รสนา โตสิตระกูล แสดงความกังวลเกี่ยวกับการปฏิรูปโทรคมนาคม เธอคิดว่าการปฏิรูปควรครอบคลุมมากกว่าแค่องค์กรการกำกับ และควรจัดการการใช้เงินขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เธอยังเห็นว่าการเก็บเงินจากผู้ประกอบการผ่านเลขหมายโทรศัพท์เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และควรจะมีสถาบันคุ้มครองผู้บริโภค รสนา โตสิตระกูล หารือเรื่องการประมูลโทรคมนาคมที่ประชาชนนั้นยังไม่ได้รับประโยชน์จริง และขอให้คิดค่าโทรศัพท์เป็นวินาที และไม่ควรใช้เงินจากการเก็บในส่วนนี้เข้าไปใน กตป.
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ คือดิฉันเองก็คิดว่าประเด็นเรื่องของ การที่จะมีการปฏิรูปเกี่ยวกับพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ก็เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ แต่ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่าทางคณะกรรมาธิการที่เสนอเรื่องการปฏิรูปนี่ เอาเฉพาะแค่องค์กรการกํากับในส่วนที่เปึนเรื่องของสื่อ ซึ่งก็มุ่งไปที่ตัวการเลือกกรรมการ แล้วก็รวมไปถึงกระบวนการการตรวจสอบในแง่ของส่วนของสํานักงาน แต่ดิฉันคิดว่า ที่จริงแล้วมันควรจะต้องมีเรื่องอื่น ๆ ที่ครอบคลุมมากกว่านี้ ดิฉันอยากตั้งข้อสังเกต การใช้เงินขององค์กร กสทช. นั้นต้องบอกว่ามีการใช้เงินอย่างฟุ์มเฟ๋อยมาก แล้วก็มีลักษณะ ของวิธีการเก็บเงินจากผู้ประกอบการ อย่างเลขหมายโทรศัพท์เลขหมายละ ๒ บาท ซึ่งจะมี ปริมาณเงินเข้ามาใน กสทช. ประมาณเท่าที่จําได้ก่อนหน้านี้ ๒,๘๐๐ ล้านบาท ตอนนี้อาจจะ เพิ่มขึ้น เพราะถ้าเลขหมายเพิ่มก็คงจะเพิ่มขึ้น ทีนี้เงินที่มันเก็บในลักษณะแบบเซอร์ชาร์จ (Surcharge) หรือเอียร์มาร์ ก แทกซ์ (Earmarked Tax) หรือเปล่า ดิฉันไม่แน่ใจนะคะ เงินอันนี้เขาบอกว่าเมื่อ กสทช. ใช้เหลือก็ให้ส่งคืนคลัง เราจะเห็นได้เลยว่า กสทช. จะเพิ่มกระบวนการใช้เงินเพิ่มขึ้น คือพยายามทํางบสมดุลมากกว่า ก็คือเพื่อที่จะส่งเงิน เข้าหลวงน้อยที่สุด ซึ่งดิฉันคิดว่าคลื่นความถี่นั้นเปึนสมบัติของแผ่นดิน การประมูลที่ผ่านมานั้น ทําให้รัฐได้เงินในส่วนนี้น้อยลง ดิฉันคิดว่าที่จริงถ้ากําหนดวิธีการให้การประมูลนั้นควรจะเปึน การประมูลที่มีการแข่งขันอย่างเปึนจริง และควรจะได้เงินที่จะเข้ามามากพอแล้วส่งเข้าหลวง โดยให้ตัดเปอร์เซ็นต์จากการประมูลนั้นให้ กับ กสทช. เพื่อการใช้ อันนี้อาจจะทําให้ กระบวนการที่จะให้มีการประมูลและมีการแข่งขันอย่างจริงจังมากขึ้นนั้นมันจะเกิดขึ้น สิ่งที่มีการประมูลที่ผ่านมาตอน ๓ จี บอกได้เลยว่ามันไม่ได้มีลักษณะของการประมูล แล้วผ่านไปโดยที่ไม่ได้มีการที่จะตรวจสอบในเรื่องนี้อย่างจริ งจัง เพราะฉะนั้นดิฉันเองคิดว่า สิ่งที่เปึนสาธารณสมบัติของบ้านเมืองนั้น รายได้ควรจะต้องเอากลับเข้ามาที่หลวง แล้วก็ กสทช. ควรจะต้องมีการจํากัดการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ อีกประการหนึ่งสมัยก่อนนั้น มีสถาบันองค์กรผู้บริโภคที่อยู่ในเรื่องของโทรคมนาคม แต่ในภายหลังถูกตัดทิ้งไปหลังจากที่มี กฎหมายใหม่ขึ้นมา ดิฉันเองคิดว่าถ้าคุณมีการเก็บเอียร์มาร์ก แทกซ์แบบนี้ คือมีการเก็บเงิน จากค่าเลขหมายของผู้ประกอบการเข้ามา ที่จริงแล้วควรจะต้องมีสถาบันคุ้มครองผู้บริโภค
อยู่ในเรื่องโทรคมนาคมด้วย แล้วก็ให้ใช้เงินจากการเก็บในส่วนนี้เข้ามา เพราะว่าเวลานี้ ต้องบอกว่าผู้บริโภคนั้นก็ยังไม่ได้รับประโยชน์คือ ๑. หลวงนี่เมื่อก่อนเคยได้เงินในสมัยเปึน ยุคสัมปทานได้เงินจากกิจการโทรคมนาคมมากกว่าที่มีการประมูลในเวลานี้ แต่เมื่อมี การประมูลแล้วได้เงินเข้าหลวงน้อยลง แต่ประชาชนควรได้รับประโยชน์มากขึ้น ขณะนี้ แม้แต่แค่กรณีเรื่องของการคิดค่าโทรศัพท์เปึนวินาทีก็ยังไม่ทําเลยนะคะ วันก่อนดิฉัน ไปเปลี่ยนซิมการ์ด (Sim card) เปึน ๔ จี ดิฉันซื้อเปึนแพกเกจ (Package) แพกเกจของดิฉัน แต่เดิมที่เปึน ๓ จีนั้นได้โทรศัพท์ประมาณ ๘๐๐ นาที พอเปลี่ยนเปึน ๔ จี ลดลงมาเหลือ ๖๐๐ นาที แล้วก็แต่ละนาทีที่เกินหลังจากนั้นจะต้องจ่าย ๑.๕๐ บาท ดิฉันคิดว่า ทําไมคุณไม่คิดเปึนวินาที แล้วเรื่องนี้พูดกันมาตั้งแต่สมัยที่เราเริ่มต้นทําในสภาปฏิรูปของเรา ที่เสนอเรื่องควิก วิน (Quick win) จนป์านนี้ กสทช. ก็ไม่รู้ร้อนรู้หนาวในการที่จะทําให้มัน เปึนไปในสิ่งที่สมควรที่จะเปึน คือการคิดค่าโทรศัพท์เปึนวินาที เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าเวลานี้ ในกระบวนการที่ท่านเสนอที่เปึนการปรับปรุงมันก็เปึนการปรับปรุงที่ดิฉันคิดว่า ยังไม่ครบถ้วน สิ่งที่จะครบถ้วนควรจะต้องดูว่าเมื่อมีการปฏิรูปแล้วในส่วนของประชาชนนั้น จะได้รับประโยชน์จริง ๆ อย่างไร ดิฉันก็เห็นด้วยว่า กตป. นั้นที่เราจะมีขึ้นมาไม่ควรที่จะ ไปใช้เงินจาก กสทช. โดยตรง
เพราะว่าเมื่อ กตป. รับเงินจาก กสทช. นั้นนี่มันก็ขาดความเปึนอิสระ แต่ดิฉันคิดว่าแค่ กตป. อย่างเดียวนั้นยังไม่พอ ดิฉันคิดว่าสถาบันขององค์กรผู้บริโภคที่เพื่อดูแล้ วก็ตรวจสอบ การดําเนินงานของกิจการโทรคมนาคมที่เอาเปรียบผู้บริโภคนั้นควรจะมีต่อไป ถ้าหากว่า คณะกรรมาธิการของท่านจะเสนอในส่วนนี้ ดิฉันคิดว่าน่าจะเสนอในส่วนนี้เพิ่มเข้าไปด้วย เพราะว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดที่ดิฉันเห็นก็ คือว่ากิจการ โทรคมนาคมนั้นมีกําไรมหาศาล แต่เอาเปรียบผู้บริโภคตลอดเวลา เราจะเห็นว่ากระบวนการเพิ่มแต่ผู้บริโภคนะคะ แต่ว่าโครงข่ายพื้นฐานที่ต้องลงทุนไม่เพิ่ม เพราะเราจะเจออยู่เสมอว่าสายโทรแล้ว บางทีก็หลุดตลอดเวลา เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าถ้าหากว่าจะมีการปรับปรุง ในเรื่องของ การปฏิรูปนั้นจริง ๆ มันต้องปฏิรูปอีกหลายส่วน แต่ว่าอยากจะขอให้มีการเสนอเพิ่มเข้าไป ด้วยนะคะว่าควรจะมีส่วนของผู้บริโภคเข้ามาดูในเรื่องนี้โดยตรงน่าจะได้ประโยชน์มากขึ้น ขอบพระคุณค่ะ