สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๓ · ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

อรพินท์ สพโชคชัย เสนอแนวคิดในการปฏิรูปองค์การมหาชน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแยกหน่วยปฏิบัติออกจากหน่วยกำกับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานและพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณะ โดยเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น การประเมินผลงาน การกำหนดมาตรฐานงาน และการให้มาตรการจูงใจที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังเสนอการแก้ไขพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. 2542 และการประกาศรูปแบบองค์การมหาชนที่เสนอไว้ 3 รูปแบบ อรพินท์ สพโชคชัย หารือเรื่องการปฏิรูประบบราชการ โดยเฉพาะการถ่ายโอนภารกิจของหน่วยงานต่าง ๆ ให้เป็นองค์การมหาชน และการควบคุมดูแลองค์การมหาชนที่จัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกา

นางสาวอรพินท์ สพโชคชัย กรรมการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติทุกท่าน ท่านได้ฟังมาแล้ว เรื่องเกี่ยวกับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการตั้งองค์การมหาชนในช่วง ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมา

อันนี้เปึนปัญหาที่ค้างคาใจ แล้วดิฉันเสียดายว่ารายงานฉบับนี้เข้ามานําเสนอต่อสภาช้าไปนิดหนึ่ง ในแง่ที่ว่าเราเพิ่งได้รับมอบหมายในการที่จะศึกษาเรื่องนี้ จริง ๆ แล้วมีท่านกรรมาธิการ หลายชุดได้เสนอในการตั้งองค์การมหาชน ดิฉันคิดว่าถ้าเราได้ทําความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง ลักษณะขององค์การมหาชน แล้วก็บทบาทภารกิจต่าง ๆ ดิฉันคิดว่าการตั้งองค์การมหาชน ตามข้อเสนอของกรรมาธิการหลาย ๆ ชุดคงจะมีความชัดเจนมากกว่านี้ สําหรับข้อศึกษา ของเราวันนี้เราได้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของการที่จะกําหนดรูปแบบขององค์การมหาชน ที่มันเหมาะสม ที่ถูกต้องเปึนไปตามหลักการที่จะเกิดขึ้นในเมืองไทย จริง ๆ แล้วอย่างที่ ท่านเบญจวรรณได้พูดถึงก็คือว่าเราได้มีการตั้งองค์การมหาชนมา ๑๐ กว่าป้ แล้วก็การตั้ง องค์การมหาชนนั้นตามเจตนารมณ์ต้องการที่จะเปึนกลไกหนึ่งในการที่จะสร้างให้เกิด คุณภาพบริการสาธารณะ เพราะฉะนั้นในหลักการใหญ่ ๆ นั้นองค์การมหาชนคือองค์การ ที่ใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนเพื่อจะให้ทําบริการสาธารณะที่มีคุณภาพ สําหรับข้อเสนอ ในรายงานฉบับนี้ ดิฉันขอภาพเพาเวอร์พอยต์ต่ อไปนะคะ ข้อเสนอของรายงานฉบับนี้ เราศึกษาเน้นจริง ๆ แล้วที่การศึกษาแล้วก็ข้อเสนอแนะสําหรับองค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้น โดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒

แต่ว่าในส่วนข้อเสนอแนะบางส่วนนั้นอาจจะพาดพิงไปส่วนของการปฏิรูป ในเรื่องขององค์การมหาชนตามพระราชบัญญัติเฉพาะและรัฐวิสาหกิจบางประเภท ที่น่าจะมีการปรับสภา พในอนาคต แต่อันนี้ดิฉันคิดว่าเปึนข้อเสนอแนะในระยะยาว สําหรับข้อเสนอแนะในเรื่องแรกที่ทางคณะกรรมการได้ศึกษาและได้เสนอแนะดิฉันคิดว่า เรื่องแรกสําหรับการปฏิรูปองค์การมหาชนนั้นสิ่งที่เราควรทําก็คือเรื่องปฏิรูปหลักการ และแนวคิดในการจัดตั้งองค์การมหาชนต่าง ๆ ที่จะเปึนกลไกของการบริหารราชการแผ่นดินนั้น ให้ถูกต้อง ในการจัดตั้งองค์การมหาชนนั้นจริง ๆ แล้วองค์การมหาชน ควรจะเปึน หน่วยปฏิบัติในการให้บริการสาธารณะของภาครัฐ คําว่าหน่วยปฏิบัตินั้นทําให้เรามอง ย้อนไปว่าในภาครัฐนั้นมีหน่วยงานกี่ประเภท ดิฉันขออนุญาตแยกหน่วยงานออกเปึน ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มแรกคือกลุ่มที่เรียกว่าราชการโดยแท้ ราชการโดยแท้นั้นประกอบด้วย กระทรวง กรมต่าง ๆ กระทรวง กรมมีบทบาทอะไร จริง ๆ แล้วกระทรวง กรมต่าง ๆ ที่มีอยู่ ในปัจจุบัน ๒๐ กระทรวงนั้นมีบทบาทสําคัญในการให้กําหนดนโยบายทําการศึกษา เพื่อจะเสนอแนะนโยบายต่อรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ มีหน้าที่กํากับกฎหมาย ตามกฎหมายที่อยู่ในกํากับของหน่วยงานที่เรียกว่าหน้าที่ขอ งเรกูเลเตอร์ มีหน้าที่ ในการที่จะส่งเสริมงานบางส่วน แล้วเหลืองานอะไรที่ไม่ควรอยู่ในหน่วยราชการโดยแท้ งานที่ไม่ควรอยู่ใน หน่วยราชการโดยแท้ในการบริหารราชการสมัยใหม่นั้นคือตัดบริการ หรือทิ้งงานเชิงปฏิบัตินั้นออกจากหน่วยราชการ ทําไมถึงต้องแยกงาน ๒ งานออกจากกัน ที่ต้องแยกออกจากกันนั้นจากการศึกษาในหลายประเทศและจากการทดลองในหลายประเทศ พบว่าเมื่อผู้กํากับกับผู้ปฏิบัติอยู่ด้วยกันเมื่อไรการพัฒนาคุณภาพบริการสาธารณะก็ดี การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานก็ดี การลดค่าใช้จ่ายก็ดีนั้นมันทําได้ยาก เพราะฉะนั้น ในต่างประเทศในช่วงประมาณ ๒๐ กว่าป้ที่ผ่านมานั้นเขาได้พยายามแยกหน่วยงานที่เปึน หน่วยปฏิบัติออกจากหน่วยที่เปึนหน่วยกํากับ แล้วให้หน่วยที่กํากับนั้นเปึนผู้ที่ควบคุม มาตรฐาน หลายประเทศสามารถพัฒนาคุณภาพบริการขึ้นที่เรียกว่าระดับเวิลด์ คลาส (World class) ได้ อันนี้ก็เปึนจุดกําเนิดขององค์กรที่เรียกว่าเปึนหน่วยปฏิบัติ เราเคยได้ยิน คําว่าแปรรูปเปึนไพรเวไทเซชัน (Privatization) แปรรูปออกไปเปึนเอกชน แต่จริง ๆ แล้ว งานบางงานมันแปรรูปไม่ได้ มันเปึนภารกิจที่ภาครัฐจะต้องดําเนินการ เพราะฉะนั้น ในการปฏิรูปองค์การมหาชนนั้นดิฉันคิดว่าหันกลับมาดูสิว่าอ งค์การมหาชนในประเทศไทยนั้น

ควรจะมีบทบาทหน้าที่อย่างไร และควรจะดําเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้นในข้อเสนอ ประการแรกที่เสนอเรื่องหลักการนั้นจริง ๆ แล้วคือการจัดระเบียบแนวคิดว่าองค์การมหาชน ควรจะมีรูปแบบหรือดําเนินการอย่างไร สิ่งที่เปึ นปัญหาในอดีตที่ผ่านมาก็คือว่า การตั้งองค์การมหาชนของเรานั้นเราไม่ได้ยึดหลักของการให้บริการสาธารณะที่แท้จริง เพราะฉะนั้นมีองค์การมหาชนหลายองค์การที่ท่านประธานได้พูดถึงไปเมื่อกี้คือว่า มันมีปัญหามากนะคะ ถ้าท่านจะดูปัญหาไปดูในรายงานว่าประสบปัญหาในหลายด้านมาก รวมทั้งปัญหาในการดําเนินงาน มีองค์การมหาชนหลายแห่งที่ตั้งแต่ตั้งมายังไม่สามารถ พิสูจน์ตนเองได้ว่าตกลงท่านทํางานประเภทไหน สามารถที่จะระบุได้ไหมว่ามีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผลอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากจะจัดระเบียบก็คือว่าจริง ๆ แล้ว องค์การมหาชนควรจะเกิด ได้มาก อย่างที่เราเคยไปศึกษาในหลายประเทศนั้น ประเทศนิวซีแลนด์ประเทศเล็กนิดเดียวนะคะมีองค์การมหาชนที่เรียกว่าคราวน์ เอนติตี อยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าแห่ง เกือบ ๓,๐๐๐ แห่ง เขาเอาอะไรเปึนองค์การมหาชน งานปฏิบัติทั้งหมดออกเปึนองค์การมหาชน เช่น โรงเรียน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ฝ๊กอบรมต่าง ๆ งานบริการที่ออกจากหน่วยงานราชการ แล้วหน่วยราชการเองก็ลดขนาดลง ทําหน้าที่ เฉพาะเรกูเลเตอร์ แต่งานราชการไม่ได้ลดลงนะคะ งานบริการเปึนลักษณะของการยังมี ขนาดเท่าเดิม เพราะฉะนั้นข้อเสนอแนะสิ่งที่เราอยากเสนอเพื่อปฏิรูปก็คือว่าพิจารณา ในการที่จะถ่ำยโอนภารกิจบางอย่างให้องค์การมหาชน เมื่อถ่ายโอนไปแล้ว เพื่อจะให้สอดคล้องและประหยัดจริง ๆ ก็จะต้องยุบเลิกบทบาทนั้นในหน่วยงานราชการ เมื่อถ่ายโอนไปแล้วองค์การมหาชนควรจะมีกี่แบบ ดิฉันคิดว่าเพื่อที่จะให้มีความสอดคล้อง จริง ๆ แล้วองค์การมหาชนมีได้หลายแบบ ในประเทศอังกฤษหรือประเทศฝรั่งเศสนั้น ตั้งองค์การมหาชนในหลายรูปแบบตามภารกิจ

ข้อเสนอแนะของกรรมการเราคิดว่าองค์การมหาชนน่าจะแบ่งออกเปึน ๓ ประเภท ประเภทที่ ๑ ก็คือองค์การมหาชนประเภทที่ให้บริการสาธารณะทั่ว ๆ ไป การให้บริการ สาธารณะทั่ว ๆ ไปนั้นหมายความว่าเปึนบริการสาธารณะที่ตัดจากหน่วยราชการ อันนี้อาจจะต้องปรับวิธีการทํางาน จัดอัตราค่าตอบแทนอะไรต่าง ๆ ประเภทที่ ๒ คือ องค์การมหาชนประเภทที่กําหนดระยะ เวลาในการบริหารประเทศนั้นอาจจะมีบางครั้ง ที่อาจจะต้องมีองค์การมหาชนที่จําเปึนต้องกําหนดระยะเวลา ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างเช่น หากประเทศไทยเรามีความประสงค์ที่จะนําประเทศเราเสนอตัวเปึนประเทศที่จัดโอลิมป่ก จําเปึนจะต้องมีกลุ่มงานขึ้นมาหรือมีองค์กรขึ้นมาองค์กรหนึ่งเพื่อจะออกไปนําเสนอประเทศไทย เพื่อที่จะไปประมูลแข่งขันว่าประเทศไทยเรามีศักยภาพอย่างไรในการจัดโอลิมป่ก ถ้าประมูล ไม่ได้มิสชัน (Mission) นั้นก็จบ หน่วยงานนี้ก็ยุบลง หรือว่าถ้าประมูลได้ก็อาจจะต้อง แปลงสภาพหน่วยงานนี้เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการที่จะจัดโอลิมป่ก อันนี้ก็เปึนตัวอย่างขององค์การมหาชนอีกประเภทที่เรียกว่ากําหนดระยะเวลา อาจจะมี ภารกิจอื่น ๆ ที่กําหนดตามระยะเวลา ประเภทที่ ๓ นั้นคือองค์การมหาชนที่เกิดขึ้น ตามนโยบายรัฐบาล ก็ต้องเป่ดโอกาสให้รัฐบาลถ้าเขามีนโยบายต่าง ๆ อย่างไรนี่เป่ดโอกาส ให้เขาสามารถตั้งองค์การมหาชนแล้วสามารถที่จะขับเคลื่อนได้ องค์การมหาชนประเภทนี้ เมื่อรัฐบาลไปแล้วหรือคนที่ตั้งไปแล้วก็น่าจะถึงวาระที่ยุบได้ เพราะฉะนั้นองค์การมหาชนพวกนี้ ก็จะไม่เปึนภาระกับประเทศชาติต่อไป ปัจจุบันนี้องค์การมหาชนที่ตั้งขึ้นยังไม่มีใครได้ยุบเลย นอกจากว่าจะมีการศึกษาแล้วรัฐบาลจะต้องฟันธง เห็นที่ยุบมาก็ประมาณสัก ๒-๓ แห่ง ข้อเสนอประการที่ ๒ ก็คือต้องมีการปฏิรูปการกําหนดบทบาทและจัดบทบาทภารกิจของ การบริการสาธารณะให้ชัดเจน กําหนดว่าองค์การมหาชนแต่ละอันจะต้องมีบทบาทเฉพาะ อย่างไร ก็กําหนดตามประเภทขององค์การมหาชน การที่กําหนดบทบาทภารกิจที่ชัดเจนนั้น จะทําให้องค์การมหาชนต่าง ๆ นั้นสามารถที่จะดิลิเวอร์ (Deliver) หรือส่งมอบผลงานต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน องค์การมหาชนที่จัดตั้งขึ้นในอนาคตนั้นจะต้องทําหน้าที่เชิงปฏิบัติเท่านั้น แล้วก็ไม่ใช่เปึนภารกิจหลักของหน่วยราชการ ปัจจุบันนี้องค์การมหาชน ๓๙ แห่ง บางแห่ง ตั้งขึ้นมาทําภารกิจซ้อนกับกระทรวง ตอนที่ดิฉันเปึนกรรมการ ก.พ.ร. นั้น ดิฉันก็ตั้งคําถาม หลายคําถามว่าทําไมคุณจะตั้งกระทรวงอีกกระทรวงหนึ่งหรืออย่างไร งานซ้อนกับ กระทรวงหลักหมด แล้วก็ทําหน้าที่เชิงปฏิบัติตามที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา เมื่อกําหนด

ว่าจะทําภารกิจนั้นองค์การมหาชนนั้นจะต้องเปึนผู้ดําเนินการภารกิจนั้นเปึนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ว่ารับเงินมาแล้วไปซับคอนแท รกต์ (Subcontract) ต่อให้กับคนอื่น เพราะฉะนั้นงาน ซับคอนแทรกต์นั้นทําให้กระทรวงก็ได้ไม่จําเปึนต้องตั้งองค์การมหาชน ปัจจุบันมีองค์การ มหาชนบางแห่งทําหน้าที่บทบาทประเภทนี้ ข้อเสนอแนะการปฏิรูปเรื่องที่ ๓ ที่เราเสนอก็คือ เรื่องของการปฏิรูประบบการบริหารงานแล้วก็โครงสร้าง เรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญที่ ดิฉันคิดว่ามีความสําคัญในการที่ จะปรับเปลี่ยนรูปแบบในการกํากับดูแล เนื่องจากว่าเรา เสนอรูปแบบขององค์การมหาชน ๓ รูปแบบ ในรูปแบบที่ ๑ นั้นเมื่อตัดภารกิจจากกระทรวง เพราะฉะนั้นผู้กํากับดูแลตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ให้รัฐมนตรี เปึนผู้กํากับนั้นอาจจะไม่ค่อยถูกต้องเท่าไร ดิฉันคิดว่าถ้าเปึนองค์การมหาชนที่อยู่ในกํากับ ภารกิจจากกระทรวงนั้นผู้กํากับก็ควรจะเปึนปลัดกระทรวงเปึนผู้ซื้อบริการแล้วก็เปึนผู้กํากับ มาตรฐาน แล้วก็เปึนผู้ประเมินผลองค์การมหาชนนั้น เพราะฉะนั้นองค์การมหาชนประเภท บริการสาธารณะทั่วไปนั้นควรจะอยู่ในกํากับของปลัดกระทรวงหรือผู้ ที่ปลัดกระทรวง มอบหมายให้ ส่วนองค์การมหาชนอีก ๒ ประเภทที่กําหนดระยะเวลาแล้วก็เปึนไปตาม นโยบายรัฐบาล แน่นอนประเภทที่ ๓ นั้นก็คงจะอยู่ในกํากับของนายกรัฐมนตรี หรือว่ารัฐมนตรีตามพระราชบัญญัติองค์การมหาชนแบบเดิม ถ้าเปึนองค์การมหาชน ตามกําหนดเวลานั้นคนที่ตั้งอาจจะกํา หนดในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งว่าจะจัดตั้งอย่างไร เรื่องที่ ๒ ที่มีความสําคัญมากนอกเหนือจากการที่เปลี่ยนผู้กํากับดูแลแล้ว ในการกํากับดูแลนั้น ต้องกติกาให้ชัดเจน อันหนึ่งที่เปึนข้อกังวลของกรรมการก็คือว่าถ้าสมมุ ติว่า ให้ปลัดกระทรวงกํากับแล้วก็จะกํากับเหมือนหน่วยราชการ ดิฉันคิดว่าเราคงต้องเขียนกติกา ให้ชัดเจนว่าการกํากับนั้นคุณต้องกํากับเหมือนลักษณะที่เรียกว่ากํากับผลงานตามที่ตกลงกันไว้ ไม่ใช่กํากับขนาดเปึนสายบังคับบัญชา เรื่องที่ ๓ ที่ในข้อเสนออันนี้ก็คือว่าปฏิรูปโครงสร้าง ของกรรมการบริหาร

ในการบริหารองค์การมหาชนนั้นมีจุดสําคัญอยู่ ๒ จุดเท่านั้น จุดที่ ๑ คือกรรมการบริหาร กรรมการบริหารเปึนคนที่กํากับแทนปลัดกระทรวงหรือแทนรัฐมนตรี ถ้าโครงสร้างกลไก ของกรรมการบริหารนั้นไม่มีผู้ทรงคุณวุฒิที่เหมาะสมจริง ๆ แล้ว การทํางานขององค์การ มหาชนมักจะไม่ประสบความสําเร็จ ประการที่ ๒ คือผู้บริหารเรียกว่าซีอีโอนั้น ก็เปึนคนที่มีความสําคัญ ในข้อนี้เราพบปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในช่วง ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเรามีข้อเสนอว่าองค์การมหาชนที่อยู่ภายใต้กํากับของกระทรวงนั้นไม่ควรจะให้ ปลัดกระทรวงเปึนประธานเพราะว่าทําเอง กํากับเอง มันก็ไม่มีความเหมาะสม อีกประการหนึ่งก็คือว่าควรจะมีข้อห้ามไม่ให้ผู้แทนจากหน่วยงานกลางต่าง ๆ เช่น สํานัก งบประมาณ สํานักงาน ก.พ.ร. หรือกระทรวงที่มีหน้าที่อย่างเช่นสํานักงานพัฒนาเศรษฐกิจ การคลังอะไรต่าง ๆ เข้าไปเปึนกรรมการ แล้วก็คนที่เปึนกรรมการนั้นไม่ควรจะเปึนกรรมการ องค์การมหาชนเกินกว่า ๓ แห่ง ในเรื่องของข้อการปฏิรูปโครงสร้างนั้นมีอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า องค์การมหาชนที่เปึนองค์การมหาชนขนาดเล็ก หลายคนก็มีความกังวลนะคะว่าอย่างเช่น ถ้าเราตัดโรงเรียนหรือโรงพยาบาลขนาดเล็กออกไปนั้น อันนี้เปึนจุดประเด็นหนึ่ง อย่างเช่น ตอนที่เราตัดโรงพยาบาลบ้านแพ้วออกจากกระทรวงสาธารณสุข มีคนกังวลมากเลยว่า อีกหน่อยจะมีองค์การมหาชนเปึนโรงพยาบาลเยอะแยะไปหมด จริง ๆ แล้วมันมีอีก รูปแบบหนึ่งที่เราเสนอก็คือว่าถ้าเปึนองค์การมหาชนประเภทเดียวกันนั้น อาจจะจัดเปึน องค์การมหาชนประเภทที่กลุ่มหรือเรียกว่าพวง ก็คือว่ากลุ่มของโรงพยาบาลที่เปึน โรงพยาบาลชุมชนนั้นอาจจะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน มีคณะกรรมการบอร์ดเดียวกันแล้วก็แชร์ (Share) สิ่งที่เรียกว่าเปึนทรัพยากรร่วมกัน แต่ว่าตัดออกมาเปึนกลุ่มขององค์การมหาชน ประเภทกลุ่มนะคะ แล้วไม่จําเปึนต้องแยกออกไปเปึนโรงพยาบาลเล็ก ๆ อันนั้นก็จะทําให้ ช่วยประหยัดงบประมาณไปได้มาก ในเรื่องของการปรับอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องการปรับ การบริหารงานบุคคล ซึ่งเมื่อกี้นี้ได้พูดถึงปัญหาขององค์การมหาชนก็คือว่าจริง ๆ แล้ว ในเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการให้ผู้ที่เปึนบุคลากรในองค์การมหาชนนั้นจําเปึน จะต้องเปึนบุคลากรประเภทที่เรียกว่า คอนแทรกต์ เอมพลอยเมนต์ (Contract employment) ก็คือทํางานตามสัญญาจ้าง เมื่อคุณทํางานมีประสิทธิภาพสัญญาก็ จะต่อ ไปได้เรื่อย ๆ ที่ต้องเปึนสัญญาจ้างเปึนเพราะว่าผู้อํานวยการนั้นมาอยู่เปึนวาระ ๔ ป้ มาตามสัญญาจ้าง ถ้าเจ้าหน้าที่ในองค์การมหาชนนั้นเปึนเจ้าหน้าที่ เรียกว่าเปึนไรท์ ไทม์

เอมพลอยเมนต์ (Right time employment) เมื่อไร การทํางานก็จะไม่มีประสิทธิภาพ เรื่องสุดท้ายก็คงจะเปึนเรื่องปกติก็คือว่าการบริหารงานนั้นต้องเปึนไปตามหลักธรรมาภิบาล เรื่องที่ ๔ นั้นเสนอเรื่องปฏิรูประบบค่าตอบแทนทั้งระบบ ค่าตอบแทนนั้นรวมถึงค่าตอบแทน ที่เรียกว่าเปึนค่าใช้จ่ายในเรื่องเบี้ยประชุมต่าง ๆ ที่เปึนปัญหาใหญ่มาก เพราะว่ามีการกําหนด เบี้ยประชุม จริง ๆ แล้วมันมีที่มาที่ไปของการกําหนดเบี้ยประชุมที่มีอัตราค่อนข้างสูงนั้น จริง ๆ ตอนนั้น ก.พ.ร. เองสมัยก่อนก็พยายามจะปรับลด แต่จริง ๆ ถึงจะปรับลด อย่างไรก็ยังสูงมาก รวมทั้งอัตราค่าตอบแทนเงินเดือนต่าง ๆ นั้นเราขอเสนอว่า องค์การมหาชนที่เปึนองค์การมหาชนที่เปึนบริการสาธารณะทั่วไปนั้นอัตราเงินเดือน ควรจะอยู่ในอัตราที่เรียกว่าเปึนอัตราปกติ ซึ่งอาจจะสูงกว่าราชการเล็กน้อย ไม่ควรจะเปึน อัตราที่สูงมากจนกระทั่งไม่สามารถที่จะลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐได้ อีกอันหนึ่งก็คือว่า การกําหนดอัตราค่าตอบแทนนั้นจริง ๆ ควรจะเปึนอัตราค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับตลาด อันนี้คงไม่ใช่ปรับลดลงมาหมดทุกหน่วยงานนะคะ แต่ว่ามันมีหน่วยงานบางหน่วยงาน อาจจะเปึนหน่วยงานที่เปึนหน่วยงานด้านวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้บุคลากรที่มี ความรู้ความสามารถพิเศษ อาจจะต้องมีการกําหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมแล้วก็สอดคล้อง อีกประการหนึ่งที่เราเสนอก็คือว่าการกําหนดค่าตอบแทนผู้บริหารนั้นไม่ควรจะเปึน ตัวกําหนดว่าคนที่เหลือนั้นควรจะได้รับค่าตอบแทนที่ไล่ลงมา เหมือนกับระบบราชการ จริง ๆ แล้วมันมีวิธีการให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมนะคะ ข้อเสนอประการสุดท้ายของเรา ซึ่งมันเปึนจุดอ่อนขององค์การมหาชนแล้วก็เปึนจุดอ่อนที่อ ยู่ในพระราชบัญญัติองค์การ มหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ก็คือว่าระบบการติดตามและประเมินผล ในพระราชบัญญัติองค์การ มหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ นั้นกําหนดให้องค์การมหาชนนั้นมีการประเมินผลการทํางาน ของตัวเองเปึนระยะ ๆ เพราะฉะนั้นผลที่เกิดขึ้นก็คือว่าองค์การมหาชนก็ไปจ้างใคร นักวิจัย หรือจ้างสถาบันไหนก็ได้มาประเมิน เพราะฉะนั้นประเมินทีไรก็ดีทุกที สิ่งที่เราเสนอก็คือว่า ควรจะมีกลไกกลาง อาจจะเปึนคณะกรรมการกลางที่จะติดตามและประเมินผล องค์การมหาชนต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์การมหาชนที่อาจจะตั้ งขึ้นโดยนโยบาย ของรัฐบาลหรือตั้งขึ้นโดยกําหนดระยะเวลา

ส่วนองค์การมหาชนที่ตั้งขึ้นเพื่อเปึนบริการสาธารณะทั่ว ๆ ไปนั้น การประเมินผลน่าจะอยู่ ในหน้าที่ของกระทรวงต้นสังกัด แต่ว่ากรรมการกลางนี้อาจจะกําหนดเงื่อนไขต่าง ๆ จะต้อง มีการประเมินผล ประจําป้ที่เรียกว่าเพอร์ฟอร์แมนซ์ แอสเซสเมนต์ (Performance assessment) ตอนนี้ก็ทําอยู่ กรรมการที่ ก.พ.ร. นั้นทําอยู่เปึนประจําที่มีตัวชี้วัดอะไรต่าง ๆ แต่ก็ควรจะต้องอาศัยหลักหน่วยงานที่บริการสาธารณะที่ใต้กํากับของกระทรวงนั้นจะต้องใช้ หลักการที่เรียกว่าหลักการแข่งขันหรือคอนเทสทะบิลิตี (Contestability) ซึ่งหลักการนี้ อยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับที่กําลังร่างอยู่ด้วย ต้องมีการกําหนดมาตรฐานงานที่ชัดเจนแล้วก็ กําหนดมาตรการจูงใจที่เรียกว่าโมทิเวชัน ซิสเตม (Motivation system) ที่เหมาะสม การกําหนดมาตรการจูงใจนั้นไม่ใช่ให้เงินจูงใจอย่างเดียวมีบทลงโทษด้วย ข้อเสนอแนะ ทั้งหมดนี้เราคิดว่ามีแนวทางในการดําเนินงานแบ่งเปึน ๔ ระยะ ระยะเร่งด่วนนั้นควรจะมี การแก้พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งมีจุดต่าง ๆ แล้วเราก็มีข้อเสนอแนะ เดี๋ยวท่านเบญจวรรณจะได้มาเล่าให้ฟังว่าในพระราชบัญญัตินั้นเราเสนอแก้เรื่องอะไรบ้าง ในมาตรการเร่งด่วนนั้นเมื่อแก้พระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๔๒ แล้วควรจะต้อง ทบทวนพระราชกฤษฎีกาอีก ๓๙ พระราชกฤษฎีกาเพื่อที่จะทบทวนให้มันสอดคล้องกับ สิ่งที่เรียกว่ากําหนดในพระราชบัญญัติองค์การมหาชนที่แก้ไขแล้ว แล้วจะต้องประกาศ รูปแบบองค์การมหาชนที่เราเสนอไว้ ๓ รูปแบบเพื่อจะเปึนแนวปฏิบัติในอนาคต ในระยะสั้น ระยะเร่งด่วนนั้นต้องทําให้เสร็จภายใน ป้ ๒๕๕๘ นี้รู้สึกเหลืออีกไม่กี่เดือน ระยะสั้นนั้นก็เริ่มทําได้เลยจะให้เวลาประมาณ ๒ ป้ ในการดําเนินการก็คือว่าต้องมีการปรับ สิ่งที่เรียกว่าอัตราเบี้ยประชุม ค่าตอบแทนและระบบสวัสดิการ ระบบสวัสดิการ ใน องค์การมหาชนเปึนเรื่องหนึ่งที่เปึนปัญหาใหญ่มาก เพราะมีความเหลื่อมล้ําแล้วก็ ไม่เหมือนกันบางองค์การมหาชนนั้ นมีระบบสวัสดิการที่น่าตกใจมาก เพราะดิฉันเคย ตอนที่เปึนผู้บริหารองค์การมหาชนมีคนเบิกค่าทําฟัน ๖๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันก็ตกใจเหมือนกัน แล้วก็การใช้จ่ายเงินในองค์การมหาชนนั้นก็มีปัญหาค่อนข้างมาก ปรับระบบบริหารงานของ องค์การมหาชนให้เปึนไปตามหลักธรรมาธิบาลโดยเสมอภาคกัน จะต้องมีการกําหนด มาตรฐานผลงาน กําหนดแนวทางในการติดตามประเมินผลทั้งการประเมินผลประจําป้ แล้วการประเมินผลราย ๕ ป้ เราคิดว่า ๕ ป้ก็น่าจะโอเคในการที่จะประเมิน สิ่งที่เรียกว่าความคุ้มค่าขององค์การมหาชนนั้น แล้วก็ทบทวนองค์การมหาชนทั้ง ๓๙ แห่ง

การทบทวนนั้นหมายความว่าทบทวนหลังจากที่ประเมินแล้วทบทวนว่าทั้ง ๓๙ แห่งนั้น ควรจะอยู่ในประเภทไหน ควรจะมีปรับสภาพอย่างไรจะยุบหรือถ่ายโอนหรือว่าจะฟุ๋นฟู อย่างไร ในระยะกลางก็เริ่มต้นประมาณสักป้ ๒๕๖๐ ถึงป้ ๒๕๖๒ คงจะต้องพิจารณา อันนี้ เปึนการปฏิรูประบบราชการอีกด้านหนึ่งก็คือต้องพัฒนาถ่ายโอนภารกิจในเชิงปฏิบัติ ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เหมาะสมจะตั้งเปึนองค์การมหาชน การถ่ายโอนนั้นมีการถ่ายโอนได้ ๓ ประเภท ประเภทหนึ่งคือภารกิจบางประเภทที่สามารถถ่ายโอนให้ท้องถิ่นได้ก็ถ่ายโอนไป ให้ท้องถิ่น บางประเภทที่ราชการไม่อยากจะทําแล้วไม่จําเปึนต้องทําก็ให้เอกชนทํา แต่มีภารกิจบางประเภทที่จริง ๆ รัฐบาลยังต้องทําแล้วต้องอุดหนุนเงินสนับสนุน อยู่เปึนประจําแล้วจะต้องเปึนคนเพื่อให้บริการสาธารณะต่าง ๆ นั้นอาจจะจัดมาในรูปของ องค์การมหาชน ถ้าถ่ายโอนตรงนี้ก็ต้องไปกระทรวงต่าง ๆ ทั้ง ๒๐ กระทรวงต้องไปพิจารณาว่า มีภารกิจอะไรบ้างที่จะต้องให้ดําเนินการในรูปแบบขององค์การมหาชน ถ้าเปึนอย่างนั้น ในกระทรวงก็จะมีหน่วยงานอีกแยกเปึน ๒ ประเภทก็คือพวกหนึ่งเปึนพวกเร กูเลเตอร์ อีกกลุ่มหนึ่งจะเปึนพวกเชิงปฏิบัติ แต่ว่าโอนออกไปแล้วยังอยู่ในกํากั บ ของกระทรวงสําหรับงานประเภทนั้น ทบทวนแล้วก็ปรับปรุงและปฏิรูปองค์การมหาชน ตามที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติอันนี้เปึนอีกเรื่องหนึ่งพาดพิงไปถึงองค์การมหาชน อีกประเภทหนึ่งซึ่งตอนนี้จะเปึนปัญหาอีกแบบหนึ่งก็คือองค์การมหาชนบางแห่งที่จัดตั้ง ตามพระราชกฤษฎีกาองค์การมหาชนนั้นพยายามที่จะหลบข้อกําหนดในกฎหมาย โดยการที่ แปลงสภาพตัวเองเปึนองค์การมหาชนแล้วก็เขียนพระราชบัญญัติเฉพาะ ถ้าเปึนอย่างนี้ ไปเรื่อย ๆ อีกหน่อยเราก็จะมีปัญหาทางด้านนิติบัญญัติค่อนข้างมาก แล้วก็องค์การมหาชน ประเภทนี้ก็กํากับควบคุมดูแลลําบากเหมือนกัน ถ้าเกิดเราไม่ต้องการมีภารกิจต่าง ๆ ที่หมดความจําเปึนสําหรับประเทศชาติแล้วนี่ก็คงจะยุบเลิกองค์การมหาชนประเภทนี้ได้ยาก

เพราะฉะนั้นในระยะกลางก็ควรจะนําไปทบทวนที่ตั้งมาแล้วว่ามีอะไรบ้างก็ควรจะปรับสภาพ ทบทวนหรือแปลงสภาพนะคะ อีกเรื่องหนึ่งก็คือรัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจหลายแห่งนี้ ตั้งตามพระราชบัญญัติรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๔๙๔ ใช่ไหมคะ ป้นั้นนานมาแล้ว สมัยก่อนนั้น ไม่มีพระราชบัญญัติองค์การมหาชน เพราะฉะนั้นรัฐวิสาหกิจหลายแห่งเหมาะสมที่จะเปึน องค์การมหาชนมากกว่าที่จะตั้งเปึนรัฐวิสาหกิจ เพราะว่ารัฐวิสาหกิจนั้นควรจะสงวนไว้กับ ภารกิจเชิงพาณิชย์ที่จําเปึนจะต้องแสวงหารายได้แล้วก็ทํากําไรเท่านั้น แต่ว่าองค์การมหาชนนั้น เปึนองค์การที่ไม่ควรจะทํากําไรนะคะ แต่เขามีข้อกําหนดว่าต้องเบรก อีเวนต์ (Break event) หรือว่าจะต้องไม่ขาดทุนเท่านั้นเอง ทบทวนแล้วก็แปลงสภาพรัฐวิสาหกิจ เหล่านั้น อาจจะต้องมองว่าให้แปลงสภาพเปึนองค์การมหาชนนะคะ ในระยะยาว อีกประมาณสัก ๑๐ ป้ ถึงป้ ๒๕๖๘ นั้นสิ่งที่เราอยากเห็นก็คือว่าอยากจะเห็นการพัฒนา คุณภาพของบริการสาธารณะที่ให้บริการโดยองค์การมหาชนนั้น จริง ๆ แล้วควรจะต้องมี การเทียบสิ่งที่เรียกว่าระดับเวิลด์ คลาส เราจะต้องมีการประเมินระบบเพื่อยกระดับคุณภาพ ผลงานให้เทียบเคียงกับมาตรฐานสากล อันนี้ก็เปึนข้อเสนอแนะในการปฏิรูปองค์การมหาชน ต่อไปดิฉันคิดว่าท่านประธานคงจะเล่าถึงว่าองค์การมหาชนนั้นเราขอเสนอแก้กฎหมาย อะไรบ้างค่ะ เชิญค่ะ