สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๓ · ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

เขมทัต สุคนธสิงห์ ระบุวัตถุประสงค์การจัดตั้งองค์การมหาชนให้ชัดเจน เพื่อเป็นเซอร์วิส โพรไวเดอร์ และหน่วยรับจ้างของรัฐบาลที่คุ้มค่ากว่าการที่รัฐดำเนินการเอง เขาเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เช่น การเลือกกรรมการที่มีความเข้าใจในพันธกิจและวิธีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และผลิตภาพ นอกจากนี้ยังพูดถึงการควบคุมงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง และการประเมินผลการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการรับบุคลากรเข้าทํางานและปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง

นายเขมทัต สุคนธสิงห์

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านกรรมการทั้ง ๒ ท่านที่เคารพครับ ผม เขมทัต สุคนธสิงห์ ๐๒๕ ในฐานะที่เคยเปึน ผู้มีประสบการณ์ในการบริหารองค์การมหาชนมาก็อยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อจะเปึนประโยชน์ ๔ ประเด็นนะครับ ผมคิดว่าประเด็นแรกประเด็นสําคัญที่สุดก็คือ วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์การมหาชนนั้นทุกครั้งจะต้องชัดเจน ชัดเจนอย่างไร คือการที่ จะเปึนเซอร์วิส โพรไวเดอร์ แล้วก็เปึนหน่วยรับจ้างของรัฐบาลนั้นจะต้องคุ้มค่ากว่าการที่ รัฐทําเอง อันนี้อันที่ ๑ นะครับ อันที่ ๒ ถ้าไปจ้างบริษัททําแล้วเขาทําได้ดี แล้วก็ค่าบริการ ไม่แพงเกินไปก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา ยกตัวอย่างเช่นวันนี้กระทรวงการต่างประเทศให้ค นทํา พาสปอร์ต (Passport) แล้วก็ไม่มีคนร้องเรียนก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาให้เขาทําไป เว้นเสียแต่ว่า ถ้าเกิดมันแพงก็จําเปึนต้องดูแลก็จัดตั้งขึ้น กับอันที่ ๓ ซึ่งสําคัญมาก แล้วก็ที่เมื่อกี้ ท่านสมาชิกได้พูดให้ข้อมูลก็คือความจําเปึนในการรักษาทรัพย์สินและภูมิปัญญาของประเทศ

อันนี้จําเปึนครับ เพราะว่าไม่ทําก็ไม่ได้ ฉะนั้นถ้าเผื่อ ๓ ข้อนี้ชัดเจนแล้วประเด็นต่อ ๆ ไป อาจจะชัดเจน แต่ที่ผ่านมาการจัดตั้งองค์การมหาชนนั้นประเด็น ๓ ข้อนี้ไม่ชัดเจน ประเด็นที่ ๒ ที่เปึนผลต่อการดําเนินงานขององค์การมหาชนก็คือเรื่องของกรรมการบริหาร ที่หลายท่าน ได้กรุณาพูดการที่เปึนกรรมการมาจากตําแหน่งก็คือเอาแนวคิด วิธีคิดแบบราชการเข้ามา ทํางานในองค์การมหาชนซึ่งสมควรจะต้องทํางานแบบบริษัท ฉะนั้นมันก็เปึนไปไม่ได้ รวมทั้ง กรรมการเองไม่มีความเข้าใจในพันธกิจ เปัาหมาย วิธีการดําเนิ นงานที่จะต้องมุ่งทั้ง ประสิทธิผล ประสิทธิภาพ และที่สําคัญที่สุดคือผลิตภาพ โปรดักทิวิตี (Productivity) หลายเรื่องบางครั้งอาจจะดูว่าแพง แต่ถ้าเผื่อเปึนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องทําเร็วเรื่องของ ผลิตภาพนั้นจําเปึนต้องยอมทํา เพราะถ้าเผื่อเปึนระยะสั้นทําได้ อันนี้คือเรื่ องของ กรรมการบริหาร ที่สําคัญอีกอันหนึ่งคือกรรมการต้องรับผิดชอบต่อผลการดําเนินงาน แบบเดียวกับบริษัทคือไม่ใช่เข้ามานั่งเปึนกรรมการเฉย ๆ ไม่พูดอะไรเลยแล้วก็รับเบี้ยประชุม ไป ซึ่งก็เจอมาแบบนี้จริง ๆ แล้วก็เปึนเรื่องของระบบอุปถัมภ์นั้นก็คงเปึนไปไม่ได้ ประเด็นที่ ๓ เรื่องงบประมาณ การของบประมาณถ้าเผื่อยังให้องค์การมหาชนของบประมาณ ตามแบบระบบราชการคือเสนอเนื้องานขึ้นมาแล้วก็จะรับงบเท่าไรมันเปึนไปไม่ได้ เพราะว่า จริง ๆ แล้วจะต้องคิดถึงเรื่องประสิทธิภาพที่ต้องสูงกว่าผลิตภาพ แล้วก็ต้องควบคุมนะครับ เมื่อกี้เราพูดถึงเรื่องค่ำจ้าง งบบุคลากรไม่ควรจะเกินร้อยละ ๒๕ ซึ่งอันนี้เปึนมาตรฐาน ของการทําบริษัททั่ว ๆ ไป ราชการไป ๓๐ แต่องค์การมหาชนจะต้องทําให้ได้ ๒๕ ถ้าไม่อย่างนั้นก็อย่าตั้ง การประเมินผลนั้นก็ทําให้ได้ตามผลิตภาพ ประสิทธิผล ก็เปึนครั้ง ๆ ไปเท่านั้นเองอาจจะทําได้ เรื่องการจัดซื้ อจัดจ้างต้องมีเกณฑ์นะครับ เพราะว่าสเปเชียล เดลิเวอรี ยูนิต (Special delivery unit) การจัดซื้อจัดจ้างคงเปึนแบบ ราชการไม่ได้ บางครั้งที่จะต้องทําให้เห็นผลเร็วก็จะต้องมีวิธีการ ผมเจอปัญหาว่าพอไป จัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษเพราะมันใช้วิธีกลางไม่ได้ก็ถูกเพ่ งเล็งว่ามีปัญหา แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น เรื่องสุดท้ายคือเรื่องของค่าตอบแทนการประเมินผล

ที่หลายท่านพูด ค่าตอบแทนราชการเราต่ําเกินจริงอยู่แล้วถ้าไปเทียบกับต่างชาติ ไม่ว่าจะเปึนท่านนายกรัฐมนตรีหรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นค่าตอบแทนจะต้อง ใช้ตามราคาตลาดก่อนว่าถ้าเผื่อทําอย่างนี้ราคาตลาด ถ้าจะต้องทําแข่งกับเอกชน เปึนอย่างไร เสร็จแล้วจะต้องมีการประเมินผลอย่างเข้มข้นจริงจัง ไม่ใช่เปึนการตกลงนะครับ อย่างที่ท่านบอกว่า ก.พ.ร. ไปตกลงว่าจะมีตัวชี้วัดแค่นี้ไม่ได้ครับ ต้องเปึนเรื่องที่แข่งกับ ราคาตลาดจริง ๆ ผลงานตามตลาดจริง ๆ ถ้าทําอย่างนี้ได้แล้วก็จะไม่มีข้อครหาว่าจ้างแพง เกินไป แต่ที่ผ่านมานั้นผลงานไม่ได้ถูกวัดตามค่าตอบแทนมันก็มีปัญหา เรื่องการรับบุคลากร เข้าทํางานก็ต้องมีกา รควบคุมการรับเข้าแล้วก็ประเมินผลอย่างจริงจังนะครับ ผมเชื่อว่า หลายที่เปึนสุสานของคนเกษียณอายุของในหน่วยราชการเอง การประเมินผลนั้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานราชการเอง ผู้รับบริการหรือว่าหน่วยประเมินผลกลาง ต้องทําทั้ง ๓ เรื่อง แล้วเอามาประสานกันเพื่อที่จะวัดผลให้ได้อย่างแท้จริง เรื่องของการ จัดซื้อจัดจ้างเมื่อกี้ผมเรียนนิดหนึ่งนะครับ โพสต์ ออดิต (Post audit) จําเปึนนะครับ แล้วก็ ต้องทําอย่างเข้มข้น ถ้าไม่ทําอย่างเข้มข้นนี่รั่วไหลมากนะครับ แล้วก็องค์การมหาชน ผมเชื่อว่ารั่วไหลมาก เพราะว่าการจัดซื้อจัด จ้างบางครั้งก็ไปใช้วิธีพิเศษแล้วไม่มีการทํา โพสต์ ออดิต วัดผลงานไม่ได้ คงจะเปึนข้อมูลที่จะช่วยท่านกรรมการได้นะครับ จากที่เคย ทํางานมา ขอบพระคุณครับ