วิริยะ หารือเรื่องการสนับสนุนคนพิการ โดยเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการสนับสนุนงบประมาณเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและเข้าถึงสื่อสารมวลชนในประเทศไทย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้โดยเฉพาะเรื่องกรรมการลดจาก ๑๑ คนลงมาเหลือ ๗ คน ผมว่ามันน้อยมากเลย ผมขอตรงกลางก็ยังดีนะครับ จาก ๑๑ คนลงมาเหลือสัก ๙ คนนะครับ อย่างน้อยก็ด้านกระจายเสียงกับด้านโทรคมนาคมอย่างละ ๔ คน ประธาน ๑ คน ทีนี้ผมมาถึงจุดสําคัญครับท่านประธาน อยู่ใน ๕.๔ นี้นะครับ คือเรื่องตัวสํานักงาน คือแต่เดิม เขาก็มีสํานักงานที่จะดูแล การเข้าถึงวิทยุกระจายเสียงและโทรคมนาคมถ้วนหน้า หรือที่เขาเรียกว่ายูโซ (USO) ผมว่ายังต้องมีอยู่นะครับ เพราะว่าจะต้องเปึนสํานักงาน ที่คอยดูแล สนับสนุน ส่งเสริมที่จะให้ทุกคนได้เข้าถึงวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ รวมทั้ง โทรคมนาคม โดยเฉพาะกลุ่มคนพิการก็มีความจําเปึนอย่างมาก อย่างที่ผมเคยพูดมาแล้ว ไม่ว่าวิทยุ โทรทัศน์มันต้องมีเรื่องเกี่ยวกับออดิโอ เดสคริปชัน (Audio description) เกี่ยวกับเรื่องโคลส แคปชัน (Closed caption) ที่จะช่วยเรื่องของคนหูหนวกในการเข้าถึง โทรทัศน์ ของคนตาบอดก็เช่นเดียวกันที่จะต้องมีการบรรยายภาพ เรื่องออดิโอ เดสคริปชัน นี่นะครับ
มันต้องมีหน่วยงานที่จะต้องเข้ามาส่งเสริม สนับสนุน อย่างที่ผมได้พูดไปแล้วว่าทุกวันนี้ โทรทัศน์เราก็กําหนดแค่ชั่วโมงเดียวที่จะให้มีล่ามภาษามือที่จะให้คนหูหนวกเข้าถึง จริง ๆ แล้วมันมีความจําเปึนที่จะต้องเพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมว่าชั่วโมงเดียวมันน้อยไป เอาละ เราบังคับให้เจ้าของสถานีเขาทํา ๑ ชั่วโมง แต่ว่า กสทช. ก็มีเงินเยอะแยะ ก็ควรจะต้องสนับสนุนเองเพิ่มเติมที่จะให้แต่ละช่องสามารถที่จะให้บริการเหล่านี้มากขึ้น อันนี้ผมยกตัวอย่าง หรือด้านโทรคมนาคม กสทช. ก็ต้องมาส่งเสริม สนับสนุน ให้ทุกคน ได้เข้าถึงระบบโทรคมนาคมการสื่อสาร อย่างเช่นที่ผมพูดอยู่เปึนประจําเรื่องคนหู หนวก สามารถใช้โทรศัพท์ได้ อันนี้ก็ต้องเปึนเรื่อง กสทช. ที่จะต้องให้เงินอุดหนุน สนับสนุนมา ทุกวันนี้ กสทช. ก็ดูแลให้เงินสนับสนุนผ่านมาที่มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการกับเน คเทค (NECTEC) ในการที่จะทําเรื่องนี้ ขนาดมีหน่วยงานที่ดูแลอยู่การเบิกจ่ายเงินก็ยังตะกุกตะกัก อยู่เลยครับท่านประธาน ยิ่งถ้าไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบผมว่าคงจะยุ่งน่าดูเลยในการที่จะ เข้ามาสนับสนุนให้คนพิการเข้าถึงระบบโทรคมนาคม ให้คนหูหนวกสามารถที่จะใช้โทรศัพท์ สื่อสารกับคนอื่นได้ ให้ผู้ยากไร้เข้าถึงระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) มีในอินเทอร์เน็ตชุมชน ให้ทุกชุมชนสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ ในเมื่อเราจะเข้าสู่ยุคดิจิทัล ระบบอินเทอร์เน็ตที่ทั่วถึง มันมีความสําคัญมากนะครับ เพราะฉะนั้นมันต้องมีสํานักงานที่จะต้องเข้ามาดูแล เรื่องเหล่านี้ที่จะให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากวิทยุ โทรทัศน์ แล้วก็โทรคมนาคม อย่างทั่วถึงถ้วนหน้า ไม่ใช่แต่กลุ่มคนพิการ ผู้ยากไร้ ผู้สูงอายุ และอื่น ๆ ด้วย ท่านประธาน อันนี้ก็อยู่ใน ๕.๔ หรือ ๕.๖ เรื่องกองทุนก็เช่นเดียวกัน ผมก็รู้สึกว่ากรรมการบริหารกองทุน ก็รู้สึกน้อย ผมคิดว่ามันจะต้องมีจํานวนที่มากขึ้นมาพอสมควรสัก ๗ คนก็ยังดี เพราะว่า กองทุนก็จะต้องเข้ามารับผิดชอบนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการที่จะทําให้คนพิการเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ อย่างที่ผมได้พูดไปแล้วเรื่องโคลส แคปชัน มันก็ต้องอาศัยเงินที่จะต้องมาพัฒนาระบบว่า ทําอย่างไรที่จะเกิดระบบโคลส แคปชัน หรือที่คนเห็นตัววิ่งที่มันเปึนทันเวลาห รือที่เรา เรียกว่าเรียล ไทม์ (Real time) ที่จะให้คนหูหนวกสามารถอ่านได้ทันทีว่าใครกําลัง พูดอะไรในโทรทัศน์ ซึ่งการพิมพ์มันจะต้องใช้ความเร็วมาก มันจะต้องผลิตแท่นพิมพ์ ขึ้นมาใหม่ เพื่อจะทําอย่างไรให้พิมพ์ได้อย่างรวดเร็ว คือไม่ใช่พิมพ์ทีละตัวหนังสือ มันอาจจะ กดทีเดียวเปึน ๑ ถ้อยคําเหมือนในต่างประเทศที่เขาทํากัน อันนี้เราก็ต้องมาพัฒนาใช้กับ ภาษาไทย มันก็ต้องอาศัยเงินจากกองทุนมาพัฒนา หรือที่ผมพูดไปแล้วตาบอดสามารถเข้าถึง
สิ่งพิมพ์ได้มันก็ต้องอาศัยงบประมาณที่จะเข้ามาพัฒนาวิจัย ผมยังน้อยใจว่าสิ่งเหล่านี้ ต่างประเทศทําได้ แต่ประเทศไทยเราทําไม่ได้ เพราะว่าเราขาดเงินส่งเสริมนวัตกรรมเหล่านี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ากองทุนนี้จะต้องมีงานหลักที่จะทําอย่างไรส่งเสริมให้ทุกคนได้เข้าถึง วิทยุกระจายเสียง โทรคมนาคม หรือโทรศัพท์อย่างถ้วนหน้าทั่วถึง ไม่ว่าคนพิการ ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และผู้ที่เสียเปรียบในสังคม ขอบคุณมากครับท่านประธาน