สยุมพร ลิ่มไทย หารือเรื่องการปฏิรูปงานสอบสวน โดยเน้นการปรับปรุงกระบวนการสอบสวน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและหลักนิติธรรม และเรียกร้องการปรับปรุงระบบสายตรวจให้เหมาะสม
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ผม สยุมพร ลิ่มไทย ผมได้ดูรายงานขอ งคณะกรรมการแล้วก็ขอเสนอความเห็น ในประเด็นเดียวก็คือประเด็นปฏิรูปที่ว่าด้วยงานสอบสวน ผมเปรียบเทียบกับรายงาน ฉบับแรก ขอเรียนอย่างตรงไปตรงมาว่าผมคิดว่ารายงานฉบับแรกมีความชัดเจน แล้วก็เปึน ข้อเสนอที่เปึนเชิงปฏิรูปมากกว่า เฉพาะในเรื่องของการสอบสวน
เพราะว่าดูจากรายงานฉบับนี้สมมุติฐานก็คือว่างานสอบสวนยังอยู่ในสํานักงานตํารวจ แห่งชาติเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าปรับปรุง การปรับปรุงเท่าที่ดูแล้วก็เปึนเพียงการปรับปรุง ในแง่ของกระบวนการเท่านั้น เพราะว่าจะมีการพิจารณาเฉพาะในเรื่องประสิทธิภาพ ของพนักงานสอบสวน คุณสมบัติเฉพาะของคนที่จะเปึนหัวหน้าพนักงานสอบสวน การรับแจ้งความทําอย่างไรถึงจะให้รับแจ้งความทุกเรื่อง ความเจริญก้าวหน้าของพนักงาน สอบสวน รวมทั้งการให้ใช้เรื่องของการสืบสวนเข้ามาช่วยในการสอบสวนด้วย ก็โอเคละครับ ถึงแม้ว่าจะไม่แยกงานสอบสวนออกไปจากตํารวจ ผมคิดว่าสิ่งที่จําเปึนจะต้องพูดให้ชัดเจน ก็คือเรื่องการถ่วงดุลอํานาจในเรื่องของการสอบสวน ถึงแม้ว่ายังอยู่ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เรื่องนี้ก็ยังสามารถที่จะทําให้เกิดระบบการถ่วงดุลในอํานาจของพนักงานสอบสวนได้นะครับ เพราะว่าเปึนที่ยอมรับนะครับว่าอํานาจในการสอบสวนเปึนต้นทางของกระบวนการยุติธรรม เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นตรงจุดนี้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการยุติคดีไม่ให้เข้ามาสู่ กระบวนการยุติธรรม ที่เราเข้าใจกันว่าเปึนเรื่องการเป์าคดีนะครับ การทําสํานวนทําให้อ่อนก็ได้ ทําให้แข็งก็ได้ วิธีการสอบสวนซึ่งยังมีการใช้วิธีการนอกระบบที่ทําให้ผู้ถูกกล่าวหา ต้องสารภาพ โดยที่อาจจะไม่มีมูลความจริง การถูกแทรกแซงในกระบวนการของ พนักงานสอบสวนยังมีอยู่เสมอ รวมถึงการใช้กระบวนการสอบสวนในการแสวงหาประโยชน์ ของเจ้าหน้าที่ที่เปึนพนักงานสอบสวน ทั้งหมดนี้มันเกิดจากการที่ตํารวจมีอํานาจมาก ในชั้นของการสอบสวน แล้วก็เปึนผลทําให้เมืองไทยหรือประเทศไทยนั้นเปึนประเทศที่ใช้ หลักนิติรัฐ แต่ว่ากลายเปึนว่าหลักนิติรัฐนั้นไม่สามารถทําให้เกิดความเปึนธรรมได้ ไม่เปึนไป ตามหลักนิติธรรม สิ่งที่ผมจะเสนอว่าจะต้องทําให้มีการถ่วงดุล เรื่องแรกนะครับ ขณะนี้ มีกฎหมายมากมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความผิดหรือการกระทําผิดทางอาญา แล้วก็เปึน กฎหมายที่หลายเรื่องต้องใช้ความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางทั้งสิ้น อย่างเช่น กฎหมายที่เกี่ยวกับที่ดิน กฎหมายที่เกี่ยวกับอาคาร กฎหมายที่เกี่ยวกับการดูแลที่สาธารณะ แม่น้ํา ลําคลอง เหล่านี้เปึนต้น กฎหมายเหล่านี้มีเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมดูแลนั้น ๆ ซึ่งมีความ เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่ดินก็มีเจ้าพนักงานที่ดิน อาคารก็มีเจ้าหน้าที่โยธา เจ้าหน้าที่ผังเมือง แม่น้ํา ลําคลอง ก็มีกรมเจ้ำท่า เขียนไปให้ชัดเลยได้ไหมว่า ในกรณีที่มีการกระทําผิด ตามกฎหมายเฉพาะเหล่านี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายนี้เปึนพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย คําว่า เปึนพนักงานสอบสวน
ก็คือมีอํานาจตั้งแต่ต้นเลยนะครับ เมื่อพบเห็นการกระทําผิดจับกุมได้ สืบสวนได้ สอบสวนได้ สรุปสํานวนเพื่อนําส่งอัยการฟัองหรือไม่ฟัองได้ ให้เสร็จในกระบวนการของกฎหมาย เฉพาะเรื่องนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้ตํารวจจับกุมนะครับ ถึงแม้ว่าจะมีพนักงาน สอบสวนตามกฎหมายเฉพาะนี้ ถ้าหากเจ้าหน้าที่ตํารวจไปพบ เห็นการกระทําจับได้ จับแล้วให้นําส่งพนักงานสอบสวนตามกฎหมายเฉพาะนี้ เพราะฉะนั้นแนวทางนี้ก็จะเปึน การทําให้การดําเนินการของพนักงานสอบสวนเปึนไปตามความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มากยิ่งขึ้น แล้วก็เปึนการถ่วงดุลอํานาจของเจ้าหน้าที่ตํารวจครับ คราวนี้เจ้าหน้าที่ตํารวจ ก็คือทําเรื่องปัองกันและปราบปรามอาชญากรรมซึ่งเปึนเรื่องที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ ในรายงานได้มีการเขียนถึงเรื่องการถ่ายโอนภารกิจไว้แล้ว แต่ผมคิดว่าควรจะเขียนเรื่องนี้ ลงไปให้มันเกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น ก็อยากจะเรียนเพิ่มอีกนิดนะครับ สิ่งที่ผมคิดว่าควรจะเน้น ให้มากแล้วก็ไม่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ ก็คือการที่ตํารวจจะต้องใช้อัตรากําลังส่วนใหญ่ ที่มีอยู่ลงไปในระดับพื้นที่ให้มาก ผมกําลังพูดถึงเรื่องระบบสายตรวจ ทุกวันนี้สายตรวจ จะเปึนมาตรการเชิงรุก แล้วก็เปึนมาตรการปราม ปรามไม่ให้มีการกระทําผิดกฎหมายเกิดขึ้น
แต่ทุกวันนี้ระบบสายตรวจนี่นะครับทํางานไม่ได้เต็มที่นะครับขึ้นอยู่กับอุปกรณ์น้ํามัน น้ํามัน มีมากมีน้อยสายตรวจก็ไปตามจํานวนน้ํามันที่มีอยู่ ทําอย่างไรถึงจะให้อัตรากําลังส่วนใหญ่ และงบประมาณส่วนใหญ่ลงไปอยู่ที่ตรงนี้ครับระบบสายตรวจ ขอบคุณมากครับ