กงกฤช หิรัญกิจ พูดถึงข้อเสนอเกี่ยวกับองค์การมหาชน โดยชื่นชมคณะกรรมการที่ศึกษาเรื่องนี้และเห็นด้วยว่าข้อเสนอเป็นข้อเสนอที่ดี แต่ก็มีข้อสังเกตเพิ่มเติมบางประการ นอกจากนี้ กงกฤช หิรัญกิจ ยังพูดถึงการปฏิรูปหน่วยงานของรัฐและเสนอแนะให้ประเมินผลขององค์การมหาชนที่มีความอิสระในการตัดสินใจมากขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายกงกฤช หิรัญกิจ สมาชิก หมายเลข ๐๐๕ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณ คณะกรรมการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้มาเปึนอย่างดีนะครับ ผมเองก็เคยเปึนกรรมการในองค์การ มหาชนมาบ้าง แล้วก็เปึนกรรมการเจรจาตัวชี้วัดของ ก.พ.ร. ในองค์การมหาชนบางแห่ง ก็พอจะคุ้นเคยกับองค์การมหาชน แล้วก็ข้อเสนอที่เสนอมาในเอกสารผมคิดว่าเปึนข้อเสนอ ที่ดีมาก แล้วก็มีข้อมูลที่ผมเองขนาดว่าคุ้นเคยก็ยังไม่เคยเห็นข้อมูลหลาย ๆ ตัวที่ทาง คณะกรรมการได้กรุณารวบรวมมา เพียงแต่ว่าในข้อเสนอเหล่านั้นก็มีข้อสังเกตเพิ่มเติม บางประการ โดยเฉพาะเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าการที่ให้องค์การมหาชนเปึนในลักษณะของ หน่วยงานที่เหมือนมาช่วยเหลือส่วนราชการในการบริการสาธารณะเพื่อความคล่องตัว
ก็เปึนองค์การที่ ๓ รองจากราชการ รัฐวิสาหกิจ แล้วก็เปึนหน่วยงานใหม่ ความจริงเราควร พูดเรื่องนี้กันตั้งนานก่อนที่จะทําวาระปฏิรูปหลาย ๆ เรื่อง เพราะว่าข้อเสนอของวาระปฏิรูป มีการเสนอหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย ผมคิดว่าหลาย ๆ หน่วยงานน่าจะเข้าข่ายขององค์การ มหาชนได้ สิ่งสําคัญที่อยากจะฝาก ประเด็นก็คือว่าหากว่าเราให้องค์การมหาชน เปึนเหมือนหน่วยรับจ้างของส่วนราชการในการบริการสาธารณะ ผมคิดว่าประสิทธิภาพของ องค์การมหาชนก็อยู่ที่ ๒ ส่วน คือ ๑. ความเชื่อมโยงของส่วนราชการกับองค์การมหาชน อันนี้เปึนประเด็นที่ ๑ นะครับ ในส่วนที่ ๒ ก็คือประสิทธิภาพของการบริหารของ องค์การมหาชนเอง ก็คือผู้บริหารและคณะกรรมการซึ่งเปึนส่วนสําคัญส่วนที่ ๒ ในส่วนของ ความเชื่อมต่อผมก็เห็นภาพแล้วที่คณะกรรมการได้นําเสนอว่าจะต้องแยกกันให้ออก ระหว่างผู้กํากับกับผู้ปฏิบัติ ซึ่งอันนี้ก็สอดคล้องตรงกัน เพียงแต่ว่าคณะกรรมการ ที่ไปกํากับดูแลผมคิดว่าไม่อยากมีส่วนราชการไปโดยตรง ความจริงน่า จะล็อก ในตัวคณะกรรมการว่าไม่น่าจะมีส่วนราชการให้มาก องค์การมหาชนก็น่าจะบริหาร ด้วยความคล่องตัว แล้วก็มีความรู้ ความชํานาญ มีคุณภาพที่จะบริหารองค์การได้ จริง ๆ อยากเห็นส่วนราชการไปอยู่ในคณะกรรมการองค์การมหาชนไม่เกิน ๑ ใน ๓ อีก ๒ ใน ๓ น่าจะเปึนผู้มีส่วนเกี่ ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิ และที่สําคัญก็คือว่าต้องตั้งคน ที่มีคุณภาพตรงกับบริการสาธารณะนั้นจริง ๆ
เท่าที่ผ่านมานี่ส่วนใหญ่การเมืองก็จะเข้าไปแต่งตั้ง แล้วก็จะได้คนที่ไม่ตรง พอได้ไม่ตรง ก็จะไปตั้งที่ปรึกษามาเปึนที่ปรึกษาของคณะกรรมการ แล้วก็มีผลตอบแทนเทียบเท่า กับคณะกรรมการ ออกสิทธิออกเสียงเหมือนกรรมการแต่ไม่ต้องรับผิดชอบเพราะเปึน ที่ปรึกษาคณะกรรมการ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเปึนช่องว่าง ก็อยากจะให้อุดช่องว่างตรงนี้ก็คือว่า คณะกรรมการต้องไม่มีการตั้งที่ปรึก ษาได้ เพราะว่าเราควรจะตั้งบอร์ด ที่มีความรู้ ความสามารถเพียงพอแล้วที่จะไปเปึนบอร์ด ก็ไม่จําเปึนจะต้องไปตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการ ให้เสียค่าใช้จ่ายเหมือนกับคณะกรรมการ แล้วก็ไปปฏิบัติหน้าที่เหนือคณะกรรมการ ก็พูดทุกอย่างแต่ไม่ต้องรับผิดชอบเพราะไม่ใช่คณะกรรมการ อันนี้ผมก็อยากจะฝากเปึนประเด็น ในส่วนของการประเมินผลที่มีท่านสมาชิกพูด ผมเองก็เห็นด้วยว่าองค์การมหาชนนี้ควรมีอายุ ให้ชัดเจน ไม่ว่าจะทําเชิงนโยบาย ไม่ว่าจะทําตามที่กําหนดใน ๓ กรอบขององค์การมหาชน ผมคิดว่าอันนี้น่าจะชัดเจนเลยว่าตั้งไว้ ๕ ป้ประเมินเพื่อการอยู่รอดหรือ ๑๐ ป้ เพื่อการอยู่รอด เพราะว่าสังคมไทยก็อย่างที่ว่าประเมินเพื่อให้เขายุบนี่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใคร อยากจะดําเนินการ แต่ผมคิดว่าน่าจะกลับด้าน คือการประเมินเพื่อความอยู่รอด ตรงนี้เอง ก็จะต้องใช้พลังจํานวนมหาศาลที่จะต้องอธิบายว่าทําไมจึงจะต้องอยู่รอด ซึ่งกลับด้าน กับการที่จะไปบอกว่าทําไมจะต้องยุบองค์การเหล่านั้น ผมก็คิดว่าถ้าเราพิจารณากลับด้านกัน ในส่วนของการประเมินนี่ผมก็คิดว่าน่าจะประเมินใน ๒ หน่วยงาน ก็คือของ ก.พ.ร. เอง ซึ่งเปึนหน่วยกํากับดูแลองค์การมหาชนในภาพรวม กับหน่วยราชการที่เปึนผู้ซื้อบริการ สาธารณะเหล่านั้น ผมคิดว่าถ้า ๒ หน่วยงานนี้ประเมินแล้วก็มายันกันก็จะได้อย่างน้อย ไม่ต้องมีหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งที่จะต้องมาตอบว่าใช่ ไม่ใช่ ของการอยู่รอดของ องค์การมหาชนซึ่งก็จะทํา ให้เกิดมีความที่เปึนอิสระต่อหน่วยงานที่จะตัดสินใจมากขึ้น ผมคิดว่าใน ๒-๓ เรื่องนี้ก็คิดว่าอยากจะฝากเปึนประเด็นต่อท่านคณะกรรมการเอาไว้ว่า จะทําให้องค์การมหาชนผมคิดว่าต้องขยายผลและให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ขอบคุณครับ