บวรศักดิ์ อุวรรณโณ หารือเรื่องการปฏิรูปสืบสวนของสานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยเสนอแนะการปรับปรุงการประเมินตัวชี้วัดและการแต่งตั้งโยกย้ายในกรมตำรวจ เพื่อลดการทุจริตและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และได้ปรับแผนงานภายในแล้ว ขอให้พิจารณาเร่งดำเนินการให้สมกับเป้าหมายการปฏิรูป
เชิญคุณโกวิทย์ ทรงคุณ ครับ คุณโกวิทย์อยู่ไหมครับ ถ้าไม่อยู่ก็ขออนุญาตไป พันตํารวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา ครับ เชิญคุณจรุงวิทย์ครับ
พันตํารวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา : กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะกรรมาธิการ และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม พันตํารวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ลําดับที่ ๓๓ ขอชื่นชมจริง ๆ รายงานฉบับนี้ ก็คือถ้าอ่านรายงานทั้งหมดจะเกิดค วามรู้สึกว่าอยากกลับไปเปึนตํารวจอีก มันไม่เหมือน วันที่จากออกมาจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ถ้ามันเร่งรัดได้ก็ดีครับ รายงานนี้ค่อนข้างจะ สมบูรณ์ แล้วก็ค่อนข้างจะครบถ้วนในทุกประเด็น แต่อยากจะขอเสนอแนะเพิ่มเติม สัก ๒-๓ ประเด็น ประเด็นแรกคือสืบเนื่องจากการอภิปรายครั้งที่แล้วซึ่งผมได้อภิปรายไว้ว่า งานสอบสวนน่าจะโตเปึนสายแท่ง แล้วแท่งงานนั้นน่าจะโตถึงรอง ผบ.ตร. แต่รายงานฉบับนี้ ก็เปึนแท่งเหมือนกันแต่ไปแค่เปึนผู้บังคับการคือตําแหน่งผู้เชี่ยวชาญพิเศษ เคารพ ในดุลยพินิจในความเห็นเพราะว่าได้สอบถามมาแล้วว่าอํานาจการสั่งคดีงานสอ บสวนคดี ที่ค่อนข้างจะรุนแรงสูงสุดก็คืออํานาจสั่งคดีเปึนของผู้บังคับการนั่นเอง ยกเว้นบางคดี เกี่ยวกับความมั่นคงหรือคดีอื่น ๆ ที่สําคัญ ๆ เปึนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ อันนี้สิ่งที่ปฏิรูปอันนี้มีมานานแล้วครับ แนวความคิดนี้ไม่ต่ํากว่า ๑๐ ป้ในการแยกแท่งงาน แต่ปัจจุบันก็น่าจะเปึนเพียงแค่ สบ. ๔ ซึ่งพันตํารวจเอก นอกจากนั้นก็คือข้อบกพร่อง มีอยู่นิดหนึ่งการเลื่อนชั้นจาก สบ. ๓ เปึน สบ. ๔ มันยากเกินไปหรือเปล่า แทนที่จะใช้ระบบ การประเมิน การประเมินที่มีหลากหลาย
ซึ่งจริง ๆ แล้วปัจจัยในการประเมินตัวชี้วัดต่าง ๆ น่าจะปรับให้ง่าย ให้เขาเติบโตในสายงาน มากกว่าการสอบ การสอบโดยลักษณะข้อสอบก็คือเปึนข้อสอบแบบเนติบัณฑิต อันที่ ๒ ก็คือควรจะเร่งรัดกระทําให้ไวที่สุด ในข้อ ๒ ก็คือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายในสํานักงานตํารวจ แห่งชาติ เรื่องนี้ใฝ์ฝันมานานครับ เพราะตํารวจปัจจุบันโดยเฉพาะนายตํารวจสัญญาบัตร เดือนเมษายนกับเดือนตุลาคมสมาธิ ในการทํางานไม่ค่อยมีครับ คิดอย่างเดียวว่าวิถีชีวิต ของตัวเองถ้ารั บราชการตํารวจจะต้องถูกโยกย้ายไปไหน โยกย้ายไปต่างจังหวัด วิถีชีวิตเปลี่ยน ครับไม่ได้อยู่กับครอบครัว อะไรต่าง ๆ นี่นะครับ เพราะฉะนั้นสมาธิ ในการทํางานต่าง ๆ ก็ไม่ค่อยมี การแต่งตั้งโยกย้ายในรายงานนี้บอกว่าให้มีการประเมินชี้วัด ระบบนี้ถ้าเกิดทําเปึนรูปธรรมขึ้นมาคํา ว่ามีตั๋วนักการเมืองหรือเปล่าเวลาแต่งตั้งโยกย้าย มันจะหมดไป คงต้องรีบออกกฎเกณฑ์ตัวชี้วัดที่สามารถเปึนตัวชี้วัดอย่างเปึนธรรม มิฉะนั้น คําว่ามีตั๋วนักการเมืองหรือเปล่ามันจะกลับมาอีก ลําดับที่ ๓ ในหน้า ๑๖ การลดการทุจริต คอร์รัปชันเพื่อนําเงินมาซื้อขายตําแหน่งหรือเอื้ อประโยชน์ให้กับผู้มีอิทธิพลเพื่อหวังผล ในการเลื่อนตําแหน่งจากอิทธิพลภายนอก สิ่งนี้ละครับในหลาย ๆ องค์กรเคยประสบเหตุ แบบนี้มาแล้ว เขาใช้ทางแก้หนึ่งก็คือการให้เงินเดือน ค่าตอบแทนที่เพียงพอ งานตํารวจ เปึนต้นทางแห่งกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคดีต่าง ๆ ต้องนําสู่อัยกา รศาล ดังนั้นเงินเดือน ค่าตอบแทนควรจะได้ลดหลั่นกับอัยการ กับศาล ในประเด็นนี้ผมเห็นควรเพิ่มเติมในหน้า ๑๗ อีกข้อหนึ่ง ครับ เปึนข้อ ๖ ให้พิจารณาเรื่องเงินเดือน ค่าตอบแทนที่เหมาะสม โดยให้นําหลักเกณฑ์เทียบกับองค์กรในกระบวนการยุติธรรมอื่น เช่น ศาล อัยการ อันนี้ไม่ใช่เฉพาะนายตํารวจสัญญาบัตร นะครับ ตํารวจสายปราบปราม สายสืบสวน ซึ่งเปึนชั้นประทวนด้วยครับ เพราะว่าตํารวจในชั้นนี้ทํางานใกล้ชิดกับสิ่งที่ผิดกฎหมาย แล้วสามารถที่จะไปรับเงินผลประโยชน์ได้ รับเงินผลประโยชน์มาทําไม ก็ทํามา เพื่อการวิ่งเต้นในตําแหน่ง ควรจะปรับเพิ่มข้อนี้ ขอเสนอแนะให้เพิ่มข้อนี้ ถ้ามีอยู่แล้ว ผมว่าข้อนี้ก็ยังไม่มีการปฏิบัติ ประเด็นสุดท้าย ในยุคนี้เปึนยุคแห่งการปฏิรูป ถ้าเกิดมีรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว มีการเลือกตั้งแล้ว มีรัฐบาลแล้ว ก็คงจะพ้นจากการปฏิรูป เพราะคําว่ามีตั๋วนักการเมืองหรือเปล่าอาจจะกลับมาอีก ช่วงโอกาสอันดีนี้ยุทธวิธี ยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดในช่วงนี้อีก ๘-๙ เดือนนี่ครับ สิ่งที่เสนอมาไม่ต้องไปออกกฎหมายใหม่ ไม่ต้องไปผ่าน ๓ วาระรวด ไม่ต้องทําอะไรสักอย่าง เพียงแต่ปรับองค์กร ปรับระเบียบ
ปรับภายในแล้วรีบดําเนินการให้สมกับเปึนยุ คปฏิรูปจริง ๆ จึงกราบเรียนมา เพื่อโปรดพิจารณาครับ ขอบคุณครับ
เชิญคุณโกวิทย์ ทรงคุณ ครับ