กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล หารือเรื่องการปฏิรูปการทำงานของตำรวจ โดยเน้นย้ำถึงจุดสำคัญในการปฏิรูป คือการกำหนดระบบการตรวจสอบและการถ่วงดุล และการสร้างระบบรายได้เสริมให้กับตำรวจ เพื่อให้พวกเขามีศักดิ์ศรีและเกียรติศักดิ์ของตนเอง นอกจากนี้ยังพูดถึงการเพิ่มเงินเดือนและสวัสดิการตํารวจ เพื่อให้ตํารวจมีค่าตอบแทนและศักดิ์ศรีที่เหมาะสม และเสนอแนะให้มีการพิจารณาในภาพรวมและตรวจสอบถ่วงดุล เพื่อให้ระบบตํารวจไทยมีความสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพในอนาคต
ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติจาก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลําดับที่ ๐๐๗ จริง ๆ ในเรื่องของตํารวจดิฉันก็คงต้องกราบเรียนว่า ดิฉันไม่ได้มีความรู้ลึกลงไปในเรื่องวงการตํารวจ หรือเรื่องของการทํางานของตํารวจที่จะพูด ในวันนี้คงพูดในฐานะประชาชนเต็มขั้นคนหนึ่งที่ได้สัมผัสกับบริการของตํารวจว่าเปึนอย่างไร ดิฉันมี ๒ ประเด็นที่อยากจะพูดในวันนี้ ประเด็นที่ ๑ คงจะเปึนประเด็นในการที่จะเสริมว่า ในลักษณะพิเศษของการทํางานของตํารวจคือสิ่งที่ ดิฉันคิดว่าเราต้องหาในการปฏิรูปครั้งนี้ อันที่ ๑ ก็คือจุดคานงัดของเรื่องการปฏิรูประบบตํารวจควรจะทําอย่างไร ซึ่งดิฉันคิดว่า จุดคานงัดที่เขียนมาในนี้มันยังเห็นได้ไม่ชัดเจนว่าจุดไหนบ้างว่าที่จะให้ผลอะไร จุดที่ ๒ คือระบบการตรวจสอบและการถ่วงดุลของการทํางาน ซึ่งสมาชิกได้พูดไปแล้วว่า เราจะทําอย่างไร เพราะใน ๒ เรื่องนี้ดิฉันคิดว่าเราคงจะต้องไปดูในสิ่งที่ท่านเสนออยู่ ๒ เรื่อง ด้วยกัน เรื่องที่ ๑ คือในเรื่องของ ๕.๕ เรื่องอื่น ๆ ที่ท่านพูดถึงข้อ ๓ กับข้อ ๔ คือ ๕.๕.๓ เรื่องการปัองกันการทุจริตคอร์รัปชันกับ ๕.๕.๔ คือระบบงบประมาณของตํารวจ ถ้าเราย้อนกลับไปดูว่าปัญหาในเรื่องร้องเรียนที่ว่าทําไมประชาชนมองว่าตํารวจไม่เปึนที่พึ่ง ตํารวจรีดไถเก่ง ตํารวจไม่มีเกียรติยศเกียรติศักดิ์ของตนเองอะไรนี้ ประเด็นนั้นจะไปอยู่ที่ว่า ลักษณะพิเศษของการทํางานของตํารวจจะเหมือนกับแพทย์ พยาบาลก็คือว่าเขาต้องอยู่เวรยาม ๒๔ ชั่วโมง เขาต้องดูแลทุกข์สุขของประชาชนตลอด สมัยก่อนอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ก็ดูแลภายใต้กระทรวงมหาดไทย ตอนนี้มาอยู่สํานักงานก็ดูแลภายใต้สํานักงาน แต่สิ่งที่ดิฉัน มองว่าทําไมวิชาชีพอื่นที่เขาอยู่เวรยาม ๒๔ ชั่วโมงหรือแม้แต่ รปภ. เองเขาก็มีศักดิ์ศรี ของเขา มีเกียรติศักดิ์ของเขาทําไมเขาไม่ถูกกล่าวหาเรื่องรีดไถ เพราะฉะนั้นคงต้องมามองว่า ในระบบของตํารวจเองควรจะต้องหาระบบรายได้เสริมให้เขา ตั้งแต่ระดับตํารวจชั้นผู้น้อย ถึงชั้นผู้ใหญ่ ไปคิดแต่ว่าจะต้องเอาเงินเดือนให้ดิฉันคิดว่ามันอาจจะเปึนไป ไม่ได้ เพราะตํารวจ
ก็เหมือนพยาบาลก็คือมีจํานวนเปึน ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ คนต้องเพิ่มเงินเดือนหมด ไม่เหมือนผู้พิพากษา หรือแพทย์ หรืออัยการที่มีจํานวนน้อยเขาเพิ่มเงินพิเศษได้ สิ่งที่จะต้องทํา อาจจะต้องดูในเรื่องของสวัสดิการกับรายได้เสริม ทีนี้รายได้เสริมจะให้ทําอะไรตรงนี้เปึนจุดที่ ดิฉันอยากให้ช่วยคิด ในหลายอาชีพพยาบาลเขามีรายได้เสริมด้วยการไปเฝัาไข้เปึน พยาบาลพิเศษ แต่ตํารวจจะมีรายได้เสริมด้วยลักษณะอย่างไรเพื่อให้เขามีค่าตอบแทน ที่เพียงพอที่จะอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี อยู่ได้อย่างมีคุณภาพชีวิต มีเกียรติยศ เกียรติศักดิ์ที่เขา ต้องภาคภูมิที่เขาต้องหวงแหน สิ่งนี้เขาไม่มีในระบบตํารวจไทย ประเด็นที่ ๒ ดิฉันอยากจะพูด ในที่นี้ก็คือในเรื่องของระบบในการถ่ายโอนภารกิจ ซึ่งจะไปอยู่ในอีกข้อหนึ่งก็คือข้อ ๕.๔ เรื่อง การถ่ายโอนเท่าที่ท่านเสนอมาดิฉันคิดว่ามันยังไม่เปึนจุดคานงัดที่ดี เพราะว่าท่านก็จะ ถ่ายโอนไปในหน่วยงานที่บอกว่าตํารวจท่องเที่ยวไปอยู่กับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ตํารวจจราจรไปอยู่กระทรวงคมนาคม ตํารวจรถไฟไปอยู่กับการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งไม่ได้มองในภาพรวมว่าการถ่ายโอนหรือการชําแหละสถาบันตํารวจแห่งชาติ และการปฏิบัติงานของภารกิจตํารวจเพื่อให้เกิดจุดคานงัดและมีการตรวจสอบถ่วงดุล ในอีก ๒๐ ป้ข้างหน้าระบบตํารวจไทยควรจะเปึนอย่างไร ถ้ามองอย่างนั้นมันไม่ใช่แค่ถ่ายโอน แบบนี้จะต้องมองในภาพรวม ดิฉันขอยกตัวอย่างที่อาจารย์อรพินท์พูดว่าถ้าเราจะถ่ายโอน งานด้านบริการของตํารวจทั้งหมดให้ไปอยู่กับชุมชน ซึ่งจะเรียกว่าท้องถิ่นหรือภูมิภาค ก็แล้วแต่ออกจากส่วนกลางโดยเด็ดขาดได้ไหม ถ้าเขาไปเปึนตํารวจชุมชนหรืออยู่กับชุมชนได้ งานด้านบริการทุกด้าน แม้กระทั่งงานสอบสวนเบื้องต้นก็ยังทําได้เลย
แต่อย่างไรก็ตามดิฉันอยากให้แยกว่าตํารวจส่วนกลางจะเหลือภารกิจอะไร แล้วก็ตํารวจ ที่จะต้องกระจายไปอยู่ภูมิภาคและชุมชนจะมีอะไรบ้าง ถ้ากระจายออกไปให้ได้มากที่สุด ให้ส่วนกลางเหลือน้อยที่สุดนั่นจะเปึนประโยชน์กับสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติหรือสถาบัน ตํารวจมากที่สุด เพราะอีก ๒๐ ป้ข้างหน้าเราต้องคิดถึงว่าตํารวจต้องลงไปอยู่ในที่ที่จะทํางาน เต็มที่อยู่ในท้องถิ่นนั่นแหละ อยู่ในชุมชน ไม่ใช่ทุกคนต้องมาขึ้นกับส่วนกลาง เพราะฉะนั้น ก็ขอเสนอว่าการถ่ายโอนภารกิจที่ท่านนําเสนอใน ๕.๔ ในหน้า ๑๘ ดิฉันคิดว่ายังไม่เปึน จุดคานงัดที่ดี เพราะฉะนั้นอยากขอให้นึกถึงภาพสํานักงานตํารวจแห่งชาติหรือการปฏิบัติ ภารกิจของตํารวจในอีก ๒๐ ป้หรือ ๓๐ ป้ หรือ ๕๐ ป้ข้างหน้าว่าตํารวจส่วนกลาง ต้องเหลือภารกิจให้น้อยที่สุด ตํารวจส่วนท้องถิ่น ภูมิภาค ชุมชนต้องรับภาระไปทํา แล้วเข้าควบคุ มกํากับกันเอง แต่เขาต้องมีเกียรติยศ เกียรติศักดิ์ ศักดิ์ศรีที่จะอยู่ได้ อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีพอไม่ต้องไปรีดไถชาวบ้าน ขอบคุณค่ะ