สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ หารือเรื่องการปฏิรูปกฎหมายและระบบบริการสุขภาพ โดยเฉพาะการคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการบริการสาธารณสุข และการปรับปรุงระบบบริหารจัดการและการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับระบบบริการสุขภาพให้ดีขึ้น
กราบเรียนท่านประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ และคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค กระผม นายแพทย์สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หมายเลข ๒๒๕ ครับ เนื่องจากว่าคณะกรรมาธิการเสนอ ร่าง พ.ร.บ. ด้วยกันหลายฉบับ ในเวลา ๕ นาที ผมขออภิปรายเฉพาะประเด็นเดียวนะครับ ในประเด็นเรื่องของการปฏิรูประบบการคุ้มครองผู้บริโภคเรื่องการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบริการสาธารณสุข ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านทรงชัย ท่านได้กรุณาอธิบายในเชิงหลักการและรายละเอียด ผมคิดว่ากฎหมายลักษณะเช่นนี้ ในช่วงตั้งแต่หลังป้ ๒๕๕๐ เปึนต้นมาเรามีกฎหมายแบบนี้ครับ ชื่ออาจจะใกล้เคียง หรือแตกต่างกันเล็กน้อย แต่โดยหลักการผมคิดว่าเปึนหลักการเดียวกัน ไม่ว่าจะเปึนหลักการ เรื่องโน-ฟอลท์ ไลอะบิลิตี คอมเพนเซชัน ซิสเตม (No-fault liability compensation system) หรือเพื่อลดการฟัองคดี และเพื่อการพัฒนาระบบความปลอดภัย ผมว่าหลักการ เรามองตรงกัน แต่ปัญหาก็คือมันอยู่ที่รายละเอียดนะครั บ ประสบการณ์ของผม ได้มีโอกาสเปึนอนุกรรมาธิการในระดับจังหวัด ในมาตรา ๔๑ ของ พ.ร.บ. หลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ แล้วภายหลังก็มีการปรับปรุงเพื่อให้ครอบคลุมถึงผู้ให้บริการ ในมาตรา ๑๘ (๔) ด้วย ผมอยากเรียนสรุปสั้น ๆ อย่างนี้ครับ ในความเปึนจริงชาวบ้านไม่อยากฟัองหมอ เลยครับ
ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงเขาไม่อยากขึ้นศาลมันเปึนภาระต่าง ๆ มากมายนะครับ เพราะฉะนั้น ต้องเป่ดช่องทางนะครับ ตอนออกมาใหม่ ๆ ผมจําได้ว่ามาตรา ๔๑ เราได้รับข่าวมา อีกมุมหนึ่งก็เปึนเรื่องที่น่าหวาดกลัว บอกว่าถ้ามีมาตรา ๔๑ แล้วจะเปึนช่องทางที่ฟัองหมอ ฟัองพยาบาลมากขึ้น แต่ผมคิดว่าประสบการณ์ผมประมาณ ๖ ป้ที่ผ่านมาคิดว่า กลับเปึนช่องทา งที่เยียวยาและดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากระบบบริการนะครับ ผมมองว่าปัญหาหลักมันอยู่ที่ ๑. คือความคาดหวังของผู้รับบริการ ต้องยอมรับว่า สังคมเปลี่ยนไปเยอะมาก ความคาดหวังของผู้ใช้บริการนับวันจะสูงขึ้น การที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง ไม่เข้าใจกระบวนการการดูแล รวมแม้กระทั่งเรื่องข้อจํากัด เช่น ข้อจํากัดในเรื่องงบประมาณ เรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือทางการแพทย์และเรื่องบุคลากรทางการแพทย์ สาเหตุ รากเหง้าของปัญหาผมคิดว่ามาจาก ๒ สาเหตุใหญ่นะครับ สาเหตุอันที่ ๑ ก็คือเปึนเรื่อง การบริหารจัดการ ที่ผมยกตัวอย่างเมื่อนี้นะครับ ผมยกตัวอย่างโรงพยาบาลแห่งหนึ่งครับ เปึนโรงพยาบาลในชนบทเขามีตู้อบเด็กเพียงแค่ ๑ ตู้ครับ ปรากฏว่าเด็กคลอดก่อนกําหนด คลอดพร้อมกัน ๒ คน เพราะฉะนั้นคุณหมอก็ต้องตัดสินใจที่จะเอาเด็กเข้าตู้อบได้แค่คนเดียว อีกคนก็ต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอื่น ๆ ปรากฏว่าเด็กที่ต้องส่งต่อไปมีปัญหาเหล่านี้เปึนต้น หรือแม้กระทั่งโรงพยาบาลในชนบทเช่นเดียวกัน มีหมออยู่ท่านเดียวครับรับผิดชอบเวร นอกเวลาราชการ ทั้งห้องฉุกเฉิน ห้องคลอด ตึกผู้ป์วยในอีก เวลาเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน พร้อมกัน ไม่ได้เปึนความผิดพลาดของตัวคุณหมอหรือทีมงานเลย แต่เนื่องจากข้อจํากัด ของระบบในเรื่องการบริหารจัดการ ส่วนรากเหง้าอีกอันหนึ่งครับ ก็คือเกิดจากเรื่องของ การสื่อสารครับ เรื่องคอมมิวนิเคชัน เฟลเลอร์ (Communication failure) อันนี้เราเจอบ่อย ผมมีข้อสังเกตที่อยากฝากไปยังกรรมาธิการอยู่ ๒ ส่วนด้วยกันนะครับ เมื่อดูในร่าง พ.ร.บ. อันแร กผมสนใจในหมวด ๕ ที่ว่าด้วยการส่งเสริมพัฒนาระบบความปลอดภัย และสร้างความสัมพันธ์อันดี ผมคิดว่าเขียนไว้กว้าง ผมอยากจะให้ไปจับหรือผูกติดกับ ประเด็นเรื่องคุณภาพของสถานพยาบาลด้วย อย่างน้อยที่สุดในสารบบขณะนี้ เรามีสถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาล เราไปผูกติดกับเรื่องคุณภาพของโรงพยาบาลได้ไหม อันนี้ก็เปึนข้อสังเกตข้อที่ ๑ ข้อสังเกตข้อที่ ๒ ในหมวด ๕ ก็คือการสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ ผมเข้าใจว่าการเรียนการสอนในยุคสมัยใหม่ ไม่ว่าแพทย์ หรือวิชาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องด้านสุขภาพ เรามีเทคโนโลยีมากขึ้น บางคนใช้คําว่าเราไฮเทค
(High tech) แต่เราโลว์ทัช (Low touch) เราอาจจะต้องกลับทิศทางของการเรียนการสอน ให้เห็นถึงหัวใจความเปึนมนุษย์เพิ่มไฮทัช (High touch) มากขึ้นนะครับ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าสามารถที่จะเข้าไปสอดแทรกได้ ประเด็นสุดท้ายนะครับในเวลาจํากัดก็คือ ในเรื่องของการสื่อสารไปยังกลุ่มวิชาชีพต่าง ๆ ผมคิดว่า ๑๐ ฉบับที่ผ่านมานี่มีการได้รับรู้ ข้อมูลข่าวสารอีกด้านหนึ่งเสมอ อย่างที่ผมยกตัวอย่างเรื่องมาตรา ๔๑ ในร่าง พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในช่วงแรก ๆ วิชาชีพสุขภาพจะกลัวอย่างที่ท่านทรงชัยอธิบาย ส่วนใหญ่หมอเขากลัวว่าเดี๋ยวจะ เอ๊ะ พอจ่ายชดเชยไปแล้วต้องไปขึ้นศาลต่อไหม มีความผิด ทางอาญาไหม ทางแพ่งจะเปึนอย่างไร ผมคิดว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้อธิบายรายละเอียด พอสมควร บางเรื่องมันละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานไม่ได้ เรื่องกฎหมายอาญา เรื่อง พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ เหล่านี้เปึนต้น ผมคิดว่าความสําคัญถ้าสามารถเขียนได้ ในบทเฉพาะกาลว่าเราจะมุ่งเน้นการทําความเข้าใจกับวิชาชีพต่าง ๆ ให้มากขึ้น ในบทเฉพาะกาล ผมไม่แน่ใจนะครับ เปึนข้อเสนอ ข้อสังเกตในฐานะที่เราทํางา น กับพี่น้องประชาชน และเข้าใจในคนที่ทํางานในวิชาชีพทางด้านสุขภาพ ขอบพระคุณครับ