒ ท่านได้พูดไปแล้วเมื่อสักครู่ว่าเราคงจะมีผลงาน ให้เปึนที่ประทับใจเอาไว้บ้างนะครับ ก็คงต้องมีละครับเท่าที่ดู ก็มีมากถ้าความเห็นผมนะครับ ก็ได้ทํากันเต็มที่แล้ว อีกส่วนหนึ่งซึ่งเปึนผลงานของสภาปฏิรูปแห่งชาตินั่นก็คือ เรื่องของคณะกรรมาธิการวิสามัญจัดทําจดหมายเหตุและเจตนารมณ์ในการปฏิรูปของสภา ซึ่งมีท่านประสาร มฤคพิทักษ์ เปึนประธาน ผมเปึนประธานอนุกรรมาธิการ และเปึนโฆษก และเลขานุการของคณะ เก็บรวบรวมเอกสารจดหมายเหตุทั้งหมดเพื่อไว้เปึนมรดก ของลูกหลานต่อไป ซึ่งจะเก็บไว้นานครับท่านประธาน เพราะว่าจะมีการซ่อม การเก็บรักษา ไว้ให้ลูกหลานตลอดไป เอกสารจดหมายเหตุ นิยามนั้นหมายถึงสิ่งที่พิมพ์ สิ่งที่เปึนเสียง สิ่งที่เปึนภาพ ภาพบวกเสียง อะไรก็แล้วแต่ทั้งหมดนะครับล้วนแต่เปึนเอกสารจดหมายเหตุ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการชุดใด คณะอนุกรรมาธิการชุดใดยังไม่ได้ส่ง ถ้าหากว่า ท่านจะส่งก็ควรจะรีบส่งภายในเดือนสิงหาคมนี้ ไม่เช่นนั้นเอกสารเหล่านั้นก็จะไม่มี ในห้องเอกสารจดหมายเหตุและ เจตนารมณ์ปฏิรูป แห่งชาติ ก็จะขาดส่วนนั้นไป ขณะนี้ได้ไปแล้วประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ต้องขอขอบคุณ คณะกรรมาธิการ คณะอนุกรรมาธิการหลายฝ์ายที่ได้ส่งไปให้ ส่วนจังหวัด ๗๗ จังหวัดนั้นยังขาดเพียง ๘ จังหวัดแค่นั้นครับที่ยังไม่ได้ส่ง ส่วนจังหวัดใดบ้างนั้นอย่างไรถ้าสงสัยเดี๋ยวดูที่ศูนย์เอกสาร จดหมายเหตุ ซึ่งน้องเขานั่งข้างล่าง และที่ผมก็ได้ครับมีรายชื่ออยู่แล้ว

๘ จังหวัดที่ยังไม่ได้ส่ง การประชุม ๑๑ ครั้งที่มีอยู่นั้นเปึนบันทึกสําคัญทั้งวิดีโอ (Video) ทั้งวิทยุ ทั้งเอกสาร บันทึกการประชุมของอนุกรรม การจังหวัด ก็ขอให้เก็บส่งทั้งหมด เพื่อเปึนสิ่งที่ยืนยันถึงการปฏิรูปของจังหวัดต่าง ๆ ๗๗ จังหวัด ๘ จังหวัดที่ผมมี ที่ผมยังไม่ได้ส่งตอนนี้ ส่วนคณะอนุกรรมาธิการชุดใดที่ยังไม่ได้ส่งก็ขอความกรุณาว่าได้ส่ง ให้เร็วที่สุดคือส่งที่ห้องรวบรวมเอกสารจดหมายเหตุ ชั้นล่าง ที่สํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร และขอขอบพระคุณมาก และขอฝากเรื่องหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เรื่องอัตรากําลัง ซึ่งเปึนเรื่องสําคัญและโบราณสถานซึ่งเปึนมรดกวัฒนธรรมของชาติ ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ค่ะ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติและท่านผู้มีเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓ ดิฉันขอเสนอแนะว่าสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านเราก็เหลือไม่กี่วัน ไม่กี่เดือนพวกเราก็จะต้องจาก บางคนก็ได้มีโอกาสเปึนสภาขับเคลื่อน ดิฉันคิดว่า การแต่งกายของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติของเราก็จําเปึนนะคะ ในฐานะที่เปึนสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติหลายตํา แหน่ง หลายหน้าที่ บางคนก็เปึนข้าราชการบํานาญ บางคน ก็ยังรับราชการอยู่ บางคนก็มีตําแหน่งหลาย ๆ ตําแหน่งที่อยู่ในนี้ ถ้าเรามีชุดเหมือน สนช. สนช. เองก็มีชุด เวลาดิฉันไปที่สโมสรค่ะ มีทั้งเครื่องหมายของ สนช. เขาขออนุญาต ทําเครื่องหมาย สนช. แล้วก็มีจําหน่าย ดิฉันรู้สึกน้อยใจในฐานะที่เปึน สปช. ก็ทํางานเหนื่อย แต่พวกเราน่าจะมีเก็บไว้เปึนที่ระลึก ดิฉันเคยเปึนพยาบาลดิฉันก็ยังมีชุดเก็บไว้ ดิฉันเปึนครู ดิฉันยังเก็บชุดไว้ ดิฉันเปึนอนามัยดิฉันก็เก็บชุดไว้ ดิฉันเปึนผู้ใหญ่บ้านดิฉันก็เก็บชุดไว้ ดิฉันเปึนกํานันดิฉันก็เก็บชุดไว้ ดิฉันเปึนนายก อบต. ดิฉันก็เก็บชุดไว้ ดิฉันว่าชุดก็มี ความจําเปึนแล้วก็เก็บไว้ในตู้เพื่ออนุรักษ์หรือว่าเข้าไปในสถานที่ราชการ ดิฉันมาถ่ายรูป วันก่อนดิฉันยังใส่ชุดพยาบาล แถบของพยาบาลเลยค่ะ ดิฉันอยากจะเสนอแนะว่าอยากจะให้ ท่านประธานขออนุญาตให้มีเครื่องหมาย ทั้งบ่า ทั้งกระดุม ทั้งเข็ม ทั้งอะไรทุกอย่างเพื่อเปึน ที่ระลึกของพวกเราค่ะ ไม่กี่วันเราก็จะได้ถ่ายรูปกัน แล้วก็จะได้เก็บความทรงจําที่มีไว้ ขอขอบคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านนายกเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ค่ะ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ กูด มอร์นิง (Good morning) ครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย คนที่ ๒๙ ของประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ วันนี้วาระหารือของผมมีอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรกเปึนเรื่องของสภาปฏิรูป แห่งชาติที่กําลังจะรับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ผมสงสัยจริง ๆ ครับว่า กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่สรุปบางมาตราเรียบร้อยแล้ว ทําไมไม่ส่งมาให้เราดู มันเปึน ความลับอะไร มันควรจะให้เรามีการพิจารณากันก่อน ดูกันก่อน ผมว่าเปึนเรื่องที่ดีมาก เขาบอกว่ากําหนดรับร่างรัฐธรรมนูญนั่นคือวันที่ ๒๒ หรือวันที่ ๒๓ สิงหาคมนี้ เรายังมีเวลา ทํางานอีกไม่กี่วันก่อนที่จะโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากให้นําไปพิจารณาตรงนี้ เรื่องที่ ๒ เปึนเรื่องที่สําคัญที่สุด ที่มีค่าที่สุดของสภาปฏิรูป แห่งชาติ เพราะปัจจุบันนี้มีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติบางคนออกมาพูดว่าจะไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญ บางคนก็พูดว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญ บางคนก็บอกว่ามีกลุ่ม มีก้อน ท่านประธานครับ พวกเราเปึนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เรายังไม่เห็นรัฐธรรมนูญ ออกมาเลยว่าหน้าตาจะเปึนอย่างไร ดีอย่างไร หรือไม่ดีอย่างไร ผมคิดว่าคนที่ตีโพยตีพาย ไปก่อนนั้นต้องการสร้างเงื่อนไขอะไรขึ้นมา

วันนี้ครับท่านประธานผมเปึนสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติต้องดูก่อนว่ารัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยนั้นออกมาหน้าตาดี เปึนประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน หรือไม่ ถ้าเปึน ผมมั่นใจว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้จะต้องรับร่าง แต่ถ้าออกมาหน้าตาไม่ดี ขี้ริ้วขี้เหร่ มีรอยตําหนิเยอะ ไม่เปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ผมก็มั่นใจว่า สภาปฏิรูปแห่งชาติทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้คงจะไม่รับร่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะทําต่อไปนี้ ผมอยากเชิญชวนพวกเราว่าวันนี้ ๑๑.๐๐ นาฬิกา ผมจะลงไปแถลงข่าวว่าเราจะรับหรือไม่รับ เราต้องดูเจตนารมณ์ของร่างรัฐธรรมนูญเสียก่อน ถ้าใครสนใจยินดีที่จะไปแถลงข่าวจุดยืน ของพวกเราเพื่อไม่ให้เปึนจําเลยของสังคมครับ ท่านประธาน เดี๋ยวถ้าเราไม่แถลงอะไรเลย ผมมองว่าถ้ารับเราก็เปึนอีกกลุ่มหนึ่ง ถ้าไม่รับเราก็ถูกอีกกลุ่มหนึ่ง มันจะกลายเปึนว่า สปช. แห่งนี้มีการชี้นํา มีการลอบบี (Lobby) กัน จริง ๆ ไม่มีครับท่านประธาน ผมขอยืนยัน ด้วยเกียรติของศักดิ์ศรีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติตรงนี้ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านนิอาแซ ซีอุเซ็ง ค่ะ

นายนิอาแซ ซีอุเซ็ง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิอาแซ ซีอุเซ็ง สปช. ๑๑๖ จังหวัดนราธิวาส ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสมีโรงโม่หินซึ่งถือประทานบัตร ทําเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้างอยู่ ๒ แห่ง แห่งหนึ่งนั้นได้จําหน่ายหิน ให้กับประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเปึนการส่งออกไปยังนอ กราชอาณาจักรมาเปึนเวลาหลายป้ จนกระทั่งปัจจุบัน การจําหน่ายและการส่งออกหินดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย ทุกประการ ไม่ว่าจะเปึน พ.ร.บ. แร่ หรือ พ.ร.บ. ศุลกากร ท่านประธานที่เคารพ ที่กระผมหารือในวันนี้เนื่องจากหินนั้นเปึนทรัพยากรธรรมชาติ เปึนทรัพย์ของแผ่นดิน เมื่อถูกนํามาใช้แล้วมันไม่มีโอกาสได้งอกเงยขึ้นมาอีก ประกอบกับป้นี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้พระราชทานคําขวัญเนื่องในวันแม่แห่งชาติให้แก่ปวงชนชาวไทยว่า ดิน น้ํา ลม ฟัา ทรัพย์แผ่นดิน ขอรวมใจดูแล เพราะฉะนั้นจึงขอหารือต่อสภาแห่งนี้ เพื่อหารือไปยังกระทรวงที่เ กี่ยวข้อง กรณีเช่นนี้ถ้าจะขอระงับไม่จําหน่ายออก นอกราชอาณาจักรจะได้หรือไม่ เพราะหินที่มีอยู่ในจังหวัดนราธิวาสปัจจุบันมีจํานวนจํากัด ถ้ายังคงจําหน่ายให้กับประเทศสิงคโปร์ต่อไปจะมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนโดยตรง จะมีผลกระทบต่อผู้รับเหมาก่อสร้างที่จะสร้างอาคารที่จ ะใช้หินไปทําการก่อสร้าง

อาคารต่าง ๆ ในพื้นที่ได้ เพราะฉะนั้นจึงขอหารือตรงนี้ว่าเราจะระงับได้หรือไม่ หรือจะใช้ มาตรา ๔๔ ซึ่งขณะนี้ใช้ไปแล้วหลายรายการ ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ค่ะ

พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ : กราบเรียนประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติจากจังหวัดมุกดาหาร ผมหารือในวันนี้เนื่องด้วย พลตํารวจโท ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และโฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้แสดงความเห็น ในรายการเถียงให้รู้เรื่อง ตํารวจเกณฑ์จําเปึนหรือสิ้นเปลือง ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ เวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา โดย พลตํารวจโท ประวุฒิ ถาวรศิริ ได้ให้ข้อมูลที่มีข้อความเปึนคําพูดว่า ตํารวจรัฐสภาไม่ใช่ตํารวจ เขาไม่เคยเปึน ตํารวจ ดาวเขาก็มี ๗ แฉก พวกคุณเรียกกันไปเอง เพราะฉะนั้นการให้ข้อมูลดังกล่าว เปึนข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจทําให้ผู้ชม ผู้ฟังในขณะนั้นเกิดความสับสน เข้าใจผิด และคิดว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภาเปึนตํารวจเถื่อน แต่งเครื่องแบบตํารวจ ผิดกฎหมาย ไม่มีอํานาจตามประมวลกฎหมายอาญา ผมคิดว่าการพูดดังกล่าวนี้ เปึนความเสียหายต่อชื่อเสียงของหน่วยงานรัฐสภา

ทั้งสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้าราชการฝ์ายรัฐสภาหลายท่านได้มาร้องเรียนต่อกระผมว่าไม่อาจยอมรับในคําพูดของ พลตํารวจโท ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และโฆษก สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งกระทําการในนามสํานักงานตํารวจแห่งชาติดังกล่าวได้ ผมก็เคยเปึนเจ้าหน้าที่ตํารวจ อยู่ในสังกัดสํานักงานตํารวจแห่งชาติ แต่ว่าการที่ท่าน พลตํารวจโท ประวุฒิ ถาวรศิริ ได้ไปออกรายการดังกล่าวว่าตํารวจรัฐสภาไม่ใช่ตํารวจ ผมคิดว่าเปึนความเข้าใจที่คลาด เคลื่อน และอาจจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ ตํารวจรัฐสภาได้ ก็ขอเรียนว่าเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภามีกฎหมายรองรับตามลําดับตลอดมา ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๖ ถึงปัจจุบัน โดยท่าน พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรี เปึนผู้ก่อตั้งตํารวจรัฐสภาในป้พุทธศักราช ๒๔๗๖ จนถึงปัจจุบันนะครับ เพราะฉะนั้น มีกฎหมายเกี่ยวข้องตั้งแต่พระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบราชการในสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๔๗๖ จนถึงพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ์ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ และได้มีประกาศประธานรัฐสภาว่าด้วยเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๖ ในปัจจุบันใช้อยู่ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าที่ผมหารือในวันนี้ก็คือด้วยเหตุผล และความจําเปึนที่จะต้องชี้แจงเพื่อทําความเข้าใจระหว่างหน่วยงานรัฐสภากับสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติตามความเปึนจริงให้รู้อํานาจและหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภา เพราะฉะนั้นเอกสารที่อยู่ในมือนี้ ผมจะขอกราบเรียนข้อมูลความจริงมายัง ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติเพื่อนําเรียนข้อมูลดังกล่าวนี้ไปยังผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติ และ พลตํารวจโท ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และโฆษก สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพื่อจะได้ศึกษาทําความเข้าใจให้มีความเข้าใจ ที่ถูกต้องตรงกัน โดยส่งสําเนาพระราชบัญญัติยศตํารวจรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๒ สําเนาพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการฝ์ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ และสําเนาประกาศประธานรัฐสภาว่าด้วย เครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตํารวจรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๖ นะครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ

ได้ประเด็นแล้วค่ะ โอเค (OK) ค่ะ ขอบคุณค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านธวัช สุวุฒิกุล ค่ะ

นายธวัช สุวุฒิกุล

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม ธวัช สุวุฒิกุล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๙๙ จังหวัดชัยภูมิ

ท่านประธานครับ ผมได้รับคําร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่อําเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิว่าเมื่อป้ ๒๕๑๘ ได้มีพระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กําหนดให้ เขตปฏิรูปในเขตพื้นที่อําเภอนั้นเปึนเขตปฏิรูปน ะครับ ต่อมาในป้ ๒๕๓๒ ก็ได้มีการยกเลิก พระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งการยกเลิกนั้นขณะนี้สํานักงานปฏิรูปที่ดินไม่ดําเนินการ แต่อย่างใดก็ ๑๖ ป้ผ่านมาแล้ว ๔๐ ป้นั้นพี่น้องประชาชนได้รับความลําบากยุ่งยากจากการที่ เปึนเขตปฏิรูปไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพได้โดยสะดวกแม้ว่าในพื้ นที่ดังกล่าวนั้น จะเปึนเขตพาณิชยกรรม เปึนเขตเทศบาลนะครับ เมื่อได้มีการแก้ไขเมื่อป้ ๒๕๑๘ นั้น บัดนี้ก็ผ่านมาหลายสิบป้แล้วทางสํานักงานปฏิรูปที่ดินยังไม่ดําเนินการอย่างใด ทั้ง ๆ ที่อําเภอก็ดี เทศบาลก็ดีได้ร้องขอไปยังสํานักงานปฏิรูปที่ดินนะครับ เพราะฉะนั้น ผมเองจึงกราบเรียนหารือว่าอยากจะขอให้คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปึนประธานได้ดําเนินการแก้ไข พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้พ้นจากความทุกข์ยากลําบาก ขอกราบขอบพระคุณท่านครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ เหลืออีก ๒ ท่าน ดิฉันคิดว่าจะให้โอกาสพูดเสียให้หมดเลยแล้วกันนะคะ ท่านถัดไปขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร ค่ะ

รองศาสตราจารย์พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร

กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน พันธุ์ทิพย์ สายสุนทร หมายเลข ๑๕๕ ค่ะ ประเด็นที่จะหารือก็เปึนการปฏิรูปกฎหมาย ว่าด้วยการจดทะเบียนคนเกิดสําหรับบุตรของราษฎรไทยที่เกิดในต่างประเทศ สาระสําคัญ ของเรื่องที่หารือมานี้ก็ต่อเนื่องค่ะ เปึนมาตรการตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร

ซึ่งประเทศไทยได้มีการจัดการมาตั้งแต่ป้ ๒๔๕๒ ในปลายสมัยรัชกาลที่ ๕ เพื่อปัองกัน ไม่ให้มนุษย์ที่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทยตกเปึนคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติค่ะ ในการปฏิรูป ครั้งใหญ่ในป้ ๒๔๙๙ นั้นเมื่อบุตรของราษฎรไทยเกิดในต่างประเทศก็ได้มีการใช้ จารีตประเพณีทางกงสุลในการจดทะเบียนคนเกิดให้กับบุตรของราษฎรเหล่านั้น ในป้ ๒๕๓๔ มีการปฏิรูปกฎหมายอีกครั้งหนึ่งก็ได้มีการกําหนดให้ประมวลจารีตประเพณีทางกงสุล ให้เปึนลายลักษณ์อักษรในรูปของกฎกระทรวง แต่กฎกระทรวงนั้นก็ไม่สําเร็จจนถึงปัจจุบัน ป้ ๒๕๕๘ ในปัจจุบันเรามีบุตรของราษฎรไทยซึ่งเปึนคนยากจนไร้การศึกษา ไปอยู่ในต่างประเทศมากขึ้น บางคนก็อาจจะแค่เสียสิทธิที่จะอาศัยหรือถูกบันทึกเปึน คนสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎรไทย แต่บางคนก็ตกเปึนคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ถูกถือเปึน คนต่างด้าวไปเลย ดังนั้นชัด ๆ ที่ดิฉันเสนอก็คือว่าความตระหนักในการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อจัดการประชากรไทยในต่างประเทศนั้นก็เปึนความตระหนักของทั้งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการต่างประเทศที่รักษาการตามกฎหมายมาหลายป้แล้ว มีร่างกฎกระทรวง ดังกล่าวซึ่งยกร่างโดยปัญญาชนของกระทรวงการต่างประเทศคือคุณรัฐ จําเดิมเผด็จศึก และ อาจารย์วีนัส ศรีสุข จากกระทรวงมหาดไทย แต่เรื่องนี้ค้างคามาหลายป้แล้วค่ะ ดังนั้น เพื่อที่จะทําให้เรื่องนี้เปึนการปฏิรูปที่สมบูรณ์แบบสําหรับการเป่ดเสรีอาเซียนในป้หน้า ก็ควรจะเร่งทําเรื่องนี้ให้เสร็จค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสารี อ๋องสมหวัง ค่ะ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง ๒๑๒ ดิฉันมีประเด็นที่ติดตามจากข่าวของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธร รมนูญ เมื่อวานที่เปึนแหล่งข่าวพูดถึงการเก็บภาษีอากรเพื่อเปึนรายได้ของแผ่นดินจะต้องจัดเก็บ จากฐานภาษีต่าง ๆ ให้ครบฐาน ทั้งฐานรายได้ ฐานการซื้อขาย และจากฐานทรัพย์สิน การตรากฎหมายให้หน่วยงานรัฐจัดเก็บภาษีและจัดสรรเงินจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากร ตามกฎหมาย ซึ่งมิใช่การจัดสรรภาษีหรืออากรให้องค์กำรบริหารท้องถิ่นหรือมิใช่ การจัดสรรเงินให้พรรคการเมืองตามกฎหมาย จะกระทํามิได้ ดิฉันมีข้อกังวลว่า การที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแต่ว่าเปึนแหล่งข่าวในคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญนะคะ เป่ดเผยสาระในมาตราที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษี ซึ่งก็ระบุว่า

อันนี้จะไม่กระทบกับ ๓ องค์กร โดยเฉพาะ สสส. ไทยพีบีเอส และการกีฬาแห่งประเทศไทย ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของ ๓ องค์กรนี้เท่านั้นนะคะ แต่เปึนเรื่องของการจัดเก็บภาษี เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม ดิฉันขอยกตัวอย่างชัดเจนว่าขณะนี้ปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นจาก ความหวานของน้ําตาล เครื่องดื่มชา เครื่องดื่มที่เรารับประทานกันมากมายมีน้ําตาลมาก แล้วก็แนวโน้มทั่วโลกในหลายประเทศก็ใช้ระบบการเก็บภาษีน้ําตาล เพื่อที่จะทําให้ ผู้ประกอบการรับผิดชอบต่อสุขภาพของผู้บริโภค หรือแม้กระทั่งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หลายคณะก็เสนอแนวคิดเรื่องผู้ก่อมลภาวะเปึนผู้ต้องรับผิดชอบ อย่างเช่นภาษีสิ่งแวดล้อม ภาษีสารเคมีอันตราย ภาษีขยะ ภาษีจากมลภาวะ ซึ่งเรียกว่าใครก่อมลภาวะ คนนั้นก็เปึนคนรับผิดชอบ ซึ่งดิฉันคิดว่าความรับผิดชอบไม่ควรจะอยู่เฉพาะกา รเก็บภาษี จากการซื้อสบู่ ยาสีฟันต่าง ๆ เพราะนั่นคือภาษีของคนจน เพราะฉะนั้นการเก็บภาษี ที่เปึนธรรมเราควรจะเขียนกฎหมายให้เป่ดช่อง เป่ดโอกาสในการที่จะทําระบบภาษี เพื่อสังคมเหล่านี้ในอนาคต ก็อยากให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องนี้ ให้รอบคอบ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ท่านสมาชิกที่ยังไม่ได้ส่งแบบตอบรับการเข้าร่วมประชุม สปช. รายงานประชาชนช่วยกรุณาส่งแบบตอบรับภายในวันนี้ด้วยนะคะ ท่านคงจําได้นะคะ

เมื่อครู่นี้ท่านบุญเลิศก็ได้กรุณาย้ํากับพวกเราอีกครั้งหนึ่งว่าวันที่ ๑๓ สิงหาคม วันพฤหัสบดีนี้ เรามีประชุมร่วมกันที่โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เรื่อง สปช. รายงาน ประชาชน เพราะฉะนั้นท่านได้รับแบบฟอร์มให้ท่านกรุณากรอกตอบรับนี่ ขอขอบคุณสมาชิก ที่ตอบรับมาแล้วนะคะ แต่ว่าท่านที่ยังไม่ได้ตอบรับได้กรุณาตอบรับด้วยนะคะ เพราะว่าทางสํานักงานจะได้จัดเตรียมในเรื่องของจํานวนอาหารกลางวัน แล้วก็น้ําชา รวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันขอเรียนย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าท่านอย่าลืมว่า พวกเราเปึนเจ้าภาพและเปึนเจ้าของงานนี้ เพราะฉะนั้นก็กรุณาด้วยค่ะ

จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๒๔๓ คน

ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อประชุมแล้วจํานวน ๑๘๐ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมแล้ว ดิฉันขอดําเนินการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๖๓ ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๘ ค่ะ

ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว

๓.๑ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี สารสนเทศ

วาระปฏิรูปเพิ่มเติม : เรื่อง ข้อเสนอการปฏิรูปพระราชบัญญัติองค์กร จัดสรร คลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ค่ะ

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

เดี๋ยวคอยนิดหนึ่งนะคะ ดิฉันใคร่ขอความร่วมมือจากคณะกรรมาธิการในการแถลงรายงาน ว่าขอให้แถลงอย่างกระชับและอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงานเท่านั้น สําหรับการอภิปราย ของสมาชิกก็เช่นเดียวกันกรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่จะให้ข้อเสนอแนะเท่านั้นนะคะ ท่านประธานพร้อมไหมคะ พร้อมก็ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงานค่ะ

รองศาสตราจารย์จุมพล รอดคําดี ประธานกรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติผู้ทรงเกียรติทุกท่าน วาระการรายงานการเสนอเรื่องการปฏิรูป องค์กรกํากับดูแลสื่อซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของการรายงาน ซึ่งอันที่จริงแล้วนี้เราก็ได้รายงานไป ส่วนหนึ่งแล้วในวันที่ ๒๐ กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากนั้นงานการศึกษาในรายละเอียด ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการปฏิรูปองค์กรกํากับดูแลสื่อซึ่งก็ยังมีค้างอยู่อีกเรื่องหนึ่ง ที่เราได้ดําเนินการโดยคณะอนุกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการปฏิรูป การสื่อสารมวลชน และเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งรายงานนั้นก็ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว ก็ใคร่ขอนําเสนอให้กับ ท่านสมาชิกได้ให้คําแนะนําหรืออภิปรายเพื่อนําไปแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ จริง ๆ แล้วก็ได้มีการพูดคุยกันไปในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เราเองก็ได้มีการพูดคุยกัน แล้วก็มีบางส่วนที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชน และเทคโนโลยีสารสนเทศเห็นว่าก็ยังมีบางส่วนที่ในรายงานการศึกษานี้เพื่อให้เกิด ความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นก็ได้มีการจัดทํารายงานนี้เพิ่มเติมเข้ามานะครับ ในวันนี้ต้องขออนุญาต ท่านประธานว่าจะให้ดอกเตอร์นิพนธ์ นาคสมภพ ซึ่งเปึนตัวแทนของคณะอนุกรรมาธิการ ชุดนี้ได้ทําหน้าที่รายงานให้ท่านสมาชิกได้ทราบนะครับ ขออนุญาตครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ค่ะ ขอเชิญค่ะ

นายนิพนธ์ นาคสมภพ กรรมาธิการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นิพนธ์ นาคสมภพ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้านสื่อสารมวลชน หมายเลข ๑๑๓ ขอรายงานข้อเสนอเพิ่มเติมนะครับ เพื่อการปฏิรูป องค์กรกํากับดูแลสื่ อ เพื่อนสมาชิกครับ ถ้าเราหันไปมองกิจการสื่อสารมวลชน วันนี้คลื่นความถี่ไม่ได้เปึนทรัพยากรที่จํากัดอีกต่อไป อีก ๑๐ ป้ข้างหน้าใครจะรู้ ครับ วิทยุอาจจะไปรวมอยู่กับโทรศัพท์ โทรทัศน์ซึ่งเปึนสื่อบันเทิงของครอบครัวจะกลายเปึนสื่อ ส่วนตัว ดังนั้นการศึกษาและการจัดทําแนว ทางปฏิรูปองค์กร รวมทั้งโครงสร้างองค์กร ด้านการกระทําหน้าที่จัดสรรทรัพยากรคลื่นความถี่และการกํากับดูแล การประกอบกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม จึงได้ศึกษาด้วยความละเอียด ความระมัดระวัง คํานึงถึงภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามนวัตกรรมเทคโนโลยีอย่ำงรวดเร็ว กฎหมายอาจจะเปึนปัญหาที่ซับซ้อน เพราะว่าเปึนกฎหมายที่ตามเทคโนโลยีไม่ทัน และเปึนสาเหตุให้กระทบต่อเสรีภาพของประชาชนในส่วนที่เปึนสิทธิในการรับรู้ข่าวสาร ด้วยเงื่อนเวลาในการศึกษาครั้งนี้จึงขอรายงานข้อเสนอเพิ่มเติมเฉพาะเรื่อง ขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ การปฏิรูปองค์กรกํากับดูแลสื่อในส่วนที่เปึนพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ วิธีการศึกษาเราได้ศึกษาโดยตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมา เพื่อศึกษาอย่างรอบด้านเปึนเวลา ๒ เดือน จัดทําเสวนาทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด จัดการ สัมภาษณ์กลุ่ม และสัมภาษณ์เชิงลึก มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน มีการศึกษา ค้นคว้าเอกสารที่เกี่ยวข้อง กลุ่มตัวอย่างที่นํามาศึกษาประกอบด้วยกลุ่มผู้มีอํานาจ ทั้งกรรมการ กสทช. ในปัจจุบัน อดีต กทช. ที่พ้นวาระไปแล้ว ผู้บริหารสํานักงานทั้ง กสทช. และ กตป. หรือกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบั ติงานหรือที่เรารู้จักกันในนาม ซูเปอร์ บอร์ด (Super board) กลุ่มผู้ประกอบกิจการวิทยุ โทรทัศน์ โทรคมนาคม กลุ่มนักวิชาชีพสื่อสารมวลชนซึ่งเปึนผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิทยุ โทรทัศน์ ด้านโทรคมนาคม และด้านสื่อสารมวลชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากสภาวิชาชีพ จากตัวแทนสมาพันธ์ สมาคมและ ชมรมต่าง ๆ รวมทั้งประชาชนซึ่งเปึนผู้บริโภคสื่อ กับปัญหาขององค์กรกํากับ กสทช. การศึกษาครั้งนี้พบว่า กสทช. เปึนองค์กรที่มีอํานาจเบ็ดเสร็จ ออกกฎหมายเอง ตรวจวินิจฉัยเอง และพิพากษาเอง ส่วนประชาชนที่รอคอยการปฏิรูปสื่อมาตั้งแต่

มีรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๔๐ ได้แต่ตั้งความหวังไว้ว่า กสทช. มีแล้วจะมีผลงานที่ดีขึ้น แต่กลับเปึนว่าผลงานต่ํากว่าที่คาดหวังอย่างมาก แล้วยังพบว่าปัญหาจํานวนมาก เราได้แยกปัญหาไว้กว่า ๑๐ กลุ่ม แต่ด้วยเงื่อนเวลาจึงสกัดออกมาเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ พระราชบัญญัติของ กสทช. ป้ ๒๕๕๓ เพียง ๘ กลุ่ม คณะกรรมาธิการได้ร่วมกันวิเคราะห์ ปัญหาที่พบ และได้รวบรวมข้อเสนอในการแก้ไขปัญหานํามาเสนอต่อคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปแห่งชาติให้เปึนแนวทำงเปึนกลุ่ม ๆ โดยนําเสนอปัญหาและวิธีการแก้ปัญหา ปัญหาการจัดรูปแบบองค์กร เราพบว่าองค์กรกํากับดูแลสื่อหรือ กสทช. กํากับดูแล ไม่สอดคล้องกับยุคหลอมรวมสื่อที่มีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และมี การพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง ส่วนพระราชบัญญัติ กสทช. ป้ ๒๕๕๓ ก็ไม่ได้กําหนดให้ การทํางานของ กสทช. เปึนองค์กรหนึ่งตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

เพราะได้แยกการทํางานออกเปึน ๒ คณะ คือ กสท. หรือคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และ กทค. หรือคณะกรรมการ กิจการโทรคมนาคม ทั้ง ๒ คณะนี้เปึนการทํางานที่อิสระต่อกันหรือจะเรียกว่าต่างคนต่างทํา ข้อเสนอแนะในการปฏิรูปครั้งนี้ต้องจัดรูปแบบองค์กรใหม่ คณะกรรมาธิการปฏิรูปสื่อ เห็นพ้องต้องกันว่าองค์กรนี้ต้องเปึนองค์กรอิสระและเปึนนิติบุคคล มีคณะกรรมการ ๑ ชุด คณะกรรมการจากเดิม ๑๑ คนให้มีผู้เชี่ยวชาญเพียง ๗ คน แต่ละชุดมีวาระ ๖ ป้ต่อสมัย ผู้ที่ได้รับการคัดสรรทดแทนผู้ที่ลาออกไปก็ให้ดํารงตําแหน่ง ๖ ป้ไม่เปึนไปตามวาระตามสมัย เมื่อพ้นตําแหน่งห้ามทํากิจการที่ต่อเนื่องที่ สอดคล้องกับงานของ กสทช. ให้มีสํานักงาน มีงบประมาณ และมีบุคลากรพร้อม วิธีการสรรหาโอนอํานาจที่ผ่านมาเปึนวิธีการสรรหา ที่ค่อนข้างมีปัญหา วิธีการสรรหานี้ไม่เป่ดกว้างและมีวิธีการที่ซับซ้อนลักลั่นไม่สามารถ หาบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามากํากับดูแล ทําให้เกิดความแตกต่าง คนที่เข้ามาไม่ใช่ไม่มี ความเชี่ยวชาญนะครับ แต่ว่าไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทําให้เกิดความแตกต่างของ ความคิดเห็นในการบริหารที่มิได้อยู่บนพื้นฐานของหลักการวิชาการและความเปึนเหตุเปึนผล กลับตรงกันข้ามมีการสร้างกระแสและการตัดสินใจตามกระแส ประเด็นที่ควรตัดสินใจ ด้วยความเชี่ยวชาญกลายเปึนการตัดสินใจโดยการอิงแนวทางทางการเมือง การกําหนด มาตรฐานวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคมควรเปึนสิ่งที่ดําเนินการโดยทันที แต่ กสช. ก็ดูเหมือนว่าจะทําเปึนสิ่งสุดท้ายก่อนที่จะนําเข้าไปประมูลในแต่ละเรื่อง วิทยุยังเปึน หน่วยราชการที่มีสัมปทานเหมือนเดิม ๕๐๐ คลื่น วิทยุบริการชุมชนวันนี้ไม่ใช่ของชุมชน และยังสับสนกับวิธีการบริหารจัดการให้เปึนวิทยุชุมชน ส่วนวิทยุท้องถิ่นก็ถูกป่ดจํานวนมาก ทําให้เครื่องส่งกระจายเสียงที่มีอยู่มีค่าไม่ต่างกับเศษเหล็ก มีการสร้างกระแสให้ประชาชน หลงเข้าใจผิดคิดว่าโทรทัศน์ดิจิทั ล (Digital) ภาคพื้นดินคือเทคโนโลยีใหม่ชนิดเดียวที่มี ความคมชัดแล้วนํามาจัดการประมูล จริงอยู่ได้เงินไป ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้วก็ยังต้องมี การลงทุนใช้จ่ายเปึนวงเงินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อจะทําไมครับ เพื่อตั้งสถานี ตั้งเสาส่งสัญญาณภาคพื้นดิน เพื่อส่งสัญญาณในแนวนอน เปึนการส่งสัญญาณที่ทับซ้อนกับ โทรทัศน์ที่ส่งสัญญาณแนวตั้งจากดาวเทียมด้วยระบบดิจิทัลซึ่งมีมากกว่า ๑๐ ป้แล้ว ความเปึนจริงที่ผ่านมาผู้ชมได้ชมโทรทัศน์ที่ไม่ชัดไม่ใช่เพราะเทคโนโลยี แต่เพราะว่าชมผ่าน จอสี่เหลี่ยมรุ่นเก่า ส่วนมาตรฐานโทรทัศน์จอแบบทีวีบี -ทีทู (TVB-T2) ก็เพิ่งมากําหนด

เมื่อคราวที่มีการประมูลโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดินไม่ได้กําหนดก่อนหน้านี้ ช่องโทรทัศน์ดิจิทัล ภาคพื้นดินที่ประมูลไปแล้วก็ไม่ได้มีอิสระเหมือนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพราะทุกช่อง ต้องไปใช้บริการส่งสัญญาณที่เรียกว่ามัค (Mak) ของหน่วยราชการซึ่งเปึนผู้ถือสัมปทาน โทรทัศน์กลุ่มเดิมอยู่ เมื่อมัคอยู่กับหน่วยราชการไม่ได้อยู่กับองค์กรอิสระอะไรเกิดขึ้นครั บ ห่วงอํานาจเดิมที่สามารถป่ดสวิตช์สัญญาณได้ทันทีก็เกิดขึ้น ไม่มีข้าราชการขัดขืนหรอกครับ ใครก็ตามที่ขัดขืนก็จะมีภัยกับตัวเองอาจจะถูกย้ายหรือถูกบีบให้ลาออก ซึ่งตรงนี้ ความเปึนอิสระขององค์กรอิสระก็จะไม่เกิดขึ้น ในช่วงที่มีประกาศ คสช. ประชาชน กว่า ๑๐ ล้านบ้านไม่สามารถชมโทรทัศน์ที่เขาชอบได้รายการที่เขาชอบนะครับ ทําให้ ผู้บริการภูมิทัศน์แพลตฟอร์ม (Platform) หลายรายต้องเข้าไปพยุงกิจการนี้ โดยการให้ ประชาชนแลกซื้อกล่องสัญญาณกล่องใหม่ ประชาชนต้องเสียเงินกล่องละ ๕๐๐ บาท ๗๐๐ บาท

แล้วก็เจ้าของแพลตฟอร์มเอามากองเปึนกองพะเนินเทินทึกเท่าที่เห็นนี่นะครับอันนี้ยังน้อย นี่ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ กล่องเท่านั้น แลกมาแล้วทําอะไรครับ เอามาแยกพลาสติก กับทองแดงขาย ซึ่งเปึนการสูญเสียเปึนขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่กองใหญ่มาก การสรรหา องค์อํานาจต้องทบทวน พ.ร.บ. กสทช. ๒๕๕๓ เพื่อให้ได้ กสทช. ที่ส่วนใหญ่เปึนผู้เชี่ยวชาญ ที่มีความรู้เรื่องวิทยุโทรทัศน์หรือโทรคมนาคม โดยมีคณะกรรมการสรรหา ๑๕ คน เหมือนเดิม แต่ใน ๑๕ คนนี้ตามมาตรา ๑๔ ของเดิม (๑) กับ (๒) ต้องเปลี่ยน เพราะว่า เปึนองค์กรที่ต้องตรวจสอบ กสทช. ๑ องค์กร และอีกองค์กรหนึ่งคิดว่าจะไม่มีอยู่แล้วนะครับ ให้แทนที่ด้วยประธานสภาวิชาชีพแพร่ภาพกระจายเสียงและนายกสมาคมโฆษณา แห่งประเทศไทย ให้เลขาธิการวุฒิสภาทําหน้าที่เปึนฝ์ายธุรการของคณะกรรมการสรรหา คุณสมบัติของ กสทช. ก็ต้องเปลี่ยน ต้องเป่ดกว้าง ใครจะสมัครให้สมัครเข้ามา สมัครให้มาก ให้ได้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้คัดเลือกกัน แต่ก่อนการรับสมัครคณะกรรมการสรรหา ต้องทํางานหนัก ต้องสร้างเครื่องมือคัดสรรด้วยวิ ธีการให้คะแนน หรือที่เราเรียกว่า สกอร์การ์ด (Scorecard) อย่างละเอียด ต้องกําหนดทั้งความรู้ ความชํานาญ ประสบการณ์ และผลงานที่มีเกียรติบัตรหรือรางวัลที่ได้เพราะความชํานาญ เพื่อคัดเลือกเอาคนที่ได้ คะแนนสูงสุดมาสอบสัมภาษณ์และสอบประวัติ เยอะ ๆ ก็จะเหลือไม่กี่คน ยกเลิก คุณสมบัติต้องห้ามที่ไปกีดกันไม่ให้คนทํางานมาสมัครเพราะเกรงว่าจะเปึนตัวแทน ของคนโน้นคนนี้ เมื่อพ้นวาระจากตําแหน่งต้องไม่ให้ทํางานที่เกี่ยวข้อง ๒ ป้เพราะตรงนี้คือ ผลประโยชน์ ให้คณะกรรมการสรรหาคัดเลือกให้เหลือ ๗ คนแล้วก็ส่งให้สภาเห็นชอบ ใครจะไปวิ่งสภาก็ยากเพราะว่าส่งแค่ ๗ คน ให้เห็นชอบ ๗ คน สภาไม่เห็นชอบคนใด หรือทั้งหมดก็ให้นําคนที่อยู่ในระดับรองลงไปมาเสนอ ถ้านอมินี (Nominee) อยู่ที่อันดับ ๘ ก็ต้องมีการปฏิเสธถึง ๘ ครั้ง ซึ่งเปึนไปได้ยากแล้วก็จะเปึนที่ครหา ปัญหาการบริหารองค์กร ไม่สามารถดําเนินการตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งตามรัฐธรรมนูญที่เปึนประโยชน์สูงสุด ในระดับชาติหรือในระดับท้องถิ่น เพราะผู้บริโภคยังเปึนฝ์ายเสียเปรียบ วิธีการบริหารองค์กร ยังซับซ้อนทําให้เกิดคอขวดในการบริหาร มีเสียงเรียกร้อง ร้องเรียนจํานวนมาก เชื่อไหมครับ ว่าช่วงระยะเวลาไม่ถึง ๔ ป้ที่ กสทช. ทํางานมีคดีความฟัองร้องเกือบ ๒๐๐ คดี การปฏิรูปสื่อที่ผ่านมาสร้างความคาดหวังที่เกินจริงในหมู่คนจํานวนมาก แต่การเปลี่ยนแปลง ไม่เปึนไปตามที่คาดหวัง การปฏิรูปการสื่อสารองค์กรต้องสร้างความเข้าใจและลดผลกระทบ

ที่ไม่พึงปรารถนาโดยให้มีสํานักงานเปึนนิติบุคคลและให้ขึ้นตรงต่อกรรมการ กสทช. ให้แบ่งส่วนงานออกเปึน ๗ ส่วน มีสํานักงานวิศวะ สํานักงานกฎหมายและการบังคับใช้คดี สํานักงานงบประมาณการคลัง สํานักงานแผนและนโยบาย สํานักงานการบังคับกิจการ สํานักงานกิจกรรมและการเลขานุการ สถาบันคุ้มครองสิทธิและคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งอันนี้ เปึนไปตามที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคเปึนผู้เสนอ ให้มีเลขานุการ สํานักงานรับทําหน้าที่ด้านธุรการ โดยเลือกเลขานุการจากผู้อํานวยการให้มาปฏิบัติหน้าที่ ส่วนงานอิสระ ๔ ด้าน ด้านบนไม่เปึนส่วนงานที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของสํานักงาน แต่ให้อยู่ ภายใต้คณะกรรมการ กสทช. การใช้จ่ายงบประมาณ มีการตั้งงบประมาณลอย ไม่มีรายละเอียด ไม่แยกระหว่างผู้เสนอและผู้อนุมัติ เสนอเอง อนุมัติเองได้ ต้องแยกออกจากกัน ทําให้การใช้จ่ายเงินจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อมูลในการดําเนินงานและการใช้จ่าย ที่ผ่านมาไม่ได้เผยแพร่ให้ทันเวลาและครบถ้วน ทําให้คนในสังคมเกิดความคลางแคลงใจ และเปึนข่าว เปึนที่วิพากษ์วิจารณ์ตลอดมา การปฏิรูปค่าใช้จ่ายงบประมาณ รายจ่ายต้องจัดทําเปึนงบประมาณค่าใช้จ่ายแบบเดียวกับองค์กรของรัฐที่เปึนอิสระอื่น ๆ

โดยให้แบ่งงบประมาณออกเปึน ๒ ส่วนเช่นกัน คือส่วนที่เปึนงบประมาณประจํา และส่วนที่เปึนงบประมาณโดยโครงการ ทั้ง ๒ แผนนี้จะต้องจัดทําเปึนแผนงบประมาณ ประจําป้ส่วนที่เหลือจากการจัดสรรงบประมาณขององค์กรให้ส่งคืนเข้าเปึนรายได้แผ่นดิน การตรวจสอบภายใน ปัญหาของหน่วยงานตรวจสอบภายในขององค์กรของรัฐส่วนใหญ่ เท่าที่ประสบเปึนแหล่งสะสมพนักงานผู้ที่ ผู้บริหารไม่พึงพอใจ ส่วนที่ กสทช. นี้พบว่า เปึนหน่วยงานที่ขาดการตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพและมิได้เป่ดเผยให้ประชาชนได้รับรู้ ถึงความเหมาะสมในการใช้งบประมาณ ส่วนการรับฟังความคิดเห็นก่อนออกประกาศ กสทช. ที่ต้องดําเนินการไปตามกฎหมาย ดําเนินการนะครับ แต่ความคิดเห็นของประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องนําไปแก้ไขไม่ถึงร้อยละ ๑๐ ถึงได้เกิดปัญหามากมาย การปฏิรูป การตรวจสอบภายในเสนอให้ กสทช. มีบทบาทในการควบคุมสํานักงานให้ปฏิบัติงานได้ดีขึ้น โดยจัดให้มีผู้ตรวจสอบภายในทําหน้าที่ตรวจสอบด้านการเงิน รายงานตรงต่อ กสทช. ก่อนที่จะส่งให้สํานักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง. ให้มีผู้ติดตามและตรวจสอบนโยบาย ภายใน การประเมินผลกระทบในการประกาศ และให้มีหน่วยงานนี้เปึนหน่วยงานที่รับฟัง ความคิดเห็น ให้มีที่ปรึกษากฎหมายเพื่อให้คําปรึกษา การที่จะมีหน่วยงานเพื่อการตรวจสอบ ภายในได้ก็ต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ กสทช. มาตรา ๖๘ วรรคสอง ให้มีกรรมการ ตรวจสอบภายในด้านการเงินและงบประมาณขึ้นตรงกับคณะกรรมการ กสทช. การวินิจฉัย ข้อพิพาทที่ผ่านมามีปัญหาล่าช้า การตัดสินข้อพิพาทและการประนีประนอมเปึน กระบวนการที่ต้องรอคอยเปึนอย่างมากนะครับ บ่อยครั้งต้องรอการวินิจฉัยควา มเห็น ทางกฎหมายที่ใช้เวลานาน ทําให้สังคมเกิดความไม่เชื่อมั่นในประเด็นปัญหาและการตัดสิน ข้อพิพาทนั้น ๆ วันนี้ก็มีคดีอยู่นะครับที่ตัดสินยังไม่ได้ต้องรอวันนั้นวันนี้ ทั้ง ๆ ที่ผู้ประมูล ลงทุนไปเปึนพันล้านบาท ข้อเสนอแนะในการวินิจฉัยข้อพิพาทต้องให้จัดตั้งกรรมการ วินิจฉัยข้อพิพาทประนีประนอมในรูปแบบขององค์คณะ เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้า คณะกรรมการชุดนี้เปึนชุดผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกไม่ใช่กรรมการ กสทช. มีองค์คณะ ทําหน้าที่ไกล่เกลี่ยและพิจารณาเรื่องร้องเรียนระหว่างผู้รับใบอนุญาตและผู้ร้องเรียน ทําหน้าที่แก้ปัญหายุติข้อพิพาทเบื้ องต้นได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็จะเปึนหน่วยงานที่สร้าง ความพึงพอใจให้กับคู่กรณีและยังรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกันได้อีกด้วยนะครับ การติดตาม และประเมินผล คณะกรรมการติดตามและประเมินผลองค์กรตรวจสอบหรือที่เรารู้จักกันว่า

กตป. หรือซูเ ปอร์ บอร์ดได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชน และเทคโนโลยีสารสนเทศสรุปความว่าการทํางานที่ผ่านมาไม่มีอิสระทั้งการบริหารงาน การจัดสรรงบประมาณและการเผยแพร่ข้อมูลสาธารณะ เพราะทุกอย่างต้องได้รับอนุมัติ จาก กสทช. เปึนผลให้การตรวจสอบไม่มีอิสระและไ ม่สามารถดําเนินการได้จริง กตป. ต้องเปึนองค์กรอิสระ ต้องเปึนนิติบุคคล สามารถถ่วงดุลอํานาจกับ กสทช. ต้องมีสํานักงาน ต้องมีบุคลากร ต้องมีงบประมาณเปึนของตัวเอง ต้องมีอิสระในการติดตาม รับฟังความคิดเห็น ต้องมีกลไกในการนําเสนอสภาเพื่อที่จะถอดถอน กสทช. ได้ในกรณีที่ ได้รับเรื่องร้องเรียน การบริหารกองทุนก็พบว่าการบริหารกองทุนไม่มีเจ้าหน้าที่ของตัวเอง ไม่สามารถตั้งคณะอนุกรรมการได้ด้วยตัวเอง การบริหารจัดการกองทุนมีความขัดแย้ง ระหว่างเจตนารมณ์และโครงสร้างการจัดตั้งกองทุน ทําให้ที่ผ่านมาไม่พร้อมที่จะให้กองทุน เพื่อบริการสังคม และนอกจากนั้นยังไม่มีหน่วยงานวิจัยหรือตัวเลขที่ชัดเจนพอที่จะนํามาเปึน ข้อมูลในการบริหารหรือพัฒนากิจการสื่อสาร ไม่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าป้นี้ ป้ที่แล้วคนในประเทศมีพฤติกรรมในการฟังวิทยุ ในการชมโทรทัศน์ ในการใช้โทรศัพท์ อย่างไร และจะเข้าถึงผู้รับสารได้อ ย่างไร เมื่อไม่มีข้อมูลการพัฒนาและวิจัยที่ทําอย่าง กว้างขวาง ไม่ใช่แค่ ๑,๐๐๐ คนนะครับ ต้องเปึน ๑๐,๐๐๐ คน

การใช้อํานาจก็จะไม่เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเท่าที่ควร เหมือนอะไรครับ เหมือนกับ การรักษาคนไข้โดยไม่รู้ว่าความดันเท่าไร ไขมันมีไหม มีน้ําตาลหรือไม่ ไม่รู้จะรักษาได้อย่างไร ให้ยาผิดตลอด ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปการบริหารกองทุน การบริหารกองทุนต้องเปึน การบริหารกองทุนอย่างอิสระ เปึนนิติบุคคล มีสํานักงาน มีงบประมาณ และมีบุคลากร ที่เปึนของตนเอง เสนอให้เพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของกองทุนตามพระราชบัญญัติ กสทช. มาตรา ๕๒ วรรคหก ให้สนับสนุนการศึกษาและการวิจัย โดยเฉพาะโครงสร้างผู้รับสาร เพื่อให้เปึนองค์ความรู้เกี่ยวกับกิจการวิทยุกระจา ยเสียง วิทยุโทรคมนาคม และกิจการ โทรคมนาคม ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปการบริหารองค์กร ให้มีคณะกรรมการกองทุน ให้ กสทช. เลือกมา ๒ คน ครม. เลือก ๑ คน สมาคมธนาคารไทย ๑ คน สภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย ๑ คน ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย ๑ คน กรรมการข้างต้น เปึนผู้สรรหากรรมการบริหารผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อทํางานเต็มเวลาทั้งหมด ๕ คน ภาพต่อไป เปึนภาพรวมขององค์กรอิสระที่เราอยากเห็นเปึนข้อเสนอแนะที่นําไปปรับกับพระราชบัญญัติ กสทช. ๒๕๕๓ เมื่อปรับแล้วเราคิดว่า กสทช. จะเปึนองค์กรที่กํากับดูแลที่อิสระเปึน องค์กรรวม การได้ซึ่งกรรมการเปึนธรรม ได้บุคคลที่เหมาะสม มีหน่วยงานตรวจสอบภายใน ด้านการเงินและนโยบายสามารถทํางานได้มีประสิทธิภาพ มีกองทุนวิจัยและพัฒนา ที่เปึนอิสระดําเนินการได้ตามเจตนารมณ์ มีองค์กรตรวจสอบและประเมินผลที่เปึนอิสระจาก องค์กรกํากับซึ่งขึ้นตรงต่อสภา อย่างไรก็ตามกรรมาธิการชุดนี้ยังไม่ มีโอกาสที่ได้ทบทวน อีกหลาย ๆ อย่าง เช่นประกาศ กสทช. จํานวนมากที่มีปัญหาในช่วงที่เกือบ ๔ ป้ที่ผ่านมา เช่นปัญหาการร้องเรียนเรื่องมัส ต์ แครี (Must carry) ส่วนข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป พ.ร.บ. ป้ ๒๕๕๑ ได้ทบทวนแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสนําเสนออย่างน้อย ๆ ๓ ประเด็นหลัก ๆ คือ การครองสิทธิข้ามสื่อ ตามมาตรา ๓๑ การแยกประเภทใบอนุญาตที่ขัดต่อการส่งเสริม ให้ผู้รับได้ใช้วิทยุโทรทัศน์เปึนโรงเรียนของสังคม ซึ่งต้องแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ การแข่งขันอย่างเสรีและเปึนธรรมมีข้อจํากัดปรากฏอยู่ ตามมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๒ ท่านกรรมาธิการครับ นี่คือสิ่งที่ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศเห็นว่าต้องปฏิรูป ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

หมดแล้วนะคะ ท่านสมาชิกก็ได้รับทราบแนวทางวาระปฏิรูปเพิ่มเติม เรื่อง ข้อเสนอ การปฏิรูปพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ แล้ว ต่อไปดิฉัน คงจะขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็น แล้วก็ขอความกรุณาท่านละไม่เกิน ๕ นาทีเช่นเดิม จะมีท่านผู้ใดให้ความเห็นก่อนเลยไหมคะ ขอเชิญท่านวสันต์ ภัยหลีกลี้ ค่ะ

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ ผม วสันต์ ภัยหลีกลี้ สปช. ทางด้าน สื่อสารมวลชน ก็ต้องขอชื่นชมแล้วก็ขอสนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูป การสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศในครั้งนี้ เรื่องการปฏิรูป กสทช. ผมคิดว่า ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้มีการพูดกันอย่างน้อยก็ ๓ ครั้งแล้วนะครับ เราเคยพูดกันในช่วงที่มี การพิจารณาเรื่องกฎหมายดิจิทัล ๑๐ ฉบับ ซึ่ง ๑ ในกฎหมายดิจิทัล ๑๐ ฉบับนั้น ก็มี พ.ร.บ. กสทช. อยู่ด้วย

เราพูดกันตอนที่กรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคนําเสนอเรื่องการปฏิรูป กสทช. แล้วก็พูดถึงเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคในกฎหมายนั้น แล้วก็คราวนี้ คราวนี้ผมคิดว่า กรรมาธิการได้นําเสนออย่างเปึนระบบแล้วก็รอบด้านครบถ้วนนะครับ ก็ขอสนับสนุน ข้อเสนอที่นําเสนอมา ผมอยากจะเพิ่มเติมในบางประเด็นนะครับว่ากรณีของ กสทช. นั้น เราต้องถือว่าเปึนองค์กรอิสระที่เกิดขึ้นจากเจตจํานงที่ต้องการเห็นการปฏิรูปสื่อ สมัยก่อนสื่อ โดยเฉพาะสื่ออิเล็กทรอนิกส์ถูกผูกขาดโดยหน่วยงานราชการนะครับ เราเรียกร้องกัน ให้มีองค์กรอิสระเพื่อที่จะมาทําหน้าที่จัด สรรคลื่นความถี่ ซึ่งถือว่าเปึนทรัพยากรของชาติ เพื่อประโยชน์สาธารณะ แล้วเราก็ได้ กสทช. มานะครับ ผมคิดว่าในช่วงที่ผ่านมา กสทช. นี่ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่มาก จุดใหญ่ที่สําคัญที่มักจะมีการวิพากษ์วิจารณ์กันก็คือเรื่องของ ประสิทธิภาพในการทํางาน เรื่องความโปร่งใส เรื่องการใช้เงินใช้ทองนะครับ แล้วก็ หลายต่อหลายท่านอาจจะผิดหวังกับบทบาทของ กสทช. อย่างไรก็ตามนะครับ สิ่งหนึ่ง ที่เราเน้นย้ํากัน แล้วก็เห็นว่าเปึนสิ่งที่ควรจะต้องยืนยันก็คือเรายังเห็นว่าควรจะมีองค์กรอิสระ ที่จะทําหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับดูแลกิจการทาง ด้านโทรคมนาคม กิจการวิทยุและโทรทัศน์นี้ต่อไปนะครับ ขีดเส้นใต้นะครับว่าเรายังเห็นควรให้มีองค์กรอิสระ ทําหน้าที่นี้ต่อไป เพียงแต่ว่าสิ่งที่เปึนปัญหาที่ควรจะได้รับการแก้ไขโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของประสิทธิภาพการทํางาน ในเรื่องของความโปร่งใส เรื่องของการใช้เงินใช้ทอง จะต้องมีการปรับปรุงนะครับ ในเรื่องของการตรวจสอบ กสทช. นี้นะครับ ที่ผ่านมา ก็มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผล กสทช. ที่เรียกกันว่า กตป. ทําหน้าที่นอกเหนือ จากการตรวจสอบภายในและการตรวจสอบโดย สตง. แต่การทําหน้าที่ของ กตป. ที่ผ่านมา ก็มีปัญหาในแง่ที่ไม่ได้รับความร่วมมือจาก กสทช. ไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของการทํางานต่าง ๆ หรือว่าเรื่องงบประมาณในช่วงแรก ๆ นะครับ ผมคิดว่าข้อเสนอของกรรมาธิการที่เสนอมานี้ จะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ก็คือว่าให้ กตป. มาอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของทางสํานักงาน เลขาธิการวุฒิสภานะครับ เนื่องจากว่า กตป. จริง ๆ ก็ทําหน้าที่ในการตรวจสอบและติดตาม ประเมินผล กสทช. แทนวุฒิสภา ซึ่งเปึนคนแต่งตั้งแล้วก็มีหน้าที่ในการถอดถอนด้วยนะครับ ตรงนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งนะครับ นอกจากนั้นก็เห็นด้วยนะครับว่ากระบวนการในการสรรหา กสทช. เองที่สําคัญคนที่สรรหาควรจะมีความรู้ความเชี่ยว ชาญเกี่ยวกับเรื่องกิจการ โทรคมนาคม กิจการวิทยุและโทรทัศน์นะครับ ขณะเดียวกันก็คือคนที่จะเข้ามาเปึนกรรมการ

กสทช. ซึ่งได้มีการเสนอว่าควรจะมีอยู่แค่ ๗ คน แล้วก็เน้นว่าให้เปึนองค์กรเดียวนะครับ แทนที่จะแยกกันไปเปึน ๒ ขา ให้เปึนองค์กรเดียว ผมคิดว่ากรรมการที่จะเข้ามาเปึน กสทช. เองก็จะต้องมีความรู้ความสามารถ แล้วก็มีความหลากหลายนะครับ เพื่อที่จะสามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี อย่างไรก็ตามในเรื่องโครงสร้างที่กําหนดรายละเอียดมา ผมคิดว่า ตรงนี้อาจจะให้เปึนเรื่องของ กสทช. หรือว่าผู้ที่จะเข้ามาเปึนผู้ไปพิจารณาอีกทีหนึ่งนะครับ อาจจะไม่จําเปึนต้องไปลงรายละเอียดตรงนั้นมาก ส่วนอีกเรื่องที่สําคัญคือกองทุน พัฒนาสื่อวิจัยและพัฒนาสื่อก็เห็นว่ายังมีความจําเปึนและควรจะนํากองทุนนี้มาใช้ ให้เกิดประโยชน์กับสังคมโดยรวมโดยการส่งเสริมสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์แล้วก็การเข้าถึง โทรคมนาคมและการเข้าถึงสื่อสารมวลชนโดยรวมครับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านวิบูลย์ คูหิรัญ ค่ะ

นายวิบูลย์ คูหิรัญ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ผม นายวิบูลย์ คูหิรัญ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผมมีเรื่องนิดเดียวนะครับ คือที่ได้ยินมาแล้ว ก็คิดว่าน่าจะเปึนข้อเสนอแนะอันหนึ่ง คือเท่าที่ผ่านมาในนี้ผมไม่เห็น ที่ในรายงานนี่นะครับ คือเกี่ยวกับเรื่องของคณะกรรมการที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ผมว่าทางด้านเทคนิคตัวบุคคลมันน้อยไป คือมันไปเน้นทางด้านอื่นเสียส่วนใหญ่ ไปเน้นทางด้านกฎหมาย ด้านอะไรต่ออะไรมาก ทางด้านกฎหมาย ทางด้านอื่น ๆ เยอะไป ทางด้านเทคนิคซึ่งหน่วยงานนี้ควรจะเปึน หน่วยงานที่มีทางด้านเทคนิคที่จะเข้าไปดูแล เพราะทั้งทางด้านวิทยุ ทางด้านโทรทัศน์ ทางอะไรนี่นะครับมันหลายสาขาอยู่ในนั้น ซึ่งเดิมเปึนทั้ง กสช. กทช. อะไรนี่มันก็มีของมัน อยู่แล้วเยอะนะครับ ทีนี้พอเอามารวมกันแล้วกลายเปึนทางด้านเทคนิคผมว่ามันจะน้อยไป แล้วก็เท่าที่ได้ยินมาว่าในคณะกรรมการด้วยกันเวลามีการลงมติอะไรต่าง ๆ มักจะไม่ค่อย ได้เปึนไปในแนวเดียวกัน หมายถึงว่าเมื่อลงมติแล้วปรากฏว่าผู้ที่ไม่ได้รับผลตอบตามที่ ตัวต้องการมักจะออกมาเปึนผู้ให้ข่าว แล้วก็เปึนการคล้าย ๆ ว่าให้ข่าวตามที่ตัวต้องการ หมายถึงว่าไม่ตรงตามที่ในมติอันนั้น ซึ่งผมว่าเปึนการขัดแย้งทําให้เกิดมีผลต่อองค์กร ฉะนั้นผมว่าน่าจะลองพิจารณาดูในเรื่องคณะกรรมการว่าทําอย่างไรถึงจะให้มีการที่ทํางาน แล้วให้มีความร่วมมือกัน แล้วก็อาจจะเกี่ยวกับทาง ด้านเทคนิคด้วยมันควรจะต้องมี ให้พอเหมาะนะครับ และอีกด้านหนึ่งคือทางด้านซูเปอร์ บอร์ดของ กตป. เท่าที่ดูนี่ เนื่องจากว่าอันนี้มันขึ้นตรงกับทางวุฒิสภา แต่ปรากฏว่าหน่วยงานอันนี้เข้าไปใช้สถานที่ ทํางาน แล้วก็ใช้บุคลากรต่าง ๆ ของทาง กสทช. ด้วย แล้วก็มีการคล้าย ๆ ว่าต้องไป ขอความร่วมมืออะไรต่าง ๆ จาก กสทช. แล้วตัวเองจะไปตรวจสอบเขานี่ผมคิดว่ามันน่าจะ ยากนะครับ หมายถึงว่าก็จะต้องมีการให้ความเกรงอกเกรงใจอะไรกันทั้งหลาย เพราะฉะนั้น อันนี้ถ้าเผื่อว่าเราสามารถที่จะแยกออกมาให้เด็ดขาดเลย มาใช้งบประมาณหรืออะไรของทาง วุฒิสภาเลย โดยที่ทุกอย่างมาขึ้นอยู่กับทางนี้เลย มีผลอะไรก็รายงานมาทางนี้โดยตรง ผมว่า มันน่าจะเหมาะกว่านะครับ อันนี้เปึนข้อที่ผมได้ยินมาแล้วก็คิดว่ามันน่าจะเปึนประโยชน์ครับ ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้โดยเฉพาะเรื่องกรรมการลดจาก ๑๑ คนลงมาเหลือ ๗ คน ผมว่ามันน้อยมากเลย ผมขอตรงกลางก็ยังดีนะครับ จาก ๑๑ คนลงมาเหลือสัก ๙ คนนะครับ อย่างน้อยก็ด้านกระจายเสียงกับด้านโทรคมนาคมอย่างละ ๔ คน ประธาน ๑ คน ทีนี้ผมมาถึงจุดสําคัญครับท่านประธาน อยู่ใน ๕.๔ นี้นะครับ คือเรื่องตัวสํานักงาน คือแต่เดิม เขาก็มีสํานักงานที่จะดูแล การเข้าถึงวิทยุกระจายเสียงและโทรคมนาคมถ้วนหน้า หรือที่เขาเรียกว่ายูโซ (USO) ผมว่ายังต้องมีอยู่นะครับ เพราะว่าจะต้องเปึนสํานักงาน ที่คอยดูแล สนับสนุน ส่งเสริมที่จะให้ทุกคนได้เข้าถึงวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ รวมทั้ง โทรคมนาคม โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการก็มีความจําเปึนอย่างมาก อย่างที่ผมเคยพูดมาแล้ว ไม่ว่าวิทยุ โทรทัศน์มันต้องมีเรื่องเกี่ยวกับออดิโอ เดสคริปชัน (Audio description) เกี่ยวกับเรื่องโคลส แคปชัน (Closed caption) ที่จะช่วยเรื่องของคนหูหนวกในการเข้าถึง โทรทัศน์ ของคนตาบอดก็เช่นเดียวกันที่จะต้องมีการบรรยายภาพ เรื่องออดิโอ เดสคริปชัน นี่นะครับ

มันต้องมีหน่วยงานที่จะต้องเข้ามาส่งเสริม สนับสนุน อย่างที่ผมได้พูดไปแล้วว่าทุกวันนี้ โทรทัศน์เราก็กําหนดแค่ชั่วโมงเดียวที่จะให้มีล่ามภาษามือที่จะให้คนหูหนวกเข้าถึง จริง ๆ แล้วมันมีความจําเปึนที่จะต้องเพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมว่าชั่วโมงเดียวมันน้อยไป เอาละ เราบังคับให้เจ้าของสถานีเขาทํา ๑ ชั่วโมง แต่ว่า กสทช. ก็มีเงินเยอะแยะ ก็ควรจะต้องสนับสนุนเองเพิ่มเติมที่จะให้แต่ละช่องสามารถที่จะให้บริการเหล่านี้มากขึ้น อันนี้ผมยกตัวอย่าง หรือด้านโทรคมนาคม กสทช. ก็ต้องมาส่งเสริม สนับสนุน ให้ทุกคน ได้เข้าถึงระบบโทรคมนาคมการสื่อสาร อย่างเช่นที่ผมพูดอยู่เปึนประจําเรื่องคนหู หนวก สามารถใช้โทรศัพท์ได้ อันนี้ก็ต้องเปึนเรื่อง กสทช. ที่จะต้องให้เงินอุดหนุน สนับสนุนมา ทุกวันนี้ กสทช. ก็ดูแลให้เงินสนับสนุนผ่านมาที่มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการกับเน คเทค (NECTEC) ในการที่จะทําเรื่องนี้ ขนาดมีหน่วยงานที่ดูแลอยู่การเบิกจ่ายเงินก็ยังตะกุกตะกัก อยู่เลยครับท่านประธาน ยิ่งถ้าไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบผมว่าคงจะยุ่งน่าดูเลยในการที่จะ เข้ามาสนับสนุนให้คนพิการเข้าถึงระบบโทรคมนาคม ให้คนหูหนวกสามารถที่จะใช้โทรศัพท์ สื่อสารกับคนอื่นได้ ให้ผู้ยากไร้เข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) มีในอินเทอร์เน็ตชุมชน ให้ทุกชุมชนสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ ในเมื่อเราจะเข้าสู่ยุคดิจิทัล ระบบอินเทอร์เน็ตที่ทั่วถึง มันมีความสําคัญมากนะครับ เพราะฉะนั้นมันต้องมีสํานักงานที่จะต้องเข้ามาดูแล เรื่องเหล่านี้ที่จะให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากวิทยุ โทรทัศน์ แล้วก็โทรคมนาคม อย่างทั่วถึงถ้วนหน้า ไม่ใช่แต่กลุ่มคนพิการ ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และอื่น ๆ ด้วย ท่านประธาน อันนี้ก็อยู่ใน ๕.๔ หรือ ๕.๖ เรื่องกองทุนก็เช่นเดียวกัน ผมก็รู้สึกว่ากรรมการบริหารกองทุน ก็รู้สึกน้อย ผมคิดว่ามันจะต้องมีจํานวนที่มากขึ้นมาพอสมควรสัก ๗ คนก็ยังดี เพราะว่า กองทุนก็จะต้องเข้ามารับผิดชอบนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการที่จะทําให้คนพิการเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ อย่างที่ผมได้พูดไปแล้วเรื่องโคลส แคปชัน มันก็ต้องอาศัยเงินที่จะต้องมาพัฒนาระบบว่า ทําอย่างไรที่จะเกิดระบบโคลส แคปชัน หรือที่คนเห็นตัววิ่งที่มันเปึนทันเวลาห รือที่เรา เรียกว่าเรียล ไทม์ (Real time) ที่จะให้คนหูหนวกสามารถอ่านได้ทันทีว่าใครกําลัง พูดอะไรในโทรทัศน์ ซึ่งการพิมพ์มันจะต้องใช้ความเร็วมาก มันจะต้องผลิตแท่นพิมพ์ ขึ้นมาใหม่ เพื่อจะทําอย่างไรให้พิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว คือไม่ใช่พิมพ์ทีละตัวหนังสือ มันอาจจะ กดทีเดียวเปึน ๑ ถ้อยคําเหมือนในต่างประเทศที่เขาทํากัน อันนี้เราก็ต้องมาพัฒนาใช้กับ ภาษาไทย มันก็ต้องอาศัยเงินจากกองทุนมาพัฒนา หรือที่ผมพูดไปแล้วตาบอดสามารถเข้าถึง

สิ่งพิมพ์ได้มันก็ต้องอาศัยงบประมาณที่จะเข้ามาพัฒนาวิจัย ผมยังน้อยใจว่าสิ่งเหล่านี้ ต่างประเทศทําได้ แต่ประเทศไทยเราทําไม่ได้ เพราะว่าเราขาดเงินส่งเสริมนวัตกรรมเหล่านี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ากองทุนนี้จะต้องมีงานหลักที่จะทําอย่างไรส่งเสริมให้ทุกคนได้เข้าถึง วิทยุกระจายเสียง โทรคมนาคม หรือโทรศัพท์อย่างถ้วนหน้าทั่วถึง ไม่ว่าคนพิการ ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ที่เสียเปรียบในสังคม ขอบคุณมากครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านศาสตราจารย์กิตติคุณ ดอกเตอร์สุกัญญา สุดบรรทัด ค่ะ

ศาสตราจารย์กิตติคุณ สุกัญญา สุดบรรทัด กรรมาธิการ

ขอบคุณ ท่านประธานคะ ดิฉัน สุกัญญา สุดบรรทัด สปช. หมายเลข ๒๑๗ ในเรื่องของ กสทช. ดิฉันเห็นว่ามีความสําคัญเปึนอย่างยิ่งนะคะ แต่ว่าจะพูดเฉพาะใน ๒ ประเด็นเท่านั้น ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของบทบาทของ กสทช. ในฐานะที่เปึนองค์กรกํากับดูแลสื่อ แต่รู้สึกว่า บทบาทนี้จะมีปัญหาค่อนข้างมาก แล้วก็เปึนที่วิตกวิจารณ์กันทั่วไป อีกประเด็นหนึ่งที่จะพูด ก็คือเรื่องบทบาทของสื่อที่ กสทช. ควรจะให้ความสนับสนุนมากขึ้นนะคะ ในเรื่อง ประสิทธิภาพการทํางานของ กสทช. นั้นก็เปึนที่รับรู้กันทั่วไปในสิ่งที่ค่อนข้างจะล้มเหลว ในด้านภาพลักษณ์ของ กสทช. เอง ซึ่งเรื่องนี้มันทําให้ กสทช. นั้นดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้รับ ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความไว้วางใจจากประชาชน ซึ่งทําให้ระบบการสื่อสารทั้งหมดนั้น มันก็พลอยเรรวนไปด้วย เนื่องจากว่าองค์กรกํากับดูแลนั้นปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ครบถ้วน อย่างที่ควรจะเปึนนะคะ เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้การตรวจสอบจาก กตป. จึงมีความสําคัญ เปึนอย่างมาก เนื่องจากว่า กตป. นั้นในอดีตต้องไปตรวจสอบ แล้วก็ต้องได้รับการยอมรับ ได้รับทุนสนับสนุน ได้รับการสนับสนุนจากผู้ถูกตรวจสอบ ตรงนี้จึงทําให้เกิดปัญหา เปึนอย่างมาก เพราะฉะนั้นการที่เอา กตป. ไปขึ้นอยู่กับวุฒิสภานั้นจึงเปึนเรื่องที่ดิฉัน เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งอีกเรื่องหนึ่งที่จะพูดก็คือเรื่อง บทบาทของสื่อซึ่ง กสทช. ควรจะให้ ความสนับสนุนมากขึ้นสื่อที่ควรสนับสนุนเปึนอย่างยิ่งชนิดที่ ๑ ก็คือวิทยุชุมชน วิทยุชุมชนนั้น เปึนสื่อที่เจาะลึกสู่ประชาชนทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นจะต้องสนับสนุน ส่งเสริมให้ วิทยุชุมชนนั้นเปึนสื่อคุณภาพ แล้วก็เปึนสื่อสร้างสรรค์ สื่อสร้างสรรค์ในฐานะของวิทยุชุมชนนั้น คืออย่างไร ประการที่ ๑ ก็คือว่าวิทยุชุมชนนั้นควรจะเป่ดพื้นที่ให้นําวัฒนธรรมท้องถิ่น อัตลักษณ์ชุมชน พวกศิลปะ ดนตรี การร้องรํา หรือข้าวปลาอาหารในท้องถิ่นนั้นเข้าสู่ การรับรู้ของผู้คน เปึนการเชิดชูอัตลักษณ์ของท้องถิ่นซึ่งเปึนเรื่องที่มีความสําคัญเปึนอย่างมาก อีกประการหนึ่งก็คือว่าเนื่องจากวิทยุชุมชนนั้นกระจายไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาคใต้เรื่องบทบาทของวิทยุชุมชนจึงควรจะช่วยในเรื่องของการส่งเสริมสันติภาพ ให้ความรู้ความเข้าใจของคนที่อยู่เชื้อชาติเดียวกันแต่ต่างศาสนา มีความเข้าใจ มีโลกทัศน์ ที่แตกต่างกัน วิทยุชุมชนนั้นควรที่จะเ ชื่อมร้อยความสัมพันธ์ของผู้คน แล้วก็สร้างตนเอง ให้เปึนสื่อสันติภาพให้จงได้นะคะ อีกประการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่ของสื่อก็คือ กสทช. นั้นควรจะส่งเสริมให้สื่อทุกชนิดได้ทําหน้าที่ในฐานะเปึนโรงเรียนของสังคม

ไม่ใช่ว่ามีแต่เพลง วิทยุ โทรทัศน์นั้นเต็มไปด้วยเรื่องเพลง ละครน้ําเน่า แล้วก็เนื้อหาที่ ไม่สร้างสรรค์เปึนจํานวนมาก เพราะฉะนั้น กสทช. ควรจะส่งเสริมให้สื่อทั้งหลายที่อยู่ใน กํากับดูแลของ กสทช. เปึนสื่อที่ดี การที่สื่อเปึนสื่อที่ดีนั้นก็จะสามารถสร้างพลเมืองที่ดี มีคุณภาพควบคู่กันไปด้วยได้ ทีนี้บทบาทที่ควรจะส่งเสริมให้คนไทยเปึนนักสื่อสารที่ดีนั้น เปึนอย่างไร นั่นก็คือพยายามที่จะสนับสนุนให้พลเมืองไทยนั้นรู้ จักอ่าน รู้จักรับสื่อเข้ามา รู้จักรับเนื้อหาที่เหมาะสม ให้มีการรู้เท่าทันสื่อ รู้จักคิดในเชิงวิเคราะห์ รู้จักเขียน รู้จักพูด ซึ่งเปึนบทบาทใหม่ของสื่อที่ กสทช. ควรจะสนับสนุน ส่งเสริมให้สื่อทั้งหลายนั้นเปึนสื่อที่ ได้ทําหน้าที่ที่สําคัญอีกประการหนึ่งนอกจากหน้าที่ในการเปึนกระจกสะท้อนสังคมก็คือ บทบาทของสื่อในฐานะครู ดิฉันก็เชื่อว่าถ้า กสทช. ได้ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวเอง มีการตรวจสอบที่เหมาะสมถูกถ้วน แล้วก็ในขณะเดียวกันให้ความสําคัญกับบทบาทของสื่อ ในฐานะที่เปึนโรงเรียนของสังคมก็จะช่วยให้ระบบการสื่อสารทั้งหมดของประเทศนี้ เปึนระบบการสื่อสารที่มีคุณภาพ

ในขณะเดียวกัน กสทช. ก็จะได้รับการยอมรับ ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ซึ่งการได้รับความไว้วางใจ จากประชาชนนั้นดิฉันถือว่าเปึนสมบัติที่มีค่าที่สุด สําหรับสื่อมวลชนเลยทีเดียว ขอบคุณท่านประธานค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ขอเชิญคุณหมอพลเดช ป่ืนประทีป ค่ะ

นายพลเดช ป่ืนประทีป

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ สําหรับประเด็นของการปฏิรูปองค์กรกํากับกิจการสื่อหรือ กสทช. นี่นะครับ ผมฟังดูแล้วก็ตกใจตรงที่ว่าคืออายุเพิ่งเกิดแค่ได้ ๔ ป้ ก็ต้องมีการผ่าตัดเสียแล้ว ก็หมายความว่ามันน่าจะต้องมีการทบทวนบทเรียนรู้และประสบการณ์ตั้งแต่กระบวนการ ก่อตั้งขึ้นมาเลยตั้ง ต่ก่อนเกิดว่าออกแบบแบบไหน ศึกษาแบบไหน ถึงสุดท้ายนี่ เมื่ออายุแค่ ๔ ป้ต้องผ่าตัดใหญ่เสียแล้ว อันนี้ก็ถือว่าเปึนประเด็นที่ฝากไว้ครับ แต่ในภาพรวม ผมต้องขอขอบคุณทางกรรมาธิการนะครับที่ได้ทําการศึกษาและชี้ประเด็นเป็ะ ๆ ในความรู้สึกของผมว่าชี้ประเด็นได้ตรงไปตรงมา แล้วก็ทําให้มีความหวังว่าจากนี้ไป ถ้ามีเวลาหลังจากนี้คงจะต้องเจาะลึกลงไปในการที่ จะผ่าตัดตรงไหนผ่าตัดให้แม่นยํา แล้วก็ทําให้ได้คราวนี้แล้วเพื่อการเจริญเติบโตในป้ที่ ๕ ป้ที่ ๖ ป้ที่ ๗ ป้ที่ ๘ ต่อไปจนกระทั่ง มีอายุที่ยืนยาวสุขภาพแข็งแรง ประการที่ ๒ ครับผมดูเรื่องของกลไกการมีส่วนร่วมครับ ผมเองไม่รู้รายละเอียดมากนักแต่ว่าอ่านผ่าน ๆ เห็นว่ามีกลไกกรรมการอยู่สัก ๓ คณะ ที่ผมสนใจ ก็คือตัวคณะกรรมการ กสทช. เอง ส่วนที่ ๒ ก็เปึน กตป. ใช่ไหมครับ กรรมการ ที่ตรวจสอบประเมินผล แล้วก็ส่วนที่ ๓ คือกรรมการที่มาดูแลกองทุนยูโซ ใน ๓ ส่วนนี้ ผมคิดว่าสิ่งที่กรรมาธิการได้ชี้ประเด็นเอาไว้ก็น่าสนใจมากครับแล้วก็น่าจะมาในทิศทางที่ ดี แล้วนะครับ สิ่งที่ผมอยากเสริมก็คือว่าเรื่องของกระบวนการสรรหาครับ ผมดูแล้ว กระบวนการสรรหานั้นถ้าหากว่าเปึนไปได้อยากให้มีตัวแทนขององค์กรภาคประชาสังคม และหรือองค์กรด้านคุ้มครองผู้บริโภคเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย ไม่อย่างนั้นท่านจะนึกถึงแต่ องค์กรทางด้านธุรกิจ ทางด้านอุตสาหกรรม ทางด้านอะไรต่าง ๆ ทั้งหลาย ผมคิดว่าในยุคนี้ ตัวแทนทางด้านภาคประชาสังคมแล้วก็คุ้มครองผู้บริโภคนี่น่ำจะเปึนอีกส่วนหนึ่ง ที่น่าจะเพิ่มเติมเข้าไปครับในกระบวนการสรรหาทั้ง ๓ ส่วน ประการต่อมานั้นผมไม่แน่ใจ ในเรื่องของโครงสร้างใหม่ที่ได้สเกตช์ (Sketch) ออกมาว่ามี ๖ สํานัก มีสํานักงานอยู่

๖ สํานัก แล้ว ๖ สํานักก็ขึ้นตรงไปที่คณะกรรมการเลย การบริหารตรงนี้ดูเหมือนว่า ไม่มีตําแหน่งเลขาธิการหรือมีอะไรสักอย่างที่จะบูรณาการกันหรือไม่ อันนี้ไม่แน่ใจครับ แต่ว่า ถ้าเปึนอย่างนั้นจริงผมกําลังมีความกังวลครับ ต้องระวังจะเกิดสภาพว่ากรรมการของ กสทช. แต่ละคนที่ดูแลอาจจะมีกระบวนการแยกกันดูแลเปึนรายสํานัก แล้วจะกลายเปึนอาณาจักร เข้าไปอีกแล้ว เปึนแท่ง เปึนอาณาจักรอย่างนี้นะครับ ตรงนี้จะไม่สามารถบูรณาการกันได้ ก็เปึนข้อติงเอาไว้นะครับ ประการสุดท้ายครับ ผมคิดว่าผมเห็นด้วยว่าการกํากับดูแล กิจการวิทยุที่ท่านกรรมาธิการได้พูด ผมคิดว่าเปึนประเด็นที่เหมือนกับความรู้สึกของผม วิทยุชุมชน วิทยุเพื่อสังคม วิทยุเพื่อ ทําธุรกิจ แล้วก็วิทยุของราชการ เหมือนกับเรื่องนี้ ถูกทอดทิ้งไปเลย ถูกละทิ้งทอดทิ้งไปอย่างไรก็ไม่รู้นะครับ แรก ๆ ก็สร้างความหวังว่า จะมีเครื่องมือตัวนี้ในการที่จะสร้างบทบาทเรื่องของการส่ งเสริมประชาธิปไตย เรื่องอะไรต่าง ๆ ทั้งหลาย แต่ว่าตอนหลัง ๆ ดูเหมือนว่าไปสนใจในเรื่องอื่น ผมเห็นด้วยครับ ว่าต้องกลับมาดูแลเรื่องของกิจการเรื่องวิทยุครับ แล้วก็จัดระบบให้ดี ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ไม่ทราบว่าจะมีสมาชิกท่านใดที่ประสงค์จะให้ความเห็นในเรื่องนี้ เพิ่มเติมไหมคะ ยังมีเวลาค่ะ ขอเชิญท่านอ่อนอุษาค่ะ

นางสาวอ่อนอุษา ลําเลียงพล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพค่ะ ดิฉัน อ่อนอุษา ลําเลียงพล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันขอชื่นชมนะคะ ดิฉันเองก็อยู่ในคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชน และเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย แต่ดิฉันต้องขอชื่นชมรายงานข้อเสนอ (เพิ่มเติม) การปฏิรูป องค์กรกํากับดูแลสื่อนะคะ ในส่วนของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ขอสนับสนุนด้วยนะคะ ดิฉันต้องบอกว่ารายงานฉบับนี้ชัดเจน คือมีปัญหาชี้ให้เห็นสั้น ๆ แล้วก็มีทางแก้ปัญหาหรือข้อเสนอแนะได้อย่างชัดเจนมาก ตัวดิฉันเองอยากจะฝากข้อเสนอ ไว้นิดเดียวค่ะ ดิฉันมองในภาพรวมของ กสทช. ในอํานาจหน้าที่หลัก ข้อ ๑ คือกํากับดูแล ในเรื่องของนโยบายสื่อโดยรวม เราคงจะทราบว่า กสทช. ก็คงจะต้องสนับสนุนให้ประชาชน ได้ใช้สิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร อย่างที่เราคุยกันไว้ตามเจตนำรมณ์ของสื่อ ก็คือถูกต้อง ครบถ้วน และรอบด้านให้ได้มากที่สุดนะคะ ดิฉันคิดว่าตรงนี้ยังมีอีก หลายสิ่งหลายอย่างที่เราได้คุยกันไปแล้วว่าวันนี้เปึนแผนภูมิทัศน์สื่อใหม่ หรือว่านิว มีเดีย แลนด์สเคป (New media landscape) แล้วนะคะ ที่เรามองไปถึงในเรื่องของ การหลอมรวมสื่อ ซึ่งท่านก็ได้พูดไปแล้วในเรื่องของมีเดีย คอนเวอร์เจนซ์ (Media convergence) วันนี้ดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องของการสนับสนุนของ กสทช. ด้วย ในบทบาทหน้าที่ที่ ๒ คือนอกเหนือจากการกํากับดูแลเรื่องนโยบายแล้ว หน้าที่สําคัญที่ ๒ ก็คือสนับสนุนและส่งเสริมพัฒ นาสื่อโดยรวมด้วย ซึ่งเปึนเรื่องที่ใหญ่เหลือเกินนะคะ ตอนนี้ในฐานะที่ดิฉันเปึนนายกสมาคมโฆษณา แล้วก็ทราบอยู่ว่าเรื่องที่สําคัญตอนนี้ ที่เราอยากจะได้ความร่วมมือจากทาง กสทช. ก็คือในเรื่องของเรตติง (Rating) วันนี้ มีการวัดเรตติงอยู่เปึนระบบใหม่ ระบบเก่านี่เราใช้กันมา ๓๐ ป้แล้ว ซึ่งท่านอาจารย์พนา ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะคะ คงทราบดีอยู่ เปึนบริษัท เอซีนีลเส็น (ประเทศไทย) จํากัด ก็ขออนุญาตเอ่ยนาม เพราะว่าทุกคนทราบดีอยู่ว่าเราทํากันมา ๓๐ ป้แล้ว และวันนี้สื่อได้ เปลี่ยนไปเปึนมัลติสกรีน (Multi-screen) แล้ว วันนี้สมาคมมีเดียแห่งประเทศไทย โดยมีเดีย รีเสิร์ช บูโร (Media Research Bureau) ซึ่งเปึนนอนพรอฟฟ่ต ออร์แกไนเซชัน (Nonprofit organization) ได้จัดให้มีการประมูลการทําเรตติงแบบใหม่ เพื่อที่จะสอดรับในเรื่องของ มัลติสกรีนอันนี้ด้วย เพราะการที่ทุกคนจะเสียเงินเพื่อที่จะทําการเผยแพร่สินค้าหรือบริการ

หรือแคมเปญ (Campaign) ต่าง ๆ ที่จะได้หรือไม่ได้ผลนี่จะไปซื้อสื่อตรงไหน เราต้องดู ในความนิยมของสื่อด้วยนะคะ วันนี้การประมูลได้เกิดขึ้นโดยเอ็มอาร์บี (MRB) ที่ดิฉัน บอกไปแล้ว แต่ว่าเราก็ต้องการการสนับสนุนจากทาง กสทช. ด้วยในเรื่องหนึ่ง เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของเงินทุนยูโซที่คุยกันมากว่าป้หนึ่งมีถึง ๘,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ดิฉันก็ต้องบอก ในประสบการณ์ของตัวเองว่าตัวอย่างที่ดีที่ กสทช. ได้สนับสนุนในสมาคมโฆษณาก็คือ ในเรื่องของการกํากับดูแลตนเอง สมาคมโฆษณาได้ทําการกํากับดูแลตนเองในเรื่องของ คอนเทนต์ (Content) ซึ่งวันนี้สําคัญมาก ๆ มาเปึนเวลานานแล้ว และทาง กสทช. ก็ได้ให้ เงินทุนเพื่อที่ให้ทางสมาคมโฆษณาทําโรดโชว์ (Roadshow) ไปในทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ทุกภาคส่วน เพื่อที่จะทําให้เราหันมาเปึนคนที่มีความรับผิดช อบต่อสังคม ต่อส่วนรวม อย่างที่มีจริยธรรมและศีลธรรมในการที่จะทําคอนเทนต์ วันนี้คอนเทนต์ อีส คิง (Content is King) เพราะฉะนั้นเรื่องนี้สําคัญมาก ๆ ดิฉันก็อยากจะให้ทาง กสทช. ทําเรื่องนี้ ต่อไปนะคะ อันนี้เปึนแค่ข้อคิดเห็นที่ดิฉันอยากเรียน นอกเหนือจากนั้นดิฉันก็ขอสนับสนุน ในเรื่องของพระราชบัญญัติที่ได้ทํามาทั้งหมดค่ะ ขอบคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ค่ะ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี

กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่างสูง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓ จากจังหวัดยะลา ดิฉันเห็นด้วยกับ การปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ วาระปฏิรูปเพิ่มเติม เรื่อง ข้อเสนอ การปฏิรูป พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ นั้น ดิฉันเห็นว่า การจะเปลี่ยนแปลงองค์กรกํากับที่มีอยู่เดิม โดยเปลี่ยนหรือปฏิรูปตัวองค์กรเชิงโครงสร้าง และวิธีใช้กฎหมายและการทํางานโดยยึดประโยชน์สาธารณะ ประชาชนเปึนศูนย์กลาง เปึนแนวทางที่ถูกและดี แต่การเปึนผู้ที่จะปฏิรูปใหม่นี้ประชาชนในระดับท้องถิ่นและ ระดับโลกสามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายของการสื่อสารได้ดีกว่าเดิมหรือไม่ มีประสิทธิภาพ และประหยัดหรือไม่ เพราะดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องจังหวัดยะลาของดิฉันว่า เมื่อมีการเปลี่ยนระบบทําให้ได้รับความเดือดร้อนต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ เสียเงินใหม่ ทุกครั้งเลย เช่น เมื่อมี ๒ จี (2G) เปึน ๓ จี (3G) หรืออนาคตจะเปึน ๔ จี (4G) และ กล่องโทรทัศน์ดิจิทัล เปึนต้น ตอนนี้เศรษฐกิจก็ตกต่ํา ราคายางพารา ผลไม้ก็ราคาถูกมาก ดังนั้นดิฉันจึงขอฝากท่านประธาน เมื่อมีการปฏิรูปครั้งนี้ประชาชนระดับล่างต้องไม่ได้รับ ความเดือดร้อน ไม่ใช่ว่าบอกว่าเมื่อประชาชนเวลาเขามีความเดือดร้อน ชาวบ้านเดือดร้อน ทุกที อีกอย่างตัวอย่างห นึ่งของผู้ที่เกิดปัญหาก็คือ ๓ บีบี (3BB) ซึ่งเกิดกับดิฉันเอง ดิฉันได้รับเกียรติจาก สปช. ท่าน พลเอก ธวัชชัย ให้ไปอยู่ที่บ้านของท่านเมื่อหลายเดือน ที่ผ่านมา ดิฉันก็ได้ใช้ ๓ บีบี เพื่อติดต่ออินเทอร์เน็ต แต่เมื่อดิฉันได้ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านท่าอิฐ ดิฉันขอย้าย ๓ บีบี เขาไม่ให้ ดิฉันจะต้องจ่ายจากที่ดิฉันไม่ได้อยู่ตั้ง ๖ เดือนมาแล้ว ตั้งแต่ เดือนมีนาคม แล้วก็พอดิฉันจะมาอยู่ใหม่ของ ๓ บีบี เขาให้ดิฉันทําสัญญาใหม่ ซื้อใหม่ ดิฉันก็คิดว่านี่คือเกิดเหตุการณ์กับดิฉัน แล้วถ้าเกิดกับคนจน ๆ ที่เขามีสัญญา ๓ บีบี หรือทรูมูฟ ก็ถือว่าไม่เปึนธรรม ดิฉันก็คิดว่าจะต้องให้มีการติดตามหน่วยงานที่รับผิดชอบ สร้างความเปึนธรรมก่อนที่ประชาชนจะมีความเดือดร้อน ประชาชนจังหวัดยะลา ก็มีจํานวนมากที่จะต้องจ่ายแบบนี้ ตอนนี้ดิฉันต้องจ่ายของที่ดิฉันได้ย้ายจากบ้าน

พลเอก ธวัชชัย ปาไป ๖ เดือนแล้วโดยไม่ได้ใช้ พอดิฉันมาติดตามใหม่ดิฉันก็ไม่สามารถเอา ของเดิม ต้องทําสัญญาใหม่ของ ๓ บีบี ของเก่าก็เปึนการซ้ําซ้อน แล้วประชาชนที่เดือดร้อน เขาก็บอกว่าขอให้ทางรัฐบาลหรือคณะ กรรมาธิการปฏิรูปนี้ให้ช่วยด้วย นี่ยกตัวอย่าง เปึนความเดือดร้อนของประชาชน ประชาชนจํานวนมากก็ถูกฟัองร้องแล้วก็มีคดีด้วย ขอขอบคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านรสนา โตสิตระกูล ค่ะ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คือดิฉันเองก็คิดว่าประเด็นเรื่องของ การที่จะมีการปฏิรูปเกี่ยวกับพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ก็เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ แต่ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าทางคณะกรรมาธิการที่เสนอเรื่องการปฏิรูปนี่ เอาเฉพาะแค่องค์กรการกํากับในส่วนที่เปึนเรื่องของสื่อ ซึ่งก็มุ่งไปที่ตัวการเลือกกรรมการ แล้วก็รวมไปถึงกระบวนการการตรวจสอบในแง่ของส่วนของสํานักงาน แต่ดิฉันคิดว่า ที่จริงแล้วมันควรจะต้องมีเรื่องอื่น ๆ ที่ครอบคลุมมากกว่านี้ ดิฉันอยากตั้งข้อสังเกต การใช้เงินขององค์กร กสทช. นั้นต้องบอกว่ามีการใช้เงินอย่างฟุ์มเฟ๋อยมาก แล้วก็มีลักษณะ ของวิธีการเก็บเงินจากผู้ประกอบการ อย่างเลขหมายโทรศัพท์เลขหมายละ ๒ บาท ซึ่งจะมี ปริมาณเงินเข้ามาใน กสทช. ประมาณเท่าที่จําได้ก่อนหน้านี้ ๒,๘๐๐ ล้านบาท ตอนนี้อาจจะ เพิ่มขึ้น เพราะถ้าเลขหมายเพิ่มก็คงจะเพิ่มขึ้น ทีนี้เงินที่มันเก็บในลักษณะแบบเซอร์ชาร์จ (Surcharge) หรือเอียร์มาร์ ก แทกซ์ (Earmarked Tax) หรือเปล่า ดิฉันไม่แน่ใจนะคะ เงินอันนี้เขาบอกว่าเมื่อ กสทช. ใช้เหลือก็ให้ส่งคืนคลัง เราจะเห็นได้เลยว่า กสทช. จะเพิ่มกระบวนการใช้เงินเพิ่มขึ้น คือพยายามทํางบสมดุลมากกว่า ก็คือเพื่อที่จะส่งเงิน เข้าหลวงน้อยที่สุด ซึ่งดิฉันคิดว่าคลื่นความถี่นั้นเปึนสมบัติของแผ่นดิน การประมูลที่ผ่านมานั้น ทําให้รัฐได้เงินในส่วนนี้น้อยลง ดิฉันคิดว่าที่จริงถ้ากําหนดวิธีการให้การประมูลนั้นควรจะเปึน การประมูลที่มีการแข่งขันอย่างเปึนจริง และควรจะได้เงินที่จะเข้ามามากพอแล้วส่งเข้าหลวง โดยให้ตัดเปอร์เซ็นต์จากการประมูลนั้นให้ กับ กสทช. เพื่อการใช้ อันนี้อาจจะทําให้ กระบวนการที่จะให้มีการประมูลและมีการแข่งขันอย่างจริงจังมากขึ้นนั้นมันจะเกิดขึ้น สิ่งที่มีการประมูลที่ผ่านมาตอน ๓ จี บอกได้เลยว่ามันไม่ได้มีลักษณะของการประมูล แล้วผ่านไปโดยที่ไม่ได้มีการที่จะตรวจสอบในเรื่องนี้อย่างจริ งจัง เพราะฉะนั้นดิฉันเองคิดว่า สิ่งที่เปึนสาธารณสมบัติของบ้านเมืองนั้น รายได้ควรจะต้องเอากลับเข้ามาที่หลวง แล้วก็ กสทช. ควรจะต้องมีการจํากัดการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ อีกประการหนึ่งสมัยก่อนนั้น มีสถาบันองค์กรผู้บริโภคที่อยู่ในเรื่องของโทรคมนาคม แต่ในภายหลังถูกตัดทิ้งไปหลังจากที่มี กฎหมายใหม่ขึ้นมา ดิฉันเองคิดว่าถ้าคุณมีการเก็บเอียร์มาร์ก แทกซ์แบบนี้ คือมีการเก็บเงิน จากค่าเลขหมายของผู้ประกอบการเข้ามา ที่จริงแล้วควรจะต้องมีสถาบันคุ้มครองผู้บริโภค

อยู่ในเรื่องโทรคมนาคมด้วย แล้วก็ให้ใช้เงินจากการเก็บในส่วนนี้เข้ามา เพราะว่าเวลานี้ ต้องบอกว่าผู้บริโภคนั้นก็ยังไม่ได้รับประโยชน์คือ ๑. หลวงนี่เมื่อก่อนเคยได้เงินในสมัยเปึน ยุคสัมปทานได้เงินจากกิจการโทรคมนาคมมากกว่าที่มีการประมูลในเวลานี้ แต่เมื่อมี การประมูลแล้วได้เงินเข้าหลวงน้อยลง แต่ประชาชนควรได้รับประโยชน์มากขึ้น ขณะนี้ แม้แต่แค่กรณีเรื่องของการคิดค่าโทรศัพท์เปึนวินาทีก็ยังไม่ทําเลยนะคะ วันก่อนดิฉัน ไปเปลี่ยนซิมการ์ด (Sim card) เปึน ๔ จี ดิฉันซื้อเปึนแพกเกจ (Package) แพกเกจของดิฉัน แต่เดิมที่เปึน ๓ จีนั้นได้โทรศัพท์ประมาณ ๘๐๐ นาที พอเปลี่ยนเปึน ๔ จี ลดลงมาเหลือ ๖๐๐ นาที แล้วก็แต่ละนาทีที่เกินหลังจากนั้นจะต้องจ่าย ๑.๕๐ บาท ดิฉันคิดว่า ทําไมคุณไม่คิดเปึนวินาที แล้วเรื่องนี้พูดกันมาตั้งแต่สมัยที่เราเริ่มต้นทําในสภาปฏิรูปของเรา ที่เสนอเรื่องควิก วิน (Quick win) จนป์านนี้ กสทช. ก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาวในการที่จะทําให้มัน เปึนไปในสิ่งที่สมควรที่จะเปึน คือการคิดค่าโทรศัพท์เปึนวินาที เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเวลานี้ ในกระบวนการที่ท่านเสนอที่เปึนการปรับปรุงมันก็เปึนการปรับปรุงที่ดิฉันคิดว่า ยังไม่ครบถ้วน สิ่งที่จะครบถ้วนควรจะต้องดูว่าเมื่อมีการปฏิรูปแล้วในส่วนของประชาชนนั้น จะได้รับประโยชน์จริง ๆ อย่างไร ดิฉันก็เห็นด้วยว่า กตป. นั้นที่เราจะมีขึ้นมาไม่ควรที่จะ ไปใช้เงินจาก กสทช. โดยตรง

เพราะว่าเมื่อ กตป. รับเงินจาก กสทช. นั้นนี่มันก็ขาดความเปึนอิสระ แต่ดิฉันคิดว่าแค่ กตป. อย่างเดียวนั้นยังไม่พอ ดิฉันคิดว่าสถาบันขององค์กรผู้บริโภคที่เพื่อดูแล้ วก็ตรวจสอบ การดําเนินงานของกิจการโทรคมนาคมที่เอาเปรียบผู้บริโภคนั้นควรจะมีต่อไป ถ้าหากว่า คณะกรรมาธิการของท่านจะเสนอในส่วนนี้ ดิฉันคิดว่าน่าจะเสนอในส่วนนี้เพิ่มเข้าไปด้วย เพราะว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดที่ดิฉันเห็นก็ คือว่ากิจการ โทรคมนาคมนั้นมีกําไรมหาศาล แต่เอาเปรียบผู้บริโภคตลอดเวลา เราจะเห็นว่ากระบวนการเพิ่มแต่ผู้บริโภคนะคะ แต่ว่าโครงข่ายพื้นฐานที่ต้องลงทุนไม่เพิ่ม เพราะเราจะเจออยู่เสมอว่าสายโทรแล้ว บางทีก็หลุดตลอดเวลา เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าถ้าหากว่าจะมีการปรับปรุง ในเรื่องของ การปฏิรูปนั้นจริง ๆ มันต้องปฏิรูปอีกหลายส่วน แต่ว่าอยากจะขอให้มีการเสนอเพิ่มเข้าไป ด้วยนะคะว่าควรจะมีส่วนของผู้บริโภคเข้ามาดูในเรื่องนี้โดยตรงน่าจะได้ประโยชน์มากขึ้น ขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านปรีชา บุตรศรี ค่ะ

นายปรีชา บุตรศรี

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านคณะกรรมาธิการตลอดจนเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ ผมขออนุญาต พูดสั้น ๆ จากประสบการณ์ตรง ซึ่งเปึนความหลังที่ขมขื่นปวดร้าวนะครับ ถ้าผมอยากจะ ย้อนอดีตไปสักนิดหนึ่งในช่วงที่เรามีวิทยุชุมชนนี่นะครับ ตอนนั้นผมเปึนผู้ว่าราชการจังหวัด อยู่แถวปริมณฑล ๒-๓ จังหวัดด้วยกัน ประการที่ ๑ ก็คือวิทยุชุมชนมีมากเกินไปนะครับ จังหวัดปทุมธานีมีถึง ๔๐ แห่ง จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรปราการ ท่านไปดูได้เลยครับ มีจังหวัดละไม่ต่ํากว่า ๓๐-๔๐ แห่ง แล้วช่วงนั้นเปึนช่วงที่ไม่มีใบอนุญาตเปึนช่วงที่อยู่ ระหว่างการทดลองออกอากาศนะครับ ทําให้ไม่สามารถจะควบคุมได้ ประการที่ ๒ ครับ เมื่อมีมากแล้วการควบคุมไม่ดีแล้วนี่นะครับ ตัวผู้ประกาศเองก็พูดไม่สุภาพพูดปลุกระดม แล้วก็เปึนการถือหางทางการเมืองประเทศชาติเราถึงแตกแยกอยู่ทุกวันนี้อย่างไรครับ ก็เพราะวิทยุชุมชนกรอกหูอยู่ทุกวัน ถือค่ายอยู่ค่ายโน้นอยู่ค่ายนี้นะครับ ผมถามว่า มีใครกํากับดูแลได้ ทําไม่ได้ครับในช่วงนั้นผมนี่ปวดร้าวมาก ๆ เราต้องใช้วิธีเอาคลื่นวิทยุ ที่มีกําลังส่งสูงกว่าไปบีท (Beat) จนทําให้เขาออกอากาศไม่ได้ เพราะมันไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเปึนปัญหาที่สําคัญเราถึงเวลาหรือยังครับที่จะสังคายนาเรื่องนี้

อย่างจริงจัง ใครล่ะครับที่บอกว่ามีมากแล้วมันจะส่งเสริมประชาธิปไตยผมว่าไม่จริงครับ ผมอยากให้ท่านทบทวนดูสิ่งแรกที่ผมอยากให้เกิดก็คือ ๑. ท่านจะต้องมีกลไกที่สามารถ กํากับดูแลได้จริง ไม่ใช่เฉพาะอนุญาตแค่คลื่นความถี่แล้วให้ใบอนุญาตเฉพาะสถานีวิทยุ เท่านั้น แล้วท่านจะเอาองค์กรนี้ไปกํากับดูแลอย่างไร มีเครือข่ายกํากับดูแลอย่างไรนะครับ สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่ได้ทําให้เกิดผลจริงนี่ท่านสามารถจะเช็ ก (Check) ได้ไหมว่าเขาพูดอะไร วัน ๆ หนึ่ง เขาให้ข่าวสารข้อมูลกับพี่น้องประชาชนไปอะไรบ้าง เขาปลุกระดมหรือเปล่า ทําไม่ได้ครับถ้าเผื่อยังเปึนอยู่อย่างนี้จนกว่าท่านจะมีกลไกหรือมีองค์กรที่สามารถตรวจสอบ ได้จริง ประการที่ ๒ ครับ ตัวผู้ประกาศผมอยากเห็นผู้ประกาศที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ถ้าเผื่อว่าเขาพูดไม่ถูกต้องพูดไม่ดีมีการตรวจสอบ พบต้องยึดใบอนุญาต แล้วก็ต้องห้าม ประกอบวิชาชีพอันนั้น อันนี้จะทําให้พวกผู้ประกาศทั้งหลายได้พูดจาอยู่กับร่องกับรอย ได้พูดจาในสิ่งที่เปึนประโยชน์ต่อสังคม แล้วก็ไม่ถือหางทางการเมืองจะมีกฎหมายสักฉบับ ได้ไหมครับว่าสื่อสาธารณะทั้งหลายไม่ใช่ไปพูดเชียร์กลุ่มโน้นกลุ่มนี้ เชียร์พรรคโน้นพรรคนี้ แล้วก็ทําให้ประชาชนไขว้เขวสับสนแล้วไม่รู้อะไรถูกอะไรผิด ก็ทําให้บ้านเมืองเรานี่ เปึนปัญหาอยู่จนทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นเปึนปัญหาข้อเท็จจริงที่ผมอยากให้ท่าน ได้เอามาไตร่ตรองเอามาพิจารณาดูว่าจะทําอย่างไรกับสถานีวิทยุชุมชนที่มีมากเกินไป

ขาดการควบคุมดูแลอย่างจริงจัง เพราะว่าถ้าขืนทําไว้อย่างนี้ต่อไปสิ่งที่ท่านบอกว่า อยากจะปรองดอง อยากทําให้เกิดเข้ามาร่วมมือร่วมใจ ผมว่ามันเปึนไปไม่ได้ พอถึงอีกสมัยหนึ่งกลับมาใหม่ผมว่าทุกอย่างก็เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะเรียน เสนอสั้น ๆ ไว้แค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านเตือนใจ สินธุวณิก ค่ะ

นางเตือนใจ สินธุวณิก กรรมาธิการ 🔗

กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชน ดิฉันขออนุญาตที่จะเสนอความเห็นเพิ่มเติมแก่คณะอนุกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อนอื่นขอชมเชยท่านก่อนนะคะ ที่ท่านได้พยายามคิดที่จะปรับปรุงองค์กรซึ่ง ดิฉันคิดว่า มีบทบาทสําคัญอย่างยิ่งในเรื่องของโทรคมนาคมและเรื่องของการกระจายเสียงทั้งด้านวิทยุ และโทรทัศน์ในบ้านเราก็คือองค์กร กสทช. นะคะ ดิฉันทราบดีว่าทุกท่านในประเทศไทยเรา ก็คงจะทราบว่ามีปัญหาที่พี่น้องประชาชนหรือว่าพวกเราทุกคนเกิดความคลางแคลงใจ ตามที่เราทราบจากสื่อมวลชนนะคะ ในการปฏิบัติงานของทาง กสทช. มีหลายเรื่องทีเดียว ซึ่งทางอนุกรรมาธิการก็ได้หยิบยกเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นขึ้นมาคิดหาหนทางแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งเดาได้ ท่านอนุกรรมาธิการที่เคยผ่านงานของทาง กสทช. มีประสบการณ์ตรงอย่างเช่นท่านอาจารย์พนา ซึ่งดิฉั นขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านนะคะ ได้มาเปึนประธานในคณะอนุกรรมาธิการนี้ ก็คิดว่าสิ่งที่ท่านคิดในการแก้ไข ทั้งในเรื่องของ การหาบุคลากรหรือว่าการสรรหาบุคคลซึ่งไม่เป่ดกว้าง ซับซ้อนอะไรต่าง ๆ อย่างที่ท่าน ได้ชี้ปัญหามานั้น ดิฉันคิดว่าเห็นด้วยทุกประการนะคะ แต่อย่างไรก็ตำมในเรื่องของ กสทช. นั้นเราทราบจากประสบการณ์เท่าที่ผ่านมาว่าในการจัดสรรหรือว่าประมูล คลื่นความถี่นั้นดิฉันอยากจะขอให้ท่านเพิ่มเติมในส่วนที่ให้ กสทช. นั้นได้พลิกบทบาท กลับมาเปึนขวัญใจของพี่น้องประชาชนและสนับสนุนงานปฏิรูปของชาติ ด้วยการที่ จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีบทกําหนดว่าในการจัดสรรคลื่นความถี่หรือประมูลคลื่นความถี่นั้น ขอให้ กสทช. ได้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ที่จะสนับสนุนรัฐบาลและประเทศชาติ เกี่ยวกับด้านของการขับเคลื่อนและการปฏิรูปทั้งในด้านการศึกษา ด้านที่จะทําให้สื่อ เปึนโรงเรียนของสังคม การรู้เท่าทันสื่อต่าง ๆ เหล่านี้ โดยกําหนดเลยว่าจะต้องจัดสรรช่อง

อาจจะเปึนทีวี ดิจิทัล (TV Digital) หรือช่องทางที่เปึนทรานสปอนเดอร์ (Transponder) ให้มีช่องที่เกี่ยวกับการออกรายการ โดยการสนับสนุนเงินทุนของทาง กสทช. เงินกองทุนนั้น มาใช้ประโยชน์ด้วยการให้มีสถานีโทรทัศน์ที่จะเปึนดิจิทัลด้านของ ๑. การศึกษา ต้องสนับสนุนการศึกษา ดิฉันเคยพูดหลายครั้งแล้วการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ให้ความร่วมมือสนับสนุนทางกระทรวงศึกษาธิการ เพราะว่าเราทราบดีว่าการศึกษา ทั่วประเทศไทยนั้นเราไม่สามารถที่จะมีคุณครูที่มีความรู้ความสามารถในวิชายาก ๆ ที่จะเปึนประโยชน์ต่อบรรดาเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ สนับสนุนครูทั้งประเทศไม่ได้ ขอให้ กสทช. มามีบทบาทตรงนี้ในการที่จะสนับสนุนการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม จากโรงเรียนที่มีครูที่มีความรู้ ความสามารถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ด้านภาษาอังกฤษ ภาษาต่างประเทศ อันนี้ต้องสนับสนุนนะคะ ช่องที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะขอเสนอให้มีก็คือเปึนช่องที่เกี่ยวกับด้านของการส่งเสริมศาสนาทุกศาสนาค่ะ เรายังไม่มีสถานีวิทยุที่เปึนแหล่งพักใจของพี่น้องใน ทุกศาสนา ขอให้มีช่องหนึ่งที่จะทําให้ กล่อมเกลาจิตใจ ดึงความไม่สบายใจของพี่น้องทุกศาสนิกชนได้มีแหล่งพักพิงคือ ฟังแล้วสบายใจ มีรายการของทุกศาสนามาเสนอนะคะ ช่องที่ ๓ ที่ดิฉันอยากจะขอให้มี ก็คือเรื่องของศิลปะ วัฒนธรรม เพราะว่าศิลปะ วัฒนธรรมนั้นเปึนรากเหง้าของประเทศชาติ ของเรา

ดังนั้นช่องนี้จะต้องส่งเสริม สนับสนุน ขอให้มีไม่ใช่วิทยุอย่างเดียว แต่มีทีวีโดยการสนับสนุน เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เหมือนอย่างสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสต้องมีเงินสนับสนุนที่จะให้มี จัดรายการดี ๆ ทั้งในด้านของการศึกษา ด้านศาสนา แล้วก็ด้านของศิลปะ วัฒนธรรม อันนี้ ดิฉันคิดว่า กสทช. จะพลิกบทบาทกลับมาเปึนที่ชื่นชอบของพี่น้องประชาชน เพราะอะไรคะ เพราะว่าการทํางานจะมุ่งไปที่พี่น้องประชาชนของประเทศชาติโดยส่วนใหญ่ ทุกอย่างที่ดิฉัน เสนอมาถ้ามีทีวี ๓ ช่องนี้อย่างแท้จริงดิฉันคิดว่าจะช่วยให้กล่อมเกลาความรู้สึกนึกคิด ของพี่น้องประชาชนชาวไทย ความแตกแยกที่เรามีหรือความร้าวฉานที่มีอยู่นั้นจางหาย ไปได้ด้วยเวลาอันรวดเร็ว ขออีกนิดเดียวท่านประธาน ดิฉันอยากจะขออนุญาตในฐานะที่ได้ ลงพื้นที่ไปแล้วก็ไปเยี่ยมสื่อมวลชนก็คือเรื่องของวิทยุชุมชนนั้นอยากจะขอเสนอดังนี้ว่า ทาง กสทช. ต้องมีบทบาทสําคัญในการกล้าที่จะจัดระเบียบวิทยุชุมชนซึ่งขณะนี้มีมากที่สุด กว่าทุกประเทศ คือถ้าดูจริง ๆ ที่ลงทะเบียนจะมีประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าสถานี แต่จริง ๆ แล้ว มีประมาณถึง ๖,๐๐๐ สถานีทั่วประเทศ ถามว่ามีมากเกินไปไหม ดิฉันคิดว่ามีมากที่สุด ในโลกค่ะ แล้วยังคิด ว่าสถานีวิทยุชุมชนเหล่านั้นผู้จัดรายการ นี่พอเราลงพื้นที่ไปถาม ไปคุยนี่ คือเขาสนับสนุนตัวเอง แล้วรายการนั้นก็จะมีแต่เป่ดเพลงสนับสนุนในพื้นที่เท่านั้น แล้วก็ผู้จัดรายการส่วนใหญ่ถามแล้วนี่จะไม่ได้มีความรู้ความสามารถด้านของการเขียนข่าว การประกาศหรือว่าความรู้ในการผลิตรายการดี ๆ ที่เปึนประโยชน์ความรู้แก่พี่น้องประชาชนเลย ดังนั้นก็อยากจะขอให้ กสทช. คณะกรรมาธิการได้เพิ่มเติมส่วนนี้ว่าเงินกองทุนของ กสทช. นั้นต้องมาสนับสนุนในส่วนนี้ที่จะให้ความร่วมมือกับทางกรมประชาสัมพันธ์ก็ตาม ซึ่งมีสถาบันการประชาสัมพันธ์ต้องให้ความรู้ทั่วประเทศหมดเลย อาศัยกรมประชาสัมพันธ์ ก็ได้ เพราะเรามีศูนย์ประชาสัมพันธ์เขตถึง ๘ เขต มีอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศในการที่จะ อบรมให้ความรู้สถานีวิทยุชุมชนที่เราจัดระเบียบแล้ว แล้วก็ให้เขาได้สามารถจัดรายการ หรือว่าดําเนินกิจกรรมไปได้อย่างถูกต้องนั้นลดจํานวนสถานีลงเพื่อไม่ให้ก่อกวนทางคลื่น ไม่ว่าจะเปึนเกี่ยวกับวิทยุการบินหรืออะไร ถ้า กสทช. สามารถทําตรงนี้ได้จริงดิฉันคิดว่า จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่งกับประเทศชาติ แล้วก็พี่น้องประชาชนคือมุ่งประชาชนส่วนรวม และประเทศชาติเปึนหลักค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านคณิศร ขุริรัง ค่ะ

นายคณิศร ขุริรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดหนองบัวลําภูครับ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เราบอกว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดตั้งแต่มี การร่างรัฐธรรมนูญ ของประเทศไทยมานั้น แต่ผลพวงจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ถือว่าเปึนข้อผิดพลาด ประการหนึ่งนั่นก็คือการให้สิทธิ ให้เสรีภาพโดยเฉพาะกับสื่อ ที่ผมจะพูดถึงในตรงนี้ นั่นก็คือการให้สิทธิเสรีภาพกับสื่อวิทยุจนเกิดวิทยุชุมชนขึ้น ต้องยอมรับว่าการเกิด วิทยุชุมชนขึ้นทั่วประเทศไทยนั้นมีอยู่อย่างมากมายและดาษดื่นและขาดการควบคุม เหตุความขัดแย้งทางการเมือง การปลุกระดมจากวิทยุชุมชนนั้นถือว่ามีผลเปึนอย่างยิ่ง กับความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันนี้ถ้าถามว่า มีการปลุกระดม ปลุกปัืนทางการเมืองในวิทยุชุมชนหรือไม่ ไม่มีครับ ไม่มีเพราะอะไรครับ ไม่มีก็เนื่องจากว่ามีประกาศมาตรา ๔๐ มีกองกําลังรักษาความสงบของทหารเฝัาฟังอยู่ มีกองกําลังรักษาความสงบความมั่นคงภายในเฝัาดูอยู่ เฝัาฟังอยู่ หากมีวิทยุชุมชนใด มีการปลุกระดม ปลุกปัืนก็จะเรียกมาพูดคุยและขอความร่วมมือ ผมนึกถึงวันที่ประกาศใช้ รัฐธรรมนูญฉบับที่กําลังร่างอยู่นี้

มีประชาธิปไตยเต็มที่ มีสิทธิเสรีภาพเต็มที่ ใครจะเปึนคนควบคุมดูแล ก็เพียงหวังเปึนอย่างยิ่ง ว่า กสทช. นี่ละครับจะต้องดูแล จะต้องสร้างมาตรการ มาตรการที่ผมจะพูดถึงนั้น ก็คือการควบคุมรัศมีในการออกอากาศ ขอให้ควบคุมได้ด้วยความเปึนจริงในชุมชนของเขา ในท้องถิ่นของเขาทั้งนั้น ปัจจุบันนี้การเกี่ยวสัญญาณจากส่วนกลางเขาใช้วิธีไหนครับ สมมุติว่าผมมีพรรคการเมืองจะทํางานการเมืองผมก็สร้างเครือข่าย สร้างเครือข่าย จากวิทยุชุมชนนี่ละครับเปึนค่าโฆษณาไป ให้เกาะเกี่ยวสัญญาณจากส่วนกลางไป เวลากี่โมง ถึงกี่โมง กี่นาฬิกาก็เกาะเกี่ยวไป แล้วฟังจากผู้ดําเนินรายการจากส่วนกลางนี่ละครับ มันทั่วประเทศเลยนะครับ ไม่ใช่รัศมีแค่ ๒ กิโลเมตร ๓ กิโลเมตร นี่คือประเด็นสําคัญ ประเด็นหนึ่งที่เกิดการปลุกปัืน ปลุกระดมให้พี่น้องในบ้านเมืองเกิดความแตกแยก อีกประเด็นหนึ่งการควบคุมการโฆษณา การโฆษณานี่วิทยุชุมชนสามารถรับงานการโฆษณา ทางการเมืองได้ ผมลงเลือกตั้ง ลงสมัครรับเลือกตั้งผมสามารถที่จะไปให้วิทยุชุมชน ออกอากาศสปอต (Spot) แล้วเปึนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งได้ นี่คือประเด็นสําคัญ ประเด็นหนึ่ง บางครั้งข้อมูลจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง มีใครตรวจสอบครับ กกต. บางครั้งก็หวังพึ่ง ไม่ได้ อันนี้เรียนตรง ๆ เพราะฉะนั้นฝากท่านกรรมาธิการด้วยนะครับ เอาประเด็นพวกนี้ เข้าไปไว้ในกฎหมาย ในพระราชบัญญัติเพื่อจะให้บ้านเมืองของพวกเรานั้นเกิดความสงบ เกิดความร่มเย็น เกิดความรักใคร่ ความสามัคคี ความปรองดอง ขอฝากเรื่องวิทยุชุมชนครับ กราบขอบคุณครับท่านประธาน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกที่ได้แจ้งความประสงค์จะอภิปรายให้ความเห็น ในวาระปฏิรูปเพิ่มเติม เรื่อง ข้อเสนอการปฏิรูปพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ได้อภิปรายครบทุกท่านแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการ ได้กรุณาตอบชี้แจงข้อซักถามแล้วก็สรุปค่ะ เชิญค่ะ

นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ กรรมาธิการ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ ผมพูดก่อนนะครับ ทําความเข้าใจเรื่องวิทยุชุมชนนิดเดียวเท่านั้นเอง ที่ท่านปรีชา บุตรศรี แล้วก็หลายคนพูดถึง วิทยุชุมชนกลายเปึนผู้ร้าย จริง ๆ เราเรียก แบบเหมารวม คนริเริ่มวิทยุชุมชนคืออาจารย์จุมพล รอดคําดี ทํางานวิจัยเยอะมากนะครับ

วิทยุพวกนี้ถูกเหมารวมว่าเปึนวิทยุชุมชน จริง ๆ ในคําว่าวิทยุชุมชนมีอยู่ ๓ คํา ๑. ชุมชน ๒. วิทยุธุรกิจท้องถิ่นหรือประเภทธุรกิจ ๓. คือประเภทสาธารณะ แต่เวลาสังคมไทยเรียก ก็คือว่าเปึนวิทยุชุมชน ๗,๐๐๐ คลื่น ๘,๐๐๐ คลื่นประมาณนี้ เพราะฉะนั้นถ้าวิทยุชุมชน เพื่อชุมชนมีไม่เยอะ อยากให้ความเปึนธรรมกับคําว่าวิทยุชุมชน เพื่อชุมชน โดยชุมชน กรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศไปดูงานหลายที่ ที่จังหวัด ขอนแก่นไม่มีรายได้เลย ไม่มีโฆษณาเลย และคนไปจัดรายการเปึนคนบริจาคเงิน แล้วก็ทํา เรื่องที่อาจารย์สุกัญญาพูดคือศิลปะ วัฒนธรรม เอาข่าวในชุมชนมาบอกเล่ากัน วิทยุแบบนี้ ผมว่ามีความหมาย หรือเราไปดูงานที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๘๐ คลื่นโดนป่ดหมด ทําเรื่องศาสนาแล้วก็การศึกษา แล้วก็ที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้วิทยุทั้งหมดยังมีศักยภาพ ในการสื่อสาร พอป่ดปัูบหมดช่องทางการสื่อสาร แล้วก็วิทยุเหล่านี้เชื่อมโยงอยู่กับเครือข่าย ของฝ์ายความมั่นคงอยู่ตลอดแต่วันนี้ถูกป่ดหมด ไปฟังมาก็อยากมาเล่าให้ฟังนะครับ เพราะฉะนั้นวิทยุชุมชนเพื่อชุมชนจริง ๆ มีไม่เยอะ แต่ถูกเหมารวม ที่ผ่านมาในสถานการณ์ วิกฤติของประเทศมีกลุ่มคนเข้าไปใช้สื่อเพื่อการเมืองก็คือใช้วิทยุ รายงานกรรมาธิการปฏิรูป การสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศพูดเรื่องเหล่านี้ไว้ชัดเจน แล้วก็ไปสร้าง ความแตกแยก ไปปลุกปัืน สร้างความเกลียดชัง ไปโฆษณาเกินจริงเกิดขึ้น ทั้งหมดเปึนปัญหา ของการกํากับ

แต่ถ้า กสท. มีประสิทธิภาพในการกํากับสื่อเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นแล้วก็มาทําร้ายพวกเรา ซึ่งเปึนคนไทยด้วยกันเองนะครับ เพราะฉะนั้น กสท. ต้องปรับปรุงตรงนี้ในการกํากับ ให้เกิดขึ้นให้ได้ เมื่อเราคุยกับผู้รับผิดชอบของ กสท. ทําไมไม่ไปป่ดคลื่นหรือจัดการคลื่น ที่ผิดกฎหมาย มีความสูงเกิน มีกําลังวัตต์เกิน มีการโฆษณาเกินจริง ก็บอกไม่ได้ กลุ่มการเมืองเหล่านี้ก็จะมาป่ดล้อม ไปทําอะไรไม่ได้เลย ไม่มีกําลัง ไม่มีความสามารถ อันนี้คือคําอธิบายที่เราได้รับคําอธิบายนะครับ ผมจึงอยากให้ข้อมูลไว้นะครับว่าตั้งแต่ วันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๗ คลื่นที่ขึ้นทะเบียนกับ กสทช. แล้วก็เขาเรียกว่าสถานีวิทยุทดลอง ประกอบกิจการนะครับ ที่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. คือกิจการวิทยุโทรทัศน์นะครับ ทั้งหมด ๔,๙๖๔ สถานีนะครับ แบ่งเปึนสาธารณะ ๘๓๘ สถานี วิทยุชุมชนทั้งประเทศ เลยนะครับ ๕๐๗ สถานีนะครับ ประเภทธุรกิจซึ่งมีสมาคมด้วยคือประเภทธุรกิจท้องถิ่น ธุรกิจทั้งหมด ๓,๖๒๐ สถานี นี่คือที่ขึ้นทะเบียน แต่จากรายงานวิจัยของนักวิชาการ บอกว่ามีประมาณ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ สถานี หลังเหตุการณ์วันที่ ๒๒ ป่ดหมดทั้งประเทศ และมาขึ้นทะเบียนใหม่ รวมทั้งหมด ๑,๑๗๓ สถานี แบ่งเปึนสาธารณะ ๑๐๗ สถานี ชุมชน ๔๓ สถานี ทั่วประเทศแล้วนะครับ วิทยุชุมชนเหลือ ๔๓ สถานี ประเภทธุรกิจ ๑,๑๒๓ สถานี นี่ที่มาขึ้นทะเบียนใหม่ เพราะฉะนั้นหายไปเยอะนะครับ เพราะฉะนั้น วิทยุชุมชนจริง ๆ ก็อยากทําความเข้าใจกับสมาชิกนะครับว่าให้เข้าใจประเภทธุรกิจ หรือประเภทใดก็แล้วแต่ที่เข้ามาใช้คลื่นความถี่แล้วก็ทําให้เกิดความรุนแรง เปึนหน้าที่ของ กสทช. ที่จะต้องกํากับนะครับ เพื่อไม่ให้ไปใช้สื่อประเภทคลื่นความถี่ไปสร้างความเกลียดชัง หรือสร้างปัญหาของประเทศ อันนี้อํานาจของกฎหมายมีหมด มาตรา ๓๗ ของกฎหมาย องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่มีอยู่ แต่ที่ผ่านมาการดูแลเรื่องนี้พูดได้ว่าหย่อนประสิทธิภาพ หรือไม่มีประสิทธิภาพในการกํากับให้สื่อเหล่านี้นะครับ ให้ความเปึนธรรมกับคนที่เขาทํา ถูกต้องตามกฎหมายที่พวกผมกรรมาธิการปฏิรู ปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี สารสนเทศไปดูงานนะครับ เขาเองก็กํากับกันเอง หลายที่ที่เราไป ผมก็ไปถาม อาจารย์จุมพล ก็ไปถาม เวลาโฆษณามาให้โฆษณาเกินจริง กินยา ๑ วันหายทุกโรค คุณจะโฆษณาไหม เขาบอกไม่ได้แล้ว วันนี้มี อย. ลงไปกํากับ มี กสทช. เข้าไปกํากับ คําอธิบายก็คือว่ำ ทําไมเขามากํากับ เขาบอกว่าถ้าเขาโดนป่ด เขาเดือดร้อนหนักกว่า เพราะฉะนั้นเขายินยอม ที่จะทําให้ถูกต้องตามกฎหมายที่ กสทช. ได้กํากับ บวกกับ อย. ได้กํากับ อันนี้ผมว่า

เปึนแนวโน้มที่ดีสําหรับสื่อประเภทนี้นะครับ ผมก็ถือโอกาสชี้แจงแล้วก็สนับสนุนความคิด ของสมาชิกว่าเราไม่ควรปล่อยให้สื่อหรือคนเข้ามาใช้สื่อเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง ใช้สื่อแล้วก็มาสร้างความเกลียดชังให้กับคนในประเทศ อันนี้กรรมาธิการเราก็ไม่เห็นด้วย ก็เห็นด้วยกับสมาชิกนะครับ ขอบคุณมากครับ

รองศาสตราจารย์จุมพล รอดคําดี ประธานกรรมาธิการ

ผมต้องเรียน ขอบคุณท่านประธานนะครับ แล้วก็ขอบคุณท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุก ๆ ท่านที่ได้ ให้ข้อคิด ให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ในเรื่องของการกํากับดูแล ซึ่งเราเน้นมากว่าหน่วยงานของ รัฐที่ได้รับอํานาจตามกฎหมาย ได้ใช้อํานาจตามกฎหมายนี้ อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ หรือได้สร้างความเปึนธรรม สร้างสิ่งที่เรียกว่าเปึนประโยชน์ต่อการทํางาน หรือการประกอบการทางด้านวิทยุโทรทัศน์ด้วยหลักการของให้ความเปึนอิสระ มีเสรีภาพ แต่ต้องมีความรับผิดชอบอย่างไร ซึ่งตรงนี้จริง ๆ กสทช. ก็ทํางานเหมือนกับเปึนการกํากับ ดูแลในเชิงของการทํา คือเปึนโคเรกูเลชัน (Co-regulation) ระหว่างองค์กรวิชาชีพ กับตัว กสทช. เอง ซึ่งเปึนหน่วยงานของรัฐที่ได้รับอํานาจตามกฎหมายในการกํากับดูแล ซึ่งตรงนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งที่เราได้พิจารณา ที่เหลือนอกนั้นก็เปึนส่วนที่เกี่ยวข้องในเรื่องของ การสร้างความเปึนธรรมในเรื่องของการใช้บริการทางด้านต่าง ๆ

ซึ่งอันนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งที่คณะกรรมาธิการเองหรือว่าคณะอนุกรรมาธิการเองก็ได้มีการศึกษา อยู่พอสมควร แล้วก็ได้มีข้อเสนอแนะอย่างที่ได้เสนอให้ท่านสมาชิกได้ทราบ แต่ว่า ข้อเสนอแนะวันนี้เราก็จะกลับไปพิจารณาแล้วก็จะเอาไปเพิ่มเติมหรือไปทําให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก็ต้องขอบพระคุณท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็ท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านที่กรุณาให้ ข้อเสนอแนะและอภิปรายที่เปึนประโยชน์อย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านสมาชิกคะ เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานการพิจารณาวาระปฏิรูปเพิ่มเติม เรื่อง ข้อเสนอการปฏิรูปพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ แล้วค่ะ ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานวาระปฏิรูปเพิ่มเติม ดังกล่าว ก่อนที่จะขอมติจากที่ประชุมดิฉันขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนค่ะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนค่ะ ท่านกรุณาเสียบบัตรและกดที่ช่องแสดงตนค่ะ ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านแสดงตนแล้ว ดิฉันป่ดนะคะ ขอทราบผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๒ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะคะ

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงาน การพิจารณาของคณะกรรมาธิการตามที่ได้นําเสนอ ซึ่งหากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงาน พร้อมความเห็นของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
นายสมเดช นิลพันธุ์

ท่านประธานครับ ๒๐๓ ขอเพิ่มครับ กําลังเหนื่อย อยู่ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

หายใจก่อนก็ได้นะคะ

นายสมเดช นิลพันธุ์

ขออนุญาตครับ กราบขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ยินดีค่ะ ขอเชิญเจ้าหน้าที่ช่วยกรุณาจดด้วยค่ะ เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยค่ะ ขอเชิญท่านใช้สิทธิ ลงคะแนนนะคะ ท่านผู้ใดเห็นด้วย โปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้ วย โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิแล้ว ดิฉันป่ดนะคะ ขอทราบผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุ ม ๑๗๕ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๕ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มี

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานวาระปฏิรูปเพิ่มเติม เรื่อง ข้อเสนอการปฏิรูปพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ซึ่งคณะกรรมาธิการ จะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนที่จะได้ส่งรายงานพร้อมข้อเสนอความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ เปึนอันจบ การพิจารณารายงานวาระปฏิรูปเพิ่มเติม เรื่อง ข้อเสนอการปฏิรูปพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ แล้วนะคะ ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการทุกท่านค่ะ

ระเบียบวาระที่ ๓.๒ รายงานของคณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการ ตํารวจ

วาระปฏิรูปที่ ๖ : การจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ

ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาเสร็จแล้ว

ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ท่านสมาชิกคะ ด้วยในคําสั่งของประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทําแผน ปฏิรูปกิจการตํารวจ โดยมีอํานาจหน้าที่ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ ในประเด็นหรือในด้านต่าง ๆ รวมถึงการจัดองค์กรโครงสร้างอํานาจหน้าที่และภารกิจ ของกิจการตํารวจ การกําหนดกลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อํานาจ การบริหารราชการ และการพัฒนาคุณภาพข้าราชการตํารวจเพื่อให้กิจการตํารวจดําเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และชอบด้วยธรรมาภิบาล และได้จัดทํารายงานนําเสนอต่อประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติได้นําเสนอต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูป แห่งชาติ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้มีมติเห็นชอบแล้วจึงได้บรรจุระเบียบวาระ การประชุมเพื่อให้ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณาในวันนี้ค่ะ ท่านสมาชิกคะ และ เพื่อให้ที่ประชุมได้มีข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วน ดิฉันได้อนุญาตให้ คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมด้วย ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ค่ะ เรียนท่านสมาชิก เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ดิฉันได้ใคร่ขอความร่วมมือจาก คณะกรรมาธิการในการแถลงรายงานและตอบข้อชี้แจงของสมาชิกให้กระชับ และอยู่ใน ประเด็น สําหรับการอภิปรายของสมาชิกก็เช่นเดียวกันนะคะ ดิฉันขอความกรุณาที่จะให้ท่าน อภิปรายเฉพาะในส่วนที่เปึนข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเท่านั้นค่ะ ท่านสมาชิกคะ ด้วยประธาน คณะกรรมาธิการได้มีหนังสือขออนุญาตให้กรรมการและที่ปรึกษาคณะกรรมการ เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมเพื่อให้การแถลงรายงานเปึนไปด้วยความถูกต้อง ครบถ้วน และสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งดิฉันได้พิจารณาแล้วจึงได้อนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๙๗ วรรคท้าย ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้ำร่วมชี้แจงด้วยค่ะ ท่านแรกคือท่าน พลตํารวจเอก วสิษฐ เดชกุญชร ท่าน พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน ท่านวินัย ดํารงค์มงคลกุล ท่านอัครเดช เจิมศิริ ท่านธวัชชัย ไทยเขียว ท่านสิทธิพงศ์ ตัญญพงศ์ปรัชญ์ ท่านเดชอุดม ไกรฤทธิ์ ท่าน พลตํารวจเอก ชาญชิต เพียรเลิศ และท่าน พลตํารวจเอก ชัยยง กีรติขจร ค่ะ ท่านประธานพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมขอเชิญท่านประธานแถลงรายงานค่ะ

นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ ประธานกรรมการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติผู้ทร งเกียรติ ทุกท่านครับ กระผม นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะ ประธานกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ ขออนุญาตนําเสนอผลการศึกษา เรื่องการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ ซึ่งคณะกรรมการได้สรุปผลการศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ จะได้พิจารณาให้ความคิดเห็น ให้ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ ก่อนที่จะนําไปปรับปรุงแก้ไข แล้วเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไปนะครับ ในโอกาสนี้กระผม ขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ได้ฉายเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประกอบการนําเสนอ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดพรีเซนเทชัน)

แล้วท่านสมาชิกก็อาจจะ ดูได้จากเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้แจกไว้ประกอบการบรรยายด้วยครับ กระผมขออนุญาต กราบเรียนว่าเรื่องการปฏิรูปกิจการตํารวจนี้เปึนเรื่องที่คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูป กิจการตํารวจได้ดําเนินการตามคําสั่งประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ ๒๐/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ สืบเนื่องจากการที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการ ยุติธรรม โดยคณะอนุกรรมาธิการปฏิ รูปโครงสร้างอํานาจหน้าที่และกระบวนการ ทํางานตํารวจเพื่อประโยชน์ของประชาชน ได้เคยศึกษาและเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๘ โดยผลการประชุมในครั้งนั้นยังไม่อาจหาข้อยุติได้ จึงได้มอบหมายให้คณะกรรมการคณะนี้ดําเนินการต่อ โดยกําหนดให้ใช้พื้นฐานแนว คิด และผลการศึกษาจากรายงานการปฏิรูปกิจการตํารวจของคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม รายงานของคณะกรรมาธิการพัฒนาระบบงานตํารวจและรายงาน กับข้อมูลจากแหล่งอื่นมาเปึนพื้นฐานในการพิจารณาด้วย สําหรับส่วนประกอบของ คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจก็จะประกอบด้วยประธานกรรมาธิการปฏิรูป ด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๔-๕ ด้านด้วยกัน ท่านผู้แทนที่ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ อัยการสูงสุด เลขาธิการสํานักงานศาลยุติธรรม นายกสภาทนายความและผู้ทรงคุณวุฒิ อีกหลายท่าน โดยท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และ พลตํารวจเอก วสิษฐ เดชกุญชร ได้เปึนที่ปรึกษาทั้งหมดรวม ๑๗ ท่านด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพ กระผมจะไม่ขอพูดถึง รายละเอียดหรือเหตุผลความจําเปึนที่จะต้องมีการปฏิรูปกิจการตํารวจ เพราะได้มี การนําเสนอรายงาน และอภิปรายโดยคณะผู้ศึกษา และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ อย่างละเอียดในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๘ ไปแล้ว แต่กระผมอยากจะขอกราบเรียนว่าเรื่องการปฏิรูปกิจการตํารวจนี้เปึนเรื่องที่ประชาชน ให้ความสนใจ เฝัาติดตาม และตั้งความหวังไว้ค่อนข้างสูงว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ประกอบกับกิจการตํารวจเปึนส่วนหนึ่งและเปึนส่วนสําคัญของเรื่องกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ซึ่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ กําหนดให้ สภาปฏิรูปแห่งชาติมีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะว่าควรจะปฏิรูปอย่างไร ฉะนั้น เรื่องการปฏิรูปกิจการตํารวจจึงเปึนภารกิจสําคัญของสภาปฏิรูปแห่งชาติที่จะต้องดําเนินการ

โดยไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ครับ ด้วยกรอบระยะเวลาที่ค่อนข้างจํากัดประกอบกับแนวทาง การศึกษา วิเคราะห์ที่กําหนดให้ใช้พื้นฐานแนวคิดและผลการศึกษาจากรายงานการปฏิรูป กิจการตํารวจของคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม รายงานของ คณะกรรมการพัฒนาระบบงานตํารวจ ซึ่งท่าน พลตํารวจเอก วสิษฐ เดชกุญชร ขออนุญาต เอ่ยนามท่านนะครับ ในฐานะประธานกรรมการได้ศึกษาไว้ ประกอบกับข้อมูลพื้นฐาน จากแหล่งอื่น เช่น รายงานการวิจัยเรื่องแนวทางการพัฒนาระบบการบริหารจัดการคดี ในสถานีตํารวจ โดยคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายงานการวิจัยเรื่องโครงการ ประเมินประสิทธิภาพสถานีตํารวจและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการปฏิบัติงานของ ตํารวจป ระจําป้งบประมาณ ๒๕๗๕ โดยคณะศึกษาศาสตร์ และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เอกสารวิชาการส่วนบุคคล เรื่อง กระบวนการแต่งตั้ง และโยกย้ายข้าราชการตํารวจตามหลักทางปกครอง ศึกษาเฉพาะกรณีแต่งตั้งโยกย้าย ระดับผู้บัญชาการ โดย พลตํารวจเอก ชัยยง กีรติขจร ขออนุญาตเอ่ยนามท่านเช่นกัน และข้อมูลจากแหล่งอื่น ๆ อีกมากมาย คณะกรรมการได้สรุปประเด็นการศึกษาที่สําคัญ ๆ รวม ๕ ประเด็นคือ ประเด็นที่ ๑ เรื่องความเปึนอิสระของหน่วยงานตํารวจและควบคุม การแทรกแซงจากทางการเมือง ประเด็นที่ ๒ เรื่องการปฏิรูปเรื่องการปรับปรุงองค์กร เพื่อวางแนวทางมาตรฐานการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตํารวจปัองกันปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน (Corruption)

การวิ่งเต้นซื้อขายตําแหน่งเพื่อเปึนหลักประกันความมั่นคงในการทําหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ประเด็นที่ ๓ เปึนประเด็นเรื่องการปฏิรูปงานสอบสวน ประเด็นที่ ๔ เปึนเรื่องการถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยงานที่มีภาระหน้าที่โดยตรงรับไปดําเนินการเพื่อแบ่งเบา ภาระหน้าที่ของสํานัก งานตํารวจแห่งชาติ ประเด็นที่ ๕ เปึนเรื่องอื่น ๆ ได้แก่การสร้าง การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกิจการของตํารวจ การปรับปรุงระบบงาน นิติวิทยาศาสตร์ การปัองกันการทุจริตคอร์รัปชัน การพัฒนาระบบงบประมาณของตํารวจ ตลอดจนการสร้างกลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อํานาจของเจ้าหน้าที่ ตํารวจในกรณีที่ ประชาชนร้องขอความเปึนธรรม จากการศึกษาพิจารณาวิเคราะห์ข้อมูลทางกฎหมาย กฎ ระเบียบ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง สามารถที่จะสรุปผลการศึกษาพิจารณาเสนอแนะ เพื่อจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจในประเด็นที่สําคัญ ๆ ทั้ง ๕ ประเด็นที่กระผมได้ กราบเรียนมาดังต่อไปนี้นะครับ

ในประเด็นแรกคือเรื่องความเปึนอิสระของหน่วยงานตํารวจและควบคุม การแทรกแซงจากทางการเมือง ประเด็นนี้เปึนประเด็นที่มีความสําคัญสูงที่สุด ที่มีผลกระทบต่อระบบการบริหารงานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมาในอดีต ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าองค์กรแห่งนี้ได้ถู กการเมืองเข้ามาแทรกแซงอย่างต่อเนื่อง จนขาดความเปึนอิสระ ทั้งนี้เกิดขึ้นจากบริบทปัญหาสังคมไทยกับการเลือกตั้ง นักธุรกิจสีเทา และผู้มีอิทธิพลที่อาศัยตํารวจเปึนเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์และใช้ช่องทางเข้าสู่ อํานาจทางการเมืองโดยมิชอบ หรือถ้ามีอํานาจทางการเมืองอยู่แล้วก็จะใช้อํานาจของตํารวจ เปึนเครื่องมือในการรักษาอํานาจนั้นไว้ ความพยายามที่จะเข้าไปครอบงําองค์กรตํารวจ แห่งชาติที่ได้ผลที่สุดก็คือการเข้าไปครอบงําองค์กรที่กํากับดูแลนโยบายและการบริหารงาน บุคคลของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเปึนคณะกรรมการนโยบายตํารวจแห่งชาติหรือ ก.ต.ช. และคณะกรรมการข้าราชการตํารวจหรือ ก.ตร. โดยมีจุดประสงค์เข้าไปแต่งตั้ง ผู้นําองค์กร คือผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติเพี่อที่จะควบคุมองค์กรตํารวจและการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการตํารวจในทุกระดับตําแหน่งของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ด้วยเหตุนี้ จึงมีผลทําให้ตํารวจส่วนหนึ่งจําเปึนต้องเข้าไปรับใช้นักการเมืองเพื่อความเจริญก้าวหน้าและ ความมั่นคงในตําแหน่งหน้าที่ราชการ รวมทั้งตัวผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติซึ่งเปึนผู้นํา องค์กรตํารวจเองก็จําเปึนจะต้องอาศัยนักการเมืองเพื่อสร้างความมั่นคงในตําแหน่งของตน

เพราะจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในอดีตอันยาวนานที่ผ่านมาภายใต้ระบบการเมืองที่มาจาก การเลือกตั้ง มีอดีตอธิบดีกรมตํารวจหรืออดีตผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติเพียงไม่กี่คน ที่สามารถรับราชการในตําแหน่งอธิบดีหรือผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติได้จนครบเกษียณอายุราชการ จากเหตุผลข้อเท็จจริงดังกล่าวมาแล้ว คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจจึง พิจารณาเห็นว่าการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเปึนรูปธรรมจึงต้องมีการควบคุม การแทรกแซงจากฝ์ายการเมือง เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ มีความเปึนอิสระ ไม่อยู่ในอาณัติของฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง รวมทั้งทําให้รองผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติหันมาสร้างผลงานให้เปึนที่ยอมรับของประชาชนและผู้ใต้บังคับบัญชา เปึนแบบอย่างของผู้ดํารงตําแหน่งในระดับรอง ๆ ลงไป ก็คือ ผู้บัญชาการ ผู้บังคับการและ ผู้กํากับการที่จะต้องสร้างคุณงามความดีและผลงานเพื่ อความเจริญเติบโตก้าวหน้าเปึน ผู้บริหารองค์กรในระดับสูงต่อไป โดยคณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจเห็นควร เสนอแนวทางการปฏิรูปเพื่อควบคุมการแทรกแซงจากฝ์ายการเมืองโดยสรุปรวม ๓ ประการ คือ ๑. ให้มีการปรับปรุงองค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ขององค์กรบริหารงานบุคคลของ ตํารวจ คือคณะกรรมการข้าราชการตํารวจหรือ ก.ตร. โดยกําหนดให้ ก.ตร. เปึนองค์กร บริหารงานบุคคลของตํารวจเพียงองค์กรเดียวที่มีความเปึนอิสระ ปราศจากการถูกครอบงํา โดยบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีอํานาจ มีเอกภาพในการเปึนองค์กรรักษากฎ ระเบียบและ กติกาต่าง ๆ ในการบริหารงานบุคคลตามระบบคุณธรรมอย่างแท้จริง ๒. ให้มีการปรับปรุง องค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ขององค์กรที่กํากับนโยบายกิจการตํารวจ คือ คณะกรรมการนโยบายตํารวจแห่งชาติหรือ ก.ต.ช. ให้เปึนองค์กรที่กําหนดนโยบาย กํากับ และควบคุมการบริหารกิจการตํารวจให้มีประสิทธิภาพ

สามารถนํานโยบายของรัฐบาลมาปฏิบัติได้อย่างเปึนรูปธรรมเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน อย่างแท้จริง ๓. ให้มีกระบวนการแต่งตั้งผู้ดํารงตําแหน่งผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ โดยปราศจากการครอบงําของผู้มีอํานาจทางการเมืองหรืออิทธิพลทั้งภายนอกและภายใน สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และต้องสร้างความมั่นคงในตําแหน่งให้กับผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติ เพื่อให้สามารถใช้ดุล ยพินิจและอํานาจของตนได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเปึนธรรมทั้งต่อองค์กรและประชาชน นอกจากนั้นผู้ที่จะดํารงตําแหน่ง ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติจะต้องเปึนที่ยอมรับของผู้ใต้บังคับบัญชา อันจะเปึนการสร้าง ความสง่างามในการดํารงตําแหน่งและสร้างความผูกพันที่ดีกับผู้ใต้บังคับบัญชา สําหรับ หลักการและรายละเอียดของข้อเสนอในการปฏิรูปเพื่อสร้างความเปึนอิสระของหน่วยงาน ตํารวจและควบคุมการแทรกแซงจากทางการเมืองนั้นสามารถสรุปได้ดังนี้ ในการปฏิรูป องค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการตํารวจหรือ ก.ตร. นั้น เห็นควร กําหนดอํานาจหน้าที่เพิ่มเติมให้ ก.ตร. เปึนองค์กรในการพิจารณาแต่งตั้งผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติด้วย เพื่อให้การบริหารงานบุคคลในสํานักงานตํารวจแห่งชาติอยู่ในความดูแล และรับผิดชอบขององค์กรบริหารงานบุคคลองค์กรเดียว โดยกําหนดองค์ประกอบของ ก.ตร. ให้มีจํานวนทั้งสิ้น ๑๖ คน และมีลักษณะที่ปลอดจากการครอบงําหรือแทรกแซง จากทางการเมืองดังนี้ ๑. ก็คือประธานคณะกรรมการตํารวจหรือ ประธาน ก.ตร. นั้น เดิมนายกรัฐมนตรีเปึนประธาน ให้เปลี่ยนเปึนให้คัดเลือกจากอดีตข้าราชการตํารวจ ระดับตําแหน่งรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติหรือเทียบเท่าขึ้นไปคือยศพลตํารวจเอก โดยการลงคะแนนเลือกจากข้าราชการตํารวจระดับตําแหน่งผู้กํากับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป คือยศพันตํารวจเอกหรือเทียบเท่าขึ้นไป ๒. คณะกรรมการ ก.ตร. นั้น ประกอบด้วย ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และเลขาธิการ ก.พ. เปึนกรรมการโดยตําแหน่ง จเรตํารวจแห่งชาติ และรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติหรือเทียบเท่าคือยศพลตํารวจเอก จํานวน ๖ คน โดยการลงคะแนนเลือกจากข้าราชการตํารวจระดับผู้กํากับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป ยศพันตํารวจเอกขึ้นไป ๓. อดีตข้าราชการตํารวจตําแหน่งผู้บัญชาการหรือเทียบเท่าขึ้นไป คือยศพลตํารวจโทขึ้นไป จํานวน ๓ คน โดยการลงคะแนนเลือกจากข้าราชการตํารวจ ระดับผู้กํากับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอก ได้แก่ ผู้แทนจาก คณะรัฐมนตรี จํานวน ๑ คน ผู้แทนจากวุฒิสภา จํานวน ๑ คน กับผู้มีความรู้ในสาขาต่าง ๆ

เช่น นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปึนต้น โดยกรรมการ ก.ตร. ข้างต้นก็คือโดยตําแหน่งและโดยการเลือกเข้ามานั้นเปึนผู้สรรหา อีกจํานวน ๒ คน ทั้งนี้ให้ ก.ตร. มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละ ๒ ป้ โดยสําหรับ ก.ตร. ซึ่งเปึนอดีตข้าราชการตํารวจที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาจํานวน ๓ คนกับ ก.ตร. ที่เปึน ผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกอีก ๔ คนนั้นจะดํารงตําแหน่งได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน การกําหนดองค์ประกอบและที่มาของ ก.ตร. ดังกล่าวจะทําให้การบริหารงานบุคคล ในอนาคตของสํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่ถูกครอบงําจากฝ์ายการเมืองหรือผู้มีอิทธิพล ทั้งภายนอกและภายใน มีสัดส่วนของกรรมการที่มีการถ่วงดุลกันอย่างเหมาะสม กรรมการ ที่มาจากการเลือกโดยข้าราชการตํารวจระดับพันตํารวจเอกขึ้นไป ไม่ว่าจะเปึน รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติหรือจเรตํารวจ แห่งชาติ รวมทั้งอดีตข้าราชการตํารวจ ก็จะมีความภาคภูมิใจ กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาในการ ประชุม ก.ตร. และกล้าเปึนปากเสียงให้กับตํารวจที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ดีกว่าการที่จะให้รองผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติและจเรตํารวจ แห่งชาติทุกคนเปึน ก.ตร. โดยตําแหน่ง ๒. ในการปฏิรูป องค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายตํารวจแห่งชาติหรือ ก.ต.ช. ตามพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ นั้นกําหนดให้ ก.ต.ช. มีอํานาจหน้าที่หลัก ในการกําหนดนโยบายการบริหารราชการตํารวจ และกํากับดูแลสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ให้ปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบแบบแผน มติคณะรัฐมนตรี และกฎหมาย และมีอํานาจ ในการแต่งตั้งผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ

ซึ่งในข้อเท็จจริงปรากฏว่าฝ์ายการเมืองได้ใช้องค์กรนี้เพียงเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ดําเนินการคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งผู้บัญชาการตํารวจแห่ งชาติเท่านั้น โดยมิได้ใช้เปึนองค์กร ในการกําหนดนโยบายและกํากับดูแลขับเคลื่อนการบริหารงานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ อย่างจริงจังแต่อย่างใด โดยเหตุนี้การที่จะกําหนดมาตรฐานในการควบคุมไม่ให้ฝ์ายการเมือง เข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ จึงเห็นควรกําหนดให้การแต่งตั้ง ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติเปึนอํานาจของ ก.ตร. ซึ่งเปึนองค์กรการบริหารงานบุคคลของ สํานักงานตํารวจแห่งชาติตามที่ได้เสนอไปแล้ว โดยให้ ก.ต.ช. ยังคงมีอํานาจในการเปึน องค์กรกําหนดนโยบายปฏิบัติงานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติในการรักษาความสงบ เรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และอํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพแท้จริง โดยเห็นควรปรับปรุงองค์ประกอบของ ก.ต.ช. ซึ่งเดิมมีอยู่ ๘ คน ให้มีจํานวนทั้งสิ้น ๑๑ คน ดังนี้ นายกรัฐมนตรีเปึนประธานกรรมการ ก.ต.ช. รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเปึน รองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวง กลาโหม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม อัยการสูงสุด ผู้อํานวยการ สํานักงบประมาณ ผู้แทนจากสภาทนายความ ผู้แทนจากวุฒิสภา ผู้แทนจากกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปึนกรรมการ และผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติเปึนกรรมการและ เลขานุการ ทั้งนี้ ให้ ก.ต.ช. มีอํานาจหน้าที่ตามที่กําหนดในพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ ยกเว้นการพิจารณาให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งผู้ บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ๓. การปฏิรูปการแต่งตั้งผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ มาตรา ๕๓ แก้ไขเพิ่มเติ มโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๘๘/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗ กําหนดว่าการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ ให้ดํารงตําแหน่งผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ให้ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติคัดเลือกรายชื่อ ข้าราชการตํารวจที่ดํารงตําแหน่งจเรตํารวจแห่งชาติ หรือรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ แล้วเสนอ ก.ต.ช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนแล้วให้นายกรัฐมนตรีนําความ กราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ซึ่งก็เปึนที่ประจักษ์ว่าในอดีตที่ผ่านมา มีปัญหาการแทรกแซงจากฝ์ายการเมืองโดยตลอด แม้กฎหมายจะกําหนดให้ผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติเปึนผู้เสนอชื่อผู้ที่เห็นว่ามีความเหมาะสมก็ตาม แต่ในความเปึนจริงแล้ว การเสนอรายชื่อของผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติก็มักจะเปึนไปตามการชี้นําหรือการสั่งการ

ของผู้มีอํานาจ ดังนั้นเพื่อลดปัญหาการแทรกแซงโดยได้มีการปรับปรุงอํานาจหน้าที่ และองค์ประกอบของ ก.ต.ช. และ ก.ตร. แล้ว การแต่งตั้งผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ จึงควรให้ดําเนินการโดยคณะกรรมการข้าราชการตํารวจหรือ ก.ตร. แต่เพียงองค์กรเดียว โดยให้ ก.ตร. พิจารณาคัดเลือกจเรตํารวจแห่งชาติหรือรองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ให้เหลือจํานวน ๓ คน แล้วให้ข้าราชการตํารวจระดับตําแหน่งผู้กํากับการหรือเทียบเท่าขึ้นไป คือยศพันตํารวจเอกขึ้นไปลงคะแนนเลือกให้เหลือจํานวน ๑ คนเพื่อเสนอ ก.ตร. พิจารณา นําเสนอนายกรัฐมนตรีนําความกราบบังคมทูลโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เปึนผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติต่อไป ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการแต่งตั้งผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวจะทําให้ผู้มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งเปึนผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติต้องสั่งสมผลงานมาเปึนระยะเวลายาวนานพอสมควร ต้องประพฤติปฏิบัติตัวดี มาตั้งแต่ต้น ต้องสร้างสมบารมีให้เปึนที่ยอมรับนับถือของข้าราชการตํารวจผู้ใต้บังคับบัญชา มีความรับผิดชอบผูกพันในการทํางานร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งนอกจากจะสามารถ ลดการแทรกแซงจากอํานาจและอิทธิพลทั้งภายในและภายนอกแล้ว การเข้าสู่ตําแหน่ง โดยวิธีนี้จะทําให้การดํารงตําแหน่งผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติมีเสถียร ภาพและความมั่นคง มากขึ้น อันจะส่งผลดีต่อการบริหารราชการของสํานักงานตํารวจแห่งชาติให้เปึนไปอย่าง มีประสิทธิภาพสมตามเจตนารมณ์ของการปฏิรูปกิจการตํารวจอีกด้วย

ในประเด็นหลักประเด็นที่ ๒ เรื่องการวางมาตรฐานการวางแนวทาง มาตรฐานการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตํารวจนั้น กําหนดขึ้นเพื่อปัองกันปัญหาการทุจริต คอร์รัปชัน การวิ่งเต้นซื้อขายตําแหน่งเพื่อเปึนหลักประกันความมั่นคงในการทําหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ในประเด็นนี้เปึนประเด็นที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องความเปึนอิสระของ หน่วยงานตํารวจและการควบคุมการแทรกแซงจากฝ์ายการเมือง เพราะเปึนเรื่องที่เกี่ยวกับ การแต่งตั้งโยกย้ายข้ารา ชการตํารวจในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่มีปัญหาในเรื่องของ ความถูกต้องและชอบธรรมมาโดยตลอด ความจริงตามพระราชบัญญัติตํารวจแห่งชาติ ได้มีการกระจายอํานาจการแต่งตั้งในลักษณะของการแบ่งอํานาจจากผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติไปยังผู้บัญชาการซึ่งเปึนหัวหน้าหน่วยระดับกองบัญชาการให้เปึนหลักในการ พิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ ตั้งแต่ระดับรองผู้บัญชาการลงมาทุกระดับภายใน กองบัญชาการที่รับผิดชอบ รวมทั้งมีการออกกฎ ก.ตร. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการตํารวจระดับสารวัตรถึงจเรตํารวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๙ เพื่อให้มีกระบวนการที่เปึนธรรมก่อให้เกิดขวัญกําลังใจ แก่ข้าราชการตํารวจโดยส่วนรวม แต่ปรากฏว่าในทางปฏิบัติก็ยังคงมีปัญหา ซึ่งนับวันจะทวี ความรุนแรงยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้มีอํานาจไม่ว่าจะเปึนผู้บัญชาตํารวจแห่งชาติหรือผู้บัญชาการ ก็ไม่สามารถใช้อํานาจได้โดยอิสระ มักจะถูกแทรกแซงจากฝ์ายการเมือง ผู้มีอํานาจอิทธิพล ทั้งภายนอกและภายใน ซึ่งแม้แต่ ก.ตร. เองก็ไม่อาจช่วยให้เกิดความเปึนธรรมได้เท่าที่ควร เพื่อให้การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตํารวจเปึนไปด้วยความโปร่งใสเปึนธรรม สามารถที่จะตรวจสอบได้ คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ จึงเห็นควรกําหนด แนวทางเพื่อวางมาตรฐานในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตํารวจดังนี้ ประการแรก การพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตํารวจเพื่อเลื่อนระดับตําแหน่งทุกตําแหน่งให้พิจารณาโดยยึด ความอาวุโสประกอบความรู้ความสามารถตามเกณฑ์มาตรฐานในระดับตําแหน่งของผู้ที่ได้รับ การแต่งตั้ง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการ การที่จะพิจารณาแต่งตั้งโดยข้ามอาวุโสนั้น จะต้องมีเหตุผลความจําเปึนและข้อเท็จจริงที่มีน้ําหนักเหนือกว่าลําดับอาวุโสเท่านั้น โดยให้มีการกําหนดหลักเกณฑ์ในการเพิ่มหรือลดลําดับอาวุโสขณะดํารงตําแหน่งนั้น ๆ อันเปึนการลดการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาแต่งตั้งเลื่อนตําแหน่งหรือโยกย้าย ซึ่งอาจจะ ทําให้เกิดความไม่โปร่งใสและไม่เปึนธรรมได้ ๒. ก็คือให้มีการกําหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง

ในการพิจารณาเลื่อนตําแหน่งให้ถูกต้อง เหมาะสม และชัดเจน เพื่อลดปัญหาการใช้ ดุลยพินิจโดยอ้างความเหมาะสม ๓. ก็คือให้ยุบเลิกตําแหน่งที่เกินความจําเปึนและกําหนด ตําแหน่งในส่วนที่มีความจําเปึนตามหลักการวิเคราะห์ปริมาณและคุณภาพของงาน อย่างแท้จริง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรและประชาชน ๔. ก็คือให้มีการปรับ โครงสร้างอํานาจการแต่งตั้งให้เหมาะสม โดยให้ผู้บัญชาการทุกหน่วยมีอํานาจในการแต่งตั้ง ระดับรองผู้บัญชาการลงมาในสังกัดอย่างแท้จริง ๕. การแต่งตั้งเลื่อนตําแหน่ง ในกองบัญชาการใดให้พิจารณาแต่งตั้งจา กข้าราชการตํารวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ในกองบัญชาการนั้นเสียก่อน ทั้งนี้เชื่อว่าหากได้มีการปฏิรูประบบการพิจารณา เลื่อนตําแหน่งและโยกย้ายข้าราชการตํารวจตามแนวทางดังกล่าว จะทําให้ข้าราชการตํารวจ มีขวัญและกําลังใจที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่มองเห็นเส้นทางการเจริญก้าวหน้า ที่เปึนระบบ และเปึนธรรม ลดการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อหาเงินมาวิ่งเต้นซื้อขายตําแหน่ง หรือเอื้อประโยชน์ให้กับผู้มีอิทธิพลต่าง ๆ เพื่อหวังผลในการเลื่อนตําแหน่งจาก อิทธิพลภายนอก

ประเด็นที่ ๓ เรื่องการปฏิรูปงานสอบสวนปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงานตํารวจในการสอบสวนคดีอาญาเปึนปัญหารุนแรงที่มีผลกระทบต่อความเชื่อถือ ของประชาชนที่มีต่อสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่ผ่านมาประชาชนและสื่อมวลชนส่วนใหญ่ จะไม่เชื่อถือหรือเชื่อมั่นว่าเจ้าพนักงานสอบสวนจะปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ สุจริต และให้ความเปึนธรรมแก่ประชาชนได้ อย่างแท้จริง เนื่องจากการปฏิบัติงานมีปัญหา ตั้งแต่การที่บางครั้งพนักงานสอบสวนไม่รับคําร้องทุกข์กล่าวโทษจากประชาชนคนยากจน หรือไม่มีอํานาจ ไม่ดําเนินการสอบสวนนําตัวผู้กระทําความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย หรือส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการทางพฤตินัยไม่ใ ห้รับคําร้องทุกข์ เพื่อลดสถิติคดีอาญาที่เกิดขึ้นจริง

หรือเพื่อที่จะช่วยเหลือผู้กระทําผิดไม่ให้ต้องรับโทษตามกฎหมายอันเปึนการสร้าง ความเดือดร้อนและสร้างความไม่เปึนธรรมแก่ประชาชนด้วยการทําลายหลักนิติธรรม อย่างร้ายแรง จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบงานสอบสวนจนมีเสียงเรียกร้องให้มี การปฏิรูประบบงานสอบสวนจากหลายฝ์าย โดยได้มีการศึกษาและเสนอแนวทางปฏิรูป โดยให้แยกงานสอบสวนคดีอาญาออกจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติไปตั้งเปึนหน่วยงานอิสระ ขึ้นใหม่ ในขณะเดียวกันก็มีความเห็นอีกด้านหนึ่งว่าจําเปึนต้องมีการปฏิรูประบบงาน สอบสวน แต่ยังไม่มีความจําเปึนจะต้องแยกออกไปตั้งเปึนหน่วยงานอิสระโดยไ ม่อยู่ใน สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งความเห็นต่างทั้ง ๒ ฝ์ายยังไม่เปึนที่ยุติ คณะกรรมการจัดทํา แผนปฏิรูปกิจการตํารวจจึงได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาพิจารณาศึกษาด้วยความละเอียด รอบคอบ คํานึงถึงผลดีผลเสีย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแก่ประชาชน เปึนหลัก ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมการได้มีความเห็นโดยสรุปว่าการสืบสวน สอบสวน การปัองกันและปราบปรามเปึนกระบวนการดําเนินการทางคดีอาญาเพื่อทราบข้อเท็จจริง พิสูจน์ความผิดและเอาตัวผู้กระทําผิดมาฟัองลงโทษตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายประมวลวิธี พิจารณาความอาญา ทั้งกระบวนการนี้ไม่สามารถที่ จะแยกออกจากกันโดยเด็ดขาด เพราะอาจที่จะส่งผลเสียหายต่อการดําเนินคดีและส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อคู่กรณี ซึ่งเปึน ผู้ถูกกระทําหรือผู้ต้องหาในคดีด้วย อย่างไรก็ตามสํานักงานตํารวจแห่งชาติต้องปรับเปลี่ยน และปรับปรุงหรือปฏิรูประบบงานสืบสวนและงานสอบสวนให้สามารถทํางานควบคู่กันไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพโดยการทําให้พนักงานสอบสวนมีความเปึนมืออาชีพ มีความเปึนอิสระ มีขวัญกําลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะส่งผลให้การอํานวยความยุติธรรมแก่ประชาชน เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพแท้จริง โดยมีแนวทางในการปฏิรูประบบงานสอบสวนของ สํานักงานตํารวจแห่งชาติโดยสรุปดังนี้ครับ ๑. ก็คือให้มีการเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพ ของพนักงานสอบสวนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนโดยการปรับระบบการประเมิน เพื่อเลื่อนตําแหน่งของพนักงานสอบสวนด้วยการพิจารณาจากคุณภาพของสํานวน การสอบสวนประกอบกับสํานวนปริมาณคดี จํานวนปริมาณคดีที่ได้รับ ไม่ใช่การนับเฉพาะ จํานวนคดีเช่นในปัจจุบัน โดยมีการกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินที่มีความชัดเจน และมีความเปึนธรรม ๒. ก็คือให้มีการแก้ไขคุณสมบัติเฉพาะสําหรับตําแหน่งผู้กํากับการ สถานีตํารวจ ผู้บังคับการและผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติที่มีอํานาจหน้าที่ในการส อบสวน

ว่าจะต้องมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทั้งงานด้านสอบสวนและงานสืบสวน ปัองกันและปราบปราม ๓. ก็คือให้พนักงานสอบสวนต้องรับแจ้งความทุกคดี ผู้กํากับการ สถานีตํารวจและหัวหน้าพนักงานสอบสวนต้องมีส่วนร่วมในการบริหารคดีเพื่อเ ชื่อมโยง ระหว่างการสืบสวนให้ดําเนินการไปอย่างมีประสิทธิภาพกับงานสอบสวน สํานวน การสอบสวนต้องผ่านการตรวจสอบความสมบูรณ์ในการรวบรวมพยานหลักฐานจาก ผู้กํากับการสถานีตํารวจและให้หัวหน้าพนักงานสอบสวนเปึนผู้มีความเห็นสั่งคดีในสํานวน การสอบสวน โดยต้องมีการดําเนินการแก้ไขก ฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้มี ความสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติดังกล่าว ๔. ให้กําหนดเส้นทางการเจริญเติบโตให้กับ พนักงานสอบสวนให้สามารถเลื่อนไหลไปได้ถึงตําแหน่งพนักงานสอบสวน ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เทียบระดับผู้บังคับการ โดยกําหนดตําแหน่งพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญคือเทียบ ระดับ รองผู้บังคับการไว้ในระดับกองกํากับการ และกําหนดตําแหน่งพนักงานสอบสวน ผู้เชี่ยวชาญพิเศษเทียบระดับผู้บังคับการไว้ในระดับกองบัญชาการ โดยในสถานีตํารวจ กําหนดให้พนักงานสอบสวนสามารถเลื่อนไหลจากตําแหน่งพนักงานสอบสวน เทียบรองสารวัตรขึ้นไปจนถึงพนักงานสอบสวนผู้ทรงคุ ณวุฒิเทียบระดับผู้กํากับการ และ ๕. จัดให้มีชุดฝ์ายสืบสวนในคดีอาญาทําหน้าที่สืบสวนเฉพาะคดีที่เกิดเหตุ คือสืบสวน หลังเกิดเหตุเพื่อแสวงหาพยานหลักฐานให้ทราบตัวผู้กระทําผิดและติดตามจับกุมผู้กระทําผิด มาดําเนินคดี

เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวน เมื่อได้มีการปฏิรูประบบงานสอบสวน ตามแนวทางดังกล่าวแล้วพนักงานสอบสวนก็จะมีความเปึนอิสระและปลอดจาก การแทรกแซงในการจัดทําคดี เพราะหัวหน้าพนักงานสอบสวนจะเปึนผู้พิจารณาสั่งคดี ไม่ใช่หัวหน้าสถานีตํารวจ โดยหัวหน้าสถานีตํารวจจะเปึนเพียงผู้บริหารคดี บูรณาการ ระหว่างงานสืบสวนและสอบสวนเท่านั้น จึงมั่นใจได้ว่าสํานวนการสอบสวนจะมีการสั่งการ ด้วยความถูกต้องมากขึ้น อันจะเปึนการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในการรักษา ความยุติธรรมให้กับประชาชนได้เปึนอย่างดี

ประเด็นหลักประเด็นที่ ๔ คือเรื่องการถ่ายโอนภารกิจไปให้หน่วยงานที่มี ภาระหน้าที่โดยตรงรับไปดําเนินการเพื่อแบ่งเบาภาระของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ประเด็นนี้ เปึนเรื่องที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้รับเอางานซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการอื่น มาดําเนินการเสียเอง ทําให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติต้องจัดสรรทั้งอัตรากําลัง งบประมาณ และทรัพยากรเข้าสนับสนุน ทําให้ไม่สามารถปฏิ บัติหน้าที่ซึ่งเปึนภารกิจตามกฎหมาย อันได้แก่ การรักษาความปลอดภัยสําหรับองค์พระมหากษัตริย์ รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ การปัองกันและปราบปรามการกระทําความผิดทางอาญา รักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของราชอาณาจักร ซึ่งเปึนภารกิจที่มีขอบเขต อํานาจหน้าที่กว้างขวางได้อย่างเต็มที่ เห็นสมควรถ่ายโอนภารกิจที่ส่วนราชการหรือ หน่วยงานอื่นมีหน้าที่โดยตรงไปให้หน่วยงานดังกล่าวรับไปดําเนินการดังนี้ ๑. ก็คือถ่ายโอน ภารกิจด้านการอํานวยความสะดวกและความปลอดภัยในการบังคับใช้กฎหมายในงานจราจร ไปให้กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์การบริหารท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมเช่น เทศบาลดําเนินการ ๒. ก็คือถ่ายโอนภารกิจด้านการปัองกันและปราบปรามการกระทําผิด เกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมดําเนินการ ๓. ถ่ายโอนภารกิจด้านการอํานวยความสะดวกและความปลอดภัย ในงานท่องเที่ยวไปให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาดําเนินการ ๔. ถ่ายโอนภารกิจ ด้านการอํานวยความสะดวกและบริหารจัดการงานจราจรในพื้นที่ทางหลวงไปให้ กระทรวงคมนาคมดําเนินการ ๕. ถ่ายโอนภารกิจด้านการอํานวยความสะดวก ความปลอดภัยในงานรถไฟไปให้การรถไฟแห่งประเทศไทยดําเนินการ ๖. ถ่ายโอนภารกิจ

ด้านปัองกันและปราบปรามการกระทําความผิด รักษาความสงบในเขตน่านน้ําไทย ของตํารวจน้ําไปให้กระทรวงคมนาคมดําเนินการ ๗. ถ่ายโอนภารกิจด้านการตรวจคน เข้าเมืองไปให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม หรือกระทรวงการต่างประเทศ ดําเนินการ นอกจากนี้ยังมีภารกิจอื่นที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติเข้าไปร่วมปฏิบัติงาน กับหน่วยงานอื่น แล้วสมควรถ่ายโอนภารกิจดังกล่าวไปให้หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงดังนี้ ๑. ถ่ายโอนภารกิจด้านปัองกันและปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ไปให้สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีดําเนินการ ๒. ถ่ายโอนภารกิจด้านการปัองกันและปราบปรามการกระทําผิดเกี่ยวกับอาหารและยา ไปให้กระทรวงสาธารณสุขดําเนินการ ๓. ถ่ายโอนภารกิจด้านการปัองกันและปราบปราม อาชญากรรมที่เกี่ยวกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไปให้สํานักงานมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมดําเนินการ ๔. ถ่ายโอนภารกิจ ด้านการปัองกันและปราบปรามการกระทําผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ไปให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารดําเนินการ ทั้งนี้การถ่า ยโอน ภารกิจต่าง ๆ จะต้องเปึนไปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจและการบริหาร ราชการแผ่นดิน และต้องไม่ก่อให้เกิดช่องโหว่ในการปฏิบัติราชการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ โดยให้หน่วยงานที่รับโอนภารกิจมีอํานาจทั้งงานสืบสวนและสอบสวน แต่ทั้งนี้ไม่ตัดอํานาจ ของหน่วยงานตํารวจในการสืบสวน จับกุมการกระทําความผิดต่าง ๆ ที่มีโทษทางอาญา ในภารกิจที่โอนไปแล้ว โดยกําหนดให้เจ้าหน้าที่ตํารวจต้องส่งตัวผู้กระทําความผิด ไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทําการสอบสวนและดําเนินคดีต่อไป หากหน่วยงาน ที่รับโอนภารกิจดังกล่าวยังไม่มีความพร้อมในเรื่องของการสอ บสวนดําเนินคดีอาจเสนอให้ รัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมายของหน่วยงานนั้น แต่งตั้งพนักงานฝ์ายปกครองเพื่อช่วยทํา หน้าที่พนักงานสอบสวนตามกฎหมายที่ได้รับโอนภารกิจมาจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติก็ได้

สําหรับประเด็นที่ ๕ ในเรื่องอื่น ๆ นั้นเปึนประเด็นสุดท้ายนอกเหนือจาก ประเด็นหลักทั้ง ๔ ประเด็นที่กระผมได้นําเสนอไปแล้ว ประเด็นนี้ได้รวมเรื่องที่จําเปึนต้อง ปรับปรุงเพื่อให้การปฏิรูปกิจการตํารวจมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ซึ่งผมจะขออนุญาตสรุปสั้น ๆ ดังต่อไปนี้ เรื่องแรกที่สุดเปึนเรื่องการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกิจการตํารวจ คณะกรรมการได้เสนอให้ ก.ต.ช. นําประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑๑/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ที่กําหนดให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ จัดระบบบริหารการปฏิบัติงานด้านการปัองกันและปราบปรามการกระทําความผิดทางอาญา การรักษาความสงบเรียบร้อย และการรักษาความปลอดภัยของประชาชนให้เหมาะสมกับ ความต้องการของแต่ละท้องถิ่นและชุมชน โดยต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กร ภาคเอกชนมีส่วนร่วมทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบาย งบประมาณ และอาสาสมัคร ตลอดจน ติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานของตํารวจ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการที่ ก.ต.ช. กําหนด โดยให้ ก.ต.ช. รับไปพิจารณาดําเนินการโดยเร็ว พร้อมกันนี้ก็เสนอให้ ก.ต.ช. พิจารณา ปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตํารวจหรือ กต.ตร. ซึ่งเปึนองค์กรที่มุ่งส่ งเสริมให้ประชาชนมีบทบาทและภารกิจในการมีส่วนร่วม ตรวจสอบการใช้อํานาจของรัฐให้มีความเหมาะสมและมาจากภาคประชาชนอย่างแท้จริง โดยควรเปึนที่ยอมรับและเปึนตัวแทนที่มาจากองค์กรซึ่งมิใช่ปัจเจกบุคคล เรื่องที่ ๒ เรื่อง การจัดระบบงานนิติวิทยาศาสตร์ซึ่งเปึนงานสนับสนุนการปฏิ บัติหน้าที่ของหน่วยปฏิบัติ ในพื้นที่ และที่ผ่านมาพบว่าความไว้วางใจของประชาชนต่องานนิติวิทยาศาสตร์ของตํารวจ ค่อนข้างจะมีน้อย ในบางคดีก็จะมีการเรียกร้องให้หน่วยงานอื่น หรือบุคคลอื่นเข้ามา ตรวจสอบด้วย เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความเปึนธรรม ซึ่งในส่วนนี้คณะกรรม การ ได้เสนอให้มีการปรับปรุงองค์กรและระบบงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ให้มีความเข้มแข็ง มีความทันสมัย มีความเปึนมืออาชีพ และสร้างขวัญกําลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน ด้วยการกําหนดให้บุคลากรในสายตรวจพิสูจน์หลักฐานสามารถที่จะเจริญเติบโตในหน้าที่ โดยเลื่อนไหลไปถึงระดับผู้เ ชี่ยวชาญพิเศษ คือเทียบระดับผู้บังคับการเช่นเดียวกับ พนักงานสอบสวน และสร้างความชํานาญในตําแหน่งด้วยการกําหนดให้ผู้ที่จะได้รับ การแต่งตั้ง เลื่อนตําแหน่งต้องมีคุณวุฒิและประสบการณ์ในงานพิสูจน์หลักฐานด้วย เรื่องที่ ๓ คือเรื่องการปัองกันการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเมื่อมีการสร้าง

ระบบการแต่งตั้ง เลื่อนตําแหน่งและโยกย้ายสับเปลี่ยนตําแหน่งที่เปึนธรรม โดยยึด หลักอาวุโสประกอบความรู้ความสามารถ โดยลดการใช้ดุลยพินิจในการอ้างความเหมาะสม แล้วปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันก็น่าจะลดล งไปได้ส่วนหนึ่ง ทั้งนี้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ จะต้องมีการปลูกจิตสํานึกของข้าราชการตํารวจให้มีความรักในอาชีพ ในองค์กร และอุดมคติ ของตํารวจด้วย เรื่องที่ ๔ คือเรื่องการปรับปรุงระบบงบประมาณของตํารวจ รวมทั้งเรื่อง สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น เงินเดือน ค่าตอบแทน ให้สอดคล้องและเพียงพอต่อการปฏิบัติ หน้าที่ได้อย่างมีเกียรติ การจัดสรรงบประมาณด้านปัองกัน ปราบปรามและสอบสวน ให้เพียงพอต่อการปฏิบัติภารกิจหลัก และให้งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรนั้นลงไปถึง สถานีตํารวจอย่างแท้จริง เรื่องที่ ๕ คือเรื่องการสร้างกลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อํานาจ ของเจ้าหน้าที่ตํารวจในกรณีที่ประชาชนร้องขอความเปึนธรรม เปึนเรื่องที่คณะกรรมการ จัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจเห็นว่ามีความสําคัญ และเห็นควรเสนอให้มีการตรากฎหมาย และจัดตั้งองค์กรที่เรียกว่าคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์เกี่ยวกับตํารวจที่มี ความเปึนอิสระ ไม่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของสํานักงานตํารวจแห่งชาติขึ้น

เพื่อทําการพิจารณาตรวจสอบการใช้อํานาจและการปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจ หรือผู้ซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยสาธารณะ รวมทั้งผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากตํารวจให้ปฏิบัติงานดังกล่าว ซึ่งโดยสภาพอาจกระทบ ต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้เกี่ยวข้องได้เสมอ

ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดนี้คือข้อเสนอของคณะกรรมการจัดทําแผน ปฏิรูปกิจการตํารวจ ซึ่งหากได้มีการดําเนินการตามข้อเสนอดังกล่าว คณะกรรมการก็เชื่อว่า จะเกิดผลลัพธ์ที่จะเปึนประโยชน์หลายประการคือ ประการแรก ขอบเขตอํานาจหน้าที่ของ สํานักงานตํารวจแห่งชาติในการดูแล รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ความปลอดภัย ในชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน และการอํานวยความยุติธรรมทางอาญา รวมทั้งภารกิจอื่น ที่เปึนภารกิจหลักของสํานักงานตํารวจแห่งชาติจะมีความชัดเจน มีความถูกต้องเหมาะสม และเปึนประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้น ๒. ระบบการบริหารงานของสํานักงานตํารวจ แห่งชาติจะมีความเปึนเอกภาพ มีความอิสระ มีความคล่องตัว และลดการแทรกแซงจากทาง การเมือง หรืออํานาจอิทธิพลภายนอก อันจะทําให้เกิดธรรมาภิบาลในการบริหารงานบุคคล และการบริหารจัดการงานยุติธรรมขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๓. ประชาชนจะได้รับ บริการจากหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของสํานักงานตํา รวจแห่งชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความเปึนธรรมมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เกิดความเปึนระเบียบในสังคมและ ชุมชน อันจะเปึนประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง และประการที่ ๔ จะส่งผลกระทบให้การเลือกตั้งมีความบริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น เพราะตํารวจไม่ต้องเข้าไป เลือกฝ์าย หรือเข้าไปช่วยเหลือในการเลือกตั้ ง เมื่อมีการกระทําผิดซื้อสิทธิ ขายเสียง ก็จะสามารถเข้าไปดําเนินการได้อย่างตรงไปตรงมา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านที่ปรึกษาและคณะกรรมการ จัดทําแผนปฏิรูปตํารวจทุกท่านที่ได้กรุณาสละเวลามาร่วมจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ จนสามารถนําเสนอเปึนรายงานได้ในครั้งนี้ กระผมและคณะกรรมการทุกท่านต่างตระหนักดีว่า ข้อเสนอในการปฏิรูปกิจการตํารวจด้วยระยะเวลาอันจํากัดนี้ อาจจะยังไม่ตรงใจ ไม่จุใจ หรือไม่ถูกใจท่านสมาชิก ซึ่งคณะกรรมการพร้อมที่จะน้อมรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะและ ข้อวิจารณ์เพื่อนําไปปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะดําเนินการต่อไป ผมขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานและท่านสมาชิกครับ ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกได้รับทราบแนวทางการปฏิรูปกิจการตํารวจแล้วนะครับ ต่อไปผมขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความเห็นได้โดยใช้เวลาท่านละไม่เกิน ๕ นาที ขอเริ่มจากคุณเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล ครับ

นายเดชฤทธิ์ ปัญจะมูล 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม เดชฤทธิ์ ปัญจะมูล จังหวัดปราจีนบุรี ท่านประธานที่เคารพครับ ได้ศึกษาจากรายงานของคณะกรรมการปฏิรูป กิจการของตํารวจค่อน ข้างจะละเอียดพอสมควร ก็กราบเรียนว่าค่อนข้างจะตรงใจ แล้วก็ถูกใจแต่ว่าไม่ทั้งหมด เกือบจะครบถ้วนนะครับ ในฐานะที่เกือบ ๔๐ ป้ครับ ผมได้อยู่ กิน หลับ นอน ทํางานอย่างใกล้ชิดกับตํารวจ ไม่ว่าจะเปึนตํารวจภูธรหรือตํารวจ ตระเวนชายแดนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นจึงได้มีการซึมซับแล้วก็เข้าใจชีวิตของตํารวจ เปึนอย่างดีพอสมควร แน่นอนครับในสังคมไม่ว่าจะเปึนสังคมใดก็ตามแต่ มีทั้งดี ทั้งชั่ว คละเคล้ากันไป แต่ถ้าสังคมใดนั้นมีแต่ความดีเปึนส่วนใหญ่ มีความชั่วอยู่บ้าง สังคมนั้น ก็พอจะอยู่ได้ เพราะฉะนั้นจากการที่คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจได้กรุณา ทํารายงานตรงนี้มาก็ค่อนข้างจะสมบูรณ์นะครับ แต่ว่ามีประเด็นที่พี่น้องตํารวจซึ่งอยู่ใกล้ชิด กับผม แล้วก็พี่น้องประชาชนบางท่านก็ได้ให้ความคิดเห็นที่จะสะท้อนไปยังคณะกรรมการ จัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจด้วย นั่นก็คือว่าตํารวจที่ดี ๆ ก็มี น่าเห็นใจก็มีเยอะครับ

ยกตัวอย่างเช่นตํารวจจราจรหกโมงเช้ามาต้องขี่มอเตอร์ไซค์แล้วก็ไปโบกรถตามสี่แยก ตามหน้าโรงเรียน ในขณะที่ตํารวจคนนั้นก็มีลูก แต่ลูกของเขาเองซึ่งอยู่ในบ้านยังไม่ได้ไปที่ โรงเรียนเลย ใครจะดูแลลูกของเขาซึ่งอยู่ในบ้านซึ่งจะต้องไปโรงเรียนเหมือนกัน ตรงนี้คงเปึน เรื่องของสวัสดิการของตํารวจเดี๋ยวจะนําเรียนในโอกาสต่อไป ส่วนระบบของตํารวจ ในนั้นที่นําเรียนมาคงจะต้องแก้กันด้วยระบบของมันเอง เพราะว่าเปึนต้นทางของ ความยุติธรรม การจัดระบบนั้นตามรายงานก็บอกว่าการเมืองไม่แทรกแซง ปลอดจาก อิทธิพลของการเมืองอันนี้ก็เห็นด้วย ส่วนเรื่องของการถ่ายโอนภารกิจซึ่งคณะกรรมการ จัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ ไม่แตะอีก ๒ เรื่อง นั่นก็คือตํารวจราชสํานักกับ ตํารวจตระเวนชายแดน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่าน พลตํารวจเอก วสิษฐท่านก็เคยเขียนไว้ ในหนังสือพิมพ์มติชนว่าท่านเปึนนายตํารวจราชสํานัก แล้วก็กลับไปอยู่ที่ตํารวจ ก็เหมือนกับถูกแช่แข็ง ตรงนี้ทําอย่างไรที่จะให้ตํารวจราชสํานักมีแท่งของตัวเองขึ้นมา แล้วก็เจริญเติบโตในสายงานตรงนี้นะครับ เพราะว่าตามนี้มี พ.ร.บ. ป้ ๒๔๙๕ มีทั้งหมด ๑๒ มาตรา แล้วก็ขึ้นอยู่กับการรับฟังคําสั่งของสมุหราชองครักษ์ ทําอย่างไรที่จะให้แท่งนี้ เติบโตในสายงานของตัวเองขึ้นมาเหมือนกับพนักงานสอบสวนซึ่งท่านกําลังจะดําเนินการ ขณะนี้ ส่วนเรื่องของ ตชด. ซึ่งเปึนหน่วยงานที่มีธงชัยประจํากองเหมือนกันกับธงชัยเฉลิมพล ของหน่วยทหาร ตรงนี้ผมได้ทํางานร่วมกันกับ ตชด. มาก่อนทราบและเข้าใจเขาดีว่า เขาทํางานอยู่กับป์าอยู่กับเขาแล้วก็ทํา ๓ มิติ นั่นก็คือทําหน้าที่ปัองกันประเทศเหมือนกับทหาร บริการประชาชนเหมือนกับข้าราชการพลเรือน แล้วก็ปัองกันและปราบปรามอาชญากรรม เหมือนกันกับตํารวจภูธร ตํารวจนครบาลเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ทําให้เขาเติบโต เข้ามาในแท่งของเขาเองได้ไหมครับ เพราะว่าในปัจจุบันนี้พอนายตํารวจที่จบออกมาถึงปุ็บ ไม่คิดที่จะลงเปึน ตชด. คิดที่จะไปเปึนนายเวร เพราะการเปึนนายเวรนั้นมันหมายถึง การก้าวหน้าในชีวิตรับราชการ แล้วก็เติบโตเร็ว ขั้น ยศ ตําแหน่งดีขึ้นมาก อีกอันหนึ่ง ที่พูดถึงกันมานั่นก็คือในเรื่องของอยากจะให้เปึนระบบของประเทศสหรัฐอเมริกา ตํารวจ ระบบนั้นซึ่งมีอํานาจในการจับกุม ผมก็พิจารณาดูว่าไม่น่าจะเปึนไปได้ เพราะว่าระบบตํารวจ ของเราสืบทอดกันมานานนั่นก็คือเปึนพนักงานสอบสวน เพราะฉะนั้นการเปึน พนักงานสอบสวนซึ่งก็มีความหวังว่าอยากจะก้าวหน้าในชีวิตรับราชการเหมือนกัน ในชีวิตตํารวจนั้นก็จะมี ๒ ด้าน นั่นก็คือสืบสวนสอบสวนแล้วก็ปราบปรามอาชญากรรม

เพราะฉะนั้นการสืบสวนสอบสวนนั้นก็เหมือนกับถ้าจับพู่กันก็เหมือนกับจอมกวี ถ้าจับกระบี่ ก็เหมือนกับเปึนจอมยุทธ เพราะฉะนั้นพนักงานสอบสวนก็เหมือนกับการที่เปึน พนักงานสอบสวนทําสํานวนส่งฟัองศาล ศาลไม่ยกฟัองแล้วสั่งลงโทษ การปราบปราม ซึ่งเหมือนกับจอมยุทธ จับกระบี่แล้วเหมือนจอมยุทธนั่นก็หมายถึงว่าจับได้รวดเร็วทันใจ ปะ ฉะ ดะ จับได้ทันที ตรงนี้ก็เรียกว่าเปึนจอมยุทธ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมอยากจะให้ คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ ได้กรุณาเพิ่มเติมในเรื่องของสวัสดิการ และขณะเดียวกันในเรื่องของการเลื่อน ลด ปลด ย้าย พิจารณาให้เปึนไปด้วยระบบ ธรรมาภิบาล แล้วก็ได้รับความเปึนอิสระ ปลอดจากการเมืองตั้งแต่เปึนพลตํารวจเข้าไปสู่ ในระดับประทวน จากนายร้อยขึ้นไปสู่รองสารวัตร ขึ้นไปสู่ระดับสารวัตร หรือเปึนรองผู้กํากับ ผู้กํากับ ให้มีมาตรฐาน มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ตรงนี้ผมเชื่อว่าระบบของตํารวจน่าจะเปึนที่พึ่ง เปึนที่อบอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชนได้ครับ กราบขอบพระคุณครับ

ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง 🔗

เชิญ พลตํารวจโท อาจิณ โชติวงศ์ ครับ

พลตํารวจโท อาจิณ โชติวงศ์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม พลตํารวจโท อาจิณ โชติวงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูป ลําดับ ๒๔๑ ผมเห็นด้วยกับทัศนะ มุมมองต่อสภาพปัญหาของคณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ ไม่ว่าจะเปึน เรื่องการแทรกแซงทางการเมืองที่จะใช้ตํารวจทางด้านหน่วยงานและตัวบุคคลเปึนเครื่องมือ ในการแสวงหาอํานาจและผลประโยชน์ด้านต่าง ๆ ปัญหาการวิ่งเต้น ปัญหาการซื้อขาย ตําแหน่งอันเปึนรากเหง้าของการทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาระบบงานสอบสวนที่ไม่สามารถ ให้ความเปึนธรรมกับประชาชนได้อย่างทั่วถึงและขาดความโปร่งใส ตลอดจนปัญหาเกี่ยวกับ ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของตํารวจที่บางเรื่องสมควรถ่ายโอนไปให้หน่วยงานอื่น

รวมทั้งปัญหาด้านอื่น ๆ ที่คณะกรรมการได้เสนอไว้นะครับ ประเด็นแรก ในเรื่องที่เปึน ความเปึนอิสระจากการแทรกแซงทางการเมืองนั้นผมเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาที่เสนอให้มี การปรับปรุงโครงสร้าง องค์ประกอบ และอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ก.ตร. และคณะกรรมการ ก.ต.ช. โดยให้คณะกรรมการ ก.ต.ช. นั้นมีหน้าที่ในการกําหนดนโยบาย และตัดอํานาจในการแต่งตั้ง ผบ.ตร. แล้วก็เน้นบทบาทของ ก.ตร. เน้นไปทางด้านการสร้าง หลักเกณฑ์ วิธีการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลด้านต่าง ๆ ของตํารวจ รวมทั้งวิธีการ แต่งตั้ง ผบ.ตร. ที่จะเสนอให้ตํารวจทั่วทั้งประเทศนั้นมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ที่สมควรจะเปึน ผบ.ตร. ผมว่าในประเด็นนี้น่าจะเปึนแนวทางหนึ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่น ความภาคภูมิใจ ความกล้าในการปฏิบัติหน้าที่ของ ผบ.ตร. ที่เหมาะที่ควรได้มากขึ้น แต่ตรงนี้ก็ควรจะต้อง ระวังนิดหนึ่งในเรื่องที่อาจจะเกิ ดเรื่องของการหาเสียงหรือเรื่องการเมืองที่จะเข้ามาสู่ ตํารวจได้ แต่ก็เปึนแค่ข้อควรระวังเท่านั้นเอง และผมเห็นต่อไปนะครับว่าในเรื่องนี้ ถ้าจะให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในเรื่องการแทรกแซงทางการเมือง อํานาจของนายกรัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ตามมาตรา ๑๑ (๔) และ (๕) ที่ให้อํานาจนายกรัฐมนตรีในการสั่งให้ตํารวจไปปฏิบัติราชการสํานักนายกรัฐมนตรีได้ ตรงนี้ถ้าตัดออกได้สําหรับตํารวจก็จะทําให้การปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ตร. นั้นมีความมั่นคงมากขึ้น หรืออย่างน้อยที่สุดก็ให้มีการถ่วงดุลการพิจารณาในเรื่องดังกล่าว โดยให้ ก.ตร. ซึ่งเปึนองค์กรกลางที่คอยแต่งตั้งตํารวจหรือ ผบ.ตร. อยู่นั่นแหละครับเปึนผู้ร่วมพิจารณา ก็น่าจะทําให้เปึนหลักประกันการทํางานของ ผบ.ตร. ได้ดีขึ้นครับ ในเรื่องต่อไปนะครับ ในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตํารวจ เห็นด้วยนะครับที่จะกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการแต่งตั้งที่ชัดเจน โปร่งใสและเปึนธรรมไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้นําระบบอาวุโสมาใช้เปึนหลัก ถ้าจะแต่งตั้งข้ามอาวุโสต้องมีเหตุผลและความจําเปึน ที่มีน้ําหนัก โดยดูจากความรู้ความสามารถและผลงานมาประกอบ สิ่งนี้ถ้าทําให้เปึนรูปธรรม และชัดแจ้งได้ก็จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง และถ้าเปึนไปได้ผมเห็นเพิ่มเติมว่าในประเด็นนี้ ถ้าตัดอํานาจของ ก.ตร. ตัดอํานาจของ ผบ.ตร. ตัดอํานาจของผู้บัญชาการที่กฎหมาย บัญญัติให้มีอํานาจในการยกเว้นหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขต่าง ๆ เปึนกรณีพิเศษเฉพาะราย ออกไปได้ด้วย ผมว่าจะทําให้การวิ่งเต้นลดน้อยลงและเปึนการสร้างระบบคุณธรรมให้มากขึ้น ต่อไปในเรื่องการปฏิรูปงานสอบสวนนะครับ ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมการที่เสนอให้มี

การจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ โดยเฉพาะที่ให้มีการรับแจ้งความ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ การพัฒนาระบบการประเมินเลื่อนชั้น เลื่อนตําแหน่งในลักษณะที่เปึนรูปธรรมและมีคุณภาพ การกําหนดเส้นทางเติบโตในตําแหน่งสายงานสอบสวนที่ชัดเจนอันเปึนการเพิ่มคุณภาพของ พนักงานสอบสวน การให้มีพนักงานสอบสวนในระดับเทียบรองผู้บังคับการ เทียบระดับ ผู้บังคับการ ซึ่งต่อไปเราก็คงจะมีพนักงานสอบสวนระดับจังหวัดครับ ปกติเรามีแค่ ระดับอําเภอเท่านั้นเอง ถ้าผมต้องเทียบเคียงก็จะไปเทียบกับอัยการจังหวัดกับศาลจังหวัด อย่างนี้เปึนต้น ก็จะทําให้มีคุณภาพและมีความรับผิดชอบที่มากขึ้น การให้มีการทํางาน ร่วมกันระหว่างงานสืบสวนสอบสวน ตลอดจนการติดตามรายงานความคืบหน้าของคดี ทั้งหมดนี้ผมเห็นว่าน่าจะเปึนการปฏิรูประบบงานสอบสวนที่จะทําให้เพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ และความเปึนธรรมขึ้นมาได้ จะสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ ความเชื่อถือ ที่ได้รับจากประชาชนได้มากขึ้น ส่วนการถ่ายโอนภารกิจก็เช่นกันครับให้หน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้อง ผมเห็นว่าถูกต้องและเหมาะสมแล้วครับ เปึนการแบ่งเบาภาระความรับผิดชอบ ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมาทําหน้าที่เปึนเจ้ำภาพเกือบทุกเรื่องเลยครับ ไม่ว่าความผิดตามกฎหมายฉบับไหนต้องเปึนเจ้าภาพรับผิดชอบหมด สมควรให้หน่วยงานอื่น ที่มีหน้าที่ มีความรู้ มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ รับไปครับ แต่อย่างไรก็ตามคงต้องคํานึงถึงกรณีที่ต้องมีเจ้าภาพในบางเรื่องซึ่งเปึนความผิดในแต่ละบท แต่ละกระทงนี่จะมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอยู่หลายหน่วยงาน คงต้องคํานึงถึงระบบการที่ต้องมี เจ้าภาพและความพร้อมของหน่วยงานที่จะต้องรับผิดชอบ ส่วนเรื่องอื่น ๆ นอกนั้นผมเห็นว่า จะทําให้มีการปฏิรูปตํารวจให้มีประสิทธิภาพ เปึนธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุด กับประชาชนและสังคมโดยส่วนรวมได้มากขึ้นครับ ขอบพระคุณมากครับ

ต่อไปเชิญ พลตํารวจตรี ปรีชา สมุทระเปารยะ ครับ

พลตํารวจตรี ปรีชา สมุทระเปารยะ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม พลตํารวจตรี ปรีชา สมุทระเปารยะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัว ก่อนนะครับว่าผมไม่มีอคติหรือผิดหวั งในการที่เกี่ยวกับอดีตในการรับราชการ ขออนุญาต แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาในฐานะอดีตตํารวจที่รักของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และอยากเห็นอาชีพตํารวจถ้าอยู่ในแถวก็จะเปึนอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีมากกว่าที่สังคม มองตํารวจอยู่ในปัจจุบันครับ ผมตระหนักดีอยู่แล้วว่าตํา รวจเปึนผู้ที่มีต้นทุนทางสังคม ค่อนข้างต่ํา จึงไม่ค่อยได้ใช้โอกาสในการอภิปรายแสดงความคิดเห็นมาก แต่วันนี้จําเปึนต้อง ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปตํารวจ ชีวิตรับราชการตํารวจของผม เริ่มตั้งแต่เปึนพลตํารวจสํารองพิเศษจนมาเกษียณอายุราชการที่ยศพลตํารวจตรี ในตําแหน่งผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดพังงา ช่วงรับราชการก็ได้รับราชการมาเกือบครบ ทุกตําแหน่ง มีประสบการณ์พอที่จะให้ความเห็นส่วนตัวว่าการปฏิรูปตํารวจในประเด็น ที่เกี่ยวข้องที่สําคัญ ๆ ก็เกี่ยวกับเรื่องอํานาจการสอบสวน ที่อยากจะเสนอแนะก็คือว่า จากที่เปึนอยู่ในปัจจุบั นควรปรับปรุงงานสอบสวนโดยการติดตั้งกล้องเพื่อบันทึกภาพ และเสียงในการสอบสวนทุกสถานีตํารวจ ซึ่งในปัจจุบันพนักงานสอบสวนก็มีการดําเนินการ อยู่แล้ว แต่เฉพาะคดีเด็กและเยาวชน ซึ่งจริง ๆ แล้วน่าที่จะทําในลักษณะเดียวกันนี้ทุกคดี ทั้งนี้เพื่อเปึนการยกระดับมาตรฐานของงานสอบสวนขึ้นมาและเพื่อเปึนหลักประกันของ ประชาชนในการที่จะได้รับความเปึนธรรม ทั้งนี้ การบันทึกภาพและเสียงในการสอบสวน จะช่วยปัองกันการปัดไม่รับคดี ประชาชนจะได้รับความเปึนธรรมเพราะสามารถนําไปเปึน พยานหลักฐานยืนยันในชั้นศาลได้ เพื่อปัองกันพยานกลับคําให้การ และเพื่อปัองกันการค้า สํานวนอีกส่วนหนึ่ง ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะอยู่กับตํารวจหรือแยกเปึนอิสระก็ตาม ซึ่งความเห็นส่วนตัวของผมผมเห็นต่างจากกรรมาธิการ โดยเห็นควรว่าน่าที่จะแยกออกจาก สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ด้วยเหตุผลที่ว่าพนักงานสอบสวนเปึนตําแหน่งที่ระบุอยู่ใน ป.อาญา และ ป.วิ.อาญา มีอํานาจหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐาน สืบสวนสอบสวน คดีอาญาทั้งหลายทั้งปวง จริง ๆ แล้วตํารวจมีหน้าที่ตั้งแต่การจับกุม การสอบสวน

และให้ความเห็นทางคดีในเบื้องต้น ซึ่งอํานาจทั้ง สามนี่ถ้าหากรวมกันอยู่ในที่เดียวกัน ดูจะมีอํานาจมากเกินไป ถ้าหากว่าได้คนที่ดีมาทํางานก็จะไม่ค่อยเปึนปัญหา แต่ถ้าหากว่า มีอคติมีอะไรต่ออะไรอาจจะใช้อํานาจไปในทางที่บิดเบี้ยวออกไปได้ ในส่วนงานสอบสวน ที่จะต้องแยกออกไปนั้น ผมมีความเห็นว่าตํารวจจะอยู่ในแถวได้มากขึ้น เพราะว่าการกระทํา ที่ฝ์าฝ๋นกฎหมายก็จะมีน้อยลง เพราะเหตุที่ว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้อยู่กับตํารวจ ไม่มีใคร คอยช่วยเหลือในการที่จะกระทําความผิดหรือละเมิดกฎหมาย อาทิเช่น การเก็บส่วยต่าง ๆ การซ้อมผู้ต้องหา รวมไปถึงการอุ้มผู้ต้องหาไปไว้ในเซฟ เฮาส์ (Safe house) หรือแม้กระทั่ง หายสาบสูญไป เหตุการณ์ที่ตํารวจกล้าทําดังกล่าว

เพราะว่ามีพนักงานสอบสวนซึ่งจะต้องเปึนผู้รับคดีคอยช่วยเหลือตามคําสั่งของผู้บังคับบัญชา หรือผู้ที่มีอํานาจเหนือสํานั กงานตํารวจแห่งชาติ ต้องยอมรับครับว่าพนักงานสอบสวน ที่ทําสํานวนนี่สามารถนําพยานหลักฐานที่เปึนคุณหรือเปึนโทษให้กับผู้ต้องหา จะนําเข้าไป ในสํานวนหรือจะชักออกมาก็สามารถที่จะทําได้นะครับ การที่รู้ตัวผู้กระทําความผิดก็อาจจะ ทําให้ไม่รู้ตัวผู้กระทําความผิดก็ได้อีกหลาย ๆ ประการซึ่งเกิดขึ้น ทั้งนี้เมื่อสํานวน การสอบสวนผิดเพี้ยนออกไปก็จะทําให้เกิดความเสียหายต่าง ๆ นานา จริง ๆ แล้วยังมีเรื่อง อีกมากมายที่น่าจะต้องพูด แต่ว่าเมื่อเวลาหมดไปลักษณะเช่นนี้ก็มีเรื่องสําคัญ ๆ อีก ๒-๓ ประการนะครับ ก็คือว่าการที่งานสอบสวนยังไม่สามารถแยกออกไ ปจาก สํานักงานตํารวจแห่งชาตินี่ก็เพราะว่ามันยั งมีเรื่องค้างคากันอยู่อีกมากมาย อาทิเช่น เรื่องการกวาดล้างยาเสพติดมีผู้ที่เสียชีวิตจากเรื่องเหล่านั้นเปึนจํานวนมากมาย มีทั้งผู้ที่ เกี่ยวข้องจริงและไม่จริง ถ้าหากแยกงานสอบสวนออกมาคดีต่าง ๆ เหล่านั้นยังไม่ขาด อายุความก็อาจจะมีคนเดือดร้อนจากเรื่องดังกล่าวได้ ก็อาจจะเปึนเหตุผลส่วนหนึ่ง ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติยังต้องยื้อเรื่องดังกล่าวนี้ไว้ในอํานาจ ขอขอบคุณครับ

คุณศานิตย์ นาคสุขศรี ครับ

นายศานิตย์ นาคสุขศรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ และท่านสมาชิกทุกท่านครับ กระผม นายศานิตย์ นาคสุขศรี สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติจากจังหวัดสระแก้ว ผมมีความเห็นด้วยอย่างยิ่งกับคณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูป กิจการตํารวจนะครับ ประการแรกกิจการตํารวจนี่ผมถือว่าเปึนองค์กรที่ใหญ่นะครับ นับได้ว่าเปึนกองทัพกองทัพหนึ่งก็ได้ แต่ในความเปึนจริงแล้วตํารวจนั้นมีความใกล้ชิดกับ ประชาชนมากกว่ากองทัพ เพราะฉะนั้นตํารวจนี่สามารถจะสร้างความสงบสุข หรือจะก่อให้เกิดความทุกข์ให้แก่ประชาชนได้ทุกมิติ อันนี้ผมถือว่าเปึนความสําคัญ แม้แต่ว่า ทั้งการปฏิบัติหน้าที่และการวางตัวเฉยนี่ก็จะเกิดผลกระทบกับประชาชนอย่างแท้จริง อันนี้เปึนประการแรก ประการที่ ๒ ผมว่ากิจการตํารวจนี่จําเปึนต้องปฏิรูปครั้งนี้ ให้สําเร็จให้ได้ ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้วนะครับ เพราะว่ามันเปึนเวลาที่เหมาะสม สุกงอมจริง ๆ อันนี้เปึนสิ่งที่มีความสําคัญ ผมว่ามันไม่ได้ด้อยไปกว่าเรื่องการที่จะขจัดปัญหาเรื่อง การคอร์รัปชัน การสร้างความไม่เปึนธรรมหรือว่าการซื้อสิทธิขายเสียงด้วยซ้ําไป ผมว่าอันนี้

เปึนเวลาที่เหมาะที่สุด จากการพิจารณารายงานของคณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูป กิจการตํารวจนี้ตั้งแต่ในหน้า ๑ ถึงหน้า ๙ นี้ ผมว่าเปึนเรื่องที่สําคัญที่เหมาะสมอย่างยิ่ง แล้วก็ข้อเสนอที่มีการดําเนินการต่าง ๆ นี้ กระผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่ง เพราะถือว่าบุคลากร ของตํารวจอยู่ทุกพื้นที่ของประเทศ และมีความรับผิดชอบต่อความผาสุกของ พี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นข้อเสนอดังกล่าวผมขอสนับสนุน เพราะเปึนเรื่องของการจัดระบบองค์กรแล้วก็บุคลากร โดยอาศัยหลักวิชาและปัญหา ที่เกิดขึ้น แต่ผมใคร่ขอฝากประเด็นไว้ ๒ ประการ ก็คือการเปึนหน่วยงานอิสระโดยไม่ได้อยู่ ในโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินนี่ผมคิดว่ามันจะเปึนอันตราย เพราะว่าตามกรอบ การบริหารราชการแผ่นดินนั้นเรามีราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น แต่เมื่อตํารวจเปึนองค์กรอิสระแล้วนี้ผมคิดว่าตํารวจจะมีปัญหาในการทํางาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิงพื้นที่ ไม่ว่าในระดับของจังหวัด หรือระดับอําเภอนี่ ท่านจะไม่มี เพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าจะเปึนข้าราชการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่คอยสนับสนุนท่าน ตรงนี้ผมอยากให้ท่านกลับไปสู่ระบบของการบริหารราชการแผ่นดินซึ่งถ้าเปึนส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ตรงนี้ท่านจะได้แก้ไขปัญหา เพราะว่าท่านจะต้องสัมผัส ทั้งบุคคล ประชาชน ทั้งคนดีและอาชญากร เพราะฉะนั้นถ้าท่านไม่มีเครือข่ายท่านจะทํางาน อย่างโดดเดี่ยว ผมจึงไม่อยากให้ท่านเปึนหน่วยงานอิสระเหมือนกองทัพ

กองทัพเขาเปึนหน่วยงานที่เขาอยู่ในกรมกองก็หมดภารกิจของเขา แต่ของเราต้องอยู่กับ ประชาชนตลอด เพราะฉะนั้นอันนี้จะเปึนความจําเปึนอย่างยิ่ง แล้วก็จะทําให้การปฏิบัติงาน ของพวกเราได้สะดวก เพราะฉะนั้นการที่เราจะให้ความสําคัญกับการแต่งตั้งผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติ ผมคิดว่ามันก็จะมีประเด็นปัญหาเหมือนกับเราไปสวนกระแสความรู้สึก หรือว่ายทวนน้ํามันจะก่อให้เกิดความอึดอัดกันทุกองค์กร เหมือนกับเราไม่ยอมรับ ความเปึนจริง ก็ฝากในประเด็นนี้ จากการศึกษาต่าง ๆ ผมก็อยากจะเรียนว่าสิ่งที่น่าจะปฏิรูป ตํารวจอย่างเร่งด่วนก็คือในเรื่องของการ ที่เราต้องคิดว่า ณ วันนี้สังคมมันเปลี่ยนไป ถ้าเราไม่พัฒนาตํารวจให้มีความพร้อมทั้งสมรรถนะ ร่างกายและจิตใจ ผมคิดว่าเราจะตามไม่ทัน เราคงจะต้องถูกสังคมตราหน้าอย่างเช่นการตั้งข้อหาผิด ๆ การเขียนใบสั่งโดยที่ไม่สอดคล้อง กับกฎหมาย อย่างเช่นไม่พกบัตร ประจําตัวประชาชน มีสําเนาอย่างนี้เปึนต้น หรือว่า เห็นคนยืนปัสสาวะอยู่ข้างถนนไปตั้งข้อหาซึ่งไม่มีฐานกฎหมายรองรับ อันนี้มันจะก่อให้เกิด การไม่เชื่อถือต่อไป ผมคิดว่าอันนี้ภารกิจของตํารวจของเราเราจะทําอย่างไรให้ตํารวจของเรา ได้มีความพร้อม เราจะอ้างว่าตํารวจเรามีจํานวนน้อย ผมว่าเปึนการอ้างที่ไม่สอดคล้อง เราควรจะต้องพัฒนาตํารวจของเรา เพราะฉะนั้นในมุมมองของผมผมคิดว่าตํารวจของเรา จะต้องมีการพัฒนา ๑. ในเรื่องของการเสริมสร้างความรู้ในด้านระเบียบ กฎหมาย ผมคิดว่า อันนี้สําคัญเพื่อจะได้ให้ทันต่อสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราอาจจะต้องให้ ตํารวจเราได้มีการอบรมในเรื่องความรู้ ในเรื่องกฎหมาย ระเบียบ กฎหมายอาญา กฎหมายจราจร อะไรต่าง ๆ อย่างน้อยป้หนึ่งไม่น้อยกว่า ๖ ครั้งเพื่อพัฒนาตัวเองจะได้ ไม่ตั้งข้อหาให้มันเปึนที่ดูแคลนอันนี้นะครับ ประการที่ ๒ ในเรื่องของด้านบุคลิกภาพ ความแข็งแรงของร่างกายผมว่าสําคัญ ตํารวจเราเมื่อก่อนนี้สมัยผมเด็ก ๆ ผมชื่นชมมาก ตื่นเช้ามามีตํารวจจะวิ่งตามถนนอะไรต่าง ๆ แล้วก็ให้เห็นว่าเขาอุ่นใจแต่เดี๋ยวนี้มันหายไป เพราะฉะนั้นถ้าเราพัฒนาร่างกาย จิตใจ และสติปัญญาให้กับตํารวจของเราผมคิดว่า อันนี้ความศรัทธาจะกลับมา และประการสุดท้ายผมคิดว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดคือเราต้องปลูกฝัง อบรมในเรื่องของความซื่อสัตย์สุจริต และการปฏิบัติงานเพื่อราชการและประชาชน อย่างแท้จริง เมื่อนั้นเกียรติภูมิของตํารวจจะกลับมาแล้วเปึนที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง ขอกราบขอบพระคุณครับ

ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง 🔗

เชิญคุณโกวิทย์ ทรงคุณ ครับ คุณโกวิทย์อยู่ไหมครับ ถ้าไม่อยู่ก็ขออนุญาตไป พันตํารวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา ครับ เชิญคุณจรุงวิทย์ครับ

พันตํารวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา : กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะกรรมาธิการ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม พันตํารวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๓๓ ขอชื่นชมจริง ๆ รายงานฉบับนี้ ก็คือถ้าอ่านรายงานทั้งหมดจะเกิดค วามรู้สึกว่าอยากกลับไปเปึนตํารวจอีก มันไม่เหมือน วันที่จากออกมาจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ถ้ามันเร่งรัดได้ก็ดีครับ รายงานนี้ค่อนข้างจะ สมบูรณ์ แล้วก็ค่อนข้างจะครบถ้วนในทุกประเด็น แต่อยากจะขอเสนอแนะเพิ่มเติม สัก ๒-๓ ประเด็น ประเด็นแรกคือสืบเนื่องจากการอภิปรายครั้งที่แล้วซึ่งผมได้อภิปรายไว้ว่า งานสอบสวนน่าจะโตเปึนสายแท่ง แล้วแท่งงานนั้นน่าจะโตถึงรอง ผบ.ตร. แต่รายงานฉบับนี้ ก็เปึนแท่งเหมือนกันแต่ไปแค่เปึนผู้บังคับการคือตําแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เคารพ ในดุลยพินิจในความเห็นเพราะว่าได้สอบถามมาแล้วว่าอํานาจการสั่งคดีงานสอ บสวนคดี ที่ค่อนข้างจะรุนแรงสูงสุดก็คืออํานาจสั่งคดีเปึนของผู้บังคับการนั่นเอง ยกเว้นบางคดี เกี่ยวกับความมั่นคงหรือคดีอื่น ๆ ที่สําคัญ ๆ เปึนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ อันนี้สิ่งที่ปฏิรูปอันนี้มีมานานแล้วครับ แนวความคิดนี้ไม่ต่ํากว่า ๑๐ ป้ในการแยกแท่งงาน แต่ปัจจุบันก็น่าจะเปึนเพียงแค่ สบ. ๔ ซึ่งพันตํารวจเอก นอกจากนั้นก็คือข้อบกพร่อง มีอยู่นิดหนึ่งการเลื่อนชั้นจาก สบ. ๓ เปึน สบ. ๔ มันยากเกินไปหรือเปล่า แทนที่จะใช้ระบบ การประเมิน การประเมินที่มีหลากหลาย

ซึ่งจริง ๆ แล้วปัจจัยในการประเมินตัวชี้วัดต่าง ๆ น่าจะปรับให้ง่าย ให้เขาเติบโตในสายงาน มากกว่าการสอบ การสอบโดยลักษณะข้อสอบก็คือเปึนข้อสอบแบบเนติบัณฑิต อันที่ ๒ ก็คือควรจะเร่งรัดกระทําให้ไวที่สุด ในข้อ ๒ ก็คือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายในสํานักงานตํารวจ แห่งชาติ เรื่องนี้ใฝ์ฝันมานานครับ เพราะตํารวจปัจจุบันโดยเฉพาะนายตํารวจสัญญาบัตร เดือนเมษายนกับเดือนตุลาคมสมาธิ ในการทํางานไม่ค่อยมีครับ คิดอย่างเดียวว่าวิถีชีวิต ของตัวเองถ้ารั บราชการตํารวจจะต้องถูกโยกย้ายไปไหน โยกย้ายไปต่างจังหวัด วิถีชีวิตเปลี่ยน ครับไม่ได้อยู่กับครอบครัว อะไรต่าง ๆ นี่นะครับ เพราะฉะนั้นสมาธิ ในการทํางานต่าง ๆ ก็ไม่ค่อยมี การแต่งตั้งโยกย้ายในรายงานนี้บอกว่าให้มีการประเมินชี้วัด ระบบนี้ถ้าเกิดทําเปึนรูปธรรมขึ้นมาคํา ว่ามีตั๋วนักการเมืองหรือเปล่าเวลาแต่งตั้งโยกย้าย มันจะหมดไป คงต้องรีบออกกฎเกณฑ์ตัวชี้วัดที่สามารถเปึนตัวชี้วัดอย่างเปึนธรรม มิฉะนั้น คําว่ามีตั๋วนักการเมืองหรือเปล่ามันจะกลับมาอีก ลําดับที่ ๓ ในหน้า ๑๖ การลดการทุจริต คอร์รัปชันเพื่อนําเงินมาซื้อขายตําแหน่งหรือเอื้ อประโยชน์ให้กับผู้มีอิทธิพลเพื่อหวังผล ในการเลื่อนตําแหน่งจากอิทธิพลภายนอก สิ่งนี้ละครับในหลาย ๆ องค์กรเคยประสบเหตุ แบบนี้มาแล้ว เขาใช้ทางแก้หนึ่งก็คือการให้เงินเดือน ค่าตอบแทนที่เพียงพอ งานตํารวจ เปึนต้นทางแห่งกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคดีต่าง ๆ ต้องนําสู่อัยกา รศาล ดังนั้นเงินเดือน ค่าตอบแทนควรจะได้ลดหลั่นกับอัยการ กับศาล ในประเด็นนี้ผมเห็นควรเพิ่มเติมในหน้า ๑๗ อีกข้อหนึ่ง ครับ เปึนข้อ ๖ ให้พิจารณาเรื่องเงินเดือน ค่าตอบแทนที่เหมาะสม โดยให้นําหลักเกณฑ์เทียบกับองค์กรในกระบวนการยุติธรรมอื่น เช่น ศาล อัยการ อันนี้ไม่ใช่เฉพาะนายตํารวจสัญญาบัตร นะครับ ตํารวจสายปราบปราม สายสืบสวน ซึ่งเปึนชั้นประทวนด้วยครับ เพราะว่าตํารวจในชั้นนี้ทํางานใกล้ชิดกับสิ่งที่ผิดกฎหมาย แล้วสามารถที่จะไปรับเงินผลประโยชน์ได้ รับเงินผลประโยชน์มาทําไม ก็ทํามา เพื่อการวิ่งเต้นในตําแหน่ง ควรจะปรับเพิ่มข้อนี้ ขอเสนอแนะให้เพิ่มข้อนี้ ถ้ามีอยู่แล้ว ผมว่าข้อนี้ก็ยังไม่มีการปฏิบัติ ประเด็นสุดท้าย ในยุคนี้เปึนยุคแห่งการปฏิรูป ถ้าเกิดมีรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว มีการเลือกตั้งแล้ว มีรัฐบาลแล้ว ก็คงจะพ้นจากการปฏิรูป เพราะคําว่ามีตั๋วนักการเมืองหรือเปล่าอาจจะกลับมาอีก ช่วงโอกาสอันดีนี้ยุทธวิธี ยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดในช่วงนี้อีก ๘-๙ เดือนนี่ครับ สิ่งที่เสนอมาไม่ต้องไปออกกฎหมายใหม่ ไม่ต้องไปผ่าน ๓ วาระรวด ไม่ต้องทําอะไรสักอย่าง เพียงแต่ปรับองค์กร ปรับระเบียบ

ปรับภายในแล้วรีบดําเนินการให้สมกับเปึนยุ คปฏิรูปจริง ๆ จึงกราบเรียนมา เพื่อโปรดพิจารณาครับ ขอบคุณครับ

เชิญคุณโกวิทย์ ทรงคุณ ครับ

นายโกวิทย์ ทรงคุณ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายโกวิทย์ ทรงคุณ หมายเลข ๐๑๘ จังหวัดสุโขทัยครับ กราบเรียนท่านประธาน กรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ด้วยนะครับ ผมมีประเด็นอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นแรก เรื่องของการปรับปรุงแนวทางมาตรฐานการแต่งตั้งโยกย้ายของสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ข้อนี้มีการปัองกันและปราบปรามการทุจริตด้ วย มีการวิ่งเต้นซื้อเสียง ขายตําแหน่ง ตรงนี้เปึนเรื่องจริง ถ้าจะปรับปรุงได้ก็ขอให้ท่านช่วยชี้แนะว่าจะปรับปรุง อย่างไรนะครับ ข้อ ๕ ที่ท่านลงในใบรายการของคณะกรรมาธิการ การมีส่วนร่วมของ ภาคเอกชน การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่า

ผมเปึนประธาน ก.ตร. ของภาค ๖ จังหวัดพิษณุโลกนะครับ แล้วก็ควบคุมดูแลทั้งหมดเลย แต่ทีนี้มีปัญหาอยู่ ๒ ประเด็นนะครับว่าตํารวจปัจจุบันนี้ที่เปึนผู้บังคับกา รจาก รองผู้บังคับการยังเปึนพันตํารวจเอกอยู่นะครับ มีทางไหนนะครับที่จะปรับปรุงตรงนี้ให้เปึน พลตํารวจตรีนะครับ เพราะว่าผู้การก็เปึนพลตํารวจตรีแล้วน่าจะเลื่อนผู้การตรงนั้นขึ้นมาเปึน พลตํารวจโทนะครับ แต่เรื่องอื่น ๆ การถ่ายโอนภารกิจของงานภารกิจที่โดยตรงนี่ก็แบ่งภาระ ให้กับสํานักงานตํารวจแห่งชาตินะครับ กราบเรียนท่านประธานว่าปัจจุบันตํารวจแห่งชาติ ที่อยู่ สภ. ต่าง ๆ นี่มีหน้าที่เปึนตํารวจชุมชนสัมพันธ์คอยดูแลทุกข์สุขของราษฎร ดูแลยาเสพติด อันนี้ก็กราบเรียนว่าท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ของตํารวจนะครับให้ช่วยขยายผลให้มากกว่านี้ นอกนั้นผมก็ขอเชียร์ รายละเอียดของ คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจทุกประการนะครับ ขอขอบคุณมากครับ

ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญคุณเสรี สุวรรณภานนท์ ครับ

นายเสรี สุวรรณภานนท์ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ในส่วนของรายงาน ที่ท่านคณะกรรมการได้รายงานให้กับสภาในขณะนี้ ผมต้องกราบเรียนครับว่าเดิมทีก็มี ความสนใจที่จะเข้ามาเปึนกรรมการในชุดนี้ แต่เนื่องจากว่าในความคิดเห็นของผมนั้น อยากจะรับฟังท่านอื่น ๆ ว่ามีความคิดเห็นอย่ำงไรในเรื่องของการปฏิรูปกิจการตํารวจ เพราะถือว่างานการปฏิรูปกิจการตํารวจเปึนเรื่องสําคัญ ผมก็มีแนวคิดของผมว่าสิ่งที่ต้องการ ปฏิรูปกิจการตํารวจนั้นมีทิศทางที่เหมาะสมอย่างไร ดังนั้นในส่วนของคณะกรรมการ ที่ตั้งขึ้นมานั้นตามรายชื่อแล้วทุกท่านเปึนคนที่มีความรู้ เปึนคนที่เหมาะสมกับการที่จะเสนอ การปฏิรูปกิจการตํารวจได้อย่างน่าเชื่อถือ สิ่งหนึ่งที่ผมเปึนห่วงกังวลก็คือการปฏิรูป กิจการตํารวจควรจะต้องมีการพิจารณาจากเหตุผล จากเนื้อหาสาระ จากระบบการทํางาน ของตํารวจ แต่สิ่งที่เรามีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากในปัจจุบันก็คือต้องการให้ มีการปฏิรูป กิจการตํารวจ แต่แนวทางการเสนอความเห็นต่าง ๆ จากสาธารณชนนั้นเปึนเรื่องที่ต้อง ทําความเข้าใจ เพราะว่าสิ่งที่ประชาชนได้รับผลกระทบมาทั้งหลายนั้นเปึนผลกระทบจาก การทําหน้าที่ของตํารวจ ซึ่งเปึนปัญหาของตัวบุคคล แต่สิ่งที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ เปึนเรื่องที่เราต้องพิจารณาถึงระบบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเราจะสร้างระบบตํารวจอย่างไร ให้สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชน รักษากฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ต้องแยกจากกัน ถ้าเอามาปนกันมันก็ทําให้แนวทางที่จะนําไปตัดสินใจนั้นคลำดเคลื่อนได้ ผมอ่านรายงานของคณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจฉบับนี้ด้วยความตั้งใจ อ่านอย่างเพ่ งพินิจพิเคราะห์ว่าสิ่งที่กรรมการได้จัดทํารายงานมานี้มีเนื้อหาสาระ ไปในแนวทางที่จะแก้ปัญหาของตํารวจได้อย่างไร ผมดูรายละเอียดทั้งหมดต้องกราบเรียนว่า

รายงานฉบับนี้เปึนรายงานที่นําปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาได้นํามา นําเสนอเพื่อจะแก้ปัญหาให้กับตํารวจทั้งระบบ ยากครับกับการจะรวบรวมรายงานดังกล่าวนี้ ให้ชัดเจนเช่นนี้ได้ ดังนั้นในส่วนของการรายงานนั้นผมเรียนว่าส่วนใหญ่ผมเห็นด้วย แล้วก็อยากให้มีการปฏิรูปตามรายงานนี้อย่างจริงจัง แต่อาจจะมีปัญหาที่อาจจะไม่เห็นด้วย บางส่วน อย่างเช่น ข้อเสนอในหน้า ๑๔ ที่ให้ตั้งผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติโดยผ่าน ก.ตร. เสนอมาจากจเรตํารวจแห่งชาติหรือรอง ผบ. ๓ คน แล้วให้ผู้กํากับมาลงคะแนนเลือกเหลือ ๑ คน ผมต้องเรียนท่านนะครับว่าอันนี้คือปัญหา กระบวนการของศาลที่เลือก กต. ของศาล เปึนตัวอย่างที่ดี เพราะว่าให้ผู้พิพากษาที่ระดับอายุอาวุโสน้อยกว่าเลือก กต. ปรากฏว่า ผู้พิพากษาผู้ใหญ่ต้องคอยไปหาเสียงกับผู้พิพากษาทั่วไปมันก็เกิดระบบอุปถัมภ์ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านเสนอมาผมเข้าใจว่าเปึนเจตนาดีที่ต้องการให้มีการเลือกโดยเสียงส่วนใหญ่ ในส่วนของกําหนดตําแหน่งไว้คือระดับผู้กํากับขึ้นไป แต่ในทางปฏิบัติจริงมันจะเกิดปัญหา ว่ามันจะเกิดการวิ่งเต้นกัน มีระบบอุปถัมภ์เกิดขึ้นกว่าจะได้ เปึนผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ต้องคอยเอาใจคนนั้นคนนี้ นี่คือระบบที่เปึนปัญหา ส่วนเรื่องการแยกงานสอบสวนนะครับ ผมต้องกราบเรียนท่านว่าสิ่งที่กรรมการเสนอมานั้นผมชั่งใจและผมก็ตระหนักว่าควรจะออก รูปแบบใดแน่ ผมเปึนทนายความมา ๓๖ ป้ครับท่านประธาน ผมอยู่ในแวดวงตํารวจ ในงานเกี่ยวกับการสอบสวน สํานวนคดีความต่าง ๆ ผมว่าความมาหลายพันคดี ซึ่งงาน เกี่ยวกับการสอบสวนดังกล่าวนี้ผมต้องตระหนัก แล้วก็ต้องพยายามพิจารณาดูว่างาน การสอบสวนดังกล่าวควรอยู่ในแบบใด รูปแบบใด จากรายงานของคณะกรรมการ ถ้าดูหน้า ๑๖ จะใช้เหตุผลที่น่าสนใจและเปึนสิ่ง สําคัญว่าการศึกษาได้พบว่าการสืบสวน การสอบสวน การปัองกันและปราบปรามเปึนกระบวนการในการดําเนินการทางคดีอาญา เพื่อทราบข้อเท็จจริง พิสูจน์ความผิดและเอาตัวผู้กระทําผิดมาฟัองลงโทษตามที่บัญญัติไว้ ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั้งกระบวนการไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ทีนี้กรรมการต้องอธิบายเพิ่มอีกนิดหนึ่งครับ คําว่า ไม่สามารถแยกออกจากกันมันเปึน อย่างไร มันจะทําอย่างไร ทําไมถึงแยกออกจากกันไม่ได้ ซึ่งผมเชื่ออย่างหนึ่งครับว่าในส่วน งานอาชีพทนายความ เกี่ยวกับกระบวนการการสอบสวน เพื่อประโยชน์ของประชาชน ควรจะต้องทําอย่างเปึนระบบ ตํารวจต้องสืบสวนสอบสวนต้องทําหน้าที่อย่างเปึนระบบ เปึนกระบวนการ ดังนั้นในหน้า ๑๗ ได้มีรายงานที่ชัดเจนนะครับว่าการประสานกัน

อย่างเปึนระบบโดยบูรณาการของหัวหน้าหน่วยงานมีความรู้ความสามารถจากการกําหนด คุณสมบัติสําหรับตําแหน่งที่ต้องผ่านประสบการณ์สืบสวนสอบสวน ปัองกันและปราบปราม ซึ่งจะทําให้ผู้มีความรู้ทําความเข้าใจในการทํางาน สามารถสั่งการสืบสวนสอบสวน พยานหลักฐาน ตลอดจนทราบถึงความบกพร่องของสํานวนการสอบสวนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ นี่คือเหตุผลใหญ่ครับท่านประธาน เหตุผลใหญ่ว่าการสืบสวนสอบสวน มันแยกจากกันไม่ได้ ถ้าแยกจากกันต่างคนต่างทํานี่นะครับ การทํางานไม่มีประสิทธิภาพ มันเกิดปัญหากับกระบวนการสอบสวน แล้วในที่สุดแล้วประชาชนจะเดือดร้อน ผมสรุปสั้น ๆ ผมเข้าใจว่าโดยระบบแล้ว นอกจากระบบที่สร้างขึ้นมาสิ่งสําคัญคือท่านต้องแก้ปัญหา เรื่องจิตวิญญาณความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตํารวจในการปฏิบัติหน้าที่ แล้วข้อสําคัญก็คือ ท่านต้องมีวิธีการนะครับ หาผลประโยชน์ รีดไถทั้งหมดนี่ต้องเลิกครับทําอย่างไร ผบ. ตํารวจ ทุกคนที่จะเข้ามาต้องประกาศนโยบายชัดเจนว่าจะไม่ให้ตํารวจคอร์รัปชัน ไม่ให้ตํารวจ รีดไถชาวบ้าน

มาตรการเอาผิดเอาโทษที่กระทําความผิดต้องลงโทษตํารวจที่กระทําความผิดอย่างรุนแรง และจริงจัง เวลาจํากัดนะครับ โยกย้ายชั้นประทวนต้องมีไม่ให้อยู่นานจนกลายเปึนเจ้าพ่อ ผู้มีอิทธิพล เอาอย่างนั้นผมมาสุดท้ายเลยแล้วกันนะครับ ปฏิรูปกิจการตํารวจนั้นเมื่อทําแล้ว ต้องให้ประชาชนประเมินความพึงพอใจการทําหน้าที่ของตํารวจทุกป้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน

ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญคุณเฉลิมชัย เฟ๋ืองคอน ครับ

นายเฉลิมชัย เฟ๋ืองคอน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพอย่างสูงครับ กระผม เฉลิมชัย เฟ๋ืองคอน สปช. ๐๕๑ ได้อ่านเอกสารรายงานการปฏิรูป กิจการตํารวจ แล้วมีข้อที่จะขอเพิ่มเติมดังนี้ เรื่องการถ่วงดุลอํานาจการสั่งคดีอาญาในส่วนภูมิภาค เมื่อก่อนนี้ตํารวจสั่งฟัองมาอัยการ อัยการสั่งฟัองก็ฟัองศาลได้โดยตรง ปัจจุบันนี้อัยการ สั่งไม่ฟัอง ไม่อุทธรณ์ ไม่ฎีกา ในปัจจุบันต้องส่งให้ผู้บังคับการตํารวจภาค เมื่อก่อนนี้ เปึนอํานาจของผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะฉะนั้นก็แสดงว่าในปัจจุบันนี้มีประกาศ คสช. แก้ไขใหม่ การไม่อุทธรณ์คําพิพากษาของศาล การไม่ฎีกาคําพิพากษาของศาลเปลี่ยนมาเปึน อํานาจของตํารวจก็แสดงว่าตํารวจอาจจะควบคุมไปถึงอํานาจของฝ์ายตุลาการแล้ว ในปัจจุบัน ประเด็นที่ ๒ สายการบังคับ บัญชายาวเกินไปตํารวจไม่กระจายอํานาจ ตั้งแต่โรงพักในพื้นที่ถึงตํารวจภูธรจังหวัด ภาค สํานักงานตํารวจที่อยู่กรุงเทพ ฯ สายการบังคับบัญชายาว การวิ่งเต้นก็มากเสียเงินเสียทอง เมื่อเสียเงินเสียทองตํารวจ ก็จําเปึนจะต้องหาเงินมาวิ่งเต้น เพราะฉะนั้นตํารวจน่าจะมีตํารวจส่วนกลาง คือ ตํารวจสอบสวนกลางกับตํารวจนครบาลกับตํารวจจังหวัดเท่านั้น ตํารวจภาคควรตัดออกไป นายพล นายพันอะไรเยอะแยะไปหมด ควรจะเอาออกไปเพราะว่าไม่ได้ทําอะไรมาก ส่วนตํารวจภูธรจังหวัดก็เหมือนกันเมื่อก่อนนี้มีรองคนเดียว เดี๋ยวนี้เพิ่มเปึน ๒ ๓ ผมถาม ทําไมเพิ่มเยอะเขาบอกมีรองฝ์ายรับเสด็จ รองฝ์ายยาเสพติด รองฝ์ายธุรการ แต่ไม่ได้ทําอะไร เท่าไรหรอกครับ ผมเปึนผู้ว่าราชการจังหวัดผมก็ถามเขาเขาก็งานก็ไม่มีทําก็ไปเล่นกอล์ฟ เพราะฉะนั้นมันเยอะเกินไปรองผู้การ ผมก็ไม่รู้ว่าปรับปรุงตํารวจทีไรนายพล นายพันอะไร ก็มากมาย อันนี้ต้องพิจารณาโดยรอบคอบ แล้วกรณีประเด็นที่ ๓ การที่ราษฎรร้องขอ ความเปึนธรรมกับผู้ว่าราชการจังหวัดหรืออัยการจังหวัดในรายงานก็ไม่มี เพราะฉะนั้น

ใครจะให้ความเปึนธรรม แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีหน้าที่บําบัดทุกข์บํารุงสุข ดูแลทุกข์สุข ของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็จะต้องนําเข้าไปเปึนระเบียบหรือข้อกฎหมายด้วยว่า กรณีที่ราษฎรร้องขอผู้ว่าราชการจังหวัดหรืออัยการควรจะมีอํานาจในการเข้าร่วม การสอบสวน ส่วน กต.ตร. จังหวัดหรือ กต.ตร. ของอําเภอเขาก็แต่งตั้งคนมีสตางค์ ไปเล่นกอล์ฟด้วยกันบ้าง เอาบัตรมวยบัตรอะไรไปขายแล้วก็มาเปึน กต.ตร. ผมไปนั่งเปึน ประธาน กต.ตร. อยู่ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ก็มีทั้งผู้การ มีรองผู้การ มีผู้กํากับทุกโรงพักเลย แล้วใครมันจะกล้าพูดอะไร พวกผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ ไม่ได้พูดอะไรเลยนะครับ พูดเรื่องโน้น เรื่องนี้จบ เรื่องสุดท้ายปฏิวัติทีไรตํารวจได้อํานาจเพิ่มทุกครั้ง ปฏิวัติปัูบเอาประกาศ คสช. ไปให้เซ็นยึดอํานาจผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจในต่างจังหวัด

ตํารวจฟัองมาให้อัยการ ถ้าอัยการสั่งไม่ฟัองก็อยู่ในดุล ยพินิจผู้ว่าราชการ จังหวัด หรือสั่งไม่อุทธรณ์ฎีกาก็อยู่ในดุลยพินิจผู้ว่าราชการจังหวัด พอปฏิวัติปุ็บตํารวจก็เสนอเรื่องให้ คสช. เซ็นแล้วก็ยึดอํานาจไปเลย ก็ง่ายดีนะครับ ง่ายดี แต่ที่เราจะปฏิรูป กิจการตํารวจ โดยเฉพาะโครงสร้างดีมาก แต่ผมว่าเสนอไปก็ไม่มีทางผ่านเพราะมันเปลี่ยน ไม่ว่าจะรัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลเลือกตั้งเขาไม่เอาหรอกครับ เพราะเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ขอบคุณมากครับ

ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง

ท่านรองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ ครับ

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสงขลา ผมเห็นประเด็นการศึกษาของคณะกรรมการแล้วก็เห็นมีอยู่ ๕ ประเด็นหลักนะครับ แต่ในประเด็นที่ ๕ นั้นก็ได้รวบรวมเอาประเด็นย่อย ๆ หลาย ๆ เรื่องไว้ ซึ่งมีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ผมอยากจะขอมีความเห็นด้วยกับมีความเห็นร่วมด้วยนะครับ แล้วก็อยากเห็นการปฏิรูป ในส่วนนี้ด้วย ก็คือเรื่องของการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาผู้ที่จะมาเปึนกําลังพลของตํารวจ ผมเรียนว่าจากการที่ปัจจุบันเรามีสถานศึกษาที่สําคัญที่เกี่ยวกับเรื่องการผลิตกําลังคน ของตํารวจก็คือโรงเรียนนายร้อยตํารวจ ซึ่งก็ถือว่าเปึนโครงสร้างทางการจัดการศึกษาที่ดี แต่ผมคิดว่าการจัดการศึกษาที่เปึนอยู่นั้นมีการผลิตนายตํารวจนะครับ มีลักษณะของ การแยกส่วนจากความเปึนจริงของการปฏิบัติงานของตํารวจอยู่ค่อนข้างมาก เปึนการผลิต ที่ในที่สุดจะได้คนออกมาปฏิบัติงาน เหมือนกับการจัดกองทัพของทางทหาร ซึ่งจริง ๆ แล้ว การปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจนั้นเปึนการทํางานอยู่กับประชาชน ทํางานอยู่กับมวลชน แต่ลักษณะของการจัดการศึกษาในโรงเรียนนายร้อยตํารวจซึ่งไล่มาตั้ งแต่ไปเรียน โรงเรียนเตรียมทหารแล้วก็ในที่สุดก็เข้ามาเรียนโรงเรียนนายร้อย ซึ่งเปึนลักษณะของ การแยกส่วน จากการที่ทําให้ผู้ที่จะออกมาเปึนกําลังสําคัญของตํารวจในอนาคตแยกส่วนมา ตั้งแต่ต้นเลย การจัดการศึกษาในลักษณะนั้นเหมาะสําหรับการจัดการศึกษาทางทหาร ที่ต้องการผลิต คนไปอยู่ในกองทัพ และลักษณะของการทํางานต้องการเรื่องของ การบังคับบัญชากันเปึนหลัก แล้วก็เน้นในเรื่องของการที่จะต้องมีวินัยในเรื่องของการรับฟัง คําสั่งหรือการสั่งการทั้งหลาย จริงอยู่ครับเรื่องของการเปึนตํารวจก็ต้องมีระเบียบและมีวินัย แล้วก็มีการฟังคําสั่งของผู้บั งคับบัญชา แต่ลักษณะที่ต้องปฏิบัติงานกับภาคประชาชน

และภาคมวลชนนั้นผมคิดว่าการจัดการศึกษาในรูปแบบโรงเรียนนายร้อยตํารวจในขณะนี้ เปึนการแยกส่วนมากเกินไป เปึนการผลิตคนออกมาสู่การทํางานเชิงอํานาจมากกว่า การทํางานเชิงอยู่กับมวลชน การแก้ปัญหาของประชาชน เมื่อไปจัดการศึกษาแล้วก็นํามาสู่ การผลิตบุคลากร แล้วมาปฏิบัติงานในลักษณะที่เหมือนกับเปึนกองทัพของทางทหารเช่นนี้ ทําให้หลายส่วนของการทําหน้าที่ของตํารวจอยู่ในระบบเชิงอํานาจมากเกินไป จนบางครั้ง ขาดความเข้าใจในความเปึนสังคม ในความเปึนภาคประชาชน ในความเปึนการดํารงอยู่ และวิถีชีวิตของประชาชนที่จะต้องอยู่กับสภาพซึ่งมีลักษณะที่ไม่ใช่เปึนการใช้อํานาจ ถึงจะอยู่กันได้นะครับ เปึนการใช้ความร่วมมือ ความเข้าใจ ในที่นี้ในประเด็นที่ ๕ ก็ได้พูดว่า การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกิจการของตํารวจ แต่ลักษณะการจัดโครงสร้าง ทางการศึกษาในลักษณะนี้ทําให้แยกห่างออกจากการอยู่ร่วมกับภาคประชาสังคม และภาคประชาชนอยู่ค่อนข้างมาก

เพราะฉะนั้นเปึนไปได้ไหมครับว่าอาจจะไม่จําเปึนต้องเปลี่ยนสภาพของโรงเรียน นายร้อยตํารวจ แต่การจัดการศึกษาของโรงเรียนนายร้อยตํารวจนั้นทําอย่างไรถึงจะมี ลักษณะของการมีส่วนร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ ที่เขาจัดการศึกษาในภาคพลเรือน อยู่ให้มากกว่านี้ มีหลักสูตรการเรี ยนร่วมหรือมีลักษณะของการจัดการศึกษาร่วมกับ มหาวิทยาลัยหรือโดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่มีสาขาที่อาจจะเกี่ยวข้องหรือสอดคล้อง กับการเรียนในลักษณะนี้ เช่น สาขาทางรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ หรือสาขาทางสังคมศาสตร์อื่น ๆ ที่เปึนลักษณะของการมีหลักสูตรร่วมและเป่ดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ สถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ที่เรียนในภาคพลเรือน สามารถไปเรียนร่วมกับโรงเรียน นายร้อยตํารวจได้ด้วยในบางรายวิชา ในบางสาขาวิชาและอาจจะเปึนโอกาสให้คนเหล่านี้ ที่ศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาที่เปึนภาคพลเรือนมีโอกาสที่เมื่อสําเร็จการศึกษาแล้วอาจจะ ไปรับราชการในวงการตํารวจได้ ซึ่งอาจจะมีพื้นฐานความเข้าใจของการเปึนตํารวจ ดีกว่าคนอื่น ๆ ที่ไม่มีโอกาสเรียนในหลักสูตรร่วมเช่นนี้ ผมคิดว่าน่าจะเปึนมิติใหม่ ที่น่าจะมีการปฏิรูปเรื่องการจัดการศึกษาเพื่อ จะสร้างกําลังพลที่มีความรู้ความเข้าใจ ในภาคประชาชนได้มากขึ้นกว่าที่เปึนอยู่ในปัจจุบัน จริง ๆ แล้วถ้ามีเวลาผมอาจจะขอพูด ไปถึงการผลิตตํารวจในระดับที่ต่ํากว่าชั้นสัญญาบัตรด้วย แต่เมื่อเวลาจํากัดก็อยากจะ ขอตั้งข้อสังเกตเอาไว้เฉพาะในเรื่องของการผลิตนายตํารวจ ซึ่งผมคิดว่าถ้าเปึนรูปแบบ แยกส่วนอยู่เช่นนี้ มีลักษณะที่มันมากกว่าการแยกส่วนในการทําความรู้และความเข้าใจ แต่มันเปึนการแยกส่วนในการเข้ามาปฏิบัติงานนายตํารวจ แล้วความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ การงานทางตํารวจด้วย มีการแยกสี แยกสถาบัน แยกสาขา แยกพื้นฐานการศึกษาอะไร ต่ออะไร ซึ่งผมคิดว่าไม่เกิดผลดีต่อวงการตํารวจซึ่งจะต้องทํางานร่วมกับภาคประชาชน และการจัดกําลังตํารวจในลักษณะเปึนกองทัพเช่นนี้ เปึนการแยกส่วนออกมาจากส่วนอื่น ๆ ค่อนข้างมาก อยากให้เห็นการปฏิรูปในส่วนนี้ด้วยครับ

ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชา ติ คนที่หนึ่ง

ต่อไปเชิญท่าน พลเรือเอก พะจุณณ์ ตามประทีป ครับ

พลเรือเอก พะจุณณ์ ตามประทีป

ผม พะจุณณ์ ตามประทีป ครับ ผมรู้สึกผิดหวังนะครับ ผิดหวังในรายงานฉบับนี้ ผิดหวังในผู้ที่ทํารายงานฉบับนี้ทุกท่าน ครั้งแรกที่ผมได้เห็นรายชื่อผู้ที่มาทําแก้ไขในเรื่องของรายงานของผมแล้ว ผมยังสบายใจได้

เพราะผมเห็นว่าท่านเหล่านี้ได้มีประสบการณ์จากการทํางานของตํารวจ จากปัญหา ของตํารวจที่ทําต่อประชาชนทุกท่าน ไม่ว่าจะจากอัยการ จากศาล หรือแม้กระทั่ง จากกระทรวงมหาดไทย ผมเข้าใจว่าคนพวกนี้คงจะได้เห็น ได้รู้มาแล้วว่าประชาชน ต้องได้รับทุกข์ทรมานจากตํารวจมาแค่ไหน อย่างไร คงจะเข้ามาแก้ไขปัญหา เข้ามาปฏิรูป กิจการตํารวจตามสภาพที่เปึนจริงควรจะเปึน ผิดหวังครับ เหมือนส่งรายงานส่งครูประจําชั้น ไม่ได้ทํางานในเ รื่องของการปฏิรูป เรื่องของการแยกการสอบสวนออกจากตํารวจ ไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียวที่จะทํานะครับ เขาทํากันมานานแล้ว แล้วทํากัน อย่างมีประสิทธิภาพ ทําให้ประชาชนได้รับความยุติธรรมได้มากมายหรือว่าพวกท่านใส่สูท ใส่รองเท้าหนังยี่ห้อต่างประเทศ ไม่เคยได้รับผลกระทบกระเ ทือนจากเรื่องเหล่านี้ เห็นใจคนยากคนจน คนหาเช้ากินค่ํา ประชาชนต่าง ๆ ที่เขาได้รับผลกระทบจากนี้เสียบ้าง น่าจะรู้ปัญหาว่าเขาได้รับอย่างไรนะครับ ที่ผ่านมาเร็ว ๆ นี้จะเห็นได้ว่ามีประชาชน ผมยกตัวอย่างก็ได้ นักกฎหมายของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งแสดงความคิดเห็นต่าง ไปจากรัฐบาล ถูกรุมตีหัวจนอาการปางตาย พิธีกรแสดงความเห็นต่างจากรัฐบาลถูกรุมซ้อม ที่ร้านอาหาร คุณจรัญ ทําอะไรที่รัฐบาลไม่พอใจถูกยิงเอ็ม ๗๙ (M79) คุณประมนต์ สปช. เรานี้ แสดงความคิดเห็นเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันโดนยิงบ้าน

คนเหล่านี้คุณไม่รู้หรือ คุณไม่เคยเห็นหรือว่าเขาโดนกันอย่างไร แล้วเราคิดจะแก้ไขกัน ผมว่ามันไม่ใช่ เรื่องลําบากยากเย็นอะไรเลยที่จะแยกอํานาจสอบสวนออกจากตํารวจ แล้วเรื่องต่อไปก็คือเรื่องตํารวจภูธรจังหวัด ซึ่งเราเสนอให้ยกเลิกผู้บัญชาการตํารวจ เพราะไม่เห็นมีประโยชน์อะไรเลย ตํารวจทุกคนก็บอกให้ตํารวจแต่ละจังหวัดเปึนผู้บริหาร ประจําจังหวัดของตัวเอง โดยที่มีประชาชนเปึนผู้ที่กํากับดูแลพฤติกรรมตํารวจเพื่อให้ ประชาชนได้รับประโยชน์ ท่านก็ทําหายไปไม่มีในรายงานนี้ สิ่งเหล่านี้เปึนเรื่องที่มันเปึน เรื่องของการปฏิรูป มันไม่ใช่ปรับโครงสร้าง ไม่ทราบว่าจะเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่า จะมาบอกว่าสอบสวนแยกจากปราบปรามจับกุมไม่ได้ ไม่มีหรอกครับ ต่างประเทศเขาทํากัน มาเยอะแยะแล้ว เด็ก ๆ ที่ดูหนังที่บ้านเขายังรู้เลยว่ามันทําได้ แล้วก็มีอีกเรื่องที่เขาฝากผมมา ก็คือเรื่องของการที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเข้าไปมีส่วนให้ความยุติธรรมกับชาวบ้าน ในเรื่องการร้องเรียนต่าง ๆ เรื่องที่ชาวบ้านจะได้รับความยุติธรรมจากการร้องเรียนอย่างนี้ คุณปล่อยปละละเลย คุณทิ้งข้อความสําคัญนี้ไปได้อย่างไร ในรายงานเก่าผมก็มี ถ้าทํากัน อย่างนี้ก็ไม่ต้องปฏิรูปดีกว่า ผมว่ารายงานนี้ไม่ต้องเอาออกไป อายเขา อายประชาชนเขาครับ เก็บไว้ดีกว่า แล้วก็ลืมไป เสียว่ามีการปฏิรูป นี่เปึนความคิดเห็นของผม มีหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการสอบสวน ประชาชนมากมายคุณจะให้เขาตายกันอีกเท่าไรกับ การที่ตํารวจใช้อํานำจหน้าที่อย่างนี้ คุณจะให้วิญญาณพวกนี้จะออกจากร่างอีกเท่าไร นี่เปึนพัน ๆ คนมาแล้ว จะให้อีกกี่พันคน มันผิดเพี้ยนมาตั้งแต่เริ่มเรื่องรายงานอันนี้แล้วต้อง ตั้งคณะกรรมการใหม่ มันผิดเพี้ยนมาตั้งแต่ตรงนี้แล้ว แล้วก็มาทํากันอย่างนี้ก็แสดงว่า ไม่มีเจตนาที่จะปฏิรูปกิจการตํารวจกัน ไม่มีเจตนาที่จะช่วยเหลือประชาชนที่ยากไร้ คนที่เขา ด้อยโอกาสต่าง ๆ เราไม่ได้ตั้งใจที่จะช่วยเหลือเขา ผมไม่ได้ให้มาปฏิรูป กิจการตํารวจ เพื่อให้ตํารวจเจริญก้าวหน้า หรือให้มาพิจารณาปรับให้ตํารวจมีอะไรดีขึ้นมากมาย แต่อยากให้ทําเพื่อประชาชน ปฏิรูปเพื่อประชาชน ถ้าทําไม่ได้สักวันหนึ่งผมจะให้เขา ลุกขึ้นมาเอง แล้วเขาคงจะปรับปรุงกันได้ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ 🔗

ขอบคุณนะครับ เชิญ พลตํารวจตรี ขจร สัยวัตร์ ครับ

พลตํารวจตรี ขจร สัยวัตร์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม พลตํารวจตรี ขจร สัยวัตร์ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ จังหวัดบึงกาฬ ก่อนอื่น ขอเรียนว่าการกําหนดอนาคตกิจการตํารวจนั้นต้องย้อนดูอดีต นําอดีตมาวิเคราะห์ กับสถานการณ์ปัจจุบัน แล้วจึงกําหนดอนาคตกิจการตํารวจ รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ มีคําสั่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตํารวจ เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ คณะกรรมการ ๒๘ คน อนุกรรมการ ๕ คณะ ๑๑๑ คน รวมทั้งสิ้น ๑๓๙ คน ใช้เวลาพิจารณา ๙ เดือน ๑๒ วันผลิตเอกสารได้ ๗ เล่ม น่าอ่านและมีสาระสําคัญยิ่ง แต่มิได้ตราเปึนกฎหมาย ส่วนรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยท่านประธาน เทียนฉาย ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปกิจการตํารวจ มีคณะกรรมการรวม ๑๗ คน ใช้เวลาศึกษา ๕ เดือน ๑๓ วัน กระผมได้ศึกษาแล้วพอรับได้ครับ ขอเปึนกําลังใจ ขอแผ่นที่ ๑ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติถือเปึนองค์กรหลักของชาติ มีบทบาทอํานาจหน้าที่ต่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน และความเกษมสุขของประชาชนแต่ดึกดําบรรพ์ ขอแผ่นที่ ๒ กระผมจะกล่าวเฉพาะประวัติ สํานักงานตํารวจแห่งชาติพอสังเขป ขอแผ่นที่ ๓ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระมหากษัตริย์ผู้วางรากฐานตํารวจไทย ตั้งแต่ป้ ๑๙๙๘ ถึงปัจจุบัน ๕๖๐ ป้

บรรจุไว้ในตําแหน่งขุนเวียงดูแลราษฎรให้อยู่เย็นเปึนสุขและปราบโจรผู้ร้าย ป้ ๒๔๐๐ รัชกาลที่ ๔ ทรงพระราชทานกําเนิดตํารวจสมัยใหม่ ปัจจุบันพระบรมราชานุสาวรีย์ ประดิษฐานอยู่ ณ อาคาร ๑ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ป้ ๒๔๔๕ รัชกาลที่ ๕ ทรงให้กําเนิด โรงเรียนนายร้อยตํารวจ ปัจจุบันพระบรมราชานุสาวรีย์ประดิษฐาน ณ โรงเรียนนายร้อย ตํารวจสามพราน ป้ ๒๔๕๔ รัชกาลที่ ๖ ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตรา พระแสงโล่เขนเปึนสัญลักษณ์ตํารวจไทย ป้ ๒๔๗๒ รัชกาลที่ ๗ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ใช้ชื่อ กรมตํารวจ แทน กรมตํารวจภูธร และ กรมพลตระเวน ชื่อเดิม ป้ ๒๕๓๕ รัชกาล ปัจจุบันทรงปรับโอนกรมตํารวจจัดตั้งเปึนสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ส่งผลให้ ผบ.ตร. มีตําแหน่งเทียบเท่า ผบ. เหล่าทัพ เงินเดือน ส. ๙ เต็มขั้น ๗๐,๙๓๐ บาท จะเห็นได้ว่า พระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่ล้นเกล้า ฯ รัชกาลที่ ๔ รัชกาลที่ ๕ รัชกาลที่ ๖ รัชกาลที่ ๗ และรัชกาลที่ ๙ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก้ไขปรับปรุง เปลี่ยนแปลงองค์กรตํารวจไทย ในทางสร้างสรรค์ตลอดมา ขอแผ่นที่ ๕ ครับ พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่จารึกบนอุนาโลมหน้าหมวกตํารวจ สัพเพสัง สังฆภูคานัง สามัคคี วุฑฒิสาธิกา ความพร้อมเพรียงของหมู่คณะนํามาซึ่งความสําเร็จสุข ข้อความที่ ๒ พิทักษ์สันติราษฎร์ เปึนการกําหนดอํานาจหน้าที่ให้ตํารวจทําหน้าที่พิทักษ์รักษาความสงบสุข ให้กับราษฎร ประชาชนพลเมืองไทยทุกคนมีความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบัน พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ การใดที่ส่งผลให้ตํารวจต้องแตกแยกความสามัคคีทั้งทางตรง ทางอ้อม แยกพวกแบ่งฝ์ายเปึนการมิบังควร เช่นให้ตํารวจฝ์ายหนึ่งมียศ อีกฝ์ายหนึ่งไม่มียศ ซึ่งไม่มีในเอกสารนี้ ก็เหมือนแบ่งประเทศเกาหลีเหนือ ประเทศเกาหลีใต้ ถือเปึนแผลแตก ที่ร้าวลึกเย็บไม่ติดจนถึงปัจจุบัน ขอแผ่นที่ ๕ ครับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติมีกําลัง พล ๒๑๕,๙๐๔ คน ย่อมมีทั้งตํารวจดีและตํารวจไม่ดีเปึนธรรมดา เมื่อมีการทําผิดเกิดขึ้นตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๕ ถึงป้ ๒๕๕๗ สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ลงโทษกรณีความผิดไม่ร้ายแรงนะครับ จํานวน ๙,๔๘๖ รวม ๓ ป้ ลงโทษกรณีร้ายแรง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก จํานวน ๖๙๑ คน ท่านประธานครับ ดอกเตอร์คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เพชรน้ําหนึ่งของ การศึกษาไทย เมื่อครั้งรับตําแหน่ง แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในการประชุมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กระทรวงศึกษาธิการหลังเข้ารับตําแหน่งกล่าวตอนหนึ่งว่า ฉันเปึนแม่ที่ไม่ชอบออกลูกใหม่ แต่ต้องการเลี้ยงลูกคน เก่าให้ดี เติบโตอย่างมีคุณภาพ

ถ้าเปรียบตํารวจเปึนเหล็กแท่งบริสุทธิ์ เมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็ย่อมมีสนิมเกาะกินผิวเหล็ก เจ้าของเหล็กมีวิธีจัดการกับแท่งเหล็ก ๒ วิธีครับ ๑. ขูดสนิมออกให้หมด ขัดให้สะอาด ทาด้วยน้ํายาปัองกันสนิม นําเหล็กที่เหลือมาใช้งานให้เกิดประโยชน์ต่อไป เรียกว่าการปฏิรูป ๒. ตัดแท่งเหล็กทิ้ง นําเหล็กแท่งใหม่มาใช้แทน เรียกว่า การปฏิวัติ การปฏิรูปหรือการปฏิวัติ กิจการตํารวจอยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการทุกท่าน ขอจบ ขอบคุณครับ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณบุญเลิศ คชายุทธเดช ครับ

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม บุญเลิศ คชายุทธเดช หรือ บุญเลิศ ช้างใหญ่ นะครับ วันนี้ดีใจได้มาพบกับท่านกรรมาธิการ และ ๑ ในนั้นท่านเปึนผู้ที่ผมให้ความเคารพท่านนะครับ ท่าน พลตํารวจเอก วสิษฐ เดชกุญชร ท่านประธานครับ เรื่องของการปฏิรูปประเทศ กิจการหรือการบริหารงานของ ตํารวจนี่เราพูดกัน แล้วก็ได้ยินกันมาตั้งแต่เริ่มต้นว่า

เปึนเรื่องใหญ่เรื่องสําคัญเร่งด่วนที่ควรจะต้องมีข้อเสนอว่าจะปฏิรูปสํานักงานตํารวจแห่งชาติ หรือเจ้าหน้าที่ตํารวจกันอย่างไร วันนี้ก็เปึนอีกครั้งหนึ่งที่รายงานว่าด้วยการจัดทําแผนปฏิรูป กิจการตํารวจได้เสนอเข้ามา ผมก็ได้อ่านเอกสารผลการศึกษาการจัดทําแผน แล้วก็ได้ฟัง ท่านประธาน อาจารย์ธีรยุทธ์ได้นําเสนอ และฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย เสนอแนะ ท้วงติง กันไปนะครับ ผมก็อยากจะเรียนว่าในการปฏิรูปกิจการตํารวจจะต้องมีคําตอบให้ชัดเจนว่า ตํารวจซึ่งเปึนต้นน้ําของกระบวนการยุติธรรมจะสร้างความสงบเรียบร้อยให้กับบ้านเมืองนี่ จะทําอย่างไร ท่ามกลางสภาพสังคมที่ขยายตัว สลับซับซ้อน มีข้อขัดแย้ง มีข้อพิพาท และมีการกระทําที่ผิดกฎหมายเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน การปฏิรูปกิจการตํารวจ จะสร้างความสงบเรียบร้อยได้อย่างไร ประการที่ ๒ การเปึนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ การอํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนคนยากคนจนที่ไม่มีพวกพ้อง และไม่มีเส้นสาย ปฏิรูปกิจการตํารวจจะไปตอบโจทย์นี้ได้อย่างไร เรื่องของความยุติธรรม ผมก็อยากจะกราบเรียนว่าความเปึนเอกภาพของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เพื่ออํานวยความยุติธรรมให้กับประชาชนยังไม่มีกลไกนี้เกิดขึ้น ความเปึนเอกภาพนั้น หมายถึงว่าหน่วยงานภาครัฐทั้งปวง ไม่ว่าจะเปึนตํารวจ อัยการ และรวมถึงศาล แม้ว่าจะแยกออกเปึนอีกองค์อํานาจหนึ่ง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการปฏิบัติงานของท่าน เกี่ยวพันกับความเปึนธรรม ความยุติธรรมด้วย และมีอัยการเข้ามาเสริม มีราชทัณฑ์ ที่จะรองรับผู้ต้องขัง ผู้ต้องโ ทษ ถึงจะอํานวยความยุติธรรมได้ ไม่ใช่ต่างคนต่างทํา ท่านประธานครับ เรื่องของความยุติธรรมเจ้าหน้าที่ตํารวจแต่งเครื่องแบบ มีอาวุธ มีกฎหมาย ไว้ในมือ การปฏิบัติต่อบุคคลแต่ละผู้แต่ละนามทั้งในส่วนกลางและห่างไกลสุดลูกหูลูกตา จนกระทั่งตรวจสอบไม่ถึง ระบบการบริหารกิจการตํารวจมีความจําเปึนและสําคัญมาก ที่จะไม่ปล่อยให้ข้อผิดพลาดเกิดขึ้นมากจนเกินไปจนกระทั่งสร้างความเดือดร้อน และในปัจจุบันเราปฏิเสธไม่ได้ว่าวงการตํารวจก็เปึนอีกเรื่องหนึ่งที่จําเปึนจะต้อง มีการปฏิรูปกันว่าจะทํากันอย่างไร ท่านประธานครับ การปฏิรูปตํารวจโดยเฉพาะ กิจการตํารวจถึงที่สุดถ้าจะประมวลดูตัวชี้วัดถึงความสําเร็จว่าจะเกิดขึ้นอย่างไรก็ไม่ทราบ ถ้าหากว่านําเอาสิ่งต่าง ๆ ที่เสนอแล้วไปปฏิบัติ ประชาชนจะต้องอุ่นใจครับ ขับรถไป ถ้าถูกตํารวจเรียกให้จอดข้างทางจะต้องอุ่นใจว่าเราขับมาดี ๆ ไม่ได้แซงหน้าแซงหลัง

เราจะปลอดภัย ไม่ใช่ว่าเห็นตํารวจแล้วใจหาย กูซวยแน่ ไม่รู้เรื่องอะไร อย่างนี้ผมคิดว่าไมได้ ก็อยากจะกราบเรียนด้วยความเคารพ เวลาหมดแล้วครับ ผมขออนุญาตไว้เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณเจริญศักดิ์ ศาลากิจ ครับ

นายเจริญศักดิ์ ศาลากิจ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ที่เคารพ และคณะกรรมาธิการวิสามัญ กระผม เจริญศักดิ์ ศาลากิจ สมาชิก สปช. หมายเลข ๐๔๗

สิ่งที่จะขอกล่าวในที่ประชุมนี้ไม่ใช่เปึนเรื่องไม่ถูกใจในสิ่งที่ท่านนําเสนอมา แต่เปึนเรื่องของ ความสมเหตุสมผลของข้อเสนอของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ท่านกล่าวในหน้า ๑๖ ถึงความสมเหตุสมผลของท่านที่ท่านพูดว่าการศึกษาพบว่าการสืบสวน การสอบสวน การปัองกัน และปราบปรามเปึนกระบวนการที่ไม่สามารถแยกจากกันได้ จริงหรือ ผมก็คงไม่อาจจะพูดได้ว่าจริงหรือไม่จริง แต่ผมคิดว่าท่านก็คงจะต้องทบทวนดูสักนิดหนึ่ง เพราะในขณะที่จุดกําเนิดของคณะกรรมาธิการชุดนี้ตั้งขึ้นเปึนการศึกษาภายใต้ข้อเสนอจาก รายงานของเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๘ ซึ่งมีข้อเสนอทั้งหมด ๑๕ ข้อ แต่ข้อเสนอที่นํามา ซึ่งคณะกรรมการชุดท่านนั้นคือข้อเสนอจากข้อความคิดว่าควร ยกการสอบสวน ออกจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ สิ่งนี้น่าจะเปึนตรรกะที่น่าจะนํามาใช้เปึนประเด็น พิจารณาของท่านมากกว่า ท่านครับ เหตุผลที่เขาพูดถึงการแยกงานสอบสวนให้เปึนอิสระ จากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เขาบอกว่ามันเปึนการกระทําเพื่อการตรวจสอบและถ่วงดุล อํานาจการสอบสวน มันเปึนการตรวจสอบอํานาจนะครับท่าน ซึ่งอํานาจในอดีตนี่มันทําให้ มันมีวิญญาณของผู้บริสุทธิ์สูญเสียไปเปึนสัมภเวสีอย่างมากมาย ถ้าการกระทําการปฏิรูป กิจการตํารวจแล้วสามารถแยกได้นี่มันอาจจะทําให้ดวงวิญญาณเหล่านั้นไปสู่สุคติ ในสัมปรายภพได้ แต่กรณีที่ผ่านมาข้อเสนอของท่านประมา ณ ๑๐ กว่าหน้านี่ ถ้าเรามา พิจารณาภายใต้เครื่องมือประวัติศาสตร์ ตรรกศาสตร์และสภาพสังคมปัจจุบัน ท่านครับ ประวัติศาสตร์นี่เอาให้ใกล้ที่สุดเลยนะครับ ก็คือคําสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๓๐/๒๕๔๘ ตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบงานตํารวจ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ท่านพูดคําว่าปฏิรูป มีความแตกต่างอย่างมากมาย ตอนนั้นผมอ่านสาระผมรู้สึกชื่นชมนะครับ ชื่นชมมาก ๆ เลย ท่านก็ผลิตรายงานออกมา ๑๔ เล่ม ๑๔ เล่มนี้อยู่ในห้องสมุดของสํานักงานของรัฐสภาเรา ภายใต้การศึกษานี้ ท่านก็มีรายละเอียดตรรกะมากมายนําเสนอ พูดจนกระทั่งถึงโพลิติคัล วิล (Political will) ของท่าน พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ท่านพูดถึงหลักแห่งความชอบธรรม และผลิตผลของงานนั้นก็นํามาสู่งานการเป่ดการประชุมเมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๐ มีข้อเสนอในงานปรับปรุงระบบงานตํารวจ ๑๐ ประการ มีการร่างกฎหมาย ๒ ฉบับ แล้วมันเกิดขึ้นไหมครับท่านในภาพที่เปึนจริง มันไม่ได้เกิดภาพนั้นเลย ก็เช่นเดียวกับตรรกะ ที่ท่านนํามาพูดถึงว่าเพราะการเมืองมันแทรกแซง มันก็เปึนการเมืองที่แทรกแซงจริง ตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ จนถึงปัจจุบัน แล้วมันก็เปึนการเมืองที่แทรกแซงมาตลอดเวลาว่าถ้าตราบใด

มีใครเอ๊ะปากออ กมาว่าจะปฏิรูป กิจการตํารวจ มันก็จะเปึนความวุ่นวาย มีข้อเสนอ แปลก ๆ ใหม่ ๆ ออกมา ท่านครับ ถ้าท่านไม่กระทําการในการปฏิรูปกิจการตํารวจในครั้งนี้ ก็ต้องขอกราบเรียนอย่างที่เราพูดกันอยู่ตลอดว่าเสียเวลา แล้วก็เสียมาก ๆ ถ้ารายงานฉบับนี้ ออกไปสู่สาธารณะ เพราะมันเปึนรายงานที่ขัดแย้งกับสิ่งที่สังคมเขาจะยอมรับได้ สิ่งที่สังคม ไม่อาจยอมรับได้ มันมีเรื่องที่ ๑ คือปัจจุบันนี้เราอยู่ภายใต้หลักแห่งการกระจายอํานาจ เราอยู่ภายใต้หลักว่าอํานาจใดที่มันผูกขาดตัดตอน มันจะไปสู่ความฉ้อฉลของผู้คน แล้วมันจะต้องมีการตรวจสอบและถ่วงดุล อํานาจใดที่นํามาซึ่งผลประโยชน์ทับซ้อน อย่างมากมาย มันต้องมีการตรวจสอบและถ่วงดุลกัน เขาจึงมีข้อเสนอให้แยกงานสอบสวน ให้เปึนอิสระจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ นี่คือสิ่งที่จะเปึนสัจจะที่แท้จริง แล้วคงไม่ใช่ เปึนเรื่องความถูกใจและไม่ถูกใจ แต่มันน่าจะพิจารณาถึงความสมเหตุสมผลสอดคล้องกับ สังคมนี้ ขอบพระคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณอรพินท์ สพโชคชัย ครับ

นางสาวอรพินท์ สพโชคชัย 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็เรียนท่านกรรมการทุกท่านด้วยความเคารพ ดิฉันคิดว่าเรื่องการปฏิรูปตํารวจนั้น เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ แล้วปัญหาเรื่องของตํารวจนั้นไม่ใช่เปึนปัญหาที่ประเทศไทย ประสบกันอยู่ประเทศเดียว ดิฉันคิดว่ารัฐบาลในหลายประเทศไม่ว่ำจะเปึนประเทศ ที่พัฒนาแล้วหรือประเทศกําลังพัฒนานั้นก็จะมีปัญหากับการพัฒนาตํารวจอยู่สม่ําเสมอ ดิฉันคิดว่าการปฏิรูปตํารวจนั้นมีความสําคัญ ในรายงานฉบับนี้ดิฉันคิดว่ายังให้ความสําคัญ กับการปฏิรูปตํารวจนั้นยังไม่ครบวงจร ดิฉันขออนุญาตเพิ่มเติมในส่วนที่ดิฉันคิดว่าน่าจะเปึ น ประเด็นสําคัญ รายงานฉบับนี้ถ้าจะนําไปสู่การปฏิรูปตํารวจจริง ๆ นั้นดิฉันคิดว่าจะต้อง ลงหมัดให้หนักกว่านี้อีกหน่อย รู้สึกจะแผ่วเบาไปนิดหนึ่ง ในส่วนที่ดิฉันจะขออนุญาต เพิ่มเติมนั้นเปึนส่วนที่ดิฉันคิดว่าเปึนแนวคิดอีกด้านหนึ่ง ในส่วนของรายงานนั้นได้พูดถึง เรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ดิฉันคิดว่าในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ในรายงานฉบับนี้ยังเขียนได้ไม่ค่อยชัดเจนมากนัก ในเรื่องการนําประชาชนมีส่วนร่วม ในภารกิจของตํารวจที่เขียนอยู่ในรายงานนั้น ในหลายประเทศนั้นเขาได้แปลงสารตรงนี้ ออกมาเปึนส่วนที่เรียกว่าคอมมิ วนิตี โพลิสซิง (Community policing) ขออนุญาต ใช้คําภาษาอังกฤษ ในประเทศไทยเราจะใช้คําว่าตํารวจชุมชน แต่ตํารวจชุมชนนั้น เปึนวิธีการทํางานใหม่ของตํารวจ ซึ่งแตกต่างจากการทํางานของตํารวจในปัจจุบัน การทํางานของตํารวจในลักษณะที่เรียกว่าเปึนคอมมิ วนิตี โพลิสซิงนั้นเปึนการทํางาน ที่เปลี่ยนวิธีการดูแลแล้วก็ให้บริการประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีข้อเสนอแนะในเรื่องนี้ จะทําให้นําไปสู่เปัาหมายที่ในรายงานที่เขียนไว้ว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล แล้วก็คุณภาพบริการของประชาชน แล้วก็ในส่วนที่เปึนเปัาหมายในเรื่องของการมีส่วนร่วม ของประชาชน คอมมิวนิตี โพลิสซิงนั้นทําอย่างไร มีตัวอย่างในหลายประเทศที่ดําเนินการ แล้วก็มีผลการศึกษาที่ระบุว่าการที่ตํารวจนั้นปรับโครงสร้างของสถานีตํารวจนั้น ให้เปึนโครงสร้างที่ทํางานในลักษณะที่เปึนคอมมิวนิตี โพลิสซิงนั้นจะทําให้ได้ผลงานที่ดีขึ้น บริการประชาชนจะดีขึ้น ลดปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของอาชญากรรมในชุมชน ตัวอย่าง หลายประเทศที่ได้มีการดําเนินงานในเรื่องนี้ ในปัจจุบันนี้ประชาชนมีเรื่องเดือดร้อนจะวิ่งไป

ที่โรงพักไปแจ้งความ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง หรือเปึนเรื่องของการฆาตกรรม หรือเรื่องอุบัติเหตุต่าง ๆ ก็จะวิ่งไปโรงพัก เพราะฉะนั้นตํารวจจะนั่งอยู่ที่ศูนย์ แต่การทํางาน แบบคอมมิวนิตี โพลิสซิงนั้นเขากระจายตํารวจลงไปอยู่ในชุมชน เขาแบ่งพื้นที่อย่างเช่น ในพื้นที่เขตหนึ่งที่โรงพักนั้นรับผิดชอบจะแบ่งออกมาเปึนโซน (Zone) แล้วก็กระจายตํารวจ ออกไปอยู่ในชุมชน ตํารวจที่รับผิดชอบในเขตของตัวเองนั้นจะต้องทําการศึกษาชุมชน วางแผนร่วมกับชุมชนในการที่จะดูแลเพื่อรักษาสิ่งที่เราเรียกว่าดูแลความปลอดภัยต่าง ๆ ในชุมชน ในหลายประเทศนั้นเขาได้ปรับภาพพจน์ของตํารวจจากการที่นั่งแท่นอยู่บนโรงพัก มาเปึนตํารวจที่ทํางานร่วมกับประชาชน แล้วได้รับความร่วมมือจากประชาชนมาก ภาพพจน์ ของตํารวจในการทํางานในลักษณะนี้จะเปลี่ยนจากการที่เปึนตํารวจผู้ใช้อํานาจอย่างเดียว กลายเปึนตํารวจที่เปึนมิตรต่อประชาชนมากขึ้น มีผลการศึกษาต่าง ๆ มากมายที่แสดง ให้เห็นว่าการทํางานในลักษณะที่เปึนตํารวจชุมชนนั้นนําไปสู่ ความสําเร็จในการที่จะดูแล ประชาชน ในรายงานฉบับนี้มิได้กล่าวถึงการดูแลประชาชนโดยตรง ซึ่งดิฉันคิดว่าเจตนารมณ์ ของตํารวจนั้นไม่ใช่จะมีสํานักงานตํารวจแห่งชาติอย่างเดียว ดิฉันคิดว่าการที่มีตํารวจนั้น จะต้องมีผู้ที่จะดูแลความปลอดภัย ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในชุมชน ดิฉันคิดว่า ถ้าเราเปลี่ยนวิธีการทํางานของตํารวจจากการทํางาน จากสถานีตํารวจหรือโรงพักนั้น เปึนการทํางานในลักษณะที่แบ่งเปึนชุมชน ดิฉันคิดว่าน่าจะมีความชัดเจนแล้วก็ทําให้ คุณภาพบริการดีขึ้น อีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันอยากเสนอดิฉันเห็นด้วยกับท่านอาจารย์ประเสริฐ ขออนุญาตเอ่ยนาม ในเรื่องของการปรับหลักสูตรของการให้การศึกษากับผู้ที่เปึนตํารวจ ทําให้ดิฉันนึกถึงการที่ดิฉันได้ไปสอนหนังสืออยู่ที่ประเทศเกาหลี ลูกศิษย์ดิฉันชุดหนึ่ง ดิฉันได้รับการมอบหมายให้สอนคณะที่เรียกว่าคณะตํารวจ เขาเปึนคณะที่เป่ด ในมหาวิทยาลัย

เด็กจะต้องจบระดับมหาวิทยาลัย ๔ ป้แล้วถึงจะไปสมัครเปึนตํารวจ ดิฉันคิดว่าตรงนี้ก็อาจจะ เปึนมิติใหม่ที่มองให้เห็นถึงว่าจริง ๆ แล้วอาจจะไม่จําเปึนต้องไปสร้างโรงเรียนตํารวจที่จะ ผลิตบุคลากรที่เปึนตํารวจอย่างเดียว ดิฉันขออนุญาตนําเสนอนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญรองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล ครับ

รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล 🔗

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติจาก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลําดับที่ ๐๐๗ จริง ๆ ในเรื่องของตํารวจดิฉันก็คงต้องกราบเรียนว่า ดิฉันไม่ได้มีความรู้ลึกลงไปในเรื่องวงการตํารวจ หรือเรื่องของการทํางานของตํารวจที่จะพูด ในวันนี้คงพูดในฐานะประชาชนเต็มขั้นคนหนึ่งที่ได้สัมผัสกับบริการของตํารวจว่าเปึนอย่างไร ดิฉันมี ๒ ประเด็นที่อยากจะพูดในวันนี้ ประเด็นที่ ๑ คงจะเปึนประเด็นในการที่จะเสริมว่า ในลักษณะพิเศษของการทํางานของตํารวจคือสิ่งที่ ดิฉันคิดว่าเราต้องหาในการปฏิรูปครั้งนี้ อันที่ ๑ ก็คือจุดคานงัดของเรื่องการปฏิรูประบบตํารวจควรจะทําอย่างไร ซึ่งดิฉันคิดว่า จุดคานงัดที่เขียนมาในนี้มันยังเห็นได้ไม่ชัดเจนว่าจุดไหนบ้างว่าที่จะให้ผลอะไร จุดที่ ๒ คือระบบการตรวจสอบและการถ่วงดุลของการทํางาน ซึ่งสมาชิกได้พูดไปแล้วว่า เราจะทําอย่างไร เพราะใน ๒ เรื่องนี้ดิฉันคิดว่าเราคงจะต้องไปดูในสิ่งที่ท่านเสนออยู่ ๒ เรื่อง ด้วยกัน เรื่องที่ ๑ คือในเรื่องของ ๕.๕ เรื่องอื่น ๆ ที่ท่านพูดถึงข้อ ๓ กับข้อ ๔ คือ ๕.๕.๓ เรื่องการปัองกันการทุจริตคอร์รัปชันกับ ๕.๕.๔ คือระบบงบประมาณของตํารวจ ถ้าเราย้อนกลับไปดูว่าปัญหาในเรื่องร้องเรียนที่ว่าทําไมประชาชนมองว่าตํารวจไม่เปึนที่พึ่ง ตํารวจรีดไถเก่ง ตํารวจไม่มีเกียรติยศเกียรติศักดิ์ของตนเองอะไรนี้ ประเด็นนั้นจะไปอยู่ที่ว่า ลักษณะพิเศษของการทํางานของตํารวจจะเหมือนกับแพทย์ พยาบาลก็คือว่าเขาต้องอยู่เวรยาม ๒๔ ชั่วโมง เขาต้องดูแลทุกข์สุขของประชาชนตลอด สมัยก่อนอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ก็ดูแลภายใต้กระทรวงมหาดไทย ตอนนี้มาอยู่สํานักงานก็ดูแลภายใต้สํานักงาน แต่สิ่งที่ดิฉัน มองว่าทําไมวิชาชีพอื่นที่เขาอยู่เวรยาม ๒๔ ชั่วโมงหรือแม้แต่ รปภ. เองเขาก็มีศักดิ์ศรี ของเขา มีเกียรติศักดิ์ของเขาทําไมเขาไม่ถูกกล่าวหาเรื่องรีดไถ เพราะฉะนั้นคงต้องมามองว่า ในระบบของตํารวจเองควรจะต้องหาระบบรายได้เสริมให้เขา ตั้งแต่ระดับตํารวจชั้นผู้น้อย ถึงชั้นผู้ใหญ่ ไปคิดแต่ว่าจะต้องเอาเงินเดือนให้ดิฉันคิดว่ามันอาจจะเปึนไป ไม่ได้ เพราะตํารวจ

ก็เหมือนพยาบาลก็คือมีจํานวนเปึน ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ คนต้องเพิ่มเงินเดือนหมด ไม่เหมือนผู้พิพากษา หรือแพทย์ หรืออัยการที่มีจํานวนน้อยเขาเพิ่มเงินพิเศษได้ สิ่งที่จะต้องทํา อาจจะต้องดูในเรื่องของสวัสดิการกับรายได้เสริม ทีนี้รายได้เสริมจะให้ทําอะไรตรงนี้เปึนจุดที่ ดิฉันอยากให้ช่วยคิด ในหลายอาชีพพยาบาลเขามีรายได้เสริมด้วยการไปเฝัาไข้เปึน พยาบาลพิเศษ แต่ตํารวจจะมีรายได้เสริมด้วยลักษณะอย่างไรเพื่อให้เขามีค่าตอบแทน ที่เพียงพอที่จะอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี อยู่ได้อย่างมีคุณภาพชีวิต มีเกียรติยศ เกียรติศักดิ์ที่เขา ต้องภาคภูมิที่เขาต้องหวงแหน สิ่งนี้เขาไม่มีในระบบตํารวจไทย ประเด็นที่ ๒ ดิฉันอยากจะพูด ในที่นี้ก็คือในเรื่องของระบบในการถ่ายโอนภารกิจ ซึ่งจะไปอยู่ในอีกข้อหนึ่งก็คือข้อ ๕.๔ เรื่อง การถ่ายโอนเท่าที่ท่านเสนอมาดิฉันคิดว่ามันยังไม่เปึนจุดคานงัดที่ดี เพราะว่าท่านก็จะ ถ่ายโอนไปในหน่วยงานที่บอกว่าตํารวจท่องเที่ยวไปอยู่กับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ตํารวจจราจรไปอยู่กระทรวงคมนาคม ตํารวจรถไฟไปอยู่กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งไม่ได้มองในภาพรวมว่าการถ่ายโอนหรือการชําแหละสถาบันตํารวจแห่งชาติ และการปฏิบัติงานของภารกิจตํารวจเพื่อให้เกิดจุดคานงัดและมีการตรวจสอบถ่วงดุล ในอีก ๒๐ ป้ข้างหน้าระบบตํารวจไทยควรจะเปึนอย่างไร ถ้ามองอย่างนั้นมันไม่ใช่แค่ถ่ายโอน แบบนี้จะต้องมองในภาพรวม ดิฉันขอยกตัวอย่างที่อาจารย์อรพินท์พูดว่าถ้าเราจะถ่ายโอน งานด้านบริการของตํารวจทั้งหมดให้ไปอยู่กับชุมชน ซึ่งจะเรียกว่าท้องถิ่นหรือภูมิภาค ก็แล้วแต่ออกจากส่วนกลางโดยเด็ดขาดได้ไหม ถ้าเขาไปเปึนตํารวจชุมชนหรืออยู่กับชุมชนได้ งานด้านบริการทุกด้าน แม้กระทั่งงานสอบสวนเบื้องต้นก็ยังทําได้เลย

แต่อย่างไรก็ตามดิฉันอยากให้แยกว่าตํารวจส่วนกลางจะเหลือภารกิจอะไร แล้วก็ตํารวจ ที่จะต้องกระจายไปอยู่ภูมิภาคและชุมชนจะมีอะไรบ้าง ถ้ากระจายออกไปให้ได้มากที่สุด ให้ส่วนกลางเหลือน้อยที่สุดนั่นจะเปึนประโยชน์กับสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติหรือสถาบัน ตํารวจมากที่สุด เพราะอีก ๒๐ ป้ข้างหน้าเราต้องคิดถึงว่าตํารวจต้องลงไปอยู่ในที่ที่จะทํางาน เต็มที่อยู่ในท้องถิ่นนั่นแหละ อยู่ในชุมชน ไม่ใช่ทุกคนต้องมาขึ้นกับส่วนกลาง เพราะฉะนั้น ก็ขอเสนอว่าการถ่ายโอนภารกิจที่ท่านนําเสนอใน ๕.๔ ในหน้า ๑๘ ดิฉันคิดว่ายังไม่เปึน จุดคานงัดที่ดี เพราะฉะนั้นอยากขอให้นึกถึงภาพสํานักงานตํารวจแห่งชาติหรือการปฏิบัติ ภารกิจของตํารวจในอีก ๒๐ ป้หรือ ๓๐ ป้ หรือ ๕๐ ป้ข้างหน้าว่าตํารวจส่วนกลาง ต้องเหลือภารกิจให้น้อยที่สุด ตํารวจส่วนท้องถิ่น ภูมิภาค ชุมชนต้องรับภาระไปทํา แล้วเข้าควบคุ มกํากับกันเอง แต่เขาต้องมีเกียรติยศ เกียรติศักดิ์ ศักดิ์ศรีที่จะอยู่ได้ อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีพอไม่ต้องไปรีดไถชาวบ้าน ขอบคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ ครับ

นายธีรศักดิ์ พานิชวิทย์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ผม ธีรศักดิ์ พานิชวิทย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่จะอภิปรายเพื่อเปึนประเด็นความเชื่อมโยงต่อการปฏิรูป การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการปฏิรูปกิจการตํารวจ การมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น ผมคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญที่จะเปึนส่วนหนึ่งของการขัดเกลาให้องค์กรตํารวจนั้นมีประสิทธิภาพ มากขึ้น แล้วก็เปึนที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้น ถ้าพูดกันง่าย ๆ ก็คือการเป่ดโอกาส ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการองค์กร ผมคิดว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วครับ ที่องค์กรตํารวจนั้นจะต้องปรับบทบาทของตนเอง เนื่องจากองค์กรตํารวจนั้น เปึนหน่วยบริการที่มีความสัมพันธ์ต่อพี่น้องประชาชน แต่ประเด็นที่มีความจําเปึนก็คือ ประเด็นที่เปึนภาพลักษณ์ที่เราต้องยอมรับจริง ๆ ว่าหน่วยบริการระดับพื้นที่ ไม่ว่าจะเปึน สถานีตํารวจภูธรต่าง ๆ หรือระดับภูธรจังหวัดก็ดี สิ่งที่ขาดหายไปอยู่ในขณะนี้ก็คือว่า กลไกความร่วมมือที่เกิดขึ้นแล้วไปกําหนดทิศทางที่เปึนแผนงานในการจัดบริการระดับพื้นที่ ไม่มีครับ วันนี้เรามีคณะกรรมการที่เราเรียกว่า กต.ตร. อยู่ในระดับจังหวัดก็ดี ในระดับสถานี ตํารวจภูธรทั่วไปก็ดี มีทุกแห่งครับ แต่มันเปึนเพียงองค์ประกอบที่เปึนกระบวนการที่บอกว่า

องค์ประกอบนี้เปึนองค์ประกอบที่เปึนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน แต่มันไม่สามารถ เปึนกลไกจริง ๆ ที่ไปทําให้องคาพยพของตํารวจนั้นเป่ดกว้างไปสู่การจัดบริการ ที่มีประสิท ธิภาพ สิ่งที่ผมอยากจะนําเสนอเปึนกรอบเชื่อมโยงกับกลไกการปฏิรูป มีอยู่ ๓ ประเด็นด้วยกัน ประเด็นที่ ๑ ที่มาของคณะกรรมการที่มาร่วมดําเนินการขับเคลื่อน กิจการตํารวจในระดับพื้นที่ ผมคิดว่าวันนี้ผู้แทนที่มีการกําหนดไว้ ซึ่งมีผู้แทนท้องถิ่นบ้าง มีหน่วยงานต่าง ๆ บ้าง ผมคิดว่าสิ่งที่ควรจะเพิ่มแล้วก็เปึนองค์ประกอบหลักก็คือกลไก ด้านภาคการศึกษา ซึ่งไม่เคยมีการกําหนดเลยครับว่ามีผู้แทนสถาบันทางการศึกษา หรือด้านศาสนา วัฒนธรรมที่เปึนกลไกอยู่ในคณะกรรมการตํารวจในระดับพื้นที่ ประการที่ ๒ ผมคิดว่ากรรมการชุดนี้ควรมีบทบาทไปถึงกลไกในการกําหนดแผนงาน แล้วก็การวางกรอบงบประมาณในระดับพื้นฐาน แต่ไม่ใช่เปึนการไปล้วงลูกกลไก ในการบริหารงานหลัก แต่อย่างน้อยต้องเปึนกลไกหนึ่งที่จะต้องรับทราบข้อมูลและรับรู้ ร่วมกันว่าเราจะทําสิ่งใดดี ถ้าเกิดกลไกนี้ ขึ้นมาจะเปึนแผนงานร่วมที่เกิดขึ้น ระหว่างประชาชนและหน่วยบริการ ซึ่งตรงนี้ต้องยอมรับความจริงว่าวันนี้มีคณะกรรมการ ชุดนี้อยู่ทุกโรงพักเลยแต่ไม่มีภารกิจนี้

ประการที่ ๓ ครับ ผมคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญสูงสุดเลย เราต้องยอมรับความจริงครับว่าวันนี้ ปัญหาของบุคลากรผู้ปฏิบัติงานของสถานีตํารวจภูธรต่าง ๆ มีปัญหากับพี่น้องประชาชน โดยตลอดเลย เราเคยได้ยินครับ คนไหนมีพรรคพวกเปึนเจ้าหน้าที่ตํารวจไม่เปึนไรเดี๋ยวไป เคลียร์ (Clear) ได้ แล้วคนที่ไม่มีล่ะครับเขาจะพึ่งใคร ประเด็นนี้ผมกําลังคิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรของหน่วยงานนั้นจําเปึนที่จะต้องให้ คณะกรรมการชุดนี้ประเมินความพึงพอใจร่วมด้วย รวมไปถึงให้พี่น้องประชาชนที่เปึ น องค์กรต่าง ๆ ที่ได้มีส่วนร่วมในการทํางานร่วมกับกลไกของตํารวจเปึนกลไกหนึ่ง ในการประเมินความพึงพอใจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยครับ ถ้าอย่างนี้แหละครับผมบอกได้เลยว่า ตํารวจจะเปึนของประชาชน แต่วันนี้ประชาชนเปึนของตํารวจครับ เพราะฉะนั้นประเด็น ที่ผมนําเรียนเพื่อเสนอในการปฏิรูปที่มีความเชื่อมโยงกลไกการมีส่วนร่วมผมคงขอเสนอไว้ ๓ ประเด็น เพื่อจะนําไปสู่การเป่ดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่อการจัดการการบริการ ในระดับพื้นที่ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณคณิศร ขุริรัง ครับ

นายคณิศร ขุริรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดหนองบัวลําภูครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ประชาชน เขาต้องการและคาดหวังจากองค์กรตํารวจโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ตามชนบท ประชาชน ที่อยู่ในต่างจังหวัดและไม่มีพวกพ้อง ไม่มีพี่น้องเปึนข้าราชการตํารวจนั้น สิ่งที่เขาต้องการ อันดับแรกนั่นก็คือความสะดวกเมื่อไปติดต่อกับตํารวจ ไม่ว่าจะไปแจ้งความร้องทุกข์ ไปกล่าวโทษหรือแม้กระทั่งการตกเปึนผู้ต้องหา ตกเปึนผู้ถูกกล่าวหา เขาต้องการ ความสะดวก ความสะดวกที่ว่านั้นก็คือการได้รับบริการที่ดี คุณยายมาทําอะไร คุณตามาทํา อะไร จะให้ช่วยอะไรไหม นี่คือสิ่งที่เขาต้องการเมื่อไปที่โรงพักหรือว่าสถานีตํารวจ ประการที่ ๒ สิ่งที่เขาต้องการนั่นก็คือสิ่งที่ต้องการได้รับความคุ้มครองในชีวิต ในร่างกาย ในทรัพย์สิน เขาจะได้รับความปลอดภัยจากมิจฉาชีพ จากการประกอบอาชญากรรมต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ พวกเราไปที่สถานีตํารวจบางครั้งก็ได้รับการบริการที่ดี แต่หลายครั้งเราต้องถามหาพรรคพวกว่าผู้กํากับเรารู้จักไหม รองผู้กํากับ พนักงานสอบสวน เรารู้จักไหม แต่ชาวบ้านเขาไม่รู้จักหรอกครับ เพราะฉะนั้นทําอย่างไรประชาชนทุก ๆ คน

จะได้รับการบริการและความสะดวกจากตํารวจ ประการที่ ๒ สิ่งที่ประชาชนเขาต้องการนั้น ก็คือผู้บริหารตามสถานีตํารวจ เขาอยากจะมีส่วนร่วมในการแต่งตั้ง ในการโยกย้าย เลื่อนยศ ปลด ย้าย จากรายงานของคณะกรรมการในข้อ ๕.๑ ความเปึนอิสระของหน่วยงานตํารวจ และควบคุมการแทรกแซงทางการเมือง อันนี้ผมเห็นด้วยครับ เพราะว่าถ้าข้าราชการตํารวจ ผูกติดกับการเมืองเมื่อใดแล้วก็ต้องรับใช้การเมือง สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นมาแล้วครับ มีการเลือกตั้งเมื่อใด องค์กรตํารวจนี่แหละครับไปช่วยพรรคพวกหรือผู้ที่เคยให้ตําแหน่ง ให้หน้าที่ของตนเอง ฝ์ายตรงข้ามก็เสียเปรียบ ประเด็นต่อมานะครับ ในเรื่องที่คณะกรรมการ ได้รายงานไว้เรื่องการปฏิรูปงานสอบสวนในข้อ ๕.๓ เรื่องการเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพ ของพนักงานสอบสวน

ผมอยากให้พนักงานสอบที่มีอายุในการสอบสวน ๑ ป้ ๒ ป้ ๓ ป้ ๑๐ ป้นี่รับคดีแตกต่างกัน คนที่เปึนพนักงานสอบสวนใหม่ ๆ ก็ต้องรับคดีที่มีอัตราโทษน้อย ๆ คดีมีความเบา ๆ ไม่หนักมาก พนักงานสอบสวนที่มีอายุราชการมายาวนานเชี่ยวชาญในการสอบสวนต้องรับ คดีหนัก ๆ คดีที่มีอัตราโทษสูง ๆ อย่างนี้เปึนต้น ต่อไปครับการรับแจ้งความในรายงาน ท่านบอกว่าจะแก้ไขกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้สอดคล้องกับการรับแจ้งความ ผมอยากให้เขียนให้ชัดว่าจะแก้ไขในประ เด็นไหน อย่างไร ถ้าเขียนกว้าง ๆ อย่างนี้ มันก็ไม่สามารถที่จะตอบโจทย์ในความต้องการของประชาชนได้ ในข้อ ๕.๔ การถ่ายโอน ภารกิจให้หน่วยงานที่มีภารกิจหน้าที่โดยตรงไปดําเนินการเพื่อแบ่งเบาภาระของสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ผมเห็นด้วยทุกข้อครับ โดยเฉพาะเรื่องการจราจรก็ดี เรื่องการปัองกันและ ปราบปรามเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติก็ดี แต่สิ่งที่ผมอยากเสนอแนะเพิ่มเติม นั่นก็คือ ใน (๗) ถ่ายโอนภารกิจด้านการตรวจคนเข้าเมืองให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม หรือกระทรวงการต่างประเทศดําเนินการ ผมคิดว่าประสิทธิภาพในการทํางานเปึนสิ่งสําคัญกว่า ที่จะถ่ายโอนไปให้ ท่านยังไม่ทราบเลยว่าจะโอนให้กระทรวงไหนดี เพราะฉะนั้น ประสิทธิภาพถ้าโอนไปแล้วจะดีขึ้นหรือไม่ นี่เปึนประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตไว้ครับ แต่อย่างไรก็ดี ขวัญกําลังใจของตํารวจก็เปึนสิ่งสําคัญ สวัสดิการที่ดี ความดีความชอบ คนที่ทํางานดีก็ต้องได้รับ ตําแหน่งงานที่ดี อย่างนี้ก็ต้องให้กําลังใจเขาด้วย สิ่งสุดท้ายครับ งบประมาณที่หน่วยงานได้รับ ผมทราบจากเพื่อน ๆ ตํารวจครับ ค่าน้ํามันไปตามจับตามหมายจับ ค่าน้ํามันไปสืบสวน ค่าเดินทาง งบประมาณต่าง ๆ ตรงนี้สํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่ได้จัดให้ เขาก็จะวนไปที่ พ่อค้านักธุรกิจ โดยเฉพาะนักธุรกิจสีเทา ตรงนี้ต้องจัดให้เขาให้มีปริมาณที่เพียงพอ และครบถ้วนเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของประชาชน ในการที่เขารับทําคดี ตามคดี ตามหมายจับต่าง ๆ สืบสวนในคดีต่าง ๆ ก็คงฝากไว้เพียงแค่นี้ครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี 🔗

กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่างสูง คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ และสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓

ดิฉันเห็นด้วยกับคณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ ดิฉันอยู่ภาคใต้ดิฉันอยากจะ เสนอในประเด็นในภาคใต้เพื่อจะได้เกิดความสงบสักทีนะคะ ดิฉันเห็นด้วยเนื่องจาก หน่วยงานตํารวจต้องไม่ถูกอิทธิพลจากนักการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่น เพราะเวลา ลูกน้อง หัวคะแนนนักการเมืองทําผิดถูกจับ นักการเมืองก็จะไปขอคดีจะช่วยวิ่งเต้นทําให้ ประชาชนที่เดือดร้อนก็ไม่มีเส้นสาย เปึนการเอาเปรียบ ๒ มาตรฐาน ความเปึนธรรม จึงไม่เกิดขึ้น สร้างความเหลื่อมล้ํา ไม่เปึนธรรมแก่ประชาชน การปฏิรูปครั้งนี้ดิฉันถือว่า เปึนการวางแนวทางมาตรฐานในการแต่งตั้ง การโยกย้ายข้าราชการตํารวจ ดิฉันสนับสนุน เปึนอย่างยิ่ง เพราะจะสามารถแก้ปัญหาการวิ่งเต้นซื้อขายตําแหน่ง ตํารวจดี ๆ ไม่มีโอกาส เจริญก้าวหน้าในหน้าที่ ตํารวจดี ๆ ตํารวจเก่ง ๆ ของชาติก็มี ดิฉันไม่ได้ว่าตํารวจที่ดี ๆ อย่าไปกินปูนร้อนท้องนะคะ ดิฉันจะว่าตํารวจที่ไม่รู้จักหน้าที่ ดิฉันจะเสนอแนะถึง ผู้บังคับบัญชา ผู้รับผิดชอบ

ขณะนี้ในการปฏิรูปดิฉันขอเสนอตํารวจที่ทําให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเปึนต้นเหตุ ของการสอบสวนที่ไม่เปึนธรรม ดิฉันขอเสนอให้มีการกําหนดให้จัดการลดอิทธิพลของตํารวจ ในท้องถิ่นโดยขอให้กําหนดตํารวจใน ๓ หรือ ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องหมุนเวียนไป ถ้าอยู่นาน ๆ จะเกิดอิทธิพล ดิฉันอยากให้เขาไปอยู่ในชุมชนให้เกิดความสนิทสนมมากกว่านี้ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตกับประชาชนเพื่อประเทศชาติไม่ใช่ไปสร้างปัญหาต่าง ๆ ถ้าอยู่นาน ๆ ก็จะสร้างเช่นอิทธิพลต่าง ๆ ๑. อิทธิพลมืดเก็บค่าส่วยต่าง ๆ น้ํามันเถื่อน ชายแดนใต้ ตํารวจดูแลยาเสพติดก็เปึนคนสนับสนุนลําเลียงส่งยาเสพติดเอง ร่ํารวยมากมายนะคะ คนธรรมดานําไปใต้ตรวจจากต้นทาง ๑๔ จังหวัดไปลงใต้ ตรวจดิฉันเวลาดิฉันกลับลงใต้ตรวจเกือบ ๒๐ จุดค่ะ ถ้าไม่มีตํารวจร่วมด้วยก็ไม่ผ่านอยู่แล้ว ส่วนค้าประเวณี ค้ามนุษย์ บุหรี่เถื่อน ถ้าบอกก็มีอีกมากมายนะคะ ก็อยากจะให้ทั้ง ไม้เถื่อนด้วย การเก็บค่าต่าง ๆ ประชาชนไม่มีที่พึ่งแล้ว ถ้าร้องเรียนตํารวจถึงนายอําเภอ ผู้ว่าราชการ ผู้ว่าราชการหรือนายอําเภอก็บอกว่าไม่มีสิทธิ ไม่มีอํานาจ ถ้าประชาชนไม่มีที่พึ่ง แล้วประชาชนก็ต้องหนีไปประเทศอื่นก็เปึนโจรเลยค่ะ ก็อยากจะฝากไม่อยากให้ประชาชน หรือชาวบ้านเปึนแพะรับบาป ดิฉันขอเสนอแนะให้กําหนดตํารวจชั้นสัญญาบัตรอยู่ในพื้นที่ โรงพักใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เกิน ๒ ป้ ตํารวจชั้นประทวนก็ไม่เกิน ๑ ป้หรือ ๒ ป้ ต้องโยกย้ายหมุนเวียนไปในจังหวัดนั้น ๆ ในแต่ละตําบลหรือในสํานักงานจะต้องประเมิน ตํารวจให้ทุก ๆ เดือนเลย ถ้าเขาอยู่แบบประวัติดี ๑๐ ป้ก็ให้ย้ายอยู่ใกล้บ้านเพื่อสร้าง ครอบครัวอบอุ่น แล้วก็สร้างชุมชนให้เข้มแข็งเปึนตัวอย่าง ประชาชนจังหวัดยะลาเวลาถูกคดี ก็ไม่มีที่พึ่ง แล้วถ้าไม่มีที่พึ่งเขาก็บอกว่าเปึนโจรดีไหม ดังนั้นฝากถึงคณะกรรมาธิการด้วย การสอบสวนของตํารวจดิฉันจะขออนุญาตจากท่านประธาน การสอบสวนของตํารวจ ทางภาคใต้จะต้องโปร่งใสและสามารถเป่ดโอกาส ไม่ใช่พนักงานสอบสวนจะกล่าวหาผู้ใด ก็นําหลักฐานแต่ฝ์ายเดียว ฝ์ายผู้ถูกกล่าวหาของตํารวจก็ไม่มีโอกาสแม้แต่จะขอคัดค้าน หรือว่าถ่ายหลักฐานก็ไม่ได้ให้ความเปึนธรรมนะคะ ถูกกล่าวหาตลอดนี่สร้างความเปึนธรรม ใน ๓ จังหวัด จะต้องมีการประเมินคณะกรรมการประจําโรงพักด้วยนะคะ คณะกรรมการ โรงพักจะต้องตรวจสอบ ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง ในท้องถิ่นโดยไม่ใช่ว่าตั้งผู้นํา หรือพวกกันเอง เมื่อตํารวจสร้างไม่ดีแล้วเขาก็จะให้ว่าตํารวจนั้นยังอยู่ดี ปัญหา ๓ จังหวัด ชายแดนปราบแก้ปัญหายาเสพติดก็ยังไม่หมด ตอนนี้เยาวชนไม่ว่าเด็กผู้หญิงเด็กผู้ชาย

ก็ไม่เข้าโรงเรียน อ่านหนังสือก็ไม่ออก เขียนภาษาไทยไม่ได้อายมากเลยค่ะ โรงพัก มีแต่คดีมากมาย ดิฉันจึงขอเสนอแยกการปฏิรูปกิจการตํารวจใน ๓ หรือ ๕ จังหวัดชายแดนใต้ ออกเปึนแนวทางปฏิรูปปกติให้เปึนนอกปกติหนึ่งคือเข้มงวด ๑. แนวทางการปฏิรูป ที่แยกจากจังหวัดอื่นในประเทศไทยหน่อยค่ะ จะได้สงบสักทีงบประมาณที่ใช้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ป้ ๆ ก็มากมายที่ดิฉันรู้ใน ๑๐ ป้ หมดไป ๒๓๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว แต่แก้ปัญหาไม่สงบสักทีพอมีระเบิด ๓๐ ลูกจังหวัดยะลาก็ย้ายตํารวจโรงพักไป แล้วก็แก้ปัญหาไม่ได้เกาไม่ตรงจุดแก้ปัญหา เขาเรียกว่าไม่ได้เปึนปลายเหตุ จับโจรไม่ได้สักทีขอฝากด้วย ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน ครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณรงค์ พุทธิชีวิน สปช. ด้านการศึกษา หมายเลข ๐๗๔ ครับ ท่านประธานครับ ผมอาจจะตั้ง ความหวังสําหรับคณะกรรมการชุดนี้มากเกินไปก็ได้ สิ่งที่ผมพบก็คือมีเรื่องที่เปึนอย่างที่ผม หวังเพียงเรื่องเดียวคือเรื่องของการถ่ายโอนอํานาจในการทําหน้าที่ไปให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และผมถือว่านั่นเปึนผลงานที่ควรค่าแก่ความชื่นชมครับ แต่ที่เหลือนอกจากนั้นผมยังไม่เห็นว่ามันเปึนส่วนที่ทําให้เกิดการปฏิรูปกิจการตํารวจตรงไหน และอย่างไร ผมอยากที่จะเสนอบางประเด็นที่คิดว่ามีความเห็นต่างแล้วก็น่าจะเปึนประเด็น ปฏิรูปได้ อย่างแรกครับ เรื่องความเปึนอิสระของตํารวจ เรื่องนี้ผมเห็นต่างโดยสิ้นเชิง กับคณะกรรมการ คณะกรรมการบอกว่าความเปึนอิสระต้องปลอดจากนักการเมือง นักการเมืองมันเลวตรงไหนหรือครับ นักการเมืองไม่ดีตรงไหนหรือครับ แล้วนักการเมือง ไม่ใช่หรือครับที่เปึนตัวแทนของประชาชน บังเอิญเรามีนักการเมืองที่เลวมาแล้วแต่ไม่ใช่ว่า จะต้องเลวต่อไปนี่ครับ ทําไมตัดวงจรตรงนี้ ตํารวจไม่ใช่ทหารที่เกี่ยวข้องกับประชาชน โดยตรงไม่มากนัก แต่ตํารวจนั้นประชาชนเนื้อ ๆ เลย เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผมก็คือ กระบวนการของ ก.ตร. ก็ดี ก.ต.ช. ก็ดี ควรค่าอย่างยิ่งที่มีตัวแทนประชาชนเข้ามามีบทบาท ในการดําเนินการ และแน่นอนว่าควรจะเปึนประชาชนที่ดี ควรจะเปึนนักการเมืองที่ดี ไม่ควรปฏิเสธนักการเมืองเหล่านี้ไปเลยแม้แต่น้อย เพราะถ้าเราปฏิเสธนักการเมืองเสียแล้ว เราก็ไม่ควรจะมีระบอบประชาธิปไตย ประเด็นที่ ๒ ผมไม่เห็นประเด็นของการประเมิน และการพัฒนาตํารวจเลย วันนี้ถ้าเรามีกลไกสักกลไกหนึ่งที่เรียกว่าสํานักประเมินและพัฒนา ตํารวจ ติดตามประเมินทั้งส่วนกลางและประเมินตํารวจทั้งส่วนที่เปึนสถานีตํารวจ ประเมินทุกป้ รายงานผลทุกป้ ผมเชื่อว่าตํารวจดีขึ้น ตํารวจระมัดระวังมากขึ้น และตํารวจ จะวิ่งหาสิ่งที่เรียกว่าควา มดีงามมากขึ้น ผมเชื่ออย่างนั้นครับท่านประธาน ในการปฏิรูป อันที่ ๓ ซึ่งผมเห็นว่าเปึนเรื่องสําคัญและเปึนคานงัดที่สําคัญด้วย เราจัดการสําหรับคนมาเปึน ตํารวจใหม่ไหมครับ แทนที่จะมีตํารวจจากส่วนกลางอย่างเดียว มีตํารวจชุมชน จากส่วนภูมิภาคด้วยเปึนตัวแทนจากท้องถิ่น ให้ตํารวจแต่ละสถานีตํารวจมีตํารวจ อยู่ ๒ ประเภทในนั้น ๑. ตํารวจมาจากส่วนกลาง เอาละครับผลิตมาจากโรงเรียน นายร้อยตํารวจก็ไม่ว่ากัน อีกส่วนหนึ่งมาจากส่วนที่เปึนประชาชน เปึนตํารวจเหมือนกัน ได้รับเงินเดือนจากท้องถิ่น มาจากหลาย ๆ ศาสตร์ หลาย ๆ สาขา ไปอยู่ในโรงพักเดียวกัน

และผมเชื่อว่าการเคาน์เตอร์ บาลานซ์ (Counter balance) การเช็กกัน ตรวจสอบกัน เกื้อหนุนกันในสิ่งที่ดีงามเกิดขึ้นได้ครับ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเรามีตํารวจ ๒ ประเภทนี้ กระบวนการส่วนหนึ่งเปึนตํารวจส่วนกลาง ส่วนหนึ่งเปึนตํารวจของท้องถิ่นและถ้ามันเวิร์ก (Work) จริง ๆ อนาคตตํารวจส่วนกลางก็อาจจะไม่ต้องมีก็ได้ สิ่งเหล่านี้ไหมครับ ที่เปึนการปฏิรูป สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่เรียกว่าปรับโครงสร้างใหม่ ประเด็นสุดท้ายครับ ท่านประธาน ผมคิดว่ากระบวนการพัฒนาและบํารุงรักษาตํารวจจําเปึนอย่างยิ่งที่จะ ต้องชัดเจนมากกว่านี้ ระบบพีบีพี (PBP) เพอร์ฟอร์แมนซ์ เบส โปรโมชัน (Performance Base Promotion) การประเมินตํารวจตามผลการปฏิบัติงานที่แท้จริงมันควรจะเกิดขึ้นได้ ภายใต้ระบบของการประเมินที่ดี กระบวนการโทเคน (Token) หรือกระบวนการของการให้ ค่าตอบแทนการเสี่ยงภัย ทําให้ตํารวจที่ไปเสี่ยงภัย ตํารวจในพื้นที่ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติม ผิดไปจากตํารวจที่อยู่ในที่ตั้ง ผิดจากตํารวจที่อยู่ในห้องแอร์ (Air) น่าจะทําให้ตํารวจมีขวัญ และกําลังใจดีขึ้น

ประการสุดท้ายในเรื่องของการพัฒนาก็คือตํารวจที่ไม่ดีต้องซักฟอกครับ ส่วนตํารวจที่เลว ต้องเอาออกไปให้ไม่มีที่ยืน ไม่ใช่โยกย้าย ทํากระบวนการเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในวงการตํารวจ จริง ๆ ครับ ผมเชื่อว่ากระบวนการปฏิรูปกิจการตํารวจสามารถเกิดขึ้นได้ในโลกของความเปึนจริง และปฏิบัติได้จริงอย่างที่มันควรจะเปึนครับท่านประธาน ด้วยความขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ขอเอ่ยนามอีกสัก ๕ ท่านเลยนะครับ เมื่อกี้ไม่ได้เอ่ยไว้ คุณสมเดช นิลพันธุ์ คุณสยุมพร ลิ่มไทย หมอพลเดช ป่ืนประทีป คุณนิมิต สิทธิไตรย์ และคุณสารี อ๋องสมหวัง เชิญคุณสมเดช นิลพันธุ์ ก่อนนะครับ

นายสมเดช นิลพันธุ์

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายสมเดช นิลพันธุ์ สปช. เลขที่ ๒๐๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมทํางานอยู่ใกล้ ๆ กับท้องถิ่น มาโดยตลอด แล้วเราก็มีเพื่อนงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่สําคัญ ๆ ก็ได้รับความร่วมมือกับ หน่วยงานนี้มาโดยตลอด จริง ๆ แล้วเปึนที่น่าชื่นชมแล้วก็เห็นใจในตัวด้วยว่าเขาทํางาน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เขามีรายได้น้อย ทนต่อสิ่งยั่วยวน เย้ายวนการทุจริตอยู่ตลอดเวลา การทํางานเสี่ยงภัย คนส่วนใหญ่มองต้นทุนคนเหล่านี้ค่อนข้างต่ํา ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดถึง แต่ผมอยากจะย้อนไปในมุมว่าถ้าพัฒนาคน วันนี้เรากําลัง พูดถึงคนกับระบบ ผมมองที่คน ถ้าการคัดเลือกคนและการพัฒนาคนที่มีคุณภาพเข้ากับระบบ ผมมองว่าการพัฒนานั้นจะดียิ่งขึ้น ผมมองในมุมนี้ว่ามีลูกศิษย์ลูกหาผมนี่หลายคนที่เปึน เจ้าหน้าที่ตํารวจ แล้วก็มาศึกษาเล่าเรียนมาพัฒนาอยู่ในมหาวิทยาลัย ของผม แต่ประเด็นที่ เขามาพัฒนาส่วนใหญ่เปึนศาสตร์ที่ไม่ตรงกับองค์ความรู้ที่ไปประกอบในวิชาชีพนั้น ๆ ประเด็นนี้ผมกําลังจะตั้งคําถามว่าทําอย่างไรได้ที่จะพัฒนาคนเหล่านี้ให้ตรงกับวิชาชีพ ๕ ป้ พัฒนาเรื่องนี้ ๑๐ ป้พัฒนาเรื่องนี้เพื่อไปประกอบใช้กับวิชาชีพของเขา ประเด็นที่ ๒ ผมเองผมก็เคยมีลูกศิษย์ที่จบการศึกษาแล้วเอามาให้เรกคอมเมนด์ (Recommend) บอกเธอจะเอาไปทําไม ไปต่อสู้กับการเข้าสู่ตําแหน่ง สังคมไทยถ้ายังปฏิเสธเรื่องของระบบ อุปถัมภ์สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ผมกําลังนั่งนึกว่าเขาเรียกว่าตั๋ว เขาบอกอาจารย์ช่วยเซ็นตั๋ว ให้ผมหน่อย แต่ตั๋วเหล่านี้มันจะมีความหมายหรือไม่ก็อยากให้คิดว่าระบบออเดอร์ ซิสเตม (Order system) ให้เครดิตกับคนที่เซ็น ไป ผมว่ามันก็จะเปึนการสกรีน (Screen) คน ให้ได้ดียิ่งขึ้น ตรงนี้แหละครับถ้าได้คนที่เข้ามาสู่ตําแหน่ง ผมทราบจากเพื่อนตํารวจว่า

กําลังพลมีทั้งหมด ๒๐๐,๐๐๐ กว่านาย มี ๕,๐๐๐ กว่าโรงพัก มีตํารวจนายพลเอกถึงพลโท ประมาณ ๓๐ นาย ถึงป้ ๆ หนึ่งช่วงที่กําลังจะแต่งตั้งโยกย้าย ก็ส่วนใหญ่คนที่มาจาก หน้าสํานักงาน ในสํานักงานของนายตํารวจใหญ่ ๆ เหล่านั้นขาดองค์ความรู้ ขาดประสบการณ์แต่ก็เข้าไปสู่ ในตําแหน่งที่อยู่ตามชุมชนท้องถิ่น ขาดประสบการณ์ ในพื้นที่ทําให้งานต่าง ๆ มันติดต่อประสานงานกับพื้นที่ค่อนข้างลํา บาก ตรงนี้นั้นผมฝาก เปึนประเด็นครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เชิญคุณสยุมพร ลิ่มไทย ครับ

นายสยุมพร ลิ่มไทย 🔗

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ผม สยุมพร ลิ่มไทย ผมได้ดูรายงานขอ งคณะกรรมการแล้วก็ขอเสนอความเห็น ในประเด็นเดียวก็คือประเด็นปฏิรูปที่ว่าด้วยงานสอบสวน ผมเปรียบเทียบกับรายงาน ฉบับแรก ขอเรียนอย่างตรงไปตรงมาว่าผมคิดว่ารายงานฉบับแรกมีความชัดเจน แล้วก็เปึน ข้อเสนอที่เปึนเชิงปฏิรูปมากกว่า เฉพาะในเรื่องของการสอบสวน

เพราะว่าดูจากรายงานฉบับนี้สมมุติฐานก็คือว่างานสอบสวนยังอยู่ในสํานักงานตํารวจ แห่งชาติเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าปรับปรุง การปรับปรุงเท่าที่ดูแล้วก็เปึนเพียงการปรับปรุง ในแง่ของกระบวนการเท่านั้น เพราะว่าจะมีการพิจารณาเฉพาะในเรื่องประสิทธิภาพ ของพนักงานสอบสวน คุณสมบัติเฉพาะของคนที่จะเปึนหัวหน้าพนักงานสอบสวน การรับแจ้งความทําอย่างไรถึงจะให้รับแจ้งความทุกเรื่อง ความเจริญก้าวหน้าของพนักงาน สอบสวน รวมทั้งการให้ใช้เรื่องของการสืบสวนเข้ามาช่วยในการสอบสวนด้วย ก็โอเคละครับ ถึงแม้ว่าจะไม่แยกงานสอบสวนออกไปจากตํารวจ ผมคิดว่าสิ่งที่จําเปึนจะต้องพูดให้ชัดเจน ก็คือเรื่องการถ่วงดุลอํานาจในเรื่องของการสอบสวน ถึงแม้ว่ายังอยู่ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เรื่องนี้ก็ยังสามารถที่จะทําให้เกิดระบบการถ่วงดุลในอํานาจของพนักงานสอบสวนได้นะครับ เพราะว่าเปึนที่ยอมรับนะครับว่าอํานาจในการสอบสวนเปึนต้นทางของกระบวนการยุติธรรม เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นตรงจุดนี้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการยุติคดีไม่ให้เข้ามาสู่ กระบวนการยุติธรรม ที่เราเข้าใจกันว่าเปึนเรื่องการเป์าคดีนะครับ การทําสํานวนทําให้อ่อนก็ได้ ทําให้แข็งก็ได้ วิธีการสอบสวนซึ่งยังมีการใช้วิธีการนอกระบบที่ทําให้ผู้ถูกกล่าวหา ต้องสารภาพ โดยที่อาจจะไม่มีมูลความจริง การถูกแทรกแซงในกระบวนการของ พนักงานสอบสวนยังมีอยู่เสมอ รวมถึงการใช้กระบวนการสอบสวนในการแสวงหาประโยชน์ ของเจ้าหน้าที่ที่เปึนพนักงานสอบสวน ทั้งหมดนี้มันเกิดจากการที่ตํารวจมีอํานาจมาก ในชั้นของการสอบสวน แล้วก็เปึนผลทําให้เมืองไทยหรือประเทศไทยนั้นเปึนประเทศที่ใช้ หลักนิติรัฐ แต่ว่ากลายเปึนว่าหลักนิติรัฐนั้นไม่สามารถทําให้เกิดความเปึนธรรมได้ ไม่เปึนไป ตามหลักนิติธรรม สิ่งที่ผมจะเสนอว่าจะต้องทําให้มีการถ่วงดุล เรื่องแรกนะครับ ขณะนี้ มีกฎหมายมากมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความผิดหรือการกระทําผิดทางอาญา แล้วก็เปึน กฎหมายที่หลายเรื่องต้องใช้ความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้งสิ้น อย่างเช่น กฎหมายที่เกี่ยวกับที่ดิน กฎหมายที่เกี่ยวกับอาคาร กฎหมายที่เกี่ยวกับการดูแลที่สาธารณะ แม่น้ํา ลําคลอง เหล่านี้เปึนต้น กฎหมายเหล่านี้มีเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมดูแลนั้น ๆ ซึ่งมีความ เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ดินก็มีเจ้าพนักงานที่ดิน อาคารก็มีเจ้าหน้าที่โยธา เจ้าหน้าที่ผังเมือง แม่น้ํา ลําคลอง ก็มีกรมเจ้ำท่า เขียนไปให้ชัดเลยได้ไหมว่า ในกรณีที่มีการกระทําผิด ตามกฎหมายเฉพาะเหล่านี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายนี้เปึนพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย คําว่า เปึนพนักงานสอบสวน

ก็คือมีอํานาจตั้งแต่ต้นเลยนะครับ เมื่อพบเห็นการกระทําผิดจับกุมได้ สืบสวนได้ สอบสวนได้ สรุปสํานวนเพื่อนําส่งอัยการฟัองหรือไม่ฟัองได้ ให้เสร็จในกระบวนการของกฎหมาย เฉพาะเรื่องนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้ตํารวจจับกุมนะครับ ถึงแม้ว่าจะมีพนักงาน สอบสวนตามกฎหมายเฉพาะนี้ ถ้าหากเจ้าหน้าที่ตํารวจไปพบ เห็นการกระทําจับได้ จับแล้วให้นําส่งพนักงานสอบสวนตามกฎหมายเฉพาะนี้ เพราะฉะนั้นแนวทางนี้ก็จะเปึน การทําให้การดําเนินการของพนักงานสอบสวนเปึนไปตามความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มากยิ่งขึ้น แล้วก็เปึนการถ่วงดุลอํานาจของเจ้าหน้าที่ตํารวจครับ คราวนี้เจ้าหน้าที่ตํารวจ ก็คือทําเรื่องปัองกันและปราบปรามอาชญากรรมซึ่งเปึนเรื่องที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ในรายงานได้มีการเขียนถึงเรื่องการถ่ายโอนภารกิจไว้แล้ว แต่ผมคิดว่าควรจะเขียนเรื่องนี้ ลงไปให้มันเกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น ก็อยากจะเรียนเพิ่มอีกนิดนะครับ สิ่งที่ผมคิดว่าควรจะเน้น ให้มากแล้วก็ไม่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ ก็คือการที่ตํารวจจะต้องใช้อัตรากําลังส่วนใหญ่ ที่มีอยู่ลงไปในระดับพื้นที่ให้มาก ผมกําลังพูดถึงเรื่องระบบสายตรวจ ทุกวันนี้สายตรวจ จะเปึนมาตรการเชิงรุก แล้วก็เปึนมาตรการปราม ปรามไม่ให้มีการกระทําผิดกฎหมายเกิดขึ้น

แต่ทุกวันนี้ระบบสายตรวจนี่นะครับทํางานไม่ได้เต็มที่นะครับขึ้นอยู่กับอุปกรณ์น้ํามัน น้ํามัน มีมากมีน้อยสายตรวจก็ไปตามจํานวนน้ํามันที่มีอยู่ ทําอย่างไรถึงจะให้อัตรากําลังส่วนใหญ่ และงบประมาณส่วนใหญ่ลงไปอยู่ที่ตรงนี้ครับระบบสายตรวจ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญหมอพลเดช ป่ืนประทีป ครับ

นายพลเดช ป่ืนประทีป 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม พลเดช ป่ืนประทีป ครับ สมาชิก สปช. ด้านบริหารราชการแผ่นดิน หมายเลข ๑๕๒ ครับ ท่านประธานครับ ผมจําได้ว่าเมื่อคราวก่อนได้ฟังการรายงานของ อนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการตํารวจเมื่อคราวที่แล้วได้นําเสนอรายงานเบื้องต้นแล้วก็มี ประเด็นที่ผมจดจําเพราะว่ามีความสนใจและต้องใจนะครับอย่างน้อย ๓ เรื่อง เรื่องแรกนั้น เปึนเรื่องของการแยกงานสอบสวนออกจากตํารวจ สตช. แล้วก็ได้พูดถึงว่าการให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด และอัยการมีอํานาจในการตรวจสอบการสอบสวนตั้งแต่เริ่มคดี ตรงนี้ก็เปึนประเด็นที่ผมคิดว่ามันเปึนประเด็นที่จะให้หลักประกันแก่กระบวนการยุติธรรม ในขั้นต้นที่ประชาชนจะได้รับ อันนั้นเปึนเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ ที่ผมคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญ อีกอันหนึ่งคือเรื่องของการกระจายอํานาจการบริหารจัดการกิจการตํารวจจากเดิมที่รวมศูนย์ อยู่ที่ส่วนกลางนั้น คราวนั้นมีการเสนอว่าควรจะกระจายไปให้จังหวัดแล้วก็ท้องถิ่นขนาดใหญ่ ในขณะเดียวกัน ก็ควรมีนวัตกรร มในเรื่องของคอมมิว นิตี โพลิสซิง ที่ท่านอื่น ๆ ได้อภิปรายแล้วนะครับ เรื่องที่ ๓ อีกเรื่องหนึ่งก็พูดถึงเรื่องของกลไกการมีส่วนร่วมของ ประชาชนครับให้ความสําคัญมาก กลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชนและสังคมว่า มันมีทั้งในระดับของกลไกในการเฝัาระวังปัญหานะครับ กลไกในการบริการ กลไกในเรื่อง ของการตรวจสอบต่าง ๆ การบริหารจัดการ ตรงนี้ก็เปึนประเด็น ๓ เรื่อง ทีนี้มาในคราวนี้ครับ ในคราวนี้นี่ดูในภาพรวมข้อเสนอของตามแผนนี้แผนปฏิรูปกิจการตํารวจที่นําเสนอ ตรงนี้มีแนวทางใหญ่ ๆ อยู่ ๕ แนวทางนะครับ อันแรกว่าด้วยเรื่องของความเปึนอิสระของ หน่วยงานตํารวจ แล้วก็การควบคุมการแทรกแซงของทางการเมือง ตรงนี้ก็หมายความว่า เน้นในเรื่องของการดูแลปกปัองตัวเองจากการแทรกแซงของทางการเมือง ซึ่งก็มีคําถามว่า ตรงนี้ถ้าหากว่าดูแลไม่ให้การเมืองมาแทรกแซงแล้วจะเปึนสูตรสําเร็จไหมว่าจะทําให้กิจการ ตํารวจบริการประชาชนได้ดีขึ้น ตรงนี้ก็เปึนประเด็นนะครับ ประการที่ ๒ มีเรื่องของแนวทาง

การวางมาตรฐานการแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อปัองกันการทุจริตคอร์รัปชัน ตรงนี้นี่นะครับ ผมคิดว่าตราบใดที่ยังรวมศูนย์อํานาจการบริหารจัดการอยู่อย่างนี้ไม่ว่าจะกําหนด มาตรฐาน การแต่งตั้งโยกย้ายอย่างไรผมไม่มั่นใจเลยครับว่าจะปัองกันการทุจริตคอร์รัปชันซื้อขาย ตําแหน่งได้ เรื่องที่ ๓ ท่านพูดถึงเรื่องของการปฏิรูปงานสอบสวน ตรงนี้โดยสรุปแล้วก็คือ ไม่แยก ประการที่ ๔ เรื่องการถ่ายโอนภารกิจ ๗ บวก ๔ ภารกิจนั้นไปให้หน่วยงานอื่น อันนี้ ไม่มีปัญหาครับ ส่วนเรื่องที่ ๕ เรื่องอื่น ๆ ที่สัพเพเหระมาไว้อยู่ตรงนี้นะครับ การมีส่วนร่วม ไปอยู่ตรงนี้ครับลดระดับความสําคัญมาอยู่ในเรื่องอื่น ๆ ในภาพรวมเมื่อเปึนอย่างนี้ผมจึงมี ความกังวลครับว่าถ้าหากว่าเปึนไปตามแผนการปฏิรูป กิจการตํารวจตามที่เสนอนี้แล้ว ผมกําลังกังวลอยู่ว่ามันจะไปสอดคล้องกับทิศทางนโยบายหรือว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยเรื่องการปฏิรูปหรือเปล่า เพราะว่าในนั้นได้พูดถึง เรื่องของการปฏิรูปกิจการตํารวจนี้เอาไว้อยู่ในมาตรา ๙ (๙) พูดถึงเรื่องการกระจายอํานาจ การบริหารงานตํารวจไปสู่ระดับจังหวัด และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในกิจการตํารวจ ปรับปรุงระบบงานสอบสวนให้มีความเปึนอิสระ ให้พนักงานสอบสวน มีหน้าที่รวบรวมหลักฐานอย่างจริงจังเพื่อพิสูจน์ความจริง และให้พนักงานอัยการมีอํานาจ สอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนในคดีอาญาที่สําคัญและอื่น ๆ อีกนะครับ ตรงนั้นจึงทําให้ มีความกังวลครับว่ามันจะไปทิศทางที่มันไปขัดกันหรือเปล่าในระยะนั้น ในภาพรวมอย่างนั้น แล้วผมจึงมีข้อสรุปโดยส่วนตัวนะครับ ผมคิดว่าในภาพรวมนี่แผนปฏิรูป กิจการตํารวจที่ได้ นําเสนอในคราวนี้ผมคิดว่ามันอยู่ในระดับของแผนการพัฒนา เปึนแผนการพัฒนา น้ําหนักของผมนี่การประเมินของผมผมคิดว่ายังไม่ถึงขั้นที่จะเลือกเปึนแผนการปฏิรูป อะไรเลยนะครับ

เปึนแผนการพัฒนา และเปึนแผนการพัฒนาที่มีลักษณะที่เอาข้าราชการตํารวจเปึนศูนย์กลาง เสียด้วยซ้ํา ในการออกแบบวางแผนต่าง ๆ เปึนอย่างนี้นะครับ ดังนั้นถ้าหากว่าจะเปึนแผน ปฏิรูปกิจการตํารวจจริงแล้วต้องมีเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ แล้วต้องมีการออกแบบการปรับปรุง ในเรื่องของโครงสร้างอํานาจความสัมพันธ์ต่าง ๆ ไว้อย่างสําคัญนะครับ โดยภาพรวม ผมจึงมีความเสียดายต่อรายงานฉบับนี้ แล้วก็รู้สึกผิดหวังพอประมาณ แล้วก็คงจะไม่สามารถ ที่จะรับรองรายงานฉบับนี้โดยส่วนตัวครับ ขอบคุณมากครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณนิมิต สิทธิไตรย์ ครับ

นายนิมิต สิทธิไตรย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิมิต สิทธิไตรย์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจังหวัดอุบลราชธานี รายงานของคณะกรรมการ จัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจผมได้อ่านตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุดท้าย ต้องบอกเลยว่า เปึนความพยายามที่จะผสมผสานในสิ่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงและคงไว้ซึ่งขวัญกําลังใจ ของตํารวจครับ ตํารวจถือว่าเปึนบทบาทหน้าที่ที่ทํางานอยู่ในขั้นที่เรียกว่าเสมอตัว ถ้าอะไรเปึนความลําบากเดือดร้อนก็จะนึกถึงตํารวจ ถ้าอะไรที่ไม่พึงพอใจหรือไม่ได้ดั่งใจ ก็นึกถึงตํารวจอีกเหมือนกันครับ แต่ว่านึกคนละแบบ เพราะฉะนั้นในกลไกที่ได้เขียนไว้ ในรายงานว่าด้วยเรื่องของการที่จะได้รับกําลังใจในการทํางานโดยไม่ถูกแทรกแซงนั้น ถือว่าเปึนหัวใจอย่างยิ่ง ในระดับของการทํางานของทุกส่วน แม้กระทั่งส่วนราชการ จนโยงมาถึงตํารวจนั้นความก้าวหน้าเปึนสิ่งที่ทุกคนต้องการครับ เปึนที่ยอมรับครับว่า ความก้าวหน้าของชีวิตรับราชการตํารวจนั้นหลัง ๆ นี้มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นถ้าตัดวงจรนี้ได้อย่างชัดเจนผมก็คิดว่าตํารวจดี ๆ ก็จะมีเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน เพราะว่าตํารวจดี ๆ ได้รับการส่งเสริม และที่สําคัญผมอยากเติมนิดหนึ่งว่าการปรับโครงสร้าง บุคลากรที่จะเข้ามารับราชการตํารวจนั้นผมคิดว่าแตกต่างกับชีวิตของทหารพอสมควร เนื่องจากว่าผู้ที่เข้ามารับราชการตํารวจนั้นเปึนผู้ที่จะต้องมาใช้อํานาจ เปึนผู้ที่จะมาใช้ บทบาทกํากับใช้ทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นการได้มาซึ่งบุคลากรของตํารวจนั้น จึงต้องพิจารณาเปึนบรรทัดฐานด้วยในการปฏิรูปกิจการตํารวจ คําว่าพลตํารวจโลกอนาคต อาจจะจําเปึนต้องเปลี่ยนแล้วครับ อาจจะต้องไต่เต้ามาตั้งแต่นายสิบตํารวจแล้ว เพราะว่า บุคคลที่จะมาใช้ดุลยพินิจ ใช้กฎหมาย มาใช้อํานาจนั้นจะต้องเปึนบุคคลที่มีความเพียบพร้อม

และเปึนบุคคลที่จะต้องได้รับการฝ๊กอบรมมาเปึนอย่างดี มีจิตใจที่เข้มแข็ง มีจิตใจ ที่โอบอ้อมอารี และมีวัฒนธรรมที่จะต้องใช้การปัองปรามมากกว่าการปราบปราม หลายส่วนจะมองเห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายนั้นไม่เปึนผล ผมดีใจครับที่มีการปฏิรูป ในเชิงของการถ่ายโอน หลายบทบาทหน้าที่นั้นเราต้องยอมรับว่าสังคมโตขึ้น ทุกอย่างก้าวหน้าขึ้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ เออีซี (AEC) ประชาคมอาเซียนจะเข้ามา ภาระหน้าที่นี้ก็หนีไม่พ้นการที่จะดูแลความปลอดภัย ทรัพย์สินและชีวิตเปึนเรื่องของตํารวจ แน่นอน ส่วนนี้เปึนส่วนที่สําคัญที่จะต้องได้รับการเอาใจใส่ ส่วนไหนที่ผ่องถ่ายได้ ส่วนไหนโอนได้ต้องโอน ส่วนที่ผมเห็นว่าน่าจะโอนที่สุดก็คือการผ่องถ่ายไปให้กับท้องถิ่น นั่นก็คือบทบาทของการกํากับดูแลในส่วนของการจราจร ในคราวที่ผมอภิปราย ในส่วนของบริหารราชการแผ่นดิน ในส่วนของศาล ผมก็สนับสนุนให้มีศาลจราจร ทุกวันนี้ กลไกของการที่จะไปสู่กระบวนการให้ความเปึนธรรมนั้นจะต้องมีวิทยาศาสตร์มาใช้มากขึ้น กองพิสูจน์หลักฐานจะต้องมีการพัฒนาให้เปึนกองกํากับที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ควบคู่กับ การสืบสวนสอบสวนของตํารวจให้มากขึ้น

การใช้ดุลยพินิจในเชิงความสามารถ ประสบการณ์นั้นน่าจะต้องเปึนข้อจํากัดแล้ว ต้องใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมาประกอบ เทคโนโลยีทางด้านสื่อสาร เทคโนโลยีทางด้านไอที (IT) ต้องนํามาใช้ เพราะฉะนั้นการปฏิรูปองค์กรก็คงจะต้องว่าด้วยเรื่องโครงสร้างของ เครื่องไม้เครื่องมือ แต่จะทิ้งไม่ได้กับเรื่องของคุณภาพชีวิต ผมเห็นว่าหลายส่วน นี่ เปึนภาพสะท้อนของความที่ไม่พร้อม เครื่องใช้เครื่องมือต้องหามาเอง อาวุธป๋นก็ต้อง ซื้อมาเอง ทุกอย่างดูเหมือนจะต้องหามาเอง คําถามว่าเอามาจากไหน ก็เปึนช่องทาง ให้เกิดไปสู่กระบวนการที่นอกลู่นอกทาง เพราะฉะนั้นก็ต้องขอสรุปว่าเปึนกําลังใจให้กับ คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจในครั้งนี้ ถึงแม้จะเปึนได้มากน้อยเพียงใด แต่ก็เปึนจุดเริ่มต้นไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณสารี อ๋องสมหวัง ครับ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง

ขอบพระคุณมากนะคะท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง ก่อนอื่นดิฉันก็ขอให้กําลังใจ เจ้าหน้าที่ตํารวจ แล้วก็พนักงานตํารวจที่ปฏิบัติหน้าที่เปึนอย่างดีนะคะ แล้วโดยเฉพาะ ที่เกี่ยวข้องกับตัวดิฉันมากก็เรื่องคุ้มครองผู้บริโภค ดิฉันคิดว่าทุกคนเห็นปัญหา แล้วก็ มีความทุกข์จากการไม่ได้รับแจ้งความ จากแจ้งความแล้วไม่มีการดําเนินคดี แจ้งความแล้ว ไม่มีความคืบหน้า แล้วที่เจอเยอะสุดในส่วนของผู้บริโภคที่เกี่ยวข้องก็คงเปึนคดีอุบัติเหตุ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตั้งด่านเถื่อนบ้าง ไม่เถื่อนบ้าง แล้วก็ตํารวจรับจ้างทวงหนี้ ดิฉันคิดว่า ประเด็นเหล่านี้เปึ นปัญหาที่สําคัญที่เกี่ยวข้องกับทุกคน แล้วก็รวมถึงการที่คดี ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งดิฉันคิดว่าส่วนหนึ่งไม่น้อยมาจากพนักงานสอบสวนที่ไม่เปึนกลาง ดิฉันเองมีโอกาสอาจจะเรียกว่าร่วมมือกับตํารวจคุ้มครองผู้บริโภคจํานวนมากทีเดียว แล้วเรากับตํารวจคุ้มครองผู้บริโภคก็เห็นตรงกัน มีโอกาสได้พูดคุยกับหน่วยงานที่ทําหน้าที่ คุ้มครองผู้บริโภคของประเทศโอมาน แล้วเราก็เห็นว่าตํารวจคุ้มครองผู้บริโภคที่ประเทศโอมาน เขามาดูงานบ้านเรา แล้วก็ปรากฏว่าเขากลับไปเขาทําให้สํานักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้บริโภคมีตํารวจคุ้มครองผู้บริโภคอยู่ที่ชั้น ๔ ของสํานักงาน เบ็ดเสร็จแล้วชาวบ้านไปปุ็บ จัดการเปรียบเทียบปรับกลับบ้านได้เลย เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าข้อเสนอที่คณะกรรมการ จัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจครั้งนี้อาจจะไม่ได้มองเรื่องความเชี่ยวชาญของพนักงานตํารวจ

ซึ่งส่วนหนึ่งหลายคนคงอยากจะเห็นว่าความเชี่ยวชาญของพนักงานตํารวจที่จะไปเกี่ยวข้อง กับงานในด้านต่าง ๆ ที่จะต้องถูกพัฒนามากขึ้นจะยกระดับอย่างไร นั่นเปึนประเด็นที่ ๑ ประเด็นที่ ๒ ดิฉันเองคาดหวังว่าอย่างน้อยน่าจะได้เห็นรายงานที่เกิดความเปึนอิสระ ของงานสอบสวนในกิจการที่เกี่ยวข้องอย่าง น้อยก็อยู่ในรูปแบบที่เปึนอิสระ ซึ่งหลายคน ก็บอกว่า เอาน่า เราก็เอาแค่เปึนอิสระอยู่ภายใต้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ก็ทําให้นึกไปถึง ซูเปอร์ บอร์ด ของ กสทช. ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ กสทช. เลย แต่แค่อาศัยงบประมาณจาก กสทช. ไม่สามารถทําอะไรได้เลย จริง ๆ ดิฉันเองอยากเห็นการแยกกิจการสอบสวนออกจาก สํานักงานตํารวจแห่งชาติหรือรวมทั้งกิจการที่เรียกว่านิติวิทยาศาสตร์ทั้งหลาย ซึ่งอาจจะ ไปอยู่กับกระทรวงยุติธรรม ไปอยู่กับหน่วยงานที่คิดว่าสามารถที่จะดําเนินการได้เปึนอย่างดี เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าดิฉันคาดหวังที่จะเห็นข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป กิจการตํารวจ ในทิศทางแบบนี้ อย่างน้อยก็น่าจะทําให้เกิดเรียกว่าประสิทธิภาพ ความเปึนอิสระ ความสุขของคนทํางานได้มากขึ้น ความที่จะปกปัองผลประโยชน์ของคนที่เดือดร้อน เสียหาย ความทุกข์ของครอบครัว

ดิฉันคิดว่าตํารวจเกี่ยวข้องกับทุกส่วนมากจริง ๆ แล้วก็ประเด็นสุดท้ายดิฉันเห็นว่าสิ่งที่เปึน ข้อเสนอในรายงานฉบับนี้อาจจะประนีประนอมเกินไปจนไม่เห็นข้อเสนอที่สภาปฏิรูป แห่งชาติควรจะต้องมีการดําเนินการ เพราะฉะนั้นดิฉันก็กังวลว่าแล้วเรากําลังจะเสนออะไร อยากเห็นข้อเสนอที่เกิดความชัดเจนในการปฏิรูปกิจการตํารวจ ซึ่งขออภัยต้องเอ่ยถึง พี่ ๆ ตํารวจในรัฐสภาที่ดูแลพวกเราอย่างดี ดิฉันได้ถามหลายคนถามตั้งแต่คราวที่แล้วตอนที่ รายงานฉบับนี้เข้ากับครั้งนี้ที่รายงานฉบับนี้เข้า ทุกคนอยากเห็นการแยกกิจการสอบสวน ออกจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติทั้งนั้น เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่านี่คือสิ่งที่หลายคนอยากจะเห็น ความเปึนธรรม ความเปึนอิสระ ประสิทธิภาพ การคุ้มครองผู้ที่เสียหายจริงในกระบวนการ ยุติธรรม แล้วก็เปึนจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรม ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ สําหรับท่านที่ลงชื่อไว้ต่อไปนี้ นะครับ อาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ คุณอุดม เฟ๋ืองฟุัง คุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง คุณวรรณชัย บุญบํารุง คุณประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ และอาจารย์ ประสาร มฤคพิทักษ์ เชิญอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ครับ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิริยะ นามศิริพง ศ์พันธุ์ ผมคิดว่าเรื่องปฏิรูป กิจการตํารวจนี้มีคิดมานานตั้งแต่การปฏิรูป ที่ท่านอานันท์ ปันยารชุน เปึนหัวหน้าทีมงานที่คิดเรื่องนี้ สมัยนั้นก็มีความเห็นชัดเจนครับ ท่านประธานว่าควรจะต้องมีตํารวจท้องถิ่นที่รับผิดชอบคดีที่มีโทษไม่เกิน ๓ ป้หรือโทษที่ขึ้นสู่ ศาลแขวงได้เลย นั่นหมายความว่าตํารวจท้องถิ่นก็สามารถที่จะรับผิดชอบเรื่องความผิดซึ่งหน้า หรือความผิดที่มีโทษไม่เกิน ๓ ป้ที่นําสู่ศาลแขวงได้เลย อันนี้ก็เพื่อเพิ่มตํารวจที่ขาดแคลน เพราะฉะนั้นเมื่อเพิ่มตํารวจที่ขาดแคลนก็ไปเพิ่มที่ท้องถิ่น ส่วนกลางก็ฟรีซ (Freeze) เอาไว้ เมื่อเราไปเพิ่มที่ท้องถิ่นเมื่อท้องถิ่นมีประสบการณ์ในการบริหารดูแลรับผิดชอบได้ดี เพราะว่า ต้องอยู่ในการดูแลของแต่ละชุมชน นั่นหมายความว่าหมู่บ้านก็มีสิทธิที่จะมีตํารวจของ ตัวเองได้ แล้วก็รับผิดชอบความผิดซึ่งหน้า แน่นอนโรงเรียนนายตํารวจอาจจะรับผิดชอบ ที่จะช่วยฝ๊กตํารวจให้มีประสบการณ์ในการจับผู้ร้ายสักระยะช่วงเวลาอันสั้น อันนี้ผมว่า จะเปึนประโยชน์อย่างมากเพราะว่าจะทําให้แต่ละท้องถิ่นเขามีตํารวจของตัวเอง แล้วโทษ ก็ไม่ร้ายแรง เพราะโทษไม่เกิน ๓ ป้ส่วนใหญ่ก็ยอมความได้ ยอมความไม่ได้ก็ขึ้นศาลแขวง การสอบสวนความผิดซึ่งหน้า แต่นั่นไม่ได้ตัดอํานาจของตํารวจส่วนกลาง ก็อยู่ที่ว่าประชาชน

อยากจะเลือกใช้บริการไหน แต่แน่นอนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าเมื่อตํารวจของหมู่บ้าน ของ อบต. อยู่ในท้องถิ่นเขาก็ไปใช้ตํารวจในท้องถิ่นเขา แล้วเราบอกตํารวจท้องถิ่นมีป๋นมันอาจจะ อันตรายเกินไป ก็ให้มีแค่กระบองก็ยังได้ เพราะในต่างประเทศก็ไม่จําเปึนต้องมีป๋น มีกระบองก็ได้ แต่ถ้าเราบอกว่าประเทศไทยใครก็ขอพกป๋นได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเขาเปึน ตํารวจก็พกได้ อันนี้ก็ไม่มีปัญหา แล้วผมเห็นด้วยว่าข้อเสนอเรื่องนิติวิทยาศาสตร์หรือชันสูตร ทั้งหลายนี่ควรจะไปรวมอยู่ที่กระทรวงยุติธรรม เพราะมิฉะนั้นแล้วการปฏิรูปคราวนี้ ผมไม่เห็นว่าประชาชนได้อะไรเลย มีแต่ตํารวจได้ยศสูงขึ้น ก็คือตํารวจสอบสวนก็มียศเพิ่มขึ้น ตํารวจชันสูตรก็มียศเพิ่มขึ้น ผมถามแล้วประชาชนมีอะไร เพราะฉะนั้นผมว่าในการปฏิรูป ครั้งนี้เราต้องเอาผลประโยชน์ของประชาชนเปึนหลัก

นั่นก็คือการถ่วงดุล ทําไมชุดที่ท่านอานันท์เสนอนี่ว่าควรจะต้องเอาชันสูตรไปไว้ที่สถาบัน นิติวิทยาศาสตร์อะไรที่กระทรวงยุติธรรมนั้น ก็เพื่อไม่ให้มีการสั่งการกันได้ เพราะมิฉะนั้นแล้ว มีความกลัวว่าจะมีการสั่งว่าเรื่องนี้ต้องเปึนอย่างนี้เรื่องนั้นต้องเปึนอย่างนั้น เพื่อให้เกิด ความสบายใจของประชาชนว่าไม่มีการสั่งก็ควรจะแยก แล้วก็อยู่ในกระทรวงยุติธรรม แล้วก็มีเครือข่ายของโรงพยาบาลต่าง ๆ เปึนเครือข่ายที่จะร่วมทํางานด้วยกันได้ แล้วการกระจายตํารวจภารกิจอื่น ๆ ผมคิดว่าควรจะกระจายลงมาท้องถิ่นให้มากเท่าที่ เปึนไปได้ เช่น จราจรลงมาท้องถิ่นนี้ผมก็เห็นด้วย แม้แต่ตํารวจตํารวจที่เกี่ยวกับ การท่องเที่ยวก็ควรจะให้ท้องถิ่น เพราะท้องถิ่นไหนที่เขามีการท่องเที่ยวเช่นพัทยา จังหวัดภูเก็ต เขามีตํารวจที่รับผิดชอบเ รื่องการท่องเที่ยวของเขาได้ ท้องถิ่นไหนเขาไม่มี เขาก็ไม่จําเปึนต้องมีตํารวจในด้านนี้ เพราะฉะนั้นมันก็จะทําให้ตํารวจ กทม. แทนที่จะ รับผิดชอบเรื่องเทศกิจอย่างเดียว ตํารวจที่เทศกิจเขาก็จะต้องรับผิดชอบเรื่องอื่นด้วย เพื่อให้บริการในเรื่องอื่น ๆ ที่มันจะได้ทําให้การใช้บุคลากรของกลุ่มต่าง ๆ มันมีความคุ้มค่า มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นภาพใหญ่ ๆ มันควรจะเปึนการกระจายอํานาจตํารวจลงสู่ท้องถิ่น แต่เมื่อเรายังไม่เชื่อว่าการถ่ายลงสู่ท้องถิ่นอย่างรวดเร็วนั้นมันจะเปึนไปได้เราก็ต้องเริ่มจาก กระบวนการว่าการเพิ่มตํารวจให้ไปเพิ่มที่ท้องถิ่น แล้วก็ถ่ายลงมาเมื่อวันหนึ่งอีก ๕ ป้เราก็มา ทบทวนว่าถ้าท้องถิ่นเขาทําได้ดีแล้วตํารวจที่อยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ก็ถ่ายโอนให้จังหวัด มีคณะกรรมการตํารวจของแต่ละจังหวัดดูแลของเขา แต่ตํารวจส่วนกลางก็มีเหมือนใน ต่างประเทศเพื่อดูแลคดีสําคัญ ๆ เพื่อเปึนหลักประกันว่าประชาชนนั้นสามารถที่จะเลือก ใช้บริการได้หลายที่ในการที่จะให้ความเปึนธรรมแก่ตนเองไม่ได้ถูกผูกขาดอยู่ที่ใดที่หนึ่ง แต่เพียงอย่างเดียวขอบคุณมากครับท่านประธานครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ ขอประทานโทษผมเห็นคุณเตือนใจ สินธุวณิก เข้ามาแล้วท่านจะใช้สิทธิไหมครับ เชิญครับ

นางเตือนใจ สินธุวณิก 🔗

กราบขอบพระคุณท่านประธาน ขออภัย ดิฉันประชุมร่วมกับท่านรองประธานทัศนาเกี่ยวกับการจัดงาน สปช. รายงานประชาชนอยู่ ก็เลยลงมาช้านิดหนึ่ง ขอขอบพระคุณท่านประธาน เตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขาสื่อสารมวลชน สําหรับกรณีเรื่องของการปฏิรูปกิจการตํารวจนี้ ดิฉันอยากจะขอชื่นชมท่านที่ท่านพยายามที่จะ ให้เกิดการปฏิรูประบบการบริหารหรือว่า

โครงสร้างของตํารวจ แต่คิดว่าทุกท่านทุกคนคงจะทราบกันดีว่าส่วนราชการตํารวจนั้น เปึนส่วนที่รับผิดชอบงานกว้างขวางมากในประเทศเรา แล้วก็เมื่อเราคิดจะมีการปฏิรูป กิจการตํารวจนั้นก็มักจะมีเสียงที่จะคัดค้านค่อนข้างมาก ดิฉันคิดว่าอย่างไรก็ตาม แม้แต่ทางตํารวจเองก็มีความคิดว่าน่าจะต้องมีกา รปฏิรูปอย่างที่ท่านได้พูดเสนอมา ดิฉันเห็นด้วยในหลายประการแล้วอยากจะขอเสริมสําหรับการที่ท่านประธานท่านได้กรุณา ที่จะมีการปฏิรูป โดยการจัดทําเรื่องของการขึ้นสู่ตําแหน่ง ผบ.ตร. นั้นดิฉันคิดว่า เปึนความคิดที่ชาญฉลาดมาก เพราะว่าจะนําระบบของทางเหล่าทัพมา อันนั้นก็เปึนการ กันนักการเมืองที่จะเข้ามามีอิทธิพลต่อการแต่งตั้งผู้ที่เปึนผู้บังคับบัญชาสูงสุดของตํารวจ เฉกเช่นเดียวกับทางเหล่าทัพ ซึ่งอันนี้ดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งที่ดีมากเลย ส่วนองค์ประกอบของ คณะกรรมการต่าง ๆ ที่ท่านเสนอมานั้น แม้จะมีส่วนหนึ่งที่ท่านประธานบอกว่าต้องการที่จะ ให้ตํารวจระดับล่างนั้นคือใครจะขึ้นมาเปึน ผบ.ตร. ต้องสร้างคุณงามความดี แล้วก็ทําทั้ง ผลงานแล้วก็ชนะจิตใจพี่น้องตํารวจส่วนล่างด้วย

อันนี้ก็เปึนเรื่องที่น่าสนใจแล้วก็ที่จะคัดเลือกกันขึ้นมาอย่างที่ท่านได้เสนอมาแล้วนะคะ หมายถึงว่าผู้กํากับก็มีส่วนที่จะซาว เสียงกันด้วย อันนั้นก็น่าสนใจนะคะท่าน อาจจะเปึนส่วนหนึ่งที่จะทําให้พี่น้องตํารวจในส่วนตั้งแต่ระดับล่างนั้นถ้าหากว่าในอนาคต ต่อไปอยากจะเติบโตในชีวิตราชการตํารวจก็คงจะต้องประพฤติปฏิบัติได้ดียิ่งขึ้น และ นั่นก็คงจะเปึนวิธีการหนึ่งที่จะทําให้เราได้ ผบ.ตร. ที่ไม่ได้มีการเมืองมาชี้นํา แล้วก็การมี ผบ.ตร. อย่างนั้นดิฉันคิดว่าจะดึงใจของพี่น้องตํารวจได้มากเลย ถ้าหัวไม่กระดิก หางก็คงไม่ส่ายนะคะ อันนี้ดิฉันคิดว่าหลายคนคงจะทราบดีว่าทัศนคติหรือว่าอิมเพรสชัน (Impression) ของคนส่วนใหญ่ในสังคมนั้น ต้องขออภัยพี่น้องตํารวจที่ปฏิบัติงาน ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตนะคะ แต่ว่าสิ่งที่พี่น้องประชาชนสัมผัสอยู่นั้นมักจะเจอพี่น้องตํารวจ ที่มารีดไถบ้าง แม้แต่ตํารวจทางหลวงก็มีการอะไรต่าง ๆ นานา ซึ่งดิฉันไม่อยากจะพูดในที่นี้ เพราะว่าเรารู้อยู่กันดีนะคะ ก็คิดว่าตรงนั้นจะช่วยแก้ปัญหาได้เยอะ ขออนุญาตกราบเสนอ นิดเดียวนะคะว่าในระบบที่จะเลือกผู้สูงสุดของตํารวจคือ ผบ.ตร. นั้นระบบใหม่ ที่ท่านคิดขึ้นมาดิฉันคิดว่าก็น่าสนใจมากเลยนะคะ ถ้าทําได้ผลจริ ง ๆ ก็คงจะดี แต่อยากจะขอฝากนิดหนึ่งสําหรับพี่น้องตํารวจในระดับล่างที่เปึนจ่า คือท่านพวกนี้ไม่ได้จบ ปริญญาตรีมา ดังนั้นในระบบนี้แม้ว่าท่านจะทํางาน บางทีท่านมีประสบการณ์อะไรต่าง ๆ มากกว่าสารวัตรที่จบใหม่หรืออะไรต่าง ๆ มานี่ค่ะ ก่อนหน้านี้ดิฉันคิดว่าพี่น้องตํารวจ ที่เปึนจ่า ขออนุญาตใช้คําที่อยู่ในสื่อมวลชนนะคะ บอกจ่าแก่ ๆ มีความหวังขึ้นมา ก็คือด้วยการที่จะได้มีการปรับโดยเอาเรื่องของคุณวุฒิ ไม่ใช่เอาคุณวุฒิอย่างเดียวนะคะ แต่เอาประสบการณ์มาให้ท่านเหล่านั้นได้มีโอกาสเติบโตขึ้นมา อย่างน้อย ก่อนเกษียณราชการไปก็ได้เปึนสัญญาบัตรด้วย อันนี้ก็อยากจะขอให้ท่านได้พิจารณาตรงนี้ อีกนิดหนึ่งจะเปึนคุณประโยชน์อย่างยิ่ง และเปึนขวัญกําลังใจต่อตํารวจในระดับล่างด้วย อีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตกราบฝากไว้ก็คือพี่น้องประชาชนคงจะไม่ได้สนใจมาก ว่าเราจะปรับองค์กรตํารวจอย่างไร แต่สิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องการมากที่สุดดิฉันคิดว่า ประการแรกก็คือต้องไว้ใจตํารวจได้ ระบบการสอบสวนนั้นดิฉันคิดว่าข่าวที่อยู่ ในหน้าหนังสือพิมพ์ล่าสุดปัจจุบันนี้เกี่ยวกับเสี่ยท่านหนึ่งที่เสียชีวิตไปโดยมีการลงความเห็น โดยพนักงานสอบสวนนั้นบอกเปึนอุบัติเหตุ แต่ในขณะที่มันขั ดแย้งกับความรู้สึก ของญาติพี่น้อง รวมทั้งพี่น้องประชาชนทั่วไปที่รู้ข่าว ดังนั้นตรงนี้เรื่องของการสอบสวน

ดิฉันคิดว่าถ้าเผื่อท่านสามารถกําจัดสิ่งที่เปึนการที่ใช้วิจารณญาณหรือว่าใช้ดุล ยพินิจในสิ่งที่ ขัดกับข้อเท็จจริง ดิฉันคิดว่าตรงนี้จะเปึนคุณูปการแก่พี่น้องประชาชนมาก และอีกอย่าง ก็เปึนการกอบกู้เกียรติยศและศักดิ์ศรีของตํารวจด้วยนะคะ ประการสุดท้าย ดิฉันมีเวลา เหลืออยู่อีกเพียง ๑๓ วินาทีนั้นขอเรียนว่าสําหรับเรื่องการถ่ายโอนงานบางงานที่ไม่เกี่ยวข้อง กับตํารวจโดยตรง อย่างที่ท่านประธานได้ กรุณาแจงมาประมาณร่วม ๑๐ รายการนั้น ดิฉันเห็นว่าเปึนเรื่องดีนะคะ แต่มีนิดเดียวค่ะ ท่านบอกว่ายังจะต้องคงให้เขามียศ ตําแหน่ง อะไรต่าง ๆ มีความก้าวหน้าทางตําแหน่งอยู่ มีข้อที่ดิฉันอยากจะขอตั้งข้อสังเกตอยู่ ๒ ประการว่า ๑. ยศ ตําแหน่งเขาจะขึ้นได้อย่างไรในเมื่อเขาไม่ ใช่องค์การตํารวจโดยตรง เพราะว่าเข้ามาอยู่ในกระทรวง ทบวง กรมที่เข้าไปอยู่ใหม่ แล้วในกระทรวงนั้นอย่างเช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ตามหรือว่ากระทรวงอื่น ๆ ก็ตามที่ท่านยกตัวอย่างมานั้น ไม่มีชั้นยศเขาจะเติบโตได้อย่างไร ถึงแม้ว่าจะได้เงินเดือนอะไรตรงตามที่เคย มี คือผลประโยชน์ไม่น้อยกว่าตอนที่อยู่ตํารวจนะคะ อันนี้ก็กราบฝากไว้ว่าเราจะแก้ปัญหาตรงนี้ อย่างไร ก็อยากจะขออนุญาตเรียนตรงนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือการที่ถ้าหากสมมุติว่ากระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ รับงานที่เกี่ยวกับเรื่องของตํารวจไปแล้วมีบุคลากรที่จะทํางานสอดรับกัน ได้ดีเหมือนกับอยู่กับกรมตํารวจหรือไม่ แล้วก็ควรพิจารณาไหมคะว่างานไหนที่ไม่ได้เกี่ยวกับ ตํารวจมากอย่างเช่นงานทางด้านท่องเที่ยวหรืออะไรต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะไปเปึนตํารวจ ท่องเที่ยวได้ แต่สําหรับงานที่จําเปึนต้องเกี่ยวกับเรื่องของการสืบสวนสอบสวนอะไรต่าง ๆ ในคดีอาญาก็ตาม คดีอะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับพี่น้องประชาชนนั้น ตรงจุดนี้ดิฉันคิดว่า ก็คงจะต้องลองพิจารณาในรายละเอียดอีกนิดหนึ่งนะคะ อีกนิดเดียวที่มีท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติฝากไว้นะคะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอให้สรุป ได้แล้วครับ

นางเตือนใจ สินธุวณิก

ได้ค่ะ ท่านบอกว่าตํารวจรัฐสภาปัจจุบันนี้ทราบว่า ไม่ใช่ตํารวจจริง ๆ แต่เปึนหน่วยของ ก.ร. นะคะ ก็ขอฝากไว้ด้วยว่าตํารวจรัฐสภา ก็มีหน้าที่สําคัญในการที่จะดูแลความปลอดภัยของผู้ที่เรียกว่าเปึนมันสมองของประเทศด้วย ดังนั้นก็กราบฝากไว้ ขอประทานโทษท่านประธานที่ดิฉันใช้เวลาเกินค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณอุดม เฟ๋ืองฟุัง ครับ

นายอุดม เฟ๋ืองฟุัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมการที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายอุดม เฟ๋ืองฟุัง สมาชิก สปช. เลขที่ ๒๔๔ ต้องขอประทานอนุญาตท่านประธาน ได้กราบเรียนชี้แจงความเปึนมาของเหตุที่จะ ต้องมีการพิจารณาการปฏิรูป กิจการตํารวจ ในวันนี้เพิ่มเติม ต้องเรียนว่าในชั้นของกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมนั้น เราก็ได้ตั้งอนุกรรมการปฏิรูปตํารวจขึ้นต่างหากโดยเฉพาะ เพราะเห็นความสําคัญ ในที่ประชุมของกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งในชั้นตั้งกรรมการนั้น มีผู้เสนอตํารวจเปึนประธานอนุกรรมการ แต่ก็มีผู้โต้แย้งว่าจะให้ตํารวจเปึนอนุกรรมการ จะปฏิรูป กิจการตํารวจได้อย่างไร ผมเองเปึนคนที่ขอร้องท่าน พลเรือเอก พะจุณณ์ บอกขอเปึนอนุกรรมการหน่อย ช่วยกันหน่อย เพราะว่าท่านเปึนคล้าย ๆ ว่าเปึนคนมีชื่อมีเสียง แล้วก็เปึนที่ยอมรับนับถือของคนทั่วไป ท่านพะจุณณ์ก็ไม่ค่อยจะรับปากเท่าไรบอกผมไม่ค่อย มีความรู้ แต่ก็ต้องช่วย เพราะไม่มีใครที่จะมีแรงเสียดทานด้านนี้ ท่านพะจุณณ์บอกแล้ว อาจารย์เปึนไม่ได้หรือผมอยู่กระบวนการยุติธรรมชั้นศาลแล้ว นี่ความเปึนมาอย่างนั้น แล้วผมก็บอกท่านพะจุณณ์ว่าทาง คสช. จะเปึนด้วยเหตุใดก็ตามท่านไปแก้ไข ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่เปึนการอํานวยความยุติธรรมในชั้นฝ์ายบริหาร ขึ้นมามาตราหนึ่ง ก็ทําให้มาตรฐานในการถ่วงดุลกระบวนการยุติธรรมในชั้นฝ์ายบริหารนั้น มันเบี่ยงเบนไป ทั้ง ๆ ที่สังคมกังขาการทําหน้าที่ของฝ์ายตํารวจแต่ไปแก้กฎหมายเพิ่มเติม อํานาจหน้าที่ตํารวจให้ ผมก็เรียนท่านพะจุณณ์ว่าท่านต้องหาอนุกรรมาธิการที่อยู่ทาง ฝ์ายกระทรวงมหาดไทยมาด้วยนะ ท่านพะจุณณ์ท่านก็ไปหามา แต่ท่านบอกว่าอาจารย์ ทําอย่างไรได้เพราะว่าอนุกรรมาธิการนี่ ๑๕ คนมันเต็มแล้ว ผมก็เรียนท่านว่าท่านดึงผมออก จากอนุกรรมาธิการมาเปึนที่ปรึกษา ก็ได้เข้าประชุมกันมีนายตํารวจมาเปึนอนุกรรมาธิการ

ประชุมได้ระยะหนึ่งนี่ก็มาถึงจุดของการที่จะชี้หลักการในเรื่องอํานาจสอบสวน ผมเองไม่ได้ เข้าประชุมทุกนัด แต่หลังจากมีการชี้เสียงข้างมากในเรื่องอํานาจสอบสวนว่าจะแยก หรือไม่แยกแล้วนี่ ก็ปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นซึ่งผมต้องกราบเรียนที่ประชุมเพื่อประชาชน จะได้เข้าใจว่าสภานี้ก็ดีหรือผู้รับผิดชอบก็ดี มีความตั้งใจจะปฏิรูปกิจการตํารวจตามความ ต้องการของประชาชนเขาหรือไม่ แล้วกราบเรียนให้ท่านกรรมการทุกท่านที่นั่งในที่นี้ทราบด้วย เพราะว่ากรรมการหลายท่านเปึนคนที่ผมเคารพนับถือมานานพอสมควร แล้วรู้การทําหน้าที่ เปึนตํารวจของท่านอาวุโสหลาย ๆ คน หลังจากมีมติอย่างนั้นแล้วอนุกรรมการที่เปึน ตํารวจนั้นเขาก็มีเหตุจําเปึนลาออกไปหมด แล้วแม้กระทั่งอนุกรรมการที่เปึนตํารวจใน สปช. ท่านก็ไม่เข้าประชุมก็เลยเปึนเหตุท่านที่มาชี้แจงขั้นตอนการปฏิรูปกิจการตํารวจจึงมีปัญหาขึ้น อันนี้ก็ต้องกราบเรียนเพื่อให้สังคมหรือประชาชนที่ต้องการเห็นการปฏิรูป กิจการตํารวจว่า สภานี้ก็ดีหรือผู้รับผิดชอบก็ดี มีความตั้งใจจริงจะปฏิรูปกิจการตํารวจให้กลับมาที่เรียกได้ว่า เปึนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตามที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวท่านตั้งขึ้นมาหรือไม่ แล้วในส่วนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเปึนที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการ

ผมได้ถามท่าน พลตํารวจเอกที่เกษียณเมื่อเดือนตุลาคมป้ที่แล้วว่าสมัยผมได้รับราชการ อยู่ต่างจังหวัดจนถึงปัจจุบันนี้ ได้ข่าวว่าเบี้ยเลี้ยงตํารวจตั้งแต่จ่า นายสิบ หรืออะไรต่าง ๆ นี่ บางทีก็หักหัวคิวนะ เดี๋ยวนี้ยังมีอยู่หรือเปล่า ท่านพลตํารวจเอกคนนั้นก็บอกว่า ผมตอบไม่ได้หรอกครับ เพราะมันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นั่นเปึนคําตอบให้เห็นว่า ๓๐-๔๐ ป้ ที่แล้วเปึนอย่างไรก็เปึนอย่างนั้น หลังจากที่ผมมีการตั้งกรรมาธิการแล้วผมได้พบกรรมการ ท่านหนึ่งที่อยู่ในกรรมการนี้ ได้ถามและได้ประชุมกันหรือยัง ท่านก็บอกได้ประชุมคราวหนึ่ง ได้ถามตํารวจที่เปึนตัวแทนตํารวจว่า ตําแหน่งตํารวจนี่ยังซื้อขายกันหรือเปล่า ปรากฏว่า ท่านให้คําตอบว่าเขาตอบผมว่าเหมือนเดิม แล้วอยากจะกราบเรียนว่าเมื่อ ๒ อาทิตย์นี้ ผมได้ไปเล่นกอล์ฟแล้วถามก๊วนกอล์ฟผมรุ่นแก่ ๆ นี่แหละ ซึ่งลูกเขาเปึนตํารวจอยู่ต่างจังหวัด ผมบอกเมื่อไรเปึนผู้กํากับ พ่อเขาบอกว่าเอาเงินไว้ให้เลี้ยงลูกดีกว่า ผมก็อยากจะกราบเรียน ให้เปึนข้อมูลที่ทราบกับท่านกรรมการที่ผมเคารพทั้งหลาย และประชาชนได้ทราบว่า ท่านจะดูต่อไปว่าผู้รับผิดชอบต้องการที่จะปฏิรูป กิจการตํารวจให้เปึนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ หรือไม่ ขอบคุณครับ

นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ขอบคุณนะครับ เชิญคุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ครับ คุณเกรียงไกรครับ เชิญคุณวรรณชัย บุญบํารุง ครับ

นายวรรณชัย บุญบํารุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ผม วรรณชัย บุญบํารุง ผมเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมการนะครับ แล้วก็อยากจะ ขอเสนอ ๓ ประเด็น ประเด็นแรกผมเสนอให้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องอํานาจการสอบสวน ของพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๑๓๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งจุดประสงค์การสอบสวนมี ๒ ประการ ก็คือ รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ ให้เห็นความผิด กับพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา ซึ่งการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหานั้น ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาเมื่อป้ ๒๕๔๗ แล้วก็เปึนเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรม ทางอาญานั้นสอดคล้องกับทางสากลก็คือเปึนระบบไต่สวน ไม่ใช่ระบบกล่าวหา อย่างที่เราเข้าใจกัน นักวิชาการก็โต้แย้งในเรื่องนี้มาก เพราะฉะนั้นพนักงานสอบสวน ทําการสอบสวนไม่ใช่เพื่อกล่าวหาว่าได้กระทําความผิด แต่เพื่อเทียบพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ของผู้ต้องหาด้วย แต่เนื่องจากว่าการแก้ไขก็เปึนเพียงแค่เศษกระดาษทางปฏิบัติที่ผ่านมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ จนถึงป้ ๒๕๕๘ ทางปฏิบัติของพนักงานสอบสวนมุ่งไปแต่เรื่องเดิม

ตามความเคยชินก็คือเพื่อพิสูจน์ให้เห็ นความผิดของผู้ต้องหาที่จับมา ส่วนการพิสูจน์ ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหานั้นตกเปึนหน้าที่ของทนายความหรือผู้ต้องหาที่ต้องไปช่วยเหลือ ตัวเอง ไม่ใช่หน้าที่ของพนักงานสอบสวน ซึ่งเรื่องนี้ผมอยากจะให้มีการปฏิรูปให้เห็น เปึนรูปธรรม ประชาชนก็ไม่ได้เข้าใจเช่นนั้น ในเรื่องที่ ๒ ผมเสนอให้มีการเพิ่มเติมอํานาจ ของพนักงานสอบสวนในกระบวนการในการใช้อํานาจหน้าที่ที่จะมีเครื่องไม้เครื่องมือ ทํานองเดียวกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือในคดียาเสพติด หรือตามกฎหมาย ปปง. ซึ่งอํานาจสอบสวนพิเศษอันนั้นก็คือเกี่ยวกับเรื่องการแฝงตัว การดักฟัง ผมเห็นว่าพนักงาน สอบสวนก็ควรที่จะมีอํานาจเช่นนั้นในคดีอาญาที่สําคัญ เพื่อเปึนเครื่องไม้เครื่องมือในการที่ จะหาพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิด แต่แน่นอนว่าก็จําเปึนที่จะต้องมีระบบ การควบคุมในการใช้อํานาจนี้อย่างเคร่งครัด ถ้าเราเห็นว่ากระบวนการอํานาจเหล่านี้ มีประสิทธิภาพ ก็ไม่มีเหตุผลใดว่าทําไมจะต้องให้ใช้เฉพาะในคดียาเสพติด คดีเกี่ยวกับ ปปง. หรือว่าคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เราจะเห็นได้ว่าระบบเครื่องไม้เครื่องมือ การสอบสวนของเรามันลักลั่นกันแล้วแต่ว่าใครจะเขียนให้อํานาจใคร ในเรื่องสุดท้าย เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งกร ะบวนการยุติธรรมนะครับ ผมอยากจะให้มีการบูรณาการ การบริหารงานยุติธรรม คําว่าการบริหารงานยุติธรรมนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการ ยุติธรรมที่เกี่ยวกับสอบสวนโดยตรงนะครับ

แต่เกี่ยวข้องกับเรื่องการบริหารจัดการในการอํานวยความยุติธรรม ยกตัวอย่างเช่น การทําสัญญาประกันนะครับ การปล่อยชั่วคราว การใช้เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว ที่ต้องการใช้ในการปล่อยตัวชั่วคราวอะไรต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ได้มีการบริหารงานยุติธรรม ในลักษณะบูรณาการก็คือเปึนลักษณะที่ว่าสัญญาประกันในชั้นสอบสวนก็ดีหรือ แนวความคิดตอนนี้ที่จะใช้อีเอ็ม (EM) ในชั้นสอบสวน ในชั้นพิจารณาก็ดี ในชั้นราชทัณฑ์ก็ดี หน่วยงานแต่ละหน่วยงานต่างคนต่างคิดที่จะทํา ตั้งงบประมาณกันเอง จัดซื้อจัดจ้าง เจ้าหน้าที่ ของตัวเอง แล้วก็ต่างฝ์ายต่างทํา ไม่มีการบูรณาการในเรื่องนี้หรือว่าในเรื่องสัญญาประกัน ในชั้นสอบสวน พอไปในชั้นพิจารณาก็ต้องทําใหม่ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน เปึนอย่างมากนะครับ ผมก็อยากจะเห็นให้มีการบริหารงานยุติธรรมเปึนบริ การ เพราะปัจจุบันถึงแม้จะมีพระราชบัญญัติพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ป้ ๒๕๔๙ ที่มีอํานาจในการกําหนดจัดทําแผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ มันก็ไม่ประสบ ความสําเร็จนะครับ มันเปึนปัญหาใหญ่ของบ้านเราที่ทํานองเดียวกับกระบวนการอื่น ๆ ในการที่จะเข้าถึงความยุติธรรมหรือเข้าถึงทรัพยากรของชาตินั้น มันไม่มีการบริหารงาน ต่างคนต่างทํานะครับ หรือการจัดหาทนายความช่วยเหลือก็เหมือนกันนะครับ ต่างคนต่างไม่มีการที่จะบูรณาการ นอกจากไม่มีการประสานงานกันแล้ว ก็มักจะ มีการประสานงากันอยู่ในองค์กรหรือกระบวนการยุติธรรมซึ่งเปึน ปัญหาใหญ่ ไม่ว่าจะเปึน ทางด้านพนักงานสอบสวน ทางด้านทนายความ ทางด้านกระทรวงยุติธรรม ทางด้านอัยการ ทางด้านผู้พิพากษา องค์กรหน่วยงานเหล่านี้ ไม่ได้มีการบูรณาการในการบริหารงานยุติธรรม ให้เปึนรูปธรรม แต่ว่าจะเปึนการประสานงากันเสียส่วนใหญ่นะครับ ผลลัพธ์สุดท้าย ก็ตกอยู่กับประชาชนที่เกี่ยวข้องกับคดีครับ ผมก็อยากจะขอเสนอใน ๓ เรื่องครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ค่ะ

นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๑๓๓ กระผมได้อ่านรายงาน ของคณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจแล้วก็คิดว่าตรงนี้อย่างน้อยก็เปึนเอกสาร ชุดแรกที่จะทําให้ ถึงแม้ไม่ใช่เปึนการปฏิรูประบบตํารวจทั้งระบบ แต่ก็ถือได้ว่าเปึนขั้นตอน ขั้นแรกในการที่จะปฏิรูปการทํา งานของตํารวจได้ ซึ่งน่าจะเปึนแนวทางที่จะได้ใช้ต่อไป ในอนาคตในการที่จะปฏิรูป กิจการตํารวจทั้งระบบให้เปึนที่ยอมรับของสังคมและ ประชาชนชาวไทยที่มีความคาดหวังไว้ ประเด็นที่เห็นว่าในวันนี้น่าที่จะได้รับการยอมรับ ในเบื้องต้นก็ด้วยที่ว่าบุคลากรที่มาทําหน้าที่ในการให้ข้ อมูลของคณะกรรมการชุดนี้ โดยส่วนใหญ่แล้วต้องถือว่าเปึนผู้ที่มีประสบการณ์ มีความหลากหลายในทุก ๆ ด้าน แล้วก็อยู่ในแวดวงของหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงาน ที่ต่อเนื่องจากกระบวนการยุติธรรมไม่ว่าจะเปึนทางของท่านอดีตทางฝ์ายปกครองก็ดี หรือท่านเลขาธิการ ก.พ. ก็ดี ซึ่งก็มีหลาย ๆ ท่านที่ติติงนะครับว่าถ้าประธานนั้น เปึนตํารวจ การปฏิรูปไม่ว่าจะเปึนการปฏิรูประบบการทํางานหรือภารกิจจะมีความมั่นใจ ได้อย่างไรนั้นก็คงจะสิ้นไปนะครับ เพราะว่าท่านอดีตท่านเลขาธิการท่านมาทําหน้าที่ตรงนี้ แล้วก็มีความมุ่งมั่นในการที่จะให้งานนั้นออกมาเรียบร้อยดี หลายท่านสงสัยคลางแคลงใจ ในเรื่องของการสอบสวน ซึ่งตรงนี้โดยประสบการณ์ที่กระผมทํางานในเรื่องของกระบวนการ ยุติธรรม ซึ่งทําหน้าที่ทางพนักงานอัยการอยู่นี้นะครับ โดยประสบการณ์แล้วก็ต้องยอมรับ ว่างานของทางด้านสอบสวน สืบสวน จับกุม ตรงนี้ควรที่จะมีการดําเนินการควบคู่กันไป เพราะโอกาสที่จะแบ่งแยกนั้นก็เปึนการแบ่งแยกที่ยาก เพราะว่าอะไร

เพราะว่าการสอบสวนนั้นไม่ใช่ อย่างที่สักครู่ที่ท่านวรรณชัย ก็ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านทํางานทางด้านกฎหมายมาท่านก็พอจะทราบว่าการสอบสวนนั้นไม่ใช่ว่าเปึน การสอบสวนเพื่อให้ได้ตัวผู้กระทําความผิดแต่เพียงอย่างเดียว แต่เปึนการดําเนินการ เพื่อให้ได้ความชัดเจนในเรื่องของการกล่าวหา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของผู้ถูกกล่าวหา เรื่องของผู้กล่าวหา หรือว่าผู้ต้องหา หรือผู้เสียหาย ซึ่งตรงนั้นเปึนหน้าที่ของ พนักงานสอบสวนในการที่ต้องไปรวบรวมพยานหลักฐาน ไม่ว่าจะเปึนพยานหลักฐานที่เปึน พยานบุคคล พยานวัตถุ หรือพยานเอกสารที่จะต้องรวบรวมมา อาจจะมีบางท่านที่ยังติดใจ ว่าเมื่อรวบรวมแล้วนั้นจะสรุปแต่เพียงว่ากระทําความผิดนั้นไม่ใช่ เพราะว่าดุลยพินิจของ พนักงานสอบสวนก็มีในการที่จะเสนอว่าควรที่จะสั่งฟัองหรือไม่ แล้วก็เสนอไปยัง พนักงานอัยการ เช่นเดียวกันครับถ้าพนักงานอัยการเ ห็นว่าในข้อมูลที่ได้รับนั้น มีพยานหลักฐานไม่เพียงพอก็จะสั่งไม่ฟัอง อันนั้นก็เปึนการตรวจสอบกันไปในตัว ทีนี้ปัญหา ที่เปึนอยู่ในทุกวันนี้ก็คือโดยส่วนใหญ่แล้วยังมีความเชื่อมั่นว่าพนักงานสอบสวน ยังให้ความยุติธรรมไม่เพียงพอ ตรงนี้ละครับที่เปึนหน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ที่น่าจะไป คิดต่อว่าจะทําอย่างไรที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าการสอบสวน ของท่านนั้นให้ความยุติธรรมอย่างตรงไปตรง มา อย่างถูกต้อง แล้วก็ถูกทํานองคลองธรรม รวมทั้งถูกบทกฎหมายด้วย ถ้าทําตรงนี้ได้ผมเชื่อว่าไม่มีท่านใดที่จะติดใจหรอก ครับว่า จะแยกการสอบสวน แยกการสืบสวน แยกการปราบปรามออกไปจากกัน เพราะว่าตรงนี้ เนื่องจากว่าการสอบสวนนั้นไม่ได้สิ้นสุดแค่ตรงพนักงานสอบสวนสรุปการสอบสวน แต่พนักงานสอบสวนยังมีภาระในการที่จะต้องดําเนินการต่อไปถ้าหากว่ามีการส่งฟัอง ผู้ต้องหานั้นต่อศาลแล้วมีการสืบพยาน เมื่อในชั้นสืบพยานตรงนั้นพนักงานสอบสวน ก็ยังรับภาระในการที่จะต้องติดตามพยานให้มาเบิกความเพื่อประกอบกับการพิจารณา ที่จะลงโทษตัวผู้ที่ถูกฟัองก็คือจําเลยในฐานะที่เปึนผู้ที่ถูกฟัองต่อศาล ตรงนั้นก็ส่วนหนึ่ง ฉะนั้นภารกิจไม่ได้หมดแค่ในเรื่องการสอบสวนในเบื้องต้น ฉะนั้นถ้าพนักงานสอบสวน ท่านประธานครับ สักครึ่งนาที ก็ขออภัยครับ ก็ขอให้จบในส่วนนี้ครับ ฉะนั้นผมเห็นว่า ถ้าทางคณะกรรมการสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ ผมเชื่อว่าตรงนั้นจะทําอย่างไร ที่จะสร้างกลไกในการที่จะหามาดําเนินการตรวจสอบการทํางานของพนักงานสอบสวนก็ดี ส่วนผู้ปราบปรามก็ ดี หรือในชั้นสืบสวนก็ดี ตรงนั้นปัญหายังไม่ว่า จะอยู่ตรง

พนักงานสอบสวนเปึนหลัก ฉะนั้นถ้ามีกลไกในการที่จะมาตรวจสอบได้ว่า ทําอย่างตรงไปตรงมาแล้วให้ความยุติธรรมกับทุก ๆ ฝ์ายอย่างตรงไปตรงมาปัญหาตรงนั้น ไม่เกิดครับ ก็ขออนุญาตเรียนครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านประสาร มฤคพิทักษ์ ค่ะ

นายประสาร มฤคพิทักษ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. ๑๓๒ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้คลิป วิดีโอ (Clip video) ตามที่ได้เรียนขออนุญาตไว้ สั้น ๆ ครับไม่ถึง ๒ นาที

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดวีดิทัศน์)
นายประสาร มฤคพิทักษ์

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ที่จริงเปึนปัญหาที่เรารับรู้ เข้าใจ และเห็นภาพกันอยู่ และประจักษ์แจ้งแก่ใจทุกคน ผมขอยกตัวอย่างว่าคดีฆ่าตัดตอน ๒,๖๐๐ ศพในยุครัฐบาลชุดหนึ่งนั้นปรากฏว่า ๑,๔๐๐ ศพ เปึนผู้บริสุทธิ์จากการพิสูจน์ ก็แปลว่า ๑,๔๐๐ ศพนั้นเสียชีวิตให้กับใครก็ไม่รู้ ให้กับอะไร ก็ไม่ทราบ ให้กับเจ้ากรรมนายเวรที่ไหนก็ไม่ทราบอีกเหมือนกัน ผมคิดว่านี่เปึนเรื่องใหญ่ และตลอดเวลาของการเคลื่อนไหวการปฏิรูปตั้งแต่ก่อนเกิด ๒๒ พฤษภาคมมันเปึนเจตจํานง ของประชาชนนะครับ เปึนเจตจํานงของมวลประชาชนอย่างแท้จริง และถ้าเผื่อสํารวจ ตรวจสอบจากโพล (Poll) ทุกสํานักเราก็พบว่าเรื่องสําคัญที่สุดที่ประชาชนต้องการ คือเรื่องของการปฏิรูปกิจการตํารวจ ขอเรียนว่าเรื่องตรวจสอบทุจริตก็ตาม เรื่องคุณภาพ การศึกษา เรื่องระบบการเมือง เรื่องอื่น ๆ นั้นยังเปึนเรื่องสําคัญน้อยลงไปเมื่ อเทียบกับ การให้ความสําคัญของประชาชนต่อการปฏิรูปกิจการตํารวจ โพลทุกสํานักตรงกันหมดครับ บางสํานักบอกว่า ๙๒ เปอร์เซ็นต์ต้องปฏิรูปตํารวจ ผมคิดว่าตัวอย่างในระยะใกล้ก็คงจะพบ กันนะครับ ระดับนายพลตํารวจโทสามารถจะมีเครือข่ายทําความผิดได้สารพัดชนิด จนกระทั่งต้องจับแล้วก็ขัง ติดคุกไม่ทราบจะกี่คดีต่อกี่คดีด้วยกัน อันนี้ก็เนื่องจากว่า การจับกุมและสอบสวนอยู่ในคนคนเดียวกัน อยู่ในองค์รวมเดียวกัน ไม่สามารถที่จะแยกจากกัน ก็ทําให้กลายเปึนปัญหา เอาละครับ เรื่องอื่น ๆ นั้นไม่ว่าจะย้ายไปอยู่สังกัดที่ควรจะอยู่ หรือการเลือก ผบ.ตร. นั่นก็เปึนเรื่องจําเปึน เปึนเรื่องสําคัญ แต่ว่าผมเชื่อว่าจุดคานงัด เน้นย้ํานะครับ จุดคานงัดที่สําคัญที่สุดของการปฏิรูปกิจการตํารวจอยู่ที่การแยกการสอบสวน เปึนอิสระอย่างสิ้นเชิง ไม่ใช่เปึนแท่งอยู่ภายใต้ ส.ต.ช. ครับ ถ้าเปึนแท่งอยู่ภายใต้ ส.ต.ช. ก็แปลว่าไม่ได้ปฏิรูป กิจการตํารวจ ปฏิรูปกิจการตํารวจไม่ใช่การปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ต้องเปึนการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่มีนัยสําคัญที่สุด ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากการแยกการสอบสวนให้เปึนอิสระอย่างสิ้นเชิงจาก สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ถ้าไม่ทําเช่นนี้ผมคิดว่าการปฏิรูปที่สําคัญที่สุดที่ประชาชนมุ่งหวัง คาดหวัง และฝากความหวังไว้กับ สปช. ก็จะกลายเปึนความล้มเหลว กลายเปึนความสิ้นหวัง ดังนั้นสําหรับผมเองนั้นถ้าเผื่อยังจะเปึนอย่างนี้ เสนอมาอย่างนี้ ผมคนหนึ่งครับที่ขอไม่รับ ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ค่ะ

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการ ผมขอขอบพระคุณที่ท่านประธาน อนุญาตให้ผมพูดอาจจะเปึนคนสุดท้าย แต่ผมคิดว่าเรื่องปฏิรูป กิจการตํารวจผมได้ฟัง เรื่องของการแยกอํานาจอย่างที่ท่านประสาร ขออนุญาตที่เอ่ยนามเมื่อสักครู่นี้

แต่ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งถ้าเราจะทําโดยการแยกอํานาจนั้น เราต้องเข้าใจเสียก่อนว่าการสืบสวน สอบสวนมันไปด้วยกันคือปัองกันและปราบปราม ปัญหาวันนี้ผมคิดว่าเปึนปัญหาเรื่อง คุณภาพของตํารวจไทยมากกว่า ถามว่าถ้าการสืบสวนสอบสวนมีความโปร่งใสให้สิทธิกับ ผู้เสียหายหรือผู้ร้องทุกข์ที่จะเข้ามาสู่กระบวนการอย่างโปร่งใสนั้นทําได้หรือไม่ เท่าที่ผมทราบไม่ได้มีการอภิ ปรายว่าการสืบสวนสอบสวนทําไมไม่ใช้ ระบบทีวีวงจรป่ด โปร่งใสเลยครับ ยกเว้นคดีบางประเภท ความมั่นคง ถ้าทําอย่างนั้นประเด็นเรื่องการจับ หรือว่าการสอบสวนที่ไปทําร้ายร่างกายผู้ต้องหาต้องมีการตรวจร่างกายก็จะไม่เกิดขึ้น ให้ผู้ต้องหาใช้ทนายได้ ผมคิดว่าเรื่องนี้สําคัญมาก เพราะเท่าที่ดูในรายงานไม่ได้กล่าวถึง กระบวนการสืบสวนสอบสวนในการดําเนินคดี ซึ่งจริง ๆ แล้วในกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมยังพูดถึงว่าการดําเนินคดีในศาลก็ควรจะต้องมีการถ่ายทอดทีวี วงจรป่ดเพื่อเก็บเปึนหลักฐานด้วย ผมคิดว่าถ้าเริ่มต้นน้ํา ปลายน้ํา ทําให้โปร่งใส ประชาชน ก็จะได้รับความคุ้มครองในสิทธิเสรีภาพ ประการที่ ๒ ซึ่งผมไม่เห็นเลย คือเรื่องยศ ตําแหน่ง เรามีนายพลตํารวจเยอะมาก ในต่างประเทศมีผู้บัญชาการคนเดียว แต่วันนี้เราพูดถึงตํารวจ การแต่งเครื่องแบบไมด์เซต (Mindset) ของคนนี่มันกลัวตํารวจตั้งแต่เด็กครับ เดี๋ยวนี้ยาม พยายามแต่งตัวเหมือนตํารวจหมดครับ ต้องสีกากี ห้อยเครื่องอะไรต่าง ๆ ให้ดูเหมือนตํารวจ เพราะมันกลัว ทําไมเราไม่ลดตําแหน่งตํารวจลงให้เปึนตํารวจแบบต่างประเทศ ประเทศญี่ปุ์น ผมเข้าใจว่าไม่มีตําแหน่งเยอะ ผมคิดว่านายตํารวจในประเทศไทยมีตําแหน่งนายพลมากที่สุด ในโลก ทําไมเราไม่เปลี่ยนตรงนี้ครับ เปลี่ยนไมด์เซต แล้วคนที่มาเปึนตํารวจผมได้ยิน ท่านอรพินท์พูดก็คือว่า ท่านอาจารย์วสิ ษฐเคยพูดว่า ประทานโทษไม่รู้ถูก หรือเปล่า ต้องป่ดโรงเรียนนายร้อยตํารวจครับ ผมขอโทษที่พูดแรงไป มีคนพูดบอกว่าตํารวจที่ดีที่สุด คือตํารวจที่อุ้มคน เมื่อก่อนนี้อยู่ที่กรมตํารวจ ตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนนายร้อยสามพราน อันนี้เปึนคําพูดที่ผมไม่คิดว่ามันถูกต้อง แต่ว่าอันนี้คือความรู้สึกของประชาชน ถ้าโรงเรียน ตํารวจ ผมคิดว่าโรงเรียนนายร้อยตํารวจก็ดี โรงเรียนนายสิบตํารวจ โรงเรียนอะไรก็ดี ผมว่า เอาจากมหาวิทยาลัย ตั้งวิทยาลัยตํารวจ จบปริญญาตรีมาฝ๊กตํารวจ วิชาตํารวจเปึนศาสตร์ และศิลปีใช้กฎหมาย เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่ามีความสําคัญอย่ำงยิ่งที่จะต้องฝ๊กตํารวจ แนวคิดฝ๊กให้มีความชํานาญเฉพาะด้าน เรื่องต่อมาคือผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ต้องให้บทบาท ตํารวจจํากัดอยู่เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของประเทศ

อย่าไปทําทุกคดี การส่งอํานาจไปยังท้องถิ่นเปึนเรื่องที่สําคัญ ผมจึงคิดว่าถ้าจะปฏิรูป กิจการตํารวจในรายงานนี้ผมคิดว่าต้องปฏิรูปชั้นยศด้วยครับ ปฏิรูประบบการศึกษาของ นายร้อยตํารวจด้วยครับ แล้วก็ตํารวจผมไม่เห็นด้วยเลยครับมีตํารวจเกณฑ์อีกแล้วครับ ดีนะครับที่ สนช. เขาเบรกไว้ เพราะฉะนั้นการสร้างพลังคน การใช้อํานาจโดยที่ไม่มีการฝ๊กอบรมให้คนดี มีความรู้ทั้งคุณธรรมจริยธรรมเปึนเรื่องที่สําคัญมาก เพราะตํารวจเปึนผู้ใช้กฎหมาย ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าถ้ากระบวนการเหล่านี้ดี กระบวนการสืบสวนสอบสวนจะอยู่กับใคร ไม่สําคัญ เพราะถ้าหากแยกออกไปแล้วก็อาจจะมีมาเฟ้ย (Mafia) การสืบสวนเกิดขึ้นมาอีก ๑ หน่วยครับ ถ้าเราไม่เปลี่ยนคนที่จะมาอยู่ในองค์กรเหล่านั้น วิธีการศึกษาผมว่าสําคัญมาก เพราะฉะนั้นผมใคร่กราบเรียนว่าการปฏิรูปที่เสนอนี่ยังไม่ถึงแก่นนะครับ อยากจะให้ถึงแก่น ให้ทําได้ แล้วก็ประชาชนจะแซ่ซ้องสรรเสริญ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านต่อไปท่านนายกเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง ขอเชิญค่ะ

นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพอย่างสูงครับ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง หมายเลข ๐๑๕ ก่อนอื่นต้องขอโทษ เมื่อกี้ประชุมอนุกรรมาธิการเลยได้เปึน คนสุดท้ายครับ

ท่านประธานครับ เรื่องการปฏิรูปกิจการตํารวจนี่เราต้องอ่านคําว่าปฏิรูปให้เข้าใจเสียก่อน ความที่ผมได้อ่านหลายเรื่องที่จะลดอํานาจการแทรกแซงทางการเมืองผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่คําว่าปฏิรูป สิ่งที่ท่านเขียนมาทั้งหมดอยู่ในเล่มนี้ค่อนข้างจะเห็นด้วยเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่มีบางอย่างผมอยากให้ท่านมองอนาคตไกล ๆ ว่าสิ่งที่คณะกรรมาธิการ ปฏิรูปนั้นท่านต้องมองอนาคตว่าอีก ๒๐ ป้ข้างหน้า ประเทศชาติจะได้อะไร อีก ๑๐ ป้ข้างหน้า ตํารวจจะได้อะไร ณ ปัจจุบันนี้ทุกคนมองภาพตํารวจส่วนใหญ่ในแง่ลบ แต่ตํารวจดีก็เยอะ นําเรียนด้วยความเคารพว่าสิ่งที่พวกเราเห็น สิ่งที่พวกเราทราบเปึนข้อมูลที่แท้จริงบ้าง ไม่แท้จริงบ้าง นําเรียนด้วยความเคารพว่าการถ่ายโอนภารกิจไปทุกกระทรวง ทบวง กรมนั้น เปึนแนวทางที่ดีมาก แต่อยากถามกลับไปว่ากระทรวง ทบวง กรมเหล่านั้นเขาพร้อมที่จะ ทํางานบ้างหรือยัง เขาจะดําเนินการอย่างไร กระผมเปึนนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาล แห่งประเทศไทย ในเรื่องส่วนของท้องถิ่นนั้น ณ ปัจจุบันโครงสร้างการจัดการจราจรนั้น เราทําอยู่แล้ว เพียงแต่อํานาจในการเปรียบเทียบปรับหรืออํานาจใ นการจับกุมนั้น เราไม่มี ท้องถิ่นทั้งประเทศ ๗,๘๕๓ แห่ง ผมดูแลเทศบาล ๒,๔๔๐ แห่ง ซึ่งมีเทศบาลเมือง เทศบาลนครและเทศบาลตําบล ถามว่าท้องถิ่นพร้อมไหมที่จะรับการปฏิรูปครั้งนี้ เรายินดีครับ แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเรารับการถ่ายโอนหรือการปฏิรูปโอนถ่ายจากทุกกระทรวง ทบวง กรมนั้น คนที่โอนมาไม่เคยให้ความรู้ความเข้าใจกับเราเลย ตรงนี้ละครับเปึนเรื่องที่สําคัญ ท่านต้องมี แผนรองรับว่าถ่ายโอนโครงสร้างตํารวจจราจรมาให้แล้วท้องถิ่นจะได้อะไร เปึนอย่างไร ให้ความรู้กับเขา ให้บุคลากรกับเขา ให้อํานาจกับเขา ทําอย่างไรเพื่อช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน แต่จะพูดปฏิรูปกิจการตํารวจทั้งหมดนั้นมันเปึนเรื่องยากครับ อย่างเช่น การแยกอํานาจการสืบสวน สอบสวน ออกจากหัวหน้าสถานีตํารวจนี่โดยส่วนตัวนะครับ ท่านประธานผมไม่เห็นด้วย เพราะบางครั้งผู้บังคับบัญชาต้องรู้เรื่องพยานหลักฐาน รู้เรื่องอะไรต่าง ๆ ประกอบกับพนักงานสอบสวน ที่จะดําเนินการให้บรรลุ เพียงแต่ผู้บังคับบัญชาบางคนเท่านั้น แหละที่ไม่มีคุณธรรมจริยธรรม เบี่ยงเบนประเด็น จากผิดเปึนถูก หรือจากถูกเปึนผิด ที่ทําให้ประชาชนตาดํา ๆ ที่ไม่มีอํานาจ ไม่มีกฎหมายในมือ ต้องรับกรรมหลายร้อยชีวิตที่ ติดอยู่ในคุก เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่อยากจะนําเสนอ คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจตรงนี้ว่าต้องปฏิรูปโครงสร้างตํารวจในด้าน คุณธรรมจริยธรรมเสียก่อน ให้นั่งสมาธิ ให้เข้าวัดเข้าวา ปลูกจิตสํานึก เขียนว่าโรงพัก

ของประชาชน อย่าให้ประชาชนตีความหมายผิด บางโรงพักเขียนว่าโรงพักเพื่อประชาชน แต่เขียนไปว่าโรงพักเพื่อจับประชาชนก็มี ประชาชนเขียนไปอย่างนั้น เพราะอะไรครับ มันต้องมีเหตุมีผลในบางคดีบางเรื่อง ขาดการติดตามเอาใจใส่ของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ระดับล่างปฏิบัติอย่างไร ผิดอย่างไรไม่เคยรายงาน นี่ละครับ ทุกองค์กร ทุกกระทรวง ทบวง กรมนั้นนําเรียนด้วยความเคารพว่าต้องปลูกคุณธรรมจริยธรรม ใช้ระบบการติดตามต่อเนื่อง ถือปฏิบัติ โรงพักตัวอย่างทั่วประเทศมีครับ ผมชื่นชมระบบโครงสร้างตํารวจเรื่อง โรงพักตัวอย่าง หลายคนที่ผมรู้จักที่จังหวัดกาฬสินธุ์ บ้านของผม สถานีตํารวจภูธรตําบล รองผู้กํากับได้ขึ้นเปึนผู้กํากับไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียวก็มีให้เห็นแล้วครับ เพราะเขามี ผลงานดีเด่น สร้างโรงพักเปึนที่ประจักษ์ให้ประชาชนในท้องถิ่นยอมรับ

ผมไม่ต้องเอ่ยชื่อคนนั้นครับที่ขึ้นเปึนผู้กํากับ ๒ คนแล้วครับที่ผ่านโรงพักยางตลาดบ้านผม นี่คือโครงสร้างตํารวจที่ผมมั่นใจว่า ผบ.ตร. เอง หรือผู้ช่วย หรือรองเขากําลังปฏิรูปตํารวจ ให้มีคุณธรรมจริยธรรม ให้มีคุณภาพ การเสียเงินเสียทองวิ่งเต้นทุกกระทรวง ทบวง กรม มีหมดละครับ นี่มันเปึนเรื่องจริง แต่เราทําสิ่งเหล่านั้นให้มันเกิดคุณธรรมจริยธรรม ให้มีคุณค่าดีกว่าไหม ผมอยากฝากไปที่คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจว่า ขณะนี้ต้องปลูกจิตสํานึกให้ตํารวจทั้งประเทศ ท่านจะถ่ายโอนไปทุกกระทรวง ทบวง กรม ผมถามว่ามันดีขึ้นไหม ท่านตอบโจทย์ตรงนี้ก่อน ๑. อาจจะแบ่งเบาภาระไปได้ แต่ถามว่าตํารวจที่ถูกถ่ายโอนไปหรือตั้งขึ้นใหม่ที่กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ภาระค่าใช้จ่าย แล้วตํารวจเหล่านั้นมีคุณภาพดีขึ้นหรือไม่ ช่วยเหลือประชาชนจริงจังหรือไม่ ท่านต้องตอบ โจทย์ตรงนี้ก่อน ถ้าท่านตอบโจทย์ตรงนี้ได้ว่ามันดีขึ้น มันดีจริง ตรงนี้ละครับประชาชน ทั้งประเทศเขาจะยอมรับการปฏิรูปครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย ผมนําเรียนด้วยความเคารพ ว่าขอให้ปฏิรูปคุณธรรมจริยธรรม ใช้ระบบพีดีซีเอ (PDCA) เข้ามาช่วยด้วย มีการวางแผน มีการลองทําดู มีการติดตามประเมินผล ถ้ามันดีแล้วก็แอคชัน (Action) ครับทําต่อไป ท่านประธานครับ ผมฝากคณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจครับ เราท้องถิ่น ทั้งประเทศยินดีให้ความร่วมมือทุกรูปแบบกับคณะกรรมการ และครั้งนี้ที่ท่าน ถ่ายโอนทั้งหมดถ้าท่านตอบโจทย์ได้ผมยินดีสนับสนุน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วก็ ขอกราบขอบคุณท่านกรรมการทุกท่านด้วยความจริงใจครับ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกจํานวน ๓๓ ท่านซึ่งได้แจ้งความประสงค์ จะอภิปรายให้ความเห็นในวาระปฏิรูปที่ ๖ การจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจได้อภิปราย ครบแล้วนะคะ ต่อไปขอเชิญท่านประธานกรรมการกรุณาตอบชี้แจงข้อคําถามค่ะ

นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ ประธานกรรมการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ในนามของคณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ ก่อนอื่นกระผมขออนุญาต กราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านที่ได้กรุณาให้ข้อแนะนํา ให้ข้อสังเกต ให้ข้อเสนอแนะ กระผมได้กราบเรียนในตอนท้ายของการนําเสนอว่า คณะกรรมการตระหนักดีว่าในการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจนี้นั้ นเปึนเรื่องที่มี

ความสําคัญอย่างยิ่ง อาจจะไม่ตรงใจ อาจจะไม่จุใจ อาจจะไม่ถูกใจท่านสมาชิกนะครับ แล้วเราก็คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วว่าคําแนะนํา ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของท่าน จะมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ถึงอย่างไรด้วยความจริงใจครับ กระผมขอกราบ ขอบพระคุณท่านที่กรุณาให้คําแนะนํามารวมทั้งสิ้น ๓๓ ท่านด้วยกันนะครับ คณะกรรมการ จะรับข้อสังเกตนี้ไป แต่ว่าเพื่อที่จะให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้นถึงแนวทางการทํางานของ คณะกรรมการที่ได้ปรึกษาหารือกันมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นสําคัญ ๆ ๒ เรื่อง ที่ได้มีการอภิปรายกันมาเปึนส่วนใหญ่ก็คือเรื่องของการปฏิรูปอํานาจการสอบสวน ของตํารวจ ก็มีเหตุผลที่กระผมได้กราบเรียนไว้แล้วเหมือนกันว่าคณะกรรมการทราบดีว่า มีความเห็นต่างกันอยู่ จึงได้ศึกษาเรื่องนี้ด้วยความละเอียด ด้วยความรอบคอบอย่างยิ่ง แต่ในโอกาสนี้ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานให้ท่าน พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน ได้กรุณาให้รายละเอียด ให้คําชี้แจงเพิ่มเติมสั้น ๆ นิดหนึ่งเกี่ยวกับเ รื่องนี้ แล้วจากนั้น จะขออนุญาตให้ท่าน พลตํารวจเอก ชัยยง กีรติขจร พูดถึงเรื่องของการแต่งตั้งข้าราชการ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาตินิดหน่อยครับ ขอขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน กรรมการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน กรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ ก็รู้สึกตื่นเต้นเข้ามาในสภาครั้งแรก แต่ถ้าเข้าบ่อย ๆ คงจะชินเองครับ มีอยู่หลายเรื่องที่ท่านสมาชิกได้ให้ข้อสังเกต บางเรื่องก็เปึนเรื่องของ การปฏิรูป บางเรื่องน่าจะเปึนเรื่องแค่การปฏิบัติ ประเด็นที่ถกกันมากและน่าจะเปึนประเด็น ของเรื่องงานสอบสวน แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นมีอยู่ประเด็นหนึ่งหลายท่านก็ยังไม่ค่อย ชัดเจนในเรื่องนี้ ผมใคร่ขออนุญาตนิดหนึ่งก็คือในเรื่องของการที่จะปฏิรูปการเมืองออกจาก ตํารวจ เอาตํารวจออกจากการเมือง ท่านสมาชิกบางท่านก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจว่าทําไมต้อง รังเกียจนักการเมืองด้วย ผมขออนุญาตถอยหลังไปสัก ๑๐ ป้สั้น ๆ ผมคงใช้เวลาไม่เกิน ๕ นาที จะมีคําพูดอยู่ ๓ คํา คําที่ ๑ บอกว่าต้องทําให้ตํารวจอ่อนแอก็เลยออก พ.ร.บ. ตํารวจออกมาเมื่อป้ ๒๕๔๗ คําพูดที่ ๒ เมื่ออ่อนแอแล้วต้องไปแทรกแซง เข้าไปแต่งตั้ง ผบ.ตร. ไปแต่งตั้งนายพล นายกรัฐมนตรีตั้ง ผบ.ตร. รองนายกรัฐมนตรีตั้ง นายพล พออ่อนแอได้ที่แล้วต้องสร้างรัฐตํารวจขึ้น เลยมีคําพูดต่อมาว่าตํารวจเปึนเครื่องมือ ของนักการเมือง ผมไม่ได้แปลว่านักการเมืองไม่ดีนะครับ แต่ถ้าไม่ไปรับใช้ไม่โตครับ ๑๐ ป้ที่ผ่านมาเปึนอย่างนั้น จนกระทั่งมีคําพูดบางคําว่ามีวันนี้ ได้เพราะอะไรต่อมิอะไร เปึนปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ก็นํามาสู่ที่หลายท่านอภิปรายบอกว่าทําไมบ้านหลังนั้นถูกยิง ทําไมคนคนนั้นถูกทําร้าย ถ้าหากว่าเอาตํารวจออกมาจากการเมืองอย่างแท้จริงตามที่เสนอ โมเดล (Model) นี้ขึ้นมา ตํารวจก็จะกลับไปเปึนตํารวจของพระมหากษัตริย์และประชาชน ตามพระราชปณิธานของล้นเกล้า รัชกาลที่ ๔ พระบิดาแห่งตํารวจไทยอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นรูปแบบ ที่เสนอผมยืนยันว่าเปึนรูปแบบที่ดีที่สุดแล้ว เรื่องที่ ๒ เรื่องงานสอบสวน ผมรับราชการมาถึง ทุกวันนี้เหลือเวลาอีก ๔๙ วันจะเกษียณอายุราชการ ผมทํางานสืบสวนสอบสวนมาตลอดชีวิต ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ ท่านเปึนอดีตอัยการเมื่อกี้ท่านอภิปราย ผมได้มีโอกาสเรียนกับท่านที่สถาบันพระปกเกล้าถ้าท่านยังจําผมได้ ท่านเปึนอัยการมาเปึน เวลานานเหมือนกัน ท่านอภิปรายชัดเจนผมแทบจะไม่ต้องพูดซ้ํา สืบสวน สอบสวน มันชัดเจนความหมายมันต้องอยู่ด้วยกันเท่านั้น อย่าคิดเปึนอย่างอื่นผมยืนยัน สืบสวนคือ

การแสวงหาข้อเท็จจริงและหลักฐาน ซึ่งพนักงานฝ์ายปกครองหรือตํารวจได้ปฏิบัติไปตาม อํานาจและหน้าที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน และหรือเพื่อทราบ รายละเอียดแห่งความผิดอยู่ใน วิ.อาญามาตรา ๒ (๑๐) (๑๑) สอบสวนครับ สอบสวนคือ การรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งพนักงานสอบสวนได้กระทําไปตามประมวลกฎหมายนี้ อันเกี่ยวกับความผิดที่กล่าวหา เพื่อพิสูจน์ให้เห็นความผิดหรือความบริสุทธิ์และ เอาตัวผู้กระทําผิดมาลงโทษ มันคือเหรียญเดียวกันอยู่คนละด้านเข้าใจง่าย ๆ ตรงนี้ว่ามันคือ เหรียญเดียวกันอยู่คนละด้าน

เดิมทีมันอาจจะมีข้อผิดพลาดอยู่บ้างตรงที่ว่าไปจับเขามาแล้วมาทําคดีเอง หรือผู้กํากับไปยิง เขามาแล้วมาสั่งให้ลูกน้องทําคําสั่งไม่ฟัอง แต่การปฏิรูปในขณะนี้เราแยกงานสืบกับสอบ ให้กลับเปึนเหรียญเดียวกันแต่อยู่คนละด้านก็คือมีอิสระคานกันแล้ว คนที่จะสั่งคดีต้องไม่ใช่ ฝ์ายบริหาร ไม่ใช่ฝ์ายสืบสวน ไม่ใช่ฝ์ายปราบปราม เปึนพนักงานสอบสวนซึ่งอยู่อีกแท่งหนึ่ง คนละแท่งกัน อยู่ในหลังคาเดียวกันแต่ไม่ขึ้นต่อกัน ตรงนี้ชัดเจนครับ ต่อไปนี้ผู้กํากับโรงพัก ไปยิงเขามาจะมาสั่งให้พนักงานสอบสวนสั่งไม่ฟัองไม่ได้อีกแล้วครับ คุณกับผมหลบฝน อยู่ชายคาเดียวกันแต่ไม่เกี่ยวกัน ตรงนี้ชัดครับตามเปเปอร์ (Paper) นี้ชัดเจน ถ้าอย่างนั้น ท่านที่ยังระแวงเรื่องนี้อยู่ว่าไม่มีอิสระ คือปัญหาที่ว่ามาทั้งหมดมันเริ่มจากข้อ ๑ เลยครับ ที่ตํารวจไม่เปึนตัวของตัวเอง ทําตรงนั้นก่อนครับ ส่วนเรื่องการปฏิบัติภายใน เรื่องนิสัย เรื่องศีลธรรมจริยธรรม อันนั้นเปึนเรื่องการปฏิบัติ กราบขอบพระคุณครับ

พลตํารวจเอก ชัยยง กีรติขจร กรรมการ

เรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม พลตํารวจเอก ชัยยง กีรติขจร กรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ ขออนุญาตนําเรียนชี้แจงในบางประเด็นที่ท่านสมาชิก ได้มีข้อสังเกตและให้ข้อท้วงติง ผมก็คงสั่น ๆ เหมือนกันเปึนครั้งแรกที่ยืนขึ้นพูดในสภาแห่งนี้ ผมอยากจะเรียนในเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ำยตํารวจตาม พ.ร.บ. ป้ ๒๕๔๗ ต่อจาก ท่านอํานวย ก็อย่างที่ท่านอํานวยได้เรียนแล้วว่า พ.ร.บ. ป้ ๒๕๔๗ ก็ก่อให้เกิดปัญหา ในเรื่องของการแต่งตั้ง ผมเรียนว่าในการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมอยู่ในกระบวนการและ ผมก็เคยพูด ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ ที่เปึนหัวหน้าทีมว่า การที่ท่านแบ่งแยกอํานาจอย่างนี้มันจะเกิดปัญหา ก็คือมันเปึนการกระจายคําสั่งแต่ไม่ได้ กระจายการพิจารณา ท่านก็ถามผมว่าทําไม ผมบอกว่าในเมื่อล็อกตั้งแต่หัวลงมาไปอยู่กับ การเมือง ล็อกตรงนั้นได้แล้วข้างล่างไม่เหลือ แล้วมันก็เกิดขึ้นอย่างนั้นจริง ๆ อีก ๒ ป้ต่อมา หลังจากที่ พ.ร.บ. นี้ใช้บังคับ ท่านก็พูดให้ผมฟังเองว่าผมเห็นภาพแล้ว ผู้บัญชาการ แต่ละคนออกคําสั่งไปแทบไม่ได้พิจารณา อย่างที่ท่านทั้งหลายได้ยินเรื่องตั๋ว ฉะนั้นมันต้อง ปฏิรูป สิ่งสําคัญที่สุดที่การเมืองจะเข้าแทรกได้ง่ายก็คือเรื่องของการแต่งตั้ง ผบ.ตร. เมื่อมีการล็อกที่หัวได้แล้วทุกอย่างจบ คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ จึงต้องเสนอว่า ผบ.ตร. ต้องมีความมั่นคงในตําแหน่งพอสมควร มีที่มาที่สง่างาม ไม่ใช่เปึน อย่างทุกวันนี้ที่แต่ละคนพยายามหาทางเจริญเติบโตขึ้นมาเปึนถึงระดับพลตํารวจเอก

รอง ผบ.ตร. แล้วก็ไปหาอํานาจ อํานาจอะไรก็แล้วแต่เพื่อเข้ามาเปึน ผบ.ตร. ความผูกพัน ในหน่วยงานก็นึกสภาพแล้วกันว่ามันก็น้อยลง จึงต้องเสนอในเรื่องของใช้วิธีการเลือก ข้อห่วงใยของคณะกรรมการหลายท่านที่พูดถึงแล้วว่ามันจะเกิดปัญหาว่ามีการหาเสียง เกิดระบบอุปถัมภ์ เกิดเปึนกลุ่มเปึนพวก ผมเรียนท่านว่าคนที่จะเลือกเปึนถึงระดับ พันตํารวจเอก เขามีวุฒิภาวะมากพอสมควร มีจํานวนประมาณ ๕,๐๐๐ คน แล้วก็ที่ผ่านมา สํานักงานตํารวจแห่งชาติเคยมีการเลื อก ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ โดยระดับพันตํารวจเอก ผลปรากฏว่าผู้ที่ได้รับเลือกแต่ละท่านล้วนแต่มีคุณภาพเปึนที่ชัดเจน มีอยู่ครับที่อาจจะต้อง มีการส่งจดหมายขอเสียงขออะไร

แต่ผลออกมาแล้วแต่ละคนมีวุฒิภาวะพอแล้วผลออกมาที่ได้ในภาพรวมเปึนที่ยอมรับได้ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าการที่จะเกิดปัญหาการอุปถัมภ์หรืออะไรมันอาจจะมีบ้าง แต่ในภาพรวมผมเชื่อว่าจะทําให้ระบบการแต่งตั้งของข้าราชการตํารวจดีขึ้นและเปึนการปฏิรูป ครั้งยิ่งใหญ่ไม่เคยมีมาก่อน ขอกราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญท่านประธาน

นายธีระยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ ประธานกรรมการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคงได้ฟังคําชี้แจงของ ท่าน พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน และ พลตํารวจเอก ชัยยง กีรติขจร นะครับ ผมคิดว่า อย่างน้อยที่สุดแสดงให้เห็นว่าคณะกรรมการของเราไม่ได้ทึกทักเอาว่าอะไรควรอะไรไม่ควรทํา โดยไม่ได้ไตร่ตรองด้วยความละเอียด ด้วยความรอบคอบ ผมขอขอบพระคุณ ก่อนที่จะจบ การนําเสนอจะขออนุญาตกราบเรียนเชิญท่านที่ปรึกษาคณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูป กิจการตํารวจท่าน พลตํารวจเอก วสิษฐ เดชกุญชร ขอเวลาสั้น ๆ ท่านนิดหนึ่งนะครับ ที่ท่านจะได้กรุณาพูดถึงการทํางานของเราในครั้งนี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

พลตํารวจเอก วสิษฐ เดชกุญชร กรรมการ

ท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทั้งหลายครับ ท่านทั้งหลายคงทราบอยู่แล้วนะครับว่า ผมเผอิญมีส่วนในความพยายามที่จะปฏิรูป กิจการตํารวจมา ๒ ครั้ง ครั้งแรกคือในสมัยที่ รัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่งตั้งให้ผมเปึนประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบงาน ตํารวจ ครั้งที่ ๒ คือเมื่อรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แต่งตั้งผมให้เปึนประธาน คณะกรรมการปฏิรูประบบงานตํารวจ ๒ หนด้วยกัน หนแรกนั้น อย่างที่ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติท่านหนึ่งได้ตั้งข้อสังเกตไว้แล้วว่าเราทํากันเปึนล่ําเปึนสันมีรายงานเปึนหลายสิบเล่ม แล้วก็ใช้คณะกรรมการเปึนจํานวนร้อย แต่ว่าผมไม่ทราบว่าท่านสมาชิกผู้มีเกียรติคงอาจจะ ไม่ทราบทุกท่านนะครับว่าเรื่องนี้เกือบจะกลายเปึนกฎหมายขึ้นมา เกือบจะทําให้การปฏิรูป กิจการตํารวจสําเร็จขึ้นมา ถ้าหากไม่เผอิญสภานิติบัญญัติแห่งชาติในสมัยนั้นหมดอายุเสียก่อน เพราะเหตุว่ามีการเตะถ่วงกัน มีผู้ที่ไม่ประสงค์จะให้เกิดการปฏิรูปจนกระทั่งไม่สําเร็จ

ครั้งนี้เราไม่สามารถที่จะเอาสูตรนั้นมาใช้ทั้งหมดเพราะเหตุว่าบริบทมันต่างกัน เพราะฉะนั้น คณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจจึงทําได้แต่เพียงเท่าที่ท่านประธานได้แถลงให้ ที่ประชุมนี้ทราบไปแล้ว ผมขอเรียนประเด็นใหญ่ ๆ เพียง ๒-๓ ประเด็น ประเด็นแรก คือเรื่องงานสอบสวนซึ่งรู้สึกว่าจะข้องใจกันอยู่หลายท่าน ขอเรียนว่าที่ท่านสมาชิกบางท่าน บอกว่าต่างประเทศเขามีการแยกอํานาจสอบสวนจากตํารวจไปนั้นผมขอเรียนว่า ต่างประเทศอีกเปึนจํานวนมากไม่แยกอํานาจสอบสวนออกจากตํารวจนะครับ เพราะอย่างที่ ท่าน พลตํารวจโท อํานวยได้ชี้แจงเมื่อกี้นี้ เรื่องของการสืบสวนและสอบสวนมันแยกกัน ไม่ออก แล้วถ้าหากว่าแยกไปเสีย ถ้าหากไม่ขึ้นต้นตรงคุณภาพของพนักงานสอบสวนเสียก่อน แล้วก็รายได้พนักงานสอบสวน ฐานะพนักงานสอบสวน เราอาจจะได้กรมตํารวจใหม่ขึ้นมา อีกกรมหนึ่งที่สร้างปัญหาพอ ๆ กับกรมเดิม เพราะฉะนั้นเราจึงเห็นว่าแนวทางที่ถูกต้องที่สุด ต้องเปึนแนวทางที่คณะกรรมการพัฒนา ระบบงานตํารวจได้เคยวางเอาไว้ก่อนแล้ว

คือว่าสร้างพนักงานสอบสวนให้เติบโตขึ้นมาในสายของเขา แล้วก็ปัองกันที่จะไม่ให้ ฝ์ายบริหารมามีอํานาจในการสั่งคดีหรือมีอิทธิพลเหนือคดีที่พนักงานสอบสวนทําอยู่ อีกประเด็นหนึ่งที่ผมใคร่จะพูดแล้วก็เปึนประเด็นที่อาจจะไปอยู่ท้ายก็เลยค่ํา ๆ เดี๋ยวจะลืมกันเสียก็คือเรื่องของคณะกรรมการรับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับตํารวจ ที่เปึนคณะกรรมการอิสระซึ่งอยู่ในข้อเสนอของคณะกรรมการ คณะกรรมการชุดนี้ เปึนคณะกรรมการที่มีอยู่แล้วในหลายประเทศ แล้วก็เปึนคณะกรรมการที่จะยังความเปึนธรรม ให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนจริง ๆ เพราะเหตุว่าในปัจจุบันนี้เวลามีการกล่าวโทษร้องทุกข์กัน ตํารวจเปึนผู้พิจารณาความผิดของตํารวจด้วยกันเอง โอกาสที่จะเห็นแก่หน้า โอกาสที่จะ ลูบหน้าปะจมูกมีอยู่ตลอดเวลา ถ้าเรามีคณะกรรมการอิ สระรับเรื่องราวร้องทุกข์ แล้วก็ดําเนินการพิจารณาโดยไม่ขึ้นต่อสํานักงานตํารวจแห่งชาติประชาชนจะได้รับ ความเปึนธรรมมากยิ่งขึ้น เสียงร้องอุทธรณ์ที่เกี่ยวกับความประพฤติมิชอบของตํารวจนั้น จะได้รับการเอาใจใส่อย่างแท้จริง ผมมีข้อสังเกตที่จะเรียนที่ประชุมเพียง ๒ เรื่องเพียงเท่านี้ โดยส่วนตัวผมหวังอย่างยิ่งว่าเรื่องนี้จะผ่านที่ประชุมนี้ไปสู่คณะรัฐมนตรีเพื่อว่าเราจะได้ แลเห็นเงาของการปฏิรูปกิจการตํารวจบ้างในที่สุด ขอขอบพระคุณครับ

นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ ประธานกรรมการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ความจริงคงจะจบแล้ว แต่ว่าบังเอิญคณะกรรมการอยากจะขอกราบเรียน ข้อสังเกตเพิ่มเติมนิดหน่อยนะครับ ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนให้ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ กับท่านพงศ์โพยม วาศภูติ ได้ชี้แจงสั้น ๆ นิดหนึ่งครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เชิญค่ะ

ศาสตราจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ กรรมการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านนะครับ เรื่องการปฏิรูปตํารวจนั้นก็คงจะมีหลายมิติ ซึ่งความเห็นของทุกท่านก็ถือว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง กระผมมีประเด็นซึ่งคิดว่า จะเปึนประเด็นที่มีความสําคัญมากต่อการปฏิรูปตํารวจและเปึนประเด็นที่มีปัญหา มาโดยตลอด แต่ว่าไม่ค่อยได้ยินท่านให้ความเห็นนะครับ ก็คือเรื่องระบบอุปถัมภ์

ในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เรื่องการซื้อขายตําแหน่งที่เปึนที่มาของการส่งส่วย การทุจริต การประพฤติมิชอบต่าง ๆ มากมาย ทําให้คนดีที่ไม่จ่ายสตางค์ซื้อตําแหน่งก็ไม่มีโอกาส ที่จะได้เติบโต ทําให้พวกวิ่งเต้นเก่ง ๆ จ่ายเงินมาก ๆ เติบโตได้เร็ว มาตรการนี้ถามว่า จะแก้ไขได้อย่างไร ที่ประชุมได้มีการพูดเรื่องนี้กันมากในเรื่องการบริ หารงานบุคคล ว่าจะทําอย่างไร พูดกันแม้กระทั่งว่าจะมีระบบการสอบประเมินความสามารถ ทดสอบ ความสามารถไหม พูดคุยกันแล้วก็เห็นว่าสอบเดี๋ยวก็โกงข้อสอบกันอีก มันก็จะมีปัญหา ไม่เที่ยงตรงอีก ในที่สุดก็มาใช้หลักการของความชํานาญ ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติหน้าที่ ถือว่าตํารวจที่สอบผ่านเข้ามาทําหน้าที่แล้วมีความรู้พื้นฐาน แล้วการที่จะทํางานต่อมา ในวัน เวลาที่ผ่านไปก็จะมีประสบการณ์มากขึ้น ๆ เพราะฉะนั้นก็จะใช้หลักความอาวุโส ในการปฏิบัติหน้าที่เปึนหลัก พอพูดถึงตรงนี้ก็มีคนวิตกกังวลอีก ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ทําอะไร อยู่นานเพราะกินข้าวแล้ วก็ได้ตําแหน่งสูง ฟังแล้วก็ดูว่า เอ๊ะ จะทําให้สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติเสียหายอีก เราก็ได้พูดคุยกันถึงเรื่องนี้ว่าสําหรับคนที่ทํางานนั้นไม่ใช่ว่าอาวุโส ตามอายุที่ทํางานอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องมีเรื่องตกอาวุโสด้วย ตกอาวุโสหมายความว่า ถ้ามีการประเมิน ประเมินไม่ผ่าน หรือต่ํากว่าเกณฑ์คุณอาจจะถูกตัดอาวุโสไปป้หนึ่ง หรือคุณถูกสอบบกพร่องก็ต้องถูกตัดอาวุโสไปด้วย เพราะฉะนั้นถ้าคนไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถ อาวุโสก็จะถูกตัดออกไป

ด้วยวิธีนี้ด้วยมาตรการนี้ กรรมการก็เห็นว่าภายใต้ระบบของเรามาตรการนี้จะเปึนมาตรการ ที่จะทําให้บิดเบือนได้น้อยที่สุดหรือยากที่สุด เพราะอาวุโสตั้งแต่วันเข้ามันถูกเรียง มาเรียบร้อย คล้าย ๆ ของผู้พิพากษามันถูกเรียงมาเรียบร้อย ถ้าใครทํางานมีประสิทธิภาพ ไม่ถูกตัดอาวุโสคุณก็สามารถที่จะเลื่อนตําแหน่งไปได้ แล้วการพิจารณาในการแต่งตั้ง โดยเฉพาะ ก.ตร. ที่จะมาดูแลเรื่องการบริหารงานบุคคลนั้นจะมีหน้าที่ในการตรวจสอบว่า การเลื่อนตําแหน่งหรือการแต่งตั้งเปึนไปตามระเบียบขั้นตอนของอาวุโสหรือไม่ จะเป่ดโอกาสให้มีการยกเว้นน้อยที่สุด และการจะยกเว้นมีการข้ามอาวุโสก็จะต้องมีหลักฐาน มีข้อมูลประจักษ์ มีเหตุผลที่มากพอที่จะอนุมัติให้เกิดขึ้นได้ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดเหมือนทุกวันนี้ อาวุโส ระดับ ๓๙ ได้รับแต่งตั้งข้ามหัวใครไปไม่รู้เท่าไรเลย แล้วก็อย่างนี้ก็วิ่ งเต้นกันได้ ซื้อขายตําแหน่งกันได้ เพราะฉะนั้นการบริหารงานบุคคลถ้าหากว่าเราได้จัดระเบียบ การบริหารงานบุคคลที่จะให้ความเปึนธรรมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจทุกท่าน คนที่มีความรู้ มีความสามารถทํางานตรงไปตรงมาไม่ต้องจ่ายสตางค์ เมื่อถึงเวลาท่านจะขึ้นท่านก็จะได้ ขึ้นได้ ได้พูดกันถึงขนาดว่าตําแหน่งแต่ละตําแหน่งควรจะต้องอยู่ในตําแหน่งกี่ป้ เพื่อไม่ให้ มามีนายพลมากเกินไป ให้มีตําแหน่งมีเวลาที่จะอยู่ในสถานีตํารวจกันให้มาก ตรงนี้แหละครับ จะเปึนประเด็นสําคัญหนึ่งในการปฏิรูปถ้าหากว่าเราได้ตํารวจที่ดีทําหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้ตําแหน่ งมาเพราะการซื้อขายก็จะไม่ต้องมาหาประโยชน์มิชอบ อย่างนี้ก็จะเกิด ประโยชน์กับประชาชนผู้รับบริการ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ

นายพงศ์โพยม วาศภูติ กรรมการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ เพื่อนสมาชิกที่เคารพรักครับ ผมเองก็ลําบากใจเมื่อมาร่วมกับกรรมการชุดนี้ แต่ผม ก็พยายามเอาความเปึนมหาดไทยที่เคยทํางานคู่กับตํารวจบวกกับความเปึนประชาชน ความรู้สึกนึกคิดไม่ได้แตกต่างจากพวกเราครับ ในเรื่องพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนของตํารวจ การสอบสวนที่ไม่เปึนธรรม การดําเนินการที่ขัดกับความรู้สึกของประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าถ้าเราจะปฏิรูปแบบสุดซอยไม่ยากครับ เสนอว่าทําไมต้องมีโรงเรียนนายร้อย ตํารวจสามพราน ผู้ร้ายไม่ใช่ข้าศึกฉะนั้นยุบโรงเรียนนายร้อยตํารวจทิ้ง นายพลมีเยอะแยะ ยุบให้หมดให้เหลือแค่ร้อยตํารวจเอก กัปตันแบบฝรั่งเขา หรือว่าจะแยกการสอบสวนออกมา เปึนกรมต่างหากไม่ให้มีใครมายุ่ง ตัดยุบกองบัญชาการตํารวจภูธรภาค ให้เหลือแค่ กองบังคับการตํารวจภูธรจังหวัด บังคับให้ตํารวจขึ้นกับราชการส่วนภูมิภาค สิ่งเหล่านี้ไม่ยาก

แต่ท่านลองคิดดูว่ามันจะเปึนไปได้ไหมในทางปฏิบัติ ผมมีความเชื่อว่าเรื่องของการปฏิรูป เปึนเรื่องของกระบวนการที่ทําไปโดยไม่มีวันหยุด คือหมายความว่าทําไปแล้วพิจารณาแล้ว ดี ไม่ดี ทําต่อครับ เราจะกระโดดจากจุดที่ ๑ ก ไก่ ไปถึง ฮ นกฮูก นี่ผมไม่เชื่อในเรื่องนี้ เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าเราคิดว่าพฤติกรรมที่ไม่สมควรหรือเบี่ยงเบนของตํารวจนั้นต้องแก้ ด้วยระบบ เราไปแก้พฤติกรรมเปึนรายบุคคลเปึนรายกลุ่มนี้มันทําได้ยาก ดังนั้นเรื่องของ การบริหารงานบุคคลที่ ก.ต.ช. มีนายกรัฐมนตรี แต่ ก.ตร. ไม่ให้มีนักการเมืองเข้ามาเปึน หัวในการพิจารณา เพราะเราเชื่อว่าการที่ตํารวจเบี่ยงเบนนั้น เพราะว่าได้ตํารวจไม่ดี ได้ผู้บังคับบัญชาไม่ดี คนเก่งคนดีไม่สามารถแทรกตัวขึ้นมาในระบบของตํารวจที่มี การแทรกแซงการแต่งตั้งที่ไม่มีระบบคุณธรรมได้ ดังนั้นเราจึงเสนอเพ่งโฟกัส (Focus) ไปที่เรื่องของการบริหารงานบุคคล เราเชื่อว่าถ้าเราได้คนดี คนเก่ง ในระบบของตํารวจ มีการบังคับบัญชาที่ลดหลั่นกันอยู่แล้วก็จะดูแลไม่ให้ตํารวจนี่มารังแกประชาชน ไม่ให้การสอบสวนมีการเบี่ยงเบนที่ไม่เปึนธรรม เราเชื่อว่าระบบจะไปแก้พฤติกรรม ดังนั้น สิ่งที่พยายามจะทําทําไมไม่ไปจัดการกับตํารวจโดยตรงก็เพราะว่าเราเชื่ออย่างนั้น

ฉะนั้นเรื่องของอํานาจการสอบสวนก็เช่นกัน เราเชื่อว่าถ้าแบ่งแท่งออกมา ถ้าการแทรกแซง การบริหารงานบุคคลไม่มีแล้ว หรือการบริหารงานบุคคลมีความเปึนระบบคุณธรรม มากกว่าเดิมแล้ว ปัญหาเรื่องการสอบสวนที่ไม่เปึนธรรมหรือไม่ถูกต้องมันก็น่าจะลดลง แต่ถ้าเกิดในอนาคต ๒-๓ ป้ข้างหน้า ๔-๕ ป้ข้างหน้า ทําแล้วมันไม่ลด มันก็สามารถ แก้ไปอีกสเตป (Step) หนึ่งได้ การปฏิรูปผมเชื่อว่าเปึนกระบวนการที่ไม่สิ้นสุด สุดท้าย คือเรื่องของการถ่ายโอน ถ่ายโอนมันมี ๒ นัย คืออํานาจการสอบสวนเราเห็นว่าปัจจุบันนี้ ทําไมตํารวจต้องไปแบกไว้ทุกเรื่อง ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องของตํารวจโดยตรง ไม่ใช่เรื่องของ คดีอาญา โจรผู้ร้ายโดยตรง ดังนั้นจึงเสนอให้มีการเป่ดโอกาสให้ข้าราชการของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่มีพระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญาสําหรับผู้กระทําผิดให้เปึนพนักงาน สอบสวน อย่างเช่น ที่ดิน ถ้าบุกรุกที่สาธารณะตํารวจจับแล้วส่งให้ที่ดินเปึนพนักงาน สอบสวนได้ไหม ป์าไม้จับเองหรือตํารวจจับคนตัดไม้ก็ส่งให้ป์าไม้เปึนเจ้าหน้าที่ป์าไม้ เปึนพนักงานสอบสวน ถามว่ามีความพร้อมไหม อย่างที่ท่านเกรียงไกรสงสัย ก็ตกลงแล้วว่า กระทรวงมหาดไทย โดยทางกรมการปกครอง ปลัดอําเภอหรือนายอําเภอจะรับเปึนพนักงาน สอบสวนเปึนการชั่วคราวไปก่อน อย่างเช่นว่าตํารวจไปจับไม้มาแล้วก็ไม่รู้จะส่งใคร เพราะว่า ป์าไม้อําเภอปัจจุบันก็ไม่มีแล้ว มีแต่ป์าไม้เขต ก็ให้ส่งอําเภอ นายอําเภออาจจะตั้งปลัดอําเภอ เปึนพนักงานสอบสวนไปพลางก่อน เมื่อส่งแจ้งไปทางป์าไม้เขาพร้อมก็ส่งเรื่องสํานวน การสอบสวนไปให้ตํารวจ นี่คือนัยหนึ่งนะครับ คือเป่ดโอกาสให้สรรพสามิต ศุลกากร ที่ดิน ประมง ป์าไม้ ที่มีกฎหมายที่มีโทษทางอาญา แต่เรื่องนี้มันต้องไปแก้ประมวลกฎหมาย วิธีพิจาร ณาความอาญา ซึ่งอาจจะต้องเพิ่มเติมเข้าไปว่าให้รัฐมนตรีที่รักษาการ ตามพระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญาสามารถตั้งเจ้าหน้าที่ให้มาเปึนพนักงานสอบสวน อีกฝ์ายหนึ่งได้ ปัจจุบันนี้พนักงานสอบสวนมีฝ์ายตํารวจกับฝ์ายปกครองนะครับ ก็ให้ข้าราชการอื่นเปึนพนักงานสอบสวนได้ สมมุติว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมก็อาจจะตั้งทางเจ้าหน้าที่ฝ์ายปกครองเปึนเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายป์าไม้ ของเขาได้ก็จะได้ช่วยกันทํางาน อีกนัยหนึ่งคือการโอนหน่วยเลย ให้ไปขึ้นกับกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ ก็เหมือนกับโอนตํารวจดับเพลิง ฉะนั้นอย่างเรื่องของตํารวจจราจร ผมก็คิดว่า มันสามารถให้ท้องถิ่นดูแลได้ แต่ถ้าเผื่อเกิดการชนนั้นหรืออุบัติเหตุทางถนนนี่ มันมีการบาดเจ็บ ล้มตาย ตํารวจเขาต้องเข้ามาเหมือนเดิม แต่ว่าทําไมจะต้องไปล็อกล้อเอง

ทําไมจะต้องไปจับหมวกกันน็อกเอง เอากําลังพลไปจับโจรผู้ร้ายไม่ดีกว่าหรือ นี่คือนัย ทั้ง ๒ นัย กราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านประธานไม่มีแล้วนะคะ ก็เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานวาระปฏิรูปที่ ๖ การจัดทําแผนปฏิรูปกิ จการตํารวจแล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่า ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานวาระปฏิรูปที่ ๖ การจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ ตามที่ได้นําเสนอ ก่อนที่จะขอมติ ดิฉันขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะคะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ดูเหมือนสมาชิกอยู่ในห้องประชุมครบเลยนะคะ ขอเชิญท่านใช้สิทธิแสดงตนค่ะ กรุณาเสียบบัตรและกดที่ช่องแสดงตน ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ทุกท่านแสดงตนแล้วนะคะ ขอทราบผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๘๔ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะคะ

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานของ คณะกรรมาธิการตามที่ได้นําเสนอ ซึ่งหากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมข้อความเห็นและ ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนน ผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นด้วยท่านโปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิลงคะแนนแล้วนะคะ ดิฉันขอป่ดนะคะ ขอทราบผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๘๔ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๒๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๘ ท่าน งดออกเสียง ๓๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานวาระปฏิรูปที่ ๖ การจัดทํา แผนปฏิรูปกิจการตํารวจ ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนจะได้ ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา ดําเนินการต่อไปค่ะ จบการพิจารณารายงานของคณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการ ตํารวจ วาระปฏิรูปที่ ๖ การจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจแล้วนะคะ ดิฉันขอขอบพระคุณ ต่อคณะกรรมาธิการทุกท่านค่ะ

ต่อไปเปึนการพิจารณารายงานของคณะกรรมการศึกษาการปฏิรูปองค์การ มหาชน

เรื่อง การปฏิรูปองค์การมหาชน

ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ พิจารณาเสร็จแล้ว

ดิฉันขอเชิญท่านกรรมาธิการเข้าประจําที่

(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)

ท่านสมาชิกคะ ได้มีคําสั่งของประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษา การปฏิรูปองค์การมหาชน โดยคณะกรรมการได้จัดทํารายงานนําเสนอต่อประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ และประธานได้เสนอเรื่องคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูป แห่งชาติ ซึ่งที่ประชุมคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเห็นชอบแล้ ว จึงได้บรรจุระเบียบวาระ เพื่อให้ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณาในวันนี้ค่ะ และเพื่อให้ที่ประชุมมีข้อมูล ประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วน ดิฉันได้อนุญาต ให้คณะกรรมการศึกษาการปฏิรูป องค์การมหาชนเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ขอเชิญค่ะ ท่านสมาชิกคะ และเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาดิฉันขอความร่วมมือจากคณะกรรมาธิการในการแถลง รายงานและตอบข้อชี้แจงขอให้กระชับและอยู่ในประเด็น สําหรับการอภิปรายของ ท่านสมาชิกก็เช่นเดียวกันขอให้ อยู่ในเฉพาะส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะก็จะทําให้การประชุมของเรา กระชับได้มากขึ้น ท่านประธานพร้อมหรือยังคะ ถ้าพร้อมดิฉันขอเชิญประธานกรรมการ แถลงรายงานค่ะ

นางเบญจวรรณ สร่างนิทร ประธานกรรมการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่าน ที่มาของเรื่อง ก็คือ สตง. ส่งเรื่องให้ท่านสภาปฏิรูป แห่งชาติโดยมีข้อสังเกตเรื่องค่าตอบแทนและ เบี้ยประชุมของผู้อํานวยการองค์การมหาชนว่าค่อนข้างสูงมาก เช่น สูงกว่านายกรัฐมนตรี ประธานศาลฎีกา ปลัดกระทรวงทั้งหลาย ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติจึงสั่งการให้ ประธานกรรมาธิการด้านการบริหารราชการแผ่นดินศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็ท่านประธา น สภาปฏิรูปแห่งชาติจึงได้ตั้งคณะกรรมการศึกษาการปฏิรูปองค์การมหาชนดังปรากฏรายชื่อ ในรายงานนี้ดิฉันขอนําเรียนในรายละเอียดต่อไปค่ะ เพาเวอร์พอยต์ ขอหน้าต่อไปเลยนะคะ เพาเวอร์พอยต์นี้แจกท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติทุกท่านแล้ว

ก่อนอื่นอยากจะเรียนท่านสมาชิกทุกท่านให้เข้าใจแนวขององค์การมหาชนและการปฏิรูป การบริหารราชการแผ่นดินไทยก่อน คือในกรอบแนวคิดเรื่องการบริหารภาครัฐแนวใหม่ เราต้องการที่จะลดค่าใช้จ่ายในเรื่องการบริหารงานภาครัฐ ต้องการการบริหารงานที่เปึน มืออาชีพ มีการกําหนดวัตถุประสงค์และตัวชี้วัดที่ชัดเจน ปรับโครงสร้างองค์กรให้เล็ก เป่ดการแข่งขันด้านบริการสาธารณะ แล้วก็เปลี่ยนการทํางานให้ทันสมัยรับแนวคิดของ เอกชนมาปรับใช้ นั่นก็คือจะต้องปรับประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดินให้เกิด ความคล่องตัว มีความยืดหยุ่นและเปึนไปตามหลักการบริหารราชการสมัยใหม่ ต้องการ ยกระดับคุณภาพบริการสาธารณะ ซึ่งประชาชนในสังคมยุคใหม่เรียกร้องการจัดบริการ ที่ทันสมัย มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพที่แตกต่างไปจากงานราชการทั่วไปที่มีความคุ้มค่า ประหยัดเงินภาษีของรัฐ ลดขนาดราชการส่วนกลาง กระจายบทบาทภารกิจ เพราะฉะนั้น ถ้าสมมุติว่าไปจัดตั้งเปึนหน่วยงานประเภทอื่นซึ่งไม่ใช่ราชการแท้แล้วก็จะกลายเปึนยุบเลิก หน่วยงานเดิม จะต้องมีการแยกบทบาทของเรกูเลเตอร์ (Regulator) ออกจากเซอร์วิส โพรไวเดอร์ (Service provider) หรือโอเปอเรเตอร์ (Operator) นะคะ ถามว่าเรื่องนี้ก่อนที่ เราจะมีการสร้างหน่วยงานประเภทนี้เราก็ได้มีการศึกษาจากต่างประเทศมามากมายนะคะ ยกตัวอย่างในที่นี้ก็ได้แก่ประเทศฝรั่งเศส ประเทศฝรั่งเศสนั้นก็อาศัยหลักของความเปึนอิสระ รับผิดชอบด้านบริการสาธารณะ แล้วก็เปึนการกระจายภารกิจ ประเทศอังกฤษก็มีหน่วยงาน ในลักษณะนี้เหมือนกันเรียกว่าเอกเซคคิ วทีฟ เอเจนซี (Executive Agency) เปึนการกระจายภารกิจโดยตั้งเปึนหน่วยงานบริหารพิเศษที่มีความเบ็ดเสร็จภายในตัวเอง มีความอิสระจากหน่วยงานของรัฐ มีความคล่องตัวในเชิงงบประมาณและการเงิน ประเทศนิวซีแลนด์ เราก็ไปดูงานที่ประเทศนิวซีแลนด์ค่อนข้างเยอะ เรียกว่าคราวน์ เอนติตี (Crown Entities) เปึนการกระจายภารกิจด้านบริการสาธารณะให้แก่องค์กรบริหารงาน ภาครัฐ แล้วก็แก้ปัญหาเรื่องความอุ้ยอ้ายของระบบราชการของประเทศให้มีความยืดหยุ่น ในการบริหารงานบุคคลปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือง นอกจาก ๓ ประเทศนี้แล้ว ไม่ว่าประเทศแคนาดา ประเทศเยอรมนี ประเทศสเปน ประเทศเนเธอร์แลนด์ ประเทศสวีเดน หรือแม้กระทั่งประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีหน่วยงานในลักษณะนี้เช่นกัน มาถึงที่มาของประเทศไทย การปฏิรูปหลังวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อป้ ๒๕๔๐ ที่เกิดภาวะต้มยํากุ้ง ประเทศเราต้องกู้เงินจากไอเอ็มเอฟ (IMF) เงื่อนไขอันหนึ่งของเงินกู้บอกว่าต้องปฏิรูป

ระบบราชการ เมื่อเปึนเงื่อนไขตรงนั้นกําหนดขึ้นสิ่งหนึ่งที่เรามองเราก็มองว่าระบบราชการ เราใหญ่อุ้ยอ้ายไม่คล่องตัว เพราะฉะนั้นน่าจะมีรูปแบบของหน่วยงานอีกประเภทหนึ่งขึ้นมา เปึนทางเลือกในการจัดดําเนินงานในส่วนที่เปึนภาครัฐ นั่นก็คือจะต้องไม่ใช่ส่วนราชการ แล้วก็หน่วยงานที่มีอยู่เดิมก็คือรัฐวิสาหกิจ เพราะฉะนั้นจึงได้มีการตราพระราชบัญญัติ องค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ก็คือเมื่อ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ ขึ้น โดยเปึนกฎหมายแม่ เมื่อมีพระราชบัญญัติเกิดขึ้นก่อนที่งานนี้จะโอนไป ก.พ.ร. ซึ่ง ก.พ.ร. ก็ได้ไปตั้ง คณะอนุกรรมการว่าด้ว ยองค์การมหาชน คณะอนุกรรมการนี้ก็เกิดอยู่ใน ก.พ. ๓ ป้ ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ ถึงป้ ๒๕๔๕ ก่อนที่จะไปอยู่ที่ ก.พ.ร. นะคะ ดิฉันได้ฟังเพื่อนสมาชิก หลายคนก็ยังมีความสงสัยว่าองค์การมหาชนคืออะไร จะเรียนดังนี้ว่าองค์การมหาชน เปึนหน่วยงานของรัฐอีกประเภทหนึ่งที่ไม่ใช่ส่วนราชการ แล้วไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ เปึนหน่วยงาน ที่รับผิดชอบงานบริการสาธารณะทางสังคมและวัฒนธรรม เช่น การศึกษา การวิจัย การฝ๊กอบรม การทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม การพัฒนาและถ่ายทอดวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี การบริการทางสาธารณสุขและการแพทย์ การสังคมสงเคราะห์ นันทนาการ สวนสัตว์ การอํานวยการบริการแก่ประชาชน หรือดําเนินการอันเปึนสาธารณประโยชน์อื่น ซึ่งไม่เหมาะที่จะใช้วิธีของราชการในการบริหาร ประการที่ ๒ ไม่มีวัตถุประสงค์ ในการแสวงหากําไรเปึนหลัก แต่สามารถหารายได้ได้ แล้วรายได้ที่ได้ไม่ต้องส่งคืน กระทรวงการคลัง

ประการที่ ๓ เปึนนิติบุคคล ประการที่ ๔ มีความสัมพันธ์กับรัฐในแง่ไหนบ้าง อันที่ ๑ แน่นอนค่ะคนจัดตั้งก็คือรัฐเปึนคนจัดตั้ งจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ครม. ที่จะให้มี การจัดตั้ง ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐเปึนประจําทุกป้ รายงานผลงานต่อรัฐมนตรีที่กํากับและ รัฐสภา รัฐมีอํานาจในการบริหารจัดการ การลงทุนต้องขอความเห็นชอบจากรัฐ บุคลากร มีสถานะเปึนเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ไม่ใช่ข้าราชการ เรียกว่าเปึนเจ้าหน้าที่องค์การมหาชน ประการต่อไปรับผิดชอบส่งผลงานต่อสาธารณะ ประการต่อไปก็คือวิธีการไม่ใช้อํานาจ ฝ์ายเดียวเปึนหลัก แต่ใช้สัญญา ไม่ใช้กฎระเบียบของทางราชการ ยกเว้นกิจกรรมที่อาจจะมี ใช้อํานาจฝ์ายเดียวที่ต้องออกพระราชบัญญัติ หรืออย่างกรณีของมหาวิทยาลัยซึ่ง จะต้อง ประสิทธิ์ประสาทปริญญาบัตรนั้นก็อาจจะต้องออกเปึนพระราชบัญญัติโดยเฉพาะ ทีนี้มาดู เจตนารมณ์ในการจัดตั้งหน่วยงานของรัฐประเภทองค์การมหาชน ประการแรกต้องการ ลดภาระทางนิติบัญญัติ การจัดตั้งองค์การมหาชน เนื่องจากมี พ.ร.บ. แม่ คือ พ.ร.บ. องค์การ มหาชนเมื่อป้ ๒๕๔๒ เพราะฉะนั้นการจัดตั้งองค์การมหาชนทุกประเภทที่เกิดตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ออกเปึนเพียงพระราชกฤษฎีกา เมื่อออกเปึนพระราชกฤษฎีกาก็ค่อนข้างจะสะดวก คล่องตัว ตั้งก็ง่าย ยุบก็ง่าย เลิกก็ง่าย แต่จะเลิกหรือไม่อีกเรื่องหนึ่งนะคะ เปึนการลดภาระ ทางนิติบัญญัติและแก้ไขปัญหำให้สามารถจัดตั้งองค์กร ในภาครัฐโดยไม่ต้องกําหนด เปึนพระราชบัญญัติ สร้างความคล่องตัวในเรื่องการปรับโครงสร้างภาครัฐ เพิ่มทางเลือก ในการจัดตั้งองค์กรภาครัฐในกํากับของฝ์ายบริหารโดยไม่ต้องตั้งเปึนรัฐวิสาหกิจ ดังในอดีต โดยที่มีช่องทางเพิ่มขึ้น มีกลไกการดําเนินงานและให้บริการสาธารณะที่จําเปึนบางประการ ที่ไม่เหมาะหรือสามารถดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผลโดยกลไกของราชการ ปกติ เป่ดโอกาสให้รัฐบาลสามารถดําเนินภารกิจสําคัญเชิงนโยบาย ภารกิจพิเศษ การสร้าง นวัตกรรมหรือให้บริการสาธารณะที่เปึนนโยบายของรัฐบาลซึ่งไม่มีส่วนราชกำรภาครัฐ ดําเนินการอยู่ นอกจากนี้เปึนการสร้างองค์กรที่มีรูปแบบที่ถือว่าคล่องตัวมีประสิทธิภาพ แน่นอนค่ะ องค์กรของหน่วยงานขององค์การมหาชนไม่ใช่หน่วยงานขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้น การบริหารจัดการหรือการดําเนินงานตามวัตถุประสงค์ก็สามารถดําเนินได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว มีวิธีการบริหารงานที่หลากหลายสร้างสรรค์และยืดหยุ่นตามลักษณะของภารกิจ มีโอกาสในการระดมบุคลากรที่มีความสามารถสูงให้มาทํางานในภาครัฐทั้งในส่วนที่จะช่วย กําหนดทิศทาง การบริหารงานหรือใช้ความรู้ความชํานาญพิเศษ ให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม

เปึนองค์กรสามารถหมุนเวียนบุคลากรได้ง่ายและคล่องตัวกว่าส่วนราชการ อย่างที่ว่าด้วยความที่ไม่ใช่ข้าราชการที่บอกว่าเข้าก็ไม่ค่อยยากเท่าไร แต่ออกยากมาก แต่กรณีบุคลากรขององค์การมหาชนนั้นเปึนไปตามสัญญาจ้างจะต้องมีการดูแลทุกรอบว่า ผลิตผลงานหรือว่ามีผลการปฏิบัติ งานอยู่ในเกณฑ์ที่จะปฏิบัติงานต่อแค่ไหน เพียงใด สามารถจัดสรรงบประมาณอุดหนุนที่เหมาะสม บางหน่วยก็ได้เงินอุดหนุนหรือเงินประเดิม จากภาครัฐไปก็แล้วแต่ลักษณะงาน สร้างองค์กรภาครัฐและระบบบริหารที่สามารถวัดผล การดําเนินงานที่เปึนรูปธรรม นั่นก็คือตัวเจตนารมณ์ในการจั ดตั้งองค์การมหาชน ทีนี้ในระบบ ณ ขณะนี้เนื่องจากตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ เปึนต้นมารูปแบบขององค์กรภาครัฐ ก็เกิดขึ้นมามากมายหลากหลาย บางหน่วยก็เกิดโดยใช้กฎหมายแม่คือ พ.ร.บ. องค์การมหาชน บางหน่วยก็เกิดในรูปแบบอื่น เพราะฉะนั้นคณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้องค์การมหาชนนั้น มี ๒ ประเภท ประเภทแรกคือองค์การมหาชนที่จัดตั้งโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง ตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒

อีกประเภทหนึ่งก็คือองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะ จะมีหน่วยงาน หลายหน่วยงานที่มีการจัดตั้งตามพระราชบัญญัติเฉพาะ อย่างเช่นมีคนถามเหมือนกันว่า สวทช. นี่เข้าข่ายนี้หรือเปล่า สวทช. เปึนองค์การอิสระที่จัดตั้งตามกฎหมายเฉพาะ เพราะฉะนั้นภาพระบบในขณะนี้ก็มีทั้ง ๒ ลักษณะ มาดูตัวเลขนะคะ องค์การมหาชนที่จัดตั้ง ตามกฎหมายป้ ๒๕๔๒ ณ ขณะนี้มี ๓๙ แห่ง แล้วได้มีการจัดกลุ่มโดย ก.พ.ร. แบ่งเปึน ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกทําหน้าที่ด้านพัฒนาและดําเนินงานตามนโยบายสําคัญนั้นมี ๖ แห่ง รายละเอียดถ้าท่านจะดูว่ามีหน่วยไหนบ้าง อยู่ในหน้า ๑๑ ของรายงาน กลุ่มประเภทที่ ๒ ให้บริการที่เน้นเทคนิควิชาการเฉพาะ ขณะนี้มีจํานวน ๑๙ แห่ง กลุ่มประเภทที่ ๓ เปึนเรื่องงานองค์การมหาชนที่ทําหน้าที่ในเรื่องการบริการสาธารณะทั่วไปมี ๑๔ แห่ง รายละเอียดอยู่ในหน้า ๑๒ การแบ่งกลุ่มแบบนี้นําไปสู่อะไร นําไปสู่การกําหนดค่าตอบแทน และการกําหนดเบี้ยประชุมซึ่งจําแนกตามกลุ่ม กลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ แล้วก็กลุ่มที่ ๓ แต่ละกลุ่มนั้นอยากจะเ ปลี่ยนจากกลุ่ม ๓ ขึ้นเปึนกลุ่ม ๒ เปลี่ยนจากกลุ่ม ๒ ขึ้นเปึน กลุ่ม ๑ นั้นจะต้องเปึนไปตามมติคณะรัฐมนตรี ก็คือจะต้องนําเสนอ ครม. ก่อน ในการใช้ งบประมาณนั้น เนื่องจากก็มีข้อมูลมากมาย ไม่ว่าค่าตอบแทน ไม่ว่าเบี้ยประชุมอะไรก็ตาม เปึนงบประมาณที่ค่อนข้างเยอะ ก็เลยมีการสํารวจข้อมูลว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๔๔ จนถึงป้ ๒๕๔๘ องค์การมหาชนนั้นใช้เงินไปแล้วทั้งสิ้น ๑๒๖,๙๒๙ ล้านบาท เมื่อเราได้รับมอบหมาย ให้ศึกษาเรื่องนี้ แน่นอนเราก็ต้องหาข้อมูลตรงจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนเจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบของ ก.พ.ร. ซึ่งหลังจากป้ ๒๕๔๕ เขารับผิดชอบเรื่องนี้มาตลอด ประธานบอร์ด (Board) ขององค์การมหาชนต่าง ๆ ตัวซีอีโอ (CEO) ขององค์การมหาชนแต่ละแห่ง หรือแม้กระทั่งผู้แทนขององค์การมหาชน เราได้จัดสัมมนาแล้วก็ในกรรมการที่ได้เรียนเชิญมานั้น ก็ได้มีการสอบถามแล้วก็ได้มีการประมวลข้อมูลถึงจุดเด่นแล้วก็ปัญหาอุปสรรค ขอนําเรียน อย่างนี้ว่าจากผลการสํารวจข้อมูล รวมทั้งจากการศึกษาเอกสารประกอบด้วยแล้วนั้น จุดเด่นขององค์การมหาชนนั้นก็คือสามารถส่งมอบบริการสาธารณะตามภารกิจที่มีคุณภาพ และมีประสิทธิภาพได้ตามเปัาหมายที่กําหนด สามารถพัฒนาปรับปรุงแนวทาง การดําเนินงานให้มีประสิทธิภาพและคุณภาพได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีความคล่องตัว แล้วก็มีวัตถุประสงค์และเปัาหมายชัดเจน มีการพัฒนานวัตกรรมในการให้บริการและ การบริหาร สามารถใช้เปึนเครื่องมือที่นําไปสู่การลดขนาดของระบบราชการที่บอกว่าใหญ่

อุ้ยอ้าย เปึนเปัาหมายที่ตั้งไว้ค่อนข้างสูง แต่ว่ามาถึง ณ ขณะนี้ท่านก็จะเห็นว่าตัวเลข ที่ออกมานั้นเพียง ๓๙ แห่งเท่านั้น ในขณะที่ตัวเลขของบางประเทศนั้นเปึนจํานวนพัน ๆ แต่อย่างไรก็ตามก็มีส่วนอื่นที่เราคงจะต้องดูให้รอบคอบกันต่อไปว่าการจะตั้งจํานวนมาก ลดขนาดซีกหนึ่งคือซีกของระบบราชการลงไปแล้ว ไปเปึนหน่วยงานประเภทอื่นนั้น ความคุ้มค่า ความที่จะประสบผลสําเร็จตามเปัาหมายที่กําหนดนั้นจะมีแค่ไหน เพียงไร มีการจัดรูปแบบการบริหาร งานในด้านต่าง ๆ เช่น บริหารงานบุคคล งบประมาณ กระบวนการบริหารที่คล่องตัวยืดหยุ่นไม่ติดกับระบบราชการ กฎหมายเขียนไว้อย่างนั้น แต่ในทางปฏิบัติ หลายหน่วยก็ยังอาศัยแนวของระบบราชการแล้วก็จะมามีข้ออ้างบ่นว่า ทําไมยังมีปัญหาในเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่ ซึ่งปรากฏว่าส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยกล้าฉีกแนวออกไปเขียน ระเบียบของตัวเองโดยเฉพาะก็จะอาศัยแนวราชการ

ในส่วนที่ยังเปึนปัญหาหรือบอกว่าเปึนจุดด้อยของเรื่องนี้ก็คือการกํากับดูแลองค์การมหาชน ยังไม่เปึนไปตามหลักการและขาดประสิทธิภาพ แต่สืบเนื่องหลายลักษณะว่าลักษณะไหน ให้ใครเปึนคนกํากับดูแล แล้วผู้กํากับดูแลนั้นมีความรู้หรือว่ามีเวลาที่จะติดตามได้อย่าง จริงจังแค่ไหน เพียงไร องค์การมหาชนหลายแห่งไม่สามารถดําเนินภารกิจตามที่กําหนด ได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือยังไม่ประสบผลสําเร็จในการดําเนินงานตามภารกิจที่กฎหมาย กําหนด ก็ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ป้ ๒๕๔๒ มานั้นการเกิดองค์การมหาชนมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์ของรัฐบาลแต่ละแห่ง เมื่อรัฐบาลเกิดมาปัูบนี่ปักธงมาเลยว่าจะต้อง มีองค์การมหาชนนั้น องค์การมหาชนนี้ เพราะฉะนั้นบางแห่งนั้นก็เกิดขึ้นตามนโยบาย บางแห่งก็เข้าตามกระบวนการ ขั้นตอน มีการศึกษา มีการวิเคราะห์อย่างละเอียดแล้วว่า ด้วยภารกิจลักษณะงานนั้นสมควรจัดตั้ง ปัญหาด้านการบริหารงานขององค์การมหาชน ไม่เปึนไปตามหลักการและสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล ไม่ว่าจะเปึนด้านการบริหารงานบุคคล และค่าตอบแทน ด้านการบริหารงานบุคคลนั้นจากการสัมมนาเราได้ทราบว่า บางองค์การมหาชนไม่รู้หรือไม่ทราบแม้กระทั่งว่าการดูแลเรื่องคนนั้นจะต้องมีสัญญาจ้าง เหมือนข้าราชโดยทั่วไปนี่จะต้องอยู่ตลอดจนเกษียณอายุ เราก็ได้ข้อมูลมาอย่างนั้น ส่วนเรื่อง ค่าตอบแทนก็เปึนเรื่องอย่างที่นําเรียนตั้งแต่แรกว่ามีข้อสังเกตมาจาก สตง. ว่าค่าตอบแทน ไม่ว่าจะเปึนเบี้ยประชุมหรือค่าตอบแทนผู้อํานวยการองค์การมหาชนนั้นค่อนข้างสูงมาก ในเรื่องการบริหารงบประมาณ ในเรื่องที่สําคัญที่เปึนปัญหามาก ๆ ก็คือเรื่องติดตามประเมินผล เพราะว่าถ้าเรื่องติดตามประเมินผลเราก็ต้องยอมรับว่าระบบเราโดยทั่วไปปัญหาเรื่องติดตาม ประเมินผลทุกระบบเรายังไม่ได้ทําถึงขนาดหรือทําไม่ได้เต็มที่ เพราะฉะนั้นนี่เปึนจุดอ่อน ที่สําคัญของเรื่ององค์การมหาชน ในส่วนของดิฉันก็ขอนําเรียนเสนอภาพส่วนเบื้องต้นแค่นี้ ส่วนสรุปข้อเสนอแนะในการปฏิรูปว่ามีการดําเนินการในส่วนไหน อย่างไรบ้าง ขอเรียนเชิญ อาจารย์อรพินท์ สพโชคชัย ค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอเชิญค่ะ

นางสาวอรพินท์ สพโชคชัย กรรมการ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติทุกท่าน ท่านได้ฟังมาแล้ว เรื่องเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการตั้งองค์การมหาชนในช่วง ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมา

อันนี้เปึนปัญหาที่ค้างคาใจ แล้วดิฉันเสียดายว่ารายงานฉบับนี้เข้ามานําเสนอต่อสภาช้าไปนิดหนึ่ง ในแง่ที่ว่าเราเพิ่งได้รับมอบหมายในการที่จะศึกษาเรื่องนี้ จริง ๆ แล้วมีท่านกรรมาธิการ หลายชุดได้เสนอในการตั้งองค์การมหาชน ดิฉันคิดว่าถ้าเราได้ทําความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง ลักษณะขององค์การมหาชน แล้วก็บทบาทภารกิจต่าง ๆ ดิฉันคิดว่าการตั้งองค์การมหาชน ตามข้อเสนอของกรรมาธิการหลาย ๆ ชุดคงจะมีความชัดเจนมากกว่านี้ สําหรับข้อศึกษา ของเราวันนี้เราได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของการที่จะกําหนดรูปแบบขององค์การมหาชน ที่มันเหมาะสม ที่ถูกต้องเปึนไปตามหลักการที่จะเกิดขึ้นในเมืองไทย จริง ๆ แล้วอย่างที่ ท่านเบญจวรรณได้พูดถึงก็คือว่าเราได้มีการตั้งองค์การมหาชนมา ๑๐ กว่าป้ แล้วก็การตั้ง องค์การมหาชนนั้นตามเจตนารมณ์ต้องการที่จะเปึนกลไกหนึ่งในการที่จะสร้างให้เกิด คุณภาพบริการสาธารณะ เพราะฉะนั้นในหลักการใหญ่ ๆ นั้นองค์การมหาชนคือองค์การ ที่ใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนเพื่อจะให้ทําบริการสาธารณะที่มีคุณภาพ สําหรับข้อเสนอ ในรายงานฉบับนี้ ดิฉันขอภาพเพาเวอร์พอยต์ต่ อไปนะคะ ข้อเสนอของรายงานฉบับนี้ เราศึกษาเน้นจริง ๆ แล้วที่การศึกษาแล้วก็ข้อเสนอแนะสําหรับองค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้น โดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒

แต่ว่าในส่วนข้อเสนอแนะบางส่วนนั้นอาจจะพาดพิงไปส่วนของการปฏิรูป ในเรื่องขององค์การมหาชนตามพระราชบัญญัติเฉพาะและรัฐวิสาหกิจบางประเภท ที่น่าจะมีการปรับสภา พในอนาคต แต่อันนี้ดิฉันคิดว่าเปึนข้อเสนอแนะในระยะยาว สําหรับข้อเสนอแนะในเรื่องแรกที่ทางคณะกรรมการได้ศึกษาและได้เสนอแนะดิฉันคิดว่า เรื่องแรกสําหรับการปฏิรูปองค์การมหาชนนั้นสิ่งที่เราควรทําก็คือเรื่องปฏิรูปหลักการ และแนวคิดในการจัดตั้งองค์การมหาชนต่าง ๆ ที่จะเปึนกลไกของการบริหารราชการแผ่นดินนั้น ให้ถูกต้อง ในการจัดตั้งองค์การมหาชนนั้นจริง ๆ แล้วองค์การมหาชน ควรจะเปึน หน่วยปฏิบัติในการให้บริการสาธารณะของภาครัฐ คําว่าหน่วยปฏิบัตินั้นทําให้เรามอง ย้อนไปว่าในภาครัฐนั้นมีหน่วยงานกี่ประเภท ดิฉันขออนุญาตแยกหน่วยงานออกเปึน ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มแรกคือกลุ่มที่เรียกว่าราชการโดยแท้ ราชการโดยแท้นั้นประกอบด้วย กระทรวง กรมต่าง ๆ กระทรวง กรมมีบทบาทอะไร จริง ๆ แล้วกระทรวง กรมต่าง ๆ ที่มีอยู่ ในปัจจุบัน ๒๐ กระทรวงนั้นมีบทบาทสําคัญในการให้กําหนดนโยบายทําการศึกษา เพื่อจะเสนอแนะนโยบายต่อรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ มีหน้าที่กํากับกฎหมาย ตามกฎหมายที่อยู่ในกํากับของหน่วยงานที่เรียกว่าหน้าที่ขอ งเรกูเลเตอร์ มีหน้าที่ ในการที่จะส่งเสริมงานบางส่วน แล้วเหลืองานอะไรที่ไม่ควรอยู่ในหน่วยราชการโดยแท้ งานที่ไม่ควรอยู่ใน หน่วยราชการโดยแท้ในการบริหารราชการสมัยใหม่นั้นคือตัดบริการ หรือทิ้งงานเชิงปฏิบัตินั้นออกจากหน่วยราชการ ทําไมถึงต้องแยกงาน ๒ งานออกจากกัน ที่ต้องแยกออกจากกันนั้นจากการศึกษาในหลายประเทศและจากการทดลองในหลายประเทศ พบว่าเมื่อผู้กํากับกับผู้ปฏิบัติอยู่ด้วยกันเมื่อไรการพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณะก็ดี การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานก็ดี การลดค่าใช้จ่ายก็ดีนั้นมันทําได้ยาก เพราะฉะนั้น ในต่างประเทศในช่วงประมาณ ๒๐ กว่าป้ที่ผ่านมานั้นเขาได้พยายามแยกหน่วยงานที่เปึน หน่วยปฏิบัติออกจากหน่วยที่เปึนหน่วยกํากับ แล้วให้หน่วยที่กํากับนั้นเปึนผู้ที่ควบคุม มาตรฐาน หลายประเทศสามารถพัฒนาคุณภาพบริการขึ้นที่เรียกว่าระดับเวิลด์ คลาส (World class) ได้ อันนี้ก็เปึนจุดกําเนิดขององค์กรที่เรียกว่าเปึนหน่วยปฏิบัติ เราเคยได้ยิน คําว่าแปรรูปเปึนไพรเวไทเซชัน (Privatization) แปรรูปออกไปเปึนเอกชน แต่จริง ๆ แล้ว งานบางงานมันแปรรูปไม่ได้ มันเปึนภารกิจที่ภาครัฐจะต้องดําเนินการ เพราะฉะนั้น ในการปฏิรูปองค์การมหาชนนั้นดิฉันคิดว่าหันกลับมาดูสิว่าอ งค์การมหาชนในประเทศไทยนั้น

ควรจะมีบทบาทหน้าที่อย่างไร และควรจะดําเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้นในข้อเสนอ ประการแรกที่เสนอเรื่องหลักการนั้นจริง ๆ แล้วคือการจัดระเบียบแนวคิดว่าองค์การมหาชน ควรจะมีรูปแบบหรือดําเนินการอย่างไร สิ่งที่เปึ นปัญหาในอดีตที่ผ่านมาก็คือว่า การตั้งองค์การมหาชนของเรานั้นเราไม่ได้ยึดหลักของการให้บริการสาธารณะที่แท้จริง เพราะฉะนั้นมีองค์การมหาชนหลายองค์การที่ท่านประธานได้พูดถึงไปเมื่อกี้คือว่า มันมีปัญหามากนะคะ ถ้าท่านจะดูปัญหาไปดูในรายงานว่าประสบปัญหาในหลายด้านมาก รวมทั้งปัญหาในการดําเนินงาน มีองค์การมหาชนหลายแห่งที่ตั้งแต่ตั้งมายังไม่สามารถ พิสูจน์ตนเองได้ว่าตกลงท่านทํางานประเภทไหน สามารถที่จะระบุได้ไหมว่ามีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากจะจัดระเบียบก็คือว่าจริง ๆ แล้ว องค์การมหาชนควรจะเกิด ได้มาก อย่างที่เราเคยไปศึกษาในหลายประเทศนั้น ประเทศนิวซีแลนด์ประเทศเล็กนิดเดียวนะคะมีองค์การมหาชนที่เรียกว่าคราวน์ เอนติตี อยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าแห่ง เกือบ ๓,๐๐๐ แห่ง เขาเอาอะไรเปึนองค์การมหาชน งานปฏิบัติทั้งหมดออกเปึนองค์การมหาชน เช่น โรงเรียน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ฝ๊กอบรมต่าง ๆ งานบริการที่ออกจากหน่วยงานราชการ แล้วหน่วยราชการเองก็ลดขนาดลง ทําหน้าที่ เฉพาะเรกูเลเตอร์ แต่งานราชการไม่ได้ลดลงนะคะ งานบริการเปึนลักษณะของการยังมี ขนาดเท่าเดิม เพราะฉะนั้นข้อเสนอแนะสิ่งที่เราอยากเสนอเพื่อปฏิรูปก็คือว่าพิจารณา ในการที่จะถ่ำยโอนภารกิจบางอย่างให้องค์การมหาชน เมื่อถ่ายโอนไปแล้ว เพื่อจะให้สอดคล้องและประหยัดจริง ๆ ก็จะต้องยุบเลิกบทบาทนั้นในหน่วยงานราชการ เมื่อถ่ายโอนไปแล้วองค์การมหาชนควรจะมีกี่แบบ ดิฉันคิดว่าเพื่อที่จะให้มีความสอดคล้อง จริง ๆ แล้วองค์การมหาชนมีได้หลายแบบ ในประเทศอังกฤษหรือประเทศฝรั่งเศสนั้น ตั้งองค์การมหาชนในหลายรูปแบบตามภารกิจ

ข้อเสนอแนะของกรรมการเราคิดว่าองค์การมหาชนน่าจะแบ่งออกเปึน ๓ ประเภท ประเภทที่ ๑ ก็คือองค์การมหาชนประเภทที่ให้บริการสาธารณะทั่ว ๆ ไป การให้บริการ สาธารณะทั่ว ๆ ไปนั้นหมายความว่าเปึนบริการสาธารณะที่ตัดจากหน่วยราชการ อันนี้อาจจะต้องปรับวิธีการทํางาน จัดอัตราค่าตอบแทนอะไรต่าง ๆ ประเภทที่ ๒ คือ องค์การมหาชนประเภทที่กําหนดระยะ เวลาในการบริหารประเทศนั้นอาจจะมีบางครั้ง ที่อาจจะต้องมีองค์การมหาชนที่จําเปึนต้องกําหนดระยะเวลา ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเช่น หากประเทศไทยเรามีความประสงค์ที่จะนําประเทศเราเสนอตัวเปึนประเทศที่จัดโอลิมป่ก จําเปึนจะต้องมีกลุ่มงานขึ้นมาหรือมีองค์กรขึ้นมาองค์กรหนึ่งเพื่อจะออกไปนําเสนอประเทศไทย เพื่อที่จะไปประมูลแข่งขันว่าประเทศไทยเรามีศักยภาพอย่างไรในการจัดโอลิมป่ก ถ้าประมูล ไม่ได้มิสชัน (Mission) นั้นก็จบ หน่วยงานนี้ก็ยุบลง หรือว่าถ้าประมูลได้ก็อาจจะต้อง แปลงสภาพหน่วยงานนี้เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการที่จะจัดโอลิมป่ก อันนี้ก็เปึนตัวอย่างขององค์การมหาชนอีกประเภทที่เรียกว่ากําหนดระยะเวลา อาจจะมี ภารกิจอื่น ๆ ที่กําหนดตามระยะเวลา ประเภทที่ ๓ นั้นคือองค์การมหาชนที่เกิดขึ้น ตามนโยบายรัฐบาล ก็ต้องเป่ดโอกาสให้รัฐบาลถ้าเขามีนโยบายต่าง ๆ อย่างไรนี่เป่ดโอกาส ให้เขาสามารถตั้งองค์การมหาชนแล้วสามารถที่จะขับเคลื่อนได้ องค์การมหาชนประเภทนี้ เมื่อรัฐบาลไปแล้วหรือคนที่ตั้งไปแล้วก็น่าจะถึงวาระที่ยุบได้ เพราะฉะนั้นองค์การมหาชนพวกนี้ ก็จะไม่เปึนภาระกับประเทศชาติต่อไป ปัจจุบันนี้องค์การมหาชนที่ตั้งขึ้นยังไม่มีใครได้ยุบเลย นอกจากว่าจะมีการศึกษาแล้วรัฐบาลจะต้องฟันธง เห็นที่ยุบมาก็ประมาณสัก ๒-๓ แห่ง ข้อเสนอประการที่ ๒ ก็คือต้องมีการปฏิรูปการกําหนดบทบาทและจัดบทบาทภารกิจของ การบริการสาธารณะให้ชัดเจน กําหนดว่าองค์การมหาชนแต่ละอันจะต้องมีบทบาทเฉพาะ อย่างไร ก็กําหนดตามประเภทขององค์การมหาชน การที่กําหนดบทบาทภารกิจที่ชัดเจนนั้น จะทําให้องค์การมหาชนต่าง ๆ นั้นสามารถที่จะดิลิเวอร์ (Deliver) หรือส่งมอบผลงานต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน องค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นในอนาคตนั้นจะต้องทําหน้าที่เชิงปฏิบัติเท่านั้น แล้วก็ไม่ใช่เปึนภารกิจหลักของหน่วยราชการ ปัจจุบันนี้องค์การมหาชน ๓๙ แห่ง บางแห่ง ตั้งขึ้นมาทําภารกิจซ้อนกับกระทรวง ตอนที่ดิฉันเปึนกรรมการ ก.พ.ร. นั้น ดิฉันก็ตั้งคําถาม หลายคําถามว่าทําไมคุณจะตั้งกระทรวงอีกกระทรวงหนึ่งหรืออย่างไร งานซ้อนกับ กระทรวงหลักหมด แล้วก็ทําหน้าที่เชิงปฏิบัติตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา เมื่อกําหนด

ว่าจะทําภารกิจนั้นองค์การมหาชนนั้นจะต้องเปึนผู้ดําเนินการภารกิจนั้นเปึนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ว่ารับเงินมาแล้วไปซับคอนแท รกต์ (Subcontract) ต่อให้กับคนอื่น เพราะฉะนั้นงาน ซับคอนแทรกต์นั้นทําให้กระทรวงก็ได้ไม่จําเปึนต้องตั้งองค์การมหาชน ปัจจุบันมีองค์การ มหาชนบางแห่งทําหน้าที่บทบาทประเภทนี้ ข้อเสนอแนะการปฏิรูปเรื่องที่ ๓ ที่เราเสนอก็คือ เรื่องของการปฏิรูประบบการบริหารงานแล้วก็โครงสร้าง เรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญที่ ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญในการที่ จะปรับเปลี่ยนรูปแบบในการกํากับดูแล เนื่องจากว่าเรา เสนอรูปแบบขององค์การมหาชน ๓ รูปแบบ ในรูปแบบที่ ๑ นั้นเมื่อตัดภารกิจจากกระทรวง เพราะฉะนั้นผู้กํากับดูแลตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ให้รัฐมนตรี เปึนผู้กํากับนั้นอาจจะไม่ค่อยถูกต้องเท่าไร ดิฉันคิดว่าถ้าเปึนองค์การมหาชนที่อยู่ในกํากับ ภารกิจจากกระทรวงนั้นผู้กํากับก็ควรจะเปึนปลัดกระทรวงเปึนผู้ซื้อบริการแล้วก็เปึนผู้กํากับ มาตรฐาน แล้วก็เปึนผู้ประเมินผลองค์การมหาชนนั้น เพราะฉะนั้นองค์การมหาชนประเภท บริการสาธารณะทั่วไปนั้นควรจะอยู่ในกํากับของปลัดกระทรวงหรือผู้ ที่ปลัดกระทรวง มอบหมายให้ ส่วนองค์การมหาชนอีก ๒ ประเภทที่กําหนดระยะเวลาแล้วก็เปึนไปตาม นโยบายรัฐบาล แน่นอนประเภทที่ ๓ นั้นก็คงจะอยู่ในกํากับของนายกรัฐมนตรี หรือว่ารัฐมนตรีตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชนแบบเดิม ถ้าเปึนองค์การมหาชน ตามกําหนดเวลานั้นคนที่ตั้งอาจจะกํา หนดในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งว่าจะจัดตั้งอย่างไร เรื่องที่ ๒ ที่มีความสําคัญมากนอกเหนือจากการที่เปลี่ยนผู้กํากับดูแลแล้ว ในการกํากับดูแลนั้น ต้องกติกาให้ชัดเจน อันหนึ่งที่เปึนข้อกังวลของกรรมการก็คือว่าถ้าสมมุ ติว่า ให้ปลัดกระทรวงกํากับแล้วก็จะกํากับเหมือนหน่วยราชการ ดิฉันคิดว่าเราคงต้องเขียนกติกา ให้ชัดเจนว่าการกํากับนั้นคุณต้องกํากับเหมือนลักษณะที่เรียกว่ากํากับผลงานตามที่ตกลงกันไว้ ไม่ใช่กํากับขนาดเปึนสายบังคับบัญชา เรื่องที่ ๓ ที่ในข้อเสนออันนี้ก็คือว่าปฏิรูปโครงสร้าง ของกรรมการบริหาร

ในการบริหารองค์การมหาชนนั้นมีจุดสําคัญอยู่ ๒ จุดเท่านั้น จุดที่ ๑ คือกรรมการบริหาร กรรมการบริหารเปึนคนที่กํากับแทนปลัดกระทรวงหรือแทนรัฐมนตรี ถ้าโครงสร้างกลไก ของกรรมการบริหารนั้นไม่มีผู้ทรงคุณวุฒิที่เหมาะสมจริง ๆ แล้ว การทํางานขององค์การ มหาชนมักจะไม่ประสบความสําเร็จ ประการที่ ๒ คือผู้บริหารเรียกว่าซีอีโอนั้น ก็เปึนคนที่มีความสําคัญ ในข้อนี้เราพบปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในช่วง ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเรามีข้อเสนอว่าองค์การมหาชนที่อยู่ภายใต้กํากับของกระทรวงนั้นไม่ควรจะให้ ปลัดกระทรวงเปึนประธานเพราะว่าทําเอง กํากับเอง มันก็ไม่มีความเหมาะสม อีกประการหนึ่งก็คือว่าควรจะมีข้อห้ามไม่ให้ผู้แทนจากหน่วยงานกลางต่าง ๆ เช่น สํานัก งบประมาณ สํานักงาน ก.พ.ร. หรือกระทรวงที่มีหน้าที่อย่างเช่นสํานักงานพัฒนาเศรษฐกิจ การคลังอะไรต่าง ๆ เข้าไปเปึนกรรมการ แล้วก็คนที่เปึนกรรมการนั้นไม่ควรจะเปึนกรรมการ องค์การมหาชนเกินกว่า ๓ แห่ง ในเรื่องของข้อการปฏิรูปโครงสร้างนั้นมีอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า องค์การมหาชนที่เปึนองค์การมหาชนขนาดเล็ก หลายคนก็มีความกังวลนะคะว่าอย่างเช่น ถ้าเราตัดโรงเรียนหรือโรงพยาบาลขนาดเล็กออกไปนั้น อันนี้เปึนจุดประเด็นหนึ่ง อย่างเช่น ตอนที่เราตัดโรงพยาบาลบ้านแพ้วออกจากกระทรวงสาธารณสุข มีคนกังวลมากเลยว่า อีกหน่อยจะมีองค์การมหาชนเปึนโรงพยาบาลเยอะแยะไปหมด จริง ๆ แล้วมันมีอีก รูปแบบหนึ่งที่เราเสนอก็คือว่าถ้าเปึนองค์การมหาชนประเภทเดียวกันนั้น อาจจะจัดเปึน องค์การมหาชนประเภทที่กลุ่มหรือเรียกว่าพวง ก็คือว่ากลุ่มของโรงพยาบาลที่เปึน โรงพยาบาลชุมชนนั้นอาจจะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน มีคณะกรรมการบอร์ดเดียวกันแล้วก็แชร์ (Share) สิ่งที่เรียกว่าเปึนทรัพยากรร่วมกัน แต่ว่าตัดออกมาเปึนกลุ่มขององค์การมหาชน ประเภทกลุ่มนะคะ แล้วไม่จําเปึนต้องแยกออกไปเปึนโรงพยาบาลเล็ก ๆ อันนั้นก็จะทําให้ ช่วยประหยัดงบประมาณไปได้มาก ในเรื่องของการปรับอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องการปรับ การบริหารงานบุคคล ซึ่งเมื่อกี้นี้ได้พูดถึงปัญหาขององค์การมหาชนก็คือว่าจริง ๆ แล้ว ในเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการให้ผู้ที่เปึนบุคลากรในองค์การมหาชนนั้นจําเปึน จะต้องเปึนบุคลากรประเภทที่เรียกว่า คอนแทรกต์ เอมพลอยเมนต์ (Contract employment) ก็คือทํางานตามสัญญาจ้าง เมื่อคุณทํางานมีประสิทธิภาพสัญญาก็ จะต่อ ไปได้เรื่อย ๆ ที่ต้องเปึนสัญญาจ้างเปึนเพราะว่าผู้อํานวยการนั้นมาอยู่เปึนวาระ ๔ ป้ มาตามสัญญาจ้าง ถ้าเจ้าหน้าที่ในองค์การมหาชนนั้นเปึนเจ้าหน้าที่ เรียกว่าเปึนไรท์ ไทม์

เอมพลอยเมนต์ (Right time employment) เมื่อไร การทํางานก็จะไม่มีประสิทธิภาพ เรื่องสุดท้ายก็คงจะเปึนเรื่องปกติก็คือว่าการบริหารงานนั้นต้องเปึนไปตามหลักธรรมาภิบาล เรื่องที่ ๔ นั้นเสนอเรื่องปฏิรูประบบค่าตอบแทนทั้งระบบ ค่าตอบแทนนั้นรวมถึงค่าตอบแทน ที่เรียกว่าเปึนค่าใช้จ่ายในเรื่องเบี้ยประชุมต่าง ๆ ที่เปึนปัญหาใหญ่มาก เพราะว่ามีการกําหนด เบี้ยประชุม จริง ๆ แล้วมันมีที่มาที่ไปของการกําหนดเบี้ยประชุมที่มีอัตราค่อนข้างสูงนั้น จริง ๆ ตอนนั้น ก.พ.ร. เองสมัยก่อนก็พยายามจะปรับลด แต่จริง ๆ ถึงจะปรับลด อย่างไรก็ยังสูงมาก รวมทั้งอัตราค่าตอบแทนเงินเดือนต่าง ๆ นั้นเราขอเสนอว่า องค์การมหาชนที่เปึนองค์การมหาชนที่เปึนบริการสาธารณะทั่วไปนั้นอัตราเงินเดือน ควรจะอยู่ในอัตราที่เรียกว่าเปึนอัตราปกติ ซึ่งอาจจะสูงกว่าราชการเล็กน้อย ไม่ควรจะเปึน อัตราที่สูงมากจนกระทั่งไม่สามารถที่จะลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐได้ อีกอันหนึ่งก็คือว่า การกําหนดอัตราค่าตอบแทนนั้นจริง ๆ ควรจะเปึนอัตราค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับตลาด อันนี้คงไม่ใช่ปรับลดลงมาหมดทุกหน่วยงานนะคะ แต่ว่ามันมีหน่วยงานบางหน่วยงาน อาจจะเปึนหน่วยงานที่เปึนหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้บุคลากรที่มี ความรู้ความสามารถพิเศษ อาจจะต้องมีการกําหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมแล้วก็สอดคล้อง อีกประการหนึ่งที่เราเสนอก็คือว่าการกําหนดค่าตอบแทนผู้บริหารนั้นไม่ควรจะเปึน ตัวกําหนดว่าคนที่เหลือนั้นควรจะได้รับค่าตอบแทนที่ไล่ลงมา เหมือนกับระบบราชการ จริง ๆ แล้วมันมีวิธีการให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมนะคะ ข้อเสนอประการสุดท้ายของเรา ซึ่งมันเปึนจุดอ่อนขององค์การมหาชนแล้วก็เปึนจุดอ่อนที่อ ยู่ในพระราชบัญญัติองค์การ มหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ก็คือว่าระบบการติดตามและประเมินผล ในพระราชบัญญัติองค์การ มหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ นั้นกําหนดให้องค์การมหาชนนั้นมีการประเมินผลการทํางาน ของตัวเองเปึนระยะ ๆ เพราะฉะนั้นผลที่เกิดขึ้นก็คือว่าองค์การมหาชนก็ไปจ้างใคร นักวิจัย หรือจ้างสถาบันไหนก็ได้มาประเมิน เพราะฉะนั้นประเมินทีไรก็ดีทุกที สิ่งที่เราเสนอก็คือว่า ควรจะมีกลไกกลาง อาจจะเปึนคณะกรรมการกลางที่จะติดตามและประเมินผล องค์การมหาชนต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์การมหาชนที่อาจจะตั้ งขึ้นโดยนโยบาย ของรัฐบาลหรือตั้งขึ้นโดยกําหนดระยะเวลา

ส่วนองค์การมหาชนที่ตั้งขึ้นเพื่อเปึนบริการสาธารณะทั่ว ๆ ไปนั้น การประเมินผลน่าจะอยู่ ในหน้าที่ของกระทรวงต้นสังกัด แต่ว่ากรรมการกลางนี้อาจจะกําหนดเงื่อนไขต่าง ๆ จะต้อง มีการประเมินผล ประจําป้ที่เรียกว่าเพอร์ฟอร์แมนซ์ แอสเซสเมนต์ (Performance assessment) ตอนนี้ก็ทําอยู่ กรรมการที่ ก.พ.ร. นั้นทําอยู่เปึนประจําที่มีตัวชี้วัดอะไรต่าง ๆ แต่ก็ควรจะต้องอาศัยหลักหน่วยงานที่บริการสาธารณะที่ใต้กํากับของกระทรวงนั้นจะต้องใช้ หลักการที่เรียกว่าหลักการแข่งขันหรือคอนเทสทะบิลิตี (Contestability) ซึ่งหลักการนี้ อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับที่กําลังร่างอยู่ด้วย ต้องมีการกําหนดมาตรฐานงานที่ชัดเจนแล้วก็ กําหนดมาตรการจูงใจที่เรียกว่าโมทิเวชัน ซิสเตม (Motivation system) ที่เหมาะสม การกําหนดมาตรการจูงใจนั้นไม่ใช่ให้เงินจูงใจอย่างเดียวมีบทลงโทษด้วย ข้อเสนอแนะ ทั้งหมดนี้เราคิดว่ามีแนวทางในการดําเนินงานแบ่งเปึน ๔ ระยะ ระยะเร่งด่วนนั้นควรจะมี การแก้พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งมีจุดต่าง ๆ แล้วเราก็มีข้อเสนอแนะ เดี๋ยวท่านเบญจวรรณจะได้มาเล่าให้ฟังว่าในพระราชบัญญัตินั้นเราเสนอแก้เรื่องอะไรบ้าง ในมาตรการเร่งด่วนนั้นเมื่อแก้พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ แล้วควรจะต้อง ทบทวนพระราชกฤษฎีกาอีก ๓๙ พระราชกฤษฎีกาเพื่อที่จะทบทวนให้มันสอดคล้องกับ สิ่งที่เรียกว่ากําหนดในพระราชบัญญัติองค์การมหาชนที่แก้ไขแล้ว แล้วจะต้องประกาศ รูปแบบองค์การมหาชนที่เราเสนอไว้ ๓ รูปแบบเพื่อจะเปึนแนวปฏิบัติในอนาคต ในระยะสั้น ระยะเร่งด่วนนั้นต้องทําให้เสร็จภายใน ป้ ๒๕๕๘ นี้รู้สึกเหลืออีกไม่กี่เดือน ระยะสั้นนั้นก็เริ่มทําได้เลยจะให้เวลาประมาณ ๒ ป้ ในการดําเนินการก็คือว่าต้องมีการปรับ สิ่งที่เรียกว่าอัตราเบี้ยประชุม ค่าตอบแทนและระบบสวัสดิการ ระบบสวัสดิการ ใน องค์การมหาชนเปึนเรื่องหนึ่งที่เปึนปัญหาใหญ่มาก เพราะมีความเหลื่อมล้ําแล้วก็ ไม่เหมือนกันบางองค์การมหาชนนั้ นมีระบบสวัสดิการที่น่าตกใจมาก เพราะดิฉันเคย ตอนที่เปึนผู้บริหารองค์การมหาชนมีคนเบิกค่าทําฟัน ๖๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันก็ตกใจเหมือนกัน แล้วก็การใช้จ่ายเงินในองค์การมหาชนนั้นก็มีปัญหาค่อนข้างมาก ปรับระบบบริหารงานของ องค์การมหาชนให้เปึนไปตามหลักธรรมาธิบาลโดยเสมอภาคกัน จะต้องมีการกําหนด มาตรฐานผลงาน กําหนดแนวทางในการติดตามประเมินผลทั้งการประเมินผลประจําป้ แล้วการประเมินผลราย ๕ ป้ เราคิดว่า ๕ ป้ก็น่าจะโอเคในการที่จะประเมิน สิ่งที่เรียกว่าความคุ้มค่าขององค์การมหาชนนั้น แล้วก็ทบทวนองค์การมหาชนทั้ง ๓๙ แห่ง

การทบทวนนั้นหมายความว่าทบทวนหลังจากที่ประเมินแล้วทบทวนว่าทั้ง ๓๙ แห่งนั้น ควรจะอยู่ในประเภทไหน ควรจะมีปรับสภาพอย่างไรจะยุบหรือถ่ายโอนหรือว่าจะฟุ๋นฟู อย่างไร ในระยะกลางก็เริ่มต้นประมาณสักป้ ๒๕๖๐ ถึงป้ ๒๕๖๒ คงจะต้องพิจารณา อันนี้ เปึนการปฏิรูประบบราชการอีกด้านหนึ่งก็คือต้องพัฒนาถ่ายโอนภารกิจในเชิงปฏิบัติ ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เหมาะสมจะตั้งเปึนองค์การมหาชน การถ่ายโอนนั้นมีการถ่ายโอนได้ ๓ ประเภท ประเภทหนึ่งคือภารกิจบางประเภทที่สามารถถ่ายโอนให้ท้องถิ่นได้ก็ถ่ายโอนไป ให้ท้องถิ่น บางประเภทที่ราชการไม่อยากจะทําแล้วไม่จําเปึนต้องทําก็ให้เอกชนทํา แต่มีภารกิจบางประเภทที่จริง ๆ รัฐบาลยังต้องทําแล้วต้องอุดหนุนเงินสนับสนุน อยู่เปึนประจําแล้วจะต้องเปึนคนเพื่อให้บริการสาธารณะต่าง ๆ นั้นอาจจะจัดมาในรูปของ องค์การมหาชน ถ้าถ่ายโอนตรงนี้ก็ต้องไปกระทรวงต่าง ๆ ทั้ง ๒๐ กระทรวงต้องไปพิจารณาว่า มีภารกิจอะไรบ้างที่จะต้องให้ดําเนินการในรูปแบบขององค์การมหาชน ถ้าเปึนอย่างนั้น ในกระทรวงก็จะมีหน่วยงานอีกแยกเปึน ๒ ประเภทก็คือพวกหนึ่งเปึนพวกเร กูเลเตอร์ อีกกลุ่มหนึ่งจะเปึนพวกเชิงปฏิบัติ แต่ว่าโอนออกไปแล้วยังอยู่ในกํากั บ ของกระทรวงสําหรับงานประเภทนั้น ทบทวนแล้วก็ปรับปรุงและปฏิรูปองค์การมหาชน ตามที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติอันนี้เปึนอีกเรื่องหนึ่งพาดพิงไปถึงองค์การมหาชน อีกประเภทหนึ่งซึ่งตอนนี้จะเปึนปัญหาอีกแบบหนึ่งก็คือองค์การมหาชนบางแห่งที่จัดตั้ง ตามพระราชกฤษฎีกาองค์การมหาชนนั้นพยายามที่จะหลบข้อกําหนดในกฎหมาย โดยการที่ แปลงสภาพตัวเองเปึนองค์การมหาชนแล้วก็เขียนพระราชบัญญัติเฉพาะ ถ้าเปึนอย่างนี้ ไปเรื่อย ๆ อีกหน่อยเราก็จะมีปัญหาทางด้านนิติบัญญัติค่อนข้างมาก แล้วก็องค์การมหาชน ประเภทนี้ก็กํากับควบคุมดูแลลําบากเหมือนกัน ถ้าเกิดเราไม่ต้องการมีภารกิจต่าง ๆ ที่หมดความจําเปึนสําหรับประเทศชาติแล้วนี่ก็คงจะยุบเลิกองค์การมหาชนประเภทนี้ได้ยาก

เพราะฉะนั้นในระยะกลางก็ควรจะนําไปทบทวนที่ตั้งมาแล้วว่ามีอะไรบ้างก็ควรจะปรับสภาพ ทบทวนหรือแปลงสภาพนะคะ อีกเรื่องหนึ่งก็คือรัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจหลายแห่งนี้ ตั้งตามพระราชบัญญัติรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๔๙๔ ใช่ไหมคะ ป้นั้นนานมาแล้ว สมัยก่อนนั้น ไม่มีพระราชบัญญัติองค์การมหาชน เพราะฉะนั้นรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเหมาะสมที่จะเปึน องค์การมหาชนมากกว่าที่จะตั้งเปึนรัฐวิสาหกิจ เพราะว่ารัฐวิสาหกิจนั้นควรจะสงวนไว้กับ ภารกิจเชิงพาณิชย์ที่จําเปึนจะต้องแสวงหารายได้แล้วก็ทํากําไรเท่านั้น แต่ว่าองค์การมหาชนนั้น เปึนองค์การที่ไม่ควรจะทํากําไรนะคะ แต่เขามีข้อกําหนดว่าต้องเบรก อีเวนต์ (Break event) หรือว่าจะต้องไม่ขาดทุนเท่านั้นเอง ทบทวนแล้วก็แปลงสภาพรัฐวิสาหกิจ เหล่านั้น อาจจะต้องมองว่าให้แปลงสภาพเปึนองค์การมหาชนนะคะ ในระยะยาว อีกประมาณสัก ๑๐ ป้ ถึงป้ ๒๕๖๘ นั้นสิ่งที่เราอยากเห็นก็คือว่าอยากจะเห็นการพัฒนา คุณภาพของบริการสาธารณะที่ให้บริการโดยองค์การมหาชนนั้น จริง ๆ แล้วควรจะต้องมี การเทียบสิ่งที่เรียกว่าระดับเวิลด์ คลาส เราจะต้องมีการประเมินระบบเพื่อยกระดับคุณภาพ ผลงานให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล อันนี้ก็เปึนข้อเสนอแนะในการปฏิรูปองค์การมหาชน ต่อไปดิฉันคิดว่าท่านประธานคงจะเล่าถึงว่าองค์การมหาชนนั้นเราขอเสนอแก้กฎหมาย อะไรบ้างค่ะ เชิญค่ะ

นางเบญจวรรณ สร่างนิทร ประธานกรรมการ 🔗

เรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติทุกท่านนะคะ เนื่องจากว่า ตอนที่เอกสารตอนนําเสนอวิป (Whip) ตัวที่จะแนบไปกับการขอแก้ไขปรับปรุงตามที่ ท่านอาจารย์อรพินท์เล่ามานั้น ก็ต้องขอเอ่ยชื่อนะคะ เราได้รับความอนุเคราะห์จาก สปช. วรรณชัย บุญบํารุง สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ช่วยทํารายละเอียดประกอบ ว่าได้มีการปรับในเรื่องอะไร มาตราไหน ก็เปึนเอกสารประกอบ ก่อนอื่นขออนุญาต ท่านประธานขอให้แจกในที่ประชุมเพื่อรับทราบด้วยนะคะว่าตามที่ได้มีการเสนอนั้น เราได้มีการดําเนินการเพื่อประกอบในรายงานนี้ไปด้วยนะคะ ประการแรก ก็ให้เจ้าหน้าที่ แจกตัวกฎหมายตัวนี้ประกอบด้วยเพื่อให้เห็นว่าในการทําเรื่องนี้นั้นจะมีตัวที่จะต้องไป ดําเนินการต่อในส่วนไหน อย่างไรบ้าง ประการแรกก็คือคําจํากัดความขององค์การมหาชน มันไม่ใช่เพียงแค่ตามกฎห มายที่ออกเมื่อป้ ๒๕๔๒ เท่านั้น มันเปึนองค์การมหาชน แบบที่ออกตามกฎหมายเฉพาะด้วยนะคะ ในประการที่ ๒ ก็คือเพิ่มเติมในมาตรา ๕

เปึนมาตรา ๕/๑ กําหนดกิจการที่องค์การมหาชนไม่ควรดําเนินการนะคะ มีเรื่องอะไรบ้าง ที่ไม่เปึนลักษณะของการที่จะจัดตั้งเปึนองค์การมหาชน ก็คือ การกําหนดนโยบาย การวางแผนและการกําหนดยุทธศาสตร์ การส่งเสริมงานวิจัย การจัดสรรงบประมาณ การบังคับใช้กฎหมาย การประสานงาน การขับเคลื่อนนโยบายแห่งรัฐ และภารกิจที่เกี่ยวกับ ความมั่นคงแห่งรัฐนะคะ นี่เพื่อให้เห็นหลักของการจัดตั้งองค์การมหาชนที่แท้จริงนะคะว่า งานบางลักษณะนั้นเข้าข่ายที่จะจัดตั้งกับงานบางลักษณะไม่เข้าข่ายที่จะจัดตั้ง ในส่วนต่อไปนั้นเนื่องจากข้อเสนอของอาจารย์อรพินท์บอกว่าองค์การมหาชน จะมี ๓ ประเภท ประเภทแรกก็คืองานบริการสาธารณะทั่วไปที่รัฐบาลสามา รถที่จะ ซื้อบริการจากหน่วยงานประเภทนี้ได้ รูปแบบที่ ๒ ก็คือมีช่วงเวลาในการจัดตั้งมีวัตถุประสงค์ เปึนงานเฉพาะกําหนดว่าตั้งวันนี้แล้วจะเสร็จเมื่อไร กับในรูปแบบที่ ๓ รัฐบาลขึ้นมา รัฐบาลมีนโยบายพิเศษในการจัดตั้ง เพราะฉะนั้นใน ๓ ประเภทนี้เราก็จะไปกําหนดไว้ใน วัตถุประสงค์ ในมาตรา ๗ (๓) ว่าวัตถุประสงค์ในแต่ละลักษณะเปึนอย่างไรบ้าง แน่นอนค่ะ จุดนี้มันจะไปโยงกับผู้รักษาการ ก่อนหน้านี้ผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ มีเพียงรัฐมนตรีเท่านั้น ตอนนี้ใน ๓ ประเภทนี้เราจะจําแนกออกว่าถ้าเปึนงาน บริการสาธารณะทั่วไปให้ปลัดกระทรวงเปึน ผู้รักษาการ ถ้าเปึนองค์การมหาชนที่จัดตั้ง โดยมีช่วงเวลานั้นอาจจะให้รัฐมนตรีเปึนผู้รักษาการ

แต่ถ้าเปึนองค์การมหาชนจัดตั้งตามนโยบายรัฐบาล ให้นายกรัฐมนตรีแล้วก็รัฐมนตรี เปึนผู้รักษาการ เพราะฉะนั้นส่วนนี้ก็จะไปกระทบกับผู้รักษาการขององค์การมหาชนที่จะ จัดตั้งขึ้น เพราะฉะนั้นก็จะมีการขอปรับแก้ตรงส่วนนี้ แน่นอนค่ะมันจะไปกระทบจุดอื่น ๆ ที่พูดถึงว่าตรงจุด ไหนที่เขียนว่ารัฐมนตรีรักษาการก็จะมีการปรับแก้ว่าผู้รักษาการ ตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเปึนผู้มีหน้าที่รับผิดชอบตรงนี้ ประการต่อไปเกี่ยวกับเรื่อง งบประมาณรายจ่าย ทางสํานักงบประมาณก็ขอแก้ไขว่าในการใช้จ่ายงบประมาณของ องค์การมหาชน ถ้าท่านดูนั้นมันจะอยู่ในมาตรา ๖ เปึนการเพิ่มมาตรา ๑๗/๑ ว่าให้เปึนไปตาม หลักการรักษาวินัยทางการคลังและหลักธรรมาภิบาล ในส่วนต่อไปที่เปึนมาตรา ๗ ก็คือ แก้ไขมาตรา ๑๙ เดิม แล้วก็เพิ่มเปึนมาตรา ๑๙/๑ นั่นก็คือว่าตัวประธานนั้นไม่ควรจะเปึน ปลัดกระทรวง ควรจะเปึนผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกนะคะ แล้วอีกส่วนหนึ่งก็คือองค์ประกอบ ของกรรมการ เมื่อสักครู่นี้ที่บอกว่าไม่ควรจะเปึนผู้แทนหน่วยงานกลาง อย่างเช่น สํานักงบประมาณไปเปึนบอร์ดขององค์การมหาชนที่ไหนก็แล้วแต่ มันอาจจะถือว่าเปึนผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียสําหรับหน่วยงานนั้น เพราะฉะนั้นเราคิดว่าผู้แทนหน่วยงานกลางทั้งหลาย ไม่ควรเปึน เพราะฉะนั้นตรงนี้เราก็ขอแก้ไขทั้งหมดนะคะ ในบทบัญญัติอันต่อไป ในมาตรา ๙ ว่าเจ้าหน้าที่ในส่วนที่เปึนบุคลากรก็ต้องเปึนไปตามสัญญาจ้างนะคะ ในส่วน ๒ ข้อสุดท้ายที่เราขอแก้ไขก็คือในมาตรา ๓๙ วรรคสอง เดิมมาเปึนมาตรา ๑๑ ใหม่นั้น เดิมนั้นบอกว่าระบบการตรวจสอบภายในของแต่ละองค์การมหาชนนั้นให้เปึนไปตามที่ คณะกรรมการกําหนด แต่กฎหมายไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น กฎหมายเขียนบอกว่า เว้นแต่พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งจะกําหนดเปึนอย่างอื่น เพราะฉะนั้นตรงนี้เราคิดว่าไม่ควรจะมีว่า ตัวพระราชกฤษฎีกาที่จัดตั้งนั้นกําหนดเปึนอย่างอื่นได้ มันจะต้องเปึนไปตามที่คณะกรรมการ หรือบอร์ดเปึนคนกําหนดเท่านั้น ในจุดสุดท้ายก็คือ มาตรา ๑๓ ที่ปรากฏในเอกสาร มันก็เปึนเรื่องเกี่ยวกับการประเมินผล ในเรื่องการประเมินผลที่เปึนจุดอ่อนนั้น นอกจากเปึนไปตามที่คณะรัฐมนตรีกําหนดแล้ว ในกฎหมายเดิมเขียนไว้อีกนะคะว่ำ เว้นแต่พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งจะกําหนดระบบการประเมินผลไว้เปึนอย่างอื่น มันก็จะกลายเปึน จุดที่องค์การมหาชนต่าง ๆ สามารถใช้ข้อนี้หลบได้นะคะว่าเขาสามารถจะจัดตั้งในลักษณะไหน อย่างไรก็แล้วแต่พระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง ส่วนอื่นก็เปึนส่วนที่จะต้องไปดําเนินการทบทวน ที่ออกมาเปึนมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๗ แล้วก็มาตรา ๑๘ ในรายละเอียดที่เอกสารแจกเพิ่มเติม

ดิฉันขอเรียนอย่างนี้ว่าผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้รับจากการดําเนินการตามข้อเสนอแนะ จากผลการศึกษาของเราแล้ว ประการแรกนั้นจะมีการจัดประเภทหน่วยงานของภาครัฐ ให้ชัดเจนและเปึนไปตามหลักการการจัดแบ่งภารกิจหน้าที่ที่เหมาะสม กําหนดให้ ส่วนราชการทําหน้าที่ด้านนโยบายกํากับดูแล บังคับใช้กฎหมาย งานด้านปกครองแล้วก็ ส่วนงานบริการเชิงพาณิชย์กับอุตสาหกรรมให้เปึนรัฐวิสาหกิจ แต่ถ้าเปึนบริการสาธารณะ ทางสังคมกับวัฒนธรรมแล้วก็ไม่แสวงหากําไร ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเปึนส่วนราชการ ให้แยกออกไปเปึนองค์การมหาชน ถ้าดําเนินการตามนี้แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จะสามารถแยกงาน ที่เปึนหน่วยเรกูเลเตอร์กับหน่วยโอเปอเรเตอร์ได้ชัดเจน ประการต่อไปจะทําให้บทบาท ที่แยกไปนั้นจะสามารถกําหนดมาตรฐานการบริการสาธารณะได้ชัดเจน ประการต่อไป ก็สามารถปรับปรุงและยกระดับบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีคุณภาพสูงขึ้นได้ ที่สําคัญต่อไปก็คือสามารถลดขนาดราชการส่วนกลาง โดยการยุบเลิก ถ้าหน่วยไหนได้จัดตั้งเปึนองค์การมหาชนแล้ว เราก็จะยุบเลิกหน่วยงานนั้น ยุบทั้งตัวจํานวน ส่วนราชการ ยุบทั้งจํานวนข้าราชการที่แปลงสภาพไปเปึนเจ้าหน้าที่องค์การมหาชน ซึ่งไม่ใช่ข้าราชการแล้วนะคะ

ที่สําคัญทําให้ระบบการให้บริการสาธารณะมีความคล่องตัวและมีการใช้ประโยชน์จาก ทรัพยากรและบุคลากรให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล และมีความคุ้มค่ามากขึ้น ก็ขอนําเรียนเสนอในภาพรวมของการศึกษาเรื่องการปฏิรูปองค์การมหาชน เพื่อที่จะให้ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติให้ข้อสังเกต แล้วก็ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ขอบพระคุณมากค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านสมาชิกคะ ท่านสมาชิกได้รับทราบรายงานการปฏิรูปองค์การมหาชนตามที่ ท่านกรรมการได้นําเสนอแล้วนะคะ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็น โดยใช้เวลาท่านละไม่เกิน ๕ นาทีเช่นเดิม รายนามที่ดิฉันมีอยู่ในขณะนี้มีท่านคุรุจิต นาครทรรพ ท่านชาลี เจริญสุข ท่านกงกฤช หิรัญกิจ แล้วก็ท่านดอกเตอร์ภัทรียา สุมะโน ขอเชิญท่านคุรุจิต นาครทรรพ ค่ะ

นายคุรุจิต นาครทรรพ

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ก็ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมท่านกรรมการศึกษาการปฏิรูป องค์การมหาชนนะครับ พี่เบญจวรรณ พี่อรพินท์ นั่งมีความขยันขันแข็งเหมือนคุณหญิงจัน คุณหญิงมุกเลยนะครับ คนหนึ่งก็เชี่ยวชาญด้านบริหาร งานบุคคล อีกคนหนึ่งก็เชี่ยวชาญ ด้านองค์กร ผมก็คงต้องแสดงความเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านทํามาป๊กเบ้อเริ่ม แล้วก็ มีแต่ความชื่นชม ก็เห็นด้วยทุกอย่าง ก็มีข้อสังเกตที่อยากจะฝากไป ๓-๔ เรื่อง คือได้ฟัง เพาเวอร์พอยต์ของท่านมาก็ได้ความรู้เยอะเลย ก็มีประเด็นที่มีข้อสังเกตที่กระทรวงพลังงาน ของผมเองก็มีองค์การมหาชนอยู่ ๑ อันก็คือสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน ซึ่งเดิมผมก็จะให้ ปลัดกระทรวงเปึนประธาน ซึ่งผมพอเข้ามาก็บอกขอไม่เปึนจะให้รองปลัดกระทรวงเปึน เพราะว่างานเยอะแล้ว แต่ไม่ใช่เหตุที่ท่านเบญจวรรณพูดนี่นะครับ ก็คิดว่าเหมาะสม ทีนี้ผมก็เลย สงสัยว่าองค์การม หาชนเท่าที่สังเกตก็มักจะเปึนแบบไทย ๆ คือเกิดง่ายแล้วตายยาก ที่ท่านทํามานี่คืออยากให้เกิดง่ายและตายง่ายคือเปึนพระราชกฤษฎีกา ถ้าไม่จําเปึน ก็ให้ยุบได้ ก็ทําอย่างไรมันจะให้เปึนสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ทําได้อย่างนั้นจริง ๆ ก็เลยคิดถึงเรื่อง การประเมินผล การประเมินผลท่านจะออกแบบว่าถ้าประเมินผลไม่ผ่าน ๓ ป้ ทุก ๕ ป้ ประเมินผลแล้วไม่ผ่านก็ออโตเมติก (Automatic) อัตโนมัติยุบไปเลยจะดีไหม เพื่อจัสติฟาย (Justify) ความอยู่รอด เพราะถ้าอย่างนั้นเขาก็จะรู้ตัวว่าต้องหาอะไรมาประเมินให้ผ่าน อีกเรื่องหนึ่ งที่ผมก็มองว่าภารกิจเซอร์วิส โพรไวเดอร์ หรือการให้บริการ สาธารณะ

ของหน่วยราชการที่ควรจะแป รสภาพออกไปเปึนองค์การมหาชนยังมีอีกเยอะ อย่างทุกวันนี้พวกผมพวกพี่ไปขอวีซา (Visa) ที่สถานทูตอังกฤษ สถานทูตออสเตรเลีย สถานทูตนอร์เวย์ สถานทูตสวีเดน เดี๋ยวนี้เขาเอาท์ซอร์ส (Outsource) หมด แล้วทําได้ดีด้วย ไม่มีเส้น ตามคิวเป็ะเลย ขอเมื่อไร ได้เมื่อไร ได้ทันที ผมก็เลยนึกว่าของกระทรวง การต่างประเทศเรื่องทําหนังสือเดินทางหรือของ ตม. ซึ่งดูจะมีอํานาจเยอะจะทําแบบนี้ ได้บ้างไหมตรวจคนเข้าเมือง บางทีเราอาจคัดกรองคนได้ดีกว่า ด้วยซ้ําไป ปัจจุบันก็ทํา เรื่องเอกซเรย์คนที่สนามบินก็เปึนเซอร์วิส โพรไวเดอร์ แต่ว่านั่นไปจ้างเอาเลย เรื่องที่ท่านบอกว่ารัฐวิสาหกิจที่ตั้งมานานแล้วไม่ได้มีวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ควรจะไปเปึน องค์การมหาชนก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง มีเรื่องที่สงสัยคือโรงพยาบาล อย่างผมราชการเขาก็ ตรวจสุขภาพทุกป้ เดี๋ยวโรงพยาบาลโน้นโรงพยาบาลนี้ มีอยู่ป้หนึ่งเปึนโรงพยาบาลบ้านแพ้ว องค์การมหาชน ก็รู้สึกแอกทีฟ (Active) ดีก็พยายามหาโรคให้ผมเจอเพื่อจะได้จ่ายยาเยอะ ๆ แต่ว่าก็รู้สึกเขาก็มีประสิทธิภาพดี ก็อยากจะเรียนว่าก็เห็นด้วยกับที่ท่านเสนอทุกอย่าง อยากจะเพิ่มเติมว่างานอย่างพิพิธภัณฑ์ การให้บริการอุทยานแห่งชาติ หรือห้องสมุด สาธารณะอะไรอย่างนี้น่าจะทําเปึนองค์การมหาชนได้ ทีนี้ก็มีประเด็นเรื่องเทคนิค ระเบียบ นิดหนึ่งอาจจะต้องหารือท่านประธานด้วยว่าคือระเบียบวาระ การประชุมวันนี้แจกมาว่า เปึนรายงาน

แต่เสร็จแล้วท่านประธานก็มีแจกร่างพระราชบัญญัติมาด้วย ก็เลยไม่รู้มันเปึนวาระที่จะต้อง โหวตใหม่หรือโหวตแนบไปในรายงาน เพราะว่ามันจะต้องเข้าระเบียบ ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๐๕ ข้อ ๑๐๗ อะไรนี่นะครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

มิได้ค่ะ ขออนุญาตชี้แจงว่าร่างพระราชบัญญัติอันนี้ยังไ ม่ได้เปึนร่างพระราชบัญญัติ ที่คณะกรรมาธิการเสนอมา เพียงแต่ว่าเปึนข้อเสนอแนะว่าประกอบรายงานในเรื่องนี้ว่า น่าจะมีการปฏิรูปโดยแก้กฎหมายนี้ด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นวันนี้จะไม่ได้มีการพิจารณา เรื่องของร่างพระราชบัญญัติค่ะ

นายคุรุจิต นาครทรรพ

ขอบพระคุณครับ เพราะผมเปึนห่วง เดี๋ยวกลายเปึนว่าผ่านแล้วจะถูกแชลเลนจ์ (Challenge) ทีหลังนะครับ ถ้าอย่างนั้นก็สบายใจขึ้น แต่ว่าจริง ๆ อ่านแล้วก็เปึนร่างพระราชบัญญัติที่ดีนะครับ แต่ว่าคงไม่เข้าหลักเกณฑ์ว่า อยู่ในวาระอย่างที่ท่านประธานบอกนะครับ โดยสรุปก็เห็นด้วย และให้กําลังใจนะครับ แล้วก็ ชื่นชมนะครับที่ท่านมีอยู่ ๒ คนก็อธิบายอย่างเข้มแข็ง แล้วก็รู้จริงทําให้เราได้รับความรู้มาก ก็กราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านชาลี เจริญสุข ค่ะ

นายชาลี เจริญสุข

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนอื่นต้อง ขอบคุณครับว่าเปึนข้อมูลที่เราเข้ามาปฏิรูปแล้วเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ อย่างที่บอกครับว่า ถ้าเราทําเรื่องนี้สําเร็จเรา จะทําให้เกิดความเสมอภาค ไม่เหลื่อมล้ํา เพราะดูจากรายงาน ตอนแรกเป่ดรายงานเข้ามาผมนี่ โอ้โฮ วิชาการทั้งนั้นเลย แต่หัวใจของรายงานเล่มนี้ปรากฏว่า ไม่ใช่เปึน พ.ร.บ. หรือเปึนอะไรที่จะเกี่ยวกับจะใช้เงิน แต่เปึนการปฏิรูปที่จะประหยัดเงิน ของประเทศ เพราะว่าที่ท่านอรพิ นท์ได้แพลม ๆ มานิดหนึ่งว่า โอ้โฮ การใช้จ่ายเงิน ในเรื่องขององค์การมหาชนเยอะแยะมากมาย แล้วจริงครับ ผมเป่ดเข้าไปตกใจครับ เงินเดือนนายกรัฐมนตรี ๑๒๕,๐๐๐ บาท แต่นี่แหละครับองค์การมหาชน ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ต่อ ๑ เดือน ผมเป่ดเข้าไปตกใจว่าทําไมเรื่องนี้ประชาชนไม่รู้ ป่ดอยู่ได้อย่างไร วันนี้ผมถึงดีใจว่า

ขออภิปรายคนแรกเลย แต่บังเอิญไม่ทันท่านปลัดกระทรวงคุรุจิต นาครทรรพ ต้องขออภัย ที่เอ่ยนาม คือผมอย่างนี้ ผมจะขอบคุณเพราะว่าวันนี้ถ้าเราไม่ปฏิรูปเรื่องนี้ ผมว่าในอนาคต เราก็ยังงมเข็มในมหาสมุทร คือเรามามุ่งประเด็นที่ว่าเราจะมาปฏิรูปการเมือง เราจะมา ปฏิรูปเรื่องของรัฐวิสาหกิจ เราจะมาปฏิรูปราชการ แต่องค์การมหาชนเราไม่เคยพูดถึงเลย แล้วถูกซ่อนอยู่ในนี้ ผมจึงสนับสนุนว่าต้องทําให้สําเร็จ ถ้าไม่ทําให้สําเร็จมันก็จะทําให้เรานี้ ไม่ได้ทํางาน เสียของ วันนี้เราค้น พบเดือนสุดท้าย เราต้องทําต่อให้สําเร็จนะครับ ท่านเบญจวรรณกับท่านอรพินท์ แล้วก็ท่านประธานด้วยนะครับ หญิงเก่งทั้ง ๓ ท่าน ต้องทําให้สําเร็จ ผมมีข้อเสนออย่างนี้ครับว่าที่ผ่านมาเราไม่รู้ข้อมูลเรื่องขององค์การมหาชน นี่ผมว่ามันต้องมีการเป่ดเผยข้อมูล เป่ดเผยรายงานฐานะการเงิน เป่ดเผยทุกอย่าง ให้ประชาชนเขารู้บ้าง นอกจากจะบอกว่ามารายงานแต่ต้นสังกัดก็รู้กันอยู่แค่ ๒ คนแหละครับ กระทรวงกับองค์การมหาชน แต่ประชาชนไม่รู้เรื่อง ประชาชนก็ได้รับเศษ ๆ ครับ ก็คือสิ่งที่ ไปทํากิจกรรมในพื้นที่ แต่สุดท้ายคนที่บริหารอยู่ข้างบนก็คือผู้บริหำร ซึ่งผมเปึนข้อเสนอ ต่อไปครับว่าผมว่าต้องปรับแล้วละ ปรับในเรื่องของค่าตอบแทนให้มันสมดุล จริง ๆ ผมไม่รู้จักกับบุคคลทั้งหมดที่ได้เสนอมาว่ามีองค์การมหาชน ๓๐ แห่ง ๔๐ แห่ง ผมไม่ได้รู้จัก แต่ผมเห็นแล้วคือมันเหลื่อมล้ําจริง ๆ ว่าเงินเดือนเยอะกว่าราชการเยอะมากเกิ นไป

แม้แต่นายกรัฐมนตรี ผมว่าต้องลดตรงนั้นลงมา อย่างน้อยที่สุดต้องอย่าให้แซงหน้า นายกรัฐมนตรี หรือทุกวันนี้เราพูดถึงว่าเรากําลังปฏิรูปการเมือง เราบอกว่านักการเมือง มีปัญหาเรื่องคอร์รัปชันใช่ไหมครับ แต่กลายเปึนว่าผมดูเงินเดือนนายกรัฐมนตรีหรือ ส.ส. ก็น้อยไปแล้วถ้ามาเทียบกับองค์การมหาชน จึงเกิดการที่ว่าเงินไม่พอใช้ แล้วก็เกิดเหตุการณ์ ที่ตามมาคืออะไรครับ ปัญหาคอร์รัปชันครับ ต้องไปพึ่งนายทุนทางการเมือง ต้องไปกิน คอมมิชชัน (Commission) ในเงินราชการ ซึ่งจริง ๆ การกินเงินคอมมิชชันในราชการก็คือ การคอร์รัปชันนั่นเองครับ ฉะนั้นต้องตัดปัญหาตรงนี้ ผมว่าเปึนข้อเสนอที่ผมไม่ได้เอาใจ ท่านนายกรัฐมนตรีหรือใครนะครับ คือต้องปรับขึ้นบ้าง ไม่ใช่ท่านนายกรัฐมนตรีกินเงินเดือน อยู่ ๑๒๕,๐๐๐ บาท เสียภาษีแล้วเหลือ ๑๐๐,๐๐๐ บาทอย่างนี้ แต่องค์การมหาชน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ผมถือว่าเปึนประโยชน์นะครับ ตรงนี้ต้องปฏิรูปจริง ๆ ก็ฝาก เพราะว่า ๒๔ วินาทีสุดท้ายแล้วก็ฝากอีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้ปฏิรูป คือนอกจากเป่ดเผยข้อมูลแล้ว ให้มีการให้ประชาชนได้รับรู้เรื่องเหล่านี้แล้วก็มามีส่วนร่วม อาจจะเป่ดพื้นที่ให้ภาคประชาชน เข้ามานั่งในตําแหน่งต่าง ๆ ขององค์การมหาชน เพราะว่าวันนี้รู้สึกว่าจะส่งลูกกันอยู่แค่ ในระบบ ในกระทรวง อย่างที่ท่านพูดถือว่าชื่นชม เพราะว่าท่านตัดปลัดกระทรวงออก ไม่ให้ไปเปึนตําแหน่งในองค์การมหาชนอีก ก็ถือว่าท่านก็ได้มองการณ์ไกล ก็ฝากตรงนี้ว่า เรื่องนี้ต้องทําต่อไปแล้วก็ปฏิรูปให้สําเร็จเพื่อที่จะลดความเหลื่อมล้ํา ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านกงกฤช หิรัญกิจ ค่ะ

นายกงกฤช หิรัญกิจ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายกงกฤช หิรัญกิจ สมาชิก หมายเลข ๐๐๕ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณ คณะกรรมการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้มาเปึนอย่างดีนะครับ ผมเองก็เคยเปึนกรรมการในองค์การ มหาชนมาบ้าง แล้วก็เปึนกรรมการเจรจาตัวชี้วัดของ ก.พ.ร. ในองค์การมหาชนบางแห่ง ก็พอจะคุ้นเคยกับองค์การมหาชน แล้วก็ข้อเสนอที่เสนอมาในเอกสารผมคิดว่าเปึนข้อเสนอ ที่ดีมาก แล้วก็มีข้อมูลที่ผมเองขนาดว่าคุ้นเคยก็ยังไม่เคยเห็นข้อมูลหลาย ๆ ตัวที่ทาง คณะกรรมการได้กรุณารวบรวมมา เพียงแต่ว่าในข้อเสนอเหล่านั้นก็มีข้อสังเกตเพิ่มเติม บางประการ โดยเฉพาะเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าการที่ให้องค์การมหาชนเปึนในลักษณะของ หน่วยงานที่เหมือนมาช่วยเหลือส่วนราชการในการบริการสาธารณะเพื่อความคล่องตัว

ก็เปึนองค์การที่ ๓ รองจากราชการ รัฐวิสาหกิจ แล้วก็เปึนหน่วยงานใหม่ ความจริงเราควร พูดเรื่องนี้กันตั้งนานก่อนที่จะทําวาระปฏิรูปหลาย ๆ เรื่อง เพราะว่าข้อเสนอของวาระปฏิรูป มีการเสนอหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย ผมคิดว่าหลาย ๆ หน่วยงานน่าจะเข้าข่ายขององค์การ มหาชนได้ สิ่งสําคัญที่อยากจะฝาก ประเด็นก็คือว่าหากว่าเราให้องค์การมหาชน เปึนเหมือนหน่วยรับจ้างของส่วนราชการในการบริการสาธารณะ ผมคิดว่าประสิทธิภาพของ องค์การมหาชนก็อยู่ที่ ๒ ส่วน คือ ๑. ความเชื่อมโยงของส่วนราชการกับองค์การมหาชน อันนี้เปึนประเด็นที่ ๑ นะครับ ในส่วนที่ ๒ ก็คือประสิทธิภาพของการบริหารของ องค์การมหาชนเอง ก็คือผู้บริหารและคณะกรรมการซึ่งเปึนส่วนสําคัญส่วนที่ ๒ ในส่วนของ ความเชื่อมต่อผมก็เห็นภาพแล้วที่คณะกรรมการได้นําเสนอว่าจะต้องแยกกันให้ออก ระหว่างผู้กํากับกับผู้ปฏิบัติ ซึ่งอันนี้ก็สอดคล้องตรงกัน เพียงแต่ว่าคณะกรรมการ ที่ไปกํากับดูแลผมคิดว่าไม่อยากมีส่วนราชการไปโดยตรง ความจริงน่า จะล็อก ในตัวคณะกรรมการว่าไม่น่าจะมีส่วนราชการให้มาก องค์การมหาชนก็น่าจะบริหาร ด้วยความคล่องตัว แล้วก็มีความรู้ ความชํานาญ มีคุณภาพที่จะบริหารองค์การได้ จริง ๆ อยากเห็นส่วนราชการไปอยู่ในคณะกรรมการองค์การมหาชนไม่เกิน ๑ ใน ๓ อีก ๒ ใน ๓ น่าจะเปึนผู้มีส่วนเกี่ ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิ และที่สําคัญก็คือว่าต้องตั้งคน ที่มีคุณภาพตรงกับบริการสาธารณะนั้นจริง ๆ

เท่าที่ผ่านมานี่ส่วนใหญ่การเมืองก็จะเข้าไปแต่งตั้ง แล้วก็จะได้คนที่ไม่ตรง พอได้ไม่ตรง ก็จะไปตั้งที่ปรึกษามาเปึนที่ปรึกษาของคณะกรรมการ แล้วก็มีผลตอบแทนเทียบเท่า กับคณะกรรมการ ออกสิทธิออกเสียงเหมือนกรรมการแต่ไม่ต้องรับผิดชอบเพราะเปึน ที่ปรึกษาคณะกรรมการ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเปึนช่องว่าง ก็อยากจะให้อุดช่องว่างตรงนี้ก็คือว่า คณะกรรมการต้องไม่มีการตั้งที่ปรึก ษาได้ เพราะว่าเราควรจะตั้งบอร์ด ที่มีความรู้ ความสามารถเพียงพอแล้วที่จะไปเปึนบอร์ด ก็ไม่จําเปึนจะต้องไปตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการ ให้เสียค่าใช้จ่ายเหมือนกับคณะกรรมการ แล้วก็ไปปฏิบัติหน้าที่เหนือคณะกรรมการ ก็พูดทุกอย่างแต่ไม่ต้องรับผิดชอบเพราะไม่ใช่คณะกรรมการ อันนี้ผมก็อยากจะฝากเปึนประเด็น ในส่วนของการประเมินผลที่มีท่านสมาชิกพูด ผมเองก็เห็นด้วยว่าองค์การมหาชนนี้ควรมีอายุ ให้ชัดเจน ไม่ว่าจะทําเชิงนโยบาย ไม่ว่าจะทําตามที่กําหนดใน ๓ กรอบขององค์การมหาชน ผมคิดว่าอันนี้น่าจะชัดเจนเลยว่าตั้งไว้ ๕ ป้ประเมินเพื่อการอยู่รอดหรือ ๑๐ ป้ เพื่อการอยู่รอด เพราะว่าสังคมไทยก็อย่างที่ว่าประเมินเพื่อให้เขายุบนี่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใคร อยากจะดําเนินการ แต่ผมคิดว่าน่าจะกลับด้าน คือการประเมินเพื่อความอยู่รอด ตรงนี้เอง ก็จะต้องใช้พลังจํานวนมหาศาลที่จะต้องอธิบายว่าทําไมจึงจะต้องอยู่รอด ซึ่งกลับด้าน กับการที่จะไปบอกว่าทําไมจะต้องยุบองค์การเหล่านั้น ผมก็คิดว่าถ้าเราพิจารณากลับด้านกัน ในส่วนของการประเมินนี่ผมก็คิดว่าน่าจะประเมินใน ๒ หน่วยงาน ก็คือของ ก.พ.ร. เอง ซึ่งเปึนหน่วยกํากับดูแลองค์การมหาชนในภาพรวม กับหน่วยราชการที่เปึนผู้ซื้อบริการ สาธารณะเหล่านั้น ผมคิดว่าถ้า ๒ หน่วยงานนี้ประเมินแล้วก็มายันกันก็จะได้อย่างน้อย ไม่ต้องมีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่จะต้องมาตอบว่าใช่ ไม่ใช่ ของการอยู่รอดของ องค์การมหาชนซึ่งก็จะทํา ให้เกิดมีความที่เปึนอิสระต่อหน่วยงานที่จะตัดสินใจมากขึ้น ผมคิดว่าใน ๒-๓ เรื่องนี้ก็คิดว่าอยากจะฝากเปึนประเด็นต่อท่านคณะกรรมการเอาไว้ว่า จะทําให้องค์การมหาชนผมคิดว่าต้องขยายผลและให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านดอกเตอร์ภัทรียา สุมะโน ค่ะ

นางภัทรียา สุมะโน

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน ภัทรียา สุมะโน สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉันขออภิปรายให้ความเห็นแล้วก็ข้อเสนอแนะ รวมทั้งข้อสงสัยบางอย่างเกี่ยวกับการปฏิรูปองค์การมหาชนนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ ที่จริงองค์การมหาชนนี้เปึนรูปแบบของการบริหารจัดการภาครัฐที่ดีในเรื่องของ การตอบโจทย์ปัญหาความอุ้ยอ้ายล่ำช้าอะไรต่าง ๆ นี้ รวมทั้งงานเฉพาะทางอย่างที่ ท่านประธานและท่านกรรมการได้เสนอไปแล้วเปึนแนวคิดและหลักการที่ดี ดิฉันมีข้อสงสัย แต่สงสัยเองก็ตอบเองแล้วนะคะว่าการกําหนดอัตราค่าตอบแทนแล้วก็เบี้ยประชุมที่สูงมากนี้ มันเปึนเพราะว่างานสําหรับที่จะเปึนองค์การมหาชนนี้จะต้องจัดแล้วว่าเปึนงานที่ทําได้ยาก หาบุคลากรยากหรือว่าต้องใช้อุปกรณ์อะไรต่าง ๆ ที่แพงใช่ไหมคะก็เลยตั้งไว้สูง อย่างเช่นสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (Synchrotron) อะไรอย่างนี้นะคะ หรือว่า องค์การก๊าซเรือนกระจกอะไรต่าง ๆ นี่ คือมันเปึนเรื่องยาก ๆ นะคะ หรือว่าสถาบันรับรอง คุณภาพสถานพยาบาลอะไรอย่างนี้ก็เลยตั้งไว้สูง ทีนี้ปัญหานี้มาเกิดขึ้นที่ว่าการดําเนินงาน มันไม่เปึนไปตามที่คิดไว้ก็เลยต้องมาแก้ปัญหา แต่ดิฉันก็มีข้อสงสัยว่าการยุบเลิกนี่จะเปึน คําตอบที่เหมาะสมและที่ดีหรือเปล่า ๓๙ แห่งเลยนะคะ ๓๙ แห่งขององค์การมหาชน ที่เปึนอยู่ แล้วที่ดิฉันได้ศึกษามานี้ทั้ง ๓๙ แห่งนี้มีเกินครึ่งที่ดําเนินงานบริหารไม่เปึนไปตาม วัตถุประสงค์แล้วก็เปัาหมายที่ตั้งไว้ ข้อเสนอของท่านกรรมการนี่ศึกษามาดีมากแล้วเปึน ข้อเสนอที่ดีมากในเรื่องของการบริหารองค์การนะคะ แต่ว่ายังไม่ค่อยชัดเจน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ว่ามันเปึนการแก้ปัญหาองค์การมหาชนที่มีอยู่ในปัจจุบันนะคะ

ปัญหาที่เกิดจากการกํากับดูแลท่านก็เสนอแก้ตรงนี้ก็ดี การดําเนินการ การบริหารการใช้ งบประมาณ ดิฉันอยากจะเสนอว่าในข้อเสนอปฏิรูปของท่านระยะ ๑๐ ป้ ดูที่จะทําได้ ค่อนข้างยาก เสนอให้ขยายดีไหมคะ โดยเฉพาะระยะแรกซึ่งเปึนระยะของการทบทวน การทบทวนทั้งหมดเลยนี่ทบทวนว่าอันไหนที่จะคงอยู่ อันไหนควรจะยุบเลิก อันไหนควรจะ ฟุ๋นฟู หรือว่าถ่ายโอนภารกิจ ตรงนี้ท่านกําหนดไว้แค่ป้เดียวป้กว่า ๆ ไม่ถึง ๒ ป้คือจาก ป้ ๒๕๕๘ ถึงป้ ๒๕๖๐ ก็ป้กว่าเองจะทําได้ทันหรือไม่ จะขยายเปึน ๓-๔ ป้ไหม แล้วก็การที่ จะยุบเลิกมันก็เปึนความเจ็บปวดของบุคลากรที่เขาทํางานอยู่เดิม จะหาวิธีอะไรที่เรา จะช่วยเหลือเขาให้คงอยู่ด้วยดี ที่ยุบ ๆ ไปดิฉันก็เห็นว่าเอาไปรวมไว้กับเปึนรัฐวิสาหกิจบ้าง เอาไปรวมไว้กับหน่วยราชการบ้าง ๓๙ แห่งเราจะแก้ปัญหาทั้งหมดนี้ได้อย่างไร ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอมาก็ยังมีหลายข้อที่ดิฉันไม่เห็นด้วย คือไม่ใช่ไม่เห็นด้วยอะไร คือเปึนข้อเสนอที่ดีแต่ว่าคิดว่าเปึนไปได้ยากในทางปฏิบัติ อยากให้ไปทบทวนข้อเสนอ อีกทีหนึ่ง งานที่เปึนองค์การมหาชนหลายงานเลยที่เปึนงานที่เล็ก ๆ แต่พอดูงบประมาณ กับบุคลากรที่ใช้นี่ใช้งบประมาณสูง อย่างเช่นหอภาพยนตร์ หอภาพยนตร์เกิดมาจากงาน เล็ก ๆ ในกรมประชาสัมพันธ์ที่เรียกว่างานส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่เรามีอยู่ งานนี่คือฝ์ายนั่นเอง เสร็จแล้วงานนี้ก็โอนไปอยู่กับกระทรวงวัฒนธรรม แล้วก็ทางด้าน การอนุรักษ์ภาพยนตร์เขาก็ไปเสนอโครงการจนกระทั่งเกิดเปึนหอภาพยนตร์ขึ้นมา ก็เปึนงาน ที่ไม่ใหญ่แต่ทุกวันนี้ใช้งบประมาณสูง แล้วก็ผลของงานก็ยังไม่ได้เห็นชัดเจน ดิฉันเห็นด้วยกับ ท่านคุรุจิตที่ว่า สิ่งเดียวที่มันจะทําได้ก็คือการประเมินผลที่มีมาตรฐานแล้วก็ชัดเจน อย่างไม่เข้าใครออกใคร แล้วก็จะยุบ จะฟุ๋นฟู จะอะไรก็ต้องเปึนไปตามนั้น คือไม่เห็นหน้าใครทั้งสิ้นค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ จะมีท่านใดที่อยากจะแสดงความเห็นในเรื่องนี้อีกไหมคะ อีก ๒ ท่าน เท่านั้นนะคะ ขอเชิญทีละท่านค่ะ ขอเชิญท่านสายัณห์ก่อนก็ได้ค่ะ

นายสายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์

เรียนท่านประธานครับ ผม สายัณห์ จันทร์วิภาสวงศ์ มีนิดเดียวครับ เผอิญเมื่อกี้มีท่านหนึ่งอภิปรายเรื่องเกี่ยวกับหอภาพยนตร์ แห่งชาติ เผอิญผมเข้าไปมีส่วนรับรู้เกี่ยวกับหอภาพยนตร์แห่งชาติ ซึ่งได้จัดตั้งขึ้น ด้วยทุนส่วนตัวของผู้ที่ก่อตั้งก็คือ คุณโดม สุขวงศ์ แล้วก็จากนั้นก็ได้มีความพยายาม

ทําหอภาพยนตร์แห่งชาติจนกระทั่งเปึนองค์กำรมหาชน ซึ่ง ณ วันนี้ผมเชื่อมั่นว่าถ้าไม่มี องค์กรแห่งนี้ประเทศไทยเราก็จะไม่ทราบประวัติศาสตร์ของประเทศไทยเลยว่า มีภาพยนตร์เรื่องแรกในประเทศไทยชื่ออะไร แล้วก็สมัยที่รัชกาลที่ ๕ ท่านเสด็จ ต่างประเทศนั้นมีฟ่ล์มสั้น ๆ ตรงนี้ซึ่งเปึนสิ่งบอกเหตุทางประวัติศาสตร์ข องประเทศไทย ซึ่งผมคิดว่าหอภาพยนตร์แห่งชาติเปึนองค์กรที่ได้มีการทําหน้าที่ในการเก็บประวัติศาสตร์ ของประเทศไทยไว้เปึนอย่างดี แล้วผมยังห่วงว่าถ้าไม่มีองค์กรแห่งนี้ประเทศไทยจะศึกษา ประวัติศาสตร์ในภาพเคลื่อนไหวได้อย่างไร ผมก็เลยขอเรียนว่าที่บอกว่าหอภาพยนตร์ แห่งชาตินั้นไม่ได้มีผลงานอะไรเปึน ที่ปรากฏ ผมก็อยากจะเรียนว่าจริง ๆ แล้วเขามี เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้ทําบทบาทอะไรให้มันเปึนเรื่องโฉ่งฉ่างเหมือนกับองค์การทั่ว ๆ ไป เขาโลว์ โปรไฟล์ (Low profile) ที่พูดเช่นนี้เพราะอะไร เผอิญผมเคยไปเยี่ยมองค์กรแห่งนี้ แล้วได้ไปสัมผัสบรรยากาศในการทํางานของคนที่ทํางานที่นี่ ผมเชื่อมั่นว่าองค์กรแห่งนี้ เขาทํางานแล้วมีความตั้งใจ เปึนองค์กำรมหาชนที่มีความตั้งใจที่อยากจะทํางาน เพื่อประวัติศาสตร์ประเทศไทยครับ ผมขอเรียนเท่านี้ละครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ รายนามที่มีอยู่ในขณะนี้มีท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ท่านเขมทัต สุคนธสิงห์ ท่านสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง ท่านทิวา การกระสัง ท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ ะ มนูญทวี และท่านอมร วาณิชวิวัฒน์ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ผมว่าเรื่ององค์การมหาชนต้องแยกเรื่อง เรกูเลเตอร์ องค์การมหาชนก็เปึนโอเปอเรเตอร์ ผมว่าองค์การมหาชนของเราที่มีปัญหาก็คือว่า มันเปึนโอเปอเรเตอร์ที่ไร้เจ้าของ เพราะฉะนั้นมันต้องมีเจ้าของต้องมีโอนเนอร์ (Owner) แล้วโอนเนอร์ต้องรับผิดชอบในการที่จะตั้งคนไปบริหารองค์การมหาชนนี้ เพราะฉะนั้นผมว่า จริง ๆ เรกูเลเตอร์มันอาจจะกระจายตามกระทรวงได้ แต่ว่าโอนเนอร์ถ้าเปึนเรื่องการศึกษา ก็รวมไว้ที่สํานักปลัด หรือจะมีหน่วย หรือจะมีกรมไหนมาทําหน้าที่เปึนเจ้าของ ตัวโอเปอเรเตอร์ หรือต่อไปกระทรวงสาธารณสุขก็เหมือนกัน ถ้าโรงพยาบาลถ่ายโอนไปเปึน องค์การมหาชนเยอะ ๆ ก็ต้องมีคนทําหน้าที่เปึนโอ นเนอร์ส่วนเรกูเลเตอร์ก็เรกูเลเตอร์ ผมว่าตัวโอนเนอร์ต้องรับผิดชอบในการที่จะดูแลคัดคนที่มีความสามารถที่จะเข้าไปบริหาร ตัวองค์การมหาชนนี้ แล้วผมไม่เห็นด้วยเลยว่าองค์การมหาชนจะมีโดยตําแหน่งราชการเข้าไป มันต้องอยู่ที่ภารกิจของแต่ละงานแล้วมันต้องชัดเจนว่าคนที่เข้ำไปอย่างน้อยก็ต้องมีคนที่ รู้เรื่องบริหารงานบุคคลที่จะเข้าไปช่วยเขาดูเรื่องบริหารงานบุคคลและภารกิจของเขาที่เขา จะบริหารจัดการ มันต้องมีการกําหนดสเปก (Spec) คนที่จะเข้าไปทํางานแทนว่าจะไป รัน (Run) แห่งนี้ให้มันเปึนไปตามวัตถุประสงค์ให้ดีแล้วก็มีคุณภาพได้อย่างไ ร แล้วมันต้องมี การคํานวณออกมาด้วยว่าถ้าบางอย่างที่มันเปึนเซอร์วิส (Service) ที่ชัดเจนที่ไม่ใช่เกี่ยวกับ เรื่องนวัตกรรม ถ้าสถาบันวิจัยมันเกี่ยวกับนวัตกรรมอันนั้นก็อีกเรื่องหนึ่งว่านวัตกรรม ทั้งหลายมันออกมาอย่างไร แต่ถ้าเปึนบริการไม่ว่าจะเปึนหอสมุด ไม่ว่าโรงเรียน โรงพยาบาล มันต้องสามารถคํานวณออกมาได้ว่าบริการที่ให้กับบุคคลทั่วไปออกมาเปอร์ เฮด (Per head) เท่าไร มันแพงไหม มันคุ้มหรือเปล่า ต้องคํานวณออกมาให้เห็นว่าเงินที่ใส่เข้าไปกับคนที่มา รับบริการในที่สุดมันออกมาหัวละเท่าไร แล้วความพึงพอใจของผู้รับบริการมันต้องมีระบบ มีตู้มีอะไรว่าผู้รับบริการเสร็จคุณประเมินเลยแล้วใส่กล่อง แล้วโอนเนอร์ก็ต้องมีระบบ ที่จะเอามาดูว่าเขาประเมินแล้วการทํางานเปึนอย่างไร ส่วนเงินเดือนผมว่ามันแล้วแต่ครับ

ถ้าด้านวิทยาศาสตร์ผมว่าจะแพง มีผลงานจะแพงอย่างไรผมก็ยินดีครับ หรืออย่างโรงพยาบาล บ้านแพ้วแพงผมก็ไม่ว่าในเมื่อเขาเลี้ยงตัวได้ขยายบริการที่ดี ได้ หรือโรงพยาบาลเจ้าพระยา อภัยภูเบศรแบบนี้แพงผมก็ไม่ว่า ถ้ามาเปึนองค์การมหาชนเขาสามารถทําสมุนไพรไทยขาย กําไรเยอะแยะ มีการตลาดมีอะไร ผมว่าพวกนี้มันต้องขึ้นอยู่กับผลของงาน ถ้าเราเป่ดโอกาสได้ หรือต่อไปถ้ามีโรงเรียนอาชีวศึกษาขึ้นมาแล้วก็เปึนองค์การมหาชน แล้วก็สามารถจัดบริการดีแล้ว ก็เอาเด็กมารับทํางานแล้วก็มีคนไปใช้บริการแล้ว ก็มีกําไร หรือรับไปทํางานข้างนอกแล้วก็ มีกําไรอย่างนี้ค่าตอบแทนสูงไม่น่ามีปัญหา ผมว่าต้องขึ้นอยู่กับผลของงาน เพราะฉะนั้น ผมว่าสิ่งที่เราจําเปึนต้องทําอย่างมากนอกจากเรกูเลเตอร์ เรกูเลเตอร์เพียงแต่เปึนคนให้ ไลเซนส์ (License) ถ้าเปึนโรงพยาบาลก็เปึนผู้ให้ใบอนุญาตเปึนโรงพยาบาลแล้วก็ควบคุม มาตรฐานว่าคุณได้มาตรฐานหรือเปล่า ไม่ได้มาตรฐานก็สั่งป่ดยึดใบอนุญาตอันนั้น มันก็เรื่องของเรกูเลเตอร์

แล้วก็ติดตามประเมินผลเรื่องคุณภาพ โอนเนอร์ก็ต้องดูความคุ้มค่า แล้วก็โอนเนอร์ก็ต้องดู เอฟเฟคทีฟเนส (Effectiveness) แล้วก็ต้องสามารถดูแลความโปร่งใส สามารถเข้าไป แทรกแซงได้ถ้ามีการจัดซื้อจัดจ้างที่ไม่โปร่งใส ผมยังว่าแบบมหาวิทยาลัยก็เหมือนกันนะครับ ยังไร้โอนเนอร์เลย ไม่สามารถที่จะเข้าไปแทรกแซง ไม่สามารถเข้าไปดูได้เลยว่าใครเข้ามา บริหารมหาวิทยาลัยมีคุณภาพดีหรือเปล่า หรือมหาวิทยาลัยตกเปึนของอธิการบดีตั้งแต่ คนแรกแล้วก็ครอบครองไปตลอด ผมว่าเราต้องทบทวนทั้งหมดเลยครับว่าเรื่องเหล่านี้ต้องดู เรื่องเรกูเลเตอร์บทบาทอย่างไร โอเปอเรเตอร์บทบาทอย่างไร แล้วโอนเนอร์บทบาทอย่างไร แล้วก็ทําอย่างไรจะสามารถที่จะดูแลบริหารจัดการได้ เรกูเลเตอร์แยกหลายกระทรวงได้ โอนเนอร์ก็ควรจะรวมด้วยกันเหมือนรัฐวิสาหกิจเขาก็พยายามรวมโอนเนอร์ของรัฐวิสาหกิจ ก็ไปอยู่กระทรวงการคลัง ถ้าอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เขาก็จะมีสถาบันใหม่ขึ้นมา

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

อาจารย์คะ ประเด็นของอาจารย์ชัดเจนแล้วค่ะ

นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์

ขอบคุณมากครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ต่อไปขอเชิญท่านเขมทัต สุคนธสิงห์ ค่ะ

นายเขมทัต สุคนธสิงห์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมการทั้ง ๒ ท่านที่เคารพครับ ผม เขมทัต สุคนธสิงห์ ๐๒๕ ในฐานะที่เคยเปึน ผู้มีประสบการณ์ในการบริหารองค์การมหาชนมาก็อยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อจะเปึนประโยชน์ ๔ ประเด็นนะครับ ผมคิดว่าประเด็นแรกประเด็นสําคัญที่สุดก็คือ วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์การมหาชนนั้นทุกครั้งจะต้องชัดเจน ชัดเจนอย่างไร คือการที่ จะเปึนเซอร์วิส โพรไวเดอร์ แล้วก็เปึนหน่วยรับจ้างของรัฐบาลนั้นจะต้องคุ้มค่ากว่าการที่ รัฐทําเอง อันนี้อันที่ ๑ นะครับ อันที่ ๒ ถ้าไปจ้างบริษัททําแล้วเขาทําได้ดี แล้วก็ค่าบริการ ไม่แพงเกินไปก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา ยกตัวอย่างเช่นวันนี้กระทรวงการต่างประเทศให้ค นทํา พาสปอร์ต (Passport) แล้วก็ไม่มีคนร้องเรียนก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาให้เขาทําไป เว้นเสียแต่ว่า ถ้าเกิดมันแพงก็จําเปึนต้องดูแลก็จัดตั้งขึ้น กับอันที่ ๓ ซึ่งสําคัญมาก แล้วก็ที่เมื่อกี้ ท่านสมาชิกได้พูดให้ข้อมูลก็คือความจําเปึนในการรักษาทรัพย์สินและภูมิปัญญาของประเทศ

อันนี้จําเปึนครับ เพราะว่าไม่ทําก็ไม่ได้ ฉะนั้นถ้าเผื่อ ๓ ข้อนี้ชัดเจนแล้วประเด็นต่อ ๆ ไป อาจจะชัดเจน แต่ที่ผ่านมาการจัดตั้งองค์การมหาชนนั้นประเด็น ๓ ข้อนี้ไม่ชัดเจน ประเด็นที่ ๒ ที่เปึนผลต่อการดําเนินงานขององค์การมหาชนก็คือเรื่องของกรรมการบริหาร ที่หลายท่าน ได้กรุณาพูดการที่เปึนกรรมการมาจากตําแหน่งก็คือเอาแนวคิด วิธีคิดแบบราชการเข้ามา ทํางานในองค์การมหาชนซึ่งสมควรจะต้องทํางานแบบบริษัท ฉะนั้นมันก็เปึนไปไม่ได้ รวมทั้ง กรรมการเองไม่มีความเข้าใจในพันธกิจ เปัาหมาย วิธีการดําเนิ นงานที่จะต้องมุ่งทั้ง ประสิทธิผล ประสิทธิภาพ และที่สําคัญที่สุดคือผลิตภาพ โปรดักทิวิตี (Productivity) หลายเรื่องบางครั้งอาจจะดูว่าแพง แต่ถ้าเผื่อเปึนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องทําเร็วเรื่องของ ผลิตภาพนั้นจําเปึนต้องยอมทํา เพราะถ้าเผื่อเปึนระยะสั้นทําได้ อันนี้คือเรื่ องของ กรรมการบริหาร ที่สําคัญอีกอันหนึ่งคือกรรมการต้องรับผิดชอบต่อผลการดําเนินงาน แบบเดียวกับบริษัทคือไม่ใช่เข้ามานั่งเปึนกรรมการเฉย ๆ ไม่พูดอะไรเลยแล้วก็รับเบี้ยประชุม ไป ซึ่งก็เจอมาแบบนี้จริง ๆ แล้วก็เปึนเรื่องของระบบอุปถัมภ์นั้นก็คงเปึนไปไม่ได้ ประเด็นที่ ๓ เรื่องงบประมาณ การของบประมาณถ้าเผื่อยังให้องค์การมหาชนของบประมาณ ตามแบบระบบราชการคือเสนอเนื้องานขึ้นมาแล้วก็จะรับงบเท่าไรมันเปึนไปไม่ได้ เพราะว่า จริง ๆ แล้วจะต้องคิดถึงเรื่องประสิทธิภาพที่ต้องสูงกว่าผลิตภาพ แล้วก็ต้องควบคุมนะครับ เมื่อกี้เราพูดถึงเรื่องค่ำจ้าง งบบุคลากรไม่ควรจะเกินร้อยละ ๒๕ ซึ่งอันนี้เปึนมาตรฐาน ของการทําบริษัททั่ว ๆ ไป ราชการไป ๓๐ แต่องค์การมหาชนจะต้องทําให้ได้ ๒๕ ถ้าไม่อย่างนั้นก็อย่าตั้ง การประเมินผลนั้นก็ทําให้ได้ตามผลิตภาพ ประสิทธิผล ก็เปึนครั้ง ๆ ไปเท่านั้นเองอาจจะทําได้ เรื่องการจัดซื้ อจัดจ้างต้องมีเกณฑ์นะครับ เพราะว่าสเปเชียล เดลิเวอรี ยูนิต (Special delivery unit) การจัดซื้อจัดจ้างคงเปึนแบบ ราชการไม่ได้ บางครั้งที่จะต้องทําให้เห็นผลเร็วก็จะต้องมีวิธีการ ผมเจอปัญหาว่าพอไป จัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษเพราะมันใช้วิธีกลางไม่ได้ก็ถูกเพ่ งเล็งว่ามีปัญหา แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น เรื่องสุดท้ายคือเรื่องของค่าตอบแทนการประเมินผล

ที่หลายท่านพูด ค่าตอบแทนราชการเราต่ําเกินจริงอยู่แล้วถ้าไปเทียบกับต่างชาติ ไม่ว่าจะเปึนท่านนายกรัฐมนตรีหรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นค่าตอบแทนจะต้อง ใช้ตามราคาตลาดก่อนว่าถ้าเผื่อทําอย่างนี้ราคาตลาด ถ้าจะต้องทําแข่งกับเอกชน เปึนอย่างไร เสร็จแล้วจะต้องมีการประเมินผลอย่างเข้มข้นจริงจัง ไม่ใช่เปึนการตกลงนะครับ อย่างที่ท่านบอกว่า ก.พ.ร. ไปตกลงว่าจะมีตัวชี้วัดแค่นี้ไม่ได้ครับ ต้องเปึนเรื่องที่แข่งกับ ราคาตลาดจริง ๆ ผลงานตามตลาดจริง ๆ ถ้าทําอย่างนี้ได้แล้วก็จะไม่มีข้อครหาว่าจ้างแพง เกินไป แต่ที่ผ่านมานั้นผลงานไม่ได้ถูกวัดตามค่าตอบแทนมันก็มีปัญหา เรื่องการรับบุคลากร เข้าทํางานก็ต้องมีกา รควบคุมการรับเข้าแล้วก็ประเมินผลอย่างจริงจังนะครับ ผมเชื่อว่า หลายที่เปึนสุสานของคนเกษียณอายุของในหน่วยราชการเอง การประเมินผลนั้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานราชการเอง ผู้รับบริการหรือว่าหน่วยประเมินผลกลาง ต้องทําทั้ง ๓ เรื่อง แล้วเอามาประสานกันเพื่อที่จะวัดผลให้ได้อย่างแท้จริง เรื่องของการ จัดซื้อจัดจ้างเมื่อกี้ผมเรียนนิดหนึ่งนะครับ โพสต์ ออดิต (Post audit) จําเปึนนะครับ แล้วก็ ต้องทําอย่างเข้มข้น ถ้าไม่ทําอย่างเข้มข้นนี่รั่วไหลมากนะครับ แล้วก็องค์การมหาชน ผมเชื่อว่ารั่วไหลมาก เพราะว่าการจัดซื้อจัด จ้างบางครั้งก็ไปใช้วิธีพิเศษแล้วไม่มีการทํา โพสต์ ออดิต วัดผลงานไม่ได้ คงจะเปึนข้อมูลที่จะช่วยท่านกรรมการได้นะครับ จากที่เคย ทํางานมา ขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง ค่ะ

นายสุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ผม สุทัศน์ เศรษฐ์บุญสร้าง เลขที่ ๒๑๕ ขอขอบคุณท่านผู้นําเสนอทั้ง ๒ คนนะครับ คือร้องเพลงประสานกันได้ดีมากเหมือนนก ๒ ตัวอยู่บนเวที มีท่านประธานเปึน คอนดักเตอร์ (Conductor) ก็ต้องขอขอบคุณที่รายงานตัวนี้มันค่อนข้างจะคอมพรีเฮนซีฟ (Comprehensive) ในตัวของมันเอง มันเปึนการนําเสนอข้อมูลชุดที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ เกี่ยวกับเรื่ององค์การมหาชนนะครับ แต่ผมอยากจะมีข้อเสนอเพิ่มเติม ๓ ข้อ เปึนข้อสังเกต อันนี้นะครับ อันที่ ๑ องค์การมหาชนมันก็เปึนอุปกรณ์ เปึนเครื่องมือตัวหนึ่งในการบริหาร ราชการแผ่นดิน เครื่องมือนี่มันจะต้องวัดประเมินผลในเรื่องของผลที่มันจะทําให้เกิดขึ้น เราจะไปบอกว่าเครื่องมือในตัวของมันเองมันดีไม่ดี มันก็คงจะได้ในระดับหนึ่งนะครับ

ถ้าเราเอาค้อนไปตอกตะปูมันก็วัดประสิทธิภาพของค้อนได้ แต่ถ้าจะเอาค้อนไปทํากิจกรรม อย่างอื่น เช่น จะไปขว้างคนอะไรอย่างนี้มันก็อาจจะไม่ใช่เปึนจุดประสงค์ของมัน การประเมินผลต้องอยู่ที่ว่าจุดประสงค์ของมันคืออะไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าสิ่งที่น่าจะ ทําในการที่เราจะประเมินทั้งทีนี่นะครับ ทั้งระบบ ยกระบบนี่ เราควรจะดูว่าอนาคตของเรา อีก ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ข้างหน้าระบบเศรษฐกิจสังคมมันเปลี่ยนไปข้างหน้า อุปกรณ์ตัวนี้นะครับ ก็คือองค์การมหาชนจะทําหน้าที่อะไรของมันที่มันจําเปึน แล้วรูปแบบของมันควรจะเปึน อย่างไร เมื่อกี้ก็มีการเสนอรูปแบบหลายรูปแบบนะครับ แล้วเขาจะมีการประเมินเรื่องของ รัฐวิสาหกิจ เราก็ดูว่าตอนนี้ความจําเปึนของประเทศต่อไปข้างหน้ามันจะเปึนอย่างไร ถ้าเราต้องการที่จะพัฒนาประเทศต่อไปข้างหน้าโดยเฉพาะเราจะเปึนจุดเชื่อมทางเศรษฐกิจ ของประเทศต่าง ๆ เราจะต้องปฏิรูปอะไรบ้าง คือก็เจอทันที เลยว่ารัฐวิสาหกิจของเรา เกือบทั้งหมดเลย เรื่องคมนาคมขนส่งทั้งหมดเลยมันเปึนรัฐวิสาหกิจ เพราะฉะนั้นไม่ปฏิรูป รัฐวิสาหกิจมันก็เดินไปไม่ได้ ในทํานองเดียวกันมันต้องดูว่าองค์กำรมหาชนที่มีอยู่ตอนนี้ มันทําหน้าที่อะไรของมันอยู่ในภาพรวมของประเทศ แล้วต่อไปที่สําคัญก็คื ออีก ๑๐ ป้ ข้างหน้าเราต้องการอะไร ๒๐ ป้เราต้องการอะไร จะยุบจะเลิก ไปตรงไหนไปทางไหน ต้องมีเปัาของประเทศในระยะยาวเปึนเปัาหมายในการที่จะประเมิน ไม่ใช่ประเมินว่าตัวมันดี ไม่ดีเท่านั้น ต้องมีจุดประสงค์ระยะยาวของมันด้วยนะครับ ข้อที่ ๒ ผมคิดว่าในการปรับปรุง ต้องใจกว้างนิดหนึ่ง แล้วผมคิดว่าถ้าเราทําระยะยาวมันมีโอกาสที่จะทําให้องค์กร มันปรับเปลี่ยนรูปแบบต่าง ๆ ได้นะครับ เรามีเรื่องของเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาเยอะมากตอนนี้ เรื่องดิจิทัล

ความจริงคนที่เขาจะเอามาใช้ในการที่จะบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้อีกเยอะ เราต้องเอา พวกนี้มาพิจารณาด้วย แล้ววิธีการทํางานในการบริหารในบริษัทเอกชนมันก็เปลี่ยนรูปแบบ ไปเยอะแยะ คงต้องมาคิดว่ากลับไปที่อนาคตใหม่แล้วก็มองย้อนกลับไปว่าปัจจุบันนี้เราต้อง ปรับตัวของเราขึ้นไปอย่างไร แล้วบทบาทขององค์การมหาชนมันจะอยู่แค่ไหน แล้วรูปแบบ ขององค์การมหาชนมันควรจะเปึนอย่างไร แล้วจากนั้นถึงมาทําแผนในการปฏิรูป ซึ่งท่านเสนอไว้ตรงนี้ ผมว่าการบ้านโจทย์ ๒ โจทย์แรกนี่มันก็สําคัญพอ ๆ กับการที่จะมา ประเมินว่าองค์การมหาชนในปัจจุบันที่เรามีอยู่นี่มันดีไม่ดี เหมาะสมไม่เหมาะสม แต่ผมเชื่อว่า การทําโจทย์ ๒ โจทย์แรกก่อนนี่มันสําคัญกว่าในการที่จะทําโจทย์ที่ ๓ ในตัวของมันเอง ก็ขอขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านทิวา การกระสัง ค่ะ

นายทิวา การกระสัง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านประธานกรรมการ ท่านกรรมการ ขอให้กําลังใจนะครับ น่าจะขึ้นไปข้างบน มากกว่านี้ขึ้นไป ๒ ท่านรู้สึกว่าจะเหงานะครับ ตอนแรกว่าจะไม่พูดแต่ก็จะให้กําลังท่าน ดูข้อมูลของท่านแล้วดีมาก โดยเฉพาะองค์การมหาชนที่ผมดูชื่อและภาระงานในเอกสาร ภาคผนวกที่ ๕ เปึนต้นไป เรื่องเกี่ยวกับเบี้ยประชุมหรือองค์กรต่าง ๆ ผมสนใจองค์การ มหาชน ๒ องค์การ คือสํานักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ํา และการเกษตร เราเปึนประเทศเกษตรกรรมมีองค์การมหาชน ๒ องค์การนี้น่าจะดูแล เรื่องเกี่ยวกับการเกษตรได้ดี แต่ที่ผ่านมาผมเห็นว่าองค์การมหาชน ๒ องค์การนี้ไม่มีผลงาน เปึนที่ประจักษ์เลย เขาทําอะไรให้กับประเทศชาติบ้าง เกษตรกรทุกวันนี้พืชแม้แต่พันธุ์ข้าวนี่ ต้องไปซื้อกิ โลกรัมละ ๓๕ บาท ๓๗ บาท สํานักงานวิจัยไม่เคยวิจัยพันธุ์ข้าวที่ดี ๆ สู้การรักษาพันธุ์ข้าวของเกษตรกรไม่ได้ แต่เขาได้อะไรครับ เบี้ยประชุมครั้งละ ๑๖,๒๕๐ บาทสําหรับประธาน รองประธาน ๑๓,๐๐๐ บาท ประธานอนุกรรมการ ๘,๑๒๕ บาท อนุกรรมการ ๖,๕๐๐ บาท ผมได้วันละ ๑,๕๐๐ บาท ผมว่ามันเยอะแล้ว รู้สึกอายว่าด้วยทําไมเบี้ยประชุมเราเยอะ วันละ ๓๐๐ บาทคือชาวบ้านเขาทํางานทั้งวัน อันนี้ประชุมกี่ชั่วโมง ผอ. ได้ค่าตอบแทน ๒๘๔,๖๓๕ บาท ถ้าผลงานของเขาสามารถ

ก่อให้เกิดการพัฒนาทางการเกษตร วิจัยออกมา ถ้าเรามาเทียบกับองค์กรนี้กับสํานักวิจัย ของเซนทาโกหรือซีพีต่างกันมากเลย เขาวิจัยข้าวโพด เขาวิจัยปลา ปลานิลปลาอะไร ทุกอย่าง วิจัยเรื่องสุกร วิจัยเรื่องการเลี้ยงสัตว์ เขาพัฒนาไปสูงมาก แต่องค์กรนี้ทําอะไร ให้กับประเทศ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ําและการเกษตรก็หนึ่งแหละ มีเบี้ยประชุม ครั้งละ ๗,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ๖,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท ค่าตอบแทน ผอ. ๓๗๒,๕๕๙ บาท ผมถามเรื่องความคุ้มค่าของการมีองค์กรนี้กับการพัฒนาประเทศ เกิดน้ําแล้ง เกิดน้ําท่วมองค์กรนี้ออกอะไรมาบ้าง เขาศึกษาแล้วก็ทายล่วงหน้าไหม ผมชอบยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ์น ถ้าเขาบอกว่าฝนตกเวลา ๑ ทุ่ม ฝนก็ตก ตกปริมาณเท่าไร เขาเตรียมการล่วงหน้าได้ แต่องค์กรนี้น่าจะมีหน้าที่ในการศึกษาและวิจัยเรื่องน้ําแล้ว การใช้น้ําของประเทศว่าประเทศควรจะเตรียมการอะไรล่วงหน้าสําหรับน้ําแล้ง เตรียมอะไร สําหรับน้ําท่วม เขากินเงินเดือนตั้งเยอะแยะ ผมอยากให้มีการปฏิรูปโดยการประเมิน อย่างจริงจังเหมือนที่หลายท่านอภิปรายนะครับ ถ้ามันไม่คุ้มก็ยุบไป เสีย ผมชอบ นายกรัฐมนตรีมากาเร็ต แทชเชอร์ ตอนที่ท่านเปึนนายกรัฐมนตรีเสียงท่านไม่ดี ท่านยุบ องค์กรเหมืองแร่ ท่านยุบการรถไฟของประเทศอังกฤษ ทุกวันท่านบอกว่าถ้าเรายังกลัว เรื่องทรัพยากรบุคคลที่อยู่ในนั้นว่าเขาจะไปอยู่ที่ไหน เราทําเพื่อประเทศชาตินะครับ เราไม่ได้ทําเพื่อใคร

เพราะฉะนั้นผมให้กําลังใจท่าน เมื่อมีการประเมินแล้วว่าไม่มีความจําเปึนโลกมันเปลี่ยน นี่ตั้งมาตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ในช่วงป้ ๒๕๔๒ เท่าที่ทราบ เมื่อมันไม่คุ้มค่าก็ยุบมันเสีย เหมือนหลายท่านที่บอกว่าองค์กรเหล่านี้บางองค์กรเปึนที่สิงสถิต ของข้าราชการที่คิดว่าตัวเองมีสมองดีอยากพัฒนาประเทศ แต่ก็ไปกินค่าตอบแทนสูง ๆ อยากให้ทุกคนมีความละอายแก่บาปในการที่จะมาใช้งบประมาณของประเทศแบบนี้ ผมเสียดายเงินที่มันไม่คุ้มค่า เมื่อทํางานแล้วไม่สามารถพัฒนาประเทศได้ก็ไปเสีย ขอขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี

นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพอย่างสูง และประธานกรรมการศึกษาการปฏิรูป องค์การมหาชน ดิฉันขอสนับสนุน มีเก้าอี้ว่างดิฉันจะสมัครทํางานสักคน ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓ ดิฉันขอสนับสนุนทั้ง ๒ ท่าน ภารกิจหนักมากอยากจะให้ท่าน ยิ้มแย้มแจ่มใส แบบกูไซหม๊ะด้วยนะคะ วาระปฏิรูปองค์การมหาชน เพราะที่ผ่านมา องค์การมหาชนจํานวนมากไม่มีความเหมาะสมกับภารกิจ ขาดงบประมาณ ผลดําเนินงาน ไม่เปึนที่ประจักษ์ เช่น องค์การมหาชนในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีตั้ง ๗ องค์กร แต่ดิฉันไม่เคยเห็นผลงาน แต่ดิฉันเห็นของกระทรวงสาธารณสุขกลับมีเพียง ๓ องค์การ ซึ่งผลงานมีมากมายหนักมาก สาธารณสุขเปึนภารกิจที่ต้องดูแลตั้งแต่เริ่มเกิดถึงตาย ต้องดูแลสุขภาพของประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้นดิฉันจึงขอเสนอกับท่านว่าควรมีประเมิน และปรับปรุงการดําเนินงานขององค์การมหาชนที่ไม่มีผลงานหรือเสนอรัฐบาลให้ยุบทิ้งไป ก็ได้เอาที่มีประโยชน์กับประเทศไทยเพื่อปฏิรูป ดิฉันอยากเห็นท่านสนับสนุนในกระทรวง สาธารณสุขจัดตั้งองค์การมหาชนเพิ่มขึ้น เช่นองค์การมหาชนวิชาชีพพยาบาล องค์การ มหาชนวิทยาลัยพยาบาลบางแห่ง แล้วก็องค์การมหาชนแพทย์แผนไทยของ สปช. พลเรือเอก ชาญชัย เจริญสุวรรณ เปึนต้น ส่วนดิฉันได้ดูข้อมูลในหนังสือของกระทรวง คมนาคมไม่มีเลย องค์การมหาชนน่าจะส่งเสริมเพราะว่ากระทรวงคมนาคม การส่งเสริม ทางบก ทางน้ํา ทางทะเล โลจิสติกส์ (Logistic) น่าจะมีมหาชนเพื่อเกิดประโยชน์แก่ ประเทศชาติ แล้วก็ดิฉันอยากจะฝากในฐานะท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติก็เปึนผู้หญิง

แล้วก็ท่านประธานกรรมการศึกษาการปฏิรูปองค์การมหาชนก็เปึนผู้หญิง แล้วก็รองก็เปึน ผู้หญิง กูไซหม๊ะก็เปึนผู้หญิง ขอฝากเสนอประธานให้สนับสนุนองค์การมหาชนชื่อว่าสถาบัน การเงินกองทุนซะกาต เพื่อส่งเสริมกิจการซะกาตให้แก้ปัญหาความยากจน พี่น้องชาวไทย มุสลิมใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะได้สงบสักที จะได้เปึนผลงานจะได้ส่งเสริมคนจน ๆ จะได้รับเงินซะกาตดังกล่าวทั่วถึงดัง ๘ ประการ ยกตัวอย่างซะกาตเปึนหนึ่งในหลักการ ๕ ประการของหลักการศาสนาอิสลามทุกคนต้องปฏิบัติ ซะกาตไม่ใช่ศาสนกิจแต่ละบุคคล จะปฏิบัติกันเองเหมือนศาสนาอื่น แต่เปึนศาสนกิจที่ต้องกระทําเปึนระบบ ดิฉันขอไม่ใช่วาระ ที่ถัดไปจะฝากให้ท่านประธานให้เปึนมหาชน ดิฉันขอยกตัวอย่างซึ่งขออนุญาตท่านประธาน ตามหลักคัมภีร์อัลกุรอาน ที่ให้ทุกท่านได้ฟังดังนี้ โองการ อะอูซุบิ้ลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม บิสมิ้ลลาฮิรเราะห์มานิรเราะฮีม อินนะมาซซ่อดากอต ลิ้ลฟุเกาะรออ์ วั้ลมะซากีน วั้ลอามิลีน่ะ อ้าลัยฮา วั้ลมุอัลฟ์าตี้ กุลูบุฮุม ว่าฟ่รริก๊อบ วั้ลฆอริมีน ว่าฟ้ย์ซะบีย์ลิ้ลละฮ์ ว่า อิบ นิซ ซ ะ บี้ล ฟ์า รีย์เ ดำ ะ ตุม มินั้ล ล อ ฮ์ วั้ล ล อ ฮุอ้า ลิมุน ฮ่า กีม คือเปึนรัฐธรรมนูญในคัมภีร์อัลกุรอานว่าผู้มีสิทธิรั บซะกาตมี ๘ ประเภท คือ คนจน และขัดสน

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะคะ คือตอนนี้เรากําลังพิจารณาคนละวาระค่ะ

นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี

อยากจะให้เปึนองค์การมหาชน ฝากไว้ของท่านในอนาคตค่ะ ไม่ใช่วาระของท่านหมอพลเดช คืออยากจะให้เปึนมหาชน เพื่อเกิดความสงบ สันติสุข ที่โครงการมีระงับเพราะว่าไม่เกี่ยวกับตรงนี้ กองทุนซะกาต จะได้เปึนองค์การมหาชนในอนาคต แล้วก็อยากจะให้บอกว่าซะกาตมีอยู่ ๘ ประเภท ดังนั้น ถ้าคนจน ๆ ได้ตรงนี้ อยากจะฝากให้ผู้ที่มีอํานาจคือ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนําเข้าไปในวาระ ขององค์การมหาชน ไม่เกี่ยวกับของหมอพลเดชนะคะ ขอขอบคุณค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

โอเค ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอมร วาณิชวิวัฒน์ ค่ะ

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม อมร วาณิชวิวัฒน์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทางด้านการเมือง หมายเลข ๒๓๔ ครับ ต้องขอบพระคุณทางประธานกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการที่ได้มีการศึกษาเรื่องดังกล่าวนี้ เพราะว่าโดยข้อเท็จจริงก็คือ ในระบบราชการของประเทศที่เจริญแล้วจะมีขนาดเล็กมาก หมายความว่าเราพยายามที่จะ แปลงร่างระบบราชการให้ออกมาเปึนองค์กร เปึนหน่วยงานต่าง ๆ ที่อาจจะดูคล่องตัว มีอิสระมากก็จริงนะครับ แต่ว่าการประเมินผลโดยคณะกรรมาธิการก็สรุปผลเห็นชัดแล้ว แล้วจริง ๆ ก็มีบทความ มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่ององค์การมหาชนนี้มาระยะเวลาหนึ่ง คือความจริงผมมีความตั้งใจจะอภิปรายในเรื่องของตํารวจซึ่งเกี่ยวพันกับเรื่อง องค์การมหาชนนี้แน่นอน แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ก็เดินทางมาไม่ทันก็เลยอาจจะทําให้สมาชิก หลายท่านมีความเข้าใจผิดว่าผมมีความหวาดกลัวหรือเกรงกลัว เกรงใจอะไร ซึ่งไม่ใช่เปึน เรื่องที่เปึนสาระเลยนะครับ เหตุผลก็คือมีเรื่องที่เกี่ยวพันกับองค์การมหาชนแน่นอน เนื่องจากในต่างประเทศระบบกระบวนการยุติธรรมในหลาย ๆ เรื่องสามารถที่จะให้เอกชน หรือสามารถที่จะให้บุคคลที่เขามีความรู้ความสามารถ มีความชํานาญเข้ามารับช่วง แล้วก็มาดําเนินการแทน แม้กระทั่งเรื่องของเรือนจํา เรื่องของคุก ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ในส่วนองค์การมหาชนที่ประสบความสําเร็จในบ้านเราในด้านกา รศึกษาก็มี หลายคน ก็บอกว่าการศึกษานี้ทําได้จริงหรือ เพราะอย่างตัวอย่างโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

ก็เปึนตัวอย่างของความสําเร็จที่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าความสําเร็จขนาดที่เราสามารถส่ง นักเรียนไปได้รางวัลในต่างประเทศ ผมไปเรียนอยู่มหาวิทยาลัยชั้นนําของโลกในต่างประเทศ ก็มีลูกศิษย์จากสถาบันการศึกษาเหล่านี้เปึนที่เชิดหน้าชูตาให้กับประเทศไทยของเรา ก็ถือว่า เปึนความสําเร็จ แม้ว่าในส่วนที่เปึนความบกพร่องซึ่งก็เกี่ยวโยงกับเรื่องที่จะต้องพูดนิดหนึ่ง เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาองค์การมหาชนที่เรามี การประเมินกันเราพบว่ามีการใช้จ่าย งบประมาณ มีการให้เงินเดือนเงินดาวต่าง ๆ กับผู้บริหารที่มากเกินความจําเปึน ซึ่งข้อเสนอนี้จริง ๆ เราก็สามารถทําได้ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการเจรจา การทบทวนสัญญา ผมเองที่มาช้าส่วนหนึ่งวันนี้ก็คือไปซ้อมรับปริญญาของสถาบันการศึกษา ชั้นสูงแห่งหนึ่งก็แล้วกันนะครับ ซึ่งองค์การดังกล่าวนี้ก็มักจะมีผู้นําทางสังคมเข้าไปเกี่ยวพัน อยู่มากพอสมควร แล้วก็ปรากฏว่ากิจกรรมหลาย ๆ อย่างที่ทางสถาบันการศึกษาจัด ก็จําเปึนที่จะต้องระดมทุนจากบุคคลซึ่งเปึนนักศึกษาด้วยกัน ปรากฏว่าในรุ่นที่ผม มีส่วนในการเรียนนอกจากเรื่องหุ้นที่จะไปตั้งพรรคการเมืองแล้ว ก็ปรากฏว่ามีผู้บริหาร องค์การมหาชนแห่งหนึ่งกําลังถูกสอบสวนอยู่ เพราะว่าไปอนุมัติเงินซึ่งเปึนเงิน งบประมาณแผ่นดิน แล้วก็เปึนเงินงบประมาณขององค์การมหาชนที่เขาบริหารจัดการ เอามาสนับสนุนการจัดก๊วนกอล์ฟของรุ่ นเปึนเงินหลายแสนบาทอยู่เหมือนกัน ซึ่งเรื่องนี้ ก็เรียนให้ท่านเห็นว่าอิสระบางทีก็เปึนสิ่งที่ดีนะครับ

แต่ว่าไม่มีธรรมาภิบาลหรือว่าใช้เกินขอบเขตตรงนี้ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่คงจะต้องมาพิจารณา ทบทวน แล้วก็องค์กรเหล่านี้มีมากเหลือเกิน ผมเคยค้นข้อมูลทีแรกนึกว่ามีอยู่ ๒๐ กว่า แต่ปรากฏว่าทางกรรมาธิการบอกว่ามีถึง ๓๙ หน่วยงานด้วยกัน ชื่อองค์การมหาชน แต่ปรากฏว่าขาดการมีส่วนร่วมของมหาชน เพราะว่าแท้ที่จริงแล้วเวลาเขาไปตั้งกรรมการ ผมก็รู้จักหลายท่านทั้งในแวดวงที่อยู่ใกล้ ๆ กันหลายคนก็พูดตรงไปตรงมาบอกว่าที่มาเปึน กรรมการได้ก็เพราะรู้จักกับนักการเมือง สนิทสนมกับบางท่านอะไรต่าง ๆ แบบนี้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของคุณธรรม เรื่องของการคํานึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมก็น้อยมาก เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผมในจุดนี้เราคิดกันถึงขนาดว่าทําไมรัฐวิสาหกิจเราตั้งได้ ไม่เคยมีใครคิดจะเลิกรัฐวิสาหกิจ แต่ว่ามีองค์การมหาชนเราก็บอกว่าตั้งได้ง่าย มี พ.ร.บ. มีพระราชกฤษฎีกาเองบางครั้งก็ตั้งได้ แต่ทีนี้ตัวกรรมการทํา ไมเราไม่เคยมีการทบทวน เราไปคิดแต่เฉพาะตัวบุคคลที่เปึนผู้บริหาร จริง ๆ แล้วแม้แต่กรรมการรัฐวิสาหกิจ เราเคยคิดตัวแบบกันถึงขนาดว่าผมคุยในคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติว่าคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียแน่นอนไม่ควรจะมาเปึนกรรมการ แต่ในขณะเดียวกัน การมาเปึนกรรมการเปึนไปได้หรือไม่ที่เราต้องมีระบบการคัดเลือก มีการสรรหา มีการประกาศให้สาธารณะ หรือแม้กระทั่งประชาชนที่เขามีความสนใจจะเข้ามาเปึน กรรมการได้ ผมก็คิดว่าสิ่งที่ดําเนินการที่ผ่านมานั้นก็คงจะเปึนเรื่องที่ควรจะต้อง มีการทบทวนแน่นอน แต่ว่าในหลาย ๆ ส่วนตามเวลาที่มีอยู่ผมก็ขอเสนอว่าเราจําเปึน ที่จะต้องมีการรื้อระบบหลาย ๆ อย่าง คงไม่ได้มองเพียงเฉพาะตัวผู้บริหาร แต่แม้กระทั่ง งานหรือภารกิจของราชการในเวลานี้เราจําเปึนที่จะต้องทําให้ระบบราชการนั้นเล็กลง เพราะฉะนั้นมีภารกิจอะไรบ้างในปัจจุบันที่สามารถจะผ่องถ่ายที่ ภาษาอังกฤษเขาใช้คําว่า สป่น เอาต์ (Spin out) ออกไปให้เอกชนหรือคนที่มีความรู้ความสามารถเขามารับช่วงไป ก็จะเปึนเรื่องที่ดี ก็ขอฝากไว้ให้ที่ประชุมได้พิจารณาครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านสรณะ เทพเนาว์ ค่ะ

นายสรณะ เทพเนาว์ 🔗

ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติอันทรงเกียรติ ท่านคณะกรรมาธิการที่เคารพครับ กระผม นายสรณะ เทพเนาว์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เลขที่ ๒๐๙ ด้านปกครองท้องถิ่นครับ ท่านประธานครับ

ผมมีคําสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ป้ ๒๕๕๗ มีมติให้ยุบเลิกกองทุนต่าง ๆ โดยงบประมาณของกองทุนต่าง ๆ ที่ถูกยุบให้โอนย้ายไปยัง หน่วยงานอื่นมีกองทุนพัฒนาศักยภาพหมู่บ้านและชุมชน และกองทุนเอสเอ็มแอล (SML) กองทุนเอสเอ็มแอลเปึนกองทุนที่มหาศาล ๕,๗๐๐ กว่าล้านบาท กองทุนช่วยเหลือหมู่บ้าน และชุมชนอีก ๓,๐๐๐ ล้านบาท โครงการพัฒนาเมืองอีก ๑,๒๒๕ ล้านบาท ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเงินเหล่านี้มิได้หายไปไหน แต่ขณะเดียวกัน คสช. เองได้โอนเงินจํานวนที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานก็คือว่าให้กองทุนเงินให้กู้ยืม ทางการศึกษาคือ กยศ. ถือว่าเปึนประโยชน์อย่างยิ่งครับ เพราะเห็นกับสภาวะการศึกษาของ บ้านเมืองเราที่จะต้องพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา นักเรียนที่ยากจนตามเขา ตามดอย ตามชุมชนต่าง ๆ หมู่บ้านต่าง ๆ เปึนปัญหามาก เงินเหล่านี้เปึนสิ่งที่น่าชื่นชมที่รัฐบาลแปร หรือปฏิรูปให้กองทุนนี้ มิใช่เน้นในเรื่องประชานิยมอย่างเดียว กระผมมีความประสงค์ ที่อยากจะฝากไปยังคณะกรรมาธิการอย่างนี้ว่า การปฏิรูปองค์การมหาชนที่หลายสิบแห่ง ใช้งบประมาณในแต่ละป้รวมกันแล้วหลายพันล้านบาท หลายท่านก็คงมีข้อมูล โดยการสํารวจ และประเมินผลอย่างจริงจังว่าองค์การมหาชนทั้งหลายมีความจําเปึนจริงหรือไม่ มีความซ้ําซ้อนจากหน่วยงานที่ปฏิบัติตามระบบของการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ มีการทํางานบรรลุเปัาหมายและบทบาทหน้าที่เพียงใด มีองค์การมหาชนใดไม่จําเปึนและ สิ้นเปลืองงบประมาณก็ควรที่จะดําเนินการยุบไปเสีย

หากมีความจําเปึนอยู่จริงก็ต้องเร่งพัฒนาให้การพัฒนา หรือการทํางานให้เปึนไปตาม เปัาหมายอย่างแท้จริง อันนี้ตั้งข้ อสังเกตไว้นะครับ องค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นมีอยู่ ๒ ลักษณะด้วยกัน ๑. ตราพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้งองค์กำรมหาชนตามมาตรา ๕ ตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน ป้ ๒๕๔๒ ภายใต้รัฐบาลของ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย อีกลักษณะหนึ่งคือออกตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งองค์กำรมหาชนโดยการเฉพาะ โดยวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์กำรมหาชนที่กําหนดไว้ในมาตรา ๕ วรรคแรก ของ พ.ร.บ. องค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ เช่นเดียวกัน องค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกา มีอยู่ ๒๗ แห่ง ตราโดยพระราชบัญญัติเฉพาะอีก ๑๖ แห่ง รวมแล้ว ๔๓ แห่ง มีทั้งขึ้นตรงต่อ นายกรัฐมนตรี สํานักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงต่าง ๆ เช่น สํานักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ท่านประธานครับ ประเด็นเรื่องนี้ผมได้รับ การร้องเรียนจากครูในสังกัดประถมศึกษาหรือ สพฐ. ต้องการให้ยุบ สมศ. นี้ด้วย หลายท่าน มีความห่วงใย สํานักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ ทําหน้าที่อย่างไรครับ คําว่า ซิปา (SIPA) เขาทําหน้าที่บทบาทอย่างไร สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) สํานักงานนวัตกรรมทั้งหลาย ท่านได้เปลี่ยนแปลงอนาคตประเทศไทยสู่วิสัยทัศน์ประเทศไทย อย่างไร ท่านไม่ได้ตอบคําถาม โจทย์เหล่านี้หลายท่านไ ม่ได้ประชาสัมพันธ์องค์กรเลย องค์การมหาชนที่ไม่ค่อยปรากฏชื่อและเงียบหาย ไม่เปึนที่รับรู้ อาทิ สํานักงานบริหาร และพัฒนาองค์ความรู้ สํานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาค สํานักงานความร่วมมือ พัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ท่านจอยท์ เวนเจอร์ (Joint Venture) กับ ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร ผมฝากตั้งข้อสังเกต องค์การมหาชนที่มีความจําเปึนอย่างแท้จริง หรือไม่ ประโยชน์การใช้ทรัพยากร รวมทั้งการจัดทํารายงานข้อเสนอต่าง ๆ และแผนงาน แต่ละป้ไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีอย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ รัฐบาลสามารถ ทําผ่านโดยกํากับดูแลอย่างไร เปึนปัจจัยสําคัญ ในส่วนสุดท้ายผมอยากจะฝากการประกอบ ร่างพระราชบัญญัติองค์กำรมหาชนที่ท่านคณะกรรมาธิการได้ร่างมา ผมตั้งข้อสังเกต ในมาตรา ๕ (๑) วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์การมหาชนนั้น เอกชนที่สามารถดําเนินการได้ หรือได้มีการถ่ายโอนตามภารกิจให้กับองค์ก รปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น แต่ละภารกิจนั้น ท่านต้องจําแนกและแผนกิจกรรมที่การถ่ายโอนตามพระราชบัญญัติแผนขั้นตอน กระจายอํานาจนั้น ในความรู้สึกของประชาชนได้มีพีเพิล ปาร์ติซิเปชัน (People participation)

ได้มีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนเพียงใด มาตรา ๖ การใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายของ องค์การมหาชนให้เปึนไปตามหลักการรักษาวินัยทางการคลัง และหลักธรรมาภิบาลนั้น ตรงนี้รัฐบาลเองหรือว่าองค์กรที่จะต้องควบคุมต้องควบคุมให้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นรัฐต้อง สูญเสียงบประมาณอย่างใหญ่หลวงกับสิ่งเหล่านี้ครับ ส่วนสุดท้ายผมอยากจะฝากกราบเรียน ว่าประเด็นการปฏิรูปสิ่งสุดท้าย

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

คุณสรณะคะ

นายสรณะ เทพเนาว์

ครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

เรื่องของร่างพระราชบัญญัติไม่ได้มีการให้ความเห็นชอบในวันนี้หรอกค่ะ เปึนเพียงเอกสาร ประกอบรายงานเท่านั้นเอง ซึ่งก็ไม่จําเปึนต้องอภิปรายในรายละเอียดค่ะ

นายสรณะ เทพเนาว์

ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอฝากท่านกรรมาธิการนะครับ สิ่งเหล่านี้ผมก็คิดว่าน่าจะเปึนประโย ชน์ในข้อมูลที่กระผมได้กราบเรียนครับ กราบขอบพระคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบพระคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านดอกเตอร์ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ เปึนท่านสุดท้ายค่ะ

นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ 🔗

กราบเรียนท่านประธานนะครับ ท่านคณะกรรมาธิการ แล้วก็ท่านสมาชิก สปช. ทุกท่านนะครับ ประเด็นของผมจริง ๆ แล้ว หลายต่อหลายท่านก็พูดมาตลอดว่าเราเปึนที่สงสัยว่าในประสิทธิภาพขององค์การมหาชน เหล่านี้ ผมก็เลยอยากจะย้ําเตือนโดยที่ไม่ต้องเท้าความอะไรให้มันมากมายนะครับเจาะ ๆ กันเลย อันแรกสุดถ้าเกิดเราดูจากเจตนารมณ์ของการตั้งองค์การมหาชนที่เขียนไว้ก็คือ มีโอกาสในการระดมบุคลากรที่มีความสามารถสูงให้เข้าทํางานภาครัฐ บุคลากรที่มี ความสามารถสูงที่มันต่างจากข้าราชการผมสงสัยมาตั้งนานแล้วว่า เปึนอย่างไรครับ ลูกศิษย์ผม บางคนคนที่เก่งก็เข้าทํางานองค์การมหาชนไม่ได้ คนที่ห่วยกว่าก็ดันเข้าองค์การมหาชนได้ ผมก็เลยสงสัยว่าการคัดเลือกการบอกว่าบุคลากรที่มีความสามารถสูงนี่มันบอกกันอย่างไร ตรงนี้คือประเด็นที่ผมสงสัยมานาน ข้าราชการหลายคนทํางานเปึนข้าราชการมาตลอด พอเกษียณปุ็บก็กลายเปึน ผอ. องค์การมหาชน ผมก็สงสัยว่าทําไมเกษียณแล้วความสามารถ ของเขาถึงสูงขึ้น เพราะฉะนั้นตรงนั้นผมอยากรู้ตรงนั้นจริง ๆ ว่าที่เราปฏิรูปเสร็จแล้วเราจะ สามารถที่จะหาบุคลากรที่มีความสามารถสูงกว่าคนปกติได้ด้ วยรูปแบบอย่างไร เพราะผม ค่อนข้างจะอัดอั้นตันใจว่าผมก็คิดว่าผมความสามารถสูงนะทําไมเงินเดือนต่ําก็ไม่ทราบ นั่นคือข้อ ๑ นะครับ ข้อที่ ๒ องค์การมหาชนให้บริการโดยเน้นเทคนิควิชาการเฉพาะ เทคนิควิชาการเฉพาะนี่ตีความกันได้มหาศาลบานตะเกียงเลยอะไรคือเทคนิควิชาการเฉพาะ คือถ้าเกิดเขียนกรอบอย่างนี้อะไรก็สามารถสร้างขึ้นมา ยกตัวอย่างอันนี้ไม่ได้ว่าเขานะครับ อย่างศูนย์ความเปึนเลิศทางชีววิทยา ผมก็สงสัยว่าทําไมไม่มีศูนย์ความเปึนเลิศทางฟ่สิกส์ ศูนย์ความเปึนเลิศทางเคมี ศูนย์ความเปึนเลิศทางโน่น นี่นั่น เอาให้ครบทุกศาสตร์เลย ๒๕ ศาสตร์ เพราะฉะนั้นตรงนี้มันกว้างเหลือเกินไม่เห็นมันจะตอบโจทย์ คือมันบอกไม่ได้ คือคล้าย ๆ กับตั้งไว้เล่น ๆ จะได้สร้างหน่วยขึ้นมาเรื่อย ๆ ตรงนี้ผมก็ต้องฝาก คณะกรรมาธิการว่าเราจะทําอย่างไรให้มันตีความให้ชัดเจนว่าเทคนิควิชาการเฉพาะนี่ มันแปลว่าอะไร ทําไมไม่อย่างนั้น มันก็สามารถสร้างขึ้นมาได้เรื่อย ๆ อันต่อไปนะครับ ผมนําเสนอก็คือเรื่องของอันนี้ไป ข้อเสนอแนวทางปฏิรูปแล้วครับตามแผ่นใสแล้วครับ ข้อ ๕ ปฏิรูประบบการติดตามและประเมินผล อันนี้ผมสําคัญที่สุดแล้วผมเชื่อว่าท่านสมาชิก หลายท่านก็เห็นความสําคัญตรงนี้ เพราะว่าพวกเรานี่หลายต่อหลายคนรู้สึกว่าองค์กร บางองค์กรมันไม่เห็นจะมีอะไรที่จะตอบโจทย์กับเงิน ๑๒๘,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเลย

เพราะฉะนั้นผมสงสัยนะท่านกรรมาธิการคือสงสัยเฉย ๆ ทําไมต้องทุก ๕ ป้ ผมโดนประเมิน ผมประเมินกันทุกป้เขียนกันอุตลุดนะครับ แม้จะมีประเมินผลประจําป้ แต่ประเมินโดยรวมของ องค์กรทุก ๕ ป้ ผมงงว่า ๕ ป้ทําไมต้องเปึน ๕ ป้ ผมว่าอย่างแรกสุดคือผมคิดว่าเราอาจจะให้ ลําดับความสําคัญที่แตกต่างกันนิดหนึ่งของท่านคณะกรรมการบอกเร่งด่วนนี่แก้ไข พ.ร.บ. ทบทวน พ.ร.บ. องค์การมหาชน กําหนดรูปแบบต่าง ๆ ตามที่แก้ไขแล้ว แล้วก็ระยะสั้น ป้ ๒๕๕๘ ถึงป้ ๒๕๖๐ ทบทวนดําเนินสวัสดิการต่าง ๆ นานา กําหนดแนวทางประเมินผล ถ้าเปึนผมนะครับท่านกรรมาธิการผมเรียนด้วยความเคารพ อย่างแรกสุดได้ทบทวนเลย ๓๙ แห่งนี่ผมว่าต้องมีกติกา ในการทบทวนว่า ๓๙ แห่งนี่มันสมควรหรือเปล่า ซึ่งทางด้าน รัฐบาลเขาก็ทําอยู่แล้วแต่ผมคิดว่า ถ้าเกิดเรามีกติกาที่ชัดเจนแล้วจะใช้ต่อไปในอนาคต ทุก ๕ ป้มีการใช้กติกานี้ทบทวน แต่ทุกป้ก็ต้องชัดเจนว่าอะไรและใครคือคนประเมิน ตรงนี้สําคัญที่สุดนะครับ หลายท่านพูดตรงนี้แล้วใครคือคนประเมิน คนประเมินคือใคร หน่วยงานที่ได้รับบริการนี่องค์ การที่มีเทคนิคโดยเฉพาะนี่อะไรคือหน่วยงานที่รับบริการ จากหน่วยงานเทคนิคโดยเฉพาะ ศูนย์ความเปึนเลิศทางชีววิทยาใครจะเปึนคนประเมินครับ หน่วยงานที่รับ มันฟังแล้วมันมึน ๆ ครับท่าน จริง ๆ ผมเห็นด้วยหมดนะครับผมไม่ได้ไม่เห็นด้วย อะไรเลย เพียงแต่ว่าผมอยากเห็นว่าให้มันชัดเจนว่าบางหน่วยที่มีเทคนิคโดยเฉพาะนี่ คือบริการสาธารณะนี่ผมเข้าใจอยู่แล้ว แต่ว่าเทคนิคโดยเฉพาะนี่ใครคือคนประเมินเทคนิค โดยเฉพาะ แล้วเทคนิคโดยเฉพาะว่านี่คนประเมินนี่มันต้องเอาให้ชัดเจน แล้วความสําคัญ ของการปฏิรูปในครั้งนี้ที่สําคัญที่สุดก็คือตรงการประเมินครับ

ถ้าเกิดมันประเมินชัดเจน มีกลไกชัดเจน แบ่งกันให้ชัดเจนว่าใครกลุ่มไหน ประเมินอะไร ส่วนไหน แล้วใครเปึนคนประเมิน และการประเมินนี้เปึนที่รับรู้ของสาธารณชนหรือเปล่า แล้วก็การประเมินนี้สาธารณชนสามารถให้ความคิดเห็นหรือต่าง ๆ แม้กระทั่งให้ ส.ว. ประเมินทั้ง ส.ว. ผมยังคิดว่าเหมาะสมด้วยซ้ํา ทุก ๓ ป้ ๕ ป้ ส่งให้ ส.ว. ประเมินรายงาน เพราะว่ามันจะได้ก ระจายข่าว ๑๒๘,๐๐๐ ล้านบาทมันเยอะนะครับ อันนี้ผมฝากด้วย แต่ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงผมยืนยันว่าผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการล้านเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่าบางจุดบางอะไรต่าง ๆ ผมก็อยากให้ลองรับความคิดเห็นผมไปพิจารณาประกอบ ขอบคุณครับ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกจํานวน ๑๒ ท่านซึ่งได้แจ้งความประสงค์ จะอภิปรายให้ความเห็นในเรื่องการปฏิรูปองค์การมหาชนได้อภิปรายครบทุกท่านแล้วค่ะ ต่อไปดิฉันจะขอเชิญท่านประธานกรรมการได้กรุณาสรุปแล้วก็ตอบข้อซักถามอย่างย่อที่ สุด เลยค่ะ

นางเบญจวรรณ สร่างนิทร ประธานกรรมการ

นิดเดียวนะคะว่า ๓๙ แห่งที่เราพูดถึงหรือที่มีอยู่ ณ ขณะนี้เจ้าของเรื่องคือ ก.พ.ร. เขาทําควบคู่ไปด้วยกัน กับเรา เพราะฉะนั้นเดี๋ยวคงอีกไม่นานอาจจะมีข่าวทําให้ช็อกก็ได้นะคะว่ามีหน่วยไหนบ้าง ที่จะต้องยุบเลิกไปเลย จริง ๆ แล้วที่เสนอนี้ก็คือทั้งยุบ ทั้งถ่ายโอน แล้วก็ฟุ๋นฟู ๓๙ แห่งนี้ ที่ดี ๆ หรือที่ทํางานมีประสิทธิภาพก็เยอะมากนะคะ เพราะฉะนั้นทั้ง ๓๙ แห่งที่มี กับตามข้อเสนอของสมาชิกทั้งหลายก็คงอีกหลายแห่งที่จะเกิดนะคะ พูดถึงความเจ็บปวด ของคนที่เขาจะโดนด้วยอะไรก็ตาม ถ้าสมมุติว่ามีเหตุยุบเลิก กฎหมายกําหนดไว้แล้วค่ะ ถ้าทํางานไม่มีประสิทธิภาพต้องยุบเลิก เพียงแต่ว่าการดําเนินการตรงนั้นยังไม่ถึง ตอนนี้ จะต้องมีการดําเนินการอย่างจริงจังแล้ว ถ้าอย่างนั้นเราก็ตอบคําถามเจ้าของภาษี คนที่จ่ายเงินก็คือประชาชนที่จ่ายค่าตอบแทนให้กับผู้ปฏิบัติงานทั้งหลายได้ไม่เต็มที่ เพราะฉะนั้น ประสิทธิภาพกับประสิทธิผลเปึนเรื่องที่สําคัญที่สุด ดิฉันขอรับข้อสังเกตแล้วก็ข้อคิดเห็นของ ทุก ๆ ท่าน ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ตรงกับข้อเสนอในหลายส่วน แต่อีกหลายส่วนก็อาจจะเปึนเรื่องที่ อาจจะนํามาปรับปรุงก่อนที่ จะนําเสนอเปึนรายงานที่สมบูรณ์ต่อไป ก็ขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกทุกท่านค่ะ

นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง

ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานการพิจารณา ของคณะกรรมการศึกษาการปฏิรูปองค์การมหาชน เรื่อง การปฏิรูปองค์การมหาชน แล้วนะคะ ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานข้อเสนอ ของคณะกรรมการศึกษาการปฏิรูปองค์การมหาชนตามที่ได้เสนอ ก่อนที่จะขอมติดิฉันจะขอ นับองค์ประชุมก่อนนะคะ

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)

ขอเชิญกลับเข้ามาในห้องค่ะ เจ้าหน้าที่มีคนขอบัตรสํารองเยอะเลยค่ะ ท่านที่อยู่ใน ห้องประชุมแล้วกรุณาใช้สิทธิแสดงตนค่ะ ท่านเสียบบัตรและกดที่ช่องแสดงตนค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)

ท่านที่มาทีหลังแสดงตนเลยค่ะ ยังไม่ได้ป่ดค่ะ ทุกท่านแสดงแล้ว ป่ดนะคะ ขอทราบผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๕๖ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะคะ

ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานของ คณะกรรมการตามที่ได้นําเสนอ ซึ่งหากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมควา มเห็นและ ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)

ต่อไปจะขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยท่านกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)

ทุกท่านใช้สิทธิลงคะแนนแล้วนะคะ ป่ดนะคะ ขอทราบผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๕๗ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๕๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มี

เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมการศึกษา การปฏิรูปองค์การมหาชน เรื่อง การปฏิรูปองค์การมหาชน ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้ นํารายงานไปปรับปรุงก่อนที่จะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็น ข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของ สมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ เปึนอันจบการพิจารณารายงาน ของคณะกรรมการศึกษาการปฏิรูปองค์การมหาชน เรื่อง การปฏิรูปองค์การมหาชน เรียบร้อยแล้วนะคะ ดิฉันขอขอบคุณคณะกรรมาธิการแล้วก็คณะกรรมการทั้ง ๒ ท่านค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

ต่อไปเปึนการพิจารณารายงานของคณะกรรมการปฏิรูประบบสวัสดิการ สังคมในวิถีอิสลาม

เรื่อง การปฏิรูปการส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาตเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน และร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการกองทุนซะกาต พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาเสร็จแล้ว

ท่านสมาชิกคะด้วยดิฉันได้รับหนังสือจากประธานกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติแจ้งว่าประธานกรรมการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคมในวิถีอิสลาม คือท่านพลเดช ป่ืนประทีป ขอถอนเรื่องตามระเบียบวาระที่ ๓.๔ ออกจากการพิจารณา ของที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติในวันนี้ แต่เนื่องจากเรื่องดังกล่าวได้บรรจุ เปึนระเบียบวาระการประชุมแล้ว การถอนจะกระทําได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอม ของที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติตามข้อบังคับ ข้อ ๔๘ ดิฉันจึงใคร่เสนอให้ที่ประชุม พิจารณาเห็นชอบให้ถอนเรื่องดังกล่าวอ อกจากวาระการพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในวันนี้ จะมีท่านผู้ใดเห็นเปึนอย่างอื่นหรือไม่

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ดิฉันถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบให้ถอนรายงานและร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ออกจากระเบียบวาระการประชุมนะคะ ขอบพระคุณมากค่ะ

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ

ท่านสมาชิกกรุณากรอกแบบใบตอบรับการเข้าร่วมประชุมในวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ด้วยนะคะ ท่านที่ยังไม่ได้ตอบกรุณาส่งแบบสอบถามด้วยค่ะ อย่าลืมวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ นั้น เปึนภารกิจของท่านทุกคนที่จะต้องไปร่วมงานแล้วก็ร่วมชี้แจงในกรณีต่าง ๆ ซึ่งจะมี ผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ ๑,๐๐๐ ท่านตามที่เราได้เชิญไปนะคะ ขอขอบคุณมากค่ะ วันนี้ หมดระเบียบวาระการประชุมแล้วดิฉันขอขอบพระคุณทุกท่านที่อยู่ประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ขอป่ดประชุมค่ะ

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๑๑ นาฬิกา