รายงานการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ
ครั้งที่ ๕๘/๒๕๕๘ เปึนพิเศษ
วันพุธที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘
ณ ตึกรัฐสภา
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๓.๑ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค
วาระปฏิรูปที่ ๓๑ : การปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค (รอบ ๒) จํานวน ๕ เรื่อง
๑. ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครองผู้บริโภค
๒. การจัดการสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และร่างพระราชบัญญัติการแจ้งเตือนภัย และจัดการสินค้าที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค พ.ศ. ....
๓. ความรับผิดต่อความชํารุดบกพร่องของสินค้า และร่างพระราชบัญญัติ ความรับผิดต่อความชํารุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. ....
๔. ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม และร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ
๕. การปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจาก การบริการสาธารณสุข และร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๓ ฉบับ
๑. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการบริการ สาธารณสุข พ.ศ. ....
๒. ร่างพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
๓. ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
ขอเรียนเชิญท่านกรรมาธิการได้เข้าประจําที่ครับ
ด้วยในคราวประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๓๕/๒๕๕๘ เมื่อวันอังคารที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบแนวทางการดําเนิ นการของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค วาระปฏิรูปที่ ๓๑ การปฏิรูประบบ การคุ้มครองผู้บริโภคแล้ว โดยให้คณะกรรมาธิการนําความเห็นและข้อเสนอแนะ ของสมาชิกไปเปึนแนวทางในการพัฒนารายงาน วิธีการ และกระบวนการปฏิรูป พร้อมทั้ง แผนการดําเนินการ เพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณาอีกครั้งหนึ่งนั้น
บัดนี้คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาและปรับปรุงรายงาน วาระปฏิรูปที่ ๓๑ เสร็จแล้ว พร้อมทั้งดําเนินการยกร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว จึงได้เสนอรายงานและร่างพระราชบัญญัติเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาในวัน นี้ เนื่องจาก คณะกรรมาธิการเสนอรายงานภายหลังที่ได้นําความเห็น ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุง พร้อมทั้งได้จัดทํารายงาน จํานวน ๕ เรื่อง และร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง จํานวน ๖ ฉบับ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา ผมจะขอให้ท่านประธานกรรมาธิการได้แถลงรายงาน ทั้ง ๕ เรื่อง เฉพาะส่วนที่ได้ปรับปรุง แก้ไข และให้นําเสนอหลักการและเหตุผล และสาระสําคัญอย่างย่อในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๖ ฉบับ โดยให้สมาชิกอภิปรายรายงาน และร่างพระราชบัญญัติไปในคราวเดียวกัน เมื่ออภิปรายเสร็จแล้วผมจะขอให้ที่ประชุมลงมติ ว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานวาระปฏิรูปทั้ง ๕ เรื่อง และเห็นชอบหรือไม่กับหลักการ เหตุผล และสาระหลักของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๖ ฉบับ ตามลําดับนะครับ
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากเปึนการพิจารณารายงานในรอบที่ ๒ รอบสุดท้าย ผมจึงใคร่ขอความร่วมมือจากคณะกรรมาธิการได้แถลงรายงานเฉพาะส่วนที่ปรับปรุง แก้ไข และแถลงหลักการ เหตุผล ความจําเปึน รวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อของร่างพระราชบัญญัติ โดยแสดงให้เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการเสนอมาจะมีส่วนสําคัญ ในการผลักดันให้การปฏิรูปประสบผลสําเร็จได้อย่างไร โดยขอให้คณะกรรมาธิการแถลง อย่างกระชับและอยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงาน สําหรับการอภิปรายของท่านสมาชิก กรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมและไม่ซ้ํากับรอบแรกด้วยนะครับ
ท่านประธานกรรมาธิการได้มีหนังสือขออนุญาตให้อนุกรรมาธิการและผู้เตรียมรายงาน เข้าร่วมชี้แจ งต่อที่ประชุม เพื่อให้การแถลงรายงานและร่างพระราชบัญญัติเปึนไปด้วย ความถูกต้อง ครบถ้วนและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ซึ่งประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติได้พิจารณาแล้วจึงได้อนุญาตตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๙๗ วรรคท้าย ผมขอเชิญท่านผู้มีนามต่อไปนี้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมด้วยนะครับ ๑. พันเอก อัครเดช ประทีปอุษานนท์ ๒. นางสาววิชยา โกมินทร์ ๓. นายวรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร ๔. นายเชิดวุฒิ สินพิมลบูรณ์ ๕. นายป่ยะบุตร บุญอร่ามเรือง ๖. นางสุนี ไชยรส และ ๗. นางอุดมลักษณ์ อุ่นศรี ถ้าท่านพร้อมแล้วขอเรียนเชิญท่านประธานกรรมาธิการได้แถลง รายงานพร้อมทั้งหลักการและเหตุผล รวมทั้งสาระสําคัญอย่างย่อในร่างพระราชบัญญัติ เพื่อจะเปึนแนวทางในการพิจารณาต่อไปด้วยครับ เรียนเชิญท่านประธานกรรมาธิการครับ
เรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ดิฉัน สารี อ๋องสมหวัง แล้วก็คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ขออนุญาตนําเสนอการปฏิรูป ระบบการคุ้มครองผู้บริโภค (รอบ ๒) ซึ่งดิฉันเองก็อยากจะเชิญเพื่อนสมาชิกที่ได้กรุณา ให้ข้อคิดเห็น ซึ่งคราวที่แล้วได้ให้ข้อคิดเห็นมากถึง ๑๙ ท่าน แล้วก็ข้อคิดเห็นของหลายท่าน เรียกว่าทุกท่านได้ถูกนําไปรวมไว้ในข้อเสนอการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคในครั้งนี้ ดิฉันเชื่อว่าทุกคนคงเห็นปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคเหมือน ๆ กัน ซึ่งดิฉันขออนุญาต นําเรียนโดยสรุปสั้น ๆ วันนี้คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคจะมีผู้เสนอทั้งหมด ๖ ท่าน เนื่องจากว่าตัวดิฉันเองจะพูดสั้น ๆ ไม่เกิน ๑๐ นาที แล้วก็ท่านที่ ๒ ท่านภูดิศ ทัตติยโชติ ท่านจะนําเสนอเรื่องรายงานการปฏิรูปของหน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครอง ผู้บริโภค แล้วก็ท่านที่ ๓ ท่านดอกเตอร์วิทยา กุลสมบูรณ์ ท่านจะนําเสนอหลักการของ กฎหมายเตือนภัยสินค้าอันตราย แล้วก็ท่านที่ ๔ ท่านอาจารย์ดอกเตอร์วินัย ดะห์ลัน ซึ่งอาจารย์จะพูดถึงความรับผิดต่อสินค้าชํารุ ดบกพร่อง และกฎหมายฉบับนี้หรือที่เราเริ่ม คุ้นเคยกันก็คือกฎหมายมะนาว แล้วก็กฎหมายฉบับสุดท้ายที่เราได้ศึกษาและคิดว่า เปึนกฎหมายที่มีความสําคัญในการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข ซึ่งท่านทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ จะเปึนผู้นําเสนอ จริง ๆ ดิฉันต้องเรียนว่ำกฎหมายฉบับหนึ่ง เราได้นําเสนอไปแล้วโดยท่านอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ กฎหมายแข่งขันทางการค้า ซึ่งวันนี้เราก็จะ ไม่นําเสนอแล้ว เนื่องจากว่าได้เสนอร่วมกับคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและ การคลัง แล้วก็คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังเองได้กรุณา นําข้อเสนอแนะจากคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคไปผนวกรวมแล้วนะคะ
แล้วก็กฎหมายองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค อย่างที่เรียนว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติเอง ได้มีมติส่งให้กับรัฐบาลไปแล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันขอไล่เรียงตามลําดับแบบนี้ แล้วก็หลายท่าน อาจจะเห็นว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคเสนอกฎหมายได้หลายฉบับ จริง ๆ เราเสนอกฎหมาย เรามีกฎหมายทั้งหมด ๖ ฉบับ เราใช้ ๖ บวก ๑ ๖ บวก ๑ ไม่ได้หมายความเปึนมาตรา ๖๑ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่ว่าจริง ๆ ขณะนี้รัฐธรรมนูญ องค์การอิสระอยู่มาตรา ๖๐ แต่ว่า ๖ บวก ๑ หมายถึงเรามีกฎหมาย ๖ ฉบับ ผ่านไปแล้ว ๒ ฉบับ วันนี้ก็เหลือ ๔ ฉบับ บวกกับการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งก็ต้องขอบคุณอย่างน้อย ๒ ท่าน ที่ดิฉันขอเอ่ยนาม ก็คือ ท่านอาจารย์อุดมซึ่งท่านเปึนปรมาจารย์ด้านกฎหมาย แล้วก็ท่านวรร ณชัยที่เปึนนักกฎหมายจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ทําให้ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคสามารถเสนอกฎหมายได้ถึง ๖ ฉบับ
เพราะฉะนั้นต้องขออนุญาตเรียนข้อมูลไว้เบื้องต้น ดิฉันขออนุญาตใช้สไลด์ (Slide) สั้น ๆ ขอสไลด์ด้วยนะคะ ดิฉันคิดว่าทุกท่านคงเห็นตรงกันว่าขณะนี้เรามีปัญหาคุณภาพชีวิตของ ผู้บริโภคโดยรวม ๆ ที่นํามาซึ่งการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค อย่างน้อย ๖ ประเด็นที่สําคัญ ประเด็นแรกเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ก็ต้องยอมรับ เด็กนักเรียนของเรา ยังกินอาหารที่ท้องเสีย กินอาหารที่ไม่สะอาด อาหารยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพ เรื่องความปลอดภัย แล้วก็ตัวชี้วัดอันหนึ่งที่จากการทดสอบก็ชัดเจนว่าคุณภาพอาหาร คุณภาพสินค้านี่ เรื่องความปลอดภัยขณะนี้มีปัญหาเพิ่มขึ้น ประเด็นที่ ๒ ล่าสุดที่ใครดูโทรทัศน์คงเห็น ปัญหา เรื่องบ้านทรุด บ้านร้าว ไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการเพียงรายเดียว แต่เกิดขึ้นกับ ผู้ประกอบการจํานวนมาก แล้วขณะนี้ดิฉันคิดว่ากลไกการแก้ไขปัญหายังไม่จบ เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ก็เปึนคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคที่ต้องเรี ยกว่าทุกข์ แล้วก็ต้องแก้ไขปัญหา เรื่องเหล่านี้ด้วยตัวเอง ประเด็นที่ ๓ เรื่องการรักษาพยาบาล ๗ วันเท่านั้นที่เครือข่าย ผู้เสียหายสามารถรวบรวมรายชื่อได้มากกว่า ๓๐,๐๐๐ รายชื่อในการเสนอให้ทํากติกา เรื่องค่ารักษาพยาบาลแพง เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้ก็เปึนปั ญหาคุณภาพชีวิตของ ผู้บริโภคไทย ประเด็นที่ ๔ เราคงจะเห็นว่าเมื่อไม่กี่เดือนมานี้มีการเรียกถุงลมนิรภัยยี่ห้อหนึ่ง ทากาตะนี่ เรียกคืนทั้งหมด ๑๗ ล้านคัน แล้วก็บ้านเราก็คงใช้ถุงลมยี่ห้อนี้ไม่น้อย เพราะฉะนั้นรถยนต์ที่ชํารุดบกพร่อง รถยนต์ที่เปึนปัญหาเราจะจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างไร ปัญหาเรื่องโทรศัพท์ก็เปึนปัญหาสําคัญไม่น้อย แล้วก็ต้องถือเปึนความสําเร็จของสภาปฏิรูป แห่งชาติทุกคนที่เราช่วยกันลงมติเห็นชอบให้มีการคิดค่าโทรศัพท์เปึนวินาที แล้วก็ต้อง บอกว่าขณะนี้งานของเรายังไม่สําเร็จ ท่านประธาน ดิฉันขอเอ่ยนามท่าน ท่านบอกว่าคุณสารี และคณะกรรมาธิการต้องไปปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็กิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมครบวงจรให้ได้ วันนี้เราก็รับภาระนั้นมา แล้วก็จะมีข้อเสนอ เรื่องการปฏิรูปกิจการโทรทัศน์ กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมแบบครบวงจร ภายใต้กฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ หรือที่ทุกคนรู้จักในนามกฎหมาย กสทช. ประเด็น สุดท้ายดิฉันคิดว่าขณะนี้เราร้องเรียน เรามีความทุกข์ไปพึ่งหน่วยงาน เราก็พบว่าหน่วยงาน ก็ยากลําบาก ซึ่งท่านภูดิศก็จะมานําเสนอว่าถ้าเราจะปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐนี่เราจะต้องมี กลยุทธ์ มียุทธศาสตร์อย่า งไรบ้าง ซึ่งหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคเราก็ไม่อยากเห็นว่า เมื่อท่านเกษียณแล้วท่านไปเปึนที่ปรึกษาของบริษัทขายตรงกันหมด แล้วก็กลับมาเปึนปัญหา
กับผู้บริโภค เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าปัญหาที่ดิฉันไล่เ รียงนํามาซึ่งการปฏิรูปการคุ้มครอง ผู้บริโภคที่สําคัญ ซึ่งดิฉันขอเสนอหัวใจเลยแล้วกันเพื่อไม่ให้เสียเวลา เพราะว่าองค์กร ผู้บริโภคต้องถือว่าปัจจุบันเราไม่มีส่วนร่วม แล้วก็ถ้าจํากันได้หลายท่านที่เสนอความเห็นให้ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคบอกว่ากรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ต้องทําให้ผู้บริโภคคุ้มครองตนเอง ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้ตรงกัน แล้วเราก็เห็นความสําคัญ เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไรที่จะปลดปล่อยผู้บริโภค เพิ่มพลังผู้บริโภค ขณะนี้กรรมาธิการ ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคเราได้เดินหน้ากฎหมายองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค
ซึ่งดิฉันคิดว่าเราถือว่าอันนั้นเปึนจุดคานงัดที่สําคัญก็อยากเห็นกฎหมายฉบับนี้เดินหน้า แล้วประเด็นถัดมาดิฉันคิดว่านอกเหนือจากการไม่มีส่วนร่วมขององค์กรผู้บริโภคแล้ว สิทธิของผู้บริโภคในปัจจุบันซึ่งดิฉันคงไม่ลงรายละเอียดจะเห็นว่าเราก็ยังไม่เท่าเทียมกับ นานาประเทศที่เขามีสิทธิผู้บริโภคสากลมากถึง ๘ ประการ แต่ขณะที่บ้านเราสิทธิผู้บริโภค ที่ถูกรับรองไว้ในกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคมีเพียง ๕ ประการเท่านั้น เพราะฉะนั้น จากประเด็นปัญหาข้างต้นเรื่องสิทธิผู้บริโภคที่ยังไม่ได้รับการคุ้มครองก็นํามาซึ่งการปฏิรูป หน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครองผู้บริโภค เดี๋ยวเราจะนําเสนอในรายละเอียดแล้วก็ปรับปรุง เรื่องการแข่งขันทางการค้าอย่างที่ดิฉันเรียนว่าเราได้ทําไปแล้ว ร่างพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเราจะนําเสนอในวันนี้ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง ที่ดิฉันคิดว่าเปึนข้อเสนอในการปฏิรูปที่สําคัญก็คือเรื่องข้อมูลสําหรับผู้บริโภค แต่ว่า ก็ต้องบอกว่าเรายังทําไม่ได้ทั้งหมด สิ่งที่เราจะนําเสนอก็คือการเตือนภัยสําหรับผู้บริโภค ในเรื่องของสินค้าที่ไม่ปลอดภัยเบื้องต้นเท่านั้น เพราะว่าเรายังไม่สามารถทําได้ อย่างที่ท่านกรรมาธิการบางท่านแนะนําว่าเราควรจะมีข้อมูลให้ผู้บริโภคตัดสินใจเปรียบเทียบ เพื่อที่จะใช้ในการตัดสินใจ เราคิดว่าเบื้องต้นความปลอดภัยของผู้บริโภคเปึนเรื่องสําคัญ เพราะฉะนั้นก็มีการทํากฎหมายแจ้งเตือนภัยและการจัดการสินค้าไม่ปลอดภัย ประเด็นที่ ๓ ดิฉันพูดไปแล้วดิฉันขอข้ามเลยก็คือเรื่ององค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ประเด็นที่ ๔ กฎหมายการผูกขาดทางการค้าของธุรกิจขนาดใหญ่แล ะองค์กรผู้ประกอบการ ขาดความร่วมมือในการดําเนินงานคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งอันนี้ดิฉันคิดว่าก็คงไม่ใช่เฉพาะ การแข่งขันทางการค้าเท่านั้น การค้าที่เปึนธรรม หรือแม้กระทั่งการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค ในสภาวิชาชีพต่าง ๆ หรือภาคส่วนต่าง ๆ ในการที่จะร่วมไม้ร่วมมือกันคุ้ม ครองผู้บริโภค ประเด็นสุดท้าย ถึงแม้ว่าเราจะมีข้อมูล มีกลไกภาครัฐที่ดี ถึงแม้ว่าเราจะมีการมีส่วนร่วม คุ้มครองตัวเองได้ แต่ดิฉันเชื่อว่ายุคปัจจุบันคนชวนเราซื้อของตลอดเวลา ใช้มือถือก็ชอปป่ง ออนไลน์ (Shopping online) เพราะฉะนั้นเราก็คงมีวันเจ็บตัวสักวัน เพราะฉะนั้นเราจะมี ระบบเยียวยาความเสียหายเหล่านี้อย่างไร ซึ่งเราจะมีกฎหมายอย่างน้อย ๒ ฉบับที่แทนที่เรา จะเห็นภาพคนลุกขึ้นมายิงคนที่จัดการเรื่องความบกพร่องในสินค้าแล้วโดยการทุบรถก็ดี หรือการจัดการอย่างอื่นก็ดี ก็มีกติกาที่ชัดเจน เดี๋ยวท่านอาจารย์วินัยก็จะพูดในเรื่องนี้นะคะ
สุดท้ายร่างกฎหมายคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข ดิฉันคิดว่าภาพ ไม่ว่าจะเปึนรถพยาบาลคว่ํา ขณะนี้สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอาจจะจ่ายสตางค์ ไม่ได้ เพราะว่าพยาบาลก็ดี คนขับรถก็ดี ไม่ใช่ผู้เสียหายที่เปึนคนไปรับบริการ แต่ขณะที่ คนไข้ที่ถูกนําส่งได้รับการเยียวยาถ้าเสียชีวิตไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิดนะคะ ๔๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ก็จะช่วยทั้ง ๒ ฝ์าย ช่วยทั้งผู้บริโภคที่เสียหาย จากการไปรับบริการสาธารณสุข ผู้ให้บริการที่ขณะนี้ ยังมีปัญหาว่ำจะจ่ายได้ จ่ายไม่ได้ อย่างไร จากการให้บริการก็จะทําให้เกิดความชัดเจนมากขึ้นซึ่งเดี๋ยวท่านทรงชัยจะมาเล่า ให้ทุกท่านฟัง ดิฉันคิดว่าหัวใจสําคัญของการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคก็คงต้องนําร่อง ด้วยการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคที่จะคุ้มครองตัวเอง สร้างระบบให้มีข้อมูลเ ตือนภัย เพื่อความปลอดภัยผู้บริโภค พัฒนากลไกร้องเรียนและชดเชยเยียวยาความเสียหายให้ดีขึ้น ปฏิรูปภาครัฐให้ทําหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ
ดิฉันคิดว่านั่นเปึนประเด็นที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคเราได้ทํางาน ในระยะเวลาที่อาจจะเรียกว่าจริง ๆ ก็จํากัดนะคะ กับการมีข้อเสนอต่อการปฏิรูปภาครัฐ ๑ รายงาน แล้วก็กฎหมายอีกวันนี้ ๔ ฉบับ และพิจารณาไปแล้ว ๒ ฉบับ ๖ ฉบับ ดิฉันก็ขออนุญาตท่านประธานที่จะให้ท่านผู้เสนอแต่ละท่านนําเสนอรายละเอียด ในการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีก ๔ ฉบับค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านประธาน
เรียนเชิญเลยครับ
เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพครับ ผม พลเอก ภูดิศ ทัตติยโชติ สมาชิก สปช. หมายเลข ๑๖๕ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการจัดทําข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐ ในการคุ้มครองผู้บริโภค ตามที่ท่านประธานกรรมาธิการได้กรุณากล่าวนําไปบ้างแล้ว เราจะเห็นได้ว่าสถานการณ์ในกระแสของโลกาภิวัตน์ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการค้าเสรีนั้นก่อให้เกิดสภาพปัญหาขึ้นอย่ำงมากมาย แล้วก็มี ประเด็นที่ท้าทายได้น่าสนใจเกิดขึ้นในหลาย ๆ อย่างนะครับ คณะกรรมาธิการเราเห็นว่า ในวงจรหรือกระบวนการของการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งจะประกอบด้วย ๓ ส่วนใหญ่ ๆ ก็คือ ภาคประชาชน ภาครัฐ และภาคผู้ประกอบการ โดยมีภาครัฐนั้นเปึนส่วนที่ถือความสมดุล หรืออยู่ตรงกลาง แต่ละภาคส่วนนั้นก็จะมีความสําคัญ แล้วก็มีบทบาทแตกต่างกันไป ในฐานะที่เปึนคณะอนุกรรมาธิการจัดทําข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐนั้น ก็จะขอกล่าวถึงบทบาทเฉพาะภาครัฐเท่าที่จําเปึนนะครับ ปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่า ภาครัฐไม่ได้ทําหน้าที่อย่างมากมาย ประการแรก ก็คือจะเห็นว่าจําเปึนจะต้องมีหน้าที่ ในการปกปัองและคุ้มครองประชาชนไม่ใ ห้ถูกเอารัดเอาเปรียบ แล้วก็ปกปัองสิทธิ ของประชาชน เพื่อให้เปึนไปตามสิทธิขั้นพื้นฐาน ขณะเดียวกันเองภาครัฐนั้นก็ยังมีบทบาท หรือมีหน้าที่ที่จะต้องดูแล ส่งเสริมพัฒนาการในการประกอบอาชีพของผู้ประกอบการ ตลอดจนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันทางกำรค้าอย่างเสรี และเปึนธรรม อันนี้คือบทบาทหน้าที่ของ ภาครัฐที่อยากจะให้พวกเราได้รับทราบถึง ความสําคัญของตัวภาครัฐ ในฐานะที่เปึนผู้ถือดุลที่อยู่ตรงกลางระหว่างประชาชน
ในฐานะผู้บริโภค แล้วก็ผู้ประกอบการ ด้วยบทบาทความสําคัญของภาครัฐที่ได้กล่าว ไปแล้วนั้น คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคจึงได้กําหนดให้มีการปฏิรูประบบ คุ้มครองผู้บริโภคภาครัฐ ซึ่งเปึนประเด็นหนึ่งในหลาย ๆ ประเด็นของการปฏิรูปเพื่อคุ้มครอง ผู้บริโภค เพื่อทําให้ภาครัฐนั้นได้ทําหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ ในการดูแลเรื่องสิทธิของประชาชน ในฐานะผู้บริโภคแล้วก็ผู้ประกอบการด้วย จากการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการนั้น เราก็ได้ศึกษากันอย่างกว้างขวาง แล้วก็ได้จัดทําข้อเสนอแนะที่สําคัญเพื่อให้เกิดการปฏิรูป หน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครองผู้ บริโภค ทั้งนี้ ก็มีวัตถุประสงค์เพื่อจะให้ภาครัฐนั้น สามารถปฏิบัติงานตอบสนอง แล้วก็แก้ไข ตลอดจนเยียวยาปัญหาของผู้บริโภค ในกระแสโลกาภิวัฒน์และการค้าเสรีได้อย่างทัน ท่วงทีและมีประสิทธิภาพ ประเด็น ในการปฏิรูปหลัก รวม ๔ ประเด็น ตามกรอบแนวทางการปฏิบัตินั้น คณะอนุกรรมาธิการ ของเรานั้นก็ได้เคยเสนอต่อสภาแห่งนี้ไปแล้ว เมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ มีจํานวน ด้วยกัน ๔ ประเด็นดังนี้ ประเด็นปฏิรูปของคณะอนุกรรมำธิการ ประเด็นแรก ก็คือว่า เพิ่มประสิทธิภาพกลไกและกระบวนการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครอง ผู้บริโภค ๒. การบูรณาการโครงสร้าง บทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบของภาครัฐ ๓. สร้างเสริมระบบฐานข้อมูล การเชื่อมโยง และการใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร ในการคุ้มครองผู้บริโภค ๔. พัฒนาความเข้มแข็งของการร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคีเครือข่ายในการคุ้มครองผู้บริโภค เรียนท่านสมาชิกที่เคารพนะครับว่าจากประเด็น ในข้อเสนอในการปฏิรูปภาครัฐทั้ง ๔ ประเด็นปฏิรูปนี้ได้เคยเสนอที่สภาแห่งนี้ไปแล้ว ครั้งหนึ่ง แต่เนื่องจากว่าเพื่อความรอบคอบของคณะกรรมาธิการ เราอยากให้ได้ผลงาน ที่เปึนผลงานที่เปึนรูปธรรม แล้วก็เกิดประสิทธิภาพจริง ๆ นั้น
เราได้มีการเดินทางไปพบปะพี่น้องประชาชนในภาคต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการ ตลอดจน มีการจัดการสัมมนา ตลอดจนถึงเปึนเรื่องสุดท้ายก็คือว่าเราได้เชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง หลาย ๆ หน่วยงาน ในการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็เจาะจงเฉพาะหน่วยงานที่เนื่องจาก ปัจจัยเวลาที่จํากัด เราก็ได้เชิญหน่วยงานที่มีสถิติการร้องเรียนอยู่มากและเกี่ยวข้อง แล้วก็สถิติเหล่านี้ก็ยังคงอยู่แล้วก็ไม่ลดหรือยังปรากฏอยู่ในช่วง ๓ ป้ที่ผ่านมา จํานวน ๙ หน่วยงานด้วยกัน แล้วก็ได้จัดทําข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐ ตามประเด็นต่าง ๆ ซึ่ง ๔ ประเด็นที่ผมได้กล่าวไปแล้วเมื่อสักครู่นี้นะครับ ผมขอเสนอ แต่ละประเด็นเพื่อให้ท่านสมาชิกได้เกิดความเข้าใจนะครับ ในประเด็นปฏิรูปที่ ๑ นั้นก็คือ เรื่องการเพิ่มประสิทธิ ภาพ กลไก และกระบวนการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ในการคุ้มครองผู้บริโภค เราได้เสนอข้อเสนอแนะไว้ในประเด็นปฏิรูปนี้จํานวน ๓ หัวข้อ ประเด็นแรกก็คือการปรับปรุงบทบัญญัติที่เกี่ยวกับสิทธิในการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ครอบคลุมกับสิทธิคุ้มครองผู้บริโภคในระดับสากล เนื่องจากว่าในปัจจุบันนี้ตั้งแต่มี การออกพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๒ แล้วก็แก้ไขเพิ่มเติม ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๑ มานั้น ก็ได้กําหนดสิทธิพื้นฐานของประชาชนไว้เพียง ๕ ประการ แต่สิทธิ ที่ระบุไว้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคป้ ๒๕๒๒ นั้น แล้วก็แก้ไขป้ ๒๕๒๑ นั้น มีจํานวน ๕ ประการ ก็ยังไม่ครอบคลุมไปถึงสิทธิของผู้บริโภคที่สหพันธ์องค์การผู้บริโภคสากล ได้เสนอไว้ ซึ่งมีจํานวนทั้งสิ้น ๓ ประการก็คือสิทธิในการเข้าถึงสินค้าและบริการจําเปึนพื้นฐาน อันที่ ๒ ก็คือสิทธิได้รับความรู้เกี่ยวกับการบริโภค ๓. สิทธิที่จะดํารงชีวิ ต ในสิ่งแวดล้อมที่ดีและปลอดภัย อันนี้ก็เปึนประการแรกที่เราเสนอให้มีการแก้ไขบรรจุอยู่ใน ตัวพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๒ และแก้ไขเพิ่มเติมป้ ๒๕๔๑ ประการที่ ๒ ที่ข้อเสนอแนะในประเด็นปฏิรูปที่ ๑ นั้น ก็คือเรื่องเราเสนอให้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเฉพาะด้านเพิ่มเติมขึ้นนะครับ รวมไปถึงว่าให้มีการจัดตั้ง คณะอนุกรรมการเพิ่มเติมขึ้นตามความจําเปึน ก็ด้วยเหตุที่เรามองเห็นว่าสถานการณ์ ของการบริโภคในปัจจุบันนั้น กระแสโลกาภิวัตน์ การแข่งขันทางการค้าเสรี หรือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนั้น ทําให้ปัญ หาของการคุ้มครองผู้บริโภค มีความหลากหลายมากกว่าเดิม จะเห็นได้ว่าตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคป้ ๒๕๒๒ แล้วก็พระราชบัญญัติที่แก้ไขเพิ่มเติมป้ ๒๕๔๑ นั้นจะกําหนดให้มีคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง
เพียง ๓ ด้านเท่านั้น ก็คือ คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณา คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก และคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา ซึ่งเรามองว่าในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นเห็นควรที่จะมี การเพิ่มเติมคณะกรรมการเฉพาะเรื่องขึ้นอีก เพื่อให้ครอบคลุมต่องานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในบริบทที่เปึนจริงในสังคม ที่พลวัตของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนะครับ ซึ่งการแก้ไข ตัวกรรมการเฉพาะเรื่องเหล่านี้ก็มีความจําเปึนจะต้องไปแก้ไขตัวพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้บริโภคด้วยนะครับ นอกจากนี้แล้วเรายังเห็นว่านอกจากการเพิ่มเติมในเรื่องของ คณะกรรมการเฉพาะเรื่องแล้ว ก็ยังมีความจําเปึนที่จะเพิ่มเติมคณะอนุกรร มการต่าง ๆ อันนี้ก็เปึนอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งสามารถจะแต่งตั้งได้เอง แต่ก็อาจจะติดขัดในเรื่องบุคลากรหรืองบประมาณ อันนี้ก็จะต้องไปดําเนินการแก้ไขกันต่อไป จะเห็นได้ว่าก็อยากจะย้ําอีกสักนิดหนึ่งว่ายกตัวอย่างคณะกรรมการเฉพาะเรื่องที่เรา อยากให้เกิดขึ้นนะครับ ก็เช่นคณะกรรมการเฉพาะเรื่องทางด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เราเรียกว่าอีคอมเมิร์ ซ (e-Commerce) อันนี้เปึนแค่ตัวอย่าง ถ้ามีความจําเปึน หรือจะเพิ่มเติมอื่น ๆ อีกก็สามารถดําเนินการได้ อันนี้เพียงตัวอย่างเท่านั้น เพราะเรา มองเห็นว่าปัจจุบันนี้การทําธุรกรรมผ่านสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเปึนทางอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบคอมพิวเตอร์ ในเรื่องเกี่ยวกับการธนาคาร บัตรเครดิต เงินกู้ อะไรต่าง ๆ นี้เปึนเรื่องที่ประชาชนจําเปึนจะต้องได้รับการคุ้มครองนะครับ ข้อเสนอสําหรับ ประเด็นปฏิรูปในที่ ๑ นี้ ข้อที่ ๓ ก็คือว่าเสนอให้มีการปรับปรุงแล้วก็บัญญัติกฎหมาย ที่ทันสมัยเพิ่มเติมขึ้นมาอีกจากที่มีอยู่เดิมนะครับ
คณะกรรมาธิการเราพิจารณาแล้วเห็นว่ากฎหมายนั้นเปึนเครื่องมือที่สําคัญของภาครัฐ ที่จะนําไปใช้ในการคุ้มครองประชาชนในฐานะผู้บริโภค ขณะเดียวกันประชาชนเองก็ได้ใช้ กฎหมายนั้นเปึนเครื่องมือในการปกปัองดูแลตัวเองแล้วก็สิทธิของตนเองในฐานะผู้บริโภค ผู้ประกอบการเองก็จะมีเครื่องมือและมีแนวทางใ นการดําเนินการรวมทั้งปกปัองคุ้มครอง สินค้าการบริการที่สุจริตและสมควรของตนเอง จึงเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย เช่นกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค หรือมีการร่างพระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่มีความจําเปึน อาทิเช่น ร่างพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ร่างพระราชบัญญัติความปล อดภัยในสินค้า และการเตือนภัย ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการบริการสาธารณสุข ซึ่งจะมี ผู้ที่มีความรู้ได้ชี้แจงในลําดับถัด ๆ ไปนะครับ สําหรับสิ่งที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณา ในประเด็นปฏิรูปที่ ๒ ก็คือการบูรณาการโครงสร้างแล้วก็บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ ของภาครัฐ ในประเด็นนี้คณะกรรมาธิการเราได้เสนอให้มีการจัดทําแผนคุ้มครองผู้บริโภค ระดับชาติขึ้น เพื่อทําหน้าที่ในการชี้นําแล้วก็กํากับนโยบายตลอดจนยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ให้ไปในทิศทางเดียวกัน อันนี้จะเห็นได้ว่าตลอดเวลาตั้งแต่มีพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๒ เปึนต้นมานั้นยังไม่เคยปรากฏว่ามีแผนคุ้มครองผู้บริโภคระดับชาติเกิดขึ้นเลย แผนนี้อาจจะเปึนชื่ออะไรอันนี้ก็ไม่เปึนไร แต่ขอให้แผนนี้เกิดขึ้นมาเพื่อทําหน้าที่ในการชี้นํา การดําเนินงานกําหนดแนวทางการปฏิบัติตลอดจนวางมาตรการในการกํากับดูแล แล้วก็บูรณาการการปฏิบัติให้สอดคล้องแล้วก็ส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกัน จากการหารือ ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐเกือบจะทุกหน่วยเลยก็ว่าได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ แล้วเห็นว่ามีความจําเปึนจะต้องเกิดขึ้น โดยปัจจุบันนี้ต่างคนต่างก็ทํา ต่างคนต่างก็มี กฎหมาย ต่างคนต่างก็พยายามทําหน้ำที่ของตนให้อย่างดีที่สุด แต่ก็การทํางานนั้น บางครั้งมันมีเรื่องที่เปึนปัญหาซึ่งครอบคลุมไปถึงไม่ใช่เพียงหน่วยงานเดียว บางทีก็ครอบคลุม ไปถึง ๒ หน่วยงาน ๓ หน่วยงานเสียด้วยซ้ําไป สิ่งเหล่านี้จึงมีความจําเปึนที่จะต้องให้เกิด แผนคุ้มครองผู้บริโภคระดับชาติ สําหรับแผนคุ้ มครองผู้บริโภคระดับชาตินั้น ก็อยากจะเรียนให้ทราบว่าตัว สคบ. เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะให้เกิดแผนคุ้มครองผู้บริโภค ระดับชาติ แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่บรรลุผลสําเร็จนะครับ ก็อยากจะให้พวกเราได้ช่วยกัน สนับสนุนให้เกิดแผนคุ้มครองผู้บริโภคระดับชาติเกิดขึ้นด้วย สําหรับข้อเสนอประการที่ ๒ ต่อประเด็นปฏิรูปที่ ๒ นี้ก็คือว่าเสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของผู้บริโภค
แห่งชาติขึ้นเพื่อทําหน้าที่รวบรวมข้อมูลการร้องเรียนตลอดจนความเสียหายให้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ฟังดูก็เปึนเรื่องที่เหมือนง่าย แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ยากมากนะครับ แต่อย่างไรก็ตามทีถ้าเราไม่ได้เริ่มทํากันตั้งแต่บัดนี้ไปโอกาสที่เกิดเปึนจริงนั้นก็คงจะยาก จากการที่พูดคุยกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ เราพบว่าต่างคนต่างมีความพยายาม ในการที่จะตั้งศูนย์เรื่อง ราวทุกข์ของตัวเอง ทุกคนพยายามปรับปรุง ทุกคนพยายาม พัฒนาขึ้น แต่อย่างไรก็แล้วแต่ฉะนั้นศูนย์นี้ก็มีลักษณะของต่างคนต่างทํากัน เมื่อเราเสนอ ให้มีศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ที่เปึนกลางหรือเปึนแห่งชาติหรือรวมไว้ ณ ที่เดียวกัน ในลักษณะที่เราเรียกว่าวัน สตอป เซอร์วิส (One stop service) นั้นทุกคนก็เห็นด้วย แต่ก็ได้พูดคุยกันว่าเปึนเรื่องที่ยังยากอยู่ที่จะเกิดอันใกล้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จะเกิดได้ เปึนจริงไหมก็ต้องมีการศึกษาแล้วก็มีการทําการวิจัยก็อาจจะให้ภาคสถานศึกษา มหาวิทยาลัยเข้ามามีส่วนร่วมด้วย เปึนสิ่งที่จําเปึน สําหรับศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์แห่งชาติ ซึ่งเปึนศูนย์กลางนี้ ขณะนี้ตัว สคบ. ก็พยายามทําอยู่ แต่ว่ามองแล้วก็ได้แต่เพียง ๒-๓ หน่วยงานเท่านั้นเอง คงจะยากและคงจะเปึนไปสู่เปัาหมายตามที่คาดไว้ไม่ได้ จากการหารือร่วมกันนั้นเราตั้งความหวังไว้กับศูนย์รับเรื่องราว ร้องทุกข์แห่งนี้ว่าศูนย์นี้ จะสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนที่มาร้องทุกข์ให้สามารถให้ได้รับทราบว่า เกิดอะไรขึ้นกับข้อร้องทุกข์หรือว่าวอต (What) หรือปัญหาถูกส่งต่อไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบอันใดก็คือแวร์ (Where) คือไปที่ไหน ต่อไปคือใครเปึนผู้รับผิดชอบ ในการแก้ปั ญหาฮู (Who) เมื่อใดที่จะได้รับผลการดําเนินงานเวน (When) แล้วต้องมีการดําเนินงานต่อไปอย่างไรบ้างฮาว (How)
อันนี้คือความคาดห วังของพวกเราว่าศูนย์ที่เกิดขึ้นนี้จะตอบสนองหรือตอบคําถาม วอต แวร์ ฮู เวน ฮาว ได้อย่างไรนะครับ อันนี้จะต้องมีการศึกษา แล้วก็คิดว่าจะต้องมี ความตั้งอกตั้งใจหรือมุ่งมั่นที่จะทําให้เกิดขึ้นจริง ให้เปึนไปได้ แล้วเมื่อมีการศึกษากันชัดเจน หรือว่ากําหนดรูปแบบที่จะจัด ตั้งให้เปึนรูปธรรมแล้ว ศูนย์นี้ก็น่าจะเปึนส่วนหนึ่งที่บรรจุ อยู่ในแผนคุ้มครองผู้บริโภคระดับชาติที่จะต้องมีการบัญญัติขึ้นต่อไปนะครับ สําหรับข้อ ๓ ก็คือให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคระดับจังหวัด ระดับท้องถิ่น มีอํานาจ ในการรับเรื่องราวร้องเรียน แล้วก็ฟัองคดีแทนผู้บริโภค สภาพปัญหาปัจจุบันนี้ระดับจังหวัด ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่เปึนคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ แต่ว่าในอํานาจหน้าที่ต่าง ๆ รวมทั้งอุปกรณ์นั้นปัจจุบันนี้ก็ยังไม่เพียงพอนะครับ และที่สําคัญก็คือว่าที่ปัจจุบันนี้ทําได้ก็คือเพียง หน้าที่ ที่หลัก ๆ ก็คือการไกล่เกลี่ยเรื่องราว ถ้าไกล่เกลี่ยไม่ได้ก็ต้องส่งมาส่วนกลาง อันนี้ก็มีผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภค ซึ่งจะต้อง ใช้เวลาเนิ่นนานในการแก้ไขปัญหาของเขาเอง มีการเสนอว่าจะต้องเพิ่มบทบาท และอํานาจหน้าที่ แล้วก็ผู้คนหรือเครื่องไม้เครื่องมือ ให้กับระดับจังหวัด และที่สําคัญที่สุด ก็คือว่าให้มีการฟัองคดีแทนผู้บริโภคให้เสร็จสิ้นที่จังหวัด อันนี้ถ้าทําได้นั้น ปัญหาเรื่องผู้บริโภคที่มันค้างคาแล้วก็ล่าช้า แล้วก็มาหมักหมมอยู่ที่ส่วนกลางก็จะลดลง อันนี้เปึนข้อเสนอในประเด็นปฏิรูปที่ ๒ สําหรับประเด็นปฏิรูปหน่ วยงานภาครัฐ ในการคุ้มครองผู้บริโภค ในประเด็นที่ ๓ ก็คือว่าการเสริมสร้างระบบฐานข้อมูล ในการใช้ประโยชน์และความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง ในประการที่ ๓ นี้จากการหารือ ร่วมกันหลาย ๆ ฝ์าย การไปรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัด ตลอดจน การสัมมนาที่เกิ ดขึ้นที่เราเคยจัดขึ้นก็กําหนดแนวความคิดพื้นฐานไว้ว่าการคุ้มครอง ปกปัองผู้บริโภคที่ดีที่สุดก็คือการสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องให้กับประชาชนผู้บริโภค ให้สามารถดูแลปกปัองตนเองได้ในเบื้องต้น เราตั้งหลักว่าถ้าประชาชนไม่มีความรู้แล้วนี่ เขาปกปัองตัวเองไม่ได้ ถึงแม้ว่าภาครัฐจะมีความเข้มแข็งหรือว่ากระบวนการในการคุ้มครอง ผู้บริโภคจะมีความเข้มแข็งเพียงใดก็ตามก็ไม่สามารถจะปกปัองตัวเองได้ เพราะฉะนั้น ทางที่ดีที่สุดก็คือว่าการให้ประชาชนมีความรู้หรือการให้ประชาชนได้บริโภคความรู้ที่ถูกต้อง เปึนเบื้องแรก สําหรับประเด็นนี้คณะอนุ กรรมาธิการเราได้เสนอให้มีการพัฒนาระบบ ฐานข้อมูลกลางที่เชื่อมโยงกับข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ในการคุ้มครองผู้บริโภค เปึนข้อมูล
ที่ทันต่อเหตุการณ์ เปึนข้อมูลที่เผยแพร่ได้ ให้ประชาชนได้รับความรู้ นี่คือประเด็นแรก ก็ไปสอดคล้องกับแนวความคิดที่จะส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ สําหรับประเด็นที่ ๒ ก็คือว่านอกจากนี้แล้วสมควรที่จะให้สถานศึกษาอย่างเช่นมหาวิทยาลัยทําการศึกษาวิจัย ต่อประเด็นของปัญหาการคุ้มครองผู้บริโภคที่เกิดขึ้น ไม่ใช่แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในประเทศ ปัญหาที่เกิดขึ้นภายนอกประเทศด้วย ในต่างประเทศ เพื่อมาเปึนบทเรียนในการที่จะไว้เปึน ข้อมูลสําหรับเผยแพร่ให้กับประชาชนได้รับทราบต่อไป อันที่ ๓ ก็คือว่าให้มีการดําเนินการ เผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวกับสิทธิและการคุ้มครองผู้บริโภคให้กับประชาชนออกไป อย่างกว้างขวาง อันนี้ก็เปึนเรื่อ งที่ไม่ง่ายเหมือนกับที่เราก็พูดกัน ไม่ง่ายก็เหมือนกับ ศูนย์เรื่องราวร้องทุกข์ แต่ก็ต้องทํากัน แล้วก็ทําให้เกิดจริง ถึงแม้ว่าหลาย ๆ หน่วย ให้ความเห็นชอบแล้วก็ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ แต่ก็ยังขาดการบูรณาการ สาเหตุทั้งหมด ก็คือเราไม่มีแผนคุ้มครองผู้บริโภคอันกลางที่ ใช้เปึนตัวยึดโยงในการที่จะกําหนด มาตรการต่าง ๆ หรือไม่มีธงนําในการที่จะดําเนินการให้เปึนมรรคเปึนผล สําหรับประเด็น การปฏิรูปที่ ๔ คือการพัฒนาความเข้มแข็งและความร่วมมือระหว่างภาครัฐแล้วก็ ภาคีเครือข่ายนั้น อันนี้ก็เกิดจากแนวความคิดที่เรามองไว้ว่ารัฐเองนั้นไม่มีกํา ลังเพียงพอ ที่จะดําเนินการคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วก็เหมาะสมนะครับ อันนี้จําเปึนจะต้องมีเครือข่าย หรือว่าเครือข่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
เครือข่ายนี้ไม่ใช่เครือข่ายที่ตั้งใหม่แต่เครือข่ายเหล่านี้ที่เดิมก็มีอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าต่างคน ต่างใช้ เช่น อย. ก็จะมี อสม. เปึนเครื่องมือแต่ก็ทํางานตอบสนองให้กับตัว อย. เปึนหลัก ในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องของ อย. นะครับ แต่ในความหมายของเรานี้ก็คือการที่เรา จะสร้างความเข้มแข็งแล้วก็ความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่ายนั้นเรามีความมุ่งหวังว่า กระบวนการภาคีเครือข่ายของแต่ละส่วนนั้นสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เช่น อสม. เองนอกจากจะดูแลช่วยเหลืองานของ อย. แล้วก็สามารถจะให้ความรู้ประชาชน ในด้านอื่น ๆ ได้นะครับ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่พูดกันอย่างกว้างขวางแล้วก็อยากให้เกิดขึ้นนะครับ เราจึงเสนอให้ ประการแรกก็คือว่าส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้บริโภคทั้งไม่ว่าจะเปึน ภาคประชาชนหรือว่าเปึนผู้ประกอบการนั้นให้มีการรวมกลุ่มกันแล้วก็จัดตั้งเปึนกลุ่ม เปึนเครือข่าย ต่าง ๆ ให้มากขึ้นนะครับ นอกจากว่าเมื่อตั้งมาแล้วก็จะต้องมีกิจกรรม ที่จะสนับสนุนแล้วก็เผยแพร่ให้ประชาชนได้มีความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ภาครัฐเองรวมทั้ง พวกเราเองก็เห็นว่านอกจากนี้แล้วก็จะต้องเสริมสร้างความรู้หรือมีการอบรม มีการให้ความรู้ กับภาคีเครือข่ายนี้ด้วยเช่ นกัน สิ่งเหล่านี้ทั้ง ๔ ประเด็นปฏิรูปแล้วก็ข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนประเด็นปฏิรูปทั้ง ๔ ข้อนั้น ก็ขออนุญาตเสนอเพียงสั้น ๆ แต่ว่ารายละเอียดนั้น ก็จะปรากฏอยู่ในรายงานของเราที่ได้แจกจ่ายให้ท่านไปแล้วนะครับ เราหวังว่า การดําเนินงานแล้วก็รายงานและข้อเสนอของเราต่อประเด็นปฏิรูปทั้ง ๔ ประเด็นไปแล้ว น่าจะส่งผลให้ประชาชนผู้บริโภคได้รับสิทธิความคุ้มครองจากภาครัฐให้สามารถดําเนินชีวิต ได้อย่างเหมาะสม ก้าวทันต่อยุคสมัยแล้วก็มาตรฐานสากลรวมทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างยั่งยืน หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคก็จะเกิดการบูรณาการงาน ในด้านการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างชัดเจน ตลอดจนสามารถตอบสนองต่อปัญหา และมีประสิทธิภาพตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง เปึนไปตามที่ประชาชนได้คาดหวัง และอยากให้เกิดขึ้น และสุดท้ายก็คือว่าภาคเอกชนและผู้ประกอบการจะมีบทบาท มีส่วนร่วมในการคุ้มครอง ผู้บริโภคที่เปึนประโยชน์อย่างแท้จริง รวมทั้งส่งเสริมโอกาส และขีดความสามารถในการแข่งขันในการประกอบธุรกิจ อายุของการรวมตัวและแข่งขันกัน ในระดับภูมิภาคและระดับโลกจนเปึนผลสําเร็จ ผมขอจบรายงานข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูป หน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครองผู้บริโภคโดยย่อ ๆ เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม วิทยา กุลสมบูรณ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจะขอนําเรียน ในส่วนต่อเนื่องจากที่ท่านประธานสารีได้กล่าวถึงวาระปฏิรูปที่ ๓๑ คุ้มครองบริโภค ในส่วนที่ เปึนกรอบแนวความคิดที่เรียกว่าคอนเซปชวล ดีไซน์ (Conceptual design) และท่าน พลเอก ภูดิศได้กล่าวถึงโอเปอเรชันนอล ดีไซน์ (Operational design) ในเชิงกระบวนการ ตามข้อกําหนดของคณะกรรมำธิการวิสามัญวิสัยทัศน์ ครับ ในส่วนของกฎหมาย ดังที่ท่านประธานสารีได้กล่าวแล้วนะครับว่าเราทําตามกรอบซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๔ ด้าน ก็คือ เรื่องของการมีส่วนร่วมในกรณีกฎหมายองค์การอิสระและท่าน พลเอก ภูดิศได้พูดถึงเรื่อง การบูรณาการภาครัฐซึ่งอยู่ใน ๒ เซกเตอร์ (Sector) ในลําดับต่อไปนี้ก็จะเปึน กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับในด้านหนึ่งก็คือข้อมูลและความปลอดภัย ในอีกด้านหนึ่งก็จะเปึนในเรื่องของ การชดเชยและเยียวยาในกฎหมาย ๖ ฉบับ กฎหมายฉบับแรกที่ผมจะขออนุญาตนําเรียนนี้ ก็เปึนกฎหมายที่มีลักษณะเด่นที่พยายามจะดูสภาพการ ณ์ของสังคมในปัจจุบันในขณะนี้ ที่ได้ออกกฎหมำยกลางก็คือพระราชบัญญัติอํานวยความสะดวก ซึ่งออกกฎหมาย เพียง ๑ ฉบับ สามารถที่จะบูรณาการหน่วยงานของรัฐตามหลักที่ท่าน พลเอก ภูดิศ ได้ปรารภเรื่องของการบูรณาการ ในส่วนของกฎหมายฉบับนี้นะครับ ผมขออนุญาตเรียน เปึน ๓ ส่วนด้วยกันครับ ในส่วนแรกจะขออนุญาตนําเรียนเรื่อง ของปัญหาโดยย่อ เพราะว่าได้เรียนไปในรอบที่ ๑ แล้ว ขอนําสไลด์เพื่อเสนอนะครับ ใน ๓-๔ สไลด์แรกนี้ ก็จะพูดถึงตัวปัญหาโดยย่อนะครับว่าขณะนี้สินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัยจากการเก็บข้อมูล ของสถานการณ์ตัวชี้วัดการคุ้มครองผู้บริโภคก็พบนะครับ เฉลี่ยแล้ว ๑๙.๓ ครั้งต่อฉบับต่อป้ เปึนค่าเฉลี่ย
ก็แสดงว่ามีหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีสินค้าและบริการที่ไม่ปลอดภัย ครับ ในลําดับต่อไป ในเรื่องของคุณภาพมาตรฐานตามกฎหมาย ซึ่งจากสถิติของสํานักงานคณะกรรมการ อาหารและยา และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เฉพาะในส่วนอาหารก็ดี ในสไลด์ต่อไป ยา เครื่องสําอาง แล้วก็ในส่วนของเครื่องมือแพทย์ก็ดี วัตถุอันตรายก็ปรากฏว่ามีแนวโน้ม ที่เพิ่มขึ้น ยกเว้นในสินค้าบางชนิด อันนี้ก็จะทําให้เปึนข้อมูลอีกอย่างหนึ่ง เพราะว่า ไม่ปรากฏโดยตัวของผู้บริโภคเอง อีกสไลด์ต่อไปชี้ว่าในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข โดยสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ทํางานร่วมกับจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ แล้วใช้การดําเนินการที่เรียกว่าอิ สชู ไพรเวไทเซชัน (Issue privatization) คือจัดลําดับ ความสําคัญความไม่ปลอดภัยของสินค้า เราจะพบความแตกต่างในรายภาคในสินค้าต่าง ๆ บางภาคอาจจะมีน้ําหนักไปในเรื่องของสินค้าบางชนิดที่แตกต่างกัน เช่น มีน้ําหนักไป ในเรื่องของเครื่องสําอางบ้าง มีน้ําหนักไปในเรื่องของอาหารบ้าง มีลักษณะที่ปัญหาเกี่ยวกับ สารเคมีการเกษตรบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสเตอรอยด์ (Steroid) ซึ่งเปึนสารที่ก่อพิษ ที่แทรกและปะปนอยู่ในผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่ไม่ใช่ยาก็ยังมีปะปน เพราะฉะนั้นความแตกต่าง ตรงนี้ก็เปึนประเด็นปัญหาที่นํามาสู่แนวทางว่าเราจะดําเนินการอย่างไร สไลด์สุดท้าย เกี่ยวกับปัญหา ขออนุญาตนําเสนอรูปธรรม ซึ่งวันนี้ผมได้เรียนเชิญท่านเภสัชกรวรวิทย์ กิตติวงศ์สุนทร ท่านเปึนผู้ช่วยอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งมาร่วมพัฒนากฎหมาย ฉบับนี้ ร่วมกับทาง สคบ. ร่วมกับทาง สมอ. แล้วก็ทางฝ์ายพาณิชย์ด้วย ก็เห็นปัญหาอย่างนี้ ว่าบางสินค้านี่ประชาชนไม่รู้จักหรอกครับ เช่นท่านคงไม่ทราบว่าสารชื่อว่าไดคลอโรมีเทนนี่ (Dichloromethane) คืออะไร แต่ปนอยู่ในยาสมุนไพรเพราะผู้ผลิตยาสมุนไพรคิดว่า จะทดแทนความหวานจากสารคลอโรฟอร์ม (Chloroform) และสารกันบูดนั้น แต่ก็ไม่ทราบ ท่านไปเอามาจากไหนเหมือนกันจนเขาได้ตรวจพบ แต่ระยะเวลากว่าที่จะแจ้งเตือนภัย ให้ประชาชนได้ใช้เวลานานมาก เพราะว่ากฎหมายที่เราจะได้นําเรียนต่อไปมีลักษณะปฏิบัติ ที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นผู้ที่ค้นพบปัญหาแล้วจะนําแจ้ง นี่จะต้องเปึนไปตามบทบัญญัติของ กฎหมายแต่ละฉบับ อันนี้ก็เปึนตัวอย่างหนึ่ง ตัวอย่า งที่ ๒ ซึ่งเปึนผลงานของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ก็คือตะกั่วในถังน้ําเย็นที่เด็กนักเรียนรับประทานกันทั่วประเทศ ในช่วงที่ผ่านมาเมื่อประมาณสัก ๕ ป้ที่แล้ว ในสมัยนั้นการบูรณาการระหว่าง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กับสํานักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคโดยท่านเลขาธิการ
ได้ดําเนินการสําเร็จ โดยประกาศตู้ถังน้ําเย็นเปึนสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งกฎหมายของ สคบ. นั้นเอื้อต่อการที่จะทําให้เกิดกลไกในลักษณะเช่นนี้ แล้วก็ได้เตือนภัยไปอีกเรื่องหนึ่งว่า ต้องต่อสายเพื่อเปึนสายดินที่ไม่ให้เกิดปัญหา ก็ปรากฏว่ายังมีเด็กที่จังหวัดลําปางต้องเสียชีวิตจาก การรับประทานน้ําจากถังน้ําเย็น เพราะฉะนั้นปัญหาที่มีอยู่ในสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ในโรงเรียนนี่หลังจากที่ได้ดําเนินการกันโดยไม่ต้องรอให้ สมอ. ประกาศมาตรฐานก็สามารถ ทําให้โรงเรียนต่าง ๆ ปลอดภัยได้ เรายังมีอีกหลายเรื่องในวันนี้ไม่ว่าจะเปึนในพวกอาหาร เช่นในน้ํามันพืชที่ขณะนี้อาจจะมีการเอาน้ํามันเก่ามารีไซเคิล (Recycle) แล้วเอามาขายกันโดยไม่รู้ เรายังมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของขวดนมที่มีสารบีพีเอ (BPA) ซึ่งน่าดีใจที่กระทรวงสาธารณสุข ได้ยกเลิกไปในเร็ว ๆ นี้เอง แล้วก็จะปรากฏออกมาภายในปลายป้นี้หลังจากประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ปัญหาสารตะกั่วในสีทาอาคาร ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ก็กําลังดําเนินการอยู่ แล้วปัญหาที่แทบไม่น่าเชื่อครับ วัยรุ่นของเรายังเอาฟันที่มีลักษณะ เปึนฟันแฟชันใส่เข้าไปในปาก บางคนเอากาวซีเมนต์ตราช้างใส่เข้าไปด้วย เมื่อทันตแพทย์ มาพบก็เปึนปัญหา ขณะที่ทาง สคบ. ก็ได้ดําเนินการปัอ งกันปัญหานี้โดยประกาศเปึน สินค้าไม่ปลอดภัย นี่คือเรื่องในเชิงลบ แต่เรื่องในเชิงบวกขออนุญาตสไลด์ต่อไป อันนี้ก็คือ กลไกที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่ทางกรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ได้นําเรียนท่านรัฐมนตรี แล้วท่านรัฐมนตรี ได้นําเรียนท่านนายกรัฐมนตรีในวันที่ท่านเดินตรวจเยี่ยมบูธ (Booth) ของกระทรวงสาธารณสุข เปึนตัวอย่างของอาหารและยาและตัวอย่าง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ทําเว็ บไซต์ (Web site) เรื่องทําดี ดอต โออาร์จี/อะเลิร์ต (www.tumdee.org/alert) ก็เปึนรูปธรรมที่ดีมากเพราะวันนี้ โซเชียล มีเดีย (Social media) ซึ่งอยู่ในมือของ อสม. อยู่ในมือของนักเรียนสามารถกดเข้าไปแล้วดูได้ว่า สินค้าชื่อนี้มันไม่ปลอดภัยอย่างไร แต่กฎหมายอย่างไรจะเอื้อที่ให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม สามารถทําเช่นนี้ได้ ก็ต้องรอหวังพึ่งกฎหมายฉบับนี้ซึ่งจะขออนุญาตนําเรียนในเชิงหลักการ ในส่วนที่ ๒ และรายละเอียดของกฎหมายต่อไปครับ ในหลักการสไลด์ต่อไปนี้ก็จะบอกว่า จากการทบทวนของคณะอนุกรรมาธิการก็ได้พบว่าในต่างประเทศนั้นกฎหมายชื่อว่าโปรดักต์ เซฟตี (Product safety) ปรากฏครับในยุโรป
แล้วเรียกว่า เจเนอรัล โปรดักต์ เซฟตี ไดเรกชัน (General product safety direction) ซึ่งมีหลักการที่สําคัญ แล้วก็มีจุดเด่น แล้วก็มีผลได้ที่อนุวัตเข้ามาในกฎหมายที่เรา จะก่อร่างสร้างตัวขึ้น ประการแรกก็คือปรินซิเป่ล ออฟ ไฮ เลเวล คอนซูเมอร์ โพรเทกชัน (Principle of high level consumer protection) ก็คือทําอย่างไรถึงจะ ทําให้ประชาชน ทุกคนจะได้รับการปกปัองอย่างสูงสุด ทั้งนี้กฎหมายแต่ละฉบับจะมีลักษณะเปึนแท่งดิ่งลงไป ก็คือเกิดเปึนกฎหมายตามชนิดของผลิตภัณฑ์ เช่น ยา อาหาร เครื่องสําอาง วัตถุมีพิษ แล้วก็สินค้าต่าง ๆ จนที่เหลือไม่มีอะไรจะดูแลแล้วก็ยกให้ สคบ. เราต้องการกฎหมายกลาง ที่เรียกว่าฮอริซอนทัล ลีจิสเลชัน (Horizontal Legislation) ซึ่งคัฟเวอร์ (Cover) ออกฉบับเดียว และช่วยทุกกระทรวง ทบวง กรม จุดเด่นก็คือไม่ได้ยกเลิกมาตรฐานที่ท่านมีอยู่ และจุดที่สําคัญคือหากกฎหมายฉบับใดจะมีมาตรฐานที่สูงขึ้นก็สามารถทําได้ ผลที่ได้ก็คือ ยกระดับตามที่ได้เรียนแล้วว่าคอนซูเมอร์ สุพรีมมาซี (Consumer supremacy) ก็คือ ประชาชนสามารถที่จะได้รับการคุ้มครองจากทุกกระทรวง ทบวง กรม จากการวิเคราะห์ กฎหมายทั้งหมด ๘ ฉบับในลําดับต่อไป พบความแตกต่างในเรื่องของการตรวจสอบ การประกาศ และการเรียกเก็บตามลักษณะที่แตกต่างกันในกฎหมายแต่ละฉบับ เช่น บางฉบับก็กําหนดให้การตรวจสอบเปึนหน้าที่ของรัฐที่ทําได้เต็มที่ บางส่วนก็ให้ ผู้ประกอบการเปึนหลัก ในเรื่องของการประกาศก็เช่นเดียวกัน พระราชบัญญัติอาหาร บอกให้ทําได้เลย บางพระราชบัญญัติต้องให้ประกาศรอกรรมการ บางพระราชบัญญัติ ต้องหารือกับผู้ประกอบการ เช่นเดียวกับการเรียกเก็บ จากการวิเคราะห์ ๒ สไลด์นี้จึงนํามาสู่ เปัาหมายของเราว่ากฎหมายฉบับนี้จะยึดก็คือหลักการดังต่อไปนี้ สินค้าที่ไม่ปลอดภัยนั้น ไม่เปึนเพียงให้หลักประกันกับผู้บริโภคครับ ผมคิดว่าเราซื้อสินค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป ประเทศญี่ปุ์น ก็เพราะว่าเขามีคอนซูเมอร์ สุพรีมมาซี ก็เขาถือว่าผู้ที่ใช้นั้น มีความสําคัญ เพราะฉะนั้นการแข่งขันในตลาดโลกนั้นถ้าประเทศใดที่มีภาพลักษณ์ ที่ดี สินค้าของประเทศเราที่เมื่อวานนี้เราพูดถึงการลงทุนในต่างประเทศก็ได้รับการยอมรับครับ เราซื้อสินค้าของประเทศญี่ปุ์น ประเทศเยอรมนี ประเทศสหรัฐอเมริกา เราค่อนข้างไว้วางใจ เรามีปัญหากับบางประเทศ ซึ่งผมขออนุญาตไม่กล่าวถึงประเทศดังกล่าว หรือหลาย ๆ ประเทศ ก็เปึนเพราะว่าเราไม่เชื่อมั่น เรารู้สึกว่าประเทศนี้ชอบปลอม ประเทศนี้ชอบทําสินค้าไม่ปลอดภัย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม่เพียงการปกปัองประชาชน
ในประเทศ แต่สินค้านี้จะสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ และประกาศว่าประเทศของเรานั้น ไม่เพียงดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน แต่จะเปึนการปกปัองผู้ที่ซื้อทั่วประเทศด้วย ต่างประเทศด้วย กฎหมายกลางฉบับนี้จะป่ดช่องว่าง แล้วก็จะทําให้กฎหมายที่มีอยู่นั้น ดําเนินการไปได้ ขออนุญาตนําเรียนสั้น ๆ เกี่ยวกับสาระในกฎหมายซึ่งมีทั้งหมด ๒๒ มาตรา อยู่ในนิยาม ๖ มาตรา หมวด ๑ อํานาจหน้าที่รัฐและพนักงาน ๓ มาตรา มาตรการปลอดภัย ๗ มาตรา หน้าที่ผู้ประกอบธุรกิจ ๑ มาตรา และบทกําหนดโทษ ๔ มาตรา จุดเด่น ในสไลด์ต่อไปก็คือความเปึนกฎหมายกลางที่ผมนําเรียนแล้วครับ กฎหมายฉบับนี้บอกว่า หากมีกฎหมายใดที่บัญญัติโดยเฉพาะไว้แล้ว บทบัญญัติที่ได้บัญญัติไว้แล้วก็จะเอาไปเสริม หรือไปเพิ่มในส่วนที่ต่ํากว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อให้ดีขึ้นครับ ในสไลด์ต่อไปนี้ จะเปึนเรื่องของนิยามนะครับ ซึ่งจํานวนไม่น้อยก็นิยามมาจากพระราชบัญญัติความรับผิด ต่อสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งได้ออกเปึนกฎหมายไปแล้วเมื่อป้ ๒๕๕๑ ท่านมีข้อสังเกต ที่น่าสนใจก็คือความเสียหายครับ ในนี้มีความเสียหายนอกเหนือจากต่อจิตใจ ก็คือ ต่อจิตวิญญาณ ท่านอาจจะตั้งคําถามนะครับ คําว่าจิตวิญญาณนั้นหมายความว่าอย่างไร ท่านอาจารย์วินัยจะตอบได้ครับว่าเคยมีไส้กรอกที่ประกาศว่าเปึนไส้กรอกไก่ แต่เมื่อผู้ที่นับถือศาสนา อิสลามบริโภคปรากฏว่าศูนย์ฮาลาลของอาจารย์วินัยตรวจพบว่า มีเนื้อสุกรปนอยู่ครับ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องจิตใจ แต่มันลึกซึ้งไปถึงจิตวิญญาณ ของผู้ที่เขาบริโภคครับ ความเชื่อถือ ความนับถือทางศาสนามันไม่ได้เจ็บป์วยทางร่างกาย หรือทุกข์ทรมานมีบาดแผล แต่มันทําลายความศรัทธา ความเชื่อมั่น เราได้ใช้บทบัญญัตินี้ ครอบคลุมไปถึงเรื่องนี้ด้วยครับ ในสไลด์ต่อไปนะครับ จะเปึนเรื่องของหลักการของกฎหมาย ที่พูดถึงอุดมคติของกฎหมายว่ารัฐจะต้องทําในสิ่งต่อไป นี้ ผู้ประกอบการจะต้องทํา ในสิ่งต่อไปนี้ ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายต่าง ๆ ที่มีอยู่นั้นจะไม่ได้ระบุในเรื่องเหล่านี้ แต่ส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเปึนส่วนเพิ่มเติมเพื่อให้ครบถ้วน และให้เปึนไปในทางแนวเดียวกัน ในสไลด์ที่ผมจะนําเรียนในตัวของกฎหมายก็จะมีในส่วนของอํานาจหน้าที่ของหน่วยงาน ของรัฐ ซึ่งก็เปึนอํานาจหน้าที่โดยที่ดําเนินการได้ตามกฎหมา ยอยู่ในส่วนหนึ่ง แต่จะเพิ่มบางส่วน เช่น ในข้อ ๒ การจัดทําลักษณะของฐานข้อมูลที่ให้ประชาชนตรวจสอบ
ยืนยันเกี่ยวกับความปลอดภัย ดังที่ผมได้แสดงเรื่องการประกาศสินค้าไม่ปลอดภัย ของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เปึนตัวอย่างครับ การทดสอบ การเฝัาระวังก็สามารถทําได้ อย่างเต็มที่
แล้วก็ที่สําคัญที่ สุดก็คือการแจ้งเตือนภัยในสไลด์ต่อไปนี่ ที่จะนําข้อมูลร่วมในระบบแจ้ง เตือนภัยไม่เฉพาะในประเทศ ถ้าท่านได้ทบทวนดูในอียู (EU) ตอนนี้เราจะเปึนอาเซียน (ASEAN) จะมีองค์การบางองค์กรเช่นอินเตอร์เนชันแนล เฮลต์ คอนซูเมอร์ โพรเทกชัน (International Health Consumer Protection) ซึ่งศึกษาหมดเลยเกี่ยวกับเรื่องข้อมูล ความอันตราย ความไม่ปลอดภัยต่าง ๆ ในอนาคตถ้าเราทําได้ดีอาจจะเปึนผู้นําทางด้าน ความปลอดภัยในอาเซียน และประการที่ ๕ ซึ่งเปึนประการสุดท้ายครับ การระงับ จําหน่าย แจก จ่าย การโฆษณา ส่งมอบต่าง ๆ เหล่านี้ บางชนิดนั้นไม่เพียงจะต้องเก็บ แต่ต้องส่งคืน ออกนอกราชอาณาจักรด้วย เช่นหากมีการปนเปุ๋อนเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสีเปึนต้น สไลด์ ๒ อันสุดท้ายจะเปึนการบอกถึงการระบุหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งท่านวรรณชัย ซึ่งเปึนสมาชิกของคณะกรรมาธิการของเราด้วยนั้นแนะไว้ว่าควรจะบอกไว้ว่าควรจะ ดําเนินการอะไรเพื่อจะได้เห็นและได้มองได้ว่ามันเปึนสิ่งที่พึงกระทําครับ ในสไลด์ที่ ๔ จึงระบุเรื่องกรณีเรียกคืนสินค้าก็ดี เก็บสินค้าก็ดี หรือการแจ้งโฆษณาเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ส่วนสไลด์สุดท้ายนั้นเปึนบทกําหนดโทษ ซึ่งจะขออนุญาตจบด้วยสไลด์สุดท้ายนี่ว่า บทกําหนดโทษนี้นั้ นได้กําหนดขึ้นบนมาตรฐานของกฎหมายพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้บริโภค ก็ได้ใช้หลักของกฎหมายฉบับนั้นเพื่อกําหนดบทลงโทษให้อนุมัติตามกัน ก็ขออนุญาตนําเรียนหลักการ เหตุผล ความสําคัญของกฎหมายฉบับนี้นะครับ และขอให้ท่าน พิจารณาเพื่อให้ข้อเสนอแนะ แล้วก็ทางคณะของเราก็จะได้ปรับปรุง แล้วก็จะได้ส่งมอบต่อ ผู้ที่เกี่ยวข้องคณะรัฐมนตรีต่อไป ขอบพระคุณครับ
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก ผม วินัย ดะห์ลัน หมายเลข ๑๘๕ ประเด็นที่ผมจะพูดนั้นเปึนเรื่องของร่างพระราชบัญญัติความรับผิด ต่อความชํารุดบกพร่องของสินค้าในร่างพ ระราชบัญญัติฉบับนี้ทั่วโลกเขาเรียกกันว่า กฎหมายมะนาว หลายท่านอาจจะแปลกใจนะครับว่ามะนาวนั้นมาจากไหน ในกรณีของ ประเทศสหรัฐอเมริกา รถยนต์หรือว่าสินค้าที่มีความชํารุดบกพร่องนั้นเขาเรียกว่าเลมอน (Lemon) ประเด็นของเลมอนนั้นเปึนประเด็นที่อยากจะนํามาชี้แจงให้พวกเราได้ มี ความเข้าใจตรงกันนิดหนึ่ง ก่อนอื่นนั้นผมอยากจะขอเรียนอย่างนี้ครับว่ากรณีเวลาที่เรา คุยกันในเรื่องของผู้บริโภค เรามักจะรู้สึกในเชิงว่าผู้บริโภคนั้นเปึนกลุ่มที่เรียกร้อง ในขณะที่ผู้ประกอบการนั้นเปึนกลุ่มที่ผลิต ถ้าเราดูในทางการเมืองนั้นเราเรียกประชาชน
หรือว่าคนที่อยู่ในฐานรากของระบบว่าพลเมือง ในขณะเดียวกันระบบที่สําคัญอย่างยิ่งก็คือ เรื่องของเศรษฐกิจ ในส่วนของฐานรากของระบบเศรษฐกิจเราเรียกว่าผู้บริโภคครับ เพราะฉะนั้นผู้บริโภคก็คือพลเมืองในเชิงการเมืองเช่นเดียวกั น เรื่องของกฎหมายมะนาว เราก็คงจะเคยได้ยินว่ามีกรณีอยู่หลายประการนะครับในกรณีของประเทศไทย ยกตัวอย่างเช่นในวันที่ ๒๔ พฤษภาคมป้นี้เองมีชายคนหนึ่งเอาสินค้าที่เขาเห็นว่ามันมีปัญหา ไปเจรจากับผู้จําหน่าย เพื่อที่จะขอคืนสินค้าในที่สุดไม่สามารถที่จะตกลงกันได้ ก็เกิดการทําร้ายถึงขนาดบาดเจ็บล้มตาย ผู้ที่เขาเปึนลูกค้าก็ได้กระหน่ํายิงเจ้าของบริษัท ขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ อันนี้ก็เปึนกรณีหนึ่งนะครับว่าสินค้าที่เราเรียกกันว่ามะนาวนั้น ในที่สุดนําไปสู่เรื่องของความบาดหมางจนกระทั่งเกิดการทําร้ายร่างการกัน มีอยู่บางครั้งบางคราวเราจะเห็นว่ามีการเอารถใหม่มาทุบ เพราะเนื่องจากว่าผู้ซื้อมานั้น ไม่สามารถที่จะใช้รถใหม่นั้นได้ เมื่อจะขอคืนกับทางบริษัทบริษัทไม่ยอมรับคืน ในกรณี แบบนี้แล้วทางออกของผู้บริโภคไม่สามารถที่จะหาทางออกทางด้านอื่นได้นอกจากว่า จะต้องฟัองเปึนกรณีกันยาวนาน สิ่งที่เขาจะต้องทําในที่สุดก็คือนําไปสู่เรื่องของการทุบ ทําลายรถ มีอยู่หลายครั้งที่ทางบริษัทต่างประเทศขอเรียกคืนรถเพื่อที่จะแก้ไขปัญหา ยกตัวอย่างเช่นทางบริษัทโตโยต้าเคยเรียกรถคืนนี่เปึนล้านคันทั่วโลก แต่ว่าในกรณีของ ประเทศไทยซึ่งใช้อุปกรณ์แบบเดียวกันไม่มีการเรียกคืน บริษัทฮอนด้าเองก็เคยเรียกคืน อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเกียร์
แต่ปรากฏว่ากรณีของประเทศไทยไม่มีการเรียกคืนเช่ นเดียวกันนะครับ ทางสํานักงาน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเคยได้รับการร้องเรียนจากรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง เมื่อนําเอารถยนต์ยี่ห้อนั้นมาทําการตรวจแล้วปรากฏว่าเจอปัญหาในรถทุกคัน แต่ในที่สุด ก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการอย่างใดได้นะครับ ปัญหานั้นเนื่องจากว่าเราขาดกฎหมาย ฉบับหนึ่งซึ่งในต่างประเทศเขาเรียกกันว่ากฎหมายมะนาว ผมก็จะได้แจ้งให้ฟังนะครับว่า ทําไมถึงเรียกว่ากฎหมายมะนาวนะครับ เมื่อป้ ๑๙๗๐ ในรัฐแคลิฟอร์เนียได้มีกฎหมาย ที่เราเรียกกันว่าอเมริกัน สเตท ลอว์ (American State Law) ขึ้นมาฉบับหนึ่งนะครับ ในกรณีที่รถยนต์มีปัญหาสามารถที่ผู้บริโภคจะเรียกคืนหรือว่าเรียกให้เกิดการซ่อมแซมได้ ในที่สุดแล้วกฎหมายนั้นทําให้ประสิทธิภาพของการผลิตรถนั้นดีขึ้น ในป้ ๑๙๗๕ นั้น ทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาก็ได้ตั้งกฎหมายขึ้นมา เราเรียกกันว่าเฟเดอรัล ลอว์ (Federal Law) ผู้ที่ผลักดันให้เกิดกฎหมายเฟเดอรัล ลอว์นั้นชื่อแมกเนอสัน แกนมอส แต่ว่าอเมริกันนั้น นิสัยอะไรก็แล้วแต่ชอบตั้งชื่อเล่น เพราะฉะนั้นเขาเลยมาดูกันว่าชื่อเล่นกรณีของรถ ที่มีปัญหา นั้นน่าจะเรียกกันว่าอย่างไร เมื่อดูจากประวัตินั้นปรากฏว่าในป้ ๑๙๖๐ บริษัทโฟล์คสวาเกนของเยอรมันในประเทศเยอรมนีนั้นเคยประกาศขึ้นมาว่าถ้ารถยนต์ โฟล์คสวาเกนมีปัญหาให้คืนได้ทุกคัน หรือว่าสามารถที่จะซ่อมแซมได้ กรณีอย่างนี้นั้น รถยนต์เยอรมัน ภาพของรถยนต์เยอรมันคือไม่มีปัญหา อันนี้ก็กลายเปึนสัญญะ หรือกลายเปึนภาพลักษณ์ของรถยนต์เยอรมัน แต่อย่างไรก็ตามในยุโรปนั้นบอกว่ารถยนต์ ที่ดีที่สุ ดคือรถยนต์เยอรมัน แต่ว่ารถยนต์ที่มีปัญหากลายเปึนรถยนต์ฝรั่งเศสครับ รถยนต์ฝรั่งเศสนั้นคนอเมริกันเขารู้ว่ายี่ห้อที่ดังที่สุดนั้นเปึนภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ แปลว่าเลมอนก็เลยใช้คําว่าเลมอนนั้นเรียกรถยนต์ที่มีปัญหา คําว่าสินค้าที่ชํารุดบกพร่อง ก็เลยมีชื่อเล่นว่าเ ลมอน กลายไปเปึนเลมอน ลอว์ (Lemon Law) ประเทศสิงคโปร์ เมื่อมีกฎหมายในเรื่องนี้เหมือนกับที่ใน ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาใช้คําว่าเลมอน ลอว์เลย ตรง ๆ เพราะฉะนั้นถ้าเราดูกรณีของประเทศไทย กรณีประเทศไทยนั้นสภาพกฎหมาย ในปัจจุบันเราจะพบว่ามีกฎหมายอยู่หลายฉบับที่เกี่ยวข้องในกรณีที่ต้องการที่จะแก้ปัญหา ของผู้บริโภคในกรณีที่ได้รับสินค้าที่มีปัญหานะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นในมาตรา ๔๗๒-๔๗๔ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นมีเรื่องของผู้ขายจะต้องรับผิดในกรณีใดบ้าง แต่อย่างไรก็ตามในกฎหมายเรื่องของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้บอกว่า
จะต้องรับผิดอย่างไร เพียงแต่บอกว่าถ้าเขาขายสินค้าที่มีปัญหาแล้วเขาจําเปึนที่จะต้อง รับผิดชอบ แต่ไม่บอกว่าจะต้องรับผิดชอบอย่างไรนะครับ ในกรณีของพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๔๑ ในมาตรา ๔๑ จะพูดถึงเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค แต่อย่างไรก็ตามในกรณีที่มีปัญหานั้นจะเปึนเรื่องของการคุ้มครองด้วยกฎหมาย นั่นหมายความว่าจะต้องขึ้นสู่วิธีพิจารณาความนะครับ กรณีที่จะทําให้ผู้บริโภค กับผู้ประกอบการหรือว่าผู้จําหน่ายนั้นไปเจรจายอมความตกลงกันเองนั้นไม่มีกฎหมาย ในลักษณะที่เราเรียกกันว่ากฎหมายมะนาวนะครับ กรณีอย่างนี้เองนั้นทางคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคได้นําเอากฎหมายต่าง ๆ ในประเทศ อย่างเช่นที่ประเทศเยอรมนี อย่างเช่นในประเทศมาเลเซีย อย่างเช่นในประเทศสิงคโปร์ได้มาศึกษา แล้วได้จัดทําเปึน ร่างพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความชํารุดบกพร่องของสินค้า สิ่งแรกที่มีความสําคัญเลย ก็คือเรื่องของนิยาม ถ้าสมมุติว่าเราไม่สามารถที่จะกําหนดนิยามให้ชัดเจนว่า ความชํารุดบกพร่องนั้นหมายถึงอะไร เราก็ไม่สามารถที่จะดําเนินการต่อไปได้ ผู้บริโภค ก็ไม่สามารถที่จะเจรจากับทางผู้ประกอบการได้ เรื่องนี้มีความสําคัญครับ ผมก็อยากจะเรียน อย่างนี้ครับ ถ้าเราดูย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์นั้นเราจะเห็นได้ว่าสิ่งหนึ่งที่เปึนปัญหา ของประเทศไทย และกฎหมายฉบับนี้จะกลายไปเปึนส่วนที่จะแก้ปัญหาของสังคมไทยได้
วันนี้เราต้องยอมรับครับว่าประเทศไทยเราถดถอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการแข่งขัน ทางการค้า เรามีสภาวะที่ถดถอยทางด้านนี้มาโดยตลอด ๔-๕ ป้ที่ผ่านมา เรื่องแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกนะครับ ในประเทศสหรัฐอเมริกาเคยเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาในป้ ๑๙๖๐ ป้ ๑๙๖๕ ในที่สุดเราก็พบว่าสิ่งที่เกิดปัญหาความถดถอยนั้นเกิดจากความไว้วางใจของผู้บริโภค ที่มีต่อผลิตภัณฑ์ สิ่งที่จะช่วยแก้ไขเลยก็คือการร่างพระราชบัญญัติ ที่เราเรียกกันว่า กฎหมายมะนาวขึ้น เช่นเดียวกันนะครับลักษณะของวิธีการของกฎหมายมะนาวนั่นก็คือ การสร้างความมั่นใจของผู้บริโภคแล้วนําไปสู่เรื่องของการพัฒนาคุณภาพของผู้ประกอบการ สิ่งที่จะตามมาก็คือความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการที่สูงขึ้น อันนี้ต่างหาก ที่ในที่สุดแล้วคนอย่าง ลี ไอเอคอคค่าของบริษัทไครสเลอร์นั้นได้ใช้ศักยภาพของ กฎหมายมะนาวในการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และสามารถที่จะเปลี่ยนสถานะของ บริษัทไครสเลอร์ที่ขาดทุนอย่างมหาศาลให้กลายไปเปึนบริษัทที่ได้รับความเชื่อถืออีกครั้งหนึ่ง อันนี้ก็เปึนจุดหนึ่งก็คือเรื่องของการสร้างความเชื่อถือ ถ้าหากว่าประเทศไทยต้องการที่จะ สร้างความเชื่อถือของประเทศ จําเปึนที่จะต้องสร้างความเชื่อถือต่อผู้บริโภค หรือว่าลูกค้า ที่มาใช้บริการและผลิตภัณฑ์ของเรา เพราะฉะนั้นในร่างกฎหมายฉบับนี้เรื่องแรกเลยก็คือ เรื่องของการปรับปรุงนิยามให้ชัดเจน โดยดูตั้งแต่เรื่องของข้อตกลงที่เห็นเปึนประจักษ์ชัดเจน ในสัญญา ซื้ออะไรแล้วจะได้อะไร ตรงนี้จะต้องชัดเจนนะครับ ดูเรื่องของความมุ่งหมาย ที่จะใช้ประโยชน์จากสินค้า ซื้อรถต้องได้รถ ซื้อสินค้าอื่นต้องได้สินค้าที่เราประสงค์จะได้นั้น การใช้ประโยชน์จากสินค้าตามปกติวิสัย แล้วก็เรื่องของการให้ข้อมูลจากผู้บริโภค ยกตัวอย่างเช่น เรื่องของการขายคอนโดมิเนียม สินค้าที่เราได้ไปนั้นผู้ประกอบการจะต้อง ให้ข้อมูลอย่างชัดเจน ถูกต้อง แล้วก็ข้อมูลเหล่านั้นผู้บริโภคจําเปึนที่จะต้องได้รับตามที่ กําหนดในเงื่อนไข อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการส่งมอบผลิตภัณฑ์ผิดประเภทหรือว่า น้อยกว่าจํานวนที่ตกลงกัน อย่างนี้ก็ถือว่าเปึนเรื่องของ ชํารุดบกพร่องเช่นเดียวกัน ในกรณีของคู่มือที่จะนําไปสู่เรื่องของการใช้ ถ้าคู่มือบกพร่องในที่สุดแล้วนําไปสู่เรื่องของ การใช้สินค้าอย่างบกพร่องแล้ว ก็ต้องถือว่าเปึนเรื่องของการชํารุดบกพร่องเช่นเดียวกัน เรื่องของสิทธิของผู้บริโภคในกรณีของสินค้าชํารุดบกพร่องนั้นให้ สิทธิผู้บริโภคว่า จะซ่อมแซมหรือเปลี่ยนสินค้าได้ หากซ่อมแซมนั้นเกิน ๒ ครั้ง กรณีที่ชํารุดบกพร่องใช้ไป ๒ ครั้ง ๓ ครั้งแล้วปรากฏว่าสินค้าที่เราต้องการจะใช้นั้นไม่เปึนไปตามคุณสมบัติที่ถูกระบุไว้
ก็ต้องถือว่าเปึนเรื่อ งของความชํารุดบกพร่อง เมื่อมีปัญหาเรื่องความชํารุดบกพร่อง ให้สิทธิผู้บริโภคบอกเลิกสัญญาได้ แล้วก็ในกรณีบางกรณีนั้นให้สิทธิผู้บริโภคในการลดราคา ตามสภาพได้ หรือแม้กระทั่งเรื่องของการบอกเลิกสัญญา แล้วก็เรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้น กรณีสินค้าชํารุดบกพร่องภายในระยะเว ลา ๖ เดือน ก็ให้สันนิษฐานเอาไว้ว่าสินค้านั้น ชํารุดบกพร่องมาตั้งแต่วันส่งมอบ กรณีอื่นนั้นผู้บริโภคจําเปึนที่จะต้องได้รับสินค้า จะไปลดทอนสิทธิของผู้บริโภคไม่ได้ แต่ว่าถ้าจะมีการลดทอนนั้นจะต้องเปึนไปในลักษณะ ที่ให้สิทธิเพิ่มเติมแก่ผู้บริโภค การรับประกันสินค้าต้องมีความชัดเจน และจะต้องเปึนคุณ ต่อผู้บริโภค ต่าง ๆ เหล่านี้นั้นไม่ได้ทําให้ผู้ผลิตนั้นเสียประโยชน์ สิ่งที่ผู้ผลิตจะได้ก็คือ ความเชื่อมั่นในเรื่องของสินค้าและบริการ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในประเทศสิงคโปร์ ในประเทศมาเลเซีย เหล่านี้เปึนกลไก เปึนกลเม็ดในการที่ จะสร้างคุณภาพ สร้างความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการทั้งสิ้น ในกรณีที่ผู้บริโภค เปึนผู้เช่าซื้อ เห็นว่าในกรณีที่ผู้บริโภคเช่าซื้อนั้นสินค้าจะถูกถ่ายโอนไปที่ธนาคาร หรือว่าสถาบันการเงิน ในกรณีที่เปึนผู้บริโภคนั้นสามารถที่จะต่อรอง
ตกลงกับทางผู้ที่ดูแลในเรื่องของสินเชื่อหรือว่าดูแลทางด้านการเงินนั้นหรือไม่ นั่นหมายความว่าเรื่องของสินค้าและบริการนั้นจําเปึนที่จะต้องถูกถ่ายโอนไปให้แก่เจ้าของ การเงินนั้น ๆ หรือว่าสถาบันการเงิน กรณีเช่นนี้สถาบันการเงินหรือว่าเปึน ผู้ให้เช่าซื้อต้องให้สิทธิแก่ผู้บริโภคไปดําเนินการเรียกให้ผู้ขายทําการซ่อมแซม เปลี่ยน ลดราคา บอกเลิกสัญญา นั่นหมายความว่าทางสถาบันการเงินจําเปึนที่จะต้องเปึนตัวแทน ในการที่จะต่อรองตกลงกับทางบริษัทในการที่จะซ่อมแซม เปลี่ยน ลดราคา บอกเลิกสัญญา หรือเรียกค่าเสียหายอันเกิดจากการชํารุดบกพร่องได้โดยตรง เพราะฉะนั้นผู้บริโภค สามารถที่จะตกลงกับทางบริษัทผู้จําหน่ายได้โดยตรง ไม่จําเปึนที่จะต้องตกลงกับ ทางสถาบันการเงิน กรณีของสถาบันการเงินไม่ให้สิทธิผู้บริโภ คดําเนินการ ใช้สิทธิเรียกร้องกับผู้ขายโดยตรง สถาบันการเงินต้องรับผิดชอบเช่นเดียวกับผู้ขาย โดยไม่อาจปฏิเสธความรับผิดได้ว่าตนเองไม่ใช่ผู้ผลิต หรือผู้ขายสินค้า เมื่อผู้บริโภค หรือผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาซื้อขายโดยตรงกับผู้ขายแล้วก็ให้ถือว่าสัญญาเช่าซื้อที่ทํากับ สถาบันการเงินผู้ให้เช่าซื้อสิ้นผลไปโดยทันที ทําให้ผู้บริโภคไม่จําต้องชําระค่างวด อีกต่อไป กรณีเช่นนี้ก็เพื่อปัองกันในกรณีของปัญหาที่เกิดขึ้นกับสัญญาในกรณีที่เกิด การเช่าซื้อผ่านทางสถาบันการเงิน ต่าง ๆ เหล่านี้นั้นเปึนเนื้อหาที่มีอยู่ในพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสินค้าที่ชํารุดบกพร่อง ก็คาดหมายว่าเรื่องนี้จะเปึนอีกจุดหนึ่ง ของคานงัดในกรณีที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยนั้นมีความสามารถ ในการแข่งขันในตลาดโลกในภาวะที่ขณะนี้เรากําลังมีภาวะถดถอยในเรื่องของความสามารถ ในการแข่งขัน จุดนี้จะเปึนอีกจุดหนึ่ งของคานงัดที่จะทําให้ประเทศไทยนั้นก้าวขึ้นมา มีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้ งในและต่างประเทศ ในส่วนของร่าง พระราชบัญญัติ ความรับผิดต่อความชํารุดบกพร่องของสินค้า พ.ศ. .... ก็ขอจบเพียงเท่านี้ ขอขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกครับ ผม ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ จะมาพูดเรื่องการกํากับกลไกคุ้มครองผู้บริโภค ภายใต้กิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เรามีปัญหาเยอะมาก ที่ผ่านมามีการร้องเรียนเยอะมาก ประชาชนทุกคนคือผู้บริโภค ผู้บริโภคก็คือประชาชน เพราะฉะนั้นถ้าต้องการให้มีการคุ้มครองเรื่องเหล่านี้ก็ต้องมีการแก้ไขทั้งหมดนะครับ
สิ่งที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ศึกษาเราพบว่าการคุ้มครองผู้บริโภค ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม มีปัญหาข้อที่ ๑ ไม่สามารถทําหน้าที่ในการคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าดูสไลด์จะมีตัวเลข ของการร้องเรียนมีจํานวนเรื่อง การยุติเรื่อง กระบวนการพิจารณานี่จะชักช้ามากเลยนะครับ มีการละเมิดสิทธิผู้บริโภคจํานวนมาก หลายกรณีเปึนปัญหาที่เกิดจากหน่วยงานกํากับ ของ กสทช. เอง ข้อที่ ๒ หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคภายใต้บังคับบัญชาของ กสทช. ไม่กล้าที่จะดําเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมา อันนี้ก็มีตัวอย่าง ถ้าเราได้ ติดตามข่าวมีปัญหาการร้องเรียน การออกใบอนุญาต การตั้งสถานีวิทยุโทรคมนาคม ก็ไม่ได้ไปทําความเข้าใจกับคนในพื้นที่ การติดปัายหรือเรื่องอื่น ๆ ปัญหาการคิดค่าบริการ เกินกว่าอัตราสูง ๙๙ สตางค์ กทค. กิจการโทรคมนาคมสั่งให้บริษัทคืนเงินเฉพาะผู้ร้องเรียน
แต่คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโ ภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ใน กสทช. นี่เห็นว่า กทค. ควรมีมติสั่งการแก้ไขเปึนกรณีทั่วไป นี่ก็เปึนปัญหา ปัญหา ๓ จี (3G) ไม่ลดลง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ของหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคก็มีปัญหามีความเห็น ที่ขัดแย้งกันอยู่ในสํานักงาน กสทช. นะครับ ตัวอย่างเหล่านี้เปึนปัญหาที่สะท้อนให้เห็นว่า การคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม และกระจายเสียง วิทยุและโทรทัศน์ก็มีปัญหา พวกเราคณะกรรมาธิการก็เลยสรุป ๑. กลไกคุ้มครองผู้บริโภคที่เปึนเพียงอนุกรรมการ ไม่เพียงพอที่จะคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๒. กสทช. ด้านผู้บริโภค ก็เปึนกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แล้วก็ส่งผลต่อนโยบายการคุ้มครองผู้บริโภค การคุ้มครองผู้บริโภคที่ผ่านมาเปึนเพียงกลไกตั้งรับ ผ่านกลไกรับเรื่องร้องเรียน และกลไก การไกล่เกลี่ย จริง ๆ แล้วในกฎหมาย กสทช. ป้ ๒๕๕๓ มีมาตราที่กําหนดเรื่องนี้ไว้ แต่เมื่อไปปฏิบั ติก็มีปัญหาทําให้เกิดปัญหาคอขวดในการแก้ปัญหา เพราะทุกเรื่อง อนุกรรมการรับเรื่องร้องเรียนพิจารณาส่งให้ กสทช. เปึนคนวินิจฉัย รอยต่อตรงนี้ ทําให้การเยียวยาก็ดี หรือการแก้ปัญหาพวกเราซึ่งเปึนผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม และกิจการกระจายเสียง วิทยุและโทรทัศน์ ไม่สามารถทันท่วงที แล้วก็เยียวยาได้ทันท่วงที ทําให้เกิดปัญหา กรรมาธิการเห็นว่าเปึนเรื่องที่เราต้องปรับกลไกโดยการแก้ไขกฎหมาย กสทช. ที่กําหนดการทํางานของการคุ้มครองผู้บริโภคในร่าง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกํากับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้มีความชัดเจน เดี๋ยวผมจะพูดต่อนะครับ ว่าจะเปึนอย่างไร อย่างไรก็ตามคณะกรรมการได้ศึกษาให้เห็นปัญหาโดยรวมของ กสทช. เราเห็นว่าการแก้ปัญหาเฉพาะจุดเพิ่มบางมาตราไปที่เกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภคนั้นไม่เพียงพอ เราก็ได้ทําการศึกษาปัญหา กสทช. ในระดับโครงสร้างทั้งพระราชบัญญัติทั้งหมด โดยใช้หลัก ๗ ประการสําคัญในการศึกษา หลักกํากับดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ คนที่ไปทํางาน ด้านโทรคมนาคม วิทยุกระจายเสียงต้องเปึนผู้เชี่ยวชาญ เรามีผู้เชี่ยวชาญในที่นี้หลายคน เดี๋ยวพี่นิพนธ์ นาคสมภพ ก็อาจจะช่วยอภิปรายทําความเข้าใจ หรืออาจารย์วัฒนาว่า หลักนี้มันมีความสําคัญอย่างไร แต่ตาม พ.ร.บ. กสทช. ป้ ๒๕๕๓ มีส่วนทําให้คนที่เข้ามา นั่งกํากับ กสทช. ปัจจุบัน หรือบริหารปัจจุบันมีคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมอย่างแท้จริง มาทําหน้าที่ได้อย่างไม่เต็มที่ เพราะในมาตรา ๗ (๑๒) ห้ามไม่ให้ผู้ที่มีประสบการณ์
ที่เคยเปึนผู้บริหารที่เกี่ยวข้องมาในระยะเวลา ๑ ป้ ก่อนได้รับเสนอชื่อเข้ามาเปึนกรรมการ เลยนะครับ ทําให้กรรมการ กสทช. ชุดนี้ได้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะวิศวกรรมโดด ๆ เลย ไม่มีความเข้าใจในเรื่องธุรกิจโทรคมนาคม แล้วก็การกํากับกิจการเหล่านี้ ได้ผู้เชี่ยวชาญ ด้านกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์เปึนเพียงแค่เคยจัดรายการวิทยุ หรือได้ผู้เชี่ยวชาญ โทรคมนาคมมากํากับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ อันนี้คือเปึนเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เราเองต้องการแก้ปัญหาตรงนี้เพื่อให้ได้ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ มากํากับคลื่นความถี่โทรคมนาคม วิทยุ โทรทัศน์ เดี๋ยวผมจะพูดรายละเอียดว่าเราจะแก้อย่างไร ๒. หลักความเปึนอิสระ ของการกํากับดูแล อันนี้เปึนเรื่องที่สําคัญมาก ในร่างแก้ไขกฎหมายเรื่องนี้ของ ครม. มีการแก้หลักการสําคัญบางอย่าง ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยี สารสนเทศเคยเสนอไปแล้ว หลักความอิสระของการกํากับดูแล ตรงนี้สําคัญของ กสทช. เราต้องคงเอาไว้ จะให้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปบังคับให้ กสทช. เสนอแผนทั้งหมดสอดคล้องกับนโยบายอย่างนี้คงเปึนไปไม่ได้ คงมีปัญหา ในความเปึนอิสระอย่างแน่นอน หลักการกํากับดูแลแล้วก็แข่งขันเสรีที่เปึนธรรม ที่ผ่านมา กสทช. ปัจจุบันกฎหมายก็กําหนดเรื่องนี้ไว้ แต่ว่าการปฏิบัติก็ยังมีปัญหาอยู่ หลักวินัย การเงินการคลังซึ่งถูกวิจารณ์เยอะมากที่ผ่านมา
แต่ว่าจะเอาเงินที่ได้ในการจัดการทั้งหมดใน กสทช. ไปมอบให้กับคณะกรรมการดิจิทัล โดยอัตโนมัติเราคิดว่ายังไม่เหมาะสมนะครับ ต้องใช้วิธีการทุกอย่างผ่านวิธีการ งบประมาณแผ่นดิน และไปกําหนดรายได้ของ กสทช. ว่าต้องได้ไม่เกินเท่าไร ไปจํากัดเอาไว้ นี่คืออาจจะเปึนแนวทางในการแก้ปัญหาการใช้งบประมาณที่ฟุ์มเฟ๋อยหรือสุรุ่ยสุร่ายของ กสทช. อันนี้คือหลักที่ ๔ หลักที่ ๕ คือการประเมินผล ที่ผ่านมากฎหมายป้ ๒๕๕๓ ได้ออกแบบให้มีคณะกรรมการประเมินผล ซึ่งเปึนองค์กรภายนอกหรือที่เรารู้จักกันดี ในนาม กตป. แต่ว่าไปออกแบบให้ กตป. อยู่ภายใต้สํานักงาน กสทช. ทําให้เกิดปัญหา อย่างมากมายในการทํางาน ขาดความอิสระ ไม่ได้รับความร่วมมือจาก กสทช. สํานักงาน กสทช. ซึ่งตอนนี้ก็เปึนปัญหา คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เห็นว่าควรแก้ปัญหานี้ การประเมินผลและการตรวจสอบการทํางานของ กสทช. มีความสําคัญจึงจําเปึนที่จะต้องมี กตป. แต่ว่าต้องเปึนองค์กรที่ไม่อยู่ภายใต้ สํานักงาน กสทช. เหมือนเดิม เราเห็นว่าควรกลับมาอยู่กับสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งเปึนคนให้ความเห็นชอบในการคัดสรรหรือเดิม ต่งตั้ง แต่ว่ากรรมาธิการเองก็เสนอว่า ควรมาอย่างไร ข้อ ๖ คือการมอบอํานาจหน้าที่ด้านคุ้มครองผู้บริโภค อันนี้เราแก้ ทั้งมาตราเลย เดี๋ยวผมจะพูดในรายละเอียดเรื่องนี้ ข้อ ๗ คือการปรับปรุงถ้อยคําต่าง ๆ ของกฎหมาย กสทช. ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เห็นว่าถ้ามีการปรับหรือแก้ปัญหาของ พ.ร.บ. ฉบับเดิม ป้ ๒๕๕๓ โดยภาพรวม ในประเด็นสําคัญเหล่านั้น ผมคิดว่าจะช่วยทําให้การคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งก็คือคุ้มครอง พวกเราที่เปึนประชาชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น กรรมาธิการจึงเห็นด้วยกับหลักการที่จะแก้ไข พ.ร.บ. องค์กรกํากับและประกอบกิจการ ๒๕๕๓ มีทั้งหมดประมาณ ๔๘ มาตรา ซึ่งผมคงไม่อ่านรายละเอียดเพราะว่าทั้งหมดอยู่ในรายงานของพวกเราอยู่แล้ว เราเสนอปรับแก้กําหนดผู้เชี่ยวชาญในมาตรา ๖ เหลือเพียง ๗ คน ไปดูรายงานได้เลยนะครับ หลายคนอาจจะมีข้อสงสัยอยู่ เขียนไปให้เปึนการเฉพาะด้านเลยว่าด้านไหนที่ควรมาเปึน กรรมการกิจการโทรคมนาคม วิทยุโทรทัศน์ ต้องการได้ผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง อันนี้อันแรก อันที่ ๒ คณะกรรมการสรรหา ไม่เห็นด้วยกับร่างที่เพิ่งผ่านคณะรัฐมนตรีไป ที่ไปกําหนดให้มี ๗ คนเปึนผู้สรรหา อยากให้กลับไปใช้ตามร่างเดิมแล้วก็ปรับปรุ งให้ดีขึ้นในมาตรา ๑๔ ประเด็นที่ ๓ เราปรับแก้หลักการสําคัญในมาตรา ๒๗ ในอนุต่าง ๆ ตั้งแต่มาตรา ๒๗ (๑)
มาตรา ๒๗ (๔) มาตรา ๒๗ (๕) มาตรา ๒๗ (๑๒) เรื่องการเรียกคืนคลื่นความถี่ แล้วก็ มาตรา ๒๗ (๑๓) เรื่องการคุ้มครองสิทธิเส รีภาพของประชาชนที่ถูกเอาเปรียบจาก ผู้ประกอบการ อันนี้ก็แก้ให้ดีขึ้น แล้วก็มาตรา ๒๗ (๑๔) แล้วก็มาตรา ๒๗ (๑๘) อันนี้คือเรื่องสําคัญ แล้วก็มีการเพิ่มบทบาท เพิ่มอํานาจให้ กสทช. ที่สามารถออกมาตรการ คุ้มครองประชาชนที่ถูกเอาเปรียบเรื่องสิทธิข้อมูลส่วนตัวก็ดี หรือเรื่องการละเมิด สิทธิส่วนตัวก็ดีให้มีมากขึ้น แล้วก็เพิ่มอํานาจถ้าผู้ประกอบการไม่แก้ปัญหาหรือเพิกเฉย ก็มีอํานาจที่จะพักใบอนุญาตต่าง ๆ อะไรได้ นี่คือประเด็นที่ ๓ ที่มีการเสนอเปึน หลักการสําคัญที่มีการปรับแก้ ให้ดีขึ้น ประเด็นที่ ๔ คือเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งเปึนหลักการสําคัญของกฎหมายตรงนี้ ทางคณะกรรมการเห็นว่าเพื่อทําให้การแก้ปัญหา ผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมและกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์เราจึงยกเลิกความเดิม ในมาตรา ๓๑ ของ พ.ร.บ. ๒๕๔๓ โดยแก้ใหม่ก็คือ เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภค มิได้ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบกิจการก ระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม จํานวน ๕ คน อันนี้เราเพิ่มการทํางานตรงนี้ขึ้นมา ให้ชัดเจน เลยนะครับ
ประกอบด้วยตัวแทนจากสมาพันธ์ผู้บริโภคนะครับ องค์กรวิชาชีพสื่อ ตัวแทนจาก สภาทนายความ ผู้แทนสภาคนพิการทุกประเภทนะครับ อันนี้คืออันแรกที่เราต้องการเพิ่ม เข้าไปนะครับ แล้วก็เพิ่มอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการชุดนี้ให้มีความชัดเจนขึ้น คือส่งเสริมสนับสนุนคุ้มครองผู้บริโภครับและวินิจฉัยเรื่องร้องเรียน เมื่อก่อนแค่รับ เรื่องร้องเรียน แล้วก็ส่งให้คณะกรรมการ กสทช. ไปเปึนผู้วินิจฉัยทําให้ปัญหาคอขวดเกิดขึ้น เราต้องการแก้ปัญหาตรงนี้นะครับ ตรวจสอบปัองกันการกระทําที่ เปึนการเอาเปรียบ ผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์ ทั้งหมดอยู่ในมาตรา ๓๑ แล้วก็ให้มีขั้นตอนของ การอุทธรณ์ในกรณีที่ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องไม่เห็นด้วยกับ คําสั่งต่าง ๆ ก็สามารถอุทธรณ์ได้ แล้วก็ให้มีสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์เปึนหน่วยงานธุรการ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าเราต้องการให้เข้ามาทํางานตรงนี้อย่างจริงจัง เราเชื่อว่า ถ้ากลไกนี้ได้รับการแก้ไขจะทําให้มีกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคได้รับในกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์แล้วก็โทรคมนาคมได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและสามารถแก้ปัญหานะครับ การถูกเอาเปรียบ การที่ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบได้ทันท่วงทีขึ้น เราแก้ไขมาตรา ๓๒ เดิม ก็คือ เพื่อให้การคุ้มครองผู้บริโภคไม่ถูกเอาเปรียบนะครับ ก็เปึนการเพิ่มอํานาจให้กับ กสทช. ที่จะออกมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค คุ้มครองสิทธิของผู้ใช้บริการที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล สิทธิความเปึนส่วนตัวแล้ วก็เสรีภาพในการสื่อสาร ก็คือเปึนเรื่องของพวกเราทุกคน เลยนะครับ ไม่ใช่เปึนผู้บริโภคครับ ผู้บริโภคทุกคนไม่ว่าจะยากจนมีรวยเท่าไรก็คือผู้บริโภค เราต้องการคุ้มครองแล้ วก็ดูแลเรื่องเหล่านี้นะครับ แล้วก็ถ้าผู้ประกอบการเพิกเฉย อย่างที่ผมเรียนไว้แล้วก็มีสิทธิออกอํานาจ มีอํานาจสั่งพักหรือเพิกถอนใบประกอบกิจการได้ ปัจจุบันเราก็รู้กันดีว่ามีการไปโฆษณาที่เกินจริง พวกผมเองไปต่างจังหวัดได้รับการร้องเรียน จํานวนมากนะครับ เราต้องการเพิ่มหรือติดดาบให้กับคณะกรรมการด้านนี้ได้ทํางาน เพื่อคุ้มครองประชาชนได้มากขึ้น นี่คือสาระสําคัญ ต่อไปก็คือเรื่อง กตป. คณะกรรมการ ประเมินผลของกิจการกระจายเสียง เราเองก็ต้องการปรับให้มีการทํางานที่มีประสิทธิภาพ มากขึ้น ก็จะมีตัว แทนด้านกระจายเสียง ๑ คน ด้านกิจการโทรทัศน์ ๑ คน เหล่านี้ เปึนหน่วยงานอิสระอยู่กับสํานักงานเลขา ธิการวุฒิสภามากขึ้นนะครับ เราปรับปรุง การบริหารกองทุน กสทช. ใหม่ ก็เพิ่มสัดส่วนกรรมการเข้าไป นี่คือสาระสําคัญ ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคเห็นว่าถ้ามีการแก้ไขในประเด็นสําคัญทั้งหมด
๔๘ มาตรา แล้วก็เปึนประเด็นสําคัญที่ผมพูดไว้นะครับ ก็สามารถช่วยคุ้มครองผู้บริโภค ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พวกเราจะได้ไม่ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการเหล่านี้มากขึ้นนะครับ ผมจึงเสนอให้ ที่ประชุมนี้ได้รับหลักการแล้วก็แนวทางของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติตัวแทนจากจังหวัดลําพูน ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อคราวที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอ ปัญหาแล้วก็แนวทางที่จะปฏิรูปกำรคุ้มครองผู้บริโภคในการประชุมสภาครั้งก่อนโน้น และที่ประชุมแห่งนี้ได้มีความเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการไปจัดทําร่างกฎหมายเกี่ยวกับ การคุ้มครองผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบริการสาธารณสุข และกรรมาธิการได้มีการพิจารณา แต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อจัดทําร่างกฎหมายดังกล่ำวนําเสนอต่อสภาในวันนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานได้กราบเรียนว่าคณะอนุกรรมาธิการที่คณะกรรมาธิการ ได้แต่งตั้งนั้น อันประกอบไปด้วย นางสาวสารี อ๋องสมหวัง แล้วก็ พลเอก ภูดิศ ทัตติยโชติ และนายวิทยา กุลสมบูรณ์ เปึนที่ปรึกษา
มีกระผม นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ เปึนประธานอนุกรรมาธิการ นายวรรณชัย บุญบํารุง เปึนอนุกรรมาธิการ นางสุนี ไชยรส นายฐิติ วุฑฒิโกวิทย์ พันเอก สิรวิชญ์ นาคทอง พันเอก ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ และนางอุดมลักษณ์ อุนศรี เปึนอนุกรรมาธิการ แล้วก็มี เจ้าหน้าที่จากสํานักกรรมาธิการ ๓ สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทําหน้าที่ สํานักงานเลขาธิการสภาปฏิรูปแห่งชาติ เปึนเจ้าหน้าที่ของคณะอนุกรรมาธิการในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ จากการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการให้ไปทําการศึกษา ยกร่างกฎหมายฉบับนี้ทางคณะอนุกรรมาธิการนั้นเราก็ได้ศึกษาจากสิ่งที่เกิดขึ้นมาในอดีต ไม่ว่าจะเปึนร่างพระราชบัญญัติการคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... ซึ่งเสนอตั้งแต่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนา ยกรัฐมนตรี ร่างของ กระทรวงสาธารณสุข ร่างของคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย แล้วก็นอกจากนั้น เราก็ได้รับฟังความคิดเห็นโดยจัดการสัมมนาร่วมกับคณะกรรมาธิการปฏิรูป ระบบสาธารณสุขรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในเรื่องของการที่จะจัดทํากฎหมายฉบับนี้ นอกจากนั้นก็ศึกษาจากบทควา มต่าง ๆ ของผู้ศึกษาวิจัยในอดีตที่ผ่านมา จึงนําไปสู่ การยกร่างกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในกฎหมายฉบับนี้เมื่อเราได้ศึกษา และยกร่างแล้วมันก็มีผลที่จะต้องไปปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ๒ ฉบับ เปึนดังนี้ครับ ๑. พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ แล้วก็ พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๕๓ (แก้ไขเพิ่มเติม) เกี่ยวกับเรื่องของการจัดตั้ง กองทุนเพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้รับบริการกรณีที่บุคคลดังกล่าวนั้นอยู่ในความรับผิดชอบ ของกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ท่านประธานที่เคารพครับ จากการศึกษาที่ผ่า นมานั้น แม้ว่ากฎหมายประกันสังคมก็ดี กฎหมายเกี่ยวกับหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ดี ได้มีกองทุนที่จะเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการที่ไปเปึนผู้ป์วย ได้รับผลกระทบ จากการรักษาพยาบาลเบื้องต้นก็ดีนั้น เราก็เห็นว่ากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนั้นดูแลเฉพาะบุคคล ในความรับผิดชอบของกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับยังไม่ครอบคลุมไปถึงระบบของราชการ ที่จะต้องได้รับการดูแลเข้าไปด้วย เราจึงมีความเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้เราต้องการ ที่จะอุดช่องว่างในเรื่องของการให้การช่วยเหลือ ประกอบกับพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้คือ มาตรา ๔๑ เท่าที่ทราบอยู่ในขณะนี้ ก็ยังมีปัญหาเรื่องของการจ่ายเงินให้กับผู้ให้บริการ ดังที่ท่านประธานกรรมาธิการได้นําเรียน
ตั้งแต่ต้นว่าในกรณีที่พยาบาลก็ดี คนขับรถพยาบาลก็ดี เมื่อไปรับผู้ป์วยแล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้นถึง ขั้นเสียชีวิตบุคลากรทางการแพทย์เหล่านั้นไม่ได้รับการเยียวยา จะได้เฉพาะผู้ป์วยเท่านั้น นี่ก็ไม่สร้างความเปึนธรรมให้กับสังคม ดังนั้นเราจึงได้มีการศึกษา แล้วก็ยกร่างกฎหมายฉบับนี้โดยมีหลักการของกฎหมายดังนี้ครับท่านประธาน ประการที่ ๑ เปึนการเยียวยาความเสียหายให้กับผู้ให้และผู้รับบริการสาธารณสุข ทั้งคุณหมอ ทั้งผู้ป์วย ได้รับเหมือนกันถ้าเกิดกรณีอย่างนั้น ประการที่ ๒ ผู้ให้และผู้รับบริการสาธารณสุข มีสิทธิได้รับเงินชดเชยจากกองทุนโดยไม่ต้องมีการพิสูจน์ความผิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเปึนความผิด ของใคร เว้นแต่เปึนความเสียหายที่ เกิดขึ้นตามปกติธรรมดาของโรค รักษาอย่างไร ก็ถึงแก่ชีวิต ลักษณะอย่างนี้เราไม่จ่าย กองทุนนี้จะไม่จ่าย
ประการที่ ๓ เราจัดให้ มีคณะกรรมการในระดับกรรมการบอร์ด (Board) ใหญ่ ก็มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปึนประธาน แล้วก็มีอธิบดีกรมสนับสนุนสุขภาพ เปึนเลขานุการของคณะกรรมการชุดนี้ นอกจากนั้นเราก็ยังมีคณะอนุกรรมการ ในระดับจังหวัดในการที่จะพิจารณาจ่ายเงิน ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากบริการทางการแพทย์ ก็สามารถที่จะไปยื่นขอรับเงินเยียวยาได้ เงินชดเชยได้ต่อคณะอนุกรรมการในระดับจังหวัด แล้วก็คณะอนุกรรมการระดับจังหวัดจะเปึนผู้พิจารณาจ่ายตามความเหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็คํานึงว่าในกรณีที่เสียชีวิตนั้นสมควรที่จะได้รับการเยียวยาเท่ากั นทุกกรณี เพราะการเสียชีวิตไม่สามารถที่จะนําชีวิตมาฟุ๋นคืนได้ นี่เปึนหลักที่เราคิดเราเขียนไว้ ในกฎหมาย เช่นนี้เราก็เห็นว่าจะเปึนการลดความขัดแย้งระหว่างคุณหมอผู้ให้บริการ แล้วก็คนป์วยไม่ต้องไปฟัองร้องกัน จากสถิติที่ผ่านมานั้นเราเห็นมีแนวโน้มในการที่ผู้ป์วย จะฟัองแพทย์ผู้รักษามีจํานวนเพิ่มมากขึ้น ถ้าเราสามารถเยียวยาในเบื้องต้นได้ เราก็เชื่อว่า คดีความต่าง ๆ จะลดลง แล้วก็ให้กําลังใจกับแพทย์ แล้วก็บุคลากรทางการแพทย์ ในการที่จะรักษาผู้ป์วยต่อไปได้ นอกจากเราให้เงินชดเชยแล้ว เราก็จะมีการพัฒนา ระบบความปลอดภัยในการให้บริ การด้วย สําหรับส่วนที่เปึนผู้รักษา ผู้ให้บริการนั้น ในส่วนของคดีอาญานั้นเราไม่ไปก้าวล่วงสิทธิของบุคคลในการที่จะใช้สิทธิตามกฎหมาย อันนี้เราไม่ก้าวล่วงที่จะไปห้ามเขานะครับ อันนี้ก็เปึนหลักทั่ว ๆ ไปของกฎหมายนะครับ ท่านประธานที่เคารพ เราก็คิดว่าหลังจากที่เรา มีกฎหมายฉบับนี้แล้วก็จะลดการที่จะมี การฟัองร้องกันในทางแพ่ง เพราะว่าผู้ที่ได้มารับเงินชดเชยจากกองทุนนี้แล้วก็มีข้อตกลงว่า ที่จะไม่ไปใช้สิทธิเรียกร้องในทางแพ่งต่อไป เว้นเสียแต่ว่าสิทธิของเขานั้นเขาไม่ยอมที่จะรับ เงินชดเชยจากกองทุน ก็ให้ผู้รับบริการนั้นไปฟัองร้องในทางแพ่งด้วยตนเอง อันนี้ก็เปึนสิทธิ ที่เขาจะดําเนินการตามกฎหมายต่อไป นอกจากนั้นก็จะเปึนสร้างความมั่นใจให้กับ บุคลากรทางการแพทย์ในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แล้วก็ในคดีอาญาเอง ในกฎหมาย ฉบับนี้เราก็เขียนว่าถ้ามีการฟัองร้องในคดีอาญาและทางกองทุนได้ชดเชยไป แล้ว ให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการที่จะลงโทษผู้ให้บริการน้อยเพียงใดก็ได้ หรือไม่ลงโทษก็ได้ อันนี้ก็เปึนประเด็นที่จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ให้บริการต่อไป ท่านประธานที่เคารพ
อันนี้เปึนหลักการกว้าง ๆ ที่เราได้สรุปมาเปึนร่างกฎหมายที่ได้นําเสนอต่อสภาในวันนี้ ซึ่งได้รับอนุญาตจากท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติให้เราได้นําเอกสารต่าง ๆ แจกให้กับ ท่านสมาชิกไว้พิจารณาแล้ว
อีกอันหนึ่งครับ หลายท่านอาจจะถามว่าเงินที่จะมาตั้งกองทุนนี้จะเอามาจากที่ใด ขออนุญาต กราบเรียนว่าเงินที่จะมาจัดทํากองทุนคุ้มครองผู้ที่ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุขนี้ เราจะมาจาก ๓ หน่วย ๑. จากประกันสุขภาพแห่งชาติ ๒. เงินจากประกันสังคม แล้วก็ ๓. จากกรมบัญชีกลาง ส่วนโรงพยาบาลเอกชนนั้นหลายท่านก็สอบถามว่าจะคุ้มครองไปถึง โรงพยาบาลเอกชนไหม ขออนุญาตกราบเรียนว่าในกฎหมายฉบับดังกล่าวนี้เราก็ให้โอกาส โรงพยาบาลเอกชนที่จะเข้ามาสู่กองทุนนี้โดยส่งเงินสมทบเ ข้ากับกองทุน แล้วกองทุน ก็จะคุ้มครองในส่วนนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดทั้งมวลนั้นว่าเงินที่จะเอามาใช้ เพียงพอไหม ต้องขอจากรัฐบาลเพิ่มเติมไหม ในขณะที่รัฐบาลมีรายได้ไม่ค่อยเพียงพออยู่ ขออนุญาตกราบเรียนว่าจากที่เราศึกษามาเงินที่สํานักงานประกันสุขภาพแห่ง ชาติ ได้จ่ายให้กับกองทุนที่ดําเนินการอยู่ในปัจจุบันนี้ไม่เกินร้อยละ ๑ นั้น เงินยังพอใช้ ยังพอที่จะเยียวยาในกรณีต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ทางคณะกรรมาธิการ ก็หวังว่าวันนี้เราจะได้รับคําแนะนํา แล้วก็เพิ่มเติมในสิ่งที่ท่านเห็นว่ายังมีข้อบกพร่อง ในร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเพื่อให้ความสมบูรณ์ขึ้น แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะให้การปฏิรูปเปึนไปตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ที่กําหนดว่าให้มีการขจัดความเ หลื่อมล้ําและ สร้างความเปึนธรรม นอกจากรัฐธรรมนูญแล้วก็เปึนไปตามความตั้งใจของคณะ คสช. ที่ต้องการที่จะขจัดสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็หวังว่าในวันนี้ท่านจะได้ให้ความเห็นข้อเสนอแนะต่าง ๆ เพื่อคณะกรรมาธิการจะได้รวบรวมแล้วก็นําเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รัฐบาล นําไปพิจารณาตราเปึนกฎหมายใช้บังคับต่อประชาชนต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธาน จะมีอะไรเพิ่มเติมสุดท้ายไหมครับ
ยังไม่มีค่ะท่านประธาน เดี๋ยวรอเพื่อนสมาชิกก่อนค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน
เปึนอันว่าจากนี้ ก็จะเปึนเวลาที่ท่านสมาชิกจะได้อภิปรายแสดงความเห็นเพื่อให้คณะกรรมาธิการ ได้ไปดําเนินการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมเปึนรอบสุดท้ายท่านละไม่เกิน ๕ นาทีนะครับ
ขณะนี้มีแจ้งไว้ ๓ ท่าน คุณสุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ คุณนิพนธ์ นาคสมภพ และคุณเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง เชิญคุณสุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค กระผม นายแพทย์สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๒๒๕ ครับ เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการเสนอ ร่าง พ.ร.บ. ด้วยกันหลายฉบับ ในเวลา ๕ นาที ผมขออภิปรายเฉพาะประเด็นเดียวนะครับ ในประเด็นเรื่องของการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภคเรื่องการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบริการสาธารณสุข ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านทรงชัย ท่านได้กรุณาอธิบายในเชิงหลักการและรายละเอียด ผมคิดว่ากฎหมายลักษณะเช่นนี้ ในช่วงตั้งแต่หลังป้ ๒๕๕๐ เปึนต้นมาเรามีกฎหมายแบบนี้ครับ ชื่ออาจจะใกล้เคียง หรือแตกต่างกันเล็กน้อย แต่โดยหลักการผมคิดว่าเปึนหลักการเดียวกัน ไม่ว่าจะเปึนหลักการ เรื่องโน-ฟอลท์ ไลอะบิลิตี คอมเพนเซชัน ซิสเตม (No-fault liability compensation system) หรือเพื่อลดการฟัองคดี และเพื่อการพัฒนาระบบความปลอดภัย ผมว่าหลักการ เรามองตรงกัน แต่ปัญหาก็คือมันอยู่ที่รายละเอียดนะครั บ ประสบการณ์ของผม ได้มีโอกาสเปึนอนุกรรมาธิการในระดับจังหวัด ในมาตรา ๔๑ ของ พ.ร.บ. หลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ แล้วภายหลังก็มีการปรับปรุงเพื่อให้ครอบคลุมถึงผู้ให้บริการ ในมาตรา ๑๘ (๔) ด้วย ผมอยากเรียนสรุปสั้น ๆ อย่างนี้ครับ ในความเปึนจริงชาวบ้านไม่อยากฟัองหมอ เลยครับ
ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงเขาไม่อยากขึ้นศาลมันเปึนภาระต่าง ๆ มากมายนะครับ เพราะฉะนั้น ต้องเป่ดช่องทางนะครับ ตอนออกมาใหม่ ๆ ผมจําได้ว่ามาตรา ๔๑ เราได้รับข่าวมา อีกมุมหนึ่งก็เปึนเรื่องที่น่าหวาดกลัว บอกว่าถ้ามีมาตรา ๔๑ แล้วจะเปึนช่องทางที่ฟัองหมอ ฟัองพยาบาลมากขึ้น แต่ผมคิดว่าประสบการณ์ผมประมาณ ๖ ป้ที่ผ่านมาคิดว่า กลับเปึนช่องทา งที่เยียวยาและดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากระบบบริการนะครับ ผมมองว่าปัญหาหลักมันอยู่ที่ ๑. คือความคาดหวังของผู้รับบริการ ต้องยอมรับว่า สังคมเปลี่ยนไปเยอะมาก ความคาดหวังของผู้ใช้บริการนับวันจะสูงขึ้น การที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง ไม่เข้าใจกระบวนการการดูแล รวมแม้กระทั่งเรื่องข้อจํากัด เช่น ข้อจํากัดในเรื่องงบประมาณ เรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์และเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ สาเหตุ รากเหง้าของปัญหาผมคิดว่ามาจาก ๒ สาเหตุใหญ่นะครับ สาเหตุอันที่ ๑ ก็คือเปึนเรื่อง การบริหารจัดการ ที่ผมยกตัวอย่างเมื่อนี้นะครับ ผมยกตัวอย่างโรงพยาบาลแห่งหนึ่งครับ เปึนโรงพยาบาลในชนบทเขามีตู้อบเด็กเพียงแค่ ๑ ตู้ครับ ปรากฏว่าเด็กคลอดก่อนกําหนด คลอดพร้อมกัน ๒ คน เพราะฉะนั้นคุณหมอก็ต้องตัดสินใจที่จะเอาเด็กเข้าตู้อบได้แค่คนเดียว อีกคนก็ต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอื่น ๆ ปรากฏว่าเด็กที่ต้องส่งต่อไปมีปัญหาเหล่านี้เปึนต้น หรือแม้กระทั่งโรงพยาบาลในชนบทเช่นเดียวกัน มีหมออยู่ท่านเดียวครับรับผิดชอบเวร นอกเวลาราชการ ทั้งห้องฉุกเฉิน ห้องคลอด ตึกผู้ป์วยในอีก เวลาเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน พร้อมกัน ไม่ได้เปึนความผิดพลาดของตัวคุณหมอหรือทีมงานเลย แต่เนื่องจากข้อจํากัด ของระบบในเรื่องการบริหารจัดการ ส่วนรากเหง้าอีกอันหนึ่งครับ ก็คือเกิดจากเรื่องของ การสื่อสารครับ เรื่องคอมมิวนิเคชัน เฟลเลอร์ (Communication failure) อันนี้เราเจอบ่อย ผมมีข้อสังเกตที่อยากฝากไปยังกรรมาธิการอยู่ ๒ ส่วนด้วยกันนะครับ เมื่อดูในร่าง พ.ร.บ. อันแร กผมสนใจในหมวด ๕ ที่ว่าด้วยการส่งเสริมพัฒนาระบบความปลอดภัย และสร้างความสัมพันธ์อันดี ผมคิดว่าเขียนไว้กว้าง ผมอยากจะให้ไปจับหรือผูกติดกับ ประเด็นเรื่องคุณภาพของสถานพยาบาลด้วย อย่างน้อยที่สุดในสารบบขณะนี้ เรามีสถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาล เราไปผูกติดกับเรื่องคุณภาพของโรงพยาบาลได้ไหม อันนี้ก็เปึนข้อสังเกตข้อที่ ๑ ข้อสังเกตข้อที่ ๒ ในหมวด ๕ ก็คือการสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ผมเข้าใจว่าการเรียนการสอนในยุคสมัยใหม่ ไม่ว่าแพทย์ หรือวิชาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้านสุขภาพ เรามีเทคโนโลยีมากขึ้น บางคนใช้คําว่าเราไฮเทค
(High tech) แต่เราโลว์ทัช (Low touch) เราอาจจะต้องกลับทิศทางของการเรียนการสอน ให้เห็นถึงหัวใจความเปึนมนุษย์เพิ่มไฮทัช (High touch) มากขึ้นนะครับ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าสามารถที่จะเข้าไปสอดแทรกได้ ประเด็นสุดท้ายนะครับในเวลาจํากัดก็คือ ในเรื่องของการสื่อสารไปยังกลุ่มวิชาชีพต่าง ๆ ผมคิดว่า ๑๐ ฉบับที่ผ่านมานี่มีการได้รับรู้ ข้อมูลข่าวสารอีกด้านหนึ่งเสมอ อย่างที่ผมยกตัวอย่างเรื่องมาตรา ๔๑ ในร่าง พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแรก ๆ วิชาชีพสุขภาพจะกลัวอย่างที่ท่านทรงชัยอธิบาย ส่วนใหญ่หมอเขากลัวว่าเดี๋ยวจะ เอ๊ะ พอจ่ายชดเชยไปแล้วต้องไปขึ้นศาลต่อไหม มีความผิด ทางอาญาไหม ทางแพ่งจะเปึนอย่างไร ผมคิดว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้อธิบายรายละเอียด พอสมควร บางเรื่องมันละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานไม่ได้ เรื่องกฎหมายอาญา เรื่อง พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เหล่านี้เปึนต้น ผมคิดว่าความสําคัญถ้าสามารถเขียนได้ ในบทเฉพาะกาลว่าเราจะมุ่งเน้นการทําความเข้าใจกับวิชาชีพต่าง ๆ ให้มากขึ้น ในบทเฉพาะกาล ผมไม่แน่ใจนะครับ เปึนข้อเสนอ ข้อสังเกตในฐานะที่เราทํางา น กับพี่น้องประชาชน และเข้าใจในคนที่ทํางานในวิชาชีพทางด้านสุขภาพ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณนิพนธ์ นาคสมภพ ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นิพนธ์ นาคสมภพ สปช. หมายเลข ๑๑๓ สักครู่นี้ท่านประดิษฐ์ได้พูดไปเยอะแล้วนะครับ ถึงเรื่องปัญหา อยากจะยกปัญหาให้เห็นจริง ๆ สัก ๑ ข้อ ถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็หลายข้อ อย่างเช่นขณะนี้ได้มีการทําดิจิทัล (Digital) ภาคพื้นดิน โทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดิน นะครับ ลงทุนเปึนแสนล้านบาท แต่ยังมีปัญหาเพราะว่าเปึนเทคโนโลยีที่ค่อนข้างจะล้าสมัย
วันนี้หลังเขา หลังตึกสูงยังรับโทรทัศน์นี้ไม่ได้ แต่ถ้าพัฒนาไปถึงดาวเทียมดิจิทัลก็จะรับได้ ทั้งหมด อย่างนี้เปึนต้นนะครับ ราคาประมูลก็เกินจริง ทําให้ผู้ที่ทํางานไม่สามารถจะเอาเงิน ไปพัฒนารายการได้ คูปองที่แจกออกมาก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทําให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ มากมายในตลาด อันนี้ก็คงเปึนตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งถามว่ามีมากไหม มีเยอะทีเดียว ถามว่าผมเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. นี้ไหม ผมเห็นด้วยอย่างมากกับผล การศึกษาของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค แต่ผมยังติงว่าเปึนการศึกษาทางด้านเดียว ยังต้องศึกษาทางด้านการสื่อสารมวลชนอีกนะครับ ผมเห็นด้วยนะครับว่าปัญหานี่มีเยอะ แล้วก็ไม่ได้ใช้ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความสามารถในกิจการที่เกี่ยวข้อง แล้วปัญหาอื่น ๆ อีก ๕ ข้อก็เห็นด้วยมากกว่านั้นด้วยนะครับ แต่ผมอยากจะลงลึกไปถึงฉบับแก้ไขว่าที่แก้ไขมา มันไม่ค่อยจะตรงกับที่ได้ศึกษาไว้ เช่นมาตรา ๔ จาก กสทช. ๑๑ คน ลดเหลือ ๗ คน เห็นด้วยครับ แต่ไปลดผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยุและโทรทัศน์เหลือคนเดียว แล้วจะเอาผู้เชี่ยวชาญ ที่ไหนมาครับ ธรรมชาติของวิทยุเปึนสื่อท้องถิ่น แล้วก็ธรรมชาติของโทรทัศน์เปึนสื่อ ระดับชาติ แนวคิดไม่เหมือนกัน ความชํานาญต่างกัน แล้วก็นักวิทยุโทรทัศน์ก็มีอีกข้อหนึ่ง ที่บอกว่าให้มีนักสื่อสารมวลชน ๑ คน ผมเรียนว่านักวิทยุและนักโทรทัศน์ เปึนนักสื่อสารมวลชน ในขณะเดียวกันนักสื่อสารมวลชนอาจจะไม่ใช่ผู้ที่มีความชํานาญ ด้านวิทยุและโทรทัศน์ เช่น ทําหนังสือพิมพ์ หรือทําพอคเกตบุ ก (Pocketbook) หรืออะไรอย่างอื่น ซึ่งอันนี้ต่างกันครับ ใน พ.ร.บ. แก้ไขมาตรา ๕ คุณสมบัติทั่วไป ข้อ ๑ ข้อ ๒ ก็เห็นด้วย ข้อ ๓ บอกว่าประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องตามคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกันเปึนอย่างน้อย ๑๐ ป้ อันนี้เห็นด้วยนะครับ มีผลงานเปึนที่ประจักษ์ ๕ ป้ อันนี้คงยากแล้วครับ เปลี่ยนเปึนมีเกียรติประวัติด้านวิทยุโทรทัศน์รับรองได้ไหมครับ เพราะว่าประจักษ์ไม่ทราบจะประจักษ์อย่างไร ไม่ใช่ว่าออกวิทยุ ๓ ครั้งก็ประจักษ์แล้ว ทีนี้ถ้าถามว่าแล้วจะมีเกียรติประวัติอย่างไร เกียรติประวัติเยอะแยะ เปึนรูปธรรมครับ เช่น ศิลป่นแห่งชาติ เสาเสมาธรรมจักร โล่สื่อสารมวลชนเพื่อเด็กและเยาวชน รางวัลเทพทอง พระสุรัสวดี พิฆเนศ เมขลา มูลนิธิแสงชัย สุนทรวัฒน์ หรือบางท่านได้แมกไซไซ สาขาวิทยุโทรทัศน์ เอาพวกนี้มาคิดได้ครับ พ.ร.บ. แก้ไขมาตรา ๕ ไม่ได้แก้ไข คุณสมบัติต้องห้ามไว้ คุณสมบัติต้องห้ามคุณประดิษฐ์พูดไปแล้ว ก็คือวันนี้ไม่สามารถที่จะหา นักวิทยุโทรทัศน์ที่ไม่ทํางาน เกือบจะเรียกว่าหาไม่ได้ เพราะฉะนั้นคน ๙๐ เปอร์เซ็นต์
ไม่สามารถจะสมัครได้ สามารถได้สิทธิสมัครเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์พวกนั้น คือพวกไหนครับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์พวกนั้นคือพวกที่วันนี้ทํางานด้านวิทยุหรือโทรทัศน์ สาธารณะและวิทยุชุมชนเท่านั้น ส่วนพวกที่ทําด้านธุรกิจนั้นไม่สามารถจะทําได้ เพราะใครล่ะครับที่จะออกมา ๑ ป้ ออกมา ๑ ป้เพื่อจะมาสมัคร มีอยู่พวกเดียวครับ มีคนให้เงินไปเที่ยว ๑ ป้แล้วค่อยมาสมัคร ยิ่งเกิดการทุจริตมากขึ้น เพราะฉะนั้น อันนี้จําเปึนต้องตัดออก ไม่อย่างนั้นอีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ไม่สามารถเข้ามาได้ ส่วนข้อกังวลที่ว่า จะมีการส่งตัว แทนเข้ามาดูแลผลประโยชน์ ผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่กรรมการสรรหา ต้องเข้มงวดมาก ๆ ถ้าเราไปกันไว้ตั้งแต่แรกเขาก็ไม่มีคนที่จะไปเลือก เช่นการกําหนด คุณสมบัติต้องกําหนดอย่างละเอียดเลย ก่อนที่จะรับสมัครว่าจะเอาใครบ้าง เช่นต้องมี ประสบการณ์มากย่อมได้คะแนนมากกว่า มีความรู้สูงกว่าได้คะแนนมากกว่า มีเกียรติประวัติ มากกว่าได้คะแนนมากกว่า เอามาคิดได้หมดเลยครับ แล้วใครได้คะแนนสูงสุดในแต่ละส่วน ก็ได้เปึน กสทช. ไป แล้วถ้าจะคิดว่า กสทช. มีโอกาสทุจริตมากกําหนดโทษให้หนักครับ ให้เปึน ๒ เท่า ๓ เท่าของคนปกติ เมื่อครบวาระเปึน กสทช. ต้องห้ามไม่ให้ทํางาน ด้านวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคมอีกระยะหนึ่ง จะเปึนกี่ป้ก็ว่าไป ในช่วงระยะเวลาเพียง ๕ นาทีก็เห็นว่าได้แค่นี้นะครับ ความจริงยังมีอีกเยอะที่จะต้องดูแลในเรื่อง พ.ร.บ. แก้ไข ถามว่าเห็นด้วยไหม เห็นด้วยนะครับ แต่ยังไม่ครอบคลุม ขอบพระคุณครับ
ผมคิดว่า ทําความเข้าใจประเด็นตรงนี้ก่อน เนื่องจากวาระปฏิรูปนี่เปึนวาระเดียวแต่มีหลายเรื่อง เวลา ก็กระชั้นมาก ผมยังคิดว่าอาจจะต้องขอว่า นอกจากอภิปรายแล้วถ้าท่านมีประเด็นเขียน เพิ่มเติมด้วยเพื่อกรรมาธิการจะได้ไปใช้ประโยชน์นะครับ แล้วก็ที่กติกากําหนดว่าให้สมาชิก จะให้ความเห็นโดยข้อเขียนภายใน ๓ วัน ผมว่าเนื่องจากมันหยุด ๔ วัน เพราะฉะนั้น ให้ขยายไปถึงวันจันทร์ แล้วกรรมาธิการได้ปรับปรุงเพิ่มเติมจะ ดีที่สุดนะครับ แล้วเปึนประโยชน์มากที่สุด ท่านเกรียงไกรจะเอาตอนนี้เลยไหมครับ เชิญนะครับ
ได้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ เห็นด้วย กับท่านประธานนะครับ กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพอย่างสูงครับ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ผม เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง สปช. ลําดับที่ ๐๑๕ ท่านประธานครับ ผมฟังอภิปรายการนําเสนอของกรรมาธิการครบทุกท่าน ด้วยความจริงใจครับ ทุกท่านล้วนเปึนคนมีความรู้ความสามารถ แล้วก็จริงใจ การทํางาน ผมเห็นความตั้งใจจริง แล้วการนําเสนอเปึนสิ่งที่ผมนั้ นภาคภูมิใจมากว่ามีกรรมาธิการ ที่เปึนคนมีความรู้ความสามารถ แต่มีสิ่งหนึ่งครับท่าน ผมนําเรียนว่าถ้าคะแนนเต็ม ๑๐ ท่านอภิปรายผมให้ ๑๐ แต่ท่านไปสอบตกที่สื่อครับ สื่อโสตทัศน์ที่ท่านทําออกมา ท่านประธานครับ อ่านไม่ออก นี่เรื่องจริงนะครับท่านประธานครับ ไม่ใช่การตําหนิกันนะ ติเพื่อก่อ มันอ่านไม่ออก ถ้าเปึนที่เทศบาลตําบลยางตลาดผมให้คณะนี้กลับไปทํามาใหม่ นี่เรื่องจริงนะครับ แล้วไม่ใช่คณะนี้แต่คณะเดียว เกือบทุกคณะ ผมไม่เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ ที่นี่ทําสื่อที่ออกทางหน้าทีวี (TV) หรือออกมาให้เราดูเพื่ออะไรครับ เพื่อให้เราดูประกอบกับ การอภิปรายแล้วเข้าใจง่ายถูกต้องไหมครับ แต่ปรากฏว่าท่านสอบตกสื่อนิดเดียวครับ ตัวนี้ผมอ่านยังไม่รู้เรื่อง ถ้าไม่นั่งฟังอภิปรายไม่เข้าใจจริง ๆ นะครับ อ่านแทบจะไม่รู้เรื่องเลย มันตัวเล็กมาก ผมไปถามท่านถาวรอายุ ๖๐ ป้กว่า ท่านว่าใส่แว่นขยายแล้วยังอ่านไม่รู้เรื่อง นี่เรื่องจริงนะครับ เพราะฉะนั้นผมฝากตรงนี้ด้วย การนําเสนอครั้งต่อไป หรือทุกกรรมาธิการ เปึนอย่างนี้เกือบหมด หรือเจ้าหน้าที่เองควรปรับปรุง ท่านประธานครับ การคุ้มครอง ผู้บริโภค คําว่า ผู้บริโภค หมายถึงใครครับ หมายถึงประชาชนโดยเฉพาะคนจน ๆ ทั้งประเทศ ๖๐ ล้านคนถูกต้องหรือไม่ ผมถามว่า ณ ปัจจุบันผู้บริโภคนั้น ถูกเอารัดเอาเปรียบมาโดยตลอด ผมเคยให้ท่านสารี อ๋องสมหวัง เปึนซูเปอร์ ฮีโร
(Super hero) ในเรื่องของคิดโทรศัพท์เปึนวินาทีมาแล้ว ท่านคิดได้ ทําได้ ต้องปฏิรูปให้สําเร็จ แค่เมสเสจ (Message) เดี๋ยวนี้นะครับ ท่านประธานครับ ในโทรศัพท์มือถือที่ว่า ๓ จี ไปดูถูก ประเทศ สปป. ลาวเขา เขา ๔ จี (4G) แล้ว ของเรามันขัดเรื่องผลประโยชน์กันโดยทั้งสิ้น แต่ ๓ จีนี้มันหลอกลวงหรือเปล่า ท่านเคยล้วงลูกลงไปลึกจริง โน้ต อุดม แต้พานิช พูดว่า ๓ จี ๓ จีปลอม จริง ๆ มันแค่ ๒ จี (2G) มันใช้คําพูดอย่างนี้นะครับ นี่ผมนํามาพูดเฉย ๆ ตรงนี้เราถูกหลอกลวง แล้วแค่นั้นท่านทุกท่านนั่งอยู่ตรงนี้ ท่านครับ เมสเสจที่ขึ้นบางทีดู คลิป (Clip) สาว ดูนั่นดูนี่ขึ้นมาที่มันไม่เปึนประโยชน์ พอกดดูเสีย ๓ บาท ๕ บาท บางที ก็หลอกให้เรากดก็มี ได้ทองคํา ได้อะไรเยอะแยะไปหมด ผมบอกเลยครับว่าเดี๋ยวนี้ทุกคน เปึนหนี้โทรศัพท์มือถือ หมดโดยไม่รู้ตัว นี่คือเรื่องจริงครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ปฏิรูป ตรงนี้ ท่านทําจริง ๆ จัง ๆ เถอะครับ พอเมื่อกี้ท่านที่พูดอภิปรายเมื่อสักครู่พูดเรื่อง กสทช. ท่านครับ นําเรียนด้วยความจริงใจว่าความจริงใจของ กสทช. นั้นผมไม่ทราบว่ามีขนาดไหน แค่บล็อกที่มา แจก ๖๙๐ บาท มีตัวแทนวิ่งกันวุ่นทั้งประเทศ ผมนายกสมาคม สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยได้รับการติดต่อจะให้ผมกล่องละ ๔๐ บาท ผมบอก ผมรับไม่ได้ ผมไม่ทํา ท่านประธานครับ นั่นแสดงออกถึงอะไรครับ ถึงการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) ใช่หรือไม่ ผมมาดูงบของ กสทช. ว่าป้หนึ่งไปทําอะไรบ้าง ท่านประธานครับ มีไปต่างประเทศ ๒๐๐ กว่าล้านบาท ขนพ่อขนแม่ไปด้วยหรือเปล่าครับ ผมไม่ทราบ พนักงานมีกี่คน ขอโทษครับ ถอนครับท่านประธาน อาจจะแรงไปนิดหนึ่ง
ผมงงครับ บริจาคการกุศล การกุศลอะไร มันต้องการกุศลให้ชัดเจน ท่านประธานครับ ให้ชัดเจนว่าการกุศลช่วยเหลือคนพิการ คนยากไร้ ทําอย่างไรแล้วออกสื่อให้เขาเห็น กสทช. คุมสื่ออยู่แล้วทําไมเงียบสนิท ถ้ามีการลงหนังสือพิมพ์ไม่มีอะไรต่าง ๆ ไม่ออกมาโต้ ไม่ออกมาอธิบาย มันเหมือนองค์กรอิสระที่ป่ดกั้นไม่ให้ประชาชนทราบ ท่านครับ ผมอยากนําเรียนอย่างนี้ครับ การคุ้มครองผู้บริโภคเปึนเรื่องที่ดีมาก ๆ โดยเฉพาะคนจน แต่ปัจจุบันคนจนไม่มีสิทธิรู้เลยว่าไปฟัองร้องได้ ท่านลองเดินเข้าโลตัส บิ๊กซี หรืออะไรต่าง ๆ สิครับ เขาคิดเงินออกมาบางทีไม่ได้ดูเกินก็มี ผมเคยมีประสบการณ์ครับท่าน ปัายเขียนว่า ซื้อยาสีฟันหลอดนี้ราคาเท่าไร ซื้อของสิ่งนี้ราคาเท่าไร แต่พอกดออกมาผมดูมันไม่ตรงราคา ผมบอกว่าไม่ได้ มันเกินราคาไปตั้ง ๓ บาท เขาบอกว่านั่นปัายเก่าเขาปรับราคาแล้ว ไม่ได้ อย่างนั้นคุณหลอกลวงผมสิ เพราะฉะนั้นคุณทําอย่างไร เดี๋ยวคืนให้ แต่วิธีการคืน ท่านประธานใช้เวลาเปึนชั่วโมง อย่างนี้มันต้องมีบทลงโทษหนัก ๆ ครับท่านประธาน สิ่งที่ผมเกริ่นนําไปเมื่อกี้ว่าทําอย่างไรให้ ประชาชนรู้ ประชาชนทราบ ท่านต้องใช้สื่อ ให้เปึนประโยชน์ครับ ท่านบังคับในกฎหมายเลยว่าสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง รายการทุกรายการ ขอเวลา ๒๐ วินาที โฆษณาเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคว่ามีบทบัญญัติอะไรบ้าง ที่ผู้บริโภคประชาชนตาดํา ๆ ดูทีวี ดูวิทยุ ดูโทรทัศน์อยู่นี่จะได้ รู้ เพราะสื่อของท่านเอง ส่วนใหญ่ที่ผมเห็นทางรัฐบาลทํามีแต่คุ้มครองผู้บริโภค คุ้มครองผู้บริโภค ถ้าคนไม่มี ความรู้จริง ๆ ไม่รู้เรื่องครับ อันนี้ผมพูดแทนพี่น้องชาวรากหญ้า อย่างน้อยได้ดูทีวีเห็นว่า อ๋อ อันนี้ฟัองได้ เกิน ๒ บาทฟัองได้ ๓ บาทฟัองได้ ฟัองที่ไหนให้มันชัดเจนครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านทํามาทั้งหมดผมบอกไปแล้วว่าในทั้งหมดนี้ฟังการอภิปรายผมชื่นชมอย่างมากว่า สิ่งที่ท่านทําลงมานี่ดีมากครับ การอภิปรายทุกคนกระจ่างชัดทําให้พวกเรารู้ว่า ท่านทํางานจริง ๆ เสียเวลาน้อยนิดเดียวให้ท่านทํา ท่านครับ นี่คือความชื่นชมจากใจ แล้วสิ่งที่ท่านพูด ท่านประธานพูดนะครับ ท่านประธานสารีพูดบอกว่าอยากจะให้ผู้บริโภค ได้รับการปลดปล่อยแล้วเพิ่มพลังผู้บริโภค ตรงนี้แหละครับสิ่งที่ผมพูด สิ่งที่ ๒ ท่าน พูดผ่านมาล้วนมีเหตุมีผลท่านเอาไปปรับปรุงครับ ไปทําหรือออกเปึนกฎหมาย หรืออะไรต่าง ๆ เพื่อพี่น้องประชาชนทั้ง ๖๔ ล้านคนทั้งประเทศ ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณวสันต์ ภัยหลีกลี้ ครับ
กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคที่ทําหน้าที่อย่างแข็งขัน และนําเสนอสิ่งที่เปึนประโยชน์กับผู้บริโภคและประเทศชาติโดยรวมนะครับ ผมสงสัย แล้วก็หงุดหงิดใจมาโดยตลอดว่าในต่างประเทศมีการเรียกรถที่มีความบกพร่องกลับมาแก้ไข แต่ในประเทศไทยทําไมไม่เคยมี ผมคิดว่ารถที่มีปัญหาความบกพร่องไม่ว่าจะที่เครื่องยนต์ หรือกลไกอิเล็กทรอนิกส์ ในต่างประเทศเขาให้ความสําคัญเนื่องจากว่าจะมีผลกระทบต่อ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้ มีการเรียกรถกลับกันโครม ๆ เปึนล้านล้านคันก็มี แต่ว่าในบ้านเราซึ่ งมีการขายรถรุ่นเดียวกัน ประเภทเดียวกัน ไม่มีการเรียกกลับเลย ไม่ทราบเปึนเพราะว่าเราหนังเหนียวหรือว่าเรามีพระคุ้มครองอยู่ ผมคิดว่าเรื่องนี้ ร่าง พ.ร.บ. ความรับผิดต่อความชํารุดบกพร่องของสินค้า หรือเลมอน ลอว์ ก็น่าจะช่วยให้ ปัญหานี้ลดลงผู้บริโภคได้รับการดูแลแล้ วก็เยียวยาในกรณีที่สินค้าชํารุดหรือบกพร่องได้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะรถยนต์ แต่ว่าเปึนสินค้าทุกชนิด เรื่องเข้าโรงพยาบาลกลับออกมา ได้รับบาดแผลมากขึ้นเพราะว่าถูกโขกค่ารักษาพยาบาลหรือว่าค่าบริการ ผมคิดว่า ก็คงจะได้รับการแก้ไขลดน้อยถอยลงนะครับ จากการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ สินค้าบางอย่างในบางประเทศเขาห้ามซื้อห้ามขายกัน เพราะว่ามันเปึน อันตรายต่อประชาชน ต่อผู้ใช้ แต่ว่ามีการนําเข้าแล้วก็มาขายในบ้านเราอย่างไม่รับผิดชอบ ผมคิดว่าการที่เรามีคณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็มีกฎหมาย คุ้มครองผู้บริโภคที่ดี ๆ ออกมาน่าจะทําให้ปัญหาพวกนี้ลดน้อยลงได้นะครับ เรามียา เรามียาฆ่าศัตรูพืชหรืออะไรต่ออะไรอีกมากมายที่ต่างประเทศเขาถือว่าอันตรายมาก แล้วก็ไม่สมควรที่จะมีการใช้อีกต่อไป แต่ว่าประเทศไทยก็กลายเปึนแหล่งระบาย กลายเปึนที่ ที่นํามาขายกัน ในเรื่อง กสทช. ผมเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปรับแก้ พ.ร.บ. กสทช. ใน ๒-๓ ประการด้วยกัน ประการแรกก็คือการคุ้มครองผู้บริโภค เห็นด้วยที่จะมี คณะกรรมการผู้บริโภคใน กสทช. ที่มีอํานาจรับและวินิจฉัยเรื่องร้องเรียนเพื่อแก้ปัญหา คอขวด แล้วก็ดูแลผู้บริโภคได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ การร้องเรียนซึ่งใช้เวลา เปึนป้สองป้ในการพิจารณาก็น่าจะ ได้รับการแก้ไข เรื่องความโปร่งใสของ กสทช. ซึ่งเปึนเรื่องที่สําคัญเรื่องหนึ่ง ประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการทํางาน ผมคิดว่าตรงนี้ ก็ควรจะได้รับการแก้ไขเยียวยา โดยในส่วนของ กตป. คณะกรรมการติดตามและประเมินผล การทํางานของ กสทช. ก็ควรจะมีการปรับเปลี่ยน โดยแทนที่จะต้องไปพึ่งพาเงินจาก กสทช. แล้วก็ต้องได้รับการสนับสนุนจาก กสทช. แต่ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร เห็นด้วยครับว่าควรจะให้มาอยู่กับทางวุฒิสภาซึ่งเปึนผู้แต่งตั้ง กสทช. แล้วก็เปึนผู้ที่มีอํานาจ ในการถอดถอน กสทช. สุดท้ายครับผมคิดว่าในทางการตลาดเรามักจะได้ยินคําพูดที่บอกว่า ลูกค้าคือพระเจ้ากันอยู่บ่อย ๆ ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วการที่เราทําให้ผู้บริโภคเข้มแข็ง การที่ผู้บริโภคได้รับการคุ้มครองจะทําให้ลูกค้าหรือว่าผู้บริโภคเปึนพระเจ้าจริง ๆ นะครับ ไม่ใช่เปึนเพียงคําพูดหรู ๆ เท่านั้นเอง ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณกัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ ครับ
ดิฉัน กัญญ์ฐญาณ์ ภู่สวาสดิ์ หมายเลข ๐๐๔ ดิฉันเองเห็นด้วยในข้อเสนอแล้วก็ร่าง พ.ร.บ. ทั้งหลายที่ได้เสนอมา แต่ว่าที่ขอเพิ่มเติม ในฐานะที่ทํางานอยู่ในส่วนของภูมิภาคมาตลอดได้เห็นสภาพของประชาชนที่ขาดการดูแล แล้วก็โดยเฉพาะในเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคนี่นะคะ ดิฉันมีข้อเสนอดังนี้ค่ะ ประการแรกอยากจะให้มีการใช้สื่อในการประชาสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ในเรื่องของ
การคุ้มครองผู้บริโภค มีท่านผู้อภิปรายบางท่านได้กล่าวไปแล้วว่าประชาชนในระดับรากหญ้า เขาไม่เข้าใจว่าคุ้มครองผู้บริโภคนี่หมายถึงเรื่องอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ดิฉันอยากจะ ให้มีการใช้การประชาสัมพันธ์ในทุกช่องทาง และโดยเฉพาะถ้าสามารถใช้กองทุน กสทช. มาสนับสนุนในเรื่องนี้จะดีมาก เพราะดิฉันว่าสื่อประชาสัมพันธ์จะช่วยในเรื่องของการสร้าง การเรียนรู้ สร้างการตื่นตัวให้กับประชาชน แล้วก็ที่สําคัญสร้างการมีส่วนร่วมของ ภาคประชาชนได้มากด้วย เพราะว่าบางครั้งมันไม่ได้หมายถึงว่าจะต้องเปึนคณะกรรมการ หรือว่าผู้ที่ได้รับการ ต่งตั้ง หรือมอบหมายให้ทํางานเรื่องนี้โดยตรง แต่ดิฉันว่าสิ่งที่สําคัญ ก็คือประชาชนนั่นแหละค่ะเขาเปึนผู้ได้ รับผลกระทบ เขาจะเปึนคนที่จะสอดส่ อง ช่วยกันดูแล และที่สําคัญเขาต้องรู้ว่าอะไรที่เปึนเรื่องของการที่เขาถูกละเมิด หรืออะไรที่เขา ควรจะได้รับการคุ้มครอง แต่เขาไม่ทราบนะคะ คือมันต้องสื่อไปในเรื่องของที่ง่าย ๆ ให้เขาเห็นชัดเจนนะคะ เพราะฉะนั้นอย่างที่ว่าคือถ้าพูดถึงเรื่องคุ้มครองผู้บริโภคนี่ ต่างจังหวัดไม่มีใครเข้าใจหรอกค่ะว่าหมายถึงเรื่องอะไรบ้าง แล้วที่สําคัญดิฉันว่ารายการทีวี ทุกวันนี้เราก็ให้ความสําคัญน้อยมากใน เรื่องของรายการดี ๆ ที่จะสร้างการเรียนรู้ให้กับ ประชาชน โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มเด็ก เยาวชน
เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อทางกองทุน กสทช. มาสนับสนุนในเรื่องนี้ก็จะทําให้เกิดช่องทางใหม่ ๆ ที่จะทําให้เกิดการเรียนรู้ให้กับประชาชน ประการที่ ๒ อยากจะให้ใช้สายด่วนหรือเลขหมาย สั้น ๆ จะเปึนสายด่วน ๓ ตัวหรือ ๔ ตัวที่จําง่าย ๆ แต่ตอนนี้ก็มีหลายเลขเหมือนกัน ถ้าเปึนไปได้สามารถเชื่อมต่อกับเลขหมายที่ส่วนใหญ่ต่างจังหวัดเขาจะรู้ จักกันเช่น ๑๙๑ ส่วนใหญ่ก็จะรู้จัก ๑๙๑ เสียมากกว่า หรือจะเปึน ๑๓๐๐ ของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ก็ได้ คือให้ประชาชนเขาได้รู้ช่องทางว่าถ้าเขาไปเจอสิ่งอะไรที่เปึน การที่จะต้องบอกกล่าว เขาก็สามารถที่จะแก้ข่าวได้ แต่ก็ต้องมีการประชาสัมพันธ์ เลขหมายเหล่านี้ด้วยนะคะ ส่วนอีกประการหนึ่ง ประการที่ ๓ ดิฉันอยากจะให้ใช้ประโยชน์ ในต่างจังหวัด ขณะนี้เราใช้ศูนย์ดํารงธรรมของกระทรวงมหาดไทยเปึนหลักในการที่จะรับ เรื่องร้องทุกข์ เรื่องราวต่าง ๆ ดิฉันไม่อยากให้มีการไปจัดตั้งศูนย์ต่าง ๆ แล้วมันจํายากนะคะ แต่ถ้าทุกเรื่อง ทุกปัญหาเราจะมาที่ศูนย์ดํารงธรรม และศูนย์ดํารงธรรมก็สามารถที่จะจัดการ และส่งต่อให้กับคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับจังหวัดเท่าที่จะมีก็จะได้ง่ายขึ้น ประชาชนก็จะง่ายต่อการที่จะมาร้องทุกข์นะคะ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือดิฉันอยากจะให้แทรก ความรู้ที่ง่าย ๆ เกี่ยวกับเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคสําหรับเด็ก เยาวชน ที่จะเปึน สิ่งที่ให้เขาได้ระมัดระวัง เพราะฉะนั้นตรงนี้ดิฉันว่ามันต้องเริ่มมาจากเด็กเขาก็ต้องเรียนรู้ ตรงนี้ด้วย ก็อยากจะฝากไว้ว่าให้อยู่ในหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการด้วยค่ะ ส่วนอีกประการหนึ่งก็คือการสร้างอาสาสมัคร ไม่อยากจะให้ไปสร้างใหม่ แต่ว่ามีอาสาสมัคร มากมายที่อยู่ในต่างจังหวัด อยากให้ท่านเชื่อม ตอนนี้มีตั้งแต่อาสาสมัครในระดับของเด็ก ก็มีนะคะ อย่างเช่น อย. น้อยของกระทรวงสาธารณสุขทํา หรือว่า อสม. หรือว่าอาสาสมัคร เยอะมากเลยค่ะที่ต่างจังหวัด เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านดูช่องทางของอาสาสมัครเหล่านี้ และให้เขาเชื่อมเปึนเครือข่ายการทํางานเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค ก็ขอเพิ่มเติม ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ เข้าใจว่าเครื่องติดแล้ว รายชื่อเข้ามาเยอะเลยตอนนี้ ถัดไป ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ คุณหมออําพล จินดาวัฒนะ ดอกเตอร์ชาติชาย ณ เชียงใหม่ คุณทวีกิจ จตุรเจริญคุณ และ คุณชาลี เจริญสุข ก่อนนะครับ เชิญ ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ก่อนครับ
ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ : กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในประการต้นก็คิดว่าทางคณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคค่อนข้างจะทํางาน ได้อย่างดี แล้วก็มีความขยันขันแข็งในเรื่องนี้มาก ผมก็อยากจะกราบเรียนในลักษณะที่มี ความเห็นที่อาจจะไม่ใช่ท้วงติง แต่เปึนเรื่องที่ฉายภาพทางด้านผู้ประกอบการ ซึ่งบางครั้ง คนก็มองว่าอยู่ตรงข้ามกับผู้บริโภค แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ เพราะว่าขณะนี้เรามีซีเอสอาร์ (CSR) มีการที่จะต้องคุ้มครองผู้บริโภค เราคิดอยู่เสมอว่าผู้ประกอบการทุกวั นนี้อยู่ได้ เพราะว่าผู้บริโภคให้อยู่ วันไหนที่ผู้บริโภคไม่ให้อยู่วันนั้นเราขายของไม่ได้ ก็เจ๊งไป โดยอัตโนมัตินะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่าจากที่พยายาม ออกกฎหมายในหลายฉบับคงจะพูดรวม ๆ ไม่สามารถจะเจาะจงได้เนื่องจากเวลาไม่พอ อันแรกก็คือในเรื่องของมาตรฐานเปึนสิ่งที่ดี แต่มาตรฐานนั้นในการผลิตจะเห็นได้ว่า ในประเทศที่กําลังพัฒนากับประเทศที่พัฒนาแล้วมาตรฐานต่างกัน เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ผมคิดว่า ถ้าจะมีหน้าที่อีกหน้าที่หนึ่งของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ก็คือว่าลองดูถ้าสมมุติ เขาไม่ได้ทําตามมา ตรฐานที่มีอยู่ เพราะมาตรฐานมันจะขยับขึ้นไปเรื่อย สมมุติทั้งโลก มี ๑๐๐ มาตรฐาน ขณะนี้เราอยู่ที่ ๑๐ มาตรฐาน เพื่อเราจะได้ผลิตสินค้าขายในย่านนี้ ได้ทั้งหมด ไม่สามารถไปถึง ๑๐๐ มาตรฐานได้ เพราะถ้าถึง ๑๐๐ มาตรฐานนี่มันขายทั้งโลก ราคามันจะแพงขึ้น ตรงนี้หน้าที่ก็คื อไปดูว่าที่ผลิตออกมาอยู่ใน ๑๐ มาตรฐาน สมมุติว่า ๑๐ มาตรฐานของเราอยู่ในนี้หรือเปล่า ถ้าไม่มีถือว่าเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคในย่านนี้ เนื่องจากว่าสินค้ามีหลายระดับ มีหลายเกรด (Grade) จะเห็นว่าสินค้าจีนที่ออกมา ตั้งแต่ ๒๕๒๑-๒๕๒๒ นั้นคุณภาพใช้ไม่ได้เลย แต่จาก การที่เขาพัฒนาต่อมา อย่างโทรศัพท์มือถือยี่ห้อหนึ่ง เซี่ยวมี่ซึ่งเคยปลอมหรืออะไรในระยะต้น ๆ ผลิตไม่มีคุณภาพ แต่ขณะนี้ติดอันดับ ๑ ของประเทศจีน ติดเบอร์ ๔ ของโลก อย่างนี้เปึนต้น เพราะฉะนั้น มีการพัฒนาในส่วนนี้
เพราะฉะนั้นถ้าเราไปออกมาตรฐานหรือไปกําหนดกติกา กฎเกณฑ์ในลักษณะที่สุดยอดไปเลย ผู้ผลิตตายอย่างเดียวครับ คือทําแล้วขายไม่ได้ คือขายในย่านนี้ก็แพง ถ้าไปขายข้างนอก ก็เรียกว่าคุณภาพอาจจะขายได้แต่ของราคาแพงมาก อันนี้ต้องคํานึงถึง นะครับ คือไม่ได้ บอกว่าผู้บริโภคจะต้องทําของที่ไม่มีคุณภาพออกไปขายแต่มาตรฐานตรงนี้กําหนดไว้ ให้มันได้มาตรฐานของมัน ขณะเดียวกันในเรื่องของการร้องเรียนก็เรียนฝากทาง คณะกรรมาธิการปฏิรูปกา รคุ้มครองผู้บริโภคว่าผมก็เคยโดน ลูกค้าเอาความสะใจ คือจริง ๆ ความผิดอยู่กับเขาแต่เขาก็โทษมาที่สินค้าของเราว่าสินค้าไม่ได้เรื่อง หลังจากที่ พิสูจน์กันไปแล้วกว่าจะจบแก ลงเฟซบุก (Facebook) ไปทั่วโลก ทั่วประเทศหมดแล้ว เสียหายไปแล้วแต่ไม่รู้แกไปฟัองร้องกับใคร เรื่องของเรื่องก็คือแกเอารถมาจอด แล้วมีรอยขีดข่วน เขาบอกว่าที่บริษัทผมเปึนคนเอาเหรียญบาทไปกรีด เขาบอกว่าของผม ไม่ใช่เคาะ พ่นสี ผมเปึนเรื่องของธุรกิจอีกแบบหนึ่งเลย ไม่เกี่ยวกับเคาะ พ่นสี ถ้ารถมีรอย แล้วผมจะไปพ่นสีรถคุณได้อย่างไร ต้องเอากล้องวงจรป่ดมาเป่ดเผยถึงจ ะยอม แต่ว่าว่อน อินเทอร์เน็ต (Internet) ไปเรียบร้อยหมดแล้ว เสียหายไปแล้ว กว่าจะแก้ไขมาได้ ๑ ป้เต็ม ๆ ตรงนี้ผมก็คิดว่ามาตรฐานต่าง ๆ จริง ๆ แล้วอยากจะให้มีลาเบล (Label) หรือสัญลักษณ์ ติดไว้เสียด้วยซ้ําว่าในกรณีที่สินค้าของท่าน ได้รับเครื่องหมายอันนี้จากคณะกรรมกำร คุ้มครองผู้บริโภคนี่เชื่อถือได้เลยว่าไม่เอารัดเอาเปรียบ เหมือนกับไอเอสโอ (ISO) หรือเปึน สัญลักษณ์ตรงนี้ติดอยู่ เหมือนกับฮาลาลหรืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งผู้บริโภคมั่นใจว่าสินค้าของเรา ไม่เปึนลักษณะที่จะไปเอารัดเอาเปรียบแน่นอน ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่เปึนกังวลก็คือ ว่า ในกฎหมายกลางนิยามรวมไปถึงเรื่องของจิตวิญญาณค่อนข้างเปึนห่วง แต่ที่อธิบายได้เห็นชัด ในกรณีไส้กรอกไก่ ไส้กรอกหมู แต่จริง ๆ แล้วอันนั้นเปึนเครื่องห มายอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าสามารถไปคัฟเวอร์ (Cover) สินค้าทุกตัวนี่ เรื่องจิตวิญญาณนี่ผมเองยังไม่เข้าใจลึกซึ้ง เลยว่าจิตวิญญาณคืออะไรแน่ เปึนเรื่องของทางศาสนา เรื่องของที่มันเหนือกว่าจิตธรรมดา เพราะฉะนั้นการที่อธิบายยังไม่ได้ชัดเจน อย่างกรณีของดอกเตอร์วินัยที่ยกตัวอย่างมาเมื่อกี้นี้ อันนั้นเห็นชัด แต่ว่าสินค้าทุกตัวมันไม่ไปเกี่ยวข้องกับอันนั้นทั้งหมด แต่ถ้าไปกําหนด กฎเกณฑ์ตรงนี้ในเรื่องจิตวิญญาณด้วยมันจะมาก คือคล้าย ๆ ว่ามันยังไม่ถึงขั้นนั้นหรือเปล่า โดยสินค้าโดยรวม แต่ถ้ากําหนดเปึนสินค้าเฉพาะอย่างโอเค (OK) สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ ศาสนา เพราะฉะนั้นด้วยความเปึนห่วง ว่าถ้าอย่างนั้นแล้วผู้ผลิตจะผลิตสินค้าอะไร
ที่จะไปรองรับตลาดแทบไม่ได้เลย เพราะเขาบอกว่าอันนี้มันทําลายเรื่องจิตวิญญาณ ท่านจะต้องรับผิดชอบมันก็ยุ่งหน่อย ส่วนในเรื่องของสินค้าที่กําหนดเปึนเรื่องของสิ่งของ ที่เห็นในบทนิยามนั้นบอกว่าสินค้าหมายความว่าสิ่งของ สิ่งของจริง ๆ มันจับต้องได้ กับจับต้องไม่ได้ จับต้องไม่ได้แสดงว่าไม่เกี่ยวกับอันนี้หรือเปล่า ซึ่งจริง ๆ แล้วสินค้า ในภาคบริการที่จับต้องไม่ได้มีเยอะที่ขายออกไปแล้วมีผลเสียหาย กระทบต่อผู้บริโภค เพราะฉะนั้นถ้าจะรวมไปถึงสินค้าที่จับต้องไม่ได้ซึ่งขณะนี้มีเยอะมาก ท่านก็จะต้องแก้ไข ตรงบทนิยามที่ว่ามันไม่ใช่สิ่งของ คือที่จับต้องได้หรือจับต้องไม่ได้รวมหมด มันก็ได้ คัฟเวอร์หมดในสินค้าที่จะออกมาทั้งปัจจุบันและอนาคต อันนั้นก็เปึนสิ่งที่จะบอกว่า จริง ๆ แล้วโปรดัก ต์ ไลอะบิลิตี (Product liability) หรือเลมอน ลอว์ที่ออกมา กฎหมายออกป้ ๒๕๕๑ เปึนกฎหมายที่มาจากในต่างประเทศคือ ประเทศสหรัฐอเมริกา จริง ๆ มีความจําเปึน แต่ของเราอย่างที่บอกว่าเราอยู่ในช่วงของการพัฒนา ถ้ากฎหมายบางตัว ออกจากเรียกว่า ขั้นเบาไปหาหนักตรงนี้ก็จะทําให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น โดยเฉพาะ ในภาคการผลิตที่จะปรับตัวไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าเอาหนักเลยมันไปเทอร์มิเนต (Terminate) การผลิตทั้งหมดเลยเศรษฐกิจมันจะไปไม่ได้ ก็ด้วยความเปึนห่วงตรงนี้เท่านั้น แต่เห็นด้วย ทุกอย่างที่จะทําให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด และเข้าข้างผู้บริโภคครับ เพราะว่าธุรกิจนั้น อยู่ได้ด้วยผู้บริโภคจริง ๆ ก็สนับสนุน แต่ว่าถ้ามีการปรับปรุงในส่วนนี้เพื่อเป่ดช่องให้หายใจ ในภาคของการผลิตได้บ้างก็จะเปึนสิ่งที่ดีแล้ วเหมาะสมกับประเทศของเรา กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญหมออําพลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพครับ ผม อําพล จินดาวัฒนะ สมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติ ต้องขอชื่นชมทาง คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคนะครับ วาระปฏิรูปที่ ๓๑ ผมขออนุญาต อภิปรายเพียง ข้อเดียวคือข้อ ๕ เรื่องการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง ผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุขและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งมันจะสืบเนื่องกัน ผมอยากจะกราบเรียนว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ แล้วก็ดีใจที่ทางคณะกรรมาธิการ ท่านได้กรุณานํามาเข้าสู่รอบ ๒ ซึ่งมีร่างพระราชบัญญัติ ท่านประธานและท่านสมาชิกครับ คงจะเปึนที่ทราบกันโดยทั่วไปครับว่าการเข้ารับบริการสาธารณสุขนี่ไม่ว่าจะเปึนเจ็บป์วย เรื่องอะไร เวลาเข้ารับบริการก็จะเหมือนการไปรับบริการอื่น ๆ คือมันจะมีโอกาส เกิดความเสียหายได้ ซึ่งก็จะมีความเข้าใจผิดบางทีคิดว่ำมันเปึนความผิดจากบุคคล ที่ให้บริการ แท้ที่จริงแล้วการบริการสาธารณสุขมันก็เหมือนกับบริการอื่น ๆ นั่นเอง ถ้าเรายิ่งใช้บริการมากหรือมีการให้บริการแล้วมีเทคโนโลยีมากเท่าไร โอกาสที่มันจะเกิด ผลกระทบในทางลบก็มีมากตามไปด้วย แม้ว่าการรักษานั้นจะดีเท่าไรก็ตาม เทคโนโลยีนั้น จะดีเท่าไรก็ตาม สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็เกิดจาก ๑. คือมันเหตุสุดวิสัยและเหตุที่ไม่มีใครบอกได้ เรื่องชีวิต เรื่องร่างกาย เรื่องยา เรื่องเทคโนโลยี บางทีมันบอกไม่ได้ครับว่าเกิดขึ้นจากอะไร ที่มันเกิดความเสียหายนั้น อันที่ ๒ เกิดจากเรื่องระบบซิสเตม เออร์เรอ (System error) ซึ่งจะเกิดได้ อันที่ ๓ ก็เกิดจากฮิวแมน เออร์เรอ (Human error) คืออาจจะจากบุคคลก็ได้ ซึ่งทั้ง ๒ ฝ์ายนะครับ ทั้งผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ ก็มีส่วนทําให้เกิดผลกระทบได้ เราจะทราบกันดีครับว่าในประเทศสหรัฐอเมริกานี่วิทยาศาสตร์การแพทย์เจริญก้าวหน้ามาก ในแต่ละป้ก็มีคนที่ได้รับผลกระทบจากบริการ สาธารณสุขนี่ถึงกับเสียชีวิต พิการ แล้วก็ได้รับผลกระทบเจ็บไข้ได้ป์วยต่อเนื่องอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มีจํานวนมากเปึนแสน เสียชีวิตอย่างเดียวก็เปึนหมื่นแล้ว ในบ้านเราเมื่อวิทยาการเทคโนโลยีก้าวหน้ามากก็จะมี โอกาสเกิดสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ผมคิดว่าเมื่อเกิดแล้วเปึนสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดแน่นอน ทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการ เดิมช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างดี แต่พอเกิดเรื่องแล้ว ก็จะกลายเปึนเรื่องคู่ปฏิปักษ์ อาจจะต้องมีการฟัองร้อง มีการกระทบกระทั่งกัน ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันก็หายไปหมด เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนว่าหลักการและเหตุผล ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่อยู่ในหน้า ๑๙ ของเอกสาร ผมคิดว่าเขียนไว้ได้อย่างครอบคลุม
เมื่อมีการเสียหายเกิดขึ้นแล้วถ้าไม่มีระบบที่ดีในการดูแลเยียวยา ถึงแม้ว่าการเยียวยานั้น ไม่สามารถจะเอาชีวิตคืนมาได้ หรือความพิการคืนมาได้ หรือการเจ็บป์วยที่มันเปึนผลกระทบ คืนมาได้ แต่ถ้ามีการเยียวยาช่วยเหลือกันในลักษณะที่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน ความสัมพันธ์ที่ดี ต่อกันมันก็จะยังมีต่อไป เพราะฉะนั้นการเสนอให้มีกองทุนนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ถูกต้องครับ กองทุนจะไม่ได้เอาไปให้ใครคนใดคนหนึ่ง แต่ไปให้คนที่เขาเสียหายเกิดขึ้นจากอะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นสิ่งที่มันจะสร้างความสัมพันธ์กลับมาในระหว่างผู้ป์วยแล้วก็แพทย์ผู้ให้บริการ มันก็จะดีขึ้น เรื่องนี้เปึนเรื่องสร้างสรรค์อย่างยิ่ง ผมอยากจะเรียกว่ามันเปึนวิน วิน ลอว์ (Win win law) คือกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ์าย แต่อยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่มันเกิด ในสังคมที่ผ่านมาหลายป้ ที่มีความพยายามผลักดันกฎหมายฉบับนี้แล้วบางส่วนก็ยังมี การโต้แย้ง แล้วก็ต่อต้านกฎหมายฉบับนี้ ก็คือเกิดความเข้าใจผิดในส่วนหนึ่งของผู้ให้บริการ บางกลุ่มบางส่วนเท่านั้นว่ามันจะทําให้เกิดการฟัองร้องมากขึ้น ท่านประธานและท่านสมาชิก ลองดูสิครับ ถ้าอ่านดูกฎหมายนี้ทั้งหมดอย่าง แตกฉานลึกซึ้งจะพบว่ามันจะยิ่งทําให้ลด การฟัองร้อง จะทําให้เกิดการพึ่งพาอาศัยกัน ช่วยเหลือกัน คนไหนเสียหายก็ได้รับการดูแล การฟัองร้องจะเบาบางลงไป ความสัมพันธ์จะดีขึ้น เพราะมีกองทุนมีหน่วยที่ดูแล มีกรรมการ ที่จะดูแลให้เกิดการสนับสนุนการช่วยเหลือกัน ผมคิดว่าที่พูดมาทั้งหมดนี้ ก็อยากจะเรียนว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งกับหลักการและเหตุผล แต่ถึงแม้ว่าสภาของเราเห็นชอบแล้วผ่านเรื่องนี้ไป เปึนข้อเสนอจาก สปช. กว่าจะออกไปเปึนกฎหมายก็อาจจะยังมีแรงเสียดทานอีกมาก ผมถึงอยากจะกราบเรียนตรงนี้ไว้ว่าท่านสมาชิก และผู้ฟังและประชาชนทั้งหลาย อาจจะต้องสร้างความเข้าใจ ทําความเข้าใจเรื่องนี้ให้มากขึ้น แล้วจะพบว่า เรื่องอย่างนี้แหละครับคือกลไกเครื่องมือที่ส ร้างความปรองดองในประเทศไทย โดยการปรองดองเกิดขึ้นในระบบบริการสาธารณสุขของประเทศ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
ขอบคุณนะครับ เชิญดอกเตอร์ชาติชาย ณ เชียงใหม่ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ รวมทั้งคณะกรรมาธิการ ผมอยากจะขอเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมนะครับ ผมคิดว่า สิ่งที่ท่านได้นําเสนอมาในรอบที่ ๒ นั้นก็ครอบคลุมในกลุ่มใหญ่ ๆ ดีแล้วนะครับ ผมอยากจะ ขอให้ท่านพิจารณาเน้นในเรื่องประเด็นดังต่อไปนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของคนที่อ่อนแอ ในบ้านเมืองเรานั้นคนที่อ่อนแอก็คือคนที่ข้อมูลน้อย เงินสตางค์มีน้อย พวกนี้เปึนกลุ่ม ที่เรียกว่าโชคร้ายไม่ได้บริโภคสิ่งของที่มันมีคุณภาพที่ดีคุ้มค่าคุ้มราคานะครับ จะเห็นได้ว่า ทุก ๆ วันนี้ลงหนังสือพิมพ์หรือว่าเราไปตามต่างจังหวัดมีทุกอย่างที่เรียกว่าของปลอม อาหารไม่มีคุณภาพ น้ําปลาปลอม ผงชูรสปลอม ยาปลอม กระทั่งปุิยก็ปลอม กล้าไม้ก็ปลอม คือมีไม่ครบพูดง่าย ๆ ผมคิดว่าเรื่องนี้ประเด็นแรกที่อยากจะนําเสนอซึ่งพยายามจะอ่านในนี้ แต่เข้าใจว่าเปึนจุด มุ่งหมายของกฎหมายต่าง ๆ แต่อยากให้เน้นย้ําคือว่าที่จริง การคุ้มครองผู้บริโภคมันเปึนการเปลี่ยนหรือว่าการปรับโลกทัศน์หรือ ไมด์เซต (Mindset) หรือวิธีคิดของทั้งคนผลิต คนขายและคนบริโภคไปด้วยกัน มันเปึนเรื่องที่จะต้องเพิ่มพื้นที่ มิติทางศีลธรรม มันเปึนเรื่องของเศร ษฐศาสตร์เชิงศีลธรรม เปึนโมรอล อีโคโนมี (Moral economy) เนื่องจากว่าถ้าเราย้อนกลับไปจริง ๆ เศรษฐศาสตร์เชิงเหตุผล หรือเรชันนอ ล อีโคโนมี (Rational economy) มันนําไปสู่การแข่งขันแก่งแย่งกัน ค่อนข้างจะมาก ดังนั้นเพื่อเอาชนะเพื่อจะเอากําไรมากที่สุด หลายครั้งผู้ผลิตก็ละเลยคุณภาพ หรือมุมมองจากหัวอกของผู้บริโภค ผู้ขายทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่ค่อยมีคุณภาพ แต่ความที่อยากให้ธุรกิจของตัวเองนั้นอยู่ได้ก็ไม่บอกความจริงกับผู้บริโภคผู้ซื้อ เพราะฉะนั้น อยากจะให้ต้องรณรงค์ว่ามิติทางศีลธรรมมันคือการที่ทุกคนมองว่าการทําธุรกิจ ก็เปึนหน้าที่หนึ่งของคนในสังคมในโลกนี้ที่ทําให้ทุกคนอยู่ดีมีสุข อันนี้ผมคิดว่าต้องเพิ่ม เข้าไปหน่อย เพราะเรารู้สึกจะมีมิติในเชิงของการต่อสู้เอาชนะคะคานกันทางกฎหมาย ทางอะไรอย่างเดียว อันนี้ขออนุญาตเติมนะครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วผมว่าธรรมชาติมนุษย์ ทุกคนลองให้เขาหลับตาคิดสัก ๓๐ วินาทีว่าอยากจะให้เกิดอะไรดี ๆ งาม ๆ กับคนที่รักบ้าง ถ้าเขาทําอย่างนี้ในการผลิตอะไรหรือทํามาค้าขายอะไรก็คงจะไม่คิดจะเอาเปรียบคนอื่น ถ้าหากมองว่าผู้บริโภคคือคนที่เรารักนะครับ ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะนําเรียนก็คือ เวลาอ่านแล้วผมอาจจะเข้าใจเอาเอ งก็ได้ว่ามันยังไม่ชัดว่าที่จริงการคุ้มครองผู้บริโภค เปึนวาระของส่วนรวม เปึนธุระของทุกคน แต่พออ่านไปอ่านมากลายเปึนว่าเปึนเรื่องที่
เราจะไปสร้างกลไกให้คนที่เสียหายไปฟัองหรือไปได้รับการชดเชยเยียวยา ซึ่งก็โอเค เปึนเรื่องที่สมควร แต่ว่ากรุณาทําอย่างไรก็ตามที่จะให้มิติของเรื่องนี้เปึนเรื่องส่วนตัว ของผู้ที่ได้รับเคราะห์เมื่อคุณเสียหายมากกว่าเปึนเรื่องของส่วนรวม มันเปึนคอลเลคทีฟ (Collective) มันเปึนเรื่องของการที่จะต้องคิดให้เกิดชุมชนกลุ่มผู้บริโภค พอพูดถึงเรื่องนี้ ก็อยากจะเรียนว่าในที่นี้เราอาจจะยังไม่ได้แยกชัดเจนว่ากลุ่มผู้บริโภคอย่างน้อยมี ๒ มิติ มิติแรกก็คือกลุ่มผู้บริโภคตามสถานะทางเศรษฐกิจสังคมซึ่งผมพูดไปแล้วว่าคนที่มีฐานะดี ซื้อของถูกกว่าคุณภาพดีกว่าอยู่แล้ว แต่กลุ่มผู้บริโภคอีกแบบหนึ่งก็คือกลุ่มผู้บริโภคที่เราแยก ตามประเภทสินค้า มีทั้งปัจจัย สี่และทั้งของที่ไม่จําเปึน แต่ก็เปึนของที่เกินความจําเปึน อย่างนี้ ผมว่าธรรมชาติของการดูแลไม่เหมือนกัน ถ้าอย่างไรลองพิจารณาเอามิติเหล่านี้ ไปพิจารณาด้วยนะครับ เพราะกลไกและมาตรการและบทบาทของภาครัฐที่จะเข้าไปดูแล อาจจะไม่ค่อยเหมือนกันเสี ยทีเดียว ประเด็นต่อมาที่อยากจะเรียนว่าถ้าเราจะเปลี่ยน ความคิดของคนในเรื่องการบริโภค รวมทั้งฝ์ายที่เปึนผู้ผลิตฝ์ายภาครัฐและผู้บริโภค ผมคิดว่าสิ่งที่สําคัญที่เราจะต้องเร่งทําคือข้อมูล ข้อมูลที่เปึนข้อมูลเชิงตัวชี้วัด ข้อมูลสถิติ ของหน่วยงานของรัฐซึ่งเปึนข้อมูลอำจจะยังไม่ใช่ข้อมูลโดยตรงในเรื่องของตัวสินค้าเอง แต่เปึนข้อมูลเช่นข้อมูลผลผลิต การปลูกข้าวได้กี่กิโลกรัมต่อไร่ของเราเมื่อเทียบกับคนอื่น ทําไม เพราะอะไร เพราะเราใช้กล้าพันธุ์อะไร เราใช้ปุิยอะไร เราใช้ยาอะไร ถ้าเราเอาข้อมูล เหล่านี้มาให้แต่ละหมู่บ้านคุยกัน แล้ววกกลับไปหาสินค้าเหล่านี้เขาก็จะเริ่มเห็นว่า ทําไมเขาต้องซื้อสิ่งนั้นสิ่งนี้แตกต่างกันยี่ห้อต่าง ๆ อย่างไร
เพราะข้อมูลเหล่านี้มันจะเปึนฐานที่ตระหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้านักการเมืองทุกระดับได้ เห็นกับชาวบ้านมีข้อมูลเหล่านี้พอ ๆ กัน เขาก็จะตื่นตัวมาดูแล มาคุ้มครองหรือว่ามาผลักดัน เรื่องนี้นะครับ ที่นี้ผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับว่าอีกนาทีเดีย วครับว่าวิธีทํา อย่างไร ผมมองว่าเรื่องนี้บางทีเราพูดส่วนบนลงมาก็ดีแล้ว แต่อย่าลืมว่าควรจะสร้างจาก ข้างล่างขึ้นไปด้วย ผมเห็นมีความคิด ริเริ่มหลายแห่งที่ชาวบ้านเอง กรรมการหมู่บ้าน กรรมการชุมชน ได้รวมกลุ่มกันที่จะดูแลอย่างน้อยเรื่องสุขภาพ เรื่องยานะครับ ทางกระทรวงสาธารณสุขก็ดูเหมือนจะเคยพูดถึงเรื่องนี้ เอา อสม. มา อะไรมานี่ แต่ว่า เรื่องอื่นเรื่องเกษตรเรื่องอะไรต่าง ๆ ยังไม่ได้เคลื่อนไหวนะครับ ทั้งที่เสียเงินเสียทอง และกระทบต่อรายได้มาก เพราะฉะนั้นจึงอยากจะขอให้ท่านได้มองเพิ่มเติมว่าทําอย่างไร เราจะสร้างกลไกหรือเอากลไกที่มีอยู่แล้วในหมู่บ้านให้มาทําหน้าที่กรรมการหมู่บ้าน กรรมการชุมชน สอดส่องและให้ข้อมูลแก่ชาวบ้านในเรื่องของสิ่งที่เปึนปัจจัยสี่ ซื้อเปึนประจํา ปุิย ยาฆ่าแมลง ยาแก้ปวด ยารักษาโรค ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ โดยที่มีเครื่องมืออยู่แล้ว เรามีบัญชีครัวเรือนอยู่แล้ว เรามีข้อมูล จปฐ. อยู่แล้ว เรามีข้อมูล การผลิตอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ถ้าสามารถเอามาพูดและมองในเชิงก้าวล่วงไปถึงว่าสิ่งที่เราซื้อมา นี่คือซื้ออะไรมาอย่างไร คุ้มค่าหรือไม่ อย่างไร และข้อมูลส่วนบนก็จะเจอ มันก็มีประโยชน์ เข้าไปถึงครัวเรือน เขาได้ครับ อันนี้ก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ใช้เวลาเกินมา ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณทวีกิจ จตุรเจริญคุณ ครับ
เรียนท่านประธานและกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคนะครับ สิ่งที่ผมได้รับฟังมานะครับของคณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคผมว่าดีหมดนะครับ แต่อยากจะเสริมบางส่วนเข้าไปนะครับ สิ่งหนึ่ง คําว่าคุ้มครองผู้บริโภคหรือการค้าที่มีศีลธรรมนะครับ มันควรจะอยู่ในกฎหมาย เราต้องเพิ่มเติมหรือไม่นะครับ เช่นวันก่อนก็ได้ดูข่าวในทีวีที่ทางตํารวจเข้าไปจับร้านค้าที่อยู่ เพราะว่ามีกฎหมายมาว่าห้ามอยู่สถานการศึกษาหรือใกล้สถานศึกษา ๓๐๐ เมตร คือต้องห่าง ๓๐๐ เมตรถึงจะขายสิ่งของมึนเมาได้นะครับ แล้วในข่าวว่ามีการจับแล้วป่ดเลย เพราะว่ามีเด็กนักศึกษาอายุต่ํากว่า ๑๘ ป้อยู่ข้างใน แล้วก็เป่ดเลยเที่ยงคืน ถ้าสถานที่แบบนี้
ที่จะต้องเอามาพูดในคุ้มครองผู้บริโภค สิ่งที่จะเกิดขึ้นแบบนั้นเราต้องใช้คําว่าทําลายผู้บริโภค ได้ไหม สถานศึกษาที่บอกว่าห้าม ถ้าเป่ดต้องเลย ๓๐๐ เมตรนี่ผมว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติ เราเปึนคนอภิปรายแล้วก็ทางรัฐบาลเอาไปใช้ว่าทําไมมีร้านค้าของมึนเมาอยู่ใกล้กับ มหาวิทยาลัย สิ่งหนึ่งที่วันนี้ผมจะพูดต่อก็คือว่าจริง ๆ ๓๐๐ เมตรผมว่าน้อยไปนะครับ ต้องขยับสัก ๑,๐๐๐ เมตรหรือ ๑ กิโลเมตร ถึงจะคุ้มครองผู้บริโภคที่เปึนนักศึก ษาที่อยู่ ตามสถาบันตามมหาวิทยาลัยได้นะครับ ถ้าเขียนลงไปได้ผมว่าผมอยากให้เขียนลงไปด้วย สิ่งหนึ่งที่บอกว่าคุ้มครองผู้บริโภคนี่สถานบันเทิงที่เป่ดที่จะกําหนดให้เที่ยงคืน ไปดูประเทศที่มันเจริญแล้วจะไปยุโรปหรือไปอเมริกาไม่มีหรอกครับ ไม่มีให้ถึงเที่ยงคืน เพราะฉะนั้นถ้าเราจะคุ้มครองผู้บริโภคผมว่าเราเหลือสัก ๕ ทุ่มได้ไหม เสนอรัฐบาลไป หรือว่าออกกฎหมายไปนะครับ
สิ่งหนึ่งที่ผมจะว่าการค้าที่มีศีลธรรม เราต้องทําการค้าที่ไม่ทําลายผู้บริโภคนะครับ ข่าวก็มีมาเยอะว่าที่เป่ดสถานบันเทิงนี่บางคนขับรถเมาชนคน หลับคาสี่แยก ผมว่าธุรกิจแบบนี้ มันไม่ได้คุ้มครองผู้บริโภค มันทําลายผู้บริโภค เมืองไทยถึงเวลาหรือยังที่เราต้องมีระเบียบ หรือว่าเราต้องมีกฎหมาย ผมจําได้ว่าผมเคยไปประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไปประเทศแคนาดา นี่แหละ เข้าไปในร้านกับพรรคพวก ไปกันเอง ไปกันประมาณ ๑๐ คน เขาให้สั่งเบียร์ขวดเล็ก ไม่เกิน ๑๐ ขวด ให้คนละขวดเอง นั่นคือคุ้มครองผู้บริโภคอย่างแท้จริง แล้วถ้าเกิดอุบัติเหตุ เขาย้อนกลับไปหาร้านที่ ไปรับประทานครับ ร้านที่ไปรับประทาน ร้านนั้นที่สั่งเบียร์ แล้วถ้าเกิน ๑๐ ขวดเขาบอกว่าเขาป่ดร้านนั้นเลย เขาป่ดเลย เขาไม่ยอมให้เป่ดเลย เพราะฉะนั้นเมืองไทยเรานี่เราจะเจริญ เขาเรียกอะไร ทรัพยากรประเทศไทยจะได้มีคุณค่า มากกว่านี้ อย่าให้สิ่งบันเทิงมัวเมา ณ ตอนนี้ที่แน่ ๆ ก็คือว่าทุกจังหวัดมีหมด เลยเที่ยงคืน หมดเลย แล้วสิ่งหนึ่งที่เขาบอกว่าป่ดเที่ยงคืน ผมไม่เห็นมีสถานบันเทิงไหนเลย ที่มันป่ดเที่ยงคืน ป่ดเที่ยงคืนหมายความว่าต้องป่ดประตูใส่กลอนล็อกกุญแจถึงจะเรียกว่า ป่ดเที่ยงคืน เพราะฉะนั้นผมอยากให้คณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภค ช่วยเสนอกฎหมายใหม่ สถานบันเทิงก็ไม่ควรเกิน ๕ ทุ่ม เพราะว่ากลับถึงบ้านก็เที่ยงคืน แล้วกว่าจะนอน พรุ่งนี้กว่าจะทํางาน แล้วก็จริง ๆ แล้วผู้ที่กําลังศึกษาอยู่ที่จะจบอุดมศึกษา อายุ ๒๒ ป้ ๒๓ ป้ ทําไมเราไม่ออกกฎหมายว่าสถานบันเทิงต้องอายุ ๒๓ ป้ถึงจะเข้าไปได้ เพราะว่ายังอยู่ในวัยเรียนยังหาเงินไม่เปึน นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้คณะกรรมาธิการบรรจุเรื่องนี้ ลงไปด้วยได้ไหมครับ ถ้าเปึนไปได้ก็จะดียิ่งกับประเทศไทย ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านชาลี เจริญสุข ค่ะ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่ งชาติที่เคารพ กระผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทรา หมายเลข ๐๕๙ ต้องเรียนท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคทุกท่านนะครับ ก็เปึนวาระ ที่ต้องบอกว่าเยอะมาก เวลาจะอภิปรายไม่รู้จะอภิปรายจุดไหนดี เพราะว่าแตะไปก็โดนหมด
สําหรับวันนี้ผมเองเปึนประสบการณ์จริงที่ต้องเรียนว่าอาจจะเปึนอยู่ในมุมมืดอีกมุมหนึ่ง ซึ่งท่านประธานกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค ท่านสารี อ๋องสมหวัง ต้องไปเอกซเรย์อีกแล้วครับ จริง ๆ เรื่องรถยนต์ได้ฟังรายงานเขาเรียกว่ำมันเปึนข่าวดัง เขาเรียกว่ารับประกัน การันตี (Guarantee) รถยนต์ดังไปแล้วครับ แต่ส่วนที่รองลงมาครับ เรื่องของการรับประกันในส่วนของตัวรถยนต์ มีตั้งแต่ ๒ ป้ ๑๐๐,๐๐๐ กิโลเมตรอะไรนี่ ก็คงจะไม่ค่อยแตะ ไม่แตะ แต่ผมแตะตรงนี้ครับ การเช่าซื้อรถยนต์ ปรากฏว่าที่ผ่านมา เมืองไทยมีผู้เช่าซื้อรถยนต์เยอะมาก รถยนต์ในเมืองไทย ๒๘ ล้านคัน จักรยานยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ ๑๗ ล้านคัน ปรากฏว่าผู้บริโภคที่ซื้อรถยนต์ต้องทําสัญญากับไฟแนนซ์ (Finance) ใช่ไหมครับ แล้วเขาจะบังคับให้ทําสัญญาประกันภัย ปัญหามันเกิดขึ้นตรงนี้ครับ สัญญาประกันภัยทําก็ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กรณีเอารถไปขายหรือถูกยึด
การคุ้มครองประกันภัยเขาจะคุ้มครองผู้เช่าซื้อรายเดิม สมมุติว่าใช้ไป ๖ เดือนแล้วขายต่อ ปรากฏว่าสัญญาประกันภัยไม่สามารถที่จะโอนต่อให้คนต่อไปได้ คนต่อไปที่ซื้อรถยนต์ ต้องไปทําประกันใหม่ ผมถามว่าอันนี้เอาเปรียบใคร เงินที่ประกันเก็บไปได้คือเก็บประกันภัย ทั้งป้ แต่ถ้ารถยนต์เกิดอุบัติเหตุแล้วจะคุ้มครอง จ่าย ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท คุ้มครองผู้นั่ง แต่พอผู้ซื้อรายใหม่มาทําสัญญาใหม่บอกสัญญาประกันภัยเหล่านั้นต้องทําใหม่ เริ่มนับ ๑ ใหม่ ผมว่าจะต้องมีการทบทวนแล้วว่าเงินส่วนที่เหลือนี่บริษัทต้องคืน อยู่ใน มูลค่ารถหรือไม่ หรือคืนให้กับผู้ที่ทําสัญญาคนแรกหรือไม่ คุณจะตัดกี่บาทก็แล้วแต่ตัดไป แต่นี่คือเกิดความไม่เปึนธรรม ผมว่ามันเปึ นเรื่องที่อยู่ในมุมมืด เพราะรถยนต์ของเรา ณ วันนี้ผมมองว่าถ้าเราดูจากจํานวน ๖๔ ล้านคนมีรถยนต์กัน ๒๘ ล้านคน ณ วันนี้ผมว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากรมีรถยนต์แล้ว ครึ่งหนึ่งแล้วครับ ครึ่งหนึ่งของประชากรแล้ว เพราะรวมมอเตอร์ไซค์มันเกินครึ่งไปแล้วครับ ฉะนั้นตรงนี้เปึนเรื่องใหญ่ ผมว่าถ้าไปแตะ เรื่องนี้ ท่านประธานครับ ไม่แพ้โทรศัพท์ที่จะจับเวลาเปึนวินาทีเลยนะครับ เปึนเรื่องใหญ่ ผมถามบริษัทรถยนต์ที่จําหน่ายรถยนต์ โดยเฉพาะเต็นท์รถยนต์ ผมถามว่าทําไมท่านไม่ร้อง เขาบอกว่าไม่อยากร้อง เพราะว่าอะไร เขาต้องพึ่งบริษัทประกัน ต้องพึ่งพากัน แต่ว่า ไม่อยากมีเรื่อง ก็ฝากว่าคุ้มครองผู้บริโภคผมว่าหลายเรื่อง โดยเฉพาะอีกเรื่องหนึ่ง ผมอยากให้แตะในเรื่องของการที่คุ้มครองผู้บริโภคปัจจุบันนี้มีพ่อค้าที่เปึนชาวต่างชาติ ที่เข้ามา เพราะว่าเราเป่ดเออีซี (AEC) แล้วครับ ตอนนี้เราจะเห็นว่าพ่อค้าที่เดินทางเข้ามา ค้าขายสินค้าเหล่านั้น เนื่องจากเขานําสินค้าเข้ามาแล้วมาขายด้วย หรือแม้แต่บริษัทต่าง ๆ การเข้าถึงหรือการสื่อสารเรายังไม่มีกฎหมายที่จะไปควบคุมเขา หรือแม้แต่ถ้าเกิดมีการตกลง ทําสัญญาซื้อขายกันแล้ว แล้วถามว่าถ้าไม่ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องไม่ครอส คัตติง (Cross cutting) กันระหว่างกระทรวงต่าง ๆ ที่จะมาจัดระเบียบกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรมเกี่ยวกับโรงงาน กระทรวงสาธารณสุขก็พูดไปแล้ว แตะในเรื่องของ สุขภาพไปแล้ว ก็อยากจะเปึนประเด็นว่าอยากให้คลุมตรงนี้นิดหนึ่งว่าเราจะมีวิธีการอย่างไร ถึงจะมีฐานข้อมูลในการคุ้มครองผู้บริโภคกับการเป่ดเออีซี ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านอาจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ในเรื่องคุ้มครองผู้บริโภคเรื่องสําคัญเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของ กลุ่มคนพิการ ท่านประธานครับ คือคนพิการที่ต้องเน้นมากก็คือการคุ้มครองผู้บริโภค ก็คือคุ้มครองให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่า งเช่นวิทยุ โทรทัศน์ โทรคมนาคม รัฐธรรมนูญก็เขียนไว้ชัด ผมคิดว่าฉบับนี้ก็คงจะเขียนไว้ชัดว่าให้ทุกคน ให้บุคคล หรือพลเมือง อะไรก็แล้วแต่มีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ในสิ่งเหล่านี้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น กสทช. และรวมทั้งกองทุนก็ควรจะต้องมีหน้าที่ที่จะต้องช่ วยให้คนพิการเข้าถึง อาจจะด้วยการออกกฎ รวมถึงการส่งเสริมสนับสนุนโดยใช้เงินกองทุน ผมอยากให้เขียนไว้ชัด จริง ๆ ทุกวันนี้ กสทช. ก็ทํา แต่ผมว่าจะต้องเขียนไว้ชัดในกฎหมายว่ามันเปึนหน้าที่เลย ไม่ใช่ว่าจะช่วยก็ได้ไม่ช่วยก็ได้ ไม่ช่วยก็ไม่เปึนไร มันเหมือนสงเคราะห์ แต่ผมอยากให้เปึน เรื่องฐานสิทธิ
ทุกวันนี้อย่างเช่นโทรทัศน์ก็ออกกฎมาว่าเอาละเปึนแผนแจ้งให้ทุกสถานีโทรทัศน์ว่าวันหนึ่ง ๑ ชั่วโมงต้องมีล่ามภาษามือเพื่อให้คนหูหนวกได้ดู แต่ผมคิดว่า ๑ ชั่วโมงที่กําหนดให้ ผมพอเข้าใจว่าไม่อยากให้เปึนภาระเจ้าของสถานประกอบการ อันนั้นไม่เปึนไร แต่กองทุน ก็ต้องมีหน้าที่สนับสนุนที่จะให้มีล่ามภาษามือในส่วนที่ เกิน ๑ ชั่วโมง ผมว่าต้องเขียนให้ชัด กฎเอาละถ้าบริษัทเขาเริ่มมีกําไรก็เพิ่มชั่วโมงขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะการเอาล่ามภาษามือมา มันก็ต้องมีค่าล่ามซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ได้มากมายอะไร ชั่วโมงหนึ่งก็ประมาณ ๖๐๐-๑,๐๐๐ บาท เท่านั้นเอง หรือ โคลส แคพชัน (Closed caption) ก็คือ ตัวห นังสือที่จะให้อ่าน แล้วตัวหนังสือที่จะให้อ่านนี่ ผมว่าถ้าทําจะเปึนประโยชน์กับคนในอาเซียนหรือคนในโลก จะได้ฝ๊กภาษาไทยไปด้วย เพราะว่าทุกวันนี้ลูกผมเวลาฝ๊กภาษาอังกฤษนี่ก็จะไปดู หนังภาษาอังกฤษ แล้วก็มีตัวแคพชัน (Caption) นี่นะครับ ซึ่งเขาทําไว้สําหรับคนหูหนวก มันก็เปึนตัวหนังสือให้เราอ่านไปด้วย ฟังเสียงไปด้วย มันก็ฝ๊กภาษาได้ดี เพราะฉะนั้นต่อไป ถ้าเราทําคนอื่นก็จะฝ๊กภาษาไทยได้ดีด้วย แล้วก็เปึนประโยชน์กับคนหูหนวกที่จะให้เขา เข้าถึงโทรทัศน์ได้เหมือนกับคนอื่น ซึ่งทุกวันนี้กติกาก็คือ ๑ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นผมว่าถ้ามันมี เขียนหน้าที่ไว้ชัดก็จะได้สนับสนุนให้เกินนั้น อันนี้ก็เรื่องโทรทัศน์ ทีนี้มาถึงเรื่องตัวที่เราให้ เซต ทอป บอกซ์ (Set top box) ตัวเซต ทอป บอกซ์ที่แจกอยู่ทุกวันนี้คนหูหนวก คนตาบอดใช้ไม่ได้ เพราะว่าเซต ทอป บอกซ์ที่คนหูหนวก คนตาบอดใช้ได้มันต้องแพง ขึ้นมาหน่อย เพราะว่ามันจะต้องมีปุ์มออดิโอ (Audio) กับปุ์มแคพชัน หรือที่จะให้กดไปดู โคลส แคพชัน ซึ่งรวมล่ามภาษามือนี่นะครับ เพราะฉะนั้นระบบดิจิทัลจะมีช่องทางที่ให้มี ภาษามือหรือแคพชันที่ไม่ไปรบกวนคนทั่วไป แต่เซต ทอป บอกซ์มันก็ต้องเอื้อ เพราะฉะนั้น เวลาแจกก็ต้องแจก เซต ทอป บอกซ์ให้กับคนพิการ ให้คนตาบอดหรือคนหูหนวก มันมีเซต ทอป บอกซ์ที่มีออดิโอกับโค ลส แคพชัน เพื่อเขาจะเอาไปใช้ประโยชน์ได้ มิฉะนั้นแล้วมันก็ไม่เกิดประโยชน์อย่างที่ควรจะเปึน ซึ่งมันก็แพงกว่าไม่เท่าไร อันนี้ก็เปึน การคุ้มครองผู้บริโภคที่จะให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยช น์ได้ ถ้าเราไปดูต่างประเทศ เรื่องพวกนี้เขามีเปึนเรื่องธรรมดา เพราะเขาถือว่าต้องคุ้มครองให้ทุกคนเข้าถึง และใช้ประโยชน์ได้ อย่างที่ผมบอกนะครับ ทุกวันนี้จริง ๆ ก็มีอยู่ แต่ผมอยากให้เขียนไว้ ในกฎหมายเปึนหน้าที่ชัดเจน แล้วส่วนกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคก็ต้องมีผู้ ที่เชี่ยวชาญ เรื่องการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ของทุกคน เพื่อที่จะออกกฎ หรือกฎเกณฑ์ หรือกติกา
อะไรที่จะให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม นะครับ อันนี้ผมอยากจะฝากว่าช่วยเขียนให้ชัดเจน ว่าฝัืงหนึ่งเปึนสิ ทธิ กสทช. และกองทุน ก็ต้องมีหน้าที่ที่จะต้องทําให้มันเกิด แล้วก็ต้องมีฝ์ายคุ้มครองผู้บริโภคที่ต้องช่วยดูแล แล้วผมก็สรุปว่าทุกวันนี้ก็ทําได้ดีพอสมควร แต่มันไม่มีหลักประกันอะไรเลยครับท่านประธาน เพราะว่าคนหูหนวกกับคนตาบอดก็ยังไม่รู้เลยว่ากรรม การชุดหน้าจะดูแลเรื่องเหล่านี้ หรือเปล่า ผมว่ามันมีความจําเปึนต้องเขียนไว้ในกฎหมายให้ชัดเจน ครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่าน นาวาอากาศเอก ไพศาล จันทรพิทักษ์ ค่ะ
นาวาอากาศเอก ไพศาล จันทรพิทักษ์
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติที่เคารพ ท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิก กระผม นาวาอากาศเอก นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ หมายเลข ๑๖๓ ก่อนอื่นก็ขอชื่นชมนะครับว่าท่านกรรมาธิการหรือทาง สปช. เรากําลังทํางานเพื่อที่จะให้ความคุ้มครองผู้บริโภคอย่างดียิ่งขึ้น ในส่วนความเห็นของผม ผมคิดว่าในประเด็นที่ได้ลิสต์ (List) มาเกี่ยวกับปัญหาประเด็นการปฏิรูปหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเสริมสร้างระบบฐานข้อมูลนี่นะครับ ผมคิดว่าท่านเขียนไว้ แต่ว่าไม่ได้เน้นถึงเรื่องของการที่จะติดอาวุธทางปัญญาให้กับผู้บริโภค ผมคิดว่าในปัจจุบันนั้น เรายังขาดข้อมูล เมื่อกี้มีท่านสมาชิกพูดถึงเรื่องของการเช่ารถ ก็ต้องมีข้อมูลเพื่อที่จะให้ ผู้บริโภคว่าการเช่ารถนั้นผู้บริโภคควรจะรู้เรื่ องอะไรบ้าง ควรจะทําอะไรได้บ้าง ในฐานะ ที่เปึนผู้บริโภค ซึ่งในทุก ๆ เรื่องผมคิดว่าน่าจะเปึนหลักการใหญ่ที่เราจะต้องให้ข้อมูล กับผู้บริโภคเพื่อติดอาวุธให้กับทุกคน ในสิ่งที่ท่านเขียนนั้นก็อาจจะเปึนการให้ความเข้าใจ ที่ถูกต้องแก่ทุกภาคส่วนเกี่ยวกับสิทธิของผู้บริ โภคที่ได้รับการคุ้มครอง ซึ่งตรงนั้นก็ถูกต้อง เมื่อมีปัญหาก็ได้รับการคุ้มครอง แต่สิ่งหนึ่งก็คือการปัองกัน ถ้าหากว่าผู้บริโภคมีความรู้ที่ดี ผมคิดว่าก็คงไม่ต้องไปถึงเรื่องของจะได้รับการคุ้มครอง อีกส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะพูดถึงก็คือ ในประเด็นที่ ๕ เรื่องของการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก บริการสาธารณสุข แล้วก็มีร่างพระราชบัญญัติอีก ๓ ฉบับ ตรงนี้ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ได้อ่านดู ในเอกสารที่แจกไป ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งก็คือในข้อที่สรุปผลการศึกษาวิเคราะห์ การศึกษา วิเคราะห์ของท่านนั้นมีอยู่ ๓ เรื่องที่ท่านไปศึกษาวิเคราะห์ ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดย สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็อีกหน่วยหนึ่ง ก็มีอยู่ ๓ ร่าง ด้วยกัน สิ่งที่ท่านอาจจะไม่ได้ใส่ไปแล้วก็เปึนปัญหาที่เปึนข้อถกเถียงกันก็คือเรื่องที่เสนอโดย แพทยสภา ซึ่งผมคิดว่าในหลักการสุดท้ายแล้วก็ คือการคุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายจาก บริการทางสาธารณสุข แต่ของทางแพทยสภานั้นเท่าที่ผมได้อ่านและศึกษาดูก็คือการที่ เขาเสนอเพื่อที่จะขยาย ขยายก็คือการร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๕ ซึ่งตรงนั้นผมคิดว่าเปึนสิ่งที่เขานําเสนอ เพื่อที่จะขยายให้ครอบคลุม ขยายทั้งวงเงิน ขยายทั้งการครอบคลุม เพื่อให้ทั้งระบบ สวัสดิการข้าราชการและประกันสังคมได้รับสิทธิตรงนั้นด้วย ซึ่งตรงนั้นก็จะเปึนสิ่งที่อาจจะ ตรงข้ามกับสิ่งที่ร่างของท่านที่เสนอ ก็คือจะต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาใหม่ แต่ว่าร่างของที่
เขาเสนอนั้นก็คือเปึนการขยายตรงนั้น ผู้ที่ทํางานก็คงเปึนผู้ที่ทํางานที่ทํางานอยู่ในเรื่องของ การที่ดูแลชดเชยความเสียหายอยู่แล้ว ซึ่งก็ได้ทํามาหลายป้แล้วด้วยกันนะครับ ซึ่งตรงนั้น ผมก็คิดว่าท่านไม่ได้เขีย นไว้ในเรื่องของการสรุปผลการศึกษาวิเคราะห์ ซึ่งผมก็คิดว่า ไม่น่าจะครบถ้วนในเรื่องของการที่เราในฐานะ สปช. ถ้าหากว่าจะศึกษาก็คงต้องเอา ผลต่าง ๆ ของการศึกษาของแต่ละหน่วยงาน หรือแต่ละบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่ได้ศึกษาไว้ แล้วนํามาเปรียบเทียบเพื่อจะหาข้อยุติ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าก็อยากจะฝากให้ท่านกรรมาธิการ ช่วยดูนะครับ แล้วถ้าอย่างไรก็ขอให้ช่วยสรุปตรงนั้นเพิ่มเติมเข้าไปด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปดิฉันขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เปรื่อง จันดา ค่ะ
กราบขออภัยครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กราบเรียนท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภค ท่านสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพทุกท่าน ก็ต้องขอเปึนกําลังใจ และขอสนับสนุนในการที่คณะกรรมาธิการทุกท่านได้พยายามรวบรวมเพื่อเปึนองค์ความรู้ ให้กับพี่น้องประชาชน และพร้อมกันนั้นก็เปึนองค์ความรู้ที่จะคุ้มครองในวิถีชีวิตที่ต้องบริโภค ที่ต้องใช้บริการต่าง ๆ ในฐานะที่เขาเกิดมาเปึนคนไทย เพื่อเปึนการเพิ่มเติมในส่วนที่ คณะกรรมาธิการได้พยายามรวบรวมทั้งหมด ผมจะขอเข้าไปสู่วาระปฏิรูปที่ ๓๑ ในเรื่องของการร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งผมได้ดู ในภาคผนวก ข ของท่านในหน้า ๔๑ ตั้งแต่หน้า ๔๑ เปึนต้นไปท่านได้ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ทั้งหมด ๔๘ มาตรา แล้วก็เปึนมาตราที่ส่วนใหญ่จะเปึนการยกเลิกเปึนการเพิ่มเติม ทุกมาตราตั้งแต่มาตรา ๖ ถึงมาตรา ๔๔ มีอยู่ ๔๘ มาตรา ยกเลิกทั้งหมด ๓๔ มาตรา เพิ่มเติมอีก ๘ มาตรา ถ้าแยกให้เห็นชัดก็จะเห็นว่ายกเลิกตั้งแต่มาตรา ๖ ถึงมาตรา ๔๔ ยกเลิกจริง ๆ ๔ มาตรา ยกเลิกแล้วก็มีการแก้ไข ๓๐ มาตรา แล้วก็มีการเพิ่มเติมข้อความ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อีก ๘ แห่ง แต่ผมไม่ทราบว่าพระราชบัญญัติฉบับเดิมมีกี่มาตรา แต่ดูแล้วน่าจะถึงมาตรา ๙๕ เปึนไปได้ไหมว่าเพื่อให้เกิดความสะดวกในด้านของการที่จะ นํามาปฏิบัติ การจะใช้กฎหมายก็คงไม่ต้องใช้กฎหมายที่มันหลายฉบับมากนัก ยกเลิกทั้งหมด ได้ไหมครับ ยกเลิกพระราชบัญญัติฉบับก่อนทั้งหมดก็คือพระราชบัญญัติที่ท่านกล่าวถึงก็คือ ให้ยกเลิก ๑. พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ อันที่ ๒ ยกเลิกพระราชบัญญัติ องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม ป้ ๒๕๔๓ คําว่ายกเลิกตรงนี้ยกเลิกทั้งหมดไหมครับ และท่านก็ยังไปเขียน วรรคสองใน (๒) บรรดากฎหมายและกฎ ข้อบังคับอื่นในส่วนที่บัญญัติไว้แล้วที่ขัดหรือแย้ง กับกฎหมายนี้ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน ผมคิดว่าใน ๔๘ มาตราแล้วมีให้ยกเลิก และเพิ่มเติมตั้ง ๔๔ มาตรา ผมคิดว่าในทางกฎหมาย ผมไม่ใช่เปึนนักกฎหมายแล้วครับ ขอเสนอว่ายกเปึนร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่เลยจะได้หรือไม่ เพื่อในการปฏิบัติ เวลาจะใช้กฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งให้ยกมาฉบับเดียวก็คือกฎหมายฉบับนั้นยกเลิกไปเลย อันนี้ก็เพื่อที่จะให้เกิดความสะดวก เกิดความคล่องตัวในการใช้กฎหมาย ผมคงมีข้อเสนอแนะ
อย่างนั้นครับ ก็ขอกราบเรียนท่านคณะกรรมาธิการเพื่อจะได้เปึนช่องทางหนึ่งที่อาจจะแก้ไข ได้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ค่ะ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูป แห่งชาติ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่ได้รับการถ่ายทอดแล้วก็ชมนะคะ ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓ จากจังหวัดยะลา ดิฉันขอสนับสนุนกรรมาธิการ
โดยท่านประธานสารี ที่มีกรรมาธิการ ที่จริงแล้วมีความจําเปึนกับชีวิตทุกคนนะคะ การคุ้มครองผู้บริโภค วาระปฏิรูปที่ ๓๑ วาระปฏิรูปที่ ๓๒ การกํากับดูแลสื่อ วาระปฏิรูปที่ ๓๓ สิทธิเสรีภาพสื่อบนความรับผิ ดชอบ วาระปฏิรูปที่ ๓๔ การปัองกันการแทรกแซงสื่อ ดิฉันขอสรุปว่าต้องกําหนดรับรองคุณภาพคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ๔ ข้อ ๑. มีสิทธิอิสรภาพ ในการเลือกหาสินค้าและบริการ ๒. ต้องปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ๓. การได้รับ ความเปึนธรรมในการทําสัญญา ๔. การได้รับชดเชยความเสียหายหรือเยียวยา ดิฉันภูมิใจ ตามหลักการของศาสนาอิสลาม กฎหมายอิสลามได้บรรจุไว้ในคัมภีร์อัลกุรอาน โดยท่านศาสดามูฮัมหมัดให้คุ้มครองผู้บริโภคโดยเริ่มจากอาหาร ปาล์มก็คือฮาลาล เหมือนท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วินัย ดะห์ลัน ที่มีโครงการฮาลาล ขั้นตอนฮาลาล ไม่ใช่แค่ตราฮาลาลอย่างเดียว ผู้ที่เปึนฮาลาลจะต้องรู้ขั้นตอน วิธีการ แล้วก็ทุก ๆ อย่าง ดังนั้นดิฉันภูมิใจที่ดิฉันมีครอบครัวที่คุณพ่อดิฉันได้สนับสนุนอาหารฮาลาล ดิฉันไม่กี่ป้ ก็จะครบ ๖๐ ป้ แต่ดิฉันก็มีสุขภาพดี ไม่มีโรค เพราะดิฉันได้รับประทานอาหารตราฮาลาล เวลาดิฉันรับประทานอาหารที่ไม่มีตราฮาลาลดิฉันจะมีเซนซิทีฟ (Sensitive) คือจะอาเจียน หรือว่ามีพิษออกมาเหมือนกับว่าแพ้ ทําให้ดิฉันสุขภาพดี แล้วก็หน้าตาก็สดใส ผมก็ไม่หงอก แล้วก็ทุกคนก็ดูว่ายังสวย ขอบคุณนะคะ แล้วก็ระบบคุ้มครองที่เปึนปัญหาในปัจจุบัน เช่น สิทธิของผู้บริโภค ยังไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าที่ควร โดยเฉพาะ ด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค และการบังคับใช้กฎหมายที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ประเด็นข้อมูลข่าวสารผู้บริโภคขาดความเข้าใจในเทคโนโลยี และไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล แล้วก็การตัดสินใจ องค์กรผู้บริโภคที่มีอยู่ไม่มีส่ว นร่วมในการกําหนดนโยบาย กฎหมาย หรือมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภคยังไม่ทั่วถึง ยังขาดยุทธศาสตร์และแผนคุ้มครอง ผู้บริโภคระดับชาติถึงท้องถิ่น ดิฉันอยากจะให้มีศูนย์เรียกร้องหรือร้องเรียนระดับชุมชน หมู่บ้าน ตําบลถึงระดับภาค ผู้บริโภคทุกชนิดในประเทศไทยให้มีทุกมิติร้ องเรียนได้ทุกชนิด ให้ท่านประธานกรรมาธิการ แล้วก็สมาชิกน่าจะเปึนการปฏิรูปนะคะ ดังนั้นประเด็น ในการปฏิรูปดิฉันขอให้ ๑. การปรับโครงสร้าง สร้างความสมดุลอํานาจระหว่างภาครัฐ ภาคผู้ประกอบการ แล้วก็ภาคประชาชนผู้บริโภคจะต้องร่วมกัน ๒. การมีแผนยุทธศาสตร์ ระดับชาติจะต้องให้ทั่วถึงระดับรากหญ้า ๓. การมีระบบเยียวยาและชดเชยความเสียหาย อย่างเปึนธรรม ๔. การจัดระบบข้อมูลสําหรับผู้บริโภค ๕. มีกฎหมายเพื่อการจัดตั้ง
องค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ทั่วถึง ๖. มาตรการและบทลงโทษผู้ประกอบการ ที่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ๗. มาตรการปัองกันปัญหาสําหรับผู้บริโภค การปฏิรูปเกิดแน่ ถ้าสร้างประโยชน์ดังต่อไปนี้ ๑. ผู้บริโภคต้องปลอดภัย ๒. การบังคับใช้กฎหมาย จะต้องมีประสิทธิภาพ ๓. ต้องได้รับข่าวสารอย่างเพียงพอ ๔. ต้องมียุทธศาสตร์เชิงรุก ดิฉันขอยกตัวอย่ำง ขอเวลาสักนิดนะคะ ยกตัวอย่างของดิฉันนะคะท่านประธาน ตัวอย่างก็คือดิฉันเปึน สปช. ดิฉันอยากจะมีอินเทอร์เน็ต ดิฉันได้อยู่บ้านของ พลเอก ธวัชชัย
แล้วดิฉันก็ใช้ ๓ บีบี พอดิฉันย้ายมาอยู่ที่ท่าอิฐดิฉันจะขอย้ายมา ๓ บีบี เขาบอกไม่ได้ค่ะ ตอนนี้ดิฉันเลยจะต้องจ่ายตั้งแต่เดือนมีนาคมมา แล้วดิฉันจะต้องจ่ายไปถึง ๑ ป้ นี่คือ สปช. สามารถจ่ายได้ แล้วพอดิฉันจะมาอยู่ที่ท่าอิฐดิฉันต้องเริ่มสตาร์ ต (Start) ใหม่เลยค่ะ ดิฉันว่าถ้าเกิดประชาชนเขาไม่มีเงิน นี่ดิฉันไปต่อรองถึงบิ๊กซีเขาบอกไม่ได้ค่ะ กฎหมายเขา ทําสัญญาวันแรกจะต้องทําถึง ๑ ป้ ถึงย้ายก็ย้ายไปไม่ได้ ดิฉันก็ถือว่านี่เปึนการเอาเปรียบ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งประชาชนบอกดิฉันเอสเอ็มเอส (SMS) กินเงินค่ะ เขาใส่เงินแบบภาคปกติ อยู่ ๆ กินเงินทั้งวันเล ยโดยที่เขาไม่ได้เอสเอ็มเอส ดิฉันก็ถือว่านี่คือกินเงินของประชาชน รากหญ้าค่ะ ๒. ดิฉันอยากจะฝากถึงสัญญาเช่าบ้าน สัญญาเช่าบ้านไม่เปึนธรรมคือ เจ้าของบ้านเอารัดเอาเปรียบ เพราะว่าคนตอนนี้พออยู่ต่างถิ่น ต่างจังหวัดจะต้องมาอยู่ที่ กรุงเทพฯ จะต้องมาเช่าบ้าน ค่าน้ําประปา ค่าไฟฟัา มีมิเตอร์แต่ไม่ได้เก็บตามมิเตอร์เลยค่ะ ดิฉันว่าสัญญานี้โหดในภาวะเศรษฐกิจย่ําแย่ ดิฉันคิดว่าเหมือนกับบริษัทประกัน เมื่อกี้มีท่านหนึ่งบอกว่าเกี่ยวกับประกันรถยนต์ ดิฉันมีญาติคนหนึ่งเขาได้ซื้อรถแถมประกัน ในขณะที่ยังไม่ทันที่จะไปขับรถ รถไปจอดแล้วก็มีคนมาจอดรถ สุดท้ายเขาบอกไม่มีใบขับขี่ ดังนั้นต้องเสียทั้ง ๆ ที่มีประกัน แต่เจ้าของรถยังไม่ทันทําใบขับขี่ ดิฉันคิดว่าก่อนที่จะซื้อรถ อยากจะให้ทําใบขับขี่ก่อนจะอนุมัติซื้อรถ ยกตัวอย่าง ขอขอบคุณค่ะ ฝากด้วยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ ต่อไปขอเชิญท่านคณิศร ขุริรัง ท่านสุดท้ายค่ะ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คณิศร ขุริรัง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดหนองบัวลําภูครับ ต้องขอให้กําลังใจคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคที่จะช่วยปกปั องคุ้มครองพี่น้องประชาชนคนไทยให้พ้นจาก การถูกเอารัดเอาเปรียบ ให้มีความปลอดภัยในการบริโภคอาหาร บริโภคสินค้าต่าง ๆ เปัาหมายและแนวทางการคุ้มครองผู้บริโภคนั้น ผมจะขออนุญาตแสดงข้อคิดความเห็น เพิ่มเติมให้กับคณะกรรมาธิการดังต่อไปนี้ครับ เปัาหมายแรกก็คงให้ผู้บริโภค ได้รับความปลอดภัยจากการค้าที่ไม่เปึนธรรม ซึ่งการค้าที่ไม่เปึนธรรมนั้นจะส่งผลต่อชีวิต และทรัพย์สินกับผู้บริโภคและบริการ ผมจะขอเน้นปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องชาวไร่ ชาวนา ชาวบ้านในชนบท นั่นก็คือการใช้สารเคมีในภาคเกษตร ปัจจุบันนี้ผู้นําเข้าสารเคมี มีอยู่มากมายหลายบริษัทซึ่งขาดการควบคุม ปัจจุบันนี้ท่านทราบไหมครับในท้องไร่ท้องนา
ชาวบ้านไปหาปลาจับปลากินตามห้วย หนอง คลอง บึงนั้นไม่ปลอดภัยครับ เพราะอะไรครับ การใช้สารเคมีในท้องไร่ท้องนาเกิดจากการทําไร่ใช้ยาฆ่าหญ้า จากที่สูงก็จะไหลลงที่ต่ํา ไหลลงห้วย หนอง คลอง บึง อันนี้สําคัญครับ ชาวบ้านไปจับปลามีแผลนิดหนึ่งเป๋ือย รักษาไม่ทัน ขาขาดได้ครับ นี่คือประเด็นหนึ่งที่ผมจะขอฝากไว้ ประเด็นที่ ๒ การใช้สารเคมี กับพืชผลทางการเกษตร เพราะอะไรครับต้องใช้สารเคมี กันแมลงมาเจาะมาไชบ้าง ปัจจุบันนี้ภูมิปัญญาชาวบ้านใช้สมุนไพรควรจะสนับสนุนเขา
สมุนไพรในการปัองกันแมลงภูมิปัญญาชาวบ้านมีครับ ฝากคณะกรรมาธิการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคไปศึกษาด้วยนะครับ นั่นคือในเรื่องความปลอดภัย ต่อไปผู้บริโภค จะต้องได้รับความเปึนธรรม โดยผู้ผลิต ผู้ขาย จะต้องไม่ใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกลวงผู้บริโภค หลอกลวงว่าสินค้านี้ดี ยาเทวดากินแล้วหายภายใน ๓ วัน ๗ วัน อย่างนี้เปึนต้น วิทยุชุมชน ปัจจุบันนี้ ขายกันอย่างดาษดื่น ทําเปึนลูกโซ่ ทําเปึนเครือข่าย ท่านไปตรวจสอบดูด้วย ภาครัฐจะต้องมาดูแล ต้องมาคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะชาวบ้านที่อยู่ตามชนบท อีกประเด็นหนึ่งที่สําคัญ การหลอกลวงผู้บริโภคทํานิติกรรมที่มีเจตนาหลอกลวง ท่านทราบไหมในสังคมชนบทต้องการเงินก้อนหนึ่ งไปทําสัญญากู้ยืมเงินกับนายทุน นายทุนทําอย่างไร ทราบไหมครับ ให้เซ็นชื่อไว้ในสัญญาที่ว่างเปล่า แล้วจะกรอกตัวเลข หรือจํานวนเงินเมื่อเขาผิดนัดไม่ชําระหนี้ ตรงนี้ฝากท่านด้วย หน่วยงานของรัฐจะต้องพัฒนา การคุ้มครองผู้บริโภคตรงนี้ ที่เลวร้ายที่สุดครับผมพบมาแล้ว ชาวบ้านไปขอกู้เงินกับนายทุน มีทรัพย์สินไปประกันการชําระหนี้ มีที่ดินอยู่แปลงหนึ่งนะครับ บอกต้องการมาประกัน การชําระหนี้จํานองเท่านั้น แต่ปรากฏว่าวันดีคืนดีเจ้าหนี้บอกว่าอยู่ไม่ได้แล้วนะที่ดินแปลงนี้ เพราะคุณทําขายฝากให้กับผมแล้ว สัญญาขายฝากกรรมสิทธิ์โอนทันทีครับ แต่สัญญาจํานอง ที่ชาวบ้านเข้าใจนั้นมันต้องฟัองบังคับจํานองก่อนถึงจะบังคับจํานองขายทอดตลาดได้ แต่ขายฝากกรรมสิทธิ์โอนทันทีเมื่อครบกําหนดเวลาชําระหนี้ ไม่ชําระหนี้เขา ทรัพย์สินนั้น หายไปทันที นี่ชาวบ้านโดนมามาก โดยเฉพาะในสังคมต่างจังหวัด ขอฝากคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ท่านสมาชิกคะ ขณะนี้สมาชิกจํานวน ๑๕ ท่านที่ได้แจ้งความประสงค์ จะอภิปรายให้ความเห็นวาระปฏิรูปที่ ๓๑ การปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค จํานวน ๕ เรื่อง และร่างพระราชบัญญัติประกอบ ๖ ฉบับ ได้อภิปรายครบทุกท่านแล้วค่ะ ต่อไปดิฉันขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการกรุณาชี้แจงค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคมีกฎหมายหลายฉบับ ดิฉันอยากให้ท่านประธานที่ดูแลกฎหมายแต่ละคณะได้ขออนุญาตชี้แจง ๑-๒ นาที แล้วดิฉันจะขออนุญาตสรุป ๑-๒ นาที ขออนุญาตเวลาท่านประธานด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ขอเชิญค่ะ
เรียนท่านประธาน แล้วก็ ท่านสมาชิกที่เคารพนะครับ ผมในฐานะประธานอนุกรรมาธิการจัดทําข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป ภาครัฐ ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ข้อ เสนอนะครับ ข้อเสนอที่ท่านพูด ก็ต้องขอบคุณนะครับ ที่ได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ซึ่งก็ตรงกับแนวทางของตัวคณะอนุกรรมาธิการเรา ก็คือว่า หลาย ๆ ท่านที่จะพูดถึงระบบฐานข้อมูลหรือความรู้นะครับ อันนี้ก็เปึนไปตามหลัก หรือแนวทางที่คณะกรรมาธิการร่วมกับภาคประชาชนที่เราไปพบปะ รวมทั้งส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องก็คือเรามองว่าการคุ้มครองและปกปัองผู้บริโภคที่ดีที่สุดก็คือการสร้างองค์ความรู้ ที่ถูกต้องให้กับประชาชนแล้วก็ผู้บริโภค ให้สามารถดูแลและปกปัองตนเองได้ในเบื้องต้น อันนี้คือหัวใจของการทํางานในเรื่องระบบฐานข้อมูลของเรา สิ่งซึ่งผมได้ขาดตกบกพร่องไป แล้วก็ไม่ได้เรียนท่านก็คือในเรื่องระบบฐานข้อ มูล ก็คือว่าในการรวบรวมข้อมูลนั้น เราพิจารณาว่าระบบฐานข้อมูลเรานั้นมิใช่ฐานข้อมูลที่มาจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว ระบบฐานข้อมูลนั้นจะต้องมาจากภาคประชาชนหรือองค์กรเครือข่ายภาคประชาชน ที่ได้ดําเนินการบู รณาการไว้ล่วงหน้าแล้ว ตลอดจนข้อมูลข่าวสารจากผู้ประกอบการ เพื่อรวบรวมเปึนระบบฐานข้อมูล
ซึ่งในที่นี้เราอาจจะหมายถึงภาครัฐเปึนเจ้าภาพในการรวบรวมข้อมูล สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผม ขาดไปไม่ได้ชี้แจงท่านนะครับ อันที่ ๒ ก็คือที่เราเห็นความสําคัญของการให้องค์ความรู้ หรือการให้ข้อมูลกับประชาชน ก็คือว่าการเข้าถึงข้อมูลของประชาชนนั้นหลาย ๆ ท่าน ได้พูดถึงว่าประชาชนในต่างจังหวัด ประชาชนในท้องถิ่นนั้นยังเข้าไม่ถึงข้อมูล อันนี้เปึนสิ่งที่ เราก็ตระหนักนะครับ แล้วก็เห็นด้วยกับท่านว่าข้อมูลข่าวสารนั้นจะต้องไปถึงประชาชน โดยทั่วถึงกัน การเข้าถึงโดยง่ายและการเข้าถึงโดยสะดวกคือสิ่งที่เราเห็นพ้องตรงกับท่าน แล้วก็จะไปดําเนินการ อาจจะเพิ่มเติมในสาระรายละเอียดให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น สิ่งหนึ่ง ที่ท่านพูดถึงก็คือเรื่องขอ งการใช้ภาคีเครือข่าย อันนี้ก็เห็นตรงกับพวกเราอยู่แล้วว่า ภาคีเครือข่ายต่าง ๆ นั้นมีทั้งภาคีเครือข่ายที่เปึนของภาครัฐ ของภาคประชาชน รวมทั้งผู้ประกอบการเองก็มีอยู่จํานวนมากมาย แต่ประเด็นปัญหาซึ่งยังมีอยู่ก็คือว่า ภาคีเครือข่ายนั้นมีข้อมูลหรือความรู้ในเรื่องข องการคุ้มครองผู้บริโภคในวงจํากัด คือจะรู้ เฉพาะเรื่องที่ตัวเองเปึนคนรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นจึงเปึนหน้าที่ของภาครัฐจะต้องให้ความรู้ ให้ภาคีเครือข่ายเหล่านั้นเปึนตัวแทนให้ส่งถึงภาคประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในท้องถิ่น ให้ได้รับประโยชน์สูงสุด ก็ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้ง หนึ่งครับ ผมมีเรื่องชี้แจงสั้น ๆ เท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากค่ะ ไม่ทราบว่าท่านอื่นมีอีกหรือเปล่าคะ ขอเชิญค่ะ
ในส่วนของผมจะขออนุญาตเพิ่ม เพื่อเสริมทั้งภาพรวมว่าในการปฏิรูปองค์กรผู้บริโภคของคณะ เราสรุปได้ ๖ ประเด็น ก็คือ การขจัดสินค้าที่บกพร่อง สินค้าต้องปลอดภัย ลดกลไกผูกขาด เพิ่มอํานาจผู้บริโภค ปลดทุกข์โศกผู้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข และเร่งรุกบทบาทใน กสทช. ก็คือ สิ่งที่คณะนี้ได้ออกแบบวางแล้วก็ดูว่า กระบวนการทางกฎหมายจะทําได้อย่างไรบ้าง กระผมขอเรียนว่าเมื่อวานนี้ได้ไปอภิปรายที่สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ท่านเลขาธิการ อย. ได้ปรารภว่าในด้านหนึ่งประเทศไทยก็จะต้องบรรลุอีโคโนมี ออฟ สป้ด อินโนเวชัน (Economy of speed innovation) ที่จะทําให้เราไปปักธงเศรษฐกิ จได้ แต่อีกด้านหนึ่งหลีกไม่พ้นที่ต้องดูแลความปลอดภัย มาตรฐานและคุณภาพ ๒ บทบาทนี้ บางทีข้าราชการเขาก็อึดอัดเหมือนกัน ด้านหนึ่งก็ต้องการเร่ง แต่อีกด้านหนึ่งก็ต้องการให้
ดูแลประชาชน ก็เรียนว่าคณะโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอาจารย์วินัย ขออนุญาตที่กล่าวถึงว่า เราพยายามทํา ๒ อย่างให้สมดุลกันนะครับ ถึงแม้ว่าหัวข้อผู้บริโภคนั้นจะถูกกําหนดไว้ ในเรื่องของการสร้างความเปึนธรรม แต่ก็ไม่ได้ละเลยเรื่องของเศรษฐกิจ และขอเรียนท่านว่า ที่ท่าน สปช. ได้กล่าวถึงรูปลักษณ์ของสินค้า เราได้ถกกันมากครับ หลายท่านได้บอกว่า ควรจะครอบคลุมไปถึงสินค้าที่ไม่มีรูปร่างด้วย เพราะว่ามีผู้บริโภคได้รับผลกระทบ เช่นที่จังหวัดขอนแก่น รถ ๒ คันในสวนสัตว์เมื่อประสบอุบัติเหตุผู้ไปเที่ยวก็ได้รับผลกระทบ นี่ก็เปึนตัวอย่าง ซึ่งเปึนสินค้าที่บางทีมันไม่มีรูปร่าง เพราะเปึนบริการ แต่ด้วยเวลา และด้วยกําลังของเราถ้าจะแก้กฎหมายนี้ก็ยังไม่ครอบคลุม ก็ต้องเรียนว่านิยามนี้ ยังเปึนสินค้าที่มีรูปร่างอยู่ครับ และอีกประเด็นหนึ่ง ที่ท่านได้อภิปรายในตอนท้าย ท่าน สปช. คณิศร เกี่ยวกับเรื่องของการดูแลเรื่องโฆษณา อันนี้ก็เปึนเรื่องใหญ่ ซึ่งยังไม่ได้ บรรจุในกฎหมายฉบับนี้นะครับ แต่ กสทช. ก็คงจะต้องร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมขอเรียนว่าทั้งหมดนี่เปึนส่วนเล็ก ๆ นะครับ แต่ว่าภาพที่ทํางานตามหน้าที่ที่แท้จริงนี่ ที่ท่าน พลเอก ภูดิศ ขออนุญาตที่กล่าวอีกครั้ง ได้มองภาพรวมของการปฏิรูประบบ ผมคิดว่า ทั้งหมดนี้ก็จะผนวกกัน แล้วก็ให้ความมั่นใจว่าเราในระยะปฏิรูปนี้สามารถที่จะดําเนินการได้ อย่างเต็มกําลังครับ ส่วนเรื่องสื่อที่ท่าน สปช. เกรียงไกรได้ปรารภไว้นั้น ถ้าหากครั้งหน้า เรามีโอกาสได้มาเปึน สปช. อีกก็จะปรับปรุงให้ดีขึ้นครับ
ขอเชิญอาจารย์ดอกเตอร์วินัยค่ะ
ขอบคุณมากครับ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณทางสมาชิกทั้ง ๑๕ ท่านนะครับ จดทุกประเด็นไว้หมด แต่ว่าอย่างไรก็ตามจะมี ประเด็นของบางท่านที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของกฎหมายมะนาว ผมก็จะขออนุญาตตอบไป ในประเด็นนั้นเท่านั้นนะครับ ประเด็นแรกเลยก็คือที่ท่านวสันต์ ภัยหลีกลี้ ท่านพูดถึง เรื่องของการเรียกรถกลับ กรณีการเรียกรถกลับว่าทั่วโลกเขาก็ทํากัน กรณีประเทศไทยไม่มี เรื่องนี้นั้น อย่างหนึ่งเลยก็อยากจะเรียนให้ทราบว่าประเด็นอันหนึ่งเปึนเรื่องของเพอร์เซพชัน (Perception) หรือว่ากรอบวิธีคิดของคนไทยด้วย
ในกรณีที่ผู้บริโภคนั้นบางครั้งก็จะให้ทางราชการคอยดูแลให้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการทํา กฎหมายของผู้บริโภคนั้น ส่วนหนึ่งก็เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคนั้นคุ้มครองดูแลตัวเองด้วย อันนั้นก็เปึนเรื่องหนึ่งแล้วก็คาดหวังว่า พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคต่าง ๆ ในทุกฉบับ ทั้ง ๖ ฉบับนั้นจะช่วยให้คนไทยปรับวิธีคิดในกรณีที่จะปัองกันตัวเองนะครับ อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องที่ท่าน ว่าที่ร้อยเอก จิตร์ ศิรธรานนท์ ท่านพูดถึงเรื่องของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของจิตวิญญาณ เรื่องนี้นั้นท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะได้พูดไว้อย่างชัดเจนว่าเวลาท่าน กินอาหารที่ไม่ฮาลาลนั้นท่านรู้สึกไม่ดีเลย ท่านมีปัญหา อันนี้เปึนผลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ จิตวิญญาณ ทางดับบลิวเอชโอ (WHO) นั้นกําหนดในเรื่องของนิยาม เรื่องของจิตวิญญาณ ถ้าเข้ามาในเรื่องของสป่ริชวล เซฟตี (Spiritual safety) พวกเราเมื่อวานนี้ผมก็ได้อภิปรายว่า บางทีเราไปใช้คําว่าเรื่องของทางปัญญา แต่ว่าที่ทางดับบลิวเอชโอนั้นพยายำมที่จะแสดง ความเข้าใจก็คือเรื่องของทางจิตวิญญาณ สิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความเชื่อในเชิงศาสนา เรื่องนี้นั้นมีงานวิจัยทางการแพทย์ยืนยันชัดเจนว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้น ที่ท่านขอว่าหลายเรื่องนั้นมันไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของจิตวิญญาณ ตรงนี้นี่เอง ก็จะเข้าไปดูว่าอะไรที่มันเกี่ยวข้องกับทางจิตวิญญาณเราก็จะคงไว้ ส่วนไหนที่ไม่เกี่ยวข้องนั้น ก็อาจจะไปสร้างปัญหาให้กับทางผู้ประกอบการได้ ในส่วนนี้ก็จะตัดออก แล้วก็ที่ท่านพูดถึง เรื่องของสินค้าที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งอาจารย์วิทยาได้พูดไปแล้ว ในเรื่องของ พ.ร.บ. ของเรา เกือบทั้งหมดนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องของสินค้าที่เปึนผลิตภัณฑ์ ในส่วนของบริการนั้น เนื่องจากว่ามันมีประเด็นปัญหาหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของกฎหมายมะนาวนั้น เรายังไม่สามารถที่จะหาตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของบริการได้ ก็คาดว่าเมื่อกฎหมาย ได้พัฒนาไปสักระยะหนึ่งแล้ว เรื่องของบริการก็คงสามารถที่จะเอามานําเสนอได้ กรณีอย่างนี้เราก็เลยยังไม่ได้ทําเรื่องของบริการ อีกท่านหนึ่งที่ท่านให้ข้อมูลที่น่าสนใจ อย่างยิ่งคือ ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ชาติชาย ณ เชียงใหม่ ท่านพูดถึงเรื่องของกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับเรื่ องของส่วนบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค ในเรื่องนี้ก็อยากจะเรียนให้ท่านได้สบายใจว่าสิ่งที่เราพยายามที่จะนําเสนอก็จะเปึน เรื่องของส่วนรวมเปึนหลัก ท่านอาจจะดูได้ในส่วนที่เราเขียนในกรณีของ พ.ร.บ. ความรับผิด ต่อความชํารุดบกพร่องของสินค้า ตรงนั้นในส่วนที่เปึนคํานํานั้นเกี่ยวข้องชัดเจนว่าการที่เรา ดูแลเรื่องของผู้บริโภคนั้น เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง
ก็คือเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ําทางสังคม เรื่องนี้นั้นจะเปึนกลเม็ดอย่างหนึ่งในการที่จะ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสังคมโดยรวม อีกท่านหนึ่ง ท่านกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะท่านพูดถึงเรื่องของอาหารฮาลาล เรื่องนี้ก็อยากจะเรียนให้ทราบว่า เราคุยกันในเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะว่ามันมีอยู่เรื่องหนึ่งที่เวลาเราคุย กัน ในเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคทางด้านจิตวิญญาณมักจะมีปัญหา เพราะหลายครั้ง ทางหน่วยงานราชการมีความรู้สึกว่าอาหารพวกนั้นมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของสุขภาพ กินอาหารที่ไม่ฮาลาลไปแล้วมันไม่มีผลต่อสุขภาพ กรณีอย่างนี้เราก็พยายามที่จะนําเสนอว่า จริง ๆ แล้วนิยามคําว่าสุขภาพมันเปลี่ยนแปลงไป มันมีทั้ง ๔ องค์ ทั้งเรื่องของกาย ใจ สังคม แล้วก็จิตวิญญาณ แล้วก็เรื่องที่ท่านพูดถึงเรื่องของ ๔ ข้อ ทางด้านการดูแลสิทธิผู้บริโภคนั้น ในส่วนนี้เราให้ไปถึง ๘ ข้อ เพื่อให้เปึนไปตามสากล ในส่วนของท่านอื่น ๆ ก็ต้องขอขอบคุณ เราก็ได้จดทุกประเด็นไว้หมดครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ ในฐานะกรรมาธิการ ผมชี้แจงอาจารย์เปรื่องนิดเดี ยวนะครับ ผมเห็นอาจารย์นั่งก้มอยู่ว่า เอ๊ะ ทําอะไร สุดท้ายนับมาตราให้ผมว่าเราแก้กี่มาตราเกี่ยวกับ พ.ร.บ. กสทช. นะครับ แล้วอาจารย์ท่านก็ถามว่าทําไมไม่ยกเลิกทั้งหมด กฎหมาย กสทช. เรื่ององค์กรกํากับมีทั้งหมด ๙๕ มาตรา เราเสนอแก้ ๔๘ มาตรานะครับ ซึ่งสาระสําคัญ ผมไม่อภิปราย ที่ไม่ยกเลิกเพราะว่าหลายมาตราก็ดีอยู่แล้วทํางานได้นะครับ แต่ที่เสนอปรับปรุงแก้ไขก็ต้องการทําให้เกิดการทํางานที่มีประสิทธิภาพแล้วก็มีคุณภาพมากขึ้น ในการกํากับกิจการวิทยุกระจายเสียงและโทรคมนาคมโดยเฉพาะในส่วนที่จริง ๆ ไม่เกี่ยวกับ คุ้มครองผู้บริโภคอย่างเดียว เกี่ยวกับทุก ๆ เรื่อง รวมทั้งพวกผมด้วยคือผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ ที่มีส่วนอยู่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ จึงเสนอปรับปรุงแก้ไขให้มีประสิทธิภาพแล้วก็ตรงจุด มากขึ้น ขอบคุณอาจารย์ที่ช่วยนับมาตราให้แล้วก็บอกว่าพวกเราแก้อะไรนะครับ ส่วนที่ ๒ คือว่าที่เสนอปรับปรุงแก้ไขเพราะว่ารัฐบาลเองก็เสนอแก้ไขเรื่องนี้นะครับ แต่ว่าผลการศึกษา ไม่ว่าจะเปึนของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งผมก็อยู่ด้วย แล้วก็คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคเห็นว่าแนวของรัฐบาล แก้ไขหลายอย่างไม่ตรงจุด เราจึงเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อให้การคุ้มครอง หรือการดูแลผู้บริโภคผ่านองค์กรกํากับมีประสิทธิภาพแล้วก็มีคุณภาพมากขึ้น ตอบโจทย์ ตอบปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนปัญหาธรรมาภิบาล ปัญหาเรื่องการใช้จ่าย ปัญหาเรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนได้ชัดเจนขึ้นนะครับ ส่วนข้อสังเกตของคุณนิพนธ์ นาคสมภพ เดี๋ยวจะรับไว้ไปพิจารณาในช่วงของการปรับปรุงรายงานนะครับ ก็ขอบคุณสมาชิก แล้วก็ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสกรรมาธิการ สําหรับผมแล้วประชาชนคือผู้บริโภค ผู้บริโภคคือประชาชนนะครับ การคุ้มครองประชาชนก็คือการคุ้มครองผู้บริโภคนั่นเอง ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณมากค่ะ ขอเชิญค่ะ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตตอบชี้แจง ข้อสงสัย ข้อซักถาม แล้วก็ข้อ เสนอแนะของท่านสมาชิกเกี่ยวกับเรื่องของร่างกฎหมาย
การคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่า เนื่องจากว่าเราได้นําร่างกฎหมายแล้วก็ข้อศึกษาบทความต่าง ๆ ของหลาย ๆ ฝ์าย หลาย ๆ หน่วยงานที่ได้ดําเนินการมาแล้วก่อนหน้านี้มาศึกษา เรายกร่างเปรียบเทียบจาก หลาย ๆ ฉบับ คณะอนุกรรมาธิการก็เห็นว่าบางฉบับที่มีข้อความคิดเห็นที่ต่างกัน คณะอนุกรรมาธิการเราได้พิจารณาว่าร่างฉบับใด มาตราใดที่เปึนประโยชน์ต่อประชาชน มากที่สุด เราเอาตัวนั้นมาจุดร่างเปึนกฎหมายฉบับใหม่เกิดขึ้น แล้วก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า ในส่วนของร่างที่ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณหมอไพศาล จันทรพิทักษ์ ที่กรุณาให้ความรู้เกี่ยวกับ เรื่องของร่างที่แพทยสภาเสนอแก้ไขมาตรา ๔๑ พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่ให้รวมครอบคลุมไปถึงข้าราชการ ผู้ประกันตนในกฎหมายประกันสังคม แล้วก็กลุ่มคน ที่อยู่ในความรับผิดชอบของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติรวมด้วยกันทั้ง ๓ ส่วน ก็อยากกราบเรียนว่าในร่างกฎหมายฉบับที่เรายกร่างขึ้นมานี้เราก็ครอบคลุมทั้ง ๓ หน่วย ถ้าเราจะใช้มาตรา ๔๑ นั้นก็เกรงว่าจะเกิดปัญหาว่าไม่ดูแลในส่วนของภาคราชกา ร แล้วก็ประกันสังคม ซึ่งมีกฎหมายไปอีกฉบับหนึ่งเราก็ยกร่างมารวมเปึนฉบับเดียว แล้วก็ให้มีกองทุนเดียวในการที่จะดูแลผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมดทุกภาคส่วน แล้วก็ขออนุญาตกราบเรียนในเมื่อเราได้รวมทั้ง ๓ กองทุนนี้เอามาตั้งเปึนกองทุนฉบับนี้ ฉบับร่างกองทุนเดียวนั้นเ ราก็มีการปรับปรุงในส่วนของคณะกรรมการที่จะมา กําหนดนโยบายต่าง ๆ โดยการที่เพิ่มปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งดูแลเงินของข้าราชกา ร เลขาธิการสํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
แล้วก็เลขาธิการสํานักงานประกันสังคมเข้ามารวมเปึนคณะกรรมการชุดนี้ด้วยในการกําหนด นโยบายต่าง ๆ แล้วก็ขอกราบขอบพระคุณทุกความเห็นและเราจะรวบรวมทั้งความเห็น และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปพิจารณาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขอบพระคุณมากค่ะ ขอเชิญท่านประธานค่ะ
ขอบพระคุณ ท่านประธานนะคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกสภาปฏิรูป แห่งชาติทุกท่าน ที่ให้ข้อคิดเห็น คําแนะนํา ข้อเสนอแนะที่ดีในการปรับปรุงกฎหมายทั้ง ๔ ฉบับ รวมทั้ง รายงานการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐ ดิฉันคิดว่าคนจนถูกหลอกด้วยฌาปนกิจสงเคราะห์ คนรวยก็ถูกหลอกด้วยแชร์ลูกโซ่ยูฟัน ดิฉันคิดว่าผู้บริโภคไม่มีใครไม่ถูกหลอก เพราะฉะนั้น ทําไมเราไม่ทําให้คนเหล่านี้รู้วิธีบริหารการเงินที่ดีหรื อรู้วิธีการจัดการที่ดี ซึ่งนั่นคือต้องทําให้ ผู้บริโภคเท่าทันมากขึ้นนั่นเอง จริง ๆ วันนี้กฎหมาย ๔ ฉบับกับการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐ และกฎหมาย ๒ ฉบับ ฉบับหนึ่งเราร่วมมือกับกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ กฎหมายการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เปึนธรรม อํานาจ เหนือตลาด อีกฉบับหนึ่งที่ดิฉันก็คิดว่าขณะนี้ยังไปไม่ถึงฝัืงก็กังวลกฎหมายอีก ๔ ฉบับนี้ ไม่น้อยไปกว่ากัน ดิฉันก็เลยอยากจะยกตัวอย่างว่าจริง ๆ เรามีกระทรวงพาณิชย์ เรามี กรมการค้าภายใน เรามีกรมส่งเสริมการส่งออก เรามีสํานักงานส่งเสริมการลงทุน แล้วเรามี กรมอีกมากมายที่สนับสนุนการค้า การพาณิชย์ ขาอีกขาหนึ่งที่อาจจะยังเดินไม่ค่อยทันก็คือ ขาของผู้บริโภค เพราะฉะนั้นดิฉันหวังว่าวันนี้ขาผู้บริโภคที่จะช่วยทําให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง แล้วก็ยั่งยืน จริง ๆ ในสังคมไทยที่จะช่วยสนับสนุนให้ผู้บริโภคถูกปลดปล่อย และมีพลัง ในสังคมไทยที่จะทําให้อํานาจการค้าการขายต่าง ๆ ได้รับความเชื่อถือ ดิฉันก็หวังว่า สิ่งเหล่านี้จะเปึนเครื่องมือในการสนับสนุนให้ผู้บริโภคมีพลัง เรามีสินค้าที่มีมาตรฐานและ ที่สําคัญผู้บริโภคมีกลไกต่าง ๆ ในการจัดการปัญหาของตัวเองเบื้องต้นได้เปึนอย่างดี ต้องขอบคุณท่านประธานหวังว่ากฎหมายทั้ง ๔ ฉบับนี้จะได้ยินไปถึงรัฐบาล ๒ ฉบับเดิม จะได้ยินไปถึงรัฐบาลด้วยแล้วก็หวังว่าจะได้รับการสนับสนุน หลายฉบับไม่ได้มีการเงินเข้ามา เกี่ยวข้อง หวังว่าท่านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะช่วยสนับสนุนให้กฎหมายทั้ง ๖ ฉบับ ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคเดินหน้า ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน
ขอบพระคุณมากค่ะ เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานการพิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๓๑ การปฏิรู ประบบการคุ้มครองผู้บริโภค (รอบ ๒) จํานวน ๕ เรื่องด้วยกัน แล้วก็ ร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๖ ฉบับแล้ว ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วย หรือไม่กับรายงานแต่ละ เรื่องที่คณะกรรมาธิการนําเสนอ แล้วก็ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่ กับหลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติตามลําดับ ดังนั้นท่านจึงมีภารกิจที่จะต้อง ลงมติหลายเรื่องด้วยกัน ก่อนที่จะขอมติจากที่ประชุมดิฉันขออนุญาตตรวจสอบ องค์ประชุมก่อนค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ท่านอยู่ในห้องประชุมแล้ว ท่านกรุณาใช้สิทธิแสดงตน ท่านกรุณาเสียบบัตร และกดที่ช่องแสดงตนค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ทุกท่านแสดงตนแล้ว ดิฉันป่ดนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ ผู้เข้าร่วมประชุม ๑๖๗ ท่าน ครบเปึนองค์ประชุมนะคะ
ท่านประธานครับ ผม อําพล จินดาวัฒนะ หมายเลข ๒๔๓ แสดงตนครับ
ฝ์ายเลขาช่วยจดด้วยนะคะ ก่อนที่ดิฉันจะให้สมาชิกได้ใช้สิทธิในการลงมตินี่นะคะ ดิฉันมีเรื่องจะหารือ ๑ เรื่องค่ะ เนื่องจากวันนี้จะมีการขอความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ หลายฉบับด้วยกัน ซึ่งการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต้องปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๕๕๘ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อ ๑๐๗ ซึ่งกําหนดว่าเมื่อสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว ให้สภามีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ในกรณีที่สภาเห็นชอบให้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกให้คณะกรรมาธิการเพื่อ ประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ และให้ดําเนินการต่อไปตามข้อ ๑๑๐ สมาชิกอาจยื่น ขอคําแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติต่อประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับแต่วัน ถัดจากวันที่สภามีมติเช่นเดียวกัน ในกรณีที่สภาไม่เห็นชอบให้ร่างพระราชบัญญัตินั้น เปึนอันตกไป เนื่องจากว่าวันถัดจากวันนี้คือวันพรุ่งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๓๐ วันที่ ๓๑ กรกฎาคม วันที่ ๑ และ ๒ สิงหาคม รวม ๔ วันติดต่อกันเปึนวันหยุดราชการ กรรมาธิการและสมาชิก ที่ประสงค์จะยื่นขอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติก็ดี คณะกรรมาธิการก็จะต้องไปดําเนินการ ตามที่สภากําหนดไว้ก็ดี ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อบังคับที่กําหนดไว้ได้ เนื่องจากว่าภายใน ๓ วันอย่างนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกที่จะขอแก้ไข ดิฉันจึงขอให้ที่ประชุมพิจารณา ยกเว้นการใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๐๗ เฉพาะการประชุมวันนี้เท่านั้น โดยขอมติที่ประชุม ให้คณะกรรมาธิการและสมาชิกที่จะขอแก้ไขกระทําได้โดยนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคม เปึนต้นไป จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเปึนอย่างอื่นไหมคะ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีใครเห็นเปึนอย่างอื่น ก็คือทั้งกรรมาธิการและสมาชิกที่จะขอแก้ไขให้นับตั้งแต่ วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมเปึนต้นไปนะคะ
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับรายงาน ข้อเสนอแนะ เพื่อการปฏิรูปหน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครองผู้บริโภค ตามที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอ หรือไม่ หากท่านเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิก ไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ดังนั้นขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยท่านโปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย หากท่านเห็นว่าควรงดออกเสียง ท่านโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใดที่ยังไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมีไหมคะ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าไม่มีดิฉันขอป่ดลงคะแนนนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๕ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๕๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕ ท่าน งดออกเสียง ๑๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มีนะคะ
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานการพิจารณาวาระปฏิ รูปที่ ๓๑ การปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค (รอบ ๒) เรื่อง ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูป หน่วยงานภาครัฐในการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุง ก่อนที่จะส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนะแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ ท่านประสารเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธานครับ เมื่อกี้ขออภัย ผมเข้ามาช้าขอร่วมแสดงตนบวกอีก ๑ ครับ ขอบพระคุณครับ
เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยค่ะ ท่านประสารเพิ่มอีก ๑ ท่าน
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับรายงานลําดับที่ ๒ เรื่องการจัดการสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ตามที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอหรือไม่ หากท่าน เห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ ดิฉันคงจะไม่ต้องนับองค์ประชุมใหม่นะคะ เพราะว่า สมาชิกยังอยู่ครบ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนค่ะ ท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยท่านโปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย หากท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง ท่านโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนมีไหมคะ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
หากไม่มีดิฉันป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๔ ท่าน เห็นด้วย ๑๖๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕ ท่าน งดออกเสียง ๖ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานที่นําเสนอของคณะกรรมาธิการ ในวาระปฏิรูปที่ ๓๑ การปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค (รอบ ๒) เรื่องการจัดการสินค้า ที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงา นไปปรับปรุงก่อนที่จะได้ส่งรายงาน พร้อมข้อความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ต่อไป ท่านอย่าเพิ่งไปไหนนะคะ
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบด้วยกับหลักการ และเหตุผลรวมทั้งสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติการแจ้ง เตือนภัยและการจัดการสินค้า ที่ไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุม เห็นชอบจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้ คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมเปึนต้นไปนะคะ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบด้วย ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติเปึนอันตกไป ดิฉันคงไม่ต้องนับองค์ประชุมนะคะ เนื่องจาก สมาชิกยังอยู่ในห้องประชุมครบ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ดิฉันขอให้ท่านสมาชิกออกเสียงลงคะแนน ถ้าเผื่อว่าท่านผู้ใดเห็นชอบท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าเผื่อท่านผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงท่านโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนมีไหมคะ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าไม่มีดิฉันป่ดนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๕ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๕๕ ท่าน ท่านไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ๑๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผลและสาระสําคัญ สาระหลักของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้ คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมเปึนต้นไป โดยที่สมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ยื่นต่อประธาน คณะกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับ ตั้งแต่วันที่ ๓ สิงหาคมเปึนต้นไปเช่นเดียวกันค่ะ
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงาน ลําดับที่ ๓ เรื่อง ความรับผิดชอบต่อความชํารุดบกพร่องของสินค้า ตามที่คณะกรรมาธิการ ได้นําเสนอหรือไม่ หากท่านเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของ สมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ ดิฉันคงไม่ต้องนับองค์ประชุม ดิฉันยังไม่เห็นใครเดินออกจากห้องประชุมยังครบอยู่ค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงท่านโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียงค่ะ ขอเชิญสมาชิกค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านลงคะแนนแล้ว ดิฉันป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๔ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๕๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๕ ท่าน ท่านงดออกเสียง ๑๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานที่นําเสนอของคณะกรรมาธิการ ในวาระปฏิรูปที่ ๓๑ การปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง ความรับผิดต่อความชํารุด บกพร่องของสินค้า ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนที่จะได้ส่งรายงาน พร้อมข้อเสนอแนะและความเห็นของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการ ต่อไปค่ะ
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบด้วยกับหลักการและ เหตุผลรวมทั้งสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความชํารุดบกพร่องข อง สินค้า พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบจะได้ ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการ เพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับตั้งแต่ วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ เปึนต้นไป ถ้าเผื่อว่าสมาชิกผู้ใดที่ประสงค์ จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมก็ให้ยื่นภายใน ๓ วันนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมเปึนต้นไป เช่นเดียวกัน ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติเปึนอันตกไป ดิฉันคงไม่ต้อง นับองค์ประชุมใหม่ เพราะว่าสมาชิกยังอยู่ครบองค์ประชุม
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนค่ะ ท่านผู้ใดเห็นชอบท่านโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบท่านกรุณาโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง ท่านโปรดกดปุ์ม งดออกเสียงค่ะ ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนมีไหมคะ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ไม่มี ดิฉันป่ดนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๕ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๕๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗ ท่าน งดออกเสียง ๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผลและสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้
ขออนุญาตครับเครื่องไม่ทํางาน ขออนุญาต เห็นด้วย ๑ ครับ หมายเลข ๐๘๑
ขอเพิ่มท่านเดชาด้วยค่ะ เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยค่ะ
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผลและสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะ ของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการ พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมเปึนต้นไป โดยที่สมาชิก ประสงค์ ผู้ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ยื่นต่อประธาน กรรมาธิการภายใน ๓ วันนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมเปึนต้นไป
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับรายงานลําดับที่ ๔ ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเ สียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ตามที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอหรือไม่ ซึ่งหากท่านเห็นด้วย จะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป ดิฉันก็คงจะไม่ต้องนับองค์ประชุมใหม่นะคะ เพราะว่าสมาชิก ยังอยู่ครบ ดิฉันยังไม่เห็นใครเดินออกจากห้องประชุมค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ดิฉันคงจะขอให้ที่ประชุมใช้สิทธิลงคะแนน ถ้าท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยท่านโปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านผู้ใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนมีไหมคะ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ไม่มี ดิฉันป่ดนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๕ ท่าน เห็นด้วย ๑๖๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔ ท่าน งดออกเสียง ๑๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานที่นําเสนอของคณะกรรมาธิการ วาระปฏิรูปที่ ๓๑ การปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่อง ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป การคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนที่จะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่า นจะเห็นชอบด้วยกับหลักการ และเหตุผล รวมทั้งสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบจะได้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการ เพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมเปึนต้นไป ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบก็ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติ เปึนอันตกไป ดิฉันคงไม่ต้องนับองค์ประชุมนะคะ เรายังอยู่กันพร้อมค่ะ องค์ประชุมยังครบ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะ แนนเสียงค่ะ ท่านผู้ใดเห็นชอบท่านโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบท่านโปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง ท่านโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านสมาชิกผู้ใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนมีไหมคะ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
หากไม่มีดิฉันป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๘ ท่าน เห็นด้วย ๑๔๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘ ท่าน งดออกเสียง ๒๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผลและสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและ ข้อเสนอแนะของสมาชิกไป ให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณาและ ให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่สภามีมติ
ดิฉันขออภัยค่ะ และให้คณะกรรมาธิการพิจาร ณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมเปึนต้นไปนะคะ และสมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอ แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมต่อประธานกรรมาธิการ ภายใน ๓ วันนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมเปึนต้นไปเช่นเดียวกันค่ะ
ต่อไปดิฉันขอขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นด้วยกับรายงานลําดับที่ ๕ เรื่องการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการบริการสาธารณสุข ตามที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอหรือไม่ ซึ่งหากท่านเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อม ความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปค่ะ ดิฉันก็คงไม่ต้องนับองค์ประชุมนะคะ เพราะว่ายังไม่มีท่านผู้ใดเดินออกจากห้องประชุม
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนค่ะ ท่านผู้ใดเห็นด้วยท่านโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยท่านโปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง ท่านโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านผู้ใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนน มีไหมคะ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
หากไม่มีดิฉันป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๘ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๕๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑ ท่าน ท่านงดออกเสียง ๑๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานที่นําเสนอของคณะกรรมาธิการ ในวาระปฏิรูปที่ ๓๑ การปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค เรื่องการปฏิรูปกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการบริการสาธารณสุข ซึ่งคณะกรรมาธิการ จะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนที่จะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะ ของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไปค่ะ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งนะคะ
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบด้วยกับหลักการ และเหตุผลรวมทั้งสาระสําคัญของร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจาก การบริการสาธารณสุข พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุม เห็นชอบจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมควำมเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้ คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณาและให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายใน ๗ วันนับแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมเปึนต้นไปค่ะ ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบ ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนอันตกไป ดิฉันคงไม่ต้องนับองค์ประชุมนะค ะ เพราะว่าดิฉันยังเห็นทุกท่านยังอยู่ในห้องประชุมครบค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกลงมติค่ะ ท่านผู้ใดเห็นชอบท่านโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นชอบ ท่านโปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงท่านกรุณากดปุ์ม งดออกเสียงค่ะ ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ท่านผู้ใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนมีไหมคะ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าไม่มีดิฉันป่ดนะคะ กรุณาส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้ำประชุม ๑๗๙ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๔๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓ ท่าน ท่านงดออกเสียง ๑๘ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการ และเหตุผลและสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญั ติฉบับนี้ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา แล้วให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคม เปึนต้นไป โดยที่สมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติ มร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้ยื่นต่อประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมเปึนต้นไป เช่นเดียวกัน
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบด้วยกับหลักการ และเหตุผลและสาระหลักของร่างพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบจะได้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการ เพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับตั้งแต่ วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ เปึนต้นไป ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบก็ให้ถือว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนอันตกไปค่ะ ท่านสมาชิกคะ ดิฉันคงไม่ต้องนับองค์ประชุม เพราะว่าท่านอยู่กันพร้อมหน้า ยังไม่มีใครเดินออกจากห้องประชุมค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นชอบท่านโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบท่านโปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเ ห็นควร งดออกเสียงท่านโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านลงคะแนนแล้วนะคะ ดิฉันจะขออนุญาตป่ดนะคะ ขอเชิญส่งผลค่ะ จํานวน ผู้เข้าประชุม ๑๗๘ ท่าน ท่านเห็นด้วย ๑๔๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓ ท่าน งดออกเสียง ๒๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการ และเหตุผลและสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้ อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้ คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมเปึนต้น ไป โดยที่สมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ยื่นคําขอ แก้ไขเพิ่มเติมต่อประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมเปึนต้นไป เช่นเดียวกันค่ะ
ต่อไปดิฉันจะขอมติจากที่ประชุมว่าท่านจะเห็นชอบด้วยกับหลักการ และเหตุผลและสาระหลักสําคัญของร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ถ้าที่ประชุมเห็นชอบจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ พร้อ มค วามเ ห็นแล ะ ข้อเส นอ แนะ ของส มาชิกไปใ ห้ค ณะก รรมาธิกำร เพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วัน นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ เปึนต้นไป ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบด้วย ให้ถือว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปึนอันตกไป ดิฉันคงไม่ต้องนับองค์ประชุม เพราะว่าสมาชิกยังอยู่กันครบค่ะ
(นางสาวทัศนา บุญทอง รองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ดิฉันขอให้ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิลงคะแนนค่ะ ถ้าเผื่อว่าท่านผู้ใดเห็นชอบท่านโปรดกรุณากดปุ์ม เห็นด้วย ถ้าท่านผู้ใดไม่เห็นชอบท่านโปรดกรุณากดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงท่านโปรดกรุณากดปุ์ม งดออกเสียง ขอเชิญค่ะ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิลงคะแนนแล้วนะคะ ถ้าเผื่อว่าทุกท่านใช้สิทธิครบแล้วดิฉันป่ดนะคะ ส่งผลค่ะ จํานวนผู้เข้าประชุม ๑๗๙ ท่าน เห็นด้วย ๑๓๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๙ ท่าน งดออกเสียง ๒๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยกับหลักการและเหตุผลและสาระหลัก ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะได้ส่ง ร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น และข้อเสน อแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการ เพื่อประกอบการพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคม เปึนต้นไป โดยสมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเ ติมให้ยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อประธาน กรรมาธิการภายใน ๓ วันนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ เปึนต้นไปเช่นเดียวกันค่ะ ท่านสมาชิกคะ เปึนอันจบการ พิจารณารายงานวาระปฏิรูปที่ ๓๑ การปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภค (รอบ ๒) จํานวน ๕ เรื่อง และร่างพระราชบัญญัติ จํานวน ๖ ฉบับแล้วนะคะ ดิฉันขอขอบคุณท่านกรรมาธิการ ทุกท่านค่ะ
ต่อไปจะเปึนการพิจารณาวาระที่ ๓.๒ รายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูป เศรษฐกิจ การเงินและการคลัง
วาระปฏิรูปที่ ๑๓ : การปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์ (รอบ ๒) จํานวน ๓ เรื่อง
๑. การปฏิรูปการเงินฐานราก และร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. ....
๒. การปฏิรูปสหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนียน
๓. แนวทางการส่งเสริมการให้ความรู้ทางการเงินขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน
ขอเชิญท่านคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ค่ะ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ท่านสมาชิกคะ เนื่องจากคณะกรรมาธิการเสนอรายงานหลังจากที่ได้นําความเห็ น ข้อเสนอแนะของสมาชิกไปปรับปรุง พร้อมได้ จัดทํารายงาน จํานวน ๓ เรื่อง และร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... เพื่อให้สภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา และเนื่องจากรายงานทั้ง ๓ เรื่องเปึนเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน ดังนั้นเพื่อประโยชน์ ในการพิจารณา ดิฉันจะขอให้ท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงานทั้ง ๓ เรื่องไปด้วยกัน เฉพาะส่วนที่ปรับปรุงแก้ไข และแถลงหลักการและเหตุผลความจําเปึน รวมถึงสาระสําคัญ อย่างย่อในร่างพระราชบัญญัติ และให้สมาชิกอภิปรายรายงานทั้ง ๓ เรื่อง และร่างพระราชบัญญัติไปในคราวเดียวกัน จากนั้นดิฉันจะขอให้ที่ประชุมลงมติ เห็นด้วยหรือไม่กับรายงานในวาระปฏิรูปที่ ๑๓ ทีละเรื่อง และลงมติเห็นชอบกับหลักการ และเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติตามลําดับ
ด้วยในคราวประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๒๐ ประจําป้พุทธศักราช ๒๕๕๘ เมื่อวันจันทร์ที่ ๓๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ ที่ประชุมได้พิจารณาและ รับทราบรายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง วาระปฏิรูปที่ ๑๓ การปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์แล้ว โดยให้คณะกรรมาธิการนําความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกที่ได้จากการประชุม ในคราวนั้นไปเปึนแนวทางในการพัฒนารายงาน
วิธีการและกระบวนการปฏิรูป พร้อมแผนการดําเนินการเพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ พิจารณาอีกครั้งหนึ่งนั้น
บัดนี้คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาและปรับปรุงรายงานวาระ ปฏิรูปนี้เสร็จแล้ว พร้อมทั้งดําเนินการยกร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วค่ะ จึงได้เสนอรายงานและร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเพื่อให้ที่ประชุม พิจารณาในวันนี้ ดังนั้นในการพิจารณารายงานในรอบ ๒ นี้ ดิฉันจึงใคร่ขอความร่วมมือจาก คณะกรรมาธิการแถลงรายงานเฉพาะส่วนที่ปรับปรุงแก้ไขและแถลงหลักการและเหตุผล ความจําเปึนรวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อของร่างพระราชบัญญัติ โดยแสดงให้เห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการเสนอมานั้นจะมีส่วนสําคัญในการผลักดันให้การปฏิรูป ประสบความสําเร็จได้อย่างไร และขอให้คณะกรรมาธิการแถลงอย่างกระชับและ อยู่ในประเด็นเนื้อหาของรายงาน สําหรับการอภิปรายของท่านสมาชิกก็เช่นเดียวกัน กรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมและไม่ซ้ํากับรอบแรกก็คงจะทําให้ การประชุมของเรานี่กระชับขึ้นนะคะ ขอเรียนเชิญประธานกรรมาธิการแถลงรายงาน ทั้ง ๓ เรื่อง พร้อมทั้งหลักการและเหตุผล รวมถึงสาระสําคัญอย่างย่อในร่างพระราชบัญญัติ ขอเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ เพื่อนสมาชิกสภาที่รักครับ ผม นายสมชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ขออนุญาตนําเสนอรายงานวาระปฏิรูปที่ ๑๓ เปึนการปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์ จํานวน ๓ เรื่องครับ
เรื่องแรกเปึนเรื่องการปฏิรูปการเงินฐานราก ในเรื่องนี้จะมี ร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... ด้วย ๑ ฉบับ ท่านประธานที่เคารพ ขณะนี้ภาคครัวเรือนของประเทศไทยกําลังมีปัญหาหนักหน่วงคือปัญหาหนี้สิน หนี้สินภาคครัวเรือนของประเทศไทยขณะนี้มีขนาดใหญ่โตถึง ๘๗ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) นับว่าเปึนหนี้ขนาดใหญ่มากซึ่งส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมในการใช้จ่ายในการบริโภค ของภาคครัวเรือน แล้วเลยทําให้การบริโภคโดยรวมของประเทศชะลอตัวลงไปด้วย และเพราะการบริโภคที่ชะลอตัวนี่แหละเปึนสาเหตุสําคัญที่ทําให้เศรษฐกิจไทยขณะนี้ ต้องประสบการชะลอตัวลง นั่นเปึนด้านหนึ่งนะครับ ข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งก็คือว่า
ระบบธนาคารของประเทศไทยตอนนี้ไม่สามารถให้บริการอย่างทั่วถึงกับประชาชนทุกคน ในประเทศไทยได้ นี่เปึนเรื่องปกติของประเทศกําลังพัฒนา เพราะว่าระบบธนาคาร ย่อมจะดําเนินการตามหลักการที่มีเหตุมีผลแล้วก็ใช้หลักประกันที่มั่นคงนะครับ ขณะนี้ ระบบธนาคารของเราให้บริการได้ ๗๔.๒ เปอร์เซ็นต์ของประชาชนทั้งหมด เปึนบริการของ ธนาคารพาณิชย์เสีย ๔๕.๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เปึนบริการของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐบาล เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปึนต้น พวกนี้ให้บริการได้อีก ๒๘.๕ เปอร์เซ็นต์ รวมแล้วเปึน ๗๔.๒ เปอร์เซ็นต์ นะครับ ขณะเดียวกันเราก็มี สหกรณ์ออมทรัพย์ซึ่งถือเปึนการเงินในระบบเหมือนกัน กับกลุ่มออมทรัพย์ต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้จัดตั้งขึ้นให้บริการต่อประชาชนได้อีกรวมแล้ว ๗.๖ เปอร์เซ็นต์ เปึนของ สหกรณ์ออมทรัพย์เสีย ๒.๔ เปอร์เซ็นต์ ของกลุ่มออมทรัพย์ต่าง ๆ ๕.๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้ารวมทั้งหมด ๔ ประเภทนี้แล้วถือเปึนการเงินในระบบ ภาคการเงินในระบบนี่ ให้บริการได้ ๘๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ยังเหลือคนไทยอีก ๑๘.๒ เปอร์เซ็นต์ ที่ไม่สามารถ ได้รับบริการจากระบบธนาคารและการเงินในระบบของประเทศไทยได้ เขาจึงต้องไปอาศัย การเงินนอกระบบ ซึ่งดอกเบี้ยแพงมากนะครับ
โดยเหตุนี้เองรัฐบาลจึงได้ตั้งกองทุนการเงินรากฐานขึ้นมา เปึนกองทุนหมู่บ้าน กองทุน ชุมชนเมืองบ้าง ขณะนี้มีจํานวนมากนะครับ กองทุนหมู่บ้านนี่มี ๘๐,๐๐๐ กว่ากองทุน กองทุนการออมออมทรัพย์นี้มีประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่ากองทุน รวมแล้วมีกองทุนเล็ก ๆ อย่างนี้อยู่ ๑๑๐,๐๐๐ กว่ากองทุนนะครับ ทีนี้กองทุนเหล่านี้ด้านที่มีประโยชน์และ ทําภารกิจได้ดีก็คือเปึนกองทุนที่อยู่ใกล้ชิดบุคคลที่อยู่ในฐานราก แล้วก็ให้บริกา รต่อ ประชาชนในฐานรากได้อย่างดี แต่ว่าก็มีปัญหา กองทุนนี้มีปัญหาที่สําคัญอยู่ ๔ ประการ ประการแรกคือขาดผู้บริหารที่มีความรู้ในการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน กรรมการก็จะ มาจากผู้นําหมู่บ้านหรือคนที่เชี่ยวชาญทางสหกรณ์อะไรอย่างนี้ ก็จะมีความรู้ มีความตั้งใจดี แต่ว่าขาดความรู้ความสามารถในการบริหารทางการเงิน ประการที่ ๒ ก็คือกองทุนเหล่านี้ กระจัดกระจายกันอยู่ทั่วประเทศไทยตามตําบล หมู่บ้านต่าง ๆ แล้วก็ไม่มีความเกี่ยวโยงกัน จึงขาดพลัง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จากการเชื่อมโยงกันเปึนเครือข่าย ขณะนี้ก็ยังไม่มีการเชื่อมโยงกัน ในลักษณะนั้นนะครับ ประการที่ ๓ เนื่องจากสหกรณ์ออมทรัพย์เปึนนิติบุคคล แต่ว่า กองทุนเล็ก ๆ เหล่านั้นไม่มีสภาพเปึนนิติบุคคลจึงไม่สามารถกระทํานิติกรรมอย่างเปึนระบบ ที่มีประสิทธิภาพได้ ประการที่ ๔ ขาดการกํากับดูแลในเชิงการเงิน สิ่งที่กองทุนเหล่านี้ทํา ก็คือการให้กู้เงิ นนะครับ แต่ว่าผู้บริหารกองทุนก็คือ ๑. คือขาดความรู้ ขณะเดียวกัน การกํากับดูแลในเชิงการเงินนี้ก็ยังไม่มี ยังไม่ได้ตั้งองคาพยพนี้ขึ้น เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง เห็นว่ามีความจําเปึนต้องปฏิรูประบบนี้ให้เกิด ความกระชับขึ้นมา เพื่อจะได้ให้บริการที่มีคุณภาพได้ดีแล้วก็มีความยั่งยืน จึงได้เสนอ ให้มีร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... ซึ่งพระราชบัญญัตินี้มุ่งแก้ปัญหา ที่สําคัญ ๔ ประการตามที่กล่าวไปแล้วนะครับ ประการแรกคือให้สภาพนิติบุคคลแก่กองทุน ประการที่ ๒ คือจัดการเกี่ยวกับการเชื่อมต่อเปึนเครือข่ายอย่างเปึนระบบ ประการที่ ๓ คือ สร้างผู้บริหารที่มีความรู้ทางการเงินที่สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงทางการเงินได้ และประการที่ ๔ คือจัดให้มีการกํากับดูแลและส่งเสริมการพัฒนากิจการของกองทุนเหล่านี้ อย่างเปึนระบบ ในเรื่องกองทุนฐานรากนี้ในรายละเอียด ผมจะเชิญให้ดอกเตอร์กอบศักดิ์ ได้รายงานต่อไปนะครับ แต่ว่ายังไม่รายงานตอนนี้นะครับ ผมจะขออนุญาตกล่าวนํา ทั้ง ๓ เรื่องไปแล้วจะได้พูดสั้น ๆ นะครับ ในเรื่องที่ ๒ เรื่องสหกรณ์ออมทรัพย์และ เครดิตยูเนียน สหกรณ์ออมทรัพย์นี้เปึนสหกรณ์ เพราะฉะนั้นก็ใช้หลักการของสหกรณ์
เหมือนสหกรณ์ทั่ว ๆ ไป แต่ว่าภารกิจของสหกรณ์ออมทรัพย์นี้ก็ทําหน้าที่รับฝากเงิน จากสมาชิกและให้กู้เงินกับสมาชิกซึ่งเปึนบริการทางการเงิน ในบทบาทการรับฝากเงิน การออมและการให้กู้เงินให้กับสมาชิกนี่มีลัก ษณะที่เปึนภารกิจของสถาบันการเงิน จึงมีความเสี่ยงเหมือนอย่างสถาบันการเงิน แต่สหกรณ์ออมทรัพย์เหล่านี้ก็ไม่ได้มีการกํากับดูแล ไม่มีใครกํากับดูแลในเรื่องที่ว่าให้เขาปฏิบัติตามหลักการปฏิบัติที่ควรของการบริหารการเงิน อย่างสถาบันการเงินนะครับ ขณะนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ก็อยู่ในการกํากับดูแลของหน่วยงาน ๒ หน่วย คือกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งเปึนผู้ดูแลสหกรณ์ทั่ว ๆ ไป แต่ว่าสหกรณ์ออมทรัพย์นี้มีลักษณะพิเศษเพราะว่าไปบริหารจัดการเงิน แต่ว่าผู้ที่กํากับดูแล ทั้ง ๒ หน่วยนั้นก็ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญทางด้านการบริหารควา มเสี่ยงทางการเงิน ขณะเดียวกันสหกรณ์ออมทรัพย์และเครดิตยูเนียน
ตอนนี้ก็มีขนาดของการให้กู้ยืมเปึนจํานวนมากขึ้นทุกทีนะครับ แล้วกิจการก็ขยายกว้างขึ้น นอกจากจะได้รับเงินฝากจากสมาชิกและให้กู้กับสมาชิกแล้ว เขาก็ยังรับเงินฝากและให้กู้กันเอง ในกลุ่มสหกรณ์ด้วยกัน แล้วก็ยังให้กู้กับบุคคล แล้วก็กิจการซึ่งอยู่นอกความเปึนสมาชิกด้วย ขณะเดียวกันในระยะใกล้ ๆ นี้เราก็จะเห็นว่ามีข่าวเกี่ยวกับความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นกับสหกรณ์ อันเนื่องมาจากการที่ไม่มีการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด ก็เปึนความเดือดร้อน ของผู้ฝากเงินออมไว้ที่สหกรณ์ เพราะฉะนั้นเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมนี่ก็จําเปึนจะต้องปรับปรุง ปฏิรูปเรื่องนี้ ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ก็คือว่า เห็นควรจะต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยให้มี หน้าที่หลัก ๆ ๔ ประการ ประการแรกคือกํากับดูแลการดําเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ ในเชิงความเสี่ยงทางการเงิน ประการที่ ๒ คือส่งเสริมสหกรณ์ออมทรัพย์ให้สามารถ ให้บริการที่ดียิ่งขึ้น ประการที่ ๓ คือพัฒนาและเสริมสร้างความสามารถของผู้บริหาร สหกรณ์ออมทรัพย์ และประการที่ ๔ คือพัฒนาให้สหกรณ์ออมทรัพย์ได้มีการดําเนินกิจการ ในระดับที่สูงขึ้นตามความเหมาะสม ในนานาชาติสหกรณ์ก็เปึนแบงก์เปึนธนาคารใหญ่ ถึงกับเปึนธนาคารนานาชาติก็มีนะครับ ทีนี้ไปถึงเรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้าย เรื่องแนวทาง การส่งเสริมการให้ความรู้ทางการเงินขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน ความรู้ทางการเงินขั้นพื้นฐาน เปึนเรื่องสําคัญในการดําเนินชีวิตในสังคมสมัยใหม่ มีความสําคัญและความจําเปึนเทียบได้ เท่ากับการอ่านหนังสือออกและการเขียนหนังสือได้ คนที่ไม่มีความรู้ทางการเงินขั้นพื้นฐาน จึงเหมือนคนที่อ่านหนังสือไม่ออก เขียนหนังสือไม่ได้ในทางการเงิน ความจริงแล้วเปึนภาระ ของรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบดําเนินการให้ประชาชนพลเมืองของตนมีความรู้ขั้นพื้นฐาน ทางการเงิน เพื่อจะได้ไม่ถูกเอาเปรียบ ไม่ถูกหลอกลวงทางการเงิน รู้จักประมาณการรายได้ และรายจ่ายของตนเอง รู้จักตรวจวัด และจัดการความสมดุลของรายได้และรายจ่าย มีวินัย ในการใช้จ่ายเงิน รู้จักเก็บออมและสะสมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉินและไว้เพื่อลงทุน กํากับ พฤติกรรมของตนเองในการใช้จ่ายได้ รู้จักจัดการกับเงินออมที่ตนสะสมไว้ และรู้จักนําเงินออม ของตนไปลงทุนได้อย่างฉลาดตามสภาพของตนเอง ขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้ทําในเรื่องนี้ อย่างเปึนระบบ จึงมีความจําเปึนต้องทําการปฏิรูปงานด้านนี้ของรัฐบาล โดยจัดให้มี กลไกของรัฐที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ในเรื่องการอ่านออกเขียนได้ทางการเงิน ท่านอาจารย์ไพบูลย์จะเปึนคนลงในรายละเอียดนะครับ สําหรับเรื่องสหกรณ์ออมทรัพย์
ก็อาจารย์ธวัชชัยจะเปึนผู้มานําเสนอในรายละเอียด ในเบื้องต้นนี้ผมขอเชิญ อาจารย์กอบศักดิ์ก่อนนะครับ ได้รายงานเรื่องการเงินฐานราก ขอบคุณครับ
เชิญค่ะ
ขอบคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ในวาระปฏิรูป เรื่องของการปฏิรูปการเงินฐานราก ที่ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการปฏิรูปด้านความเหลื่อมล้ํา ทางเศรษฐกิจทําการศึกษา วันนี้เปึนการนําเสนอเปึนรอบที่ ๒ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่ มีความสําคัญมากต่อการยกระดับชีวิตของประชาชนที่มีรายได้น้อย ทั้งในเมือง แล้วก็ในชนบทซึ่งมีจํานวนมากครับ ประมาณ ๒๐-๓๐ ล้านคน
โดยการปฏิรูปในเรื่องนี้นั้นจะให้โอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินขั้นพื้นฐาน ทั้งไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการออม การกู้ การโอน การชําระเงิน ตลอดจนจะช่วยสร้างอาชีพ ช่วยเพิ่มความเข้มแข็งให้กับชุมชนให้สามารถพึ่งตนเองได้ในทางการเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้ ก็จะช่วยลดความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจอันเปึน ๑ ในเปัาหมายสําคัญของการปฏิรูปของ สภาปฏิรูปแห่งชาติแห่งนี้ สําหรับการนําเสนอในวันนี้ผมก็จะพูดใน ๗ ประเด็น โดยในประเด็น ๑ ถึง ๔ เปึนเรื่องที่เราได้คุยกันมาแล้วในรอบที่ ๑ ผมจะผ่านไปเร็ว ๆ ก็คือ เรื่องของสถานการณ์ปัจจุบัน แนวทางแก้ไขปัญหา ปัญหาหลักที่ยังต้องแก้ไขต่อไป แล้วก็แนวทางการปฏิรูป ซึ่งได้ยกร่างไว้ในรอบที่แล้ว ส่วน ๓ ประเด็นสุดท้ายก็คือเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้ ตลอดจนตัวชี้วัด เปึนเรื่องที่จะขอพูดในรอบนี้โดยละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายละเอียดของ ร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... ผมขอเริ่มจากสถานการณ์ปัจจุบันครับ ในภาพจะพบว่าระบบการเงินของประเทศนั้นให้ความสําคัญกับกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้สูงและ รายได้กลาง ปกติแล้วเปึนเช่นนี้ก็เพราะว่าการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้านั้นมีต้นทุน ในการให้บริการทําให้ไม่สามารถลงไประดับฐานรากได้อย่างทั่วถึง แล้วก็เกิดช่องว่างของ การให้บริการกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อ ย ในเรื่องนี้ผมอยากให้ดูตารางข้อมูลประกอบครับ ในตารางถัดมานี้ก็จะเห็นว่าจํานวนผู้ฝากเงินเรามีทั้งหมด ๘๗ ล้านบัญชีในขณะนี้ เมื่อกลางป้ ที่ผ่านมาบัญชีที่มีเงินฝากมากกว่า ๑๐ ล้านบัญชี หลายท่านคงไม่ทันเฉลียวใจว่ามีเพียงแค่ ๑๐๐,๐๐๐ บัญชีเท่านั้น ทั้ง ๑๐๐,๐๐๐ บัญชีมีเงินรวมกันทั้งหมดประมาณ ๕.๕ ล้านล้านบาท คิดเปึนสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของเงินฝากทั้งระบบ ส่วนที่เหลือ สําหรับบรรทัดสุดท้ายในตารางดังกล่าวมากกว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของบัญชีทั้งหมด หรือประมาณ ๗๕ ล้านบัญชีมีเงินฝากเฉลี่ยแค่ประมาณบัญชีละ ๔,๗๐๐ บาทเท่านั้น ซึ่งอันนี้สะท้อนความจริงว่าลูกค้าของธนาคารพาณิชย์จํานวนมากไม่ได้มีเงินฝากมากนัก แต่สิ่งที่ไม่ได้ปรากฏในตารางนี้แล้วเปึนสิ่งที่น่าสนใจที่สุดก็คือกลุ่มของคนจนที่ยังเข้าไม่ถึง ธนาคารพาณิชย์ กลุ่มเหล่านี้มีเงินไม่มากพอทําให้ไม่คุ้มทุนกับธนาคารพาณิชย์ที่จะไปเอา กลุ่มเหล่านี้มาเปึนลูกค้า เพราะฉะนั้นในกลุ่มนี้ก็เลยเปึนกลุ่มที่ตกหล่นและเปึนกลุ่มที่ เกิดช่องว่างทางการเงินจากระบบการเงินที่เรียกว่าฟอร์มอล เซกเตอร์ (Formal sector) ของเมืองไทยเข้าไปไม่ถึง แล้วนี่คือจุดที่เราต้องมีการปฏิรูปเพื่อนําระบบการเงินเข้าสู่
กลุ่มของคนจนที่มีรายได้ไม่มากนัก อีกสาเหตุหนึ่งที่ทําให้เกิดปัญหาการไม่เข้าถึงบริการ ทางการเงินก็คือเรื่องของระยะทาง ภาพที่ผมแสดงในขณะนี้นั้นเปึนภาพของการศึกษา เพื่อจัดทําแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๑ อันนี้เปึนแผนมาสเตอร์ แพลน (Master plan) เฟส (Phase) แรกของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เราพบว่าจังหวัดต่าง ๆ ของเมืองไทยมีลักษณะคล้ายคลึงกัน อย่างในภาพนี้ก็คือภาพของ จังหวัดนครพนม ซึ่งที่มีเปึนจุดดวงดาวบ้าง สามเหลี่ยมบ้าง สี่เหลี่ยมบ้าง จุดนั้นก็คือจุดที่มี สาขา ถ้าเกิดเปึนดวงดาวก็คือ ธ.ก.ส. กลม ๆ ก็คือธนาคารออมสิน สามเหลี่ยมคือธนาคาร พาณิชย์ สี่เหลี่ยมก็คือธนาคารของภาครัฐ อันนี้จะเห็นเลยว่ามันกระจุกตัวอยู่ บางอําเภอเท่านั้น โดยเฉพาะอําเภอเมืองและอําเภอใหญ่ ๆ คนจนที่อยู่นอกอําเภอ จะเดินทางไปต้องใช้ต้นทุนในกำรเดินทางมาก ซึ่งขณะนั้นเขาคํานวณว่าจากเฉลี่ย ของเงินฝากที่มีอยู่ใน ธ.ก.ส. ขณะนั้นประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าบาท ปรากฏว่าดอกเบี้ยทั้งป้ ถ้าเกิดฝากเงินได้ดอกเบี้ยประมาณ ๘๓ บาท เดินทางครั้งหนึ่งต้องใช้เงินทั้งหมด ๒๗ บาท ในการเดินทาง นี่ไม่นับเรื่องของค่าเสียเวลานะครับ ก็หมายความว่าแค่ค่าเดินทาง ๓ รอบ ก็ไม่คุ้มกับการเดินทางไปฝากเงินแล้ว แล้วถ้าเกิดรวมถึงค่าเสียเวลาเรียกง่าย ๆ ว่า ประชาชนที่อยู่ในชนบทห่างไกลสาขาธนาคารพาณิชย์จะตัดสินใจว่าไม่มีความจําเปึน ที่ต้องเดินไปสู่สาขาธนาคารพาณิชย์หรือว่าธนาคารของภาครัฐเหล่านั้น เนื่องจากว่าไม่คุ้ม กับการไปรับบริการ อันนี้ก็คืออีกสาเหตุหนึ่งที่ทําให้ตัวของบริการทางการเงินนั้นเข้าไม่ถึง ด้วยเหตุนี้ในตารางถัดมาก็จะพบว่าเมื่อสํานักงานสถิติแห่งชาติทําการสํารวจเกี่ยวกับ สถาบันการเงินหลักของผู้ฝากเงิน เราถามว่าคุณใช้อะไรเปึนหลัก พบว่าในเมืองส่วนใหญ่ ใช้ธนาคารพาณิชย์เปึนหลัก
ก็คือประมาณ ๘๕.๗ เปอร์เซ็นต์ใช้ธนาคารพาณิชย์ แต่ในต่างจังหวัดโดยเฉพาะในชนบท มีเพียง ๓๓.๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ใช้บริการทางการเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ ส่วนที่เหลือนี่ ใช้ผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน แล้วก็ผ่านกลุ่มออมทรัพย์ ของตนเองเข้ามาเสริม และขณะเดียวกันที่น่าสนใจที่สุดคือบรรทัดแรกก็คือว่ายัง มีคน อีกกลุ่มหนึ่งประมาณ ๑๘.๑ เปอร์เซ็นต์ของประเทศที่ยังไม่มีบัญชีเงินฝากขณะที่ทําการเซอร์เวย์ (Survey) ฉบับนี้มันสะท้อนว่าประเทศไทยมีคนอีกจํานวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงบริการ ทางการเงิน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของจนเกินไปก็จริง หรือว่าอยู่ห่างไกลเกินไป อันนี้ก็เลยนํามาถึงเรื่องของ ความจําเปึนในการแก้ไข แนวทางของการแก้ไขในช่วงที่ผ่านมาก็มีกระบวนการ การดําเนินการหลากหลายอย่าง ทางภาครัฐก็มีการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง แห่งชาติขึ้นในป้ ๒๕๔๔ อันนี้ก็ตั้งใจจะให้เปึนแหล่งทุนของชุมชนและช่วยแก้ปัญหา ความยากจน ปัจจุบันจัดตั้ง ขึ้นมาได้ประมาณ ๘๐,๐๐๐ แห่ง มีเงินหมุนเวียนประมาณ ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มกองทุนอื่น ๆ ที่ประชาชนตั้งเอง อันนี้เราได้ยินชื่อ ในนามของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุนสัจจะออมทรัพย์ ธนาคารหมู่บ้าน กองทุนซะกาต เปึนต้น อันนี้ก็มีอีกประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าแห่ง นี่รวมกันก็เปึนกระบวนการ ในการแก้ปัญหาในช่วงที่ผ่านมา นํามาถึงภาพถัดมาก็คือจํานวนที่บอกไปแล้ว ๘๐,๐๐๐ แห่ง นี่ดูแลโดยสํานักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ อีก ๓๐,๐๐๐ แห่ง ของกลุ่มออมทรัพย์นี่ดูแลโดยกรมการพัฒนาชุมชน และ พอช. และยังมีอีกกลุ่มหนึ่งก็ คือ กลุ่มสหกรณ์ที่อยู่ในชุมชน อันนี้อีกประมาณ ๕,๐๐๐ แห่ง รวมกันแล้วเบ็ดเสร็จ เรามีกองทุนเหล่านี้เกิดขึ้นทั่วประเทศไทยประมาณ ๑๑๕,๐๐๐ แห่ง ซึ่งพยายามตอบโจทย์ ที่ธนาคารพาณิชย์เข้าไม่ถึงคนเหล่านั้น ผมอยากให้ดูตัวอย่างครับว่าหลังจากพัฒนา มาระดับหนึ่งแล้วนี่ก็มี บางส่วนเรียกง่าย ๆ ว่าดิวิชัน ๑ (Division 1) เปึนผู้นําของ กลุ่มกองทุนเหล่านี้สามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาได้อีกระดับหนึ่ง อันนี้ผมให้ดูในรอบที่แล้ว ก็คือเรื่องของกลุ่มสถาบันการเงินชุมชนตําบลหนองสาหร่าย อันนี้ก็มีการยกระดับตัวเองขึ้นมา ให้บริการทางการเงินอย่างกว้างขวางขึ้น แล้วก็ปรากฏอยู่ในภาคผนวกที่ ๓ ของรายงาน การศึกษา ซึ่งเปึนสถาบันการเงินที่เรียกง่าย ๆ มีความซับซ้อนในการให้บริการอย่างครบถ้วน แก่ชุมชนตนเอง ผมอยากให้ไปเร็ว ๆ นี่คือภาพภายในสถาบันการเงินชุมชนเป่ดทําการ ตั้งแต่ วันจันทร์ถึงวันศุกร์ มีพนักงานแค่ ๓-๔ คนเท่านั้นก็ให้บริการกับประชาชนได้
มีสมุดบัญชีเงินฝาก มีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ พัฒนาขึ้นเอง โดยจ้างอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏ ๔๐,๐๐๐ บาท ทํามาเพื่อบันทึกธุรกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นก็มีบริการอย่าง กว้างขวาง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของบริการเงินฝาก เงินกู้ รับโอนเงิน และขณะเดียวกัน รับบริการชําระเงินสู่สาธารณูปโภคต่าง ๆ อันนี้เรียกง่าย ๆ ว่าพอยกระดับถึงระดับหนึ่ง เขาสามารถทําธุรกรรมทางการเงินได้อย่างครบถ้วน แล้วก็ตอบโจทย์ของประชาชน อย่างกองทุนหมู่บ้านนี่เป่ดสัปดา ห์ละครั้ง จะถอนเงินทีก็ต้องรอ ๑ สัปดาห์ แต่แห่งนี้ เป่ด ๕ วันต่ออาทิตย์ แล้วก็เป่ดตั้งแต่เช้าจดเย็นก็สามารถให้บริการทางการเงินได้ ในเวลาสั้น ๆ เพียง ๙ ป้ครับ สถาบันการเงินแห่งนี้มีสมาชิกถึง ๓,๓๐๐ คน จาก ๙ หมู่บ้าน เปึนสถาบันการเงินระดับตําบล มีเงินออมเพิ่มจาก ๓๗๐,๐๐๐ บาทเมื่อตอนเริ่มตั้ง ปัจจุบัน มีเงินทั้งหมด ๑๓ ล้านบาท ให้กู้ยืมแก่ลูกค้า ๓๔๐ ราย เปึนเงินรวมทั้งสิ้นประมาณ ๔๒ ล้านบาท ช่วยปลดหนี้นอกระบบให้กับประชาชนประมาณ ๑๗ ล้านบาท และ ขณะเดียวกันเขาบอกว่าเขาช่วยลดภาระของประชาชนในชุมชนของเขาในการเดินทางไป ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน หรือธนาคารพาณิชย์ ได้ถึงป้ละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เขาบอกว่า เดินทางครั้งหนึ่งใช้ค่าเสียโอกาส ค่าแต่งหน้า ค่าสารพัดอย่างนี่ประมาณ ๒๐๐ บาทต่อครั้ง ประหยัดไปได้ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ประหยัดเรื่องของภาระดอกเบี้ยให้กับ หนี้นอกระบบได้ถึงป้ละ ๑๕ ล้านบาท นี่คือเงินของชุมชนที่สามารถเก็บออมได้แล้วทําให้ชุมชน เอาเงินดังกล่าวมาช่วยในการพัฒนาชุมชน ของตนเองเพิ่มขึ้น ผมอยากให้ดูตัวอย่างที่ ๒ อันนี้ก็เพิ่งไปสํารวจมา อยู่ที่ใกล้ ๆ บ้านเรานี่เองอยู่ที่อําเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี อันนี้เปึนตัวอย่างที่อยู่ในเมืองที่ ตลาดสดพิชัย มีลูกค้าหลากหลายจากคนในชุมชน พ่อค้าในตลาด แม้กระทั่งรูปข้างล่างเห็นไหมครับ นั่นคือมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่มาฝากเงิน เพื่อชําระเงินกู้ อันนี้คือมีลูกค้าที่หลากหลายมาก
แล้วก็ขณะเดียวกันที่มีการอยากให้ดูภาพนะครับ ที่ทําการไม่ใช่เล็ก ๆ ใช้ได้มีสแตนดาร์ด (Standard) ที่ดีมาก ๆ เลย นี่คือประชาชนทําเอง ไม่ต้องอาศัยเงินรัฐบาล มีที่ทําการ ๒ ชั้น มีห้องประชุมบรรยายชั้น ๒ มีลูกค้าคึกคักแม้ว่าอยู่ในเมือง และขณะเดียวกันขนาดที่ข้างหน้า มีตู้เอทีเอ็ม (ATM) ของธนาคารออมสินอยู่ข้าง ๆ ประชาชนก็ยังเลือกใช้ที่จะฝากเงินที่นี่ แล้วแห่งนี้สีชมพูเพราะว่าธนาคารออมสินเปึนคนสนับสนุนให้ความรู้ ถ้าเกิดเข้าไปข้างใน จะพบว่ามีพนักงานทั้งหมด ๙ คน เห็นไหมครับว่าผมเข้าไปแป็บเดียวมีคนเข้ามาเยอะแยะ แล้วก็มีแม้กระทั่งวินมอเตอร์ไซค์ก็มาจัดการทําธุรกรรมทางการเงินที่ค้างกันอยู่ แล้วก็มีระบบคอมพิวเตอร์ใช้บันทึกธุรกรรมอย่างชัดเจน ไม่ต่างจากสถาบันการเงิน ขนาดใหญ่ และขณะเดียวกันเขามีบริการเสริมครับ ในรูปนี้ก็คือเดินออกไปรับฝา กเงิน นอกสถานที่จากพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลาย ฝากได้ครั้งหนึ่งอย่างน้อยต้องไม่ต่ํากว่า ๕๐ บาท แล้วผมอยากให้ดูว่าธุรกรรมทางการเงินคึกคักมาก ในรูปนี้ก็คือใบถอน ใบฝาก ใบจ่ายชําระหนี้ต่าง ๆ เห็นไหมครับกองเยอะเลย ถ้าเกิดฝากเงิน ๑๐๐ บาท จ่ายเงินกู้ งวด ๓ วัน ๙๐๐ บาท อันนี้ก็จะเห็นว่าเขาทําธุรกรรม และขณะเดียวกันลูกค้าบางกลุ่ม ขวามือที่อ ยู่ในตะกร้า อันนั้นคือสมุดบัญชีออมทรัพย์ฝากทิ้งไว้ที่ธนาคารเลย และขณะเดียวกันองค์กรแห่งนี้ก็ก้าวหน้าจนสามารถทํารายงานการประชุมแล้วก็เป่ดเผย ต่อสมาชิกที่เข้ามาดูได้เปึนระยะ ๆ อันนี้เปึนรายงานการประชุมที่เกิดขึ้นแล้วก็สามารถ กลับไปดูได้ ก็มีความโปร่งใสในการทํางานถึงระดับหนึ่ง จากทํางานมา ๑๔ ป้สถาบันการเงิน ชุมชนแห่งนี้มีเงินให้กู้ยืม ๑๕๐ ล้านบาท เทียบกับกองทุนหมู่บ้านแล้วนะครับ ในขณะนี้ เขามีแค่ ๒,๐๐๐,๐๐๐-๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น นี่อาศัยเงินตนเองไปถึง ๑๕๓ ล้านบาท มีเงินฝาก ๑๒๐ ล้านบาท มีเงินฝากประจําถึง ๕ ป้ เงินฝากประจํา ๕ ป้ ที่ขนาดแบงก์ พาณิชย์นี่อย่างมากก็ ๓ ป้ และขณะเดียวกันก็มีสมาชิก ๒,๓๑๕ คน ทําการสอนอาชีพ ให้กับสมาชิกเพื่อเพิ่มรายได้พร้อม ๆ กันไปด้วย ตัวอย่างสุดท้ายที่ผมอยากจะไปเร็ว ๆ ก็คือ เรื่องของชุมชนสุขสําราญที่อําเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร อันนี้อยู่ชายแดนประเทศเมียนมาร์ ตั้งมาเมื่อ ๑๒ ป้ที่แล้ว อันนี้สีเขียวได้รับการสนับสนุนจาก ธ.ก.ส. ช่วงแรกมีห้องทําการ แค่ห้องเดียว สักพักหนึ่ง ๒-๓ ป้ให้หลังขยายเปึน ๓ ห้อง แล้วก็มีตู้เอทีเอ็มของ ธ.ก.ส. ให้บริการอยู่ด้านหน้าด้วย แล้วถ้าเกิดไปดูที่ทํางาน ข้างในก็มีที่ทํางานและมีเคาน์เตอร์ (Counter) ต่าง ๆ ถ้าเกิดไปดูอีกก็จะเห็น อันนี้ก็ชัดเจน ธ.ก.ส. มาเยี่ยมชม
และขณะเดียวกันถ้าเกิดปากเกร็ดสีชมพูคือธนาคารออมสิน อันนี้เปึนสีเขียวคื อ ธ.ก.ส. กําลังช่วยให้บริการอยู่ และขณะเดียวกันเขาให้บริการที่น่าสนใจ ทางขวามือคือรับชําระ สินเชื่อรถยนต์ให้กับธนาคารธนชาติ อันนี้ก็คือประชาชนทําเองสามารถทําได้ถึงขนาดนี้ ล่าสุดมีสมาชิกอีก ๓,๑๐๐ คน มีเงินฝาก ๕๐.๑ ล้านบาท เงินกู้ ๕๖ ล้านบาท และขณะเดียวกันช่วยกันสร้างอาชีพ ถ้าเกิดท่าน สปช. ไปที่สุวรรณภูมิ สถาบันการเงินแห่งนี้ กับชุมชนแห่งนี้เปึนเจ้าของร้านกาแฟชื่อสุขสําราญในสุวรรณภูมิ และเปึนคนส่งออกกาแฟ ยี่ห้อสุขสําราญ ตัวอย่างทั้งสามที่ผมยกมาเปึนตัวอย่างที่ดี ที่ชี้ถึงศักยภาพของสถาบันการเงิน ชุมชนในการระดมเงินออม ในการขยายกิจการทางการเงินที่ซับซ้อนให้กับสมาชิก โดยพึ่งพาเงินออมของสมาชิกเปึนเงินทุนในการดําเนินการ โดยไม่จําเปึนต้อง ขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ อย่างเช่น ในกรณีของกองทุนหมู่บ้านหรือชุมชนเมือง และขณะเดียวกันขณะที่กองทุนหมู่บ้านซึ่งพึ่งพาเงินของภาครัฐ ประชาชนที่พึ่งพาเงินออม ของตนเองเหล่านี้ที่ทําได้ดีสามารถก้าวถึงระดับ ๑๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท บางแห่งที่เคยเรียนไปครั้งที่แล้ว พระอาจารย์มนัส พระอาจารย์สุบินที่ภาคตะวันออก ระดับ ๒๐๐ ล้านบาท หรือ ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เปึนกลไกสําคัญในการพัฒนาชุมชน ของตนเอง ระหว่างทําการศึกษาทางเราก็พบหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเปึนกระทรวงการคลัง พอช. สํานักงานกองทุนหมู่บ้าน ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน กอช. กองทุนการออมแห่งชาติ ตลอดจนนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญ จากธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย แล้วก็เราตกผลึกร่วมกั นพบว่ามีปัญหาหลัก ๔ ด้าน ที่ต้องแก้ไข อย่างที่พูดไปแล้วกองทุนในอดีตของเราส่วนมากเปึนกองทุนที่เน้นการกู้ยืม อย่างกองทุนหมู่บ้านเปึนต้น อันนี้เราก็ต้องพยายามเปลี่ยนจากการเปึนหนี้ไปสู่กองทุน ที่เน้นเรื่องของการออม
อันนี้ก็ปรากฏว่าส่วนมากเน้นเรื่องของการกู้ยืมเปึนหลักทําให้มีข้อจํากัดในการขยาย ประเด็นที่ ๒ ก็คือมีการขาดมาตรฐานในการจัดการ ในการบัญชี ในการบริหารความเสี่ยง และบางแห่งก็มีปัญหาเรื่องของความมั่นคงที่อาจจะนําไปสู่ความเสียหายได้ ผมอยากให้ดู ตัวอย่างในหน้าถัดมานี่ก็คือเรื่องของสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากรายงานครั้งที่แล้วมีกรณีเกิดขึ้น ๒ กรณีอย่างน้อยเปึนกลุ่มออมทรัพย์ที่มีคนมาแห่ถอนเงินในวันที่ ๑๗ เมษายน นี่คือกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตที่บ้านตะโก จังหวัดบุรีรัมย์ มีประชาชน ๓๐๐ กว่าราย มาบุกถอนเงินหลังจากพบว่ามีการขาดสภาพคล่องในการบริหารจัดการ อันนี้ก็เปึนหลัก ๑๐ ล้านบาท วันที่ ๗ มิถุนายน ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มออมทรัพย์หนึ่งเปึนกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อการผลิตบ้านสามพราน จังหวัดอุดรธานี มีสมาชิกเกือบ ๑,๓๐๐ คนก็มีปัญหา สภาพคล่องเช่นเดียวกัน ทําให้ไม่มีเงินให้สมาชิกถอนอันนี้ก็หลัก ๓๐ ล้านบาท พวกนี้ สะท้อนว่ามันมีปัญหาในการบริหารจัดการได้เช่นเดียวกัน กลุ่มที่ดีก็ดี กลุ่มไม่ดีก็มีปัญหา ซึ่งพอกลุ่มที่มีปัญหาหมายค วามว่ามันมีความจําเปึนจะต้องจัดการแก้ไขดูแล เรื่องของความมั่นคง ประเด็นที่ ๓ ผมอยากกลับมาก่อนหน้านิดหนึ่งก็คือเรื่องของปัญหา เรื่องของการขาดผู้ส่งเสริมกํากับดูแลอย่างประสานสอดคล้องเพื่อยกระดับมาตรฐาน ของการดําเนินงานของสถาบันชุมชนเหล่านี้ อันนี้ผมกลับไปดูว่ากระทรวงการคลังก็เคยทํา แผนแม่บทการพัฒนาระบบการเงินฐานราก อันนี้ถ้าเกิดดูในเอกสารแนบก็จะปรากฏอยู่ ในเอกสารแนบที่ ๒ เอกสารผนวกที่ ๒ ในด้านแรงงานฉบับนี้ครับ จะพบว่าเขาทําแผนแม่บท อย่างละเอียดหลายสิบหน้าเลยครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าการขับเคลื่อนขับเคลื่อนได้ไม่ดีนัก แล้วก็มีหลายประเด็นที่ยังขับเคลื่อนไม่ได้ แล้วขณะเดียวกันก็มีปัญหาเรื่องของการกํากับดูแล อันนี้ก็มีความจําเปึนที่ต้องหาทางขับเคลื่อนและกํากับดูแลสถาบันการเงินชุมชนเหล่านี้ แล้วประเด็นสุดท้ายเปึนประเด็นที่เวลาคุยกับกองทุนชุมชนเหล่านี้เขาบอกว่ากังวลใจมา ก โดยเฉพาะแม้กระทั่งกองทุนที่ประสบความสําเร็จที่เรายกตัวอย่างให้เห็น เราถามเขาว่า อยากได้อะไรที่สุด เขาบอกว่าสิ่งที่เขาขาดในปัจจุบันก็คือขาดกฎหมายรองรับการทํางาน ของเขา เขาไม่มีความเปึนนิติบุคคลครับ เขาอาจจะงอกเงยมาจากกองทุนหมู่บ้านจัดตั้งเปึน สถาบันการเงินชุมชนมี ธ.ก.ส. ธนาคารออมสินดูแล แต่เนื้อแท้คือเขาทําโดยไม่ถูกต้อง ตามกฎหมาย เขารู้ตัวแต่เขาก็ทําเพราะประชาชนต้องการ เสร็จแล้วเขาบอกว่า สิ่งที่เขาทําวันนี้เขากังวลใจมาก เพราะว่าเขาไปรับจํานองที่ดินเพื่อเปึนหลักประกัน
ในการปล่อยสินเชื่อ ปรากฏว่าอย่างไรรู้หรือเปล่าครับ ปรากฏว่าถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา ถูกฟัองร้องยักยอกทรัพย์ได้ทันที เขากังวลใจมาก เพราะเขาทําธุรกรรมไม่ได้ด้วยตัวเอง แล้วขณะเดียวกันถ้าเกิดขึ้นมาจากกองทุนหมู่บ้าน กองทุนหมู่บ้านมีกฎเกณฑ์ว่าปล่อยกู้ได้แค่ ๗๕,๐๐๐ บาทเท่านั้น เพราะฉะนั้นคนที่ปล่อยกู้มากกว่านั้นเช่น ๒๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๑๐๐,๐๐๐ บาทบ้างผิดกฎเกณฑ์ทั้งนั้นเลย อันนี้ก็คือสิ่งที่เปึนสิ่งที่ประชาชนกังวลใจแล้วก็ เรียกร้องให้มีการดําเนินการแก้ไข ทั้งหมดนี้ชี้ถึงความจําเปึนในการที่จะต้องปฏิรูป ระบบการเงินระดับฐานรากเพื่อให้เปึนแหล่งออมและแหล่งทุนของประชาชนที่มีรายได้น้อย ทั่วประเทศไทย โดยข้อเสนอของกรรมาธิการหลังจากหารือกับทุกฝ์ายเสร็จแล้วก็มีข้อเสนอ ดังต่อไปนี้ อันที่ ๑ ก็คือการปรับองค์กรการเงินเหล่านี้จากการกู้ยืมที่ทําให้โตไม่ได้มาสู่ การเปึนกองทุนหรือองค์กรการเงินเพื่อการออมครับ แล้วพอเพื่อการออมแล้วมันจะสามารถ เดินไปข้างหน้าได้เราไม่ต้องพึ่งพาเงินจากรัฐอย่างเดียว ประเด็นที่ ๒ เรามีถึง ๑๒๐,๐๐๐ องค์กรทั่วประเทศไทยในระดับชุมชน เราคงไม่สามารถทําทั้งหมดได้ เพราะมีจํานวนมากเกินไป แนวทางของเราก็คือว่าเราจะทยอยคัดเลือกกลุ่มที่ เรียกว่า ดิวิชัน วัน (Division one) กลุ่มที่เปึนนักเตะเบอร์ ๑ อย่างซิโก้นี่เข้าสู่ลีก (League) ของเรา ซึ่งเราตั้งใจว่าจะมีการคัดสรรยกระดับกองทุนชุมชนประมาณ ๓,๕๐๐-๗,๐๐๐ แห่ง ในช่วง ๑๐ ป้ข้างหน้าแล้วเราไม่ได้ตั้งใจทําทีเดียวเหมือนกองทุนหมู่บ้าน เพราะถ้าเกิด ทําทีเดียวมีปัญหาได้ครับ ทยอยทําซึ่งในขณะนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร ธนาคารออมสินคาดว่าจะสามารถทําได้ประมาณ ๑,๕๐๐ แห่งในช่วงต้น ๆ อันนี้ก็จะกลายเปึนสถาบันการเงินชุมชนระดับตําบล แล้วก็จะเกาะกลุ่มกันเปึนโครงข่ายการเงิน ให้ประชาชนระดับฐานรากทั่วประเทศไทย สิ่งต่อไปก็คือการจัดสรรแรงจูงใจที่เหมาะสม ให้กองทุนเหล่านั้นสมัครเข้ามาเปึนสมาชิกของเครือข่าย แล้วก็ทํางานร่วมกับภาคีต่าง ๆ ในการยกระดับ แล้วพอสุดท้ายก็คือเรื่องของการจัดตั้งองค์กรกลาง
ในการรับผิดชอบในการกําหนดยุทธศาสตร์ กําหนดแผนแม่บทและขับเคลื่อนเรื่องนี้ อย่างจริงจัง พูดง่าย ๆ ว่าต้องการเจ้าภาพหลัก เจ้าภาพที่มีอํานาจในการขับเคลื่อน ประสานงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะนําไปสู่ภาพถัดมานะครับ ก็คือภาพกรอบความคิดรวบยอด ที่เราเคยนําเสนอในรอบที่แล้ว จะมีคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมาเปึนเจ้าภาพที่ผมพูดถึง เปึนองค์กรกลางหลัก เปึนองค์กรเรียกว่าคณะกรรมการพัฒนาระบบการเงินระดับฐานราก ทํางานร่วมกับทางสํานักงานกองทุนหมู่บ้าน กรมการพัฒนาชุมชน และ พอช. กรมส่งเสริมสหกรณ์แล้วก็ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์และคนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อันนี้ก็เปึน คนกําหนดนโยบาย กําหนดแผนแม่บท หลังจากนั้นก็เปึนคนดูแลแต่งตั้งแม่ข่ายแล้วก็แต่งตั้ง เกณฑ์ให้แม่ข่ายไปคัดเลือกลูกข่ายออกมาจํานวนประมาณ ๓,๕๐๐-๗,๐๐๐ แห่ง ก็ตกประมาณ ๑ ตําบลต่อ ๑ แห่งครับ และขณะเดียวกันลูกข่ายที่เกิดขึ้ นก็จะเปึน ตัวเชื่อมโยงบูรณาการกองทุนต่าง ๆ อยู่ในตําบล อย่างของตําบลหนองสาหร่ายเขาเปึน คนบูรณาการ ๙ กองทุนหมู่บ้านที่อยู่ใต้เขาให้เปึนกองทุนที่ทํางานร่วมกัน แล้วหลังจากนั้น ก็จะมีการสนับสนุนจากสมาคมธนาคารไทยเปึนต้น ในส่วนนี้ถ้าเกิดย้อนกลับไปก็จะเห็นว่า พอเรามีองค์กรต่าง ๆ เหล่านี้ครับ และมีข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้ก็มีความจําเปึนครับ ซึ่งจะต้องมีการออกกฎหมายเพื่อรองรับสถานะทางกฎหมายให้กับองค์กรการเงินระดับฐานราก แล้วก็สร้างความโปร่งใสในการดําเนินการและยกระดับการกํากับดูแล ในประเด็นนี้ในเรื่อง ของร่างพระราชบัญญัติที่พูดถึงนี่นะครับ จะมีความสําคัญมากครับ เนื่องจากประเทศไทย กําลังอยู่ในห้วงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สําคัญในการพัฒนาระบบการเงินระดับฐานรากที่ปัจจุบัน ก้าวมาถึงจุดเสี่ยงสําคัญ มีกองทุนจํานวนมากประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ แห่ง แต่ว่าขาดระบบ กํากับดูแล ติดตามกลไกพัฒนาที่เหมาะสมพอเพียง ซึ่งถ้าเราไม่ทําอะไรในจุดนี้นะครับ ก็อาจจะเกิดปัญหาความไม่มั่นคงในระบบการเงินฐานรากในอนาคตได้ แต่ถ้าเกิดเรามี กรอบกฎหมายที่ดีก็จะเปึนกลไกสําคัญในการพัฒนาระบบการเงินระดับฐานรากให้เปึนกําลัง สําคัญของประเทศต่อไป ผมอยากสรุปตรงนี้ง่าย ๆ ครับว่าระบบการเงินฐานรากที่เ รา มีปัจจุบัน กองทุนต่าง ๆที่เรามีวันนี้ครับ เหมือนกับเด็กที่กําลังเข้าสู่วัยรุ่น แต่ก่อน ๑๐ ป้ ๑๕ ป้ที่แล้วเขายังเล็ก ๆ อยู่เราไม่ต้องกังวลใจ แต่วันนี้เขาอยู่ในจุดหักเหที่สําคัญ เราเริ่มเห็น หลาย ๆ แห่งเริ่มเสียหายเกิดขึ้น ถ้าเราไม่ทําอะไรในวันนี้ ไม่ออกกฎหมายที่มีอํานาจ ในการกํากับดูแลและจัดมาตรฐานต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น แล้วก็ดูแลยกระดับคนเหล่านี้ขึ้นมา
อย่างเปึนระบบ ๑๐ ป้ให้หลัง เราอาจจะเกิดปัญหาสําคัญในระดับฐานรากได้ นี่คือ ความจําเปึนที่เราจะต้องนํามาสู่เรื่องของร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... ที่จะได้พูดต่อไปครับ เปัาหมายสําคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือเรื่องของ การป่ดช่องว่างทางการเงินระดับฐานรากในพีระมิดรายได้ที่เราได้ดูในภาพแรก ๆ นะครับ อันนี้ก็จะนําไปสู่เรื่องของการเพิ่มการเข้าถึงทางการเงินให้ประชา ชน ให้บริการที่ครบถ้วน สร้างมาตรฐานในการดําเนินการที่ดี การกํากับดูแลเพื่อให้เกิดความมั่นคงและขณะเดียวกัน ก็นําไปสู่การดําเนินงานที่ถูกต้องตามกฎหมายให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มีทั้งหมด ๓๕ มาตรา มีทั้งหมด ๖ หมวด หมวดต่าง ๆ ที่ผมจะได้พูดถึงในช่วง ต่อไปก็มีดังนี้ครับ หมวด ๑ ก็คือหมวดเรื่องของคณะกรรมการพัฒนาระบบการเงินระดับฐานราก อันนี้ก็มี องค์ประกอบสําคัญก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปึนประธาน กรรมการจาก หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้วก็มีผู้แทนจากองค์กรการเงินระดับฐานรากภาคละ ๑ คน จํานวน ๕ คน อันนี้ชุมชนเปึนคนเสนอครับว่าแต่ละภาคมีความแตกต่าง แล้วอยากให้ คนคนนั้นเปึนคนที่ช่วยขยายผลในภาคของตนเองแล้วก็เปึนผู้นําในภาคนั้น ๆ เขาเลยขอ ภาคละคน แล้วบวกผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเงินฐานราก การพัฒนาชุมชน กฎหมายด้านละ ๑ คน แล้วสุดท้ายก็คือผู้ดําเนินงานของ สศค. ก็คือ สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง เปึนกรรมการและเลขานุการที่เราเลือกกระทรวงการคลังเปึนเพราะว่ากระทรวงการคลัง เปึนคนดูแล ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน เปึนคนดูแลภาพรวมของระบบการเงินของประเทศไทย และขณะเดียวกันก็มีหน่วยงานคือ สศค. เปึนคนทําเรื่องนี้อยู่แล้วในอดีต เพียงแต่ว่า ขาดกรอบอํานาจ ขาดกระบวนการดําเนินการอย่างเปึนบูรณาการในการประสานงาน คนต่าง ๆ และขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลังเขาก็บอกนะครับว่าแม้กระทั่ง ขอข้อมูลผ่านหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างกองทุนหมู่บ้าน บางครั้งก็ไม่ได้รับข้อมูลดังกล่าว อันนี้ก็เลยทําให้การดําเนิ นการของเราหยุดชะงักและไม่สามารถดําเนินการในภาพรวมได้ กฎหมายฉบับนี้ก็พยายามแก้ไขประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วสุดท้ายครับที่เลือก กระทรวงการคลัง
ก็เพราะว่าระบบการเงินฐานรากไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของชุมชนทําเท่านั้น แต่เกี่ยวกับ เรื่องของสถาบันการเงินจะลงไปเล่นให้บริการกับฐานรากหรือคนจนด้วย ซึ่งเราพบลักษณะ เช่นนี้ในต่างประเทศ หรือกลุ่มนอนแบงก์ (Non-bank) หรือประเภทอิออน เฟ่ร์สช้อย เซทเทเลม พวกนี้เขาลงไปเล่นในกลุ่มข้างล่าง แล้วขณะเดียวกันก็จะมีกลุ่มที่เปึน พวกเทเลคอม (Telecom) ที่ทําเรื่องของเงินอิเลกทรอนิกส์ โมบาย เพย์เมนต์ (Mobile payment) โมบาย วอลเลท (Mobile wallet) ต่าง ๆ เหล่านี้ก็สนใจการเงินฐานราก ซึ่งเราพบตัวอย่างเหล่านี้ในต่างประเทศ คณะกรรมการชุดนี้ก็จะมีอํานาจในการดูแล ทั้ง ๓ ระดับ คือโครงข่ายของชุมชน เรื่องของสถาบันการเงินที่ลงมาเล่นเอง หรือแม้กระทั่ง เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เข้ามาดูแลในส่วนนี้ ในมาตรา ๗ ตัวของคณะกรรมการพัฒนา ระบบการเงินฐานรากก็จะมีหน้าที่ต่ำง ๆ เช่น เปึนผู้จัดทําแผนแม่บท การพัฒนา ระบบการเงินฐานราก มีบทบาทในการพัฒนา ในการคัดเลือกแม่ข่าย ในการกําหนดเกณฑ์ว่า ลูกข่ายจะเข้าสู่โครงข่ายต้องมีลักษณะอย่างไร เปึนผู้ที่เสนอนโยบายในการพัฒนาต่อ ครม. เปึนผู้ที่บูรณาการหน่วยงานของรัฐเพื่อดําเนินการตามแผนแม่บท นี่คืออํานาจต่าง ๆ ที่มีตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ แล้วขณะเดียวกันก็มีอํานาจในการกํากับดูแลซึ่งมีความสําคัญเช่นกัน อย่างที่บอกไปแล้วว่าตอนนี้เขาอยู่ในช่วงของวัยรุ่นที่อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นในบางส่วน เราก็ต้องการผู้ที่กําหนดเกณฑ์ในการประเมินลูกข่าย ตลอดจนกําหนดเกณฑ์การบริหาร ความเสี่ยงมาตรฐานการบัญชี และมีอํานาจในการตรวจสอบในบางครั้ง แล้วอันนี้คือสิ่งที่อยู่ ในมาตรา ๗ ส่วนในหมวด ๒ มาตรา ๑๓ จะมีการกําหนดเรื่องของแผนแม่บทที่ต้องทํา ทุก ๔ ป้ เราพบว่าทางกระทรวงการคลังได้พยายามทําเรื่องนี้มา แต่ว่าแผนแม่บทครั้งที่แล้ว คือ ๗ ป้ที่แล้ว แล้วครั้งนี้ก็อาจจะกําลังเริ่มทํา สนใจ แต่ว่าปัญหาคือว่าพอไม่มีการขับเคลื่อน ไม่มีหลักเกณฑ์ที่ต่อเนื่องก็ทําให้ทําบ้างไม่ทําบ้าง อันนั้นก็จะเปึนปัญหาสําคัญที่เราต้อง จัดระบบขึ้นมาให้เกิดการพัฒนาเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ในแผนแม่บทก็จะประกอบด้วย ๓ เรื่องสําคัญ ก็คือแนวทางการส่งเสริมพัฒนาระบบการเงินฐานราก เรื่องของการประเมิน ความเสี่ยงในระบบการเงินฐานรากที่เราเริ่มเห็นว่ามีความเสี่ยงในบางจุด เรื่องของ การคุ้มครองประชาชนให้ได้รับการปกปัองที่เหมาะสม อันนี้ก็คือเรื่องของมาตรา ๑๓ โครงข่ายการเงินฐานรากในหมวด ๓ อันนี้ก็คือตัวของโครงข่ายที่เราอยากจะจัดตั้งขึ้นมา ประกอบด้วย แม่ข่าย ลูกข่าย แล้วก็ฐานข้อมูลร่วม ซึ่งอันนี้อย่างที่บอกก็คือว่าจะมี
การจัดแรงจูงใจที่เหมาะสมเพื่อให้ ๑๒๐,๐๐๐ แห่งแข่งกันเข้ามามาเปึนสมาชิกของโครงข่าย ทีนี้ก็จะมีเรื่องต่าง ๆ ที่แม่ข่ายจะเปึนคนทําให้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของมาตรฐานบัญชี โปรแกรมการธนาคาร อย่างที่เห็นว่าเปึนโปรแกรมที่เขากรอกคอมพิวเตอร์ใน ๒ องค์กร ที่ผมให้ดูไป อันนี้ก็จะเปึนสิ่งที่ทําร่วมแล้วก็สร้างขึ้นมาให้ทุกคนใช้ร่วมกัน เพื่อจะได้ กรอกบัญชีต่าง ๆ กรอกธุรกรรมทางการเงินที่เหมาะสม แล้วก็รวมเปึนแหล่งข้อมูล แหล่งเดียวได้ ทําหน้าที่เรื่องของการโอนเงิน เรื่องของการกู้ยืมข้ามเครือข่าย เรื่องของ ไมโครอินชัวรันซ์ (Microinsurance) ให้ความรู้ทางการเงิน และเปึนช่องทางนําไปสู่ กอช. ได้ อันนี้ก็เปึนเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งในส่วนนี้ผมก็ได้คุยกับทาง กอช. ไว้ กอช. ก็บอกว่าถ้าเราจัดตั้ง โครงข่ายลักษณะนี้ได้ เขาตั้งใจที่จะใช้ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสินเปึนช่องทางของเขาในการเอา กอช. หรือการออมเงินบํานาญไปสู่ประชาชนระดับฐานรากอยู่แล้ว แต่เขาจะใช้โครงข่าย เปึนช่องทางของ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสินอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งจะทําให้ถึงประชาชนอย่างแท้จริง ในโครงข่ายผมอยากให้ดูมาตราต่าง ๆ ที่สําคัญ ในเรื่องของแม่ข่าย มาตรา ๑๖ เราจะให้ อํานาจแม่ข่ายในการคัดสรรลูกข่าย มีหน้าที่ในการพัฒนาระบบต่าง ๆ ในด้านต่าง ๆ ที่ผมกล่าวมาแล้ว มีหน้าที่ในการเพิ่มศักยภาพให้บุคลากร มีหน้าที่ในการให้บริการทางการเงิน มีหน้าที่ในการช่วยประเมินผลให้กับลูกข่าย อันนี้ก็ช่วยทางการในการดูแลลูกข่ายที่กําลัง เข้ามาสู่ระบบ แล้วขณะเดียวกันเพื่อให้เกิดความโปร่งใสเราก็มีมาตรา ๑๗ ทุกอย่างที่ทํา เพื่อโครงการนี้จะจัดเปึนบัญชีเฉพาะสําหรับโครงการนี้เพื่ อให้เห็นว่าเรามีภาระต่าง ๆ เกิดขึ้นกับภาครัฐมากน้อยแค่ไหน แต่โดยรวมผมพบมาในต่างประเทศการทําธุรกรรมกับคน จนสามารถมีกําไรได้ เพราะฉะนั้นในช่วงแรกอาจจะมีต้นทุนในการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ระบบโอนเงิน ระบบเพย์เมนต์ต่าง ๆ แต่ในระยะยาวโครงข่ายนี้จะมีกําไรที่เหมาะสม แล้วก็ สามารถที่จะมาหล่อเลี้ยงระบบต่าง ๆ ได้อย่างดี ไม่เปึนภาระต่อทางการ สําหรับลูกข่าย มีมาตรา ๑๘ ให้ความเปึนนิติบุคคลเพื่อให้เขาสบายใจว่าทุกอย่างที่เขาทํามีกฎหมายรองรับ แล้วไม่นําไปสู่เรื่องของการถูกฟัองร้อง และสามารถทําธุรกรรมต่าง ๆ ได้ตามที่ตั้งใจ มาตรา ๒๐ กําหนดอํานาจหน้าที่ในการให้บริการทางเงินของลูกข่าย โดยเฉพาะเรื่องของ การให้บริการพื้นฐาน ฝาก โอน เช่าซื้อ ชําระเงิน เปึนช่องทางขายประกันรายย่อย ดําเนินการต่าง ๆ เพื่อลูกข่าย
อันนี้ก็จะเปึนสิ่งที่รองรับการทําธุรกรรมของเขา แล้วระบบฐานข้อมูลก็จะเปึนสิ่งที่สําคัญ อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ก็คือแม่ข่ายมีหน้าที่ในการทําฐานข้อมูลร่วม ฐานข้อมูลอันนี้ ไม่ยากเลยครับ โปรแกรมที่เราจะส่งให้กับลูกข่ายคือสิ่งที่จะสร้างฐานข้อมูลให้ กด กรอก เข้าไปใช่ไหมครับ ข้อมูลต่าง ๆ ก็จะถูกส่งเข้าแหล่งกลางจะมีบันทึกหมดเลยครับว่าลูกข่าย หรือสมาชิกของลูกข่ายมีการฝากเงิน ถอนเงิน กู้เงิน มีพฤติกรรมในการจ่ายคืนอย่างดี มากน้อยแค่ไหน อันนี้ก็จะเปึนแหล่งข้อมูลสําคั ญของประเทศในระยะยาว เพราะว่า มันจะทําให้เราเห็นภาพว่าประชาชนที่ฐานรากเขามีความสามารถในการชําระเงิน มีวินัย ทางการเงิน แล้วก็มีปัญหามากน้อยแค่ไหน อันนี้ก็จะเปึนเรื่องที่สําคัญ ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของหน่วยงานที่เปึนเลขานุการก็คือ สศค. ก็จะมีหน้าที่ในการทํา ข้อมูลทั่วไป เกี่ยวกับระบบการเงินฐานรากเพื่อนําไปสู่การพัฒนาครับ ในหมวด ๔ เปึนเรื่องของ การจัดตั้งกองทุนพัฒนาระบบการเงินระดับฐานราก เงินทุนนะครับไม่ได้มาจากทางการ เราไม่ตั้งใจให้เปึนภาระกับทางการครับ อันนี้จะมาจากกําไรที่ผมบอกว่าจะเกิดขึ้น ในช่วงหลัง ๆ จากดําเนินการไปแล้ว ๒-๓ ป้ พอมีกําไรเสร็จแล้วนี่คณะกรรมการมีอํานาจ ในการกําหนดอัตราส่วนแบ่งของกําไรอย่างน้อยไม่ต่ํากว่ากึ่งหนึ่งมาให้กับกองทุนเพื่อให้ วัตถุประสงค์หลักคืออะไรครับ นี่คือเงินของประชาชนครับ เขาโอนสตางค์เขาจ่าย ๓ บาท เขาชําระเงินเขาจ่ายอีก ๓ บาท เขาดําเนินการต่าง ๆ เขามีต้นทุนที่เกิดขึ้น เงินเหล่านี้ ไม่ควรจะไหลจากชุมชนที่ชุมชนในชนบทออกจากเขามา เราก็ตั้งใจว่าถ้าเกิดเปึนลักษณะนี้ คณะกรรมการก็มีอํานาจแบ่งสันปันส่วนของกําไรที่เกิดขึ้นออกมาสู่การจัดตั้งกองทุน เพื่อให้กองทุนแห่งนี้ดําเนินการส่งเสริมและพัฒนาระบบการเงิน ระดับฐานราก ซึ่งคนที่จะ เปึนคนดูแลกองทุนก็คือคณะกรรมการที่เราตั้งขึ้นมา อันนี้ก็จะทําให้คณะกรรมการชุดนี้ มีความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาการเงินฐานรากได้อย่างเต็มที่มากขึ้น โดยที่ไม่ต้องไปรองบประมาณของทางราชการจัดสรรมาให้ แต่เปึนเงินของประชาชน ที่เกิดขึ้นระหว่างที่ทําธุรกรรมต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมา อันนี้ก็คือสาเหตุว่าทําไมเราต้องทํา บัญชีแยกต่างหากนะครับ เราก็จะเห็นจากบัญชีต่าง ๆ เหล่านั้น ในหมวด ๕ ครับ เปึนหมวดที่สําคัญอีกหมวดหนึ่งก็คือเรื่องของการกํากับดูแลและความมั่นคงทางการเงิน ระยะยาว อันนี้สําคัญมากเพราะเราเริ่มเห็นว่ามีปัญหาใช่ไหมครับ เราต้องจัดตั้งเรื่องนี้ให้ดี มีเรื่องของมาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ ครับ เปึนมาตราที่พูดถึงกรณีปกติที่จะสร้างความโปร่งใส
ให้กับการดําเนินการและการตรวจสอบประเมินผลที่เกิดขึ้นอย่างเปึนปร ะจํา โดยแนวคิด สําคัญในส่วนนี้นะครับก็คือต้องมีมาตรฐานในการกํากับดูแลที่เหมาะสมแต่ไม่มากเกินไป จนกลายเปึนภาระและข้อจํากัด อันนี้เราก็เลยนําเอากฎเกณฑ์ในการกํากับดูแลจากของ กองทุนหมู่บ้าน สหกรณ์บางส่วนนี่มาประยุกต์ใช้ให้กับการเงินฐานราก ในมาตรา ๒๘ ก็คือว่าคณะกรรมกา รมีอํานาจในการกําหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานบัญชี มีอํานาจ ในการกําหนดเกณฑ์ในการบริหารจัดการความเสี่ยงของลูกข่าย อันนี้เพื่อให้ทุกคนที่เข้าสู่ โครงข่ายมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม มีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีเพื่อจะได้ ไม่ต้องเข้าไปถึงจุดที่เปึนปัญหา มาตรา ๒๙ เพื่อเพิ่มความโปร่งใส่ในการดําเนินงานก็คือ ให้ลูกข่ายเป่ดเผยงบดุลและรายงานผลการดําเนินงานประจําป้ต่อสมาชิกและสาธารณชน อันนี้อย่างที่ผมยกตัวอย่างให้เห็นที่ปากเกร็ดใช่ไหมครับ เขาจัดตั้งเลย ทํารายงาน ประชาชน ก็สามารถเข้าไปดูได้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสว่าเงินไปถึงไหนแล้ว แล้วก็บริหารจัดการดี มากน้อยแค่ไหน และขณะเดียวกันก็จัดส่งให้แม่ข่ายแล้วแม่ข่ายมีหน้าที่ประเมินมาตรฐาน การให้บริการคุณภาพ ตลอดจนความเสี่ยงเปึนประจําทุกป้ แล้วก็แจ้งต่อคณะกรรมการ ลูกข่ายและสมาชิก ในหน้าถัดมาครับ ในกรณีที่เกิดปัญหาตัวของคณะกรรมการมีอํานาจ ในการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบ และผู้ตรวจสอบในมาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มีอํานาจ ในการเรียกดูข้อมูล แล้วก็ให้ลูกข่ายมาชี้แจงข้อเท็จจริง อันนี้จะทําให้เวลาเกิดปัญหา ต่าง ๆ ขึ้น เรามีอํานาจทางกฎหมายเพื่อจะดูแลปัญหา ในมาตรา ๓๑ สามารถเข้าไป ตรวจสอบได้ในสํานักงานของลูกข่าย มาตรา ๓๒ ก็คือมีอํานาจในการตรวจสอบกิจการแล้วก็ ฐานะการเงินของลูกข่าย อันนี้ทําขึ้นไปเพื่อว่าหาก มีปัญหาเกิดขึ้นก็สามารถที่จะ ดําเนินการจัดการแล้วก็ดูแลต่าง ๆ ตามเหมาะสม มาตรา ๓๓ ก็คือเมื่อเกิดปัญหาแล้ว แล้วทางการหรือแม่ข่ายตักเตือนแล้ว
การลงโทษก็คือการเพิกถอนความเปึนสมาชิกโครงข่ายของสถาบันการเงินที่เปึนลูกข่าย โดยมาตรา ๓๓ ของ พ.ร.บ. กําหนดไว้ว่าถ้าเกิดคณะกรรมการดําเนินการขอ ง ลูกข่ายกระทําการ หรืองดเว้นกระทําการในการ ปฏิบัติหน้าที่ของตน จนทําให้สูญเสีย ผลประโยชน์ของลูกข่ายหรือสมาชิก หรือลูกข่ายมีข้อบกพร่องเกี่ยวกับ การเงิน การบัญชี หรือกิจการ หรือฐานะการเงิน ตามรายงานการสอบบัญชีหรือรายงานการตรวจสอบ ให้แม่ข่ายเสนอแนะให้คณะกรรมการดําเ นินการของลูกข่ายแก้ไขข้อบกพร่อง หรือระงับการปฏิบัติบางส่วนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าว ถ้าเกิดไม่ดําเนินการแก้ไขตามเวลา ที่กําหนดแม่ข่ายก็สามารถเสนอต่อคณะกรรมการให้เพิกถอนการเปึนลูกข่ายได้ อันนี้ก็เปึน อํานาจที่เราสามารถดําเนินการได้ครับ กระผมได้นํา พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปหารือกับตัวแทน ขององค์กรการเงินระดับฐานราก เขาส่งผู้แทนมา ๕ เครือข่ายทั่วประเทศไทยครับ จากจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดชุมพร จากที่ต่าง ๆ โดยมีผู้แทนจาก ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน แล้วทางตัวแทนของสถาบันการเงินชุมชนบอกว่าจะเปึนประโยชน์ต่อการดําเนินงานของเขาอย่างยิ่ง แล้วก็เปึนร่างกฎหมายที่เขารออยู่เปึนเวลานาน สําหรับประเด็นเรื่องของการเป่ดเผยข้อมูล ตลอดจนเรื่องของการตรวจสอบนั้นเขาชี้แจงอย่างนี้ครับว่าสําหรับเขาแล้วเขาคิดว่าเปึนสิ่งที่จะ ช่วยสร้างความมั่นคงให้กับสถาบันการเงินของเขา เพราะว่าพอเขามีเงินมาก ๒๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท ประชาชนเริ่มกังวลใจ แล้วถ้าเกิดมีผู้มาช่วยตรวจสอบดูแลให้เปึนระยะ ๆ มันจะช่วยทําให้เกิดความเชื่อมั่นกับองค์กรของเขา เขาก็คิดว่าเปึนสิ่งที่สามารถทําได้ สําหรับผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้ก็คือเรื่องของสามารถจัดตั้งโครงข่ายการเงินฐานรากได้ อย่างน้อย ๓,๕๐๐-๗,๐๐๐ แห่ง ในช่วง ๑๐ ป้ข้างหน้าตามความพร้อมและความต้องการ ของประชาชน ช่วยประชาชนประมาณ ๒๐-๓๐ ล้านคนในชนบทครับ ถ้าองค์กรหนึ่ง มีประมาณ ๓,๐๐๐ คน ถ้าเกิดมี ๗,๐๐๐ แห่งก็ตกประมาณ ๒๑ ล้านคน อันนี้ก็จะเปึน จุดเริ่มต้นที่จะให้บริการทางการเงินที่ดี ในระยะยาว มีความครบถ้วนในด้านต่าง ๆ และ ขณะเดียวกันองค์กรที่เขาเข้ามาเปึนสมาชิกก็จะเปึนองค์กรที่มีความมั่นคงในการฝากเงิน แล้วก็เปึนแหล่งทุนในการประกอบการของเขา แล้วก็ยกระดับคุณภาพชีวิตของเขา และขณะเดียวกันเราก็คิดว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จะนําไปสู่กลไกการกํากับดูแลโครงข่ายการเงิน ฐานรากที่เปึนระบบแล้วก็ช่วยปัองกันความเสี่ยงทางการเงินที่อาจจะเกิดขึ้นต่อระบบการเงิน ของประเทศต่อไป สําหรับตัวชี้วัดมีอยู่ประมาณ ๕-๖ ด้านครับ อันที่ ๑ ก็คือ
จํานวนขององค์กรการเงินชุมชนที่เข้าสู่โครงข่าย จํานวนที่ด้วยการปรับเปลี่ยนจากที่เพื่อ การกู้ยืมเปึนเพื่อการออม และขณะเดียวกันอันนี้ก็วัดจากสมาชิกที่ออมอย่างต่อเนื่อง ระดับการเข้าถึงบริการทางการเงินพื้นฐาน โดยวัดจากตัวสมาชิกขององค์กรเหล่านี้ ยอดการทําธุรกรรมต่าง ๆ ว่าทําธุรกรรมได้มากน้อยแค่ไหน ตัวของมาตรฐานการบริหารจัดการ ซึ่งเรามีการประเมินผล และเขาจะมีเกณฑ์ว่าใครที่เข้าสู่ระดับที่ดี ที่น่าพึงพอใจนี่ มีสัดส่วนเท่าไร อันนี้ก็จะเปึนเปัาหมายระยะยาว และขณะเดียวกันก็มีการเชื่อมโยงกัน เปึนเครือข่ายอย่างที่ท่านประธานได้กล่าวไปแล้วในระดับต่าง ๆ และขณะเดียวกันก็จะสามารถ ช่วยทําให้เกิดการรวมตัวกันในระดับที่ใหญ่ขึ้นมาได้ครับ ทั้งหมดนี้จะนําไปสู่การป่ดช่องว่าง ของการให้บริการทางการเงินที่ฐานของพีระมิดรายได้ที่เรากล่าวไปถึงตอนแรก นี่คือวงกลมสีฟัาที่กําลังจะเข้ามา ซึ่งเมื่อรวมกับการปฏิรูประบบสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่ท่านดอกเตอร์ธวัชชัย แล้วก็การปฏิรูปเรื่องของความรู้ทางการเงินที่ท่านไพบูลย์ จะได้กล่าวต่อไป จะเปึนการปฏิรูปการเงินฐานรากครั้งสําคัญที่จะเปลี่ยนชีวิตคนไทย นับ ๒๐ ล้านคน ๓๐ ล้านคน วางรากฐานของการพัฒนาที่สมดุล ลดความเหลื่อมล้ํา แล้วก็ สร้างอนาคตให้กับประเทศและประชาชนอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ
ขอเชิญค่ะ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติ ผม ธวัชชัย ยงกิตติกุล ขอเรียนรายงานผลการศึกษาแนวทางการปฏิรูป สหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนีย นดังต่อไปนี้ครับ หลักการและเหตุผลของ การปฏิรูป สหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียนเปึนสถาบันการเงินประเภทหนึ่ง ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเติมเต็มช่องว่างทางการเงินที่ประชากรระดับฐานรากไม่สามารถเข้าถึงบริการ ของธนาคารพาณิชย์ได้ แต่ขณะเดียวกันสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียน
ก็มีการดําเนินกิจการที่แตกต่างจากสหกรณ์ประเภทอื่น ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ และปัจจุบันสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียนมีอัตราการเจริญเติบโตที่สูงมาก มีขนาดสินทรัพย์ทางด้านเงินออมถึง ๑.๒๗ ล้านล้านบาท สามารถปล่อยกู้ได้ถึง ๑.๔๗ ล้านล้านบาท จํานวนนี้แม้ว่าจะมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับระบบสถาบันการเงิน ทั้งประเทศ แต่เนื่องจากสหกรณ์ออมทรัพย์ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งเปึนประชากร ระดับฐานรากที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการธนาคารพา ณิชย์ได้ จึงนับว่ามีบทบาทสําคัญ ในเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตามสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียนในปัจจุบัน นอกจากมีการทําธุรกรรมที่คล้ายธนาคารพาณิชย์ คือมีการรับฝากและให้กู้แก่สมาชิกแล้ว ก็ปรากฏว่ามีการทําธุรกรรม มีการกู้ยืมระหว่างกัน ระหว่างสหกรณ์ต่าง ๆ มากขึ้น นอกจากนี้ก็ยังมีการนําเงินไปลงทุนภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการลงทุนในตราสาร ต่าง ๆ ที่เริ่มจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น โดยหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ถึงแม้จะมีการดําเนินการ ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ก็ปรากฏว่าผู้บริหารสหกรณ์ขาดความรู้ความชํานาญในการบริหาร ความเสี่ยงทางการเงินเท่าที่ควร หน่วยงานกํากับดูแลเองก็เช่นเดียวกัน ก็ขาดเจ้าหน้าที่ ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในสหกรณ์แห่งใดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากว่าเปึนสหกรณ์ ที่มีขนาดใหญ่ก็จะมีผลกระทบในวงกว้ำง แล้วก็อาจจะบั่นทอนถึงความเชื่อมั่นต่อระบบ สหกรณ์ทั้งหมดได้ ผมขอผ่านไปหัวข้อที่ ๔ เลยนะครับ คือผลการศึกษาวิเคราะห์ ในปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียนรวมทั้งสิ้นประมาณ ๑,๔๐๐ แห่ง ความจริงแล้วจํานวนขึ้น ๆ ลง ๆ เพราะว่าจํานวนสหกรณ์ที่มาจ่ายค่า สมาชิกไม่คงที่ เท่าที่สอบถามดูก็ปรากฏว่ามีสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียนหลายแห่งทีเดียว ที่มีความไม่พอใจ ไม่เห็นประโยชน์จากการเปึนสมาชิกทั้ง ๆ ที่เขาก็อยากจะเปึนสหกรณ์ สหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียนปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ในเขตเฉพาะ ในกรุงเทพมหานครมีถึงร้อยละ ๔๐ ของสหกรณ์ออมทรัพย์ทั้งประเทศ และมีสมาชิก ถึงร้อยละ ๔๘.๕ ของสมาชิกสหกรณ์ทั้งประเทศ อย่างไรก็ตามข้อมูลทางด้านบัญชี และการเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียนยังขาดมาตรฐาน และขาดความน่าเชื่อถือ ดังนั้นการวิเคราะห์ที่จะให้ได้ข้อยุติอย่ำงชัดเจนจึงไม่สามารถ จะทําได้แต่ก็ได้เพียงภาพกว้าง ๆ จากข้อมูลที่รวบรวมมา สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์
และสหกรณ์เครดิตยูเนียนมีเงินออมรวมกันสูงถึง ๑.๒๖ ล้านล้านบาท ในขณะเดียวกัน ก็มีสินเชื่อถึง ๑.๔๗ ล้านล้านบาท สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์มีเงินออมเฉลี่ยคนละ ๔๒๓,๑๑๔ บาท ขณะเดียวกันก็มีหนี้เฉลี่ยคนละ ๔๙๒,๙๘๔ บาท ก็แสดงว่าโดยเฉลี่ยแล้ว มีหนี้สินมากกว่าเงินออม ดังนั้นสหกรณ์ขณะนี้มี ๒ กลุ่ม คือกลุ่มที่มีความแข็งแรงและกลุ่มที่ มีความอ่อนแอ จากที่ได้เรียนไปเมื่อกี้จะเห็นว่าในภาพรวมสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์ เครดิตยูเนียนมีเงินออมต่ํากว่าเงินให้กู้ ดังนั้นจึงต้องอาศัยเงินจากภายนอก ที่อาศัยเงินกู้ จากภายนอกนั้นมีทั้งเปึนเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว สัดส่วนของเงินกู้จากแหล่งภายใน และแหล่งภายนอกประมาณ ๗๕ : ๒๕
ก็แสดงว่าขณะนี้สหกรณ์ออมทรัพย์มีการพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากภายนอกถึงร้อยละ ๒๕ และช่วงที่ผ่านมาก็ปรากฏว่าแนวโน้มการพึ่งพาเงินจากแหล่งภายนอกนั้นมีเพิ่ม ขึ้นนะครับ ในด้านสภาพคล่องก็ปรากฏว่าสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียนมีปัญหา พอสมควร ก็คือทางด้านสินทรัพย์เปึนเงินลงทุนระยะยาว และเงินให้กู้ระยะยาวถึง ร้อยละ ๘๒.๘ ของสินทรัพย์ทั้งหมด แต่มีหนี้สินหมุนเวียนถึงร้อยละ ๘๖.๗ ของหนี้สิน ทั้งหมด ก็แสดงว่าภาระระย ะสั้นมากกว่าสินทรัพย์ระยะยาว เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า ความสามารถในการบริหารสภาพคล่องไม่ดีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นจะไม่มีความสามารถ ในการที่จะตอบความต้องการของสมาชิกได้ ถึงแม้รายงานของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จะแสดงว่าผลการดําเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียนโดยรวมอยู่ใน เกณฑ์ดี คือมีกําไรร้อยละ ๖.๙ ของทุนเรือนหุ้น และมีสินเชื่อเสียคือเอ็นพีแอล (NPL) ค่อนข้างต่ํา คือเพียงร้อยละ ๐.๒๑ เท่านั้น แต่ผลประกอบการที่ดีอาจหมายถึงความแตกต่าง อย่างมากก็ได้ระหว่างสหกรณ์ที่เข้มแข็งและสหกรณ์ที่อ่อนแอ ไม่ได้แสดงถึงความมั่นคง ของระบบ และเนื่องจากการศึกษานี้เราไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปศึกษางบการเงินของแต่ละแห่ง จึงได้แต่เพียงภาพรวม การที่สหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียนมีการทําธุรกรรม ระหว่างกันเปึนจํานวนมาก มีความเชื่อมโยงสูงดังที่ได้กล่าวแล้ว ดังนั้นหากสหกรณ์ แห่งใดแห่งหนึ่งประสบปัญหาก็จะส่งผลกระทบในวงกว้างได้ หลายท่านก็คงจะทราบข่าว กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนียนขนาดใหญ่แห่งหนึ่งประสบปัญหา จากการตรวจสอบก็พบว่า ประการที่ ๑ ผู้ตรวจสอบบัญชีพบข้อบกพร่องหลายประการของสหกรณ์แห่งนั้นตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๓ และจากข้อมูลที่ปรากฏก็พบว่ามีการกระทําความผิดต่อเ นื่องมาก่อนหน้านั้น หลายป้แต่ไม่มีการส่งรายงาน ประการที่ ๒ ผู้ตรวจสอบบัญชีรายงานผลการตรวจสอบต่อ นายทะเบียน และมีการแต่งตั้งคณะผู้ตรวจการสหกรณ์ให้ดําเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๕๓ จากการตรวจสอบพบข้อบกพร่องที่ร้ายแรงต่าง ๆ เช่น มีการให้กู้แก่สมาชิกสมทบ โดยเฉพาะสมาชิกสมทบที่เปึนนิติบุคคลซึ่งผิดกฎหมาย วงเงินเสียหายประมาณ ๑๑,๘๐๐ ล้านบาท มีสัญญาเงินกู้หลายฉบับที่มีความไม่ถูกต้องในเรื่องของการลงนาม ประธานกรรมการได้ยืมเงินทดรองโดยไม่มีอํานาจ ไม่ระบุวัตถุประสงค์ของการกู้ และไม่มีการค้ําประกัน นอกจากนี้ก็มีการลงนามสั่งจ่ายเช็คหลายร้อยฉบับโดยไม่มีอํานาจ จากปัญหาหลัก ๆ ที่ได้เรียนมานี้ก็สรุปได้ดังนี้ครับว่า ประการที่ ๑ ระบบการกํากับดูแล
ขาดความเข้มงวด สหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียนจํานวนมากไม่ส่งรายงาน ตามกําหนด ไม่มีการจัดประชุ มสามัญประจําป้ และแม้ในกรณีที่พบข้อบกพร่องก็มี ความล่าช้าในการแก้ไขปัญหา ประการที่ ๒ คณะกรรมการและผู้บริหารโดยเฉพาะ ในสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียนขนาดใหญ่ยังขาดความเชี่ยวชาญในด้าน วิชาชีพ มีการดําเนินกิจการที่เบี่ยงเบนไปจากหลักการสหกรณ์ มีการทําธุรกรรมระหว่าง สหกรณ์และหน่วยงานภายนอกเปึนจํานวนมาก และเปึนธุรกรรมที่มีความเสี่ยง แต่ไม่มี ความสามารถในการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ประการที่ ๓ สหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนียนบางแห่งมีการปฏิบัติที่ฝ์าฝ๋นกฎหมาย เช่น การรับสมาชิกสมทบ โดยมิได้คํานึงถึงคุณสมบัติที่เหมาะสม มีการรับสมาชิกสมทบที่เปึนนิติบุคคลซึ่งเปึนการฝ์าฝ๋น กฎหมาย และมีการทําธุรกรรมที่กรรมการหรือผู้บริหารไม่มีอํานาจ
ส่วนในด้านสมาชิกก็ปรากฏว่าสมาชิกส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในหลักการสหกรณ์ ขาดความรับผิดชอบในการพิทักษ์ผลประโยชน์ของตนเองเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลังจึงได้มีข้อเสนอ ดังต่อไปนี้ ๑. ให้จัดตั้ง สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการ ประกอบกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์และ สหกรณ์เครดิตยูเนียน เปึนหน่วยงานอิสระของรัฐที่ไม่เปึนส่วนราชการและไม่เปึนรัฐวิสาหกิจ มีฐานะเปึนนิติบุคคล โดยโอนภารกิจในส่วนที่เกี่ยวกับสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียน จากกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ทั้งนี้จําเปึนต้องตราเปึนพระราชบัญญัติ จัดตั้งสํานักงานขึ้นโดยไม่ต้องยกเลิกพระราชบัญญัติสหกรณ์ฉบับปัจจุบัน เพียงแต่ระบุว่า กฎ ระเบียบใด ๆ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับได้ตราบเท่าที่ไม่ขัดกับ พระราชบัญญัติการจัดตั้งสํานักงานที่จะร่างขึ้นใหม่ ประการที่ ๒ ให้รัฐมนตรีว่ำการ กระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัติการจัดตั้งสํานักงานที่ว่านี้ ประการที่ ๓ ให้คณะกรรมการสํานักงานประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลังเปึนประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน ๖ คน ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง จากผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย การบัญชี การเงิน การบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์ หรือด้านสหกรณ์เปึนกรรมการ และให้เลขาธิการสํานักงานเปึนกรรมการและเลขานุการ โดยตําแหน่ง ประการที่ ๔ ให้คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่กําหนดนโยบาย ส่งเสริมและ พัฒนา ตลอดจนกํากับดูแลการประกอบกิจการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียน รวมถึงการกําหนดอัตราเงินสมทบที่จะเรียกเก็บจากสหกรณ์สมาชิก ประการที่ ๕ ให้สํานักงานมีอํานาจหน้าที่รับผิดชอบ ๒ ด้าน กล่าวคือในด้านที่ ๑ อํานาจหน้าที่ ในการส่งเสริมและพัฒนา ให้จัดหลักสูตรฝ๊กอบรมขึ้น ๓ หลักสูตรด้วยกัน หลักสูตรแรกคือ หลักสูตรพัฒนาทางด้านวิชาการและความรู้แก่กรรมการของสหกรณ์เช่นเดียวกั บสถาบัน กรรมการบริษัท หรือที่เรียกว่าอินสทิติว ไดเรกเตอร์ (Institute director) หลักสูตรที่ ๒ ทางด้านการเงิน การบัญชี การบริหาร เพื่อพัฒนาทักษะของผู้บริหารสหกรณ์ ให้มีความเชี่ยวชาญมีความรู้ในการปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานวิชาชีพ หลักสูตรที่ ๓ เปึนการจัดฝ๊กอบรมให้แก่สมาชิกสหกรณ์ให้เข้าใจในหลักการสหกรณ์และความรับผิดชอบ ของสมาชิกในการตรวจสอบและกํากับการบริหารของสหกรณ์เพื่อพิทักษ์ผลประโ ยชน์
ของตนเองอย่างถูกต้อง สมาชิกสหกรณ์จะต้องเข้าใจว่าฐานะของท่านมิใช่เปึนเหมือนผู้ฝาก ในธนาคาร แต่ว่าเปึนเจ้าของด้วย เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบจะต้องสูงกว่าผู้ฝากธรรมดา อย่างไรก็ตามในการจัดฝ๊กอบรมเหล่านี้ให้สํานั กงานร่วมมือกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่มีมาตรฐานเปึนผู้ดําเนินการ สํานักงานไม่ควรจะดําเนินการด้วยตนเอง ส่วนหน้าที่ ในการกํากับดูแลคือหน้าที่ประการที่ ๒ นั้น ให้คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบ กิจการสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนียน มีอํานาจหน้าที่ทํานองเดียวกับธนาคาร แห่งประเทศไทย สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ สํานักงาน คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย สามารถกําหนดกฎเกณฑ์ การบริหารความเสี่ยง กําหนดคุณสมบัติของคณะกรรมการและผู้บริหารสหกรณ์สมาชิก มีมาตรฐานธรรมาภิบาล กําหนดคุณสมบัติของสมาชิกสหกรณ์ ทั้งประเภทสมาชิกสามัญ และสมาชิกสมทบ หลักเกณฑ์การควบรวมและยกเลิกสหกรณ์ ตลอดจนพิจารณาหลักเกณฑ์ การลงทุนที่เหมาะสม
เนื่องจากการเสนอรายงานครั้งนี้เปึนครั้งที่ ๒ ในระหว่างที่เตรียมการนั้นคณะกรรมาธิการ ได้ทราบว่าสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก็กําลังแก้ไขร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์อยู่ จึงได้ขอเข้าพบและร่วมประชุมด้วย คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง ได้อธิบายถึงหลักการของแนวทางการปฏิรูปให้คณะกรรมการที่สํานักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาทราบ ในที่สุดก็ได้รับทราบจากสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าการแก้ไข พระราชบัญญัติสหกรณ์ที่กําลังดําเนินการอยู่นี้เปึนเรื่องด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และเมื่อดําเนินการแล้วก็จะดําเนินการร่างกฎหมายเพื่อจัดตั้งสํานักงานตามที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ จะได้นําเสนอต่อไป เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง จึงไม่ได้ยกร่างขึ้น แต่ทางสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะรับดําเนินการต่อไป จึงขอกราบเรียนครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิก ทุกท่านครับ ผมขอใช้เวลาไม่นานครับ แป็บเดียวครับ จะคุยเรื่องความรู้ทางการเงิน ซึ่งจริง ๆ ก็เคยได้อภิปรายไปบ้างแล้วในสภาแห่ งนี้ แต่ก่อนจะเข้าไปถึงเนื้อหาสาระ อยากจะขอให้นิยามความรู้ทางการเงินนิดหนึ่งจะได้คุยเรื่องเดียวกันครับ นิยามที่เปึน ทางการก็อาจจะเข้าใจยากนิดหนึ่ง แต่ถ้าผมจะสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ความรู้ทางการเงิน ที่เรากําลังจะผลักดันคือความรู้ที่ทําให้เราสามารถบริหารการเงินไ ด้อย่างมีประสิทธิภาพ ความรู้ที่ทําให้เรามีวินัยทางการเงิน รู้จักการออม รู้จักวิธีการลงทุนที่ถูกต้อง และความรู้ ที่ทําให้เราสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินแก่ตัวเอง แก่ครอบครัว และแก่สังคม นี่คือสิ่งที่เรากําลังจะผลักดันให้เกิดขึ้น ทีนี้ผมจะขอเข้าสู่เนื้อหาวั นนี้นะครับ ก็มีอยู่ ๓ ประเด็น เรื่องความจําเปึน แนวทางการปฏิรูป แล้วก็ผลที่คาดว่าจะได้ ความจําเปึน จริง ๆ นี่มีเยอะมาก แต่ผมขอนํามาใช้ในวันนี้ประมาณสัก ๗ ประเด็น ให้ท่านได้เห็นกัน ตามสไลด์ มีสไลด์ที่ได้ปรินต์ (Print) แจกให้ทุกท่านแล้วด้วยนะครับ ประเด็นแรกเลยนะครับ ทําไมจําเปึนจะต้องผลักดันให้ทุกคนมีความรู้ทางการเงินมากขึ้น ก็เพราะว่าคนไทยส่วนใหญ่แล้ว มีความรู้ทางการเงินอยู่ในระดับต่ํา จากการสํารวจของกระทรวงการคลังเร็ว ๆ นี้นะครับ ผลสรุปของการสํารวจออกมาว่า ๗๓ เปอร์เซ็นต์ของคนไทยในกลุ่มสํารวจมีความรู้ ทางการเงินที่อยู่ในระดับปานกลาง ต่ํา จนถึงต่ําที่สุด ๗๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าเกิดถามว่าต่ํา
มันแปลว่าอะไรที่เขาไปสํารวจมานะครับ ไครทีเรีย (Criteria) ก็คือ ๑. มีปัญหาทางการเงิน ๒. ออมน้อยถึงไม่มีการออมเลย ๓. ไม่มีการวางแผนทางการเงิน และ ๔. มีการใช้เงินกู้ นอกระบบเปึนจํานวนค่อนข้างสูง อันนี้คือปัญหาครับ ๗๓ เปอร์เซ็นต์ของคนไทยมีความรู้ ทางการเงินไม่พอ ประเด็นที่ ๒ ที่น่าเปึนห่วงไปกว่านั้นก็คือประชากรที่มีรายได้ต่ํา และเกษตรกร วิธีการวัดเดียวกันผลสํารวจออกมาว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่มีรายได้ต่ํา มีความรู้ทางการเงินที่จัดอยู่ในระดับปานกลาง ต่ํา จนถึงต่ําที่สุด เกษตรกร ๘๗ เปอร์เซ็นต์ แปลว่าอะไรครับ แปลว่าคนกลุ่มนี้เปึนคนกลุ่มที่น่าสงสารที่สุด ไม่มีความรู้ทางการเงินเพียงพอที่จะสามารถแม้กระทั่งออมเงิน ส่วนใหญ่เกษตรกรนี่ แทบจะไม่ได้ออมกันเลย อันนี้คือ ๒ ประเด็นแรกที่เราจะต้องแก้ปัญหาตรงนี้ให้ได้ ประเด็นที่ ๓ ถ้าดูพฤติกรรมการออมจากตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงมันก็สะท้อนว่าไม่มีการออม เกิดขึ้นที่เปลี่ยนแปลงไป ๑๐ ป้ที่แล้วจากตัวเลขหน้า ๕ ของผม รายได้ต่อครัวเรือน ในประเทศไทยรวมกันหมด ๑๕,๐๐๐ บาท หนี้สิน ณ ๑๐ ป้ที่แล้วประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ๑๐ ป้ให้หลังรายได้เพิ่มจาก ๑๕,๐๐๐ บาท เปึน ๒๕,๐๐๐ บาท เพิ่มมา ๑๐,๐๐๐ บาท หนี้สินเพิ่มขึ้นมา ๖๐,๐๐๐ บาท อันนี้ก็ชัดเจน ว่าไม่ได้มีการออมเกิดขึ้น ไม่ว่ารายได้จะมากขึ้นเท่าไรก็กลายมาเปึนหนี้เสียหมด ความเหลื่อมล้ําต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมเรามันก็ไม่มีทางจะแก้ได้หรอกครับ ถ้าเผื่อคน กลุ่มที่ไม่มีความรู้ทางการเงินนี้เขาไม่รู้จักวิธีการออม
ข้อที่ ๔ อันนี้เปึนตัวเลขที่เราเห็นกันมานาน หนี้สินครัวเรือนต่อจีดีพี อันนี้สรุปภาพรวม ของประเทศ เราเห็นกันว่า ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ คุ้นเคยกับตัวเลขนี้นะครับ ๘๗ เปอร์เซ็นต์ หนี้สินครัวเรือนเมื่อเทียบกับจีดีพีถ้าดู ๑๐ ป้ที่แล้วไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือ ความน่ากลัวของมันว่าทําไม ๑๐ ป้ที่ผ่านมาตัวเลขหนี้สินครัวเรือนถึงเกิดขึ้นได้พุ่งขึ้นมาแรง ขนาดนี้ แล้วถ้าเราไม่ระงับมัน ถ้าเราไม่สอนคนไทยให้รู้จักการบริหารการเงินที่ถูกต้อง ตัวเลขนี้จะทะลุ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แน่นอนครับ และจะเปึนสิ่งที่น่าห่วงมาก ประเด็นที่ ๕ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสังคมผู้สูงวัยที่เรากําลังจะก้าวไปสู่ แค่ใช้ตัวเลขที่มีการประมาณการ จากสํานักวิจัยแห่งหนึ่ง ภาระของภาครัฐในวันนี้ที่ต้องใช้จ่ายไปกับการดูแล เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกับสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุต่าง ๆ นานาตกอยู่ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท งานวิจัยนี้ไปถึงแค่ป้ ๒๕๖๔ อีก ๗ ป้จากนี้ตัวเลขนี้จะพุ่งขึ้นไปเปึน ๔๖๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้คือภาระของภาครัฐที่จะต้องดูแล แล้วลองคิดดูว่าถ้าเผื่อประชากร ยังไม่ยอมออมอะไรกันอีกนี่ภาระตรงนี้ก็จะมากขึ้นอีก และถ้ามีคนสูงวัยไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งเยอะ ถ้าเทียบเปึนสัดส่วนของรายได้ของภาครัฐมันไม่เพียงพอครับ เปอร์เซ็นต์ที่จะต้องดูแลผู้สูงวัย จากการที่ไม่มีเงินออมของตัวเอง เปอร์เซ็นต์ต่องบประมาณมันจะสูงขึ้น ๆ เรื่อย ๆ จนสู่ ระดับที่มันไม่ซัสเทนเนเบิล (Sustainable) เหมือนหลาย ๆ ประเทศ อย่างเช่นประเทศกรีซ ที่มีปัญหากันอยู่ตอนนี้ก็คือเรื่องเพนชัน (Pension) เปึนหลักเลย เพนชันก็คือภาระที่รัฐบาล จะต้องเข้าไปดูแลให้กับผู้สูงวัยมันเกินงบประมาณที่รัฐบาลจะรับได้ ข้อที่ ๖ อันนี้ก็คือ เรื่องการตกเปึนเหยื่อทางการเงิน ปัญหาการถูกหลอกต่าง ๆ มันยังเกิดขึ้นอยู่สม่ําเสมอ และอันนี้สะท้อนอะไรครับ ว่าไม่ใช่แค่คนระดับล่างที่ถูกหลอก คนที่มีปัญญาที่จะสามารถ เข้าไปซื้อกองทุนประเภทต่าง ๆ ที่ถูกหลอกคือคนที่มีฐานะปานกลางจนถึงสูงนะครับ แสดงว่าความรู้ทางการเงินจะต้องทํากันทุกระดับ ตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงระดับบน เพราะตอนนี้คนระดับบนก็มีปัญหาเช่นกันครับ ประเด็นที่ ๗ ประเด็นสุดท้ายที่จะคุยในวันนี้ จริง ๆ มีเยอะกว่านี้ ประเด็นที่ ๗ ก็คือว่าจริง ๆ เรื่องนี้มีการทํากันเยอะ หลาย ๆ ท่านบอกว่า แล้วทําไมไม่ทํากันล่ะเรื่องการให้ความรู้ ทํากันเยอะครับ แบงก์ชาติก็ทํา กระทรวงการคลัง ก็ทํา ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ เอกชน ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ทํากันหมดครับ แต่ทําไม ยังเปึนปัญหาที่ผมให้ดูอยู่ ทําไมคนก็ยังไม่มีความรู้ ก็เพราะต่างคนต่างทํา และเพราะว่า ต่างคนต่างทําตามพันธกิจของตัวเอง ไม่มีใครมองภาพของประเทศเปึนหลัก มองแต่สิ่งที่
ตอบโจทย์ตัวเองที่จะทํา แน่นอนธนาคารเอกชนหรือภาคเอกชนเขาก็ต้องทําเพื่อตอบโจทย์ ของเขา เพราะนั่นคือพันธกิจเขาคือรัน (Run) ธุรกิจ แต่ว่าเราตอนนี้กําลังมีปัญหา เพราะไม่มีใครมองอย่างบูรณาการทั้งระบบ ไม่มีใครมาวางยุทธศาสตร์การให้ความรู้ ทางการเงินกับประชาชนทุกระดับของประเทศไทย และถ้าไม่ทําตรงนี้การลดความเหลื่อมล้ํา ความมั่งคั่งกระจุกตัว ปัญหาต่าง ๆ ที่เราคุยกันไม่มีทางจะแก้ได้หรอกครับ ให้เงินชาวนาไป เท่าไรก็หมดครับ หากินกันมาได้เท่าไรก็ใช้กันจนหมดครับ อันนี้คือ ๗ ประเด็นหลักที่ทําไม ทางคณะกรรมาธิการเราถึงผลักดันให้มีการให้ความรู้ทางด้านนี้ ทีนี้แนวทางการปฏิรูป คืออะไรครับ แนวทางแรกเลย เราเสนอให้การให้ความรู้ทางการเงินเปึน ๑ ในนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ ก็หวังว่าหมอชูชัยนั่งอยู่ตรงนี้พอดี ไม่ถูกตัดออกจากรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะเราเสนอไป และคุณกอบศักดิ์ด้วยนะครับ เพราะตรงนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องใหญ่ครับ และที่ต้องใส่เอาไว้ก็เพราะว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลไม่เคยให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ ผมพูดได้ อย่างเต็มปาก เพราะผมได้ทํางานมากับหลายรัฐบาล บางคณะ บางรัฐบาลก็จะมีฟอร์ม (Form) ที่ดี ตั้งคณะทํางานสวยหรูเลย มีทุกระดับนั่งอยู่ในนั้นหมดเลย แต่ผลที่สะท้อน ออกมาคนไทยก็ยังไม่มีความรู้ทางการ เงินอยู่ดี ฉะนั้นมีความจําเปึนแล้วครับที่เรื่องนี้ ต้องเปึนยุทธศาสตร์ชาติ ต้องเปึนวาระแห่งชาติ ที่จะต้องทํากันอย่างจริงจัง เพื่อที่จะต้อง แก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ส่วนแนวทางที่ ๒ ข้อเสนอที่ ๒ ซึ่งเปึนข้อเสนอที่ทุกท่านในห้องนี้ ไม่ค่อยจะอยากฟังเท่าไรก็คือการตั้ งองค์กรใหม่ขึ้นมา หลายท่านก็จะบอกเอาอีกแล้ว ตั้งอีกองค์กรหนึ่งแล้ว แต่มันไม่รู้จะหาวิธีออกอย่างไรครับ
เพราะอย่างที่ผมเรียนแล้วตอนนี้ มี ๑๐ กว่าองค์กรที่ทําเรื่องนี้แต่มันไม่มีประสิทธิภาพ มันไร้ทิศทาง มันต่างคนต่างทํา ไม่บูรณาการ มันเลยมีความจําเปึนที่จะต้องตั้งสถาบันขึ้นมา เพื่อมาทําเรื่องนี้โดยเฉพาะ แล้วโดยเฉพาะกับกลุ่มคนฐานราก กลุ่มประชากรรายได้ต่ํา ตรงนี้น่าสงสารมาก จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีหน่วยงานหนึ่งที่มาให้ความรู้ทางด้านนี้ แต่ถ้าทางนี้ ถ้าเกิดตั้งกันยาก ออปชัน (Option) ที่ ๒ ซึ่งไม่ค่อยมีประสิทธิภาพก็คือวิธีเดิม ก็ไปตั้งหน่วยงานในแบงก์ชาติ ตั้งหน่วยงานใน ก.ล.ต. ซึ่งตอนนี้เขาบอกเขาก็ทําอยู่แล้ว ซึ่งผลเราก็เห็น ๆ กันอยู่แล้วมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น คือถ้าไม่เอาทางนี้กลับไปทางเดิมผมคิดว่า คงไม่มีอะไรดีขึ้น ผลที่คาดว่าจะได้เพื่อเปึนการประหยัดเวลาของทุกท่านก็คือคนไทย ก็มีความรู้ทางการเงินมากขึ้น ปัญหาทางสังคมก็หวังว่าจะน้อยลง การลดความเหลื่อมล้ํา ต่าง ๆ ที่เราหวังจะได้เห็นก็น่าจะเกิดขึ้นได้ รายละเอียดเนื้อหาสาระอยู่ในรีพอร์ต (Report) ที่เขียนไว้ ๒๐ หน้า ถ้าท่านจะกรุณาอ่านก็จะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นครับ ผมคงขอใช้เวลา เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านประธาน กรรมาธิการจะมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ ถ้าอย่างนั้นก็จะไปถึงช่วงเวลาที่ท่านสมาชิกจะได้ ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะกับวาระปฏิรูปที่ ๑๓ นี้นะครับ ขณะนี้มีอยู่ ๓ ชื่อเท่านั้น คุณดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ ดอกเตอร์ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ และคุณเตือนใจ สินธุวณิก เชิญคุณดุสิต ลีลาภัทรพันธุ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ และท่านสมาชิกสภาที่น่ารักทุกท่าน ปล่อยให้ผมเปึนคนแรก เกี่ยวกับเรื่องสถาบันการเงิน หรือการปฏิรูปการเงินฐาน รากของสภานี้ ดูจากท่านกรรมาธิการได้มีการทําการปฏิรูป เรื่องการเงินให้กับประชาชนเรา ผมว่าเห็นด้วยดีครับ แต่ก็มีข้อน่าสังเกตว่าที่ผ่านมานั้น การเงินของประเทศโดยเฉพาะธนาคารของรัฐหรือธนาคารเอกชนที่ผ่านมา วันนี้นั้น การธนาคารกําไรดีไหม แล้วภาครากหญ้าเราชาวบ้านเราทําไมเราจึงต้องปฏิรูปเขา เหตุผล ก็คือว่าที่ผ่านมาธนาคารทั่วไปเน้นตรงที่ดอกเบี้ย ทําให้ประชาชนเราส่วนใหญ่นั้นได้รับ การกู้ยืมที่แพง ส่วนเงินฝากต่ํา ผลต่างตรงนี้เห็นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งรากหญ้าเวลากู้ยืม
ดอกเบี้ยสูง ผลประกอบการก็แย่ หักออกมาเหลืออะไรล่ะครับ จึงทําให้มีการเกิดการกู้ยืม นอกระบบขึ้นมา มีการเกิดสหกรณ์ขึ้นมาต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อที่จะช่วยเหลือรากหญ้าเหล่านี้ ผลสุดท้ายก็คือปัญหาถึงเกิดมาให้เราได้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะแก้ไขรากหญ้า แต่ผม ก็มีข้อสังเกตว่าอย่างคณะกรรมาธิการเขียนว่าการพัฒนาระบบการเงินระ ดับฐานราก ที่ออกมาโดยคณะกรรมการเหล่านี้นั้น ที่ตั้งกันขึ้นมานั้นแน่ใจหรือเปล่าว่าจะไม่มีการสูญเสีย ดูแลได้ดี ดอกเบี้ยต่ําไหม ผลต่างเงินฝากกับดอกเบี้ยเปึนอย่างไร อันนี้กรุณาช่วยระบุลงให้ชัด ในมาตราหรือระเบียบแบบแผนให้ชัดเจนเพื่อชาวบ้านจะได้รับรู้ตรงนี้ ส่วนการที่ว่า มีเครือข่าย ๓,๐๐๐-๗,๐๐๐ รายอะไรเหล่านี้นั้นสถาบันดูอย่างไร เครือข่ายเชื่อมโยงกันไหม ควบคุมดูแลกันอย่างไร
ท่านบอกว่าท่านมีคณะกรรมการดูอยู่ แต่ดูอย่างไรล่ะครับ ดูเปึนรายไป หรือว่าดูแบบทั่วไป ตรวจสอบกันอย่างไร อย่าให้เกิดเหมือนกับที่ผ่านมาการเงินขอ งประเทศก็เคยประสบ มาแล้วครับ สําหรับสหกรณ์ออมทรัพย์ซึ่งท่านก็ได้แก้ไข ดูแลเพื่อให้ดีขึ้นนั้น เปึนรากฐาน มั่นคงกับประเทศนั้น ผมเห็นด้วยในการปฏิรูปคราวนี้ แต่ความเสียหายทางการเงิน เมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการก็พูดแล้วว่าความรู้ทางการเงินของประชาชนไม่มี เหตุที่ไม่มี ผมรู้ได้ว่าสถาบันการเงินเรานี่เปึนคนยัดเยียดเงินให้กับชาวบ้าน นาโน (Nano) สถาบันการเงินต่าง ๆ เหล่านี้ล่ะคืออะไร นวัตกรรมทางการเงินโดยเฉพาะกลุ่มทุนใหญ่ ๆ ที่คิดขึ้นมาใช้กับชาวบ้านนี่เปึนอย่างไร ชาวบ้านเดือดร้อน แล้วเรา ใคร รัฐก็เดือดร้อนด้วย หนี้สินที่เกิดเกิดจากใครเปึนคนให้ครับ เราควบคุมดูแลกันอย่างไร เราโอเคว่าวันนี้จะให้มี การออม ออมอย่างไรครับ ในเมื่อท่านเมื่อสักครู่บอกว่าเงินออมกับเงินกู้ยังติดลบกันเลย แล้วผมก็เชื่อพวกที่ออมก็คือออม พวกที่มีความรู้อยู่เรื่องรู้จักออมก็ออม คนที่ไม่รู้จักออม เท่าไรก็ไม่ออม ท่านมีวิธีแก้อย่างไรกับคนเหล่านี้ ในระบบการเงินนะครับ และท่านบอกว่า เหยื่อทางการเงิน วิธีการวันนี้ นวัตกรรมทางการเงินแปลก ๆ มาหลายรูปแบบมากมาย มหาศาล ผมอยากให้คณะกรรมาธิการออกรูปแบบตรงนี้ให้รัดกุมกว่านี้หน่อยหนึ่ง และเปึนไปได้อย่างยิ่งเลย บอกเทียบชั้นว่าเงินออมกับเงินกู้ต่างกันเท่าไร ให้เขาเห็น นี่คือความรู้อย่างดีที่สุดมอบให้กับชาวบ้าน ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญดอกเตอร์ชิงชัย หาญเจนลักษณ์ ครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ก่อนอื่นผมก็ขอ สนับสนุนรายงานของคณะกรรมาธิการ แต่ขออภิปรายเพิ่มเติมจากที่คุณไพบูลย์ได้นําเสนอ ไว้แล้ว คือข้อแรกผมคิดว่ากลุ่มเปัาหมายที่สําคัญอาจจะเปึนผู้สูงอายุ คือภายใน ๑๕ ป้จากนี้ประเทศไทยจะมีผู้มีอายุมากกว่า ๖๐ ป้ประมาณ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ พวกนี้จะเปึน ปัญหาต่อไปถ้าเผื่อไม่มีความเข้าใจพื้นฐานเรื่องการเงิน เรื่องการประกันสุขภาพของภาครัฐ แล้วก็การที่จะต้องมีการประกันสุขภาพเพิ่มเติม เรื่องการลงทุนที่เปึนประโยชน์ ลงทุนทั้งระยะกลางและระยะยาว อันนี้ผมคิดว่ามันเปึนเรื่องที่จําเปึนต้องนํามาพิจารณา อันที่ ๒ ที่ผมอยากจะเอ่ยถึงก็คือว่าประชาชนส่วนใหญ่นี่ยังไม่มีความเข้าใจในระบบบัญชี เงินฝากของธนาคารต่าง ๆ ดอกเบี้ยนี่ ๓ เดือนเท่าไร ๖ เดือนเท่าไร ป้หนึ่งได้เท่าไร
แล้วรวมทั้งระบบการฝากเงิน ระบบดอกเบี้ย ซึ่งแตกต่างกันระหว่าง ธนาคาร ตอนนี้ก็คงทราบเพราะว่าดอกเบี้ยลง ก็จะมีการเปรียบเทียบว่าธนาคารกรุงเทพ ขอโทษ ดอกเตอร์กอบศักดิ์นะครับ ให้เท่าไร ธนาคารกสิกรไทยเท่าไร ธนาคารออมสินเท่าไร จะมีการเปรียบเทียบกันแบบนี้ ซึ่งอันนี้ส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจ ผมคิดว่าควรจะขอความร่วมมือ จากสมาคมธนาคารไทย ซึ่งมีการรวมพวกธนาคารต่าง ๆ ไว้ ทําเปึนข้อมูลได้ไหมว่า ธนาคารไหนเงินฝากชนิดต่าง ๆ มีอะไรบ้าง แล้วก็ดอกเบี้ยธนาคารไหนให้เท่าไรอะไรนี่ ผมคิดว่าจําเปึน ต่อมาผมคิดว่าพวกรายการทีวีตอนนี้เปึนการสื่อที่ดี
ตอนนี้อาจจะโดนเรื่องระบบสื่อสารทางสังคมแบบเฟซบุกอะไรต่าง ๆ มันตีไปแล้ว แต่เรื่องรายการทีวีผมก็ว่าเปึนช่องทางอีกอันหนึ่งก็อาจจะต้องมีการดูอย่างรายการ มันนี่แชลแนลของตลาดหลักทรัพย์ก็ขอให้มีการนําเรื่ องข้อมูลต่าง ๆ มาเผยแพร่บ้าง เชิญดอกเตอร์กอบศักดิ์ไปพูดบ้างอะไรอย่างนี้ซึ่งก็เคยไปพูดแล้ว แต่ให้มันลงต่ํามาอีกนิดหนึ่ง อย่าไปพูดเรื่องกรีซเรื่องอะไรนะครับ ส่วนการจัดตั้งสถาบันส่งเสริมความรู้ทางการเงิน แห่งชาติผมคิดว่าในปัจจุบันอาจจะเร็วไป เพราะมันมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่สามารถที่จะเข้าไป ช่วยทําให้บริการเรื่องนี้ได้ เรื่องความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเงินมันมีอยู่ก็มากพอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมคิดว่าสมาคมธนาคารไทยน่าที่จะเข้ามาทําเรื่องนี้ได้เปึนสมาคมที่มีงบ ก็รวมพวกธนาคารต่าง ๆ อยู่แล้วทําไมไม่ทําเปึนระบบ ซีเอสอาร์ให้พวกธนาคารจัดทํา คู่มือการลงทุนอะไรต่าง ๆ ให้เผยแพร่อย่างกว้างขวาง ผมทราบว่าขณะนี้มีการส่งทีมออกไปช่วย สอนทําบัญชีครัวเรือนในชนบทอยู่แล้ว อันนี้ผมว่ามันมีอยู่แล้ว ก็สนับสนุนไป ทางรัฐอาจจะเข้ามาดูแล้วก็อาจจะให้คําแนะนํา อาจจะดูเรื่องของมาตรการทางภาษีก็ได้ ถ้าเผื่อมี เรื่องของซีเอสอาร์ของกลุ่มธนาคาร อีกเรื่องหนึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้ เปึนเรื่องที่ปัญหาเรื่องการเงินนอกระบบได้พูดกันไว้มาก ผมคิดว่าต้องทําเปึนเรื่องจริงจัง และต้องให้อธิบายให้เข้าใจด้วยว่าการเงินนอกระบบมีผลเสียหายอย่างไร ดอกเบี้ย ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี่มัน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ต่อวัน ไม่ใช่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์แบบดอกเบี้ยธนาคาร อันนี้ผมว่าต้องมีการอธิบายให้เข้าใจ และส่วนภาครัฐเองเรื่องมาตรการควบคุมการเงิน นอกระบบจะต้องเข้มแข็งกว่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณเตือนใจ สินธุวณิก ครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ กราบเรียน ท่านประธาน ดิฉัน นางเตือนใจ สินธุวณิก สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๐๘๔ สาขา สื่อสารมวลชน ก่อนอื่นดิฉันใคร่จะขออนุญาตท่านประธานที่จะกล่าวชมเชยและสนับสนุน คณะกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านได้พยายามที่จะคิดแล้วก็ช่วยเหลือการเงินในระดับ ฐานราก โดยการเสนอพระราชบัญญัติการบริหารการเงินหรือ ร่างพระราชบัญญัติการเงิน ระดับฐานราก พ.ศ. .... ที่ดิฉันสนับสนุนนั้นเนื่องจากมีประสบการณ์ตรงจากข้อมูลว่า ในรัฐบาลที่ผ่านมาได้มีการพยายามที่จะแก้ไขปั ญหาหรือว่าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
ในส่วนของภูมิภาคในเรื่องของการจัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ซึ่งกองทุนหมู่บ้านนี้จะเห็นว่าโดยหลักแล้วเหมือนกับจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แต่ดิฉัน มีแม่บ้าน ขออนุญาตกลับไปทุกป้ ไปเพื่ออะไรคะ เพื่อที่จะไปเซ็นชื่อคืนเงินเสร็จ แล้ว เซ็นชื่อต่อกันใหม่เพื่อจะกู้เงินต่อมา ดังนั้นหนี้สินก็ทบอยู่อย่างนั้นไม่ได้ทําให้ชีวิตเขาดีขึ้นเลย ดังนั้นดิฉันจึงเห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งว่าสําหรับขณะนี้พี่น้องประชาชนเองในส่วนต่างจังหวัดนั้น เราจะเห็นว่าเขาได้มีการดําเนินการเกี่ยวกับเรื่องของสหกรณ์ออมทรัพย์บ้าง หรือว่า กองทุนสัจจะออมทรัพย์ ธนาคารหมู่บ้านอย่างที่ท่านได้เรียนมาแล้วว่าได้ประโยชน์ มากทีเดียว ทีนี้การดําเนินงานของพี่น้องชาวบ้านนั้นอาจจะได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ว่าความรู้ ในการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังต่าง ๆ นั้นอาจจะไม่ครบสมบูรณ์ ดังนั้นดิฉันถือว่า สิ่งที่ท่านนําเสนอสภาปฏิรูปแห่งชาติในวันนี้เปึนเรื่องที่จะเปึนประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน ในส่วนของฐานราก ซึ่งเปึนกระดูกสันหลังสําคัญของประเทศชาติอย่างแท้จริงนะคะ อย่างไรก็ตามดิฉันอยากขออนุญาตกราบเรียนเสน อแนะเพิ่มเติมดังนี้ว่าสําหรับ ร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... นั้น ดิฉันอยากจะขอความกรุณา ท่านกรรมาธิการได้กรุณาที่จะบรรจุลงไปในพระราชบัญญัตินี้ ขอให้ถือโอกาสนี้ในการที่จะ ทําการตรวจสอบจัดระเบียบ
แล้วก็กวาดล้างบรรดากองทุนหรือว่ากลุ่มออมทรัพย์หรือแม้แต่ธนาคารหมู่บ้าน ที่อาจจะตั้งขึ้นมาด้วยความไม่มั่นคง มีการบริหารงานที่เปึนความเสี่ยงของคนที่มาออมทรัพย์ ดังนั้นถือโอกาสนี้กวาดล้างหรือว่าตรวจสอบอย่างแท้จริงให้สิ่งที่ไม่ดีนั้นให้หมดไป และเริ่มต้นสิ่งที่ดีที่สุดกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่เรานําเสนอนะคะ ขอเสนอว่า ในการที่ท่านว่าจะจัดตั้งโครงข่ายเกี่ยวกับข้อมูลจัดระเบียบทั้งหลายอย่างที่เสนอแล้ว ว่า ให้มีการตรวจสอบตั้งแต่กรรมการและผู้บริหารของทุกกองทุนหรือว่ากลุ่มออมทรัพย์ว่า มีความรู้ความสามารถแค่ไหน เพียงไร แล้วปฏิบัติงานด้วยความมีธรรมาภิบาล ซื่อสัตย์สุจริต หรือไม่ ถือโอกาสนี้ดําเนินการเลยค่ะ พร้อมกันนั้นก็อยากจะขอความกรุณาท่านได้ให้ความรู้ ด้านการเงินการคลัง โดยการจะจัดอบรมจัดเปึนภาค เปึนหมู่จังหวัดหรือคลัสเตอร์ (Cluster) ก็แล้วแต่ มีการให้ความรู้กับเขาในเรื่องของการบริหารการเงินการคลังที่เขามีอยู่ อันนี้ก็จะ ช่วยเปึนประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนที่เปึนสมาชิกออมทรัพย์โดยตรง อีกข้อหนึ่งที่ดิฉัน อยากจะขออนุญาตกราบเสนอทางท่านกรรมาธิการเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คืออยากจะขอ ความกรุณาท่านได้บรรจุลงในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็คือเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ การเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... นี่ว่าขอให้มีการจัดทําฐานข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานซึ่งจะเปึน ออมทรัพย์ซึ่งเราขอให้เปึนนิติบุคคลนั้นให้ครอบคลุมทั้งประเทศ โดยจัดแบ่งเปึนคลัสเตอร์ กลุ่มจังหวัดหรือภาคด้วย ทั้งนี้เพื่ออะไรคะ เพื่อให้เกิดการเห็นข้อมูลแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ซึ่งอันนี้ดิฉันคิดว่าจะเปึนตัวอย่างที่ดีเหมือนกับเปึนเบนช์มาร์ก (Benchmark) ให้กับ หน่วยงานนิติบุคคลซึ่งจะจัดตั้ งขึ้นมาได้เห็นว่าเปรียบเทียบว่าหน่วยงานไหนหรือว่า ของจังหวัดใด ตําบลใด อําเภอใด เขาปฏิบัติงานได้ดี มีการออมที่ดี มีระบบการให้กู้ยืม ที่สามารถแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนที่เปึนระดับฐานรากได้อย่างแท้จริง อันนี้ดิฉันคิดว่า เปึนสิ่งที่น่าจะต้องกระทําเปึนอย่างยิ่ง ก็ขออนุญาตกราบฝากไว้ใน ๒-๓ ประเด็นดังนี้ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ เชิญอาจารย์สมเกียรติ ชอบผล ครับ
ขอบคุณท่านประธาน ผม สมเกียรติ ชอบผล ในฐานะที่เปึน สปช. ด้านการศึกษา ผมอยากกราบเรียนบางประเด็นที่อาจจะเปึนประโยชน์ ผมเข้าใจว่าเรื่องความรู้ที่จะนําไปสู่ความรู้เรื่องการเงินที่จะนําไปสู่การเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรม ที่จริงท่านอาจจะมีกิจกรรมอะไรเยอะกว่าการให้ความรู้ เพราะว่าโดยหลักวิชาแล้ว ความรู้อย่างเดียวมันนําไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมของคนยังไม่ได้ มันต้องมีการทําซ้ํา ๆ แล้วก็เปลี่ยนทัศนคติ เปลี่ยนอะไรต่าง ๆ มันถึงจะนําไปสู่พฤติกรรมที่ต่อเนื่องที่เรา พึงประสงค์ เพราะผมดูกิจกรรมที่ท่านทําทั้งหลายมันคงไม่ใช่ความรู้อย่างเดียว แต่ถ้าเรา พูดว่าความรู้นําไปสู่เรื่องต่าง ๆ ที่เราคาดหวัง ผมเข้าใจว่ามันยังไม่เกิด โดยด้านการศึกษา เราก็ศึกษากันมาแล้วก็มีความเชื่ออย่างนั้น เพราะว่าประเทศที่พัฒนานี่ลักษณะของคน กับคนที่อยู่ในบ้านเรามันต่างกัน ผมยกตัวอย่างสัก ๒-๓ เรื่อง เช่น เรื่องแรงจูงใจใฝ์สัมฤทธิ์ ที่เราพูดกันหรือนีด ออฟ อะชีฟเมนต์ (Need of achievement) เรื่องเชื่ออํานาจในตน เรื่องการมุ่งอนาคต ถ้าคนมีลักษณะอย่างนี้สิ่งที่เราพูดมันก็จะเกิด ถ้าคนมุ่งอนาคตมันก็มี เรื่องการออม เรื่องอะไรต่าง ๆ แต่คนไทยเราที่เขาไปศึกษาสังคมนี่ส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่ แรงจูงใจใฝ์สัมพัน ธ์ เชื่ออํานาจจากสิ่งที่มองไม่เห็น แล้วก็สนองความต้องการเร็ว ๆ เราต้องการอะไรก็อยากให้เกิดขึ้นในปัจจุบันซึ่งมันก็มีปัญหาในเรื่องของการจัดการ ทีนี้ถ้าเรื่องการออมที่จริงเราก็มีความรู้ มีข้อมูลเรื่องการออมเยอะ มีบทความทางวิชาการ มีอะไรเขียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยเฉพาะที่ผมจะยกตัวอย่างสักอันหนึ่ง ก็คือบทความที่ท่านอาจารย์ดอกเตอร์วรากรณ์ สามโกเศศ ได้เขียนไว้ ท่านสรุปมา ซึ่งน่าสนใจว่าถ้าเราฝ๊กเด็ก ๆ หรือลูกหลานเรา ให้มีการออม แต่ไม่ใช่ออมแบบให้ออมไปอย่างนั้น ไม่รู้วัตถุประสงค์ เด็กก็จะไม่เกิด แล้วก็ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม แต่ถ้ามีวัตถุประสงค์อย่างน้อย ๔ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือเก็บไว้ ซื้อของที่เราต้องการ ที่จําเปึน แล้วทํากิจก รรมเพื่อสังคม เช่น การบริจาค การทําบุญ อะไรต่าง ๆ รวมทั้งรักษาพยาบาลเวลาตัวเองเจ็บป์วย ไปซื้อยาซื้ออะไรรับประทาน แล้วก็เก็บไว้ลงทุนในอนาคต ถ้าเด็กได้ฝ๊กอย่างนี้เขาบอกจะประสบผลสําเร็จแน่นอน นี่คือข้อมูลที่เกี่ยวกับเรื่องการออม สําหรับกลุ่มเปัาหมายที่ผมอยากเรียน อย่างท่านอาจารย์ ดอกเตอร์ชิงชัยท่านก็บอกว่าให้มุ่งไปที่คนแก่ แต่ของผมอยากให้มุ่งไปที่เด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็ก ในสถานศึกษา ณ ปัจจุบันโรงเรียนโดยเฉพาะโรงเรียนในโครงการตามพระราชดําริของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เด็กทุกคนได้ฝ๊กเรื่องกิจกรรมสหกรณ์ อย่างน้อยทํา ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือสหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์การผลิต แล้วก็สหกรณ์ ร้านค้า การผลิตก็มีการปลูกผัก การเลี้ยงสัตว์อะไรต่าง ๆ เด็กได้ฝ๊กทํากิจกรรม แล้วมันไม่ใช่ ความรู้อย่างเดียว อย่างที่ผมว่านี่มันทําต่อเนื่องตั้งแต่เด็กเล็ก ๆ ไปจนถึง ป. ๖ บางคน ก็อยู่ถึง ม. ๓ ลักษณะอย่างนี้มันติดตัวไป เพราะฉะนั้นโครงการที่เราทําพวกกิจกรรม อะไรต่าง ๆ ถ้าเข้าไปสู่สถานศึกษาพวกนี้แล้วก็ดึงให้เข้มแข็งมันก็จะเกิดประโยชน์มาก ที่ผ่านมาก็มีการทําอยู่ เช่น เรื่องเงินทองของมีค่าอะไรที่ตลาดหลักทรัพย์ก็มาทํากับ สถานศึกษาก็เปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์ แล้วท้ายที่สุดที่ผมอยากเรียนก็คือตัวชี้วัดทั้งหลาย ที่ท่านได้พัฒนาขึ้นมา ท่านวิเคราะห์ปัญหาในช่วงแรกว่าเรื่องหนี้สินครัวเรือน อะไรต่าง ๆ มาก เพราะฉะนั้นอาจจะมีระยะกลาง ระยะสั้น ในที่สุดหนี้สินครัวเรือน ถ้าเราทําโครงการนี้ให้มันกระจายไปทั่ วแล้วมีประสิทธิภาพก็จะลดพวกนี้ลงได้ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณปรีชา บุตรศรี ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ ท่านคณะกรรมาธิการ ผมมีข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นครับ ประการที่ ๑ ผมเห็นด้วย แล้วก็ขอสนับสนุนเรื่องการปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยเฉพาะ
ร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... ทั้งนี้ก็เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมา เราจะเห็นว่ามีกองทุนต่าง ๆ ในหมู่บ้านมากมาย แล้วเราก็พยายามที่จะบูรณาการกองทุน ต่าง ๆ เหล่านี้ให้รวมกลุ่มกัน เพื่อที่จะให้เปึนทุนสําหรับเกษตรกรในการที่จะนําไปใช้ ในการประกอบอาชีพ แต่ท่านทราบไหมครับว่ามันมีพระราชบัญญัติการเงิน การธนาคารอยู่ ถ้าไม่มีกฎหมายมารองรับแล้วก็จะทําให้ผิดกฎห มายการเงิน การธนาคารได้ เพราะฉะนั้น ผมจึงมีความยินดีเปึนอย่างยิ่งที่มีร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็จะทําให้เปึนการรองรับระบบการเงินฐานราก ให้มีความมั่นคง มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ข้อสังเกตประการที่ ๒ ของผมผมคิดว่า ผมอยากจะให้ท่านได้ทราบข้อเท็จจริงบางอย่าง ในฐานะที่ผมเคยมีประสบการณ์ อยู่บ้างตอนที่เปึนอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เรื่องแรกนั้นเราจะเห็นว่าเรื่องปรัชญา แนวคิดของกองทุนต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างกัน เช่น กองทุนสัจจะออมทรัพย์เราส่งเสริม ให้ประชาชนได้มีการออม เอาเงินของตัวเองมาออมวันละบาท ๒ บาท ๓ บาท ๔ บาท ๕ บาท แล้วแต่ความสามารถของแต่ละคน เพื่อที่จะให้ประชาชนนั้นรู้จักออม รู้จักประหยัด แล้วก็เอาเงินของตัวเองออมได้นั้นมาลงทุน มากู้ยืมสําหรับประกอบอาชีพ
เพราะฉะนั้นประชาชนจะมีวินัยกับการออม เพราะว่าเปึนเงินของตัวเองสะสมมา ด้วยน้ําพักน้ําแรงก็จะมีวินัย แล้วก็สามารถรักษากองทุนนี้ไว้ได้ แล้วสามารถที่จะเอา เงินในกองทุนนี้ไปประกอบอาชีพให้เกิดความมั่นคงขึ้นได้ อยู่ ๆ มาก็มีกองทุนหมู่บ้าน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทเข้ามา โดยให้หมู่บ้านละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท กองทุนนี้ จริง ๆ ก็คือต้องการให้ประชาชนนั้นได้กู้ยืมไปประกอบอาชีพเพื่อแก้ปัญหาความยากจน หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ข้อเท็จจริงพอมีกองทุนนี้เข้ามาก็เกิดปัญหาทันทีก็คือว่าประชาชน ที่เคยออมก็กลับออมน้อยลงหรือไม่ออมเลยก็มีก็เปึนอุปสรรคต่อกองทุนสัจจะออ มทรัพย์ เพราะว่ากองทุนหมู่บ้าน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทประชาชนมุ่งจะกู้ไปใช้เพื่อการบริโภคอย่างเดียว แล้วประสบการณ์ที่ผมพบก็คือว่าในจํานวน ๘๐,๐๐๐ กว่ากองทุนนี่ท่านทราบไหมว่า กองทุนเหล่านี้มีเอ็นพีแอลอยู่บางส่วนซึ่งผมว่าถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตอนที่ผมเปึน ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีมีอยู่ ๕๐๐ กว่าหมู่บ้านมี ๕๐๐ กว่ากองทุนสามารถจัดตั้งเปึน นิติบุคคลได้เพียง ๒๐๐ กว่ากองทุนเท่านั้นเอง ที่เหลือไม่สามารถจะตั้งได้เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่ามีการทุจริต กรรมการไม่สามารถจะตามเงินกู้มาคืนได้ เพราะฉะนั้นเขาก็วางกฎไว้ว่า ถ้าไม่สามารถที่จะเอาเงินกู้มาคืนเขาได้ก็ไม่สามารถจะตั้งเปึนนิติบุคคลได้ อันนี้คือปัญหา ซึ่งบางทีนักการเมืองด้วยซ้ําไปไปส่งเสริมบอกว่าไม่ต้องเอาไปคืนหรอกอันนี้เงินหลวง ก็ทําให้ประชาชนเข้าใจผิดไปใหญ่ เราต้องไปตามแก้ แล้วที่สําคัญก็คือว่างานนี้ มีคณะกรรมการระดับชาติดูแลอยู่ก็จริง แต่ว่าในทางพื้นที่ไม่มีใครดูแลก็ไปมอบให้ กรมการพัฒนาชุมชนดูแลก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นมันก็เกิดเขย่งกันว่าใครกันแน่ที่จะต้องดูแล เรื่องนี้ก็เหมือนกับงานฝากไว้กรมการพัฒนาชุมชน เพราะฉะนั้นท่านจะเห็นว่าความแตกต่าง ของกองทุนแต่ละกองทุนมีปรัชญามีแนวคิดที่ต่างกัน การจะนํา ๒-๓ กองทุนต่าง ๆ เหล่านี้ มาส่งเสริมตามพระราชบัญญัติกองทุนการเงินฐานรากก็จะมีปัญหา เนื่องจากว่ากองทุนหนึ่ง มีคนมุ่งกู้ อีกกองทุนหนึ่งส่งเสริมให้คนออมมันก็ขัดกันครับ อันนี้ผมก็อยากจะฝากไว้ เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะมีข้อเสนออย่างนี้ว่า ประการที่ ๑ นั้นเราต้องมีการพัฒนากองทุน ที่มีอยู่ไม่ว่าจะเปึนกองทุน ก ข ค จ กองทุนหมู่บ้าน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท กองทุนสัจจะ ออมทรัพย์เหล่านี้ให้มันมีความเข้มแข็ง ให้มันมีประสิทธิภาพ ให้มันสามารถเปึนนิติบุคคลได้ ก็จะทําให้เปึนฐานรากที่สําคัญ ถ้าเราไม่สามารถทําตรงนี้ได้ มันก็จะทําให้ระดับบน
มันก็จะล้มเหลวได้ เพราะฉะนั้นผมยังยืนยันว่าในระดับล่างควรจะต้องไปทําเรื่องนี้ ให้เกิดความเข้มแข็งขึ้นมาให้ได้ ประการที่ ๒ สร้างวินัยในการออมเน้นการออมเปึนหลัก ไม่ใช่เน้นการกู้เปึนหลัก ถ้าเราเน้นการกู้เปึนหลักก็จะเกิดความล้มเหลวก็จะเกิดเอ็นพีแอล ขึ้นมา เพราะฉะนั้นเรื่องของการเน้นความสามารถในการออมจึงเปึนเรื่องหลัก เปึนเรื่องสําคัญ ประการที่ ๓ ผมคิดว่าการพัฒนาความรู้ด้านการเงิน การธนาคารให้กับ พี่น้องประชาชนที่จะทําเรื่องนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญจะต้องให้ความรู้ทางบัญ ชี จะต้องให้ ความรู้เรื่องต่าง ๆ ให้มันมากขึ้น เพราะว่าชาวบ้านยังไม่มีความรู้เพียงพอ ถ้าเราสามารถ ให้ความรู้เขาได้ก็จะทําให้เรื่องนี้สามารถดําเนินการไปได้ โดยให้ธนาคารออมสินก็ดี หรือว่า ธ.ก.ส. ก็ดีเปึนแม่ข่ายในการที่จะฝ๊กอบรมเรื่องนี้ ผมก็เรียนเสนอเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณสารี อ๋องสมหวัง ครับ
ขอบพระคุณท่านประธาน จริง ๆ ดิฉันสนับสนุน แล้วก็ชื่นชมรายงานทั้ง ๓ ฉบับของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง แล้วก็สนับสนุนการปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์ แล้วก็แนวทางการส่งเสริม ให้ความรู้ทางการเงินพื้นฐานแก่ประชาชน ดิฉันมีข้อคิดเห็นต่อเรื่องการส่งเสริมให้ความรู้ ทางการเงินพื้นฐานแก่ประชาชน เพราะดิฉันคิดว่าดูเหมือนทางกรรมาธิการเอง ก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะมีหน่วยงาน ใหม่ไหม แล้วก็จากการที่องค์กรผู้บริโภคเอง เราได้ทํางานเยอะกับเรียกว่าศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของธนาคาร แห่งประเทศไทย ซึ่งดิฉันต้องชื่นชมก็ต้องถือว่าเปึนหน่วยหนึ่งที่ทําหน้าที่ช่วยเหลือผู้บริโภค เมื่อเกิดปัญหาทางการเงินมาก แล้วมีประสิทธิภาพระดับหนึ่งก็ต้องชื่นชมไว้ด้วย
แล้วดิฉันคิดว่าจริง ๆ หน่วยที่น่าจะเปึนหน่วยช่วยการทําเรื่องไฟแนนเชียล ลิเทอเรซี (Financial literacy) หรือการให้ความรู้ทางด้านการเงินน่าจะใช้หน่วยงานนี้ ทําไมเราถึงต้อง ใช้หน่วยงานนี้ ดิฉันคิดว่าคนที่จะทําเรื่องการเงินต้องรู้ว่าความทุกข์ของคนจากเรื่องการเงิน หรือปัญหาในเรื่องการเงินคืออะไร เพราะฉะนั้นหน่วยนี้จะมีข้อมูลที่รู้ว่าประชาชน มีข้อบกพร่องทางการเงินคืออะไร แล้วก็รู้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากปัญหาการเงินของประชาชน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าจริง ๆ เราสามารถใช้ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของธนาคาร แห่งประเทศไทยในแง่ที่จะให้เขาเพิ่มหน่วยงานหรือสนับสนุนให้เขาเกิดหน่วยงาน ที่จะทําหน้าที่เรื่องการให้ความรู้ทางการเงินกับประชาชนนะคะ เพราะว่าจะสามารถ เชื่อมโยงปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนจริงเรื่องการเงิน เพราะว่าก็ต้องเรียนนะคะว่า คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชนที่ประชาชน ทดลองนําร่อง โดยมีท่านอาจารย์เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ เปึนประธานอนุกรรมาธิการ แล้วก็มีท่านอาจารย์ จิราพร ลิ้มปานานนท์ ช่วยสนับสนุนอยู่นี่อย่างน้อยก็ได้สนับสนุน ในเรื่องนี้มากทีเดียวนะคะ แล้วก็มีความร่วมมือเปึนอย่างดี รวมทั้งเราทําสิ่งที่ ท่านอาจารย์ชิงชัยแนะนําให้ทํานะคะ ขอเอ่ยนามท่าน ก็คือเรตติง คอมพาราทีฟ เทสต์ (Rating comparative test) ซึ่งดิฉันคิดว่าเปึนเรื่องที่มีความสําคัญมากในการที่จะทําให้คน ได้ข้อมูลเรื่องการเงินที่ถูกต้องนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันเห็นว่าจริง ๆ หน่วยที่เหมาะสม ในแง่ของการที่จะทําเรื่องนี้ก็คือ ศูนย์คุ้มครองผู้ให้บริการทางการเงินของธนาคาร แห่งประเทศไทย แล้วก็สามารถที่จะใช้ข้อมูลของผู้คนของป ระชาชน แล้วก็อันนั้น ก็ถือว่าเปึนการทํางานเพื่อปัองกันปัญหานอกเหนือจากสิ่งที่ศูนย์คุ้มครองทําหน้าที่ตั้งรับ ในการช่วยสนับสนุนก็สามารถนําข้อมูลนั้น มาปัองกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภคได้ ในอนาคต แล้วดิฉันก็สนับสนุนนะคะว่าถ้าเราจะทําแบบเพื่อนบ้านเราคือประเทศมำเลเซีย ดิฉันมีโอกาสได้คุยกับองค์กรผู้บริโภคที่เรียกว่าเฟเดอเรชัน ออฟ มาเลเซียน คอนซูเมอร์ส แอสโซซิเอชัน (Federation of Malaysian Consumers Associations) หรือสมาคม ผู้บริโภคของประเทศมาเลเซียซึ่งเขามีหลักสูตรที่ทําตั้งแต่เรียกว่าใครจะผ่านชั้นนี้ไป ทุกคนต้องเรียนเรื่องไฟแนนเชียล ลิเทอเรซีทั้งหมดนะคะ โดยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ก็สนับสนุนให้องค์กรผู้บริโภครับทําหลักสูตรที่ทุกคนต้องผ่านหลักสูตรนี้ทุกคนที่เปึน
เด็กนักเรียน แล้วดิฉันพบว่ามันได้ผลมากทําให้เด็กเข้าใจเรื่องกำรบริหารการเงินนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าตรงนี้เปึนเรื่องที่มีความสําคัญ แล้วก็ขณะนี้ถ้าใคร ดิฉันก็คิดว่า อยากให้รายงานนี้ได้รวมไปถึงภาคเอกชนที่ทํางานอยู่ที่ดิฉันเอ่ยถึงไปแล้ว แล้วก็ส่วนที่ สําคัญมากซึ่งเปึนเครือข่ายของคนที่เปึนหนี้ก็คือชมรมหนี้บัตรเครดิตและ สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งรวมตัวกันมีสมาชิกหลายหมื่นคน แล้วเวลาเขามีปัญหาอะไรเขาก็จะใช้จะช่วยกันนะคะ เข้าไปที่ออนไลน์ (Online) เวิลด์ ไวด์ เวบ คอนซูเมอร์ ไทย ดอต โออาร์จี (www.consumerthai.org) มีคําแนะนําทุกประเภทว่าขณะนี้ถ้าคุณเปึนหนี้มีบัตรเครดิต เกิน ๓ ใบ คุณจะจัดการชีวิตอย่างไร ถ้าคุณเปึนหนี้พรุ่งนี้จะต้องไปศาล คุณจะแก้ปัญหา อย่างไร คุณจะคุยกับผู้พิพากษาอย่างไร คุณจะจัดการตัวเองอย่างไร หรือว่าถ้าคุณทวงหนี้ ทวงหนี้แบบไหนที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าชมรมหนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลก็ควรจ ะได้แอกนอลเลจ (Acknowledge) ในรายงานชิ้นนี้ แล้วรวมถึงคณะกรรมการ อนุกรรมการการเงินการธนาคารของคณะกรรมการองค์การอิสระ เพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชนนะคะ แล้วก็ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่สําคัญ ดิฉันอยากเห็นว่าเราต้องแยกระหว่างการให้ความรู้ทางการเงินกับการขายบริการทางการเงิน เพราะทั้ง ๒ เรื่องมันแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นการให้ความรู้ทางการเงินกับการมีบริการ ทางการเงินหรือการขายบริการทางการเงินควรจะแยกจากกัน แล้วก็ประเด็นสุดท้าย ดิฉันคิดว่าดิฉันเองอยากให้เราคิดเรื่องการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ ไม่อยากให้เปึนภาระ ทางสังคม
ดิฉันคิดว่าเราต้องยอมรับนะคะว่าประเทศเราอย่างไรก็ต้องลงทุนกับ ทรัพยากรมนุษย์ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการศึกษา การสาธารณสุข หรือแม้กระทั่งสวัสดิการของผู้สูงวัย เพราะฉะนั้นดิฉันว่าอันนี้ก็คือการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ เราต้องช่วยกันคิดเรื่องนี้ให้ดี แต่อย่าคิดว่านี่เปึนภาระทางสังคม แต่นี่คือสิ่งที่ทุกคนจะต้องช่วยกัน ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านประธาน
ขอบคุณนะครับ เชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ
กราบเรียนประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่เคารพ ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี หมายเลข ๐๑๓ ดิฉันเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง แล้วก็ขอสนับสนุนเกี่ยวกับการเงิน ระดับฐานราก แต่ขออภิปรายเพิ่มเติมบางประเด็นดังนี้ ประชาชนในบ้านของดิฉัน มีอาชีพหลักคือทําสวนยาง ป้หนึ่งจะมีการตัดยางประมาณ ๗-๘ เดือน เพราะมีฤดูฝน ส่วนที่เหลือจากนั้ นประมาณ ๕ เดือนก็ไม่มีรายได้ ดังนั้นต้องมีรายจ่าย รายรับ เพียงแค่ ๗ เดือน ไม่สะดวกที่จะนําเงินไปฝากในเมือง ดังนั้นการจัดการเงินระดับฐานราก จึงมีความจําเปึน การมีกองทุน สหกรณ์ หรือกลุ่มสัจจะจึงสําคัญ รัฐบาลต้องสนับสนุน ประชาชนในจังหวัดทุก ๆ ระดับ ประชาชนก็จะไม่เดือดร้อน มีความสุข จะคืนความสุข ให้กับประชาชน แล้วก็จะมีความสามัคคี แม้แต่ในบ้านเมื่อเรามีเงินเราก็จะมีความสุข ทั้งครอบครัว ตัวอย่างนะคะ จังหวัดยะลาและจังหวัดปัตตานี ข้าราชการพยาบาล ของกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ข้าราชการครู เปึนมนุษย์เงินเดือนมีความมั่นคง แต่เมื่อมีเจ้าหนี้ ผู้ขายไปเสนอขายสินค้ามากมายในภาคใต้ ก็ทําให้เกิดมีความอยากจะซื้อ เมื่อสิ้นเดือนเงินเดือนก็ถูกหัก ติดลบ ดังเช่นมีข้าราชการพยาบาลคนหนึ่งได้เงินเดือน ประมาณ ๒๕,๐๐๐ บาท ส่วนข้าราชครูก็ประมาณ ๔๕,๐๐๐ บาท แต่อยากจะมีรถใช้ ก็ไปกู้เงินในวง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่สิ้นเดือนข้าราชการทั้ง ๒ ท่านเหลือเงินประมาณ ๒,๐๐๐ บาท ถ้าเฉลี่ยต่อวัน ๖๖.๖๖๖ บาท ไหนจะค่าน้ํามันรถ ค่าอาหาร ค่ารถ แต่ไม่ใช่ คนเดียวนะคะ เกือบทุกจุด และเหตุการณ์ระเบิดก็ทุกวัน ดิฉันคิดว่ามีความจําเปึนที่จะต้อง กําหนดตัวชี้วัดวิธีการบริหารจัดการการเงินให้ประชาชนมีเศรษฐกิจดีขึ้น นี่คือการสนับสนุน ให้ฐานรากเกิดความมั่นคง จะทําให้เศรษฐกิจของสังคมและประเทศมั่นคง มั่งคั่งแล้วก็ยั่งยืน
ตัวอย่าง กลุ่มสัจจะหมู่บ้านของดิฉัน จังหวัดยะลาเหมือนกัน มีกลุ่มหนี้มากมายแต่เขาก็มี กลุ่มสัจจะที่เก็บและเปึนการเสริมวัฒนธรรมในการแข่งขันในสังคมให้เขาลดละการเปึนหนี้ เพราะว่าจะได้มีการเสนอดังนี้ ให้มีการจัดบัญชีครัวเรือนเพื่อประชาชนรู้ว่าการใช้จ่ายสมดุล กับรายรับหรือไม่แต่ละเดือน จะต้องฝ๊กเด็กตั้งแต่เด็ก ๆ ในครัวเรือน ตั้งแต่ลูก ครัวเรือน ทุกคนให้สร้างจิตรักการออม มีวินัยในการออม แล้วก็สนับสนุนให้ชุมชนเข้มแข็ง ให้กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ให้ความรู้ในการจัดการการเงินของครอบครัวกับประชาชน แล้วก็ให้ส่วนราชการ แล้วก็ภาคประชาชนให้ความรู้ในการที่จะให้ลูกจ้างมีการฝาก การออม จะต้องมีสื่อทั้งวิท ยุ โทรทัศน์ เพื่อสนับสนุนให้คนมีการออม แล้วก็อยากจะให้ ทางภาคใต้ โรงเรียน สถาบัน หรือโรงเรียนปอเนาะ
หรือมัสยิด หรือผู้นํามีการฝากเปึนอาจิณให้เขาเกิดมีความรู้สึกว่าการออมเปึนการสะสม ในยามที่เขาเจ็บป์วย เขาไม่สบาย แต่ตอนนี้ประเทศไทยของเรารายได้ก็แย่ก็คือรายได้ ค่ายางพาราก็ราคาตกต่ํา การออมก็ไม่มี แล้วชีวิตประจําวันก็จําเปึน ดังนั้นดิฉันจะขอฝากถึง ท่านประธานกรรมาธิการว่าจะต้องมีกฎหมายที่จะช่วยให้สังคมให้ดีขึ้น แล้วก็มีการสนับสนุน ให้มากกว่านี้จะเกิดการสร้างฐานรากของชุมชนแต่ละหมู่บ้านดีขึ้นค่ะ ขอขอบคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ เชิญผู้ช่วยศาสตราจารย์ณรงค์ พุทธิชีวิน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณรงค์ พุทธิชีวิน สปช. ด้านการศึกษาครับ ท่านประธานครับ ใน ๒ ส่วนคือส่วนที่เปึนรายงาน ผมเห็นด้วยทั้งหมดเลย แต่ส่วนที่เปึนพระราชบัญญัติมีบางประเด็นที่มีความเห็นต่าง อย่างแรกก็คือเรื่องหลักการของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ในหลักการนั้นกรรมาธิการพยายามที่จะ เน้นย้ําถึงความเข้มแข็งของสถาบันทางการเงิน ซึ่งเราเรียกว่าโครงข่ายการเงินระดับฐานราก แต่ผมคิดว่าหลักการสําคัญในเรื่องนี้ ไม่น่าจะใช่ความเข้มแข็งของการเงินตรงนี้ แต่มันควรจะเปึนความเปึนอยู่ของประชาชนที่มีความมั่น คง มั่งคั่งและยั่งยืนเปึนหลัก และสถาบันทางการเงินก็เปึนเครื่องมือในการที่จะตอบโจทย์เรื่องนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้น ผมอยากให้ปรับที่หลักการก่อน พอมาชื่อของ พ.ร.บ. ชื่อบอกว่า พ.ร.บ. การเงินฐานราก เปึนนามธรรมจับต้องไม่ได้ ไม่รู้ว่าท่านต้องการที่จะเน้นย้ําในเรื่องอะไร ประเด็นที่อยากให้แก้ ก็คือเขียนให้ชัดเลยว่าพระราชบัญญัติระบบการเงินฐานราก ใช้คําว่าระบบเข้าไป จับต้องได้ เพราะมันมีระบบธนาคารที่ท่านพูดถึงอยู่ เมื่อเปึนระบบแล้วการมองเรื่องนี้ก็ขอให้มอง อย่างเปึนระบบอย่างนี้ครับ ในเรื่องของอินพุต (Input) หรือตัวปัอน เข้าใจว่าคือเรื่องของ เงินออมอันนี้ชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่ปรากฏในร่างกฎหมายก็คือเรื่องของตัวปัอน ที่เปึนองค์ความรู้ ที่เปึนตัวทักษะ ที่ประชาชนที่เข้ามาเกี่ยวข้องเขาจะต้องมี เมื่อตัวปัอน เปึนอย่างนี้แล้วระบบหรือโพรเซส (Process) กระบวนการที่ทําก็จะต้องมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากมีเรื่องแม่ข่ายแล้ว มีเรื่องลูกข่ายแล้ว ก็จะต้องมีเรื่องของกระบวนการเรียนรู้ ของประชาชนที่จะต้องเกี่ยวเนื่องเข้าไปด้วย กระบวนการเรียนรู้ของประชาชนนั้น น่าจะต้องอธิบายถึงการเรียนรู้ในการประกอบอาชีพเขาที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้เงิน เรียนรู้ ในเรื่องของการเงินโดยเฉพาะ เรียนรู้ในเรื่องของการร่วมทุกข์ร่วมสุขของมวลสมาชิก
หรือพี่น้องประชาชนในชุมชนเดียวกัน เรียนรู้ในเรื่องของเทคนิคการทําการลงทุน การหาเงินกู้ที่จะทําให้เงินกู้นั้นมันสามารถที่ จะเกิดผลต่อชีวิตของเขาได้ เมื่อเรากําหนด กระบวนการอย่างนี้มันก็จะทําให้เกิดผลสําคัญก็คือประชาชนที่มาใช้บริการทางการเงินตรงนี้ ก็จะมีความมั่นคงในเรื่องการประกอบอาชีพ มีความมั่งคั่งและยั่งยืนในที่สุด ผมเห็นด้วย ในกระบวนการของการประเมิน ติดตามผล ที่มีกรรมการตรวจ สอบระบบบัญชี แต่ผมเข้าใจว่ายังไม่พอครับ มันควรจะมีกระบวนการประเมินว่าการใช้เงินกู้แต่ละคนของ ลูกข่ายของพี่น้องประชาชนนั้นเอาเงินไปใช้มีกรณีไหนบ้างที่ทําให้เกิดประสิทธิภาพ ต่อชีวิตเขา มีกรณีไหนบ้างที่มันล้มเหลว
สิ่งเหล่านี้ควรจะประเมินด้วยเพื่อจะนําสู่บทเรียนของประชาชนที่ทําให้เขาเข้าใจว่าอย่างไหน คือใช่ อย่างไหนคือถูก อย่างไหนคือผิด ถ้าเราสามารถทําอย่างนี้ได้ผมเข้าใจว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะตอบโจทย์สําคัญตามที่ท่านเขียนรายงานมานะครับ ขอกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า อยากให้ปรับแก้ที่ตัวชื่อก่อน เปึน พ.ร.บ. ว่าด้วยระบบการเงินฐานราก อยากให้ใส่คําว่า ระบบเข้าไป แล้วก็ในเมื่อเปึนระบบแล้วก็มีกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเรีย นรู้ ของประชาชนเข้าไปด้วยอย่างชัดเจนแบบนี้ ผมเข้าใจว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็จะมีประโยชน์ มากขึ้น แล้วก็สามารถตอบโจทย์ที่ท่านเขียนรายงานมาครับท่านประธานครับ เสนออย่างนี้ ด้วยความเคารพ แล้วก็ชื่นชมกับคณะกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ สมาชิกทั้ง ๘ ท่านที่แสดงความจํานงขออภิปรายครบถ้วนแล้ว ผมขอเชิญท่านประธาน กรรมาธิการได้สรุปหรือตอบข้อชี้แจง หรือข้อซักถามของสมาชิกด้วยครับ เรียนเชิญครับ เชิญดอกเตอร์กอบศักดิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ แล้วก็สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผมก็ขอขอบคุณข้อเสนอแนะที่ดี ๆ ของ ท่านสมาชิก สปช. ทุกท่านนะครับ แล้วก็จะได้น้อมรับแนวคิดต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อไปปรับปรุง ตัวร่างรายงาน แล้วก็ปรับปรุงตัวของร่าง พ.ร.บ. ผมขอเรียนตอบข้อซักถามของท่านสมาชิก เปึนรายคนที่ผมจดไว้นะครับ แล้วก็ผมคิดว่าท่านอาจารย์ธวัชชัย ท่านไพบูลย์ ก็คงอาจจะมี คําตอบในส่วนของท่าน ท่านดุสิตถามว่าจะตรวจสอบอย่างไรครับ จะเปึนรายองค์กรหรือเปึน ทั้งระบบ ระบบที่เราตั้งใจไว้ก็จะเปึนการตรวจสอบเปึนรายองค์กรก่อน คิดง่าย ๆ ครับว่า ธ.ก.ส. ธนาคารออมสินซึ่งเปึนแม่ข่ายมีสาขาอยู่ ๒,๐๐๐ แห่ง ในช่วงต้นเรามีลูกข่าย ประมาณ ๓,๕๐๐ แห่ง ก็จะตกประมาณ ๑ แห่งกว่า ๆ ต่อ ๑ สาขา คนที่เปึนแม่ข่ายก็จะ เปึนสาขาของแม่ข่ายที่ใกล้ชิดกับตัวของลูกข่ายก็จะเปึนเข้าไปช่วยให้ความรู้ และเปึนคนช่วย เข้าไปตรวจสอบดูแลและยกระดับ แล้วพอหลังจากนั้นทุกป้เปึนประจําตัวแม่ข่ายทั้ง ๒ แห่ง ก็จะเข้ามาร่วมกัน แล้วก็ประเมินทั้งระบบว่าระบบของตัวการเงินฐานรากมีความเสี่ยงมาก น้อยแค่ไหน แล้วต้องปรับปรุงในประเด็นไหนบ้าง อันนี้ก็จะเปึนกระบวนการที่ดําเนินการ ในช่วงเรื่องของการตรวจสอบครับ ส่วนเรื่องของความเชื่อมโยงในระยะแรกผมคิดว่าเท่าที่ผม พบมานะครับ กองทุนการออมส่วนมากจะขาดเงิน เพราะฉะนั้นก็จะเปึนความสัมพันธ์
ระหว่างตัวแม่ข่ายที่ให้บริการแล้วก็ให้เงินกู้กับตัวข องลูกข่ายเพื่อไปปล่อยต่อสมาชิก มันจะมีแค่บางแห่งเท่านั้นที่มีเงินเกิน แล้วก็สามารถที่จะบริหารจัดการเงินออมข้ามโครงข่าย ได้ครับ สําหรับท่านเตือนใจท่านได้พูดถึงเรื่องของบัญชีครัวเรือนแล้วก็ความรู้ทางการเงิน กระผมเห็นด้วยกับเรื่องนี้อย่างยิ่งเลยครับ เปึนเรื่องที่ทาง ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มาก เราพบนะครับว่าถ้าเกิดเราสอนให้สมาชิกของลูกข่ายก็คือ ประชาชนนี่แหละมีความรู้เรื่องของการทําบัญชีครัวเรือน เขาอาจจะเปลี่ยนชีวิตเขาจากคน ที่มีเงินไม่พอจ่ายกลายเปึนคนที่มีเงินเหลือในบางเดือนได้ อันนี้มาจากอะไรครับ เพราะว่า เวลาเขาทําบัญชีครัวเรือนเขาจะเห็นว่าเงินบางส่วนไปตกกับเรื่องของการเล่นการพนันหวย ไปตกกับเรื่องของการดื่มสุรา สูบบุหรี่ ค่าใช้จ่ายเรื่องของปุิยเคมี เปึนต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เปึนค่าใช้จ่ายที่จะสามารถลดลงได้ ทอนลงได้ แล้วหลังจากนั้นแม้กระทั่งไม่ได้มีเงินที่เพิ่ม ก็ยังสามารถที่จะกลับมีรายจ่ายที่ต่ํากว่ารายรับได้ อันนี้ก็ทําให้ชีวิตปรับปรุงดีขึ้น และผมคิดว่า นี่คือหัวใจของการเปลี่ยนวิถีชีวิตของประชาชนที่มีการตื่นรู้ด้านการเงิน แล้วก็สามารถ บริหารจัดการชีวิตของตนเองได้ ในเรื่องของการยกระดับมาตรฐานการกํากับดูแล ก็ขอขอบพระคุณที่ท่านเสนอแนะให้ ไปจัดการยกระดับแล้วก็คลีนอัพ (Cleanup) ทั้งระบบเลยเพื่อได้ตั้งต้นใหม่ที่ดีนะครับ
ในประเด็นนี้เราคิดอย่างนี้ครับ คือว่ามันมีทั้งหมดประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ แห่งอยู่ในปัจจุบัน มันยากที่จะเข้าไปยกระดับพร้อม ๆ กัน เราก็เลยคิดระบบใหม่ก็คือว่าเราจะสร้างเลเยอร์ (Layer) ตรงกลางเปึนตัวเชื่อมโยงระหว่างระบบธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเฉพาะกิจ ที่อยู่ส่วนกลางไปถึงประชาชน โดยโครงข่ายการเงินราก ฐานจํานวน ๓,๕๐๐ แห่ง ถึง ๗,๐๐๐ แห่ง ตกตําบลละแห่ง ก็จะเปึนคนที่ถูกยกระดับขึ้นมาตรวจสอบ แล้วหลังจากนั้น ก็จะเปึนคนที่เอาประชาชนเชื่อมโยงเข้ากับระบบการเงินที่อยู่ส่วนกลางของเรา ส่วนที่เหลืออีก ๑๒๐,๐๐๐ แห่ง เราจะใช้ระบบที่ว่าพอ ๗,๐๐๐ แห่งนี้สามารถเจริญเติบโตได้ สมาชิกที่เหลือเอง ก็จะมีโอกาสในการเลือกที่จะเข้ามาเชื่อมโยง รวมไปถึงมีโอกาสที่จะเลือกที่จะเปลี่ยนมาเปึน สมาชิกของลูกข่ายก็ได้ อันนั้นก็จะทําให้เกิดการบูรณาการของกองทุนขึ้นมา แล้วก็ขณะเดียวกันผมสังเกตนะครับว่าแต่ละคนจะมีลูกข่าย จะมีสมาชิกของเขาแล้ว อย่างเช่น ที่หนองสาหร่ายมีกองทุนหมู่บ้านอยู่ ๙ แห่งที่เปึนเครือข่าย เพราะฉะนั้น พอเรายกระดับของหนองสาหร่าย หนองสาหร่ายก็จะเปึนคนไปช่วยยกระดับของคนที่เปึน ลูกข่ายเขาอีกครั้งหนึ่ง อันนี้เปึนแนวคิดว่าเราจะบริหารจัดการที่สามารถบริหารได้ ที่ประมาณ ๗,๐๐๐ แห่ง แล้วก็ยกระดับอันนี้ขึ้นมาเปึนเลเยอร์ที่สําคัญ แล้วก็ทําให้มาตรฐาน เกิดขึ้น ๗,๐๐๐ แห่งก็จะเปึนตัวขยายผลลงไปข้างล่างอีกครั้งหนึ่ง อันนี้ก็คือแนวคิด ที่เราตั้งใจไว้นะครับ
สําหรับท่านปรีชา บุตรศรี กระผมเห็นด้วยกับประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านได้ กล่าวมาครับ เราก็เห็นตรงกันครับว่ากำรที่ไม่มี พ.ร.บ. รองรับมันมีความเสี่ยงที่จะ ถูกฟัองร้องได้ โดยเฉพาะจากการที่ทําธุรกรรมเรื่องของการเงินแล้วก็รับเงินฝาก เพราะฉะนั้นการให้ความเปึนนิติบุคคลแล้วก็รองรับเขาจะทําให้องค์กรทางการเงิน จํานวนหนึ่งที่ไม่มีความเปึนนิติบุคคลอยู่ในปัจจุบันสามารถดําเนินการ ได้อย่างเข้มแข็ง แล้วก็ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างระยะยาว ในส่วนที่ท่านกังวลใจเรื่องว่ามีหลากหลาย องค์กร เช่น กองทุนหมู่บ้านในเรื่องของการกู้ยืม สัจจะออมทรัพย์เน้นเรื่องของการออม แนวคิดเราคืออย่างนี้ครับ เราไม่ตั้งใจที่จะเอาคนที่มีความแตกต่างเหล่านี้มารวมกัน แต่เราตั้งใจว่าเราจะสร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมา ผมเห็นว่าอย่างกองทุนหมู่บ้านแม้ว่าจะเริ่มต้น จากการกู้ยืม แต่ว่าบางกลุ่มเริ่มผันตัวเองมาเปึนองค์กรเพื่อการออม แล้วพอมาเปึนองค์กร เพื่อการออมก็สามารถก้าวขึ้นอีกระดับหนึ่งได้ นี่คือเลเยอร์ที่เราอยากจะเอามารวมกัน
เปึนโครงข่ายการเงินฐานรากที่เน้นเรื่องของการออมเปึนสําคัญ อันนี้ก็จะเปึนเรื่องของ การที่ทําให้กระบวนการของการดําเนินการสามารถสอดรับกันได้ แล้วก็เรื่องของการสร้าง ความเข้มแข็งให้เกิดวินัยในการออม อันนี้ก็ได้กล่าวไปแล้ว ในเรื่องของบัญชีครัวเรือน สําหรับท่านณรงค์ครับ กระผมขอขอบพระคุณมากสําหรับเรื่องของข้อเสนอแนะต่าง ๆ ทางเราสามารถปรับได้ตามที่ท่านเสนอแนะมา เรื่องของความสําคัญกับความเปึนอยู่ ของประชาชน นั่นคือเปัาหมายของเราครับ เปัาหมายหลักที่สําคัญที่สุดก็คือการลด ความเหลื่อมล้ําของประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ แล้วก็ยกระดับความเปึนอยู่ของประชาชน ทั่วประเทศไทย กลไกของเราคือโครงข่ายการเงินฐานรากที่จะไปทําแนวคิดนี้ ซึ่งแหล่งเงิน ที่เขาเข้าถึงก็จะช่วยให้เขาสามารถมีโอกาสในการทําอาชีพ แล้วก็พัฒนาความเปึนอยู่ ของเขาได้ อันนี้ผมคิดว่าเราเห็นตรงกันว่าความเปึนอยู่คือเปัาหมายหลัก เดี๋ยวผมจะไปเขียน ให้มันชัดเจนขึ้นในร่างรายงานครับ แล้วก็ในร่าง พ.ร.บ. ในเรื่องของชื่อเดี๋ยวผมจะปรึกษา กับท่านประธาน ถ้าคิดว่าระบบการเงินระดับฐานรากชัดเจนกว่า อันนี้เราก็สามารถ แอคคอมโมเดต (Accommodate) ได้เช่นกัน แล้วก็เรื่องขององค์ความรู้ในร่าง พ.ร.บ. เราไม่ได้เขียนชัดเรื่องนี้ครับ แต่ว่าเวลาที่เราหารือกับองค์กรต่าง ๆ ประเด็นนี้ เปึนประเด็นสําคัญที่เราเห็นตรงกันก็คือว่าตัวขององค์กรที่เปึนลูกข่ายจะเปึนคนที่ให้ความรู้ กับตัวของสมาชิกของเขา แล้วขณะเดียวกันแม่ข่ายที่ผมพบมานะครั บ อย่าง ธ.ก.ส. ธนาคารออมสินเองนี่เขาก็จะมีเอกสารครับ อย่างเอกสารฉบับนี้ครับเปึนเอกสารแนวทาง เพิ่มศักยภาพของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เขาสอนนะครับ เขาทําเอกสาร เปึนปู๊ง ๆ เลย เปึนหลายชุดเลยที่จะไปสอนให้ตัวของคนที่เปึนสมาชิกลูกข่ายของเขา พัฒนาแนวคิดเรื่องของมาตรฐานบัญชี เรื่องของแนวทางการบริหารความเสี่ยง การคัดเลือก ลูกค้า การบริหารจัดการว่าจะติดตามเงินกู้คืนได้อย่างไร นี่คือหัวใจครับ เพราะว่า การเปึนนายแบงก์ไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วก็โอกาสความเสียหายเกิดขึ้นได้เยอะ เพราะฉะนั้น อันนี้ก็จะเปึนเรื่องของการพัฒนาองค์ ความรู้ แล้วก็ทักษะต่าง ๆ รวมถึงแนวความรู้ ทางด้านการลงทุนเช่นเดียวกันครับ ผมจะขอรับแนวคิดของทุกท่านไปเพื่อการปรับปรุง ร่างรายงานแล้วก็ร่าง พ.ร.บ. ให้ดีขึ้น ขอบพระคุณครับ
ผมขอขอบคุณสมาชิกทุกท่าน ที่กรุณารับฟังแล้วก็ให้ความเห็นที่เปึนประโยชน์นะครับ ผมอยากจะเรียนว่างานครั้งนี้ เปึนเรื่องนิติทางด้านการเงิน การลงทุน ซึ่งความจริงภาคการเงิน การลงทุนของประเทศไทยนี้ มันมีความสลับซับซ้อนแล้วก็มีการเติบโตขึ้นอย่างมากมาย เราก้าวหน้าไปได้ค่อนข้างดี ในด้านของการสร้างความมั่นคงแล้วก็การให้บริการ รวมทั้งความสลับซับซ้อนของโปรดักต์ เรียกว่าผลผลิตรายการขาย คือบริการที่ธนาคารระบบการเงินของเราเสนอต่อประชาชน แต่ว่าวันนี้ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปเ ศรษฐกิจ การเงินและการคลังนําเสนอนี้มันเปึนอีก มิติหนึ่งซึ่งค่อนข้างจะถูกละเลยในการพัฒนาระบบการเงินของประเทศ ก็คือว่าที่เรามาสนใจ เรื่องความมั่นคง เรื่องความสลับซับซ้อนการให้บริการต่อภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งเปึนภาคใหญ่ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่ แต่ว่าภาคที่เรามาดูวันนี้เปึนภาคที่ถูกละเลย ถูกทอดทิ้ง แล้วก็เปึนภาคที่เสียเปรียบในระบบนะครับ เรามาดูถึงมิติของในคําของ ภาษาอังกฤษ เขาเรียกว่าอินคลูชัน (Inclusion) คือการครอบคลุมครบถ้วนของระบบ ซึ่งตัวนี้เราก็เห็นว่ามันมีปัญหาที่ว่าระบบแม้จะมีความมั่นคงดี มีการพัฒนำก้าวหน้า บริการภาคส่วนที่ก้าวหน้าของชาติได้นี่ แต่มันก็ไม่อินคลูซีฟ (Inclusive) คือละเลยประชาชน คนไทยที่ยากจนถึงประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่สามารถใช้บริการของการเงินในระบบได้ และการที่ไม่สามารถได้รับบริการทางการเงินในระบบนี้มันเปึนความเหลื่อมล้ําของการที่จ ะ ใช้แหล่งเงินทุน และตัวนี้จะเปึนรากฐานอันหนึ่งของปัญหาความเหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจ ของประเทศ เพราะฉะนั้นข้อเสนอของเราที่ทําการปฏิรูป ๓ เรื่องวันนี้มันเปึนเรื่องของ การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ํา คือเรื่องระบบการเงินฐานราก เรื่องสหกรณ์ออมทรัพย์ แล้วก็เรื่องของความรู้พื้นฐานทางการเงิน ซึ่งคนที่มีฐานะต่ําต้อย ยากจน มีความรู้น้อย ก็มักจะตกเปึนเหยื่อของระบบอยู่เสมอ เราจึงได้ป่ดระบบนี้ แล้วเราก็พยายามทําให้มัน ครบถ้วนนะครับ แต่ว่ามันก็ยังไม่สมบูรณ์อย่างที่ท่านเห็น แล้วท่านก็ได้ให้ข้อคิด ให้เราไปปรับปรุงในทางที่เปึนประโยชน์ ก็ขอน้อมรับข้อคิดเห็นของท่านเพื่อไปปรับปรุง ต่อไปครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ เปึนอันว่าที่ประชุมเราได้พิจารณารายงานวาระปฏิรูปที่ ๑๓ การปฏิรูปการเงินฐานราก
และสหกรณ์ออมทรัพย์ (รอบ ๒) จํานวน ๓ เรื่อง รวมทั้งได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... เรียบร้อยแล้วนะครับ ต่อไปผมจะขอให้ที่ประชุมลงมติว่า ท่านจะเห็นด้วยหรือไม่กับรายงานเรื่องการปฏิรูปการเงินฐานรากที่นําเสนอ และเห็นชอบด้วย หรือไม่กับหลั กการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติ ก่อนจะขอมติจากที่ประชุม ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
ยังมีอยู่ข้างนอก อีกไหมครับ ท่านประธานกรรมาธิการไม่ต้องรีบนะครับ น่าจะครบแล้วใช่ไหมครับ ขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิแสดงตนนะครับ กรุณาเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
มีท่านใด ยังไม่ได้แสดงตนไหมครับ หรือแสดงตนไม่ได้
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าครบถ้วน ขอป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยนะครับ เปึนอันว่ามีผู้เข้าประชุม ๑๖๗ ท่าน ครบองค์ประชุม
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยกับรายงานวาระปฏิรูปที่ ๑๓ การปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์ (รอบ ๒) เรื่อง การปฏิรูปการเงินฐานราก ของคณะกรรมาธิการที่นําเสนอหรือไม่ ซึ่งหากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป
(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่ประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน สําหรับท่านที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างไหมครับ หรือใช้สิทธิไม่ได้
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าครบถ้วนแล้ว ผมขอป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยนะครับ ๑๖๕ ท่านที่เข้าประชุม เห็นด้วย ๑๖๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๐ ท่าน
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานการพิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๑๓ การปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์ (รอบ ๒) เรื่อง การปฏิรูปการเงินฐานราก ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงานไปปรับปรุงก่อนจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อไปนะครับ
ต่อจากนี้จะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับหลักการและเหตุผล รวมทั้งสาระสําคัญขอ งร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมาธิการเสนอมาหรือไม่ ซึ่งถ้าที่ประชุมเห็นชอบจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปให้คณะกรรมาธิการ เพื่อประกอบ การพิจารณา และให้คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับจากวันถัดจาก วันที่สภามีมติ ซึ่งเมื่อกี้ได้ขอแก้ไข โดยขอยกเว้นข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๐๗ โดยจะเริ่มตั้งแต่ วันจันทร์นะครับ เพราะว่าจะหยุด ๔ วัน ซึ่งทั้งนี้ถ้าที่ประชุมไม่เห็นชอบก็จะถือว่า ร่างพระราชบัญญัติเปึนอันตกไป ผมคงไม่ต้องนับองค์ประชุมใหม่นะครับ
(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่ประชุมทราบก่อนลงมติ)
ถ้าพร้อมแล้ว ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ท่านที่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นชอบโ ปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใด ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าครบถ้วนแล้ว ขอป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยนะครับ ผู้เข้าประชุม ๑๖๖ ท่าน เห็นด้วย ๑๖๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๐ ท่าน
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยในหลักการและเหตุผลและสาระสําคัญ สาระหลักของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งจะได้ส่งร่างพระราชบัญญัติพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกให้คณะกรรมาธิการเพื่อประกอบการพิจารณา และให้ คณะกรรมาธิการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๗ วันนับจากวันจันทร์ที่จะถึงนะครับ โดยสมาชิกที่ประสงค์จะยื่นคําขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขอให้ยื่นต่อ ประธานกรรมาธิการภายใน ๓ วันนับตั้งแต่วันจันทร์ที่ ๓ สิงหาคมนะครับ
ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมครับว่าจะเห็นด้วยกับรายงาน เรื่อง การปฏิรูป สหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนียนตามที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอหรือไม่ หากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป คงไม่ต้องนับองค์ประชุมอีกแล้ว
(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านที่เห็นด้วยกับรายงานโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วยกับรายงานโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังไม่ได้ลงคะแนนไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าครบแล้ว ป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ ๑๖๖ ท่านที่เข้าประชุม เห็นด้วย ๑๖๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐
เปึนอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานการพิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๑๓ การปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์ (รอบ ๒) โดยเฉพาะในเรื่องการปฏิรูป สหกรณ์ออมทรัพย์ และสหกรณ์เครดิตยูเนียน ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงาน ไปปรับปรุงก่อนที่จะส่งรายงานพร้อมควำมเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปนะครับ
สุดท้ายสําหรับขั้นนี้แต่ยังไม่ท้ายสุดขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับ รายงาน เรื่อง แนวทางการส่งเสริมการให้ความรู้ทางการเงินขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน ของคณะกรรมาธิการตามที่นําเสนอหรื อไม่ ทํานองเดียวกันถ้าเห็นด้วยจะส่งรายงาน พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อไป แล้วก็คงไม่ต้องนับองค์ประชุม เพราะผมยังไม่เห็นการเคลื่อนไหว
(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ ท่านที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังไม่ได้ลงคะแนนเสียงบ้างไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ครบถ้วนแล้ว ขออนุญาตป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ ๑๖๕ ท่านที่เข้าประชุม เห็นด้วย ๑๖๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานการพิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๑๓ การปฏิรูปการเงินฐานรากและ สหกรณ์ออมทรัพย์ (รอบ ๒) เรื่อง แนวทางการส่งเสริม การให้ความรู้ทางการเงินขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงาน ไปปรับปรุงก่อนจะส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อไป สําหรับขั้นนี้เปึนอันจบการพิจารณาวาระปฏิรูปที่ ๑๓ การปฏิรูปการเงินฐานรากและสหกรณ์ออมทรัพย์ (รอบ ๒) จํานวน ๓ เรื่อง รวมทั้ง ร่างพระราชบัญญัติการเงินระดับฐานราก พ.ศ. .... แล้ว ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการครับ ท่านสมาชิกยังไม่จบนะครับ เพื่อให้ต่อเนื่อง
๓.๓ รายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการปฏิ รูป การปกครองท้องถิ่น เรื่อง แนวทางการปฏิรูปการกระจายอํานาจและการปกครองท้องถิ่น (รอบ ๒)
ขอเชิญกรรมาธิการเข้าประจําที่
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
ด้วยในคราวประชุม สภาปฏิรูปแห่งชาติ ครั้งที่ ๒๔/๒๕๕๘ เมื่อวันพุธที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๘ ที่ประชุมได้พิจารณา และรับทราบรายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น เรื่อง แนวทาง การปฏิรูปการกระจายอํานาจและการปกครองท้องถิ่นแล้ว โดยให้คณะกรรมาธิการ นําความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปเปึนแนวทางในการพัฒนารายงาน วิธีการ และกระบวนการปฏิรูป พร้อมจัดทําแผนดําเนินการเพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ พิจารณาอีกครั้งหนึ่งแล้ว
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดําเนินการพิจารณาศึกษาและปรับปรุงรายงาน เรียบร้อยแล้ว จึงได้เสนอรายงานเพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาในวันนี้ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจาก เปึนการพิจารณารายงานในรอบที่ ๒ ซึ่งเปึนรอบสุดท้าย ผมจึงใคร่ขอความร่วมมือจาก คณะกรรมาธิการได้กรุณาแถลงรายงานเฉพาะส่วนที่ปรับปรุงแก้ไข โดยขอให้กรรมาธิการ แถลงอย่างกระชับและอยู่ในประเด็นเนื้อหา ของรายงาน สําหรับการอภิปรายของ ท่านสมาชิกขอความกรุณาอภิปรายเฉพาะในส่วนที่ให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมและไม่ซ้ํากับ รอบแรกเท่านั้นนะครับ ท่านกรรมาธิการพร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้วเรียนเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการแถลงรายงานครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม นายพงศ์โพยม วาศภูติ สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นและคณะ ขออนุญาตท่านประธา นและที่ประชุมนําเสนอรายงานเรื่องแนวทางการปฏิรูป การกระจายอํานาจและการปกครองท้องถิ่น (รอบ ๒) โดยจะขออนุญาตท่านประธาน ได้ฉายเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) และแจกสําเนาเพาเวอร์พอยต์ด้วยครับ เมื่อท่านประธานได้กรุณาอนุญาตแล้ว ผมจะพยายามนําเสนอให้กระชับเพื่อให้เหมาะสม กับเวลา แล้วก็จะเชิญท่านกรรมาธิการบางท่านได้เพิ่มเติม อยากจะกราบเรียนท่านประธาน และที่ประชุมว่าคณะของกระผมได้นําเสนอ สปช. เปึนครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๘ มีผู้แสดงความคิดเห็นอภิปรายเสนอแนะ จํานวน ๓๓ ท่าน แบ่งออกเปึนประเด็น ด้านต่าง ๆ รวม ๕๗ ประเด็น ประกอบด้วยด้านโครงสร้างการตรวจสอบการคลัง การบริหารงานบุคคลและเรื่องกฎหมาย ระเบียบ ทางคณะกรรมาธิการปฏิรูป การปกครองท้องถิ่น สภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งมีสมาชิกทั้งหมด ๒๖ ท่าน ได้ช่วยกัน พิจารณาจากเนื้อหาที่สมาชิกได้อภิปรายแนะนํา ท้วงติง แล้วก็ปรับปรุงเปึนรายงานฉบับที่ ๒ เปึนที่เรียบร้อยแล้ว ขออนุญาตกราบเรียนว่าการทํางานของกระบวนงานของกรรมาธิการ ชุดนี้เราได้ประสานกับทางกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยใกล้ชิด เพราะว่า เรื่องของท้องถิ่นนั้นจะเปึนหมวดหนึ่ง เปึนหมวดการกระจายอํานาจอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ เราได้ประสานกับกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น สมาคม สมาพันธ์ สันนิบาต ที่เกี่ยวกับทางท้องถิ่น ประชาชนทั่วไปเรารับฟังความคิดเห็นด้วย แล้วก็ได้ประสานกับ คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่นของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และสํานักงานคณะกรรมการการกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครอ งส่วนท้องถิ่น อยู่ที่สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีด้วย ปรัชญาของการกระจายอํานาจ และการปกครองตนเอง ซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยที่พวกเราได้รับทราบกันแล้วนั้น อยากจะเรียนว่าในความคิดของคณะกรรมาธิการนี้เราเห็นว่าเรื่องสําคัญคือ ทําอย่างไรถึงจะให้รัฐบาลซึ่งมีภารกิจในการร่วมมือต่อสู้กับทั้งในเวทีโลก แล้วก็เวทีระดับชาติ
ปัญหาต่าง ๆ มีรออยู่ให้รัฐบาลต้องแก้ไขอยู่มากมาย ฉะนั้นเปึนไปได้ไหมที่ปัญหาระดับพื้นที่ และความต้องการระดับพื้นที่จะปล่อยให้ประชาชน หรือเป่ดโอกาสให้ประชาชน ได้จัดการตนเอง แก้ไขปัญหาของตนเอง ร่วมมือกันในรูปขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ภายใต้การกํากับดูแลของรัฐในฐานะที่เราเปึนรัฐเดี่ยวอันหนึ่งอันเดียว แบ่งแยกมิได้ ประเด็นการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น เราได้นําเสนอในครั้งแรกแล้ว ๕ ประเด็น ก็จะขอนําเสนอเฉพาะประเด็นสําคัญที่เปึนข้อเสนอ คือ ๑. ด้านการกระจาย อํานาจนั้นเราเห็นว่าการจัดภารกิจอํานาจหน้าที่จะต้องสมดุลกับคน งาน เงิน วัสดุ อุปกรณ์ ฉะนั้นความสัมพันธ์ระหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นนี่มันก็ยังไม่มี ความชัดเจน เราได้ประสานกับคณะปฏิรูประบบราชการโดยใกล้ชิด เราเห็นว่าจะต้องเขียน เรื่องความสัมพันธ์ของอํานาจหน้าที่นี้ให้ชัดเจนกว่าเดิม
จะต้องมีกลไกการขับเคลื่อนการกระจายอํานาจการถ่ายโอนภารกิจนี้มีปัญหามาโดยตลอด เราเสนอให้มีสภาท้องถิ่นแห่งชาติหรือคณะกรรมการท้องถิ่นแห่งชาติเพื่อเปึนกลไก ในการขับเคลื่อน ในด้านโครงสร้างและอํานาจหน้าที่ของการปกครองท้องถิ่น เราเสนอให้มี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษและรูปแบบทั่วไป อบจ. ยังคงให้มีอยู่ เทศบาล ปรับให้มีความยืดหยุ่นตามสภาพแวดล้อมมีหลายรูปแบบ การยกฐานะเราสนับสนุน ให้ยกฐานะองค์การบริหารส่วนตําบลเปึนเทศบาลทั้งหมด เราเสนอให้มีการควบรวม เพื่อลดจํานวนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งขณะนี้มีถึง ๗,๘๕๓ แห่งซึ่งมากเกินไป แล้วก็เหลือเ งินไปเปึนงบลงทุนเพียงเล็กน้อยไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นงบประมาณ ของท้องถิ่นถ้าจะเพิ่มประสิทธิภาพต้องลดจํานวนให้เหมาะสมด้วย เราเสนอให้มีการจัดตั้ง สภาท้องถิ่นแห่งชาติหรือรูปแบบอื่น ๆ เปึนลักษณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลกันเอง บริหารงานกันเอง กําหนดมาตรฐาน มีหนังสือสั่งการกันเองเพื่อให้สามารถขับเคลื่อน การกระจายอํานาจและการปกครองส่วนท้องถิ่นให้ก้าวหน้าเปึนคานงัดสําคัญ ด้านการกํากับ ตรวจสอบและการมีส่วนร่วมของประชาชน เราเห็นว่าภาครัฐต้องกํากับดูแลเท่าที่จําเปึน แต่เป่ดช่องให้ประชาชนได้เข้ามากํากับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมากขึ้น ประชาชน ตรวจสอบแทนภาครัฐเพราะประชาชนเปึนเจ้าของท้องถิ่น องค์กรอิสระจะต้องตรวจสอบ ความโปร่งใสหรือการดําเนินงานของท้องถิ่นให้เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ กล่าวคือต้องคํานึงถึง ความเปึนอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย ประชาชนจะต้องร่วมคิดร่วมทํา ผ่านทางกระบวนการสมัชชาพลเมือง จะต้องมีการใช้ศาลหรือด้านตุลาการในการระงับ การปฏิบัติของท้องถิ่นที่ไม่สมควร โดยเฉพาะเรื่องการถอดถอนผู้บริหารซึ่งมาจาก การเลือกตั้งนั้นไม่สมควรที่ทางราชการจะไปถอดถอนเองน่าจะให้ระบบศาลเปึนผู้ตัดสิน สาธารณชนจะต้องเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้โดยง่าย จะต้องรับรู้ เกิดความโปร่งใส เช่นการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหลายสัญญาทั้งหลายประชาชนต้องเข้าไปดูได้ โดยไม่ต้องเกิดความยุ่งยากหรือไปร้องขออย่างเช่นลงไว้ในเว็บไซต์หรือในอินเทอร์เน็ต ด้านการเงินการคลังท้องถิ่น งบประมาณท้องถิ่นไม่น้อยเลย ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท การที่จะทําให้ท้องถิ่นสามารถเพิ่มประสิทธิภาพมีความโปร่งใสในการใช้จ่าย เพิ่มความสามารถในการจัดเก็บและมีธรรมาภิบาล การกําหนดภาษีใหม่ ๆ ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การเพิ่มส่วนแบ่งภาษีที่รัฐเคยแบ่งให้ให้เพิ่มมากขึ้น ภาษีใหม่ ๆ
เช่นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง การแบ่งภาษีของรัฐเช่นภาษีนิติบุคคลในพื้นที่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และถ้าหากรัฐยังคงจะต้องอุดหนุนท้องถิ่นในรูปของเงินอุดหนุนก็ควรจะเปึนเงินอุดหนุน ที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ําในพื้นที่หรือปล่อยให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีโอกาสคิดเอง ทําเองให้มากที่สุดเท่าที่จะเปึนไปได้ และที่สําคัญคือระบบงบประมาณของประเทศจะต้องมี ทั้งระบบที่เปึนฟังก์ชัน แอพโพรช (Function approach) คือเน้นไปที่ตัวหน้าที่ ของกระทรวง ทบวง กรม ในขณะเดียวกันก็เน้นไปที่แอเรีย แอพโพรช (Area approach) คือความสําคัญของพื้นที่ด้วย ในด้านการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น ท้องถิ่นมีบุคลากร ทั้งที่เปึนฝ์ายการเมือง ฝ์ายประจําและลูกจ้างถึง ๕๕๐,๐๐๐ คน ดังนั้นระบบการบริหารงานบุคคล จะต้องมีระเบียบ มีหลักเกณฑ์ มีมาตรฐานมากกว่านี้ เราเสนอให้มีการรวมข้าราชการ องค์การบริหารส่วนจังหวัด พนักงานเทศบาล และพนักงานองค์การบริหารส่วนตําบล เข้าเปึนข้าราชการส่วนท้องถิ่นประเภทเดียวก็คือการรวม ก หรือรวมคณะกรรมการ เสนอให้มีการตราร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. .... เพื่อให้เปึน หลักเกณฑ์ในการบริหารงาน ให้มีธรรมาภิบาล เพิ่มสมรรถนะและเปึนไปตามหลัก เมอริท ซิสเตม (Merit system) ที่สําคัญให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม อยู่ในระบบใหม่นี้ด้วย ด้านระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เรากําลังรอคอยร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญซึ่งทราบว่า จะมีส่วนของการปฏิรูปที่เกี่ยวพันมาถึงด้านการปกครองท้องถิ่นหรือการกระจายอํานาจ ท้องถิ่นด้วย เราเสนอให้มีการปรับปรุงหรือตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องและจําเปึน เช่น กฎหมายกําหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจ กฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบใหม่ กฎหมายบริหารงานบุคคลท้องถิ่นใหม่ กฎหมายเกี่ยวกับการเงินการคลัง ของท้องถิ่นใหม่ นี่คือภาพรวมของแนวทางการปฏิรูปการกระจายอํานาจและการปกครองท้องถิ่น ซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิ รูปการปกครองท้องถิ่น สภาปฏิรูปแห่งชาติ ขอนําเสนอ ท่านสมาชิก ท่านประธาน เปึนรอบที่ ๒ จะขออนุญาตท่านประธานว่าหากมีท่านใด จะเสริมจากที่ผมพูดหรือไม่ ก็ขออนุญาตท่านประธานด้วยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตเสริมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในคราวที่แล้วที่ได้มี ผู้ให้ความคิดเห็นในส่วนที่เกี่ยวกับการกระจายอํานาจ ๔-๕ ประเด็นสั้นๆ ประเด็นแรก ในเรื่องของจุดมุ่งหมายของการกระจายอํานาจ คราวที่แล้วอาจจะยังพูดได้ไม่ชัด เมื่อมีคนให้ความคิดเห็นมาขอประมวลว่าเวลานี้เรากําลั งเคลื่อนการกระจายอํานาจ จากการที่เราใช้การกระจายอํานาจเปึนนโยบายในการสร้างความเจริญหรือกระจาย ความเจริญไปสู่ภูมิภาค แล้วก็ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ใช้การกระจายอํานาจ เปึนเครื่องมือที่จะกระจายการจัดบริการสาธารณะไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทําแทนรัฐในส่วนกลาง เรากําลังเคลื่อนไปสู่การกระจายอํานาจในความหมายของ การกระจายอํานาจการตัดสินใจในการใช้ทรัพยากร เพื่อให้ชุมชนท้องถิ่นนั้นเขาจัดการ ชีวิตของเขาเองในเรื่องที่เขาจัดการได้ดีมีประสิทธิภาพ แล้วขณะเดียวกันนั้นบ้านเมืองเรา เวลานี้มีปัญหาสําคัญ ก็คือสมดุลอํานาจความสัมพันธ์ ระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นการกระจายอํานาจจึงจะถูกใช้ในคราวนี้เปึนกลไกที่จะทําให้เกิด จากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างอํานาจของส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นในการที่จะอยู่ร่วมกัน ในโลกสมัยใหม่นี่นะครับ เพราะฉะนั้นการกระจายอํานาจในแนวที่เราได้เขียน ความคิดขึ้นมาแล้วจะไปปรากฏอยู่ในกฎหมาย พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระจายอํานาจแห่งชาติ ที่จะร่างหลังจากมีรัฐธรรมนูญใหม่เกิดขึ้นนั้น ก็จะเปึนการเน้นในเรื่องที่ว่าการกระจาย อํานาจจะเปึนการกระจายโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่น ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
จะริเริ่มอะไรใหม่ ๆ ตามปัญหาความจําเปึนของเขาเอง การกระจายอํานาจจะเปึนเรื่อง ของการกระจายความรับผิดชอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ชุมชนท้องถิ่นทํา แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าถ้าเปึนไปได้หรือในกรณีที่เปึนไปได้ก็คือการกระจายอํานาจ ก็จะเปึนเรื่องของการคืนอํานาจรัฐบางเรื่องที่ชุมชนชาวบ้านสามารถทําได้ให้แก่ชุมชน ไปจัดการกันเองต่อไปในวันหน้า เพราะฉะนั้นในความหมายอย่างนี้หลักการการกระจาย อํานาจในชั้นต่อไปจึงจะเน้นใน ๒ เรื่องใหญ่ ก็คือเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะให้เขาจัดการตนเองร่วมกับชุมชน ให้ได้มากที่สุด กับเรื่องที่ให้ชุมชนท้องถิ่นหรือว่า ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมไม้ร่วมมือกันทําอะไรร่วมกันให้มากขึ้นกว่าเดิม แทนที่จะ เปึนหน่วยที่จัดทํากิจการของใครของมัน เพราะว่าจะดูแลปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น เพราะฉะนั้นในกฎหมายใหม่นั้นการกระจายอํานาจก็จะเ น้นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ก็จะมีภารกิจที่จะต้องทํา ๓ ด้าน ด้านหนึ่งก็คือภารกิจที่รัฐธรรมนูญใหม่กําหนด ภารกิจที่ ๒ ก็คือเรื่องที่มีกฎหมายที่ส่วนราชการต่าง ๆ ที่ออกมาอยู่แล้ว แล้วไปเขียนว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่ช่วยสนับสนุนช่วยทําอะไร แต่ที่สําคัญอยู่ที่ส่วนที่ ๓ เปึนเรื่อง ของการริเริ่มอะไรใหม่ ๆ ที่จะเป่ดพื้นที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นได้ทําอะไร ในสิ่งที่เปึนความต้องการของตนเอง แล้วก็ที่จะตอบโจทก์ได้เร็วขึ้น เพราะฉะนั้น ในการกระจายอํานาจในกฎหมายฉบับใหม่นี้จะเน้นว่าต้องเขียนให้ชัดใน ๓ เรื่อง คืออํานาจที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไป ความรับผิดชอบที่จะต้องมีและหน้าที่ที่ต้องทํา ๓ อย่างนี้ต้องได้สมดุลกันในทุกเรื่องจะได้จบปัญหาที่เราบอกว่ากระจายไม่จริง มีแต่หน้าที่ ไปให้ อํานาจก็ไม่ให้ สตางค์ก็ไม่ให้ หรือความรับผิดชอบก็ไม่ชัด อย่างนี้เปึนต้น แล้วเมื่อพูด ถึงเรื่องนี้รายได้ของท้องถิ่นนั้นที่จะเปึนเรื่องใหม่ ก็คือเรื่องการประกันรายได้ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะภารกิจพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญกําหนด ก็จะมีการคิด เรียกว่ายูนิต คอสต์ (Unit cost) ที่จะมีการศึกษาแล้วก็จะประกันรายได้นะครับ
แล้วก็จะเน้นเรื่องการจัดสรรเงินอุดหนุนโดยเน้นหลักของความเสมอภาคและความอิสระ ให้มากขึ้นเพื่อจะแก้ปัญหาเดิม ซึ่งทําให้ท้องถิ่นต้องไปทําในสิ่งซึ่งตัวเองเหมือนกับรับทําให้ ส่วนกลางนะครับ แล้วก็จะมีการเน้นในเรื่องการทํากรอบวินัยการเงินการคลังเสียใหม่นะครับ เมื่อท้องถิ่นในยุคใหม่กระจายอํานาจให้อิสระริเริ่มอะไรมากขึ้น ก็จะเน้นในเวลาเดียวกัน ความรับผิดชอบก็คือการกํากับดูแลครับ ก็จะแยกงานกํากับดูแลออกเปึน ๒ อย่าง ถ้าภารกิจพื้นฐานก็จะกํากับทั้ง ในเรื่องของการกระทํา กฎหมายต่าง ๆ จะเปึน การตรวจก่อนทํา แต่ถ้าเปึนอะไรที่ท้องถิ่นริเริ่มเองนั้นจะเปึนการใช้กลไกของการเรียกว่า การตรวจทีหลัง แล้วก็ใช้กลไกของศาลเข้ามาเปึนคนที่จะมาตัดสินว่าไปละเมิดหรือว่า เหมาะสมหรือไม่ อย่างไรนะครับ ในส่วนสุดท้ายครับ เรื่องของกลไกการบริหาร การกระจายอํานาจที่เดิมนี้มีคณะกรรมการ การกระจายอํานาจให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้น ที่ผ่านมาในกฎหมายที่ใช้ปัจจุบันก็เปึนองค์กรที่พยายามที่จะทําหน้าที่ในเชิง การบริหาร อาจจะมีปัญหาทําให้การถ่ายโอนไม่ได้ถ่ายโอนจริง หรือว่าถ้ามีปัญหาในทาง ปฏิบัติมากมาย ในร่างใหม่นี้ก็จะเรียกว่าเปึนสภาการปกครองท้องถิ่นแห่งชาติ ชื่อคล้าย ๆ อย่างนี้ แต่จุดสําคัญก็คือว่าจะทําให้การถ่ายโอนนั้นเกิดขึ้นได้จริงทั้ง ๓ อย่าง ทั้งคน ทั้งเงิน ทั้งงาน โดยเฉพาะสิ่งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ริเริ่มใหม่นั้นก็จะสามารถทําได้เล ย แล้วก็ค่อยตามไปประเมิน ตามไปตรวจแก้ทีหลังครับ นอกนั้นก็เปึนเรื่องของการตรวจสอบ ของภาคประชาชน อันนั้นก็เปึนสิ่งที่มีกลไกรัฐธรรมนูญใหม่อยู่แล้วนะครับ ผมขอเพิ่มเติม แค่นี้ครับจากที่ได้มีคนให้ความคิดเห็นมาในคราวที่แล้ว ขอบคุณมากครับ
ถ้าไม่มีท่านกรรมาธิการอื่น เสนอประเด็นอะไรก็ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกทุกท่านได้โปรดพิจารณา ให้ความเห็นเพิ่มเติมครับ
ทําท่าจะเปึน วาระที่เร็วที่สุดเท่าที่เราเคยทํางานกันมา มีสมาชิกลงชื่อแล้วตอนนี้ ๒ ท่าน ผมเรียนเชิญก่อน เผื่อเดี๋ยวเครื่องจะติดแล้วมีท่านอื่นได้ตามมา คุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ไม่อยู่ หรือครับ เปึนไปได้อย่างไร เชิญดอกเตอร์ถวิลวดี บุรีกุล ก่อนแล้วกัน
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล ดิฉัน ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น สภาปฏิรูปแห่งชาติ เพราะว่า
ได้ทํารายงานที่กระชับ สั้น ได้ใจความแล้วก็อ่านง่าย เข้าใจง่ายและมีสาระที่เปึน ประโยชน์มากนะคะ ในเวลาอันสั้นดิฉันสามารถอ่านแล้วก็เข้าใจทําให้สามารถที่จะอภิปราย ได้ทันเวลาพอดีนะคะ ดิฉันมีประเด็นที่น่าสนใจที่จะสนับสนุนรายงานการปฏิรูปครั้งนี้นะคะ โดยภาพรวมดิฉันสนับสนุนทั้งหมด แล้วก็มีประเด็นที่ดิฉันอยากจะเสริมเพิ่มเติม อยู่พอสมควรนะคะ เริ่มแรกเลย เรื่องของโครงสร้าง รูปแบบ ซึ่งในรายงานนี้หน้า ๑๒ ก็ได้เสนอว่าควรจะเปึนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเต็มจังหวัดแล้วก็รูปแบบไม่เต็มพื้นที่จังหวัด ตรงนี้เหมาะสมมาก ถ้าจะดีนะคะดิฉันอยากจะให้มีเรื่องของการพิจารณาภูมิสังคมหรือเรื่อง ของการเปึนท้องถิ่นที่เปึนไปตามความต้องการของประชาชนในรูปแบบของการไม่เต็มพื้นที่ จังหวัด แต่เปึนไปตามความเหมาะสม เช่น ตามวัฒนธรรมของเขาหรือภูมิสังคมของเขา นอกจากนี้ประเด็นในเรื่องของที่มาของผู้บริหารท้องถิ่นซึ่งตรงนี้ก็บอกว่ามาจากการเลือกตั้ง โดยตรง เห็นด้วยนะคะ ประเด็นเรื่องของผู้บริหารท้องถิ่นจะดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสมาชิก ของสภาท้องถิ่นจะต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด แล้วที่สําคัญต้องคํานึงถึง ความเสมอภาคหญิงชายและสัดส่วนของหญิงชายเข้าไปในสภาท้องถิ่นด้วย น่าจะมี การนําไปพิจารณาแล้วเขียนไว้ในรายงานครั้งนี้ด้วยนะคะ อีกอย่างหนึ่งนะคะ ในเรื่องของ งบประมาณ งบประมาณนี่ดิฉันเห็นด้วยที่จะให้มีการจัดทํางบประมาณที่เปึนไปตามภารกิจ แล้วก็เปึนไปตามพื้นที่นะคะ ซึ่งตรงนี้ก็สอดคล้องกับในร่างรัฐธรรมนูญที่ทําอยู่ และจะดียิ่งขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับที่ร่างรัฐธรรมนูญได้ทําในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ก็คือการจัดสรรงบประมาณนั้นต้องคํานึงถึงความเสมอภา คทางเพศและความเสมอภาค ด้านอื่น ๆ ซึ่งจะทําให้งบประมาณของท้องถิ่นนั้นจัดสรรไปยังคนที่ด้อยโอกาสและไปยัง คนกลุ่มต่าง ๆ ที่ทั่วถึงและเหมาะสมยิ่งขึ้น แล้วก็เปึนไปตามความต้องการแล้วเพื่อเพิ่ม คุณภาพชีวิตที่ดีของพวกเขานะคะ
แล้วอีกอย่างหนึ่งที่ดิฉันไม่ค่อยเข้าใจก็คือท่านจะให้มีศาลปกครองคดีท้องถิ่นขึ้นมา อันนี้คงมีการพิจารณาให้ถ่องแท้อีกครั้งหนึ่งว่ามีความเหมาะสมเพียงไร แล้วก็ทางศาลปกครองนั้นมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ประเด็นที่สําคัญ ก็คือในเรื่องของการตรวจสอบโดยภาคประชาชน เนื่องจากว่าในนี้ยังเขียนว่าเปึน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ก็ไม่เปึนไร แต่ดิฉันถือว่าเรื่องของการกระจายอํานาจ การปกครองท้องถิ่นเปึนกลไกพื้นฐานของกา รเสริมสร้างประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม เมื่อเปึนเช่นนี้ในรายงานนี้ให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนมาก แต่กลไก ที่สําคัญว่าประชาชนจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรูปแบบอะไรบ้าง ก็คงต้องมีการศึกษา แล้วก็พัฒนาศักยภาพของประชาชนแล้วก็ผู้บริหาร ท้องถิ่น รวมทั้งสมาชิกท้องถิ่นที่จะทําให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงขึ้นมาได้ แล้วนอกจากนี้ อยากจะให้มีการพัฒนาศักยภาพของสมาชิกท้องถิ่นแล้วก็ข้าราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้งประชาชนในพื้นที่นั้นในเรื่องที่เขาจะสามารถเข้าไปตรวจสอบการบริหารงานท้องถิ่น ได้อย่างเปึนจริง โดยเฉพาะในบางเรื่องที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องไปดูแล ในเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรหรือเรื่องของการติดตามการทําการตามรายงานวิเคราะห์ ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่ามิติเกชัน แพลน (Mitigation plan) ทั้งหลาย ที่อยู่ในโครงการที่อยู่ในพื้นที่ของท้องถิ่นนั้ น ๆ ท้องถิ่นไม่ค่อยได้มีโอกาสที่จะทําได้เต็มที่ เพราะว่าเรื่องของความรู้ความสามารถ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องดูแล ในเรื่องนี้ เพราะว่าร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทําอยู่นี้พยายามที่จะเป่ดโอกาสให้ท้องถิ่น เข้ามาทําหน้าที่ตรงนี้อย่างแท้จริง แล้วก็อีกอ ย่างหนึ่งคือเรื่องของคอนเทสทะบิลิตี (Contestability) ซึ่งเขียนไว้แต่ดิฉันยังมองไม่ออกว่าท้องถิ่นจะเข้าไปแข่งขันทําได้มากน้อย แค่ไหนหรือจะเป่ดโอกาสให้ประชาชนหรือเอ็นจีโอ (NGO) หรือภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามา แข่งขันได้มากน้อยแค่ไหนก็ยังเปึนความห่วงกังวล แล้วนอกจากนี้ประเด็นสุดท้ายก็คือ ในเรื่องของบุคลากรของท้องถิ่น เรื่องของการแต่งตั้ง โยกย้าย ที่ต้องเปึนไปตาม ระบบคุณธรรมและมีกรรมการพิทักษ์คุณธรรมซึ่งจะต้องทําให้เกิดความเสมอภาค ในเรื่องของความสามารถ คนที่มีความสามารถก็ต้องได้รับการตอบแทนตอบสนอง แล้วทํางานดี ก็ต้องได้รับ การตอบสนอง ไม่ต้องเปึนคนที่ต้องคอยดูแลผู้บริหารเท่านั้นหรือว่าต้องมี การแต่งตั้ง โยกย้าย โดยใช้ระบบอื่นมาแทนที่ระบบคุณธรรม ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ ผมเห็นคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี มาแล้วเชิญคุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สมาชิก สภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพอย่างสูง แล้วก็คณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น และท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะ มนูญทวี รหัสหมายเลข ๐๑๓ จากจังหวัดยะลา ดิฉันอดีตเคยเปึนกํานันผู้หญิงคนแรกของจังหวัดยะลา จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มี แล้วก็เปึนอดีตนายก อบต. หญิงคนแรกของจังหวัดยะลาเหมือนกันจนถึงทุกวันนี้ ดิฉันถึงมีความจําเปึนที่จะขออภิปราย เมื่อกี้ดิฉันขอโทษนะคะเข้าห้องน้ําค่ะ ดิฉันขอเสนอ การเพิ่มอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. ในเรื่องการบําบัดทุกข์บํารุงสุข หน้าที่ตรงนี้ปกติอยู่ที่กํานันให้กับประชาชนในหมู่บ้านและชุมชนหรือในเขตเมืองที่รับผิดชอบ เนื่องจาก อบต. มีงบประมาณ มีเจ้าหน้าที่ มีบุคลากร มีสํานักงาน อบต. ต่างจากกํานัน ผู้ใหญ่บ้านต้องทําที่บ้านของตนเอง ไม่มีสํานักงานของตนเองทําให้การทํางานที่ผ่านมาเมื่อมี อบต. แล้วกํานัน ผู้ใหญ่บ้านทํางานก็ไม่สําเร็จ งบประมาณก็ไม่มีในมือ รัฐบาลจึงได้รับข้อมูล ไม่เต็มที่ ยกตัวอย่างใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายก อบต. ก็กลุ่มหนึ่ง กํานันก็กลุ่มหนึ่ง ยิ่งแตกสีเข้าไปอีกก็เปึนสีเหลืองกลุ่มหนึ่ง สีแดงกลุ่มหนึ่ง ดังนั้นในการปฏิรูปเราจะทําอย่างไร ให้ อบต. แล้วก็กํานัน ผู้ใหญ่บ้านให้เปึนหนึ่งให้เปึนที่ ยอมรับของทางภาคใต้ ยกตัวอย่าง ในตําบลของดิฉันแล้วก็ตําบลใน ๓ จังหวัด เวลามีงบประมาณ นายกส่วนมากก็จะทําถนน ทําประปา แล้วก็ทําฝาย
แต่กํานันสิคะเขาถามว่ามีงบตรงไหน ถ้าไม่ดีกั บนายกก็ไม่มีอย่างไรคะในหมู่บ้านนั้น อบต. ก็เหมือนกันทั้ง ๆ ที่แห้งแล้งแต่สอบตกก็ไม่มีนะคะ ที่โครงการที่จะเสนอผ่านนายก ดังนั้นดิฉันว่าการสนับสนุนงบประมาณขององค์การบริหารส่วนตําบลที่จัดขึ้นมีงบประมาณ จัดงานผู้สูงอายุ ผู้พิการ แม้แต่งานบุญเขาก็มีงบนะคะ แต่กํานันต้องควักกระเปิาเอง แล้วตอนนี้เหตุการณ์ความไม่สงบอยู่ที่ใครคะ ไม่ได้อยู่ที่นายกนะ อยู่ที่กํานัน ยาเสพติด อยู่ที่กํานันต้องดูแล ทะเลาะเบาะแว้งอยู่ที่บําบัดทุกข์บํารุงสุขจะต้องให้หน้าที่ อบต. คนที่มีกระเปิาตุง มีสตางค์นะคะ แล้วก็บาง อบต. เขาจัดงบประมาณไปอุมเราะห์ แต่ของบประมาณอยากได้กําไรเพื่อไป เมกกะห์ หรือว่ามีการพัฒนาเกี่ยวกับทําถนน ทําประปา การปฏิรูปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. จะยุบ ดิฉันไม่เห็นด้วยที่จะยุบลง เพราะว่าความเปึนอัตลักษณ์ แล้วก็ความเปึนอยู่ เหมือนกับตําบลนี้พุทธ ตําบลนี้มุสลิม บางสิ่งบางอย่างมันไม่เหมือนกันค่ะ แล้วก็ศาสนาละเอียดอ่อน ดิฉันคิดว่าจะต้องขยายให้มี อบต. เหมือนเดิม ส่วนถ้าจะยุบ อบต. ก็ต้องยุบกํานันด้วย ถ้าจะไม่ยุบ อบต. รวมกัน ก็อย่า ยุบกํานันเพราะกํานันก็ช่วยประเทศชาติสมัยโบร่ําโบราณมามีความจําเปึนนะคะ จะทําให้ ประชาชนเกิดประโยชน์แล้วก็ไม่เดือดร้อน แล้วก็การตรวจสอบองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ก็ต้องมีมาตรการ เพราะว่าผู้ที่เปึนนายกก็ทําโครงการไม่เปึน แล้วก็เดี๋ยว สตง. ตรวจสอบขา ข้างหนึ่งจะเข้าต ะรางได้นะคะ ดังนั้นจะต้องให้ความรู้เกี่ยวกับ อบต. แล้วก็องค์การ ที่เกี่ยวข้องให้มากกว่านี้ จะต้องเข้าใจ เข้าถึง อบต. แล้วก็กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้เปึนหนึ่งให้ได้ ขอขอบคุณค่ะ
ถัดไปนะครับ มีท่านแสดงความจํานงเพิ่ม เชิญคุณทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทรงชัย วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตัวแทนจากจังหวัดลําพูน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยในการที่จะต้องมีการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น ผมขออนุญาตฝาก ท่านคณะกรรมาธิการได้นําไปพิจารณาถึงประเด็นต่าง ๆ ที่ประสบมาในฐานะ ที่เคยอยู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องของบทบาทอํานาจหน้าที่ เนื่องจากว่า ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทยเรานั้นมันมีหลายระดับ ตั้งแต่ อบต. เทศบาล แล้วก็องค์การบริหารส่วนจังหวัด ดังนั้นการทํางานที่ผ่านมานั้นมักจะถูกกล่าวขานกัน
ในทางที่ไม่คอยจะเหมาะว่าเปึนองค์กรที่ทํางานแล้วก็ซ้ําซ้อนกัน อยากจะฝากว่าไหน ๆ ที่จะปฏิรูปแล้วควรที่จะกําหนดบทบาทอํานาจหน้าที่ของแต่ละองค์กรนั้นได้มีความชัดเจน ไม่ให้เกิดการซ้ําซ้อน ผมขออนุญาตกล่าว เช่น งานใหญ่ ๆ นั้นให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด รับผิดชอบไปทํา งานเล็ก ๆ ในพื้นที่ถนนซ อกซอยในหมู่บ้านให้ อบต. ให้เทศบาล ไปดําเนินการ
ถามว่าถ้าเปึนงานใหญ่ ๆ แล้ว อบจ. จะทําอย่างไรในเมื่อมีกรมทางหลวงชนบทอยู่ในพื้นที่ อยู่แล้ว ผมเคยเสนอว่าให้มอบภารกิจโอนภารกิจของกรมทางหลวงชนบทนั้นไปให้ อบจ. ดําเนินการ เพราะกรมทางหลวงชนบทนั้นดูแลถนนหนทางในเขตพื้นที่ของจังหวัดเชื่อมต่อ ระหว่างอําเภอ เชื่อมต่อระหว่างตําบล หมู่บ้าน อันนี้ยกภารกิจนี้โอนไปให้ อบจ. ดําเนินการ โอนไปแล้วต้องโอนงบประมาณที่กรมทางหลวงชนบทมีอยู่โอนไปให้ อบจ. ด้วย ถามว่า อบจ. ทําได้ไหม ทําได้ครับ เหมือนกัน มีบุคลากรที่จะดําเนินการได้ ประการต่อมาการดูแล พี่น้องประชาชนของสํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในระดับจัง หวัด โอนไปให้ อบจ. ทํา ให้เทศบาลให้ อบต. ทําเพราะเปึนการดูแลพี่น้องประชาชน องค์กร เหล่านี้ก็จะถ่ายโอนภารกิจไปอยู่ของท้องถิ่น ผมเชื่อว่าท้องถิ่นจะดูแลได้ดีกว่า ไม่น้อยกว่า ที่อยู่ในปัจจุบัน ท่านประธานครับ ในเวลาอันจํากัดนั้นผมขออนุญาตได้กล่าวมาถึง การควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าผมเห็นด้วย การควบรวมในบางกรณี แต่ว่าการควบรวมนั้นต้องดูที่วัตถุประสงค์ของการตั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ การตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อที่ต้องการ กระจายความเจริญแล้วก็ทําอย่างไรที่ให้ประชาชนได้เข้ามามี ส่วนร่วมได้มากที่สุด ดังนั้นการที่จะควบรวมเพียงแต่อาศัยว่าเพิ่มประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่าย ผมว่ายังไม่ใช่ เปึนสิ่งที่จําเปึนแต่ต้องมองที่เปัาหมายว่าเราจะบริการพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง ได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ที่เปึนสิ่งสําคัญในการที่จะมาควบรวม บางแห่งในตําบ ลหนึ่ง มีหลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะว่าตามสภาพภูมิประเทศอยู่ห่างไกลกัน เราก็ต้องยอมรับว่าต้องมีหลาย ๆ แห่งได้ ไม่ใช่บอกว่า ๑ ตําบลต้องมี ๑ แห่งหมด บางแห่งนั้นอยู่คนละขุนเขากัน บางแห่งนั้นอยู่คนละเกาะกัน เอามารวมกันแล้ว ประชาชนจะได้รับความสะดวกเหมือน เดิมหรือไม่ อย่างไร อันนี้เปึนประเด็นสําคัญ ในการที่จะพิจารณาการควบรวม ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นนะครับ ผมอยากจะเห็นว่าการที่เรามีการปฏิรูปแล้วนั้นเราต้องให้อํานาจภารกิจในการดําเนินงาน ให้ท้องถิ่นเขาใช้ดุลยพินิจในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในท้องถิ่ นได้ ไม่ใช่ว่า เหมือนเช่นในปัจจุบันนี้ การแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นนั้นอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย อยู่ที่กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นที่จะกําหนดว่าสิ่งไหนบ้างที่ท้องถิ่นจะทําได้ เพราะในกฎหมายของการกระจายอํานาจนั้นบอกว่าท้องถิ่นจะสามารถจัดงบประมาณได้
ต้องเปึนไปตามระเบียบและข้อบังคับที่กระทรวงมหาดไทยกําหนด เมื่อกระทรวงมหาดไทย กําหนดแล้วใช้ทั่วประเทศบางครั้งไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่เขาอยู่ได้จึงเปึนปัญหา เห็นไหมครับว่าปัญหานั้นลุกลามเข้ามาถึงระ ดับชาติ ต้องยกขบวนเดินกันมาอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แทนที่เราจะแก้ปัญหาในท้องถิ่นได้ เราแก้ไม่ได้ ถ้าเรายังใช้ระเบียบปัจจุบันนี้อยู่ อยากจะเห็นว่าท้องถิ่นนั้นให้มีอิสระในการพิจารณา แต่เดิมนั้นเรายอมรับว่าท้องถิ่นนั้น คนที่เข้ามาบริหารนั้นอาจจะด้อยในเรื่องของคุ ณภาพ แต่ปัจจุบันนี้คนระดับดอกเตอร์มาเปึนผู้บริหารท้องถิ่นก็มีไม่น้อย ถ้าเราให้โอกาสเขาพัฒนา เขาก็จะพัฒนาท้องถิ่นให้มีความเจริญก้าวหน้าได้อย่างเช่นที่เราเคยไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ์น เราเห็นประเทศญี่ปุ์นพัฒนาเราก็บอกว่าเราอยากจะเห็นประเทศไทยเราพัฒนาท้องถิ่น เช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ์น แต่ในขณะเดียวกันเราก็สร้างกรอบไว้ ไม่ให้เขาเดินออกจากกรอบ อันนี้ถ้าเราเป่ดกรอบได้นะครับ
เป่ดพื้นที่ให้เขาดําเนินงานได้ ผมเชื่อว่าท้องถิ่นจะมีความเจริญมากกว่านี้ ท่านประธานครับ เมื่อกี้นี้ท่านสมาชิกได้พูดนะครับว่าสมาชิกสภาท้องถิ่นกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้านมักจะไม่ไป ทิศทางเดียวกัน ผมก็มานั่งคิดนะครับว่า เอ๊ะ มันเปึนไปได้ไหมครับว่าทุก วันนี้กํานัน ผู้ใหญ่บ้านเราก็เลือก ก็เลือกมาจากประชาชนเหมือนกัน อบต. เราก็เลือกมาจากประชาชน เหมือนกันที่เปึนอยู่ปัจจุบันนี้ เปึนไปได้ไหมครับว่าใน ๑ ท้องถิ่นนั้นให้มีสมาชิกทุกหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑ คน โดยให้ผู้ใหญ่บ้านไปเปึนสมาชิกสภาท้องถิ่นโดยตําแหน่ง ถ้าคนเขาเลือกคนนี้มาเปึนผู้ใหญ่บ้าน วาระ ๔ ป้ ให้เขาไปอยู่เปึนสมาชิกสภาท้องถิ่นด้วย เปึนผู้ใหญ่บ้านด้วย ถ้าเขาหมดวาระของ อปท. ท้องถิ่นเลือกใหม่ คนใหม่ก็เข้าไปแทน สภาท้องถิ่นก็จะไม่ว่างครับ มันก็จะมีสมาชิกตลอด ส่วนผู้บริหารท้องถิ่นนั้นให้เลือกโดยตรง จากประชาชนต่างหาก จะแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ ผู้ใหญ่บ้านกับ อบต. ทะเลาะกัน ผู้ใหญ่บ้านก็ไม่เรียกประชุม อบต. จะเรียกประชุมชาวบ้านก็ไม่ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นและเกิดขึ้นจริง ถ้าเราจะแก้อย่างนี้นะครับ เพราะไหน ๆ เราก็เลือกอยู่แล้ว ผู้ใหญ่บ้านก็ให้อยู่ ๔ ป้แล้วไปเปึนสมาชิก อบต. ด้วย บ้านละ ๑ คน มันจะสะท้อนปัญหา ของแต่ละหมู่บ้านแต่ละชุมชนนั้นให้ท้องถิ่นได้ไปแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณครับที่ได้ให้โอกาสผมได้เกินเวลา ในเวลาอันจํากัด ผมก็ขอขอบพระคุณนะครับ แล้วก็หวังว่าท้องถิ่นของประเทศไทยจะมีความเจริญก้าวหน้า เยี่ยงอารยประเทศเขา ขอบพระคุณครับ
ไม่เปึนไร ผมหาจังหวะขัดไม่ได้ เชิญคุณชาลี เจริญสุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม ชาลี เจริญสุข สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดฉะเชิงเทราครับ ในส่วนของ การปฏิรูปการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นนี่ผมก็เห็นใจครับ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเขียนไว้กว้าง ๆ ท้องถิ่นระดับจังหวัดและต่ํากว่าจังหวัด ในส่วนตัวของผมวันนี้ที่เห็นปัญหา แล้วก็ไม่อยากให้ มันเกิดขึ้นซ้ําแล้วซ้ําอีก ก็คือจะเห็นได้ว่าถ้าเกิดเราเทียบว่าท้องถิ่นระดับจังหวัด ถ้าเทียบกัน ว่าใครทํางานคู่กับท้องถิ่นจังหวัด ก็คือส่วนราชการที่ดูแลกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่ส่งงบประมาณลงไปทํางานในพื้นที่ในจังหวัดนั้น ๆ อย่างท่านสมาชิกก็พูดกัน หลายท่าน ก็พูดกันแล้วว่าทาง หลวงแผ่นดินหรือทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม จะดูแลพื้นที่
ในจังหวัด แต่ท่านทราบไหมครับว่าในจังหวัดผมก็จะมีปัญหาเรื่องของถนนบางสายเปึนของ ท้องถิ่น แต่ท้องถิ่นก็ไม่มีงบที่จะทํา ได้แค่ซ่อม แต่ว่าถ้าทําใหม่หรือว่ามีการบูรณะให้มันดีขึ้น จาก ๑ เลน (Lane) จะให้เปึน ๒ เลน มีงบประมาณในจังหวัด อย่าง อบจ. มีแค่ ๕๐๐ ล้านบาท แต่ถนนเส้นหนึ่งที่จะต้องทําเปึน ๔ เลนต้องใช้เงินถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เห็นไหมครับว่าปัญหาเริ่มเกิดแล้วว่ามันทําไม่ได้ ฉะนั้นผมว่าตรงนี้อาจจะต้องมีการแยก ต้องดูที่งบประมาณของท้องถิ่นจังหวัดแล้วว่าท้องถิ่นจังหวัดนั้นมีงบประมาณที่จะมีศักยภาพ ที่จะทําระดับไหน ซึ่งผมว่าน่าจะลงลึกไประดับที่เรียกว่าท้องถิ่นระดับจังหวัดที่มีระดับ เขาเรียกว่าเอสเอ็มแอล (SML) ด้วย เพราะว่าแต่ละจังหวัดไม่เท่ากัน ความเหลื่อมล้ํานั้น ก็มีสูง ความต้องการหรือการดูแลนั้นมันต้องมีการผสมกลมกลืน ตรงนี้เปึนตัวอย่าง เปึนเคส สตัดดี (Case study) ผมอยากให้ทางท่านประธานกรรมาธิการท่านเอง ก็เคยอยู่ในกระทรวง ฉะนั้นเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ ขอพาดพิงอีก ๑ กระทรวงครับ
กระทรวงที่ทําเกี่ยวกับเรื่องของบ่อบําบัดน้ําเสีย ตอนนี้มีหลายท้องถิ่น นี่ท้องถิ่นระดับต่ํากว่า จังหวัดแล้วที่ดูแลก็คือเทศบาล เทศบาลบางเทศบาลได้รับความโชคดีหรือโชคร้าย ผมไม่ทราบนะครับ ได้งบประมาณในการทําบ่อบําบัดน้ําเ สีย ๘๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่งบประมาณของท้องถิ่นนั้นเก็บได้เพียง ๑๐๐ กว่าล้านบาท เงินอุดหนุน อีก ๑๐๐ กว่าล้านบาท ๒๐๐ ล้านบาท ผมถามว่าบ่อบําบัดน้ําเสียนั้นจะเอาเงินที่ไหนมาดูแล ในเมื่อส่วนกลางเอางบไปสร้างไว้แล้ว แต่งบบริหารในการซ่อมบํารุงไม่มี เพราะว่าการบริหาร จัดการเรื่องของน้ําเสียมันจะต้องใช้งบประมาณ จ้างรายเดือน มีงบรายเดือน มีค่าใช้จ่าย รายเดือน มีค่าใช้จ่ายที่มาก ๆ ในช่วงที่ฝนตกน้ําท่วมจะต้องใช้งบประมาณสูง ท้องถิ่นไม่มีเงินหรอกครับ ตรงนี้ต้องแยกให้ชัดเจนว่าเราจะบริหารจัดการอย่างไรให้โครงการ ที่มันลงทุนสูง ๆ ไปอยู่ในจังหวัด ในท้องถิ่นแล้ว วันนี้ผมว่าไม่ค่อยมีการเป่ดเผยเท่าไรว่า สิ่งที่สร้างลงไปในท้องถิ่นแล้วท้องถิ่นเองก็ไม่สามารถดูแลได้ มีการตรวจสอบไหมครับ มีการลงไปดูไหมครับว่าเงินงบประมาณที่ลงไปแล้วมันได้ดําเนินการ และมีการใช้ประโยชน์ หรือไม่ อย่างไร ตรงนี้สําคัญมาก ผมได้เห็นปัญหาในส่วนของการบริหารงานไม่ว่าจะเปึน เรื่องของการทําเขื่อนริมแม่น้ํา อันนี้ก็อยู่ในเรื่องของส่วนกลางที่ไปทําให้กับท้องถิ่น อันนี้ก็ต้องขอบคุณส่วนกลางนะครับ แต่ว่าในการบริหารจัดการต่อไปผมว่าเปึนสิ่งที่ดี ที่เราจะมาปฏิรูปแล้วนําข้อมูลปัญหาที่ มันเกิดขึ้นเอามาสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้ท้องถิ่น และกระทรวง ทบวง กรม ที่เขามีความปรารถนาดีลงไปในพื้นที่แล้วไม่ได้ไปเพิ่มภาระ ให้ท้องถิ่น สุดท้ายเลยครับ นโยบายประชานิยมที่ลงไปแล้วไปเพิ่มภาระให้กับท้องถิ่น ผมว่าต่อไปคงจะไม่มีแล้วครับ อย่างเช่น ไปบอกว่าจะให้เบี้ยยังชีพเพิ่มตรงโน้นเพิ่มตรงนี้ คงจะไม่มีแล้ว แต่ถ้ามีในอดีตนี่ผมว่าต้องจัดการให้กับท้องถิ่นเขาว่าควรจะเปึนงบรายจ่ายเพิ่ม ไม่ใช่งบฝาก เงินให้เพิ่มหรืออะไรถ้าเกิดส่วนกลางเปึนคนสัญญาประชาคมแล้วไม่ใช่ไปให้ ท้องถิ่นเขาจ่าย หาเสียงส่วนกลางแต่ท้องถิ่นเปึนคนจ่า ย อันนี้เปึนบทเรียนเลยนะครับ เพราะที่ผ่านมาเจอกันเยอะครับ ภาระต่าง ๆ ผลักไปให้กับท้องถิ่น ท้องถิ่นเองก็ไม่มี งบประมาณ เหมือนถูกตอนครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
ขอบคุณนะครับ เรียนเชิญ พลเอก พอพล มณีรินทร์ ครับ
เรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติที่เคารพ กระผม พลเอก พอพล มณีรินทร์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก่อนอื่นผมคงต้อง ขอชื่นชมท่านกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นทุกท่าน ที่ผมได้ติดตามตั้ งแต่ การนําเสนอในรอบแรก คงต้องยอมรับว่าการรวมอํานาจ การแบ่งอํานาจ การกระจาย อํานาจ เรามีองค์กรหรือมีกลไกที่บริหารงานทั้ง ๓ เรื่องนี้ มีตัวอย่างให้เห็นอย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการรวมอํานาจก็เปึนการบริหารราชการส่วนกลางที่เราเห็นอยู่ ทุกกระทรวง ทบวง กรม การแบ่งอํานาจก็เปึนการบริหารส่วนภูมิภาค ไม่ว่าจะเปึนจังหวัด อําเภอ หรือตําบลต่าง ๆ เรายอมรับว่าการกระจายอํานาจนั้นเปึนวาทะหรือเปึนคําพูด ที่เราพูดว่าเราอยากจะกระจายอํานาจ แต่พอเรามีกลไกในการกระจายอํานาจ ไม่ว่าจะเปึน อบต. หรือจะเปึนเทศบาล ก็หนีไม่พ้นในเรื่องของการคอร์รัปชัน การถูกกล่าวหา จริงครับว่า การบริการสาธารณะหรือการบริการประชาชนนั้นเปึนสิ่งที่ทุกคนคิดว่าการแบ่งหน่วยงาน ให้เล็กที่สุด การแบ่งพื้นที่ให้เล็กที่สุดซึ่งเปึนกลไกหรือเปึนพื้นที่ที่จะให้หน่วยงานไปบริการ ประชาชนหรือบริการสาธารณะนั้นเปึนสิ่งที่เราใฝ์ฝัน แม้กระทั่งผมอยู่ในคณะกรรมาธิการ ปฏิรูปการศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ก็มีการพูดถึงว่าการศึกษาในระดับท้องถิ่นนั้น จะต้องมีองค์กรที่เข้ามาดูแล เรามีการถ่ายโอนหรือมีการโอนข้าราชการครูและโรงเรียน ไปอยู่กับองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือ อบจ. ซึ่งมีกองการศึกษารับผิดชอบอยู่
แต่พอโอนไปแล้วปัจจุบันนี้ปรากฏว่าเปึนตัวอย่างที่ไม่ค่อยจะดีนักบางพื้นที่ก็ไปด้วยดี บางพื้นที่ก็ไม่ดี เพราะฉะนั้นตรงนี้เองจากการที่ท่านกรรมาธิการได้กรุณาดําเนินการปฏิรูป ไม่ว่าเรื่องการกระจายอํานาจ เรื่องโครงสร้าง เรื่องอํานาจหน้าที่การปกครองท้องถิ่น เรื่องการกํากับดูแลและการตรวจสอบ หรือการมีส่วนร่วมของประชาชน การเงิน การคลัง ก็เปึนอีกเรื่องหนึ่งที่ อบต. จะบอกว่าไปไม่รอดก็ได้ เพราะว่าเงินที่เก็บมานั้นก็ไม่เพี ยงพอ เปึนค่างบบุคลากรเสียหมด ในส่วนที่เงินอุดหนุนจากรัฐก็ใช้เงินเยอะ การบริหารงานบุคคล ของท้องถิ่นก็เปึนไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เองก็เปึนปัญหา ท่านกรรมาธิการทุกท่าน โดยเฉพาะท่านประธานนั้นหรือท่านกรรมาธิการทุกท่านก็อยู่ในการปกครองอยู่ในส่วนของ ส่วนกลางหรืออยู่ในส่วนของท้องถิ่นมาโดยตลอด ก็คงเชื่อว่าการปฏิรูปในครั้งนี้จะนําปัญหา ทั้งหมดมาแก้ไขและมาปฏิรูป อย่างไรก็ตาม อบต. มีมาตั้งแต่ ๒๕๓๗ จนถึงปัจจุบันก็ ๒๑ ป้ มีบาง อบต. ก็เปึนตัวอย่างที่ดีได้ บาง อบต. ก็ถูกมาตรา ๔๔ จัดการไปเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ใน ๗,๗๗๕ องค์กร หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่ทั้งประเทศไทยนั้น ผมเชื่อว่าย่อมมี ส่วนดีมากกว่าส่วนไม่ดี เพราะฉะนั้นในการกระจายอํานาจก็เปึนเรื่องที่ทุกคนคิดว่าเปึนของดี อย่างไรก็ตามผมอยากจะเรียนว่าในการดําเนินงานนั้นถ้าส่วนไหนที่ไม่ดีก็ต้องมีองค์กร ตรวจสอบได้เข้มแข็ง ในการนี้ประชาชนมีส่วนร่วมถ้าทํางานไม่ดีงวดหน้าก็ไม่เลือก หรือลงเลือกตั้งก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านต้องทําหน้าที่ขององค์กรตรวจสอบในระดับท้องถิ่น เปึนไปด้วยความเรียบร้อย ส่วนหนึ่งผมขออนุญาตให้ข้อสังเกตว่าการควบรวมก็ดี การยกฐานะเปึนเทศบาลก็ดีนั้นได้ตอบโจทย์หรือไม่ ถ้าตอบโจทย์ก็ทําไปเลยครับ เพื่อให้การบริการสาธารณะเปึนไปด้วยความเรียบร้อย แต่ถ้าเกิดเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ ควบรวมก็ดี หรือยกฐานะก็ดี จาก อบต. เปึนเทศบาลนั้น ถ้าไม่ตอบโจทย์ผมว่าสิ่งนี้ ต้องทําความเข้าใจกับองค์กรปัจจุบันนี้มิฉะนั้นจะเกิดแรงต้าน ขออนุญาตฝากว่า ท่านคงจะต้องทําความเข้าใจให้ถ่องแท้ การปรับปรุงกฎหมายก็เช่นกันครับ กฎหมาย เปึนเครื่องมือในการบริหารราชการ หรือกฎหมายเปึนอุปสรรค เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านว่า ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายนั้น ผมอยากจะให้ข้อคิดว่าต้องปรับปรุงและเกิดความเรียบร้อย บริหารราชการได้ทันต่อการบริ การสาธารณะ ทันต่อการบริการของประชาชน ไม่ใช่มีกฎหมายมากมายมหาศาลเลยครับแต่ว่าก็เปึนอุปสรรค เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเชื่อว่า จะไม่เปึนกลไก เปึนหน่วยงานที่ทํางานอย่างมีประสิทธิภาพได้ เพราะฉะนั้นก็สุดท้ายครับ
ไม่อยากให้มีการกล่าวขานกันว่า อบต. ก็ดี หรือเทศบาลก็ดี ทุกระดับชั้นหรือการปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นเปึนหน่วยงานที่ไม่มีประสิทธิภาพแล้วก็ทํางานไม่ได้ผลจนเกิดความเสียหาย เกิดความเชื่อมั่น ผมไม่อยากให้เปึนเช่นนั้น ขอบคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ท่านสุดท้ายมาล่ามากเลย รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากจังหวัดสงขลานะครับ ผมมีสั้น ๆ เพียงนิดเดียวครั บท่านประธาน คือสนับสนุนเปึนอย่างมากต่อการที่ คณะกรรมาธิการได้นําเสนอโดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการควบรวม เพียงแต่ต้องการเพิ่มเติม สักนิดเดียวครับว่าในเหตุผลที่ท่านนําเสนอให้มีการจะเรียกว่ายุบเลิก อบต. แต่ไม่ได้เปึน การยุบเลิกแล้วก็ไม่ให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไ ปเลย แต่ว่าเปึนการควบรวม แล้วยกขึ้นมาให้เปึนเทศบาล ถ้าเปึนไปได้ในเหตุผลที่ท่านเสนอให้มีการควบรวมนั้น พอดีมีประเด็นจากการที่พวกผมที่เปึน สปช. จังหวัดได้ไปทําเวทีซึ่งได้ถูกกําหนดให้ไปทํา อย่างน้อย ๑๑ เวทีในแต่ละจังหวัด มีประเด็นสําคัญที่ประชาชนได้เสนอขึ้นมาว่า
การที่จะทําให้ลดเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงลงมาได้ ลดเรื่องทุจริตคอร์รัปชันลงมาได้ ก็คือเขาบอกว่าให้มีการลดจํานวนองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นลง ภายใต้ชื่อใหม่นะครับ เท่าที่ทราบว่ารัฐธรรมนูญใหม่กําหนดให้เรียกว่าเปึนองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น หรือเดิมก็คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องการให้ลดจํานวนลง เปึนการลดจํานวนที่จะช่วยให้ลด เรื่องของการทุจริตในเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงลงมาด้วย เพราะจะทําให้ลดจํานวนครั้ง ของการเลือกตั้งลงมา เพราะในเมื่อมีการควบรวมเข้ามาแล้ว แน่นอนย่อมจะทําให้ลดจํานวน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นลงเปึนจํานวนมากเลยนะครับ เมื่อเปึนเช่นนี้แล้วก็ทําให้เรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันและเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง ลดลงมาด้วย อันนี้เปึนเหตุผลที่เราไปจัดเวทีแล้วเกือบทุกเวทีเวลาเรายกประเด็นเรื่องของ การซื้อสิทธิขายเสียงขึ้นมาว่าให้ประชาชนที่มาร่วมให้ความเห็นด้วยนี่ เขาบอกว่าทางหนึ่ง ที่จะเปึนไปได้ก็คือลดจํานวนลงมา เพราะฉะนั้นเมื่อท่านได้มีการเสนอเรื่องของการควบรวม ซึ่งก็เปึนเหตุผลที่จะทําให้จํานวนองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นลดลงแล้วนี่ ผมอยากให้ใส่เข้าไป เปึนเหตุผลหนึ่งด้วยถ้าเปึนไปได้ว่าสาเหตุที่จะทําให้มีการควบรวมนั้นนอกจากทําให้ มีประสิทธิภาพเรื่องการบริหารจัดการแล้วก็จะเปึนสาเหตุที่จะทําให้แก้ปัญหาเรื่อง การซื้อสิทธิขายเสียงลงมาด้วย จริงอยู่อาจจะไปแก้ในนิสัย ในพฤติกรรม หรือในอะไร ต่ออะไรของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเสียงไม่ได้ แต่อย่างน้อยที่สุดมันก็ลดจํานวนลงมาได้ เพราะจํานวนของการเลือกตั้ง ทั้งในเชิงของจํานวนบุคคลและจํานวนครั้งที่จะต้องเลือกตั้ง มันลดลง เมื่อมันลดลงมาได้แล้วก็จะทําให้เรื่องของการทุจริตในเรื่องที่เกี่ ยวข้องกับ การเลือกตั้งลดลงมาด้วยอย่างแน่นอน เมื่อเปึนเช่นนี้แล้วก็คิดว่าจะช่วยทําให้เรื่องของ พฤติกรรมในเรื่องทุจริตและเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงมันลดลงได้เปึนอย่างมากด้วย ถึงแม้จะลดในเชิงคุณภาพไม่ได้ เพราะว่าคนยังมีนิสัยเช่นนี้อยู่ แต่ในเชิงปริมาณคงลดลงมา ได้แน่ ก็อยากจะขออนุญาตถ้าเปึนไปได้นะครับ ลองช่วยปรับในเหตุผลของการที่จะควบรวม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นนี้ลงมาด้วย เพื่อจะได้ช่วยให้เห็น ว่าเปึนการส่งเสริมและสนับสนุนให้เรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงและเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งหลาย ซึ่งเปึนส่วนที่เชื่อมโยงกันในเรื่องของการทุจริตและเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง ในเรื่องนี้ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งมันเชื่อมโยงกันอยู่มากมาย ไปทุจริตเพื่อสร้างความนิยม แล้วก็เช่นเดียวกันความนิยมนั้นนําเข้าไปสู่การซื้อสิทธิขาย เสียง ก็คิดว่าน่าจะเปึนเหตุผ ล
ที่ไปเชื่อมโยงกันได้ ก็อยากจะขอให้ท่านได้ลองพิจารณาดูนะครับว่าจะเปึนเหตุผลหนึ่ง ในการที่จะทําให้เกิดการควบรวมขึ้นมาได้ไหม ก็ขอฝากไว้ด้วยนะครับ
ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกที่แสดงความจํานงจะให้ความเห็นและข้อเสนอแนะครบแล้ว ผมขอเชิญ ท่านประธานกรรมาธิการ จะได้สรุปหรือจะตอบข้อซักถามของสมาชิก เรียนเชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงสั้น ๆ เรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นนี่ เราไม่มีปัญหานะครับ เพียงแต่รอรัฐธรรมนูญออกเท่านั้นเอง ก็ได้คุยกันแล้ว ถึงแม้ว่าบางท่าน อาจจะติดใจ อย่างเช่นอาจารย์อุดมนะครับ แต่ก็คิดว่าโดยทั่วไปเรารับได้ที่จะเปลี่ยนให้เปึน องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น เพียงแต่รอรัฐธรรมนูญ สําหรับเรื่องท้องที่ ท้องถิ่น ขออนุญาตเอ่ยชื่อ ที่คุณกูไซหม๊ะวันซาฟ้หน๊ะได้เน้นนั้น อย่างนี้ครับ จริง ๆ ผมก็พยายามอธิบายนะครับว่า เรื่องของท้องถิ่นกับท้องที่มันก็สามารถอยู่คู่กันได้ เพียงแต่ว่ามันจะต้องรู้จักบทบาทหน้าที่ ของตัว ท้องที่ กํานัน ผู้ใหญ่บ้านก็ คือพ่อบ้านดูแลทุกข์สุข ความปลอดภัยของลูกบ้าน แม่บ้านก็คือท้องถิ่นที่จะหุงหาอาหาร ทํากับข้าว ดูแลลูกหลานในเรื่องของการพัฒนา ถ้าแบ่งหน้าที่กัน ร่วมมือกันก็จะทําให้ประชาชนมีความสุขครับ สําหรับการควบรวม กระผม ขอยืนยันต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าการควบรวมจะต้องทําด้วยความระมัดระวัง
แล้วก็อยู่บนพื้นฐานของการศึกษาอย่างถ่องแท้ เราจะไม่ควบรวมเพื่อความสนุก แต่จะควบรวมเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน การได้รับบริการสาธารณะที่ดีกว่าเดิม ประสิทธิภาพของท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือบริหารท้องถิ่นที่ดีกว่าเดิมเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเห็นประเทศญี่ปุ์นเขาลดจาก ๗๐,๐๐๐ แห่ง ท่านที่เคารพ ขณะนี้เหลือไม่เกิน ๑,๘๐๐ แห่งเท่านั้นเอง นั่นแสดงว่ามันต้องมีข้อดีอยู่ แต่ข้อดีนั้นจะเอามาใช้เมืองไทย ต้องศึกษาให้ ถ่องแท้ และการควบรวมต้องมีขั้นมีตอน ต้องให้มีคนเสียน้อยที่สุด แต่คงจะหลีกเลี่ยงคนเสียหาย อย่างเช่น ผู้บริหารท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้งอาจจะ ไม่ได้รับเลือก สมาชิกสภาที่อาจเคยได้รับเลือกก็อาจจะไม่ได้รับเลือก อันนี้ก็ช่วยไม่ได้ แต่เราสัญญาว่าการศึกษาโดยถ่องแท้ก่อนการควบรวมเปึนสิ่งที่จําเปึนและหลีกเลี่ยงไม่ได้ สุดท้ายคือเรื่องของการทุจริตประพฤติมิชอบ ท้องถิ่นมีทั้งหมด ๗,๘๕๓ แห่ง มันก็คงจะมีนะครับ แต่ในฐานะที่กระผมเคยรับราชการที่กระทรวงมหาดไทย เปึน ๑ ในผู้กํากับดูแลนี่ กระผม มีความเชื่อว่าราชการนี่คุมไม่ได้ คนที่จะคุมได้ดีที่สุดคือคนที่เลือกท้องถิ่นมาก็คือประชาชน แต่ประชาชนอยู่ดี ๆ จะไปคุมท้องถิ่นนี่ไม่ได้ ต้องติดอาวุธคือเครื่องมือในการเข้าถึง ข้อมูลข่าวสาร ในการเข้าไปร่วมคิด ร่วมทํา อาจจะร่วมตัดสินใจหรือเปล่า อยู่ที่รัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบหรือกฎหมายลูกจะเขียน เรียนว่าไม่มีหนทางอื่นครับ นอกจาก การเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชน รับรู้ รับทราบ รับเห็นทุกอย่าง ผมเชื่อว่าผู้บริหารท้องถิ่น ที่ไม่สุจริตนั้นไม่มีที่ยืนถ้าหากประชาชนรู้ ผมไม่เชื่อว่าจะมีประชาชนที่ชุมชนไหนจะยอมให้ ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือใครก็ตาม หรือแม้แต่ข้าราชการท้องถิ่น มาเอารัดเอาเปรียบและฉกฉวยผลประโยชน์อันมิควรไปจากเขา ฉะนั้นทั้งหมดทั้งปวงก็อยู่ที่ ทัศนคติของผู้บริหารหรือนักการเมืองในอนาคตว่าจะเปลี่ยนแปลงท้องถิ่นไปอย่างไร จะยอมรับการมีส่วนร่วมในการเข้าไปแก้ไขปัญหาและสนองความต้องการของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ แทนที่จะเปึนผู้คอยรับความช่วยเหลือจากภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว เราต้องปลุกเขาหรือเป่ดโอกาสให้เขาเปึนผู้ที่ตื่นรู้ในสิทธิ และหน้าที่แล้วเข้ามามีบทบาท ท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นนี้ต้องเปึนของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ผมเรียนกับเพื่อนกรรมาธิการที่เปึนสมาชิกของท้องถิ่น ตลอดเวลาว่าเทศบาล หรือ อบจ. หรือ อบต. ไม่ใช่ของเรา เปึนของประชาชน เราเพียงแต่ อาสามาทําความฝันหรือแก้ปัญหาของประชาชนเท่านั้น เพราะฉะนั้นทัศนคติครับ
ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ทัศนคติของฝ์ายการเมืองทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ทัศนคติของข้าราชการ หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือแม้แต่ส่วนท้องถิ่นเอง ต้องเข้าใจว่าถ้าเราอยากเห็นประเทศเราเข้มแข็ง ประชาชน จะต้องอ่อนแอไม่ได้ ประชาชนจะต้องสามารถจัดการปัญหาของตนเอง ปัญหาในพื้นที่ ของเขาได้ แล้วก็เป่ดเวลา เป่ดโอกาสให้รัฐบาลไปต่อสู้กับโลก ไปต่อสู้กับปัญหาใหญ่ ๆ ระดับชาติ ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้เป่ดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับองค์กรบริหาร ส่วนท้องถิ่น แล้วก็เรียนรู้ระบอบประชาธิปไตยในทางปฏิบัติจากการปฏิบัติจริงในการมีส่วนร่วม ดังกล่าว ผมก็คิดว่าถ้าทัศนคติของทุกฝ์ายเห็นตรงกันว่าการปกครองท้องถิ่นคือการปกครอง ตนเอง และเปึนส่วนสําคัญของระบอบประชาธิปไตยเรา เชื่อแน่ว่าการปกครองท้องถิ่น หรือการกระจายอํานาจ หรือการบริหารท้องถิ่นในอนาคตอันใกล้นี้จะมีอนาคตที่สดใส
และจะทําให้พี่น้องประชาชนของเรากลายเปึนพลเมืองที่มีคุณภาพในที่สุด แล้วก็จะช่วยให้ ประเทศชาติของเราได้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศอื่นต่ อไป อย่างไรก็ดีก็ขอขอบคุณ ในทุกความเห็น ในทุกข้อเสนอแนะ และขอกราบขอบพระคุณท่านประธานและสมาชิก ที่ได้ให้โอกาสคณะกรรมาธิการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นได้นําเสนอรายงานในรอบ ๒ นี้ กราบขอบพระคุณครับ
มีท่านใด จะเสริมอะไรไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
ไม่มีแล้วนะครับ ขอบคุณมาก ๆ เลยครับท่านประธาน เปึนอันว่าที่ประชุมได้พิจารณารายงานเรื่องแนวทาง การปฏิรูปการกระจายอํานาจและการปกครองท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องขอมติจากที่ประชุม แต่ก่อนจะขอมตินั้นขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ
(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
น่าจะครบแล้ว เมื่อครบแล้วผมขอเชิญท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิแสดงตนนะครับ โปรดเสียบบัตรและกดปุ์ม แสดงตนครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
มีท่านใด ยังไม่ได้แสดงตนหรือแสดงตนไม่ได้ไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าไม่มี ป่ดนะครับ ขอผลด้วยครับ ๑๕๖ คน เปึนอันว่ามีผู้เข้าประชุมครบองค์ประชุม
ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นด้วยกับรายงานการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการตามที่ได้นําเสนอหรือไม่ หากเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานพร้อมความเห็น และข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปนะครับ
(นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ขอเรียนเชิญ ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านที่เห็นด้วยโปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านที่ไม่เห็นด้วย โปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านที่เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
มีท่านใด ยังไม่ได้ออกเสียงไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกยกมือ)
ถ้าไม่มีป่ดนะครับ ขอทราบผลด้วยครับ ๑๕๕ ท่าน เห็นด้วย ๑๔๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๐
เปึนอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับรายงานการพิจารณาเรื่องแนวทาง การปฏิรูปการกระจายอํานาจและการปกครองท้องถิ่น ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้นํารายงาน ไปปรับปรุงก่อน ได้ส่งรายงานพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อดําเนินการต่อไปนะครับ เปึนอันจบการพิจารณารายงานเรื่องแนวทาง การปฏิรูปการกระจายอํานาจและการปกครองท้องถิ่นแล้ว ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการ โดยเฉพาะท่านประธานกรรมาธิการเปึนอย่างมากนะครับ
ท่านสมาชิกครับ วันนี้คงหมดแล้ว แต่ว่าเมื่อเช้ามีสมาชิกโพสต์ (Post) ในไลน์ว่าวันนี้มีประชุมด้วยหรือ ผมกังวลว่าพรุ่งนี้จะมีสมาชิกมาประชุม จะเรียนว่า พรุ่งนี้ไม่มีประชุมนะครับ ท่านสมาชิกครับ ๔ วันนี่จะเปึนโอกาสที่ทุกท่านจะได้ทําจิต ให้สะอาดและผ่องแผ้ว กรุณาทํานะครับ สัปดาห์หน้าวันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ เปึน ๓ วัน ครั้งสุดท้ายที่เราจะทํางานด้วยกัน ๓ วันสุดท้าย แต่ว่า ๒ วันสุดท้ายยังมีอีก ขอบคุณครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่ค้างพิจารณา ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่เสนอใหม่ ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๖ เรื่องอื่น ๆ ไม่มี
วันนี้หมดวาระการประชุมแล้วครับ ขอขอบคุณทุกท่าน ขอป่ดประชุมครับ