สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๓ · ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

พลเดช ป่ืนประทีป หารือเรื่องการปฏิรูปกิจการตํารวจ โดยเน้นเรื่องความเป็นอิสระของหน่วยงานตํารวจ การควบคุมการแทรกแซงของทางการเมือง การกระจายอํานาจการบริหารจัดการกิจการตํารวจ และกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน และเสนอแผนการพัฒนาและแผนปฏิรูปการตำรวจ

นายพลเดช ป่ืนประทีป

กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม พลเดช ป่ืนประทีป ครับ สมาชิก สปช. ด้านบริหารราชการแผ่นดิน หมายเลข ๑๕๒ ครับ ท่านประธานครับ ผมจําได้ว่าเมื่อคราวก่อนได้ฟังการรายงานของ อนุกรรมาธิการปฏิรูปกิจการตํารวจเมื่อคราวที่แล้วได้นําเสนอรายงานเบื้องต้นแล้วก็มี ประเด็นที่ผมจดจําเพราะว่ามีความสนใจและต้องใจนะครับอย่างน้อย ๓ เรื่อง เรื่องแรกนั้น เปึนเรื่องของการแยกงานสอบสวนออกจากตํารวจ สตช. แล้วก็ได้พูดถึงว่าการให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด และอัยการมีอํานาจในการตรวจสอบการสอบสวนตั้งแต่เริ่มคดี ตรงนี้ก็เปึนประเด็นที่ผมคิดว่ามันเปึนประเด็นที่จะให้หลักประกันแก่กระบวนการยุติธรรม ในขั้นต้นที่ประชาชนจะได้รับ อันนั้นเปึนเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ ที่ผมคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญ อีกอันหนึ่งคือเรื่องของการกระจายอํานาจการบริหารจัดการกิจการตํารวจจากเดิมที่รวมศูนย์ อยู่ที่ส่วนกลางนั้น คราวนั้นมีการเสนอว่าควรจะกระจายไปให้จังหวัดแล้วก็ท้องถิ่นขนาดใหญ่ ในขณะเดียวกัน ก็ควรมีนวัตกรร มในเรื่องของคอมมิว นิตี โพลิสซิง ที่ท่านอื่น ๆ ได้อภิปรายแล้วนะครับ เรื่องที่ ๓ อีกเรื่องหนึ่งก็พูดถึงเรื่องของกลไกการมีส่วนร่วมของ ประชาชนครับให้ความสําคัญมาก กลไกการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชนและสังคมว่า มันมีทั้งในระดับของกลไกในการเฝัาระวังปัญหานะครับ กลไกในการบริการ กลไกในเรื่อง ของการตรวจสอบต่าง ๆ การบริหารจัดการ ตรงนี้ก็เปึนประเด็น ๓ เรื่อง ทีนี้มาในคราวนี้ครับ ในคราวนี้นี่ดูในภาพรวมข้อเสนอของตามแผนนี้แผนปฏิรูปกิจการตํารวจที่นําเสนอ ตรงนี้มีแนวทางใหญ่ ๆ อยู่ ๕ แนวทางนะครับ อันแรกว่าด้วยเรื่องของความเปึนอิสระของ หน่วยงานตํารวจ แล้วก็การควบคุมการแทรกแซงของทางการเมือง ตรงนี้ก็หมายความว่า เน้นในเรื่องของการดูแลปกปัองตัวเองจากการแทรกแซงของทางการเมือง ซึ่งก็มีคําถามว่า ตรงนี้ถ้าหากว่าดูแลไม่ให้การเมืองมาแทรกแซงแล้วจะเปึนสูตรสําเร็จไหมว่าจะทําให้กิจการ ตํารวจบริการประชาชนได้ดีขึ้น ตรงนี้ก็เปึนประเด็นนะครับ ประการที่ ๒ มีเรื่องของแนวทาง

การวางมาตรฐานการแต่งตั้งโยกย้ายเพื่อปัองกันการทุจริตคอร์รัปชัน ตรงนี้นี่นะครับ ผมคิดว่าตราบใดที่ยังรวมศูนย์อํานาจการบริหารจัดการอยู่อย่างนี้ไม่ว่าจะกําหนด มาตรฐาน การแต่งตั้งโยกย้ายอย่างไรผมไม่มั่นใจเลยครับว่าจะปัองกันการทุจริตคอร์รัปชันซื้อขาย ตําแหน่งได้ เรื่องที่ ๓ ท่านพูดถึงเรื่องของการปฏิรูปงานสอบสวน ตรงนี้โดยสรุปแล้วก็คือ ไม่แยก ประการที่ ๔ เรื่องการถ่ายโอนภารกิจ ๗ บวก ๔ ภารกิจนั้นไปให้หน่วยงานอื่น อันนี้ ไม่มีปัญหาครับ ส่วนเรื่องที่ ๕ เรื่องอื่น ๆ ที่สัพเพเหระมาไว้อยู่ตรงนี้นะครับ การมีส่วนร่วม ไปอยู่ตรงนี้ครับลดระดับความสําคัญมาอยู่ในเรื่องอื่น ๆ ในภาพรวมเมื่อเปึนอย่างนี้ผมจึงมี ความกังวลครับว่าถ้าหากว่าเปึนไปตามแผนการปฏิรูป กิจการตํารวจตามที่เสนอนี้แล้ว ผมกําลังกังวลอยู่ว่ามันจะไปสอดคล้องกับทิศทางนโยบายหรือว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยเรื่องการปฏิรูปหรือเปล่า เพราะว่าในนั้นได้พูดถึง เรื่องของการปฏิรูปกิจการตํารวจนี้เอาไว้อยู่ในมาตรา ๙ (๙) พูดถึงเรื่องการกระจายอํานาจ การบริหารงานตํารวจไปสู่ระดับจังหวัด และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ในกิจการตํารวจ ปรับปรุงระบบงานสอบสวนให้มีความเปึนอิสระ ให้พนักงานสอบสวน มีหน้าที่รวบรวมหลักฐานอย่างจริงจังเพื่อพิสูจน์ความจริง และให้พนักงานอัยการมีอํานาจ สอบสวนร่วมกับพนักงานสอบสวนในคดีอาญาที่สําคัญและอื่น ๆ อีกนะครับ ตรงนั้นจึงทําให้ มีความกังวลครับว่ามันจะไปทิศทางที่มันไปขัดกันหรือเปล่าในระยะนั้น ในภาพรวมอย่างนั้น แล้วผมจึงมีข้อสรุปโดยส่วนตัวนะครับ ผมคิดว่าในภาพรวมนี่แผนปฏิรูป กิจการตํารวจที่ได้ นําเสนอในคราวนี้ผมคิดว่ามันอยู่ในระดับของแผนการพัฒนา เปึนแผนการพัฒนา น้ําหนักของผมนี่การประเมินของผมผมคิดว่ายังไม่ถึงขั้นที่จะเลือกเปึนแผนการปฏิรูป อะไรเลยนะครับ

เปึนแผนการพัฒนา และเปึนแผนการพัฒนาที่มีลักษณะที่เอาข้าราชการตํารวจเปึนศูนย์กลาง เสียด้วยซ้ํา ในการออกแบบวางแผนต่าง ๆ เปึนอย่างนี้นะครับ ดังนั้นถ้าหากว่าจะเปึนแผน ปฏิรูปกิจการตํารวจจริงแล้วต้องมีเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ แล้วต้องมีการออกแบบการปรับปรุง ในเรื่องของโครงสร้างอํานาจความสัมพันธ์ต่าง ๆ ไว้อย่างสําคัญนะครับ โดยภาพรวม ผมจึงมีความเสียดายต่อรายงานฉบับนี้ แล้วก็รู้สึกผิดหวังพอประมาณ แล้วก็คงจะไม่สามารถ ที่จะรับรองรายงานฉบับนี้โดยส่วนตัวครับ ขอบคุณมากครับ