สภาปฏิรูปแห่งชาติ · ครั้งที่ ๖๓ · ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๘

ธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์ หารือเรื่องประสิทธิภาพขององค์การมหาชน โดยกล่าวหาว่าบางองค์กรไม่มีประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงิน และเสนอแนวทางปฏิรูป เช่น การคัดเลือกบุคลากรที่มีความสามารถสูง การกำหนดเทคนิควิชาการเฉพาะ และการประเมินผลการทำงานขององค์การมหาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการประเมินผลขององค์กร โดยมีความกังวลเกี่ยวกับการประเมินผลทุก 5 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับกระบวนการประเมินผลและความชัดเจนในการประเมินผล และขอเสนอให้สภาความรู้สึกประเมินรายงานทุก 3-5 ปี เพื่อให้กระจายข่าวไปทั่ว

นายธรณ์ ธํารงนาวาสวัสดิ์

กราบเรียนท่านประธานนะครับ ท่านคณะกรรมาธิการ แล้วก็ท่านสมาชิก สปช. ทุกท่านนะครับ ประเด็นของผมจริง ๆ แล้ว หลายต่อหลายท่านก็พูดมาตลอดว่าเราเปึนที่สงสัยว่าในประสิทธิภาพขององค์การมหาชน เหล่านี้ ผมก็เลยอยากจะย้ําเตือนโดยที่ไม่ต้องเท้าความอะไรให้มันมากมายนะครับเจาะ ๆ กันเลย อันแรกสุดถ้าเกิดเราดูจากเจตนารมณ์ของการตั้งองค์การมหาชนที่เขียนไว้ก็คือ มีโอกาสในการระดมบุคลากรที่มีความสามารถสูงให้เข้าทํางานภาครัฐ บุคลากรที่มี ความสามารถสูงที่มันต่างจากข้าราชการผมสงสัยมาตั้งนานแล้วว่า เปึนอย่างไรครับ ลูกศิษย์ผม บางคนคนที่เก่งก็เข้าทํางานองค์การมหาชนไม่ได้ คนที่ห่วยกว่าก็ดันเข้าองค์การมหาชนได้ ผมก็เลยสงสัยว่าการคัดเลือกการบอกว่าบุคลากรที่มีความสามารถสูงนี่มันบอกกันอย่างไร ตรงนี้คือประเด็นที่ผมสงสัยมานาน ข้าราชการหลายคนทํางานเปึนข้าราชการมาตลอด พอเกษียณปุ็บก็กลายเปึน ผอ. องค์การมหาชน ผมก็สงสัยว่าทําไมเกษียณแล้วความสามารถ ของเขาถึงสูงขึ้น เพราะฉะนั้นตรงนั้นผมอยากรู้ตรงนั้นจริง ๆ ว่าที่เราปฏิรูปเสร็จแล้วเราจะ สามารถที่จะหาบุคลากรที่มีความสามารถสูงกว่าคนปกติได้ด้ วยรูปแบบอย่างไร เพราะผม ค่อนข้างจะอัดอั้นตันใจว่าผมก็คิดว่าผมความสามารถสูงนะทําไมเงินเดือนต่ําก็ไม่ทราบ นั่นคือข้อ ๑ นะครับ ข้อที่ ๒ องค์การมหาชนให้บริการโดยเน้นเทคนิควิชาการเฉพาะ เทคนิควิชาการเฉพาะนี่ตีความกันได้มหาศาลบานตะเกียงเลยอะไรคือเทคนิควิชาการเฉพาะ คือถ้าเกิดเขียนกรอบอย่างนี้อะไรก็สามารถสร้างขึ้นมา ยกตัวอย่างอันนี้ไม่ได้ว่าเขานะครับ อย่างศูนย์ความเปึนเลิศทางชีววิทยา ผมก็สงสัยว่าทําไมไม่มีศูนย์ความเปึนเลิศทางฟ่สิกส์ ศูนย์ความเปึนเลิศทางเคมี ศูนย์ความเปึนเลิศทางโน่น นี่นั่น เอาให้ครบทุกศาสตร์เลย ๒๕ ศาสตร์ เพราะฉะนั้นตรงนี้มันกว้างเหลือเกินไม่เห็นมันจะตอบโจทย์ คือมันบอกไม่ได้ คือคล้าย ๆ กับตั้งไว้เล่น ๆ จะได้สร้างหน่วยขึ้นมาเรื่อย ๆ ตรงนี้ผมก็ต้องฝาก คณะกรรมาธิการว่าเราจะทําอย่างไรให้มันตีความให้ชัดเจนว่าเทคนิควิชาการเฉพาะนี่ มันแปลว่าอะไร ทําไมไม่อย่างนั้น มันก็สามารถสร้างขึ้นมาได้เรื่อย ๆ อันต่อไปนะครับ ผมนําเสนอก็คือเรื่องของอันนี้ไป ข้อเสนอแนวทางปฏิรูปแล้วครับตามแผ่นใสแล้วครับ ข้อ ๕ ปฏิรูประบบการติดตามและประเมินผล อันนี้ผมสําคัญที่สุดแล้วผมเชื่อว่าท่านสมาชิก หลายท่านก็เห็นความสําคัญตรงนี้ เพราะว่าพวกเรานี่หลายต่อหลายคนรู้สึกว่าองค์กร บางองค์กรมันไม่เห็นจะมีอะไรที่จะตอบโจทย์กับเงิน ๑๒๘,๐๐๐ ล้านบาทนั้นเลย

เพราะฉะนั้นผมสงสัยนะท่านกรรมาธิการคือสงสัยเฉย ๆ ทําไมต้องทุก ๕ ป้ ผมโดนประเมิน ผมประเมินกันทุกป้เขียนกันอุตลุดนะครับ แม้จะมีประเมินผลประจําป้ แต่ประเมินโดยรวมของ องค์กรทุก ๕ ป้ ผมงงว่า ๕ ป้ทําไมต้องเปึน ๕ ป้ ผมว่าอย่างแรกสุดคือผมคิดว่าเราอาจจะให้ ลําดับความสําคัญที่แตกต่างกันนิดหนึ่งของท่านคณะกรรมการบอกเร่งด่วนนี่แก้ไข พ.ร.บ. ทบทวน พ.ร.บ. องค์การมหาชน กําหนดรูปแบบต่าง ๆ ตามที่แก้ไขแล้ว แล้วก็ระยะสั้น ป้ ๒๕๕๘ ถึงป้ ๒๕๖๐ ทบทวนดําเนินสวัสดิการต่าง ๆ นานา กําหนดแนวทางประเมินผล ถ้าเปึนผมนะครับท่านกรรมาธิการผมเรียนด้วยความเคารพ อย่างแรกสุดได้ทบทวนเลย ๓๙ แห่งนี่ผมว่าต้องมีกติกา ในการทบทวนว่า ๓๙ แห่งนี่มันสมควรหรือเปล่า ซึ่งทางด้าน รัฐบาลเขาก็ทําอยู่แล้วแต่ผมคิดว่า ถ้าเกิดเรามีกติกาที่ชัดเจนแล้วจะใช้ต่อไปในอนาคต ทุก ๕ ป้มีการใช้กติกานี้ทบทวน แต่ทุกป้ก็ต้องชัดเจนว่าอะไรและใครคือคนประเมิน ตรงนี้สําคัญที่สุดนะครับ หลายท่านพูดตรงนี้แล้วใครคือคนประเมิน คนประเมินคือใคร หน่วยงานที่ได้รับบริการนี่องค์ การที่มีเทคนิคโดยเฉพาะนี่อะไรคือหน่วยงานที่รับบริการ จากหน่วยงานเทคนิคโดยเฉพาะ ศูนย์ความเปึนเลิศทางชีววิทยาใครจะเปึนคนประเมินครับ หน่วยงานที่รับ มันฟังแล้วมันมึน ๆ ครับท่าน จริง ๆ ผมเห็นด้วยหมดนะครับผมไม่ได้ไม่เห็นด้วย อะไรเลย เพียงแต่ว่าผมอยากเห็นว่าให้มันชัดเจนว่าบางหน่วยที่มีเทคนิคโดยเฉพาะนี่ คือบริการสาธารณะนี่ผมเข้าใจอยู่แล้ว แต่ว่าเทคนิคโดยเฉพาะนี่ใครคือคนประเมินเทคนิค โดยเฉพาะ แล้วเทคนิคโดยเฉพาะว่านี่คนประเมินนี่มันต้องเอาให้ชัดเจน แล้วความสําคัญ ของการปฏิรูปในครั้งนี้ที่สําคัญที่สุดก็คือตรงการประเมินครับ

ถ้าเกิดมันประเมินชัดเจน มีกลไกชัดเจน แบ่งกันให้ชัดเจนว่าใครกลุ่มไหน ประเมินอะไร ส่วนไหน แล้วใครเปึนคนประเมิน และการประเมินนี้เปึนที่รับรู้ของสาธารณชนหรือเปล่า แล้วก็การประเมินนี้สาธารณชนสามารถให้ความคิดเห็นหรือต่าง ๆ แม้กระทั่งให้ ส.ว. ประเมินทั้ง ส.ว. ผมยังคิดว่าเหมาะสมด้วยซ้ํา ทุก ๓ ป้ ๕ ป้ ส่งให้ ส.ว. ประเมินรายงาน เพราะว่ามันจะได้ก ระจายข่าว ๑๒๘,๐๐๐ ล้านบาทมันเยอะนะครับ อันนี้ผมฝากด้วย แต่ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงผมยืนยันว่าผมเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการล้านเปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ว่าบางจุดบางอะไรต่าง ๆ ผมก็อยากให้ลองรับความคิดเห็นผมไปพิจารณาประกอบ ขอบคุณครับ