สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๓ · ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

ประเสริฐ ชิตพงศ์ หารือเรื่องการจัดการศึกษาเพื่อผลิตกำลังพลตำรวจ โดยเห็นว่าการจัดการศึกษาที่มีอยู่ในโรงเรียนนายร้อยตำรวจมีลักษณะแยกส่วนมากเกินไป และเสนอแนวคิดที่จะจัดการศึกษาอย่างมีการแลกเปลี่ยนความรู้และความเข้าใจระหว่างนักเรียนตำรวจกับนักศึกษาทางภาคพลเรือน เพื่อสร้างกองกำลังตำรวจที่มีความรู้และความเข้าใจที่ดีขึ้น

รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสงขลา ผมเห็นประเด็นการศึกษาของคณะกรรมการแล้วก็เห็นมีอยู่ ๕ ประเด็นหลักนะครับ แต่ในประเด็นที่ ๕ นั้นก็ได้รวบรวมเอาประเด็นย่อย ๆ หลาย ๆ เรื่องไว้ ซึ่งมีอยู่เรื่องหนึ่ง ที่ผมอยากจะขอมีความเห็นด้วยกับมีความเห็นร่วมด้วยนะครับ แล้วก็อยากเห็นการปฏิรูป ในส่วนนี้ด้วย ก็คือเรื่องของการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาผู้ที่จะมาเปึนกําลังพลของตํารวจ ผมเรียนว่าจากการที่ปัจจุบันเรามีสถานศึกษาที่สําคัญที่เกี่ยวกับเรื่องการผลิตกําลังคน ของตํารวจก็คือโรงเรียนนายร้อยตํารวจ ซึ่งก็ถือว่าเปึนโครงสร้างทางการจัดการศึกษาที่ดี แต่ผมคิดว่าการจัดการศึกษาที่เปึนอยู่นั้นมีการผลิตนายตํารวจนะครับ มีลักษณะของ การแยกส่วนจากความเปึนจริงของการปฏิบัติงานของตํารวจอยู่ค่อนข้างมาก เปึนการผลิต ที่ในที่สุดจะได้คนออกมาปฏิบัติงาน เหมือนกับการจัดกองทัพของทางทหาร ซึ่งจริง ๆ แล้ว การปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจนั้นเปึนการทํางานอยู่กับประชาชน ทํางานอยู่กับมวลชน แต่ลักษณะของการจัดการศึกษาในโรงเรียนนายร้อยตํารวจซึ่งไล่มาตั้ งแต่ไปเรียน โรงเรียนเตรียมทหารแล้วก็ในที่สุดก็เข้ามาเรียนโรงเรียนนายร้อย ซึ่งเปึนลักษณะของ การแยกส่วน จากการที่ทําให้ผู้ที่จะออกมาเปึนกําลังสําคัญของตํารวจในอนาคตแยกส่วนมา ตั้งแต่ต้นเลย การจัดการศึกษาในลักษณะนั้นเหมาะสําหรับการจัดการศึกษาทางทหาร ที่ต้องการผลิต คนไปอยู่ในกองทัพ และลักษณะของการทํางานต้องการเรื่องของ การบังคับบัญชากันเปึนหลัก แล้วก็เน้นในเรื่องของการที่จะต้องมีวินัยในเรื่องของการรับฟัง คําสั่งหรือการสั่งการทั้งหลาย จริงอยู่ครับเรื่องของการเปึนตํารวจก็ต้องมีระเบียบและมีวินัย แล้วก็มีการฟังคําสั่งของผู้บั งคับบัญชา แต่ลักษณะที่ต้องปฏิบัติงานกับภาคประชาชน

และภาคมวลชนนั้นผมคิดว่าการจัดการศึกษาในรูปแบบโรงเรียนนายร้อยตํารวจในขณะนี้ เปึนการแยกส่วนมากเกินไป เปึนการผลิตคนออกมาสู่การทํางานเชิงอํานาจมากกว่า การทํางานเชิงอยู่กับมวลชน การแก้ปัญหาของประชาชน เมื่อไปจัดการศึกษาแล้วก็นํามาสู่ การผลิตบุคลากร แล้วมาปฏิบัติงานในลักษณะที่เหมือนกับเปึนกองทัพของทางทหารเช่นนี้ ทําให้หลายส่วนของการทําหน้าที่ของตํารวจอยู่ในระบบเชิงอํานาจมากเกินไป จนบางครั้ง ขาดความเข้าใจในความเปึนสังคม ในความเปึนภาคประชาชน ในความเปึนการดํารงอยู่ และวิถีชีวิตของประชาชนที่จะต้องอยู่กับสภาพซึ่งมีลักษณะที่ไม่ใช่เปึนการใช้อํานาจ ถึงจะอยู่กันได้นะครับ เปึนการใช้ความร่วมมือ ความเข้าใจ ในที่นี้ในประเด็นที่ ๕ ก็ได้พูดว่า การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกิจการของตํารวจ แต่ลักษณะการจัดโครงสร้าง ทางการศึกษาในลักษณะนี้ทําให้แยกห่างออกจากการอยู่ร่วมกับภาคประชาสังคม และภาคประชาชนอยู่ค่อนข้างมาก

เพราะฉะนั้นเปึนไปได้ไหมครับว่าอาจจะไม่จําเปึนต้องเปลี่ยนสภาพของโรงเรียน นายร้อยตํารวจ แต่การจัดการศึกษาของโรงเรียนนายร้อยตํารวจนั้นทําอย่างไรถึงจะมี ลักษณะของการมีส่วนร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ ที่เขาจัดการศึกษาในภาคพลเรือน อยู่ให้มากกว่านี้ มีหลักสูตรการเรี ยนร่วมหรือมีลักษณะของการจัดการศึกษาร่วมกับ มหาวิทยาลัยหรือโดยเฉพาะสถาบันการศึกษาที่มีสาขาที่อาจจะเกี่ยวข้องหรือสอดคล้อง กับการเรียนในลักษณะนี้ เช่น สาขาทางรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ หรือสาขาทางสังคมศาสตร์อื่น ๆ ที่เปึนลักษณะของการมีหลักสูตรร่วมและเป่ดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ สถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ที่เรียนในภาคพลเรือน สามารถไปเรียนร่วมกับโรงเรียน นายร้อยตํารวจได้ด้วยในบางรายวิชา ในบางสาขาวิชาและอาจจะเปึนโอกาสให้คนเหล่านี้ ที่ศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาที่เปึนภาคพลเรือนมีโอกาสที่เมื่อสําเร็จการศึกษาแล้วอาจจะ ไปรับราชการในวงการตํารวจได้ ซึ่งอาจจะมีพื้นฐานความเข้าใจของการเปึนตํารวจ ดีกว่าคนอื่น ๆ ที่ไม่มีโอกาสเรียนในหลักสูตรร่วมเช่นนี้ ผมคิดว่าน่าจะเปึนมิติใหม่ ที่น่าจะมีการปฏิรูปเรื่องการจัดการศึกษาเพื่อ จะสร้างกําลังพลที่มีความรู้ความเข้าใจ ในภาคประชาชนได้มากขึ้นกว่าที่เปึนอยู่ในปัจจุบัน จริง ๆ แล้วถ้ามีเวลาผมอาจจะขอพูด ไปถึงการผลิตตํารวจในระดับที่ต่ํากว่าชั้นสัญญาบัตรด้วย แต่เมื่อเวลาจํากัดก็อยากจะ ขอตั้งข้อสังเกตเอาไว้เฉพาะในเรื่องของการผลิตนายตํารวจ ซึ่งผมคิดว่าถ้าเปึนรูปแบบ แยกส่วนอยู่เช่นนี้ มีลักษณะที่มันมากกว่าการแยกส่วนในการทําความรู้และความเข้าใจ แต่มันเปึนการแยกส่วนในการเข้ามาปฏิบัติงานนายตํารวจ แล้วความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ การงานทางตํารวจด้วย มีการแยกสี แยกสถาบัน แยกสาขา แยกพื้นฐานการศึกษาอะไร ต่ออะไร ซึ่งผมคิดว่าไม่เกิดผลดีต่อวงการตํารวจซึ่งจะต้องทํางานร่วมกับภาคประชาชน และการจัดกําลังตํารวจในลักษณะเปึนกองทัพเช่นนี้ เปึนการแยกส่วนออกมาจากส่วนอื่น ๆ ค่อนข้างมาก อยากให้เห็นการปฏิรูปในส่วนนี้ด้วยครับ