นิพนธ์ นาคสมภพ ยกปัญหาการทดลองใช้เทคโนโลยีดิจิทัลภาคพื้นดินและโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดิน ซึ่งลงทุนเป็นแสนล้านบาท แต่ยังมีปัญหาเรื่องความล้าสมัย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ. กสทช. โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินการ และยังต้องการการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้เหมาะสมกับธรรมชาติและความชำนาญของวิทยุและโทรทัศน์ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการสมัครเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (กสทช.) และเรียกร้องให้กรรมการสรรหาเข้มงวดในการกำหนดคุณสมบัติและข้อกังวลเรื่องการทุจริต
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นิพนธ์ นาคสมภพ สปช. หมายเลข ๑๑๓ สักครู่นี้ท่านประดิษฐ์ได้พูดไปเยอะแล้วนะครับ ถึงเรื่องปัญหา อยากจะยกปัญหาให้เห็นจริง ๆ สัก ๑ ข้อ ถ้ามีเวลามากกว่านี้ก็หลายข้อ อย่างเช่นขณะนี้ได้มีการทําดิจิทัล (Digital) ภาคพื้นดิน โทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดิน นะครับ ลงทุนเปึนแสนล้านบาท แต่ยังมีปัญหาเพราะว่าเปึนเทคโนโลยีที่ค่อนข้างจะล้าสมัย
วันนี้หลังเขา หลังตึกสูงยังรับโทรทัศน์นี้ไม่ได้ แต่ถ้าพัฒนาไปถึงดาวเทียมดิจิทัลก็จะรับได้ ทั้งหมด อย่างนี้เปึนต้นนะครับ ราคาประมูลก็เกินจริง ทําให้ผู้ที่ทํางานไม่สามารถจะเอาเงิน ไปพัฒนารายการได้ คูปองที่แจกออกมาก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทําให้เกิดขยะอิเล็กทรอนิกส์ มากมายในตลาด อันนี้ก็คงเปึนตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งถามว่ามีมากไหม มีเยอะทีเดียว ถามว่าผมเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. นี้ไหม ผมเห็นด้วยอย่างมากกับผล การศึกษาของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค แต่ผมยังติงว่าเปึนการศึกษาทางด้านเดียว ยังต้องศึกษาทางด้านการสื่อสารมวลชนอีกนะครับ ผมเห็นด้วยนะครับว่าปัญหานี่มีเยอะ แล้วก็ไม่ได้ใช้ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้ความสามารถในกิจการที่เกี่ยวข้อง แล้วปัญหาอื่น ๆ อีก ๕ ข้อก็เห็นด้วยมากกว่านั้นด้วยนะครับ แต่ผมอยากจะลงลึกไปถึงฉบับแก้ไขว่าที่แก้ไขมา มันไม่ค่อยจะตรงกับที่ได้ศึกษาไว้ เช่นมาตรา ๔ จาก กสทช. ๑๑ คน ลดเหลือ ๗ คน เห็นด้วยครับ แต่ไปลดผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยุและโทรทัศน์เหลือคนเดียว แล้วจะเอาผู้เชี่ยวชาญ ที่ไหนมาครับ ธรรมชาติของวิทยุเปึนสื่อท้องถิ่น แล้วก็ธรรมชาติของโทรทัศน์เปึนสื่อ ระดับชาติ แนวคิดไม่เหมือนกัน ความชํานาญต่างกัน แล้วก็นักวิทยุโทรทัศน์ก็มีอีกข้อหนึ่ง ที่บอกว่าให้มีนักสื่อสารมวลชน ๑ คน ผมเรียนว่านักวิทยุและนักโทรทัศน์ เปึนนักสื่อสารมวลชน ในขณะเดียวกันนักสื่อสารมวลชนอาจจะไม่ใช่ผู้ที่มีความชํานาญ ด้านวิทยุและโทรทัศน์ เช่น ทําหนังสือพิมพ์ หรือทําพอคเกตบุ ก (Pocketbook) หรืออะไรอย่างอื่น ซึ่งอันนี้ต่างกันครับ ใน พ.ร.บ. แก้ไขมาตรา ๕ คุณสมบัติทั่วไป ข้อ ๑ ข้อ ๒ ก็เห็นด้วย ข้อ ๓ บอกว่าประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องตามคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกันเปึนอย่างน้อย ๑๐ ป้ อันนี้เห็นด้วยนะครับ มีผลงานเปึนที่ประจักษ์ ๕ ป้ อันนี้คงยากแล้วครับ เปลี่ยนเปึนมีเกียรติประวัติด้านวิทยุโทรทัศน์รับรองได้ไหมครับ เพราะว่าประจักษ์ไม่ทราบจะประจักษ์อย่างไร ไม่ใช่ว่าออกวิทยุ ๓ ครั้งก็ประจักษ์แล้ว ทีนี้ถ้าถามว่าแล้วจะมีเกียรติประวัติอย่างไร เกียรติประวัติเยอะแยะ เปึนรูปธรรมครับ เช่น ศิลป่นแห่งชาติ เสาเสมาธรรมจักร โล่สื่อสารมวลชนเพื่อเด็กและเยาวชน รางวัลเทพทอง พระสุรัสวดี พิฆเนศ เมขลา มูลนิธิแสงชัย สุนทรวัฒน์ หรือบางท่านได้แมกไซไซ สาขาวิทยุโทรทัศน์ เอาพวกนี้มาคิดได้ครับ พ.ร.บ. แก้ไขมาตรา ๕ ไม่ได้แก้ไข คุณสมบัติต้องห้ามไว้ คุณสมบัติต้องห้ามคุณประดิษฐ์พูดไปแล้ว ก็คือวันนี้ไม่สามารถที่จะหา นักวิทยุโทรทัศน์ที่ไม่ทํางาน เกือบจะเรียกว่าหาไม่ได้ เพราะฉะนั้นคน ๙๐ เปอร์เซ็นต์
ไม่สามารถจะสมัครได้ สามารถได้สิทธิสมัครเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์พวกนั้น คือพวกไหนครับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์พวกนั้นคือพวกที่วันนี้ทํางานด้านวิทยุหรือโทรทัศน์ สาธารณะและวิทยุชุมชนเท่านั้น ส่วนพวกที่ทําด้านธุรกิจนั้นไม่สามารถจะทําได้ เพราะใครล่ะครับที่จะออกมา ๑ ป้ ออกมา ๑ ป้เพื่อจะมาสมัคร มีอยู่พวกเดียวครับ มีคนให้เงินไปเที่ยว ๑ ป้แล้วค่อยมาสมัคร ยิ่งเกิดการทุจริตมากขึ้น เพราะฉะนั้น อันนี้จําเปึนต้องตัดออก ไม่อย่างนั้นอีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ไม่สามารถเข้ามาได้ ส่วนข้อกังวลที่ว่า จะมีการส่งตัว แทนเข้ามาดูแลผลประโยชน์ ผมเห็นว่าเปึนเรื่องที่กรรมการสรรหา ต้องเข้มงวดมาก ๆ ถ้าเราไปกันไว้ตั้งแต่แรกเขาก็ไม่มีคนที่จะไปเลือก เช่นการกําหนด คุณสมบัติต้องกําหนดอย่างละเอียดเลย ก่อนที่จะรับสมัครว่าจะเอาใครบ้าง เช่นต้องมี ประสบการณ์มากย่อมได้คะแนนมากกว่า มีความรู้สูงกว่าได้คะแนนมากกว่า มีเกียรติประวัติ มากกว่าได้คะแนนมากกว่า เอามาคิดได้หมดเลยครับ แล้วใครได้คะแนนสูงสุดในแต่ละส่วน ก็ได้เปึน กสทช. ไป แล้วถ้าจะคิดว่า กสทช. มีโอกาสทุจริตมากกําหนดโทษให้หนักครับ ให้เปึน ๒ เท่า ๓ เท่าของคนปกติ เมื่อครบวาระเปึน กสทช. ต้องห้ามไม่ให้ทํางาน ด้านวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคมอีกระยะหนึ่ง จะเปึนกี่ป้ก็ว่าไป ในช่วงระยะเวลาเพียง ๕ นาทีก็เห็นว่าได้แค่นี้นะครับ ความจริงยังมีอีกเยอะที่จะต้องดูแลในเรื่อง พ.ร.บ. แก้ไข ถามว่าเห็นด้วยไหม เห็นด้วยนะครับ แต่ยังไม่ครอบคลุม ขอบพระคุณครับ