สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๓ · ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

วรรณชัย บุญบํารุง แสดงความคิดเห็นในรายงานของคณะกรรมการและเสนอ 3 ประเด็นสำคัญในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการบูรณาการระหว่างหน่วยงานในการดำเนินการยุติธรรม และเรียกร้องให้มีการประสานงานและบริหารงานยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

นายวรรณชัย บุญบํารุง

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติครับ ผม วรรณชัย บุญบํารุง ผมเห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมการนะครับ แล้วก็อยากจะ ขอเสนอ ๓ ประเด็น ประเด็นแรกผมเสนอให้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องอํานาจการสอบสวน ของพนักงานสอบสวนตามมาตรา ๑๓๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งจุดประสงค์การสอบสวนมี ๒ ประการ ก็คือ รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ ให้เห็นความผิด กับพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา ซึ่งการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหานั้น ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาเมื่อป้ ๒๕๔๗ แล้วก็เปึนเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรม ทางอาญานั้นสอดคล้องกับทางสากลก็คือเปึนระบบไต่สวน ไม่ใช่ระบบกล่าวหา อย่างที่เราเข้าใจกัน นักวิชาการก็โต้แย้งในเรื่องนี้มาก เพราะฉะนั้นพนักงานสอบสวน ทําการสอบสวนไม่ใช่เพื่อกล่าวหาว่าได้กระทําความผิด แต่เพื่อเทียบพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ของผู้ต้องหาด้วย แต่เนื่องจากว่าการแก้ไขก็เปึนเพียงแค่เศษกระดาษทางปฏิบัติที่ผ่านมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ จนถึงป้ ๒๕๕๘ ทางปฏิบัติของพนักงานสอบสวนมุ่งไปแต่เรื่องเดิม

ตามความเคยชินก็คือเพื่อพิสูจน์ให้เห็ นความผิดของผู้ต้องหาที่จับมา ส่วนการพิสูจน์ ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหานั้นตกเปึนหน้าที่ของทนายความหรือผู้ต้องหาที่ต้องไปช่วยเหลือ ตัวเอง ไม่ใช่หน้าที่ของพนักงานสอบสวน ซึ่งเรื่องนี้ผมอยากจะให้มีการปฏิรูปให้เห็น เปึนรูปธรรม ประชาชนก็ไม่ได้เข้าใจเช่นนั้น ในเรื่องที่ ๒ ผมเสนอให้มีการเพิ่มเติมอํานาจ ของพนักงานสอบสวนในกระบวนการในการใช้อํานาจหน้าที่ที่จะมีเครื่องไม้เครื่องมือ ทํานองเดียวกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือในคดียาเสพติด หรือตามกฎหมาย ปปง. ซึ่งอํานาจสอบสวนพิเศษอันนั้นก็คือเกี่ยวกับเรื่องการแฝงตัว การดักฟัง ผมเห็นว่าพนักงาน สอบสวนก็ควรที่จะมีอํานาจเช่นนั้นในคดีอาญาที่สําคัญ เพื่อเปึนเครื่องไม้เครื่องมือในการที่ จะหาพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิด แต่แน่นอนว่าก็จําเปึนที่จะต้องมีระบบ การควบคุมในการใช้อํานาจนี้อย่างเคร่งครัด ถ้าเราเห็นว่ากระบวนการอํานาจเหล่านี้ มีประสิทธิภาพ ก็ไม่มีเหตุผลใดว่าทําไมจะต้องให้ใช้เฉพาะในคดียาเสพติด คดีเกี่ยวกับ ปปง. หรือว่าคดีพิเศษของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เราจะเห็นได้ว่าระบบเครื่องไม้เครื่องมือ การสอบสวนของเรามันลักลั่นกันแล้วแต่ว่าใครจะเขียนให้อํานาจใคร ในเรื่องสุดท้าย เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งกร ะบวนการยุติธรรมนะครับ ผมอยากจะให้มีการบูรณาการ การบริหารงานยุติธรรม คําว่าการบริหารงานยุติธรรมนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการ ยุติธรรมที่เกี่ยวกับสอบสวนโดยตรงนะครับ

แต่เกี่ยวข้องกับเรื่องการบริหารจัดการในการอํานวยความยุติธรรม ยกตัวอย่างเช่น การทําสัญญาประกันนะครับ การปล่อยชั่วคราว การใช้เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว ที่ต้องการใช้ในการปล่อยตัวชั่วคราวอะไรต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่ได้มีการบริหารงานยุติธรรม ในลักษณะบูรณาการก็คือเปึนลักษณะที่ว่าสัญญาประกันในชั้นสอบสวนก็ดีหรือ แนวความคิดตอนนี้ที่จะใช้อีเอ็ม (EM) ในชั้นสอบสวน ในชั้นพิจารณาก็ดี ในชั้นราชทัณฑ์ก็ดี หน่วยงานแต่ละหน่วยงานต่างคนต่างคิดที่จะทํา ตั้งงบประมาณกันเอง จัดซื้อจัดจ้าง เจ้าหน้าที่ ของตัวเอง แล้วก็ต่างฝ์ายต่างทํา ไม่มีการบูรณาการในเรื่องนี้หรือว่าในเรื่องสัญญาประกัน ในชั้นสอบสวน พอไปในชั้นพิจารณาก็ต้องทําใหม่ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน เปึนอย่างมากนะครับ ผมก็อยากจะเห็นให้มีการบริหารงานยุติธรรมเปึนบริ การ เพราะปัจจุบันถึงแม้จะมีพระราชบัญญัติพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ป้ ๒๕๔๙ ที่มีอํานาจในการกําหนดจัดทําแผนแม่บทการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ มันก็ไม่ประสบ ความสําเร็จนะครับ มันเปึนปัญหาใหญ่ของบ้านเราที่ทํานองเดียวกับกระบวนการอื่น ๆ ในการที่จะเข้าถึงความยุติธรรมหรือเข้าถึงทรัพยากรของชาตินั้น มันไม่มีการบริหารงาน ต่างคนต่างทํานะครับ หรือการจัดหาทนายความช่วยเหลือก็เหมือนกันนะครับ ต่างคนต่างไม่มีการที่จะบูรณาการ นอกจากไม่มีการประสานงานกันแล้ว ก็มักจะ มีการประสานงากันอยู่ในองค์กรหรือกระบวนการยุติธรรมซึ่งเปึน ปัญหาใหญ่ ไม่ว่าจะเปึน ทางด้านพนักงานสอบสวน ทางด้านทนายความ ทางด้านกระทรวงยุติธรรม ทางด้านอัยการ ทางด้านผู้พิพากษา องค์กรหน่วยงานเหล่านี้ ไม่ได้มีการบูรณาการในการบริหารงานยุติธรรม ให้เปึนรูปธรรม แต่ว่าจะเปึนการประสานงากันเสียส่วนใหญ่นะครับ ผลลัพธ์สุดท้าย ก็ตกอยู่กับประชาชนที่เกี่ยวข้องกับคดีครับ ผมก็อยากจะขอเสนอใน ๓ เรื่องครับ ขอบคุณครับ