สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๓ · ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

เสรี สุวรรณภานนท์ หารือเรื่องการปฏิรูปการปฏิบัติงานตำรวจ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพิจารณาจากเหตุผลและเนื้อหาสาระในการปฏิรูป และเสนอแนะการแยกงานสอบสวนออกจากงานป้องกันและปราบปราม พร้อมเรียกร้องให้มีการปราบปรามการคอร์รัปชันและรีดไถ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธาน ในส่วนของรายงาน ที่ท่านคณะกรรมการได้รายงานให้กับสภาในขณะนี้ ผมต้องกราบเรียนครับว่าเดิมทีก็มี ความสนใจที่จะเข้ามาเปึนกรรมการในชุดนี้ แต่เนื่องจากว่าในความคิดเห็นของผมนั้น อยากจะรับฟังท่านอื่น ๆ ว่ามีความคิดเห็นอย่ำงไรในเรื่องของการปฏิรูปกิจการตํารวจ เพราะถือว่างานการปฏิรูปกิจการตํารวจเปึนเรื่องสําคัญ ผมก็มีแนวคิดของผมว่าสิ่งที่ต้องการ ปฏิรูปกิจการตํารวจนั้นมีทิศทางที่เหมาะสมอย่างไร ดังนั้นในส่วนของคณะกรรมการ ที่ตั้งขึ้นมานั้นตามรายชื่อแล้วทุกท่านเปึนคนที่มีความรู้ เปึนคนที่เหมาะสมกับการที่จะเสนอ การปฏิรูปกิจการตํารวจได้อย่างน่าเชื่อถือ สิ่งหนึ่งที่ผมเปึนห่วงกังวลก็คือการปฏิรูป กิจการตํารวจควรจะต้องมีการพิจารณาจากเหตุผล จากเนื้อหาสาระ จากระบบการทํางาน ของตํารวจ แต่สิ่งที่เรามีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากในปัจจุบันก็คือต้องการให้ มีการปฏิรูป กิจการตํารวจ แต่แนวทางการเสนอความเห็นต่าง ๆ จากสาธารณชนนั้นเปึนเรื่องที่ต้อง ทําความเข้าใจ เพราะว่าสิ่งที่ประชาชนได้รับผลกระทบมาทั้งหลายนั้นเปึนผลกระทบจาก การทําหน้าที่ของตํารวจ ซึ่งเปึนปัญหาของตัวบุคคล แต่สิ่งที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี้ เปึนเรื่องที่เราต้องพิจารณาถึงระบบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่าเราจะสร้างระบบตํารวจอย่างไร ให้สามารถรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชน รักษากฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ต้องแยกจากกัน ถ้าเอามาปนกันมันก็ทําให้แนวทางที่จะนําไปตัดสินใจนั้นคลำดเคลื่อนได้ ผมอ่านรายงานของคณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจฉบับนี้ด้วยความตั้งใจ อ่านอย่างเพ่ งพินิจพิเคราะห์ว่าสิ่งที่กรรมการได้จัดทํารายงานมานี้มีเนื้อหาสาระ ไปในแนวทางที่จะแก้ปัญหาของตํารวจได้อย่างไร ผมดูรายละเอียดทั้งหมดต้องกราบเรียนว่า

รายงานฉบับนี้เปึนรายงานที่นําปัญหาที่แท้จริงที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาได้นํามา นําเสนอเพื่อจะแก้ปัญหาให้กับตํารวจทั้งระบบ ยากครับกับการจะรวบรวมรายงานดังกล่าวนี้ ให้ชัดเจนเช่นนี้ได้ ดังนั้นในส่วนของการรายงานนั้นผมเรียนว่าส่วนใหญ่ผมเห็นด้วย แล้วก็อยากให้มีการปฏิรูปตามรายงานนี้อย่างจริงจัง แต่อาจจะมีปัญหาที่อาจจะไม่เห็นด้วย บางส่วน อย่างเช่น ข้อเสนอในหน้า ๑๔ ที่ให้ตั้งผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติโดยผ่าน ก.ตร. เสนอมาจากจเรตํารวจแห่งชาติหรือรอง ผบ. ๓ คน แล้วให้ผู้กํากับมาลงคะแนนเลือกเหลือ ๑ คน ผมต้องเรียนท่านนะครับว่าอันนี้คือปัญหา กระบวนการของศาลที่เลือก กต. ของศาล เปึนตัวอย่างที่ดี เพราะว่าให้ผู้พิพากษาที่ระดับอายุอาวุโสน้อยกว่าเลือก กต. ปรากฏว่า ผู้พิพากษาผู้ใหญ่ต้องคอยไปหาเสียงกับผู้พิพากษาทั่วไปมันก็เกิดระบบอุปถัมภ์ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านเสนอมาผมเข้าใจว่าเปึนเจตนาดีที่ต้องการให้มีการเลือกโดยเสียงส่วนใหญ่ ในส่วนของกําหนดตําแหน่งไว้คือระดับผู้กํากับขึ้นไป แต่ในทางปฏิบัติจริงมันจะเกิดปัญหา ว่ามันจะเกิดการวิ่งเต้นกัน มีระบบอุปถัมภ์เกิดขึ้นกว่าจะได้ เปึนผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ต้องคอยเอาใจคนนั้นคนนี้ นี่คือระบบที่เปึนปัญหา ส่วนเรื่องการแยกงานสอบสวนนะครับ ผมต้องกราบเรียนท่านว่าสิ่งที่กรรมการเสนอมานั้นผมชั่งใจและผมก็ตระหนักว่าควรจะออก รูปแบบใดแน่ ผมเปึนทนายความมา ๓๖ ป้ครับท่านประธาน ผมอยู่ในแวดวงตํารวจ ในงานเกี่ยวกับการสอบสวน สํานวนคดีความต่าง ๆ ผมว่าความมาหลายพันคดี ซึ่งงาน เกี่ยวกับการสอบสวนดังกล่าวนี้ผมต้องตระหนัก แล้วก็ต้องพยายามพิจารณาดูว่างาน การสอบสวนดังกล่าวควรอยู่ในแบบใด รูปแบบใด จากรายงานของคณะกรรมการ ถ้าดูหน้า ๑๖ จะใช้เหตุผลที่น่าสนใจและเปึนสิ่ง สําคัญว่าการศึกษาได้พบว่าการสืบสวน การสอบสวน การปัองกันและปราบปรามเปึนกระบวนการในการดําเนินการทางคดีอาญา เพื่อทราบข้อเท็จจริง พิสูจน์ความผิดและเอาตัวผู้กระทําผิดมาฟัองลงโทษตามที่บัญญัติไว้ ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั้งกระบวนการไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ทีนี้กรรมการต้องอธิบายเพิ่มอีกนิดหนึ่งครับ คําว่า ไม่สามารถแยกออกจากกันมันเปึน อย่างไร มันจะทําอย่างไร ทําไมถึงแยกออกจากกันไม่ได้ ซึ่งผมเชื่ออย่างหนึ่งครับว่าในส่วน งานอาชีพทนายความ เกี่ยวกับกระบวนการการสอบสวน เพื่อประโยชน์ของประชาชน ควรจะต้องทําอย่างเปึนระบบ ตํารวจต้องสืบสวนสอบสวนต้องทําหน้าที่อย่างเปึนระบบ เปึนกระบวนการ ดังนั้นในหน้า ๑๗ ได้มีรายงานที่ชัดเจนนะครับว่าการประสานกัน

อย่างเปึนระบบโดยบูรณาการของหัวหน้าหน่วยงานมีความรู้ความสามารถจากการกําหนด คุณสมบัติสําหรับตําแหน่งที่ต้องผ่านประสบการณ์สืบสวนสอบสวน ปัองกันและปราบปราม ซึ่งจะทําให้ผู้มีความรู้ทําความเข้าใจในการทํางาน สามารถสั่งการสืบสวนสอบสวน พยานหลักฐาน ตลอดจนทราบถึงความบกพร่องของสํานวนการสอบสวนได้อย่างมี ประสิทธิภาพ นี่คือเหตุผลใหญ่ครับท่านประธาน เหตุผลใหญ่ว่าการสืบสวนสอบสวน มันแยกจากกันไม่ได้ ถ้าแยกจากกันต่างคนต่างทํานี่นะครับ การทํางานไม่มีประสิทธิภาพ มันเกิดปัญหากับกระบวนการสอบสวน แล้วในที่สุดแล้วประชาชนจะเดือดร้อน ผมสรุปสั้น ๆ ผมเข้าใจว่าโดยระบบแล้ว นอกจากระบบที่สร้างขึ้นมาสิ่งสําคัญคือท่านต้องแก้ปัญหา เรื่องจิตวิญญาณความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตํารวจในการปฏิบัติหน้าที่ แล้วข้อสําคัญก็คือ ท่านต้องมีวิธีการนะครับ หาผลประโยชน์ รีดไถทั้งหมดนี่ต้องเลิกครับทําอย่างไร ผบ. ตํารวจ ทุกคนที่จะเข้ามาต้องประกาศนโยบายชัดเจนว่าจะไม่ให้ตํารวจคอร์รัปชัน ไม่ให้ตํารวจ รีดไถชาวบ้าน

มาตรการเอาผิดเอาโทษที่กระทําความผิดต้องลงโทษตํารวจที่กระทําความผิดอย่างรุนแรง และจริงจัง เวลาจํากัดนะครับ โยกย้ายชั้นประทวนต้องมีไม่ให้อยู่นานจนกลายเปึนเจ้าพ่อ ผู้มีอิทธิพล เอาอย่างนั้นผมมาสุดท้ายเลยแล้วกันนะครับ ปฏิรูปกิจการตํารวจนั้นเมื่อทําแล้ว ต้องให้ประชาชนประเมินความพึงพอใจการทําหน้าที่ของตํารวจทุกป้ ขอบคุณครับ ท่านประธาน