สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๓ · ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ หารือเรื่องปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในหน่วยงานตำรวจ โดยเสนอแผนปฏิรูปกิจการตำรวจ เพื่อปรับปรุงระบบการรับแจ้งความ การประเมินเลื่อนตำแหน่ง การพัฒนาระบบการสอบสวน และการแบ่งเบาภาระความรับผิดชอบของสํานักงานตำรวจแห่งชาติ นอกจากนี้ยังเสนอให้ติดตั้งกล้องบันทึกภาพและเสียงในการสอบสวนทุกสถานีตํารวจ เพื่อยกระดับมาตรฐานของงานสอบสวนและป้องกันการปัดไม่รับคดี และยังเสนอให้แยกส่วนงานสอบสวนออกจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพื่อลดอํานาจที่อาจจะใช้ในทางที่ผิด และลดอัตราการเกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสม

ศาสตราจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่หนึ่ง

เชิญ พลตํารวจโท อาจิณ โชติวงศ์ ครับ

พลตํารวจโท อาจิณ โชติวงศ์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ กระผม พลตํารวจโท อาจิณ โชติวงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูป ลําดับ ๒๔๑ ผมเห็นด้วยกับทัศนะ มุมมองต่อสภาพปัญหาของคณะกรรมการจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ ไม่ว่าจะเปึน เรื่องการแทรกแซงทางการเมืองที่จะใช้ตํารวจทางด้านหน่วยงานและตัวบุคคลเปึนเครื่องมือ ในการแสวงหาอํานาจและผลประโยชน์ด้านต่าง ๆ ปัญหาการวิ่งเต้น ปัญหาการซื้อขาย ตําแหน่งอันเปึนรากเหง้าของการทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาระบบงานสอบสวนที่ไม่สามารถ ให้ความเปึนธรรมกับประชาชนได้อย่างทั่วถึงและขาดความโปร่งใส ตลอดจนปัญหาเกี่ยวกับ ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของตํารวจที่บางเรื่องสมควรถ่ายโอนไปให้หน่วยงานอื่น

รวมทั้งปัญหาด้านอื่น ๆ ที่คณะกรรมการได้เสนอไว้นะครับ ประเด็นแรก ในเรื่องที่เปึน ความเปึนอิสระจากการแทรกแซงทางการเมืองนั้นผมเห็นด้วยกับการแก้ปัญหาที่เสนอให้มี การปรับปรุงโครงสร้าง องค์ประกอบ และอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ก.ตร. และคณะกรรมการ ก.ต.ช. โดยให้คณะกรรมการ ก.ต.ช. นั้นมีหน้าที่ในการกําหนดนโยบาย และตัดอํานาจในการแต่งตั้ง ผบ.ตร. แล้วก็เน้นบทบาทของ ก.ตร. เน้นไปทางด้านการสร้าง หลักเกณฑ์ วิธีการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลด้านต่าง ๆ ของตํารวจ รวมทั้งวิธีการ แต่งตั้ง ผบ.ตร. ที่จะเสนอให้ตํารวจทั่วทั้งประเทศนั้นมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ที่สมควรจะเปึน ผบ.ตร. ผมว่าในประเด็นนี้น่าจะเปึนแนวทางหนึ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่น ความภาคภูมิใจ ความกล้าในการปฏิบัติหน้าที่ของ ผบ.ตร. ที่เหมาะที่ควรได้มากขึ้น แต่ตรงนี้ก็ควรจะต้อง ระวังนิดหนึ่งในเรื่องที่อาจจะเกิ ดเรื่องของการหาเสียงหรือเรื่องการเมืองที่จะเข้ามาสู่ ตํารวจได้ แต่ก็เปึนแค่ข้อควรระวังเท่านั้นเอง และผมเห็นต่อไปนะครับว่าในเรื่องนี้ ถ้าจะให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ในเรื่องการแทรกแซงทางการเมือง อํานาจของนายกรัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ตามมาตรา ๑๑ (๔) และ (๕) ที่ให้อํานาจนายกรัฐมนตรีในการสั่งให้ตํารวจไปปฏิบัติราชการสํานักนายกรัฐมนตรีได้ ตรงนี้ถ้าตัดออกได้สําหรับตํารวจก็จะทําให้การปฏิบัติหน้าที่ ผบ.ตร. นั้นมีความมั่นคงมากขึ้น หรืออย่างน้อยที่สุดก็ให้มีการถ่วงดุลการพิจารณาในเรื่องดังกล่าว โดยให้ ก.ตร. ซึ่งเปึนองค์กรกลางที่คอยแต่งตั้งตํารวจหรือ ผบ.ตร. อยู่นั่นแหละครับเปึนผู้ร่วมพิจารณา ก็น่าจะทําให้เปึนหลักประกันการทํางานของ ผบ.ตร. ได้ดีขึ้นครับ ในเรื่องต่อไปนะครับ ในเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตํารวจ เห็นด้วยนะครับที่จะกําหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการแต่งตั้งที่ชัดเจน โปร่งใสและเปึนธรรมไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การให้นําระบบอาวุโสมาใช้เปึนหลัก ถ้าจะแต่งตั้งข้ามอาวุโสต้องมีเหตุผลและความจําเปึน ที่มีน้ําหนัก โดยดูจากความรู้ความสามารถและผลงานมาประกอบ สิ่งนี้ถ้าทําให้เปึนรูปธรรม และชัดแจ้งได้ก็จะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง และถ้าเปึนไปได้ผมเห็นเพิ่มเติมว่าในประเด็นนี้ ถ้าตัดอํานาจของ ก.ตร. ตัดอํานาจของ ผบ.ตร. ตัดอํานาจของผู้บัญชาการที่กฎหมาย บัญญัติให้มีอํานาจในการยกเว้นหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขต่าง ๆ เปึนกรณีพิเศษเฉพาะราย ออกไปได้ด้วย ผมว่าจะทําให้การวิ่งเต้นลดน้อยลงและเปึนการสร้างระบบคุณธรรมให้มากขึ้น ต่อไปในเรื่องการปฏิรูปงานสอบสวนนะครับ ผมเห็นด้วยกับคณะกรรมการที่เสนอให้มี

การจัดทําแผนปฏิรูปกิจการตํารวจ โดยเฉพาะที่ให้มีการรับแจ้งความ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ การพัฒนาระบบการประเมินเลื่อนชั้น เลื่อนตําแหน่งในลักษณะที่เปึนรูปธรรมและมีคุณภาพ การกําหนดเส้นทางเติบโตในตําแหน่งสายงานสอบสวนที่ชัดเจนอันเปึนการเพิ่มคุณภาพของ พนักงานสอบสวน การให้มีพนักงานสอบสวนในระดับเทียบรองผู้บังคับการ เทียบระดับ ผู้บังคับการ ซึ่งต่อไปเราก็คงจะมีพนักงานสอบสวนระดับจังหวัดครับ ปกติเรามีแค่ ระดับอําเภอเท่านั้นเอง ถ้าผมต้องเทียบเคียงก็จะไปเทียบกับอัยการจังหวัดกับศาลจังหวัด อย่างนี้เปึนต้น ก็จะทําให้มีคุณภาพและมีความรับผิดชอบที่มากขึ้น การให้มีการทํางาน ร่วมกันระหว่างงานสืบสวนสอบสวน ตลอดจนการติดตามรายงานความคืบหน้าของคดี ทั้งหมดนี้ผมเห็นว่าน่าจะเปึนการปฏิรูประบบงานสอบสวนที่จะทําให้เพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ และความเปึนธรรมขึ้นมาได้ จะสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ ความเชื่อถือ ที่ได้รับจากประชาชนได้มากขึ้น ส่วนการถ่ายโอนภารกิจก็เช่นกันครับให้หน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้อง ผมเห็นว่าถูกต้องและเหมาะสมแล้วครับ เปึนการแบ่งเบาภาระความรับผิดชอบ ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งที่ผ่านมาทําหน้าที่เปึนเจ้ำภาพเกือบทุกเรื่องเลยครับ ไม่ว่าความผิดตามกฎหมายฉบับไหนต้องเปึนเจ้าภาพรับผิดชอบหมด สมควรให้หน่วยงานอื่น ที่มีหน้าที่ มีความรู้ มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ รับไปครับ แต่อย่างไรก็ตามคงต้องคํานึงถึงกรณีที่ต้องมีเจ้าภาพในบางเรื่องซึ่งเปึนความผิดในแต่ละบท แต่ละกระทงนี่จะมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอยู่หลายหน่วยงาน คงต้องคํานึงถึงระบบการที่ต้องมี เจ้าภาพและความพร้อมของหน่วยงานที่จะต้องรับผิดชอบ ส่วนเรื่องอื่น ๆ นอกนั้นผมเห็นว่า จะทําให้มีการปฏิรูปตํารวจให้มีประสิทธิภาพ เปึนธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุด กับประชาชนและสังคมโดยส่วนรวมได้มากขึ้นครับ ขอบพระคุณมากครับ

ต่อไปเชิญ พลตํารวจตรี ปรีชา สมุทระเปารยะ ครับ

พลตํารวจตรี ปรีชา สมุทระเปารยะ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม พลตํารวจตรี ปรีชา สมุทระเปารยะ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัว ก่อนนะครับว่าผมไม่มีอคติหรือผิดหวั งในการที่เกี่ยวกับอดีตในการรับราชการ ขออนุญาต แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาในฐานะอดีตตํารวจที่รักของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และอยากเห็นอาชีพตํารวจถ้าอยู่ในแถวก็จะเปึนอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีมากกว่าที่สังคม มองตํารวจอยู่ในปัจจุบันครับ ผมตระหนักดีอยู่แล้วว่าตํา รวจเปึนผู้ที่มีต้นทุนทางสังคม ค่อนข้างต่ํา จึงไม่ค่อยได้ใช้โอกาสในการอภิปรายแสดงความคิดเห็นมาก แต่วันนี้จําเปึนต้อง ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปตํารวจ ชีวิตรับราชการตํารวจของผม เริ่มตั้งแต่เปึนพลตํารวจสํารองพิเศษจนมาเกษียณอายุราชการที่ยศพลตํารวจตรี ในตําแหน่งผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดพังงา ช่วงรับราชการก็ได้รับราชการมาเกือบครบ ทุกตําแหน่ง มีประสบการณ์พอที่จะให้ความเห็นส่วนตัวว่าการปฏิรูปตํารวจในประเด็น ที่เกี่ยวข้องที่สําคัญ ๆ ก็เกี่ยวกับเรื่องอํานาจการสอบสวน ที่อยากจะเสนอแนะก็คือว่า จากที่เปึนอยู่ในปัจจุบั นควรปรับปรุงงานสอบสวนโดยการติดตั้งกล้องเพื่อบันทึกภาพ และเสียงในการสอบสวนทุกสถานีตํารวจ ซึ่งในปัจจุบันพนักงานสอบสวนก็มีการดําเนินการ อยู่แล้ว แต่เฉพาะคดีเด็กและเยาวชน ซึ่งจริง ๆ แล้วน่าที่จะทําในลักษณะเดียวกันนี้ทุกคดี ทั้งนี้เพื่อเปึนการยกระดับมาตรฐานของงานสอบสวนขึ้นมาและเพื่อเปึนหลักประกันของ ประชาชนในการที่จะได้รับความเปึนธรรม ทั้งนี้ การบันทึกภาพและเสียงในการสอบสวน จะช่วยปัองกันการปัดไม่รับคดี ประชาชนจะได้รับความเปึนธรรมเพราะสามารถนําไปเปึน พยานหลักฐานยืนยันในชั้นศาลได้ เพื่อปัองกันพยานกลับคําให้การ และเพื่อปัองกันการค้า สํานวนอีกส่วนหนึ่ง ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะอยู่กับตํารวจหรือแยกเปึนอิสระก็ตาม ซึ่งความเห็นส่วนตัวของผมผมเห็นต่างจากกรรมาธิการ โดยเห็นควรว่าน่าที่จะแยกออกจาก สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ด้วยเหตุผลที่ว่าพนักงานสอบสวนเปึนตําแหน่งที่ระบุอยู่ใน ป.อาญา และ ป.วิ.อาญา มีอํานาจหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐาน สืบสวนสอบสวน คดีอาญาทั้งหลายทั้งปวง จริง ๆ แล้วตํารวจมีหน้าที่ตั้งแต่การจับกุม การสอบสวน

และให้ความเห็นทางคดีในเบื้องต้น ซึ่งอํานาจทั้ง สามนี่ถ้าหากรวมกันอยู่ในที่เดียวกัน ดูจะมีอํานาจมากเกินไป ถ้าหากว่าได้คนที่ดีมาทํางานก็จะไม่ค่อยเปึนปัญหา แต่ถ้าหากว่า มีอคติมีอะไรต่ออะไรอาจจะใช้อํานาจไปในทางที่บิดเบี้ยวออกไปได้ ในส่วนงานสอบสวน ที่จะต้องแยกออกไปนั้น ผมมีความเห็นว่าตํารวจจะอยู่ในแถวได้มากขึ้น เพราะว่าการกระทํา ที่ฝ์าฝ๋นกฎหมายก็จะมีน้อยลง เพราะเหตุที่ว่าพนักงานสอบสวนไม่ได้อยู่กับตํารวจ ไม่มีใคร คอยช่วยเหลือในการที่จะกระทําความผิดหรือละเมิดกฎหมาย อาทิเช่น การเก็บส่วยต่าง ๆ การซ้อมผู้ต้องหา รวมไปถึงการอุ้มผู้ต้องหาไปไว้ในเซฟ เฮาส์ (Safe house) หรือแม้กระทั่ง หายสาบสูญไป เหตุการณ์ที่ตํารวจกล้าทําดังกล่าว

เพราะว่ามีพนักงานสอบสวนซึ่งจะต้องเปึนผู้รับคดีคอยช่วยเหลือตามคําสั่งของผู้บังคับบัญชา หรือผู้ที่มีอํานาจเหนือสํานั กงานตํารวจแห่งชาติ ต้องยอมรับครับว่าพนักงานสอบสวน ที่ทําสํานวนนี่สามารถนําพยานหลักฐานที่เปึนคุณหรือเปึนโทษให้กับผู้ต้องหา จะนําเข้าไป ในสํานวนหรือจะชักออกมาก็สามารถที่จะทําได้นะครับ การที่รู้ตัวผู้กระทําความผิดก็อาจจะ ทําให้ไม่รู้ตัวผู้กระทําความผิดก็ได้อีกหลาย ๆ ประการซึ่งเกิดขึ้น ทั้งนี้เมื่อสํานวน การสอบสวนผิดเพี้ยนออกไปก็จะทําให้เกิดความเสียหายต่าง ๆ นานา จริง ๆ แล้วยังมีเรื่อง อีกมากมายที่น่าจะต้องพูด แต่ว่าเมื่อเวลาหมดไปลักษณะเช่นนี้ก็มีเรื่องสําคัญ ๆ อีก ๒-๓ ประการนะครับ ก็คือว่าการที่งานสอบสวนยังไม่สามารถแยกออกไ ปจาก สํานักงานตํารวจแห่งชาตินี่ก็เพราะว่ามันยั งมีเรื่องค้างคากันอยู่อีกมากมาย อาทิเช่น เรื่องการกวาดล้างยาเสพติดมีผู้ที่เสียชีวิตจากเรื่องเหล่านั้นเปึนจํานวนมากมาย มีทั้งผู้ที่ เกี่ยวข้องจริงและไม่จริง ถ้าหากแยกงานสอบสวนออกมาคดีต่าง ๆ เหล่านั้นยังไม่ขาด อายุความก็อาจจะมีคนเดือดร้อนจากเรื่องดังกล่าวได้ ก็อาจจะเปึนเหตุผลส่วนหนึ่ง ที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติยังต้องยื้อเรื่องดังกล่าวนี้ไว้ในอํานาจ ขอขอบคุณครับ

คุณศานิตย์ นาคสุขศรี ครับ